﻿1
00:00:03,899 --> 00:00:07,899

2
00:00:11,205 --> 00:00:11,205

3
00:00:11,205 --> 00:00:15,205

4
00:00:15,209 --> 00:00:19,204

5
00:00:19,204 --> 00:00:23,204

6
00:00:23,204 --> 00:00:27,203

7
00:00:27,203 --> 00:00:31,203

8
00:00:31,203 --> 00:00:35,203
(อาจารย์สุธาสินี) ทำไมเป็นอย่างนั้นล่ะ

9
00:00:35,206 --> 00:00:39,205
ได้ยินครูนะ คราวที่แล้ว

10
00:00:39,205 --> 00:00:43,204
นะคะ เราพูดถึงในเรื่องของ

11
00:00:43,204 --> 00:00:47,204
เหมือนล่ามไม่ได้ยินเลย อ๋อ ค่ะ

12
00:00:47,206 --> 00:00:51,206
คราวที่แล้วเราพูดถึงเรื่อง list นะ lis

13
00:00:51,207 --> 00:00:55,207
t ตัวนี้ แล้วเราก็ทำข้อสอบไปแล้วนะคะ

14
00:00:55,207 --> 00:00:59,204
เรื่องลิสต์

15
00:00:59,204 --> 00:01:03,204

16
00:01:03,218 --> 00:01:07,203

17
00:01:07,203 --> 00:01:11,203
ได้ไหมคะ

18
00:01:11,204 --> 00:01:15,204

19
00:01:15,206 --> 00:01:19,206
ได้ยินไหมคะ

20
00:01:19,207 --> 00:01:23,205
ยังไม่ได้ยิน

21
00:01:23,205 --> 00:01:27,205

22
00:01:27,205 --> 00:01:31,205

23
00:01:31,206 --> 00:01:35,204

24
00:01:35,204 --> 00:01:39,204

25
00:01:39,209 --> 00:01:43,204

26
00:01:43,204 --> 00:01:47,204

27
00:01:47,204 --> 00:01:51,204

28
00:01:51,204 --> 00:01:55,204
คราวที่แล้วนะคะ เราพูดถึงเรื่องลิสต์นะ ทุกคน

29
00:01:55,212 --> 00:01:59,208
จำได้นะคะ อันนี้คือลิสต์นะ ที่ครูยกตัวอย่างมาให้

30
00:01:59,208 --> 00:02:03,206
ลิสต์ตัวนี้มีขนาดเท่ากับเท่าไร

31
00:02:03,206 --> 00:02:07,206
มีขนาดเท่าไร ขนาด คือ

32
00:02:07,206 --> 00:02:11,206
มีจำนวนเท่าไร มี 5 คนอื่นมีเท่าไรคะ

33
00:02:11,206 --> 00:02:15,206
5 โอเค 5 นะคะ

34
00:02:15,207 --> 00:02:19,205
ลิสต์ที่เราเห็นในหน้าจอตรงนี้

35
00:02:19,205 --> 00:02:23,205
จะมีอยู่ 5 ตัวถูกไหมคะ มีข้อมูลอยู่ 5 ตัว

36
00:02:23,208 --> 00:02:27,205
มี 1 มี 2 มี 3 มี 4

37
00:02:27,205 --> 00:02:31,205
แล้วก็มี 5 มี ทั้งหมด 5 ตัวนะคะ คราวนี้

38
00:02:31,209 --> 00:02:35,206
เรารู้ได้อย่างไรว่ามันคือลิสต์ เห็น

39
00:02:35,206 --> 00:02:39,205
ก้ามปูเปิด ก้ามปูปิดไหมคะ

40
00:02:39,205 --> 00:02:43,205
อันนี้เป็นสัญลักษณ์ที่บอกว่าการเก็บข้อมูลลักษณะ

41
00:02:43,210 --> 00:02:47,207
แบบนี้มีชื่อเรียกว่า "ลิสต์" นะคะ

42
00:02:47,207 --> 00:02:51,206
จะเก็บค่าของข้อมูล

43
00:02:51,206 --> 00:02:55,205
ใน List index

44
00:02:55,205 --> 00:02:59,205
ก็คือหมายเลขถูกไหมคะ ก็คือหมายเลขของข้อมูล

45
00:02:59,206 --> 00:03:03,206
เราเริ่มต้นที่หมายเลขอะไรเอ่ย

46
00:03:03,207 --> 00:03:07,205
พอเราวาดเป็นช่องใช่ไหมคะ

47
00:03:07,205 --> 00:03:11,205
ในลิสต์นี่ ถ้าเราลองวาด

48
00:03:11,206 --> 00:03:15,205
การจัดเก็บนะ ก็จะเป็น 1

49
00:03:15,205 --> 00:03:19,205

50
00:03:19,206 --> 00:03:23,206
แล้วก็จะเก็บข้อมูลลงไปในช่องแบบนี้

51
00:03:23,209 --> 00:03:27,206
หมายเลขช่องหรือว่า

52
00:03:27,206 --> 00:03:31,206
Index ตัวแรกเราจะเริ่มต้นที่เท่าไรคะ

53
00:03:31,207 --> 00:03:35,207
ตรงนี้ index เราจะเริ่มที่เราไรเอ่ย

54
00:03:35,207 --> 00:03:39,206
0 นะ ใช่ไหมคะ

55
00:03:39,206 --> 00:03:43,206
1 2 3 แล้วก็ 4

56
00:03:43,206 --> 00:03:47,206
ก็คือหมายเลขช่อง ถ้าเราวาดรูปให้

57
00:03:47,209 --> 00:03:51,209
เป็นรูปสี่เหลี่ยมในการจัดเก็บข้อมูล แล้วเวลาครูเข้าถึง

58
00:03:51,212 --> 00:03:55,212
ข้อมูลที่อยู่ในลิสต์ ตอนนี้

59
00:03:55,216 --> 00:03:59,206
ครูตั้งชื่อลิสต์ตัวนี้มีชื่อว่า

60
00:03:59,206 --> 00:04:03,206
X X index 3

61
00:04:03,206 --> 00:04:07,206
ตอบเท่ากับเท่าไรเอ่ย index

62
00:04:07,208 --> 00:04:11,206
เป็น 3 ตัวนี้ตอบ 4 ใช่

63
00:04:11,206 --> 00:04:15,206
ตรงนี้ต้องตอบว่า 4 นะคะ ทุกคนจำได้นะ

64
00:04:15,209 --> 00:04:19,206
แล้วถ้า

65
00:04:19,206 --> 00:04:23,206
X เราต้องการหลาย ๆ ค่า 2 จนถึง 4

66
00:04:23,207 --> 00:04:27,207
จะตอบเท่ากับเท่าไรคะ

67
00:04:27,207 --> 00:04:31,206
3 กับ...

68
00:04:31,206 --> 00:04:35,206
3 กับอะไรเอ่ย 4 ใช่ไหม

69
00:04:35,207 --> 00:04:39,207
คือ 3 กับ 4 นะ มันเริ่มต้นที่ 2 ใช่ไหมคะ ก็คือ

70
00:04:39,211 --> 00:04:43,210
เริ่มต้นที่ตัวนี้

71
00:04:43,210 --> 00:04:47,209
คือ 4 แล้วก็ลดลงมา 1 ช่อง ก็จะได้ข้อมูลตัวนี้

72
00:04:47,209 --> 00:04:51,206
ก็คือ 3 กับ 4

73
00:04:51,206 --> 00:04:55,206
คราวนี้ แล้วเราเอาลิสต์

74
00:04:55,207 --> 00:04:59,207
มาทำอะไรนะคะ เราเก็บข้อมูล

75
00:04:59,207 --> 00:05:03,207
รูปแบบลิสต์ แล้วเราเอามาใช้ทำอะไรนะคะ

76
00:05:03,224 --> 00:05:07,209
วันนี้เราจะพูดถึงโครงสร้างอีกแบบหนึ่ง

77
00:05:07,209 --> 00:05:11,207
ที่มีชื่อว่า stack นะ

78
00:05:11,207 --> 00:05:15,207
stack นะคะ stack ตัวนี้

79
00:05:15,208 --> 00:05:19,208
จะใช้วิธีการเก็บข้อมูลแบบลิสต์

80
00:05:19,208 --> 00:05:23,208
นะคะ แล้วลักษณะแบบไหน

81
00:05:23,210 --> 00:05:27,210
ที่เราจะเรียกว่า "stack" นะคะ ดูด้วยกัน

82
00:05:27,210 --> 00:05:31,208
เขาบอกว่า stack

83
00:05:31,208 --> 00:05:35,208
ก็คือการที่เราใส่ข้อมูลเข้าไปแล้วก็ดึงออกมา

84
00:05:35,222 --> 00:05:39,208
นะคะ แล้วข้อมูล

85
00:05:39,208 --> 00:05:43,208
ที่ถูกใส่เข้าไปใน Stack ก่อนจะถูก

86
00:05:43,209 --> 00:05:47,209
เอามาใช้ทีหลัง อันนี้คือ

87
00:05:47,214 --> 00:05:51,211
วิธีการเก็บข้อมูลแบบ stack หรือที่เรียกว่า

88
00:05:51,211 --> 00:05:55,208
เข้าทีหลังออกก่อน

89
00:05:55,208 --> 00:05:59,208
เข้าก่อนออกทีหลัง ความหมายเหมือนกัน

90
00:05:59,209 --> 00:06:03,208

91
00:06:03,208 --> 00:06:07,208
ยกตัวอย่างเช่น ทุกคนเคย

92
00:06:07,208 --> 00:06:11,208
ไปที่ร้านก๋วยเตี๋ยวไหมคะ ทุกคนเคยไปที่ร้านก๋วยเตี๋ยวนะ

93
00:06:11,214 --> 00:06:15,209
แล้วเห็นถ้วยก๋วยเตี๋ยวก่อนที่เขาจะ

94
00:06:15,209 --> 00:06:19,209
เอามาใส่เส้น ใส่เครื่องปรุง ใส่หมูให้เรา

95
00:06:19,212 --> 00:06:23,209
ชามก๋วยเตี๋ยวมันเรียงขึ้นไปแบบนี้

96
00:06:23,209 --> 00:06:27,209
ใช่ไหมคะ เวลาแม่ค้าเขาจะเอาจามก๋วยเตี๋ยวมาใส่ให้เรา

97
00:06:27,211 --> 00:06:31,211
เขาจะเอาชามก๋วยเตี๋ยวมาใส่ให้เรา เขาเอาชามที่อยู่

98
00:06:31,211 --> 00:06:35,209
ข้างบน หรือชามที่อยู่ข้างล่าง

99
00:06:35,209 --> 00:06:39,209
เอาชามข้างบนหรือข้างล่างคะ ข้างบน

100
00:06:39,209 --> 00:06:43,209
เขาเอาข้างบนมาทำให้เรา

101
00:06:43,211 --> 00:06:47,211
แล้วเวลาเขาล้างจานเสร็จแล้วนี่ เอาจาน

102
00:06:47,211 --> 00:06:51,211
มาซ้อนข้างล่างหรือซ้อนข้างบน ซ้อนข้างบน

103
00:06:51,211 --> 00:06:55,210
ใช่ไหมคะ เพราะฉะนั้น จานที่

104
00:06:55,210 --> 00:06:59,210
อยู่บนสุดจะถูกเอาออกมาใช้ก่อน

105
00:06:59,213 --> 00:07:03,213
และจานที่อยู่บนสุดนะคะ จะถูก

106
00:07:03,214 --> 00:07:07,209
เอาเข้ามาเก็บทีหลัง อันนี้คือรูปแบบ

107
00:07:07,209 --> 00:07:11,209
ของ Stack เช่นนะคะ เช่น ๆ

108
00:07:11,210 --> 00:07:15,210
สมมติ ครูมีกระดาษ 1 แผ่นนะ

109
00:07:15,211 --> 00:07:19,210
ครูมีกระดาษอยู่ 1 แผ่น ทุกคนดูนะคะ

110
00:07:19,210 --> 00:07:23,210
ครูจะใส่กระดาษแผ่นที่ 2

111
00:07:23,210 --> 00:07:27,210
เห็นไหมคะ ครูซ่อนกระดาษแผ่นที่ 2 อยู่ข้างบน

112
00:07:27,213 --> 00:07:31,213
ครูใส่ ครูใส่กระดาษ

113
00:07:31,213 --> 00:07:35,210
แผ่นที่ 3 เข้าไปนะคะ แล้วครูก็ใส่

114
00:07:35,210 --> 00:07:39,210
กระดาษแผ่นที่ 4 เข้าไปในมือครู เวลา

115
00:07:39,211 --> 00:07:43,211
ครูจะเอาออกมาใช้ครูจะเอาตัวล่างสุดหรือตัวบนสุดออกมาใช้

116
00:07:43,228 --> 00:07:47,211
ตัวบนออกสุดถูกไหมคะ

117
00:07:47,211 --> 00:07:51,210
ครูไม่พยายามจะดึงตัวล่างสุดออกมานะคะ ครูจะหยิบตัวบน

118
00:07:51,210 --> 00:07:55,210
สุดออกไปใช้ ซึ่งตัวบนสุดนี่

119
00:07:55,211 --> 00:07:59,210
คือ กระดาษแผ่นที่เราใส่ไปล่าสุดนะคะ

120
00:07:59,210 --> 00:08:03,208
เ

121
00:08:03,208 --> 00:08:07,208
ราสามารถสรุปได้แบบนี้นะ ข้อมูลที่อยู่ใน Stack

122
00:08:07,211 --> 00:08:11,211
ตัวแรกจะอยู่ด้านล่างสุด

123
00:08:11,211 --> 00:08:15,211
ข้อมูลที่หย่อนลงไปใน Stack ตัวแรกจะอยู่ด้านล่างสุดเลย

124
00:08:15,215 --> 00:08:19,209
นะคะ ตัวถัดไปก็จะซ้อนขึ้นมา

125
00:08:19,209 --> 00:08:23,209
เรื่อย ๆ ข้อมูลที่

126
00:08:23,209 --> 00:08:27,209
เข้าไปใน Stack เป็นตัวสุดท้าย

127
00:08:27,210 --> 00:08:31,209
นะคะ จะอยู่บนสุดนะคะ จะอยู่บนสุด  แล้วเวลา

128
00:08:31,209 --> 00:08:35,209
เราเอาข้อมูลใน Stack ออกมาใช้งาน

129
00:08:35,213 --> 00:08:39,210
ข้อมูลที่เข้าไปเป็นตัวล่าสุด

130
00:08:39,210 --> 00:08:43,210
หรือตัวลำดับสุดท้าย  จะถูก

131
00:08:43,217 --> 00:08:47,210
ดึงออกมาใช้งานก่อน ตัวไหน

132
00:08:47,210 --> 00:08:51,210
ที่เข้าไปตัวแรกจะถูกเอามาใช้งาน

133
00:08:51,213 --> 00:08:55,211
เป็นตัวสุดท้ายนะคะ เพราะมันอยู่ล่างสุด

134
00:08:55,211 --> 00:08:59,211
เวลาเอามาใช้มันก็ใช้ยาก เราต้องใช้ตัวบน ค่อย ๆ ดึงตัวบน

135
00:08:59,211 --> 00:09:03,211
ออกไปก่อน

136
00:09:03,213 --> 00:09:07,213
คราวนี้เวลาเราเอาข้อมูลใส่ใน Stack

137
00:09:07,215 --> 00:09:11,211
เราพูดถึง Stack ก็เหมือนภาชนะนะ ตอนนี้ทุกคนมอง Stack

138
00:09:11,211 --> 00:09:15,211
เป็นช่องแบบนี้ เป็นช่องสี่เหลี่ย

139
00:09:15,216 --> 00:09:19,215
มในแนวตั้ง ถ้าเราพูดถึง Stack นะ

140
00:09:19,215 --> 00:09:23,213
ดูรูปนี้ก่อน อย่างนี้ มันจะอยู่ในแนวนอนหรือแนวตั้งก็ได้

141
00:09:23,213 --> 00:09:27,213
ตอนนี้ครูให้มองมันจะอยู่ในแนวนอนหรือแนวตั้งก็ได้

142
00:09:27,216 --> 00:09:31,214
ถ้าพูดถึง Stack ก็คือเป็นชั้น ๆ

143
00:09:31,214 --> 00:09:35,214
เลื่อนขึ้นไปเรื่อย ๆ นะคะ ใน Stack

144
00:09:35,219 --> 00:09:39,213
เราทำอะไรได้บ้าง เราใส่ข้อมูลลงไป

145
00:09:39,213 --> 00:09:43,210
เราดึงข้อมูลออกมา คราวนี้

146
00:09:43,210 --> 00:09:47,210
stack ถ้ามันไม่มีข้อมูลอะไรเลย

147
00:09:47,211 --> 00:09:51,211
เราเรียกว่า "Stack ว่าง" คือ มันมีค่าว่าง ๆ

148
00:09:51,221 --> 00:09:55,214
ไม่มีตัวเลข ไม่มีตัวอักษรอะไรเลยนะ อันนี้

149
00:09:55,214 --> 00:09:59,211
คือ Stack ว่าง

150
00:09:59,211 --> 00:10:03,211
ถ้าเราจะใส่ข้อมูลลงไปใน Stack

151
00:10:03,220 --> 00:10:07,211
เราจะมีคำสั่งที่ชื่อว่า Push

152
00:10:07,211 --> 00:10:11,209
คือคำสั่งตัวนี้นะคะ

153
00:10:11,209 --> 00:10:15,209
คำสั่ง Push ก็คือใส่

154
00:10:15,210 --> 00:10:19,210
ข้อมูลลงไปใน Stack ถ้าต้องการเอา

155
00:10:19,212 --> 00:10:23,212
ข้อมูลออกจาก Stack เราใช้คำสั่ง Pop นะคะ

156
00:10:24,212 --> 00:10:28,212
มีอยู่ 2 ตัวที่ทุกคนต้องรู้จัก

157
00:10:28,213 --> 00:10:32,213
เมื่อพูดถึง Stack คือ Push กับ Pop

158
00:10:32,214 --> 00:10:36,210
Push คือใส่ถูกไหม เอาข้อมูลเข้าไปเก็บ

159
00:10:36,210 --> 00:10:40,210
ส่วน Pop ก็คือเอาออกนะคะ Pop คือ เอาออก

160
00:10:40,213 --> 00:10:44,213

161
00:10:44,213 --> 00:10:48,213
คราวนี้มาดูตัวอย่างนะคะ มีแต่ Push กับ Pop

162
00:10:48,216 --> 00:10:52,216
2 ตัว เราเริ่มต้น Stack ไม่มีอะไรเลย

163
00:10:52,220 --> 00:10:56,212
เป็นค่าว่าง ๆ ถูกไหมคะ เป็น Stack ว่าง

164
00:10:56,212 --> 00:11:00,212
ครูบอกว่าครู Push

165
00:11:00,212 --> 00:11:04,212
เห็นไหมคะ คำสั่ง Push Push ค่าอะไร ค่า a เมื่อไรก็ตาม

166
00:11:04,213 --> 00:11:08,210
ที่ใช้คำสั่ง Push ต้องบอกด

167
00:11:08,210 --> 00:11:12,210
จะใส่ค่าอะไรด้วยนะคะ

168
00:11:12,217 --> 00:11:16,210
เรา Push ค่า a ลงไป

169
00:11:16,210 --> 00:11:20,210
เห็นไหม มันก็อยู่ด้านล่างสุดนะคะ ถัดมา

170
00:11:20,215 --> 00:11:24,212
ถ้าครูใส่คำสั่ง

171
00:11:24,212 --> 00:11:28,210
ตัวบนก่อน Push b ก็ใส่ b ลงมาเห็นไหมคะ

172
00:11:28,210 --> 00:11:32,210
ถัดจาก a ก็คือ b Push c

173
00:11:32,214 --> 00:11:36,213
c ก็อยู่ถัดขึ้นไป และ Push(D) อยู่

174
00:11:36,213 --> 00:11:40,212
บนสุดนะคะ เรียงตรามลำดับของการ

175
00:11:40,212 --> 00:11:44,212
ใส่ข้อมูลเข้าไป

176
00:11:44,214 --> 00:11:48,210
คราวนี้อยากจะเอาออกบ้าง

177
00:11:48,210 --> 00:11:52,210
เอาข้อมูลออกจาก Stack ไปใช้งาน จะใช้คำสั่ง Pop

178
00:11:52,215 --> 00:11:56,215
Pop นะ Pop

179
00:11:56,218 --> 00:12:00,214
แล้วตามด้วยวงเล็บเปิดและวงเล็บปิด ไม่ต้องใส่ค่าอะไร

