﻿1
00:00:00,000 --> 00:00:03,882

2
00:00:04,003 --> 00:00:07,880

3
00:00:08,007 --> 00:00:11,883

4
00:00:12,009 --> 00:00:15,880

5
00:00:16,011 --> 00:00:19,884

6
00:00:20,012 --> 00:00:23,880

7
00:00:24,013 --> 00:00:27,880
(อาจารย์สุธาสินี) ทำไมเป็นอย่างนั้นล่ะ

8
00:00:28,015 --> 00:00:31,880
ได้ยินครูนะ คราวที่แล้ว

9
00:00:32,016 --> 00:00:35,880
นะคะ เราพูดถึงในเรื่องของ

10
00:00:36,021 --> 00:00:39,882
เหมือนล่ามไม่ได้ยินเลย อ๋อ ค่ะ

11
00:00:40,022 --> 00:00:43,880
คราวที่แล้วเราพูดถึงเรื่อง list นะ lis

12
00:00:44,023 --> 00:00:47,881
แล้วเราก็ทำข้อสอบไปแล้วนะคะ

13
00:00:48,028 --> 00:00:51,882
เรื่องลิสต์

14
00:00:52,030 --> 00:00:55,880

15
00:00:56,032 --> 00:00:59,886

16
00:01:00,034 --> 00:01:03,880
ได้ไหมคะ

17
00:01:04,036 --> 00:01:07,880

18
00:01:08,038 --> 00:01:11,881
ได้ยินไหมคะ

19
00:01:12,039 --> 00:01:15,881
ยังไม่ได้ยิน

20
00:01:16,042 --> 00:01:19,883

21
00:01:20,045 --> 00:01:23,881

22
00:01:24,047 --> 00:01:27,880

23
00:01:28,049 --> 00:01:31,881

24
00:01:32,050 --> 00:01:35,885

25
00:01:36,051 --> 00:01:39,881

26
00:01:40,052 --> 00:01:43,881

27
00:01:44,054 --> 00:01:47,881
คราวที่แล้วนะคะ เราพูดถึงเรื่อง List ทุกคน

28
00:01:48,056 --> 00:01:51,881
จำได้นะคะ อันนี้คือลิสต์นะ ที่ครูยกตัวอย่างมาให้

29
00:01:52,058 --> 00:01:55,881
ลิสต์ตัวนี้มีขนาดเท่ากับเท่าไหร่

30
00:01:56,060 --> 00:01:59,881
มีขนาดเท่าไหร่ ขนาด คือ

31
00:02:00,061 --> 00:02:03,888
มีจำนวนเท่าไร มี 5 คนอื่นมีเท่าไรคะ

32
00:02:04,062 --> 00:02:07,884
5 โอเค 5 นะคะ

33
00:02:08,063 --> 00:02:11,881
ลิสต์ที่เราเห็นในหน้าจอตรงนี้

34
00:02:12,065 --> 00:02:15,882
จะมีอยู่ 5 ตัวถูกไหมคะ มีข้อมูลอยู่ 5 ตัว

35
00:02:16,066 --> 00:02:19,881
มี 1 มี 2 มี 3 มี 4

36
00:02:20,068 --> 00:02:23,881
แล้วก็มี 5 มีทั้งหมด 5 ตัวนะคะ คราวนี้

37
00:02:24,070 --> 00:02:27,881
เรารู้ได้อย่างไรว่ามันคือลิสต์ เห็น

38
00:02:28,072 --> 00:02:31,883
ก้ามปูเปิด-ก้ามปูปิดไหมคะ

39
00:02:32,073 --> 00:02:35,888
เป็นสัญลักษณ์ที่บอกว่าการเก็บข้อมูลลักษณะ

40
00:02:36,075 --> 00:02:39,882
แบบนี้มีชื่อเรียกว่า "ลิสต์" นะคะ

41
00:02:40,076 --> 00:02:43,882
จะเก็บค่าของข้อมูล

42
00:02:44,077 --> 00:02:47,883
ในลิสต์ index

43
00:02:48,078 --> 00:02:51,882
ก็คือหมายเลขถูกไหมคะ ก็คือหมายเลขของข้อมูล

44
00:02:52,079 --> 00:02:55,882
เราเริ่มต้นที่หมายเลขอะไรเอ่ย

45
00:02:56,083 --> 00:02:59,882
พอเราวาดเป็นช่องใช่ไหมคะ

46
00:03:00,085 --> 00:03:03,882
ในลิสต์นี่ ถ้าเราลองวาด

47
00:03:04,086 --> 00:03:07,883
การจัดเก็บนะ ก็จะเป็น 1

48
00:03:08,087 --> 00:03:11,883

49
00:03:12,090 --> 00:03:15,883
แล้วก็จะเก็บข้อมูลลงไปในช่องแบบนี้

50
00:03:16,091 --> 00:03:19,882
หมายเลขช่องหรือว่า

51
00:03:20,094 --> 00:03:23,882
Index ตัวแรกเราจะเริ่มต้นที่ตรงไหน

52
00:03:24,097 --> 00:03:27,882
ตรงนี้ index เราจะเริ่มที่เราไรเอ่ย

53
00:03:28,099 --> 00:03:31,882
0 นะ ใช่ไหมคะ

54
00:03:32,101 --> 00:03:35,882
1 2 3 แล้วก็ 4

55
00:03:36,102 --> 00:03:39,882
แล้วก็ 4 ก็คือหมายเลขช่อง ถ้าเราวาดรูปให้

56
00:03:40,107 --> 00:03:43,882
เป็นรูปสี่เหลี่ยมในการจัดเก็บข้อมูล แล้วเวลาครูเข้าถึง

57
00:03:44,108 --> 00:03:47,882
ข้อมูลที่อยู่ในลิสต์ ตอนนี้

58
00:03:48,109 --> 00:03:51,882
ครูตั้งชื่อลิสต์ตัวนี้มีชื่อว่า x

59
00:03:52,110 --> 00:03:55,883
x index 3

60
00:03:56,111 --> 00:03:59,882
ตอบเท่ากับเท่าไรเอ่ย index

61
00:04:00,112 --> 00:04:03,882
เป็น 3 ตัวนี้ตอบ 4 ใช่

62
00:04:04,113 --> 00:04:07,883
ตรงนี้ต้องตอบว่า 4 นะคะ ทุกคนจำได้นะ

63
00:04:08,114 --> 00:04:11,885
แล้วถ้า x

64
00:04:12,117 --> 00:04:15,883
เราต้องการหลาย ๆ ค่า 2 จนถึง 4

65
00:04:16,118 --> 00:04:19,882
จะตอบเท่าหับเท่าไหร่คะ

66
00:04:20,120 --> 00:04:23,883
3 กับ...

67
00:04:24,121 --> 00:04:27,883
3 กับอะไรเอ่ย 4 ใช่ไหม

68
00:04:28,122 --> 00:04:31,883
ใช่ไหม คือ 3 กับ 4 นะ มันเริ่มต้นที่ 2 ใช่ไหมคะ ก็คือ

69
00:04:32,123 --> 00:04:35,883
เริ่มต้นที่ 2 ก็คือเริ่มต้ด้วยตัว

70
00:04:36,124 --> 00:04:39,886
ถึง 4 แล้วก็ลดลงมา 1 ช่อง ก็จะได้ข้อมูลตัวนี้

71
00:04:40,125 --> 00:04:43,884
ก็คือ 3 กับ 4

72
00:04:44,127 --> 00:04:47,884
คราวนี้ แล้วเราเอาลิสต์

73
00:04:48,129 --> 00:04:51,883
มาทำอะไรนะคะ เราเก็บข้อมูล

74
00:04:52,132 --> 00:04:55,884
รูปแบบลิสต์ แล้วเราเอามาใช้ทำอะไรนะคะ

75
00:04:56,134 --> 00:04:59,884
วันนี้เราจะพูดถึงโครงสร้างอีกแบบหนึ่ง

76
00:05:00,135 --> 00:05:03,883
ที่มีชื่อว่า stack นะ

77
00:05:04,136 --> 00:05:07,884
สแตกนะคะ สแตกตัวนี้

78
00:05:08,138 --> 00:05:11,884
จะใช้วิธีการเก็บข้อมูลแบบลิสต์

79
00:05:12,139 --> 00:05:15,884
นะคะ แล้วลักษณะแบบไหน

80
00:05:16,140 --> 00:05:19,884
ที่เราจะเรียกว่า "stack" นะคะ ดูด้วยกัน

81
00:05:20,142 --> 00:05:23,884
เขาบอกว่า Stack

82
00:05:24,144 --> 00:05:27,884
ก็คือการที่เราใส่ข้อมูลเข้าไปแล้วก็ดึงออกมา

83
00:05:28,145 --> 00:05:31,884
นะคะ แล้วข้อมูล

84
00:05:32,146 --> 00:05:35,884
ที่ถูกใส่เข้าไปใน Stack จะถูก

85
00:05:36,147 --> 00:05:39,884
เอาออกมาใช้ทีหลัง อันนี้ คือ

86
00:05:40,148 --> 00:05:43,884
วิธีการเก็บข้อมูลแบบ stack หรือที่เรียกว่า

87
00:05:44,149 --> 00:05:47,884
เข้าทีหลังออกก่อน

88
00:05:48,151 --> 00:05:51,884
เข้าก่อนออกทีหลัง ความหมายเหมือนกัน

89
00:05:52,152 --> 00:05:55,884

90
00:05:56,153 --> 00:05:59,884
ยกตัวอย่างเช่น ทุกคนเคย

91
00:06:00,154 --> 00:06:03,885
ไปที่ร้านก๋วยเตี๋ยวไหมคะ ทุกคนเคยไปที่ร้านก๋วยเตี๋ยวนะ

92
00:06:04,155 --> 00:06:07,885
แล้วเห็นถ้วยก๋วยเตี๋ยวก่อนที่เขาจะ

93
00:06:08,156 --> 00:06:11,885
เอามาใส่เส้น ใส่เครื่องปรุง ใส่หมูให้เรา

94
00:06:12,157 --> 00:06:15,892
ชามก๋วยเตี๋ยวมันเรียงขึ้นไปแบบนี้

95
00:06:16,158 --> 00:06:19,885
ใช่ไหมคะ เวลาแม่ค้าเขาจะเอาจามก๋วยเตี๋ยวมาใส่ให้เรา

96
00:06:20,159 --> 00:06:23,884
เขาจะเอาชามก๋วยเตี๋ยวมาใส่ให้เรา เขาเอาชามที่อยู่

97
00:06:24,161 --> 00:06:27,885
ข้างบน หรือชามที่อยู่ข้างล่าง

98
00:06:28,163 --> 00:06:31,884
เอาชามข้างบนหรือข้างล่างคะ ข้างบน

99
00:06:32,167 --> 00:06:35,884
เขาเอาข้างบนมาทำให้เรา

100
00:06:36,169 --> 00:06:39,884
แล้วเวลาเขาล้างจานเสร็จแล้วนี่ เอาจาน

101
00:06:40,170 --> 00:06:43,884
มาซ้อนข้างล่างหรือซ้อนข้างบน ซ้อนข้างบน

102
00:06:44,171 --> 00:06:47,884
ใช่ไหมคะ เพราะฉะนั้น จานที่

103
00:06:48,173 --> 00:06:51,884
อยู่บนสุดจะถูกเอาออกมาใช้ก่อน

104
00:06:52,173 --> 00:06:55,884
และจากที่อยู่บนสุดนะคะ จะถูก

105
00:06:56,175 --> 00:06:59,885
เอาเข้ามาเก็บทีหลัง อันนี้คือรูปแบบ

106
00:07:00,184 --> 00:07:03,884
ของ Stack เช่นนะคะ เช่น ๆ

107
00:07:04,185 --> 00:07:07,885
เช่น สมมติ ครูมีกระดาษ 1 แผ่นนะ

108
00:07:08,186 --> 00:07:11,885
ครูมีกระดาษอยู่ 1 แผ่น ทุกคนดูนะคะ

109
00:07:12,188 --> 00:07:15,885
ครูจะใส่กระดาษแผ่นที่ 2

110
00:07:16,189 --> 00:07:19,884
เห็นไหมคะ ครูซ่อนกระดาษแผ่นที่ 2 อยู่ข้างบน

111
00:07:20,190 --> 00:07:23,885
ครูใส่ ครูใส่กระดาษ

112
00:07:24,191 --> 00:07:27,885
แผ่นที่ 3 เข้าไปนะคะ แล้วครูก็ใส่

113
00:07:28,194 --> 00:07:31,884
กระดาษแผ่นที่ 4 เข้าไปในมือครู เวลา

114
00:07:32,195 --> 00:07:35,885
ครูจะเอาออกมาใช้ครูจะเอาตัวล่างสุดหรือตัวบนสุดออกมาใช้

115
00:07:36,197 --> 00:07:39,884
ตัวบนสุดถูกไหมคะ

116
00:07:40,201 --> 00:07:43,885
ครูไม่พยายามจะดึงตัวล่างสุดออกมานะคะ ครูจะหยิบตัวบน

117
00:07:44,202 --> 00:07:47,885
สุดอกไปใช้ ซึ่งตัวบนสุดนี่

118
00:07:48,203 --> 00:07:51,885
คือ กระดาษแผ่นที่เราใส่ไปล่าสุดนะคะ

119
00:07:52,205 --> 00:07:55,885
เ

120
00:07:56,206 --> 00:07:59,885
เราสามารถสรุปได้แบบนี้นะ ข้อมูลที่อยู่ใน Stack

121
00:08:00,208 --> 00:08:03,885
ตัวแรกจะอยู่ด้านล่างสุด ข

122
00:08:04,210 --> 00:08:07,885
ข้อมูลที่หย่อนลงไปใน Stack ตัวแรกจะอยู่ด้านล่างสุดเลย

123
00:08:08,214 --> 00:08:11,885
นะคะ ตัวถัดไปก็จะซ้อนขึ้นมา

124
00:08:12,215 --> 00:08:15,885
เรื่อย ๆ ข้อมูลที่

125
00:08:16,217 --> 00:08:19,885
เข้าไปใน Stack เป็นตัวสุดท้าย

126
00:08:20,218 --> 00:08:23,885
นะคะ จะอยู่บนสุด แล้วเวลา

127
00:08:24,219 --> 00:08:27,885
เราเอาข้อมูลใน Stack ออกมาใช้งาน

128
00:08:28,220 --> 00:08:31,886
ข้อมูลที่เข้าไปเป็นตัวล่าสุด

129
00:08:32,221 --> 00:08:35,885
หรือตัวลำดับสุดท้าย  จะถูก

130
00:08:36,222 --> 00:08:39,885
ดึงออกมาใช้งานก่อน ตัวไหน

131
00:08:40,224 --> 00:08:43,885
ที่เข้าไปตัวแรกจะถูกเอามาใช้งาน

132
00:08:44,225 --> 00:08:47,886
เป็นตัวสุดท้ายนะคะ เพราะมันอยู่ล่างสุด

133
00:08:48,227 --> 00:08:51,885
มันก็ใช้ยาก เราต้องใช้ตัวบน ค่อย ๆ ดึงตัวบน

134
00:08:52,229 --> 00:08:55,885
ออกไปก่อน

135
00:08:56,232 --> 00:08:59,885
คราวนี้เวลาเราเอาข้อมูลใส่ใน Stack

136
00:09:00,233 --> 00:09:03,885
เราพูดถึง Stack ก็เหมือนภาชนะนะ Stack

137
00:09:04,237 --> 00:09:07,886
เป็นช่องแบบนี้ เป็นช่องสี่เหลี่ย

138
00:09:08,238 --> 00:09:11,886
ในแนวตั้ง ถ้าเราพูดถึง Stack นะ

139
00:09:12,239 --> 00:09:15,885
ดูรูปนี้ก่อน อย่างนี้ มันจะอยู่ในแนวนอนหรือแนวตั้งก็ได้

140
00:09:16,241 --> 00:09:19,886
มันจะอยู่ในแนวนอนหรือแนวตั้งก็ได้

141
00:09:20,240 --> 00:09:23,885
ถ้าพูดถึง Stack ก้คือเป็นชั้น ๆ

142
00:09:24,241 --> 00:09:27,886
เลื่อนขึ้นไปเรื่อย ๆ นะคะ ใน Stack

143
00:09:28,242 --> 00:09:31,885
เราทำอะไรได้บ้าง เราใส่ข้อมูลลงไป

144
00:09:32,244 --> 00:09:35,886
เราดึงข้อมูลออกมา คราวนี้

145
00:09:36,245 --> 00:09:39,887
stackถ้ามันไม่มีข้อมูลอะไรเลย

146
00:09:40,247 --> 00:09:43,885
เราเรียกว่า "Stack ว่าง" คือ มันมีค่าว่าง ๆ

147
00:09:44,248 --> 00:09:47,886
ไม่มีตัวอักษรอะไรเลยนะ อันนี้

148
00:09:48,249 --> 00:09:51,886
คือ Stack ว่าง

149
00:09:52,251 --> 00:09:55,885
ถ้าเราจะใส่ข้อมูลลงไปใน Stack

150
00:09:56,252 --> 00:09:59,886
เราจะมีคำสั่งที่ชื่อว่า Push

151
00:10:00,253 --> 00:10:03,896
คือคำสั่งตัวนี้นะคะ

152
00:10:04,254 --> 00:10:07,886
คำสั่ง Push ก็คือใส่

153
00:10:08,256 --> 00:10:11,891
ข้อมูลลงไปใน Stack ถ้าต้องการเอา

154
00:10:12,259 --> 00:10:15,886
ข้อมูลออกจาก Stack เราใช้คำสั่ง Pop นะคะ

155
00:10:16,260 --> 00:10:19,893
มีอยู่ 2 ตัวที่ทุกคนต้องรู้จัก

156
00:10:20,261 --> 00:10:23,885
เมื่อพูดถึง Stack คือ Push กับ Pop

157
00:10:24,262 --> 00:10:27,886
Push คือใส่ ก็คือเอ

158
00:10:28,263 --> 00:10:31,887
ส่วน Pop ก็คือเอาออกนะคะ Pop คือ เอาออก

159
00:10:32,264 --> 00:10:35,886

160
00:10:36,265 --> 00:10:39,904
คราวนี้มาดูตัวอย่างนะคะ มีแต่ Push กับ Pop

161
00:10:40,267 --> 00:10:43,888
2 ตัว เราเริ่มต้น Stack ไม่มีอะไรเลย

162
00:10:44,269 --> 00:10:47,886
เป็นค่าว่าง ๆ ถูกไหมคะ เป็น Stack ว่าง

163
00:10:48,270 --> 00:10:51,886
ครูบอกว่าครู Push

164
00:10:52,271 --> 00:10:55,892
คำสั่ง Push Push ค่าอะไร ค่า a เมื่อไรก็ตาม

165
00:10:56,272 --> 00:10:59,887
ที่ใช้คำสั่ง Push ต้องบอกด

166
00:11:00,274 --> 00:11:03,892
จะใส่ค่าอะไรด้วยนะคะ

167
00:11:04,281 --> 00:11:07,886
เรา Push ค่า a ลงไป

168
00:11:08,282 --> 00:11:11,886
เห็นไหม มันก็อยู่ด้านล่างสุดนะคะ ถัดมา

169
00:11:12,285 --> 00:11:15,889
ถ้าครูใส่คำสั่ง

170
00:11:16,287 --> 00:11:19,886
ตัวบนก่อน Push b ก็ใส่ b ลงมาเห็นไหมคะ

171
00:11:20,288 --> 00:11:23,887
ถัดจาก a ก็คือ b Push c

172
00:11:24,289 --> 00:11:27,887
ก็อยู่ถัดขึ้นไป และ Push(D) อยู่

173
00:11:28,290 --> 00:11:31,886
บนสุดนะคะ เรียงตรามลำดับของการ

174
00:11:32,291 --> 00:11:35,889
ใส่ข้อมูลเข้าไป

175
00:11:36,292 --> 00:11:39,887
คราวนี้อยากจะเอาออกบ้าง

176
00:11:40,293 --> 00:11:43,904
เอาข้อมูลออกจาก Stack ไปใช้งาน จะใช้คำสั่ง Pop

177
00:11:44,294 --> 00:11:47,886
Pop นะ Pop

178
00:11:48,295 --> 00:11:51,886
แล้วตามด้วยวงเล็บเปิดและวงเล็บปิด ไม่ต้องใส่ค่าอะไร

179
00:11:52,297 --> 00:11:55,887
เพราะเราจะไปดึงค่าที่อยู่ใน Stack ออกมา

180
00:11:56,299 --> 00:11:59,887

181
00:12:00,300 --> 00:12:03,887
เราสั่งคำสั่ง Pop เราเอาข้อมูล

182
00:12:04,302 --> 00:12:07,890
บนสุดนะคะ Pop ให้เอาข้อมูลบนสุด

183
00:12:08,304 --> 00:12:11,887
ที่อยู่ใน Stack ดึงออกมา

184
00:12:12,305 --> 00:12:15,887
เพราะฉะนั้น เดิมเป็นแบบนี้ ถูกไหม

185
00:12:16,306 --> 00:12:19,887
ครูใช้คำสั่ง Pop อะไรออกมาเอ่ย

186
00:12:20,310 --> 00:12:23,887
ตัว D Dog จะออกมา เพราะ D Dog

187
00:12:24,311 --> 00:12:27,888
อยู่บนสุดนะคะ

188
00:12:28,313 --> 00:12:31,886
ถัดมา

189
00:12:32,315 --> 00:12:35,887
ครู Push คือใส่เข้าไป

190
00:12:36,316 --> 00:12:39,887
ไม่มี D Dog แล้วนะ ครู Push e เห็นไหมคะ เวลา Push

191
00:12:40,317 --> 00:12:43,887
ต้องบอกด้วยว่าเราใส่ค่าอะไร

192
00:12:44,319 --> 00:12:47,887
แล้วก็ใส่ตัว e วงเล็บปิด ครู Push ค่า e ลงไป

193
00:12:48,321 --> 00:12:51,887
E จะอยู่ด้านบน C เสร็จแล้ว Push

194
00:12:52,322 --> 00:12:55,887
อีกครั้งหนึ่ง f ก็จะอยู่บนสุดนะคะ

195
00:12:56,326 --> 00:12:59,887
ถัดมาครู Pop

196
00:13:00,328 --> 00:13:03,887
Pop คือ เอาออก เอาอะไรออก ข้างบนสุดคืออะไรคะ

197
00:13:04,329 --> 00:13:07,889
เอา F ออก เพราะฉะนั้นข้อมูล

198
00:13:08,329 --> 00:13:11,890
จะเหลืออยู่ 4 ตัว ก็คือ a, b, c แล้วก็ e

199
00:13:12,331 --> 00:13:15,887

200
00:13:16,332 --> 00:13:19,887
โอเค ถัดมา

201
00:13:20,333 --> 00:13:23,887
เราแทน Stack ด้วยอะไร

202
00:13:24,334 --> 00:13:27,892
นะคะ อย่างที่ครูบอกว่าลิสต์

203
00:13:28,335 --> 00:13:31,887
จะถูกเอามาใช้แทนนะคะ การเก็บข้อมูล

204
00:13:32,337 --> 00:13:35,887
ใน Stack เราพูดถึง Stack แล้วมันจัดเก็บแบบไหน ลิสต์

