﻿1
00:00:00,000 --> 00:00:03,736

2
00:00:04,003 --> 00:00:07,736

3
00:00:08,005 --> 00:00:11,736

4
00:00:12,008 --> 00:00:15,736

5
00:00:16,010 --> 00:00:19,735

6
00:00:20,011 --> 00:00:23,735

7
00:00:24,012 --> 00:00:27,737
(อาจารย์สุธาสินี) ทำไมเป็นอย่างนั้นล่ะ

8
00:00:28,014 --> 00:00:31,736
ได้ยินครูนะ คราวที่แล้ว

9
00:00:32,015 --> 00:00:35,736
นะคะ เราพูดถึงในเรื่องของ

10
00:00:36,017 --> 00:00:39,736
เหมือนล่ามไม่ได้ยินเลย อ๋อ ค่ะ

11
00:00:40,018 --> 00:00:43,735
คราวที่แล้วเราพูดถึงเรื่อง list นะ lis

12
00:00:44,021 --> 00:00:47,736
แล้วเราก็ทำข้อสอบไปแล้วนะคะ

13
00:00:48,023 --> 00:00:51,736
เรื่องลิสต์

14
00:00:52,026 --> 00:00:55,736

15
00:00:56,027 --> 00:00:59,736

16
00:01:00,029 --> 00:01:03,735
ได้ไหมคะ

17
00:01:04,031 --> 00:01:07,736

18
00:01:08,033 --> 00:01:11,736
ได้ยินไหมคะ

19
00:01:12,034 --> 00:01:15,736
ยังไม่ได้ยิน

20
00:01:16,036 --> 00:01:19,737

21
00:01:20,037 --> 00:01:23,736

22
00:01:24,038 --> 00:01:27,736

23
00:01:28,040 --> 00:01:31,736

24
00:01:32,041 --> 00:01:35,735

25
00:01:36,043 --> 00:01:39,737

26
00:01:40,044 --> 00:01:43,736

27
00:01:44,047 --> 00:01:47,736
คราวที่แล้วนะคะ เราพูดถึงเรื่อง List ทุกคน

28
00:01:48,049 --> 00:01:51,738
จำได้นะคะ อันนี้คือลิสต์นะ ที่ครูยกตัวอย่างมาให้