180
00:12:00,214 --> 00:12:04,214
เพราะเราจะไปดึงค่าที่อยู่ใน Stack ออกมา

181
00:12:04,214 --> 00:12:08,210

182
00:12:08,210 --> 00:12:12,210
เราสั่งคำสั่ง Pop เราเอาข้อมูล

183
00:12:12,211 --> 00:12:16,211
บนสุดนะคะ Pop ให้เอาข้อมูลบนสุด

184
00:12:16,212 --> 00:12:20,211
ที่อยู่ใน Stack ดึงออกมา

185
00:12:20,211 --> 00:12:24,211
เพราะฉะนั้น เดิมเป็นแบบนี้ ถูกไหม

186
00:12:24,215 --> 00:12:28,215
ครูใช้คำสั่ง Pop อะไรออกมาเอ่ย

187
00:12:28,227 --> 00:12:32,213
ตัว D Dog จะออกมา เพราะว่า D Dog

188
00:12:32,213 --> 00:12:36,210
อยู่บนสุดนะคะ

189
00:12:36,210 --> 00:12:40,210
ถัดมา

190
00:12:40,211 --> 00:12:44,211
ครู Push Push คือใส่เข้าไป

191
00:12:44,212 --> 00:12:48,212
ไม่มี D Dog แล้วนะ ครู Push e เห็นไหมคะ เวลา Push

192
00:12:48,219 --> 00:12:52,210
ต้องบอกด้วยว่าเราใส่ค่าอะไร

193
00:12:52,210 --> 00:12:56,210
แล้วก็ใส่ตัว E วงเล็บปิด ครู Push ค่า E ลงไป

194
00:12:56,213 --> 00:13:00,212
E จะอยู่ด้านบน C เสร็จแล้ว Push

195
00:13:00,212 --> 00:13:04,212
อีกครั้งหนึ่ง F ก็จะอยู่บนสุดนะคะ

196
00:13:04,213 --> 00:13:08,211
ถัดมาครู Pop

197
00:13:08,211 --> 00:13:12,211
Pop คือ เอาออก เอาอะไรออก ข้างบนสุดคืออะไรคะ

198
00:13:12,214 --> 00:13:16,211
เอา F ออก เพราะฉะนั้น ข้อมูล

199
00:13:16,211 --> 00:13:20,211
จะเหลืออยู่ 4 ตัว ก็คือ a, b, c แล้วก็ e

200
00:13:20,219 --> 00:13:24,212

201
00:13:24,212 --> 00:13:28,210
โอเค ถัดมา

202
00:13:28,210 --> 00:13:32,210
เราแทน Stack ด้วยอะไร

203
00:13:32,212 --> 00:13:36,212
นะคะ อย่างที่ครูบอกว่าลิสต์

204
00:13:36,221 --> 00:13:40,213
จะถูกเอามาใช้แทนนะคะ การจัดเก็บข้อมูล

205
00:13:40,213 --> 00:13:44,213
ใน Stack เราพูดถึง Stack แล้วมันจัดเก็บแบบไหน ลิสต์

206
00:13:44,219 --> 00:13:48,213
นั่นล่ะในการเก็บข้อมูล

207
00:13:48,213 --> 00:13:52,213
ลิสต์นะคะ เราสามารถวาดเป็นแนวตั้งหรือแนวนอน

208
00:13:52,215 --> 00:13:56,215
ก็ได้นะ สามารถวาดเป็นแนวตั้ง

209
00:13:56,218 --> 00:14:00,217
หรือแนวนอนก็ได้ ข้อมูลที่ใส่เข้ามาตัวแรกนะคะ

210
00:14:00,217 --> 00:14:04,213
จะอยู่ที่ index 0 ก็คือข้อมูลตัวแรก

211
00:14:04,213 --> 00:14:08,213
ไล่ไปเรื่อย ๆ จนถึงข้อมูลตัวสุดท้าย

212
00:14:08,214 --> 00:14:12,214

213
00:14:12,214 --> 00:14:16,213
Stack ที่ครูให้มานี่ ที่เก็บอยู่

214
00:14:16,213 --> 00:14:20,212
ในรูปแบบที่เป็นลิสต์นี่

215
00:14:20,212 --> 00:14:24,212
มันมีที่ว่างให้ใส่ได้อีกไหมคะ มันมีที่ว่างให้ใส่อีกไหม  Stack รูปนี้

216
00:14:24,215 --> 00:14:28,214
มีอยู่ 4 ช่องด้วยกัน ทุกช่องมีค่าไหมคะ

217
00:14:28,214 --> 00:14:32,211
ทุกช่องมีค่านะ

218
00:14:32,211 --> 00:14:36,211
มันเต็มหรือยังคะ

219
00:14:36,213 --> 00:14:40,213
มันมีที่ว่างให้ใส่อีกไหม มันมีที่ว่างให้ใส่อีกไหมคะ ไม่มีแล้ว

220
00:14:40,214 --> 00:14:44,214
อย่างนี้เรียกว่า "Stack เต็มแล้ว

221
00:14:44,215 --> 00:14:48,214
" นะคะ คือ ไม่มีช่องว่างให้เราใส่ข้อมูลตัวใหม่ได้แล้ว

222
00:14:48,214 --> 00:14:52,214
นะคะ แบบนี้เรียกว่า Stack มันเต็มแล้ง

223
00:14:52,215 --> 00:14:56,211

224
00:14:56,211 --> 00:15:00,211

225
00:15:00,211 --> 00:15:04,211
คราวนี้ เรามี 2 คำสั่ง

226
00:15:04,211 --> 00:15:08,211
ที่พูดถึงนะ Push กับ Pop

227
00:15:08,211 --> 00:15:12,211
นะคะ Push ก็คือใส่ข้อมูลลงไปใน Stack

228
00:15:12,211 --> 00:15:16,211
เช่น ครูมี Stack

229
00:15:16,212 --> 00:15:20,212
อย่างนี้ใช่ไหม มันมีที่ว่างให้ครูใส่ข้อมูลได้ไหมคะ มันมี

230
00:15:20,219 --> 00:15:24,213
ที่ว่างให้ครูใส่ข้อมูลได้ ครู

231
00:15:24,213 --> 00:15:28,213
ก็เลยสั่งคำสั่ง Push 3 ก็คือเอาข้อมูล 3 นี่

232
00:15:28,214 --> 00:15:32,214
ไปหย่อนลงใน Stack มันจะเอามาใส่ช่องนี้

233
00:15:32,216 --> 00:15:36,216
ช่องที่ 1 หรือช่องที่ 2 คะ ช่องที่ 1

234
00:15:36,220 --> 00:15:40,212
ถูกไหม ก็ไล่ลำดับลงมาเรื่อย ๆ

235
00:15:40,212 --> 00:15:44,212
มันอยู่ช่องนี้แล้ว ข้อมูลล่าสุดอยู่ช่องนี้

236
00:15:44,216 --> 00:15:48,216
เพราะฉะนั้น เวลาเราหย่อนลงไป มันก็ไหลลงไปจนถึงตัวสุดท้าย

237
00:15:48,216 --> 00:15:52,215
ที่มันสามารถจะใส่ได้ ก็คือในช่องตรงนี้ ก็คือจะเอา 3

238
00:15:52,215 --> 00:15:56,213
มาใส่

239
00:15:56,213 --> 00:16:00,212
แล้วเราใส่ด้วยคำสั่งอะไร

240
00:16:00,212 --> 00:16:04,212
เราใช้ List นะคะ

241
00:16:04,213 --> 00:16:08,213
ในการจัดเก็บข้อมูล เราใช้ลิสต์ในการจัดเก็บข้อมูล

242
00:16:08,221 --> 00:16:12,212
เพราะฉะนั้น คำสั่งของการ

243
00:16:12,212 --> 00:16:16,212
เพิ่มข้อมูลลงไปใน Stack ก็คือใช้คำสั่ง

244
00:16:16,217 --> 00:16:20,214
Append ได้เลย เพราะ Append

245
00:16:20,214 --> 00:16:24,214
ิเป็นคำสั่งของการเพิ่มข้อมูลลงไป

246
00:16:24,219 --> 00:16:28,212
ในลิสต์นะคะ ใส่ชื่อ

247
00:16:28,212 --> 00:16:32,212
แล้วตามด้วยคำสั่ง Append(d)

248
00:16:32,214 --> 00:16:36,212
ใส่ค่าข้อมูลตัวใหม่แล้วก็วงเล็บปิด

249
00:16:36,212 --> 00:16:40,211
ถัดมา

250
00:16:40,211 --> 00:16:44,211
Pop

251
00:16:44,211 --> 00:16:48,211
คือ เอาออกนะคะ คือ Pop คือ เอาออก

252
00:16:48,216 --> 00:16:52,212
ก่อนที่เราจะเอาข้อมูลออก

253
00:16:52,212 --> 00:16:56,212
นี่ เราต้องเช็กก่อนว่า Stack เรา

254
00:16:56,214 --> 00:17:00,211
มีข้อมูลอยู่ไหม ถ้า Stack

255
00:17:00,211 --> 00:17:04,211
มันไม่มีข้อมูลอยู่เลยเราจะเอาอะไรออกมาได้ไหม ไม่ได้

256
00:17:04,219 --> 00:17:08,214
นะคะ เพราะมันไม่มีข้อมูลอะไรให้เราดึงออกมา

257
00:17:08,214 --> 00:17:12,214
เพราะฉะนั้น อันดับแรกนี่ เราต้องเช็กก่อน

258
00:17:12,214 --> 00:17:16,214
มันมีข้อมูลอยู่ไหมนะคะ มันมีข้อมูลอยู่ไหม

259
00:17:16,214 --> 00:17:20,213
ถ้ามันไม่มีข้อมูลอยู่เลย เราจะบอกว่า

260
00:17:20,213 --> 00:17:24,213
มันคือ Stack ว่าง เราไม่สามารถทำคำสั่ง Pop

261
00:17:24,215 --> 00:17:28,213
ได้นะคะ แต่ถ้า

262
00:17:28,213 --> 00:17:32,211
Stack ไม่ว่าง เช่น

263
00:17:32,211 --> 00:17:36,211
ในบรรทัดแถวที่ 2 มันมี Stack ไม่ว่างนะ มันมีข้อมูลอยู่ตั้ง 3 ตัว

264
00:17:36,213 --> 00:17:40,212
เราใช้คำสั่ง Pop

265
00:17:40,212 --> 00:17:44,212
ข้อมูลอะไรจะถูกดึงออกมา มีอยู่ 3 ค่านี่

266
00:17:44,215 --> 00:17:48,215
ข้อมูลที่จะเอาออกมาจาก Stack

267
00:17:48,215 --> 00:17:52,215
ก็คือข้อมูลค่าอะไรเอ่ย

268
00:17:52,216 --> 00:17:56,212
อะไรคะ 1 หรือ 2

269
00:17:56,212 --> 00:18:00,212
หรือ 3 3 ใช่ไหม

270
00:18:00,212 --> 00:18:04,212
เอาตัวที่อยู่บนสุด

271
00:18:04,212 --> 00:18:08,212
ตัวล่าสุดน่ะ ตัวล่าสุดถูกไหมคะ ถ้าอยู่ในแนวนอนตัวล่าสุดจะอยู่

272
00:18:08,215 --> 00:18:12,212
ด้านขวา

273
00:18:12,212 --> 00:18:16,212
ถ้าเป็นแนวตั้งตัวล่าสุดจะอยู่ข้างบนใช่ไหมคะ

274
00:18:16,215 --> 00:18:20,213
เลข 3 จะถูก

275
00:18:20,213 --> 00:18:24,213
ดึงออกมานะคะ หลังจากที่เราใช้คำสั่ง Pop

276
00:18:24,216 --> 00:18:28,212

277
00:18:28,212 --> 00:18:32,212
โอเค

278
00:18:32,213 --> 00:18:36,212
ถัดมาตัวนี้จะเป็นคำสั่ง

279
00:18:36,212 --> 00:18:40,212
ที่เราใช้เขียน เช่น

280
00:18:40,212 --> 00:18:44,212
เราจะเช็กว่า Stack นั้นเป็น Stack ว่าง

281
00:18:44,216 --> 00:18:48,216
หรือเปล่า เราก็ดูขนาดของ Stack ใช่ไหมคะ

282
00:18:48,216 --> 00:18:52,215
หาขนาดของ Stack ว่ามันมีขนาด

283
00:18:52,215 --> 00:18:56,215
เท่าไหร่ ถ้าขนาดมันมีค่าเป็น 0

284
00:18:56,224 --> 00:19:00,224
แสดงว่ามันเป็น Stack ว่าง ไม่มีข้อมูลอยู่เลย

285
00:19:00,224 --> 00:19:04,213
ก็ไม่ต้องทำอะไรใช่ไหมคะ แต่ถ้า

286
00:19:04,213 --> 00:19:08,212
มันไม่ใช่ Stack ว่างเราก็

287
00:19:08,212 --> 00:19:12,212
จะดึงค่าที่อยู่บนสุดออกมา

288
00:19:12,215 --> 00:19:16,211
คราวนี้

289
00:19:16,211 --> 00:19:20,211
อันนี้จะเป็นโค้ด เป็นโปรแกรมที่เราจะเขียนทั้งหมด

290
00:19:20,216 --> 00:19:24,214
เดี๋ยวครูบอกอีกทีข้างหลัง

291
00:19:24,214 --> 00:19:28,212
สมมติว่า

292
00:19:28,212 --> 00:19:32,212

293
00:19:32,212 --> 00:19:36,212

294
00:19:36,212 --> 00:19:40,212

295
00:19:40,216 --> 00:19:44,215
ครูอยาก...

296
00:19:44,215 --> 00:19:48,212

297
00:19:48,212 --> 00:19:52,212

298
00:19:52,225 --> 00:19:56,212

299
00:19:56,212 --> 00:20:00,212

300
00:20:00,212 --> 00:20:04,212

301
00:20:04,213 --> 00:20:08,212

302
00:20:08,212 --> 00:20:12,212

303
00:20:12,212 --> 00:20:16,212

304
00:20:16,213 --> 00:20:20,213

305
00:20:20,213 --> 00:20:24,213

306
00:20:24,214 --> 00:20:28,214

307
00:20:28,221 --> 00:20:32,212

308
00:20:32,212 --> 00:20:36,212

309
00:20:36,215 --> 00:20:40,213

310
00:20:40,213 --> 00:20:44,212
คราวนี้ดูนะคะ

311
00:20:44,212 --> 00:20:48,212
ครูมี Stack มาให้ Stack ครูมีกี่ช่องคะ

312
00:20:48,216 --> 00:20:52,215
มี 4 ช่องในแนวตั้งถูกหรือเปล่า

313
00:20:52,215 --> 00:20:56,213
เป็น Stack ในแนวตั้ง มี 4 ช่องนะคะ

314
00:20:56,213 --> 00:21:00,212
ตัวแรก ตัวแรกน่ะจะอยู่

315
00:21:00,212 --> 00:21:04,212
ด้านฐาน จะอยู่ด้านล่างสุดนะ เวลาเราหย่อนข้อมูลลงไป ตัวแรก

316
00:21:04,216 --> 00:21:08,216
จะลงมาอยู่ช่องล่างสุดแล้วค่อยขยับไปช่องถัดไป ๆ

317
00:21:08,216 --> 00:21:12,216
นะคะ จะซ้อนขึ้นไปข้างบนนะ ถ้าเป็น Stack ในแนวตั้ง

318
00:21:12,218 --> 00:21:16,213
คำสั่ง

319
00:21:16,213 --> 00:21:20,213
อย่างที่บอกเรามีแค่ 2 คำสั่งนะ มีแค่ Push กับ Pop

320
00:21:20,217 --> 00:21:24,217
ใช่ไหมคะ Push

321
00:21:24,218 --> 00:21:28,214
ใส่ข้อมูล

322
00:21:28,214 --> 00:21:32,212
กับ Pop

323
00:21:32,212 --> 00:21:36,212
เอาข้อมูลออก คือ ใส่กับเอาออก

324
00:21:36,212 --> 00:21:40,212
นะคะ คราวนี้ดู

325
00:21:40,212 --> 00:21:44,212
Push 5 เห็นไหมคะ ครูใส่หมายเลขช่องก่อนนะ

326
00:21:44,217 --> 00:21:48,213
อันนี้เป็นหมานยเลข 1, 0, 1, 2, 3

327
00:21:48,213 --> 00:21:52,213
เราจะได้เข้าใจตรงกัน โอเค

328
00:21:52,215 --> 00:21:56,213
นะคะ มีหลายเลขช่องแล้วนะ มี 0 1 2 3

329
00:21:56,213 --> 00:22:00,213
ครูสั่ง Push 5 5 จะ

330
00:22:00,213 --> 00:22:04,213
ไปอยู่ที่ช่องไหน ช่องไหนเอ่ย

331
00:22:04,214 --> 00:22:08,213
ช่องหมายเลขอะไร ครูหย่อน 5

332
00:22:08,213 --> 00:22:12,213
ลงไปมันก็จะไหลลงมาอยู่ที่ช่องไหนคะ

333
00:22:12,214 --> 00:22:16,214
ช่อง 0 เห็นไหม พอครูหย่อน 5 ลงมา

334
00:22:16,216 --> 00:22:20,213
ไหลลงมาเรื่อย ๆ จนมาอยู่ที่

335
00:22:20,213 --> 00:22:24,213
ช่อง 0 เสร็จแล้วครูสั่งคำสั่ง Push

336
00:22:24,213 --> 00:22:28,213
10 เดิมมันมี 5 อยู่แล้วนะ

337
00:22:28,213 --> 00:22:32,213
แล้วครูสั่ง Push 10 เพราะฉะนั้น 10 จะมาอยู่ที่ไหนคะ

338
00:22:32,214 --> 00:22:36,213
10 จะมาอยู่ที่

339
00:22:36,213 --> 00:22:40,213
1 ถูกไหมคะ ก็หย่อน 10 ลงมานะ

340
00:22:40,214 --> 00:22:44,212
ถัดมาเดิม

341
00:22:44,212 --> 00:22:48,212
เดิม มี 5 กับ 10 แล้ว ครูเขียนเรียบร้อยก่อน

342
00:22:48,217 --> 00:22:52,216
นะคะ ใส่ที่ช่อง 0 กับช่อง 1 ครู

343
00:22:52,216 --> 00:22:56,213
สั่ง Push 15 ไปอยู่ที่ช่องไหนคะ 2 ใช่ไหม

344
00:22:56,213 --> 00:23:00,213
เห็นไหม พอ Push ข้อมูลลงไป

345
00:23:00,213 --> 00:23:04,213
คราวนี้ จากรูปนี้ ครูสั่ง Pop

346
00:23:04,213 --> 00:23:08,213
เอาอะไรออกมา

347
00:23:08,213 --> 00:23:12,213
จากรูปนี้พอครูสั่ง Pop ปุ๊บ เอาอะไรออกมาคะ

348
00:23:12,215 --> 00:23:16,212
เอาอะไรออกมาเอ่ย

349
00:23:16,212 --> 00:23:20,212
15 ใช่ไหม เอาตัวบนสุด

350
00:23:20,215 --> 00:23:24,213
เลือก

351
00:23:24,213 --> 00:23:28,213
เราเลือก

352
00:23:28,213 --> 00:23:32,213
ตัวบนสุดออกมาใช่ไหมคะ

353
00:23:32,213 --> 00:23:36,213
เพราะฉะนั้น 15 จะถูกดึง

354
00:23:36,213 --> 00:23:40,213
ออกมาข้างนอกเห็นไหมคะ

355
00:23:40,217 --> 00:23:44,217
เพราะฉะนั้น ใน Stack จะเหลือแค่ 10 กับ 5

356
00:23:44,219 --> 00:23:48,214
ครูสั่ง Pop อีกทีหนึ่ง

357
00:23:48,214 --> 00:23:52,214
เอาอะไรออกมาคะ เดิม

358
00:23:52,217 --> 00:23:56,213
มี 5 กับ 10

359
00:23:56,213 --> 00:24:00,213
คราวนี้เอาอะไรออกมา ครูสั่ง Pop ปุ๊บ อะไรออกมาคะ