205
00:13:36,338 --> 00:13:39,887
นั่นล่ะในการเก็บข้อมูล

206
00:13:40,339 --> 00:13:43,887
ลิสต์นะคะ เราสามารถวาดเป็นแนวตั้งหรือแนวนอน

207
00:13:44,340 --> 00:13:47,888
ก็ได้นะ สามารถวาดเป็นแนวนอน

208
00:13:48,343 --> 00:13:51,887
หรือแนวนอนก็ได้ ข้อมูลที่ใส่เข้ามาตัวแรกนะคะ

209
00:13:52,345 --> 00:13:55,887
จะอยู่ที่ index 0 ก็คือข้อมูลตัวแรก

210
00:13:56,346 --> 00:13:59,891
ไล่ไปเรื่อย ๆ จนถึงข้อมูลตัวสุดท้าย

211
00:14:00,347 --> 00:14:03,887

212
00:14:04,348 --> 00:14:07,888
Stack ที่ครูให้มานี่ ที่เก็บอยู่

213
00:14:08,349 --> 00:14:11,888
ในรูปแบบที่เป็นลิสต์นี่

214
00:14:12,350 --> 00:14:15,888
มันมีที่ว่างให้ใส่ได้อีกไหม Stack รูปนี้

215
00:14:16,352 --> 00:14:19,887
มีอยู่ 4 ช่องด้วยกัน ทุกช่องมีค่าไหมคะ

216
00:14:20,353 --> 00:14:23,887
ทุกช่องมีค่านะ

217
00:14:24,355 --> 00:14:27,889
มันเต็มหรือยังคะ

218
00:14:28,356 --> 00:14:31,888
มันมีที่ว่างให้ใส่อีกไหมคะ ไม่มีแล้ว

219
00:14:32,357 --> 00:14:35,896
อย่างนี้เรียกว่า Stack เต็มแล้ว

220
00:14:36,368 --> 00:14:39,889
นะคะ คือ ไม่มีช่องว่างให้เราใส่ข้อมูลตัวใหม่ได้แล้ว

221
00:14:40,369 --> 00:14:43,888
นะคะ แบบนี้เรียกว่า Stack มันเต็มแล้ง

222
00:14:44,371 --> 00:14:47,888

223
00:14:48,373 --> 00:14:51,888

224
00:14:52,375 --> 00:14:55,889
คราวนี้ เรามี 2 คำสั่ง

225
00:14:56,376 --> 00:14:59,888
ที่พูดถึงนะ Push กับ Pop

226
00:15:00,377 --> 00:15:03,888
Push ก็คือใส่ข้อมูลลงไปใน Stack

227
00:15:04,386 --> 00:15:07,888
เช่น ครูมี Stack

228
00:15:08,389 --> 00:15:11,887
อย่างนี้ใช่ไหม มันมีที่ว่างให้ครูใส่ข้อมูลได้ไหมคะ มันมี

229
00:15:12,392 --> 00:15:15,888
ที่ว่างให้ครูใส่ข้อมูลได้ ครู

230
00:15:16,393 --> 00:15:19,888
ก็เลยสั่งคำสั่ง Push 3 ก็คือเอาข้อมูล 3 นี่

231
00:15:20,394 --> 00:15:23,888
ไปหย่อนลงใน Stack มันจะเอามาใส่ช่องนี้

232
00:15:24,395 --> 00:15:27,888
ช่องที่ 1 หรือช่องที่ 2 ค่ะ ช่องที่ 1

233
00:15:28,396 --> 00:15:31,888
ถูกไหม ก็ไล่ลำดับลงมาเรื่อย ๆ

234
00:15:32,397 --> 00:15:35,912
มันอยู่ช่องนี้แล้ว ข้อมูลล่าสุดอยู่ช่องนี้

235
00:15:36,401 --> 00:15:39,891
มันก็ไหลลงไปจนถึงตัวสุดท้าย

236
00:15:40,402 --> 00:15:43,887
ที่มันสามารถจะใส่ได้ ก็คือในช่องตรงนี้ ก็คือจะเอา 3

237
00:15:44,404 --> 00:15:47,890
มาใส่

238
00:15:48,407 --> 00:15:51,888
แล้วเราใส่ด้วยคำสั่งอะไร

239
00:15:52,409 --> 00:15:55,888
เราใช้ List นะคะ

240
00:15:56,410 --> 00:15:59,888
ในการจัดเก็บข้อมูล เราใช้ลิสต์ในการจัดเก็บข้อมูล

241
00:16:00,411 --> 00:16:03,887
เพราะฉะนั้นคำสั่งของการ

242
00:16:04,412 --> 00:16:07,887
เพิ่มข้อมูลลงไปใน Stack ก็คือใช้คำสั่ง

243
00:16:08,413 --> 00:16:11,888
Append ได้เลย เพราะ Append

244
00:16:12,414 --> 00:16:15,887
เป็นคำสั่งของการเพิ่มข้อมูลลงไป

245
00:16:16,416 --> 00:16:19,888
ในลิสต์นะคะ ใส่ชื่อ .

246
00:16:20,417 --> 00:16:23,888
แล้วตามด้วยคำสั่ง Append(d)

247
00:16:24,418 --> 00:16:27,890
ใส่ค่าข้อมูลตัวใหม่แล้วก็วงเล็บปิด

248
00:16:28,419 --> 00:16:31,888
ถัดมา

249
00:16:32,421 --> 00:16:35,888
Pop

250
00:16:36,423 --> 00:16:39,888
คือ เอาออกนะคะ คือ Pop คือ เอาออก

251
00:16:40,424 --> 00:16:43,888
ก่อนที่เราจะเอาข้อมูลออก

252
00:16:44,425 --> 00:16:47,887
เราต้องเช็กก่อนว่า Stack เรา

253
00:16:48,426 --> 00:16:51,888
มีข้อมูลอยู่ไหม ถ้า Stack

254
00:16:52,430 --> 00:16:55,887
มันไม่มีข้อมูลอยู่เลยเราจะเอาอะไรออกมาได้ไหม ไม่ได้

255
00:16:56,432 --> 00:16:59,888
เพราะมันไม่มีข้อมูลอะไรให้เราดึงออกมา

256
00:17:00,435 --> 00:17:03,888
เพราะฉะนั้น อันดับแรกนี่ เราต้องเช็กก่อน

257
00:17:04,436 --> 00:17:07,888
มันมีข้อมูลอยู่ไหมนะคะ มันมีข้อมูลอยู่้ไหม

258
00:17:08,437 --> 00:17:11,888
ถ้ามันไม่มีข้อมูลอยู่เลย เราจะบอกว่า

259
00:17:12,441 --> 00:17:15,888
มันคือ Stack ว่าง เราไม่สามารถทำคำสั่ง Pop

260
00:17:16,442 --> 00:17:19,892
ได้นะคะ แต่ถ้า

261
00:17:20,444 --> 00:17:23,888
Stack ไม่ว่าง เช่น

262
00:17:24,445 --> 00:17:27,908
Stack ไม่ว่างนะ มันมีข้อมูลอยู่ตั้ง 3 ตัว

263
00:17:28,446 --> 00:17:31,888
เราใช้คำสั่ง Pop

264
00:17:32,448 --> 00:17:35,896
ข้อมูลอะไรจะถูกดึงออกมา มีอยู่ 3 ค่านี่

265
00:17:36,450 --> 00:17:39,888
ข้อมูลที่จะเอาออกมาจาก Stack

266
00:17:40,452 --> 00:17:43,888
ก็คือข้อมูลค่าอะไรเอ่ย

267
00:17:44,453 --> 00:17:47,888
อะไรคะ 1 หรือ 2

268
00:17:48,454 --> 00:17:51,888
หรือ 3 3 ใช่ไหม

269
00:17:52,456 --> 00:17:55,888
เอาตัวที่อยู่บนสุด

270
00:17:56,457 --> 00:17:59,888
ตัวล่าสุดถูกไหมคะ ถ้าอยู่ในแนวนอนตัวล่าสุดจะอยู่

271
00:18:00,459 --> 00:18:03,893
ด้านขวา

272
00:18:04,460 --> 00:18:07,888
ถ้าเป็นแนวตั้งตัวล่าสุดจะอยู่ข้างบนใช่ไหมคะ

273
00:18:08,460 --> 00:18:11,891
เลข 3 จะถูก

274
00:18:12,462 --> 00:18:15,888
ดึงออกมานะคะ หลังจากที่เราใช้คำสั่ง Pop

275
00:18:16,463 --> 00:18:19,889

276
00:18:20,465 --> 00:18:23,888
โอเค

277
00:18:24,466 --> 00:18:27,888
ถัดมาตัวนี้จะเป็นคำสั่ง

278
00:18:28,467 --> 00:18:31,889
ที่เราใช้เขียน เช่น

279
00:18:32,468 --> 00:18:35,889
เราจะเช็กว่า Stack นั้นเป็น Stack ว่าง

280
00:18:36,469 --> 00:18:39,888
หรือเปล่า เราก็ดูขนาดของ Stack ใช่ไหมคะ

281
00:18:40,470 --> 00:18:43,888
หาขนาดของ Stack ว่ามันมีขนาด

282
00:18:44,473 --> 00:18:47,894
เท่าไหร่ ถ้าขนาดมันมีค่าเป็น 0

283
00:18:48,475 --> 00:18:51,888
แสดงว่ามันเป็น Stack ว่าง ไม่มีข้อมูลอยู่เลย

284
00:18:52,478 --> 00:18:55,888
ก็ไม่ต้องทำอะไรใช่ไหมคะ แต่ถ้า

285
00:18:56,480 --> 00:18:59,888
มันไม่ใช่ Stack ว่างเราก็

286
00:19:00,482 --> 00:19:03,888
จะดึงค่าที่อยู่บนสุดออกมา

287
00:19:04,484 --> 00:19:07,889
คราวนี้

288
00:19:08,486 --> 00:19:11,888
อันนี้จะเป็นโค้ด เป็นโปรแกรมที่เราจะเขียนทั้งหมด

289
00:19:12,487 --> 00:19:15,889
เดี๋ยวครูบอกอีกทีข้างหลัง

290
00:19:16,489 --> 00:19:19,889
สมมติว่า

291
00:19:20,490 --> 00:19:23,888

292
00:19:24,492 --> 00:19:27,888

293
00:19:28,493 --> 00:19:31,888

294
00:19:32,496 --> 00:19:35,888
ครูอยาก...

295
00:19:36,497 --> 00:19:39,890

296
00:19:40,500 --> 00:19:43,903

297
00:19:44,502 --> 00:19:47,888

298
00:19:48,504 --> 00:19:51,888

299
00:19:52,506 --> 00:19:55,888

300
00:19:56,508 --> 00:19:59,889

301
00:20:00,514 --> 00:20:03,888

302
00:20:04,515 --> 00:20:07,888

303
00:20:08,517 --> 00:20:11,888

304
00:20:12,519 --> 00:20:15,888

305
00:20:16,521 --> 00:20:19,889

306
00:20:20,524 --> 00:20:23,888

307
00:20:24,528 --> 00:20:27,889

308
00:20:28,561 --> 00:20:31,888

309
00:20:32,563 --> 00:20:35,889
คราวนี้ดูนะคะ

310
00:20:36,564 --> 00:20:39,888
ครูมี Stack มาให้ Stack ครูมีกี่ช่องคะ

311
00:20:40,566 --> 00:20:43,888
มี 4 ช่องในแนวตั้งถูกหรือเปล่า

312
00:20:44,567 --> 00:20:47,888
เป็น Stack ในแนวตั้ง มี 4 ช่องนะคะ

313
00:20:48,568 --> 00:20:51,908
ตัวแรก ตัวแรกน่ะจะอยู่

314
00:20:52,569 --> 00:20:55,890
ด้านฐาน จะอยู่ด้านล่างสุดนะ เวลาเราหย่อนข้อมูลลงไป ตัวแรก

315
00:20:56,574 --> 00:20:59,889
จะลงมาอยู่ช่องล่างสุดแล้วค่อยขยับไปช่องถัดไป ๆ

316
00:21:00,576 --> 00:21:03,889
นะคะ จะซ้อนขึ้นไปข้างบนนะ ถ้าเป็น Stack ในแนวตั้ง

317
00:21:04,579 --> 00:21:07,889
คำสั่ง

318
00:21:08,580 --> 00:21:11,888
อย่างที่บอกเรามีแค่ 2 คำสั่งนะ มีแค่ Push กับ Pop

319
00:21:12,582 --> 00:21:15,889
ใช่ไหมคะ Push

320
00:21:16,583 --> 00:21:19,896
ใส่ข้อมูล

321
00:21:20,585 --> 00:21:23,889
กับ Pop

322
00:21:24,587 --> 00:21:27,889
เอาข้อมูลออก คือ ใส่กับเอาออก

323
00:21:28,588 --> 00:21:31,888
นะคะ คราวนี้ดู

324
00:21:32,590 --> 00:21:35,889
Push 5 เห็นไหมคะ ครูใส่หมายเลขช่องก่อนนะ

325
00:21:36,591 --> 00:21:39,889
อันนี้เป็นหมานยเลข 1, 0, 1, 2, 3

326
00:21:40,592 --> 00:21:43,888
เราจะได้เข้าใจตรงกัน โอเค

327
00:21:44,594 --> 00:21:47,889
นะคะ มีหลายเลขช่องแล้วนะ มี 0 1 2 3

328
00:21:48,595 --> 00:21:51,889
ครูสั่ง Push 5 5 จะ

329
00:21:52,596 --> 00:21:55,889
ไปอยู่ที่ช่องไหน ช่องไหนเอ่ย

330
00:21:56,598 --> 00:21:59,894
ช่องหมายเลขอะไร ครูหย่อน 5

331
00:22:00,599 --> 00:22:03,898
ลงไปมันก็จะไหลลงมาอยู่ที่ช่องไหนคะ

332
00:22:04,600 --> 00:22:07,889
ช่อง 0 เห็นไหม พอครูหย่อน 5 ลงมา

333
00:22:08,601 --> 00:22:11,889
ไหลลงมาเรื่อย ๆ จนมาอยู่ที่

334
00:22:12,607 --> 00:22:15,889
ช่อง 0 เสร็จแล้วครูสั่งคำสั่ง Push

335
00:22:16,608 --> 00:22:19,890
10 เดิมมันมี 5 อยู่แล้วนะ

336
00:22:20,609 --> 00:22:23,891
แล้วครูสั่ง Push 10 เพราะฉะนั้น 10 จะมาอยู่ที่ไหนคะ

337
00:22:24,610 --> 00:22:27,889
10 จะมาอยู่ที่

338
00:22:28,611 --> 00:22:31,889
1 ถูกไหมคะ ก็หย่อน 10 ลงมานะ

339
00:22:32,612 --> 00:22:35,889
ถัดมาเดิม

340
00:22:36,616 --> 00:22:39,889
เดิม มี 5 กับ 10 แล้ว ครูเขียนเรียบร้อยก่อน

341
00:22:40,617 --> 00:22:43,889
นะคะ ใส่ที่ช่อง 0 กับช่อง 1 ครู

342
00:22:44,618 --> 00:22:47,888
สั่ง Push 15 ไปอยู่ที่ช่องไหนคะ 2 ใช่ไหม

343
00:22:48,619 --> 00:22:51,890
เห็นไหม พอ Push ข้อมูลลงไป

344
00:22:52,619 --> 00:22:55,890
คราวนี้ จากรูปนี้ ครูสั่ง Pop

345
00:22:56,620 --> 00:22:59,889
เอาอะไรออกมา

346
00:23:00,622 --> 00:23:03,891
จากรูปนี้พอครูสั่ง Pop ปุ๊บ เอาอะไรออกมาคะ

347
00:23:04,623 --> 00:23:07,889
เอาอะไรออกมาเอ่ย

348
00:23:08,623 --> 00:23:11,889
15 ใช่ไหม เอาตัวบนสุด

349
00:23:12,624 --> 00:23:15,889
เลือก

350
00:23:16,625 --> 00:23:19,891
เราเลือก

351
00:23:20,627 --> 00:23:23,891
ตัวบนสุดออกมาใช่ไหมคะ

352
00:23:24,628 --> 00:23:27,892
เพราะฉะนั้น 15 จะถูกดึง

353
00:23:28,632 --> 00:23:31,890
ออกมาข้างนอกเห็นไหมคะ

354
00:23:32,633 --> 00:23:35,889
เพราะฉะนั้น ใน Stack จะเหลือแค่ 10 กับ 5

355
00:23:36,635 --> 00:23:39,891
ครูสั่ง Pop อีกทีหนึ่ง

356
00:23:40,637 --> 00:23:43,890
เอาอะไรออกมาคะ เดิม

357
00:23:44,638 --> 00:23:47,889
มี 5 กับ 10

358
00:23:48,639 --> 00:23:51,890
คราวนี้เอาอะไรออกมา ครูสั่ง Pop ปุ๊บ อะไรออกมาคะ

