﻿1
00:00:03,961 --> 00:00:07,961

2
00:00:11,842 --> 00:00:11,844

3
00:00:11,844 --> 00:00:15,844

4
00:00:15,844 --> 00:00:19,844

5
00:00:19,845 --> 00:00:23,840

6
00:00:23,840 --> 00:00:27,840

7
00:00:27,852 --> 00:00:31,841

8
00:00:31,841 --> 00:00:35,841
(อาจารย์สุธาสินี) ทำไมเป็นอย่างนั้นล่ะ

9
00:00:35,842 --> 00:00:39,842
ได้ยินครูนะ คราวที่แล้ว

10
00:00:39,848 --> 00:00:43,843
นะคะ เราพูดถึงในเรื่องของ

11
00:00:43,843 --> 00:00:47,843
เหมือนล่ามไม่ได้ยินเลย อ๋อ ค่ะ

12
00:00:47,844 --> 00:00:51,844
คราวที่แล้วเราพูดถึงเรื่อง list นะ list

13
00:00:51,851 --> 00:00:55,845
แล้วเราก็ทำข้อสอบไปแล้วนะคะ

14
00:00:55,845 --> 00:00:59,845
เรื่อง lo

15
00:00:59,846 --> 00:01:03,845

16
00:01:03,845 --> 00:01:07,845

17
00:01:07,854 --> 00:01:11,841
ได้ไหมคะ

18
00:01:11,841 --> 00:01:15,841

19
00:01:15,841 --> 00:01:19,841
ได้ยินไหมคะ

20
00:01:19,842 --> 00:01:23,842
ยังไม่ได้ยิน

21
00:01:23,842 --> 00:01:27,842

22
00:01:27,846 --> 00:01:31,843

23
00:01:31,843 --> 00:01:35,841

24
00:01:35,841 --> 00:01:39,841

25
00:01:39,842 --> 00:01:43,842

26
00:01:43,845 --> 00:01:47,842

27
00:01:47,842 --> 00:01:51,842

28
00:01:51,846 --> 00:01:55,846
คราวที่แล้วนะคะ เราพูดถึงเรื่อง List ทุกคน

29
00:01:55,847 --> 00:01:59,846
จำได้นะคะ อันนี้คือ List นะ ที่ครูยกตัวอย่างมาให้

30
00:01:59,846 --> 00:02:03,843
ลิสต์ตัวนี้มีขนาดเท่ากับเท่าไหร่

31
00:02:03,843 --> 00:02:07,843
มีขนาดเท่าไหร่ ขนาด คือ

32
00:02:07,847 --> 00:02:11,847
มีจำนวนเท่าไร มี 5 คนอื่นมีเท่าไรคะ

33
00:02:11,850 --> 00:02:15,845
5 โอเค 5 นะคะ

34
00:02:15,845 --> 00:02:19,842
List ที่เราเห็นในหน้าจอตรงนี้

35
00:02:19,842 --> 00:02:23,842
จะมีอยู่ 5 ตัวถูกไหมคะ มีข้อมูลอยู่ 5 ตัว

36
00:02:23,850 --> 00:02:27,844
มี 1 มี 2 มี 3 มี 4

37
00:02:27,844 --> 00:02:31,844
แล้วก็มี 5 มีทั้งหมด 5 ตัวนะคะ คราวนี้

38
00:02:31,847 --> 00:02:35,844
เรารู้ได้อย่างไรว่ามันคือ ศรหะ  เห็น

39
00:02:35,844 --> 00:02:39,844
ก้ามปูเปิด-ก้ามปูปิดไหมคะ

40
00:02:39,847 --> 00:02:43,847
เป็นสัญลักษณ์ที่บอกว่าการเก็บข้อมูลลักษณะ

41
00:02:43,854 --> 00:02:47,854
แบบนี้มีชื่อเรียกว่า "List" นะคะ

42
00:02:47,856 --> 00:02:51,847
จะเก็บค่าของข้อมูล

43
00:02:51,847 --> 00:02:55,844
ใน List index

44
00:02:55,844 --> 00:02:59,844
ก็คือหมายเลขถูกไหมคะ ก็คือหมายเลขของข้อมูล

45
00:02:59,846 --> 00:03:03,844
เราเริ่มต้นที่หมายเลขอะไรเอ่ย

46
00:03:03,844 --> 00:03:07,843
พอเราวาดเป็นช่องใช่ไหมคะ

47
00:03:07,843 --> 00:03:11,843
ใน List นี่ ถ้าเราลองวาด

48
00:03:11,843 --> 00:03:15,843
การจัดเก็บนะ ก็จะเป็น 1

49
00:03:15,844 --> 00:03:19,844

50
00:03:19,844 --> 00:03:23,844
แล้วก็จะเก็บข้อมูลลงไปในช่องแบบนี้

51
00:03:28,420 --> 00:03:29,954
นะคะ

52
00:03:23,849 --> 00:03:27,844
หมายเลขช่องหรือว่า

53
00:03:27,844 --> 00:03:31,844
Index ตัวแรกเราจะเริ่มต้นที่ตรงไหน

54
00:03:31,844 --> 00:03:35,844
ตรงนี้ index เราจะเริ่มที่เราไรเอ่ย

55
00:03:35,852 --> 00:03:39,844
0 นะ ใช่ไหมคะ

56
00:03:39,844 --> 00:03:43,844
1 2 3 แล้วก็ 4

57
00:03:43,847 --> 00:03:47,847
ก็คือหมายเลขช่อง ถ้าเราวาดรูปให้

58
00:03:47,847 --> 00:03:51,847
เป็นรูปสี่เหลี่ยมในการจัดเก็บข้อมูล แล้วเวลาครูเข้าถึง

59
00:03:51,850 --> 00:03:55,850
ข้อมูลที่อยู่ใน List ตอนนี้

60
00:03:55,853 --> 00:03:59,844
ครูตั้งชื่อลิสต์ตัวนี้มีชื่อว่า x

61
00:03:59,844 --> 00:04:03,844
x index 3

62
00:04:03,844 --> 00:04:07,844
ตอบเท่ากับเท่าไรเอ่ย index

63
00:04:07,856 --> 00:04:11,847
เป็น 3 ตัวนี้ตอบ 4 ใช่

64
00:04:11,847 --> 00:04:15,847
ตรงนี้ต้องตอบว่า 4 นะคะ ทุกคนจำได้นะ

65
00:04:15,847 --> 00:04:19,847
แล้วถ้า x

66
00:04:19,851 --> 00:04:23,847
เราต้องการหลาย ๆ ค่า 2 จนถึง 4

67
00:04:23,847 --> 00:04:27,844
จะตอบเท่ากับเท่าไหร่คะ

68
00:04:27,844 --> 00:04:31,844
3 กับ...

69
00:04:31,844 --> 00:04:35,844
3 กับอะไรเอ่ย 4 ใช่ไหม

70
00:04:35,844 --> 00:04:39,844
ใช่ไหม คือ 3 กับ 4 นะ มันเริ่มต้นที่ 2 ใช่ไหมคะ ก็คือ

71
00:04:39,870 --> 00:04:43,847
เริ่มต้นที่ 2 ก็คือเริ่มด้วยตัว

72
00:04:43,847 --> 00:04:47,847
ถึง 4 แล้วก็ลดลงมา 1 ช่อง ก็จะได้ข้อมูลตัวนี้

73
00:04:47,851 --> 00:04:51,845
ก็คือ 3 กับ 4

74
00:04:51,845 --> 00:04:55,845
คราวนี้ แล้วเราเอา

75
00:04:55,847 --> 00:04:59,845
มาทำอะไรนะคะ เราเก็บข้อมูล

76
00:04:59,845 --> 00:05:03,845
รูปแบบ แล้วเราเอามาใช้ทำอะไรนะคะ

77
00:05:03,848 --> 00:05:07,847
วันนี้เราจะพูดถึงโครงสร้างอีกแบบหนึ่ง

78
00:05:07,847 --> 00:05:11,845
ที่มีชื่อว่า stack นะ

79
00:05:11,845 --> 00:05:15,845
สแตกนะคะ สแตกตัวนี้

80
00:05:15,845 --> 00:05:19,845
จะใช้วิธีการเก็บข้อมูลแบบลิสต์

81
00:05:19,846 --> 00:05:23,846
นะคะ แล้วลักษณะแบบไหน

82
00:05:23,850 --> 00:05:27,846
ที่เราจะเรียกว่า "stack" นะคะ ดูด้วยกัน

83
00:05:27,846 --> 00:05:31,846
เขาบอกว่า Stack

84
00:05:31,846 --> 00:05:35,846
ก็คือการที่เราใส่ข้อมูลเข้าไปแล้วก็ดึงออกมา

85
00:05:35,848 --> 00:05:39,845
นะคะ แล้วข้อมูล

86
00:05:39,845 --> 00:05:43,845
ที่ถูกใส่เข้าไปใน Stack จะถูก

87
00:05:43,845 --> 00:05:47,845
เอาออกมาใช้ทีหลัง อันนี้ คือ

88
00:05:47,846 --> 00:05:51,846
วิธีการเก็บข้อมูลแบบ stack หรือที่เรียกว่า

89
00:05:51,848 --> 00:05:55,845
เข้าทีหลังออกก่อน

90
00:05:55,845 --> 00:05:59,845
เข้าก่อนออกทีหลัง ความหมายเหมือนกัน

91
00:05:59,846 --> 00:06:03,845

92
00:06:03,845 --> 00:06:07,845
ยกตัวอย่างเช่น ทุกคนเคย

93
00:06:07,846 --> 00:06:11,846
ไปที่ร้านก๋วยเตี๋ยวไหมคะ ทุกคนเคยไปที่ร้านก๋วยเตี๋ยวนะ

94
00:06:11,852 --> 00:06:15,847
แล้วเห็นถ้วยก๋วยเตี๋ยวก่อนที่เขาจะ

95
00:06:15,847 --> 00:06:19,847
เอามาใส่เส้น ใส่เครื่องปรุง ใส่หมูให้เรา

96
00:06:19,851 --> 00:06:23,851
ชามก๋วยเตี๋ยวมันเรียงขึ้นไปแบบนี้

97
00:06:23,855 --> 00:06:27,851
ใช่ไหมคะ เวลาแม่ค้าเขาจะเอาจามก๋วยเตี๋ยวมาใส่ให้เรา

98
00:06:27,851 --> 00:06:31,848
เขาจะเอาชามก๋วยเตี๋ยวมาใส่ให้เรา เขาเอาชามที่อยู่

99
00:06:31,848 --> 00:06:35,846
ข้างบน หรือชามที่อยู่ข้างล่าง

100
00:06:35,846 --> 00:06:39,846
เอาชามข้างบนหรือข้างล่างคะ ข้างบน

101
00:06:39,847 --> 00:06:43,846
เขาเอาข้างบนมาทำให้เรา

102
00:06:43,846 --> 00:06:47,846
แล้วเวลาเขาล้างจานเสร็จแล้วนี่ เอาจาน

103
00:06:47,850 --> 00:06:51,850
มาซ้อนข้างล่างหรือซ้อนข้างบน ซ้อนข้างบน

104
00:06:51,853 --> 00:06:55,845
ใช่ไหมคะ เพราะฉะนั้น จานที่

105
00:06:55,845 --> 00:06:59,845
อยู่บนสุดจะถูกเอาออกมาใช้ก่อน

106
00:06:59,866 --> 00:07:03,849
และจากที่อยู่บนสุดนะคะ จะถูก

107
00:07:03,849 --> 00:07:07,848
เอาเข้ามาเก็บทีหลัง อันนี้คือรูปแบบ

108
00:07:07,848 --> 00:07:11,846
ของ Stack เช่นนะคะ เช่น ๆ

109
00:07:11,846 --> 00:07:15,846
เช่น สมมติ ครูมีกระดาษ 1 แผ่นนะ

110
00:07:15,849 --> 00:07:19,849
ครูมีกระดาษอยู่ 1 แผ่น ทุกคนดูนะคะ

111
00:07:24,899 --> 00:07:39,566
กระดาษแผ่นที่ 1

112
00:07:19,851 --> 00:07:23,848
ครูจะใส่กระดาษแผ่นที่ 2

113
00:07:23,848 --> 00:07:27,848
เห็นไหมคะ ครูซ่อนกระดาษแผ่นที่ 2 อยู่ข้างบน

114
00:07:27,849 --> 00:07:31,847
ครูใส่ ครูใส่กระดาษ

115
00:07:31,847 --> 00:07:35,846
แผ่นที่ 3 เข้าไปนะคะ แล้วครูก็ใส่

116
00:07:35,846 --> 00:07:39,846
กระดาษแผ่นที่ 4 เข้าไปในมือครู เวลา

117
00:07:39,864 --> 00:07:43,849
ครูจะเอาออกมาใช้ครูจะเอาตัวล่างสุดหรือตัวบนสุดออกมาใช้

118
00:07:43,849 --> 00:07:47,849
ตัวบนสุดถูกไหมคะ

119
00:07:47,863 --> 00:07:51,848
ครูไม่พยายามจะดึงตัวล่างสุดออกมานะคะ แต่ครูจะหยิบตัวบน

120
00:07:51,848 --> 00:07:55,847
สุดออกไปใช้ ซึ่งตัวบนสุดนี่

121
00:07:55,847 --> 00:07:59,847
คือ กระดาษแผ่นที่เราใส่ไปล่าสุดนะคะ

122
00:07:59,858 --> 00:08:03,848

123
00:08:03,848 --> 00:08:07,848
เราสามารถสรุปได้แบบนี้นะ ข้อมูลที่อยู่ใน

124
00:08:07,870 --> 00:08:11,848
ตัวแรกจะอยู่ด้านล่างสุด

125
00:08:11,848 --> 00:08:15,848
ข้อมูลที่หย่อนลงไปใน Sta ยู่ด้านล่างสุดเลย

126
00:08:15,848 --> 00:08:19,846
นะคะ ตัวถัดไปก็จะซ้อนขึ้นมา

127
00:08:19,846 --> 00:08:23,846
เรื่อย ๆ ข้อมูลที่

128
00:08:23,846 --> 00:08:27,846
เข้าไปใน Stack เป็นตัวสุดท้าย

129
00:08:27,847 --> 00:08:31,847
นะคะ จะอยู่บนสุด แล้วเวลา

130
00:08:31,848 --> 00:08:35,847
เราเอาข้อมูลใน Stack ออกมาใช้งาน

131
00:08:35,847 --> 00:08:39,847
ข้อมูลที่เข้าไปเป็นตัวล่าสุด

132
00:08:39,853 --> 00:08:43,848
หรือตัวลำดับสุดท้าย  จะถูก

133
00:08:43,848 --> 00:08:47,848
ดึงออกมาใช้งานก่อน ตัวไหน

134
00:08:47,848 --> 00:08:51,848
ที่เข้าไปตัวแรกจะถูกเอามาใช้งาน

135
00:08:51,851 --> 00:08:55,851
เป็นตัวสุดท้ายนะคะ เพราะมันอยู่ล่างสุด

136
00:08:55,852 --> 00:08:59,852
เวลาดึงออกมาใช้ มันก็ใช้ยาก เราต้องใช้ตัวบน ค่อย ๆ ดึงตัวบน

137
00:08:59,864 --> 00:09:03,846
ออกไปก่อน

138
00:09:03,846 --> 00:09:07,846
คราวนี้เวลาเราเอาข้อมูลใส่ใน Stack

139
00:09:07,865 --> 00:09:11,865
เราพูดถึง Stack ก็เหมือนภาชนะนะ Stack

140
00:09:11,876 --> 00:09:15,849
เป็นช่องแบบนี้ เป็นช่องสี่เหลี่ยม

141
00:09:15,849 --> 00:09:19,849
ในแนวตั้ง ถ้าเราพูดถึง Stack นะ

142
00:09:19,849 --> 00:09:23,849
ดูรูปนี้ก่อน อย่างนี้ มันจะอยู่ในแนวนอนหรือแนวตั้งก็ได้

143
00:09:23,851 --> 00:09:27,849
มันจะอยู่ในแนวนอนหรือแนวตั้งก็ได้

144
00:09:27,849 --> 00:09:31,847
ถ้าพูดถึง Stack ก้คือเป็นชั้น ๆ

145
00:09:31,847 --> 00:09:35,847
เลื่อนขึ้นไปเรื่อย ๆ นะคะ ใน Stack

146
00:09:35,848 --> 00:09:39,848
เราทำอะไรได้บ้าง เราใส่ข้อมูลลงไป

147
00:09:39,849 --> 00:09:43,849
เราดึงข้อมูลออกมา คราวนี้

148
00:09:43,851 --> 00:09:47,849
stack ถ้ามันไม่มีข้อมูลอะไรเลย

149
00:09:47,849 --> 00:09:51,849
เราเรียกว่า "Stack ว่าง" คือ มันมีค่าว่าง ๆ

150
00:09:51,851 --> 00:09:55,848
ไม่มีตัวอักษรอะไรเลยนะ อันนี้

151
00:09:55,848 --> 00:09:59,848
คือ Stack ว่าง

152
00:09:59,854 --> 00:10:03,850
ถ้าเราจะใส่ข้อมูลลงไปใน Stack

153
00:10:03,850 --> 00:10:07,850
เราจะมีคำสั่งที่ชื่อว่า Push

154
00:10:07,852 --> 00:10:11,852
คือคำสั่งตัวนี้นะคะ

155
00:10:11,857 --> 00:10:15,847
คำสั่ง Push ก็คือใส่

156
00:10:15,847 --> 00:10:19,847
ข้อมูลลงไปใน Stack ถ้าต้องการเอา

157
00:10:19,854 --> 00:10:23,849
ข้อมูลออกจาก Stack เราใช้คำสั่ง Pop นะคะ

158
00:10:23,849 --> 00:10:27,849
มีอยู่ 2 ตัวที่ทุกคนต้องรู้จัก

159
00:10:27,855 --> 00:10:31,853
เมื่อพูดถึง Stack คือ Push กับ Pop

160
00:10:31,853 --> 00:10:35,847
Push คือใส่ ก็คือเอ

161
00:10:35,847 --> 00:10:39,847
ส่วน Pop ก็คือเอาออกนะคะ Pop คือ เอาออก

162
00:10:39,849 --> 00:10:43,847

163
00:10:43,847 --> 00:10:47,847
คราวนี้มาดูตัวอย่างนะคะ มีแต่ Push กับ Pop

164
00:10:47,868 --> 00:10:51,850
2 ตัว เราเริ่มต้น Stack ไม่มีอะไรเลย

165
00:10:51,850 --> 00:10:55,850
เป็นค่าว่าง ๆ ถูกไหมคะ เป็น Stack ว่าง

166
00:10:55,852 --> 00:10:59,852
ครูบอกว่าครู Push

167
00:10:59,856 --> 00:11:03,856
คำสั่ง Push Push ค่าอะไร ค่า a เมื่อไรก็ตาม

168
00:11:03,865 --> 00:11:07,865
ที่ใช้คำสั่ง Push ต้องบอกด

169
00:11:12,692 --> 00:11:17,426
้วยว่า

170
00:11:07,862 --> 00:11:11,853
จะใส่ค่าอะไรด้วยนะคะ

171
00:11:11,853 --> 00:11:15,849
เรา Push ค่า a ลงไป

172
00:11:15,849 --> 00:11:19,849
เห็นไหม มันก็อยู่ด้านล่างสุดนะคะ ถัดมา

173
00:11:19,856 --> 00:11:23,856
ถ้าครูใส่คำสั่ง

174
00:11:23,859 --> 00:11:27,859
ตัวบนก่อน Push b ก็ใส่ b ลงมาเห็นไหมคะ

175
00:11:27,868 --> 00:11:31,848
ถัดจาก a ก็คือ b Push c

176
00:11:31,848 --> 00:11:35,848
ก็อยู่ถัดขึ้นไป และ Push(D) อยู่

177
00:11:35,868 --> 00:11:39,852
บนสุดนะคะ เรียงตรามลำดับของการ

178
00:11:39,852 --> 00:11:43,850
ใส่ข้อมูลเข้าไป

179
00:11:43,850 --> 00:11:47,848
คราวนี้อยากจะเอาออกบ้าง

180
00:11:47,848 --> 00:11:51,848
เอาข้อมูลออกจาก Stack ไปใช้งาน จะใช้คำสั่ง Pop

181
00:11:51,870 --> 00:11:55,847
Pop นะ Pop

182
00:11:55,847 --> 00:11:59,847
แล้วตามด้วยวงเล็บเปิดและวงเล็บปิด ไม่ต้องใส่ค่าอะไร

