﻿1
00:00:03,962 --> 00:00:07,962

2
00:00:11,699 --> 00:00:11,699

3
00:00:11,699 --> 00:00:15,699

4
00:00:15,704 --> 00:00:19,698

5
00:00:19,698 --> 00:00:23,698

6
00:00:23,698 --> 00:00:27,698

7
00:00:27,699 --> 00:00:31,699

8
00:00:31,699 --> 00:00:35,699
(อาจารย์สุธาสินี) ทำไมเป็นอย่างนั้นล่ะ

9
00:00:35,725 --> 00:00:39,700
ได้ยินครูนะ คราวที่แล้ว

10
00:00:39,700 --> 00:00:43,699
นะคะ เราพูดถึงในเรื่องของ

11
00:00:43,699 --> 00:00:47,699
เหมือนล่ามไม่ได้ยินเลย อ๋อ ค่ะ

12
00:00:47,703 --> 00:00:51,703
คราวที่แล้วเราพูดถึงเรื่อง list นะคะ lis

13
00:00:51,711 --> 00:00:55,711
t ตัวนี้นะ แล้วเราก็ทำข้อสอบไปแล้วนะคะ

14
00:00:55,712 --> 00:00:59,700
เรื่อง ลิสต์

15
00:00:59,700 --> 00:01:03,699

16
00:01:03,699 --> 00:01:07,699

17
00:01:07,701 --> 00:01:11,701
ได้ไหมคะ

18
00:01:11,703 --> 00:01:15,698

19
00:01:15,698 --> 00:01:19,698
ได้ยินไหมคะ

20
00:01:19,698 --> 00:01:23,698
ยังไม่ได้ยิน

21
00:01:23,701 --> 00:01:27,701

22
00:01:27,706 --> 00:01:31,698

23
00:01:31,698 --> 00:01:35,698

24
00:01:35,699 --> 00:01:39,699

25
00:01:39,701 --> 00:01:43,699

26
00:01:43,699 --> 00:01:47,699

27
00:01:47,704 --> 00:01:51,704

28
00:01:51,705 --> 00:01:55,703
คราวที่แล้วนะคะ เราพูดถึงเรื่อง สิสต์ ทุกคน

29
00:01:55,703 --> 00:01:59,703
จำได้นะคะ อันนี้คือลิสต์นะ ที่ครูยกตัวอย่างมาให้

30
00:01:59,715 --> 00:02:03,706
ลิสต์ตัวนี้มีขนาดเท่าไหร่

31
00:02:03,706 --> 00:02:07,706
มีขนาดเท่าไหร่ ขนาด คือ

32
00:02:07,709 --> 00:02:11,702
มีจำนวนเท่าไหร่ มี 5 คนอื่นมีเท่าไหร่คะ

33
00:02:11,702 --> 00:02:15,700
5 โอเค 5 นะคะ

34
00:02:15,700 --> 00:02:19,700
ลิสต์ที่เราเห็นในหน้าจอตรงนี้

35
00:02:19,702 --> 00:02:23,702
จะมีอยู่ 5 ตัวถูกไหมคะ มีข้อมูลอยู่ 5 ตัว

36
00:02:23,702 --> 00:02:27,701
มี 1 มี 2 มี 3 มี 4

37
00:02:27,701 --> 00:02:31,701
แล้วก็มี 5 มีทั้งหมด 5 ตัวนะคะ คราวนี้

38
00:02:31,702 --> 00:02:35,702
เรารู้ได้อย่างไรว่ามันคือลิสต์ เห็น

39
00:02:35,706 --> 00:02:39,700
ก้ามปูเปิด-ก้ามปูปิดไหมคะ ตัวนี้

40
00:02:39,700 --> 00:02:43,700
เป็นสัญลักษณ์ที่บอกว่า การเก็บข้อมูลลักษณะ

41
00:02:43,703 --> 00:02:47,703
แบบนี้มีชื่อเรียกว่า "ลิสต์" นะคะ

42
00:02:47,708 --> 00:02:51,702
จะเก็บค่าของข้อมูล

43
00:02:51,702 --> 00:02:55,702
ในลิสต์ index

44
00:02:55,702 --> 00:02:59,702
ก็คือหมายเลขถูกไหมคะ คือ หมายเลขของข้อมูล

45
00:02:59,722 --> 00:03:03,703
นี่ เราเริ่มต้นที่หมายเลขอะไรเอ่ย

46
00:03:03,703 --> 00:03:07,702
พอเราวาดเป็นช่องใช่ไหมคะ

47
00:03:07,702 --> 00:03:11,701
ในลิสต์นี่ ถ้าเราลองวาด

48
00:03:11,701 --> 00:03:15,701
การจัดเก็บนะ ก็จะเป็น 1

49
00:03:15,717 --> 00:03:19,700

50
00:03:19,700 --> 00:03:23,700
แล้วก็จะเก็บข้อมูลลงไปในช่องแบบนี้

51
00:03:23,703 --> 00:03:27,701
นะคะ หมายเลขช่องหรือว่า

52
00:03:27,701 --> 00:03:31,701
Index ตัวแรก เราจะเริ่มต้นที่เท่าไหร่คะ ตรงไหน

53
00:03:31,704 --> 00:03:35,704
ตรงนี้ index เราจะเริ่มที่เราไรเอ่ย

54
00:03:35,705 --> 00:03:39,701
0 นะ ใช่ไหมคะ

55
00:03:39,701 --> 00:03:43,701
1 2 3 แล้วก็ 4

56
00:03:43,703 --> 00:03:47,703
ก็คือหมายเลขช่อง ถ้าเราวาดรูป

57
00:03:47,706 --> 00:03:51,706
เป็นรูปสี่เหลี่ยม ในการจัดเก็บข้อมูล แล้วเวลาครูเข้าถึง

58
00:03:51,711 --> 00:03:55,701
ข้อมูลที่อยู่ในลิสต์ ตอนนี้

59
00:03:55,701 --> 00:03:59,701
ครูตั้งชื่อลิสต์ตัวนี้มีชื่อว่า x

60
00:03:59,703 --> 00:04:03,703
x index 3

61
00:04:03,703 --> 00:04:07,700
ตอบเท่ากับเท่าไหร่เอ่ย index

62
00:04:07,700 --> 00:04:11,700
เป็น 3 ตัวนี้ตอบ 4 ใช่

63
00:04:11,701 --> 00:04:15,701
ตรงนี้ต้องตอบว่า 4 นะคะ ทุกคนจำได้นะ

64
00:04:15,704 --> 00:04:19,704
แล้วถ้า x

65
00:04:19,704 --> 00:04:23,704
เราต้องการหลาย ๆ ค่า 2 จนถึง 4

66
00:04:23,708 --> 00:04:27,700
จะตอบเท่ากับเท่าไหร่คะ

67
00:04:27,700 --> 00:04:31,700
3 กับ...

68
00:04:31,700 --> 00:04:35,700
3 กับอะไรเอ่ย 4 ใช่ไหม

69
00:04:35,700 --> 00:04:39,700
คือ 3 กับ 4 นะ มันเริ่มต้นที่ 2 ใช่ไหมคะ ก็คือ

70
00:04:39,707 --> 00:04:43,707
เริ่ม

71
00:04:43,725 --> 00:04:47,709
ทีตัวนี้ ถึง 4 แล้วก็ลดลงมา 1 ช่อง ก็จะได้ข้อมูลตัวนี้

72
00:04:47,709 --> 00:04:51,700
ก็คือ 3 กับ 4

73
00:04:51,700 --> 00:04:55,700
คราวนี้ แล้วเราเอาลิสต์

74
00:04:55,703 --> 00:04:59,702
มาทำอะไรนะคะ เราเก็บข้อมูล

75
00:04:59,702 --> 00:05:03,702
ที่อยู่ในรูปแบบลิสต์ แล้วเราเอามาใช้ทำอะไรนะคะ

76
00:05:03,708 --> 00:05:07,708
วันนี้เราจะพูดถึงโครงสร้างอีกแบบหนึ่ง

77
00:05:07,721 --> 00:05:11,701
ที่มีชื่อว่า stack นะ

78
00:05:11,701 --> 00:05:15,701
stack นะคะ stack ตัวนี้

79
00:05:15,711 --> 00:05:19,704
จะใช้วิธีการเก็บข้อมูลแบบลิสต์

80
00:05:19,704 --> 00:05:23,704
นะคะ แล้วลักษณะแบบไหน

81
00:05:23,707 --> 00:05:27,705
ที่เราจะเรียกว่า "stack" นะคะ ดูด้วยกัน

82
00:05:27,705 --> 00:05:31,701
เขาบอกว่า Stack

83
00:05:31,701 --> 00:05:35,701
ก็คือการที่เราใส่ข้อมูลเข้าไป แล้วก็ดึงออกมา

84
00:05:35,703 --> 00:05:39,701
นะคะ แล้วข้อมูล

85
00:05:39,701 --> 00:05:43,701
ที่ถูกใส่เข้าไปใน Stack ก่อน จะถูก

86
00:05:43,701 --> 00:05:47,701
เอาออกมาใช้ทีหลัง อันนี้ คือ

87
00:05:47,702 --> 00:05:51,702
วิธีการเก็บข้อมูลแบบ stack หรือที่เรียกสั้น ๆ ว่า

88
00:05:51,710 --> 00:05:55,701
"เข้าทีหลังออกก่อน

89
00:05:55,701 --> 00:05:59,701
" "เข้าก่อนออกทีหลัง" ความหมายเหมือนกัน

90
00:05:59,705 --> 00:06:03,703

91
00:06:03,703 --> 00:06:07,703
ยกตัวอย่างเช่น ทุกคนเคย

92
00:06:07,703 --> 00:06:11,703
ไปที่ร้านก๋วยเตี๋ยวไหมคะ ทุกคนเคยไปร้านก๋วยเตี๋ยวนะ

93
00:06:11,707 --> 00:06:15,704
แล้วเห็นถ้วยก๋วยเตี๋ยว ก่อนที่เขาจะ

94
00:06:15,704 --> 00:06:19,704
เอามาใส่เส้น ใส่เครื่องปรุง ใส่หมูให้เรา

95
00:06:19,704 --> 00:06:23,704
ชามก๋วยเตี๋ยวมันเรียงขึ้นไปแบบนี้

96
00:06:23,705 --> 00:06:27,705
ใช่ไหมคะ เวลาแม่ค้าเขาจะเอาชามก๋วยเตี๋ยวมาใส่ให้เรา

97
00:06:27,710 --> 00:06:31,704
เขาจะเอาชามที่อยู่

98
00:06:31,704 --> 00:06:35,703
ข้างบน หรือชามที่อยู่ข้างล่าง

99
00:06:35,703 --> 00:06:39,701
เอาชามข้างบนหรือข้างล่างคะ

100
00:06:39,701 --> 00:06:43,701
เขาเอาข้างบนมาทำให้เรา

101
00:06:43,702 --> 00:06:47,702
แล้วเวลาเขาล้างจานเสร็จแล้วนี่ เวลาเขาเอามาวางซ้อนนี่ เอา

102
00:06:47,704 --> 00:06:51,704
ซ้อนข้างล่างหรือซ้อนข้างบน ซ้อนข้างบน

103
00:06:51,706 --> 00:06:55,706
ใช่ไหมคะ เพราะฉะนั้น จานที่

104
00:06:55,714 --> 00:06:59,703
อยู่บนสุดจะถูกเอาออกมาใช้ก่อน

105
00:06:59,703 --> 00:07:03,703
และจานที่อยู่บนสุดนะคะ จะถูก

106
00:07:03,704 --> 00:07:07,704
เอาเข้ามาเก็บทีหลัง อันนี้คือรูปแบบ

107
00:07:07,722 --> 00:07:11,706
ของ Stack เช่น นะคะ เช่น ๆ

108
00:07:11,706 --> 00:07:15,706
สมมติ ครูมีกระดาษ 1 แผ่นนะ

109
00:07:15,708 --> 00:07:19,701
ครูมีกระดาษอยู่ 1 แผ่น ทุกคนดูนะคะ

110
00:07:19,701 --> 00:07:23,701
ครูจะใส่กระดาษแผ่นที่ 2

111
00:07:23,705 --> 00:07:27,705
เห็นไหมคะ ครูซ้อนกระดาษแผ่นที่ 2 อยู่ข้างบน

112
00:07:27,708 --> 00:07:31,702
นะ ครูใส่ ครูใส่กระดาษ

113
00:07:31,702 --> 00:07:35,702
แผ่นที่ 3 เข้าไปนะคะ แล้วครูก็ใส่

114
00:07:35,710 --> 00:07:39,707
กระดาษแผ่นที่ 4 เข้าไปในมือครู เวลา

115
00:07:39,707 --> 00:07:43,704
ครูจะเอาออกมาใช้ ครูจะเอาตัวล่างสุดหรือตัวบนสุดออกไปใช้

116
00:07:43,704 --> 00:07:47,704
ตัวบนสุด ถูกไหมคะ

117
00:07:47,706 --> 00:07:51,706
ครูไม่พยายามจะดึงตัวล่างสุดออกมานะคะ แต่ครูจะหยิบตัวบน

118
00:07:51,714 --> 00:07:55,702
สุดอกไปใช้ ซึ่งตัวบนสุดนี่

119
00:07:55,702 --> 00:07:59,702
คือ กระดาษแผ่นที่เราใส่ไปล่าสุดนะคะ

120
00:07:59,702 --> 00:08:03,700

121
00:08:03,700 --> 00:08:07,700
เราสามารถสรุปได้แบบนี้นะ ข้อมูลที่เข้ามาใน  Stack

122
00:08:07,708 --> 00:08:11,705
ตัวแรกจะอยู่ด้านล่างสุด

123
00:08:11,705 --> 00:08:15,705
ข้อมูลที่หย่อนลงไปใน Stack ตัวแรก จะอยู่ด้านล่างสุดเลย

124
00:08:15,725 --> 00:08:19,706
นะคะ ตัวถัดไปก็จะซ้อนขึ้นมา

125
00:08:19,706 --> 00:08:23,704
เรื่อย ๆ ข้อมูลที่

126
00:08:23,704 --> 00:08:27,704
เข้าไปใน Stack เป็นตัวสุดท้าย

127
00:08:27,704 --> 00:08:31,704
จะอยู่บนสุดนะคะ  แล้วเวลา

128
00:08:31,719 --> 00:08:35,706
เราเอาข้อมูลใน Stack ออกมาใช้งาน

129
00:08:35,706 --> 00:08:39,704
ข้อมูลที่เข้าไปเป็นตัวล่าสุด

130
00:08:39,704 --> 00:08:43,701
หรือตัวลำดับสุดท้าย   จะถูก

131
00:08:43,701 --> 00:08:47,701
ดึงออกมาใช้งานก่อน ตัวไหน

132
00:08:47,702 --> 00:08:51,702
ที่เข้าไปตัวแรกจะถูกเอามาใช้งาน

133
00:08:51,702 --> 00:08:55,702
เป็นตัวสุดท้ายนะคะ เพราะมันอยู่ล่างสุด

134
00:08:55,703 --> 00:08:59,703
เวลาดึงออกมาใช้ มันก็ใช้ยาก เราต้องใช้ตัวบน ค่อย ๆ ดึงตัวบน

135
00:08:59,718 --> 00:09:03,704
ออกไปก่อน

136
00:09:03,704 --> 00:09:07,704
คราวนี้เวลาเราเอาข้อมูลใส่ใน Stack

137
00:09:07,712 --> 00:09:11,709
เราพูดถึง Stack ก็เหมือนภาชนะนะ ตอนนี้ ทุกดคนมอง Stack

138
00:09:11,709 --> 00:09:15,705
เป็นช่องแบบนี้ เป็นช่องสี่เหลี่ย

139
00:09:15,705 --> 00:09:19,704
ม เป็นช่องในแนวตั้ง ถ้าเราพูดถึง Stack นะ

140
00:09:19,704 --> 00:09:23,704
ดูรูปนี้ก่อน อย่างนี้ มันจะอยู่ในแนวนอนหรือแนวตั้งก็ได้

141
00:09:23,717 --> 00:09:27,717
มันจะอยู่ในแนวนอนหรือแนวตั้งก็ได้

142
00:09:27,726 --> 00:09:31,704
ถ้าพูดถึง Stack ก็คือเป็นชั้น เป็นชั้น

143
00:09:31,704 --> 00:09:35,704
เลื่อนขึ้นไปเรื่อย ๆ นะคะ ใน Stack

144
00:09:35,704 --> 00:09:39,704
เราทำอะไรได้บ้าง เราใส่ข้อมูลลงไป

145
00:09:39,709 --> 00:09:43,704
เราดึงข้อมูลออกมา คราวนี้

146
00:09:43,704 --> 00:09:47,702
stack ถ้ามันไม่มีข้อมูลอะไรเลย

147
00:09:47,702 --> 00:09:51,702
เราเรียกว่า "Stack ว่าง" คือ มันมีค่าว่าง ๆ

148
00:09:51,705 --> 00:09:55,701
ไม่มีตัวเลข ไม่มีตัวอักษรอะไรเลยนะ อันนี้

149
00:09:55,701 --> 00:09:59,701
คือ Stack ว่าง

150
00:09:59,709 --> 00:10:03,701
ถ้าเราจะใส่ข้อมูลลงไปใน Stack

151
00:10:03,701 --> 00:10:07,701
เราจะมีคำสั่งที่ชื่อว่า Push

152
00:10:07,701 --> 00:10:11,701
คือ คำสั่งตัวนี้นะคะ

153
00:10:11,702 --> 00:10:15,702
คำสั่ง Push ก็คือใส่

154
00:10:15,702 --> 00:10:19,702
ข้อมูลลงไปใน Stack ถ้าต้องการเอา

155
00:10:19,703 --> 00:10:23,703
ข้อมูลออกจาก Stack เราใช้คำสั่ง Pop นะคะ

156
00:10:23,708 --> 00:10:27,705
มีอยู่ 2 ตัว ที่ทุกคนต้องรู้จัก

157
00:10:27,705 --> 00:10:31,702
เมื่อพูดถึง Stack คือ Push กับ Pop

158
00:10:31,702 --> 00:10:35,702
Push คือใส่ ถูกไหม เอาข้อมูลเข้าไปเก็บ ก็คือเอ

159
00:10:35,710 --> 00:10:39,703
าส่วน Pop ก็คือเอาออกนะคะ Pop คือ เอาออก

160
00:10:39,703 --> 00:10:43,701

161
00:10:43,701 --> 00:10:47,701
คราวนี้มาดูตัวอย่างนะคะ มีแต่ Push กับ Pop

162
00:10:47,726 --> 00:10:51,702
2 ตัว เราเริ่มต้น Stack ไม่มีอะไรเลย

163
00:10:51,702 --> 00:10:55,702
เป็นค่าว่าง ๆ ถูกไหมคะ เป็น Stack ว่าง

164
00:10:55,706 --> 00:10:59,706
ครูบอกว่าครู Push

165
00:10:59,708 --> 00:11:03,706
คำสั่ง Push Push ค่าอะไร ค่า a เมื่อไรก็ตาม

166
00:11:03,706 --> 00:11:07,704
ที่ใช้คำสั่ง Push ต้องบอกด้วยว่า

167
00:11:07,704 --> 00:11:11,704
จะใส่ค่าอะไรด้วยนะคะ

168
00:11:11,708 --> 00:11:15,704
เรา Push ค่า a ลงไป

169
00:11:15,704 --> 00:11:19,704
เห็นไหม มันก็อยู่ด้านล่างสุดนะคะ ถัดมา

170
00:11:19,706 --> 00:11:23,703
ถ้าครูใส่คำสั่ง

171
00:11:23,703 --> 00:11:27,703
ตัวบนก่อน Push b ก็ใส่ b ลงมา เห็นไหมคะ

172
00:11:27,704 --> 00:11:31,704
ถัดจาก a ก็คือ b Push c

173
00:11:31,717 --> 00:11:35,703
ก็อยู่ถัดขึ้นไป และ Push (D) อยู่

174
00:11:35,703 --> 00:11:39,703
บนสุดนะคะ เรียงตรามลำดับของการ

175
00:11:39,722 --> 00:11:43,706
ใส่ข้อมูลเข้าไป

176
00:11:43,706 --> 00:11:47,706
คราวนี้อยากจะเอาออกบ้าง

177
00:11:47,714 --> 00:11:51,704
เอาข้อมูลออกจาก Stack ไปใช้งาน จะใช้คำสั่ง Pop

178
00:11:51,704 --> 00:11:55,702
Pop นะ Pop

179
00:11:55,702 --> 00:11:59,702
แล้วตามด้วยวงเล็บเปิด วงเล็บปิด ไม่ต้องใส่ค่าอะไร