360
00:24:00,242 --> 00:24:04,213
10 ออกมาเห็นไหม 10 ไม่เหลือแล้ว

361
00:24:04,213 --> 00:24:08,213
เพราะฉะนั้น ตอนนี้ ใน Stack เราเหลือกี่ค่าคะ

362
00:24:08,216 --> 00:24:12,213
ค่าเดียว คือเลข 5

363
00:24:12,213 --> 00:24:16,213
จดตัวนี้ไว้ในกระดาษให้ครูหน่อย

364
00:24:16,213 --> 00:24:20,213

365
00:24:20,214 --> 00:24:24,214
เดี๋ยวครูจะให้ทำแบบฝึกหัด

366
00:24:24,214 --> 00:24:28,213
นะคะ

367
00:24:28,213 --> 00:24:32,213

368
00:24:32,214 --> 00:24:36,214

369
00:24:36,219 --> 00:24:40,213

370
00:24:40,213 --> 00:24:44,213

371
00:24:44,213 --> 00:24:48,213

372
00:24:48,213 --> 00:24:52,213

373
00:24:52,213 --> 00:24:56,213

374
00:24:56,214 --> 00:25:00,214

375
00:25:00,214 --> 00:25:04,214

376
00:25:04,214 --> 00:25:08,213

377
00:25:08,213 --> 00:25:12,213

378
00:25:12,214 --> 00:25:16,214

379
00:25:16,216 --> 00:25:20,214

380
00:25:20,214 --> 00:25:24,213

381
00:25:24,213 --> 00:25:28,213

382
00:25:28,215 --> 00:25:32,215
มีกระดาษไหมคะ มีใครไม่มีกระดาษไหมคะ

383
00:25:32,215 --> 00:25:36,215
ครูมีกระดาษมาแจก มีไหมคะ

384
00:25:36,224 --> 00:25:40,214
มันจะมีเส้น

385
00:25:40,214 --> 00:25:44,214

386
00:25:44,214 --> 00:25:48,214

387
00:25:48,214 --> 00:25:52,213

388
00:25:52,213 --> 00:25:56,213

389
00:25:56,215 --> 00:26:00,214

390
00:26:00,214 --> 00:26:04,214

391
00:26:04,214 --> 00:26:08,214

392
00:26:08,214 --> 00:26:12,214

393
00:26:12,214 --> 00:26:16,214

394
00:26:16,222 --> 00:26:20,216

395
00:26:20,216 --> 00:26:24,214

396
00:26:24,214 --> 00:26:28,214

397
00:26:28,220 --> 00:26:32,215

398
00:26:32,215 --> 00:26:36,214

399
00:26:36,214 --> 00:26:40,214

400
00:26:40,215 --> 00:26:44,215

401
00:26:44,217 --> 00:26:48,217

402
00:26:48,217 --> 00:26:52,214

403
00:26:52,214 --> 00:26:56,214

404
00:26:56,214 --> 00:27:00,214

405
00:27:00,214 --> 00:27:04,214

406
00:27:04,217 --> 00:27:08,217

407
00:27:08,221 --> 00:27:12,215

408
00:27:12,215 --> 00:27:16,215

409
00:27:16,216 --> 00:27:20,216

410
00:27:20,216 --> 00:27:24,215

411
00:27:24,215 --> 00:27:28,214

412
00:27:28,214 --> 00:27:32,214

413
00:27:32,214 --> 00:27:36,214

414
00:27:36,215 --> 00:27:40,214

415
00:27:40,214 --> 00:27:44,214

416
00:27:44,215 --> 00:27:48,215

417
00:27:48,215 --> 00:27:52,215

418
00:27:52,215 --> 00:27:56,215

419
00:27:56,215 --> 00:28:00,215

420
00:28:00,215 --> 00:28:04,215

421
00:28:04,215 --> 00:28:08,215

422
00:28:08,217 --> 00:28:12,215

423
00:28:12,215 --> 00:28:16,215

424
00:28:16,216 --> 00:28:20,215

425
00:28:20,215 --> 00:28:24,215

426
00:28:24,215 --> 00:28:28,215

427
00:28:28,216 --> 00:28:32,216

428
00:28:32,216 --> 00:28:36,216

429
00:28:36,216 --> 00:28:40,216

430
00:28:40,226 --> 00:28:44,225

431
00:28:44,225 --> 00:28:48,216

432
00:28:48,216 --> 00:28:52,215

433
00:28:52,215 --> 00:28:56,215

434
00:28:56,216 --> 00:29:00,216

435
00:29:00,216 --> 00:29:04,216

436
00:29:04,217 --> 00:29:08,215

437
00:29:08,215 --> 00:29:12,215

438
00:29:12,215 --> 00:29:16,215

439
00:29:16,215 --> 00:29:20,215

440
00:29:20,216 --> 00:29:24,216

441
00:29:24,218 --> 00:29:28,215

442
00:29:28,215 --> 00:29:32,215

443
00:29:32,215 --> 00:29:36,215

444
00:29:36,221 --> 00:29:40,215

445
00:29:40,215 --> 00:29:44,215

446
00:29:44,216 --> 00:29:48,216

447
00:29:48,216 --> 00:29:52,216

448
00:29:52,216 --> 00:29:56,216

449
00:29:56,217 --> 00:30:00,216

450
00:30:00,216 --> 00:30:04,216

451
00:30:04,222 --> 00:30:08,215

452
00:30:08,215 --> 00:30:12,215

453
00:30:12,216 --> 00:30:16,216

454
00:30:16,216 --> 00:30:20,216

455
00:30:20,217 --> 00:30:24,217

456
00:30:24,223 --> 00:30:28,216

457
00:30:28,216 --> 00:30:32,216

458
00:30:32,216 --> 00:30:36,216

459
00:30:36,217 --> 00:30:40,217

460
00:30:40,221 --> 00:30:44,221

461
00:30:44,225 --> 00:30:48,223
คราวนี้นะคะ ครูมีโจทย์มาให้ แล้วก็มี

462
00:30:48,223 --> 00:30:52,217
คำสั่งมาให้

463
00:30:52,217 --> 00:30:56,217
ทำเหมือนเดิมเลยใช่ไหมคะ แต่ครูมีตัว

464
00:30:56,218 --> 00:31:00,218
เริ่มต้นให้ ครูมีให้อยู่แล้วอยู่ใน Stack

465
00:31:00,220 --> 00:31:04,220
คือ 5 ใช่ไหมคะ อันแรก เราหย่อน

466
00:31:04,226 --> 00:31:08,220
เลข 2 ลงไป อันที่ 2 เขียนของเดิมก่อน

467
00:31:08,220 --> 00:31:12,217
ใช่ไหมคะ แล้วค่อยหย่อนเลข 7 ลงไป

468
00:31:12,217 --> 00:31:16,217
ถัดมาหย่อนเลข 1 Pop

469
00:31:16,220 --> 00:31:20,220
คือ เอาออกนะ คือ เอาออก แล้วบอกครูด้วยว่่าช เอาออกนะ คือ เอาออก แล้วบอกครูด้วยว่า

470
00:31:20,224 --> 00:31:24,216
ข้อมูล

471
00:31:24,216 --> 00:31:28,216
ที่เอาออกมา

472
00:31:28,217 --> 00:31:32,217
คืออะไร เสร็จแล้ว

473
00:31:32,218 --> 00:31:36,218
ก็มีคำสั่งตัวสุดท้าย ก็คือ Push ตัวเลข 7 ลงไป

474
00:31:36,221 --> 00:31:40,216

475
00:31:40,216 --> 00:31:44,216
ลองทำดูนะคะ

476
00:31:44,218 --> 00:31:48,217

477
00:31:48,217 --> 00:31:52,217
เพราะฉะนั้น แต่ละข้อ

478
00:31:52,217 --> 00:31:56,217
มันจะต่อเนื่องกันไปนะคะ

479
00:31:56,219 --> 00:32:00,217
ทำตัวแรก ข้อที่ 1 เสร็จ เอาข้อมูลนี่

480
00:32:00,217 --> 00:32:04,217
มาตั้งต้นไว้ก่อนแล้วเราค่อย Push

481
00:32:04,219 --> 00:32:08,219
เลข 7 ลงไป เดี๋ยวเราทำด้วยกัน 1 ข้อนะ

482
00:32:08,220 --> 00:32:12,220
อันนี้คือ Push เลข 2 หย่อนเลข 2

483
00:32:12,226 --> 00:32:16,217
ลงไป

484
00:32:16,217 --> 00:32:20,217

485
00:32:20,219 --> 00:32:24,219
ข้อที่ 2 ครูจะใส่เลข 7 เพราะฉะนั้น ครู

486
00:32:24,221 --> 00:32:28,216
ต้องใส่ข้อมูลเดิมก่อน

487
00:32:28,216 --> 00:32:32,216
นะคะ และก็หย่อนเลข 7 ลงไป ทำต่อให้ครูหน่อย

488
00:32:32,220 --> 00:32:36,217
อีก 3 อัน

489
00:32:36,217 --> 00:32:40,216

490
00:32:40,216 --> 00:32:44,216

491
00:32:44,221 --> 00:32:48,216

492
00:32:48,216 --> 00:32:52,216

493
00:32:52,216 --> 00:32:56,216

494
00:32:56,227 --> 00:33:00,216

495
00:33:00,216 --> 00:33:04,216

496
00:33:04,216 --> 00:33:08,216

497
00:33:08,217 --> 00:33:12,217

498
00:33:12,218 --> 00:33:16,217

499
00:33:16,217 --> 00:33:20,217

500
00:33:20,233 --> 00:33:24,218

501
00:33:24,218 --> 00:33:28,218

502
00:33:28,231 --> 00:33:32,222

503
00:33:32,222 --> 00:33:36,217

504
00:33:36,217 --> 00:33:40,217

505
00:33:40,217 --> 00:33:44,217

506
00:33:44,217 --> 00:33:48,217

507
00:33:48,217 --> 00:33:52,217

508
00:33:52,221 --> 00:33:56,218

509
00:33:56,218 --> 00:34:00,218

510
00:34:00,226 --> 00:34:04,218

511
00:34:04,218 --> 00:34:08,217

512
00:34:08,217 --> 00:34:12,217

513
00:34:12,219 --> 00:34:16,217

514
00:34:16,217 --> 00:34:20,217

515
00:34:20,218 --> 00:34:24,218

516
00:34:24,219 --> 00:34:28,217

517
00:34:28,217 --> 00:34:32,216

518
00:34:32,216 --> 00:34:36,216

519
00:34:36,217 --> 00:34:40,217

520
00:34:40,217 --> 00:34:44,217

521
00:34:44,218 --> 00:34:48,217

522
00:34:48,217 --> 00:34:52,217

523
00:34:52,217 --> 00:34:56,217

524
00:34:56,218 --> 00:35:00,217

525
00:35:00,217 --> 00:35:04,217

526
00:35:04,219 --> 00:35:08,218

527
00:35:08,218 --> 00:35:12,217

528
00:35:12,217 --> 00:35:16,217

529
00:35:16,218 --> 00:35:20,217

530
00:35:20,217 --> 00:35:24,217

531
00:35:24,223 --> 00:35:28,217

532
00:35:28,217 --> 00:35:32,217

533
00:35:32,217 --> 00:35:36,217

534
00:35:36,220 --> 00:35:40,219

535
00:35:40,219 --> 00:35:44,219

536
00:35:44,220 --> 00:35:48,219

537
00:35:48,219 --> 00:35:52,217

538
00:35:52,217 --> 00:35:56,217

539
00:35:56,218 --> 00:36:00,217

540
00:36:00,217 --> 00:36:04,217

541
00:36:04,227 --> 00:36:08,220

542
00:36:08,220 --> 00:36:12,220

543
00:36:12,221 --> 00:36:16,221

544
00:36:16,225 --> 00:36:20,219

545
00:36:20,219 --> 00:36:24,219

546
00:36:24,221 --> 00:36:28,219

547
00:36:28,219 --> 00:36:32,219

548
00:36:32,219 --> 00:36:36,219

549
00:36:36,225 --> 00:36:40,218

550
00:36:40,218 --> 00:36:44,217

551
00:36:44,217 --> 00:36:48,217

552
00:36:48,220 --> 00:36:52,220

553
00:36:52,221 --> 00:36:56,218

554
00:36:56,218 --> 00:37:00,218

555
00:37:00,223 --> 00:37:04,219

556
00:37:04,219 --> 00:37:08,219

557
00:37:08,219 --> 00:37:12,219

558
00:37:12,219 --> 00:37:16,217

559
00:37:16,217 --> 00:37:20,217

560
00:37:20,218 --> 00:37:24,218

561
00:37:24,218 --> 00:37:28,218

562
00:37:28,218 --> 00:37:32,218

563
00:37:32,218 --> 00:37:36,218

564
00:37:36,218 --> 00:37:40,218

565
00:37:40,219 --> 00:37:44,219

566
00:37:44,219 --> 00:37:48,219

567
00:37:48,220 --> 00:37:52,220

568
00:37:52,224 --> 00:37:56,218

569
00:37:56,218 --> 00:38:00,218

570
00:38:00,218 --> 00:38:04,218

571
00:38:04,222 --> 00:38:08,218

572
00:38:08,218 --> 00:38:12,218

573
00:38:12,222 --> 00:38:16,218

574
00:38:16,218 --> 00:38:20,218

575
00:38:20,222 --> 00:38:24,222

576
00:38:24,231 --> 00:38:28,217

577
00:38:28,217 --> 00:38:32,217

578
00:38:32,218 --> 00:38:36,218

579
00:38:36,221 --> 00:38:40,219

580
00:38:40,219 --> 00:38:44,219

581
00:38:44,224 --> 00:38:48,218

582
00:38:48,218 --> 00:38:52,218

583
00:38:52,218 --> 00:38:56,218

584
00:38:56,218 --> 00:39:00,218

585
00:39:00,218 --> 00:39:04,218

586
00:39:04,220 --> 00:39:08,218

587
00:39:08,218 --> 00:39:12,218

588
00:39:12,220 --> 00:39:16,220

589
00:39:16,220 --> 00:39:20,218

590
00:39:20,218 --> 00:39:24,218

591
00:39:24,218 --> 00:39:28,218

592
00:39:28,220 --> 00:39:32,218

593
00:39:32,218 --> 00:39:36,218

594
00:39:36,218 --> 00:39:40,218

595
00:39:40,219 --> 00:39:44,219

596
00:39:44,221 --> 00:39:48,218

597
00:39:48,218 --> 00:39:52,218

598
00:39:52,218 --> 00:39:56,218

599
00:39:56,218 --> 00:40:00,218

600
00:40:00,221 --> 00:40:04,221

601
00:40:04,221 --> 00:40:08,219

602
00:40:08,219 --> 00:40:12,218

603
00:40:12,218 --> 00:40:16,218

604
00:40:16,225 --> 00:40:20,225

605
00:40:20,227 --> 00:40:24,218

606
00:40:24,218 --> 00:40:28,218

607
00:40:28,218 --> 00:40:32,218

608
00:40:32,225 --> 00:40:36,219

609
00:40:36,219 --> 00:40:40,219

610
00:40:40,225 --> 00:40:44,225
คราวนี้เดี๋ยวเรามาดูเฉลยพร้

611
00:40:44,228 --> 00:40:48,218

612
00:40:48,218 --> 00:40:52,218

613
00:40:52,218 --> 00:40:56,218
อมกันนะคะ ข้อ 3 นะคะ ครูสั่ง Push 1 ก็คือใส่เลข 1 ลง

614
00:40:56,223 --> 00:41:00,219
ใน Stack เดิม

615
00:41:00,219 --> 00:41:04,219
เอาของเดิมยกมาก่อนนะ อย่าเพิ่งใส่นะคะ ของเดิม

616
00:41:04,220 --> 00:41:08,220
มี 3 ค่านะ เขียนก่อนนะคะ

617
00:41:08,222 --> 00:41:12,221
เขียนค่าเดิมก่อน ใส่ค่าเดิมมาก่อน

618
00:41:12,221 --> 00:41:16,221
นะคะ เสร็จแล้วครูสั่ง Push 1

619
00:41:16,222 --> 00:41:20,221
1 จะอยู่ด้านบนเลข 7

620
00:41:20,221 --> 00:41:24,220
ใช่ไหมคะ

621
00:41:24,220 --> 00:41:28,220
จากนั้นครูสั่ง Pop Pop คือ เอาออก

622
00:41:28,220 --> 00:41:32,220
บนสุดคืออะไร คือ 1 ใช่ไหมคะ เพราะฉะนั้น

623
00:41:32,220 --> 00:41:36,220
เอาอะไรออก เอา 1 ออก เพราะฉะนั้น ที่เหลือ

624
00:41:36,226 --> 00:41:40,222
็ก็คือ 5, 2, 7 ใช่ไหมคะ 1

625
00:41:40,222 --> 00:41:44,222
จะถูกเอาออกมาใช่ไหม เพราะฉะนั้น ข้อมูล

626
00:41:44,232 --> 00:41:48,227
ที่นำออกจาก Stack ก็คือ 1

627
00:41:48,227 --> 00:41:52,219
นะคะ

628
00:41:52,219 --> 00:41:56,219
ครูสั่ง Push อีกครั้งหนึ่งทำอย่างไร

629
00:41:56,221 --> 00:42:00,221
ก็เอาของเดิมที่มีอยู่ใน Stack เขียนก่อน

630
00:42:00,230 --> 00:42:04,220
เพราะฉะนั้น กรณีที่ Push ข้อม

631
00:42:04,220 --> 00:42:08,220
ูลลงไปใน Stack ยกของเดิมมาก่อน

632
00:42:08,227 --> 00:42:12,219
เสร็จแล้ว

633
00:42:12,219 --> 00:42:16,219
ใส่ตัวเลขที่ครูสั่งลงไป ก็คือ 7 7

634
00:42:16,223 --> 00:42:20,220
ก็จะอยู่ด้านบนนะคะ อันนี้คือ

635
00:42:20,220 --> 00:42:24,220
Stack ที่ได้หลังจากที่เราใช้

636
00:42:24,229 --> 00:42:28,223
คำสั่งทั้งหมด 5 คำสั่ง

637
00:42:28,223 --> 00:42:32,223

638
00:42:32,229 --> 00:42:36,219
โอเค

639
00:42:36,219 --> 00:42:40,219

640
00:42:40,220 --> 00:42:44,220
ถัดมาครูเปลี่ยนนะ จากแนวตั้ง

641
00:42:44,221 --> 00:42:48,221
เป็นแนวนอนนะคะ ถ้าครูลองเปลี่ยน Stack เป็นแนวนอน