29
00:01:52,051 --> 00:01:55,736
ลิสต์ตัวนี้มีขนาดเท่ากับเท่าไหร่

30
00:01:56,053 --> 00:01:59,745
มีขนาดเท่าไหร่ ขนาด คือ

31
00:02:00,055 --> 00:02:03,736
มีจำนวนเท่าไร มี 5 คนอื่นมีเท่าไรคะ

32
00:02:04,057 --> 00:02:07,737
5 โอเค 5 นะคะ

33
00:02:08,058 --> 00:02:11,738
ลิสต์ที่เราเห็นในหน้าจอตรงนี้

34
00:02:12,060 --> 00:02:15,737
จะมีอยู่ 5 ตัวถูกไหมคะ มีข้อมูลอยู่ 5 ตัว

35
00:02:16,063 --> 00:02:19,737
มี 1 มี 2 มี 3 มี 4

36
00:02:20,064 --> 00:02:23,736
แล้วก็มี 5 มีทั้งหมด 5 ตัวนะคะ คราวนี้

37
00:02:24,066 --> 00:02:27,736
เรารู้ได้อย่างไรว่ามันคือลิสต์ เห็น

38
00:02:28,067 --> 00:02:31,737
ก้ามปูเปิด-ก้ามปูปิดไหมคะ

39
00:02:32,069 --> 00:02:35,736
เป็นสัญลักษณ์ที่บอกว่าการเก็บข้อมูลลักษณะ

40
00:02:36,071 --> 00:02:39,741
แบบนี้มีชื่อเรียกว่า "ลิสต์" นะคะ

41
00:02:40,072 --> 00:02:43,736
จะเก็บค่าของข้อมูล

42
00:02:44,074 --> 00:02:47,736
ในลิสต์ index

43
00:02:48,075 --> 00:02:51,736
ก็คือหมายเลขถูกไหมคะ ก็คือหมายเลขของข้อมูล

44
00:02:52,077 --> 00:02:55,736
เราเริ่มต้นที่หมายเลขอะไรเอ่ย

45
00:02:56,078 --> 00:02:59,736
พอเราวาดเป็นช่องใช่ไหมคะ

46
00:03:00,083 --> 00:03:03,737
ในลิสต์นี่ ถ้าเราลองวาด

47
00:03:04,084 --> 00:03:07,741
การจัดเก็บนะ ก็จะเป็น 1

48
00:03:08,085 --> 00:03:11,737

49
00:03:12,086 --> 00:03:15,736
แล้วก็จะเก็บข้อมูลลงไปในช่องแบบนี้

50
00:03:16,091 --> 00:03:19,737
หมายเลขช่องหรือว่า

51
00:03:20,092 --> 00:03:23,737
Index ตัวแรกเราจะเริ่มต้นที่ตรงไหน

52
00:03:24,094 --> 00:03:27,736
ตรงนี้ index เราจะเริ่มที่เราไรเอ่ย

53
00:03:28,095 --> 00:03:31,736
0 นะ ใช่ไหมคะ

54
00:03:32,097 --> 00:03:35,737
1 2 3 แล้วก็ 4

55
00:03:36,098 --> 00:03:39,740
แล้วก็ 4 ก็คือหมายเลขช่อง ถ้าเราวาดรูปให้

56
00:03:40,099 --> 00:03:43,738
เป็นรูปสี่เหลี่ยมในการจัดเก็บข้อมูล แล้วเวลาครูเข้าถึง

57
00:03:44,101 --> 00:03:47,737
ข้อมูลที่อยู่ในลิสต์ ตอนนี้

58
00:03:48,102 --> 00:03:51,737
ครูตั้งชื่อลิสต์ตัวนี้มีชื่อว่า x

59
00:03:52,103 --> 00:03:55,737
x index 3

60
00:03:56,105 --> 00:03:59,737
ตอบเท่ากับเท่าไรเอ่ย index

61
00:04:00,107 --> 00:04:03,737
เป็น 3 ตัวนี้ตอบ 4 ใช่

62
00:04:04,108 --> 00:04:07,737
ตรงนี้ต้องตอบว่า 4 นะคะ ทุกคนจำได้นะ

63
00:04:08,109 --> 00:04:11,741
แล้วถ้า x

64
00:04:12,110 --> 00:04:15,740
เราต้องการหลาย ๆ ค่า 2 จนถึง 4

65
00:04:16,112 --> 00:04:19,737
จะตอบเท่าหับเท่าไหร่คะ

66
00:04:20,114 --> 00:04:23,738
3 กับ...

67
00:04:24,117 --> 00:04:27,737
3 กับอะไรเอ่ย 4 ใช่ไหม

68
00:04:28,118 --> 00:04:31,737
ใช่ไหม คือ 3 กับ 4 นะ มันเริ่มต้นที่ 2 ใช่ไหมคะ ก็คือ