180
00:11:59,708 --> 00:12:03,708
เพราะเราจะไปดึงค่าที่อยู่ใน Stack ออกมา

181
00:12:10,902 --> 00:12:07,587

182
00:12:03,706 --> 00:12:07,706

183
00:12:07,715 --> 00:12:11,703
เราสั่งคำสั่ง Pop เราเอาข้อมูล

184
00:12:11,703 --> 00:12:15,703
บนสุดนะคะ Pop ให้เอาข้อมูลบนสุด

185
00:12:15,707 --> 00:12:19,705
ที่อยู่ใน Stack ดึงออกมา

186
00:12:19,705 --> 00:12:23,705
เพราะฉะนั้น เดิมเป็นแบบนี้ ถูกไหม

187
00:12:23,705 --> 00:12:27,705
ครูใช้คำสั่ง Pop อะไรออกมาเอ่ย

188
00:12:27,706 --> 00:12:31,706
ตัว D Dog จะออกมา เพราะว่า D Dog

189
00:12:31,713 --> 00:12:35,712
อยู่บนสุดนะคะ

190
00:12:35,712 --> 00:12:39,712
ถัดมา

191
00:12:39,722 --> 00:12:43,704
ครู Push Push คือ ใส่เข้าไป

192
00:12:43,704 --> 00:12:47,704
ไม่มี D Dog แล้วนะ ครู Push e เห็นไหมคะ เวลา Push

193
00:12:47,716 --> 00:12:51,705
ต้องบอกด้วย ว่าเราใส่ค่าอะไร

194
00:12:51,705 --> 00:12:55,705
แล้วก็ใส่ตัว e วงเล็บปิด ครู Push ค่า e ลงไป

195
00:12:55,708 --> 00:12:59,708
E จะอยู่ด้านบน C เสร็จแล้ว Push

196
00:12:59,711 --> 00:13:03,706
อีกครั้งหนึ่ง f ก็จะอยู่บนสุดนะคะ

197
00:13:03,706 --> 00:13:07,705
ถัดมา ครู Pop

198
00:13:07,705 --> 00:13:11,705
Pop คือ เอาออก เอาอะไรออก ก็บนสุด คืออะไรคะ

199
00:13:11,713 --> 00:13:15,704
เอา F ออก เพราะฉะนั้น ข้อมูล

200
00:13:15,704 --> 00:13:19,704
จะเหลืออยู่ 4 ตัว ก็คือ a, b, c แล้วก็ e

201
00:13:19,704 --> 00:13:23,703

202
00:13:23,703 --> 00:13:27,703
โอเค ถัดมา

203
00:13:27,731 --> 00:13:31,730
เราแทน Stack ด้วยอะไร

204
00:13:31,730 --> 00:13:35,718
นะคะ อย่างที่ครูบอกว่าลิสต์

205
00:13:35,718 --> 00:13:39,705
จะถูกเอามาใช้แทนนะคะ การจัดเก็บข้อมูล

206
00:13:39,705 --> 00:13:43,705
ใน Stack เราพูดถึง Stack แล้วมันเก็บแบบไหน เราก็ใช้ลิสต์

207
00:13:43,707 --> 00:13:47,704
นั่นล่ะในการเก็บข้อมูล

208
00:13:47,704 --> 00:13:51,704
ลิสต์นะคะ เราสามารถวาดเป็นแนวตั้งหรือแนวนอน

209
00:13:51,706 --> 00:13:55,704
ก็ได้นะ สามารถวาดเป็นแนว

210
00:13:55,704 --> 00:13:59,703
ตั้งหรือแนวนอนก็ได้ ข้อมูลที่ใส่เข้ามาตัวแรกนะคะ

211
00:13:59,703 --> 00:14:03,703
จะอยู่ที่ index 0 ก็คือข้อมูลตัวแรก

212
00:14:03,710 --> 00:14:07,710
ไล่ไปเรื่อย ๆ จนถึงข้อมูลตัวสุดท้าย

213
00:14:07,717 --> 00:14:11,702

214
00:14:11,702 --> 00:14:15,702
Stack ที่ครูให้มานี่ ที่เก็บอยู่

215
00:14:15,702 --> 00:14:19,702
ในรูปแบบที่เป็นลิสต์นี่

216
00:14:19,716 --> 00:14:23,716
มันมีช่องว่าไหมคะ มันมีที่ว่างให้ใส่ได้อีกไหม Stack รูปนี้

217
00:14:23,720 --> 00:14:27,705
มีอยู่ 4 ช่องด้วยกัน ทุกช่องมีค่าไหมคะ

218
00:14:27,705 --> 00:14:31,703
ทุกช่องมีค่านะ

219
00:14:31,703 --> 00:14:35,702
มันเต็มหรือยังคะ

220
00:14:35,702 --> 00:14:39,702
มันมีที่ว่างให้ใส่ไหมคะ มันมีที่ว่างให้ใส่อีกไหมึะ ไม่มีแล้ว

221
00:14:39,706 --> 00:14:43,706
อย่างนี้เรียกว่า Stack เต็มแล้ว

222
00:14:43,712 --> 00:14:47,707
นะคะ คือ ไม่มีช่องว่างให้เราใส่ข้อมูลตัวใหม่ได้แล้ว

223
00:14:47,707 --> 00:14:51,707
นะคะ อย่างนี้ เรียกว่า "Stack มันเต็มแล้

224
00:14:51,717 --> 00:14:55,708

225
00:14:55,708 --> 00:14:59,703

226
00:14:59,703 --> 00:15:03,703
ว" คราวนี้ เรามี 2 คำสั่ง

227
00:15:03,703 --> 00:15:07,703
ที่พูดถึงนะ Push กับ Pop

228
00:15:07,711 --> 00:15:11,707
นะคะ Push ก็คือใส่ข้อมูลลงไปใน Stack

229
00:15:11,707 --> 00:15:15,704
เช่น ครูมี Stack

230
00:15:15,704 --> 00:15:19,704
อย่างนี้ใช่ไหม มันมีที่ว่างให้ครูใส่ข้อมูลได้ไหมคะ มีนะ มันมี

231
00:15:19,714 --> 00:15:23,713
ที่ว่างให้ครูใส่ข้อมูลได้นะคะ ครู

232
00:15:23,713 --> 00:15:27,708
ก็เลยสั่งคำสั่ง Push 3 ก็คือเอาข้อมูล 3 นี่

233
00:15:27,708 --> 00:15:31,704
ไปหย่อนลงใน Stack มันจะเอามาใส่ช่องนี้

234
00:15:31,704 --> 00:15:35,704
ช่องที่ 1 หรือช่องที่ 2 ค่ะ ช่องที่ 1

235
00:15:35,707 --> 00:15:39,707
ถูกไหม ก็ไล่ลำดับลงมาเรื่อย ๆ

236
00:15:39,713 --> 00:15:43,707
มันอยู่ช่องนี้แล้ว ข้อมูลล่าสุดอยู่ช่องนี้

237
00:15:43,707 --> 00:15:47,704
เพราะฉะนั้น เวลาเราหย่อนลงไป มันก็ไหลลงไปจนถึงตัวสุดท้าย

238
00:15:47,704 --> 00:15:51,704
ที่มันสามารถจะใส่ได้ ก็คือในช่องตรงนี้ ก็คือจะเอา 3

239
00:15:51,706 --> 00:15:55,703
มาใส่

240
00:15:55,703 --> 00:15:59,703
แล้วเราใส่ด้วยคำสั่งอะไร

241
00:15:59,712 --> 00:16:03,704
เราใช้ List นะคะ

242
00:16:03,704 --> 00:16:07,704
ในการจัดเก็บข้อมูล เราใช้ลิสต์ในการจัดเก็บข้อมูล

243
00:16:07,720 --> 00:16:11,710
เพราะฉะนั้น คำสั่งของการ

244
00:16:11,710 --> 00:16:15,705
เพิ่มข้อมูลลงไปใน Stack ก็คือใช้คำสั่ง

245
00:16:15,705 --> 00:16:19,705
Append ได้เลย เพราะ Append

246
00:16:19,711 --> 00:16:23,704
เป็นคำสั่งของการเพิ่มข้อมูลลงไป

247
00:16:23,704 --> 00:16:27,704
ในลิสต์นะคะ ใส่ชื่อ .

248
00:16:27,706 --> 00:16:31,706
แล้วตามด้วยคำสั่ง Append

249
00:16:31,707 --> 00:16:35,707
วงเล็บเปิด ใส่ค่าข้อมูลตัวใหม่ แล้วก็วงเล็บปิด

250
00:16:35,708 --> 00:16:39,708
ถัดมา

251
00:16:39,714 --> 00:16:43,703
Pop

252
00:16:43,703 --> 00:16:47,703
คือ เอาออกนะคะ คือ Pop คือ เอาออก

253
00:16:47,708 --> 00:16:51,708
ก่อนที่เราจะเอาข้อมูลออก

254
00:16:51,714 --> 00:16:55,706
นี่ เราต้องเช็กก่อนว่า Stack เรา

255
00:16:55,706 --> 00:16:59,706
นี่มีข้อมูลอยู่ไหม ถ้า Stack

256
00:16:59,713 --> 00:17:03,713
มันไม่มีข้อมูลอยู่เลย เราจะเอาอะไรออกมาได้ไหม ไม่ได้

257
00:17:03,721 --> 00:17:07,710
นะคะ เพราะมันไม่มีข้อมูลอะไรให้เราดึงออกมา

258
00:17:07,710 --> 00:17:11,708
เพราะฉะนั้น อันดับแรกนี่ เราต้องเช็กก่อน

259
00:17:11,708 --> 00:17:15,708
มันมีข้อมูลอยู่ไหมนะคะ มันมีข้อมูลอยู่ไหม

260
00:17:15,708 --> 00:17:19,708
ถ้ามันไม่มีข้อมูลอยู่เลย เราจะบอกว่า

261
00:17:19,718 --> 00:17:23,718
มันคือ Stack ว่าง เราจะไม่สามารถทำคำสั่ง Pop

262
00:17:23,718 --> 00:17:27,705
ได้นะคะ แต่ถ้า

263
00:17:27,705 --> 00:17:31,705
Stack ไม่ว่าง เช่น

264
00:17:31,708 --> 00:17:35,706
ในบรรทัดแถวที่ 2 Stack ไม่ว่างนะ มันมีข้อมูลอยู่ตั้ง 3 ตัว

265
00:17:35,706 --> 00:17:39,704
เราใช้คำสั่ง Pop

266
00:17:39,704 --> 00:17:43,704
ข้อมูลอะไรจะถูกดึงออกมา มีอยู่ 3 ค่านี่

267
00:17:43,705 --> 00:17:47,705
ข้อมูลที่จะเอาออกมาจาก Stack

268
00:17:47,707 --> 00:17:51,705
ก็คือข้อมูลค่าอะไรเอ่ย

269
00:17:51,705 --> 00:17:55,704
อะไรคะ 1 หรือ 2

270
00:17:55,704 --> 00:17:59,704
หรือ 3 3 ใช่ไหม

271
00:17:59,704 --> 00:18:03,704
เอาตัวที่อยู่บนสุด

272
00:18:03,709 --> 00:18:07,709
ตัวล่าสุดน่ะ ตัวล่าสุดถูกไหมคะ ถ้าอยู่ในแนวนอนตัวล่าสุดจะอยู่

273
00:18:07,712 --> 00:18:11,705
ด้านขวา

274
00:18:11,705 --> 00:18:15,705
ถ้าเป็นแนวตั้งตัวล่าสุดจะอยู่ข้างบน ใช่ไหมคะ ก็คือ

275
00:18:15,714 --> 00:18:19,707
เลข 3 จะถูก

276
00:18:19,707 --> 00:18:23,707
ดึงออกมานะคะ หลังจากที่เราใช้คำสั่ง Pop

277
00:18:30,120 --> 00:18:26,699

278
00:18:23,709 --> 00:18:27,709

279
00:18:27,724 --> 00:18:31,708
โอเค

280
00:18:31,708 --> 00:18:35,705
ถัดมาตัวนี้จะเป็นคำสั่ง

281
00:18:35,705 --> 00:18:39,705
ที่เราใช้เขียน เช่น

282
00:18:39,708 --> 00:18:43,708
เราจะเช็กว่า Stack นั้นเป็น Stack ว่าง

283
00:18:43,713 --> 00:18:47,708
หรือเปล่า เราก็ดูขนาดของ Stack ใช่ไหมคะ

284
00:18:47,708 --> 00:18:51,708
หาขนาดของ Stack ว่ามันมีขนาด

285
00:18:51,708 --> 00:18:55,708
เท่าไหร่ ถ้าขนาดมันมีค่าเป็น 0

286
00:18:55,713 --> 00:18:59,713
แสดงว่ามันเป็น Stack ว่าง คือ ไม่มีข้อมูลอยู่เลย

287
00:18:59,720 --> 00:19:03,704
ก็ไม่ต้องทำอะไรใช่ไหมคะ แต่ถ้า

288
00:19:03,704 --> 00:19:07,704
มันไม่ใช่ Stack ว่าง เราก็

289
00:19:07,715 --> 00:19:11,708
จะดึงค่าที่อยู่บนสุดออกมา

290
00:19:11,708 --> 00:19:15,708
คราวนี้

291
00:19:15,716 --> 00:19:19,716
อันนี้จะเป็นโค้ด เป็นโปรแกรมที่เราจะเขียนทั้งหมด

292
00:19:19,716 --> 00:19:23,705
เดี๋ยวครูบอกอีกทีข้างหลัง

293
00:19:23,705 --> 00:19:27,705
นะคะ สมมติว่า

294
00:19:27,712 --> 00:19:31,712

295
00:19:31,715 --> 00:19:35,704

296
00:19:35,704 --> 00:19:39,704

297
00:19:39,714 --> 00:19:43,705
ครูอยาก...

298
00:19:43,705 --> 00:19:47,704

299
00:19:47,704 --> 00:19:51,704

300
00:19:51,704 --> 00:19:55,704

301
00:19:55,705 --> 00:19:59,704

302
00:19:59,704 --> 00:20:03,704

303
00:20:03,704 --> 00:20:07,704

304
00:20:07,708 --> 00:20:11,708

305
00:20:11,709 --> 00:20:15,709

306
00:20:15,718 --> 00:20:19,705

307
00:20:19,705 --> 00:20:23,704

308
00:20:23,704 --> 00:20:27,704

309
00:20:27,705 --> 00:20:31,705

310
00:20:31,705 --> 00:20:35,705

311
00:20:35,706 --> 00:20:39,705

312
00:20:39,705 --> 00:20:43,705
คราวนี้ดูนะคะ

313
00:20:43,705 --> 00:20:47,705
ครูมี Stack มาให้ Stack ครูมีกี่ช่องคะ

314
00:20:47,715 --> 00:20:51,708
มี 4 ช่อง ในแนวตั้งถูก

315
00:20:51,708 --> 00:20:55,708
ไหม เป็น Stack ในแนวตั้ง มี 4 ช่องนะคะ

316
00:20:55,712 --> 00:20:59,708
ตัวแรก ตัวแรกน่ะ จะอยู่

317
00:20:59,708 --> 00:21:03,708
ด้านฐาน จะอยู่ด้านล่างสุดนะ เวลาเราหย่อนข้อมูลลงไป ตัวแรก

318
00:21:03,715 --> 00:21:07,714
จะลงมาอยู่ช่องล่างสุด แล้วค่อยขยับขึ้นไปช่องถัดไป

319
00:21:07,714 --> 00:21:11,710
ถัดไปนะคะ จะซ้อนขึ้นไปข้างบนนะ ถ้าเป็น Stack ในแนวตั้ง

320
00:21:11,710 --> 00:21:15,704
คำสั่ง

321
00:21:15,704 --> 00:21:19,704
อย่างที่บอกเรามีแค่ 2 คำสั่งนะ มีแค่ Push กับ Pop

322
00:21:19,713 --> 00:21:23,705
ใช่ไหมคะ Push

323
00:21:23,705 --> 00:21:27,705
ใส่ข้อมูล

324
00:21:27,714 --> 00:21:31,705
กับ Pop

325
00:21:31,705 --> 00:21:35,705
เอาข้อมูลออก คือ ใส่กับเอาออก

326
00:21:35,711 --> 00:21:39,710
นะคะ คราวนี้ดู

327
00:21:39,710 --> 00:21:43,710
Push 5 เห็นไหมคะ ครูใส่หมายเลขช่องก่อนนะ

328
00:21:43,716 --> 00:21:47,710
อันนี้เป็นหมายเลข 1, 0, 1, 2, 3

329
00:21:47,710 --> 00:21:51,709
เราจะได้เข้าใจตรงกัน โอเค

330
00:21:51,709 --> 00:21:55,709
นะคะ มีหลายเลขช่องแล้วนะ เริ่มที่ 0 1 2 3

331
00:21:55,721 --> 00:21:59,708
ครูสั่ง Push 5 5 จะ

332
00:21:59,708 --> 00:22:03,706
ไปอยู่ที่ช่องไหน ช่องไหนเอ่ย

333
00:22:03,706 --> 00:22:07,706
ช่องหมายเลขอะไร ครูหย่อน 5

334
00:22:07,707 --> 00:22:11,707
ลงไปมันก็จะไหลลงมา มาอยู่ที่ช่องไหนคะ

335
00:22:11,710 --> 00:22:15,706
ช่อง 0 เห็นไหม พอครูหย่อน 5 มันก็ไหลลงมา

336
00:22:15,706 --> 00:22:19,706
ไหลลงมาเรื่อย ๆ จนมาอยู่ที่

337
00:22:19,707 --> 00:22:23,707
ช่อง 0 เสร็จแล้วครูสั่งคำสั่ง Push

338
00:22:23,710 --> 00:22:27,709
10 เดิมมันมี 5 อยู่แล้วนะ

339
00:22:27,709 --> 00:22:31,709
แล้วครูสั่ง Push 10 เพราะฉะนั้น 10 จะมาอยู่ที่ไหนคะ

340
00:22:31,712 --> 00:22:35,706
10 จะมาอยู่ที่

341
00:22:35,706 --> 00:22:39,706
1 ถูกไหมคะ ก็หย่อน 10 ลงมานะ

342
00:22:39,719 --> 00:22:43,707
ถัดมา เดิม

343
00:22:43,707 --> 00:22:47,707
เดิม มี 5 กับ 10 แล้ว ครูเขียนเรียบร้อยก่อน

344
00:22:47,714 --> 00:22:51,710
นะคะ ใส่ที่ช่อง 0 กับช่อง 1 ครู

345
00:22:51,710 --> 00:22:55,710
สั่ง Push 15 ไปอยู่ที่ช่องไหนคะ 2 ใช่ไหม

346
00:22:55,716 --> 00:22:59,706
พอ Push ข้อมูลลงไป

347
00:22:59,706 --> 00:23:03,706
นะคะ คราวนี้ จากรูปนี้ ครูสั่ง Pop

348
00:23:03,708 --> 00:23:07,708
เอาอะไรออกมา

349
00:23:07,709 --> 00:23:11,709
จากรูปนี้ พอครูสั่ง Pop ปุ๊บ เอาอะไรออกมาคะ

350
00:23:11,723 --> 00:23:15,711
เอาอะไรออกมาเอ่ย

351
00:23:15,711 --> 00:23:19,707
15 ใช่ไหม เอาตัวบนสุด

352
00:23:19,707 --> 00:23:23,705
เลือก

353
00:23:23,705 --> 00:23:27,705
เราเลือก

354
00:23:27,706 --> 00:23:31,706
ตัวบนสุดออกมาใช่ไหมคะ

355
00:23:31,707 --> 00:23:35,706
เพราะฉะนั้น 15 จะถูกดึง

356
00:23:35,706 --> 00:23:39,706
ออกมาข้างนอก เห็นไหมคะ

357
00:23:39,709 --> 00:23:43,707
เพราะฉะนั้น ใน Stack จะเหลือแค่ 10 กับ 5

358
00:23:43,707 --> 00:23:47,706
ครูสั่ง Pop อีกทีหนึ่ง

359
00:23:47,706 --> 00:23:51,706
เอาอะไรออกมาคะ เดิม

360
00:23:51,706 --> 00:23:55,705
มี 5 กับ 10

361
00:23:55,705 --> 00:23:59,705
คราวนี้เอาอะไรออกมา ครูสั่ง Pop ปุ๊บ อะไรออกมาคะ