642
00:42:48,222 --> 00:42:52,222
บ้าง

643
00:42:52,223 --> 00:42:56,219

644
00:42:56,219 --> 00:43:00,219

645
00:43:00,221 --> 00:43:04,219

646
00:43:04,219 --> 00:43:08,219

647
00:43:08,220 --> 00:43:12,220

648
00:43:12,220 --> 00:43:16,220

649
00:43:16,225 --> 00:43:20,222

650
00:43:20,222 --> 00:43:24,222

651
00:43:25,220 --> 00:43:29,220
คราวนี้ครูลองเปลี่ยน Stack เป็นอีกรูปแบบหนึ่ง

652
00:43:29,224 --> 00:43:33,221
เป็นแนวนอนบ้างนะคะ

653
00:43:33,221 --> 00:43:37,220
และครูมีตัวเลข

654
00:43:37,220 --> 00:43:41,220
ที่อยู่ใน Stack ไว้ให้ คือ 3

655
00:43:41,220 --> 00:43:45,220
แล้วก็ 1 ถูกไหม ตัวแรกจะอยู่ซ้ายสุดใช่ไหมคะ

656
00:43:45,223 --> 00:43:49,222
ถัดมาก็จะเป็นตัวที่ 2

657
00:43:49,222 --> 00:43:53,222
แล้วครูใช้คำสั่ง Push 5 ข้อที่ 2

658
00:43:53,224 --> 00:43:57,220
ครู Push 6 เสร็จแล้ว

659
00:43:57,220 --> 00:44:01,220
ครู Pop นะคะ ลองทำสิ

660
00:44:21,250 --> 00:46:07,226

661
00:44:01,221 --> 00:44:05,221

662
00:44:05,221 --> 00:44:09,220

663
00:44:09,220 --> 00:44:13,220

664
00:44:13,220 --> 00:44:17,220

665
00:44:17,220 --> 00:44:21,220

666
00:44:21,222 --> 00:44:25,220

667
00:44:25,220 --> 00:44:29,220

668
00:44:29,220 --> 00:44:33,220

669
00:44:33,220 --> 00:44:37,220

670
00:44:37,220 --> 00:44:41,220

671
00:44:41,220 --> 00:44:45,220

672
00:44:45,220 --> 00:44:49,220

673
00:44:49,220 --> 00:44:53,220

674
00:44:53,220 --> 00:44:57,220

675
00:44:57,220 --> 00:45:01,220

676
00:45:01,220 --> 00:45:05,220

677
00:45:05,221 --> 00:45:09,221

678
00:45:09,222 --> 00:45:13,221

679
00:45:13,221 --> 00:45:17,221

680
00:45:17,221 --> 00:45:21,221

681
00:45:21,221 --> 00:45:25,221

682
00:45:25,222 --> 00:45:29,222

683
00:45:29,222 --> 00:45:33,222

684
00:45:33,222 --> 00:45:37,222

685
00:45:37,222 --> 00:45:41,220

686
00:45:41,220 --> 00:45:45,220

687
00:45:45,225 --> 00:45:49,221

688
00:45:49,221 --> 00:45:53,221

689
00:45:53,221 --> 00:45:57,220

690
00:45:57,220 --> 00:46:01,220

691
00:46:01,222 --> 00:46:05,222

692
00:46:05,222 --> 00:46:09,222

693
00:46:09,227 --> 00:46:13,225

694
00:46:13,225 --> 00:46:17,221

695
00:46:17,221 --> 00:46:21,221

696
00:46:21,221 --> 00:46:25,221

697
00:46:25,221 --> 00:46:29,221

698
00:46:29,221 --> 00:46:33,221

699
00:46:33,222 --> 00:46:37,221

700
00:46:37,221 --> 00:46:41,221

701
00:46:41,230 --> 00:46:45,221

702
00:46:45,221 --> 00:46:49,221

703
00:46:49,222 --> 00:46:53,222

704
00:46:53,224 --> 00:46:57,221

705
00:46:57,221 --> 00:47:01,221

706
00:47:01,223 --> 00:47:05,221

707
00:47:05,221 --> 00:47:09,221

708
00:47:09,221 --> 00:47:13,221

709
00:47:13,221 --> 00:47:17,221

710
00:47:17,222 --> 00:47:21,222

711
00:47:21,223 --> 00:47:25,223

712
00:47:25,223 --> 00:47:29,221

713
00:47:29,221 --> 00:47:33,221

714
00:47:33,221 --> 00:47:37,221

715
00:47:37,228 --> 00:47:41,223

716
00:47:41,223 --> 00:47:45,221

717
00:47:45,221 --> 00:47:49,221

718
00:47:49,223 --> 00:47:53,221

719
00:47:53,221 --> 00:47:57,221

720
00:47:57,224 --> 00:48:01,223

721
00:48:01,223 --> 00:48:05,221

722
00:48:05,221 --> 00:48:09,221

723
00:48:09,221 --> 00:48:13,221

724
00:48:13,222 --> 00:48:17,221

725
00:48:17,221 --> 00:48:21,221

726
00:48:21,221 --> 00:48:25,221

727
00:48:25,221 --> 00:48:29,221

728
00:48:29,221 --> 00:48:33,221

729
00:48:33,221 --> 00:48:37,221

730
00:48:37,224 --> 00:48:41,222

731
00:48:41,222 --> 00:48:45,222

732
00:48:45,222 --> 00:48:49,222

733
00:48:49,222 --> 00:48:53,221

734
00:48:53,221 --> 00:48:57,221

735
00:48:57,222 --> 00:49:01,222

736
00:49:01,224 --> 00:49:05,223

737
00:49:05,223 --> 00:49:09,223

738
00:49:09,225 --> 00:49:13,224

739
00:49:13,224 --> 00:49:17,224

740
00:49:17,225 --> 00:49:21,222

741
00:49:21,222 --> 00:49:25,222

742
00:49:25,222 --> 00:49:29,222

743
00:49:29,222 --> 00:49:33,222

744
00:49:33,222 --> 00:49:37,222

745
00:49:37,225 --> 00:49:41,222

746
00:49:41,222 --> 00:49:45,222

747
00:49:45,223 --> 00:49:49,223

748
00:49:49,227 --> 00:49:53,222

749
00:49:53,222 --> 00:49:57,222

750
00:49:57,222 --> 00:50:01,222

751
00:50:01,223 --> 00:50:05,222
คราวนี้นะคะ

752
00:50:05,222 --> 00:50:09,222
มาดูเฉลยด้วยกัน

753
00:50:09,226 --> 00:50:13,223
ครูสั่ง Push 5 แสดงว่า

754
00:50:13,223 --> 00:50:17,223
ครูกำลังจะใส่ข้อมูลลงใน Stack

755
00:50:17,223 --> 00:50:21,223
คือเลข 5 นะคะ ครูก็เอาเลข 5 มาหย่อนลงเลยนะ

756
00:50:21,223 --> 00:50:25,223
เอาเลข 5 มาหย่อนเลยนะคะ

757
00:50:25,223 --> 00:50:29,223
ถัดมาครูใช้คำสั่ง Push

758
00:50:29,223 --> 00:50:33,223
ครูใช้คำสั่ง Push ทำอย่างไร เอา

759
00:50:33,223 --> 00:50:37,223
ของเดิมยกลงมาก่อน ยกของเดิม

760
00:50:37,228 --> 00:50:41,223
มาใส่ก่อนนะคะ ก็จะมี 3,

761
00:50:41,223 --> 00:50:45,222
1 แล้วก็ 5

762
00:50:45,222 --> 00:50:49,222
จากนั้น เรา Push ค่าใหม่ ใส่ค่าใหม่

763
00:50:49,225 --> 00:50:53,224
ลงไป ก็คือ 6

764
00:50:53,224 --> 00:50:57,224
โอเคนะ ใส่ค่า 6 ก็คือค่าใหม่ลงไปใน Stack

765
00:50:57,226 --> 00:51:01,226
เสร็จแล้วครูใช้คำสั่ง Pop

766
00:51:01,226 --> 00:51:05,225
ก็คือเอาออก ก็คือเอาตัวล่าสุด

767
00:51:05,225 --> 00:51:09,223
ที่อยู่ด้านขวา เอาออก

768
00:51:09,223 --> 00:51:13,223
เพราะฉะนั้น ค่าที่ถูกเอาออก ก็คือเลข 6

769
00:51:13,224 --> 00:51:17,224
เห็นไหมคะ เอาเลข 6 ออกมา

770
00:51:17,225 --> 00:51:21,223
แล้วเราก็ยกตัวที่เหลือ

771
00:51:21,223 --> 00:51:25,223
ลงมาใส่ ก็จะเหลือเป็น

772
00:51:25,237 --> 00:51:29,232
3, 1 แล้วก็ 5 นะคะ

773
00:51:29,232 --> 00:51:33,224

774
00:51:33,224 --> 00:51:37,223

775
00:51:37,223 --> 00:51:41,223

776
00:51:41,223 --> 00:51:45,223

777
00:51:45,223 --> 00:51:49,222

778
00:51:49,222 --> 00:51:53,222

779
00:51:53,223 --> 00:51:57,223

780
00:51:57,231 --> 00:52:01,222

781
00:52:01,222 --> 00:52:05,222

782
00:52:05,223 --> 00:52:09,223

783
00:52:09,223 --> 00:52:13,223

784
00:52:13,223 --> 00:52:17,223

785
00:52:17,225 --> 00:52:21,224

786
00:52:21,224 --> 00:52:25,223

787
00:52:25,223 --> 00:52:29,223

788
00:52:29,223 --> 00:52:33,223

789
00:52:33,239 --> 00:52:37,226

790
00:52:37,226 --> 00:52:41,223

791
00:52:41,223 --> 00:52:45,223
คราวนี้นะคะ มาดูต่อ

792
00:52:45,225 --> 00:52:49,225
กระดาษที่ครูแจกเอาวางไว้ก่อนนะคะ อย่าเพิ่งใช้ เรายังไม่ใช้ตอนนี้

793
00:52:49,228 --> 00:52:53,223

794
00:52:53,223 --> 00:52:57,223

795
00:52:57,223 --> 00:53:01,223
เราใช้ Stack ทำอะไร เมื่อกี้

796
00:53:01,223 --> 00:53:05,223
เราพูดถึง Stack ไปแล้วนะ เข้าก่อนออกทีหลัง

797
00:53:05,226 --> 00:53:09,224
นะคะ ข้อมูลไหนเข้าก่อน

798
00:53:09,224 --> 00:53:13,224
จะถูกเอาออกทีหลัง

799
00:53:13,225 --> 00:53:17,224
แล้วเราใช้ Stack ทำอะไรบ้าง

800
00:53:17,224 --> 00:53:21,223
เราใช้ Stack มาทำอะไรบ้าง

801
00:53:21,223 --> 00:53:25,223
ทุกคนบวกเลขเป็นใช่ไหม ทุกคนบวกลบคูณหาร

802
00:53:25,234 --> 00:53:29,224
นะคะ สมการทางคณิตศาสตร์ได้ Stack

803
00:53:29,224 --> 00:53:33,224
จะถูกเอามาใช้ในการ

804
00:53:33,228 --> 00:53:37,225
หาผลลัพธ์ของสมการคณิตศาสตร์

805
00:53:37,225 --> 00:53:41,225
บวกเลข บวกลบเลขนะคะ

806
00:53:41,225 --> 00:53:45,225
คราวนี้ก่อนที่จะไปดูรูปแบบของการ

807
00:53:45,227 --> 00:53:49,226
ใช้ Stack แล้ว Stack มันเกี่ย

808
00:53:49,226 --> 00:53:53,226
วข้องอย่างไรกับการบวก ลบ คูณ หาร นะคะ เรามาดูรูปแบบก่อนว่า

809
00:53:53,227 --> 00:53:57,227
เราใช้ Stack เพื่อเป็นนิพนธ์

810
00:53:57,229 --> 00:54:01,223
ก็คือลักษณะของสมการ

811
00:54:01,223 --> 00:54:05,223
มีอยู่ 3 รูปแบบนะคะ รูปแบบแรกก็คื

812
00:54:05,229 --> 00:54:09,224
อ Infix ก็คือ

813
00:54:09,224 --> 00:54:13,224
บวก ลบ คูณ หาร จะอยู่ระหว่างตัวเลข

814
00:54:13,231 --> 00:54:17,224
นะคะ อันนี้คือ Infix นิพจน์ตัวที่ 2

815
00:54:17,224 --> 00:54:21,224
ก็คือ Prefix

816
00:54:21,224 --> 00:54:25,224
เครื่องหมาย บวก ลบ คูณ หาร จะอยู่ด้านหน้า

817
00:54:25,226 --> 00:54:29,223
และตัวสุดท้ายคือ

818
00:54:29,223 --> 00:54:33,223
Postfix เครื่องหมายจะไปอยู่ด้านหลังของตัวเลข

819
00:54:33,227 --> 00:54:37,225
AC อันนนี้คือตัวเลขนะคะ

820
00:54:37,225 --> 00:54:41,225
เราจะแทนด้วยตัวเลขใด ๆ

821
00:54:41,226 --> 00:54:45,226
คราวนี้ดูนะคะ ในการคำนวณ

822
00:54:45,226 --> 00:54:49,224
ทางคณิตศาสตร์นะ

823
00:54:49,224 --> 00:54:53,224
เวลาเราเจอนะคะ การบวก ลบ

824
00:54:53,225 --> 00:54:57,225
ที่มันมีมากกว่า 2 ตัวเลข

825
00:54:57,226 --> 00:55:01,226
เช่นแบบนี้

826
00:55:01,226 --> 00:55:05,226
5 + 2 x 2 มันมีตัวเลขมากกว่า 2 ตัว

827
00:55:05,229 --> 00:55:09,229
นะคะ แล้วเรา

828
00:55:09,231 --> 00:55:13,226
จะบวกลบเลขอย่างไร

829
00:55:13,226 --> 00:55:17,225
เรามีลำดับความสัมพันธ์ของ

830
00:55:17,225 --> 00:55:21,225
เครื่องหมาย เจอวงเล็บ

831
00:55:21,225 --> 00:55:25,225
ก่อนทำในวงเล็บ

832
00:55:25,227 --> 00:55:29,226
ใช่ไหมคะ เราเจอในวงเล็บ เรา

833
00:55:29,226 --> 00:55:33,225
บวกลบเลขนี่ในวงเล็บก่อน

834
00:55:33,225 --> 00:55:37,225
จากนั้น ลำดับความสำคัญตัวที่ 2 ที่ต้อง

835
00:55:37,256 --> 00:55:41,228
ทำก่อน ก็คือ เครื่องหมาย

836
00:55:41,228 --> 00:55:45,228
ยกกำลัง เช่น 2 ยกกำลัง 2 ใช่ไหมคะ

837
00:55:45,234 --> 00:55:49,231
3 ยกกำลัง 2 อย่างนี้เป็นต้น

838
00:55:49,231 --> 00:55:53,226
เจอเลขยกกำลังเสร็จแล้ว

839
00:55:53,226 --> 00:55:57,226
เราจะคำนวณเครื่องหมายไหนต่อไป ค

840
00:55:57,234 --> 00:56:01,228
ูณกับหาร คูณกับหารมีลำดับความสำคัญ

841
00:56:01,228 --> 00:56:05,225
เท่ากันนะคะ มีลำดับความสำคัญ

842
00:56:05,225 --> 00:56:09,225
เท่ากัน ตามด้วยบวกกับลบ

843
00:56:09,225 --> 00:56:13,225
บวกกับลบก็มีความสำคัญ

844
00:56:13,229 --> 00:56:17,229
เท่ากัน แต่จะทำ

845
00:56:17,232 --> 00:56:21,224
หลังการทำเครื่องหมายคูณกับหาร

846
00:56:21,224 --> 00:56:25,224

847
00:56:25,225 --> 00:56:29,225
นะคะ คราวนี้มาดูโจทย์ครู 2 ตัวนี้

848
00:56:29,226 --> 00:56:33,225
เป็นตัวเลขตัวเดียวกันเลย 5 + 2

849
00:56:33,225 --> 00:56:37,224
x 2 ตัวแรก

850
00:56:37,224 --> 00:56:41,224
ครูมีวงเล็บเปิดกับวงเล็บปิด โจทย์ตัวที่ 2 ไม่มี

851
00:56:41,228 --> 00:56:45,227
วงเล็บนะคะ ครูไม่มีวงเล็บนะ

852
00:56:45,227 --> 00:56:49,224
คราวนี้มาดูข้อแรกก่อน

853
00:56:49,224 --> 00:56:53,224
อย่างที่บอกว่าถ้าเจอวงเล็บ

854
00:56:53,225 --> 00:56:57,225
วงเล็บเปิด วงเล็บปิด ทำ

855
00:56:57,225 --> 00:57:01,225
ข้างในวงเล็บก่อน

856
00:57:01,226 --> 00:57:05,226
เพราะฉะนั้น เราเอาอะไรบวกกันก่อน 5 + 2

857
00:57:05,230 --> 00:57:09,226
เป็นเท่าไรคะ เป็น 7

858
00:57:09,226 --> 00:57:13,226
7 แล้วคูณด้วย 2 เท่ากับเท่าไหร่

859
00:57:13,228 --> 00:57:17,228
เท่ากับเท่าไหร่คะ

860
00:57:17,229 --> 00:57:21,227
เท่ากับ 14

861
00:57:21,227 --> 00:57:25,227

862
00:57:25,228 --> 00:57:29,225
ตัวเลขเท่ากับ 14 ตัวแรกนะคะ เท่ากับ 14

863
00:57:29,225 --> 00:57:33,225
แล้วมาดูข้อ 2 ครูตัด

864
00:57:33,227 --> 00:57:37,226
วงเล็บทิ้งไป 5 + 2 x 2

865
00:57:37,226 --> 00:57:41,226
เราทำตรงไหนก่อน

866
00:57:41,230 --> 00:57:45,227
ย้อนกลับขึ้นมาดูข้างบน ระหว่างบวกกับคูณ

867
00:57:45,227 --> 00:57:49,227
อะไรสำคัญมากกว่ากัน

868
00:57:49,236 --> 00:57:53,224
อะไรมีความสำคัญมากกว่ากันคะ

869
00:57:53,224 --> 00:57:57,223
บวกกับคูณ

870
00:57:57,223 --> 00:58:01,223

871
00:58:01,224 --> 00:58:05,224
ข้างบนเห็นไหมคะ ว่า 1 นี่

872
00:58:05,224 --> 00:58:09,224
มีความสำคัญมากสุดนะ 2. ความสำคัญรองลงมา

873
00:58:09,227 --> 00:58:13,226
ตัวนี้ เบอร์ 3 ความสำคัญ

874
00:58:13,226 --> 00:58:17,225
รองลงมา เบอร์ 4 ความสำคั

875
00:58:17,225 --> 00:58:21,225
ญน้อยสุดเลย เพราะฉะนั้น คูณกับบวก

876
00:58:21,226 --> 00:58:25,226
อะไรมีความสำคัญมากกว่ากัน

877
00:58:25,241 --> 00:58:29,236
คูณใช่ไหมคะ อันนี้คือมากสุด

878
00:58:29,236 --> 00:58:33,229
มากสุด

879
00:58:33,229 --> 00:58:37,228
เพราะฉะนั้น เรา

880
00:58:37,228 --> 00:58:41,223
ทำอะไรก่อน 5 + 2 หรือเอา

881
00:58:41,223 --> 00:58:45,223
2 x 2 2 x 2

882
00:58:45,223 --> 00:58:49,223
เป็น 4 4 + 5

883
00:58:49,223 --> 00:58:53,223
5 เป็นเท่าไหร่คะ

884
00:58:53,223 --> 00:58:57,222
เป็น 9

885
00:58:57,222 --> 00:59:01,222
โอเค

886
00:59:01,222 --> 00:59:05,222
ถ้าครูเขียนใหม่

887
00:59:05,222 --> 00:59:09,222

888
00:59:09,223 --> 00:59:13,222

889
00:59:13,222 --> 00:59:17,222
เลข 2 หรือ เดี๋ยวนะ

890
00:59:17,223 --> 00:59:21,222

891
00:59:21,222 --> 00:59:25,221

892
00:59:25,221 --> 00:59:29,221

893
00:59:29,221 --> 00:59:33,221

894
00:59:33,227 --> 00:59:37,222
โจทย์ข้อนี้

895
00:59:37,222 --> 00:59:41,222
5 คูณ 2

896
00:59:41,223 --> 00:59:45,221
เท่ากับ 12 คนอื่น

897
00:59:45,221 --> 00:59:49,221
ได้ไหมคะ เห็นไหม ตัวเลขเดียวกันเลย

898
00:59:49,225 --> 00:59:53,221
สลับ แล้วก็เครื่องหมายมีเหมือนกันเล

899
00:59:53,221 --> 00:59:57,221
แค่สลับตำแหน่งค่าก็เปลี่ยนแล้ว

900
00:59:57,221 --> 01:00:01,221
ทันไหมคะ คูณกับบวกแสดงว่า

901
01:00:01,221 --> 01:00:05,221
ทำคูณก่อน 5 คูณ 2

902
01:00:05,222 --> 01:00:09,220
เป็น 10 10 + 2 เป็น 12

903
01:00:09,220 --> 01:00:13,220

904
01:00:13,220 --> 01:00:17,220
โอเค

905
01:00:17,220 --> 01:00:21,220
เอาตัวนี้บวกกันก่อน... คูณกันก่อนนะคะ

906
01:00:21,225 --> 01:00:25,220
5 x 2 เป็น 10 แล้ว 10 ค่อยมาบวกกับ

907
01:00:25,220 --> 01:00:29,220
2 โอเค

908
01:00:29,220 --> 01:00:33,220
จะเห็นว่า

909
01:00:33,220 --> 01:00:37,220
อันนี้คือเราคิดใช่ไหม

910
01:00:37,222 --> 01:00:41,222
แล้วเราจะสั่งให้คอมพิวเตอณ์เข้า

911
01:00:41,222 --> 01:00:45,222
เข้าใจแบบที่เราคิดเมื่อกี้ได้อย่างไร

912
01:00:45,225 --> 01:00:49,223
รู้ว่าถ้าเจอคูณนี่ต้องทำคูณก่อนเลย

913
01:00:49,223 --> 01:00:53,221
เจอวงเล็บเปิด ต้องทำวงเล็บเปิด

914
01:00:53,221 --> 01:00:57,221
ตอนนี้เราจะสั่งให้คอมพิวเตอร์นี่สามารถคำนวณ

915
01:00:57,224 --> 01:01:01,223
ให้ได้แบบที่เราคำนวณเมื่อกี้

916
01:01:01,223 --> 01:01:05,221
เราใช้

917
01:01:05,221 --> 01:01:09,219
Stack เข้ามาช่วยในการคำนวณนะคะ

918
01:01:09,219 --> 01:01:13,219
เราใช้ Stack เข้ามาในการคำนวณ

919
01:01:13,220 --> 01:01:17,219
วิธีการทำแบบไหน

920
01:01:17,219 --> 01:01:21,219
มาดูวิธีการนะคะ เรามีตัวเลขอยู่ชุดหนึ่ง

921
01:01:21,224 --> 01:01:25,220
เราต้องการหาค่าออกมา เช่น

922
01:01:25,220 --> 01:01:29,219
ครูมีตัวเลขชุดนี้ล่ะ

923
01:01:29,219 --> 01:01:33,219
ครูสั่งให้คอมพิวเตอร์คำนวณ จะต้องได้ผลลัพธ์ 9

924
01:01:33,223 --> 01:01:37,223
คอมพิวเตอร์จะคิดแบบไหนนะคะ

925
01:01:37,232 --> 01:01:41,222
1 เราต้องสร้างตารางแบบนี้ก่อน

926
01:01:41,222 --> 01:01:45,219
มี 3 ช่อง ช่องแรก คือ ใส่ Input

927
01:01:45,219 --> 01:01:49,219
ก็คือข้อมูลนำเข้า Stack

928
01:01:49,219 --> 01:01:53,218
แล้วก็ผลลัพธ์นะคะ

929
01:01:53,218 --> 01:01:57,218
เรามีวิธีการทำนี่ 2 ช่วงด้วยกัน ช่วงที่ 1

930
01:01:57,221 --> 01:02:01,218
ต้องแปลงนิพจน์

931
01:02:01,218 --> 01:02:05,218
แบบ Postfix

932
01:02:05,218 --> 01:02:09,218
ไปไว้ข้างหลังให้หมดก่อน เอาเครื่องหมาย

933
01:02:09,218 --> 01:02:13,218
ไปไว้ข้างหลังให้หมดก่อนนะคะ แล้วค่อยคำนวณออกมาเป็น