359
00:23:52,641 --> 00:23:55,890
10 ออกมาเห็นไหม 10 ไม่เหลือแล้ว

360
00:23:56,642 --> 00:23:59,890
เพราะฉะนั้น ตอนนี้ ใน Stack เราเหลือกี่ค่าคะ

361
00:24:00,643 --> 00:24:03,890
ค่าเดียว คือเลข 5

362
00:24:04,644 --> 00:24:07,889
จดตัวนี้ไว้ในกระดาษให้ครูหน่อย

363
00:24:08,646 --> 00:24:11,890

364
00:24:12,647 --> 00:24:15,891
เดี๋ยวครูจะให้ทำแบบฝึกหัด

365
00:24:16,649 --> 00:24:19,891
นะคะ

366
00:24:20,650 --> 00:24:23,889

367
00:24:24,652 --> 00:24:27,890

368
00:24:28,655 --> 00:24:31,891

369
00:24:32,657 --> 00:24:35,890

370
00:24:36,659 --> 00:24:39,890

371
00:24:40,661 --> 00:24:43,890

372
00:24:44,663 --> 00:24:47,890

373
00:24:48,665 --> 00:24:51,901

374
00:24:52,666 --> 00:24:55,890

375
00:24:56,667 --> 00:24:59,891

376
00:25:00,668 --> 00:25:03,892

377
00:25:04,671 --> 00:25:07,890

378
00:25:08,673 --> 00:25:11,892

379
00:25:12,675 --> 00:25:15,890

380
00:25:16,677 --> 00:25:19,891

381
00:25:20,679 --> 00:25:23,890
มีกระดาษไหมคะ มีใครไม่มีกระดาษไหมคะ

382
00:25:24,681 --> 00:25:27,891
ครูมีกระดาษมาแจก มีไหมคะ

383
00:25:28,683 --> 00:25:31,892
มันจะมีเส้น

384
00:25:32,684 --> 00:25:35,890

385
00:25:36,686 --> 00:25:39,891

386
00:25:40,688 --> 00:25:43,891

387
00:25:44,690 --> 00:25:47,890

388
00:25:48,692 --> 00:25:51,890

389
00:25:52,694 --> 00:25:55,892

390
00:25:56,696 --> 00:25:59,891

391
00:26:00,698 --> 00:26:03,892

392
00:26:04,700 --> 00:26:07,891

393
00:26:08,701 --> 00:26:11,891

394
00:26:12,703 --> 00:26:15,892

395
00:26:16,705 --> 00:26:19,892

396
00:26:20,707 --> 00:26:23,890

397
00:26:24,708 --> 00:26:27,891

398
00:26:28,711 --> 00:26:31,892

399
00:26:32,712 --> 00:26:35,891

400
00:26:36,714 --> 00:26:39,891

401
00:26:40,716 --> 00:26:43,892

402
00:26:44,718 --> 00:26:47,890

403
00:26:48,720 --> 00:26:51,891

404
00:26:52,722 --> 00:26:55,891

405
00:26:56,723 --> 00:26:59,891

406
00:27:00,726 --> 00:27:03,891

407
00:27:04,728 --> 00:27:07,891

408
00:27:08,730 --> 00:27:11,894

409
00:27:12,731 --> 00:27:15,891

410
00:27:16,734 --> 00:27:19,891

411
00:27:20,738 --> 00:27:23,891

412
00:27:24,745 --> 00:27:27,897

413
00:27:28,749 --> 00:27:31,893

414
00:27:32,754 --> 00:27:35,891

415
00:27:36,759 --> 00:27:39,892

416
00:27:40,761 --> 00:27:43,895

417
00:27:44,763 --> 00:27:47,891

418
00:27:48,765 --> 00:27:51,894

419
00:27:52,767 --> 00:27:55,891

420
00:27:56,769 --> 00:27:59,891

421
00:28:00,771 --> 00:28:03,894

422
00:28:04,773 --> 00:28:07,893

423
00:28:08,775 --> 00:28:11,891

424
00:28:12,777 --> 00:28:15,892

425
00:28:16,779 --> 00:28:19,892

426
00:28:20,781 --> 00:28:23,892

427
00:28:24,783 --> 00:28:27,892

428
00:28:28,784 --> 00:28:31,892

429
00:28:32,787 --> 00:28:35,892

430
00:28:36,791 --> 00:28:39,892

431
00:28:40,793 --> 00:28:43,892

432
00:28:44,795 --> 00:28:47,891

433
00:28:48,797 --> 00:28:51,892

434
00:28:52,799 --> 00:28:55,891

435
00:28:56,801 --> 00:28:59,892

436
00:29:00,803 --> 00:29:03,892

437
00:29:04,805 --> 00:29:07,892

438
00:29:08,807 --> 00:29:11,892

439
00:29:12,809 --> 00:29:15,892

440
00:29:16,811 --> 00:29:19,892

441
00:29:20,814 --> 00:29:23,892

442
00:29:24,816 --> 00:29:27,891

443
00:29:28,817 --> 00:29:31,892

444
00:29:32,819 --> 00:29:35,892

445
00:29:36,822 --> 00:29:39,898

446
00:29:40,826 --> 00:29:43,892

447
00:29:44,828 --> 00:29:47,892

448
00:29:48,831 --> 00:29:51,892

449
00:29:52,833 --> 00:29:55,892

450
00:29:56,835 --> 00:29:59,892

451
00:30:00,837 --> 00:30:03,894

452
00:30:04,838 --> 00:30:07,894

453
00:30:08,843 --> 00:30:11,893

454
00:30:12,848 --> 00:30:15,892

455
00:30:16,850 --> 00:30:19,892

456
00:30:20,852 --> 00:30:23,893

457
00:30:24,854 --> 00:30:27,892

458
00:30:28,855 --> 00:30:31,892

459
00:30:32,858 --> 00:30:35,893

460
00:30:36,862 --> 00:30:39,910
คราวนี้นะคะ ครูมีโจทย์มาให้ แล้วก็มี

461
00:30:40,863 --> 00:30:43,893
คำสั่งมาให้

462
00:30:44,866 --> 00:30:47,892
ทำเหมือนเดิมเลยใช่ไหมคะ แต่ครูมีตัว

463
00:30:48,867 --> 00:30:51,892
เริ่มต้นให้ ครูมีให้อยู่แล้วอยู่ใน Stack

464
00:30:52,867 --> 00:30:55,895
ใช่ไหมคะ อันแรก เราหย่อน

465
00:30:56,869 --> 00:30:59,892
เลข 2 ลงไป อันที่ 2 เขียนของเดิมก่อน

466
00:31:00,871 --> 00:31:03,892
ใช่ไหมคะ แล้วค่อยหย่อนเลข 7 ลงไป

467
00:31:04,872 --> 00:31:07,893
ถัดมาหย่อนเลข 1 Pop

468
00:31:08,877 --> 00:31:11,893
คือ เอาออกนะ คือ เอาออก แล้วบอกครูด้วยว่า

469
00:31:12,878 --> 00:31:15,892
ข้อมูล

470
00:31:16,880 --> 00:31:19,893
ที่เอาออกมา

471
00:31:20,881 --> 00:31:23,893
คืออะไร เสร็จแล้ว

472
00:31:24,882 --> 00:31:27,893
ก็มีคำสั่งตัวสุดท้าย ก็คือ Push ตัวเลข 7 ลงไป

473
00:31:28,883 --> 00:31:31,893

474
00:31:32,885 --> 00:31:35,896
ลองทำดูนะคะ

475
00:31:36,886 --> 00:31:39,892

476
00:31:40,887 --> 00:31:43,892
เพราะฉะนั้น แต่ละข้อ

477
00:31:44,889 --> 00:31:47,892
มันจะต่อเนื่องกันไปนะคะ

478
00:31:48,890 --> 00:31:51,894
ทำตัวแรก ข้อที่ 1 เสร็จ เอาข้อมูลนี่

479
00:31:52,890 --> 00:31:55,893
มาตั้งต้นไว้ก่อนแล้วเราค่อย Push

480
00:31:56,891 --> 00:31:59,893
เลข 7 ลงไป เดี๋ยวเราทำด้วยกัน 1 ข้อนะ

481
00:32:00,892 --> 00:32:03,893
อันนี้คือ Push เลข 2 หย่อนเลข 2

482
00:32:04,893 --> 00:32:07,893
ลงไป

483
00:32:08,895 --> 00:32:11,893

484
00:32:12,897 --> 00:32:16,897
ข้อที่ 2 ครูจะใส่เลข 7 เพราะฉะนั้น ครู

485
00:32:16,898 --> 00:32:20,895
ต้องใส่ข้อมูลเดิมก่อน

486
00:32:20,903 --> 00:32:24,894
และก็หย่อนเลข 7 ลงไป ทำต่อให้ครูหน่อย

487
00:32:24,903 --> 00:32:28,893
อีก 3 อัน

488
00:32:28,909 --> 00:32:32,893

489
00:32:32,910 --> 00:32:36,893

490
00:32:36,911 --> 00:32:40,895

491
00:32:40,912 --> 00:32:44,893

492
00:32:44,913 --> 00:32:48,893

493
00:32:48,918 --> 00:32:52,895

494
00:32:52,919 --> 00:32:56,893

495
00:32:56,921 --> 00:33:00,893

496
00:33:00,923 --> 00:33:04,893

497
00:33:04,924 --> 00:33:08,893

498
00:33:08,925 --> 00:33:12,893

499
00:33:12,926 --> 00:33:16,893

500
00:33:16,927 --> 00:33:20,893

501
00:33:20,928 --> 00:33:24,894

502
00:33:24,929 --> 00:33:28,893

503
00:33:28,930 --> 00:33:32,893

504
00:33:32,931 --> 00:33:36,894

505
00:33:36,932 --> 00:33:40,912

506
00:33:40,933 --> 00:33:44,893

507
00:33:44,934 --> 00:33:48,894

508
00:33:48,935 --> 00:33:52,894

509
00:33:52,937 --> 00:33:56,893

510
00:33:56,938 --> 00:34:00,896

511
00:34:00,939 --> 00:34:04,893

512
00:34:04,944 --> 00:34:08,893

513
00:34:08,946 --> 00:34:12,894

514
00:34:12,947 --> 00:34:16,894

515
00:34:16,949 --> 00:34:20,893

516
00:34:20,950 --> 00:34:24,894

517
00:34:24,950 --> 00:34:28,893

518
00:34:28,954 --> 00:34:32,893

519
00:34:32,955 --> 00:34:36,894

520
00:34:36,957 --> 00:34:40,893

521
00:34:40,958 --> 00:34:44,894

522
00:34:44,959 --> 00:34:48,893

523
00:34:48,960 --> 00:34:52,894

524
00:34:52,961 --> 00:34:56,898

525
00:34:56,962 --> 00:35:00,894

526
00:35:00,963 --> 00:35:04,893

527
00:35:04,964 --> 00:35:08,893

528
00:35:08,965 --> 00:35:12,894

529
00:35:12,966 --> 00:35:16,894

530
00:35:16,969 --> 00:35:20,894

531
00:35:20,971 --> 00:35:24,894

532
00:35:24,972 --> 00:35:28,893

533
00:35:28,974 --> 00:35:32,893

534
00:35:32,975 --> 00:35:36,894

535
00:35:36,977 --> 00:35:40,901

536
00:35:40,978 --> 00:35:44,893

537
00:35:44,981 --> 00:35:48,893

538
00:35:48,984 --> 00:35:52,896

539
00:35:52,985 --> 00:35:56,893

540
00:35:56,987 --> 00:36:00,894

541
00:36:00,988 --> 00:36:04,894

542
00:36:04,990 --> 00:36:08,894

543
00:36:08,992 --> 00:36:12,901

544
00:36:12,993 --> 00:36:16,894

545
00:36:16,994 --> 00:36:20,895

546
00:36:20,995 --> 00:36:24,894

547
00:36:24,996 --> 00:36:28,894

548
00:36:28,997 --> 00:36:32,893

549
00:36:32,999 --> 00:36:36,893

550
00:36:37,001 --> 00:36:40,894

551
00:36:41,002 --> 00:36:44,894

552
00:36:45,003 --> 00:36:48,894

553
00:36:49,006 --> 00:36:52,894

554
00:36:53,009 --> 00:36:56,894

555
00:36:57,011 --> 00:37:00,894

556
00:37:01,012 --> 00:37:04,894

557
00:37:05,014 --> 00:37:08,894

558
00:37:09,017 --> 00:37:12,894

559
00:37:13,019 --> 00:37:16,894

560
00:37:17,020 --> 00:37:20,896

561
00:37:21,022 --> 00:37:24,895

562
00:37:25,024 --> 00:37:28,894

563
00:37:29,026 --> 00:37:32,894

564
00:37:33,029 --> 00:37:36,894

565
00:37:37,030 --> 00:37:40,894

566
00:37:41,032 --> 00:37:44,894

567
00:37:45,033 --> 00:37:48,894

568
00:37:49,035 --> 00:37:52,895

569
00:37:53,037 --> 00:37:56,894

570
00:37:57,038 --> 00:38:00,894

571
00:38:01,039 --> 00:38:04,894

572
00:38:05,041 --> 00:38:08,895

573
00:38:09,042 --> 00:38:12,895

574
00:38:13,043 --> 00:38:16,894

575
00:38:17,045 --> 00:38:20,896

576
00:38:21,046 --> 00:38:24,894

577
00:38:25,048 --> 00:38:28,895

578
00:38:29,050 --> 00:38:32,894

579
00:38:33,053 --> 00:38:36,894

580
00:38:37,054 --> 00:38:40,897

581
00:38:41,056 --> 00:38:44,894

582
00:38:45,057 --> 00:38:48,894

583
00:38:49,060 --> 00:38:52,895

584
00:38:53,065 --> 00:38:56,894

585
00:38:57,069 --> 00:39:00,895

586
00:39:01,070 --> 00:39:04,895

587
00:39:05,071 --> 00:39:08,894

588
00:39:09,072 --> 00:39:12,894

589
00:39:13,073 --> 00:39:16,895

590
00:39:17,074 --> 00:39:20,895

591
00:39:21,075 --> 00:39:24,895

592
00:39:25,079 --> 00:39:28,894

593
00:39:29,081 --> 00:39:32,896

594
00:39:33,083 --> 00:39:36,895

595
00:39:37,084 --> 00:39:40,894

596
00:39:41,087 --> 00:39:44,894

597
00:39:45,090 --> 00:39:48,906

598
00:39:49,091 --> 00:39:52,895

599
00:39:53,092 --> 00:39:56,895

600
00:39:57,095 --> 00:40:00,895

601
00:40:01,096 --> 00:40:04,894

602
00:40:05,097 --> 00:40:08,894

603
00:40:09,099 --> 00:40:12,894

604
00:40:13,101 --> 00:40:16,896

605
00:40:17,104 --> 00:40:20,897

606
00:40:21,105 --> 00:40:24,895

607
00:40:25,106 --> 00:40:28,895

608
00:40:29,107 --> 00:40:32,895

609
00:40:33,109 --> 00:40:36,894
ทีนี้เดี๋ยวเรามาดู

610
00:40:37,110 --> 00:40:40,894

611
00:40:41,111 --> 00:40:44,895

612
00:40:45,112 --> 00:40:48,896
ข้อ 3 นะคะ ครูสั่ง Push 1 ก็คือใส่เลข 1 ลง

613
00:40:49,114 --> 00:40:52,896
ใน Stack เดิม

614
00:40:53,118 --> 00:40:56,895
เอาของเดิมยกมาก่อนนะ อย่าเพิ่งใส่นะ ของเดิม

615
00:40:57,119 --> 00:41:00,896
มี 3 ค่านะ เขียนก่อนนะคะ

616
00:41:01,121 --> 00:41:04,895
เขียนค่าเดิมก่อน ใส่ค่าเดิมมาก่อน

617
00:41:05,122 --> 00:41:08,895
นะคะ เสร็จแล้วครูสั่ง Push 1

618
00:41:09,125 --> 00:41:12,895
1 จะอยู่ด้านบนเลข 7

619
00:41:13,126 --> 00:41:16,895
ใช่ไหมคะ

620
00:41:17,129 --> 00:41:20,900
จากนั้นครูสั่ง Pop Pop คือ เอาออก

621
00:41:21,129 --> 00:41:24,896
บนสุดคืออะไร คือ 1 เพราะฉะนั้น

622
00:41:25,130 --> 00:41:28,913
เอาอะไรออก เอา 1 ออก เพราะฉะนั้น ที่เหลือ

623
00:41:29,132 --> 00:41:32,895
็ก็คือ 5, 2, 7 ใช่ไหมคะ 1

624
00:41:33,134 --> 00:41:36,895
จะถูกเอาออกมาใช่ไหม เพราะฉะนั้น ข้อมูล

625
00:41:37,135 --> 00:41:40,895
ที่นำออกจาก Stack ก็คือ 1

626
00:41:41,137 --> 00:41:44,896
นะคะ

627
00:41:45,153 --> 00:41:48,896
ครูสั่ง Push อีกครั้งหนึ่งทำอย่างไร

628
00:41:49,155 --> 00:41:52,895
ก็เอาของเดิมที่มีอยู่ใน Stack เขียนก่อน

629
00:41:53,156 --> 00:41:56,895
เพราะฉะนั้น กรณีที่ Push ข้อม

630
00:41:57,158 --> 00:42:00,896
ลงไปใน Stack ยกของเดิมมาก่อน

631
00:42:01,159 --> 00:42:04,902
เสร็จแล้ว

632
00:42:05,160 --> 00:42:08,901
ใส่ตัวเลขที่ครูสั่งลงไป ก็คือ 7 7

633
00:42:09,162 --> 00:42:12,895
ก็จะอยู่ด้านบนนะคะ อันนี้คือ

634
00:42:13,164 --> 00:42:16,895
Stack ที่ได้หลังจากที่เราใช้

635
00:42:17,165 --> 00:42:20,895
คำสั่งทั้งหมด 5 คำสั่ง

636
00:42:21,167 --> 00:42:24,896

637
00:42:25,168 --> 00:42:28,896
โอเค

638
00:42:29,169 --> 00:42:32,895

639
00:42:33,171 --> 00:42:36,901
ถัดมาครูเปลี่ยนนะ จากแนวตั้ง

640
00:42:37,171 --> 00:42:40,896
เป็นแนวนอนนะคะ ถ้าครูลองเปลี่ยน Stack เป็นแนวนอน

641
00:42:41,172 --> 00:42:44,896
บ้าง

642
00:42:45,173 --> 00:42:48,896

643
00:42:49,175 --> 00:42:52,896

644
00:42:53,177 --> 00:42:56,895

645
00:42:57,178 --> 00:43:00,896

646
00:43:01,179 --> 00:43:04,897

647
00:43:05,181 --> 00:43:08,896

648
00:43:09,182 --> 00:43:12,896

649
00:43:13,183 --> 00:43:16,896

650
00:43:17,184 --> 00:43:20,896
คราวนี้ครูลองเปลี่ยน Stack เป็นอีกรูปแบบหนึ่ง

651
00:43:21,185 --> 00:43:24,896
เป็นแนวนอนบ้างนะคะ

652
00:43:25,186 --> 00:43:28,896
และครูมีตัวเลข

653
00:43:29,188 --> 00:43:32,896
ที่อยู่ใน Stack ไว้ให้ คือ 3

654
00:43:33,189 --> 00:43:36,896
แล้วก็ 1 ถูกไหม ตัวแรกจะอยู่ซ้ายสุดถูกไหมคะ

655
00:43:37,190 --> 00:43:40,896
ถัดมาก็จะเป็นตัวที่ 2

656
00:43:41,191 --> 00:43:44,905
แล้วครูใช้คำสั่ง Push 5 ข้อที่ 2

657
00:43:45,193 --> 00:43:48,896
ครู Push 6 เสร็จแล้ว

658
00:43:49,194 --> 00:43:52,899
ครู Pop นะคะ ลองทำสิ

659
00:43:53,195 --> 00:43:56,896

660
00:43:57,196 --> 00:44:00,896

661
00:44:01,198 --> 00:44:04,897

662
00:44:05,202 --> 00:44:08,897

663
00:44:09,203 --> 00:44:12,897

664
00:44:13,204 --> 00:44:16,896

665
00:44:17,205 --> 00:44:20,896

666
00:44:21,208 --> 00:44:24,896

667
00:44:25,209 --> 00:44:28,899

668
00:44:29,211 --> 00:44:32,896

669
00:44:33,213 --> 00:44:36,896

670
00:44:37,215 --> 00:44:40,897

671
00:44:41,216 --> 00:44:44,897

672
00:44:45,217 --> 00:44:48,897

673
00:44:49,218 --> 00:44:52,897

674
00:44:53,219 --> 00:44:56,897

675
00:44:57,224 --> 00:45:00,897

676
00:45:01,225 --> 00:45:04,899

677
00:45:05,228 --> 00:45:08,900

678
00:45:09,229 --> 00:45:12,897

679
00:45:13,230 --> 00:45:16,897

680
00:45:17,231 --> 00:45:20,897

681
00:45:21,233 --> 00:45:24,897

682
00:45:25,234 --> 00:45:28,897

683
00:45:29,235 --> 00:45:32,897

684
00:45:33,236 --> 00:45:36,897

685
00:45:37,237 --> 00:45:40,899

686
00:45:41,239 --> 00:45:44,897

687
00:45:45,240 --> 00:45:48,897

688
00:45:49,241 --> 00:45:52,897

689
00:45:53,243 --> 00:45:56,897

690
00:45:57,244 --> 00:46:00,897

691
00:46:01,245 --> 00:46:04,899

692
00:46:05,247 --> 00:46:08,897

693
00:46:09,248 --> 00:46:12,897

694
00:46:13,255 --> 00:46:16,898

695
00:46:17,257 --> 00:46:20,897

696
00:46:21,259 --> 00:46:24,897

697
00:46:25,260 --> 00:46:28,898

698
00:46:29,262 --> 00:46:32,898

699
00:46:33,263 --> 00:46:36,897

700
00:46:37,265 --> 00:46:40,898

701
00:46:41,266 --> 00:46:44,897

702
00:46:45,271 --> 00:46:48,897

703
00:46:49,273 --> 00:46:52,898

704
00:46:53,275 --> 00:46:56,897

705
00:46:57,277 --> 00:47:00,898

706
00:47:01,278 --> 00:47:04,898

707
00:47:05,283 --> 00:47:08,898

708
00:47:09,285 --> 00:47:12,898

709
00:47:13,286 --> 00:47:16,898

710
00:47:17,288 --> 00:47:20,898

711
00:47:21,291 --> 00:47:24,898

712
00:47:25,295 --> 00:47:28,899

713
00:47:29,298 --> 00:47:32,898

714
00:47:33,300 --> 00:47:36,898

715
00:47:37,302 --> 00:47:40,902

716
00:47:41,304 --> 00:47:44,898

717
00:47:45,305 --> 00:47:48,898

718
00:47:49,306 --> 00:47:52,898

719
00:47:53,307 --> 00:47:56,898

720
00:47:57,310 --> 00:48:00,899

721
00:48:01,314 --> 00:48:04,898

722
00:48:05,316 --> 00:48:08,898

723
00:48:09,317 --> 00:48:12,898

724
00:48:13,318 --> 00:48:16,899

725
00:48:17,319 --> 00:48:20,898

726
00:48:21,322 --> 00:48:24,899

727
00:48:25,323 --> 00:48:28,899

728
00:48:29,324 --> 00:48:32,898

729
00:48:33,325 --> 00:48:36,899

730
00:48:37,327 --> 00:48:40,899

731
00:48:41,331 --> 00:48:44,900

732
00:48:45,335 --> 00:48:48,899

733
00:48:49,337 --> 00:48:52,898

734
00:48:53,339 --> 00:48:56,899

735
00:48:57,340 --> 00:49:00,898

736
00:49:01,341 --> 00:49:04,898

737
00:49:05,342 --> 00:49:08,901

738
00:49:09,343 --> 00:49:12,898

739
00:49:13,344 --> 00:49:16,898

740
00:49:17,346 --> 00:49:20,899

741
00:49:21,349 --> 00:49:24,899

742
00:49:25,350 --> 00:49:28,899

743
00:49:29,351 --> 00:49:32,899

744
00:49:33,353 --> 00:49:36,900

745
00:49:37,355 --> 00:49:40,899

746
00:49:41,356 --> 00:49:44,899

747
00:49:45,357 --> 00:49:48,899

748
00:49:49,359 --> 00:49:52,899

749
00:49:53,360 --> 00:49:56,899
คราวนี้นะคะ

750
00:49:57,361 --> 00:50:00,899
มาดูเฉลยด้วยกัน

751
00:50:01,363 --> 00:50:04,899
ครูสั่ง Push 5 แสดงว่า

752
00:50:05,364 --> 00:50:08,900
ครูกำลังจะใส่ข้อมูลลงใน Stack

753
00:50:09,365 --> 00:50:12,899
ครูก็เอาเลข 5 มาหย่อนลงเลยนะ

754
00:50:13,367 --> 00:50:16,900
เอาเลข 5 มาหย่อนเลยนะคะ

755
00:50:17,368 --> 00:50:20,901
ถัดมาครูใช้คำสั่ง Push

756
00:50:21,369 --> 00:50:24,899
ครูใช้คำสั่ง Push ทำอย่างไร เอา

757
00:50:25,370 --> 00:50:28,899
ของเดิมยกลงมาก่อน ยกของเดิม

758
00:50:29,371 --> 00:50:32,899
มาใส่ก่อนนะคะ ก็จะมี 3,

759
00:50:33,375 --> 00:50:36,899
1 แล้วก็ 5

760
00:50:37,376 --> 00:50:40,899
จากนั้น เรา Push ค่าใหม่ ใส่ค่าใหม่

761
00:50:41,378 --> 00:50:44,900
ลงไป ก็คือ 6

762
00:50:45,380 --> 00:50:48,900
โอเคนะ ใส่ค่า 6 ก็คือค่าใหม่ลงไปใน Stack

763
00:50:49,381 --> 00:50:52,899
เสร็จแล้วครูใช้คำสั่ง Pop

764
00:50:53,385 --> 00:50:56,899
ก็คือเอาออก ก็คือเอาตัวล่าสุด

765
00:50:57,387 --> 00:51:00,900
ที่อยู่ด้านขวา เอาออก

766
00:51:01,390 --> 00:51:04,904
เพราะฉะนั้น ค่าที่ถูกเอาออก ก็คือเลข 6

767
00:51:05,394 --> 00:51:08,908
เห็นไหมคะ เอาเลข 6 ออกมา

768
00:51:09,395 --> 00:51:12,900
แล้วเราก็ยกตัวที่เหลือ

769
00:51:13,396 --> 00:51:16,917
ลงมาใส่ ก็จะเหลือเป็น

770
00:51:17,397 --> 00:51:20,904
3, 1 แล้วก็ 5 นะคะ

771
00:51:21,400 --> 00:51:24,900

772
00:51:25,401 --> 00:51:28,899

773
00:51:29,402 --> 00:51:32,900

774
00:51:33,403 --> 00:51:36,899

775
00:51:37,405 --> 00:51:40,900

776
00:51:41,408 --> 00:51:44,899

777
00:51:45,411 --> 00:51:48,902

778
00:51:49,413 --> 00:51:52,901

779
00:51:53,414 --> 00:51:56,900

780
00:51:57,416 --> 00:52:00,902

781
00:52:01,417 --> 00:52:04,900

782
00:52:05,420 --> 00:52:08,901

783
00:52:09,422 --> 00:52:12,899

784
00:52:13,423 --> 00:52:16,900

785
00:52:17,425 --> 00:52:20,900

786
00:52:21,427 --> 00:52:24,899

787
00:52:25,428 --> 00:52:28,900

788
00:52:29,430 --> 00:52:32,900

789
00:52:33,433 --> 00:52:36,900
คราวนี้นะคะ มาดูต่อ

790
00:52:37,435 --> 00:52:40,900
กระดาษที่ครูแจกเอาวางไว้ก่อนนะคะ อย่าเพิ่งใช้ เรายังไม่ใช้ตอนนี้