362
00:23:59,715 --> 00:24:03,708
10 ออกมา เห็นไหม 10 ไม่เหลือแล้ว

363
00:24:03,708 --> 00:24:07,708
เพราะฉะนั้น ตอนนี้ ใน Stack เราเหลือกี่ค่าคะ

364
00:24:07,713 --> 00:24:11,706
ค่าเดียว คือ เลข 5

365
00:24:11,706 --> 00:24:15,706
จดตัวนี้ไว้ในกระดาษให้ครูหน่อย

366
00:24:15,706 --> 00:24:19,706

367
00:24:19,706 --> 00:24:23,706
เดี๋ยวครูจะให้ทำแบบฝึกหัด

368
00:24:23,706 --> 00:24:27,706
นะคะ

369
00:24:27,711 --> 00:24:31,705

370
00:24:31,705 --> 00:24:35,705

371
00:24:35,706 --> 00:24:39,706

372
00:24:39,707 --> 00:24:43,707

373
00:24:43,707 --> 00:24:47,706

374
00:24:47,706 --> 00:24:51,706

375
00:24:51,706 --> 00:24:55,706

376
00:24:55,706 --> 00:24:59,706

377
00:24:59,709 --> 00:25:03,705

378
00:25:03,705 --> 00:25:07,705

379
00:25:07,706 --> 00:25:11,706

380
00:25:11,706 --> 00:25:15,706

381
00:25:15,706 --> 00:25:19,706

382
00:25:19,706 --> 00:25:23,706

383
00:25:23,706 --> 00:25:27,706

384
00:25:27,707 --> 00:25:31,707
มีกระดาษไหมคะ มีใครไม่มีกระดาษไหม

385
00:25:31,713 --> 00:25:35,707
ครูมีกระดาษมาแจก มีไหมคะ

386
00:25:35,707 --> 00:25:39,707
มันจะมีเส้น

387
00:25:39,707 --> 00:25:43,706

388
00:25:43,706 --> 00:25:47,706

389
00:25:47,718 --> 00:25:51,706

390
00:25:51,706 --> 00:25:55,706

391
00:25:55,707 --> 00:25:59,707

392
00:25:59,707 --> 00:26:03,706

393
00:26:03,706 --> 00:26:07,706

394
00:26:07,706 --> 00:26:11,706

395
00:26:11,706 --> 00:26:15,706

396
00:26:15,706 --> 00:26:19,706

397
00:26:19,706 --> 00:26:23,706

398
00:26:23,706 --> 00:26:27,706

399
00:26:27,707 --> 00:26:31,707

400
00:26:31,708 --> 00:26:35,707

401
00:26:35,707 --> 00:26:39,706

402
00:26:39,706 --> 00:26:43,706

403
00:26:43,706 --> 00:26:47,706

404
00:26:47,713 --> 00:26:51,706

405
00:26:51,706 --> 00:26:55,706

406
00:26:55,706 --> 00:26:59,706

407
00:26:59,709 --> 00:27:03,706

408
00:27:03,706 --> 00:27:07,706

409
00:27:07,707 --> 00:27:11,706

410
00:27:11,706 --> 00:27:15,706

411
00:27:15,707 --> 00:27:19,707

412
00:27:19,707 --> 00:27:23,707

413
00:27:24,710 --> 00:27:28,710

414
00:27:28,724 --> 00:27:32,714

415
00:27:32,714 --> 00:27:36,709

416
00:27:36,709 --> 00:27:40,709

417
00:27:40,709 --> 00:27:44,706

418
00:27:44,706 --> 00:27:48,706

419
00:27:48,707 --> 00:27:52,707

420
00:27:52,711 --> 00:27:56,706

421
00:27:56,706 --> 00:28:00,706

422
00:28:00,719 --> 00:28:04,709

423
00:28:04,709 --> 00:28:08,708

424
00:28:08,708 --> 00:28:12,708

425
00:28:12,708 --> 00:28:16,708

426
00:28:16,711 --> 00:28:20,711

427
00:28:20,711 --> 00:28:24,707

428
00:28:24,707 --> 00:28:28,707

429
00:28:28,713 --> 00:28:32,711

430
00:28:32,711 --> 00:28:36,710

431
00:28:36,710 --> 00:28:40,707

432
00:28:40,707 --> 00:28:44,707

433
00:28:44,708 --> 00:28:48,708

434
00:28:48,709 --> 00:28:52,709

435
00:28:52,715 --> 00:28:56,709

436
00:28:56,709 --> 00:29:00,706

437
00:29:00,706 --> 00:29:04,706

438
00:29:04,706 --> 00:29:08,706

439
00:29:08,709 --> 00:29:12,707

440
00:29:12,707 --> 00:29:16,707

441
00:29:16,707 --> 00:29:20,707

442
00:29:20,709 --> 00:29:24,706

443
00:29:24,706 --> 00:29:28,706

444
00:29:28,710 --> 00:29:32,707

445
00:29:32,707 --> 00:29:36,707

446
00:29:36,708 --> 00:29:40,708

447
00:29:40,709 --> 00:29:44,708

448
00:29:44,708 --> 00:29:48,708

449
00:29:48,710 --> 00:29:52,707

450
00:29:52,707 --> 00:29:56,707

451
00:29:56,710 --> 00:30:00,708

452
00:30:00,708 --> 00:30:04,708

453
00:30:04,710 --> 00:30:08,707

454
00:30:08,707 --> 00:30:12,707

455
00:30:12,709 --> 00:30:16,709

456
00:30:16,711 --> 00:30:20,711

457
00:30:20,726 --> 00:30:24,708

458
00:30:24,708 --> 00:30:28,708

459
00:30:28,708 --> 00:30:32,707

460
00:30:32,707 --> 00:30:36,707

461
00:30:36,707 --> 00:30:40,707

462
00:30:40,708 --> 00:30:44,707

463
00:30:44,707 --> 00:30:48,707
คราวนี้นะคะ ครูมีโจทย์มาให้ แล้วก็มี

464
00:30:48,715 --> 00:30:52,710
คำสั่งมาให้

465
00:30:52,710 --> 00:30:56,710
ทำเหมือนเดิมเลยใช่ไหมคะ แต่ครูมีตัว

466
00:30:56,712 --> 00:31:00,712
เริ่มต้นให้ ครูมีให้อยู่แล้ว อยู่ใน Stack

467
00:31:00,717 --> 00:31:04,711
คือ 5 ใช่ไหมคะ อันแรก เราหย่อน

468
00:31:04,711 --> 00:31:08,711
เลข 2 ลงไป อันที่ 2 เขียนของเดิมก่อน

469
00:31:08,711 --> 00:31:12,708
ใช่ไหมคะ แล้วค่อยหย่อนเลข 7 ลงไป

470
00:31:12,708 --> 00:31:16,708
ถัดมาหย่อนเลข 1 Pop

471
00:31:16,711 --> 00:31:20,711
คือ เอาออกนะ เอาออก แล้วบอกครูด้วย ว่า

472
00:31:20,715 --> 00:31:24,708
ข้อมูล

473
00:31:24,708 --> 00:31:28,708
ที่เอาออกมา

474
00:31:28,709 --> 00:31:32,709
คืออะไร เสร็จแล้ว

475
00:31:32,711 --> 00:31:36,711
ก็มีคำสั่งตัวสุดท้าย ก็คือ Push เลข 7 ลงไป

476
00:31:36,736 --> 00:31:40,712

477
00:31:40,712 --> 00:31:44,708
ลองทำดูนะคะ

478
00:31:44,708 --> 00:31:48,708

479
00:31:48,709 --> 00:31:52,709
เพราะฉะนั้น แต่ละข้อ

480
00:31:52,712 --> 00:31:56,710
มันจะต่อเนื่องกันไปนะคะ

481
00:31:56,710 --> 00:32:00,708
ทำตัวแรก ข้อที่ 1 เสร็จ เอาข้อมูลนี่

482
00:32:00,708 --> 00:32:04,708
มาตั้งต้นไว้ก่อน แล้วเราค่อย Push

483
00:32:04,713 --> 00:32:08,712
เลข 7 ลงไป เดี๋ยวเราทำด้วยกัน 1 ข้อนะ

484
00:32:08,712 --> 00:32:12,712
อันนี้คือ Push เลข 2 คือ หย่อนเลข 2

485
00:32:12,715 --> 00:32:16,709
ลงไป

486
00:32:16,709 --> 00:32:20,707

487
00:32:20,707 --> 00:32:24,707
ข้อที่ 2 ครูจะใส่เลข 7 เพราะฉะนั้น ครู

488
00:32:24,715 --> 00:32:28,712
ต้องใส่ข้อมูลเดิมก่อน

489
00:32:28,712 --> 00:32:32,711
นะคะ และก็หย่อนเลข 7 ลงไป ทำต่อให้ครูหน่อย

490
00:32:32,711 --> 00:32:36,711
อีก 3 อัน

491
00:32:36,711 --> 00:32:40,709

492
00:32:40,709 --> 00:32:44,709

493
00:32:44,709 --> 00:32:48,709

494
00:32:48,709 --> 00:32:52,708

495
00:32:52,708 --> 00:32:56,708

496
00:32:56,714 --> 00:33:00,709

497
00:33:00,709 --> 00:33:04,709

498
00:33:04,710 --> 00:33:08,710

499
00:33:08,715 --> 00:33:12,709

500
00:33:12,709 --> 00:33:16,709

501
00:33:16,709 --> 00:33:20,708

502
00:33:20,708 --> 00:33:24,708

503
00:33:24,708 --> 00:33:28,708

504
00:33:28,708 --> 00:33:32,708

505
00:33:32,709 --> 00:33:36,708

506
00:33:36,708 --> 00:33:40,708

507
00:33:40,708 --> 00:33:44,708

508
00:33:44,708 --> 00:33:48,708

509
00:33:48,713 --> 00:33:52,710

510
00:33:52,710 --> 00:33:56,710

511
00:33:56,728 --> 00:34:00,708

512
00:34:00,708 --> 00:34:04,708

513
00:34:04,708 --> 00:34:08,708

514
00:34:08,710 --> 00:34:12,710

515
00:34:12,710 --> 00:34:16,709

516
00:34:16,709 --> 00:34:20,709

517
00:34:20,712 --> 00:34:24,708

518
00:34:24,708 --> 00:34:28,708

519
00:34:28,713 --> 00:34:32,711

520
00:34:32,711 --> 00:34:36,709

521
00:34:36,709 --> 00:34:40,709

522
00:34:40,721 --> 00:34:44,709

523
00:34:44,709 --> 00:34:48,709

524
00:34:48,716 --> 00:34:52,711

525
00:34:52,711 --> 00:34:56,710

526
00:34:56,710 --> 00:35:00,708

527
00:35:00,708 --> 00:35:04,708

528
00:35:04,709 --> 00:35:08,709

529
00:35:08,713 --> 00:35:12,712

530
00:35:12,712 --> 00:35:16,709

531
00:35:16,709 --> 00:35:20,709

532
00:35:20,709 --> 00:35:24,708

533
00:35:24,708 --> 00:35:28,708

534
00:35:28,709 --> 00:35:32,709

535
00:35:32,710 --> 00:35:36,709

536
00:35:36,709 --> 00:35:40,709

537
00:35:40,710 --> 00:35:44,709

538
00:35:44,709 --> 00:35:48,709

539
00:35:48,713 --> 00:35:52,709

540
00:35:52,709 --> 00:35:56,709

541
00:35:56,709 --> 00:36:00,709

542
00:36:00,713 --> 00:36:04,710

543
00:36:04,710 --> 00:36:08,710

544
00:36:08,712 --> 00:36:12,712

545
00:36:12,723 --> 00:36:16,712

546
00:36:16,712 --> 00:36:20,711

547
00:36:20,711 --> 00:36:24,709

548
00:36:24,709 --> 00:36:28,709

549
00:36:28,710 --> 00:36:32,710

550
00:36:32,712 --> 00:36:36,712

551
00:36:36,721 --> 00:36:40,710

552
00:36:40,710 --> 00:36:44,710

553
00:36:44,710 --> 00:36:48,710

554
00:36:48,718 --> 00:36:52,709

555
00:36:52,709 --> 00:36:56,709

556
00:36:56,710 --> 00:37:00,710

557
00:37:00,713 --> 00:37:04,713

558
00:37:04,714 --> 00:37:08,711

559
00:37:08,711 --> 00:37:12,710

560
00:37:12,710 --> 00:37:16,710

561
00:37:16,710 --> 00:37:20,709

562
00:37:20,709 --> 00:37:24,709

563
00:37:24,710 --> 00:37:28,710

564
00:37:28,710 --> 00:37:32,710

565
00:37:32,710 --> 00:37:36,710

566
00:37:36,711 --> 00:37:40,711

567
00:37:40,713 --> 00:37:44,710

568
00:37:44,710 --> 00:37:48,710

569
00:37:48,719 --> 00:37:52,719

570
00:37:52,744 --> 00:37:56,713

571
00:37:56,713 --> 00:38:00,710

572
00:38:00,710 --> 00:38:04,710

573
00:38:04,713 --> 00:38:08,713

574
00:38:08,714 --> 00:38:12,714

575
00:38:12,714 --> 00:38:16,714

576
00:38:16,732 --> 00:38:20,711

577
00:38:20,711 --> 00:38:24,710

578
00:38:24,710 --> 00:38:28,710

579
00:38:28,711 --> 00:38:32,710

580
00:38:32,710 --> 00:38:36,710

581
00:38:36,711 --> 00:38:40,711

582
00:38:40,719 --> 00:38:44,710

583
00:38:44,710 --> 00:38:48,710

584
00:38:48,713 --> 00:38:52,711

585
00:38:52,711 --> 00:38:56,711

586
00:38:56,717 --> 00:39:00,714

587
00:39:00,714 --> 00:39:04,712

588
00:39:04,712 --> 00:39:08,711

589
00:39:08,711 --> 00:39:12,711

590
00:39:12,712 --> 00:39:16,712

591
00:39:16,712 --> 00:39:20,712

592
00:39:20,713 --> 00:39:24,712

593
00:39:24,712 --> 00:39:28,712

594
00:39:28,717 --> 00:39:32,713

595
00:39:32,713 --> 00:39:36,713

596
00:39:36,714 --> 00:39:40,712

597
00:39:40,712 --> 00:39:44,711

598
00:39:44,711 --> 00:39:48,711

599
00:39:48,712 --> 00:39:52,712

600
00:39:52,713 --> 00:39:56,711

601
00:39:56,711 --> 00:40:00,711

602
00:40:00,719 --> 00:40:04,712

603
00:40:04,712 --> 00:40:08,711

604
00:40:08,711 --> 00:40:12,711

605
00:40:12,711 --> 00:40:16,711

606
00:40:16,712 --> 00:40:20,711

607
00:40:20,711 --> 00:40:24,711

608
00:40:24,715 --> 00:40:28,715

609
00:40:28,715 --> 00:40:32,712

610
00:40:32,712 --> 00:40:36,711

611
00:40:36,711 --> 00:40:40,711

612
00:40:40,713 --> 00:40:44,711
คราวนี้เดี๋ยวเรามาดู

613
00:40:44,711 --> 00:40:48,711

614
00:40:48,712 --> 00:40:52,712

615
00:40:52,713 --> 00:40:56,713
เฉลยพร้อมกันนะคะ ข้อ 3 นะคะ ครูสั่ง Push 1 ก็คือใส่เลข 1 ลง

616
00:40:56,713 --> 00:41:00,713
ใน Stack เดิม

617
00:41:00,715 --> 00:41:04,715
เอาของเดิมยกมาก่อนนะ อย่าเพิ่งใส่นะ ของเดิม

618
00:41:04,715 --> 00:41:08,715
มี 3 ค่านะ เขียนก่อนนะคะ

619
00:41:08,715 --> 00:41:12,715
เขียนค่าเดิมก่อน ใส่ค่าเดิมมาก่อน

620
00:41:12,715 --> 00:41:16,713
นะคะ เสร็จแล้วครูสั่ง Push 1

621
00:41:16,713 --> 00:41:20,713
1 จะอยู่ด้านบนเลข 7

622
00:41:20,713 --> 00:41:24,713
ใช่ไหมคะ

623
00:41:24,713 --> 00:41:28,713
จากนั้นครูสั่ง Pop Pop คือ เอาออก

624
00:41:28,717 --> 00:41:32,717
บนสุดคืออะไร คือ 1 ใช่ไหมคะ เพราะฉะนั้น

625
00:41:32,718 --> 00:41:36,713
เอาอะไรออก เอา 1 ออก เพราะฉะนั้น ที่เหลื

626
00:41:36,713 --> 00:41:40,712
อ ก็คือ 5, 2, 7 ใช่ไหมคะ 1

627
00:41:40,712 --> 00:41:44,712
จะถูกเอาออกมาใช่ไหม เพราะฉะนั้น ข้อมูล

628
00:41:44,722 --> 00:41:48,714
ที่นำออกจาก Stack ก็คือ 1

629
00:41:48,714 --> 00:41:52,712
นะคะ

630
00:41:52,712 --> 00:41:56,712
ครูสั่ง Push อีกครั้งหนึ่ง ทำอย่างไร

631
00:41:56,715 --> 00:42:00,715
ก็เอาของเดิมที่มีอยู่ใน Stack เขียนก่อน

632
00:42:00,718 --> 00:42:04,715
เพราะฉะนั้น กรณีที่ Push ข้อม

633
00:42:04,715 --> 00:42:08,715
ูลลงไปใน Stack ยกของเดิมมาก่อน

634
00:42:08,715 --> 00:42:12,712
เสร็จแล้ว

635
00:42:12,712 --> 00:42:16,712
ใส่ตัวเลขที่ครูสั่งลงไป ก็คือ 7 7

636
00:42:16,712 --> 00:42:20,712
ก็จะอยู่ด้านบนนะคะ อันนี้ คือ

637
00:42:20,712 --> 00:42:24,712
Stack ที่ได้ หลังจากที่เราใช้

638
00:42:24,716 --> 00:42:28,716
คำสั่งทั้งหมด 5 คำสั่ง

639
00:42:28,721 --> 00:42:32,713

640
00:42:32,713 --> 00:42:36,713
โอเค

641
00:42:36,718 --> 00:42:40,713

642
00:42:40,713 --> 00:42:44,713
ถัดมา ครูเปลี่ยนได้ไหม จากแนวตั้ง

643
00:42:44,714 --> 00:42:48,714
เป็นแนวนอนนะคะ ถ้าครูลองเปลี่ยน Stack เป็นแนวนอน