183
00:11:59,855 --> 00:12:03,855
เพราะเราจะไปดึงค่าที่อยู่ใน Stack ออกมา

184
00:12:03,859 --> 00:12:07,848

185
00:12:07,848 --> 00:12:11,848
เราสั่งคำสั่ง Pop เราเอาข้อมูล

186
00:12:11,852 --> 00:12:15,852
บนสุดนะคะ Pop ให้เอาข้อมูลบนสุด

187
00:12:15,865 --> 00:12:19,850
ที่อยู่ใน Stack ดึงออกมา

188
00:12:19,850 --> 00:12:23,850
เพราะฉะนั้น เดิมเป็นแบบนี้ ถูกไหม

189
00:12:23,850 --> 00:12:27,849
ครูใช้คำสั่ง Pop อะไรออกมาเอ่ย

190
00:12:27,849 --> 00:12:31,849
ตัว D Dog จะออกมา เพราะ D Dog

191
00:12:31,850 --> 00:12:35,849
อยู่บนสุดนะคะ

192
00:12:35,849 --> 00:12:39,849
ถัดมา

193
00:12:39,849 --> 00:12:43,849
ครู Push คือใส่เข้าไป

194
00:12:43,851 --> 00:12:47,851
ตอนนี้ไม่มี D Dog แล้วนะ ครู Push e เห็นไหมคะ เวลา Push

195
00:12:47,854 --> 00:12:51,849
ต้องบอกด้วยว่าเราใส่ค่าอะไร

196
00:12:51,849 --> 00:12:55,849
แล้วก็ใส่ตัว e วงเล็บปิด ครู Push ค่า e ลงไป

197
00:12:55,859 --> 00:12:59,851
E จะอยู่ด้านบน C เสร็จแล้ว Push

198
00:12:59,851 --> 00:13:03,849
อีกครั้งหนึ่ง f ก็จะอยู่บนสุดนะคะ

199
00:13:03,849 --> 00:13:07,849
ถัดมาครู Pop

200
00:13:07,853 --> 00:13:11,853
Pop คือ เอาออก เอาอะไรออก ข้างบนสุดคืออะไร คะ

201
00:13:11,856 --> 00:13:15,850
เอา F ออก เพราะฉะนั้นข้อมูล

202
00:13:15,850 --> 00:13:19,850
จะเหลืออยู่ 4 ตัว ก็คือ a, b, c แล้วก็ e

203
00:13:19,865 --> 00:13:23,848

204
00:13:23,848 --> 00:13:27,848
โอเค ถัดมา

205
00:13:27,849 --> 00:13:31,849
เราแทน Stack ด้วยอะไร

206
00:13:31,853 --> 00:13:35,853
นะคะ อย่างที่ครูบอกว่าลิสต์

207
00:13:35,857 --> 00:13:39,849
จะถูกเอามาใช้แทนนะคะ การเก็บข้อมูล

208
00:13:39,849 --> 00:13:43,849
ใน Stack เราพูดถึง Stack แล้วมันจัดเก็บแบบไหน ลิสต์

209
00:13:43,852 --> 00:13:47,849
นั่นล่ะในการเก็บข้อมูล

210
00:13:47,849 --> 00:13:51,849
ลิสต์นะคะ เราสามารถวาดเป็นแนวตั้งหรือแนวนอน

211
00:13:51,852 --> 00:13:55,850
ก็ได้นะ สามารถวาดเป็นแนวนอน

212
00:13:55,850 --> 00:13:59,850
หรือแนวนอนก็ได้ ข้อมูลที่ใส่เข้ามาตัวแรกนะคะ

213
00:13:59,874 --> 00:14:03,850
จะอยู่ที่ index 0 ก็คือข้อมูลตัวแรก

214
00:14:03,850 --> 00:14:07,850
ไล่ไปเรื่อย ๆ จนถึงข้อมูลตัวสุดท้าย

215
00:14:07,856 --> 00:14:11,848

216
00:14:11,848 --> 00:14:15,848
Stack ที่ครูให้มานี่ ที่เก็บอยู่

217
00:14:15,855 --> 00:14:19,851
ในรูปแบบที่เป็นลิสต์นี่

218
00:14:19,851 --> 00:14:23,850
มันมีที่ว่างให้ใส่ได้อีกไหม Stack รูปนี้

219
00:14:23,850 --> 00:14:27,850
มีอยู่ 4 ช่องด้วยกัน ทุกช่องมีค่าไหมคะ

220
00:14:27,853 --> 00:14:31,848
ทุกช่องมีค่านะ

221
00:14:31,848 --> 00:14:35,848
มันเต็มหรือยังคะ

222
00:14:35,850 --> 00:14:39,850
มันมีที่ว่างให้ใส่อีกไหมคะ ไม่มีแล้ว

223
00:14:39,855 --> 00:14:43,855
อย่างนี้เรียกว่า Stack เต็มแล้ว

224
00:14:43,861 --> 00:14:47,860
นะคะ คือ ไม่มีช่องว่างให้เราใส่ข้อมูลตัวใหม่ได้แล้ว

225
00:14:47,860 --> 00:14:51,854
นะคะ แบบนี้เรียกว่า Stack มันเต็มแล้ง

226
00:14:51,854 --> 00:14:55,851

227
00:14:55,851 --> 00:14:59,849

228
00:14:59,849 --> 00:15:03,849
คราวนี้ เรามี 2 คำสั่ง

229
00:15:03,856 --> 00:15:07,854
ที่พูดถึงนะ Push กับ Pop

230
00:15:07,854 --> 00:15:11,850
Push ก็คือใส่ข้อมูลลงไปใน Stack

231
00:15:11,850 --> 00:15:15,849
เช่น ครูมี Stack

232
00:15:15,849 --> 00:15:19,849
อย่างนี้ใช่ไหม มันมีที่ว่างให้ครูใส่ข้อมูลได้ไหมคะ มันมี

233
00:15:19,851 --> 00:15:23,850
ที่ว่างให้ครูใส่ข้อมูลได้ ครู

234
00:15:23,850 --> 00:15:27,850
ก็เลยสั่งคำสั่ง Push 3 ก็คือเอาข้อมูล 3 นี่

235
00:15:27,852 --> 00:15:31,852
ไปหย่อนลงใน Stack มันจะเอามาใส่ช่องนี้

236
00:15:31,855 --> 00:15:35,852
ช่องที่ 1 หรือช่องที่ 2 ค่ะ ช่องที่ 1

237
00:15:35,852 --> 00:15:39,849
ถูกไหม ก็ไล่ลำดับลงมาเรื่อย ๆ

238
00:15:39,849 --> 00:15:43,849
มันอยู่ช่องนี้แล้ว ข้อมูลล่าสุดอยู่ช่องนี้

239
00:15:43,874 --> 00:15:47,852
เพราะฉะนั้น มันก็ไหลลงไปจนถึงตัวสุดท้าย

240
00:15:47,852 --> 00:15:51,852
ที่มันสามารถจะใส่ได้ ก็คือในช่องตรงนี้ ก็คือจะเอา 3

241
00:15:51,864 --> 00:15:55,851
มาใส่

242
00:15:55,851 --> 00:15:59,851
แล้วเราใส่ด้วยคำสั่งอะไร

243
00:15:59,851 --> 00:16:03,849
เราใช้ List นะคะ

244
00:16:03,849 --> 00:16:07,849
ในการจัดเก็บข้อมูล เราใช้ List ในการจัดเก็บข้อมูล

245
00:16:07,855 --> 00:16:11,851
เพราะฉะนั้นคำสั่งของการ

246
00:16:11,851 --> 00:16:15,850
เพิ่มข้อมูลลงไปใน Stack ก็คือใช้คำสั่ง

247
00:16:15,850 --> 00:16:19,849
Append ได้เลย เพราะ Append

248
00:16:19,849 --> 00:16:23,849
เป็นคำสั่งของการเพิ่มข้อมูลลงไป

249
00:16:23,849 --> 00:16:27,849
ใน List นะคะ ใส่ชื่อ

250
00:16:27,849 --> 00:16:31,849
แล้วตามด้วยคำสั่ง Append (d)

251
00:16:31,849 --> 00:16:35,849
ใส่ค่าข้อมูลตัวใหม่แล้วก็วงเล็บปิด

252
00:16:35,854 --> 00:16:39,848
ถัดมา

253
00:16:39,848 --> 00:16:43,848
Pop

254
00:16:43,853 --> 00:16:47,852
คือ เอาออกนะคะ คือ Pop คือ เอาออก

255
00:16:47,852 --> 00:16:51,852
ก่อนที่เราจะเอาข้อมูลออก

256
00:16:51,853 --> 00:16:55,850
เราต้องเช็กก่อนว่า Stack เรา

257
00:16:55,850 --> 00:16:59,850
มีข้อมูลอยู่ไหม ถ้า Stack

258
00:16:59,852 --> 00:17:03,852
มันไม่มีข้อมูลอยู่เลยเราจะเอาอะไรออกมาได้ไหม ไม่ได้

259
00:17:03,854 --> 00:17:07,852
เพราะมันไม่มีข้อมูลอะไรให้เราดึงออกมา

260
00:17:07,852 --> 00:17:11,850
เพราะฉะนั้น อันดับแรกนี่ เราต้องเช็กก่อน

261
00:17:11,850 --> 00:17:15,850
มันมีข้อมูลอยู่ไหมนะคะ มันมีข้อมูลอยู่ไหม

262
00:17:15,855 --> 00:17:19,854
ถ้ามันไม่มีข้อมูลอยู่เลย เราจะบอกว่า

263
00:17:19,854 --> 00:17:23,854
มันคือ Stack ว่าง เราไม่สามารถทำคำสั่ง Pop

264
00:17:23,860 --> 00:17:27,860
ได้นะคะ แต่ถ้า

265
00:17:27,861 --> 00:17:31,849
Stack ไม่ว่าง เช่น

266
00:17:31,849 --> 00:17:35,849
ในบรรทัดแถวที่ 2 Stack ไม่ว่างนะ มันมีข้อมูลอยู่ตั้ง 3 ตัว

267
00:17:35,875 --> 00:17:39,850
เราใช้คำสั่ง Pop

268
00:17:39,850 --> 00:17:43,850
ข้อมูลอะไรจะถูกดึงออกมา มีอยู่ 3 ค่านี่

269
00:17:43,860 --> 00:17:47,860
ข้อมูลที่จะเอาออกมาจาก Stack

270
00:17:47,875 --> 00:17:51,850
ก็คือ ข้อมูลค่าอะไรเอ่ย

271
00:17:51,850 --> 00:17:55,850
อะไรคะ 1 หรือ 2

272
00:17:55,852 --> 00:17:59,852
หรือ 3 3 ใช่ไหม

273
00:17:59,853 --> 00:18:03,853
เอาตัวที่อยู่บนสุด

274
00:18:03,854 --> 00:18:07,854
ตัวล่าสุดถูกไหมคะ ถ้าอยู่ในแนวนอนตัวล่าสุดจะอยู่

275
00:18:07,862 --> 00:18:11,855
ด้านขวา

276
00:18:11,855 --> 00:18:15,852
ถ้าเป็นแนวตั้งตัวล่าสุดจะอยู่ข้างบนใช่ไหมคะ

277
00:18:15,852 --> 00:18:19,852
เลข 3 จะถูก

278
00:18:19,855 --> 00:18:23,854
ดึงออกมานะคะ หลังจากที่เราใช้คำสั่ง Pop

279
00:18:23,854 --> 00:18:27,854

280
00:18:27,857 --> 00:18:31,851
ค

281
00:18:31,851 --> 00:18:35,850
ถัดมาตัวนี้จะเป็นคำสั่ง

282
00:18:35,850 --> 00:18:39,850
ที่เราใช้เขียน เช่น

283
00:18:39,850 --> 00:18:43,850
เราจะเช็กว่า Stack นั้นเป็น Stack ว่าง

284
00:18:43,852 --> 00:18:47,852
หรือเปล่า เราก็ดูขนาดของ Stack ใช่ไหมคะ

285
00:18:47,854 --> 00:18:51,854
หาขนาดของ Stack ว่ามันมีขนาด

286
00:18:51,854 --> 00:18:55,854
เท่าไหร่ ถ้าขนาดมันมีค่าเป็น 0

287
00:18:55,862 --> 00:18:59,856
แสดงว่ามันเป็น Stack ว่าง ไม่มีข้อมูลอยู่เลย

288
00:18:59,856 --> 00:19:03,853
ก็ไม่ต้องทำอะไรใช่ไหมคะ แต่ถ้า

289
00:19:03,853 --> 00:19:07,850
มันไม่ใช่ Stack ว่างเราก็

290
00:19:07,850 --> 00:19:11,850
จะดึงค่าที่อยู่บนสุดออกมา

291
00:19:11,851 --> 00:19:15,851
คราวนี้

292
00:19:15,851 --> 00:19:19,851
อันนี้จะเป็นโค้ด เป็นโปรแกรมที่เราจะเขียนทั้งหมด

293
00:19:19,857 --> 00:19:23,852
เดี๋ยวครูบอกอีกทีข้างหลัง

294
00:19:23,852 --> 00:19:27,852
สมมติว่า

295
00:19:27,852 --> 00:19:31,849

296
00:19:31,849 --> 00:19:35,849

297
00:19:35,849 --> 00:19:39,849

298
00:19:39,850 --> 00:19:43,849
ครูอยาก...

299
00:19:43,849 --> 00:19:47,849

300
00:19:47,854 --> 00:19:51,854

301
00:19:51,864 --> 00:19:55,850

302
00:19:55,850 --> 00:19:59,849

303
00:19:59,849 --> 00:20:03,849

304
00:20:03,850 --> 00:20:07,850

305
00:20:07,852 --> 00:20:11,849

306
00:20:11,849 --> 00:20:15,848

307
00:20:15,848 --> 00:20:19,848

308
00:20:19,850 --> 00:20:23,850

309
00:20:23,850 --> 00:20:27,850

310
00:20:27,851 --> 00:20:31,851

311
00:20:31,851 --> 00:20:35,851

312
00:20:35,851 --> 00:20:39,849

313
00:20:39,849 --> 00:20:43,849
คราวนี้ดูนะคะ

314
00:20:43,850 --> 00:20:47,850
ครูมี Stack มาให้ Stack ครูมีกี่ช่องคะ

315
00:20:47,866 --> 00:20:51,852
มี 4 ช่องในแนวตั้งถูกหรือเปล่า

316
00:20:51,852 --> 00:20:55,850
เป็น Stack ในแนวตั้ง มี 4 ช่องนะคะ

317
00:20:55,850 --> 00:20:59,850
ตัวแรก ตัวแรกน่ะจะอยู่

318
00:20:59,883 --> 00:21:03,864
ด้านฐาน จะอยู่ด้านล่างสุดนะ เวลาเราหย่อนข้อมูลลงไป ตัวแรก

319
00:21:03,864 --> 00:21:07,851
จะลงมาอยู่ช่องล่างสุดแล้วค่อยขยับไปช่องถัดไป ๆ

320
00:21:07,851 --> 00:21:11,851
นะคะ จะซ้อนขึ้นไปข้างบนนะ ถ้าเป็น Stack ในแนวตั้ง

321
00:21:11,855 --> 00:21:15,849
คำสั่ง

322
00:21:15,849 --> 00:21:19,849
อย่างที่บอกเรามีแค่ 2 คำสั่งนะ มีแค่ Push กับ Pop

323
00:21:19,855 --> 00:21:23,852
ใช่ไหมคะ Push

324
00:21:23,852 --> 00:21:27,852
ใส่ข้อมูล

325
00:21:27,857 --> 00:21:31,851
กับ Pop

326
00:21:31,851 --> 00:21:35,850
เอาข้อมูลออก คือ ใส่กับเอาออก

327
00:21:35,850 --> 00:21:39,850
นะคะ คราวนี้ดู

328
00:21:39,852 --> 00:21:43,852
Push 5 เห็นไหมคะ ครูใส่หมายเลขช่องก่อนนะ

329
00:21:43,855 --> 00:21:47,855
อันนี้เป็นหมานยเลข 1, 0, 1, 2, 3

330
00:21:47,869 --> 00:21:51,855
เราจะได้เข้าใจตรงกัน โอเค

331
00:21:51,855 --> 00:21:55,854
นะคะ มีหลายเลขช่องแล้วนะ มี 0 1 2 3

332
00:21:55,854 --> 00:21:59,852
ครูสั่ง Push 5 5 จะ

333
00:21:59,852 --> 00:22:03,852
ไปอยู่ที่ช่องไหน ช่องไหนเอ่ย

334
00:22:03,857 --> 00:22:07,857
ช่องหมายเลขอะไร ครูหย่อน 5

335
00:22:07,862 --> 00:22:11,862
ลงไปมันก็จะไหลลงมาอยู่ที่ช่องไหนคะ

336
00:22:11,870 --> 00:22:15,851
ช่อง 0 เห็นไหม พอครูหย่อน 5 ลงมา

337
00:22:15,851 --> 00:22:19,851
ไหลลงมาเรื่อย ๆ จนมาอยู่ที่

338
00:22:19,853 --> 00:22:23,851
ช่อง 0 เสร็จแล้วครูสั่งคำสั่ง Push

339
00:22:23,851 --> 00:22:27,851
10 เดิมมันมี 5 อยู่แล้วนะ

340
00:22:27,876 --> 00:22:31,859
แล้วครูสั่ง Push 10 เพราะฉะนั้น 10 จะมาอยู่ที่ไหนคะ

341
00:22:31,859 --> 00:22:35,851
10 จะมาอยู่ที่

342
00:22:35,851 --> 00:22:39,851
1 ถูกไหมคะ ก็หย่อน 10 ลงมานะ

343
00:22:39,864 --> 00:22:43,851
ถัดมาเดิม

344
00:22:43,851 --> 00:22:47,851
เดิม มี 5 กับ 10 แล้ว ครูเขียนเรียบร้อยก่อน

345
00:22:47,860 --> 00:22:51,853
นะคะ ใส่ที่ช่อง 0 กับช่อง 1 ครู

346
00:22:51,853 --> 00:22:55,851
สั่ง Push 15 ไปอยู่ที่ช่องไหนคะ 2 ใช่ไหม

347
00:22:55,851 --> 00:22:59,851
เห็นไหม พอ Push ข้อมูลลงไป

348
00:22:59,852 --> 00:23:03,852
คราวนี้ จากรูปนี้ ครูสั่ง Pop

349
00:23:03,852 --> 00:23:07,852
เอาอะไรออกมา

350
00:23:07,865 --> 00:23:11,854
จากรูปนี้พอครูสั่ง Pop ปุ๊บ เอาอะไรออกมาคะ

351
00:23:11,854 --> 00:23:15,851
เอาอะไรออกมาเอ่ย

352
00:23:15,851 --> 00:23:19,851
15 ใช่ไหม เอาตัวบนสุด

353
00:23:19,851 --> 00:23:23,851
เลือก

354
00:23:23,851 --> 00:23:27,851
เราเลือก

355
00:23:27,854 --> 00:23:31,854
ตัวบนสุดออกมาใช่ไหมคะ

356
00:23:31,855 --> 00:23:35,853
เพราะฉะนั้น 15 จะถูกดึง

357
00:23:35,853 --> 00:23:39,853
ออกมาข้างนอก

358
00:23:39,853 --> 00:23:43,853
เพราะฉะนั้น ใน Stack จะเหลือแค่ 10 กับ 5

359
00:23:43,854 --> 00:23:47,852
ครูสั่ง Pop อีกทีหนึ่ง

360
00:23:47,852 --> 00:23:51,852
เอาอะไรออกมาคะ เดิม

361
00:23:51,853 --> 00:23:55,851
มี 5 กับ 10

362
00:23:55,851 --> 00:23:59,851
คราวนี้เอาอะไรออกมา ครูสั่ง Pop ปุ๊บ อะไรออกมาคะ