69
00:04:32,119 --> 00:04:35,737
เริ่มต้นที่ 2 ก็คือเริ่มต้ด้วยตัว

70
00:04:36,120 --> 00:04:39,742
ถึง 4 แล้วก็ลดลงมา 1 ช่อง ก็จะได้ข้อมูลตัวนี้

71
00:04:40,122 --> 00:04:43,737
ก็คือ 3 กับ 4

72
00:04:44,123 --> 00:04:47,737
คราวนี้ แล้วเราเอาลิสต์

73
00:04:48,125 --> 00:04:51,738
มาทำอะไรนะคะ เราเก็บข้อมูล

74
00:04:52,126 --> 00:04:55,737
รูปแบบลิสต์ แล้วเราเอามาใช้ทำอะไรนะคะ

75
00:04:56,127 --> 00:04:59,744
วันนี้เราจะพูดถึงโครงสร้างอีกแบบหนึ่ง

76
00:05:00,131 --> 00:05:03,737
ที่มีชื่อว่า stack นะ

77
00:05:04,132 --> 00:05:07,738
สแตกนะคะ สแตกตัวนี้

78
00:05:08,134 --> 00:05:11,739
จะใช้วิธีการเก็บข้อมูลแบบลิสต์

79
00:05:12,135 --> 00:05:15,739
นะคะ แล้วลักษณะแบบไหน

80
00:05:16,136 --> 00:05:19,737
ที่เราจะเรียกว่า "stack" นะคะ ดูด้วยกัน

81
00:05:20,138 --> 00:05:23,737
เขาบอกว่า Stack

82
00:05:24,139 --> 00:05:27,738
ก็คือการที่เราใส่ข้อมูลเข้าไปแล้วก็ดึงออกมา

83
00:05:28,145 --> 00:05:31,737
นะคะ แล้วข้อมูล

84
00:05:32,147 --> 00:05:35,738
ที่ถูกใส่เข้าไปใน Stack จะถูก

85
00:05:36,148 --> 00:05:39,738
เอาออกมาใช้ทีหลัง อันนี้ คือ

86
00:05:40,150 --> 00:05:43,744
วิธีการเก็บข้อมูลแบบ stack หรือที่เรียกว่า

87
00:05:44,152 --> 00:05:47,738
เข้าทีหลังออกก่อน

88
00:05:48,154 --> 00:05:51,738
เข้าก่อนออกทีหลัง ความหมายเหมือนกัน

89
00:05:52,155 --> 00:05:55,740

90
00:05:56,158 --> 00:05:59,737
ยกตัวอย่างเช่น ทุกคนเคย

91
00:06:00,160 --> 00:06:03,738
ไปที่ร้านก๋วยเตี๋ยวไหมคะ ทุกคนเคยไปที่ร้านก๋วยเตี๋ยวนะ

92
00:06:04,161 --> 00:06:07,739
แล้วเห็นถ้วยก๋วยเตี๋ยวก่อนที่เขาจะ

93
00:06:08,166 --> 00:06:11,737
เอามาใส่เส้น ใส่เครื่องปรุง ใส่หมูให้เรา

94
00:06:12,168 --> 00:06:15,738
ชามก๋วยเตี๋ยวมันเรียงขึ้นไปแบบนี้

95
00:06:16,169 --> 00:06:19,737
ใช่ไหมคะ เวลาแม่ค้าเขาจะเอาจามก๋วยเตี๋ยวมาใส่ให้เรา

96
00:06:20,171 --> 00:06:23,738
เขาจะเอาชามก๋วยเตี๋ยวมาใส่ให้เรา เขาเอาชามที่อยู่

97
00:06:24,172 --> 00:06:27,738
ข้างบน หรือชามที่อยู่ข้างล่าง

98
00:06:28,173 --> 00:06:31,737
เอาชามข้างบนหรือข้างล่างคะ ข้างบน

99
00:06:32,175 --> 00:06:35,739
เขาเอาข้างบนมาทำให้เรา

100
00:06:36,176 --> 00:06:39,738
แล้วเวลาเขาล้างจานเสร็จแล้วนี่ เอาจาน

101
00:06:40,178 --> 00:06:43,738
มาซ้อนข้างล่างหรือซ้อนข้างบน ซ้อนข้างบน

102
00:06:44,179 --> 00:06:47,738
ใช่ไหมคะ เพราะฉะนั้น จานที่

103
00:06:48,183 --> 00:06:51,737
อยู่บนสุดจะถูกเอาออกมาใช้ก่อน

104
00:06:52,185 --> 00:06:55,738
และจากที่อยู่บนสุดนะคะ จะถูก

105
00:06:56,187 --> 00:06:59,737
เอาเข้ามาเก็บทีหลัง อันนี้คือรูปแบบ

106
00:07:00,188 --> 00:07:03,741
ของ Stack เช่นนะคะ เช่น ๆ

107
00:07:04,189 --> 00:07:07,741
เช่น สมมติ ครูมีกระดาษ 1 แผ่นนะ

108
00:07:08,190 --> 00:07:11,738
ครูมีกระดาษอยู่ 1 แผ่น ทุกคนดูนะคะ

109
00:07:12,191 --> 00:07:15,738
ครูจะใส่กระดาษแผ่นที่ 2

110
00:07:16,193 --> 00:07:19,737
เห็นไหมคะ ครูซ่อนกระดาษแผ่นที่ 2 อยู่ข้างบน

111
00:07:20,197 --> 00:07:23,738
ครูใส่ ครูใส่กระดาษ

112
00:07:24,198 --> 00:07:27,743
แผ่นที่ 3 เข้าไปนะคะ แล้วครูก็ใส่

113
00:07:28,199 --> 00:07:31,738
กระดาษแผ่นที่ 4 เข้าไปในมือครู เวลา

114
00:07:32,201 --> 00:07:35,738
ครูจะเอาออกมาใช้ครูจะเอาตัวล่างสุดหรือตัวบนสุดออกมาใช้

115
00:07:36,202 --> 00:07:39,739
ตัวบนสุดถูกไหมคะ

116
00:07:40,204 --> 00:07:43,742
ครูไม่พยายามจะดึงตัวล่างสุดออกมานะคะ ครูจะหยิบตัวบน