644
00:42:48,723 --> 00:42:52,723
บ้าง

645
00:42:59,273 --> 00:42:55,961

646
00:42:52,717 --> 00:42:56,712

647
00:42:56,712 --> 00:43:00,712

648
00:43:00,712 --> 00:43:04,712

649
00:43:04,713 --> 00:43:08,713

650
00:43:08,716 --> 00:43:12,713

651
00:43:12,713 --> 00:43:16,713

652
00:43:16,720 --> 00:43:20,714

653
00:43:20,714 --> 00:43:24,714

654
00:43:24,716 --> 00:43:28,715
คราวนี้ครูลองเปลี่ยน Stack เป็นอีกรูปแบบหนึ่ง

655
00:43:28,715 --> 00:43:32,715
เป็นแนวนอนบ้างนะคะ

656
00:43:32,716 --> 00:43:36,716
และครูมีตัวเลข

657
00:43:36,716 --> 00:43:40,714
ที่อยู่ใน Stack ไว้ให้ คือ 3

658
00:43:40,714 --> 00:43:44,714
แล้วก็ 1 ถูกไหม ตัวแรกจะอยู่ซ้ายสุด ใช่ไหมคะ

659
00:43:44,715 --> 00:43:48,714
ถัดมา ก็จะเป็นตัวที่ 2

660
00:43:48,714 --> 00:43:52,714
แล้วครูใช้คำสั่ง Push 5 ข้อที่ 2

661
00:43:52,715 --> 00:43:56,715
ครู Push 6 เสร็จแล้ว

662
00:43:56,716 --> 00:44:00,716
ครู Pop นะคะ ลองทำสิ

663
00:44:00,718 --> 00:44:04,715

664
00:44:04,715 --> 00:44:08,713

665
00:44:08,713 --> 00:44:12,713

666
00:44:12,713 --> 00:44:16,713

667
00:44:16,723 --> 00:44:20,714

668
00:44:20,714 --> 00:44:24,714

669
00:44:24,716 --> 00:44:28,714

670
00:44:28,714 --> 00:44:32,714

671
00:44:32,717 --> 00:44:36,713

672
00:44:36,713 --> 00:44:40,713

673
00:44:40,714 --> 00:44:44,712

674
00:44:44,712 --> 00:44:48,712

675
00:44:48,713 --> 00:44:52,713

676
00:44:52,713 --> 00:44:56,713

677
00:44:56,713 --> 00:45:00,713

678
00:45:00,720 --> 00:45:04,719

679
00:45:04,719 --> 00:45:08,719

680
00:45:08,721 --> 00:45:12,714

681
00:45:12,714 --> 00:45:16,714

682
00:45:16,714 --> 00:45:20,714

683
00:45:20,725 --> 00:45:24,712

684
00:45:24,712 --> 00:45:28,712

685
00:45:28,712 --> 00:45:32,712

686
00:45:32,713 --> 00:45:36,712

687
00:45:36,712 --> 00:45:40,712

688
00:45:40,713 --> 00:45:44,713

689
00:45:44,714 --> 00:45:48,714

690
00:45:48,718 --> 00:45:52,716

691
00:45:52,716 --> 00:45:56,716

692
00:45:56,716 --> 00:46:00,716

693
00:46:00,717 --> 00:46:04,713

694
00:46:04,713 --> 00:46:08,713

695
00:46:08,716 --> 00:46:12,713

696
00:46:12,713 --> 00:46:16,713

697
00:46:16,713 --> 00:46:20,713

698
00:46:20,713 --> 00:46:24,713

699
00:46:24,715 --> 00:46:28,715

700
00:46:28,716 --> 00:46:32,715

701
00:46:32,715 --> 00:46:36,714

702
00:46:36,714 --> 00:46:40,714

703
00:46:40,720 --> 00:46:44,713

704
00:46:44,713 --> 00:46:48,713

705
00:46:48,726 --> 00:46:52,713

706
00:46:52,713 --> 00:46:56,713

707
00:46:56,714 --> 00:47:00,714

708
00:47:00,714 --> 00:47:04,714

709
00:47:04,716 --> 00:47:08,714

710
00:47:08,714 --> 00:47:12,714

711
00:47:12,715 --> 00:47:16,715

712
00:47:16,716 --> 00:47:20,713

713
00:47:20,713 --> 00:47:24,713

714
00:47:24,714 --> 00:47:28,714

715
00:47:28,736 --> 00:47:32,726

716
00:47:32,726 --> 00:47:36,714

717
00:47:36,714 --> 00:47:40,714

718
00:47:40,719 --> 00:47:44,714

719
00:47:44,714 --> 00:47:48,714

720
00:47:48,714 --> 00:47:52,714

721
00:47:52,714 --> 00:47:56,713

722
00:47:56,713 --> 00:48:00,713

723
00:48:00,713 --> 00:48:04,713

724
00:48:04,722 --> 00:48:08,715

725
00:48:08,715 --> 00:48:12,715

726
00:48:12,716 --> 00:48:16,714

727
00:48:16,714 --> 00:48:20,714

728
00:48:20,714 --> 00:48:24,714

729
00:48:24,714 --> 00:48:28,714

730
00:48:28,715 --> 00:48:32,715

731
00:48:32,721 --> 00:48:36,721

732
00:48:36,722 --> 00:48:40,717

733
00:48:40,717 --> 00:48:44,717

734
00:48:44,717 --> 00:48:48,713

735
00:48:48,713 --> 00:48:52,713

736
00:48:52,727 --> 00:48:56,713

737
00:48:56,713 --> 00:49:00,713

738
00:49:00,725 --> 00:49:04,713

739
00:49:04,713 --> 00:49:08,713

740
00:49:08,713 --> 00:49:12,713

741
00:49:12,713 --> 00:49:16,713

742
00:49:16,713 --> 00:49:20,712

743
00:49:20,712 --> 00:49:24,712

744
00:49:24,715 --> 00:49:28,713

745
00:49:28,713 --> 00:49:32,712

746
00:49:32,712 --> 00:49:36,711

747
00:49:36,711 --> 00:49:40,711

748
00:49:40,712 --> 00:49:44,712

749
00:49:44,716 --> 00:49:48,712

750
00:49:48,712 --> 00:49:52,711

751
00:49:52,711 --> 00:49:56,711

752
00:49:56,712 --> 00:50:00,711

753
00:50:00,711 --> 00:50:04,711
คราวนี้นะคะ

754
00:50:04,711 --> 00:50:08,711
มาดูเฉลยด้วยกัน

755
00:50:08,711 --> 00:50:12,711
ครูสั่ง Push 5 แสดงว่า

756
00:50:12,713 --> 00:50:16,713
ครูกำลังจะใส่ข้อมูลลงไปใน Stack

757
00:50:16,717 --> 00:50:20,717
คือ เลข 5 นะคะ ครูก็เอาเลข 5 มาหย่อนลงเลยนะ

758
00:50:20,718 --> 00:50:24,711
เอาเลข 5 มาหย่อนเลยนะคะ

759
00:50:24,711 --> 00:50:28,711
ถัดมา ครูใช้คำสั่ง Push

760
00:50:28,711 --> 00:50:32,711
ครูใช้คำสั่ง Push ทำอย่างไร เอา

761
00:50:32,712 --> 00:50:36,712
ของเดิมยกลงมาก่อนนะ ยกของเดิม

762
00:50:36,713 --> 00:50:40,713
มาใส่ก่อนนะคะ ก็จะมี 3,

763
00:50:40,715 --> 00:50:44,714
1 แล้วก็ 5

764
00:50:44,714 --> 00:50:48,714
จากนั้น เรา Push ค่าใหม่ ใส่ค่าใหม่

765
00:50:48,716 --> 00:50:52,711
ลงไป ก็คือ 6

766
00:50:52,711 --> 00:50:56,711
โอเคนะ ใส่ค่า 6 ก็คือค่าใหม่ลงไปใน Stack

767
00:50:56,714 --> 00:51:00,713
เสร็จแล้วครูใช้คำสั่ง Pop

768
00:51:00,713 --> 00:51:04,711
ก็คือเอาออก ก็คือเอาตัวล่าสุด

769
00:51:04,711 --> 00:51:08,711
ก็คือที่อยู่ด้านขวา เอาออก

770
00:51:08,713 --> 00:51:12,713
นะคะ เพราะฉะนั้น ค่าที่ถูกเอาออก ก็คือเลข 6

771
00:51:12,713 --> 00:51:16,709
นะคะ เอาเลข 6 ออกมา

772
00:51:16,709 --> 00:51:20,709
แล้วเราก็ยกตัวที่เหลือ

773
00:51:20,713 --> 00:51:24,710
ลงมาใส่ ก็จะเหลือเป็น

774
00:51:24,710 --> 00:51:28,709
3, 1 แล้วก็ 5 นะคะ

775
00:51:28,709 --> 00:51:32,709

776
00:51:32,712 --> 00:51:36,709

777
00:51:36,709 --> 00:51:40,709

778
00:51:40,710 --> 00:51:44,708

779
00:51:44,708 --> 00:51:48,708

780
00:51:48,709 --> 00:51:52,709

781
00:51:52,709 --> 00:51:56,709

782
00:51:56,713 --> 00:52:00,710

783
00:52:00,710 --> 00:52:04,709

784
00:52:04,709 --> 00:52:08,709

785
00:52:08,712 --> 00:52:12,708

786
00:52:12,708 --> 00:52:16,708

787
00:52:16,713 --> 00:52:20,708

788
00:52:20,708 --> 00:52:24,708

789
00:52:24,709 --> 00:52:28,708

790
00:52:28,708 --> 00:52:32,708

791
00:52:32,708 --> 00:52:36,708

792
00:52:36,708 --> 00:52:40,707

793
00:52:40,707 --> 00:52:44,707
คราวนี้นะคะ มาดูต่อ

794
00:52:44,708 --> 00:52:48,708
กระดาษที่ครูแจกเอาวางไว้ก่อนนะคะ อย่าเพิ่งใช้ เรายังไม่ใช้ตอนนี้

795
00:52:48,723 --> 00:52:52,708

796
00:52:52,708 --> 00:52:56,708

797
00:52:56,710 --> 00:53:00,708
เราใช้ Stack ทำอะไร เมื่อกี้

798
00:53:00,708 --> 00:53:04,708
เราพูดถึง Stack ไปแล้วนะ เข้าก่อนออกทีหลัง

799
00:53:04,711 --> 00:53:08,711
นะคะ ข้อมูลไหนเข้าก่อน

800
00:53:08,715 --> 00:53:12,707
จะถูกเอาออกทีหลัง

801
00:53:12,707 --> 00:53:16,707
แล้วเราใช้ Stack ทำอะไรบ้าง

802
00:53:16,712 --> 00:53:20,710
เราใช้ Stack มาทำอะไรบ้าง

803
00:53:20,710 --> 00:53:24,710
ทุกคนบวกเลขเป็นใช่ไหม ทุกคนบวกลบคูณหาร

804
00:53:24,712 --> 00:53:28,712
นะคะ สมการทางคณิตศาสตร์ได้ Stack

805
00:53:28,713 --> 00:53:32,708
จะถูกเอามาใช้ในการ

806
00:53:32,708 --> 00:53:36,708
หาผลลัพธ์ของสมการคณิตศาสตร์

807
00:53:36,710 --> 00:53:40,707
บวกเลข บวกลบเลขนะคะ

808
00:53:40,707 --> 00:53:44,707
คราวนี้ ก่อนที่จะไปดูรูปแบบของการ

809
00:53:44,708 --> 00:53:48,708
ใช้ Stack แล้ว Stack มันเกี่ย

810
00:53:48,708 --> 00:53:52,708
วข้องอย่างไร กับการบวก ลบ คูณ หาร นะคะ เรามาดูรูปแบบก่อนว่า

811
00:53:52,709 --> 00:53:56,707
เราใช้ Stack เพื่อเป็นนิ

812
00:53:56,707 --> 00:54:00,707
พจน์ ก็คือลักษณะของสมการ

813
00:54:00,707 --> 00:54:04,707
มีอยู่ 3 รูปแบบ รูปแบบแรกก็คื

814
00:54:04,708 --> 00:54:08,706
อ infix ก็คือ

815
00:54:08,706 --> 00:54:12,706
เครื่องหมายบวก ลบ คูณ หาร จะอยู่ระหว่างตัวเลข

816
00:54:12,709 --> 00:54:16,709
นะคะ อันนี้คือ Infix นิพจน์ตัวที่ 2

817
00:54:16,709 --> 00:54:20,706
ก็คือ Prefix

818
00:54:20,706 --> 00:54:24,706
เครื่องหมาย บวก ลบ คูณ หาร จะอยู่ด้านหน้า

819
00:54:24,710 --> 00:54:28,705
และตัวสุดท้าย คือ

820
00:54:28,705 --> 00:54:32,705
Postfix เครื่องหมายจะไปอยู่ด้านหลังของตัวเลข

821
00:54:32,711 --> 00:54:36,706
A C อันนนี้คือตัวเลขนะคะ

822
00:54:36,706 --> 00:54:40,706
เราจะแทนด้วยตัวเลขใด ๆ

823
00:54:40,707 --> 00:54:44,705
คราวนี้ดูนะคะ ในการคำนวณ

824
00:54:44,705 --> 00:54:48,705
ทางคณิตศาสตร์นะ

825
00:54:48,706 --> 00:54:52,706
เวลาเราเจอนะคะ การบวก ลบ

826
00:54:52,706 --> 00:54:56,706
ที่มันมีมากกว่า 2 ตัวเลข

827
00:54:56,708 --> 00:55:00,707
เช่น แบบนี้

828
00:55:00,707 --> 00:55:04,707
5 + 2 x 2 มันมีตัวเลขมากกว่า 2 ตัว

829
00:55:04,708 --> 00:55:08,708
นะคะ แล้วเรา

830
00:55:08,708 --> 00:55:12,708
จะบวกลบเลขอย่างไร

831
00:55:12,713 --> 00:55:16,708
เรามีลำดับความสัมพันธ์ของ

832
00:55:16,708 --> 00:55:20,706
เครื่องหมาย เจอวงเล็บ

833
00:55:20,706 --> 00:55:24,706
ก่อน ทำในวงเล็บ

834
00:55:24,708 --> 00:55:28,708
ใช่ไหมคะ เราเจอวงเล็บ เรา

835
00:55:28,708 --> 00:55:32,704
บวกลบเลขนี่ ในเครื่องหมายวงเล็บก่อน

836
00:55:32,704 --> 00:55:36,704
จากนั้น ลำดับความสำคัญตัวที่ 2 ที่ต้อง

837
00:55:36,711 --> 00:55:40,708
ทำก่อน ก็คือเครื่องหมาย

838
00:55:40,708 --> 00:55:44,708
ยกกำลัง เช่น 2 ยกกำลัง 2 ใช่ไหมคะ

839
00:55:44,708 --> 00:55:48,708
3 ยกกำลัง 2 อย่างนี้เป็นต้น

840
00:55:48,711 --> 00:55:52,711
เจอเลขยกกำลังเสร็จแล้ว

841
00:55:52,713 --> 00:55:56,706
เราจะคำนวณเครื่องหมายไหนต่อไป

842
00:55:56,706 --> 00:56:00,706
คูณกับหาร คูณกับหารมีลำดับความสำคัญ

843
00:56:00,713 --> 00:56:04,704
เท่ากันนะคะ มีลำดับความสำคัญ

844
00:56:04,704 --> 00:56:08,704
เท่ากัน ตามด้วยบวกกับลบ

845
00:56:08,706 --> 00:56:12,706
บวกกับลบก็มีความสำคัญ

846
00:56:12,706 --> 00:56:16,705
เท่ากัน แต่จะทำ

847
00:56:16,705 --> 00:56:20,705
หลังการทำเครื่องหมายคูณกับหาร

848
00:56:26,362 --> 00:56:30,811
นะคะ

849
00:56:20,706 --> 00:56:24,704

850
00:56:24,704 --> 00:56:28,704
คราวนี้มาดูโจทย์ครู 2 ตัวนี้

851
00:56:28,709 --> 00:56:32,708
เป็นตัวเลขตัวเดียวกันเลย 5 + 2

852
00:56:32,708 --> 00:56:36,705
x 2 ตัวแรก

853
00:56:36,705 --> 00:56:40,705
ครูมีวงเล็บเปิดกับวงเล็บปิด โจทย์ตัวที่ 2 ครูไม่ได้ใส่วงเล็บ มี

854
00:56:40,705 --> 00:56:44,704
ครูไม่มีวงเล็บนะ

855
00:56:44,704 --> 00:56:48,704
คราวนี้มาดูข้อแรกก่อน

856
00:56:48,704 --> 00:56:52,704
อย่างที่บอกว่าถ้าเจอวงเล็บ

857
00:56:52,704 --> 00:56:56,704
วงเล็บเปิด วงเล็บปิด ทำ

858
00:56:56,706 --> 00:57:00,704
ข้างในวงเล็บก่อน

859
00:57:00,704 --> 00:57:04,704
เพราะฉะนั้น เราเอาอะไรบวกกันก่อน 5 + 2

860
00:57:04,704 --> 00:57:08,704
เป็นเท่าไหร่คะ เป็น 7

861
00:57:08,705 --> 00:57:12,705
7 แล้วคูณด้วย 2 เท่ากับเท่าไหร่

862
00:57:12,709 --> 00:57:16,705
เท่ากับเท่าไหร่คะ

863
00:57:16,705 --> 00:57:20,703
เท่ากับ 14

864
00:57:20,703 --> 00:57:24,703

865
00:57:24,704 --> 00:57:28,704
ตัวเลขเท่ากับ 14 ตัวแรกนะคะ เท่ากับ 14

866
00:57:28,706 --> 00:57:32,706
แล้วมาดูข้อ 2 ครูตัด

867
00:57:32,716 --> 00:57:36,703
วงเล็บทิ้งไป 5 + 2 x 2

868
00:57:36,703 --> 00:57:40,703
เราทำตรงไหนก่อน

869
00:57:40,703 --> 00:57:44,703
ย้อนกลับขึ้นมาดูข้างบน ระหว่างบวกกับคูณ

870
00:57:44,708 --> 00:57:48,704
อะไรสำคัญมากกว่ากัน

871
00:57:48,704 --> 00:57:52,704
อะไรมีความสำคัญมากกว่ากันคะ

872
00:57:52,705 --> 00:57:56,705
บวกกับคูณ

873
00:57:56,708 --> 00:58:00,704

874
00:58:00,704 --> 00:58:04,704
ใช่ คูณ จากข้อมูลข้างบนเห็นไหมคะ ว่า 1 นี่

875
00:58:04,706 --> 00:58:08,706
มีความสำคัญมากสุดนะ 2. ความสำคัญรองลงมา

876
00:58:08,709 --> 00:58:12,703
ตัวนี้ เบอร์ 3 ความสำคัญ

877
00:58:12,703 --> 00:58:16,703
รองลงมา เบอร์ 4 ความสำคั

878
00:58:16,705 --> 00:58:20,704
ญน้อยสุดเลย เพราะฉะนั้น คูณกับบวก

879
00:58:20,704 --> 00:58:24,704
อะไรมีความสำคัญมากกว่ากัน

880
00:58:24,710 --> 00:58:28,704
คูณใช่ไหมคะ อันนี้คือมากสุด

881
00:58:28,704 --> 00:58:32,704

882
00:58:32,704 --> 00:58:36,704
เพราะฉะนั้น เรา

883
00:58:36,704 --> 00:58:40,703
ทำอะไรก่อน 5 + 2 หรือเอา 2

884
00:58:40,703 --> 00:58:44,702
x 2 2 x 2

885
00:58:44,702 --> 00:58:48,702
เป็น 4 4 + 5

886
00:58:48,703 --> 00:58:52,703
เป็นเท่าไหร่คะ

887
00:58:52,711 --> 00:58:56,701
4 + 5 เป็น 9

888
00:58:56,701 --> 00:59:00,701
โอเค

889
00:59:00,701 --> 00:59:04,701
ถ้าครูเขียนใหม่

890
00:59:04,702 --> 00:59:08,701

891
00:59:08,701 --> 00:59:12,701

892
00:59:12,702 --> 00:59:16,701
เลข 2 หรือ เดี๋ยวนะ

893
00:59:16,701 --> 00:59:20,701

894
00:59:20,702 --> 00:59:24,702

895
00:59:24,702 --> 00:59:28,701

896
00:59:28,701 --> 00:59:32,701

897
00:59:32,701 --> 00:59:36,701
โจทย์ข้อนี้

898
00:59:36,701 --> 00:59:40,701
5 x 2

899
00:59:40,701 --> 00:59:44,701
+ 2  = 12 คนอื่น

900
00:59:44,715 --> 00:59:48,702
ได้ไหมคะ เห็นไหม ตัวเลขเดียวกันเลย

901
00:59:48,702 --> 00:59:52,702
สลับ แล้วก็เครื่องหมายมีเหมือนกันเล

902
00:59:52,703 --> 00:59:56,702
ย แค่สลับตำแหน่งค่าก็เปลี่ยนแล้ว

903
00:59:56,702 --> 01:00:00,701
ทันไหมคะ คูณกับบวก แสดงว่า

904
01:00:00,701 --> 01:00:04,701
ทำคูณก่อน 5 x 2

905
01:00:04,701 --> 01:00:08,701
เป็น 10 10 + 2 เป็น 12

906
01:00:08,708 --> 01:00:12,708

907
01:00:12,708 --> 01:00:16,705
โอเค

908
01:00:16,705 --> 01:00:20,704
เอาตัวนี้บวกกันก่อน คูณกันก่อนนะคะ

909
01:00:20,704 --> 01:00:24,704
5 x 2 เป็น 10 แล้ว 10 ค่อยมาบวกกับ

910
01:00:24,704 --> 01:00:28,704
2 โอเค

911
01:00:28,710 --> 01:00:32,706
จะเห็นว่า

912
01:00:32,706 --> 01:00:36,701
อันนี้คือเราคิดใช่ไหม

913
01:00:36,701 --> 01:00:40,701
อันนี้คือเราคิดนะคะ แล้วเราจะสั่งให้คอมพิวเตอร์

914
01:00:40,703 --> 01:00:44,703
เข้าใจ แบบที่เราคิดเมื่อกี้ได้อย่างไร

915
01:00:44,705 --> 01:00:48,703
รู้ว่าถ้าเจอคูณนี่ต้องทำคูณก่อนเลย

916
01:00:48,703 --> 01:00:52,703
เจอวงเล็บเปิด ต้องทำวงเล็บเปิด

917
01:00:52,708 --> 01:00:56,705
ก่อน ตอนนี้เราจะสั่งให้คอมพิวเตอร์นี่ สามารถคำนวณ

918
01:00:56,705 --> 01:01:00,700
ให้ได้แบบที่เราคำนวณเมื่อกี้

919
01:01:00,700 --> 01:01:04,700
เราใช้

920
01:01:04,701 --> 01:01:08,701
Stack เข้ามาช่วยในการคำนวณนะคะ

921
01:01:08,701 --> 01:01:12,701
เราใช้ Stack เข้ามาช่วยในการคำนวณ

922
01:01:12,701 --> 01:01:16,701
วิธีการ ทำแบบไหน

923
01:01:16,701 --> 01:01:20,701
มาดูวิธีการนะคะ เรามีตัวเลขอยู่ชุดหนึ่ง

924
01:01:20,704 --> 01:01:24,702
เราต้องการหาค่าออกมา เช่น

925
01:01:24,702 --> 01:01:28,702
ครูมีตัวเลขชุดนี้ล่ะ

926
01:01:28,702 --> 01:01:32,702
นี่ ครูสั่งให้คอมพิวเตอร์คำนวณ เราต้องได้ผลลัพธ์ 9

927
01:01:32,704 --> 01:01:36,701
แบบที่เราคิดเมื่อกี้ คอมพิวเตอร์จะคิดแบบไหนนะคะ

928
01:01:36,701 --> 01:01:40,701
1. เราต้องสร้างตารางแบบนี้ก่อน

929
01:01:40,701 --> 01:01:44,700
มี 3 ช่อง ช่องแรก คือ ใส่ Input

930
01:01:44,700 --> 01:01:48,700
ก็คือข้อมูลนำเข้า Stack

931
01:01:48,701 --> 01:01:52,699
แล้วก็ผลลัพธ์นะคะ

932
01:01:52,699 --> 01:01:56,699
เรามีวิธีการทำนี่ 2 ช่วง ด้วยกัน ช่วงที่ 1

933
01:01:56,704 --> 01:02:00,699
ต้องแปลงนิพจน์

934
01:02:00,699 --> 01:02:04,699
นะคะ ให้เป็นแบบ Postfix เ

935
01:02:04,699 --> 01:02:08,699
อาเครื่องหมายไปไว้ข้างหลังให้หมดก่อน เอาเครื่องหมาย

936
01:02:08,701 --> 01:02:12,701
ไปไว้ข้างหลังให้หมดก่อนนะคะ แล้วค่อยคำนวณออกมาเป็น