363
00:23:59,858 --> 00:24:03,852
10 ออกมาเห็นไหม 10 ไม่เหลือแล้ว

364
00:24:03,852 --> 00:24:07,852
เพราะฉะนั้น ตอนนี้ ใน Stack เราเหลือกี่ค่าคะ

365
00:24:07,854 --> 00:24:11,853
ค่าเดียว คือเลข 5

366
00:24:11,853 --> 00:24:15,853
จดตัวนี้ไว้ในกระดาษให้ครูหน่อย

367
00:24:15,863 --> 00:24:19,850

368
00:24:19,850 --> 00:24:23,850
เดี๋ยวครูจะให้ทำแบบฝึกหัด

369
00:24:23,853 --> 00:24:27,852
นะคะ

370
00:24:27,852 --> 00:24:31,852

371
00:24:31,854 --> 00:24:35,852

372
00:24:35,852 --> 00:24:39,852

373
00:24:39,852 --> 00:24:43,852

374
00:24:43,853 --> 00:24:47,850

375
00:24:47,850 --> 00:24:51,850

376
00:24:51,851 --> 00:24:55,851

377
00:24:55,851 --> 00:24:59,851

378
00:24:59,865 --> 00:25:03,854

379
00:25:03,854 --> 00:25:07,853

380
00:25:07,853 --> 00:25:11,853

381
00:25:11,864 --> 00:25:15,853

382
00:25:15,853 --> 00:25:19,853

383
00:25:19,866 --> 00:25:23,855

384
00:25:23,855 --> 00:25:27,855

385
00:25:27,856 --> 00:25:31,853
มีกระดาษไหมคะ มีใครไม่มีกระดาษไหมคะ

386
00:25:31,853 --> 00:25:35,853
ครูมีกระดาษมาแจก มีไหมคะ

387
00:25:35,855 --> 00:25:39,854
มันจะมีเส้น

388
00:25:39,854 --> 00:25:43,851

389
00:25:43,851 --> 00:25:47,851

390
00:25:47,862 --> 00:25:51,854

391
00:25:51,854 --> 00:25:55,851

392
00:25:55,851 --> 00:25:59,851

393
00:25:59,862 --> 00:26:03,855

394
00:26:03,855 --> 00:26:07,853

395
00:26:07,853 --> 00:26:11,853

396
00:26:11,855 --> 00:26:15,852

397
00:26:15,852 --> 00:26:19,852

398
00:26:19,853 --> 00:26:23,853

399
00:26:23,853 --> 00:26:27,853

400
00:26:27,853 --> 00:26:31,851

401
00:26:31,851 --> 00:26:35,851

402
00:26:35,852 --> 00:26:39,852

403
00:26:39,856 --> 00:26:43,856

404
00:26:43,872 --> 00:26:47,852

405
00:26:47,852 --> 00:26:51,852

406
00:26:51,855 --> 00:26:55,851

407
00:26:55,851 --> 00:26:59,851

408
00:26:59,852 --> 00:27:03,852

409
00:27:03,852 --> 00:27:07,851

410
00:27:07,851 --> 00:27:11,851

411
00:27:11,852 --> 00:27:15,852

412
00:27:15,852 --> 00:27:19,852

413
00:27:19,855 --> 00:27:23,852

414
00:27:23,852 --> 00:27:27,852

415
00:27:27,853 --> 00:27:31,852

416
00:27:31,852 --> 00:27:35,852

417
00:27:35,858 --> 00:27:39,855

418
00:27:39,855 --> 00:27:43,852

419
00:27:43,852 --> 00:27:47,852

420
00:27:47,855 --> 00:27:51,855

421
00:27:51,861 --> 00:27:55,852

422
00:27:55,852 --> 00:27:59,852

423
00:27:59,855 --> 00:28:03,852

424
00:28:03,852 --> 00:28:07,852

425
00:28:07,852 --> 00:28:11,852

426
00:28:11,858 --> 00:28:15,856

427
00:28:15,856 --> 00:28:19,852

428
00:28:19,852 --> 00:28:23,852

429
00:28:23,852 --> 00:28:27,852

430
00:28:27,858 --> 00:28:31,853

431
00:28:31,853 --> 00:28:35,853

432
00:28:35,855 --> 00:28:39,852

433
00:28:39,852 --> 00:28:43,852

434
00:28:43,856 --> 00:28:47,856

435
00:28:47,860 --> 00:28:51,854

436
00:28:51,854 --> 00:28:55,853

437
00:28:55,853 --> 00:28:59,852

438
00:28:59,852 --> 00:29:03,852

439
00:29:03,852 --> 00:29:07,852

440
00:29:07,853 --> 00:29:11,852

441
00:29:11,852 --> 00:29:15,852

442
00:29:15,854 --> 00:29:19,853

443
00:29:19,853 --> 00:29:23,853

444
00:29:23,853 --> 00:29:27,853

445
00:29:27,853 --> 00:29:31,853

446
00:29:31,853 --> 00:29:35,852

447
00:29:35,852 --> 00:29:39,852

448
00:29:39,852 --> 00:29:43,852

449
00:29:43,855 --> 00:29:47,855

450
00:29:47,859 --> 00:29:51,853

451
00:29:51,853 --> 00:29:55,853

452
00:29:55,853 --> 00:29:59,853

453
00:29:59,859 --> 00:30:03,854

454
00:30:03,854 --> 00:30:07,854

455
00:30:07,859 --> 00:30:11,857

456
00:30:11,857 --> 00:30:15,857

457
00:30:15,864 --> 00:30:19,854

458
00:30:19,854 --> 00:30:23,853

459
00:30:23,853 --> 00:30:27,853

460
00:30:27,853 --> 00:30:31,853

461
00:30:31,857 --> 00:30:35,857

462
00:30:35,860 --> 00:30:39,854

463
00:30:39,854 --> 00:30:43,854

464
00:30:43,860 --> 00:30:47,860
คราวนี้นะคะ ครูมีโจทย์มาให้ แล้วก็มี

465
00:30:47,872 --> 00:30:51,863
คำสั่งมาให้

466
00:30:51,863 --> 00:30:55,863
ทำเหมือนเดิมเลยใช่ไหมคะ แต่ครูมีตัว

467
00:30:55,870 --> 00:30:59,860
เริ่มต้นให้ ครูมีให้อยู่แล้วอยู่ใน Stack

468
00:30:59,860 --> 00:31:03,860
ใช่ไหมคะ คือ 5 อันแรก เราหย่อน

469
00:31:03,861 --> 00:31:07,861
เลข 2 ลงไป อันที่ 2 เขียนของเดิมก่อน

470
00:31:07,861 --> 00:31:11,855
ใช่ไหมคะ แล้วค่อยหย่อนเลข 7 ลงไป

471
00:31:11,855 --> 00:31:15,855
ถัดมาหย่อนเลข 1 Pop

472
00:31:15,862 --> 00:31:19,856
คือ เอาออกนะ คือ เอาออก แล้วบอกครูด้วยว่า

473
00:31:19,856 --> 00:31:23,853
ข้อมูล

474
00:31:23,853 --> 00:31:27,853
ที่เอาออกมา

475
00:31:27,854 --> 00:31:31,854
คืออะไร เสร็จแล้ว

476
00:31:31,854 --> 00:31:35,854
ก็มีคำสั่งตัวสุดท้าย ก็คือ Push ตัวเลข 7 ลงไป

477
00:31:35,860 --> 00:31:39,853

478
00:31:39,853 --> 00:31:43,853
ลองทำดูนะคะ

479
00:31:43,864 --> 00:31:47,853

480
00:31:47,853 --> 00:31:51,853
เพราะฉะนั้น แต่ละข้อ

481
00:31:51,871 --> 00:31:55,860
มันจะต่อเนื่องกันไปนะคะ

482
00:31:55,860 --> 00:31:59,855
ทำตัวแรก ข้อที่ 1 เสร็จ เอาข้อมูลนี่

483
00:31:59,855 --> 00:32:03,855
มาตั้งต้นไว้ก่อนแล้วเราค่อย Push

484
00:32:03,861 --> 00:32:07,860
เลข 7 ลงไป เดี๋ยวเราทำด้วยกัน 1 ข้อนะ

485
00:32:07,860 --> 00:32:11,854
อันนี้คือ Push เลข 2 หย่อนเลข 2

486
00:32:11,854 --> 00:32:15,854
ลงไป

487
00:32:15,854 --> 00:32:19,854

488
00:32:19,856 --> 00:32:23,856
ข้อที่ 2 ครูจะใส่เลข 7 เพราะฉะนั้น ครู

489
00:32:24,865 --> 00:32:28,860
ต้องใส่ข้อมูลเดิมก่อน

490
00:32:28,860 --> 00:32:32,857
และก็หย่อนเลข 7 ลงไป ทำต่อให้ครูหน่อย

491
00:32:32,857 --> 00:32:36,857
อีก 3 อัน

492
00:32:36,857 --> 00:32:40,854

493
00:32:40,854 --> 00:32:44,854

494
00:32:44,854 --> 00:32:48,854

495
00:32:48,857 --> 00:32:52,853

496
00:32:52,853 --> 00:32:56,853

497
00:32:56,854 --> 00:33:00,854

498
00:33:00,859 --> 00:33:04,853

499
00:33:04,853 --> 00:33:08,853

500
00:33:08,853 --> 00:33:12,853

501
00:33:12,855 --> 00:33:16,854

502
00:33:16,854 --> 00:33:20,854

503
00:33:20,854 --> 00:33:24,854

504
00:33:24,854 --> 00:33:28,854

505
00:33:28,855 --> 00:33:32,854

506
00:33:32,854 --> 00:33:36,854

507
00:33:36,854 --> 00:33:40,854

508
00:33:40,854 --> 00:33:44,854

509
00:33:44,857 --> 00:33:48,857

510
00:33:48,872 --> 00:33:52,857

511
00:33:52,857 --> 00:33:56,854

512
00:33:56,854 --> 00:34:00,854

513
00:34:00,857 --> 00:34:04,855

514
00:34:04,855 --> 00:34:08,855

515
00:34:08,857 --> 00:34:12,854

516
00:34:12,854 --> 00:34:16,854

517
00:34:16,854 --> 00:34:20,854

518
00:34:20,855 --> 00:34:24,854

519
00:34:24,854 --> 00:34:28,854

520
00:34:28,854 --> 00:34:32,854

521
00:34:32,854 --> 00:34:36,854

522
00:34:36,854 --> 00:34:40,854

523
00:34:40,854 --> 00:34:44,854

524
00:34:44,854 --> 00:34:48,854

525
00:34:48,855 --> 00:34:52,855

526
00:34:52,855 --> 00:34:56,855

527
00:34:56,855 --> 00:35:00,854

528
00:35:00,854 --> 00:35:04,854

529
00:35:04,859 --> 00:35:08,854

530
00:35:08,854 --> 00:35:12,854

531
00:35:12,854 --> 00:35:16,854

532
00:35:16,856 --> 00:35:20,856

533
00:35:20,856 --> 00:35:24,854

534
00:35:24,854 --> 00:35:28,854

535
00:35:28,862 --> 00:35:32,855

536
00:35:32,855 --> 00:35:36,855

537
00:35:36,862 --> 00:35:40,854

538
00:35:40,854 --> 00:35:44,854

539
00:35:44,860 --> 00:35:48,860

540
00:35:48,865 --> 00:35:52,854

541
00:35:52,854 --> 00:35:56,854

542
00:35:56,856 --> 00:36:00,856

543
00:36:00,858 --> 00:36:04,854

544
00:36:04,854 --> 00:36:08,854

545
00:36:08,855 --> 00:36:12,855

546
00:36:12,862 --> 00:36:16,859

547
00:36:16,859 --> 00:36:20,859

548
00:36:20,863 --> 00:36:24,857

549
00:36:24,857 --> 00:36:28,857

550
00:36:28,857 --> 00:36:32,857

551
00:36:32,857 --> 00:36:36,854

552
00:36:36,854 --> 00:36:40,854

553
00:36:40,855 --> 00:36:44,854

554
00:36:44,854 --> 00:36:48,854

555
00:36:48,868 --> 00:36:52,855

556
00:36:52,855 --> 00:36:56,855

557
00:36:56,855 --> 00:37:00,855

558
00:37:00,855 --> 00:37:04,855

559
00:37:04,856 --> 00:37:08,856

560
00:37:08,858 --> 00:37:12,855

561
00:37:12,855 --> 00:37:16,855

562
00:37:16,855 --> 00:37:20,854

563
00:37:20,854 --> 00:37:24,854

564
00:37:24,856 --> 00:37:28,856

565
00:37:28,859 --> 00:37:32,855

566
00:37:32,855 --> 00:37:36,855

567
00:37:36,855 --> 00:37:40,855

568
00:37:40,855 --> 00:37:44,855

569
00:37:44,855 --> 00:37:48,855

570
00:37:48,855 --> 00:37:52,855

571
00:37:52,858 --> 00:37:56,855

572
00:37:56,855 --> 00:38:00,855

573
00:38:00,856 --> 00:38:04,855

574
00:38:04,855 --> 00:38:08,855

575
00:38:08,857 --> 00:38:12,856

576
00:38:12,856 --> 00:38:16,856

577
00:38:16,856 --> 00:38:20,855

578
00:38:20,855 --> 00:38:24,855

579
00:38:24,855 --> 00:38:28,855

580
00:38:28,858 --> 00:38:32,855

581
00:38:32,855 --> 00:38:36,855

582
00:38:36,856 --> 00:38:40,856

583
00:38:40,876 --> 00:38:44,855

584
00:38:44,855 --> 00:38:48,855

585
00:38:48,861 --> 00:38:52,860

586
00:38:52,860 --> 00:38:56,860

587
00:38:56,865 --> 00:39:00,856

588
00:39:00,856 --> 00:39:04,855

589
00:39:04,855 --> 00:39:08,855

590
00:39:08,856 --> 00:39:12,856

591
00:39:12,860 --> 00:39:16,858

592
00:39:16,858 --> 00:39:20,857

593
00:39:20,857 --> 00:39:24,857

594
00:39:24,857 --> 00:39:28,857

595
00:39:28,862 --> 00:39:32,857

596
00:39:32,857 --> 00:39:36,855

597
00:39:36,855 --> 00:39:40,855

598
00:39:40,857 --> 00:39:44,856

599
00:39:44,856 --> 00:39:48,855

600
00:39:48,855 --> 00:39:52,855

601
00:39:52,855 --> 00:39:56,855

602
00:39:56,875 --> 00:40:00,855

603
00:40:00,855 --> 00:40:04,855

604
00:40:04,859 --> 00:40:08,857

605
00:40:08,857 --> 00:40:12,855

606
00:40:12,855 --> 00:40:16,855

607
00:40:16,860 --> 00:40:20,858

608
00:40:20,858 --> 00:40:24,858

609
00:40:24,862 --> 00:40:28,857

610
00:40:28,857 --> 00:40:32,856

611
00:40:32,856 --> 00:40:36,855

612
00:40:36,855 --> 00:40:40,855

613
00:40:40,855 --> 00:40:44,855
ทีนี้เดี๋ยวเรามาดูเฉล

614
00:40:44,856 --> 00:40:48,855

615
00:40:48,855 --> 00:40:52,855

616
00:40:52,856 --> 00:40:56,856
ยพร้อมกัน ข้อ 3 นะคะ ครูสั่ง Push 1 ก็คือใส่เลข 1 ลง

617
00:40:56,858 --> 00:41:00,857
ใน Stack เดิม

618
00:41:00,857 --> 00:41:04,857
เอาของเดิมยกมาก่อนนะ อย่าเพิ่งใส่นะ ของเดิม

619
00:41:04,859 --> 00:41:08,859
มี 3 ค่านะ เขียนก่อนนะคะ

620
00:41:08,859 --> 00:41:12,859
เขียนค่าเดิมก่อน ใส่ค่าเดิมมาก่อน

621
00:41:12,860 --> 00:41:16,860
นะคะ เสร็จแล้วครูสั่ง Push 1

622
00:41:16,860 --> 00:41:20,856
1 จะอยู่ด้านบนเลข 7

623
00:41:20,856 --> 00:41:24,856
ใช่ไหมคะ

624
00:41:24,860 --> 00:41:28,860
จากนั้นครูสั่ง Pop Pop คือ เอาออก

625
00:41:28,872 --> 00:41:32,861
บนสุดคืออะไร คือ 1 เพราะ ฉะนั้น

626
00:41:32,861 --> 00:41:36,861
เอาอะไรออก เอา 1 ออก เพราะฉะนั้น ที่เหลือ

627
00:41:36,878 --> 00:41:40,859
ก็คือ 5, 2, 7 ใช่ไหมคะ 1

628
00:41:40,859 --> 00:41:44,859
จะถูกเอาออกมาใช่ไหม เพราะฉะนั้น ข้อมูล

629
00:41:44,859 --> 00:41:48,859
ที่นำออกจาก Stack ก็คือ 1

630
00:41:48,864 --> 00:41:52,857
นะคะ

631
00:41:52,857 --> 00:41:56,857
ครูสั่ง Push อีกครั้งหนึ่งทำอย่างไร

632
00:41:56,859 --> 00:42:00,859
ก็เอาของเดิมที่มีอยู่ใน Stack เขียนก่อน

633
00:42:00,861 --> 00:42:04,861
เพราะฉะนั้น กรณีที่ Push ข้อม

634
00:42:04,865 --> 00:42:08,860
ูลลงไปใน Stack ยกของเดิมมาก่อน

635
00:42:08,860 --> 00:42:12,860
เสร็จแล้ว

636
00:42:12,868 --> 00:42:16,868
ใส่ตัวเลขที่ครูสั่งลงไป ก็คือ 7 7

637
00:42:16,892 --> 00:42:20,857
ก็จะอยู่ด้านบนนะคะ อันนี้คือ

638
00:42:20,857 --> 00:42:24,857
Stack ที่ได้หลังจากที่เราใช้

639
00:42:24,862 --> 00:42:28,856
คำสั่งทั้งหมด 5 คำสั่ง

640
00:42:28,856 --> 00:42:32,856

641
00:42:32,860 --> 00:42:36,856
โอเค

642
00:42:36,856 --> 00:42:40,856

643
00:42:40,860 --> 00:42:44,860
ถัดมาครูเปลี่ยนนะ จากแนวตั้ง

644
00:42:44,868 --> 00:42:48,866
เป็นแนวนอนนะคะ ถ้าครูลองเปลี่ยน Stack เป็นแนวนอน