791
00:52:41,437 --> 00:52:44,902

792
00:52:45,439 --> 00:52:48,901

793
00:52:49,441 --> 00:52:52,901
เราใช้ Stack ทำอะไร เมื่อกี้

794
00:52:53,442 --> 00:52:56,900
เราพูดถึง Stack ไปแล้วนะ เข้าก่อนออกทีหลัง

795
00:52:57,444 --> 00:53:00,900
นะคะ ข้อมูลไหนเข้าก่อน

796
00:53:01,446 --> 00:53:04,902
จะถูกเอาออกทีหลัง

797
00:53:05,447 --> 00:53:08,903
แล้วเราใช้ Stack ทำอะไรบ้าง

798
00:53:09,450 --> 00:53:12,901
เราใช้ Stack มาทำอะไรบ้าง

799
00:53:13,453 --> 00:53:16,900
ทุกคนบวกเลขเป็นใช่ไหม ทุกคนบวกลบคูณหาร

800
00:53:17,455 --> 00:53:20,901
สมการทางคณิตศาสตร์ได้ Stack

801
00:53:21,468 --> 00:53:24,900
จะถูกเอามาใช้ในการ

802
00:53:25,469 --> 00:53:28,900
หาผลลัพธ์ของสมการคณิตศาสตร์

803
00:53:29,471 --> 00:53:32,900
บวกเลข บวกลบเลขนะคะ

804
00:53:33,471 --> 00:53:36,899
คราวนี้ ก่อนที่จะไปดูรูปแบบของการ

805
00:53:37,475 --> 00:53:40,900
ใช้ Stack แล้ว Stack มันเกี่ย

806
00:53:41,476 --> 00:53:44,900
กับการบวก ลบ คูณ หาร นะคะ เรามาดูรูปแบบก่อนว่า

807
00:53:45,477 --> 00:53:48,900
เราใช้ Stack เพื่อเป็นนิพนธ์

808
00:53:49,478 --> 00:53:52,900
ก็คือลักษณะของสมการ

809
00:53:53,479 --> 00:53:56,900
มีอยู่ 3 รูปแบบ รูปแบบแรกก็คื

810
00:53:57,480 --> 00:54:00,900
ก็คือ

811
00:54:01,481 --> 00:54:04,901
บวก ลบ คูณ หาร จะอยู่ระหว่างตัวเลข

812
00:54:05,482 --> 00:54:08,903
นะคะ อันนี้คือ Infix นิพจน์ตัวที่ 2

813
00:54:09,485 --> 00:54:12,900
ก็คือ Prefix

814
00:54:13,487 --> 00:54:16,900
เครื่องหมาย บวก ลบ คูณ หาร จะอยู่ด้านหน้า

815
00:54:17,488 --> 00:54:20,904
และตัวสุดท้ายคือ

816
00:54:21,491 --> 00:54:24,901
Postfix เครื่องหมายจะไปอยู่ด้านหลังของตัวเลข

817
00:54:25,493 --> 00:54:28,901
AC อันนนี้คือตัวเลขนะคะ

818
00:54:29,494 --> 00:54:32,902
เราจะแทนด้วยตัวเลขใด ๆ

819
00:54:33,495 --> 00:54:36,904
คราวนี้ดูนะคะ ในการคำนวณ

820
00:54:37,498 --> 00:54:40,902
ทางคณิตศาสตร์นะ

821
00:54:41,499 --> 00:54:44,903
เวลาเราเจอนะคะ การบวก ลบ

822
00:54:45,507 --> 00:54:48,901
ที่มันมีมากกว่า 2 ตัวเลข

823
00:54:49,508 --> 00:54:52,900
เช่นแบบนี้

824
00:54:53,509 --> 00:54:56,900
5 + 2 x 2 มันมีตัวเลขมากกว่า 2 ตัว

825
00:54:57,512 --> 00:55:00,903
นะคะ แล้วเรา

826
00:55:01,513 --> 00:55:04,903
จะบวกลบเลขอย่างไร

827
00:55:05,515 --> 00:55:08,900
เรามีลำดับความสัมพันธ์ของ

828
00:55:09,517 --> 00:55:12,903
เครื่องหมาย เจอวงเล็บ

829
00:55:13,518 --> 00:55:16,901
ก่อนทำในวงเล็บ

830
00:55:17,525 --> 00:55:20,901
ใช่ไหมคะ เราเจอในวงเล็บ เรา

831
00:55:21,527 --> 00:55:24,901
บวกลบเลขนี่ในวงเล็บก่อน

832
00:55:25,529 --> 00:55:28,901
จากนั้น ลำดับความสำคัญตัวที่ 2 ที่ต้อง

833
00:55:29,532 --> 00:55:32,901
ทำก่อนก็คือ เครื่องหมาย

834
00:55:33,533 --> 00:55:36,901
ยกกำลัง เช่น 2 ยกกำลัง 2 ถูกไหมคะ

835
00:55:37,534 --> 00:55:40,910
3 ยกกำลัง 2 อย่างนี้เป็นต้น

836
00:55:41,535 --> 00:55:44,904
เจอเลขยกกำลังเสร็จแล้ว

837
00:55:45,536 --> 00:55:48,914
เราจะคำนวณเครื่องหมายไหนต่อไป ก็ค

838
00:55:49,537 --> 00:55:52,900
กับหาร คูณกับหารมีลำดับความสำคัญ

839
00:55:53,538 --> 00:55:56,902
เท่ากันนะคะ มีลำดับความสำคัญ

840
00:55:57,539 --> 00:56:00,901
เท่ากัน ตามด้วยบวกกับลบ

841
00:56:01,542 --> 00:56:04,902
บวกกับลบก็มีความสำคัญ

842
00:56:05,543 --> 00:56:08,900
เท่ากัน แต่จะทำ

843
00:56:09,545 --> 00:56:12,900
หลังการทำเครื่องหมายคูณกับหาร

844
00:56:13,546 --> 00:56:16,900

845
00:56:17,547 --> 00:56:20,902
คราวนี้มาดูโจทย์ครู 2 ตัวนี้

846
00:56:21,549 --> 00:56:24,901
เป็นตัวเลขตัวเดียวกันเลย 5 + 2

847
00:56:25,550 --> 00:56:28,901
x 2 ตัวแรก

848
00:56:29,551 --> 00:56:32,900
ครูมีวงเล็บเปิดกับวงเล็บปิด โจทย์ตัวที่ 2 ไม่มี

849
00:56:33,552 --> 00:56:36,901
วงเล็บนะคะ ครูไม่มีวงเล็บนะ

850
00:56:37,553 --> 00:56:40,901
คราวนี้มาดูข้อแรกก่อน

851
00:56:41,554 --> 00:56:44,904
อย่างที่บอกว่าถ้าเจอวงเล็บ

852
00:56:45,555 --> 00:56:48,901
วงเล็บเปิด วงเล็บปิด ทำ

853
00:56:49,563 --> 00:56:52,902
ข้างในวงเล็บก่อน

854
00:56:53,565 --> 00:56:56,900
เพราะฉะนั้น เราเอาอะไรบวกกันก่อน 5 + 2

855
00:56:57,566 --> 00:57:00,901
เป็นเท่าไรคะ เป็น 7

856
00:57:01,567 --> 00:57:04,901
7 แล้วคูณด้วย 2 เท่ากับเท่าไหร่

857
00:57:05,568 --> 00:57:08,901
เท่ากับเท่าไหร่คะ

858
00:57:09,573 --> 00:57:12,901
เท่ากับ 14

859
00:57:13,574 --> 00:57:16,900

860
00:57:17,575 --> 00:57:20,900
ตัวเลขเท่ากับ 14 ตัวแรกนะคะ เท่ากับ 14

861
00:57:21,577 --> 00:57:24,900
แล้วมาดูข้อ 2 ครูตัด

862
00:57:25,578 --> 00:57:28,900
วงเล็บทิ้งไป 5 + 2 x 2

863
00:57:29,579 --> 00:57:32,903
เราทำตรงไหนก่อน

864
00:57:33,580 --> 00:57:36,901
ย้อนกลับขึ้นมาดูข้างบน ระหว่างบวกกับคูณ

865
00:57:37,581 --> 00:57:40,900
อะไรสำคัญมากกว่ากัน

866
00:57:41,582 --> 00:57:44,899
อะไรมีความสำคัญมากกว่ากันคะ

867
00:57:45,583 --> 00:57:48,899
บวกกับคูณ

868
00:57:49,587 --> 00:57:52,899

869
00:57:53,589 --> 00:57:56,899
ข้างบนเห็นไหมคะว่า 1 นี่

870
00:57:57,590 --> 00:58:00,903
มีความสำคัญมากสุดนะ 2. ความสำคัญรองลงมา

871
00:58:01,592 --> 00:58:04,898
ตัวนี้ เบอร์ 3 ความสำคัญ

872
00:58:05,594 --> 00:58:08,899
รองลงมา เบอร์ 4 ความสำคั

873
00:58:09,596 --> 00:58:12,898
เพราะฉะนั้น คูณกับบวก

874
00:58:13,597 --> 00:58:16,898
อะไรมีความสำคัญมากกว่ากัน

875
00:58:17,600 --> 00:58:20,898
คูณใช่ไหมคะ อันนี้คือมากสุด

876
00:58:21,601 --> 00:58:24,899
มากสุด

877
00:58:25,602 --> 00:58:28,899
เพราะฉะนั้น เรา

878
00:58:29,603 --> 00:58:32,898
ทำอะไรก่อน 5+2 หรือเอา 2

879
00:58:33,604 --> 00:58:36,900
หรือเอา 2 x 2 2 x 2

880
00:58:37,605 --> 00:58:40,898
เป็น 4 4 + 5

881
00:58:41,608 --> 00:58:44,897
5 เป็นเท่าไหร่คะ

882
00:58:45,609 --> 00:58:48,898
เป็น 9

883
00:58:49,610 --> 00:58:52,898
โอเค

884
00:58:53,612 --> 00:58:56,897
ถ้าครูเขียนใหม่

885
00:58:57,613 --> 00:59:00,903

886
00:59:01,615 --> 00:59:04,897

887
00:59:05,616 --> 00:59:08,898
เลข 2 หรือ เดี๋ยวนะ

888
00:59:09,617 --> 00:59:12,897

889
00:59:13,619 --> 00:59:16,897

890
00:59:17,620 --> 00:59:20,897

891
00:59:21,625 --> 00:59:24,897

892
00:59:25,629 --> 00:59:28,896
โจทย์ข้อนี้

893
00:59:29,630 --> 00:59:32,896
5 คูณ 2

894
00:59:33,631 --> 00:59:36,897
เท่ากับ 12 คนอื่น

895
00:59:37,632 --> 00:59:40,896
ได้ไหมคะ เห็นไหม ตัวเลขเดียวกันเลย

896
00:59:41,633 --> 00:59:44,898
สลับแล้วก็คเครื่องหมายมีเหมือนกันเล

897
00:59:45,637 --> 00:59:48,896
แค่สลับตำแหน่งค่าก็เปลี่ยนแล้ว

898
00:59:49,638 --> 00:59:52,896
ทันไหมคะ คูณกับบวกแสดงว่า

899
00:59:53,641 --> 00:59:56,900
ทำคูณก่อน 5 คูณ 2 เป็

900
00:59:57,642 --> 01:00:00,896
เป็น 10 10 + 2 เป็น 12

901
01:00:01,644 --> 01:00:04,896

902
01:00:05,647 --> 01:00:08,896
โอเค

903
01:00:09,649 --> 01:00:12,896
เอาตัวนี้บวกกันก่อน... คูณกันก่อนนะคะ

904
01:00:13,650 --> 01:00:16,896
5 x 2 เป็น 10 แล้ว 10 ค่อยมาบวกกับ

905
01:00:17,653 --> 01:00:20,896
2 โอเค

906
01:00:21,654 --> 01:00:24,895
จะเห็นว่า

907
01:00:25,657 --> 01:00:28,895
อันนี้คือเราคิดใช่ไหม

908
01:00:29,660 --> 01:00:32,895
แล้วเราจะสั่งให้คอมพิวเตอณ์เข้สา

909
01:00:33,661 --> 01:00:36,896
เข้าใจแบบที่เราคิดเมื่อกี้ได้อย่างไร

910
01:00:37,662 --> 01:00:40,897
รู้ว่าถ้าเจอคูณนี่ต้องทำคูณก่อนเลย

911
01:00:41,663 --> 01:00:44,896
เจอวงเล็บเปิด ต้องทำวงเล็บเปิด

912
01:00:45,664 --> 01:00:48,895
ตอนนี้เราจะสั่งให้คอมพิวเตอร์นี่สามารถคำนวณ

913
01:00:49,665 --> 01:00:52,894
ให้ได้แบบที่เราคำนวณเมื่อกี้

914
01:00:53,666 --> 01:00:56,895
เราใช้

915
01:00:57,668 --> 01:01:00,895
Stack เข้ามาช่วยในการคำนวณนะคะ

916
01:01:01,670 --> 01:01:04,894
เราใช้ Stack เข้ามาในการคำนวณ

917
01:01:05,670 --> 01:01:08,894
วิธีการทำแบบไหน

918
01:01:09,670 --> 01:01:12,904
มาดูวิธีการนะคะ เรามีตัวเลขอยู่ชุดหนึ่ง

919
01:01:13,672 --> 01:01:16,896
เราต้องการหาค่าออกมา เช่น

920
01:01:17,673 --> 01:01:20,895
ครูมีตัวเลขชุดนี้ล่ะ

921
01:01:21,674 --> 01:01:24,898
ครูสั่งให้คอมพิวเตอร์คำนวณ จะต้องได้ผลลัพธ์ 9

922
01:01:25,676 --> 01:01:28,894
คอมพิวเตอร์จะคิดแบบไหนนะคะ

923
01:01:29,677 --> 01:01:32,895
1 เราต้องสร้างตารางแบบนี้ก่อน

924
01:01:33,678 --> 01:01:36,895
มี 3 ช่อง ช่องแรก คือ ใส่ Input

925
01:01:37,679 --> 01:01:40,894
ก็คือข้อมูลนำเข้า Stack

926
01:01:41,680 --> 01:01:44,894
แล้วก็ผลลัพธ์นะคะ

927
01:01:45,682 --> 01:01:48,896
เรามีวิธีการทำนี่ 2 ช่วงด้วยกัน ช่วงที่ 1

928
01:01:49,683 --> 01:01:52,904
ต้องแปลงนิพจน์

929
01:01:53,684 --> 01:01:56,894
แบบ Postfix เ

930
01:01:57,687 --> 01:02:00,895
ไปไว้ข้างหลังให้หมดก่อน เอาเครื่องหมาย

931
01:02:01,688 --> 01:02:04,893
ไปไว้ข้างหลังให้หมดก่อนนะคะ แล้วค่อยคำนวณออกมาเป็น

932
01:02:05,689 --> 01:02:08,893
ตัวเลข ผลลัพธ์

933
01:02:09,691 --> 01:02:12,894
เรามี 3 ช่องนะ ทุกคนต้องตีตาราง 3 ช่อง

934
01:02:13,692 --> 01:02:16,895
อันแรกเขียนว่า Input Stack แล้วก็ O

935
01:02:17,693 --> 01:02:20,893
นะคะ ถัดมา

936
01:02:21,694 --> 01:02:24,893
ขั้นตอนวิธีการแปลง

937
01:02:25,695 --> 01:02:28,894
จาก Infix ให้เป็น Po

938
01:02:29,696 --> 01:02:32,901
ทุกคนมีชีตที่ครูให้ แบบนี้เลย

939
01:02:33,697 --> 01:02:36,893
ก็คือสิ่งที่อยู่บนสไลด์นะคะ ครูพรินต์ออกมาให้

940
01:02:37,699 --> 01:02:40,893
เรามีอยู่ทั้งหมด 7 ขั้นตอนด้ว

941
01:02:41,700 --> 01:02:44,893
ทั้งหมด 7 ขั้นตอนด้วยกัน

942
01:02:45,701 --> 01:02:48,908
มีทั้งหมด 7 ขั้นตอนด้วยกัน ครูให้เวลา

943
01:02:49,702 --> 01:02:52,893
2 นาที อ่าน 7 ขั้นตอนน

944
01:02:53,703 --> 01:02:56,893
นี้ในกระดาษของตัวเองสิคะ

945
01:02:57,704 --> 01:03:00,892
ให้อ่านในกระดาษนะ หรือจะอ่านจากหน้าจอก็ได้

946
01:03:01,707 --> 01:03:04,904
ให้เวลา 2 นาทีอยากให้อ่านก่อน

947
01:03:05,708 --> 01:03:08,896

948
01:03:09,710 --> 01:03:12,893

949
01:03:13,711 --> 01:03:16,892

950
01:03:17,712 --> 01:03:20,892

951
01:03:21,715 --> 01:03:24,892

952
01:03:25,718 --> 01:03:28,893

953
01:03:29,719 --> 01:03:32,892

954
01:03:33,721 --> 01:03:36,892

955
01:03:37,725 --> 01:03:40,892

956
01:03:41,726 --> 01:03:44,892

957
01:03:45,727 --> 01:03:48,892

958
01:03:49,728 --> 01:03:52,892

959
01:03:53,731 --> 01:03:56,892

960
01:03:57,733 --> 01:04:00,892

961
01:04:01,735 --> 01:04:04,892

962
01:04:05,737 --> 01:04:08,891

963
01:04:09,739 --> 01:04:12,895

964
01:04:13,739 --> 01:04:16,891

965
01:04:17,742 --> 01:04:20,891

966
01:04:21,744 --> 01:04:24,891

967
01:04:25,746 --> 01:04:28,895

968
01:04:29,748 --> 01:04:32,891

969
01:04:33,750 --> 01:04:36,891

970
01:04:37,752 --> 01:04:40,891

971
01:04:41,754 --> 01:04:44,891

972
01:04:45,756 --> 01:04:48,891

973
01:04:49,757 --> 01:04:52,890

974
01:04:53,758 --> 01:04:56,890

975
01:04:57,760 --> 01:05:00,890
คราวนี้เดี๋ยวมาดูพร้อมกัน

976
01:05:01,761 --> 01:05:04,890
เรามีอยู่ทั้งหมด 7 ขั้นตอนนะคะ เดี๋ยวเราจะ

977
01:05:05,762 --> 01:05:08,891
ลองฝึกนะ แล้วก็เทียบ

978
01:05:09,763 --> 01:05:12,891
ไปทีละขั้น

979
01:05:13,764 --> 01:05:16,890
ขั้นที่ 1 นะคะ กำหนดให้ Stack ว่าง

980
01:05:17,765 --> 01:05:20,890
ก็คือวาดตาราง 3 ช่องนี้

981
01:05:21,769 --> 01:05:24,890
อันดับแรก สร้าง Stack ว่าง ก็คือวาด

982
01:05:25,770 --> 01:05:28,890
3 ช่องนะคะ กี่แถวยังไม่รู้นะ

983
01:05:29,771 --> 01:05:32,890
แต่มีอยู่ 3 คอลัมน์

984
01:05:33,773 --> 01:05:36,890

985
01:05:37,775 --> 01:05:40,890
อันดับที่ 2

986
01:05:41,777 --> 01:05:44,890
อ่านข้อมูลจากซ้ายไปขวา ก็คือ

987
01:05:45,778 --> 01:05:48,890
อ่านข้อมูลทีละตัวใช่ไหมคะ เลข 5

988
01:05:49,780 --> 01:05:52,890
เครื่องหมายบวก เลข เครื่องหมายคูณ แล้วก็เลข 2

989
01:05:53,781 --> 01:05:56,889
อันนี้คืออ่านจากซ้ายไปขวา

990
01:05:57,782 --> 01:06:00,891
ทีละตัวนะคะ แล้วก็อ่านเข้ามาทีละตัว

991
01:06:01,783 --> 01:06:04,891
สมมติครูใช้ตัวเลขนะคะ

992
01:06:05,798 --> 01:06:08,889
ตัวเลขนะคะ เช่น

993
01:06:09,799 --> 01:06:12,889

994
01:06:13,802 --> 01:06:16,889
อ่านข้อมูลจากซ้ายไปขวา ตัวแรก ก็คือ

995
01:06:17,803 --> 01:06:20,889
5 ใช่ไหม อ่านจากซ้าย ซ้ายก็คือตัวแรก

996
01:06:21,804 --> 01:06:24,889
นะคะ ก็คือเลข 5 ถัดมา

997
01:06:25,805 --> 01:06:28,889
ถัดมาขั้นถัดมาเป็นขั้นที่ 3

998
01:06:29,806 --> 01:06:32,889
ถ้าข้อมูลที่อ่านเข้ามา

999
01:06:33,806 --> 01:06:36,889
เป็นตัวเลข เช่น

1000
01:06:37,807 --> 01:06:40,889
เลข 5 ใช่ไหม ข้อมูลที่เราอ่านเข้ามา

1001
01:06:41,810 --> 01:06:44,889
ทันเป็นตัวเลขใช่ไหม ใช่ เอามัน

1002
01:06:45,811 --> 01:06:48,889
ไปไว้ที่ไหน เอามันไปไว้ที่ช่องผลลัพธ์ ก็คือ

1003
01:06:49,812 --> 01:06:52,889
ช่องสุดท้าย

1004
01:06:53,813 --> 01:06:56,889
ก็คือช่องนี้ใช่ไหมคะ ช่อง Output

1005
01:06:57,814 --> 01:07:00,889
ถัดมา ถ้าตัวที

1006
01:07:01,816 --> 01:07:04,897
เราอ่านเข้ามานี่มันไม่ใช่ตัวเลข แสดงว่า

1007
01:07:05,817 --> 01:07:08,889
มันต้องเป็นเครื่องหมายทางคณิตศาสตร์

1008
01:07:09,818 --> 01:07:12,889
อะไรสักอย่างหนึ่งนี่ล่ะ เช่น เครื่องหมายบวก

1009
01:07:13,819 --> 01:07:16,890
เครื่องหมายบวกใช่ไหมคะ เครื่องหมายบวก

1010
01:07:17,820 --> 01:07:20,888
เราอ่านเครื่องหมายบวกเข้ามา

1011
01:07:21,822 --> 01:07:24,888
แล้วเขาให้เราเช็กก่อน ว่า

1012
01:07:25,825 --> 01:07:28,889
แล้วใน Stack มันมีค่าอยู่หรือเปล่า Stack ในช่องนี่