937
01:02:12,702 --> 01:02:16,699
ตัวเลข ผลลัพธ์

938
01:02:16,699 --> 01:02:20,699
เรามี 3 ช่องนะ ทุกคนต้องตีตาราง 3 ช่อง

939
01:02:20,702 --> 01:02:24,701
อันแรกเขียนว่า Input Stack แล้วก็ O

940
01:02:24,701 --> 01:02:28,701
utput นะคะ ถัดมา

941
01:02:28,712 --> 01:02:32,699
ขั้นตอนวิธีการแปลง

942
01:02:32,699 --> 01:02:36,699
จาก Infix ให้เป็น Po

943
01:02:36,700 --> 01:02:40,699
stfix ทุกคนมีชีตที่ครูให้ แบบนี้เลย

944
01:02:40,699 --> 01:02:44,699
ก็คือสิ่งที่อยู่บนสไลด์นะคะ ครูพรินต์ออกมาให้

945
01:02:44,700 --> 01:02:48,699
เรามีอยู่ทั้งหมด 7 ขั้นตอนด้ว

946
01:02:48,699 --> 01:02:52,699
ยกัน มีทั้งหมด 7 ขั้นตอนด้วยกัน

947
01:02:52,701 --> 01:02:56,699
ครูให้เวลา

948
01:02:56,699 --> 01:03:00,699
2 นาที อ่าน 7 ขั้นตอนน

949
01:03:00,701 --> 01:03:04,700
นี้ ในกระดาษของตัวเองสิคะ

950
01:03:04,700 --> 01:03:08,699
ให้อ่านในกระดาษนะ หรือจะอ่านจากหน้าจอก็ได้

951
01:03:08,699 --> 01:03:12,699
ให้เวลา 2 นาที อยากให้อ่านก่อน

952
01:03:12,699 --> 01:03:16,699

953
01:03:16,699 --> 01:03:20,698

954
01:03:20,698 --> 01:03:24,698

955
01:03:24,698 --> 01:03:28,698

956
01:03:28,698 --> 01:03:32,698

957
01:03:32,713 --> 01:03:36,713

958
01:03:37,698 --> 01:03:41,698

959
01:03:41,704 --> 01:03:45,703

960
01:03:45,703 --> 01:03:49,702

961
01:03:49,702 --> 01:03:53,698

962
01:03:53,698 --> 01:03:57,697

963
01:03:57,697 --> 01:04:01,697

964
01:04:01,698 --> 01:04:05,698

965
01:04:05,701 --> 01:04:09,699

966
01:04:09,699 --> 01:04:13,698

967
01:04:13,698 --> 01:04:17,698

968
01:04:17,698 --> 01:04:21,698

969
01:04:21,698 --> 01:04:25,698

970
01:04:25,698 --> 01:04:29,697

971
01:04:29,697 --> 01:04:33,697

972
01:04:33,697 --> 01:04:37,697

973
01:04:37,701 --> 01:04:41,697

974
01:04:41,697 --> 01:04:45,697

975
01:04:45,698 --> 01:04:49,698

976
01:04:49,701 --> 01:04:53,699

977
01:04:53,699 --> 01:04:57,698

978
01:04:57,698 --> 01:05:01,698

979
01:05:01,702 --> 01:05:05,698

980
01:05:05,698 --> 01:05:09,698
คราวนี้เดี๋ยวมาดูพร้อมกัน

981
01:05:09,698 --> 01:05:13,698
เรามีอยู่ทั้งหมด 7 ขั้นตอนนะคะ เดี๋ยวเราจะ

982
01:05:13,700 --> 01:05:17,699
ลองฝึกนะ แล้วก็เทียบ

983
01:05:17,699 --> 01:05:21,699
ไปทีละขั้น

984
01:05:21,699 --> 01:05:25,699
ขั้นที่ 1 นะคะ กำหนดให้ Stack ว่าง

985
01:05:25,721 --> 01:05:29,700
ก็คือวาดตาราง 3 ช่องนี้

986
01:05:29,700 --> 01:05:33,698
ใช่ไหมคะ อันดับแรก สร้าง Stack ว่าง ก็คือวาด

987
01:05:33,698 --> 01:05:37,698
3 ช่องนะคะ กี่แถวยังไม่รู้นะ

988
01:05:37,699 --> 01:05:41,699
แต่มีอยู่ 3 คอลัมน์นะคะ 3 ช่อง

989
01:05:41,701 --> 01:05:45,697

990
01:05:45,697 --> 01:05:49,697
อันนี้คือ Stack ว่าง 3 ช่อง อันดับที่ 2

991
01:05:49,699 --> 01:05:53,699
อ่านข้อมูลจากซ้ายไปขวา ก็คือ

992
01:05:53,699 --> 01:05:57,699
อ่านข้อมูลทีละตัวใช่ไหมคะ เลข 5

993
01:05:57,703 --> 01:06:01,703
เครื่องหมายบวก เลข 2 เครื่องหมายคูณ แล้วก็เลข 2

994
01:06:01,711 --> 01:06:05,697
อันนี้คืออ่านจากซ้ายไปขวา

995
01:06:05,697 --> 01:06:09,697
ทีละตัวนะคะ แล้วก็อ่านเข้ามาทีละตัว

996
01:06:09,734 --> 01:06:13,697
สมมติครูใช้ตัวเลขนะคะ

997
01:06:13,697 --> 01:06:17,697
เช่น

998
01:06:17,697 --> 01:06:21,696

999
01:06:21,696 --> 01:06:25,696
อ่านข้อมูลจากซ้ายไปขวา ตัวแรก ก็คือ

1000
01:06:25,704 --> 01:06:29,698
5 ใช่ไหม อ่านจากซ้าย ซ้ายก็คือตัวแรก

1001
01:06:29,698 --> 01:06:33,698
นะคะ ก็คือเลข 5 มา ถัดมา

1002
01:06:33,702 --> 01:06:37,700
ขั้นถัดมาเป็นขั้นที่ 3

1003
01:06:37,700 --> 01:06:41,699
ถ้าข้อมูลที่อ่านเข้ามา

1004
01:06:41,699 --> 01:06:45,697
เป็นตัวเลข เช่น

1005
01:06:45,697 --> 01:06:49,697
เลข 5 ใช่ไหมคะ ข้อมูลที่เราอ่านเข้ามา

1006
01:06:49,698 --> 01:06:53,698
คือ เลข 5 มันเป็นตัวเลขใช่ไหม ใช่ เอามัน

1007
01:06:53,699 --> 01:06:57,699
ไปไว้ที่ไหน เอามันไปไว้ที่ช่องผลลัพธ์ ก็คือ

1008
01:06:57,700 --> 01:07:01,698
ช่องสุดท้าย

1009
01:07:01,698 --> 01:07:05,697
ก็คือช่องนี้ใช่ไหมคะ ช่อง Output

1010
01:07:05,697 --> 01:07:09,697
ถัดมา ถ้าตัวที

1011
01:07:09,700 --> 01:07:13,698
เราอ่านเข้ามานี่ มันไม่ใช่ตัวเลข แสดงว่า

1012
01:07:13,698 --> 01:07:17,698
มันต้องเป็นเครื่องหมายทางคณิตศาสตร์

1013
01:07:17,698 --> 01:07:21,698
อะไรสักอย่างหนึ่งนี่ล่ะ เช่น เครื่องหมายบวก

1014
01:07:21,708 --> 01:07:25,700
ใช่ไหมคะ เครื่องหมายบวก

1015
01:07:25,700 --> 01:07:29,700
เราอ่านเครื่องหมายบวกเข้ามา

1016
01:07:29,701 --> 01:07:33,700
แล้วเขาให้เราเช็กก่อน ว่า

1017
01:07:33,700 --> 01:07:37,700
แล้วใน Stack มันมีค่าอยู่หรือเปล่า Stack ก็คือช่องนี

1018
01:07:37,700 --> 01:07:41,699
้ ช่องที่ 2 นี่ มัน

1019
01:07:41,699 --> 01:07:45,699
มีค่าอยู่ไหม ถ้ามันไม่มีค่าอยู่เลย

1020
01:07:45,704 --> 01:07:49,698
ก็หย่อนมันลงไปใน Stack

1021
01:07:49,698 --> 01:07:53,698
แต่ถ้าใน Stack มันมีข้อมูล

1022
01:07:53,698 --> 01:07:57,698
อยู่แล้ว เราจะต้องทำการ

1023
01:07:57,698 --> 01:08:01,698
เปรียบเทียบก่อน ว่าข้อมูล

1024
01:08:01,700 --> 01:08:05,699
ที่เราอ่านเข้ามานี่

1025
01:08:05,699 --> 01:08:09,699
มันมีค่ามากกว่า หรือน้อยกว่าตัวที่อยู่ใน

1026
01:08:09,702 --> 01:08:13,698
Stack

1027
01:08:13,698 --> 01:08:17,698
ถ้ามันมากกว่า

1028
01:08:17,698 --> 01:08:21,698
ถ้ากรณีที่ตัวที่เราอ่านนี่ มีค่ามากกว่า

1029
01:08:21,700 --> 01:08:25,699
ก็หย่อนลงไปใน Stack ได้เลย

1030
01:08:25,699 --> 01:08:29,699
ถ้าสิ่งที่

1031
01:08:29,700 --> 01:08:33,699
เราอ่านเข้ามา มันมีค่าน้อยกว่าสิ่งที่

1032
01:08:33,699 --> 01:08:37,696
อยู่ใน Stack

1033
01:08:37,696 --> 01:08:41,696
ให้เอาเครื่องหมายใน Stack

1034
01:08:41,697 --> 01:08:45,697
ออกไปไว้ที่ผลลัพธ์

1035
01:08:45,697 --> 01:08:49,697
แล้วเอาเครื่องหมายตัวที่เราอ่านเข้ามาหย่อนลงไปใน Stack

1036
01:08:49,711 --> 01:08:53,696
โอเค

1037
01:08:53,696 --> 01:08:57,696
ถ้า

1038
01:08:57,696 --> 01:09:01,696
เราอ่านจนครบข้อมูล

1039
01:09:01,698 --> 01:09:05,698
ทุกตัวแล้ว เรายังมีข้อมูลอยู่ใน Stack

1040
01:09:05,698 --> 01:09:09,698
เราก็ดึงมันออกมา ก็คือ Pop มันออกมา

1041
01:09:09,698 --> 01:09:13,697
นะคะ เป็นผลลัพธ์

1042
01:09:13,697 --> 01:09:17,697
มาดูตัวอย่างนะ ทุกคนถือ... ดูกระดาษตัวอย่าง

1043
01:09:17,697 --> 01:09:21,696
ที่เป็นขั้นตอนด้วยนะคะ

1044
01:09:21,696 --> 01:09:25,696

1045
01:09:25,700 --> 01:09:29,700

1046
01:09:29,701 --> 01:09:33,699

1047
01:09:33,699 --> 01:09:37,697
โอเค

1048
01:09:37,697 --> 01:09:41,695
โจทย์

1049
01:09:41,695 --> 01:09:45,695
ที่ครูให้ ทุกคนดูที่หน้าจอนะคะ

1050
01:09:45,698 --> 01:09:49,697
ครูมีโจทย์

1051
01:09:49,697 --> 01:09:53,697
มาให้นะคะ ก็คือ 5 + 2

1052
01:09:53,697 --> 01:09:57,695
x 2

1053
01:09:57,695 --> 01:10:01,695
อันดับแรกครูต้องทำอะไร

1054
01:10:01,700 --> 01:10:05,699
ครูต้องวาดตารางก่อนใช่ไหมคะ อันดับแรกวาดตาราง 3 ช่อง

1055
01:10:05,699 --> 01:10:09,697
วาดตาราง 3 ช่อง จำนวนแถว

1056
01:10:09,697 --> 01:10:13,696
ก็เอาข้อมูลตัวเลขกับเครื่องหมาย

1057
01:10:13,696 --> 01:10:17,696
มาใส่ทีละบรรทัด 5

1058
01:10:17,696 --> 01:10:21,696
บรรทัดที่ 1 ถูกไหมคะ + บรรทัด

1059
01:10:21,701 --> 01:10:25,700
ที่ 2 ใส่เลข 2 บรรทัดถัดมาใส่เครื่องหมายคูณ

1060
01:10:25,700 --> 01:10:29,698
แล้วก็ใส่เลข 2

1061
01:10:29,698 --> 01:10:33,698
เราก็จะวาดตารางเรียบร้อยแล้วใช่ไหมคะ จำนวนแถว

1062
01:10:33,705 --> 01:10:37,701
ขึ้นอยู่กับจำนวนข้อมูล

1063
01:10:37,701 --> 01:10:41,696
ในโจทย์ว่ามีกี่ตัว ก็สร้างแถว

1064
01:10:41,696 --> 01:10:45,696
ใส่ข้อมูลให้เลย

1065
01:10:45,696 --> 01:10:49,696
เรากำหนด

1066
01:10:49,696 --> 01:10:53,696
stack ว่างแล้วใช่ไหมคะ

1067
01:10:53,696 --> 01:10:57,696
ถัดมา ต้องอ่านข้อมูลทีละตัว

1068
01:10:57,696 --> 01:11:01,696
เราต้องอ่านข้อมูลทีละตัว จากซ้าย

1069
01:11:01,696 --> 01:11:05,696
ไปขวา ตัวแรกคืออะไรคะ

1070
01:11:05,697 --> 01:11:09,697
คือ 5 ใช่ไหม ครูเขียนเรียงแล้ว

1071
01:11:09,703 --> 01:11:13,699
5 + มี 2 มี x แล้วก็มี 2

1072
01:11:13,699 --> 01:11:17,697
อันนี้คือข้อมูลที่เราอ่านจากซ้ายไปขวา

1073
01:11:17,697 --> 01:11:21,697
ตัวแรก เป็นตัวเลขใช่ไหมคะ

1074
01:11:21,701 --> 01:11:25,698
มันเป็นตัวแรก แล้วมันตรงกับตัวไหน

1075
01:11:25,698 --> 01:11:29,698
ในขั้นตอน ข้อ

1076
01:11:29,702 --> 01:11:33,696
3 ที่บอกว่าถ้าเป็นตัวเลข

1077
01:11:33,696 --> 01:11:37,696
ให้เอาไปไว้ที่ไหน เอาไปไว้ที่

1078
01:11:37,697 --> 01:11:41,697
ผลลัพธ์ ถ้าเป็น

1079
01:11:41,699 --> 01:11:45,699
ตัวเลข เอาไปไว้ที่ผลลัพธ์ได้เลย

1080
01:11:45,700 --> 01:11:49,699
ถัดมา

1081
01:11:49,699 --> 01:11:53,697
เจอเครื่องหมายบวกนะคะ เจอเครื่องหมายบวก

1082
01:11:53,697 --> 01:11:57,695
ตอนนี้ ใน Stack มันไม่มีค่า

1083
01:11:57,695 --> 01:12:01,695
อะไรเลย ทำอย่างไรคะ

1084
01:12:01,695 --> 01:12:05,695
ก็ใส่ได้เลย ใส่เครื่องหมายบวก

1085
01:12:05,698 --> 01:12:09,698
ลงมาได้เลย ถ้ามันเป็น Stack ว่าง  เห็นไหมคะ

1086
01:12:09,711 --> 01:12:13,698
ตัวบนเป็น Stack ว่าง เราก็เอา + ใส่ได้เลย

1087
01:12:13,698 --> 01:12:17,695
แล้วก็เขียน 5 ลงมาเหมือนเดิมนะคะ

1088
01:12:17,695 --> 01:12:21,695
ยก 5 ลงมาเหมือนเดิมนะ

1089
01:12:21,701 --> 01:12:25,701
ดู ดูพร้อมครูก่อนนะ

1090
01:12:25,701 --> 01:12:29,694
เดี๋ยวครู...

1091
01:12:29,694 --> 01:12:33,694
จะถ่ายรูป

1092
01:12:33,694 --> 01:12:37,694
เอาขึ้น Classroom ให ้

1093
01:12:37,694 --> 01:12:41,694
ถัดมา เลข 2 ใช่ไหมคะ เลข 2 มันเป็นอะไร

1094
01:12:41,695 --> 01:12:45,695
มันเป็นตัวเลข เพราะฉะนั้น ต้องเอาไปไว้ที่ไหน

1095
01:12:45,697 --> 01:12:49,694
ไปไว้ที่ผลลัพธ์

1096
01:12:49,694 --> 01:12:53,694
ตรงกับข้อ 3 ในขั้นตอนนะ

1097
01:12:53,695 --> 01:12:57,695
เอา 2 มาไว้ที่ Output แต่ต้องเขียน

1098
01:12:57,697 --> 01:13:01,695
หลัง ก็คือเขียนต่อจากเลข 5

1099
01:13:01,695 --> 01:13:05,695
นะคะ

1100
01:13:05,696 --> 01:13:09,695

1101
01:13:09,695 --> 01:13:13,695
ถัดมา

1102
01:13:13,695 --> 01:13:17,695
ยกเครื่องหมายบวกลงมาด้วยนะ

1103
01:13:17,698 --> 01:13:21,698
เพราะมันอยู่ใน Stack นะคะ เรายังไม่ได้เอาอะไรออก

1104
01:13:21,698 --> 01:13:25,695
หรือเอาอะไรเข้าเพิ่ม

1105
01:13:25,695 --> 01:13:29,695
ถัดมา เป็นเครื่องหมายคูณ

1106
01:13:29,695 --> 01:13:33,694
ใน Stack

1107
01:13:33,694 --> 01:13:37,694
เรามีเครื่องหมายบวกอยู่แล้วนะคะ

1108
01:13:37,695 --> 01:13:41,695
ใน Stack นี่ เรามีเครื่องหมายบวกอยู่แล้ว

1109
01:13:41,701 --> 01:13:45,698
ตัวที่เราอ่านเข้ามา คือ คูณ เรา

1110
01:13:45,698 --> 01:13:49,695
จะต้องทำการเปรียบเทียบ

1111
01:13:49,695 --> 01:13:53,695
ค่าที่เราอ่านเข้ามาใหม่ คือ คูณ

1112
01:13:53,695 --> 01:13:57,694
กับตัวเดิมที่อยู่ใน Stack

1113
01:13:57,694 --> 01:14:01,694
คือ บวก เราเปรียบเทียบ ถูกไหมคะ

1114
01:14:01,695 --> 01:14:05,695
กับตัวบนสุด คือ เครื่องหมายบวก สิ่งท

1115
01:14:05,697 --> 01:14:09,697
ี่เราพบคืออะไร คูณมีค่า

1116
01:14:09,698 --> 01:14:13,698
มากกว่าบวก ให้ทำอย่างไร

1117
01:14:13,700 --> 01:14:17,697
ก็เอาคูณหย่อนลงมาได้เลย

1118
01:14:17,697 --> 01:14:21,695
ใส่คูณ

1119
01:14:21,695 --> 01:14:25,695
ลงไปใน Stack ได้เลยนะคะ ผลลัพธ์ก็เป็นเหมือนเดิม

1120
01:14:25,696 --> 01:14:29,694
ตัวถัดมา คือ เลข 2

1121
01:14:29,694 --> 01:14:33,694
เลข 2 มันเป็นตัวเลขใช่ไหม เอามาไว้ที่

1122
01:14:33,732 --> 01:14:37,695
ผลลัพธ์นะคะ เอามาต่อด้านหลัง

1123
01:14:37,695 --> 01:14:41,695
เสร็จแล้ว เราพบว่า

1124
01:14:41,696 --> 01:14:45,696
ไม่มีข้อมูลแล้ว ข้อมูลมันหมดแล้วน่ะ

1125
01:14:45,699 --> 01:14:49,699
ข้อมูลมันหมดแล้วนะคะ แต่สิ่งที่เราเจอคืออะไร ใน หอมูลมันหมดแล้วนะคะ แต่สิ่งที่เราเจอคืออะไร