117
00:07:44,205 --> 00:07:47,737
สุดอกไปใช้ ซึ่งตัวบนสุดนี่

118
00:07:48,206 --> 00:07:51,738
คือ กระดาษแผ่นที่เราใส่ไปล่าสุดนะคะ

119
00:07:52,207 --> 00:07:55,737
เ

120
00:07:56,209 --> 00:07:59,739
เราสามารถสรุปได้แบบนี้นะ ข้อมูลที่อยู่ใน Stack

121
00:08:00,210 --> 00:08:03,741
ตัวแรกจะอยู่ด้านล่างสุด ข

122
00:08:04,212 --> 00:08:07,738
ข้อมูลที่หย่อนลงไปใน Stack ตัวแรกจะอยู่ด้านล่างสุดเลย

123
00:08:08,213 --> 00:08:11,738
นะคะ ตัวถัดไปก็จะซ้อนขึ้นมา

124
00:08:12,215 --> 00:08:15,738
เรื่อย ๆ ข้อมูลที่

125
00:08:16,216 --> 00:08:19,738
เข้าไปใน Stack เป็นตัวสุดท้าย

126
00:08:20,218 --> 00:08:23,738
นะคะ จะอยู่บนสุด แล้วเวลา

127
00:08:24,219 --> 00:08:27,738
เราเอาข้อมูลใน Stack ออกมาใช้งาน

128
00:08:28,220 --> 00:08:31,738
ข้อมูลที่เข้าไปเป็นตัวล่าสุด

129
00:08:32,221 --> 00:08:35,738
หรือตัวลำดับสุดท้าย  จะถูก

130
00:08:36,223 --> 00:08:39,738
ดึงออกมาใช้งานก่อน ตัวไหน

131
00:08:40,227 --> 00:08:43,738
ที่เข้าไปตัวแรกจะถูกเอามาใช้งาน

132
00:08:44,228 --> 00:08:47,738
เป็นตัวสุดท้ายนะคะ เพราะมันอยู่ล่างสุด

133
00:08:48,229 --> 00:08:51,754
มันก็ใช้ยาก เราต้องใช้ตัวบน ค่อย ๆ ดึงตัวบน

134
00:08:52,230 --> 00:08:55,738
ออกไปก่อน

135
00:08:56,233 --> 00:08:59,747
คราวนี้เวลาเราเอาข้อมูลใส่ใน Stack

136
00:09:00,234 --> 00:09:03,738
เราพูดถึง Stack ก็เหมือนภาชนะนะ Stack

137
00:09:04,235 --> 00:09:07,741
เป็นช่องแบบนี้ เป็นช่องสี่เหลี่ย

138
00:09:08,236 --> 00:09:11,738
ในแนวตั้ง ถ้าเราพูดถึง Stack นะ

139
00:09:12,239 --> 00:09:15,738
ดูรูปนี้ก่อน อย่างนี้ มันจะอยู่ในแนวนอนหรือแนวตั้งก็ได้