1013
01:07:29,826 --> 01:07:32,888
ช่องนี้ ช่องที่ 2 นี่ มัน

1014
01:07:33,827 --> 01:07:36,889
มีค่าอยู่ไหม ถ้ามันไม่มีค่าอยู่เลย

1015
01:07:37,828 --> 01:07:40,889
ก็หย่อนมันลงไปใน Stack

1016
01:07:41,830 --> 01:07:44,888
แต่ถ้าใน Stack มันมีข้อมูล

1017
01:07:45,831 --> 01:07:48,888
อยู่แล้ว เราจะต้องทำการ

1018
01:07:49,832 --> 01:07:52,888
เปรียบเทียบก่อน ว่าข้อมูล

1019
01:07:53,833 --> 01:07:56,902
ที่เราอ่านเข้ามานี่

1020
01:07:57,836 --> 01:08:00,891
มันมีค่ามากกว่า หรือน้อยกว่าตัวที่อยู่ใน

1021
01:08:01,837 --> 01:08:04,888
Stack

1022
01:08:05,837 --> 01:08:08,894
ถ้ามันมากกว่า

1023
01:08:09,838 --> 01:08:12,888
ถ้ากรณีที่ตัวที่เราอ่านมีค่ามากกว่า

1024
01:08:13,839 --> 01:08:16,888
ก็หย่อนลงไปใน Stack ได้เลย

1025
01:08:17,840 --> 01:08:20,889
ถ้าสิ่งที่

1026
01:08:21,841 --> 01:08:24,888
เราอ่านเข้ามามันมีค่าน้อยกว่าสิ่งที่

1027
01:08:25,842 --> 01:08:28,887
อยู่ใน Stack

1028
01:08:29,843 --> 01:08:32,888
ให้เอาเครื่องหมายใน Stack

1029
01:08:33,843 --> 01:08:36,887
ออกไปไว้ที่ผลลัพธ์

1030
01:08:37,844 --> 01:08:40,887
แล้วเอาเครื่องหมายตัวที่เราอ่านเข้ามาหย่อนลงไปใน Stack

1031
01:08:41,845 --> 01:08:44,887
โอเค

1032
01:08:45,846 --> 01:08:48,887
ถ้า

1033
01:08:49,849 --> 01:08:52,887
เราอ่านจนครบข้อมูล

1034
01:08:53,853 --> 01:08:56,887
ทุกตัวแล้ว เรายังมีข้อมูลอยู่ใน Stack

1035
01:08:57,856 --> 01:09:00,887
เราก็ดึงมันออกมา ก็คือ Pop มันออกมา

1036
01:09:01,857 --> 01:09:04,886
เป็นผลลัพธ์

1037
01:09:05,859 --> 01:09:08,887
มาดูตัวอย่างนะ ทุกคนถือ... ดุตัวอย่าง

1038
01:09:09,861 --> 01:09:12,887
ที่เป็นขั้นตอนด้วยนะคะ

1039
01:09:13,862 --> 01:09:16,886

1040
01:09:17,863 --> 01:09:20,895

1041
01:09:21,865 --> 01:09:24,887

1042
01:09:25,867 --> 01:09:28,886
โอเค

1043
01:09:29,868 --> 01:09:32,886
โจทย์

1044
01:09:33,869 --> 01:09:36,888
ที่ครูให้ ทุกคนดูที่หน้าจอนะคะ

1045
01:09:37,871 --> 01:09:40,887
ครูมีโจทย์

1046
01:09:41,873 --> 01:09:44,887
มาให้นะคะ ก็คือ 5 + 2

1047
01:09:45,874 --> 01:09:48,887
x 2

1048
01:09:49,876 --> 01:09:52,887
อันดับแรกครูต้องทำอะไร

1049
01:09:53,877 --> 01:09:56,887
อันดับแรกวาดตาราง 3 ช่อง

1050
01:09:57,878 --> 01:10:00,888
วาดตาราง 3 ช่อง จำนวนแถว

1051
01:10:01,879 --> 01:10:04,886
ก็เอาข้อมูลตัวเลขกับเครื่องหมาย

1052
01:10:05,880 --> 01:10:08,886
มาใส่ทีละบรรทัด 5

1053
01:10:09,881 --> 01:10:12,887
ที่ 1 ถูกไหมคะ บวกบรรทัด

1054
01:10:13,883 --> 01:10:16,886
ใส่เลข 2 บรรทัดถัดมาใส่เครื่องหมายคูณ

1055
01:10:17,884 --> 01:10:20,886
แล้วก็ใส่เลข 2

1056
01:10:21,886 --> 01:10:24,886
เราก็จะวาดตารางเรียบร้อยแล้วใช่ไหมคะ จำนวนแถว

1057
01:10:25,887 --> 01:10:28,886
ขึ้นอยู่กับจำนวนข้อมูล

1058
01:10:29,891 --> 01:10:32,886
ในโจทย์ว่ามีกี่ตัว ก็สร้างแถว

1059
01:10:33,892 --> 01:10:36,886
ใส่ข้อมูลให้เลย

1060
01:10:37,893 --> 01:10:40,889
เรากำหนด

1061
01:10:41,894 --> 01:10:44,886
tack ว่างแล้วใช่ไหมคะ

1062
01:10:45,895 --> 01:10:48,891
ถัดมา ต้องอ่านข้อมูลทีละตัว

1063
01:10:49,896 --> 01:10:53,885
เราต้องอ่านข้อมูลทีละตัวจากซ้าย

1064
01:10:53,898 --> 01:10:57,886
ไปขวา ตัวแรกคืออะไรคะ

1065
01:10:57,899 --> 01:11:01,885
คือ 5 ใช่ไหม ครูเขียนเรียงแล้ว

1066
01:11:01,902 --> 01:11:05,885
5 บวก... มี 2 มีคูณ แล้วก็มี 2

1067
01:11:05,903 --> 01:11:09,887
อันนี้คือข้อมูลที่เราอ่านจากซ้ายไปขวา

1068
01:11:09,904 --> 01:11:13,886
ตัวแรก เป็นตัวเลขใช่ไหมคะ

1069
01:11:13,905 --> 01:11:17,885
มันเป็นตัวเลขแล้วมันตรงกับตัวไหน

1070
01:11:17,907 --> 01:11:21,885
ในขั้นตอน ข้อ

1071
01:11:21,908 --> 01:11:25,885
3 ที่บอกว่าถ้าเป็นตัวเลข

1072
01:11:25,910 --> 01:11:29,885
ให้เอาไปไว้ที่ไหน เอาไปไว้ที่

1073
01:11:29,915 --> 01:11:33,885
ผลลัพธ์ ถ้าเป็น

1074
01:11:33,918 --> 01:11:37,885
ตัวเลข เอาไปไว้ที่ผลลัพธ์ได้เลย

1075
01:11:37,919 --> 01:11:41,885
ถัดมา

1076
01:11:41,920 --> 01:11:45,885
เจอเครื่องหมายบวกนะคะ เจอเครื่องหมายบวก

1077
01:11:45,920 --> 01:11:49,885
ตอนนี้ใน Stack มันไม่มีค่า

1078
01:11:49,921 --> 01:11:53,885
อะไรเลย ทำอย่างไรคะ

1079
01:11:53,923 --> 01:11:57,886
ก็ใส่ได้เลย ใส่เครื่องหมายบวก

1080
01:11:57,924 --> 01:12:01,885
ลงมาได้เลย ถ้ามันเป็น Stack ว่าง เห็นไหมคะ

1081
01:12:01,930 --> 01:12:05,885
ตัวบนเป็น Stack ว่าง เราก็เอาใส่ได้เลย

1082
01:12:05,931 --> 01:12:09,885
แล้วก็เขียน 5 ลงมาเหมือนเดิมนะคะ

1083
01:12:09,932 --> 01:12:13,885
ยก 5 ลงมาเหมือนเดิมนะ

1084
01:12:13,933 --> 01:12:17,890
ดู ดูพร้อมครูก่อนนะ

1085
01:12:17,935 --> 01:12:21,885
เดี๋ยวครู...

1086
01:12:21,941 --> 01:12:25,888
จะถ่ายรูป

1087
01:12:25,942 --> 01:12:29,896
เอาขึ้น Classroom ให้

1088
01:12:29,943 --> 01:12:33,885
ถัดมา เลข 2 ใช่ไหมคะ เลข 2 มันเป็นอะไร

1089
01:12:33,944 --> 01:12:37,885
ตัวเลข เพราะฉะนั้นต้องเอาไปไว้ที่ไหน

1090
01:12:37,946 --> 01:12:41,885
ไปไว้ที่ผลลัพธ์

1091
01:12:41,947 --> 01:12:45,885
ตรงกับข้อ 3 ในขั้นตอนนะ

1092
01:12:45,947 --> 01:12:49,885
เอา 2 มาไว้ที่ Output แต่ต้องเขียน

1093
01:12:49,948 --> 01:12:53,885
หลัง ก็คือเขียนต่อจากเลข 5

1094
01:12:53,950 --> 01:12:57,885
นะคะ

1095
01:12:57,951 --> 01:13:01,888

1096
01:13:01,953 --> 01:13:05,885
ถัดมา

1097
01:13:05,956 --> 01:13:09,884
ยกเครื่องหมายบวกลงมาด้วยนะ

1098
01:13:09,958 --> 01:13:13,884
เพราะมันอยู่ใน Stack นะคะ เรายังไม่ได้เอาอะไรออก

1099
01:13:13,959 --> 01:13:17,898
หรือเอาอะไรเข้าเพิ่ม

1100
01:13:17,960 --> 01:13:21,887
ถัดมา เป็นเครื่องหมายคูณ

1101
01:13:21,962 --> 01:13:25,884
ใน Stack

1102
01:13:25,966 --> 01:13:29,884
เรามีเครื่องหมายบวกอยู่แล้วนะคะ

1103
01:13:29,967 --> 01:13:33,889
ใน Stack นี่เรามีเครื่องหมายบวกอยู่แล้ว

1104
01:13:33,968 --> 01:13:37,884
ตัวที่เราอ่านเข้ามา คือ คูณ เรา

1105
01:13:37,969 --> 01:13:41,886
จะต้องทำการเปรียบเทียบ

1106
01:13:41,970 --> 01:13:45,886
ค่าที่เราอ่านเข้ามาใหม่ คือ คูณ

1107
01:13:45,971 --> 01:13:49,884
กับตัวเดิมที่อยู่ใน Stack

1108
01:13:49,973 --> 01:13:53,884
คือ บวก เราเปรียบเทียบ ถูกไหมคะ

1109
01:13:53,974 --> 01:13:57,884
กับตัวบนสุดคือเครื่องหมายบวก สิ่งท

1110
01:13:57,976 --> 01:14:01,884
คืออะไร คูณมีค่า

1111
01:14:01,979 --> 01:14:05,884
มากกว่าบวก ให้ทำอย่างไร

1112
01:14:05,980 --> 01:14:09,889
ก็เอาคูณหย่อนลงมาได้เลย

1113
01:14:09,981 --> 01:14:13,890
ใส่คูณ

1114
01:14:13,983 --> 01:14:17,885
ลงไปใน Stack ได้เลยนะคะ ผลลัพธ์ก็เป็นเหมือนเดิม

1115
01:14:17,986 --> 01:14:21,884
ตัวถัดมาคือเลข 2

1116
01:14:21,997 --> 01:14:25,884
เลข 2 มันเป็นตัวเลขใช่ไหม เอามาไว้ที่

1117
01:14:25,997 --> 01:14:29,884
ผลลัพธ์นะคะ เอามาต่อด้านหลัง

1118
01:14:30,000 --> 01:14:33,884
เสร็จแล้วเราพบว่า

1119
01:14:34,002 --> 01:14:37,884
ไม่มีข้อมูลแล้ว ข้อมูลมันหมดแล้วน่ะ

1120
01:14:38,002 --> 01:14:41,890
ข้อมูลมันหมดแล้วนะคะ แต่สิ่งที่เราเจอคืออะไร

1121
01:14:42,002 --> 01:14:45,883
ใน Stack ยังมีข้อมูลอยู่

1122
01:14:46,003 --> 01:14:49,883
เพราะฉะนั้น ต้องดึงค่า

1123
01:14:50,004 --> 01:14:53,884
ออกจาก Stack ให้หมด เราเอาอะไรออกมาก่อนคะ

1124
01:14:54,005 --> 01:14:57,884
ตัวล่าสุด ตัวบนสุด คือ คูณ

1125
01:14:58,006 --> 01:15:01,884
เอาคูณมาต่อท้ายที่ Output หรือว่าผลลั

1126
01:15:02,007 --> 01:15:05,884
เอาคูณออกมาแล้วมันเหลืออีกตัวหนึ่งใช่ไหม

1127
01:15:06,008 --> 01:15:09,884
ก็เอาบวกออกมา

1128
01:15:10,009 --> 01:15:13,883
อันนี้คือผลลัพธ์ ผลลัพธ์สุดท้าย

1129
01:15:14,013 --> 01:15:17,883
นะคะ

1130
01:15:18,014 --> 01:15:21,883
จะอยู่ในรูปแบบของ Postfix คือ แปลงนิพจน์

1131
01:15:22,015 --> 01:15:25,883

1132
01:15:26,016 --> 01:15:29,884
ได้ไหมคะ เดี๋ยวเรามาทำพร้อมกันอีกตัวหนึ่ง

1133
01:15:30,017 --> 01:15:33,884
หนึ่ง

1134
01:15:34,018 --> 01:15:37,884

1135
01:15:38,019 --> 01:15:41,884

1136
01:15:42,020 --> 01:15:45,883

1137
01:15:46,021 --> 01:15:49,884

1138
01:15:50,022 --> 01:15:53,883

1139
01:15:54,025 --> 01:15:57,883
3 + 5 x 1

1140
01:15:58,026 --> 01:16:01,883

1141
01:16:02,028 --> 01:16:05,883

1142
01:16:06,029 --> 01:16:09,884

1143
01:16:10,030 --> 01:16:13,883
ครูมีโจทย์ใช่ไหมคะ 3 + 5 x 1

1144
01:16:14,031 --> 01:16:17,883
ผลลัพธ์เท่ากับเท่าไหร่เอ่ย ตอบ

1145
01:16:18,032 --> 01:16:21,885
เท่ากับ

1146
01:16:22,034 --> 01:16:25,883
อันนี้ตอบเท่ากับเท่าไหร่เอ่ย

1147
01:16:26,035 --> 01:16:29,885
8

1148
01:16:30,036 --> 01:16:33,883
ข้างหลังตอบอะไร

1149
01:16:34,037 --> 01:16:37,883
ได้เท่ากับอะไรคะ คำตอบ

1150
01:16:38,038 --> 01:16:41,882
ก็คือ 8

1151
01:16:42,039 --> 01:16:45,883
เอา 5 x 1 ก่อนได้เท่าไร

1152
01:16:46,040 --> 01:16:49,883
ค่อยบวกกับ 3

1153
01:16:50,041 --> 01:16:53,883
5 1 เป็น 5 แล้วบวกกับ 3

1154
01:16:54,042 --> 01:16:57,883
8

1155
01:16:58,043 --> 01:17:01,884
เดี๋ยวเราจะมาทำ จะมาแปลงนิพจน์กัน

1156
01:17:02,044 --> 01:17:05,882
นะคะ แล้วเราจะมาหาค่าว่ามันได้ 8 ได้อย่างไร

1157
01:17:06,045 --> 01:17:09,883
อันนี้เรากำลังจะมาแสดงวิธีทำ

1158
01:17:10,047 --> 01:17:13,883
ค่าว่า 8 มันมาจากไหน เราสั่งให้คอมพิวเตอร์มัน

1159
01:17:14,048 --> 01:17:17,882
คิดแบบไหน อันดับแรก วาด Stack ว่าง

1160
01:17:18,049 --> 01:17:21,883
ฉะนั้น ครูบอกว่าต้องมีคอลัมน์อยู่ 3 คอลัมน์

1161
01:17:22,051 --> 01:17:25,883

1162
01:17:26,052 --> 01:17:29,882

1163
01:17:30,053 --> 01:17:33,883

1164
01:17:34,054 --> 01:17:37,885
ครูมี 3 คอลัมน์แล้ว มี

1165
01:17:38,059 --> 01:17:41,883
In put Stack

1166
01:17:42,059 --> 01:17:45,883
แล้วก็ Output

1167
01:17:46,060 --> 01:17:49,883
จากนั้นครูวาดตารางเลย

1168
01:17:50,061 --> 01:17:53,882
โดยเอาข้อมูลมาใส่ในแต่ละแถวเลยนะคะ

1169
01:17:54,062 --> 01:17:57,883
ครูอ่านเข้ามาทีละตัว

1170
01:17:58,064 --> 01:18:01,884
ซ้ายไปขวา ตัวแรก คือ 3 ถัดมา

1171
01:18:02,065 --> 01:18:05,883
คือเครื่องหมายบวก เลข 5

1172
01:18:06,067 --> 01:18:09,883
นะคะ เครื่องหมายคูณ

1173
01:18:10,069 --> 01:18:13,883
แล้วก็เลข 1 อันนี้ครูวดตารา

1174
01:18:14,070 --> 01:18:17,884
เสร็จแล้ว

1175
01:18:18,071 --> 01:18:21,883

1176
01:18:22,072 --> 01:18:25,882

1177
01:18:26,076 --> 01:18:29,882
ทุกคน

1178
01:18:30,078 --> 01:18:33,886
วาดตามครูก่อนเลย เราวาด

1179
01:18:34,082 --> 01:18:37,882
ตารางเปล่า ๆ แบบนี้ก่อนนะคะ

1180
01:18:38,084 --> 01:18:41,882
คอลัมน์แรก หรือช่องแรก เอา

1181
01:18:42,085 --> 01:18:45,882
ตัวเลขกับเครื่องหมาย

1182
01:18:46,086 --> 01:18:49,882
มาเรียงใส่ทีละบรรทัด

1183
01:18:50,088 --> 01:18:53,883

1184
01:18:54,089 --> 01:18:57,882

1185
01:18:58,094 --> 01:19:01,883

1186
01:19:02,095 --> 01:19:05,882

1187
01:19:06,097 --> 01:19:09,882

1188
01:19:10,098 --> 01:19:13,882

1189
01:19:14,100 --> 01:19:17,882

1190
01:19:18,102 --> 01:19:21,882

1191
01:19:22,103 --> 01:19:25,882

1192
01:19:26,105 --> 01:19:29,882

1193
01:19:30,106 --> 01:19:33,882

1194
01:19:34,108 --> 01:19:37,882

1195
01:19:38,109 --> 01:19:41,882

1196
01:19:42,110 --> 01:19:45,882

1197
01:19:46,112 --> 01:19:49,884

1198
01:19:50,113 --> 01:19:53,882

1199
01:19:54,115 --> 01:19:57,882

1200
01:19:58,116 --> 01:20:01,882

1201
01:20:02,117 --> 01:20:05,882
คราวนี้

1202
01:20:06,118 --> 01:20:09,882
พอทุกคนลอกตารางเสร็จแล้วใช่ไหมคะ เดี๋ยวเราจะมาทำด้วยกัน

1203
01:20:10,123 --> 01:20:13,882
เริ่มต้นตัวแรก

1204
01:20:14,125 --> 01:20:17,882
ใช่ไหมคะทุกคน เริ่มต้นตัวแรกมันเป็นตัวเลข

1205
01:20:18,126 --> 01:20:21,881
ใช่หรือเปล่า เพราะฉะนั้นเอาไปไว้ที่ช่องทางไหน

1206
01:20:22,127 --> 01:20:25,882
ทางขวา

1207
01:20:26,128 --> 01:20:29,881
ใส่ก่อนเลข 3 ใช่ถูกต้อง

1208
01:20:30,129 --> 01:20:33,881
ถัดมา

1209
01:20:34,130 --> 01:20:37,882
เป็นเครื่องหมายบวกใช่ไหมคะ

1210
01:20:38,131 --> 01:20:41,882
ตรงนี้มีอะไรไหม ไม่มี

1211
01:20:42,132 --> 01:20:45,882
เพราะฉะนั้น เอา + มาใส่ตรงนี้ได้เลยไหม

1212
01:20:46,133 --> 01:20:49,881
ถ้าเป็นเครื่องหมาย เอาลงที่

1213
01:20:50,137 --> 01:20:53,881
Stack เพราะฉะนั้นตอนนี้ Stack

1214
01:20:54,138 --> 01:20:57,881
ก็ใส่เครื่องหมายบวกได้เลย

1215
01:20:58,140 --> 01:21:01,885
3 ยกลงมาเหมือนเดิมนะคะ เหมือน

1216
01:21:02,141 --> 01:21:05,882
ตรง Output ยก 3 ลงมาเหมือนเดิม

1217
01:21:06,142 --> 01:21:09,882

1218
01:21:10,143 --> 01:21:13,882

1219
01:21:14,145 --> 01:21:17,881
ถัดมาเลข 5 เป็นตัวเลข

1220
01:21:18,147 --> 01:21:21,882
เอาไว้ที่ไหน เอาไว้

1221
01:21:22,149 --> 01:21:25,882
Output ใช่ไหม ฉะนั้น เอาของเด

1222
01:21:26,149 --> 01:21:29,881
ยกลงมาก่อน คือ 3 เราเอาเลขอะไรมาใส่

1223
01:21:30,153 --> 01:21:33,882
เลข 5 นะคะ อันนี้

1224
01:21:34,154 --> 01:21:37,881
ยกลงมาไหม เครื่องหมายบวกยกลงมาด้วยนะ

1225
01:21:38,156 --> 01:21:41,881
ยกลงมาด้วย

1226
01:21:42,157 --> 01:21:45,882

1227
01:21:46,161 --> 01:21:49,881

1228
01:21:50,162 --> 01:21:53,881
เสร็จแล้ว ถัดมา

1229
01:21:54,166 --> 01:21:57,882
เครื่องหมายคูณ

1230
01:21:58,167 --> 01:22:01,883
คูณต้องเอามาลง Stack ใช่หรือเปล่า แต่คูณ

1231
01:22:02,169 --> 01:22:05,881
มันมากกว่าบวกใช่ไหม คูณ

1232
01:22:06,172 --> 01:22:09,881
กับบวก อะไรมากกว่ากัน คูณ เพราะฉะนั้น

1233
01:22:10,182 --> 01:22:13,881
เราก็ใส่ลงไปใน Stack ได้เลย โดย

1234
01:22:14,185 --> 01:22:17,881
โดยเอาของเดิมลงมาก่อน

1235
01:22:18,190 --> 01:22:21,881
แล้วก็ใส่เครื่องหมายคูณ

1236
01:22:22,191 --> 01:22:25,881
อันนี้ยกลงมาเหมือนเดิมไหม ยกลงมาเหมือนเดิม

1237
01:22:26,192 --> 01:22:29,881

1238
01:22:30,193 --> 01:22:33,881
ตรงสุดท้าย 1 เอาไว้ที่ไหน

1239
01:22:34,194 --> 01:22:37,883
Output แต่มีของเดิมอยู่แล้วใช่ไหม

1240
01:22:38,196 --> 01:22:41,881
ยกของเดิมลงมาก่อน แล้วก็ใส่เลข 1

1241
01:22:42,197 --> 01:22:45,882

1242
01:22:46,198 --> 01:22:49,882
อันนี้ยกลงมาเลยได้ไหม ได้นะคะ ใน Stack

1243
01:22:50,199 --> 01:22:53,881
เราก็ยกเครื่องหมายออกมา เครื่องหมายนะคะ

1244
01:22:54,200 --> 01:22:57,881
บวกกับคูณ

1245
01:22:58,202 --> 01:23:01,888

1246
01:23:02,203 --> 01:23:05,881
เสร็จแล้ว

1247
01:23:06,204 --> 01:23:09,881
ผลลัพธ์ที่ได้ ตอนนี้ข้อมูลหมดแล้วใช่ไหม

1248
01:23:10,205 --> 01:23:13,881
ใน Stack ยังมีอยู่ ใน Stack ยังมีอยู่ ต้อง

1249
01:23:14,207 --> 01:23:17,880
เอาออกมา ต้อง Pop ออกมา ใช่ไหมคะ

1250
01:23:18,208 --> 01:23:21,882
ยกตรง Output ของเดิมลงมาก่อน Pop

1251
01:23:22,209 --> 01:23:25,881
บวกกับคูณเอาอะไรออกมาก่อน

1252
01:23:26,210 --> 01:23:29,881
คูณ แล้วตามด้วยบวก เห็นไหมคะ

1253
01:23:30,211 --> 01:23:33,881
เอาตัวแรกออกมาก่อน แล้วเอาตัวที่ 2

1254
01:23:34,212 --> 01:23:37,882
ออกมา

1255
01:23:38,216 --> 01:23:41,888

1256
01:23:42,217 --> 01:23:45,880

1257
01:23:46,219 --> 01:23:49,880

1258
01:23:50,220 --> 01:23:53,881
เดี๋ยวต่ออีกนิดหนึ่งนะคะ เดี๋ยวเขียนตรงนี้ให้เสร็จก่อน