1126
01:14:49,708 --> 01:14:53,695
ใน Stack ยังมีข้อมูลอยู่

1127
01:14:53,695 --> 01:14:57,694
เพราะฉะนั้น ต้องดึงค่า

1128
01:14:57,694 --> 01:15:01,694
ออกจาก Stack ให้หมด เราเอาอะไรออกมาก่อนคะ

1129
01:15:01,696 --> 01:15:05,694
ตัวล่าสุด ตัวบนสุด คือ คูณ

1130
01:15:05,694 --> 01:15:09,694
เอาคูณมาต่อท้ายที่ Output หรือว่าผลลั

1131
01:15:09,694 --> 01:15:13,694
พธ์ เอาคูณออกมาแล้ว มันเหลืออีกตัวหนึ่งใช่ไหม

1132
01:15:13,703 --> 01:15:17,694
ก็เอาบวกออกมา

1133
01:15:17,694 --> 01:15:21,694
อันนี้คือผลลัพธ์ ผลลัพธ์สุดท้าย

1134
01:15:21,694 --> 01:15:25,694
นะคะ

1135
01:15:25,695 --> 01:15:29,695
จะอยู่ในรูปแบบของ Postfix คือ แปลงนิพจน์

1136
01:15:29,702 --> 01:15:33,693

1137
01:15:33,693 --> 01:15:37,693
ได้ไหมคะ เดี๋ยวเรามาทำพร้อมกันอีกตัวหนึ่ง

1138
01:15:45,708 --> 01:15:46,980

1139
01:15:37,695 --> 01:15:41,695

1140
01:15:41,697 --> 01:15:45,697

1141
01:15:45,701 --> 01:15:49,694

1142
01:15:49,694 --> 01:15:53,694

1143
01:15:53,694 --> 01:15:57,694

1144
01:15:57,694 --> 01:16:01,694

1145
01:16:01,694 --> 01:16:05,694
3 + 5 x 1

1146
01:16:05,695 --> 01:16:09,694

1147
01:16:09,694 --> 01:16:13,694

1148
01:16:13,694 --> 01:16:17,694

1149
01:16:17,694 --> 01:16:21,694
ครูมีโจทย์ใช่ไหมคะ 3 + 5 x 1

1150
01:16:21,704 --> 01:16:25,699
ผลลัพธ์เท่ากับเท่าไหร่เอ่ย ตอบ

1151
01:16:25,699 --> 01:16:29,694
เท่ากับ

1152
01:16:29,694 --> 01:16:33,694
อันนี้ตอบเท่ากับเท่าไหร่เอ่ย

1153
01:16:33,696 --> 01:16:37,694
8

1154
01:16:37,694 --> 01:16:41,693
ข้างหลังตอบอะไร

1155
01:16:41,693 --> 01:16:45,693
ได้เท่ากับอะไรคะ คำตอบ

1156
01:16:45,694 --> 01:16:49,693
ก็คือ 8

1157
01:16:49,693 --> 01:16:53,693
เอา 5 x 1 ก่อน ได้เท่าไหร

1158
01:16:53,694 --> 01:16:57,694
่ ค่อยบวกกับ 3

1159
01:16:57,696 --> 01:17:01,696
5 x 1 เป็น 5 แล้วบวกกับ 3

1160
01:17:01,697 --> 01:17:05,693
จะเท่ากับ 8

1161
01:17:05,693 --> 01:17:09,693
เดี๋ยวเราจะมาทำ จะมาแปลงนิพจน์กัน

1162
01:17:09,697 --> 01:17:13,697
นะคะ แล้วเราจะมาหาค่าว่ามันได้ 8 ได้อย่างไร

1163
01:17:13,700 --> 01:17:17,698
อันนี้เรากำลังจะมาแสดงวิธีทำ

1164
01:17:17,698 --> 01:17:21,698
ว่าค่า 8 มันมาจากไหน เราสั่งให้คอมพิวเตอร์มัน

1165
01:17:21,707 --> 01:17:25,694
คิดแบบไหน อันดับแรก วาด Stack ว่าง

1166
01:17:25,694 --> 01:17:29,694
ฉะนั้น ครูบอกว่าต้องมีคอลัมน์อยู่ 3 คอลัมน์

1167
01:17:29,697 --> 01:17:33,697

1168
01:17:33,702 --> 01:17:37,693

1169
01:17:37,693 --> 01:17:41,693

1170
01:17:41,693 --> 01:17:45,693
ครูมี 3 คอลัมน์แล้ว มี

1171
01:17:45,694 --> 01:17:49,694
Input Stack

1172
01:17:49,694 --> 01:17:53,694
แล้วก็ Output

1173
01:17:53,705 --> 01:17:57,694
จากนั้นครูวาดตารางเลย

1174
01:17:57,694 --> 01:18:01,694
โดยเอาข้อมูลมาใส่ในแต่ละแถวเลยนะคะ

1175
01:18:01,695 --> 01:18:05,695
ครูอ่านเข้ามาทีละตัว

1176
01:18:05,695 --> 01:18:09,694
จากซ้ายไปขวา ตัวแรก คือ 3 ถัดมา

1177
01:18:09,694 --> 01:18:13,693
คือ เครื่องหมายบวก เลข 5

1178
01:18:13,693 --> 01:18:17,693
นะคะ เครื่องหมายคูณ

1179
01:18:17,694 --> 01:18:21,694
แล้วก็เลข 1 อันนี้ครูวดตารา

1180
01:18:21,694 --> 01:18:25,694
งเสร็จแล้ว

1181
01:18:25,699 --> 01:18:29,692

1182
01:18:29,692 --> 01:18:33,692

1183
01:18:33,694 --> 01:18:37,693
ทุกคน

1184
01:18:37,693 --> 01:18:41,693
วาดตามครูก่อนเลย เราวาด

1185
01:18:41,705 --> 01:18:45,693
ตารางเปล่า ๆ แบบนี้ก่อนนะคะ

1186
01:18:45,693 --> 01:18:49,693
คอลัมน์แรก หรือช่องแรก เอา

1187
01:18:49,695 --> 01:18:53,694
ตัวเลขกับเครื่องหมาย

1188
01:18:53,694 --> 01:18:57,694
มาเรียงใส่ทีละบรรทัด

1189
01:18:57,694 --> 01:19:01,693

1190
01:19:01,693 --> 01:19:05,693

1191
01:19:05,694 --> 01:19:09,693

1192
01:19:09,693 --> 01:19:13,693

1193
01:19:13,693 --> 01:19:17,693

1194
01:19:17,693 --> 01:19:21,693

1195
01:19:21,693 --> 01:19:25,693

1196
01:19:25,693 --> 01:19:29,693

1197
01:19:29,696 --> 01:19:33,693

1198
01:19:33,693 --> 01:19:37,693

1199
01:19:37,694 --> 01:19:41,694

1200
01:19:41,696 --> 01:19:45,694

1201
01:19:45,694 --> 01:19:49,693

1202
01:19:49,693 --> 01:19:53,693

1203
01:19:53,693 --> 01:19:57,693

1204
01:19:57,696 --> 01:20:01,695

1205
01:20:01,695 --> 01:20:05,695

1206
01:20:05,697 --> 01:20:09,692

1207
01:20:09,692 --> 01:20:13,692
คราวนี้

1208
01:20:13,696 --> 01:20:17,696
พอทุกคนลอกตารางเสร็จแล้วใช่ไหมคะ เดี๋ยวเราจะมาทำด้วยกัน

1209
01:20:17,696 --> 01:20:21,694
เริ่มต้นตัวแรก

1210
01:20:21,694 --> 01:20:25,694
ใช่ไหมคะ ทุกคน เริ่มต้นตัวแรก มันเป็นตัวเลข

1211
01:20:25,700 --> 01:20:29,700
ใช่หรือเปล่า มันเป็นตัวแรก เพราะฉะนั้นเอาไปไว้ที่ช่องทางไหน

1212
01:20:29,705 --> 01:20:33,693
ทางขวา

1213
01:20:33,693 --> 01:20:37,693
ใส่ก่อน เลข 3 ใช่ ถูกต้อง

1214
01:20:37,695 --> 01:20:41,693
ถัดมา

1215
01:20:41,693 --> 01:20:45,693
เป็นเครื่องหมายบวกใช่ไหมคะ เป็นเครื่องหมายบวก

1216
01:20:45,698 --> 01:20:49,698
ตรงนี้มีอะไรไหม ไม่มี

1217
01:20:49,700 --> 01:20:53,695
เพราะฉะนั้น เอาบวกมาใส่ตรงนี้ได้เลยไหม

1218
01:20:53,695 --> 01:20:57,694
ถ้าเป็นเครื่องหมาย เอาลงที่

1219
01:20:57,694 --> 01:21:01,694
Stack เพราะฉะนั้น ตอนนี้ Stack

1220
01:21:01,694 --> 01:21:05,693
ว่าง ก็ใส่เครื่องหมายบวกได้เลย

1221
01:21:05,693 --> 01:21:09,693
3 ยกลงมาเหมือนเดิมนะคะ

1222
01:21:09,695 --> 01:21:13,693
ตรง Output ยก 3 ลงมาเหมือนเดิม

1223
01:21:13,693 --> 01:21:17,693

1224
01:21:17,702 --> 01:21:21,696

1225
01:21:21,696 --> 01:21:25,696
ถัดมา เลข 5 เป็นตัวเลข

1226
01:21:25,697 --> 01:21:29,697
เอาไว้ที่ไหน เอาไว้

1227
01:21:29,705 --> 01:21:33,705
Output ใช่ไหม เพราะฉะนั้น เอาของเด

1228
01:21:33,715 --> 01:21:37,693
ิมยกลงมาก่อน คือ 3 เราเอาเลขอะไรมาใส่

1229
01:21:37,693 --> 01:21:41,692
เลข 5 นะคะ อันนี้

1230
01:21:41,692 --> 01:21:45,692
ยกลงมาไหม เครื่องหมายบวกยกลงมาด้วยนะ

1231
01:21:45,698 --> 01:21:49,698
ยกลงมาด้วย

1232
01:21:49,699 --> 01:21:53,692

1233
01:21:53,692 --> 01:21:57,692

1234
01:21:57,694 --> 01:22:01,692
เสร็จแล้ว ถัดมา

1235
01:22:01,692 --> 01:22:05,692
เครื่องหมายคูณ

1236
01:22:05,692 --> 01:22:09,692
คูณต้องเอามาลง Stack ใช่หรือเปล่า แต่คูณ

1237
01:22:09,700 --> 01:22:13,693
มันมากกว่าบวกใช่ไหม คูณ

1238
01:22:13,693 --> 01:22:17,693
กับบวก อะไรมากกว่ากัน คูณ เพราะฉะนั้น

1239
01:22:17,696 --> 01:22:21,693
เราก็ใส่ลงไปใน Stack ได้เลย โดย

1240
01:22:21,693 --> 01:22:25,693
โดยเอาของเดิมลงมาก่อน

1241
01:22:25,697 --> 01:22:29,694
แล้วก็ใส่เครื่องหมายคูณ

1242
01:22:29,694 --> 01:22:33,694
อันนี้ยกลงมาเหมือนเดิมไหม ยกลงมาเหมือนเดิม

1243
01:22:33,699 --> 01:22:37,692

1244
01:22:37,692 --> 01:22:41,692
ตรงสุดท้าย 1 เอาไว้ที่ไห

1245
01:22:41,695 --> 01:22:45,695
น Output แต่มีของเดิมอยู่แล้วใช่ไหม

1246
01:22:45,695 --> 01:22:49,693
ยกของเดิมลงมาก่อน แล้วก็ใส่เลข 1

1247
01:22:49,693 --> 01:22:53,691

1248
01:22:53,691 --> 01:22:57,691
อันนี้ยกลงมาเลยได้ไหม ได้นะคะ ใน Stack

1249
01:22:57,694 --> 01:23:01,692
เราก็ยกเครื่องหมายออกมา เครื่องหมายนะคะ

1250
01:23:01,692 --> 01:23:05,692
บวกกับคูณ

1251
01:23:05,697 --> 01:23:09,690

1252
01:23:09,690 --> 01:23:13,690
เสร็จแล้ว

1253
01:23:13,690 --> 01:23:17,690
ผลลัพธ์ที่ได้ ตอนนี้ข้อมูลหมดแล้วใช่ไหม

1254
01:23:17,692 --> 01:23:21,691
ใน Stack ยังมีอยู่ ใน Stack ยังมีอยู่ ต้อง

1255
01:23:21,691 --> 01:23:25,691
เอาออกมา ต้อง Pop ออกมา ใช่ไหมคะ

1256
01:23:25,693 --> 01:23:29,689
ยกตรง Output ของเดิมลงมาก่อน Pop

1257
01:23:29,689 --> 01:23:33,689
บวกกับคูณเอาอะไรออกมาก่อน

1258
01:23:33,690 --> 01:23:37,689
คูณ แล้วตามด้วยบวก เห็นไหมคะ

1259
01:23:37,689 --> 01:23:41,689
เอาตัวแรกออกมาก่อน แล้วก็เอาตัวที่ 2

1260
01:23:41,689 --> 01:23:45,689
ออกมา

1261
01:23:45,690 --> 01:23:49,687

1262
01:23:49,687 --> 01:23:53,686

1263
01:23:53,686 --> 01:23:57,686

1264
01:23:57,687 --> 01:24:01,687
เดี๋ยวต่ออีกนิดหนึ่งนะคะ เดี๋ยวเขียนตรงนี้ให้เสร็จก่อน

1265
01:24:01,696 --> 01:24:05,686

1266
01:24:05,686 --> 01:24:09,686

1267
01:24:09,686 --> 01:24:13,686
เรายังไม่ได้ค่าเลข 8 เลย

1268
01:24:13,686 --> 01:24:17,686
จะทำอย่างไรให้ได้เลข 8

1269
01:24:17,697 --> 01:24:21,687
8

1270
01:24:21,687 --> 01:24:25,685
ถัดมา เสร็จหรือยังคะ

1271
01:24:25,685 --> 01:24:29,685
เดี๋ยวรอเพื่อน

1272
01:24:29,685 --> 01:24:33,685
แป๊บหนึ่งนะ

1273
01:24:33,685 --> 01:24:37,684

1274
01:24:37,684 --> 01:24:41,684

1275
01:24:41,684 --> 01:24:45,683
โอเค เราได้ผลลัพธ์

1276
01:24:45,683 --> 01:24:49,683
แล้วใช่ไหมคะ จากตารางที่เราทำใน Stack

1277
01:24:49,691 --> 01:24:53,682

1278
01:24:53,682 --> 01:24:57,682
พอได้ค่าผลลัพธ์แล้วนี่ คือ ตัวนี้

1279
01:24:57,684 --> 01:25:01,683
ใช่ไหม 351 คูณ บวก

1280
01:25:01,683 --> 01:25:05,683
มาหาผลลัพธ์ต่อนะคะ ค่านี้จะเป็นค่าสุดท้ายแล้ว

1281
01:25:05,683 --> 01:25:09,683
ที่เราจะได้คำตอบออกมา

1282
01:25:09,684 --> 01:25:13,683

1283
01:25:13,683 --> 01:25:17,683
ตัวแรก ตัวนี้ใช่ไหมคะ

1284
01:25:17,684 --> 01:25:21,684
ขั้นตอนถัดมา ถ้าเป็น

1285
01:25:21,688 --> 01:25:25,684
ตัวเลข ถ้าเป็นตัวเลข จะ Push

1286
01:25:25,684 --> 01:25:29,684
ลง Stack อันนี้อีกอันหนึ่งนะ อีก

1287
01:25:29,690 --> 01:25:33,690
ขั้นตอนหนึ่งนะคะ ถ้าเป็นตัวเลข จะ

1288
01:25:33,692 --> 01:25:37,683
push ลง Stack ดูพร้อมครูเลย ตัวที่ 1 มา

1289
01:25:37,683 --> 01:25:41,682
คือตัวเลขอะไรคะ  เลข 3

1290
01:25:41,682 --> 01:25:45,682
เราเอาใส่ใน Stack

1291
01:25:45,684 --> 01:25:49,684
ดูพร้อมกันนะ เลข 3

1292
01:25:49,686 --> 01:25:53,683
ตัวแรก เอาลง Stack ตัวถัดมา

1293
01:25:53,683 --> 01:25:57,683
เลขอะไรคะ เลข 5

1294
01:25:57,683 --> 01:26:01,683
ก็เอาเลข 5 Push ลง  Stack เหมือนกัน

1295
01:26:09,609 --> 01:26:05,962

1296
01:26:01,685 --> 01:26:05,678

1297
01:26:05,678 --> 01:26:09,678
ตัวถัดมาเลขอะไร

1298
01:26:09,681 --> 01:26:13,678
เลข 1 ก็เอาเลข 1

1299
01:26:13,678 --> 01:26:17,678
Push ลง Stack เหมือนกัน

1300
01:26:17,678 --> 01:26:21,678

1301
01:26:21,678 --> 01:26:25,678

1302
01:26:25,678 --> 01:26:29,678
ถัดมา

1303
01:26:29,678 --> 01:26:33,678
เราเครื่องหมายคูณ ให้

1304
01:26:33,696 --> 01:26:37,678
Pop ค่าบนสุดอออกมา แล้ว

1305
01:26:37,678 --> 01:26:41,678
วางไว้ขวามือ เอาเลข 1 ออกมา เห็นไหมคะ

1306
01:26:41,682 --> 01:26:45,682
จากนั้นใส่เครื่องหมาย

1307
01:26:45,688 --> 01:26:49,682
ถ้ามันเครื่องหมายนะ ตัวที่เราอ่านมา เรา Pop

1308
01:26:49,682 --> 01:26:53,681
ตัวเลขออกมาก่อน แล้วใส่เครื่องหมาย

1309
01:26:53,681 --> 01:26:57,676
แล้วเอาตัวที่ 2 ออกมา แบบนี้

1310
01:26:57,676 --> 01:27:01,676
นะคะ เอาตัวบนสุดออกมา

1311
01:27:01,680 --> 01:27:05,678
แล้วใส่เครื่องหมายที่เราอ่าน แล้วเอา

1312
01:27:05,678 --> 01:27:09,675
ตัวข้อมูล

1313
01:27:09,675 --> 01:27:13,675
ตัวเลขที่อยู่ใน Stack ตัวถัดมานี่ เอาออกมา ได้ผลลัพธ์อะไรคะ

1314
01:27:13,684 --> 01:27:17,675
5 x 1 เป็น 5

1315
01:27:17,675 --> 01:27:21,675
ตอนนี้ใน Stack 1 กับ 5 ออก

1316
01:27:21,682 --> 01:27:25,682
ไปแล้วนะ เราได้ผลลัพธ์

1317
01:27:25,683 --> 01:27:29,679
คือ 5 แล้วอย่างไรต่อ

1318
01:27:29,679 --> 01:27:33,674
ก็ Push ลง Stack

1319
01:27:33,674 --> 01:27:37,674
เอาเลขนี่ 5 Push ลงไปใน Stack

1320
01:27:37,675 --> 01:27:41,674
เดิม มี 3 ตอนนี้เอาออกไปแล้ว 2 เหลือ 3

1321
01:27:41,674 --> 01:27:45,674
พอคูณเสร็จ เอา 5 กลับเข้ามา

1322
01:27:45,682 --> 01:27:49,673

1323
01:27:49,673 --> 01:27:53,673
ดูนะคะ ถัดมา

1324
01:27:53,675 --> 01:27:57,675
อ่านเครื่องหมายบวก

1325
01:27:57,678 --> 01:28:01,678
ทำเหมือนเดิมเลย เอาอะไรออกมาคะ

1326
01:28:01,681 --> 01:28:05,676

1327
01:28:05,676 --> 01:28:09,676
เอา 5 ออกมาไว้ทางขวามือ แล้วก็ใส่เครื่องหมายบวก

1328
01:28:09,691 --> 01:28:13,681
แล้วก้เอา 3 ออกมา คำตอบเป็นเท่าไหร่คะ

1329
01:28:13,681 --> 01:28:17,681
เป็น 8

1330
01:28:17,682 --> 01:28:21,677

1331
01:28:21,677 --> 01:28:25,677
แล้วก็เอา 8 ใส่ลงไปใน Stack จะเหลือเป็นค่าสุดท้าย