140
00:09:16,240 --> 00:09:19,738
มันจะอยู่ในแนวนอนหรือแนวตั้งก็ได้

141
00:09:20,243 --> 00:09:23,738
ถ้าพูดถึง Stack ก้คือเป็นชั้น ๆ

142
00:09:24,246 --> 00:09:27,738
เลื่อนขึ้นไปเรื่อย ๆ นะคะ ใน Stack

143
00:09:28,247 --> 00:09:31,744
เราทำอะไรได้บ้าง เราใส่ข้อมูลลงไป

144
00:09:32,251 --> 00:09:35,738
เราดึงข้อมูลออกมา คราวนี้

145
00:09:36,253 --> 00:09:39,738
stackถ้ามันไม่มีข้อมูลอะไรเลย

146
00:09:40,254 --> 00:09:43,739
เราเรียกว่า "Stack ว่าง" คือ มันมีค่าว่าง ๆ

147
00:09:44,255 --> 00:09:47,738
ไม่มีตัวอักษรอะไรเลยนะ อันนี้

148
00:09:48,257 --> 00:09:51,746
คือ Stack ว่าง

149
00:09:52,258 --> 00:09:55,738
ถ้าเราจะใส่ข้อมูลลงไปใน Stack

150
00:09:56,259 --> 00:09:59,738
เราจะมีคำสั่งที่ชื่อว่า Push

151
00:10:00,260 --> 00:10:03,739
คือคำสั่งตัวนี้นะคะ

152
00:10:04,261 --> 00:10:07,738
คำสั่ง Push ก็คือใส่

153
00:10:08,263 --> 00:10:11,739
ข้อมูลลงไปใน Stack ถ้าต้องการเอา

154
00:10:12,264 --> 00:10:15,739
ข้อมูลออกจาก Stack เราใช้คำสั่ง Pop นะคะ

155
00:10:16,265 --> 00:10:19,739
มีอยู่ 2 ตัวที่ทุกคนต้องรู้จัก

156
00:10:20,269 --> 00:10:23,738
เมื่อพูดถึง Stack คือ Push กับ Pop

157
00:10:24,270 --> 00:10:27,747
Push คือใส่ ก็คือเอ

158
00:10:28,271 --> 00:10:31,738
ส่วน Pop ก็คือเอาออกนะคะ Pop คือ เอาออก

159
00:10:32,272 --> 00:10:35,738

160
00:10:36,273 --> 00:10:39,738
คราวนี้มาดูตัวอย่างนะคะ มีแต่ Push กับ Pop

161
00:10:40,275 --> 00:10:43,738
2 ตัว เราเริ่มต้น Stack ไม่มีอะไรเลย

162
00:10:44,276 --> 00:10:47,739
เป็นค่าว่าง ๆ ถูกไหมคะ เป็น Stack ว่าง

163
00:10:48,277 --> 00:10:51,738
ครูบอกว่าครู Push

164
00:10:52,278 --> 00:10:55,739
คำสั่ง Push Push ค่าอะไร ค่า a เมื่อไรก็ตาม

165
00:10:56,279 --> 00:10:59,739
ที่ใช้คำสั่ง Push ต้องบอกด

166
00:11:00,280 --> 00:11:03,738
จะใส่ค่าอะไรด้วยนะคะ

167
00:11:04,281 --> 00:11:07,738
เรา Push ค่า a ลงไป

168
00:11:08,283 --> 00:11:11,738
เห็นไหม มันก็อยู่ด้านล่างสุดนะคะ ถัดมา

169
00:11:12,284 --> 00:11:15,738
ถ้าครูใส่คำสั่ง

170
00:11:16,285 --> 00:11:19,738
ตัวบนก่อน Push b ก็ใส่ b ลงมาเห็นไหมคะ

171
00:11:20,287 --> 00:11:23,753
ถัดจาก a ก็คือ b Push c

172
00:11:24,288 --> 00:11:27,738
ก็อยู่ถัดขึ้นไป และ Push(D) อยู่

173
00:11:28,289 --> 00:11:31,743
บนสุดนะคะ เรียงตรามลำดับของการ

174
00:11:32,290 --> 00:11:35,742
ใส่ข้อมูลเข้าไป

175
00:11:36,291 --> 00:11:39,749
คราวนี้อยากจะเอาออกบ้าง

176
00:11:40,292 --> 00:11:43,738
เอาข้อมูลออกจาก Stack ไปใช้งาน จะใช้คำสั่ง Pop

177
00:11:44,294 --> 00:11:47,738
Pop นะ Pop

178
00:11:48,296 --> 00:11:51,738
แล้วตามด้วยวงเล็บเปิดและวงเล็บปิด ไม่ต้องใส่ค่าอะไร

179
00:11:52,297 --> 00:11:55,738
เพราะเราจะไปดึงค่าที่อยู่ใน Stack ออกมา

180
00:11:56,298 --> 00:11:59,739

181
00:12:00,300 --> 00:12:03,738
เราสั่งคำสั่ง Pop เราเอาข้อมูล

182
00:12:04,301 --> 00:12:07,739
บนสุดนะคะ Pop ให้เอาข้อมูลบนสุด

183
00:12:08,304 --> 00:12:11,739
ที่อยู่ใน Stack ดึงออกมา

184
00:12:12,307 --> 00:12:15,739
เพราะฉะนั้น เดิมเป็นแบบนี้ ถูกไหม

185
00:12:16,308 --> 00:12:19,738
ครูใช้คำสั่ง Pop อะไรออกมาเอ่ย

186
00:12:20,310 --> 00:12:23,738
ตัว D Dog จะออกมา เพราะ D Dog

187
00:12:24,311 --> 00:12:27,745
อยู่บนสุดนะคะ

188
00:12:28,313 --> 00:12:31,758
ถัดมา

189
00:12:32,314 --> 00:12:35,740
ครู Push คือใส่เข้าไป

190
00:12:36,316 --> 00:12:39,739
ไม่มี D Dog แล้วนะ ครู Push e เห็นไหมคะ เวลา Push