1259
01:23:54,221 --> 01:23:57,881

1260
01:23:58,223 --> 01:24:01,881

1261
01:24:02,226 --> 01:24:05,881
เรายังไม่ได้ค่าเลข 8 เลย

1262
01:24:06,227 --> 01:24:09,881
จะทำอย่างไรให้ได้เลข 8

1263
01:24:10,231 --> 01:24:13,884
8

1264
01:24:14,234 --> 01:24:17,881
ถัดมา เสร็จหรือยังคะ

1265
01:24:18,236 --> 01:24:21,881
เดี๋ยวรอเพื่อน

1266
01:24:22,237 --> 01:24:25,881
แป๊บหนึ่งนะ

1267
01:24:26,238 --> 01:24:29,881

1268
01:24:30,239 --> 01:24:33,881

1269
01:24:34,241 --> 01:24:37,881
โอเค เราได้ผลลัพธ์

1270
01:24:38,242 --> 01:24:41,882
แล้วใช่ไหมคะ จากตารางที่เราทำใน Stack

1271
01:24:42,245 --> 01:24:45,881

1272
01:24:46,247 --> 01:24:49,884
พอได้ค่าผลลัพธ์แล้วนี่ คือ ตัวนี้

1273
01:24:50,248 --> 01:24:53,880
351 คูณ บวก

1274
01:24:54,249 --> 01:24:57,882
มาหาผลลัพธ์ต่อนะคะ ค่านี้จะเป็นค่าสุดท้ายแล้ว

1275
01:24:58,250 --> 01:25:01,881
ที่เราจะได้คำตอบออกมา

1276
01:25:02,251 --> 01:25:05,880

1277
01:25:06,252 --> 01:25:09,880
ตัวแรกตัวนี้ใช่ไหมคะ

1278
01:25:10,254 --> 01:25:13,880
ขั้นตอนถัดมา ถ้าเป็น

1279
01:25:14,255 --> 01:25:17,880
ตัวเลข ถ้าเป็นตัวเลขจะ Push

1280
01:25:18,257 --> 01:25:21,881
ลง Stack อันนี้อีกอันหนึ่งนะ อีก

1281
01:25:22,259 --> 01:25:25,881
ขั้นตอนหนึ่วนะคะ ถ้าเป็นตัวเลขจะ P

1282
01:25:26,260 --> 01:25:29,880
ลง Stack ดูพร้อมครูเลย ตัวที่ 1 มา

1283
01:25:30,261 --> 01:25:33,888
คือตัวเลขอะไรคะ เลข 3

1284
01:25:34,264 --> 01:25:37,881
เราเอาใส่ใน Stack

1285
01:25:38,265 --> 01:25:41,880
ดูพร้อมกันนะ เลข 3

1286
01:25:42,267 --> 01:25:45,880
ตัวแรก เอาลง Stack ตัวถัดมา

1287
01:25:46,269 --> 01:25:49,880
เลขอะไรคะ เลข 5

1288
01:25:50,270 --> 01:25:53,882
ก็เอาเลข 5 Push ลง  Stack เหมือนกัน

1289
01:25:54,273 --> 01:25:57,880

1290
01:25:58,276 --> 01:26:01,880
ตัวถัดมาเลขอะไร

1291
01:26:02,277 --> 01:26:05,880
เลข 1 ก็เอาเลข 1

1292
01:26:06,278 --> 01:26:09,881
Push ลง Stack เหมือนกัน

1293
01:26:10,280 --> 01:26:13,881

1294
01:26:14,283 --> 01:26:17,880

1295
01:26:18,285 --> 01:26:21,880
ถัดมา

1296
01:26:22,286 --> 01:26:25,880
เราเครื่องหมายคูณ ให้

1297
01:26:26,287 --> 01:26:29,881
Pop ค่าบนสุดอออกมา แล้ว

1298
01:26:30,288 --> 01:26:33,880
วางไว้ขวามือ เอาเลข 1 ออกมา เห็นไหมคะ

1299
01:26:34,293 --> 01:26:37,882
จากนั้นใส่เครื่องหมาย

1300
01:26:38,294 --> 01:26:41,889
ถ้ามันเครื่องหมายนะ ตัวที่เราอ่านมา เรา Pop

1301
01:26:42,295 --> 01:26:45,881
ตัวเลขออกมาก่อน แล้วใส่เครื่องหมาย

1302
01:26:46,297 --> 01:26:49,881
แล้วเอาตัวที่ 2 ออกมาแบบนี้

1303
01:26:50,299 --> 01:26:53,880
นี่นะคะ เอาตัวบนสุดออกมา

1304
01:26:54,301 --> 01:26:57,880
แล้วใส่เครื่องหมายที่เราอ่าน แล้วเอา

1305
01:26:58,303 --> 01:27:01,880
ตัวข้อมูล

1306
01:27:02,304 --> 01:27:05,880
ตัวเลขที่อยู่ใน Stack ตัวถัดมานี่ออกมา ได้ผลลัพธ์อะไรคะ

1307
01:27:06,305 --> 01:27:09,880
5 x 1 เป็น 5

1308
01:27:10,306 --> 01:27:13,880
ตอนนี้ใน Stack 1 กับ 5 ออก

1309
01:27:14,307 --> 01:27:17,880
ไปแล้วนะ เราได้ผลลัพธ์

1310
01:27:18,309 --> 01:27:21,880
คือ 5 แล้วอย่างไรต่อ

1311
01:27:22,310 --> 01:27:25,882
ก็ Push ลง Stack

1312
01:27:26,311 --> 01:27:29,880
เอาเลข 5 Push ลงไปใน Stack

1313
01:27:30,313 --> 01:27:33,880
ตอนนี้เอาออกไปแล้ว 2 เหลือ 3

1314
01:27:34,314 --> 01:27:37,880
พอคูณเสร็จเอา 5 กลับเข้ามา

1315
01:27:38,315 --> 01:27:41,880

1316
01:27:42,318 --> 01:27:45,883
ดูนะคะ ถัดมา

1317
01:27:46,319 --> 01:27:49,881
อ่านเครื่องหมายบวก

1318
01:27:50,320 --> 01:27:53,880
ทำเหมือนเดิมเลย เอาอะไรออกมาคะ

1319
01:27:54,324 --> 01:27:57,893

1320
01:27:58,325 --> 01:28:01,880
เอา 5 ออกมาไว้ทางขวามือ แล้วก็ใส่เครื่องหมายบวก

1321
01:28:02,326 --> 01:28:05,880
แล้วก้เอา 3 ออกมา คำตอบเป็นเท่าไหร่คะ

1322
01:28:06,330 --> 01:28:09,880
เป็น 8

1323
01:28:10,332 --> 01:28:13,880

1324
01:28:14,334 --> 01:28:17,880
แล้วก็เอา 8 ใส่ลงไปใน Stack จะเหลือเป็นค่าสุดท้าย

1325
01:28:18,336 --> 01:28:21,879
นี่คือคำตอบของ

1326
01:28:22,339 --> 01:28:25,880
โจทย์ข้อนี้ ได้เท่ากันเลยไหม

1327
01:28:26,342 --> 01:28:29,880
ได้เท่ากันเลย คือ 8

1328
01:28:30,344 --> 01:28:33,880
จะเห็นว่านี่คือกระบวนการคอมพิวเตอร์คิดค่า

1329
01:28:34,345 --> 01:28:37,880
ตัวเลขให้เรานะคะ กว่าจะได้เลข 8

1330
01:28:38,348 --> 01:28:41,880
ออกมานี่ คอมพิวเตอร์ต้องคิดแบบนี้นะคะ

1331
01:28:42,350 --> 01:28:45,880

1332
01:28:46,351 --> 01:28:49,879

1333
01:28:50,352 --> 01:28:53,879

1334
01:28:54,353 --> 01:28:57,879
โอเค

1335
01:28:58,354 --> 01:29:01,879
ใครเสร็จแล้ว

1336
01:29:02,355 --> 01:29:05,879
ครูให้เบรกอีก 5 นาที จดตัวนี้ให้เสร็จนะคะ

1337
01:29:06,356 --> 01:29:09,880
ครูให้เบรก 5 นาที

1338
01:29:10,357 --> 01:29:13,880

1339
01:29:14,359 --> 01:29:17,879

1340
01:29:18,361 --> 01:29:21,880

1341
01:29:22,362 --> 01:29:25,879

1342
01:29:26,363 --> 01:29:29,879

1343
01:29:30,365 --> 01:29:33,879

1344
01:29:34,370 --> 01:29:37,879

1345
01:29:38,371 --> 01:29:41,881

1346
01:29:42,376 --> 01:29:45,879

1347
01:29:46,378 --> 01:29:49,879

1348
01:29:50,380 --> 01:29:53,879

1349
01:29:54,381 --> 01:29:57,880

1350
01:29:58,383 --> 01:30:01,881

1351
01:30:02,385 --> 01:30:05,879

1352
01:30:06,386 --> 01:30:09,880

1353
01:30:10,387 --> 01:30:13,879

1354
01:30:14,390 --> 01:30:17,879

1355
01:30:18,392 --> 01:30:21,880

1356
01:30:22,394 --> 01:30:25,879

1357
01:30:26,395 --> 01:30:29,879

1358
01:30:30,396 --> 01:30:33,880

1359
01:30:34,398 --> 01:30:37,880

1360
01:30:38,401 --> 01:30:41,879

1361
01:30:42,402 --> 01:30:45,879

1362
01:30:46,403 --> 01:30:49,879

1363
01:30:50,405 --> 01:30:53,879

1364
01:30:54,409 --> 01:30:57,879

1365
01:30:58,413 --> 01:31:01,879

1366
01:31:02,416 --> 01:31:05,878

1367
01:31:06,418 --> 01:31:09,878

1368
01:31:10,420 --> 01:31:13,878

1369
01:31:14,421 --> 01:31:17,878

1370
01:31:18,423 --> 01:31:21,877

1371
01:31:22,427 --> 01:31:25,876

1372
01:31:26,431 --> 01:31:29,876

1373
01:31:30,437 --> 01:31:33,876

1374
01:31:34,438 --> 01:31:37,876

1375
01:31:38,440 --> 01:31:41,876

1376
01:31:42,442 --> 01:31:45,875

1377
01:31:46,444 --> 01:31:49,875

1378
01:31:50,448 --> 01:31:53,875

1379
01:31:54,449 --> 01:31:57,875

1380
01:31:58,450 --> 01:32:01,874

1381
01:32:02,452 --> 01:32:05,874

1382
01:32:06,453 --> 01:32:09,874

1383
01:32:10,455 --> 01:32:13,873

1384
01:32:14,460 --> 01:32:17,876

1385
01:32:18,461 --> 01:32:21,873

1386
01:32:22,463 --> 01:32:25,872

1387
01:32:26,466 --> 01:32:29,873

1388
01:32:30,469 --> 01:32:33,873

1389
01:32:34,470 --> 01:32:37,872

1390
01:32:38,475 --> 01:32:41,872

1391
01:32:42,479 --> 01:32:45,871

1392
01:32:46,480 --> 01:32:49,871

1393
01:32:50,483 --> 01:32:53,871

1394
01:32:54,487 --> 01:32:57,870

1395
01:32:58,490 --> 01:33:01,872

1396
01:33:02,494 --> 01:33:05,870

1397
01:33:06,498 --> 01:33:09,870

1398
01:33:10,501 --> 01:33:13,870

1399
01:33:14,502 --> 01:33:17,869

1400
01:33:18,505 --> 01:33:21,869

1401
01:33:22,507 --> 01:33:25,868

1402
01:33:26,511 --> 01:33:29,869

1403
01:33:30,515 --> 01:33:33,868

1404
01:33:34,517 --> 01:33:37,869

1405
01:33:38,518 --> 01:33:41,868

1406
01:33:42,520 --> 01:33:45,868

1407
01:33:46,523 --> 01:33:49,868

1408
01:33:50,525 --> 01:33:53,867

1409
01:33:54,526 --> 01:33:57,866

1410
01:33:58,527 --> 01:34:01,873

1411
01:34:02,530 --> 01:34:05,867

1412
01:34:06,532 --> 01:34:09,866

1413
01:34:10,534 --> 01:34:13,866

1414
01:34:14,535 --> 01:34:17,865

1415
01:34:18,537 --> 01:34:21,865

1416
01:34:22,539 --> 01:34:25,865

1417
01:34:26,541 --> 01:34:29,865

1418
01:34:30,542 --> 01:34:33,865

1419
01:34:34,545 --> 01:34:37,865

1420
01:34:38,548 --> 01:34:41,865

1421
01:34:42,550 --> 01:34:45,864

1422
01:34:46,551 --> 01:34:49,864

1423
01:34:50,552 --> 01:34:53,864

1424
01:34:54,553 --> 01:34:57,864

1425
01:34:58,554 --> 01:35:01,863

1426
01:35:02,557 --> 01:35:05,863

1427
01:35:06,559 --> 01:35:09,863

1428
01:35:10,563 --> 01:35:13,863

1429
01:35:14,565 --> 01:35:17,864

1430
01:35:18,568 --> 01:35:21,862

1431
01:35:22,570 --> 01:35:25,862

1432
01:35:26,572 --> 01:35:29,862

1433
01:35:30,574 --> 01:35:33,861

1434
01:35:34,576 --> 01:35:37,861

1435
01:35:38,577 --> 01:35:41,861

1436
01:35:42,579 --> 01:35:45,861

1437
01:35:46,580 --> 01:35:49,861

1438
01:35:50,582 --> 01:35:53,860

1439
01:35:54,587 --> 01:35:57,861

1440
01:35:58,589 --> 01:36:01,860

1441
01:36:02,598 --> 01:36:05,860

1442
01:36:06,599 --> 01:36:09,860

1443
01:36:10,604 --> 01:36:13,859

1444
01:36:14,610 --> 01:36:17,860

1445
01:36:18,614 --> 01:36:21,859

1446
01:36:22,617 --> 01:36:25,859

1447
01:36:26,621 --> 01:36:29,859

1448
01:36:30,623 --> 01:36:33,858

1449
01:36:34,625 --> 01:36:37,858

1450
01:36:38,626 --> 01:36:41,858

1451
01:36:42,629 --> 01:36:45,858

1452
01:36:46,631 --> 01:36:49,858

1453
01:36:50,632 --> 01:36:53,858

1454
01:36:54,635 --> 01:36:57,858

1455
01:36:58,637 --> 01:37:01,858

1456
01:37:02,638 --> 01:37:05,857

1457
01:37:06,640 --> 01:37:09,857

1458
01:37:10,642 --> 01:37:13,857

1459
01:37:14,643 --> 01:37:17,857

1460
01:37:18,646 --> 01:37:21,857

1461
01:37:22,648 --> 01:37:25,856

1462
01:37:26,650 --> 01:37:29,856

1463
01:37:30,652 --> 01:37:33,856

1464
01:37:34,654 --> 01:37:37,856

1465
01:37:38,656 --> 01:37:41,856

1466
01:37:42,659 --> 01:37:45,855

1467
01:37:46,662 --> 01:37:49,855

1468
01:37:50,664 --> 01:37:53,855

1469
01:37:54,666 --> 01:37:57,855

1470
01:37:58,668 --> 01:38:01,859

1471
01:38:02,670 --> 01:38:05,855

1472
01:38:06,671 --> 01:38:09,854

1473
01:38:10,673 --> 01:38:13,854

1474
01:38:14,675 --> 01:38:17,854

1475
01:38:18,677 --> 01:38:21,855

1476
01:38:22,679 --> 01:38:25,854

1477
01:38:26,691 --> 01:38:29,853

1478
01:38:30,693 --> 01:38:33,854

1479
01:38:34,695 --> 01:38:37,855

1480
01:38:38,697 --> 01:38:41,876

1481
01:38:42,698 --> 01:38:45,853

1482
01:38:46,700 --> 01:38:49,853

1483
01:38:50,702 --> 01:38:53,852

1484
01:38:54,704 --> 01:38:57,852

1485
01:38:58,709 --> 01:39:01,855

1486
01:39:02,711 --> 01:39:05,854

1487
01:39:06,713 --> 01:39:09,851

1488
01:39:10,715 --> 01:39:13,851

1489
01:39:14,717 --> 01:39:17,853

1490
01:39:18,719 --> 01:39:21,851

1491
01:39:22,720 --> 01:39:25,850

1492
01:39:26,722 --> 01:39:29,850
ค่ะ เดี๋ยวมาต่ออีกนิดหนึ่ง

1493
01:39:30,723 --> 01:39:33,850

1494
01:39:34,725 --> 01:39:37,854
คราวนี้มาดูอีก 1 ตัวอย่างนะคะ

1495
01:39:38,726 --> 01:39:41,851

1496
01:39:42,728 --> 01:39:45,850
ครูมีโจทย์ให้

1497
01:39:46,729 --> 01:39:49,850

1498
01:39:50,731 --> 01:39:53,848
5 x 2

1499
01:39:54,732 --> 01:39:57,848
+ 2

1500
01:39:58,734 --> 01:40:01,861
ตอนนี้เราทำ

1501
01:40:02,736 --> 01:40:05,848
จาก Prefix ให้เป็น

1502
01:40:06,737 --> 01:40:09,850
Postfix ก่อนนะคะ

1503
01:40:10,738 --> 01:40:13,847
อันดับแรก

1504
01:40:14,739 --> 01:40:17,847
ต้องวาดตารางก่อนใช่ไหมคะ

1505
01:40:18,740 --> 01:40:21,847
วาดตาราง Stack ว่าง

1506
01:40:22,742 --> 01:40:25,847
ครูก็วาด 3 ช่องเหมือนเดิม แล้วก็

1507
01:40:26,743 --> 01:40:29,847
ตรง Input ครูก็เอาข้อมูลแต่ละตัว

1508
01:40:30,744 --> 01:40:33,847
มาใส่ลงในแต่ละบรรทัด

1509
01:40:34,747 --> 01:40:37,848

1510
01:40:38,748 --> 01:40:41,846

1511
01:40:42,751 --> 01:40:45,846

1512
01:40:46,753 --> 01:40:49,845

1513
01:40:50,755 --> 01:40:53,846
เริ่มต้นเลย หย่อนเข้ามาตัวเลข

1514
01:40:54,757 --> 01:40:57,845
คือ เลข 5 ใช่ไหม มันเป็นตัวเลข เพราะฉะนั้น

1515
01:40:58,758 --> 01:41:01,846
เอาไปไว้ที่ Output

1516
01:41:02,759 --> 01:41:05,846
นะคะ นะ ถ้าเป็นตัวเลข เอาไปไว้ที่ Output

1517
01:41:06,762 --> 01:41:09,845
ได้เลย ตัวถัดมา

1518
01:41:10,764 --> 01:41:13,844
เครื่องหมายคูณ

1519
01:41:14,765 --> 01:41:17,847
แสดงว่าต้องเอาไปไว้ใน Stack

1520
01:41:18,766 --> 01:41:21,844
ตอนนี้ Stack มันเป็น Stack ว่าง

1521
01:41:22,769 --> 01:41:25,844
เราก็เลยเอาคูณมาใส่ใน

1522
01:41:26,770 --> 01:41:29,843
Stack ได้เลย ส่วน Output

1523
01:41:30,771 --> 01:41:33,843
ก็ยก 5 ลงมาเหมือนเดิม

1524
01:41:34,773 --> 01:41:37,843

1525
01:41:38,775 --> 01:41:41,843
โอเคนะ ยังเป็นเหมือนเดิมอญู่นะ

1526
01:41:42,790 --> 01:41:45,842
2 บรรทัดแรก ถัดมา

1527
01:41:46,793 --> 01:41:49,842
เจอเลข 2 เลข 2

1528
01:41:50,794 --> 01:41:53,842
2 มันเป็นตัวเลข ต้องเอาไปไว้ที่

1529
01:41:54,796 --> 01:41:57,842
Output เพราะฉะนั้น 2

1530
01:41:58,798 --> 01:42:01,843
จะอยู่ต่อจากเลข 5 นะคะ ใน Stack

1531
01:42:02,800 --> 01:42:05,841
ก็ยกลงมาเหมือนเดิม

1532
01:42:06,801 --> 01:42:09,841

1533
01:42:10,803 --> 01:42:13,844
ถึงตรงนี้นะคะ

1534
01:42:14,804 --> 01:42:17,841

1535
01:42:18,806 --> 01:42:21,841
ถัดมาข้อมูลที่เราอ่านมา

1536
01:42:22,807 --> 01:42:25,840
เครื่องหมายบวก พอเราเจอ

1537
01:42:26,808 --> 01:42:29,848
เครื่องหมายบวก ครูบอกว่าต้องเอามัน

1538
01:42:30,809 --> 01:42:33,845
ไปไว้ใน Stack แต่ก่อนอื่น ก่อนที่จะ

1539
01:42:34,810 --> 01:42:37,840
เอาไปไว้ใน Stack เดิม

1540
01:42:38,811 --> 01:42:41,840
เรามีข้อมูลใน Stack หรือเปล่า มีใช่หรือเปล่า มีเครื่องหมายคูณ