934
01:02:13,221 --> 01:02:17,217
ตัวเลข ผลลัพธ์

935
01:02:17,217 --> 01:02:21,217
เรามี 3 ช่องนะ ทุกคนต้องตีตาราง 3 ช่อง

936
01:02:21,224 --> 01:02:25,220
อันแรกเขียนว่า Input Stack แล้วก็ O

937
01:02:25,220 --> 01:02:29,220
utput นะคะ ถัดมา

938
01:02:29,220 --> 01:02:33,219
ขั้นตอนวิธีการแปลง

939
01:02:33,219 --> 01:02:37,217
จาก Infix ให้เป็น Po

940
01:02:37,217 --> 01:02:41,217
stfix ทุกคนมีชีตที่ครูให้ แบบนี้เลย

941
01:02:41,217 --> 01:02:45,217
ก็คือสิ่งที่อยู่บนสไลด์นะคะ ครูพรินต์ออกมาให้

942
01:02:45,229 --> 01:02:49,218
เรามีอยู่ทั้งหมด 7 ขั้นตอนด้ว

943
01:02:49,218 --> 01:02:53,218
ยกัน มีทั้งหมด 7 ขั้นตอนด้วยกัน

944
01:02:53,219 --> 01:02:57,219
มีทั้งหมด 7 ขั้นตอนด้วยกัน ครูให้เวลา

945
01:02:57,219 --> 01:03:01,219
2 นาที อ่าน 7 ขั้นตอน

946
01:03:01,219 --> 01:03:05,217
นี้ในกระดาษของตัวเองสิคะ

947
01:03:05,217 --> 01:03:09,217
ให้อ่านในกระดาษนะ หรือจะอ่านจากหน้าจอก็ได้

948
01:03:09,218 --> 01:03:13,218
ให้เวลา 2 นาทีอยากให้อ่านก่อน

949
01:03:19,014 --> 01:03:16,199

950
01:03:13,217 --> 01:03:17,216

951
01:03:17,216 --> 01:03:21,216

952
01:03:21,216 --> 01:03:25,216

953
01:03:25,216 --> 01:03:29,216

954
01:03:29,216 --> 01:03:33,216

955
01:03:33,217 --> 01:03:37,216

956
01:03:37,216 --> 01:03:41,216

957
01:03:41,216 --> 01:03:45,216

958
01:03:45,216 --> 01:03:49,216

959
01:03:49,216 --> 01:03:53,216

960
01:03:53,216 --> 01:03:57,216

961
01:03:57,216 --> 01:04:01,215

962
01:04:01,215 --> 01:04:05,215

963
01:04:05,216 --> 01:04:09,216

964
01:04:09,216 --> 01:04:13,216

965
01:04:13,218 --> 01:04:17,215

966
01:04:17,215 --> 01:04:21,215

967
01:04:21,216 --> 01:04:25,215

968
01:04:25,215 --> 01:04:29,215

969
01:04:29,215 --> 01:04:33,215

970
01:04:33,215 --> 01:04:37,215

971
01:04:37,215 --> 01:04:41,215

972
01:04:41,216 --> 01:04:45,214

973
01:04:45,214 --> 01:04:49,214

974
01:04:49,215 --> 01:04:53,215

975
01:04:53,216 --> 01:04:57,214

976
01:04:57,214 --> 01:05:01,214

977
01:05:01,215 --> 01:05:05,215

978
01:05:05,217 --> 01:05:09,216
คราวนี้เดี๋ยวมาดูพร้อมกัน

979
01:05:09,216 --> 01:05:13,216
เรามีอยู่ทั้งหมด 7 ขั้นตอนนะคะ เดี๋ยวเราจะ

980
01:05:13,216 --> 01:05:17,216
ลองฝึกนะ แล้วก็เทียบ

981
01:05:17,219 --> 01:05:21,215
ไปทีละขั้น

982
01:05:21,215 --> 01:05:25,215
ขั้นที่ 1 นะคะ กำหนดให้ Stack ว่าง

983
01:05:25,218 --> 01:05:29,215
ก็คือวาดตาราง 3 ช่องนี้

984
01:05:29,215 --> 01:05:33,215
อันดับแรก สร้าง Stack ว่าง ก็คือวาด

985
01:05:33,218 --> 01:05:37,215
3 ช่องนะคะ กี่แถวยังไม่รู้นะ

986
01:05:37,215 --> 01:05:41,215
แต่มีอยู่ 3 คอลัมน์

987
01:05:41,219 --> 01:05:45,214

988
01:05:45,214 --> 01:05:49,214
อันดับที่ 2

989
01:05:49,215 --> 01:05:53,215
อ่านข้อมูลจากซ้ายไปขวา ก็คือ

990
01:05:53,217 --> 01:05:57,217
อ่านข้อมูลทีละตัวใช่ไหมคะ เลข 5

991
01:05:57,222 --> 01:06:01,216
เครื่องหมายบวก เลข เครื่องหมายคูณ แล้วก็เลข 2

992
01:06:01,216 --> 01:06:05,215
อันนี้คืออ่านจากซ้ายไปขวา

993
01:06:05,215 --> 01:06:09,215
ทีละตัวนะคะ แล้วก็อ่านเข้ามาทีละตัว

994
01:06:09,216 --> 01:06:13,216
สมมติครูใช้ตัวเลขนะคะ

995
01:06:13,216 --> 01:06:17,215
ตัวเลขนะคะ เช่น

996
01:06:17,215 --> 01:06:21,214

997
01:06:21,214 --> 01:06:25,214
อ่านข้อมูลจากซ้ายไปขวา ตัวแรก ก็คือ

998
01:06:25,215 --> 01:06:29,215
5 ใช่ไหม อ่านจากซ้าย ซ้ายก็คือตัวแรก

999
01:06:29,217 --> 01:06:33,214
นะคะ ก็คือเลข 5 ถัดมา

1000
01:06:33,214 --> 01:06:37,213
ถัดมาขั้นถัดมาเป็นขั้นที่ 3

1001
01:06:37,213 --> 01:06:41,213
ถ้าข้อมูลที่อ่านเข้ามา

1002
01:06:41,214 --> 01:06:45,214
เป็นตัวเลข เช่น

1003
01:06:45,215 --> 01:06:49,215
เลข 5 ใช่ไหม ข้อมูลที่เราอ่านเข้ามา

1004
01:06:49,216 --> 01:06:53,216
ทันเป็นตัวเลขใช่ไหม ใช่ เอามัน

1005
01:06:53,217 --> 01:06:57,217
ไปไว้ที่ไหน เอามันไปไว้ที่ช่องผลลัพธ์ ก็คือ

1006
01:06:57,217 --> 01:07:01,217
ช่องสุดท้าย

1007
01:07:01,217 --> 01:07:05,216
ก็คือช่องนี้ใช่ไหมคะ ช่อง Output

1008
01:07:05,216 --> 01:07:09,213
ถัดมา ถ้าตัวที

1009
01:07:09,213 --> 01:07:13,213
เราอ่านเข้ามานี่มันไม่ใช่ตัวเลข แสดงว่า

1010
01:07:13,216 --> 01:07:17,216
มันต้องเป็นเครื่องหมายทางคณิตศาสตร์

1011
01:07:17,216 --> 01:07:21,216
อะไรสักอย่างหนึ่งนี่ล่ะ เช่น เครื่องหมายบวก

1012
01:07:21,220 --> 01:07:25,213
เครื่องหมายบวกใช่ไหมคะ เครื่องหมายบวก

1013
01:07:25,213 --> 01:07:29,213
เราอ่านเครื่องหมายบวกเข้ามา

1014
01:07:29,214 --> 01:07:33,214
แล้วเขาให้เราเช็กก่อน ว่า

1015
01:07:33,214 --> 01:07:37,214
แล้วใน Stack มันมีค่าอยู่หรือเปล่า Stack ในช่องนี่

1016
01:07:37,214 --> 01:07:41,212
ช่องนี้ ช่องที่ 2 นี่ มัน

1017
01:07:41,212 --> 01:07:45,212
มีค่าอยู่ไหม ถ้ามันไม่มีค่าอยู่เลย

1018
01:07:45,215 --> 01:07:49,215
ก็หย่อนมันลงไปใน Stack

1019
01:07:49,219 --> 01:07:53,214
แต่ถ้าใน Stack มันมีข้อมูล

1020
01:07:53,214 --> 01:07:57,213
อยู่แล้ว เราจะต้องทำการ

1021
01:07:57,213 --> 01:08:01,213
เปรียบเทียบก่อน ว่าข้อมูล

1022
01:08:01,215 --> 01:08:05,215
ที่เราอ่านเข้ามานี่

1023
01:08:05,215 --> 01:08:09,215
มันมีค่ามากกว่า หรือน้อยกว่าตัวที่อยู่ใน

1024
01:08:09,217 --> 01:08:13,212
Stack

1025
01:08:13,212 --> 01:08:17,212
ถ้ามันมากกว่า

1026
01:08:17,213 --> 01:08:21,213
ถ้ากรณีที่ตัวที่เราอ่านมีค่ามากกว่า

1027
01:08:21,215 --> 01:08:25,214
ก็หย่อนลงไปใน Stack ได้เลย

1028
01:08:25,214 --> 01:08:29,212
ถ้าสิ่งที่

1029
01:08:29,212 --> 01:08:33,212
เราอ่านเข้ามามันมีค่าน้อยกว่าสิ่งที่

1030
01:08:33,213 --> 01:08:37,213
อยู่ใน Stack

1031
01:08:37,214 --> 01:08:41,214
ให้เอาเครื่องหมายใน Stack

1032
01:08:41,216 --> 01:08:45,212
ออกไปไว้ที่ผลลัพธ์

1033
01:08:45,212 --> 01:08:49,212
แล้วเอาเครื่องหมายตัวที่เราอ่านเข้ามาหย่อนลงไปใน Stack

1034
01:08:49,216 --> 01:08:53,211
โอเค

1035
01:08:53,211 --> 01:08:57,211
ถ้า

1036
01:08:57,214 --> 01:09:01,212
เราอ่านจนครบข้อมูล

1037
01:09:01,212 --> 01:09:05,212
ทุกตัวแล้ว เรายังมีข้อมูลอยู่ใน Stack

1038
01:09:05,214 --> 01:09:09,214
เราก็ดึงมันออกมา ก็คือ Pop มันออกมา

1039
01:09:09,217 --> 01:09:13,211
เป็นผลลัพธ์

1040
01:09:13,211 --> 01:09:17,211
มาดูตัวอย่างนะ ทุกคนถือ... มาดูตัวอย่าง

1041
01:09:17,215 --> 01:09:21,214
ที่เป็นขั้นตอนด้วยนะคะ

1042
01:09:21,214 --> 01:09:25,211

1043
01:09:25,211 --> 01:09:29,211

1044
01:09:29,211 --> 01:09:33,211

1045
01:09:33,213 --> 01:09:37,212
โอเค

1046
01:09:37,212 --> 01:09:41,210
โจทย์

1047
01:09:41,210 --> 01:09:45,210
ที่ครูให้ ทุกคนดูที่หน้าจอนะคะ

1048
01:09:45,214 --> 01:09:49,212
ครูมีโจทย์

1049
01:09:49,212 --> 01:09:53,212
มาให้นะคะ ก็คือ 5 + 2

1050
01:09:53,212 --> 01:09:57,212
x 2

1051
01:09:57,214 --> 01:10:01,214
อันดับแรกครูต้องทำอะไร

1052
01:10:01,216 --> 01:10:05,213
อันดับแรกวาดตาราง 3 ช่อง

1053
01:10:05,213 --> 01:10:09,213
วาดตาราง 3 ช่อง จำนวนแถว

1054
01:10:09,214 --> 01:10:13,214
ก็เอาข้อมูลตัวเลขกับเครื่องหมาย

1055
01:10:13,214 --> 01:10:17,214
มาใส่ทีละบรรทัด 5

1056
01:10:17,214 --> 01:10:21,214
บรรทัดที่ 1 ถูกไหมคะ บวกบรรทัด

1057
01:10:21,217 --> 01:10:25,217
ใส่เลข 2 บรรทัดถัดมาใส่เครื่องหมายคูณ

1058
01:10:25,233 --> 01:10:29,211
แล้วก็ใส่เลข 2

1059
01:10:29,211 --> 01:10:33,211
เราก็จะวาดตารางเรียบร้อยแล้วใช่ไหมคะ จำนวนแถว

1060
01:10:33,212 --> 01:10:37,212
ขึ้นอยู่กับจำนวนข้อมูล

1061
01:10:37,213 --> 01:10:41,213
ในโจทย์ว่ามีกี่ตัว ก็สร้างแถว

1062
01:10:41,214 --> 01:10:45,212
ใส่ข้อมูลให้เลย

1063
01:10:45,212 --> 01:10:49,210
เรากำหนด

1064
01:10:49,210 --> 01:10:53,210
tack ว่างแล้วใช่ไหมคะ

1065
01:10:53,210 --> 01:10:57,210
ถัดมา ต้องอ่านข้อมูลทีละตัว

1066
01:10:57,212 --> 01:11:01,212
เราต้องอ่านข้อมูลทีละตัวจากซ้าย

1067
01:11:01,212 --> 01:11:05,211
ไปขวา ตัวแรกคืออะไร คะ

1068
01:11:05,211 --> 01:11:09,211
คือ 5 ใช่ไหม ครูเขียนเรียงแล้ว

1069
01:11:09,215 --> 01:11:13,210
5 บวก... มี 2 มีคูณ แล้วก็มี 2

1070
01:11:13,210 --> 01:11:17,210
อันนี้คือข้อมูลที่เราอ่านจากซ้ายไปขวา

1071
01:11:17,212 --> 01:11:21,210
ตัวแรก เป็นตัวเลขใช่ไหมคะ

1072
01:11:21,210 --> 01:11:25,210
มันเป็นตัวเลขแล้วมันตรงกับตัวไหน

1073
01:11:25,221 --> 01:11:29,212
ในขั้นตอน ข้อ

1074
01:11:29,212 --> 01:11:33,210
3 ที่บอกว่าถ้าเป็นตัวเลข

1075
01:11:33,210 --> 01:11:37,210
ให้เอาไปไว้ที่ไหน เอาไปไว้ที่

1076
01:11:37,210 --> 01:11:41,210
ผลลัพธ์ ถ้าเป็น

1077
01:11:41,211 --> 01:11:45,211
ตัวเลข เอาไปไว้ที่ผลลัพธ์ได้เลย

1078
01:11:45,213 --> 01:11:49,210
ถัดมา

1079
01:11:49,210 --> 01:11:53,210
เจอเครื่องหมายบวกนะคะ เจอเครื่องหมายบวก

1080
01:11:53,213 --> 01:11:57,211
ตอนนี้ใน Stack มันไม่มีค่า

1081
01:11:57,211 --> 01:12:01,210
อะไรเลย ทำอย่างไรคะ

1082
01:12:01,210 --> 01:12:05,210
ก็ใส่ได้เลย ใส่เครื่องหมายบวก

1083
01:12:05,210 --> 01:12:09,210
ลงมาได้เลย ถ้ามันเป็น Stack ว่าง เห็นไหมคะ

1084
01:12:09,214 --> 01:12:13,214
ตัวบนเป็น Stack ว่าง เราก็เอาใส่ได้เลย

1085
01:12:13,214 --> 01:12:17,214
แล้วก็เขียน 5 ลงมาเหมือนเดิมนะคะ

1086
01:12:17,215 --> 01:12:21,210
ยก 5 ลงมาเหมือนเดิมนะ

1087
01:12:21,210 --> 01:12:25,210
ดู ดูพร้อมครูก่อนนะ

1088
01:12:25,216 --> 01:12:29,210
เดี๋ยวครู...

1089
01:12:29,210 --> 01:12:33,209
จะถ่ายรูป

1090
01:12:33,209 --> 01:12:37,209
เอาขึ้น Classroom ให้

1091
01:12:37,216 --> 01:12:41,209
ถัดมา เลข 2 ใช่ไหมคะ เลข 2 มันเป็นอะไร

1092
01:12:41,209 --> 01:12:45,209
ตัวเลข เพราะฉะนั้นต้องเอาไปไว้ที่ไหน

1093
01:12:45,210 --> 01:12:49,209
ไปไว้ที่ผลลัพธ์

1094
01:12:49,209 --> 01:12:53,209
ตรงกับข้อ 3 ในขั้นตอนนะ

1095
01:12:53,209 --> 01:12:57,209
เอา 2 มาไว้ที่ Output แต่ต้องเขียน

1096
01:12:57,212 --> 01:13:01,209
หลัง ก็คือเขียนต่อจากเลข 5

1097
01:13:01,209 --> 01:13:05,209
นะคะ

1098
01:13:05,210 --> 01:13:09,210

1099
01:13:09,222 --> 01:13:13,212
ถัดมา

1100
01:13:13,212 --> 01:13:17,211
ยกเครื่องหมายบวกลงมาด้วยนะ

1101
01:13:17,211 --> 01:13:21,211
เพราะมันอยู่ใน Stack นะคะ เรายังไม่ได้เอาอะไรออก

1102
01:13:21,212 --> 01:13:25,212
หรือเอาอะไรเข้าเพิ่ม

1103
01:13:25,213 --> 01:13:29,211
ถัดมา เป็นเครื่องหมายคูณ

1104
01:13:29,211 --> 01:13:33,211
ใน Stack

1105
01:13:33,215 --> 01:13:37,211
เรามีเครื่องหมายบวกอยู่แล้วนะคะ

1106
01:13:37,211 --> 01:13:41,210
ใน Stack นี่เรามีเครื่องหมายบวกอยู่แล้ว

1107
01:13:41,210 --> 01:13:45,210
ตัวที่เราอ่านเข้ามา คือ คูณ เรา

1108
01:13:45,217 --> 01:13:49,209
จะต้องทำการเปรียบเทียบ

1109
01:13:49,209 --> 01:13:53,209
ค่าที่เราอ่านเข้ามาใหม่ คือ คูณ

1110
01:13:53,215 --> 01:13:57,209
กับตัวเดิมที่อยู่ใน Stack

1111
01:13:57,209 --> 01:14:01,209
คือ บวก เราเปรียบเทียบ ถูกไหมคะ

1112
01:14:01,212 --> 01:14:05,212
กับตัวบนสุดคือเครื่องหมายบวก สิ่งท

1113
01:14:05,213 --> 01:14:09,208
ี่เราพบคืออะไร คูณมีค่า

1114
01:14:09,208 --> 01:14:13,208
มากกว่าบวก ให้ทำอย่างไร

1115
01:14:13,210 --> 01:14:17,210
ก็เอาคูณหย่อนลงมาได้เลย

1116
01:14:17,227 --> 01:14:21,209
ใส่คูณ

1117
01:14:21,209 --> 01:14:25,209
ลงไปใน Stack ได้เลยนะคะ ผลลัพธ์ก็เป็นเหมือนเดิม