1332
01:28:25,677 --> 01:28:29,673
นี่คือคำตอบของ

1333
01:28:29,673 --> 01:28:33,672
โจทย์ข้อนี้ ได้เท่ากันเลยไหม

1334
01:28:33,672 --> 01:28:37,672
ได้เท่ากันเลย คือ 8

1335
01:28:37,693 --> 01:28:41,674
จะเห็นว่านี่คือกระบวนการคอมพิวเตอร์คิดค่า

1336
01:28:41,674 --> 01:28:45,674
ตัวเลขให้เรานะคะ กว่าจะได้เลข 8

1337
01:28:45,676 --> 01:28:49,676
ออกมานี่ คอมพิวเตอร์ต้องคิดแบบนี้นะคะ

1338
01:28:49,677 --> 01:28:53,677

1339
01:28:53,681 --> 01:28:57,671

1340
01:28:57,671 --> 01:29:01,671

1341
01:29:01,671 --> 01:29:05,671
โอเค

1342
01:29:05,675 --> 01:29:09,670
ใครเสร็จแล้ว

1343
01:29:09,670 --> 01:29:13,670
ครูให้เบรกอีก 5 นาที จดตัวนี้ให้เสร็จนะคะ

1344
01:29:13,673 --> 01:29:17,669
เสร็จแล้วครูให้เบรกอีก 5 นาที

1345
01:29:17,669 --> 01:29:21,669

1346
01:29:21,676 --> 01:29:25,670

1347
01:29:25,670 --> 01:29:29,670

1348
01:29:29,671 --> 01:29:33,670

1349
01:29:33,670 --> 01:29:37,669

1350
01:29:37,669 --> 01:29:41,668

1351
01:29:41,668 --> 01:29:45,668

1352
01:29:45,669 --> 01:29:49,668

1353
01:29:49,668 --> 01:29:53,668

1354
01:29:53,668 --> 01:29:57,668

1355
01:29:57,671 --> 01:30:01,668

1356
01:30:01,668 --> 01:30:05,668

1357
01:30:05,668 --> 01:30:09,668

1358
01:30:09,670 --> 01:30:13,669

1359
01:30:13,669 --> 01:30:17,667

1360
01:30:17,667 --> 01:30:21,667

1361
01:30:21,669 --> 01:30:25,667

1362
01:30:25,667 --> 01:30:29,667

1363
01:30:29,689 --> 01:30:33,674

1364
01:30:33,674 --> 01:30:37,668

1365
01:30:37,668 --> 01:30:41,668

1366
01:30:41,670 --> 01:30:45,668

1367
01:30:45,668 --> 01:30:49,667

1368
01:30:49,667 --> 01:30:53,667

1369
01:30:53,669 --> 01:30:57,664

1370
01:30:57,664 --> 01:31:01,664

1371
01:31:01,673 --> 01:31:05,666

1372
01:31:05,666 --> 01:31:09,666

1373
01:31:09,666 --> 01:31:13,666

1374
01:31:13,666 --> 01:31:17,662

1375
01:31:17,662 --> 01:31:21,662

1376
01:31:21,666 --> 01:31:25,664

1377
01:31:25,664 --> 01:31:29,664

1378
01:31:29,669 --> 01:31:33,662

1379
01:31:33,662 --> 01:31:37,662

1380
01:31:37,679 --> 01:31:41,661

1381
01:31:41,661 --> 01:31:45,661

1382
01:31:45,661 --> 01:31:49,661

1383
01:31:49,667 --> 01:31:53,661

1384
01:31:53,661 --> 01:31:57,661

1385
01:31:57,670 --> 01:32:01,661

1386
01:32:01,661 --> 01:32:05,660

1387
01:32:05,660 --> 01:32:09,660

1388
01:32:09,660 --> 01:32:13,659

1389
01:32:13,659 --> 01:32:17,659

1390
01:32:17,659 --> 01:32:21,659

1391
01:32:21,659 --> 01:32:25,659

1392
01:32:25,659 --> 01:32:29,659

1393
01:32:29,659 --> 01:32:33,658

1394
01:32:33,658 --> 01:32:37,658

1395
01:32:37,658 --> 01:32:41,658

1396
01:32:41,658 --> 01:32:45,657

1397
01:32:45,657 --> 01:32:49,657

1398
01:32:49,659 --> 01:32:53,659

1399
01:32:53,666 --> 01:32:57,658

1400
01:32:57,658 --> 01:33:01,657

1401
01:33:01,657 --> 01:33:05,657

1402
01:33:05,666 --> 01:33:09,657

1403
01:33:09,657 --> 01:33:13,657

1404
01:33:13,661 --> 01:33:17,656

1405
01:33:17,656 --> 01:33:21,655

1406
01:33:21,655 --> 01:33:25,655

1407
01:33:25,660 --> 01:33:29,657

1408
01:33:29,657 --> 01:33:33,655

1409
01:33:33,655 --> 01:33:37,655

1410
01:33:37,655 --> 01:33:41,655

1411
01:33:41,655 --> 01:33:45,655

1412
01:33:45,655 --> 01:33:49,655

1413
01:33:49,666 --> 01:33:53,654

1414
01:33:53,654 --> 01:33:57,654

1415
01:33:57,654 --> 01:34:01,654

1416
01:34:01,654 --> 01:34:05,654

1417
01:34:05,655 --> 01:34:09,655

1418
01:34:09,656 --> 01:34:13,653

1419
01:34:13,653 --> 01:34:17,653

1420
01:34:17,658 --> 01:34:21,655

1421
01:34:21,655 --> 01:34:25,653

1422
01:34:25,653 --> 01:34:29,653

1423
01:34:29,653 --> 01:34:33,652

1424
01:34:33,652 --> 01:34:37,652

1425
01:34:37,652 --> 01:34:41,652

1426
01:34:41,652 --> 01:34:45,652

1427
01:34:45,652 --> 01:34:49,651

1428
01:34:49,651 --> 01:34:53,651

1429
01:34:53,653 --> 01:34:57,653

1430
01:34:57,654 --> 01:35:01,651

1431
01:35:01,651 --> 01:35:05,651

1432
01:35:05,654 --> 01:35:09,650

1433
01:35:09,650 --> 01:35:13,650

1434
01:35:13,651 --> 01:35:17,650

1435
01:35:17,650 --> 01:35:21,650

1436
01:35:21,650 --> 01:35:25,650

1437
01:35:25,650 --> 01:35:29,649

1438
01:35:29,649 --> 01:35:33,649

1439
01:35:33,649 --> 01:35:37,649

1440
01:35:37,649 --> 01:35:41,649

1441
01:35:41,658 --> 01:35:45,653

1442
01:35:45,653 --> 01:35:49,649

1443
01:35:49,649 --> 01:35:53,649

1444
01:35:53,649 --> 01:35:57,649

1445
01:35:57,649 --> 01:36:01,649

1446
01:36:01,663 --> 01:36:05,650

1447
01:36:05,650 --> 01:36:09,649

1448
01:36:09,649 --> 01:36:13,647

1449
01:36:13,647 --> 01:36:17,647

1450
01:36:17,648 --> 01:36:21,647

1451
01:36:21,647 --> 01:36:25,647

1452
01:36:25,658 --> 01:36:29,648

1453
01:36:29,648 --> 01:36:33,648

1454
01:36:33,650 --> 01:36:37,648

1455
01:36:37,648 --> 01:36:41,648

1456
01:36:41,649 --> 01:36:45,647

1457
01:36:45,647 --> 01:36:49,647

1458
01:36:49,651 --> 01:36:53,646

1459
01:36:53,646 --> 01:36:57,646

1460
01:36:57,651 --> 01:37:01,646

1461
01:37:01,646 --> 01:37:05,646

1462
01:37:05,646 --> 01:37:09,646

1463
01:37:09,646 --> 01:37:13,646

1464
01:37:13,647 --> 01:37:17,646

1465
01:37:17,646 --> 01:37:21,645

1466
01:37:21,645 --> 01:37:25,645

1467
01:37:25,647 --> 01:37:29,647

1468
01:37:29,655 --> 01:37:33,644

1469
01:37:33,644 --> 01:37:37,644

1470
01:37:37,644 --> 01:37:41,644

1471
01:37:41,644 --> 01:37:45,644

1472
01:37:45,644 --> 01:37:49,644

1473
01:37:49,645 --> 01:37:53,645

1474
01:37:53,654 --> 01:37:57,645

1475
01:37:57,645 --> 01:38:01,644

1476
01:38:01,644 --> 01:38:05,644

1477
01:38:05,644 --> 01:38:09,643

1478
01:38:09,643 --> 01:38:13,643

1479
01:38:13,643 --> 01:38:17,643

1480
01:38:17,643 --> 01:38:21,643

1481
01:38:21,644 --> 01:38:25,644

1482
01:38:25,646 --> 01:38:29,643

1483
01:38:29,643 --> 01:38:33,643

1484
01:38:33,643 --> 01:38:37,643

1485
01:38:37,643 --> 01:38:41,642

1486
01:38:41,642 --> 01:38:45,642

1487
01:38:45,644 --> 01:38:49,643

1488
01:38:49,643 --> 01:38:53,643

1489
01:38:53,644 --> 01:38:57,641

1490
01:38:57,641 --> 01:39:01,641

1491
01:39:01,654 --> 01:39:05,647

1492
01:39:05,647 --> 01:39:09,641

1493
01:39:09,641 --> 01:39:13,641

1494
01:39:13,641 --> 01:39:17,641

1495
01:39:17,643 --> 01:39:21,640

1496
01:39:21,640 --> 01:39:25,640

1497
01:39:25,668 --> 01:39:29,640

1498
01:39:29,640 --> 01:39:33,640

1499
01:39:33,645 --> 01:39:37,641
ค่ะ เดี๋ยวมาต่ออีกนิดหนึ่ง

1500
01:39:37,641 --> 01:39:41,640

1501
01:39:41,640 --> 01:39:45,640
คราวนี้มาดูอีก 1 ตัวอย่างนะคะ

1502
01:39:45,641 --> 01:39:49,640

1503
01:39:49,640 --> 01:39:53,639
ครูมีโจทย์ให้

1504
01:39:53,639 --> 01:39:57,639

1505
01:39:57,640 --> 01:40:01,639
5 x 2

1506
01:40:01,639 --> 01:40:05,639
+ 2

1507
01:40:05,644 --> 01:40:09,638
ตอนนี้เราทำ

1508
01:40:09,638 --> 01:40:13,638
จาก infix ให้เป็น

1509
01:40:13,639 --> 01:40:17,638
Postfix ก่อนนะคะ

1510
01:40:17,638 --> 01:40:21,638
อันดับแรก

1511
01:40:21,640 --> 01:40:25,639
ต้องวาดตารางก่อนใช่ไหมคะ

1512
01:40:25,639 --> 01:40:29,639
วาดตาราง Stack ว่าง

1513
01:40:29,642 --> 01:40:33,641
ครูก็วาด 3 ช่องเหมือนเดิม แล้วก็

1514
01:40:33,641 --> 01:40:37,641
ตรง Input ครูก็เอาข้อมูลแต่ละตัว

1515
01:40:37,644 --> 01:40:41,644
มาใส่ลงในแต่ละบรรทัด

1516
01:40:41,649 --> 01:40:45,638

1517
01:40:45,638 --> 01:40:49,638

1518
01:40:49,639 --> 01:40:53,638

1519
01:40:53,638 --> 01:40:57,637

1520
01:40:57,637 --> 01:41:01,637
เริ่มต้นเลยนะคะ เราหย่อนเข้ามาตัวแรก เลข

1521
01:41:01,645 --> 01:41:05,639
คือ เลข 5 ใช่ไหม มันเป็นตัวเลข เพราะฉะนั้น

1522
01:41:05,639 --> 01:41:09,639
เอาไปไว้ที่ Output

1523
01:41:09,639 --> 01:41:13,639
นะคะ นะ ถ้าเป็นตัวเลข เอาไปไว้ที่ Output

1524
01:41:13,639 --> 01:41:17,637
ได้เลย ตัวถัดมา

1525
01:41:17,637 --> 01:41:21,637
เครื่องหมายคูณ

1526
01:41:21,637 --> 01:41:25,637
แสดงว่าต้องเอาไปไว้ใน Stack

1527
01:41:25,637 --> 01:41:29,637
ตอนนี้ Stack มันเป็น Stack ว่าง

1528
01:41:29,639 --> 01:41:33,638
เราก็เลยเอาคูณมาใส่ใน

1529
01:41:33,638 --> 01:41:37,638
Stack ได้เลย ส่วน Output

1530
01:41:37,639 --> 01:41:41,636
ก็ยก 5 ลงมาเหมือนเดิม

1531
01:41:41,636 --> 01:41:45,636

1532
01:41:45,636 --> 01:41:49,636
โอเคนะ ยังเป็นเหมือนเดิมอยู่นะ

1533
01:41:49,637 --> 01:41:53,636
2 บรรทัดแรก ถัดมา

1534
01:41:53,636 --> 01:41:57,636
เจอเลข 2 เลข 2

1535
01:41:57,640 --> 01:42:01,638
2 มันเป็นตัวเลข ต้องเอาไปไว้ที่

1536
01:42:01,638 --> 01:42:05,637
Output เพราะฉะนั้น 2

1537
01:42:05,637 --> 01:42:09,637
จะอยู่ต่อจากเลข 5  นะคะ ใน Stack

1538
01:42:09,638 --> 01:42:13,635
ก็ยกลงมาเหมือนเดิม

1539
01:42:13,635 --> 01:42:17,635

1540
01:42:17,637 --> 01:42:21,636
ถึงตรงนี้นะคะ

1541
01:42:21,636 --> 01:42:25,636

1542
01:42:25,646 --> 01:42:29,635
ถัดมา ข้อมูลที่เราอ่านมา

1543
01:42:29,635 --> 01:42:33,635
คืออะไร เครื่องหมายบวก พอเราเจอ

1544
01:42:33,636 --> 01:42:37,636
เครื่องหมายบวก ครูบอกว่าต้องเอามัน

1545
01:42:37,638 --> 01:42:41,638
ไปไว้ใน Stack แต่ก่อนอื่น ก่อนที่จะ

1546
01:42:41,638 --> 01:42:45,635
เอาไปไว้ใน Stack เดิม

1547
01:42:45,635 --> 01:42:49,635
เรามีข้อมูลใน Stack หรือเปล่า มีใช่หรือเปล่า มีเครื่องหมายคูณ

1548
01:42:49,638 --> 01:42:53,635
เพราะฉะนั้น เรา

1549
01:42:53,635 --> 01:42:57,635
ต้องเปรียบเทียบความสำคัญก่อน บวก

1550
01:42:57,639 --> 01:43:01,636
มันน้อยกว่าหรือมากกว่าคูณ

1551
01:43:01,636 --> 01:43:05,634
น้อยกว่าใช่ไหม บวก

1552
01:43:05,634 --> 01:43:09,634
มีค่าน้อยกว่าคูณ เพราะฉะนั้น

1553
01:43:09,634 --> 01:43:13,634
ทำอย่างไรคะ เอาคูณ

1554
01:43:14,634 --> 01:43:18,634
ออกมา

1555
01:43:18,641 --> 01:43:22,641
บวกมีค่าน้อยกว่าคูณ เพราะฉะนั้น

1556
01:43:22,642 --> 01:43:26,633
ต้องเอา

1557
01:43:26,633 --> 01:43:30,633
ข้อมูลที่อยู่บน Stack นี่ คือ คูณ เอามาไว้ที่

1558
01:43:30,641 --> 01:43:34,637
Output เห็นไหมคะ

1559
01:43:34,637 --> 01:43:38,637
เอามาไว้ที่ Output เสร็จแล้ว เราถึงเอา

1560
01:43:38,642 --> 01:43:42,634
เครื่องหมายบวก Push ลงไปใน Stack

1561
01:43:42,634 --> 01:43:46,634
นะคะ แล้วค่อยเอาเครื่องหมายบวก

1562
01:43:46,639 --> 01:43:50,636
ใส่ลงไปใน Stack ได้เลย เพราะว่า Stack มันว่าง

1563
01:43:50,636 --> 01:43:54,636
เพราะฉะนั้น ตรง Output จะเป็น

1564
01:43:54,638 --> 01:43:58,633
5, 2 แล้วก็เครื่องหมายคูณ

1565
01:43:58,633 --> 01:44:02,632
ทำไมคูณ

1566
01:44:02,632 --> 01:44:06,632
ถึงต้องออกมา เพราะบวกมันน้อยกว่าคูณ

1567
01:44:06,636 --> 01:44:10,635
เห็นไหมคะ บวกมันน้อยกว่าคูณ

1568
01:44:10,635 --> 01:44:14,632
เลยเอาคูณออกมา

1569
01:44:14,632 --> 01:44:18,632
ถัดมา เลขอะไรคะ เลข 2

1570
01:44:18,633 --> 01:44:22,633
เอาไปไว้ที่ Output ได้เลย ก็เอามันไปต่อท้ายคูณ

1571
01:44:22,637 --> 01:44:26,635
ใช่หรือเปล่า เพราะมันคือตัวสุดท้าย เอามันมาต่อท้ายคูณใช้หรือเปล่า เพราะมันคือคูณ

1572
01:44:26,635 --> 01:44:30,633
เอา 2 มาต่อท้าย

1573
01:44:30,633 --> 01:44:34,632

1574
01:44:34,632 --> 01:44:38,632
ตอนนี้เราอ่านข้อมูลครบหมดแล้ว

1575
01:44:38,637 --> 01:44:42,635
แต่ใน Stack มันยังมีบวกค้างอยู่ เพราะฉะนั้น

1576
01:44:42,635 --> 01:44:46,631
ต้อง Pop มันออกมา แล้วไว้ข้างหลังเลยนะคะ

1577
01:44:46,631 --> 01:44:50,631
นะคะ Pop มันออกมาและไว้ข้างหลัง

1578
01:44:50,632 --> 01:44:54,632

1579
01:44:54,633 --> 01:44:58,633

1580
01:44:58,636 --> 01:45:02,631

1581
01:45:02,631 --> 01:45:06,631

1582
01:45:06,631 --> 01:45:10,631

1583
01:45:10,631 --> 01:45:14,631

1584
01:45:14,631 --> 01:45:18,631

1585
01:45:18,638 --> 01:45:22,633

1586
01:45:22,633 --> 01:45:26,631

1587
01:45:26,631 --> 01:45:30,631

1588
01:45:30,631 --> 01:45:34,630
โอเคนะ

1589
01:45:34,630 --> 01:45:38,630
แบบฝึกหัด ช่วยครูทำหน่อย ตอนนี้เลย

1590
01:45:38,634 --> 01:45:42,631
ครูโจทย์ให้นะคะ 3 หาร 1

1591
01:45:42,631 --> 01:45:46,631
ลบ 2 แล้วครูก็บอกว่าหาร

1592
01:45:46,631 --> 01:45:50,630
นี่ มันมีค่ามากกว่าลบนะ

1593
01:45:50,630 --> 01:45:54,630
นะคะ หาค่าผลลัพธ์ของนิพจน์

1594
01:45:54,630 --> 01:45:58,630
Postfix ให้ครูหน่อย

1595
01:45:58,632 --> 01:46:02,632
ผลลัพธ์สุดท้ายตัวนี้จะได้อะไร เริ่มต้น

1596
01:46:02,636 --> 01:46:06,634
ทุกคนตีตารางก่อน

1597
01:46:06,634 --> 01:46:10,632

1598
01:46:10,632 --> 01:46:14,632

1599
01:46:14,634 --> 01:46:18,634
ลองทำดูสิคะ มีกระดาษไหม

1600
01:46:18,635 --> 01:46:22,629
ไม่มีมาเอาข้างหน้า

1601
01:46:22,629 --> 01:46:26,629
ครูมีกระดาษให้นะ

1602
01:46:26,631 --> 01:46:30,630

1603
01:46:30,630 --> 01:46:34,629

1604
01:46:34,629 --> 01:46:38,629

1605
01:46:38,630 --> 01:46:42,630
เร็ว แบบฝึกหัด 1 ข้อนะคะ ทำตอนนี้เลย

1606
01:46:42,633 --> 01:46:46,632

1607
01:46:46,632 --> 01:46:50,630

1608
01:46:50,630 --> 01:46:54,629

1609
01:46:54,629 --> 01:46:58,629
เหมือนกับโจทย์ที่ครูให้ไป

1610
01:46:58,629 --> 01:47:02,629
นะคะ คล้าย ๆ กับโจทย์ที่เราให้ไป

1611
01:47:02,630 --> 01:47:06,629
แล้วเราก็จดแล้วด้วยนะ

1612
01:47:06,629 --> 01:47:10,629

1613
01:47:10,630 --> 01:47:14,629

1614
01:47:14,629 --> 01:47:18,629

1615
01:47:18,629 --> 01:47:22,628

1616
01:47:22,628 --> 01:47:26,627

1617
01:47:26,627 --> 01:47:30,627

1618
01:47:30,627 --> 01:47:34,627

1619
01:47:34,627 --> 01:47:38,627

1620
01:47:38,630 --> 01:47:42,628

1621
01:47:42,628 --> 01:47:46,627

1622
01:47:46,627 --> 01:47:50,627

1623
01:47:50,628 --> 01:47:54,628

1624
01:47:54,629 --> 01:47:58,627

1625
01:47:58,627 --> 01:48:02,627

1626
01:48:02,630 --> 01:48:06,627

1627
01:48:06,627 --> 01:48:10,627

1628
01:48:10,627 --> 01:48:14,627

1629
01:48:14,627 --> 01:48:18,627

1630
01:48:18,629 --> 01:48:22,629

1631
01:48:22,630 --> 01:48:26,626

1632
01:48:26,626 --> 01:48:30,626

1633
01:48:30,627 --> 01:48:34,627

1634
01:48:34,628 --> 01:48:38,628

1635
01:48:38,628 --> 01:48:42,627

1636
01:48:42,627 --> 01:48:46,626

1637
01:48:46,626 --> 01:48:50,626
เหมือนโจทย์สุดท้ายที่ครูให้ไปเมื่อกี้เลยนะ

1638
01:48:50,636 --> 01:48:54,633
ลบ

1639
01:48:54,633 --> 01:48:58,632
มันน้อยกว่าหารใช่ไหมคะ เรา

1640
01:48:58,632 --> 01:49:02,626
เปรียบเทียบกัน ลบมันน้อยกว่าหาร

1641
01:49:02,626 --> 01:49:06,626
เพราะฉะนั้น

1642
01:49:06,626 --> 01:49:10,626
ต้องเอาหารออกมา

1643
01:49:10,627 --> 01:49:14,625

1644
01:49:14,625 --> 01:49:18,625

1645
01:49:18,626 --> 01:49:22,626

1646
01:49:22,626 --> 01:49:26,626

1647
01:49:26,631 --> 01:49:30,630

1648
01:49:30,630 --> 01:49:34,625

1649
01:49:34,625 --> 01:49:38,625

1650
01:49:38,625 --> 01:49:42,625

1651
01:49:42,625 --> 01:49:46,625

1652
01:49:46,629 --> 01:49:50,625

1653
01:49:50,625 --> 01:49:54,625

1654
01:49:54,626 --> 01:49:58,626

1655
01:49:58,626 --> 01:50:02,624

1656
01:50:02,624 --> 01:50:06,624

1657
01:50:06,625 --> 01:50:10,625

1658
01:50:10,625 --> 01:50:14,625

1659
01:50:14,632 --> 01:50:18,624

1660
01:50:18,624 --> 01:50:22,624

1661
01:50:22,625 --> 01:50:26,624

1662
01:50:26,624 --> 01:50:30,624

1663
01:50:30,624 --> 01:50:34,624

1664
01:50:34,624 --> 01:50:38,624

1665
01:50:38,624 --> 01:50:42,623

1666
01:50:42,623 --> 01:50:46,623

1667
01:50:46,625 --> 01:50:50,625

1668
01:50:50,628 --> 01:50:54,627

1669
01:50:54,627 --> 01:50:58,627

1670
01:50:58,629 --> 01:51:02,627

1671
01:51:02,627 --> 01:51:06,623

1672
01:51:06,623 --> 01:51:10,623

1673
01:51:10,623 --> 01:51:14,623

1674
01:51:14,624 --> 01:51:18,624

1675
01:51:18,624 --> 01:51:22,623

1676
01:51:22,623 --> 01:51:26,623

1677
01:51:26,625 --> 01:51:30,625

1678
01:51:30,629 --> 01:51:34,626

1679
01:51:34,626 --> 01:51:38,622

1680
01:51:38,622 --> 01:51:42,622

1681
01:51:42,626 --> 01:51:46,623

1682
01:51:46,623 --> 01:51:50,623

1683
01:51:50,629 --> 01:51:54,625

1684
01:51:54,625 --> 01:51:58,622

1685
01:51:58,622 --> 01:52:02,622

1686
01:52:02,623 --> 01:52:06,622

1687
01:52:06,622 --> 01:52:10,622

1688
01:52:10,626 --> 01:52:14,622

1689
01:52:14,622 --> 01:52:18,622

1690
01:52:18,622 --> 01:52:22,622

1691
01:52:22,622 --> 01:52:26,621

1692
01:52:26,621 --> 01:52:30,621

1693
01:52:30,623 --> 01:52:34,622

1694
01:52:34,622 --> 01:52:38,622

1695
01:52:38,622 --> 01:52:42,622

1696
01:52:42,632 --> 01:52:46,622

1697
01:52:46,622 --> 01:52:50,621

1698
01:52:50,621 --> 01:52:54,621

1699
01:52:54,622 --> 01:52:58,621

1700
01:52:58,621 --> 01:53:02,621

1701
01:53:02,622 --> 01:53:06,622

1702
01:53:06,623 --> 01:53:10,621

1703
01:53:10,621 --> 01:53:14,621

1704
01:53:14,622 --> 01:53:18,621

1705
01:53:18,621 --> 01:53:22,621

1706
01:53:22,621 --> 01:53:26,621

1707
01:53:26,623 --> 01:53:30,623

1708
01:53:30,626 --> 01:53:34,620

1709
01:53:34,620 --> 01:53:38,620

1710
01:53:38,621 --> 01:53:42,621

1711
01:53:42,621 --> 01:53:46,621

1712
01:53:46,626 --> 01:53:50,623

1713
01:53:50,623 --> 01:53:54,623

1714
01:53:54,626 --> 01:53:58,620

1715
01:53:58,620 --> 01:54:02,620

1716
01:54:02,620 --> 01:54:06,620

1717
01:54:06,620 --> 01:54:10,619

1718
01:54:10,619 --> 01:54:14,619

1719
01:54:14,622 --> 01:54:18,622

1720
01:54:18,632 --> 01:54:22,622

1721
01:54:22,622 --> 01:54:26,621

1722
01:54:26,621 --> 01:54:30,619
คราวนี้นะคะ ดูด้วยกัน

1723
01:54:30,619 --> 01:54:34,619

1724
01:54:34,622 --> 01:54:38,619
3

1725
01:54:38,619 --> 01:54:42,619
เอา 3 ไปไว้ที่ไหนคะ ที่ Output

1726
01:54:42,622 --> 01:54:46,622
เห็นไหมคะ เอา 3 ไปไว้ที่ Output

1727
01:54:46,624 --> 01:54:50,623
เครื่องหมายหาร เอาเครื่องหมายหารไปไว้ที่ไหน Stack