1541
01:42:42,812 --> 01:42:45,840
เพราะฉะนั้นเราต้

1542
01:42:46,814 --> 01:42:49,842
ต้องเปรียบเทียบความสำคัญก่อน บวก

1543
01:42:50,818 --> 01:42:53,839
มันน้อยกว่าหรือมากกว่าคูณ

1544
01:42:54,819 --> 01:42:57,839
น้อยกว่า ใช่ไหม บวก

1545
01:42:58,820 --> 01:43:01,838
มีค่าน้อยกว่าคูณ เพราะฉะนั้น

1546
01:43:02,821 --> 01:43:05,838
ทำอย่างไรคะ เอาคูณ

1547
01:43:06,823 --> 01:43:09,839
ออกมา

1548
01:43:10,825 --> 01:43:13,838
บวกมีค่าน้อยกว่าคูณ เพราะฉะนั้น

1549
01:43:14,826 --> 01:43:17,838
ต้องเอา

1550
01:43:18,828 --> 01:43:21,838
ข้อมูลที่อยู่บน Stack นี่ คือ คูณ เอามาไว้ที่

1551
01:43:22,829 --> 01:43:25,838
Output เห็นไหมคะ

1552
01:43:26,830 --> 01:43:29,838
เอามาไว้ที่ Output เสร็จแล้ว เราถึงเอา

1553
01:43:30,832 --> 01:43:33,837
เครื่องหมายบวก Push ลงไปใน Stack

1554
01:43:34,834 --> 01:43:37,837
นะคะ แล้วค่อยเอาเครื่องหมายบวก

1555
01:43:38,835 --> 01:43:41,837
ใส่ลงไปใน Stack ได้เลย เพราะ Stack มันว่าง

1556
01:43:42,836 --> 01:43:45,837
เพราะฉะนั้น ตรง Output จะเป็น

1557
01:43:46,837 --> 01:43:49,836
5, 2 แล้วก็เครื่องหมาย๕

1558
01:43:50,838 --> 01:43:53,836
ทำไมคูณ

1559
01:43:54,839 --> 01:43:57,836
ถึงต้องออกมา เพราะบวกมันน้อยกว่าคูณ

1560
01:43:58,841 --> 01:44:01,841
เห็นไหมคะ บวกมันน้อยกว่าคูณ

1561
01:44:02,842 --> 01:44:05,836
เลยเอาคูณออกมา

1562
01:44:06,845 --> 01:44:09,836
ถัดมาเลขอะไรคะ เลข 2

1563
01:44:10,846 --> 01:44:13,835
เอาไปไว้ที่ Output ได้เลย ก็เอามันไปต่อท้ายคูณ

1564
01:44:14,847 --> 01:44:17,836
เอามันมาต่อท้ายคูณใช้หรือเปล่า เพราะมันคือคูณ

1565
01:44:18,848 --> 01:44:21,835
เอา 2 มาต่อท้าย

1566
01:44:22,849 --> 01:44:25,835

1567
01:44:26,851 --> 01:44:29,835
ตอนนี้เราอ่านข้อมูลครบหมดแล้ว

1568
01:44:30,852 --> 01:44:33,835
แต่ใน Stack มันยังมีบวกค้างอยู่ เพราะฉะนั้น

1569
01:44:34,853 --> 01:44:37,835
ต้อง Pop มันออกมา แ

1570
01:44:38,855 --> 01:44:41,834
นะคะ Pop มันออกมาและไว้ข้างหลัง

1571
01:44:42,859 --> 01:44:45,834

1572
01:44:46,861 --> 01:44:49,834

1573
01:44:50,863 --> 01:44:53,836

1574
01:44:54,864 --> 01:44:57,835

1575
01:44:58,865 --> 01:45:01,833

1576
01:45:02,868 --> 01:45:05,833

1577
01:45:06,871 --> 01:45:09,834

1578
01:45:10,872 --> 01:45:13,833

1579
01:45:14,873 --> 01:45:17,834

1580
01:45:18,875 --> 01:45:21,833

1581
01:45:22,877 --> 01:45:25,833
โอเคนะ

1582
01:45:26,878 --> 01:45:29,833
แบบฝึกหัด ช่วยครูทำหน่อยตอนนี้เลย

1583
01:45:30,879 --> 01:45:33,832
ครูโจทย์ให้นะคะ 3 หาร 1

1584
01:45:34,880 --> 01:45:37,832
ลบ 2 แล้วครูก็บอกว่าหาร

1585
01:45:38,883 --> 01:45:41,836
นี่ มันมีค่ามากกว่าลบนะ

1586
01:45:42,884 --> 01:45:45,847
หาค่าผลลัพธ์ของนิพจน์

1587
01:45:46,886 --> 01:45:49,839
Postfix ให้ครูหน่อย

1588
01:45:50,889 --> 01:45:53,831
จะได้อะไร เริ่มต้น

1589
01:45:54,891 --> 01:45:57,832
ทุกคนตีตารางก่อน

1590
01:45:58,893 --> 01:46:01,831

1591
01:46:02,895 --> 01:46:05,834

1592
01:46:06,897 --> 01:46:10,831
ลองทำดูสิคะ มีกระดาษไหม

1593
01:46:10,901 --> 01:46:14,830
ไม่มีมาเอาข้างหน้า

1594
01:46:14,904 --> 01:46:18,831
ครูมีกระดาษให้นะ

1595
01:46:18,905 --> 01:46:22,830

1596
01:46:22,906 --> 01:46:26,830

1597
01:46:26,907 --> 01:46:30,830

1598
01:46:30,908 --> 01:46:34,830
แบบฝึกหัด 1 ข้อนะคะ ทำตอนนี้เลย

1599
01:46:34,910 --> 01:46:38,830

1600
01:46:38,912 --> 01:46:42,829

1601
01:46:42,913 --> 01:46:46,830

1602
01:46:46,914 --> 01:46:50,829
เหมือนกับโจทย์ที่ครูให้ไป

1603
01:46:50,915 --> 01:46:54,829
นะคะ คล้าย ๆ กับโจทย์ที่ครูให้ไป

1604
01:46:54,917 --> 01:46:58,829
จดแล้วด้วยนะ

1605
01:46:58,918 --> 01:47:02,829

1606
01:47:02,919 --> 01:47:06,829

1607
01:47:06,922 --> 01:47:10,829

1608
01:47:10,926 --> 01:47:14,828

1609
01:47:14,930 --> 01:47:18,829

1610
01:47:18,934 --> 01:47:22,828

1611
01:47:22,936 --> 01:47:26,828

1612
01:47:26,938 --> 01:47:30,828

1613
01:47:30,939 --> 01:47:34,828

1614
01:47:34,940 --> 01:47:38,828

1615
01:47:38,941 --> 01:47:42,827

1616
01:47:42,942 --> 01:47:46,827

1617
01:47:46,943 --> 01:47:50,829

1618
01:47:50,944 --> 01:47:54,827

1619
01:47:54,946 --> 01:47:58,827

1620
01:47:58,948 --> 01:48:02,827

1621
01:48:02,949 --> 01:48:06,827

1622
01:48:06,950 --> 01:48:10,828

1623
01:48:10,951 --> 01:48:14,826

1624
01:48:14,955 --> 01:48:18,826

1625
01:48:18,960 --> 01:48:22,826

1626
01:48:22,961 --> 01:48:26,826

1627
01:48:26,962 --> 01:48:30,826

1628
01:48:30,965 --> 01:48:34,828

1629
01:48:34,966 --> 01:48:38,826

1630
01:48:38,967 --> 01:48:42,834
เหมือนโจทย์สุดท้ายที่ครูให้ไปเมื่อกี้เลยนะ

1631
01:48:42,972 --> 01:48:46,825
ลบ

1632
01:48:46,973 --> 01:48:50,829
มันน้อยกว่าหารใช่ไหมคะ เรา

1633
01:48:50,974 --> 01:48:54,825
เปรียบเทียบกัน ลบมันน้อยกว่าหาร

1634
01:48:54,975 --> 01:48:58,826
เพราะฉะนั้น

1635
01:48:58,977 --> 01:49:02,825
ก็ต้องเอาหารออกมา

1636
01:49:02,978 --> 01:49:06,825

1637
01:49:06,979 --> 01:49:10,825

1638
01:49:10,980 --> 01:49:14,825

1639
01:49:14,982 --> 01:49:18,825

1640
01:49:18,983 --> 01:49:22,824

1641
01:49:22,984 --> 01:49:26,825

1642
01:49:26,985 --> 01:49:30,825

1643
01:49:30,986 --> 01:49:34,826

1644
01:49:34,987 --> 01:49:38,824

1645
01:49:38,991 --> 01:49:42,824

1646
01:49:42,995 --> 01:49:46,824

1647
01:49:46,999 --> 01:49:50,824

1648
01:49:51,003 --> 01:49:54,823

1649
01:49:55,004 --> 01:49:58,823

1650
01:49:59,005 --> 01:50:02,823

1651
01:50:03,006 --> 01:50:06,824

1652
01:50:07,007 --> 01:50:10,824

1653
01:50:11,009 --> 01:50:14,823

1654
01:50:15,011 --> 01:50:18,823

1655
01:50:19,012 --> 01:50:22,822

1656
01:50:23,014 --> 01:50:26,823

1657
01:50:27,015 --> 01:50:30,822

1658
01:50:31,018 --> 01:50:34,822

1659
01:50:35,019 --> 01:50:38,823

1660
01:50:39,020 --> 01:50:42,822

1661
01:50:43,022 --> 01:50:46,822

1662
01:50:47,023 --> 01:50:50,822

1663
01:50:51,024 --> 01:50:54,822

1664
01:50:55,025 --> 01:50:58,822

1665
01:50:59,027 --> 01:51:02,821

1666
01:51:03,028 --> 01:51:06,821

1667
01:51:07,029 --> 01:51:10,822

1668
01:51:11,030 --> 01:51:14,822

1669
01:51:15,035 --> 01:51:18,821

1670
01:51:19,037 --> 01:51:22,821

1671
01:51:23,038 --> 01:51:26,821

1672
01:51:27,040 --> 01:51:30,821

1673
01:51:31,042 --> 01:51:34,821

1674
01:51:35,043 --> 01:51:38,821

1675
01:51:39,044 --> 01:51:42,823

1676
01:51:43,045 --> 01:51:46,820

1677
01:51:47,047 --> 01:51:50,820

1678
01:51:51,050 --> 01:51:54,820

1679
01:51:55,051 --> 01:51:58,820

1680
01:51:59,055 --> 01:52:02,820

1681
01:52:03,055 --> 01:52:06,820

1682
01:52:07,056 --> 01:52:10,820

1683
01:52:11,057 --> 01:52:14,820

1684
01:52:15,058 --> 01:52:18,820

1685
01:52:19,061 --> 01:52:22,820

1686
01:52:23,062 --> 01:52:26,819

1687
01:52:27,064 --> 01:52:30,820

1688
01:52:31,065 --> 01:52:34,820

1689
01:52:35,066 --> 01:52:38,819

1690
01:52:39,069 --> 01:52:42,819

1691
01:52:43,071 --> 01:52:46,819

1692
01:52:47,074 --> 01:52:50,819

1693
01:52:51,075 --> 01:52:54,819

1694
01:52:55,079 --> 01:52:58,819

1695
01:52:59,081 --> 01:53:02,819

1696
01:53:03,082 --> 01:53:06,819

1697
01:53:07,086 --> 01:53:10,818

1698
01:53:11,089 --> 01:53:14,818

1699
01:53:15,091 --> 01:53:18,818

1700
01:53:19,092 --> 01:53:22,818

1701
01:53:23,093 --> 01:53:26,818

1702
01:53:27,094 --> 01:53:30,818

1703
01:53:31,095 --> 01:53:34,818

1704
01:53:35,096 --> 01:53:38,822

1705
01:53:39,097 --> 01:53:42,818

1706
01:53:43,099 --> 01:53:46,818

1707
01:53:47,101 --> 01:53:50,817

1708
01:53:51,102 --> 01:53:54,817

1709
01:53:55,103 --> 01:53:58,817

1710
01:53:59,104 --> 01:54:02,817

1711
01:54:03,105 --> 01:54:06,817

1712
01:54:07,106 --> 01:54:10,817

1713
01:54:11,107 --> 01:54:14,817

1714
01:54:15,108 --> 01:54:18,816

1715
01:54:19,109 --> 01:54:22,817
คราวนี้นะคะ ดูด้วยกัน

1716
01:54:23,110 --> 01:54:26,818

1717
01:54:27,111 --> 01:54:30,817
3

1718
01:54:31,113 --> 01:54:34,816
เอา 3 ไปไว้ที่ไหนคะ ที่ Output

1719
01:54:35,114 --> 01:54:38,818
เห็นไหมคะ เอา 3 ไปไว้ที่ Output

1720
01:54:39,116 --> 01:54:42,817
เครื่องหมายหาร เอาเครื่องหมายหารไปไว้ที่ไหน Stack

1721
01:54:43,117 --> 01:54:46,816
เพราะมันเป็น Stack ว่าง เราก็หย่อนเครื่องหมา

1722
01:54:47,118 --> 01:54:50,819
Output เรายกมันลงมาด้วยนะ

1723
01:54:51,119 --> 01:54:54,816

1724
01:54:55,121 --> 01:54:58,816
ถัดไป เราอ่านเจอเลข 1 ใช่ไหมคะ เราต้องเอาเลข 1 ไปไว้

1725
01:54:59,122 --> 01:55:02,816
ที่ไหน Output

1726
01:55:03,123 --> 01:55:06,818
ยกลงมาก่อน เสร็จแล้วก็เติมเลข 1 ลงไป

1727
01:55:07,124 --> 01:55:10,815
ใน Stack ยังเหมือนเดิมนะ

1728
01:55:11,125 --> 01:55:14,815
เรายังมีเครื่องหมายหารอยู่ เราก็ยกลงมาได้เลย

1729
01:55:15,126 --> 01:55:18,815
ถัดมา

1730
01:55:19,129 --> 01:55:22,815
เครื่องหมายลบใช่ไหมคะ เดิมใน Stack เรามี

1731
01:55:23,132 --> 01:55:26,815
หารอยู่แล้วใช่ไหม ครูเขียนให้ดูก่อน

1732
01:55:27,133 --> 01:55:30,815
เรามีหารอยู่แล้วนี่ เราเอาลบมาเทียบกับ

1733
01:55:31,134 --> 01:55:34,815
หาร ปรากฎว่าค

1734
01:55:35,134 --> 01:55:38,815
ค่าลบมันน้อยกว่า

1735
01:55:39,137 --> 01:55:42,815
ให้ทำอย่างไร

1736
01:55:43,138 --> 01:55:46,814
ให้เอาหารนี่ เอาออกมาไว้ที่

1737
01:55:47,139 --> 01:55:50,815
Output เพราะฉะนั้น จะได้เป็น

1738
01:55:51,140 --> 01:55:54,816
3, 1 แล้วก็หาร ตรงนี้หายไปใช่ไหมคะ

1739
01:55:55,141 --> 01:55:58,815
เสร็จแล้วก็ใส่ค่าลบ

1740
01:55:59,143 --> 01:56:02,815
ลงมาใน Stack

1741
01:56:03,144 --> 01:56:06,818
ถัดมาหย่อนอะไร

1742
01:56:07,144 --> 01:56:10,814
ยกของเดิมลงมาก่อนที่ Output แล้วก็ใส่เลข 2

1743
01:56:11,145 --> 01:56:14,818
ใน Stack หรืออะไรคะ

1744
01:56:15,147 --> 01:56:18,814
เครื่องหมายลบใช่ไม อ่านครบหมดแล้วนะ

1745
01:56:19,148 --> 01:56:22,814
แต่ใน Stack

1746
01:56:23,150 --> 01:56:26,814
เราต้องเอาค่าจาก Stack ออกมา เป็น

1747
01:56:27,151 --> 01:56:30,814
3 1 หาร 2 แล้วอะไรคะ ลบ

1748
01:56:31,154 --> 01:56:34,814
เห็นไหม

1749
01:56:35,155 --> 01:56:38,813
เราเอาค่าที่อยู๋ใน Stack ตัวสุดท้ายมาใส่ข้างหล

1750
01:56:39,158 --> 01:56:42,814
ได้เลยนะคะ

1751
01:56:43,158 --> 01:56:46,814
โอเค

1752
01:56:47,159 --> 01:56:50,819
อีกข้อหนึ่ง

1753
01:56:51,160 --> 01:56:54,813
แล้วจะให้เลิก ครูให้โจทย์มาแค่นี้เอง ว

1754
01:56:55,161 --> 01:56:58,813

1755
01:56:59,162 --> 01:57:02,813

1756
01:57:03,163 --> 01:57:06,820

1757
01:57:07,165 --> 01:57:10,814

1758
01:57:11,168 --> 01:57:14,813
โจทย์ข้อนี้อันดับแรก

1759
01:57:15,169 --> 01:57:18,817
วาดตารางก่อนเลย ตีตารางค่ะ

1760
01:57:19,171 --> 01:57:22,812

1761
01:57:23,173 --> 01:57:26,812

1762
01:57:27,174 --> 01:57:30,813

1763
01:57:31,176 --> 01:57:34,813

1764
01:57:35,179 --> 01:57:38,812

1765
01:57:39,180 --> 01:57:42,812

1766
01:57:43,182 --> 01:57:46,818

1767
01:57:47,183 --> 01:57:50,812

1768
01:57:51,185 --> 01:57:54,813

1769
01:57:55,190 --> 01:57:58,812

1770
01:57:59,192 --> 01:58:02,812

1771
01:58:03,194 --> 01:58:06,812

1772
01:58:07,195 --> 01:58:10,812

1773
01:58:11,196 --> 01:58:14,811

1774
01:58:15,197 --> 01:58:18,812

1775
01:58:19,198 --> 01:58:22,812

1776
01:58:23,200 --> 01:58:26,820

1777
01:58:27,201 --> 01:58:30,812

1778
01:58:31,203 --> 01:58:34,811

1779
01:58:35,204 --> 01:58:38,812

1780
01:58:39,205 --> 01:58:42,812

1781
01:58:43,206 --> 01:58:46,814

1782
01:58:47,208 --> 01:58:50,811

1783
01:58:51,210 --> 01:58:54,811

1784
01:58:55,211 --> 01:58:58,811

1785
01:58:59,214 --> 01:59:02,810

1786
01:59:03,215 --> 01:59:06,811

1787
01:59:07,216 --> 01:59:10,811

1788
01:59:11,219 --> 01:59:14,812

1789
01:59:15,222 --> 01:59:18,812

1790
01:59:19,223 --> 01:59:22,810

1791
01:59:23,225 --> 01:59:26,811

1792
01:59:27,227 --> 01:59:30,812

1793
01:59:31,231 --> 01:59:34,810

1794
01:59:35,233 --> 01:59:38,810

1795
01:59:39,235 --> 01:59:42,810

1796
01:59:43,237 --> 01:59:46,813

1797
01:59:47,238 --> 01:59:50,812
ดูนิดหนึ่ง

1798
01:59:51,241 --> 01:59:54,810
คูณมันมากกว่าลบ

1799
01:59:55,242 --> 01:59:58,810
ใช่หรือเปล่า คูณมันมีค่ามากกว่าลบ

1800
01:59:59,243 --> 02:00:02,810
ก็ Push คูณลง  Stack ได้เลย

1801
02:00:03,243 --> 02:00:06,816
นะคะ Push คูณ

1802
02:00:07,246 --> 02:00:10,810
ลงใน Stack ได้เลย

1803
02:00:11,247 --> 02:00:14,809

1804
02:00:15,250 --> 02:00:18,809

1805
02:00:19,251 --> 02:00:22,809

1806
02:00:23,253 --> 02:00:26,809

1807
02:00:27,254 --> 02:00:30,810

1808
02:00:31,255 --> 02:00:34,809

1809
02:00:35,257 --> 02:00:38,809

1810
02:00:39,260 --> 02:00:42,809

1811
02:00:43,261 --> 02:00:46,809

1812
02:00:47,263 --> 02:00:50,809

1813
02:00:51,265 --> 02:00:54,809

1814
02:00:55,266 --> 02:00:58,809

1815
02:00:59,269 --> 02:01:02,808

1816
02:01:03,270 --> 02:01:06,809

1817
02:01:07,271 --> 02:01:10,808

1818
02:01:11,273 --> 02:01:14,809

1819
02:01:15,275 --> 02:01:18,810

1820
02:01:19,277 --> 02:01:22,809

1821
02:01:23,279 --> 02:01:26,808

1822
02:01:27,280 --> 02:01:30,808

1823
02:01:31,283 --> 02:01:34,808

1824
02:01:35,284 --> 02:01:38,808

1825
02:01:39,286 --> 02:01:42,807

1826
02:01:43,290 --> 02:01:46,807

1827
02:01:47,292 --> 02:01:50,808

1828
02:01:51,293 --> 02:01:54,808

1829
02:01:55,295 --> 02:01:58,810

1830
02:01:59,297 --> 02:02:02,807

1831
02:02:03,298 --> 02:02:06,809

1832
02:02:07,299 --> 02:02:10,807

1833
02:02:11,302 --> 02:02:14,807

1834
02:02:15,304 --> 02:02:18,807

1835
02:02:19,306 --> 02:02:22,807

1836
02:02:23,307 --> 02:02:26,807

1837
02:02:27,309 --> 02:02:30,808

1838
02:02:31,310 --> 02:02:34,807

1839
02:02:35,312 --> 02:02:38,807

1840
02:02:39,313 --> 02:02:42,807

1841
02:02:43,316 --> 02:02:46,806

1842
02:02:47,318 --> 02:02:50,807

1843
02:02:51,319 --> 02:02:54,807

1844
02:02:55,321 --> 02:02:58,808

1845
02:02:59,322 --> 02:03:02,809

1846
02:03:03,324 --> 02:03:06,806

1847
02:03:07,325 --> 02:03:10,806

1848
02:03:11,327 --> 02:03:14,806

1849
02:03:15,329 --> 02:03:18,806

1850
02:03:19,330 --> 02:03:22,806

1851
02:03:23,331 --> 02:03:26,806

1852
02:03:27,333 --> 02:03:30,806

1853
02:03:31,336 --> 02:03:34,806

1854
02:03:35,337 --> 02:03:38,806

1855
02:03:39,339 --> 02:03:42,806

1856
02:03:43,341 --> 02:03:46,807

1857
02:03:47,342 --> 02:03:50,806

1858
02:03:51,345 --> 02:03:54,806

1859
02:03:55,347 --> 02:03:58,812

1860
02:03:59,348 --> 02:04:02,807

1861
02:04:03,351 --> 02:04:06,805

1862
02:04:07,353 --> 02:04:10,807

1863
02:04:11,354 --> 02:04:14,805
โอเค

1864
02:04:15,357 --> 02:04:18,805
มาดูนะคะ

1865
02:04:19,359 --> 02:04:22,805
นะคะ 6

1866
02:04:23,362 --> 02:04:26,805
เป็นตัวเลข เอาไว้ที่ Output ใช่หรือเปล่า

1867
02:04:27,364 --> 02:04:30,805
ลบ เอาไว้ที่ Stack นะคะ

1868
02:04:31,365 --> 02:04:34,805
6 ก็ใส่มาเหมือนเดิม

1869
02:04:35,366 --> 02:04:38,804
5 เอาไว้ที่ไหนคะ เอาไว้ที่

1870
02:04:39,367 --> 02:04:42,809
Stack ก็ยกลงมาเหมือนเดิมนะคะ

1871
02:04:43,368 --> 02:04:46,805
ถัดมาคูณ

1872
02:04:47,369 --> 02:04:50,804
เจอคูณ

1873
02:04:51,370 --> 02:04:54,805
ใช่ไหมคะ เจอคูณให้เ

1874
02:04:55,372 --> 02:04:58,804
ปรากฏว่าคูณมีค่ามากกว่าลบ

1875
02:04:59,373 --> 02:05:02,805
ให้ Push คูณลง Stack

1876
02:05:03,375 --> 02:05:06,804
ได้เลย เพราะฉะนั้น

1877
02:05:07,376 --> 02:05:10,804
Stack เดิมเป็น push

1878
02:05:11,377 --> 02:05:14,804
ครูบอกว่า Push ลงมาได้เลยนะคะ เพราะคูณ

1879
02:05:15,378 --> 02:05:18,804
มันมากกว่านะ มันมากกว่านะคะ

1880
02:05:19,382 --> 02:05:22,805
ข้างหลัง คือ 6 กับ 5

1881
02:05:23,383 --> 02:05:26,804
ถัดมา 2

1882
02:05:27,384 --> 02:05:30,804
เป็นตัวเลขไว้ข้างหลังนะคะ

1883
02:05:31,385 --> 02:05:34,804
Stack มีเท่าไรยกลงมา

1884
02:05:35,387 --> 02:05:38,804
โอเค เสร็จแล้ว หมดแล้วนะ ผลลัพธ์

1885
02:05:39,389 --> 02:05:42,804
สุดท้ายที่ได้ 6, 5, 2

1886
02:05:43,393 --> 02:05:46,804
เอาคูณออกมาก่อน แล้วตามด้วยลบนะคะ

1887
02:05:47,393 --> 02:05:50,810
เห็นนะโอเค

1888
02:05:51,397 --> 02:05:54,804

1889
02:05:55,399 --> 02:05:58,804
ทุกคนดู

1890
02:05:59,400 --> 02:06:02,803
นะคะ

1891
02:06:03,403 --> 02:06:06,803

1892
02:06:07,404 --> 02:06:10,803

1893
02:06:11,406 --> 02:06:14,803

1894
02:06:15,407 --> 02:06:18,803
เราสังเกตนะ

1895
02:06:19,413 --> 02:06:22,803
ทำไมตัวนี้

1896
02:06:23,415 --> 02:06:26,803
เอาหารออกมา ตัวนี้ไม่ได้เอาอะไรออกมานะคะ ตัวนี้