645
00:42:48,866 --> 00:42:52,857
บ้าง

646
00:42:52,857 --> 00:42:56,857

647
00:42:56,857 --> 00:43:00,857

648
00:43:00,857 --> 00:43:04,857

649
00:43:04,858 --> 00:43:08,858

650
00:43:08,861 --> 00:43:12,858

651
00:43:12,858 --> 00:43:16,857

652
00:43:16,857 --> 00:43:20,856

653
00:43:20,856 --> 00:43:24,856

654
00:43:24,862 --> 00:43:28,862
คราวนี้ครูลองเปลี่ยน Stack เป็นอีกรูปแบบหนึ่ง

655
00:43:28,863 --> 00:43:32,860
เป็นแนวนอนบ้างนะคะ

656
00:43:32,860 --> 00:43:36,857
และครูมีตัวเลข

657
00:43:36,857 --> 00:43:40,857
ที่อยู่ใน Stack ไว้ให้ คือ 3

658
00:43:40,860 --> 00:43:44,860
แล้วก็ 1 ถูกไหม ตัวแรกจะอยู่ซ้ายสุดถูกไหมคะ

659
00:43:44,861 --> 00:43:48,858
ถัดมาก็จะเป็นตัวที่ 2

660
00:43:48,858 --> 00:43:52,858
แล้วครูใช้คำสั่ง Push 5 ข้อที่ 2

661
00:43:52,868 --> 00:43:56,857
ครู Push 6 เสร็จแล้ว

662
00:43:56,857 --> 00:44:00,857
ครู Pop นะคะ ลองทำสิ

663
00:44:00,860 --> 00:44:04,858

664
00:44:04,858 --> 00:44:08,857

665
00:44:08,857 --> 00:44:12,857

666
00:44:12,857 --> 00:44:16,857

667
00:44:16,861 --> 00:44:20,858

668
00:44:20,858 --> 00:44:24,858

669
00:44:24,858 --> 00:44:28,857

670
00:44:28,857 --> 00:44:32,857

671
00:44:32,857 --> 00:44:36,857

672
00:44:36,860 --> 00:44:40,859

673
00:44:40,859 --> 00:44:44,859

674
00:44:44,861 --> 00:44:48,858

675
00:44:48,858 --> 00:44:52,858

676
00:44:52,860 --> 00:44:56,860

677
00:44:56,863 --> 00:45:00,857

678
00:45:00,857 --> 00:45:04,857

679
00:45:04,859 --> 00:45:08,859

680
00:45:08,859 --> 00:45:12,859

681
00:45:12,860 --> 00:45:16,860

682
00:45:16,861 --> 00:45:20,860

683
00:45:20,860 --> 00:45:24,860

684
00:45:24,860 --> 00:45:28,858

685
00:45:28,858 --> 00:45:32,857

686
00:45:32,857 --> 00:45:36,857

687
00:45:36,858 --> 00:45:40,857

688
00:45:40,857 --> 00:45:44,857

689
00:45:44,860 --> 00:45:48,860

690
00:45:48,862 --> 00:45:52,858

691
00:45:52,858 --> 00:45:56,858

692
00:45:56,858 --> 00:46:00,858

693
00:46:00,861 --> 00:46:04,861

694
00:46:04,861 --> 00:46:08,859

695
00:46:08,859 --> 00:46:12,859

696
00:46:12,881 --> 00:46:16,859

697
00:46:16,859 --> 00:46:20,859

698
00:46:20,863 --> 00:46:24,863

699
00:46:24,867 --> 00:46:28,862

700
00:46:28,862 --> 00:46:32,859

701
00:46:32,859 --> 00:46:36,859

702
00:46:36,878 --> 00:46:40,858

703
00:46:40,858 --> 00:46:44,858

704
00:46:44,858 --> 00:46:48,858

705
00:46:48,859 --> 00:46:52,859

706
00:46:52,859 --> 00:46:56,858

707
00:46:56,858 --> 00:47:00,858

708
00:47:00,866 --> 00:47:04,858

709
00:47:04,858 --> 00:47:08,858

710
00:47:08,859 --> 00:47:12,859

711
00:47:12,859 --> 00:47:16,859

712
00:47:16,866 --> 00:47:20,858

713
00:47:20,858 --> 00:47:24,858

714
00:47:24,865 --> 00:47:28,861

715
00:47:28,861 --> 00:47:32,861

716
00:47:32,864 --> 00:47:36,864

717
00:47:36,864 --> 00:47:40,862

718
00:47:40,862 --> 00:47:44,858

719
00:47:44,858 --> 00:47:48,858

720
00:47:48,863 --> 00:47:52,859

721
00:47:52,859 --> 00:47:56,858

722
00:47:56,858 --> 00:48:00,858

723
00:48:00,862 --> 00:48:04,859

724
00:48:04,859 --> 00:48:08,859

725
00:48:08,864 --> 00:48:12,859

726
00:48:12,859 --> 00:48:16,859

727
00:48:16,860 --> 00:48:20,859

728
00:48:20,859 --> 00:48:24,859

729
00:48:24,859 --> 00:48:28,859

730
00:48:28,860 --> 00:48:32,860

731
00:48:32,860 --> 00:48:36,860

732
00:48:36,861 --> 00:48:40,860

733
00:48:40,860 --> 00:48:44,860

734
00:48:44,864 --> 00:48:48,860

735
00:48:48,860 --> 00:48:52,860

736
00:48:52,861 --> 00:48:56,860

737
00:48:56,860 --> 00:49:00,859

738
00:49:00,859 --> 00:49:04,859

739
00:49:04,859 --> 00:49:08,859

740
00:49:08,859 --> 00:49:12,859

741
00:49:12,860 --> 00:49:16,860

742
00:49:16,862 --> 00:49:20,859

743
00:49:20,859 --> 00:49:24,859

744
00:49:24,860 --> 00:49:28,860

745
00:49:28,860 --> 00:49:32,859

746
00:49:32,859 --> 00:49:36,859

747
00:49:36,859 --> 00:49:40,859

748
00:49:40,860 --> 00:49:44,860

749
00:49:44,861 --> 00:49:48,861

750
00:49:48,863 --> 00:49:52,859

751
00:49:52,859 --> 00:49:56,859

752
00:49:56,860 --> 00:50:00,859

753
00:50:00,859 --> 00:50:04,859
คราวนี้นะคะ

754
00:50:04,861 --> 00:50:08,860
มาดูเฉลยด้วยกัน

755
00:50:08,860 --> 00:50:12,860
ครูสั่ง Push 5 แสดงว่า

756
00:50:12,862 --> 00:50:16,862
ครูกำลังจะใส่ข้อมูลลงใน Stack

757
00:50:16,865 --> 00:50:20,860
คือเลข 5 ครูก็เอาเลข 5 มาหย่อนลงเลยนะ

758
00:50:20,860 --> 00:50:24,860
เอาเลข 5 มาหย่อนเลยนะคะ

759
00:50:24,861 --> 00:50:28,861
ถัดมาครูใช้คำสั่ง Push

760
00:50:28,867 --> 00:50:32,862
ครูใช้คำสั่ง Push ทำอย่างไร เอา

761
00:50:32,862 --> 00:50:36,860
ของเดิมยกลงมาก่อน ยกของเดิม

762
00:50:36,860 --> 00:50:40,860
มาใส่ก่อนนะคะ ก็จะมี 3,

763
00:50:40,860 --> 00:50:44,860
1 แล้วก็ 5

764
00:50:44,860 --> 00:50:48,860
จากนั้น เรา Push ค่าใหม่ ใส่ค่าใหม่

765
00:50:48,869 --> 00:50:52,864
ลงไป ก็คือ 6

766
00:50:52,864 --> 00:50:56,864
โอเคนะ ใส่ค่า 6 ก็คือค่าใหม่ลงไปใน Stack

767
00:50:56,866 --> 00:51:00,863
เสร็จแล้วครูใช้คำสั่ง Pop

768
00:51:00,863 --> 00:51:04,863
ก็คือเอาออก ก็คือเอาตัวล่าสุด

769
00:51:04,866 --> 00:51:08,864
ที่อยู่ด้านขวา เอาออก

770
00:51:08,864 --> 00:51:12,864
เพราะฉะนั้น ค่าที่ถูกเอาออก ก็คือเลข 6

771
00:51:12,868 --> 00:51:16,868
เห็นไหมคะ เอาเลข 6 ออกมา

772
00:51:16,872 --> 00:51:20,861
แล้วเราก็ยกตัวที่เหลือ

773
00:51:20,861 --> 00:51:24,861
ลงมาใส่ ก็จะเหลือเป็น

774
00:51:24,882 --> 00:51:28,868
3, 1 แล้วก็ 5 นะคะ

775
00:51:28,868 --> 00:51:32,861

776
00:51:32,861 --> 00:51:36,860

777
00:51:36,860 --> 00:51:40,860

778
00:51:40,862 --> 00:51:44,860

779
00:51:44,860 --> 00:51:48,860

780
00:51:48,860 --> 00:51:52,860

781
00:51:52,860 --> 00:51:56,860

782
00:51:56,862 --> 00:52:00,861

783
00:52:00,861 --> 00:52:04,861

784
00:52:04,861 --> 00:52:08,861

785
00:52:08,864 --> 00:52:12,861

786
00:52:12,861 --> 00:52:16,861

787
00:52:16,863 --> 00:52:20,861

788
00:52:20,861 --> 00:52:24,861

789
00:52:24,861 --> 00:52:28,861

790
00:52:28,861 --> 00:52:32,860

791
00:52:32,860 --> 00:52:36,860

792
00:52:36,860 --> 00:52:40,860

793
00:52:40,861 --> 00:52:44,861
คราวนี้นะคะ มาดูต่อ

794
00:52:44,864 --> 00:52:48,864
กระดาษที่ครูแจกเอาวางไว้ก่อนนะคะ อย่าเพิ่งใช้ เรายังไม่ใช้ตอนนี้

795
00:52:48,876 --> 00:52:52,863

796
00:52:52,863 --> 00:52:56,861

797
00:52:56,861 --> 00:53:00,861
เราใช้ Stack ทำอะไร เมื่อกี้

798
00:53:00,863 --> 00:53:04,863
เราพูดถึง Stack ไปแล้วนะ เข้าก่อนออกทีหลัง

799
00:53:04,863 --> 00:53:08,861
นะคะ ข้อมูลไหนเข้าก่อน

800
00:53:08,861 --> 00:53:12,861
จะถูกเอาออกทีหลัง

801
00:53:12,864 --> 00:53:16,864
แล้วเราใช้ Stack ทำอะไรบ้าง

802
00:53:16,864 --> 00:53:20,864
เราใช้ Stack มาทำอะไรบ้าง

803
00:53:20,866 --> 00:53:24,866
ทุกคนบวกเลขเป็นใช่ไหม ทุกคนบวกลบคูณหาร

804
00:53:24,866 --> 00:53:28,862
สมการทางคณิตศาสตร์ได้ Stack

805
00:53:28,862 --> 00:53:32,862
จะถูกเอามาใช้ในการ

806
00:53:32,865 --> 00:53:36,863
หาผลลัพธ์ของสมการคณิตศาสตร์

807
00:53:36,863 --> 00:53:40,863
บวกเลข บวกลบเลขนะคะ

808
00:53:40,864 --> 00:53:44,864
คราวนี้ ก่อนที่จะไปดูรูปแบบของการ

809
00:53:44,865 --> 00:53:48,865
ใช้ Stack แล้ว Stack มันเกี่ย

810
00:53:48,865 --> 00:53:52,865
วกับการบวก ลบ คูณ หาร นะคะ เรามาดูรูปแบบก่อนการบวก ลบ คูณ หาร นะคะ เรามาดูรูปแบบก่อนว่า

811
00:53:52,868 --> 00:53:56,862
เราใช้ Stack เพื่อเป็นนิพนธ์

812
00:53:56,862 --> 00:54:00,861
ก็คือลักษณะของสมการ

813
00:54:00,861 --> 00:54:04,861
มีอยู่ 3 รูปแบบ รูปแบบแรกก็คื

814
00:54:04,863 --> 00:54:08,861
ก็คือ

815
00:54:08,861 --> 00:54:12,861
บวก ลบ คูณ หาร จะอยู่ระหว่างตัวเลข

816
00:54:12,866 --> 00:54:16,866
นะคะ อันนี้คือ Infix นิพจน์ตัวที่ 2

817
00:54:16,866 --> 00:54:20,866
ก็คือ Prefix

818
00:54:20,868 --> 00:54:24,867
เครื่องหมาย บวก ลบ คูณ หาร จะอยู่ด้านหน้า

819
00:54:24,867 --> 00:54:28,866
และตัวสุดท้ายคือ

820
00:54:28,866 --> 00:54:32,866
Postfix เครื่องหมายจะไปอยู่ด้านหลังของตัวเลข

821
00:54:32,869 --> 00:54:36,862
AC อันนนี้คือตัวเลขนะคะ

822
00:54:36,862 --> 00:54:40,862
เราจะแทนด้วยตัวเลขใด ๆ

823
00:54:40,863 --> 00:54:44,863
คราวนี้ดูนะคะ ในการคำนวณ

824
00:54:44,866 --> 00:54:48,866
ทางคณิตศาสตร์นะ

825
00:54:48,869 --> 00:54:52,865
เวลาเราเจอนะคะ การบวก ลบ

826
00:54:52,865 --> 00:54:56,865
ที่มันมีมากกว่า 2 ตัวเลข

827
00:54:56,865 --> 00:55:00,865
เช่นแบบนี้

828
00:55:00,865 --> 00:55:04,864
5 + 2 x 2 มันมีตัวเลขมากกว่า 2 ตัว

829
00:55:04,864 --> 00:55:08,864
นะคะ แล้วเรา

830
00:55:08,867 --> 00:55:12,866
จะบวกลบเลขอย่างไร

831
00:55:12,866 --> 00:55:16,866
เรามีลำดับความสัมพันธ์ของ

832
00:55:16,874 --> 00:55:20,866
เครื่องหมาย เจอวงเล็บ

833
00:55:20,866 --> 00:55:24,866
ก่อนทำในวงเล็บ

834
00:55:24,868 --> 00:55:28,863
ใช่ไหมคะ เราเจอในวงเล็บ เรา

835
00:55:28,863 --> 00:55:32,863
บวกลบเลขนี่ในวงเล็บก่อน

836
00:55:32,869 --> 00:55:36,869
จากนั้น ลำดับความสำคัญตัวที่ 2 ที่ต้อง

837
00:55:36,875 --> 00:55:40,863
ทำก่อนก็คือ เครื่องหมาย

838
00:55:40,863 --> 00:55:44,863
ยกกำลัง เช่น 2 ยกกำลัง 2 ใช่ไหมคะ

839
00:55:44,864 --> 00:55:48,864
3 ยกกำลัง 2 อย่างนี้เป็นต้น

840
00:55:48,879 --> 00:55:52,866
เจอเลขยกกำลังเสร็จแล้ว

841
00:55:52,866 --> 00:55:56,866
เราจะคำนวณเครื่องหมายไหนต่อไป ก็ค

842
00:55:56,881 --> 00:56:00,864
ูณกับหาร คูณกับหารมีลำดับความสำคัญ

843
00:56:00,864 --> 00:56:04,864
เท่ากันนะคะ มีลำดับความสำคัญ

844
00:56:04,866 --> 00:56:08,863
เท่ากัน ตามด้วยบวกกับลบ

845
00:56:08,863 --> 00:56:12,863
บวกกับลบก็มีความสำคัญ

846
00:56:12,866 --> 00:56:16,866
เท่ากัน แต่จะทำ

847
00:56:16,867 --> 00:56:20,864
หลังการทำเครื่องหมายคูณกับหาร

848
00:56:20,864 --> 00:56:24,861

849
00:56:24,861 --> 00:56:28,861
คราวนี้มาดูโจทย์ครู 2 ตัวนี้

850
00:56:28,867 --> 00:56:32,867
เป็นตัวเลขตัวเดียวกันเลย 5 + 2

851
00:56:32,874 --> 00:56:36,864
x 2 ตัวแรก

852
00:56:36,864 --> 00:56:40,864
ครูมีวงเล็บเปิดกับวงเล็บปิด โจทย์ตัวที่ 2 ครูำไม่มี

853
00:56:40,867 --> 00:56:44,867
วงเล็บนะคะ ครูไม่มีวงเล็บนะ

854
00:56:44,872 --> 00:56:48,864
คราวนี้มาดูข้อแรกก่อน

855
00:56:48,864 --> 00:56:52,864
อย่างที่บอกว่าถ้าเจอวงเล็บ

856
00:56:52,867 --> 00:56:56,862
วงเล็บเปิด วงเล็บปิด ทำ

857
00:56:56,862 --> 00:57:00,862
ข้างในวงเล็บก่อน

858
00:57:00,876 --> 00:57:04,865
เพราะฉะนั้น เราเอาอะไรบวกกันก่อน 5 + 2

859
00:57:04,865 --> 00:57:08,862
เป็นเท่าไรคะ เป็น 7

860
00:57:08,862 --> 00:57:12,862
7 แล้วคูณด้วย 2 เท่ากับเท่าไหร่

861
00:57:12,879 --> 00:57:16,862
เท่ากับเท่าไหร่คะ

862
00:57:16,862 --> 00:57:20,862
เท่ากับ 14

863
00:57:20,866 --> 00:57:24,860

864
00:57:24,860 --> 00:57:28,860
ตัวเลขเท่ากับ 14 ตัวแรกนะคะ เท่ากับ 14

865
00:57:28,864 --> 00:57:32,861
แล้วมาดูข้อ 2 ครูตัด

866
00:57:32,861 --> 00:57:36,861
วงเล็บทิ้งไป 5 + 2 x 2

867
00:57:36,868 --> 00:57:40,864
เราทำตรงไหนก่อน

868
00:57:40,864 --> 00:57:44,864
ย้อนกลับขึ้นมาดูข้างบน ระหว่างบวกกับคูณ

869
00:57:44,871 --> 00:57:48,861
อะไรสำคัญมากกว่ากัน

870
00:57:48,861 --> 00:57:52,861
อะไรมีความสำคัญมากกว่ากันคะ

871
00:57:52,864 --> 00:57:56,860
บวกกับคูณ

872
00:57:56,860 --> 00:58:00,860

873
00:58:00,861 --> 00:58:04,861
ใช่คูณ ข้างบนเห็นไหมคะ ว่า 1 นี่

874
00:58:04,864 --> 00:58:08,864
มีความสำคัญมากสุดนะ 2 ความสำคัญรองลงมา

875
00:58:08,874 --> 00:58:12,863
ตัวนี้ เบอร์ 3 ความสำคัญ

876
00:58:12,863 --> 00:58:16,860
รองลงมา เบอร์ 4 ความสำคั

877
00:58:16,860 --> 00:58:20,859
เพราะฉะนั้น คูณกับบวก

878
00:58:20,859 --> 00:58:24,859
อะไรมีความสำคัญมากกว่ากัน

879
00:58:24,862 --> 00:58:28,860
คูณใช่ไหมคะ อันนี้คือมากสุด

880
00:58:28,860 --> 00:58:32,860
มากสุด

881
00:58:32,860 --> 00:58:36,860
เพราะฉะนั้น เรา

882
00:58:36,861 --> 00:58:40,861
ทำอะไรก่อน 5 + 2 หรือเอา 2

883
00:58:40,861 --> 00:58:44,861
หรือเอา 2 x 2  2 x 2

884
00:58:44,861 --> 00:58:48,860
เป็น 4 4 + 5

885
00:58:48,860 --> 00:58:52,858
5 เป็นเท่าไหร่คะ

886
00:58:52,858 --> 00:58:56,858
เป็น 9

887
00:58:56,860 --> 00:59:00,859
โอเค

888
00:59:00,859 --> 00:59:04,858
ถ้าครูเขียนใหม่

889
00:59:04,858 --> 00:59:08,858

890
00:59:08,872 --> 00:59:12,858

891
00:59:12,858 --> 00:59:16,858
เลข 2 นะ เดี๋ยวนะ

892
00:59:16,859 --> 00:59:20,858

893
00:59:20,858 --> 00:59:24,858

894
00:59:24,864 --> 00:59:28,857

895
00:59:28,857 --> 00:59:32,857

896
00:59:32,858 --> 00:59:36,858
โจทย์ข้อนี้

897
00:59:36,859 --> 00:59:40,857
5 คูณ 2

898
00:59:40,857 --> 00:59:44,857
บวก 2 เท่ากับ 12 คนอื่น

899
00:59:44,858 --> 00:59:48,858
ได้ไหมคะ เห็นไหม ตัวเลขเดียวกันเลย

900
00:59:48,864 --> 00:59:52,860
สลับแล้วก็คเครื่องหมายมีเหมือนกันเล

901
00:59:52,860 --> 00:59:56,860
ยแค่สลับตำแหน่งค่าก็เปลี่ยนแล้ว

902
00:59:56,860 --> 01:00:00,859
ทันไหมคะ คูณกับบวกแสดงว่า

903
01:00:00,859 --> 01:00:04,859
ทำคูณก่อน 5 คูณ 2 เป็

904
01:00:04,862 --> 01:00:08,862
น 10 10 + 2 เป็น 1

905
01:00:08,862 --> 01:00:12,857

906
01:00:12,857 --> 01:00:16,857
2 โอเค

907
01:00:16,857 --> 01:00:20,857
เอาตัวนี้บวกกันก่อน... คูณกันก่อนนะคะ

908
01:00:20,862 --> 01:00:24,862
5 x 2 เป็น 10 แล้ว 10 ค่อยมาบวกกับ

909
01:00:24,862 --> 01:00:28,862
2 โอเค

910
01:00:28,862 --> 01:00:32,856
ฃจะเห็นว่า

911
01:00:32,856 --> 01:00:36,856
อันนี้คือเราคิดใช่ไหม

912
01:00:36,868 --> 01:00:40,859
แล้วเราจะสั่งให้คอมพิวเตอร์

913
01:00:40,859 --> 01:00:44,859
เข้าใจแบบที่เราคิดเมื่อกี้ได้อย่างไร

914
01:00:44,859 --> 01:00:48,859
รู้ว่าถ้าเจอคูณนี่ต้องทำคูณก่อนเลย

915
01:00:48,860 --> 01:00:52,860
เจอวงเล็บเปิด ต้องทำวงเล็บเปิด

916
01:00:52,862 --> 01:00:56,862
ตอนนี้เราจะสั่งให้คอมพิวเตอร์นี่สามารถคำนวณ

917
01:00:56,870 --> 01:01:00,859
ให้ได้แบบที่เราคำนวณเมื่อกี้

918
01:01:00,859 --> 01:01:04,856
เราใช้

919
01:01:04,856 --> 01:01:08,856
Stack เข้ามาช่วยในการคำนวณนะคะ

920
01:01:08,870 --> 01:01:12,858
เราใช้ Stack เข้ามาในการคำนวณ

921
01:01:12,858 --> 01:01:16,857
วิธี การทำแบบไหน

922
01:01:16,857 --> 01:01:20,857
มาดูวิธีการนะคะ เรามีตัวเลขอยู่ชุดหนึ่ง

923
01:01:20,866 --> 01:01:24,866
เราต้องการหาค่าออกมา เช่น

924
01:01:24,872 --> 01:01:28,856
ครูมีตัวเลขชุดนี้ล่ะ

925
01:01:28,856 --> 01:01:32,856
ครูสั่งให้คอมพิวเตอร์คำนวณ จะต้องได้ผลลัพธ์ 9

926
01:01:32,864 --> 01:01:36,856
คอมพิวเตอร์จะคิดแบบไหนนะคะ

927
01:01:36,856 --> 01:01:40,856
1 เราต้องสร้างตารางแบบนี้ก่อน

928
01:01:40,862 --> 01:01:44,862
มี 3 ช่อง ช่องแรก คือ ใส่ Input

929
01:01:44,864 --> 01:01:48,856
ก็คือข้อมูลนำเข้า Stack

930
01:01:48,856 --> 01:01:52,855
แล้วก็ผลลัพธ์นะคะ

931
01:01:52,855 --> 01:01:56,855
เรามีวิธีการทำนี่    2  ช่วงด้วยกัน ช่วงที่ 1

932
01:01:56,864 --> 01:02:00,864
ต้องแปลงนิพจน์

933
01:02:00,865 --> 01:02:04,856
แบบ Postfix เ

934
01:02:04,856 --> 01:02:08,856
ไปไว้ข้างหลังให้หมดก่อน เอาเครื่องหมาย

935
01:02:08,859 --> 01:02:12,859
ไปไว้ข้างหลังให้หมดก่อนนะคะ แล้วค่อยคำนวณออกมาเป็น