1118
01:14:25,213 --> 01:14:29,208
ตัวถัดมาคือเลข 2

1119
01:14:29,208 --> 01:14:33,208
เลข 2 มันเป็นตัวเลขใช่ไหม เอามาไว้ที่

1120
01:14:33,212 --> 01:14:37,208
ผลลัพธ์นะคะ เอามาต่อด้านหลัง

1121
01:14:37,208 --> 01:14:41,208
เสร็จแล้วเราพบว่า

1122
01:14:41,208 --> 01:14:45,208
ไม่มีข้อมูลแล้ว ข้อมูลมันหมดแล้วน่ะ

1123
01:14:45,211 --> 01:14:49,210
ข้อมูลมันหมดแล้วนะคะ แต่สิ่งที่เราเจอคืออะไร

1124
01:14:49,210 --> 01:14:53,208
ใน Stack ยังมีข้อมูลอยู่

1125
01:14:53,208 --> 01:14:57,208
เพราะฉะนั้น ต้องดึงค่า

1126
01:14:57,209 --> 01:15:01,209
ออกจาก Stack ให้หมด เราเอาอะไรออกมาก่อนคะ

1127
01:15:01,210 --> 01:15:05,208
ตัวล่าสุด ตัวบนสุด คือ คูณ

1128
01:15:05,208 --> 01:15:09,208
เอาคูณมาต่อท้ายที่ Output หรือว่าผลลั

1129
01:15:09,211 --> 01:15:13,211
เอาคูณออกมาแล้วมันเหลืออีกตัวหนึ่งใช่ไหม

1130
01:15:13,212 --> 01:15:17,210
ก็เอาบวกออกมา

1131
01:15:17,210 --> 01:15:21,210
อันนี้คือผลลัพธ์ ผลลัพธ์สุดท้าย

1132
01:15:21,211 --> 01:15:25,207
นะคะ

1133
01:15:25,207 --> 01:15:29,207
จะอยู่ในรูปแบบของ Postfix คือ แปลงนิพจน์

1134
01:15:29,211 --> 01:15:33,207

1135
01:15:33,207 --> 01:15:37,207
ได้ไหมคะ เดี๋ยวเรามาทำพร้อมกันอีกตัวหนึ่ง

1136
01:15:37,210 --> 01:15:41,208
หนึ่ง

1137
01:15:41,208 --> 01:15:45,208

1138
01:15:45,209 --> 01:15:49,209

1139
01:15:49,209 --> 01:15:53,207

1140
01:15:53,207 --> 01:15:57,207

1141
01:15:57,210 --> 01:16:01,209

1142
01:16:01,209 --> 01:16:05,207
3 + 5 x 1

1143
01:16:05,207 --> 01:16:09,207

1144
01:16:09,207 --> 01:16:13,207

1145
01:16:13,207 --> 01:16:17,207

1146
01:16:17,210 --> 01:16:21,208
ครูมีโจทย์ใช่ไหมคะ 3 + 5 x 1

1147
01:16:21,208 --> 01:16:25,208
ผลลัพธ์เท่ากับเท่าไหร่เอ่ย ตอบ

1148
01:16:25,213 --> 01:16:29,209
เท่ากับ

1149
01:16:29,209 --> 01:16:33,209
อันนี้ตอบเท่ากับเท่าไหร่เอ่ย

1150
01:16:33,211 --> 01:16:37,209
8

1151
01:16:37,209 --> 01:16:41,207
ข้างหลังตอบอะไร

1152
01:16:41,207 --> 01:16:45,207
ได้เท่ากับอะไรคะ คำตอบ

1153
01:16:45,207 --> 01:16:49,207
ก็คือ 8

1154
01:16:49,214 --> 01:16:53,214
เอา 5 x 1 ก่อนได้เท่าไร

1155
01:16:53,220 --> 01:16:57,207
ค่อยบวกกับ 3

1156
01:16:57,207 --> 01:17:01,207
5 1 เป็น 5 แล้วบวกกับ 3

1157
01:17:01,209 --> 01:17:05,208
ก็จะได้ 38

1158
01:17:05,208 --> 01:17:09,208
เดี๋ยวเราจะมาทำ จะมาแปลงนิพจน์กัน

1159
01:17:09,208 --> 01:17:13,208
นะคะ แล้วเราจะมาหาค่าว่ามันได้ 8 ได้อย่างไร

1160
01:17:13,215 --> 01:17:17,212
อันนี้เรากำลังจะมาแสดงวิธีทำ

1161
01:17:17,212 --> 01:17:21,210
ค่าว่า 8 มันมาจากไหน เราสั่งให้คอมพิวเตอร์มัน

1162
01:17:21,210 --> 01:17:25,208
คิดแบบไหน อันดับแรก ว่าง  Stack ว่าง

1163
01:17:25,208 --> 01:17:29,208
ฉะนั้น ครูบอกว่าต้องมีคอลัมน์อยู่ 3 คอลัมน์

1164
01:17:29,208 --> 01:17:33,206

1165
01:17:33,206 --> 01:17:37,206

1166
01:17:37,206 --> 01:17:41,206

1167
01:17:41,207 --> 01:17:45,207
ครูมี 3 คอลัมน์แล้ว มี

1168
01:17:45,207 --> 01:17:49,206
In put Stack

1169
01:17:49,206 --> 01:17:53,206
แล้วก็ Output

1170
01:17:53,208 --> 01:17:57,208
จากนั้นครูวาดตารางเลย

1171
01:17:57,208 --> 01:18:01,208
โดยเอาข้อมูลมาใส่ในแต่ละแถวเลยนะคะ

1172
01:18:01,224 --> 01:18:05,207
ครูอ่านเข้ามาทีละตัว

1173
01:18:05,207 --> 01:18:09,207
ซ้ายไปขวา ตัวแรก คือ 3 ถัดมา

1174
01:18:09,212 --> 01:18:13,207
คือเครื่องหมายบวก เลข 5

1175
01:18:13,207 --> 01:18:17,207
นะคะ เครื่องหมายคูณ

1176
01:18:17,207 --> 01:18:21,207
แล้วก็เลข 1 อันนี้ครูวดตารา

1177
01:18:21,207 --> 01:18:25,207
เสร็จแล้ว

1178
01:18:25,207 --> 01:18:29,207

1179
01:18:29,207 --> 01:18:33,206

1180
01:18:33,206 --> 01:18:37,206
ทุกคน

1181
01:18:37,207 --> 01:18:41,207
วาดตามครูก่อนเลย เราวาด

1182
01:18:41,220 --> 01:18:45,207
ตารางเปล่า ๆ แบบนี้ก่อนนะคะ

1183
01:18:45,207 --> 01:18:49,207
คอลัมน์แรก หรือช่องแรก เอา

1184
01:18:49,209 --> 01:18:53,207
ตัวเลขกับเครื่องหมาย

1185
01:18:53,207 --> 01:18:57,207
มาเรียงใส่ทีละบรรทัด

1186
01:18:57,210 --> 01:19:01,206

1187
01:19:01,206 --> 01:19:05,206

1188
01:19:05,206 --> 01:19:09,206

1189
01:19:09,207 --> 01:19:13,206

1190
01:19:13,206 --> 01:19:17,206

1191
01:19:17,213 --> 01:19:21,206

1192
01:19:21,206 --> 01:19:25,206

1193
01:19:25,208 --> 01:19:29,208

1194
01:19:29,208 --> 01:19:33,206

1195
01:19:33,206 --> 01:19:37,206

1196
01:19:37,207 --> 01:19:41,207

1197
01:19:41,208 --> 01:19:45,208

1198
01:19:45,209 --> 01:19:49,209

1199
01:19:50,206 --> 01:19:54,206

1200
01:19:54,206 --> 01:19:58,205

1201
01:19:58,205 --> 01:20:02,205

1202
01:20:02,205 --> 01:20:06,205

1203
01:20:06,205 --> 01:20:10,205

1204
01:20:10,209 --> 01:20:14,205
คราวนี้

1205
01:20:14,205 --> 01:20:18,205
พอทุกคนลอกตารางเสร็จแล้วใช่ไหมคะ เดี๋ยวเราจะมาทำด้วยกัน

1206
01:20:18,209 --> 01:20:22,206
เริ่มต้นตัวแรก

1207
01:20:22,206 --> 01:20:26,206
ใช่ไหมคะ ทุกคน เริ่มต้นตัวแรกมันเป็นตัวเลข

1208
01:20:26,208 --> 01:20:30,208
ใช่หรือเปล่า เพราะฉะนั้น เอาไปไว้ที่ช่องทางไหน

1209
01:20:30,208 --> 01:20:34,208
ทางขวา

1210
01:20:34,217 --> 01:20:38,209
ใส่ก่อนเลข 3 ใช่ถูกต้อง

1211
01:20:38,209 --> 01:20:42,206
ถัดมา

1212
01:20:42,206 --> 01:20:46,206
เป็นเครื่องหมายบวกใช่ไหมคะ

1213
01:20:46,206 --> 01:20:50,206
ตรงนี้มีอะไรไหม ไม่มี

1214
01:20:50,206 --> 01:20:54,206
เพราะฉะนั้น เอาบวกมาใส่ตรงนี้ได้เลยไหม

1215
01:20:54,209 --> 01:20:58,207
ถ้าเป็นเครื่องหมาย เอาลงที่

1216
01:20:58,207 --> 01:21:02,206
Stack เพราะฉะนั้น ตอนนี้ Stack

1217
01:21:02,206 --> 01:21:06,206
ว่าง ก็ใส่เครื่องหมายบวกได้เลย

1218
01:21:06,209 --> 01:21:10,209
3 ยกลงมาเหมือนเดิมนะคะ

1219
01:21:10,209 --> 01:21:14,209
ตรง Output ยก 3 ลงมาเหมือนเดิม

1220
01:21:14,210 --> 01:21:18,210

1221
01:21:18,211 --> 01:21:22,205

1222
01:21:22,205 --> 01:21:26,205
ถัดมาเลข 5 เป็นตัวเลข

1223
01:21:26,205 --> 01:21:30,205
เอาไว้ที่ไหน เอาไว้

1224
01:21:30,205 --> 01:21:34,205
Output ใช่ไหม ฉะนั้น เอาของเด

1225
01:21:34,207 --> 01:21:38,207
ยกลงมาก่อน คือ 3 เราเอาเลขอะไรมาใส่

1226
01:21:38,216 --> 01:21:42,205
เลข 5 นะคะ อันนี้

1227
01:21:42,205 --> 01:21:46,205
ยกลงมาไหม เครื่องหมายบวกยกลงมาด้วยนะ

1228
01:21:46,206 --> 01:21:50,206
ยกลงมาด้วย

1229
01:21:50,207 --> 01:21:54,205

1230
01:21:54,205 --> 01:21:58,205

1231
01:21:58,214 --> 01:22:02,205
เสร็จแล้ว ถัดมา

1232
01:22:02,205 --> 01:22:06,205
เครื่องหมายคูณ

1233
01:22:06,205 --> 01:22:10,205
คูณต้องเอามาลง Stack ใช่หรือเปล่า แต่คูณ

1234
01:22:10,209 --> 01:22:14,207
มันมากกว่าบวกใช่ไหม คูณ

1235
01:22:14,207 --> 01:22:18,206
กับบวก อะไรมากกว่ากัน คูณ เพราะฉะนั้น

1236
01:22:18,206 --> 01:22:22,206
เราก็ใส่ลงไปใน Stack ได้เลย โดย

1237
01:22:22,206 --> 01:22:26,206
โดยเอาของเดิมลงมาก่อน

1238
01:22:26,206 --> 01:22:30,205
แล้วก็ใส่เครื่องหมายคูณ

1239
01:22:30,205 --> 01:22:34,205
อันนี้ยกลงมาเหมือนเดิมไหม ยกลงมาเหมือนเดิม

1240
01:22:34,208 --> 01:22:38,207

1241
01:22:38,207 --> 01:22:42,207
ตรงสุดท้าย 1 เอาไว้ที่ไหน

1242
01:22:42,207 --> 01:22:46,206
Output แต่มีของเดิมอยู่แล้วใช่ไหม

1243
01:22:46,206 --> 01:22:50,205
ยกของเดิมลงมาก่อน แล้วก็ใส่เลข 1

1244
01:22:50,205 --> 01:22:54,204

1245
01:22:54,204 --> 01:22:58,204
อันนี้ยกลงมาเลยได้ไหม ได้นะคะ ใน Stack

1246
01:22:58,207 --> 01:23:02,207
เราก็ยกเครื่องหมายออกมา เครื่องหมายนะคะ

1247
01:23:02,212 --> 01:23:06,205
บวกกับคูณ

1248
01:23:06,205 --> 01:23:10,205

1249
01:23:10,213 --> 01:23:14,205
เสร็จแล้ว

1250
01:23:14,205 --> 01:23:18,205
ผลลัพธ์ที่ได้ ตอนนี้ข้อมูลหมดแล้วใช่ไหม

1251
01:23:18,208 --> 01:23:22,208
ใน Stack ยังมีอยู่ ใน Stack ยังมีอยู่ ต้อง

1252
01:23:22,210 --> 01:23:26,207
เอาออกมา ต้อง Pop ออกมา ใช่ไหมคะ

1253
01:23:26,207 --> 01:23:30,207
ยกตรง Output ของเดิมลงมาก่อน Pop

1254
01:23:30,207 --> 01:23:34,206
บวกกับคูณเอาอะไรออกมาก่อน

1255
01:23:34,206 --> 01:23:38,206
คูณแล้วตามด้วยบวก เห็นไหมคะ

1256
01:23:38,215 --> 01:23:42,208
เอาตัวแรกออกมาก่อน แล้วเอาตัวที่ 2

1257
01:23:42,208 --> 01:23:46,204
ออกมา

1258
01:23:46,204 --> 01:23:50,204

1259
01:23:50,204 --> 01:23:54,204

1260
01:23:54,204 --> 01:23:58,204

1261
01:23:58,204 --> 01:24:02,204
เดี๋ยวต่ออีกนิดหนึ่งนะคะ เดี๋ยวเขียนตรงนี้ให้เสร็จก่อน

1262
01:24:02,208 --> 01:24:06,204

1263
01:24:06,204 --> 01:24:10,204

1264
01:24:10,204 --> 01:24:14,204
เรายังไม่ได้ค่าเลข 8 เลย

1265
01:24:14,206 --> 01:24:18,205
จะทำอย่างไรให้ได้เลข 8

1266
01:24:18,205 --> 01:24:22,204

1267
01:24:22,204 --> 01:24:26,204
ถัดมา เสร็จหรือยังคะ

1268
01:24:26,207 --> 01:24:30,206
เดี๋ยวรอเพื่อน

1269
01:24:30,206 --> 01:24:34,206
แป๊บหนึ่งนะ

1270
01:24:44,915 --> 01:24:51,107

1271
01:24:34,205 --> 01:24:38,204

1272
01:24:38,204 --> 01:24:42,204

1273
01:24:42,207 --> 01:24:46,204
โอเค เราได้ผลลัพธ์

1274
01:24:46,204 --> 01:24:50,204
แล้วใช่ไหมคะ จากตารางที่เราทำใน Stack

1275
01:24:50,207 --> 01:24:54,206

1276
01:24:54,206 --> 01:24:58,206
พอได้ค่าผลลัพธ์แล้วนี่ คือ ตัวนี้

1277
01:24:58,207 --> 01:25:02,206
351 คูณ บวก

1278
01:25:02,206 --> 01:25:06,206
มาหาผลลัพธ์ต่อนะคะ ค่านี้จะเป็นค่าสุดท้ายแล้ว

1279
01:25:06,208 --> 01:25:10,204
ที่เราจะได้คำตอบออกมา

1280
01:25:10,204 --> 01:25:14,204

1281
01:25:14,204 --> 01:25:18,204
ตัวแรกตัวนี้ใช่ไหมคะ

1282
01:25:18,206 --> 01:25:22,204
ขั้นตอนถัดมา ถ้าเป็น

1283
01:25:22,204 --> 01:25:26,204
ตัวเลข ถ้าเป็นตัวเลขจะ Push

1284
01:25:26,207 --> 01:25:30,206
ลง Stack อันนี้อีกอันหนึ่งนะ อีก

1285
01:25:30,206 --> 01:25:34,205
ขั้นตอนหนึ่วนะคะ ถ้าเป็นตัวเลขจะ P

1286
01:25:34,205 --> 01:25:38,205
ลง Stack ดูพร้อมครูเลย ตัวที่ 1 มา

1287
01:25:38,205 --> 01:25:42,204
คือตัวเลขอะไรคะ เลข 3

1288
01:25:42,204 --> 01:25:46,204
เราเอาใส่ใน Stack

1289
01:25:46,205 --> 01:25:50,205
ดูพร้อมกันนะ เลข 3

1290
01:25:50,205 --> 01:25:54,204
ตัวแรก เอาลง Stack ตัวถัดมา

1291
01:25:54,204 --> 01:25:58,204
เลขอะไรคะ เลข 5

1292
01:25:58,204 --> 01:26:02,204
ก็เอาเลข 5 Push ลง  Stack เหมือนกัน

1293
01:26:02,205 --> 01:26:06,205

1294
01:26:06,206 --> 01:26:10,206
ตัวถัดมาเลขอะไร

1295
01:26:10,207 --> 01:26:14,205
เลข 1 ก็เอาเลข 1

1296
01:26:14,205 --> 01:26:18,204
Push ลง Stack เหมือนกัน

1297
01:26:18,204 --> 01:26:22,204

1298
01:26:22,204 --> 01:26:26,204

1299
01:26:26,204 --> 01:26:30,204
ถัดมา

1300
01:26:30,204 --> 01:26:34,204
เราเครื่องหมายคูณ ให้

1301
01:26:34,204 --> 01:26:38,204
Pop ค่าบนสุดอออกมา แล้ว

1302
01:26:38,209 --> 01:26:42,205
วางไว้ขวามือ เอาเลข 1 ออกมา เห็นไหมคะ

1303
01:26:42,205 --> 01:26:46,204
จากนั้นใส่เครื่องหมาย

1304
01:26:46,204 --> 01:26:50,204
ถ้ามันเครื่องหมายนะ ตัวที่เราอ่านมา เรา Pop

1305
01:26:50,208 --> 01:26:54,208
ตัวเลขออกมาก่อน แล้วใส่เครื่องหมาย

1306
01:26:54,211 --> 01:26:58,204
แล้วเอาตัวที่ 2 ออกมาแบบนี้

1307
01:26:58,204 --> 01:27:02,204
นี่นะคะ เอาตัวบนสุดออกมา

1308
01:27:02,206 --> 01:27:06,206
แล้วใส่เครื่องหมายที่เราอ่าน แล้วเอา

1309
01:27:06,208 --> 01:27:10,204
ตัวข้อมูล

1310
01:27:10,204 --> 01:27:14,204
ตัวเลขที่อยู่ใน Stack ตัวถัดมานี่ออกมา ได้ผลลัพธ์อะไรคะ

1311
01:27:14,210 --> 01:27:18,203
5 x 1 เป็น 5

1312
01:27:18,203 --> 01:27:22,203
ตอนนี้ใน Stack 1 กับ 5 ออก

1313
01:27:22,205 --> 01:27:26,205
ไปแล้วนะ เราได้ผลลัพธ์

1314
01:27:26,206 --> 01:27:30,204
คือ 5 แล้วอย่างไรต่อ

1315
01:27:30,204 --> 01:27:34,204
ก็ Push ลง Stack

1316
01:27:34,205 --> 01:27:38,204
เอาเลข 5 Push ลงไปใน Stack

1317
01:27:38,204 --> 01:27:42,204
ตอนนี้เอาออกไปแล้ว 2 เหลือ 3

1318
01:27:42,207 --> 01:27:46,207
พอคูณเสร็จเอา 5 กลับเข้ามา

1319
01:27:46,207 --> 01:27:50,203

1320
01:27:50,203 --> 01:27:54,203
ดูนะคะ ถัดมา

1321
01:27:54,203 --> 01:27:58,203
อ่านเครื่องหมายบวก

1322
01:27:58,207 --> 01:28:02,205
ทำเหมือนเดิมเลย เอาอะไรออกมาคะ

1323
01:28:02,205 --> 01:28:06,203

1324
01:28:06,203 --> 01:28:10,203
เอา 5 ออกมาไว้ทางขวามือ แล้วก็ใส่เครื่องหมายบวก

1325
01:28:10,215 --> 01:28:14,207
แล้วก้เอา 3 ออกมา คำตอบเป็นเท่าไหร่คะ

1326
01:28:14,207 --> 01:28:18,204
เป็น 8

1327
01:28:18,204 --> 01:28:22,204

1328
01:28:22,204 --> 01:28:26,204
แล้วก็เอา 8 ใส่ลงไปใน Stack จะเหลือเป็นค่าสุดท้าย