1728
01:54:50,623 --> 01:54:54,623
เพราะมันเป็น Stack ว่าง เราก็หย่อนเครื่องหมา

1729
01:54:54,625 --> 01:54:58,625
ยหารได้เลย Output เรายกมันลงมาด้วยนะ

1730
01:54:58,636 --> 01:55:02,619

1731
01:55:02,619 --> 01:55:06,619
ถัดไป เราอ่านเจอเลข 1 ใช่ไหมคะ เลข 1 เราต้องเอาเลข 1 ไปไว้

1732
01:55:06,627 --> 01:55:10,621
ที่ไหน Output

1733
01:55:10,621 --> 01:55:14,621
ยกลงมาก่อน เสร็จแล้วก็เติมเลข 1 ลงไป

1734
01:55:14,627 --> 01:55:18,619
ใน Stack ยังเหมือนเดิมนะ

1735
01:55:18,619 --> 01:55:22,619
เรายังมีเครื่องหมายหารอยู่ เราก็ยกลงมาได้เลย

1736
01:55:22,623 --> 01:55:26,620
ถัดมา

1737
01:55:26,620 --> 01:55:30,620
เครื่องหมายลบใช่ไหมคะ เดิม ใน Stack เรามี

1738
01:55:30,622 --> 01:55:34,622
หารอยู่แล้วใช่ไหม ครูเขียนให้ดูก่อน

1739
01:55:34,623 --> 01:55:38,622
เรามีหารอยู่แล้วนี่ เราเอาลบนี่ มาเทียบกับ

1740
01:55:38,622 --> 01:55:42,621
หาร ปรากฏว่า

1741
01:55:42,621 --> 01:55:46,621
ค่าลบมันน้อยกว่า

1742
01:55:46,622 --> 01:55:50,622
ให้ทำอย่างไร

1743
01:55:50,633 --> 01:55:54,622
ให้เอาหารนี่ เอาออกมาไว้ที่

1744
01:55:54,622 --> 01:55:58,622
Output เพราะฉะนั้น จะได้เป็น

1745
01:55:58,632 --> 01:56:02,623
3, 1 แล้วก็หาร ตรงนี้หายไปใช่ไหมคะ

1746
01:56:02,623 --> 01:56:06,620
เสร็จแล้วก็ใส่ค่าลบ

1747
01:56:06,620 --> 01:56:10,620
ลงมาใน Stack

1748
01:56:10,624 --> 01:56:14,622
ถัดมาหย่อนอะไร

1749
01:56:14,622 --> 01:56:18,619
2 เอาไปไว้ที่ Output ยกของเดิมลงมาก่อน ที่ Output แล้วก็ใส่เลข 2

1750
01:56:18,619 --> 01:56:22,619
ใน Stack หรืออะไรคะ

1751
01:56:22,620 --> 01:56:26,620
เครื่องหมายลบใช่ไม อ่านครบหมดแล้วนะ

1752
01:56:26,620 --> 01:56:30,620
แต่ใน Stack

1753
01:56:30,625 --> 01:56:34,622
ยังมีค่าอยู่เลย เพราะฉะนั้น เราต้องเอาค่าจาก Stack ออกมา เป็น

1754
01:56:34,622 --> 01:56:38,620
3 1 หาร 2 แล้วอะไรคะ ลบ

1755
01:56:38,620 --> 01:56:42,618
เห็นไหม

1756
01:56:42,618 --> 01:56:46,618
เราเอาค่าที่อยู่ใน Stack ตัวสุดท้าย มาใส่ข้างหล

1757
01:56:46,624 --> 01:56:50,620
ังได้เลยนะคะ

1758
01:56:50,620 --> 01:56:54,618
โอเค

1759
01:56:54,618 --> 01:56:58,618
อีกข้อหนึ่ง

1760
01:56:58,623 --> 01:57:02,621
แล้วจะให้เลิก ครูให้โจทย์มาแค่นี้เอง วาดตารางเองด้วย

1761
01:57:02,621 --> 01:57:06,617

1762
01:57:06,617 --> 01:57:10,617

1763
01:57:10,619 --> 01:57:14,617

1764
01:57:14,617 --> 01:57:18,617

1765
01:57:18,617 --> 01:57:22,617
โจทย์ข้อนี้ อันดับแรก

1766
01:57:22,617 --> 01:57:26,617
วาดตารางก่อนเลย ตีตารางค่ะ

1767
01:57:26,619 --> 01:57:30,619

1768
01:57:30,621 --> 01:57:34,617

1769
01:57:34,617 --> 01:57:38,616

1770
01:57:38,616 --> 01:57:42,616

1771
01:57:42,617 --> 01:57:46,616

1772
01:57:46,616 --> 01:57:50,616

1773
01:57:50,616 --> 01:57:54,616

1774
01:57:54,616 --> 01:57:58,616

1775
01:57:58,616 --> 01:58:02,616

1776
01:58:02,616 --> 01:58:06,616

1777
01:58:06,619 --> 01:58:10,619

1778
01:58:10,620 --> 01:58:14,616

1779
01:58:14,616 --> 01:58:18,616

1780
01:58:18,617 --> 01:58:22,617

1781
01:58:22,623 --> 01:58:26,616

1782
01:58:26,616 --> 01:58:30,615

1783
01:58:30,615 --> 01:58:34,615

1784
01:58:34,615 --> 01:58:38,615

1785
01:58:38,616 --> 01:58:42,616

1786
01:58:42,618 --> 01:58:46,618

1787
01:58:46,619 --> 01:58:50,615

1788
01:58:50,615 --> 01:58:54,615

1789
01:58:54,616 --> 01:58:58,615

1790
01:58:58,615 --> 01:59:02,615

1791
01:59:02,616 --> 01:59:06,616

1792
01:59:06,616 --> 01:59:10,616

1793
01:59:10,617 --> 01:59:14,616

1794
01:59:14,616 --> 01:59:18,616

1795
01:59:18,623 --> 01:59:22,619

1796
01:59:22,619 --> 01:59:26,616

1797
01:59:26,616 --> 01:59:30,614

1798
01:59:30,614 --> 01:59:34,614

1799
01:59:34,614 --> 01:59:38,614

1800
01:59:38,623 --> 01:59:42,615

1801
01:59:42,615 --> 01:59:46,615

1802
01:59:46,616 --> 01:59:50,614

1803
01:59:50,614 --> 01:59:54,614

1804
01:59:54,617 --> 01:59:58,614
ดูนิดหนึ่ง

1805
01:59:58,614 --> 02:00:02,614
คูณมันมากกว่าลบ

1806
02:00:02,617 --> 02:00:06,617
ใช่หรือเปล่า คูณมันมีค่ามากกว่าลบ

1807
02:00:06,618 --> 02:00:10,618
เพราะฉะนั้น ทำอะไร ก็ Push คูณลง Stack ได้เลย

1808
02:00:10,619 --> 02:00:14,616
นะคะ Push คูณ

1809
02:00:14,616 --> 02:00:18,616
ลงใน Stack ได้เลย

1810
02:00:18,621 --> 02:00:22,621

1811
02:00:22,622 --> 02:00:26,613

1812
02:00:26,613 --> 02:00:30,613

1813
02:00:30,613 --> 02:00:34,613

1814
02:00:34,614 --> 02:00:38,614

1815
02:00:38,617 --> 02:00:42,617

1816
02:00:42,633 --> 02:00:46,616

1817
02:00:46,616 --> 02:00:50,616

1818
02:00:50,623 --> 02:00:54,613

1819
02:00:54,613 --> 02:00:58,613

1820
02:00:58,617 --> 02:01:02,613

1821
02:01:02,613 --> 02:01:06,613

1822
02:01:06,635 --> 02:01:10,612

1823
02:01:10,612 --> 02:01:14,612

1824
02:01:14,613 --> 02:01:18,613

1825
02:01:18,613 --> 02:01:22,613

1826
02:01:22,614 --> 02:01:26,612

1827
02:01:26,612 --> 02:01:30,612

1828
02:01:30,616 --> 02:01:34,613

1829
02:01:34,613 --> 02:01:38,613

1830
02:01:38,613 --> 02:01:42,613

1831
02:01:42,615 --> 02:01:46,615

1832
02:01:46,615 --> 02:01:50,613

1833
02:01:50,613 --> 02:01:54,613

1834
02:01:54,613 --> 02:01:58,613

1835
02:01:58,613 --> 02:02:02,613

1836
02:02:02,616 --> 02:02:06,612

1837
02:02:06,612 --> 02:02:10,612

1838
02:02:10,612 --> 02:02:14,612

1839
02:02:14,612 --> 02:02:18,612

1840
02:02:18,612 --> 02:02:22,612

1841
02:02:22,619 --> 02:02:26,611

1842
02:02:26,611 --> 02:02:30,611

1843
02:02:30,628 --> 02:02:34,611

1844
02:02:34,611 --> 02:02:38,611

1845
02:02:38,612 --> 02:02:42,612

1846
02:02:42,614 --> 02:02:46,612

1847
02:02:46,612 --> 02:02:50,611

1848
02:02:50,611 --> 02:02:54,611

1849
02:02:54,611 --> 02:02:58,611

1850
02:02:58,614 --> 02:03:02,614

1851
02:03:02,614 --> 02:03:06,612

1852
02:03:06,612 --> 02:03:10,612

1853
02:03:10,612 --> 02:03:14,611

1854
02:03:14,611 --> 02:03:18,611

1855
02:03:18,611 --> 02:03:22,611

1856
02:03:22,613 --> 02:03:26,611

1857
02:03:26,611 --> 02:03:30,611

1858
02:03:30,612 --> 02:03:34,610

1859
02:03:34,610 --> 02:03:38,610

1860
02:03:38,612 --> 02:03:42,611

1861
02:03:42,611 --> 02:03:46,611

1862
02:03:46,611 --> 02:03:50,611

1863
02:03:50,615 --> 02:03:54,613

1864
02:03:54,613 --> 02:03:58,611

1865
02:03:58,611 --> 02:04:02,610

1866
02:04:02,610 --> 02:04:06,610

1867
02:04:06,610 --> 02:04:10,610

1868
02:04:10,610 --> 02:04:14,610

1869
02:04:14,610 --> 02:04:18,610

1870
02:04:18,610 --> 02:04:22,610
โอเค

1871
02:04:22,610 --> 02:04:26,610
มาดูนะคะ

1872
02:04:26,610 --> 02:04:30,610
6

1873
02:04:30,610 --> 02:04:34,610
เป็นตัวเลข เอาไว้ที่ Output ใช่หรือเปล่า

1874
02:04:34,616 --> 02:04:38,610
ลบ เอาไว้ที่ Stack นะคะ

1875
02:04:38,610 --> 02:04:42,610
6 ก็ใส่มาเหมือนเดิม

1876
02:04:42,610 --> 02:04:46,610
5 เอาไว้ที่ไหนคะ เอาไว้ output

1877
02:04:46,612 --> 02:04:50,612
Stack ก็ยกลงมาเหมือนเดิมนะคะ

1878
02:04:50,616 --> 02:04:54,609
ถัดมา คูณ

1879
02:04:54,609 --> 02:04:58,609
เจอคูณ

1880
02:04:58,616 --> 02:05:02,609
ใช่ไหมคะ เจอคูณ ให้เ

1881
02:05:02,609 --> 02:05:06,609
ปรียบเทียบกับตัวนี้ก่อน ปรากฏว่าคูณมีค่ามากกว่าลบ

1882
02:05:06,619 --> 02:05:10,611
ให้ Push คูณลง Stack

1883
02:05:10,611 --> 02:05:14,609
ได้เลย เพราะฉะนั้น

1884
02:05:14,609 --> 02:05:18,609
Stack เดิม เป็นลบอยู่แล้ว ครูบอกว่า push

1885
02:05:18,613 --> 02:05:22,613
ลงไปได้เลย เพราะครบอกว่า Push ลงมาได้เลยนะคะ เพราะคูณ

1886
02:05:22,613 --> 02:05:26,610
มันมากกว่านะ มันมากกว่านะคะ

1887
02:05:26,610 --> 02:05:30,610
ข้างหลัง คือ 6 กับ 5

1888
02:05:30,613 --> 02:05:34,609
ถัดมา 2

1889
02:05:34,609 --> 02:05:38,609
เป็นตัวเลขไว้ข้างหลังนะคะ

1890
02:05:38,620 --> 02:05:42,609
Stack มีเท่าไหร่ ยกลงมา

1891
02:05:42,609 --> 02:05:46,609
โอเค เสร็จแล้ว หมดแล้วนะ ผลลัพธ์

1892
02:05:46,609 --> 02:05:50,609
สุดท้ายที่ได้ 6, 5, 2

1893
02:05:50,609 --> 02:05:54,609
เอาคูณออกมาก่อน แล้วตามด้วยลบนะคะ

1894
02:05:54,615 --> 02:05:58,607
เห็นนะ โอเค

1895
02:05:58,607 --> 02:06:02,607

1896
02:06:02,607 --> 02:06:06,607
ทุกคนดู

1897
02:06:06,609 --> 02:06:10,607
นะคะ

1898
02:06:10,607 --> 02:06:14,607

1899
02:06:14,607 --> 02:06:18,607

1900
02:06:18,607 --> 02:06:22,607

1901
02:06:22,607 --> 02:06:26,607
เราสังเกตนะ

1902
02:06:26,607 --> 02:06:30,607
ทำไมตัวนี้

1903
02:06:30,607 --> 02:06:34,607
เอาหารออกมา ตัวนี้ไม่ได้เอาอะไรออกมานะคะ

1904
02:06:34,609 --> 02:06:38,608
วิธีการสังเกต โอเค

1905
02:06:38,608 --> 02:06:42,608
ลบเทียบกับหาร ลบ

1906
02:06:42,610 --> 02:06:46,610
มันมีค่าน้อยกว่าหาร เห็นไหมคะ

1907
02:06:46,610 --> 02:06:50,607
ลบมีค่าน้อยกว่าหาร

1908
02:06:50,607 --> 02:06:54,607
เลยต้องเอาหาร

1909
02:06:54,609 --> 02:06:58,606
ออกมา

1910
02:06:58,606 --> 02:07:02,606
แต่ถ้า Input

1911
02:07:02,606 --> 02:07:06,606
ที่ใส่เข้าไปนี่ มีค่ามากกว่า เรา

1912
02:07:06,607 --> 02:07:10,607
ก็ใส่ลงไปใน Stack ได้เลย

1913
02:07:10,610 --> 02:07:14,609
ถ้าตัวซ้ายมันมากกว่าตัวบนตรงนี้

1914
02:07:14,609 --> 02:07:18,609
เราก็ใส่ลงไปใน Stack ได้เลยนะคะ

1915
02:07:18,622 --> 02:07:22,608

1916
02:07:22,608 --> 02:07:26,608
โอเค

1917
02:07:26,608 --> 02:07:30,608
ต้องกลับไปทบทวนอีกรอบหนึ่งนะ นะคะ

1918
02:07:30,611 --> 02:07:34,606
เดี๋ยวสัปดาห์หน้าเดี๋ยวครูจะทวน

1919
02:07:34,606 --> 02:07:38,605
ให้อีกรอบหนึ่ง

1920
02:07:38,605 --> 02:07:42,605

1921
02:07:42,605 --> 02:07:46,605
โอเค

1922
02:07:46,605 --> 02:07:50,605
เดี๋ยวทั้งหมดนี้ เดี๋ยวครูจะอัป(โหลด)ที่ Classroom ให้นะคะ

1923
02:07:50,615 --> 02:07:54,607
เดี๋ยวครูจะไปสแกนให้ แล้วก็อัปโหลด

1924
02:07:54,607 --> 02:07:58,607
ให้ โอเค

1925
02:07:58,607 --> 02:08:02,605

1926
02:08:02,605 --> 02:08:06,604

1927
02:08:06,604 --> 02:08:10,604

1928
02:08:10,609 --> 02:08:14,606

1929
02:08:14,606 --> 02:08:18,604

1930
02:08:18,604 --> 02:08:22,604

1931
02:08:22,606 --> 02:08:26,605
เดี๋ยวครูเช็กชื่อหน่อยนะคะ

1932
02:08:26,605 --> 02:08:30,605

1933
02:08:30,605 --> 02:08:34,605

1934
02:08:34,606 --> 02:08:38,604

1935
02:08:38,604 --> 02:08:42,604

1936
02:08:42,604 --> 02:08:46,604

1937
02:08:46,604 --> 02:08:50,604

1938
02:08:50,604 --> 02:08:54,604

1939
02:08:54,604 --> 02:08:58,604
ครูเช็กชื่อหน่อย

1940
02:08:58,605 --> 02:09:02,604
ศิริลักษณ์

1941
02:09:02,604 --> 02:09:06,604
02

1942
02:09:06,605 --> 02:09:10,604
มาไหม 02

1943
02:09:10,604 --> 02:09:14,604
คนนี้หรือ

1944
02:09:14,611 --> 02:09:18,603
03

1945
02:09:18,603 --> 02:09:22,603
อดิศร เป็น COVID

1946
02:09:22,608 --> 02:09:26,608
4. นพกิต

1947
02:09:26,612 --> 02:09:30,611
คนนี้ 5.

1948
02:09:30,611 --> 02:09:34,604
พงศ์ภรณ์ ไหน

1949
02:09:34,604 --> 02:09:38,603
อ๋อ จันทกานต์

1950
02:09:38,603 --> 02:09:42,603
ไหนคะ

1951
02:09:42,605 --> 02:09:46,605
กัญญานัฐ

1952
02:09:46,613 --> 02:09:50,611
กัญญาณัฐ ธัญญาลักษณ์

1953
02:09:50,611 --> 02:09:54,603
อ๋อ โอเค วริษา

1954
02:09:54,603 --> 02:09:58,602
นนี้

1955
02:09:58,602 --> 02:10:02,602
ภัทรดา 11 ไม่มา

1956
02:10:02,602 --> 02:10:06,602
เทพอักษร

1957
02:10:06,610 --> 02:10:10,603
ธนภัทร 15 โอเค

1958
02:10:10,603 --> 02:10:14,602
ภากร

1959
02:10:14,602 --> 02:10:18,602
ณ์ 16 โอเค ค่ะ เจอกันสัปดาห์หน้า

1960
02:10:18,604 --> 02:10:22,602

1961
02:10:22,602 --> 02:10:26,602

1962
02:10:26,606 --> 02:10:30,602

1963
02:10:30,602 --> 02:10:34,601

1964
02:10:34,601 --> 02:10:38,601

1965
02:10:50,480 --> 02:10:54,480

1966
02:10:54,485 --> 02:10:54,485

1967
02:10:54,485 --> 02:10:58,485

1968
02:10:59,498 --> 02:11:03,498