936
01:02:12,865 --> 01:02:16,856
ตัวเลข ผลลัพธ์

937
01:02:16,856 --> 01:02:20,856
เรามี 3 ช่องนะ ทุกคนต้องตีตาราง 3 ช่อง

938
01:02:20,862 --> 01:02:24,861
อันแรกเขียนว่า Input Stack แล้วก็

939
01:02:24,861 --> 01:02:28,854
Output นะคะ ถัดมา

940
01:02:28,854 --> 01:02:32,854
ขั้นตอนวิธีการแปลง

941
01:02:32,854 --> 01:02:36,854
จาก Infix ให้เป็น

942
01:02:36,856 --> 01:02:40,856
ทุกคนมีชีตที่ครูให้ แบบนี้เลย

943
01:02:40,863 --> 01:02:44,856
ก็คือสิ่งที่อยู่บนสไลด์นะคะ ครูพรินต์ออกมาให้

944
01:02:44,856 --> 01:02:48,855
เรามีอยู่ทั้งหมด 7 ขั้นตอนด้ว

945
01:02:48,855 --> 01:02:52,854
ทั้งหมด 7 ขั้นตอนด้วยกัน

946
01:02:52,854 --> 01:02:56,854
มีทั้งหมด 7 ขั้นตอนด้วยกัน ครูให้เวลา

947
01:02:56,877 --> 01:03:00,856
2 นาที อ่าน 7 ขั้นตอน

948
01:03:00,856 --> 01:03:04,856
นี้ในกระดาษของตัวเองสิคะ

949
01:03:04,865 --> 01:03:08,860
ให้อ่านในกระดาษนะ หรือจะอ่านจากหน้าจอก็ได้

950
01:03:08,860 --> 01:03:12,860
ให้เวลา 2 นาทีอยากให้อ่านก่อน

951
01:03:12,869 --> 01:03:16,856

952
01:03:16,856 --> 01:03:20,853

953
01:03:20,853 --> 01:03:24,853

954
01:03:24,853 --> 01:03:28,853

955
01:03:28,853 --> 01:03:32,853

956
01:03:32,853 --> 01:03:36,853

957
01:03:36,853 --> 01:03:40,853

958
01:03:40,853 --> 01:03:44,853

959
01:03:44,853 --> 01:03:48,853

960
01:03:48,853 --> 01:03:52,853

961
01:03:52,854 --> 01:03:56,854

962
01:03:56,865 --> 01:04:00,853

963
01:04:00,853 --> 01:04:04,853

964
01:04:04,853 --> 01:04:08,853

965
01:04:08,853 --> 01:04:12,853

966
01:04:12,855 --> 01:04:16,852

967
01:04:16,852 --> 01:04:20,852

968
01:04:20,858 --> 01:04:24,852

969
01:04:24,852 --> 01:04:28,852

970
01:04:28,852 --> 01:04:32,852

971
01:04:32,852 --> 01:04:36,852

972
01:04:36,856 --> 01:04:40,852

973
01:04:40,852 --> 01:04:44,852

974
01:04:44,852 --> 01:04:48,852

975
01:04:48,852 --> 01:04:52,852

976
01:04:52,852 --> 01:04:56,851

977
01:04:56,851 --> 01:05:00,851

978
01:05:00,852 --> 01:05:04,851

979
01:05:04,851 --> 01:05:08,851
คราวนี้เดี๋ยวมาดูพร้อมกัน

980
01:05:08,864 --> 01:05:12,858
เรามีอยู่ทั้งหมด 7 ขั้นตอนนะคะ\ เดี๋ยวเราจะ

981
01:05:12,858 --> 01:05:16,854
ลองฝึกนะ แล้วก็เทียบ

982
01:05:16,854 --> 01:05:20,854
ไปทีละขั้น

983
01:05:20,854 --> 01:05:24,854
ขั้นที่ 1 นะคะ กำหนดให้ Stack ว่าง

984
01:05:24,854 --> 01:05:28,851
ก็คือวาดตาราง 3 ช่องนี้

985
01:05:28,851 --> 01:05:32,851
อันดับแรก สร้าง Stack ว่าง ก็คือวาด

986
01:05:32,854 --> 01:05:36,854
3 ช่องนะคะ กี่แถวยังไม่รู้นะ

987
01:05:36,856 --> 01:05:40,856
แต่มีอยู่ 3 คอลัมน์

988
01:05:45,425 --> 01:05:59,929

989
01:05:40,852 --> 01:05:44,851

990
01:05:44,851 --> 01:05:48,851
3 ช่องอันนี้คืออันดับที่ 2

991
01:05:48,851 --> 01:05:52,851
อ่านข้อมูลจากซ้ายไปขวา ก็คือ

992
01:05:52,851 --> 01:05:56,851
อ่านข้อมูลทีละตัวใช่ไหมคะ เลข 5

993
01:05:56,851 --> 01:06:00,851
เครื่องหมายบวก เลข เครื่องหมายคูณ แล้วก็เลข 2

994
01:06:00,857 --> 01:06:04,851
อันนี้คืออ่านจากซ้ายไปขวา

995
01:06:04,851 --> 01:06:08,851
ทีละตัวนะคะ แล้วก็อ่านเข้ามาทีละตัว

996
01:06:08,855 --> 01:06:12,852
สมมติครูใช้ตัวเลขนะคะ

997
01:06:12,852 --> 01:06:16,852
ตัวเลขนะคะ เช่น

998
01:06:24,373 --> 01:06:21,287

999
01:06:16,867 --> 01:06:20,851

1000
01:06:20,851 --> 01:06:24,851
อ่านข้อมูลจากซ้ายไปขวา ตัวแรก ก็คือ

1001
01:06:24,856 --> 01:06:28,856
5 ใช่ไหม อ่านจากซ้าย ซ้ายก็คือตัวแรก

1002
01:06:28,872 --> 01:06:32,850
นะคะ ก็คือเลข 5 ถัดมา

1003
01:06:32,850 --> 01:06:36,850
ถัดมาขั้นถัดมาเป็นขั้นที่ 3

1004
01:06:36,862 --> 01:06:40,851
ถ้าข้อมูลที่อ่านเข้ามา

1005
01:06:40,851 --> 01:06:44,851
เป็นตัวเลข เช่น

1006
01:06:44,855 --> 01:06:48,852
เลข 5 ใช่ไหม ข้อมูลที่เราอ่านเข้ามา

1007
01:06:48,852 --> 01:06:52,850
ทันเป็นตัวเลขใช่ไหม ใช่ เอามัน

1008
01:06:52,850 --> 01:06:56,850
ไปไว้ที่ไหน เอามันไปไว้ที่ช่องผลลัพธ์ ก็คือ

1009
01:06:56,860 --> 01:07:00,850
ช่องสุดท้าย

1010
01:07:00,850 --> 01:07:04,850
ก็คือช่องนี้ใช่ไหมคะ ช่อง Output

1011
01:07:04,850 --> 01:07:08,850
ถัดมา ถ้าตัวที

1012
01:07:08,850 --> 01:07:12,850
เราอ่านเข้ามานี่มันไม่ใช่ตัวเลข แสดงว่า

1013
01:07:12,862 --> 01:07:16,852
มันต้องเป็นเครื่องหมายทางคณิตศาสตร์

1014
01:07:16,852 --> 01:07:20,852
อะไรสักอย่างหนึ่งนี่ล่ะ เช่น เครื่องหมายบวก

1015
01:07:20,853 --> 01:07:24,853
เครื่องหมายบวกใช่ไหมคะ เครื่องหมายบวก

1016
01:07:24,853 --> 01:07:28,851
เราอ่านเครื่องหมายบวกเข้ามา

1017
01:07:28,851 --> 01:07:32,851
แล้วเขาให้เราเช็กก่อน ว่า

1018
01:07:32,853 --> 01:07:36,853
แล้วใน Stack มันมีค่าอยู่หรือเปล่า Stack ในช่องนี่

1019
01:07:36,853 --> 01:07:40,849
ช่องนี้ ช่องที่ 2 นี่ มัน

1020
01:07:40,849 --> 01:07:44,849
มีค่าอยู่ไหม ถ้ามันไม่มีค่าอยู่เลย

1021
01:07:44,850 --> 01:07:48,850
ก็หย่อนมันลงไปใน Stack

1022
01:07:48,850 --> 01:07:52,850
แต่ถ้าใน Stack มันมีข้อมูล

1023
01:07:52,851 --> 01:07:56,849
อยู่แล้ว เราจะต้องทำการ

1024
01:07:56,849 --> 01:08:00,849
เปรียบเทียบก่อน ว่าข้อมูล

1025
01:08:00,849 --> 01:08:04,849
ที่เราอ่านเข้ามานี่

1026
01:08:04,863 --> 01:08:08,853
มันมีค่ามากกว่า หรือน้อยกว่าตัวที่อยู่ใน

1027
01:08:08,853 --> 01:08:12,848
Stack

1028
01:08:12,848 --> 01:08:16,848
ถ้ามันมากกว่า

1029
01:08:16,855 --> 01:08:20,855
ถ้ากรณีที่ตัวที่เราอ่านมีค่ามากกว่า

1030
01:08:20,855 --> 01:08:24,849
ก็หย่อนลงไปใน Stack ได้เลย

1031
01:08:24,849 --> 01:08:28,849
ถ้าสิ่งที่

1032
01:08:28,853 --> 01:08:32,850
เราอ่านเข้ามามันมีค่าน้อยกว่าสิ่งที่

1033
01:08:32,850 --> 01:08:36,849
อยู่ใน Stack

1034
01:08:36,849 --> 01:08:40,849
ให้เอาเครื่องหมายใน Stack

1035
01:08:40,851 --> 01:08:44,848
ออกไปไว้ที่ผลลัพธ์

1036
01:08:44,848 --> 01:08:48,848
แล้วเอาเครื่องหมายตัวที่เราอ่านเข้ามาหย่อนลงไปใน Stack

1037
01:08:48,853 --> 01:08:52,848
โอเค

1038
01:08:52,848 --> 01:08:56,848
ถ้า

1039
01:08:56,848 --> 01:09:00,848
เราอ่านจนครบข้อมูล

1040
01:09:00,849 --> 01:09:04,849
ทุกตัวแล้ว เรายังมีข้อมูลอยู่ใน Stack

1041
01:09:04,849 --> 01:09:08,849
เราก็ดึงมันออกมา ก็คือ Pop มันออกมา

1042
01:09:08,849 --> 01:09:12,847
เป็นผลลัพธ์

1043
01:09:12,847 --> 01:09:16,847
มาดูตัวอย่างนะ ทุกคนถือ... ดุตัวอย่าง

1044
01:09:16,851 --> 01:09:20,849
ที่เป็นขั้นตอนด้วยนะคะ

1045
01:09:20,849 --> 01:09:24,847

1046
01:09:24,847 --> 01:09:28,847

1047
01:09:28,859 --> 01:09:32,847

1048
01:09:32,847 --> 01:09:36,847
โอเค

1049
01:09:36,847 --> 01:09:40,847
โจทย์

1050
01:09:40,848 --> 01:09:44,848
ที่ครูให้ ทุกคนดูที่หน้าจอนะคะ

1051
01:09:44,855 --> 01:09:48,849
ครูมีโจทย์

1052
01:09:48,849 --> 01:09:52,849
มาให้นะคะ ก็คือ 5 + 2

1053
01:09:52,851 --> 01:09:56,848
x 2

1054
01:09:56,848 --> 01:10:00,848
อันดับแรกครูต้องทำอะไร

1055
01:10:00,848 --> 01:10:04,848
อันดับแรกวาดตาราง 3 ช่อง

1056
01:10:04,848 --> 01:10:08,848
วาดตาราง 3 ช่อง จำนวนแถว

1057
01:10:08,851 --> 01:10:12,850
ก็เอาข้อมูลตัวเลขกับเครื่องหมาย

1058
01:10:12,850 --> 01:10:16,847
มาใส่ทีละบรรทัด 5

1059
01:10:16,847 --> 01:10:20,847
ที่ 1 ถูกไหมคะ บวกบรรทัด

1060
01:10:20,850 --> 01:10:24,850
ใส่เลข 2 บรรทัดถัดมาใส่เครื่องหมายคูณ

1061
01:10:24,850 --> 01:10:28,847
แล้วก็ใส่เลข 2

1062
01:10:28,847 --> 01:10:32,847
เราก็จะวาดตารางเรียบร้อยแล้วใช่ไหมคะ จำนวนแถว

1063
01:10:32,852 --> 01:10:36,848
ขึ้นอยู่กับจำนวนข้อมูล

1064
01:10:36,848 --> 01:10:40,848
ในโจทย์ว่ามีกี่ตัว ก็สร้างแถว

1065
01:10:40,848 --> 01:10:44,846
ใส่ข้อมูลให้เลย

1066
01:10:44,846 --> 01:10:48,846
เรากำหนด

1067
01:10:48,850 --> 01:10:52,850
stack ว่างแล้วใช่ไหมคะ

1068
01:10:52,852 --> 01:10:56,852
ถัดมา ต้องอ่านข้อมูลทีละตัว

1069
01:10:56,856 --> 01:11:00,856
เราต้องอ่านข้อมูลทีละตัวจากซ้าย

1070
01:11:01,852 --> 01:11:05,848
ไปขวา ตัวแรกคืออะไรคะ

1071
01:11:05,848 --> 01:11:09,847
คือ 5 ใช่ไหม ครูเขียนเรียงแล้ว

1072
01:11:09,847 --> 01:11:13,847
5 บวก... มี 2 มีคูณ แล้วก็มี 2

1073
01:11:13,847 --> 01:11:17,847
อันนี้คือข้อมูลที่เราอ่านจากซ้ายไปขวา

1074
01:11:17,855 --> 01:11:21,849
ตัวแรก เป็นตัวเลขใช่ไหมคะ

1075
01:11:21,849 --> 01:11:25,848
มันเป็นตัวเลขแล้วมันตรงกับตัวไหน

1076
01:11:25,848 --> 01:11:29,846
ในขั้นตอน ข้อ

1077
01:11:29,846 --> 01:11:33,846
3 ที่บอกว่าถ้าเป็นตัวเลข

1078
01:11:33,846 --> 01:11:37,846
ให้เอาไปไว้ที่ไหน เอาไปไว้ที่

1079
01:11:37,847 --> 01:11:41,847
ผลลัพธ์ ถ้าเป็น

1080
01:11:41,849 --> 01:11:45,847
ตัวเลข เอาไปไว้ที่ผลลัพธ์ได้เลย

1081
01:11:45,847 --> 01:11:49,846
ถัดมา

1082
01:11:49,846 --> 01:11:53,846
เจอเครื่องหมายบวกนะคะ เจอเครื่องหมายบวก

1083
01:11:53,854 --> 01:11:57,847
ตอนนี้ใน Stack มันไม่มีค่า

1084
01:11:57,847 --> 01:12:01,846
อะไรเลย ทำอย่างไรคะ

1085
01:12:01,846 --> 01:12:05,846
ก็ใส่ได้เลย ใส่เครื่องหมายบวก

1086
01:12:05,848 --> 01:12:09,848
ลงมาได้เลย ถ้ามันเป็น Stack ว่าง เห็นไหมคะ

1087
01:12:09,850 --> 01:12:13,850
ตัวบนเป็น Stack ว่าง เราก็เอาใส่ได้เลย

1088
01:12:13,850 --> 01:12:17,849
แล้วก็เขียน 5 ลงมาเหมือนเดิมนะคะ

1089
01:12:17,849 --> 01:12:21,849
ยก 5 ลงมาเหมือนเดิมนะ

1090
01:12:21,851 --> 01:12:25,851
ดู ดูพร้อมครูก่อนนะ

1091
01:12:25,853 --> 01:12:29,846
เดี๋ยวครู...

1092
01:12:29,846 --> 01:12:33,846
จะถ่ายรูป

1093
01:12:33,849 --> 01:12:37,849
เอาขึ้น Classroom ให้

1094
01:12:37,859 --> 01:12:41,847
ถัดมา เลข 2 ใช่ไหมคะ เลข 2 มันเป็นอะไร

1095
01:12:41,847 --> 01:12:45,847
ตัวเลข เพราะฉะนั้นต้องเอาไปไว้ที่ไหน

1096
01:12:45,848 --> 01:12:49,846
ไปไว้ที่ผลลัพธ์

1097
01:12:49,846 --> 01:12:53,846
ตรงกับข้อ 3 ในขั้นตอนนะ

1098
01:12:53,849 --> 01:12:57,849
เอา 2 มาไว้ที่ Output แต่ต้องเขียน

1099
01:12:57,854 --> 01:13:01,847
หลัง ก็คือเขียนต่อจากเลข 5

1100
01:13:01,847 --> 01:13:05,845
นะคะ

1101
01:13:05,845 --> 01:13:09,845

1102
01:13:09,853 --> 01:13:13,846
ถัดมา

1103
01:13:13,846 --> 01:13:17,846
ยกเครื่องหมายบวกลงมาด้วยนะ

1104
01:13:17,846 --> 01:13:21,846
เพราะมันอยู่ใน Stack นะคะ เรายังไม่ได้เอาอะไรออก

1105
01:13:21,857 --> 01:13:25,857
หรือเอาอะไรเข้าเพิ่ม

1106
01:13:25,861 --> 01:13:29,852
ถัดมา เป็นเครื่องหมายคูณ

1107
01:13:29,852 --> 01:13:33,846
ใน Stack

1108
01:13:33,846 --> 01:13:37,846
เรามีเครื่องหมายบวกอยู่แล้วนะคะ

1109
01:13:37,850 --> 01:13:41,850
ใน Stack นี่เรามีเครื่องหมายบวกอยู่แล้ว

1110
01:13:41,854 --> 01:13:45,849
ตัวที่เราอ่านเข้ามา คือ คูณ เรา

1111
01:13:45,849 --> 01:13:49,849
จะต้องทำการเปรียบเทียบ

1112
01:13:49,849 --> 01:13:53,849
ค่าที่เราอ่านเข้ามาใหม่ คือ คูณ

1113
01:13:53,854 --> 01:13:57,851
กับตัวเดิมที่อยู่ใน Stack

1114
01:13:57,851 --> 01:14:01,845
คือ บวก เราเปรียบเทียบ ถูกไหมคะ

1115
01:14:01,845 --> 01:14:05,845
กับตัวบนสุดคือเครื่องหมายบวก สิ่งท

1116
01:14:05,849 --> 01:14:09,847
คืออะไร คูณมีค่า

1117
01:14:09,847 --> 01:14:13,846
มากกว่าบวก ให้ทำอย่างไร

1118
01:14:13,846 --> 01:14:17,846
ก็เอาคูณหย่อนลงมาได้เลย

1119
01:14:17,851 --> 01:14:21,851
ใส่คูณ

1120
01:14:21,857 --> 01:14:25,850
ลงไปใน Stack ได้เลยนะคะ ผลลัพธ์ก็เป็นเหมือนเดิม