191
00:12:40,318 --> 00:12:43,739
ต้องบอกด้วยว่าเราใส่ค่าอะไร

192
00:12:44,318 --> 00:12:47,739
แล้วก็ใส่ตัว e วงเล็บปิด ครู Push ค่า e ลงไป

193
00:12:48,320 --> 00:12:51,738
E จะอยู่ด้านบน C เสร็จแล้ว Push

194
00:12:52,323 --> 00:12:55,739
อีกครั้งหนึ่ง f ก็จะอยู่บนสุดนะคะ

195
00:12:56,327 --> 00:12:59,743
ถัดมาครู Pop

196
00:13:00,328 --> 00:13:03,739
Pop คือ เอาออก เอาอะไรออก ข้างบนสุดคืออะไรคะ

197
00:13:04,329 --> 00:13:07,738
เอา F ออก เพราะฉะนั้นข้อมูล

198
00:13:08,330 --> 00:13:11,738
จะเหลืออยู่ 4 ตัว ก็คือ a, b, c แล้วก็ e

199
00:13:12,331 --> 00:13:15,739

200
00:13:16,332 --> 00:13:19,739
โอเค ถัดมา

201
00:13:20,333 --> 00:13:23,738
เราแทน Stack ด้วยอะไร

202
00:13:24,334 --> 00:13:27,739
นะคะ อย่างที่ครูบอกว่าลิสต์

203
00:13:28,335 --> 00:13:31,740
จะถูกเอามาใช้แทนนะคะ การเก็บข้อมูล

204
00:13:32,336 --> 00:13:35,739
ใน Stack เราพูดถึง Stack แล้วมันจัดเก็บแบบไหน ลิสต์

205
00:13:36,338 --> 00:13:39,738
นั่นล่ะในการเก็บข้อมูล

206
00:13:40,339 --> 00:13:43,739
ลิสต์นะคะ เราสามารถวาดเป็นแนวตั้งหรือแนวนอน

207
00:13:44,342 --> 00:13:47,739
ก็ได้นะ สามารถวาดเป็นแนวนอน

208
00:13:48,344 --> 00:13:51,739
หรือแนวนอนก็ได้ ข้อมูลที่ใส่เข้ามาตัวแรกนะคะ

209
00:13:52,348 --> 00:13:55,739
จะอยู่ที่ index 0 ก็คือข้อมูลตัวแรก

210
00:13:56,350 --> 00:13:59,739
ไล่ไปเรื่อย ๆ จนถึงข้อมูลตัวสุดท้าย

211
00:14:00,351 --> 00:14:03,739

212
00:14:04,353 --> 00:14:07,739
Stack ที่ครูให้มานี่ ที่เก็บอยู่

213
00:14:08,354 --> 00:14:11,739
ในรูปแบบที่เป็นลิสต์นี่

214
00:14:12,356 --> 00:14:15,754
มันมีที่ว่างให้ใส่ได้อีกไหม Stack รูปนี้

215
00:14:16,357 --> 00:14:19,739
มีอยู่ 4 ช่องด้วยกัน ทุกช่องมีค่าไหมคะ

216
00:14:20,358 --> 00:14:23,739
ทุกช่องมีค่านะ

217
00:14:24,360 --> 00:14:27,739
มันเต็มหรือยังคะ

218
00:14:28,361 --> 00:14:31,740
มันมีที่ว่างให้ใส่อีกไหมคะ ไม่มีแล้ว

219
00:14:32,365 --> 00:14:35,746
อย่างนี้เรียกว่า Stack เต็มแล้ว

220
00:14:36,366 --> 00:14:39,740
นะคะ คือ ไม่มีช่องว่างให้เราใส่ข้อมูลตัวใหม่ได้แล้ว

221
00:14:40,367 --> 00:14:43,744
นะคะ แบบนี้เรียกว่า Stack มันเต็มแล้ง

222
00:14:44,368 --> 00:14:47,743

223
00:14:48,371 --> 00:14:51,739

224
00:14:52,372 --> 00:14:55,739
คราวนี้ เรามี 2 คำสั่ง

225
00:14:56,373 --> 00:14:59,739
ที่พูดถึงนะ Push กับ Pop

226
00:15:00,375 --> 00:15:03,741
Push ก็คือใส่ข้อมูลลงไปใน Stack

227
00:15:04,376 --> 00:15:07,741
เช่น ครูมี Stack

228
00:15:08,381 --> 00:15:11,740
อย่างนี้ใช่ไหม มันมีที่ว่างให้ครูใส่ข้อมูลได้ไหมคะ มันมี