1329
01:28:26,215 --> 01:28:30,203
นี่คือคำตอบของ

1330
01:28:30,203 --> 01:28:34,203
โจทย์ข้อนี้ ได้เท่ากันเลยไหม

1331
01:28:34,206 --> 01:28:38,205
ได้เท่ากันเลย คือ 8

1332
01:28:38,205 --> 01:28:42,205
จะเห็นว่านี่คือกระบวนการคอมพิวเตอร์คิดค่า

1333
01:28:42,205 --> 01:28:46,205
ตัวเลขให้เรานะคะ กว่าจะได้เลข 8

1334
01:28:46,206 --> 01:28:50,206
ออกมานี่ คอมพิวเตอร์ต้องคิดแบบนี้นะคะ

1335
01:28:50,207 --> 01:28:54,203

1336
01:28:54,203 --> 01:28:58,203

1337
01:28:58,205 --> 01:29:02,203

1338
01:29:02,203 --> 01:29:06,203
โอเค

1339
01:29:06,204 --> 01:29:10,204
ใครเสร็จแล้ว

1340
01:29:10,204 --> 01:29:14,204
ครูให้เบรกอีก 5 นาที จดตัวนี้ให้เสร็จนะคะ

1341
01:29:14,206 --> 01:29:18,205
ครูให้เบรก 5 นาที

1342
01:29:18,205 --> 01:29:22,203

1343
01:29:22,203 --> 01:29:26,203

1344
01:29:26,203 --> 01:29:30,203

1345
01:29:30,203 --> 01:29:34,203

1346
01:29:34,203 --> 01:29:38,203

1347
01:29:38,206 --> 01:29:42,205

1348
01:29:42,205 --> 01:29:46,203

1349
01:29:46,203 --> 01:29:50,203

1350
01:29:50,203 --> 01:29:54,203

1351
01:29:54,203 --> 01:29:58,203

1352
01:29:58,203 --> 01:30:02,203

1353
01:30:02,203 --> 01:30:06,203

1354
01:30:06,203 --> 01:30:10,203

1355
01:30:10,203 --> 01:30:14,203

1356
01:30:14,203 --> 01:30:18,203

1357
01:30:18,203 --> 01:30:22,203

1358
01:30:22,203 --> 01:30:26,203

1359
01:30:26,205 --> 01:30:30,204

1360
01:30:30,204 --> 01:30:34,202

1361
01:30:34,202 --> 01:30:38,202

1362
01:30:38,203 --> 01:30:42,203

1363
01:30:42,203 --> 01:30:46,203

1364
01:30:46,206 --> 01:30:50,202

1365
01:30:50,202 --> 01:30:54,202

1366
01:30:54,205 --> 01:30:58,204

1367
01:30:58,204 --> 01:31:02,202

1368
01:31:02,202 --> 01:31:06,202

1369
01:31:06,202 --> 01:31:10,202

1370
01:31:10,204 --> 01:31:14,204

1371
01:31:14,204 --> 01:31:18,204

1372
01:31:18,212 --> 01:31:22,202

1373
01:31:22,202 --> 01:31:26,202

1374
01:31:26,203 --> 01:31:30,203

1375
01:31:30,203 --> 01:31:34,202

1376
01:31:34,202 --> 01:31:38,202

1377
01:31:38,205 --> 01:31:42,203

1378
01:31:42,203 --> 01:31:46,202

1379
01:31:46,202 --> 01:31:50,202

1380
01:31:50,203 --> 01:31:54,201

1381
01:31:54,201 --> 01:31:58,201

1382
01:31:58,201 --> 01:32:02,201

1383
01:32:02,204 --> 01:32:06,200

1384
01:32:06,200 --> 01:32:10,200

1385
01:32:10,200 --> 01:32:14,199

1386
01:32:14,199 --> 01:32:18,199

1387
01:32:18,199 --> 01:32:22,199

1388
01:32:22,199 --> 01:32:26,199

1389
01:32:26,199 --> 01:32:30,199

1390
01:32:30,201 --> 01:32:34,199

1391
01:32:34,199 --> 01:32:38,199

1392
01:32:38,199 --> 01:32:42,197

1393
01:32:42,197 --> 01:32:46,197

1394
01:32:46,197 --> 01:32:50,197

1395
01:32:50,199 --> 01:32:54,196

1396
01:32:54,196 --> 01:32:58,196

1397
01:32:58,196 --> 01:33:02,196

1398
01:33:02,196 --> 01:33:06,196

1399
01:33:06,198 --> 01:33:10,196

1400
01:33:10,196 --> 01:33:14,195

1401
01:33:14,195 --> 01:33:18,195

1402
01:33:18,195 --> 01:33:22,194

1403
01:33:22,194 --> 01:33:26,194

1404
01:33:26,194 --> 01:33:30,194

1405
01:33:30,194 --> 01:33:34,194

1406
01:33:34,194 --> 01:33:38,194

1407
01:33:38,194 --> 01:33:42,194

1408
01:33:42,194 --> 01:33:46,194

1409
01:33:46,195 --> 01:33:50,193

1410
01:33:50,193 --> 01:33:54,193

1411
01:33:54,193 --> 01:33:58,193

1412
01:33:58,195 --> 01:34:02,194

1413
01:34:02,194 --> 01:34:06,192

1414
01:34:06,192 --> 01:34:10,192

1415
01:34:10,192 --> 01:34:14,192

1416
01:34:14,192 --> 01:34:18,191

1417
01:34:18,191 --> 01:34:22,191

1418
01:34:22,191 --> 01:34:26,190

1419
01:34:26,190 --> 01:34:30,190

1420
01:34:30,190 --> 01:34:34,190

1421
01:34:34,190 --> 01:34:38,190

1422
01:34:38,191 --> 01:34:42,190

1423
01:34:42,190 --> 01:34:46,190

1424
01:34:46,193 --> 01:34:50,189

1425
01:34:50,189 --> 01:34:54,189

1426
01:34:54,190 --> 01:34:58,189

1427
01:34:58,189 --> 01:35:02,189

1428
01:35:02,203 --> 01:35:06,188

1429
01:35:06,188 --> 01:35:10,188

1430
01:35:10,188 --> 01:35:14,188

1431
01:35:14,189 --> 01:35:18,189

1432
01:35:18,189 --> 01:35:22,187

1433
01:35:22,187 --> 01:35:26,187

1434
01:35:26,189 --> 01:35:30,187

1435
01:35:30,187 --> 01:35:34,187

1436
01:35:34,187 --> 01:35:38,187

1437
01:35:38,189 --> 01:35:42,186

1438
01:35:42,186 --> 01:35:46,186

1439
01:35:46,186 --> 01:35:50,186

1440
01:35:50,186 --> 01:35:54,186

1441
01:35:54,187 --> 01:35:58,185

1442
01:35:58,185 --> 01:36:02,185

1443
01:36:02,185 --> 01:36:06,185

1444
01:36:06,196 --> 01:36:10,185

1445
01:36:10,185 --> 01:36:14,185

1446
01:36:14,185 --> 01:36:18,184

1447
01:36:18,184 --> 01:36:22,184

1448
01:36:22,184 --> 01:36:26,184

1449
01:36:26,184 --> 01:36:30,184

1450
01:36:30,187 --> 01:36:34,183

1451
01:36:34,183 --> 01:36:38,183

1452
01:36:38,183 --> 01:36:42,183

1453
01:36:42,185 --> 01:36:46,184

1454
01:36:46,184 --> 01:36:50,183

1455
01:36:50,183 --> 01:36:54,183

1456
01:36:54,185 --> 01:36:58,184

1457
01:36:58,184 --> 01:37:02,182

1458
01:37:02,182 --> 01:37:06,182

1459
01:37:06,182 --> 01:37:10,182

1460
01:37:10,184 --> 01:37:14,182

1461
01:37:14,182 --> 01:37:18,182

1462
01:37:18,182 --> 01:37:22,181

1463
01:37:22,181 --> 01:37:26,181

1464
01:37:26,186 --> 01:37:30,183

1465
01:37:30,183 --> 01:37:34,181

1466
01:37:34,181 --> 01:37:38,181

1467
01:37:38,181 --> 01:37:42,181

1468
01:37:42,181 --> 01:37:46,181

1469
01:37:46,181 --> 01:37:50,180

1470
01:37:50,180 --> 01:37:54,180

1471
01:37:54,181 --> 01:37:58,180

1472
01:37:58,180 --> 01:38:02,180

1473
01:38:02,181 --> 01:38:06,180

1474
01:38:06,180 --> 01:38:10,179

1475
01:38:10,179 --> 01:38:14,179

1476
01:38:14,183 --> 01:38:18,179

1477
01:38:18,179 --> 01:38:22,179

1478
01:38:22,179 --> 01:38:26,179

1479
01:38:26,179 --> 01:38:30,179

1480
01:38:30,179 --> 01:38:34,179

1481
01:38:34,179 --> 01:38:38,179

1482
01:38:38,179 --> 01:38:42,178

1483
01:38:42,178 --> 01:38:46,178

1484
01:38:46,178 --> 01:38:50,178

1485
01:38:50,179 --> 01:38:54,178

1486
01:38:54,178 --> 01:38:58,177

1487
01:38:58,177 --> 01:39:02,177

1488
01:39:02,178 --> 01:39:06,178

1489
01:39:06,178 --> 01:39:10,177

1490
01:39:10,177 --> 01:39:14,177

1491
01:39:14,177 --> 01:39:18,176

1492
01:39:18,176 --> 01:39:22,176

1493
01:39:22,177 --> 01:39:26,176

1494
01:39:26,176 --> 01:39:30,176

1495
01:39:30,178 --> 01:39:34,175

1496
01:39:34,175 --> 01:39:38,175
ค่ะ เดี๋ยวมาต่ออีกนิดหนึ่ง

1497
01:39:38,176 --> 01:39:42,175

1498
01:39:42,175 --> 01:39:46,175
คราวนี้มาดูอีก 1 ตัวอย่างนะคะ

1499
01:39:46,176 --> 01:39:50,174

1500
01:39:50,174 --> 01:39:54,174
ครูมีโจทย์ให้

1501
01:39:54,177 --> 01:39:58,174

1502
01:39:58,174 --> 01:40:02,174
5 x 2

1503
01:40:02,174 --> 01:40:06,173
+ 2

1504
01:40:06,173 --> 01:40:10,173
ตอนนี้เราทำ

1505
01:40:10,174 --> 01:40:14,173
จาก Infix ให้เป็น

1506
01:40:14,173 --> 01:40:18,173
Postfix ก่อนนะคะ

1507
01:40:18,174 --> 01:40:22,172
อันดับแรก

1508
01:40:22,172 --> 01:40:26,172
ต้องวาดตารางก่อนใช่ไหมคะ

1509
01:40:26,173 --> 01:40:30,173
วาดตาราง Stack ว่าง

1510
01:40:30,174 --> 01:40:34,174
ครูก็วาด 3 ช่องเหมือนเดิม แล้วก็

1511
01:40:34,176 --> 01:40:38,172
ตรง Input ครูก็เอาข้อมูลแต่ละตัว

1512
01:40:38,172 --> 01:40:42,172
มาใส่ลงในแต่ละบรรทัด

1513
01:40:42,172 --> 01:40:46,171

1514
01:40:46,171 --> 01:40:50,171

1515
01:40:50,172 --> 01:40:54,171

1516
01:40:54,171 --> 01:40:58,171

1517
01:40:58,171 --> 01:41:02,171
เริ่มต้นเลย หย่อนเข้ามาตัวเลข

1518
01:41:02,174 --> 01:41:06,174
คือ เลข 5 ใช่ไหม มันเป็นตัวเลข เพราะฉะนั้น

1519
01:41:06,174 --> 01:41:10,170
เอาไปไว้ที่ Output

1520
01:41:10,170 --> 01:41:14,170
นะคะ นะ ถ้าเป็นตัวเลข เอาไปไว้ที่ Output

1521
01:41:14,172 --> 01:41:18,170
ได้เลย ตัวถัดมา

1522
01:41:18,170 --> 01:41:22,169
เครื่องหมายคูณ

1523
01:41:22,169 --> 01:41:26,169
แสดงว่าต้องเอาไปไว้ใน Stack

1524
01:41:26,176 --> 01:41:30,171
ตอนนี้ Stack มันเป็น Stack ว่าง

1525
01:41:30,171 --> 01:41:34,171
เราก็เลยเอาคูณมาใส่ใน

1526
01:41:34,171 --> 01:41:38,171
Stack ได้เลย ส่วน Output

1527
01:41:38,172 --> 01:41:42,172
ก็ยก 5 ลงมาเหมือนเดิม

1528
01:41:42,175 --> 01:41:46,168

1529
01:41:46,168 --> 01:41:50,168
โอเคนะ ยังเป็นเหมือนเดิมอญู่นะ

1530
01:41:50,169 --> 01:41:54,168
2 บรรทัดแรก ถัดมา

1531
01:41:54,168 --> 01:41:58,168
เจอเลข 2 เลข 2

1532
01:41:58,168 --> 01:42:02,168
มันเป็นตัวเลข ต้องเอาไปไว้ที่

1533
01:42:02,173 --> 01:42:06,167
Output เพราะฉะนั้น2

1534
01:42:06,167 --> 01:42:10,167
จะอยู่ต่อจากเลข 5 นะคะ ใน Stack

1535
01:42:10,167 --> 01:42:14,166
ก็ยกลงมาเหมือนเดิม

1536
01:42:14,166 --> 01:42:18,166

1537
01:42:18,170 --> 01:42:22,166
ถึงตรงนี้นะคะ

1538
01:42:22,166 --> 01:42:26,166

1539
01:42:26,167 --> 01:42:30,167
ถัดมาข้อมูลที่เราอ่านมา

1540
01:42:30,170 --> 01:42:34,168
เครื่องหมายบวก พอเราเจอ

1541
01:42:34,168 --> 01:42:38,167
เครื่องหมายบวก ครูบอกว่าต้องเอามัน

1542
01:42:38,167 --> 01:42:42,166
ไปไว้ใน Stack แต่ก่อนอื่น ก่อนที่จะ

1543
01:42:42,166 --> 01:42:46,166
เอาไปไว้ใน Stack เดิม

1544
01:42:46,166 --> 01:42:50,166
เรามีข้อมูลใน Stack หรือเปล่า มีใช่หรือเปล่า มีเครื่องหมายคูณ

1545
01:42:50,170 --> 01:42:54,169
เพราะฉะนั้นเราต้

1546
01:42:54,169 --> 01:42:58,166
ต้องเปรียบเทียบความสำคัญก่อน บวก

1547
01:42:58,166 --> 01:43:02,166
มันน้อยกว่าหรือมากกว่าคูณ

1548
01:43:02,167 --> 01:43:06,167
น้อยกว่า ใช่ไหม บวก

1549
01:43:06,167 --> 01:43:10,166
มีค่าน้อยกว่าคูณ เพราะฉะนั้น

1550
01:43:10,166 --> 01:43:14,164
ทำอย่างไรคะ เอาคูณ

1551
01:43:14,164 --> 01:43:18,164
ออกมา

1552
01:43:18,164 --> 01:43:22,164
บวกมีค่าน้อยกว่าคูณ เพราะฉะนั้น

1553
01:43:22,167 --> 01:43:26,164
ต้องเอา

1554
01:43:26,164 --> 01:43:30,164
ข้อมูลที่อยู่บน Stack นี่ คือ คูณ เอามาไว้ที่

1555
01:43:30,164 --> 01:43:34,162
Output เห็นไหมคะ

1556
01:43:34,162 --> 01:43:38,162
เอามาไว้ที่ Output เสร็จแล้ว เราถึงเอา

1557
01:43:38,166 --> 01:43:42,166
เครื่องหมายบวก Push ลงไปใน Stack

1558
01:43:42,167 --> 01:43:46,165
นะคะ แล้วค่อยเอาเครื่องหมายบวก

1559
01:43:46,165 --> 01:43:50,165
ใส่ลงไปใน Stack ได้เลย เพราะ Stack มันว่าง

1560
01:43:50,168 --> 01:43:54,168
เพราะฉะนั้น ตรง Output จะเป็น

1561
01:43:54,171 --> 01:43:58,162
5, 2 แล้วก็เครื่องหมาย 5

1562
01:43:58,162 --> 01:44:02,161
ทำไมคูณ

1563
01:44:02,161 --> 01:44:06,161
ถึงต้องออกมา เพราะบวกมันน้อยกว่าคูณ

1564
01:44:06,167 --> 01:44:10,161
เห็นไหมคะ บวกมันน้อยกว่าคูณ

1565
01:44:10,161 --> 01:44:14,160
เลยเอาคูณออกมา

1566
01:44:14,160 --> 01:44:18,160
ถัดมาเลขอะไรคะ เลข 2

1567
01:44:18,161 --> 01:44:22,161
เอาไปไว้ที่ Output ได้เลย ก็เอามันไปต่อท้ายคูณ

1568
01:44:22,162 --> 01:44:26,162
เอามันมาต่อท้ายคูณใช้หรือเปล่า เพราะมันคือคูณ

1569
01:44:26,163 --> 01:44:30,163
เอา 2 มาต่อท้าย

1570
01:44:30,163 --> 01:44:34,161

1571
01:44:34,161 --> 01:44:38,161
ตอนนี้เราอ่านข้อมูลครบหมดแล้ว

1572
01:44:38,169 --> 01:44:42,168
แต่ใน Stack มันยังมีบวกค้างอยู่ เพราะฉะนั้น

1573
01:44:42,168 --> 01:44:46,160
ต้อง Pop มันออกมา

1574
01:44:46,160 --> 01:44:50,160
นะคะ Pop มันออกมาและไว้ข้างหลัง

1575
01:44:50,162 --> 01:44:54,159

1576
01:44:54,159 --> 01:44:58,159

1577
01:44:58,162 --> 01:45:02,162

1578
01:45:02,168 --> 01:45:06,159

1579
01:45:06,159 --> 01:45:10,159

1580
01:45:10,161 --> 01:45:14,158

1581
01:45:14,158 --> 01:45:18,158

1582
01:45:18,160 --> 01:45:22,158

1583
01:45:22,158 --> 01:45:26,158

1584
01:45:26,158 --> 01:45:30,158

1585
01:45:30,158 --> 01:45:34,158
โอเคนะ

1586
01:45:34,158 --> 01:45:38,158
แบบฝึกหัด ช่วยครูทำหน่อยตอนนี้เลย

1587
01:45:38,159 --> 01:45:42,159
ครูโจทย์ให้นะคะ 3 หาร 1

1588
01:45:42,165 --> 01:45:46,157
- 2 แล้วครูก็บอกว่าหาร

1589
01:45:46,157 --> 01:45:50,157
นี่ มันมีค่ามากกว่าลบนะ

1590
01:45:50,157 --> 01:45:54,157
หาค่าผลลัพธ์ของนิพจน์

1591
01:45:54,157 --> 01:45:58,157
Postfix ให้ครูหน่อย

1592
01:45:58,158 --> 01:46:02,156
จะได้อะไร เริ่มต้น

1593
01:46:02,156 --> 01:46:06,156
ทุกคนตีตารางก่อน

1594
01:46:06,156 --> 01:46:10,156

1595
01:46:10,158 --> 01:46:14,158

1596
01:46:14,159 --> 01:46:18,157
ลองทำดูสิคะ มีกระดาษไหม

1597
01:46:18,157 --> 01:46:22,157
ไม่มีมาเอาข้างหน้า

1598
01:46:22,157 --> 01:46:26,157
ครูมีกระดาษให้นะ

1599
01:46:26,157 --> 01:46:30,157

1600
01:46:30,159 --> 01:46:34,155

1601
01:46:34,155 --> 01:46:38,155

1602
01:46:38,155 --> 01:46:42,155
แบบฝึกหัด 1 ข้อนะคะ ทำตอนนี้เลย

1603
01:46:42,162 --> 01:46:46,160

1604
01:46:46,160 --> 01:46:50,158

1605
01:46:50,158 --> 01:46:54,155

1606
01:46:54,155 --> 01:46:58,155
เหมือนกับโจทย์ที่ครูให้ไป

1607
01:46:58,155 --> 01:47:02,155
นะคะ คล้าย ๆ กับโจทย์ที่ครูให้ไป

1608
01:47:02,155 --> 01:47:06,154
จดแล้วด้วยนะ

1609
01:47:06,154 --> 01:47:10,154

1610
01:47:10,154 --> 01:47:14,153

1611
01:47:14,153 --> 01:47:18,153

1612
01:47:18,155 --> 01:47:22,153

1613
01:47:22,153 --> 01:47:26,153

1614
01:47:26,161 --> 01:47:30,152

1615
01:47:30,152 --> 01:47:34,152

1616
01:47:34,154 --> 01:47:38,154

1617
01:47:38,154 --> 01:47:42,153

1618
01:47:42,153 --> 01:47:46,152

1619
01:47:46,152 --> 01:47:50,152

1620
01:47:50,152 --> 01:47:54,152

1621
01:47:54,152 --> 01:47:58,152

1622
01:47:58,152 --> 01:48:02,152

1623
01:48:02,152 --> 01:48:06,151

1624
01:48:06,151 --> 01:48:10,151

1625
01:48:10,155 --> 01:48:14,151

1626
01:48:14,151 --> 01:48:18,151

1627
01:48:18,154 --> 01:48:22,151

1628
01:48:22,151 --> 01:48:26,151

1629
01:48:26,151 --> 01:48:30,150

1630
01:48:30,150 --> 01:48:34,150

1631
01:48:34,151 --> 01:48:38,151

1632
01:48:38,157 --> 01:48:42,151

1633
01:48:42,151 --> 01:48:46,150

1634
01:48:46,150 --> 01:48:50,150
เหมือนโจทย์สุดท้ายที่ครูให้ไปเมื่อกี้เลยนะ

1635
01:48:50,157 --> 01:48:54,151
ลบ

1636
01:48:54,151 --> 01:48:58,151
มันน้อยกว่าหารใช่ไหมคะ เรา

1637
01:48:58,153 --> 01:49:02,152
เปรียบเทียบกัน ลบมันน้อยกว่าหาร

1638
01:49:02,152 --> 01:49:06,150
เพราะฉะนั้น

1639
01:49:06,150 --> 01:49:10,150
ต้องเอาหารออกมา

1640
01:49:10,150 --> 01:49:14,150

1641
01:49:14,151 --> 01:49:18,151

1642
01:49:18,151 --> 01:49:22,151

1643
01:49:22,156 --> 01:49:26,149

1644
01:49:26,149 --> 01:49:30,148

1645
01:49:30,148 --> 01:49:34,148

1646
01:49:34,148 --> 01:49:38,148

1647
01:49:38,148 --> 01:49:42,148

1648
01:49:42,149 --> 01:49:46,149

1649
01:49:46,149 --> 01:49:50,149

1650
01:49:50,150 --> 01:49:54,148

1651
01:49:54,148 --> 01:49:58,148

1652
01:49:58,150 --> 01:50:02,148

1653
01:50:02,148 --> 01:50:06,147

1654
01:50:06,147 --> 01:50:10,147

1655
01:50:10,148 --> 01:50:14,148

1656
01:50:14,150 --> 01:50:18,150

1657
01:50:18,151 --> 01:50:22,148

1658
01:50:22,148 --> 01:50:26,147

1659
01:50:26,147 --> 01:50:30,147

1660
01:50:30,147 --> 01:50:34,147

1661
01:50:34,147 --> 01:50:38,147

1662
01:50:38,150 --> 01:50:42,148

1663
01:50:42,148 --> 01:50:46,147

1664
01:50:46,147 --> 01:50:50,147

1665
01:50:50,148 --> 01:50:54,148

1666
01:50:54,152 --> 01:50:58,146

1667
01:50:58,146 --> 01:51:02,146

1668
01:51:02,147 --> 01:51:06,147

1669
01:51:06,148 --> 01:51:10,146

1670
01:51:10,146 --> 01:51:14,146

1671
01:51:14,146 --> 01:51:18,146

1672
01:51:18,147 --> 01:51:22,146

1673
01:51:22,146 --> 01:51:26,145

1674
01:51:26,145 --> 01:51:30,145

1675
01:51:30,147 --> 01:51:34,146

1676
01:51:34,146 --> 01:51:38,145

1677
01:51:38,145 --> 01:51:42,145

1678
01:51:42,146 --> 01:51:46,146

1679
01:51:46,146 --> 01:51:50,145

1680
01:51:50,145 --> 01:51:54,145

1681
01:51:54,145 --> 01:51:58,144

1682
01:51:58,144 --> 01:52:02,144

1683
01:52:02,144 --> 01:52:06,144

1684
01:52:06,144 --> 01:52:10,144

1685
01:52:10,144 --> 01:52:14,144

1686
01:52:14,144 --> 01:52:18,144

1687
01:52:18,144 --> 01:52:22,144

1688
01:52:22,144 --> 01:52:26,144

1689
01:52:26,144 --> 01:52:30,144

1690
01:52:30,145 --> 01:52:34,143

1691
01:52:34,143 --> 01:52:38,143

1692
01:52:38,146 --> 01:52:42,144

1693
01:52:42,144 --> 01:52:46,143

1694
01:52:46,143 --> 01:52:50,143

1695
01:52:50,143 --> 01:52:54,143

1696
01:52:54,143 --> 01:52:58,143

1697
01:52:58,146 --> 01:53:02,144

1698
01:53:02,144 --> 01:53:06,143

1699
01:53:06,143 --> 01:53:10,143

1700
01:53:10,143 --> 01:53:14,143

1701
01:53:14,147 --> 01:53:18,143

1702
01:53:18,143 --> 01:53:22,143

1703
01:53:22,144 --> 01:53:26,142

1704
01:53:26,142 --> 01:53:30,142

1705
01:53:30,144 --> 01:53:34,144

1706
01:53:34,150 --> 01:53:38,147

1707
01:53:38,147 --> 01:53:42,142

1708
01:53:42,142 --> 01:53:46,142

1709
01:53:46,143 --> 01:53:50,142

1710
01:53:50,142 --> 01:53:54,142

1711
01:53:54,142 --> 01:53:58,142

1712
01:53:58,143 --> 01:54:02,141

1713
01:54:02,141 --> 01:54:06,141

1714
01:54:06,142 --> 01:54:10,142

1715
01:54:10,142 --> 01:54:14,141

1716
01:54:14,141 --> 01:54:18,141

1717
01:54:18,141 --> 01:54:22,141

1718
01:54:22,141 --> 01:54:26,141

1719
01:54:26,141 --> 01:54:30,141
คราวนี้นะคะ ดูด้วยกัน

1720
01:54:30,143 --> 01:54:34,142

1721
01:54:34,142 --> 01:54:38,140
3

1722
01:54:38,140 --> 01:54:42,140
เอา 3 ไปไว้ที่ไหนคะ ที่ Output

1723
01:54:42,144 --> 01:54:46,143
เห็นไหมคะ เอา 3 ไปไว้ที่ Output

1724
01:54:46,143 --> 01:54:50,143
เครื่องหมายหาร เอาเครื่องหมายหารไปไว้ที่ไหน Stack