1121
01:14:25,850 --> 01:14:29,845
ตัวถัดมาคือเลข 2

1122
01:14:29,845 --> 01:14:33,845
เลข 2 มันเป็นตัวเลขใช่ไหม เอามาไว้ที่

1123
01:14:33,847 --> 01:14:37,847
ผลลัพธ์นะคะ เอามาต่อด้านหลัง

1124
01:14:37,849 --> 01:14:41,845
เสร็จแล้วเราพบว่า

1125
01:14:41,845 --> 01:14:45,845
ไม่มีข้อมูลแล้ว ข้อมูลมันหมดแล้วน่ะ

1126
01:14:45,849 --> 01:14:49,849
ข้อมูลมันหมดแล้วนะคะ แต่สิ่งที่เราเจอคืออะไร

1127
01:14:49,856 --> 01:14:53,844
ใน Stack ยังมีข้อมูลอยู่

1128
01:14:53,844 --> 01:14:57,844
เพราะฉะนั้น ต้องดึงค่า

1129
01:14:57,847 --> 01:15:01,847
ออกจาก Stack ให้หมด เราเอาอะไรออกมาก่อนคะ

1130
01:15:01,849 --> 01:15:05,845
ตัวล่าสุด ตัวบนสุด คือ คูณ

1131
01:15:05,845 --> 01:15:09,845
เอาคูณมาต่อท้ายที่ Output หรือว่าผลลั

1132
01:15:09,847 --> 01:15:13,847
พธ์เอาคูณออกมาแล้วมันเหลืออีกตัวหนึ่งใช่ไหม

1133
01:15:13,849 --> 01:15:17,845
ก็เอาบวกออกมา

1134
01:15:17,845 --> 01:15:21,845
อันนี้คือผลลัพธ์ ผลลัพธ์สุดท้าย

1135
01:15:21,852 --> 01:15:25,844
นะคะ

1136
01:15:25,844 --> 01:15:29,844
จะอยู่ในรูปแบบของ Postfix คือ แปลงนิพจน์

1137
01:15:29,847 --> 01:15:33,845

1138
01:15:33,845 --> 01:15:37,845
ได้ไหมคะ เดี๋ยวเรามาทำพร้อมกันอีกตัว

1139
01:15:37,848 --> 01:15:41,848
หนึ่ง

1140
01:15:41,848 --> 01:15:45,845

1141
01:15:45,845 --> 01:15:49,845

1142
01:15:49,845 --> 01:15:53,844

1143
01:15:53,844 --> 01:15:57,844

1144
01:15:57,844 --> 01:16:01,844

1145
01:16:01,846 --> 01:16:05,846
3 + 5 x 1

1146
01:16:11,414 --> 01:16:08,959

1147
01:16:05,844 --> 01:16:09,844

1148
01:16:09,845 --> 01:16:13,844

1149
01:16:13,844 --> 01:16:17,844

1150
01:16:17,845 --> 01:16:21,845
ครูมีโจทย์ใช่ไหมคะ 3 + 5 x 1

1151
01:16:21,851 --> 01:16:25,847
ผลลัพธ์เท่ากับเท่าไหร่เอ่ย ตอบ

1152
01:16:25,847 --> 01:16:29,846
เท่ากับ

1153
01:16:29,846 --> 01:16:33,846
อันนี้ตอบเท่ากับเท่าไหร่เอ่ย

1154
01:16:38,417 --> 01:16:35,486

1155
01:16:33,846 --> 01:16:37,846
8

1156
01:16:37,846 --> 01:16:41,845
ข้างหลังตอบอะไร

1157
01:16:41,845 --> 01:16:45,845
ได้เท่ากับอะไรคะ คำตอบ

1158
01:16:45,847 --> 01:16:49,847
ก็คือ 8

1159
01:16:49,874 --> 01:16:53,846
เอา 5 x 1 ก่อนได้เท่าไร

1160
01:16:53,846 --> 01:16:57,844
ค่อยบวกกับ 3

1161
01:16:57,844 --> 01:17:01,844
5 1 เป็น 5 แล้วบวกกับ 3

1162
01:17:01,844 --> 01:17:05,844
8

1163
01:17:05,844 --> 01:17:09,844
เดี๋ยวเราจะมาทำ จะมาแปลงนิพจน์กัน

1164
01:17:09,849 --> 01:17:13,845
นะคะ แล้วเราจะมาหาค่าว่ามันได้ 8 ได้อย่างไร

1165
01:17:13,845 --> 01:17:17,845
อันนี้เรากำลังจะมาแสดงวิธีทำ

1166
01:17:17,845 --> 01:17:21,845
ค่าว่า 8 มันมาจากไหน เราสั่งให้คอมพิวเตอร์มัน

1167
01:17:21,846 --> 01:17:25,846
คิดแบบไหน อันดับแรก วาด Stack ว่าง

1168
01:17:25,847 --> 01:17:29,846
ฉะนั้น ครูบอกว่าต้องมีคอลัมน์อยู่ 3 คอลัมน์

1169
01:17:29,846 --> 01:17:33,844

1170
01:17:33,844 --> 01:17:37,843

1171
01:17:37,843 --> 01:17:41,843

1172
01:17:41,847 --> 01:17:45,847
ครูมี 3 คอลัมน์แล้ว มี

1173
01:17:45,852 --> 01:17:49,844
In put, Stack

1174
01:17:49,844 --> 01:17:53,844
แล้วก็ Output

1175
01:17:53,845 --> 01:17:57,845
จากนั้นครูวาดตารางเลย

1176
01:17:57,848 --> 01:18:01,845
โดยเอาข้อมูลมาใส่ในแต่ละแถวเลยนะคะ

1177
01:18:01,845 --> 01:18:05,845
ครูอ่านเข้ามาทีละตัว

1178
01:18:05,846 --> 01:18:09,846
ซ้ายไปขวา ตัวแรก คือ 3 ถัดมา

1179
01:18:09,846 --> 01:18:13,846
คือเครื่องหมายบวก เลข 5

1180
01:18:13,846 --> 01:18:17,844
นะคะ เครื่องหมายคูณ

1181
01:18:17,844 --> 01:18:21,844
แล้วก็เลข 1 อันนี้ครูวดตารา

1182
01:18:21,844 --> 01:18:25,844
เสร็จแล้ว

1183
01:18:25,861 --> 01:18:29,844

1184
01:18:29,844 --> 01:18:33,844

1185
01:18:33,844 --> 01:18:37,844
ทุกคน

1186
01:18:37,844 --> 01:18:41,844
วาดตามครูก่อนเลย เราวาด

1187
01:18:41,856 --> 01:18:45,846
ตารางเปล่า ๆ แบบนี้ก่อนนะคะ

1188
01:18:45,846 --> 01:18:49,846
คอลัมน์แรก หรือช่องแรก เอา

1189
01:18:49,846 --> 01:18:53,844
ตัวเลขกับเครื่องหมาย

1190
01:18:53,844 --> 01:18:57,844
มาเรียงใส่ทีละบรรทัด

1191
01:18:57,844 --> 01:19:01,844

1192
01:19:01,846 --> 01:19:05,844

1193
01:19:05,844 --> 01:19:09,844

1194
01:19:09,845 --> 01:19:13,845

1195
01:19:13,845 --> 01:19:17,843

1196
01:19:17,843 --> 01:19:21,843

1197
01:19:21,843 --> 01:19:25,843

1198
01:19:25,845 --> 01:19:29,843

1199
01:19:29,843 --> 01:19:33,843

1200
01:19:33,843 --> 01:19:37,843

1201
01:19:37,843 --> 01:19:41,843

1202
01:19:41,843 --> 01:19:45,843

1203
01:19:45,848 --> 01:19:49,844

1204
01:19:49,844 --> 01:19:53,843

1205
01:19:53,843 --> 01:19:57,843

1206
01:19:57,845 --> 01:20:01,845

1207
01:20:01,845 --> 01:20:05,843

1208
01:20:05,843 --> 01:20:09,843

1209
01:20:09,845 --> 01:20:13,843
คราวนี้

1210
01:20:13,843 --> 01:20:17,843
พอทุกคนลอกตารางเสร็จแล้วใช่ไหมคะ เดี๋ยวเราจะมาทำด้วยกัน

1211
01:20:17,850 --> 01:20:21,844
เริ่มต้นตัวแรก

1212
01:20:21,844 --> 01:20:25,844
ใช่ไหมคะ ทุกคน เริ่มต้นตัวแรกมันเป็นตัวเลข

1213
01:20:25,845 --> 01:20:29,845
เพราะฉะนั้นเอาไปไว้ที่ช่องทางไหน

1214
01:20:29,865 --> 01:20:33,842
ทางขวา

1215
01:20:33,842 --> 01:20:37,842
ใส่ก่อนเลข 3 ใช่ถูกต้อง

1216
01:20:37,843 --> 01:20:41,843
ถัดมา

1217
01:20:41,849 --> 01:20:45,845
เป็นเครื่องหมายบวกใช่ไหมคะ

1218
01:20:45,845 --> 01:20:49,845
ตรงนี้มีอะไรไหม ไม่มี

1219
01:20:49,847 --> 01:20:53,847
เพราะฉะนั้น เอา + มาใส่ตรงนี้ได้เลยไหม

1220
01:20:53,858 --> 01:20:57,846
ได้ถ้าเป็นเครื่องหมาย เอาลงที่

1221
01:20:57,846 --> 01:21:01,843
Stack เพราะฉะนั้นตอนนี้ Stack

1222
01:21:01,843 --> 01:21:05,843
ก็ใส่เครื่องหมายบวกได้เลย

1223
01:21:05,844 --> 01:21:09,844
3 ยกลงมาเหมือนเดิมนะคะ เหมือน

1224
01:21:09,847 --> 01:21:13,844
ตรง Output ยก 3 ลงมาเหมือนเดิม

1225
01:21:13,844 --> 01:21:17,843

1226
01:21:17,843 --> 01:21:21,843

1227
01:21:21,843 --> 01:21:25,843
ถัดมาเลข 5 เป็นตัวเลข

1228
01:21:25,847 --> 01:21:29,844
เอาไว้ที่ไหน เอาไว้

1229
01:21:29,844 --> 01:21:33,844
Output ใช่ไหม ฉะนั้น เอาของ

1230
01:21:33,846 --> 01:21:37,843
ยกลงมาก่อน คือ 3 เราเอาเลขอะไรมาใส่

1231
01:21:37,843 --> 01:21:41,842
เลข 5 นะคะ อันนี้

1232
01:21:41,842 --> 01:21:45,842
ยกลงมาไหม เครื่องหมายบวกยกลงมาด้วยนะ

1233
01:21:45,846 --> 01:21:49,842
ยกลงมาด้วย

1234
01:21:49,842 --> 01:21:53,842

1235
01:21:53,842 --> 01:21:57,842

1236
01:21:57,843 --> 01:22:01,842
เสร็จแล้ว ถัดมา

1237
01:22:01,842 --> 01:22:05,842
เครื่องหมายคูณ

1238
01:22:05,843 --> 01:22:09,843
คูณต้องเอามาลง Stack ใช่หรือเปล่า แต่คูณ

1239
01:22:09,847 --> 01:22:13,842
มันมากกว่าบวกใช่ไหม คูณ

1240
01:22:13,842 --> 01:22:17,842
กับบวก อะไรมากกว่ากัน คูณ เพราะฉะนั้น

1241
01:22:17,844 --> 01:22:21,843
เราก็ใส่ลงไปใน Stack ได้เลย โดย

1242
01:22:21,843 --> 01:22:25,842
โดยเอาของเดิมลงมาก่อน

1243
01:22:25,842 --> 01:22:29,842
แล้วก็ใส่เครื่องหมายคูณ

1244
01:22:29,843 --> 01:22:33,843
อันนี้ยกลงมาเหมือนเดิมไหม ยกลงมาเหมือนเดิม

1245
01:22:33,844 --> 01:22:37,842

1246
01:22:37,842 --> 01:22:41,842
ตรงสุดท้าย 1 เอาไว้ที่ไหน

1247
01:22:41,843 --> 01:22:45,843
Output แต่มีของเดิมอยู่แล้วใช่ไหม

1248
01:22:45,845 --> 01:22:49,842
ยกของเดิมลงมาก่อน แล้วก็ใส่เลข 1

1249
01:22:49,842 --> 01:22:53,842

1250
01:22:53,843 --> 01:22:57,843
อันนี้ยกลงมาเลยได้ไหม ได้นะคะ ใน Stack

1251
01:22:57,846 --> 01:23:01,845
เราก็ยกเครื่องหมายออกมา เครื่องหมายนะคะ

1252
01:23:01,845 --> 01:23:05,842
บวกกับคูณ

1253
01:23:05,842 --> 01:23:09,842

1254
01:23:09,849 --> 01:23:13,842
เสร็จแล้ว

1255
01:23:13,842 --> 01:23:17,842
ผลลัพธ์ที่ได้ ตอนนี้ข้อมูลหมดแล้วใช่ไหม

1256
01:23:17,844 --> 01:23:21,844
ใน Stack ยังมีอยู่ ใน Stack ยังมีอยู่ ต้อง

1257
01:23:21,854 --> 01:23:25,842
เอาออกมา ต้อง Pop ออกมา ใช่ไหมคะ

1258
01:23:25,842 --> 01:23:29,842
ยกตรง Output ของเดิมลงมาก่อน Pop

1259
01:23:29,843 --> 01:23:33,842
บวกกับคูณเอาอะไรออกมาก่อน

1260
01:23:33,842 --> 01:23:37,842
คูณ แล้วตามด้วยบวก เห็นไหมคะ

1261
01:23:37,842 --> 01:23:41,842
เอาตัวแรกออกมาก่อน แล้วเอาตัวที่ 2

1262
01:23:41,842 --> 01:23:45,842
ออกมา

1263
01:23:45,844 --> 01:23:49,844

1264
01:23:49,851 --> 01:23:53,841

1265
01:23:53,841 --> 01:23:57,841

1266
01:23:57,841 --> 01:24:01,841
เดี๋ยวต่ออีกนิดหนึ่งนะคะ เดี๋ยวเขียนตรงนี้ให้เสร็จก่อน

1267
01:24:01,847 --> 01:24:05,841

1268
01:24:05,841 --> 01:24:09,841

1269
01:24:09,841 --> 01:24:13,841
เรายังไม่ได้ค่าเลข 8 เลย

1270
01:24:13,842 --> 01:24:17,842
จะทำอย่างไรให้ได้เลข 8

1271
01:24:17,846 --> 01:24:21,846

1272
01:24:21,847 --> 01:24:25,846
ถัดมา เสร็จหรือยังคะ

1273
01:24:25,846 --> 01:24:29,842
เดี๋ยวรอเพื่อน

1274
01:24:29,842 --> 01:24:33,842
แป๊บหนึ่งนะ

1275
01:24:33,847 --> 01:24:37,842

1276
01:24:37,842 --> 01:24:41,842

1277
01:24:41,863 --> 01:24:45,843
โอเค เราได้ผลลัพธ์

1278
01:24:45,843 --> 01:24:49,843
แล้วใช่ไหมคะ จากตารางที่เราทำใน Stack

1279
01:24:49,845 --> 01:24:53,842

1280
01:24:53,842 --> 01:24:57,842
พอได้ค่าผลลัพธ์แล้วนี่ คือ ตัวนี้

1281
01:24:57,868 --> 01:25:01,841
351 คูณ บวก

1282
01:25:01,841 --> 01:25:05,841
มาหาผลลัพธ์ต่อนะคะ ค่านี้จะเป็นค่าสุดท้ายแล้ว

1283
01:25:05,845 --> 01:25:09,843
ที่เราจะได้คำตอบออกมา

1284
01:25:09,843 --> 01:25:13,841

1285
01:25:13,841 --> 01:25:17,841
ตัวแรกตัวนี้ใช่ไหมคะ

1286
01:25:17,845 --> 01:25:21,842
ขั้นตอนถัดมา ถ้าเป็น

1287
01:25:21,842 --> 01:25:25,842
ตัวเลข ถ้าเป็นตัวเลขจะ Push

1288
01:25:25,842 --> 01:25:29,842
ลง Stack อันนี้อีกอันหนึ่งนะ อีก

1289
01:25:29,844 --> 01:25:33,844
ขั้นตอนหนึ่วนะคะ ถ้าเป็นตัวเลขจะ P

1290
01:25:33,845 --> 01:25:37,843
ush ลง Stack ดูพร้อมครูเลย ตัวที่ 1 มา

1291
01:25:37,843 --> 01:25:41,843
คือตัวเลขอะไรคะ เลข 3

1292
01:25:41,849 --> 01:25:45,842
เราเอาใส่ใน Stack

1293
01:25:45,842 --> 01:25:49,842
ดูพร้อมกันนะ เลข 3

1294
01:25:49,843 --> 01:25:53,842
ตัวแรกเอาลง Stack ตัวถัดมา

1295
01:25:53,842 --> 01:25:57,842
เลขอะไรคะ เลข 5

1296
01:25:57,842 --> 01:26:01,842
ก็เอาเลข 5 Push ลง  Stack เหมือนกัน

1297
01:26:01,847 --> 01:26:05,841

1298
01:26:05,841 --> 01:26:09,841
ตัวถัดมาเลขอะไร

1299
01:26:09,844 --> 01:26:13,841
เลข 1 ก็เอาเลข 1

1300
01:26:13,841 --> 01:26:17,841
Push ลง Stack เหมือนกัน

1301
01:26:17,845 --> 01:26:21,842

1302
01:26:21,842 --> 01:26:25,842

1303
01:26:25,845 --> 01:26:29,841
ถัดมา

1304
01:26:29,841 --> 01:26:33,841
เราเครื่องหมายคูณ ให้

1305
01:26:33,842 --> 01:26:37,842
Pop ค่าบนสุดอออกมา แล้ว

1306
01:26:37,842 --> 01:26:41,842
วางไว้ขวามือ เอาเลข 1 ออกมา เห็นไหมคะ

1307
01:26:41,844 --> 01:26:45,843
จากนั้นใส่เครื่องหมาย

1308
01:26:45,843 --> 01:26:49,843
ถ้ามันเครื่องหมายนะ ตัวที่เราอ่านมา เรา Pop

1309
01:26:49,852 --> 01:26:53,845
ตัวเลขออกมาก่อน แล้วใส่เครื่องหมาย

1310
01:26:53,845 --> 01:26:57,844
แล้วเอาตัวที่ 2 ออกมาแบบนี้

1311
01:26:57,844 --> 01:27:01,841
นี่นะคะ เอาตัวบนสุดออกมา

1312
01:27:01,841 --> 01:27:05,841
แล้วใส่เครื่องหมายที่เราอ่าน แล้วเอา

1313
01:27:05,847 --> 01:27:09,841
ตัวข้อมูล

1314
01:27:09,841 --> 01:27:13,841
ตัวเลขที่อยู่ใน Stack ตัวถัดมานี่ออกมา ได้ผลลัพธ์อะไรคะ

1315
01:27:13,847 --> 01:27:17,841
5 x 1 เป็น 5

1316
01:27:17,841 --> 01:27:21,841
ตอนนี้ใน Stack 1 กับ 5 ออก

1317
01:27:21,843 --> 01:27:25,841
ไปแล้วนะ เราได้ผลลัพธ์

1318
01:27:25,841 --> 01:27:29,841
คือ 5 แล้วอย่างไรต่อ

1319
01:27:29,844 --> 01:27:33,843
ก็ Push ลง Stack

1320
01:27:33,843 --> 01:27:37,842
เอาเลข 5 Push ลงไปใน Stack

1321
01:27:37,842 --> 01:27:41,841
ตอนนี้เอาออกไปแล้ว 2 เหลือ 3

1322
01:27:41,841 --> 01:27:45,841
พอคูณเสร็จเอา 5 กลับเข้ามา

1323
01:27:45,842 --> 01:27:49,840

1324
01:27:49,840 --> 01:27:53,840
ดูนะคะ ถัดมา

1325
01:27:53,846 --> 01:27:57,842
อ่านเครื่องหมายบวก

1326
01:27:57,842 --> 01:28:01,842
ทำเหมือนเดิมเลย เอาอะไรออกมาคะ

1327
01:28:01,853 --> 01:28:05,853

1328
01:28:05,857 --> 01:28:09,847
เอา 5 ออกมาไว้ทางขวามือ แล้วก็ใส่เครื่องหมายบวก

1329
01:28:09,847 --> 01:28:13,843
แล้วก้เอา 3 ออกมา คำตอบเป็นเท่าไหร่คะ

1330
01:28:13,843 --> 01:28:17,841
เป็น 8

1331
01:28:17,841 --> 01:28:21,841

1332
01:28:21,841 --> 01:28:25,841
แล้วก็เอา 8 ใส่ลงไปใน Stack จะเหลือเป็นค่าสุดท้าย