1897
02:06:27,418 --> 02:06:30,804
วิธีการสังเกต โอเค

1898
02:06:31,420 --> 02:06:34,803
ลบเทียบกับหาร ลบ

1899
02:06:35,421 --> 02:06:38,803
มันมีค่าน้อยกว่าหารเห็นไหมคะ

1900
02:06:39,422 --> 02:06:42,803
ลบมีค่าน้อยกว่าหาร

1901
02:06:43,424 --> 02:06:46,802
เลยต้องเอาหาร

1902
02:06:47,425 --> 02:06:50,802
ออกมา

1903
02:06:51,427 --> 02:06:54,803
แต่ถ้า Input

1904
02:06:55,430 --> 02:06:58,805
ที่ใส่เข้าไปนี่ มีค่ามากกว่า เรา็

1905
02:06:59,431 --> 02:07:02,802
ใส่ลงไปใน Stack ได้เลย

1906
02:07:03,434 --> 02:07:06,803
ถ้าตัวซ้ายมันมากกว่าตัวบนตรงนี้

1907
02:07:07,436 --> 02:07:10,808
เราก็ใส่ลงไปใน Stack ได้เลยนะคะ

1908
02:07:11,438 --> 02:07:14,802

1909
02:07:15,439 --> 02:07:18,802
โอเค

1910
02:07:19,440 --> 02:07:22,802
ต้องกลับไปทบทวนอีกรอบหนึ่งนะ นะคะ

1911
02:07:23,441 --> 02:07:26,803
เดี๋ยวสัปดาห์หน้าครูจะทวน

1912
02:07:27,442 --> 02:07:30,802
ให้อีกรอบหนึ่ง

1913
02:07:31,443 --> 02:07:34,802

1914
02:07:35,445 --> 02:07:38,802
โอเค

1915
02:07:39,447 --> 02:07:42,802
เดี๋ยวทั้งหมดนี้ครูจะอัปที่ Classroom ให้นะคะ

1916
02:07:43,448 --> 02:07:46,801
เดี๋ยวครูจะไปสแกนให้ แล้วก็อัปโหลด

1917
02:07:47,450 --> 02:07:50,801
ให้ โอเค

1918
02:07:51,452 --> 02:07:54,802

1919
02:07:55,453 --> 02:07:58,802

1920
02:07:59,454 --> 02:08:02,802

1921
02:08:03,455 --> 02:08:06,801

1922
02:08:07,458 --> 02:08:10,801

1923
02:08:11,460 --> 02:08:14,801

1924
02:08:15,461 --> 02:08:18,801
เดี๋ยวครูเช็กชื่อหน่อยนะคะ

1925
02:08:19,463 --> 02:08:22,801

1926
02:08:23,465 --> 02:08:26,801

1927
02:08:27,469 --> 02:08:30,801

1928
02:08:31,472 --> 02:08:34,801

1929
02:08:35,474 --> 02:08:38,802

1930
02:08:39,478 --> 02:08:42,801

1931
02:08:43,483 --> 02:08:46,800

1932
02:08:47,488 --> 02:08:50,801
ครูเช็กชื่อหน่อย

1933
02:08:51,491 --> 02:08:54,800
ศิริลักษณ์

1934
02:08:55,492 --> 02:08:58,801
02

1935
02:08:59,495 --> 02:09:02,806
มาไหม 02

1936
02:09:03,497 --> 02:09:06,800
คนนี้หรือ

1937
02:09:07,498 --> 02:09:10,800
03

1938
02:09:11,500 --> 02:09:14,804
อดิศร เป็น COVID

1939
02:09:15,501 --> 02:09:18,800
4 นพกิต

1940
02:09:19,503 --> 02:09:22,800
คนนี้ 5.

1941
02:09:23,506 --> 02:09:26,803
พงพร ไหน

1942
02:09:27,508 --> 02:09:30,800
อ๋อ จันทกานต์

1943
02:09:31,509 --> 02:09:34,800
ไหนคะ

1944
02:09:35,510 --> 02:09:38,800
กัญญานัฐ

1945
02:09:39,511 --> 02:09:42,800
ธัญญาลักษณ์

1946
02:09:43,512 --> 02:09:46,800
อ๋อ โอเค วริษา

1947
02:09:47,513 --> 02:09:50,802
คนนี้

1948
02:09:51,515 --> 02:09:54,803
ภัทรดา 11 ไม่มา

1949
02:09:55,516 --> 02:09:58,801
เทพอักษร

1950
02:09:59,518 --> 02:10:02,799
ธนภัทร 15 โอเค

1951
02:10:03,519 --> 02:10:06,799
ภากร

1952
02:10:07,520 --> 02:10:10,800
16 โอเค ค่ะ เจอกันสัปดาห์หน้า

1953
02:10:11,522 --> 02:10:14,799

1954
02:10:15,523 --> 02:10:18,799

1955
02:10:19,525 --> 02:10:22,799

1956
02:10:23,526 --> 02:10:26,799

1957
02:10:27,527 --> 02:10:30,799

1958
02:10:31,529 --> 02:10:34,799

1959
02:10:35,532 --> 02:10:38,799

1960
02:10:39,534 --> 02:10:42,799
[สิ้นสุดการถอดความ]

1961
02:10:43,535 --> 02:10:46,799

1962
02:10:47,537 --> 02:10:50,799

1963
02:10:51,538 --> 02:10:54,799

1964
02:10:55,539 --> 02:10:58,798

1965
02:10:59,541 --> 02:11:02,798
-

1966
02:11:03,542 --> 02:11:06,799

1967
02:11:07,544 --> 02:11:10,798

1968
02:11:11,546 --> 02:11:14,798

1969
02:11:15,548 --> 02:11:18,799

1970
02:11:19,550 --> 02:11:22,800

1971
02:11:23,552 --> 02:11:26,798
(อาจารย์สุธาสินี) ทำไมเป็นอย่างนั้นล่ะ

1972
02:11:27,553 --> 02:11:30,798
ได้ยินครูนะ คราวที่แล้ว

1973
02:11:31,554 --> 02:11:34,798

1974
02:11:35,556 --> 02:11:38,798
เหมือนล่ามไม่ได้ยินเลย อ๋อ ค่ะ

1975
02:11:39,558 --> 02:11:42,798
คราวที่แล้วเราพูดถึงเรื่อง list นะ lis

1976
02:11:43,562 --> 02:11:46,798
แล้วเราก็ทำข้อสอบไปแล้วนะคะ

1977
02:11:47,563 --> 02:11:50,797
นะคะ เราพูดถึงในเรื่องของ

1978
02:11:51,564 --> 02:11:54,798

1979
02:11:55,566 --> 02:11:58,798

1980
02:11:59,568 --> 02:12:02,798
ได้ไหมคะ

1981
02:12:03,569 --> 02:12:06,797
เรื่องลิสต์

1982
02:12:07,570 --> 02:12:10,798
ได้ยินไหมคะ

1983
02:12:11,573 --> 02:12:14,797
ยังไม่ได้ยิน

1984
02:12:15,574 --> 02:12:18,797

1985
02:12:19,578 --> 02:12:22,797

1986
02:12:23,580 --> 02:12:26,797

1987
02:12:27,582 --> 02:12:30,797

1988
02:12:31,586 --> 02:12:34,797

1989
02:12:35,588 --> 02:12:38,797

1990
02:12:39,590 --> 02:12:42,797

1991
02:12:43,592 --> 02:12:46,797
คราวที่แล้วนะคะ เราพูดถึงเรื่อง List ทุกคน

1992
02:12:47,593 --> 02:12:50,798
จำได้นะคะ อันนี้คือลิสต์นะ ที่ครูยกตัวอย่างมาให้

1993
02:12:51,594 --> 02:12:54,797

1994
02:12:55,595 --> 02:12:58,797
มีขนาดเท่าไหร่ ขนาด คือ

1995
02:12:59,596 --> 02:13:02,797
มีจำนวนเท่าไร มี 5 คนอื่นมีเท่าไรคะ

1996
02:13:03,597 --> 02:13:06,812
5 โอเค 5 นะคะ

1997
02:13:07,598 --> 02:13:10,799
ลิสต์ตัวนี้มีขนาดเท่ากับเท่าไหร่

1998
02:13:11,599 --> 02:13:14,796
จะมีอยู่ 5 ตัวถูกไหมคะ มีข้อมูลอยู่ 5 ตัว

1999
02:13:15,601 --> 02:13:18,796
มี 1 มี 2 มี 3 มี 4

2000
02:13:19,602 --> 02:13:22,798
แล้วก็มี 5 มีทั้งหมด 5 ตัวนะคะ คราวนี้

2001
02:13:23,603 --> 02:13:26,796
ลิสต์ที่เราเห็นในหน้าจอตรงนี้

2002
02:13:27,604 --> 02:13:30,796
ก้ามปูเปิด-ก้ามปูปิดไหมคะ

2003
02:13:31,606 --> 02:13:34,796
เป็นสัญลักษณ์ที่บอกว่าการเก็บข้อมูลลักษณะ

2004
02:13:35,607 --> 02:13:38,796
แบบนี้มีชื่อเรียกว่า "ลิสต์" นะคะ

2005
02:13:39,610 --> 02:13:42,796
เรารู้ได้อย่างไรว่ามันคือลิสต์ เห็น

2006
02:13:43,612 --> 02:13:46,796
ในลิสต์ index

2007
02:13:47,613 --> 02:13:50,795
ก็คือหมายเลขถูกไหมคะ ก็คือหมายเลขของข้อมูล

2008
02:13:51,614 --> 02:13:54,795
เราเริ่มต้นที่หมายเลขอะไรเอ่ย

2009
02:13:55,616 --> 02:13:58,795
จะเก็บค่าของข้อมูล

2010
02:13:59,618 --> 02:14:02,795
ในลิสต์นี่ ถ้าเราลองวาด

2011
02:14:03,620 --> 02:14:06,795
การจัดเก็บนะ ก็จะเป็น 1

2012
02:14:07,621 --> 02:14:10,795

2013
02:14:11,624 --> 02:14:14,795
พอเราวาดเป็นช่องใช่ไหมคะ

2014
02:14:15,625 --> 02:14:18,794
หมายเลขช่องหรือว่า

2015
02:14:19,627 --> 02:14:22,794
Index ตัวแรกเราจะเริ่มต้นที่ตรงไหน

2016
02:14:23,628 --> 02:14:26,795
ตรงนี้ index เราจะเริ่มที่เราไรเอ่ย

2017
02:14:27,629 --> 02:14:30,794
แล้วก็จะเก็บข้อมูลลงไปในช่องแบบนี้

2018
02:14:31,630 --> 02:14:34,795
1 2 3 แล้วก็ 4

2019
02:14:35,631 --> 02:14:38,794
แล้วก็ 4 ก็คือหมายเลขช่อง ถ้าเราวาดรูปให้

2020
02:14:39,633 --> 02:14:42,794
เป็นรูปสี่เหลี่ยมในการจัดเก็บข้อมูล แล้วเวลาครูเข้าถึง

2021
02:14:43,634 --> 02:14:46,794
0 นะ ใช่ไหมคะ

2022
02:14:47,636 --> 02:14:50,794
ครูตั้งชื่อลิสต์ตัวนี้มีชื่อว่า x

2023
02:14:51,639 --> 02:14:54,794
x index 3

2024
02:14:55,641 --> 02:14:58,794
ตอบเท่ากับเท่าไรเอ่ย index

2025
02:14:59,642 --> 02:15:02,794
ข้อมูลที่อยู่ในลิสต์ ตอนนี้

2026
02:15:03,644 --> 02:15:06,794
ตรงนี้ต้องตอบว่า 4 นะคะ ทุกคนจำได้นะ

2027
02:15:07,645 --> 02:15:10,793
แล้วถ้า x

2028
02:15:11,646 --> 02:15:14,793
เราต้องการหลาย ๆ ค่า 2 จนถึง 4

2029
02:15:15,647 --> 02:15:18,793
เป็น 3 ตัวนี้ตอบ 4 ใช่

2030
02:15:19,648 --> 02:15:22,794
3 กับ...

2031
02:15:23,650 --> 02:15:26,793
3 กับอะไรเอ่ย 4 ใช่ไหม

2032
02:15:27,651 --> 02:15:30,793
ใช่ไหม คือ 3 กับ 4 นะ มันเริ่มต้นที่ 2 ใช่ไหมคะ ก็คือ

2033
02:15:31,655 --> 02:15:34,794
จะตอบเท่าหับเท่าไหร่คะ

2034
02:15:35,657 --> 02:15:38,793
ถึง 4 แล้วก็ลดลงมา 1 ช่อง ก็จะได้ข้อมูลตัวนี้

2035
02:15:39,658 --> 02:15:42,796
ก็คือ 3 กับ 4

2036
02:15:43,658 --> 02:15:46,792
คราวนี้ แล้วเราเอาลิสต์

2037
02:15:47,659 --> 02:15:50,793
เริ่มต้นที่ 2 ก็คือเริ่มต้ด้วยตัว

2038
02:15:51,661 --> 02:15:54,793
รูปแบบลิสต์ แล้วเราเอามาใช้ทำอะไรนะคะ

2039
02:15:55,663 --> 02:15:58,792
วันนี้เราจะพูดถึงโครงสร้างอีกแบบหนึ่ง

2040
02:15:59,664 --> 02:16:02,792
ที่มีชื่อว่า stack นะ

2041
02:16:03,668 --> 02:16:06,793
มาทำอะไรนะคะ เราเก็บข้อมูล

2042
02:16:07,672 --> 02:16:10,792
จะใช้วิธีการเก็บข้อมูลแบบลิสต์

2043
02:16:11,673 --> 02:16:14,792
นะคะ แล้วลักษณะแบบไหน

2044
02:16:15,677 --> 02:16:18,792
ที่เราจะเรียกว่า "stack" นะคะ ดูด้วยกัน

2045
02:16:19,678 --> 02:16:22,792
สแตกนะคะ สแตกตัวนี้

2046
02:16:23,679 --> 02:16:26,791
ก็คือการที่เราใส่ข้อมูลเข้าไปแล้วก็ดึงออกมา

2047
02:16:27,681 --> 02:16:30,792
นะคะ แล้วข้อมูล

2048
02:16:31,683 --> 02:16:34,792
ที่ถูกใส่เข้าไปใน Stack จะถูก

2049
02:16:35,684 --> 02:16:38,791
เขาบอกว่า Stack

2050
02:16:39,685 --> 02:16:42,792
วิธีการเก็บข้อมูลแบบ stack หรือที่เรียกว่า

2051
02:16:43,688 --> 02:16:46,791
เข้าทีหลังออกก่อน

2052
02:16:47,694 --> 02:16:50,791
เข้าก่อนออกทีหลัง ความหมายเหมือนกัน

2053
02:16:51,695 --> 02:16:54,791
เอาออกมาใช้ทีหลัง อันนี้ คือ

2054
02:16:55,697 --> 02:16:58,791
ยกตัวอย่างเช่น ทุกคนเคย

2055
02:16:59,698 --> 02:17:02,792
ไปที่ร้านก๋วยเตี๋ยวไหมคะ ทุกคนเคยไปที่ร้านก๋วยเตี๋ยวนะ

2056
02:17:03,699 --> 02:17:06,791
แล้วเห็นถ้วยก๋วยเตี๋ยวก่อนที่เขาจะ

2057
02:17:07,701 --> 02:17:10,790

2058
02:17:11,703 --> 02:17:14,790
ชามก๋วยเตี๋ยวมันเรียงขึ้นไปแบบนี้

2059
02:17:15,704 --> 02:17:18,790
ใช่ไหมคะ เวลาแม่ค้าเขาจะเอาจามก๋วยเตี๋ยวมาใส่ให้เรา

2060
02:17:19,705 --> 02:17:22,790
เขาจะเอาชามก๋วยเตี๋ยวมาใส่ให้เรา เขาเอาชามที่อยู่

2061
02:17:23,706 --> 02:17:26,791
เอามาใส่เส้น ใส่เครื่องปรุง ใส่หมูให้เรา

2062
02:17:27,707 --> 02:17:30,796
เอาชามข้างบนหรือข้างล่างคะ ข้างบน

2063
02:17:31,708 --> 02:17:34,791
เขาเอาข้างบนมาทำให้เรา

2064
02:17:35,709 --> 02:17:38,791
แล้วเวลาเขาล้างจานเสร็จแล้วนี่ เอาจาน

2065
02:17:39,711 --> 02:17:42,790
ข้างบน หรือชามที่อยู่ข้างล่าง

2066
02:17:43,714 --> 02:17:46,790
ใช่ไหมคะ เพราะฉะนั้น จานที่

2067
02:17:47,715 --> 02:17:50,790
อยู่บนสุดจะถูกเอาออกมาใช้ก่อน

2068
02:17:51,716 --> 02:17:54,791
และจากที่อยู่บนสุดนะคะ จะถูก

2069
02:17:55,717 --> 02:17:58,791
มาซ้อนข้างล่างหรือซ้อนข้างบน ซ้อนข้างบน

2070
02:17:59,719 --> 02:18:02,794
ของ Stack เช่นนะคะ เช่น ๆ

2071
02:18:03,722 --> 02:18:06,790
เช่น สมมติ ครูมีกระดาษ 1 แผ่นนะ

2072
02:18:07,723 --> 02:18:10,791
ครูมีกระดาษอยู่ 1 แผ่น ทุกคนดูนะคะ

2073
02:18:11,724 --> 02:18:14,789
เอาเข้ามาเก็บทีหลัง อันนี้คือรูปแบบ

2074
02:18:15,726 --> 02:18:18,795
เห็นไหมคะ ครูซ่อนกระดาษแผ่นที่ 2 อยู่ข้างบน

2075
02:18:19,727 --> 02:18:22,789
ครูใส่ ครูใส่กระดาษ

2076
02:18:23,728 --> 02:18:26,799
แผ่นที่ 3 เข้าไปนะคะ แล้วครูก็ใส่

2077
02:18:27,730 --> 02:18:30,789
ครูจะใส่กระดาษแผ่นที่ 2

2078
02:18:31,736 --> 02:18:34,789
ครูจะเอาออกมาใช้ครูจะเอาตัวล่างสุดหรือตัวบนสุดออกมาใช้

2079
02:18:35,737 --> 02:18:38,789
ตัวบนสุดถูกไหมคะ

2080
02:18:39,738 --> 02:18:42,789
ครูไม่พยายามจะดึงตัวล่างสุดออกมานะคะ ครูจะหยิบตัวบน

2081
02:18:43,739 --> 02:18:46,788
กระดาษแผ่นที่ 4 เข้าไปในมือครู เวลา

2082
02:18:47,740 --> 02:18:50,788
คือ กระดาษแผ่นที่เราใส่ไปล่าสุดนะคะ

2083
02:18:51,741 --> 02:18:54,789
เ

2084
02:18:55,742 --> 02:18:58,788
เราสามารถสรุปได้แบบนี้นะ ข้อมูลที่อยู่ใน Stack

2085
02:18:59,744 --> 02:19:03,744
สุดอก

2086
02:19:03,745 --> 02:19:03,747

2087
02:19:07,748 --> 02:19:07,751

2088
02:19:11,752 --> 02:19:11,756

2089
02:47:13,443 --> 02:47:16,446

2090
02:47:17,445 --> 02:47:20,445

2091
02:47:21,447 --> 02:47:24,447

2092
02:47:25,449 --> 02:47:25,451

2093
02:47:29,451 --> 02:47:29,455