229
00:15:12,384 --> 00:15:15,739
ที่ว่างให้ครูใส่ข้อมูลได้ ครู

230
00:15:16,385 --> 00:15:19,741
ก็เลยสั่งคำสั่ง Push 3 ก็คือเอาข้อมูล 3 นี่

231
00:15:20,387 --> 00:15:23,740
ไปหย่อนลงใน Stack มันจะเอามาใส่ช่องนี้

232
00:15:24,389 --> 00:15:27,740
ช่องที่ 1 หรือช่องที่ 2 ค่ะ ช่องที่ 1

233
00:15:28,390 --> 00:15:31,741
ถูกไหม ก็ไล่ลำดับลงมาเรื่อย ๆ

234
00:15:32,391 --> 00:15:35,740
มันอยู่ช่องนี้แล้ว ข้อมูลล่าสุดอยู่ช่องนี้

235
00:15:36,392 --> 00:15:39,740
มันก็ไหลลงไปจนถึงตัวสุดท้าย

236
00:15:40,395 --> 00:15:43,740
ที่มันสามารถจะใส่ได้ ก็คือในช่องตรงนี้ ก็คือจะเอา 3

237
00:15:44,396 --> 00:15:47,739
มาใส่

238
00:15:48,401 --> 00:15:51,747
แล้วเราใส่ด้วยคำสั่งอะไร

239
00:15:52,402 --> 00:15:55,741
เราใช้ List นะคะ

240
00:15:56,404 --> 00:15:59,744
ในการจัดเก็บข้อมูล เราใช้ลิสต์ในการจัดเก็บข้อมูล

241
00:16:00,405 --> 00:16:03,739
เพราะฉะนั้นคำสั่งของการ

242
00:16:04,406 --> 00:16:07,740
เพิ่มข้อมูลลงไปใน Stack ก็คือใช้คำสั่ง

243
00:16:08,408 --> 00:16:11,746
Append ได้เลย เพราะ Append

244
00:16:12,419 --> 00:16:15,740
เป็นคำสั่งของการเพิ่มข้อมูลลงไป

245
00:16:16,420 --> 00:16:19,740
ในลิสต์นะคะ ใส่ชื่อ .

246
00:16:20,424 --> 00:16:23,740
แล้วตามด้วยคำสั่ง Append(d)

247
00:16:24,425 --> 00:16:27,740
ใส่ค่าข้อมูลตัวใหม่แล้วก็วงเล็บปิด

248
00:16:28,428 --> 00:16:31,750
ถัดมา

249
00:16:32,429 --> 00:16:35,740
Pop

250
00:16:36,433 --> 00:16:39,742
คือ เอาออกนะคะ คือ Pop คือ เอาออก

251
00:16:40,434 --> 00:16:43,750
ก่อนที่เราจะเอาข้อมูลออก

252
00:16:44,435 --> 00:16:47,740
เราต้องเช็กก่อนว่า Stack เรา

253
00:16:48,436 --> 00:16:51,742
มีข้อมูลอยู่ไหม ถ้า Stack

254
00:16:52,438 --> 00:16:55,745
มันไม่มีข้อมูลอยู่เลยเราจะเอาอะไรออกมาได้ไหม ไม่ได้