1333
01:28:25,847 --> 01:28:29,841
นี่คือคำตอบของ

1334
01:28:29,841 --> 01:28:33,841
โจทย์ข้อนี้ ได้เท่ากันเลยไหม

1335
01:28:33,842 --> 01:28:37,841
ได้เท่ากันเลย คือ 8

1336
01:28:37,841 --> 01:28:41,841
จะเห็นว่านี่คือกระบวนการคอมพิวเตอร์คิดค่า

1337
01:28:41,842 --> 01:28:45,842
ตัวเลขให้เรานะคะ กว่าจะได้เลข 8

1338
01:28:45,844 --> 01:28:49,843
ออกมานี่ คอมพิวเตอร์ต้องคิดแบบนี้นะคะ

1339
01:28:49,843 --> 01:28:53,840

1340
01:28:53,840 --> 01:28:57,840

1341
01:28:57,840 --> 01:29:01,840

1342
01:29:01,840 --> 01:29:05,840
โอเค

1343
01:29:05,841 --> 01:29:09,840
ใครเสร็จแล้ว

1344
01:29:09,840 --> 01:29:13,840
ครูให้เบรกอีก 5 นาที จดตัวนี้ให้เสร็จนะคะ

1345
01:29:13,843 --> 01:29:17,840
ครูให้เบรก 5 นาที

1346
01:29:17,840 --> 01:29:21,840

1347
01:29:21,845 --> 01:29:25,840

1348
01:29:25,840 --> 01:29:29,840

1349
01:29:29,841 --> 01:29:33,841

1350
01:29:33,841 --> 01:29:37,840

1351
01:29:37,840 --> 01:29:41,840

1352
01:29:41,840 --> 01:29:45,840

1353
01:29:45,842 --> 01:29:49,842

1354
01:29:49,853 --> 01:29:53,841

1355
01:29:53,841 --> 01:29:57,840

1356
01:29:57,840 --> 01:30:01,840

1357
01:30:01,842 --> 01:30:05,841

1358
01:30:05,841 --> 01:30:09,841

1359
01:30:09,848 --> 01:30:13,840

1360
01:30:13,840 --> 01:30:17,840

1361
01:30:17,840 --> 01:30:21,840

1362
01:30:21,840 --> 01:30:25,840

1363
01:30:25,840 --> 01:30:29,840

1364
01:30:29,841 --> 01:30:33,840

1365
01:30:33,840 --> 01:30:37,840

1366
01:30:37,840 --> 01:30:41,840

1367
01:30:41,842 --> 01:30:45,842

1368
01:30:45,844 --> 01:30:49,840

1369
01:30:49,840 --> 01:30:53,840

1370
01:30:53,841 --> 01:30:57,840

1371
01:30:57,840 --> 01:31:01,840

1372
01:31:01,843 --> 01:31:05,840

1373
01:31:05,840 --> 01:31:09,839

1374
01:31:09,839 --> 01:31:13,839

1375
01:31:13,839 --> 01:31:17,839

1376
01:31:17,839 --> 01:31:21,839

1377
01:31:21,839 --> 01:31:25,838

1378
01:31:25,838 --> 01:31:29,838

1379
01:31:29,839 --> 01:31:33,837

1380
01:31:33,837 --> 01:31:37,837

1381
01:31:37,837 --> 01:31:41,837

1382
01:31:41,843 --> 01:31:45,837

1383
01:31:45,837 --> 01:31:49,836

1384
01:31:49,836 --> 01:31:53,836

1385
01:31:53,836 --> 01:31:57,836

1386
01:31:57,836 --> 01:32:01,835

1387
01:32:01,835 --> 01:32:05,835

1388
01:32:05,838 --> 01:32:09,836

1389
01:32:09,836 --> 01:32:13,835

1390
01:32:13,835 --> 01:32:17,835

1391
01:32:17,836 --> 01:32:21,834

1392
01:32:21,834 --> 01:32:25,834

1393
01:32:25,837 --> 01:32:29,834

1394
01:32:29,834 --> 01:32:33,833

1395
01:32:33,833 --> 01:32:37,833

1396
01:32:37,833 --> 01:32:41,833

1397
01:32:41,833 --> 01:32:45,833

1398
01:32:45,839 --> 01:32:49,834

1399
01:32:49,834 --> 01:32:53,834

1400
01:32:53,836 --> 01:32:57,833

1401
01:32:57,833 --> 01:33:01,833

1402
01:33:01,836 --> 01:33:05,831

1403
01:33:05,831 --> 01:33:09,831

1404
01:33:09,833 --> 01:33:13,830

1405
01:33:13,830 --> 01:33:17,830

1406
01:33:17,833 --> 01:33:21,831

1407
01:33:21,831 --> 01:33:25,831

1408
01:33:25,831 --> 01:33:29,831

1409
01:33:29,834 --> 01:33:33,831

1410
01:33:33,831 --> 01:33:37,831

1411
01:33:37,831 --> 01:33:41,829

1412
01:33:41,829 --> 01:33:45,829

1413
01:33:45,829 --> 01:33:49,828

1414
01:33:49,828 --> 01:33:53,828

1415
01:33:53,829 --> 01:33:57,829

1416
01:33:57,830 --> 01:34:01,829

1417
01:34:01,829 --> 01:34:05,827

1418
01:34:05,827 --> 01:34:09,827

1419
01:34:09,837 --> 01:34:13,828

1420
01:34:13,828 --> 01:34:17,827

1421
01:34:17,827 --> 01:34:21,827

1422
01:34:21,827 --> 01:34:25,826

1423
01:34:25,826 --> 01:34:29,826

1424
01:34:29,827 --> 01:34:33,825

1425
01:34:33,825 --> 01:34:37,825

1426
01:34:37,825 --> 01:34:41,825

1427
01:34:41,826 --> 01:34:45,826

1428
01:34:45,826 --> 01:34:49,826

1429
01:34:49,826 --> 01:34:53,826

1430
01:34:53,831 --> 01:34:57,827

1431
01:34:57,827 --> 01:35:01,824

1432
01:35:01,824 --> 01:35:05,824

1433
01:35:05,832 --> 01:35:09,824

1434
01:35:09,824 --> 01:35:13,824

1435
01:35:13,829 --> 01:35:17,823

1436
01:35:17,823 --> 01:35:21,823

1437
01:35:21,824 --> 01:35:25,824

1438
01:35:25,827 --> 01:35:29,825

1439
01:35:29,825 --> 01:35:33,823

1440
01:35:33,823 --> 01:35:37,823

1441
01:35:37,823 --> 01:35:41,822

1442
01:35:41,822 --> 01:35:45,822

1443
01:35:45,822 --> 01:35:49,822

1444
01:35:49,822 --> 01:35:53,822

1445
01:35:53,822 --> 01:35:57,822

1446
01:35:57,822 --> 01:36:01,821

1447
01:36:01,821 --> 01:36:05,821

1448
01:36:05,822 --> 01:36:09,822

1449
01:36:09,827 --> 01:36:13,826

1450
01:36:13,826 --> 01:36:17,821

1451
01:36:17,821 --> 01:36:21,821

1452
01:36:21,822 --> 01:36:25,822

1453
01:36:25,825 --> 01:36:29,825

1454
01:36:29,842 --> 01:36:33,819

1455
01:36:33,819 --> 01:36:37,819

1456
01:36:37,819 --> 01:36:41,819

1457
01:36:41,819 --> 01:36:45,819

1458
01:36:45,823 --> 01:36:49,819

1459
01:36:49,819 --> 01:36:53,819

1460
01:36:53,821 --> 01:36:57,821

1461
01:36:57,838 --> 01:37:01,819

1462
01:37:01,819 --> 01:37:05,819

1463
01:37:05,822 --> 01:37:09,822

1464
01:37:09,825 --> 01:37:13,823

1465
01:37:13,823 --> 01:37:17,819

1466
01:37:17,819 --> 01:37:21,818

1467
01:37:21,818 --> 01:37:25,818

1468
01:37:25,818 --> 01:37:29,818

1469
01:37:29,818 --> 01:37:33,818

1470
01:37:33,820 --> 01:37:37,817

1471
01:37:37,817 --> 01:37:41,817

1472
01:37:41,817 --> 01:37:45,817

1473
01:37:45,817 --> 01:37:49,817

1474
01:37:49,818 --> 01:37:53,818

1475
01:37:53,818 --> 01:37:57,816

1476
01:37:57,816 --> 01:38:01,816

1477
01:38:01,816 --> 01:38:05,816

1478
01:38:05,816 --> 01:38:09,816

1479
01:38:09,821 --> 01:38:13,815

1480
01:38:13,815 --> 01:38:17,815

1481
01:38:17,815 --> 01:38:21,815

1482
01:38:21,816 --> 01:38:25,815

1483
01:38:25,815 --> 01:38:29,815

1484
01:38:29,821 --> 01:38:33,815

1485
01:38:33,815 --> 01:38:37,814

1486
01:38:37,814 --> 01:38:41,814

1487
01:38:41,816 --> 01:38:45,816

1488
01:38:45,816 --> 01:38:49,816

1489
01:38:49,839 --> 01:38:53,816

1490
01:38:53,816 --> 01:38:57,816

1491
01:38:57,816 --> 01:39:01,814

1492
01:39:01,814 --> 01:39:05,813

1493
01:39:05,813 --> 01:39:09,813

1494
01:39:09,816 --> 01:39:13,816

1495
01:39:13,818 --> 01:39:17,818

1496
01:39:17,820 --> 01:39:21,818

1497
01:39:21,818 --> 01:39:25,814

1498
01:39:25,814 --> 01:39:29,813

1499
01:39:29,813 --> 01:39:33,813

1500
01:39:33,813 --> 01:39:37,813
ค่ะ เดี๋ยวมาต่ออีกนิดหนึ่ง

1501
01:39:37,817 --> 01:39:41,817

1502
01:39:41,818 --> 01:39:45,818
คราวนี้มาดูอีก 1 ตัวอย่างนะคะ

1503
01:39:45,818 --> 01:39:49,812

1504
01:39:49,812 --> 01:39:53,812
ครูมีโจทย์ให้

1505
01:39:53,817 --> 01:39:57,810

1506
01:39:57,810 --> 01:40:01,810
5 x 2

1507
01:40:01,810 --> 01:40:05,809
+ 2

1508
01:40:05,809 --> 01:40:09,809
ตอนนี้เราทำ

1509
01:40:09,825 --> 01:40:13,810
จาก Prefix ให้เป็น

1510
01:40:13,810 --> 01:40:17,810
Postfix ก่อนนะคะ

1511
01:40:17,812 --> 01:40:21,812
อันดับแรก

1512
01:40:21,813 --> 01:40:25,810
ต้องวาดตารางก่อนใช่ไหมคะ

1513
01:40:25,810 --> 01:40:29,810
วาดตาราง Stack ว่าง

1514
01:40:29,812 --> 01:40:33,810
ครูก็วาด 3 ช่องเหมือนเดิม แล้วก็

1515
01:40:33,810 --> 01:40:37,809
ตรง Input ครูก็เอาข้อมูลแต่ละตัว

1516
01:40:37,809 --> 01:40:41,809
มาใส่ลงในแต่ละบรรทัด

1517
01:40:41,810 --> 01:40:45,810

1518
01:40:45,812 --> 01:40:49,807

1519
01:40:49,807 --> 01:40:53,807

1520
01:40:53,807 --> 01:40:57,806

1521
01:40:57,806 --> 01:41:01,806
เราเริ่มต้นเลย หย่อนเข้ามาตัวเลข

1522
01:41:01,808 --> 01:41:05,807
คือ เลข 5 ใช่ไหม มันเป็นตัวเลข เพราะฉะนั้น

1523
01:41:05,807 --> 01:41:09,807
เอาไปไว้ที่ Output

1524
01:41:09,808 --> 01:41:13,808
นะคะ นะ ถ้าเป็นตัวเลข เอาไปไว้ที่ Output

1525
01:41:13,809 --> 01:41:17,806
ได้เลย ตัวถัดมา

1526
01:41:17,806 --> 01:41:21,805
เครื่องหมายคูณ

1527
01:41:21,805 --> 01:41:25,805
แสดงว่าต้องเอาไปไว้ใน Stack

1528
01:41:25,808 --> 01:41:29,807
ตอนนี้ Stack มันเป็น Stack ว่าง

1529
01:41:29,807 --> 01:41:33,807
เราก็เลยเอาคูณมาใส่ใน

1530
01:41:33,807 --> 01:41:37,805
Stack ได้เลย ส่วน Output

1531
01:41:37,805 --> 01:41:41,804
ก็ยก 5 ลงมาเหมือนเดิม

1532
01:41:41,804 --> 01:41:45,804

1533
01:41:45,804 --> 01:41:49,804
โอเคนะ ยังเป็นเหมือนเดิมอยู่นะ

1534
01:41:49,810 --> 01:41:53,810
2 บรรทัดแรก ถัดมา

1535
01:41:53,810 --> 01:41:57,804
เจอเลข 2 เลข 2

1536
01:41:57,804 --> 01:42:01,804
2 มันเป็นตัวเลข ต้องเอาไปไว้ที่

1537
01:42:01,806 --> 01:42:05,806
Output เพราะฉะนั้น 2

1538
01:42:05,808 --> 01:42:09,808
จะอยู่ต่อจากเลข 5 นะคะ ใน Stack

1539
01:42:09,811 --> 01:42:13,804
ก็ยกลงมาเหมือนเดิม

1540
01:42:13,804 --> 01:42:17,804

1541
01:42:17,804 --> 01:42:21,804
ถึงตรงนี้นะคะ

1542
01:42:21,806 --> 01:42:25,802

1543
01:42:25,802 --> 01:42:29,802
ถัดมาข้อมูลที่เราอ่านมา

1544
01:42:29,805 --> 01:42:33,805
เครื่องหมายบวก พอเราเจอ

1545
01:42:33,806 --> 01:42:37,806
เครื่องหมายบวก ครูบอกว่าต้องเอามัน

1546
01:42:37,810 --> 01:42:41,810
ไปไว้ใน Stack แต่ก่อนอื่น ก่อนที่จะ

1547
01:42:41,810 --> 01:42:45,802
เอาไปไว้ใน Stack เดิม

1548
01:42:45,802 --> 01:42:49,802
เรามีข้อมูลใน Stack หรือเปล่า มีใช่หรือเปล่า มีเครื่องหมายคูณ

1549
01:42:49,806 --> 01:42:53,801
เพราะ ฉะนั้นเรา

1550
01:42:53,801 --> 01:42:57,801
ต้องเปรียบเทียบความสำคัญก่อน บวก

1551
01:42:57,806 --> 01:43:01,803
มันน้อยกว่าหรือมากกว่าคูณ

1552
01:43:01,803 --> 01:43:05,802
น้อยกว่า ใช่ไหม บวก

1553
01:43:05,802 --> 01:43:09,800
มีค่าน้อยกว่าคูณ เพราะฉะนั้น

1554
01:43:09,800 --> 01:43:13,800
ทำอย่างไรคะ เอาคูณ

1555
01:43:13,800 --> 01:43:17,800
ออกมา

1556
01:43:17,800 --> 01:43:21,800
บวกมีค่าน้อยกว่าคูณ เพราะฉะนั้น

1557
01:43:21,803 --> 01:43:25,803
ต้องเอา

1558
01:43:25,803 --> 01:43:29,803
ข้อมูลที่อยู่บน Stack นี่ คือ คูณ เอามาไว้ที่

1559
01:43:29,806 --> 01:43:33,800
Output เห็นไหมคะ

1560
01:43:33,800 --> 01:43:37,800
เอามาไว้ที่ Output เสร็จแล้ว เราถึงเอา

1561
01:43:37,810 --> 01:43:41,799
เครื่องหมายบวก Push ลงไปใน Stack

1562
01:43:41,799 --> 01:43:45,799
นะคะ แล้วค่อยเอาเครื่องหมายบวก

1563
01:43:45,799 --> 01:43:49,799
ใส่ลงไปใน Stack ได้เลย เพราะ Stack มันว่าง

1564
01:43:49,801 --> 01:43:53,801
เพราะฉะนั้น ตรง Output จะเป็น

1565
01:43:53,801 --> 01:43:57,798
5, 2 แล้วก็เครื่องหมาย 5

1566
01:43:57,798 --> 01:44:01,797
ทำไมคูณ

1567
01:44:01,797 --> 01:44:05,797
ถึงต้องออกมา เพราะบวกมันน้อยกว่าคูณ

1568
01:44:05,798 --> 01:44:09,798
เห็นไหมคะ บวกมันน้อยกว่าคูณ

1569
01:44:09,802 --> 01:44:13,797
เลยเอาคูณออกมา

1570
01:44:13,797 --> 01:44:17,797
ถัดมาเลขอะไรคะ เลข 2

1571
01:44:17,799 --> 01:44:21,799
เอาไปไว้ที่ Output ได้เลย ก็เอามันไปต่อท้ายคูณ

1572
01:44:21,807 --> 01:44:25,799
ใช่ไหม เอามันมาต่อท้ายคูณใช้หรือเปล่า เพราะมันคือคูณ

1573
01:44:25,799 --> 01:44:29,796
เอา 2 มาต่อท้าย

1574
01:44:29,796 --> 01:44:33,796

1575
01:44:33,796 --> 01:44:37,796
ตอนนี้เราอ่านข้อมูลครบหมดแล้ว

1576
01:44:37,800 --> 01:44:41,800
แต่ใน Stack มันยังมีบวกค้างอยู่ เพราะฉะนั้น

1577
01:44:41,803 --> 01:44:45,797
ต้อง Pop มันออกมา

1578
01:44:45,797 --> 01:44:49,797
นะคะ Pop มันออกมาและไว้ข้างหลัง

1579
01:44:49,798 --> 01:44:53,796

1580
01:44:53,796 --> 01:44:57,796

1581
01:44:57,799 --> 01:45:01,798

1582
01:45:01,798 --> 01:45:05,798

1583
01:45:05,801 --> 01:45:09,799

1584
01:45:09,799 --> 01:45:13,794

1585
01:45:13,794 --> 01:45:17,794

1586
01:45:17,799 --> 01:45:21,795

1587
01:45:21,795 --> 01:45:25,795

1588
01:45:25,795 --> 01:45:29,794

1589
01:45:29,794 --> 01:45:33,794
โอเคนะ

1590
01:45:33,798 --> 01:45:37,798
แบบฝึกหัด ช่วยครูทำหน่อยตอนนี้เลย

1591
01:45:37,798 --> 01:45:41,795
ครูโจทย์ให้นะคะ 3 หาร 1

1592
01:45:41,795 --> 01:45:45,795
ลบ 2 แล้วครูก็บอกว่าหาร

1593
01:45:45,795 --> 01:45:49,795
นี่ มันมีค่ามากกว่าลบนะ

1594
01:45:49,803 --> 01:45:53,803
นะคะ หาค่าผลลัพธ์ของนิพจน์

1595
01:45:53,808 --> 01:45:57,801
Postfix ให้ครูหน่อย

1596
01:45:57,801 --> 01:46:01,794
จะได้อะไร เริ่มต้น

1597
01:46:01,794 --> 01:46:05,793
ทุกคนตีตารางก่อน

1598
01:46:05,793 --> 01:46:09,793

1599
01:46:09,796 --> 01:46:13,796

1600
01:46:13,802 --> 01:46:17,802
ลองทำดูสิคะ มีกระดาษไหม

1601
01:46:18,793 --> 01:46:22,791
ไม่มีมาเอาข้างหน้า

1602
01:46:22,791 --> 01:46:26,791
ครูมีกระดาษให้นะ

1603
01:46:26,792 --> 01:46:30,791

1604
01:46:30,791 --> 01:46:34,791

1605
01:46:34,791 --> 01:46:38,791

1606
01:46:38,792 --> 01:46:42,792
แบบฝึกหัด 1 ข้อนะคะ ทำตอนนี้เลย

1607
01:46:42,793 --> 01:46:46,791

1608
01:46:46,791 --> 01:46:50,791

1609
01:46:50,791 --> 01:46:54,790

1610
01:46:54,790 --> 01:46:58,790
เหมือนกับโจทย์ที่ครูให้ไป

1611
01:46:58,793 --> 01:47:02,793
นะคะ คล้าย ๆ กับโจทย์ที่ครูให้ไป

1612
01:47:02,795 --> 01:47:06,790
จดแล้วด้วยนะ

1613
01:47:06,790 --> 01:47:10,790

1614
01:47:10,790 --> 01:47:14,790

1615
01:47:14,791 --> 01:47:18,789

1616
01:47:18,789 --> 01:47:22,789

1617
01:47:22,789 --> 01:47:26,789

1618
01:47:26,790 --> 01:47:30,790

1619
01:47:30,796 --> 01:47:34,791

1620
01:47:34,791 --> 01:47:38,790

1621
01:47:38,790 --> 01:47:42,790

1622
01:47:42,790 --> 01:47:46,790

1623
01:47:46,797 --> 01:47:50,788

1624
01:47:50,788 --> 01:47:54,788

1625
01:47:54,788 --> 01:47:58,788

1626
01:47:58,790 --> 01:48:02,788

1627
01:48:02,788 --> 01:48:06,788

1628
01:48:06,788 --> 01:48:10,788

1629
01:48:10,789 --> 01:48:14,789

1630
01:48:14,791 --> 01:48:18,791

1631
01:48:18,791 --> 01:48:22,787

1632
01:48:22,787 --> 01:48:26,787

1633
01:48:26,787 --> 01:48:30,787

1634
01:48:30,787 --> 01:48:34,787

1635
01:48:34,787 --> 01:48:38,786

1636
01:48:38,786 --> 01:48:42,786

1637
01:48:42,789 --> 01:48:46,787

1638
01:48:46,787 --> 01:48:50,787
เหมือนโจทย์สุดท้ายที่ครูให้ไปเมื่อกี้เลยนะ

1639
01:48:50,801 --> 01:48:54,786
ลบ

1640
01:48:54,786 --> 01:48:58,786
มันน้อยกว่าหารใช่ไหมคะ เรา

1641
01:48:58,792 --> 01:49:02,788
เปรียบเทียบกัน ลบมันน้อยกว่าหาร

1642
01:49:02,788 --> 01:49:06,787
เพราะฉะนั้น

1643
01:49:06,787 --> 01:49:10,786
ต้องเอาหารออกมา

1644
01:49:10,786 --> 01:49:14,786

1645
01:49:14,786 --> 01:49:18,786

1646
01:49:18,791 --> 01:49:22,787

1647
01:49:22,787 --> 01:49:26,787

1648
01:49:26,791 --> 01:49:30,788

1649
01:49:30,788 --> 01:49:34,787

1650
01:49:34,787 --> 01:49:38,785

1651
01:49:38,785 --> 01:49:42,785

1652
01:49:42,787 --> 01:49:46,786

1653
01:49:46,786 --> 01:49:50,785

1654
01:49:50,785 --> 01:49:54,785

1655
01:49:54,785 --> 01:49:58,784

1656
01:49:58,784 --> 01:50:02,784

1657
01:50:02,785 --> 01:50:06,785

1658
01:50:06,785 --> 01:50:10,785

1659
01:50:10,785 --> 01:50:14,785

1660
01:50:14,785 --> 01:50:18,785

1661
01:50:18,787 --> 01:50:22,784

1662
01:50:22,784 --> 01:50:26,784

1663
01:50:26,785 --> 01:50:30,783

1664
01:50:30,783 --> 01:50:34,783

1665
01:50:34,784 --> 01:50:38,784

1666
01:50:38,784 --> 01:50:42,783

1667
01:50:42,783 --> 01:50:46,783

1668
01:50:46,784 --> 01:50:50,783

1669
01:50:50,783 --> 01:50:54,783

1670
01:50:54,783 --> 01:50:58,783

1671
01:50:58,783 --> 01:51:02,783

1672
01:51:02,783 --> 01:51:06,783

1673
01:51:06,783 --> 01:51:10,783

1674
01:51:10,791 --> 01:51:14,783

1675
01:51:14,783 --> 01:51:18,783

1676
01:51:18,783 --> 01:51:22,783

1677
01:51:22,785 --> 01:51:26,785

1678
01:51:26,785 --> 01:51:30,782

1679
01:51:30,782 --> 01:51:34,782

1680
01:51:34,783 --> 01:51:38,783

1681
01:51:38,786 --> 01:51:42,786

1682
01:51:42,787 --> 01:51:46,782

1683
01:51:46,782 --> 01:51:50,782

1684
01:51:50,785 --> 01:51:54,781

1685
01:51:54,781 --> 01:51:58,781

1686
01:51:58,782 --> 01:52:02,781

1687
01:52:02,781 --> 01:52:06,781

1688
01:52:06,781 --> 01:52:10,781

1689
01:52:10,783 --> 01:52:14,781

1690
01:52:14,781 --> 01:52:18,781

1691
01:52:18,781 --> 01:52:22,781

1692
01:52:22,781 --> 01:52:26,781

1693
01:52:26,788 --> 01:52:30,781

1694
01:52:30,781 --> 01:52:34,781

1695
01:52:34,781 --> 01:52:38,780

1696
01:52:38,780 --> 01:52:42,780

1697
01:52:42,781 --> 01:52:46,781

1698
01:52:46,781 --> 01:52:50,781

1699
01:52:50,781 --> 01:52:54,780

1700
01:52:54,780 --> 01:52:58,780

1701
01:52:58,780 --> 01:53:02,780

1702
01:53:02,780 --> 01:53:06,780

1703
01:53:06,781 --> 01:53:10,779

1704
01:53:10,779 --> 01:53:14,779

1705
01:53:14,781 --> 01:53:18,779

1706
01:53:18,779 --> 01:53:22,779

1707
01:53:22,779 --> 01:53:26,779

1708
01:53:26,780 --> 01:53:30,779

1709
01:53:30,779 --> 01:53:34,779

1710
01:53:34,781 --> 01:53:38,781

1711
01:53:38,781 --> 01:53:42,779

1712
01:53:42,779 --> 01:53:46,779

1713
01:53:46,788 --> 01:53:50,778

1714
01:53:50,778 --> 01:53:54,778

1715
01:53:54,778 --> 01:53:58,778

1716
01:53:58,779 --> 01:54:02,778

1717
01:54:02,778 --> 01:54:06,778

1718
01:54:06,778 --> 01:54:10,777

1719
01:54:10,777 --> 01:54:14,777

1720
01:54:14,778 --> 01:54:18,778

1721
01:54:18,779 --> 01:54:22,778

1722
01:54:22,778 --> 01:54:26,778

1723
01:54:26,778 --> 01:54:30,778
คราวนี้นะคะ ดูด้วยกัน

1724
01:54:30,778 --> 01:54:34,778

1725
01:54:34,782 --> 01:54:38,779
3

1726
01:54:38,779 --> 01:54:42,778
เอา 3 ไปไว้ที่ไหนคะ ที่ Output

1727
01:54:42,778 --> 01:54:46,778
เห็นไหมคะ เอา 3 ไปไว้ที่ Output

1728
01:54:46,779 --> 01:54:50,779
เครื่องหมายหาร เอาเครื่องหมายหารไปไว้ที่ไหน Stack