1725
01:54:50,145 --> 01:54:54,145
เพราะมันเป็น Stack ว่าง เราก็หย่อนเครื่อง

1726
01:54:54,174 --> 01:54:58,144
หมายหารได้เลย Output เรายกมันลงมาด้วยนะ

1727
01:54:58,144 --> 01:55:02,143

1728
01:55:02,143 --> 01:55:06,143
ถัดไป เราอ่านเจอเลข 1 ใช่ไหมคะ เราต้องเอาเลข 1 เอาไปไว้

1729
01:55:06,144 --> 01:55:10,142
ที่ไหน Output

1730
01:55:10,142 --> 01:55:14,141
ยกลงมาก่อน เสร็จแล้วก็เติมเลข 1 ลงไป

1731
01:55:14,141 --> 01:55:18,141
ใน Stack ยังเหมือนเดิมนะ

1732
01:55:18,142 --> 01:55:22,142
เรายังมีเครื่องหมายหารอยู่ เราก็ยกลงมาได้เลย

1733
01:55:22,153 --> 01:55:26,143
ถัดมา

1734
01:55:26,143 --> 01:55:30,143
เครื่องหมายลบใช่ไหมคะ เดิมใน Stack เรามี

1735
01:55:30,144 --> 01:55:34,141
หารอยู่แล้วใช่ไหม ครูเขียนให้ดูก่อน

1736
01:55:34,141 --> 01:55:38,141
เรามีหารอยู่แล้วนี่ เราเอาลบมาเทียบกับ

1737
01:55:38,145 --> 01:55:42,144
หาร ปรากฎว่าค

1738
01:55:42,144 --> 01:55:46,144
ค่าลบมันน้อยกว่า

1739
01:55:46,145 --> 01:55:50,139
ให้ทำอย่างไร

1740
01:55:50,139 --> 01:55:54,139
ให้เอาหารนี่ เอาออกมาไว้ที่

1741
01:55:54,140 --> 01:55:58,139
Output เพราะฉะนั้น จะได้เป็น

1742
01:55:58,139 --> 01:56:02,139
3, 1 แล้วก็หาร ตรงนี้หายไปใช่ไหมคะ

1743
01:56:02,144 --> 01:56:06,139
เสร็จแล้วก็ใส่ค่าลบ

1744
01:56:06,139 --> 01:56:10,139
ลงมาใน Stack

1745
01:56:10,139 --> 01:56:14,139
ถัดมาหย่อนอะไร

1746
01:56:14,141 --> 01:56:18,141
ยกของเดิมลงมาก่อนที่ Output แล้วก็ใส่เลข 2

1747
01:56:18,146 --> 01:56:22,139
ใน Stack หรืออะไรคะ

1748
01:56:22,139 --> 01:56:26,139
เครื่องหมายลบใช่ไม อ่านครบหมดแล้วนะ

1749
01:56:26,142 --> 01:56:30,142
แต่ใน Stack

1750
01:56:30,144 --> 01:56:34,141
เราต้องเอาค่าจาก Stack ออกมา เป็น

1751
01:56:34,141 --> 01:56:38,138
3 1 หาร 2 แล้วอะไรคะ ลบ

1752
01:56:38,138 --> 01:56:42,138
เห็นไหม

1753
01:56:42,153 --> 01:56:46,143
เราเอาค่าที่อยู่ใน Stack ตัวสุดท้ายมาใส่ข้างหล

1754
01:56:46,143 --> 01:56:50,138
ได้เลยนะคะ

1755
01:56:50,138 --> 01:56:54,138
โอเค

1756
01:56:54,138 --> 01:56:58,137
อีกข้อหนึ่ง

1757
01:56:58,137 --> 01:57:02,137
แล้วจะให้เลิก ครูให้โจทย์มาแค่นี้เอง วาดตารางเองด้วย

1758
01:57:02,145 --> 01:57:06,138

1759
01:57:06,138 --> 01:57:10,137

1760
01:57:10,137 --> 01:57:14,137

1761
01:57:14,145 --> 01:57:18,142

1762
01:57:18,142 --> 01:57:22,140
โจทย์ข้อนี้อันดับแรก

1763
01:57:22,140 --> 01:57:26,138
วาดตารางก่อนเลย ตีตารางค่ะ

1764
01:57:26,138 --> 01:57:30,138

1765
01:57:30,139 --> 01:57:34,137

1766
01:57:34,137 --> 01:57:38,137

1767
01:57:38,139 --> 01:57:42,137

1768
01:57:42,137 --> 01:57:46,137

1769
01:57:47,137 --> 01:57:51,137

1770
01:57:51,138 --> 01:57:55,138

1771
01:57:55,138 --> 01:57:59,137

1772
01:57:59,137 --> 01:58:03,137

1773
01:58:03,137 --> 01:58:07,137

1774
01:58:07,140 --> 01:58:11,138

1775
01:58:11,138 --> 01:58:15,136

1776
01:58:15,136 --> 01:58:19,136

1777
01:58:19,136 --> 01:58:23,136

1778
01:58:23,137 --> 01:58:27,136

1779
01:58:27,136 --> 01:58:31,136

1780
01:58:31,136 --> 01:58:35,136

1781
01:58:35,136 --> 01:58:39,135

1782
01:58:39,135 --> 01:58:43,135

1783
01:58:43,135 --> 01:58:47,135

1784
01:58:47,136 --> 01:58:51,135

1785
01:58:51,135 --> 01:58:55,135

1786
01:58:55,135 --> 01:58:59,135

1787
01:58:59,136 --> 01:59:03,136

1788
01:59:03,136 --> 01:59:07,135

1789
01:59:07,135 --> 01:59:11,135

1790
01:59:11,135 --> 01:59:15,135

1791
01:59:15,136 --> 01:59:19,134

1792
01:59:19,134 --> 01:59:23,134

1793
01:59:23,134 --> 01:59:27,134

1794
01:59:27,134 --> 01:59:31,134

1795
01:59:31,134 --> 01:59:35,134

1796
01:59:35,135 --> 01:59:39,135

1797
01:59:39,137 --> 01:59:43,137

1798
01:59:43,137 --> 01:59:47,137

1799
01:59:47,137 --> 01:59:51,135

1800
01:59:51,135 --> 01:59:55,134

1801
01:59:55,134 --> 01:59:59,134
ดูนิดหนึ่ง

1802
01:59:59,134 --> 02:00:03,134
คูณมันมากกว่าลบ

1803
02:00:03,134 --> 02:00:07,134
ใช่หรือเปล่า คูณมันมีค่ามากกว่าลบ

1804
02:00:07,135 --> 02:00:11,134
เพราะฉะนั้นทำอะไร ก็ Push คูณลง  Stack ได้เลย

1805
02:00:11,134 --> 02:00:15,134
นะคะ Push คูณ

1806
02:00:15,139 --> 02:00:19,139
ลงใน Stack ได้เลย

1807
02:00:25,598 --> 02:00:23,445

1808
02:00:19,136 --> 02:00:23,133

1809
02:00:23,133 --> 02:00:27,133

1810
02:00:27,136 --> 02:00:31,133

1811
02:00:31,133 --> 02:00:35,133

1812
02:00:35,133 --> 02:00:39,133

1813
02:00:39,135 --> 02:00:43,135

1814
02:00:43,135 --> 02:00:47,135

1815
02:00:47,136 --> 02:00:51,133

1816
02:00:51,133 --> 02:00:55,133

1817
02:00:55,134 --> 02:00:59,133

1818
02:00:59,133 --> 02:01:03,133

1819
02:01:03,135 --> 02:01:07,134

1820
02:01:07,134 --> 02:01:11,134

1821
02:01:11,151 --> 02:01:15,133

1822
02:01:15,133 --> 02:01:19,133

1823
02:01:19,133 --> 02:01:23,133

1824
02:01:23,135 --> 02:01:27,133

1825
02:01:27,133 --> 02:01:31,132

1826
02:01:31,132 --> 02:01:35,132

1827
02:01:35,132 --> 02:01:39,132

1828
02:01:39,132 --> 02:01:43,132

1829
02:01:43,133 --> 02:01:47,132

1830
02:01:47,132 --> 02:01:51,132

1831
02:01:51,135 --> 02:01:55,131

1832
02:01:55,131 --> 02:01:59,131

1833
02:01:59,132 --> 02:02:03,132

1834
02:02:03,136 --> 02:02:07,134

1835
02:02:07,134 --> 02:02:11,132

1836
02:02:11,132 --> 02:02:15,132

1837
02:02:15,150 --> 02:02:19,131

1838
02:02:19,131 --> 02:02:23,131

1839
02:02:23,132 --> 02:02:27,131

1840
02:02:27,131 --> 02:02:31,131

1841
02:02:31,132 --> 02:02:35,131

1842
02:02:35,131 --> 02:02:39,131

1843
02:02:39,131 --> 02:02:43,131

1844
02:02:43,132 --> 02:02:47,132

1845
02:02:47,132 --> 02:02:51,132

1846
02:02:51,133 --> 02:02:55,131

1847
02:02:55,131 --> 02:02:59,131

1848
02:02:59,131 --> 02:03:03,131

1849
02:03:03,132 --> 02:03:07,132

1850
02:03:07,133 --> 02:03:11,131

1851
02:03:11,131 --> 02:03:15,131

1852
02:03:15,132 --> 02:03:19,132

1853
02:03:19,136 --> 02:03:23,130

1854
02:03:23,130 --> 02:03:27,130

1855
02:03:27,138 --> 02:03:31,134

1856
02:03:31,134 --> 02:03:35,130

1857
02:03:35,130 --> 02:03:39,130

1858
02:03:39,131 --> 02:03:43,131

1859
02:03:43,131 --> 02:03:47,130

1860
02:03:47,130 --> 02:03:51,130

1861
02:03:51,130 --> 02:03:55,130

1862
02:03:55,130 --> 02:03:59,130

1863
02:03:59,132 --> 02:04:03,131

1864
02:04:03,131 --> 02:04:07,130

1865
02:04:07,130 --> 02:04:11,130

1866
02:04:11,131 --> 02:04:15,129

1867
02:04:15,129 --> 02:04:19,129

1868
02:04:19,136 --> 02:04:23,129
โอเค

1869
02:04:23,129 --> 02:04:27,129
มาดูนะคะ

1870
02:04:27,129 --> 02:04:31,129
6

1871
02:04:31,133 --> 02:04:35,133
เป็นตัวเลข เอาไว้ที่ Output ใช่หรือเปล่า

1872
02:04:35,135 --> 02:04:39,130
ลบ เอาไว้ที่ Stack นะคะ

1873
02:04:39,130 --> 02:04:43,130
6 ก็ใส่มาเหมือนเดิม

1874
02:04:43,130 --> 02:04:47,130
5 เอาไว้ที่ไหนคะ เอาไว้ที่

1875
02:04:47,139 --> 02:04:51,135
Output Stack ก็ยกลงมาเหมือนเดิมนะคะ

1876
02:04:51,135 --> 02:04:55,131
ถัดมาคูณ

1877
02:04:55,131 --> 02:04:59,129
เจอคูณ

1878
02:04:59,129 --> 02:05:03,129
ใช่ไหมคะ เจอคูณให้เ

1879
02:05:03,129 --> 02:05:07,129
ปรียบเทียบกับตัวนี้ก่อน ปรากฏว่าคูณมีค่ามากกว่าลบ

1880
02:05:07,133 --> 02:05:11,129
ให้ Push คูณลง Stack

1881
02:05:11,129 --> 02:05:15,129
ได้เลย  เพราะฉะนั้น

1882
02:05:15,130 --> 02:05:19,130
Stack เดิมเป็น push

1883
02:05:19,134 --> 02:05:23,130
ครูบอกว่า Push ลงมาได้เลยนะคะ เพราะคูณ

1884
02:05:23,130 --> 02:05:27,130
มันมากกว่านะ มันมากกว่านะคะ

1885
02:05:27,135 --> 02:05:31,129
ข้างหลัง คือ 6 กับ 5

1886
02:05:31,129 --> 02:05:35,128
ถัดมา 2

1887
02:05:35,128 --> 02:05:39,128
เป็นตัวเลขไว้ข้างหลังนะคะ

1888
02:05:39,131 --> 02:05:43,131
Stack มีเท่าไรยกลงมา

1889
02:05:43,131 --> 02:05:47,131
โอเค เสร็จแล้ว หมดแล้วนะ ผลลัพธ์

1890
02:05:47,146 --> 02:05:51,128
สุดท้ายที่ได้ 6, 5, 2

1891
02:05:51,128 --> 02:05:55,128
เอาคูณออกมาก่อน แล้วตามด้วยลบนะคะ

1892
02:05:55,131 --> 02:05:59,128
เห็นนะโอเค

1893
02:05:59,128 --> 02:06:03,128

1894
02:06:03,143 --> 02:06:07,129
ทุกคนดู

1895
02:06:07,129 --> 02:06:11,129
นะคะ

1896
02:06:11,129 --> 02:06:15,129

1897
02:06:15,145 --> 02:06:19,130

1898
02:06:19,130 --> 02:06:23,128

1899
02:06:23,128 --> 02:06:27,128
เราสังเกตนะ

1900
02:06:27,130 --> 02:06:31,127
ทำไมตัวนี้

1901
02:06:31,127 --> 02:06:35,127
เอาหารออกมา ตัวนี้ไม่ได้เอาอะไรออกมานะคะ ตัวนี้

1902
02:06:35,132 --> 02:06:39,127
วิธีการสังเกต โอเค

1903
02:06:39,127 --> 02:06:43,127
ลบเทียบกับหาร ลบ

1904
02:06:43,127 --> 02:06:47,127
มันมีค่าน้อยกว่าหารเห็นไหมคะ

1905
02:06:47,129 --> 02:06:51,129
ลบมีค่าน้อยกว่าหาร

1906
02:06:51,133 --> 02:06:55,131
เลยต้องเอาหาร

1907
02:06:55,131 --> 02:06:59,128
ออกมา

1908
02:06:59,128 --> 02:07:03,127
แต่ถ้า Input

1909
02:07:03,127 --> 02:07:07,127
ที่ใส่เข้าไปนี่ มีค่ามากกว่า เรา็

1910
02:07:07,138 --> 02:07:11,130
ใส่ลงไปใน Stack ได้เลย

1911
02:07:11,130 --> 02:07:15,128
ถ้าตัวซ้ายมันมากกว่าตัวบนตรงนี้

1912
02:07:15,128 --> 02:07:19,128
เราก็ใส่ลงไปใน Stack ได้เลยนะคะ

1913
02:07:19,131 --> 02:07:23,126

1914
02:07:23,126 --> 02:07:27,126
โอเค

1915
02:07:27,126 --> 02:07:31,126
ต้องกลับไปทบทวนอีกรอบหนึ่งนะ นะคะ

1916
02:07:31,129 --> 02:07:35,129
เดี๋ยวสัปดาห์หน้าครูจะทวน

1917
02:07:35,130 --> 02:07:39,126
ให้อีกรอบหนึ่ง

1918
02:07:39,126 --> 02:07:43,126

1919
02:07:43,127 --> 02:07:47,127
โอเค

1920
02:07:47,127 --> 02:07:51,127
เดี๋ยวทั้งหมดนี้ครูจะอัปที่ Classroom ให้นะคะ

1921
02:07:51,130 --> 02:07:55,128
เดี๋ยวครูจะไปสแกนให้ แล้วก็อัปโหลด

1922
02:07:55,128 --> 02:07:59,125
ให้ โอเค

1923
02:07:59,125 --> 02:08:03,125

1924
02:08:03,126 --> 02:08:07,126

1925
02:08:07,126 --> 02:08:11,125

1926
02:08:11,125 --> 02:08:15,125

1927
02:08:15,126 --> 02:08:19,125

1928
02:08:19,125 --> 02:08:23,125

1929
02:08:23,126 --> 02:08:27,126
เดี๋ยวครูเช็กชื่อหน่อยนะคะ

1930
02:08:27,126 --> 02:08:31,125

1931
02:08:31,125 --> 02:08:35,125

1932
02:08:35,126 --> 02:08:39,125

1933
02:08:39,125 --> 02:08:43,125

1934
02:08:43,127 --> 02:08:47,127

1935
02:08:47,129 --> 02:08:51,129

1936
02:08:51,132 --> 02:08:55,125

1937
02:08:55,125 --> 02:08:59,125
ครูเช็กชื่อหน่อย

1938
02:08:59,125 --> 02:09:03,125
ศิริลักษณ์

1939
02:09:03,126 --> 02:09:07,125
02

1940
02:09:07,125 --> 02:09:11,124
มาไหม 02

1941
02:09:11,124 --> 02:09:15,124
คนนี้ หรือ

1942
02:09:15,131 --> 02:09:19,127
03

1943
02:09:19,127 --> 02:09:23,125
อดิศร เป็น COVID

1944
02:09:23,125 --> 02:09:27,125
4 นพกิต

1945
02:09:27,130 --> 02:09:31,128
คนนี้ 5.

1946
02:09:31,128 --> 02:09:35,126
พงพร ไหน

1947
02:09:35,126 --> 02:09:39,126
อ๋อ จันทกานต์

1948
02:09:39,126 --> 02:09:43,124
ไหนคะ

1949
02:09:43,124 --> 02:09:47,124
กัญญานัฐ

1950
02:09:47,126 --> 02:09:51,125
ธัญญานัฐ ทัญลักษณ์

1951
02:09:51,125 --> 02:09:55,125
อ๋อ โอเค วริษา

1952
02:09:55,125 --> 02:09:59,123
คนนี้

1953
02:09:59,123 --> 02:10:03,123
ภัทรดา 11 ไม่มา

1954
02:10:03,132 --> 02:10:07,126
เทพอักษร

1955
02:10:07,126 --> 02:10:11,124
ธนภัทร 15 โอเค

1956
02:10:11,124 --> 02:10:15,124
ภากร

1957
02:10:15,138 --> 02:10:19,125
16 โอเค ค่ะ เจอกันสัปดาห์หน้า

1958
02:10:19,125 --> 02:10:23,124

1959
02:10:23,124 --> 02:10:27,123

1960
02:10:27,123 --> 02:10:31,123

1961
02:10:31,123 --> 02:10:35,123

1962
02:10:35,124 --> 02:10:39,124

1963
02:10:39,127 --> 02:10:43,123

1964
02:10:43,123 --> 02:10:47,123

1965
02:10:47,123 --> 02:10:51,123
[สิ้นสุดการถอดความ]

1966
02:11:02,969 --> 02:11:00,145

1967
02:10:51,124 --> 02:10:55,123

1968
02:10:55,123 --> 02:10:59,123

1969
02:10:59,127 --> 02:11:03,127