1729
01:54:50,782 --> 01:54:54,780
เพราะมันเป็น Stack ว่าง เราก็หย่อนเครื่องหมา

1730
01:54:54,780 --> 01:54:58,780
Output เรายกมันลงมาด้วยนะ

1731
01:54:58,781 --> 01:55:02,779

1732
01:55:02,779 --> 01:55:06,779
ถัดไป เราอ่านเจอเลข 1 ใช่ไหมคะ เราต้องเอาเลข 1 ไปไว้

1733
01:55:06,779 --> 01:55:10,777
ที่ไหน Output

1734
01:55:10,777 --> 01:55:14,777
ยกลงมาก่อน เสร็จแล้วก็เติมเลข 1 ลงไป

1735
01:55:14,783 --> 01:55:18,777
ใน Stack ยังเหมือนเดิมนะ

1736
01:55:18,777 --> 01:55:22,777
เรายังมีเครื่องหมายหารอยู่ เราก็ยกลงมาได้เลย

1737
01:55:22,778 --> 01:55:26,778
ถัดมา

1738
01:55:26,779 --> 01:55:30,779
เครื่องหมายลบใช่ไหมคะ เดิมใน Stack เรามี

1739
01:55:30,780 --> 01:55:34,780
หารอยู่แล้วใช่ไหม ครูเขียนให้ดูก่อน

1740
01:55:34,780 --> 01:55:38,780
เรามีหารอยู่แล้วนี่ เราเอาลบมาเทียบกับ

1741
01:55:38,783 --> 01:55:42,776
หาร ปรากฎว่า

1742
01:55:42,776 --> 01:55:46,776
ค่าลบมันน้อยกว่า

1743
01:55:46,776 --> 01:55:50,776
ให้ทำอย่างไร

1744
01:55:50,776 --> 01:55:54,776
ให้เอาหารนี่ เอาออกมาไว้ที่

1745
01:55:54,776 --> 01:55:58,776
Output เพราะฉะนั้น จะได้เป็น

1746
01:55:58,776 --> 01:56:02,776
3, 1 แล้วก็หาร ตรงนี้หายไปใช่ไหมคะ

1747
01:56:02,780 --> 01:56:06,777
เสร็จแล้วก็ใส่ค่าลบ

1748
01:56:06,777 --> 01:56:10,776
ลงมาใน Stack

1749
01:56:10,776 --> 01:56:14,776
ถัดมาหย่อนอะไร

1750
01:56:14,780 --> 01:56:18,780
ยกของเดิมลงมาก่อนที่ Output แล้วก็ใส่เลข 2

1751
01:56:18,780 --> 01:56:22,779
ใน Stack หรืออะไรคะ

1752
01:56:22,779 --> 01:56:26,777
เครื่องหมายลบใช่ไม อ่านครบหมดแล้วนะ

1753
01:56:26,777 --> 01:56:30,775
แต่ใน Stack

1754
01:56:30,775 --> 01:56:34,775
เพราะฉะนั้นเราต้องเอาค่าจาก Stack ออกมา เป็น

1755
01:56:34,778 --> 01:56:38,776
3 1 หาร 2 แล้วอะไรคะ ลบ

1756
01:56:38,776 --> 01:56:42,776
เห็นไหม

1757
01:56:42,789 --> 01:56:46,787
เราเอาค่าที่อยู๋ใน Stack ตัวสุดท้ายมาใส่ข้างหล

1758
01:56:46,787 --> 01:56:50,775
ังได้เลยนะคะ

1759
01:56:50,775 --> 01:56:54,774
โอเค

1760
01:56:54,774 --> 01:56:58,774
อีกข้อหนึ่ง

1761
01:56:58,780 --> 01:57:02,778
แล้วจะให้เลิก ครูให้โจทย์มาแค่นี้เอง วาดตาราง

1762
01:57:02,778 --> 01:57:06,775

1763
01:57:06,775 --> 01:57:10,774

1764
01:57:10,774 --> 01:57:14,774

1765
01:57:14,781 --> 01:57:18,778

1766
01:57:18,778 --> 01:57:22,775
ทย์ข้อนี้อันดับแรก

1767
01:57:22,775 --> 01:57:26,775
วาดตารางก่อนเลย ตีตารางค่ะ

1768
01:57:38,055 --> 01:58:44,399

1769
01:57:26,783 --> 01:57:30,775

1770
01:57:30,775 --> 01:57:34,774

1771
01:57:34,774 --> 01:57:38,774

1772
01:57:38,774 --> 01:57:42,774

1773
01:57:42,776 --> 01:57:46,776

1774
01:57:46,776 --> 01:57:50,774

1775
01:57:50,774 --> 01:57:54,774

1776
01:57:54,782 --> 01:57:58,773

1777
01:57:58,773 --> 01:58:02,773

1778
01:58:02,773 --> 01:58:06,773

1779
01:58:06,773 --> 01:58:10,773

1780
01:58:10,773 --> 01:58:14,773

1781
01:58:14,773 --> 01:58:18,773

1782
01:58:18,778 --> 01:58:22,772

1783
01:58:22,772 --> 01:58:26,772

1784
01:58:26,775 --> 01:58:30,772

1785
01:58:30,772 --> 01:58:34,772

1786
01:58:34,789 --> 01:58:38,772

1787
01:58:38,772 --> 01:58:42,772

1788
01:58:42,772 --> 01:58:46,772

1789
01:58:46,773 --> 01:58:50,773

1790
01:58:50,773 --> 01:58:54,773

1791
01:58:54,774 --> 01:58:58,772

1792
01:58:58,772 --> 01:59:02,771

1793
01:59:02,771 --> 01:59:06,771

1794
01:59:06,773 --> 01:59:10,771

1795
01:59:10,771 --> 01:59:14,771

1796
01:59:14,780 --> 01:59:18,774

1797
01:59:18,774 --> 01:59:22,774

1798
01:59:22,774 --> 01:59:26,773

1799
01:59:26,773 --> 01:59:30,771

1800
01:59:30,771 --> 01:59:34,771

1801
01:59:34,772 --> 01:59:38,772

1802
01:59:38,781 --> 01:59:42,776

1803
01:59:42,776 --> 01:59:46,771

1804
01:59:46,771 --> 01:59:50,771

1805
01:59:50,777 --> 01:59:54,773

1806
01:59:54,773 --> 01:59:58,773
ดูนิดหนึ่ง

1807
01:59:58,773 --> 02:00:02,773
คูณมันมากกว่าลบ

1808
02:00:02,777 --> 02:00:06,776
ใช่หรือเปล่า คูณมันมีค่ามากกว่าลบ

1809
02:00:06,776 --> 02:00:10,772
ก็ Push คูณลง  Stack ได้เลย

1810
02:00:10,772 --> 02:00:14,772
นะคะ Push คูณ

1811
02:00:14,777 --> 02:00:18,776
ลงใน Stack ได้เลย

1812
02:00:18,776 --> 02:00:22,770

1813
02:00:22,770 --> 02:00:26,770

1814
02:00:26,770 --> 02:00:30,770

1815
02:00:30,779 --> 02:00:34,771

1816
02:00:34,771 --> 02:00:38,771

1817
02:00:38,771 --> 02:00:42,770

1818
02:00:42,770 --> 02:00:46,770

1819
02:00:46,770 --> 02:00:50,770

1820
02:00:50,770 --> 02:00:54,770

1821
02:00:54,770 --> 02:00:58,769

1822
02:00:58,769 --> 02:01:02,769

1823
02:01:02,770 --> 02:01:06,770

1824
02:01:06,779 --> 02:01:10,769

1825
02:01:10,769 --> 02:01:14,769

1826
02:01:14,769 --> 02:01:18,769

1827
02:01:18,769 --> 02:01:22,769

1828
02:01:22,770 --> 02:01:26,770

1829
02:01:26,772 --> 02:01:30,770

1830
02:01:30,770 --> 02:01:34,770

1831
02:01:34,770 --> 02:01:38,770

1832
02:01:38,770 --> 02:01:42,770

1833
02:01:42,770 --> 02:01:46,770

1834
02:01:46,770 --> 02:01:50,769

1835
02:01:50,769 --> 02:01:54,768

1836
02:01:54,768 --> 02:01:58,768

1837
02:01:58,769 --> 02:02:02,769

1838
02:02:02,769 --> 02:02:06,769

1839
02:02:06,771 --> 02:02:10,771

1840
02:02:10,776 --> 02:02:14,770

1841
02:02:14,770 --> 02:02:18,768

1842
02:02:18,768 --> 02:02:22,768

1843
02:02:22,770 --> 02:02:26,769

1844
02:02:26,769 --> 02:02:30,768

1845
02:02:30,768 --> 02:02:34,768

1846
02:02:34,768 --> 02:02:38,768

1847
02:02:38,777 --> 02:02:42,767

1848
02:02:42,767 --> 02:02:46,767

1849
02:02:46,768 --> 02:02:50,768

1850
02:02:50,768 --> 02:02:54,768

1851
02:02:54,768 --> 02:02:58,767

1852
02:02:58,767 --> 02:03:02,767

1853
02:03:02,769 --> 02:03:06,769

1854
02:03:06,769 --> 02:03:10,769

1855
02:03:10,770 --> 02:03:14,767

1856
02:03:14,767 --> 02:03:18,767

1857
02:03:18,767 --> 02:03:22,767

1858
02:03:22,767 --> 02:03:26,767

1859
02:03:26,768 --> 02:03:30,767

1860
02:03:30,767 --> 02:03:34,767

1861
02:03:34,767 --> 02:03:38,767

1862
02:03:38,767 --> 02:03:42,767

1863
02:03:42,767 --> 02:03:46,767

1864
02:03:46,773 --> 02:03:50,766

1865
02:03:50,766 --> 02:03:54,766

1866
02:03:54,768 --> 02:03:58,768

1867
02:03:58,768 --> 02:04:02,767

1868
02:04:02,767 --> 02:04:06,767

1869
02:04:06,773 --> 02:04:10,769

1870
02:04:10,769 --> 02:04:14,766

1871
02:04:14,766 --> 02:04:18,766

1872
02:04:18,769 --> 02:04:22,767
โอเค

1873
02:04:22,767 --> 02:04:26,767
มาดูนะคะ

1874
02:04:26,768 --> 02:04:30,766
6

1875
02:04:30,766 --> 02:04:34,766
เป็นตัวเลข เอาไว้ที่ Output นะคะ ใช่หรือเปล่า

1876
02:04:34,769 --> 02:04:38,768
ลบ เอาไว้ที่ Stack นะคะ

1877
02:04:38,768 --> 02:04:42,768
6 ก็ใส่มาเหมือนเดิม

1878
02:04:42,768 --> 02:04:46,767
5 เอาไว้ที่ไหนคะ เอาไว้ที่

1879
02:04:46,767 --> 02:04:50,767
Stack ก็ยกลงมาเหมือนเดิมนะคะ

1880
02:04:50,771 --> 02:04:54,765
ถัดมาคูณ

1881
02:04:54,765 --> 02:04:58,765
เจอคูณ

1882
02:04:58,765 --> 02:05:02,765
ใช่ไหมคะ เจอคูณให้

1883
02:05:02,768 --> 02:05:06,766
เปรีนยเทียบกฏว่าคูณมีค่ามากกว่าลบ

1884
02:05:06,766 --> 02:05:10,766
ให้ Push คูณลง Stack

1885
02:05:10,767 --> 02:05:14,765
ได้เลย เพราะฉะนั้น

1886
02:05:14,765 --> 02:05:18,765
Stack เดิมเป็น push

1887
02:05:18,769 --> 02:05:22,767
ครูบอกว่า Push ลงมาได้เลยนะคะ เพราะคูณ

1888
02:05:22,767 --> 02:05:26,766
มันมากกว่านะ มันมากกว่านะคะ

1889
02:05:26,766 --> 02:05:30,766
ข้างหลัง คือ 6 กับ 5

1890
02:05:30,767 --> 02:05:34,766
ถัดมา 2

1891
02:05:34,766 --> 02:05:38,766
เป็นตัวเลขไว้ข้างหลังนะคะ

1892
02:05:38,767 --> 02:05:42,766
Stack มีเท่าไรยกลงมา

1893
02:05:42,766 --> 02:05:46,766
โอเค เสร็จแล้ว หมดแล้วนะ ผลลัพธ์

1894
02:05:46,768 --> 02:05:50,766
สุดท้ายที่ได้ 6, 5, 2

1895
02:05:50,766 --> 02:05:54,766
เอาคูณออกมาก่อน แล้วตามด้วยลบนะคะ

1896
02:05:54,767 --> 02:05:58,767
เห็นนะโอเค

1897
02:05:58,771 --> 02:06:02,765

1898
02:06:02,765 --> 02:06:06,765
ทุกคนดู

1899
02:06:06,765 --> 02:06:10,765
นะคะ

1900
02:06:10,765 --> 02:06:14,765

1901
02:06:14,766 --> 02:06:18,766

1902
02:06:18,766 --> 02:06:22,766

1903
02:06:22,769 --> 02:06:26,769
เราสังเกตนะ

1904
02:06:26,771 --> 02:06:30,767
ทำไมตัวนี้

1905
02:06:30,767 --> 02:06:34,765
เอาหารออกมา ตัวนี้ไม่ได้เอาอะไรออกมานะคะ ตัวนี้

1906
02:06:34,765 --> 02:06:38,765
วิธีการสังเกต โอเค

1907
02:06:38,767 --> 02:06:42,764
ลบเทียบกับหาร ลบ

1908
02:06:42,764 --> 02:06:46,764
มันมีค่าน้อยกว่าหารเห็นไหมคะ

1909
02:06:46,767 --> 02:06:50,766
ลบมีค่าน้อยกว่าหาร

1910
02:06:50,766 --> 02:06:54,764
เลยต้องเอาหาร

1911
02:06:54,764 --> 02:06:58,764
ออกมา

1912
02:06:58,764 --> 02:07:02,764
แต่ถ้า Input

1913
02:07:02,766 --> 02:07:06,766
ที่ใส่เข้าไปนี่ มีค่ามากกว่า เรา

1914
02:07:06,767 --> 02:07:10,763
ก็ใส่ลงไปใน Stack ได้เลย

1915
02:07:10,763 --> 02:07:14,763
ถ้าตัวซ้ายมันมากกว่าตัวบนตรงนี้

1916
02:07:14,765 --> 02:07:18,765
เราก็ใส่ลงไปใน Stack ได้เลยนะคะ

1917
02:07:18,770 --> 02:07:22,763

1918
02:07:22,763 --> 02:07:26,763
โอเค

1919
02:07:26,765 --> 02:07:30,765
ต้องกลับไปทบทวนอีกรอบหนึ่งนะ นะคะ

1920
02:07:30,769 --> 02:07:34,767
เดี๋ยวสัปดาห์หน้าครูจะทวน

1921
02:07:34,767 --> 02:07:38,763
ให้อีกรอบหนึ่ง

1922
02:07:38,763 --> 02:07:42,763

1923
02:07:42,763 --> 02:07:46,762
โอเค

1924
02:07:46,762 --> 02:07:50,762
เดี๋ยวทั้งหมดนี้ครูจะอัปที่ Classroom ให้นะคะ

1925
02:07:50,765 --> 02:07:54,763
เดี๋ยวครูจะไปสแกนให้ แล้วก็อัปโหลด

1926
02:07:54,763 --> 02:07:58,763
ให้ โอเค

1927
02:07:58,763 --> 02:08:02,763

1928
02:08:02,763 --> 02:08:06,762

1929
02:08:06,762 --> 02:08:10,762

1930
02:08:10,764 --> 02:08:14,764

1931
02:08:14,766 --> 02:08:18,766

1932
02:08:18,770 --> 02:08:22,761

1933
02:08:22,761 --> 02:08:26,761
เดี๋ยวครูเช็กชื่อหน่อยนะคะ

1934
02:08:26,762 --> 02:08:30,761

1935
02:08:30,761 --> 02:08:34,761

1936
02:08:34,762 --> 02:08:38,761

1937
02:08:38,761 --> 02:08:42,761

1938
02:08:42,767 --> 02:08:46,763

1939
02:08:46,763 --> 02:08:50,762

1940
02:08:50,762 --> 02:08:54,761

1941
02:08:54,761 --> 02:08:58,761
ครูเช็กชื่อหน่อย

1942
02:08:58,765 --> 02:09:02,763
ศิริลักษณ์

1943
02:09:02,763 --> 02:09:06,762
02

1944
02:09:06,762 --> 02:09:10,762
มาไหม 02

1945
02:09:10,768 --> 02:09:14,762
คนนี้หรือ

1946
02:09:14,762 --> 02:09:18,761
03

1947
02:09:18,761 --> 02:09:22,761
อดิศร เป็น COVID

1948
02:09:22,765 --> 02:09:26,765
4 นพกิต

1949
02:09:26,769 --> 02:09:30,763
คนนี้ 5.

1950
02:09:30,763 --> 02:09:34,763
พงพร ไหน

1951
02:09:34,764 --> 02:09:38,761
อ๋อ จันทกานต์

1952
02:09:38,761 --> 02:09:42,761
ไหนคะ

1953
02:09:42,761 --> 02:09:46,761
กัญญานัฐ

1954
02:09:46,765 --> 02:09:50,765
ธัญญาลักษณ์

1955
02:09:50,768 --> 02:09:54,763
อ๋อ โอเค วริษา

1956
02:09:54,763 --> 02:09:58,763
คนนี้

1957
02:09:58,763 --> 02:10:02,763
ภัทรดา 11 ไม่มา

1958
02:10:02,765 --> 02:10:06,763
เทพอักษร

1959
02:10:06,763 --> 02:10:10,760
ธนภัทร 15 โอเค

1960
02:10:10,760 --> 02:10:14,760
ภากร

1961
02:10:14,760 --> 02:10:18,760
16 โอเค ค่ะ เจอกันสัปดาห์หน้า

1962
02:10:28,887 --> 02:10:41,927

1963
02:10:18,771 --> 02:10:22,761

1964
02:10:22,761 --> 02:10:26,761

1965
02:10:26,763 --> 02:10:30,760

1966
02:10:30,760 --> 02:10:34,760

1967
02:10:34,761 --> 02:10:38,760

1968
02:10:38,760 --> 02:10:42,759

1969
02:10:42,759 --> 02:10:46,759

1970
02:10:46,759 --> 02:10:50,759
[สิ้นสุดการถอดความ]

1971
02:10:50,767 --> 02:10:54,759

1972
02:10:54,759 --> 02:10:58,759

1973
02:10:58,760 --> 02:11:02,760

1974
02:11:02,768 --> 02:11:06,768