255
00:16:56,442 --> 00:16:59,747
เพราะมันไม่มีข้อมูลอะไรให้เราดึงออกมา

256
00:17:00,443 --> 00:17:03,740
เพราะฉะนั้น อันดับแรกนี่ เราต้องเช็กก่อน

257
00:17:04,444 --> 00:17:07,741
มันมีข้อมูลอยู่ไหมนะคะ มันมีข้อมูลอยู่้ไหม

258
00:17:08,446 --> 00:17:11,750
ถ้ามันไม่มีข้อมูลอยู่เลย เราจะบอกว่า

259
00:17:12,447 --> 00:17:15,740
มันคือ Stack ว่าง เราไม่สามารถทำคำสั่ง Pop

260
00:17:16,448 --> 00:17:19,741
ได้นะคะ แต่ถ้า

261
00:17:20,450 --> 00:17:23,742
Stack ไม่ว่าง เช่น

262
00:17:24,451 --> 00:17:27,741
Stack ไม่ว่างนะ มันมีข้อมูลอยู่ตั้ง 3 ตัว

263
00:17:28,452 --> 00:17:31,741
เราใช้คำสั่ง Pop

264
00:17:32,454 --> 00:17:35,741
ข้อมูลอะไรจะถูกดึงออกมา มีอยู่ 3 ค่านี่

265
00:17:36,454 --> 00:17:39,743
ข้อมูลที่จะเอาออกมาจาก Stack

266
00:17:40,456 --> 00:17:43,742
ก็คือข้อมูลค่าอะไรเอ่ย

267
00:17:44,458 --> 00:17:47,741
อะไรคะ 1 หรือ 2

268
00:17:48,460 --> 00:17:51,741
หรือ 3 3 ใช่ไหม

269
00:17:52,462 --> 00:17:55,744
เอาตัวที่อยู่บนสุด

270
00:17:56,463 --> 00:17:59,744
ตัวล่าสุดถูกไหมคะ ถ้าอยู่ในแนวนอนตัวล่าสุดจะอยู่

271
00:18:00,465 --> 00:18:03,740
ด้านขวา

272
00:18:04,467 --> 00:18:07,745
ถ้าเป็นแนวตั้งตัวล่าสุดจะอยู่ข้างบนใช่ไหมคะ

273
00:18:08,468 --> 00:18:11,741
เลข 3 จะถูก

274
00:18:12,470 --> 00:18:15,741
ดึงออกมานะคะ หลังจากที่เราใช้คำสั่ง Pop

275
00:18:16,471 --> 00:18:19,759

276
00:18:20,473 --> 00:18:23,742
โอเค

277
00:18:24,477 --> 00:18:27,740
ถัดมาตัวนี้จะเป็นคำสั่ง

278
00:18:28,478 --> 00:18:31,741
ที่เราใช้เขียน เช่น

279
00:18:32,479 --> 00:18:35,744
เราจะเช็กว่า Stack นั้นเป็น Stack ว่าง

280
00:18:36,480 --> 00:18:39,741
หรือเปล่า เราก็ดูขนาดของ Stack ใช่ไหมคะ

281
00:18:40,482 --> 00:18:43,742
หาขนาดของ Stack ว่ามันมีขนาด

282
00:18:44,483 --> 00:18:47,742
เท่าไหร่ ถ้าขนาดมันมีค่าเป็น 0

283
00:18:48,485 --> 00:18:51,750
แสดงว่ามันเป็น Stack ว่าง ไม่มีข้อมูลอยู่เลย

284
00:18:52,493 --> 00:18:55,741
ก็ไม่ต้องทำอะไรใช่ไหมคะ แต่ถ้า

285
00:18:56,497 --> 00:18:59,751
มันไม่ใช่ Stack ว่างเราก็

286
00:19:00,499 --> 00:19:03,741
จะดึงค่าที่อยู่บนสุดออกมา

287
00:19:04,501 --> 00:19:07,752
คราวนี้

288
00:19:08,503 --> 00:19:11,742
อันนี้จะเป็นโค้ด เป็นโปรแกรมที่เราจะเขียนทั้งหมด

289
00:19:12,504 --> 00:19:15,742
เดี๋ยวครูบอกอีกทีข้างหลัง

290
00:19:16,507 --> 00:19:19,742
สมมติว่า

291
00:19:20,508 --> 00:19:23,745

292
00:19:24,511 --> 00:19:27,741

293
00:19:28,512 --> 00:19:31,751

294
00:19:32,513 --> 00:19:35,741
ครูอยาก...

295
00:19:36,515 --> 00:19:39,741

296
00:19:40,516 --> 00:19:43,741

297
00:19:44,519 --> 00:19:47,742

298
00:19:48,521 --> 00:19:51,741

299
00:19:52,523 --> 00:19:55,742

300
00:19:56,525 --> 00:19:59,742

301
00:20:00,526 --> 00:20:03,742

302
00:20:04,528 --> 00:20:07,742

303
00:20:08,530 --> 00:20:11,742

304
00:20:12,550 --> 00:20:15,742

305
00:20:16,552 --> 00:20:19,742

306
00:20:20,553 --> 00:20:23,742

307
00:20:24,555 --> 00:20:27,741

308
00:20:28,558 --> 00:20:31,742

309
00:20:32,562 --> 00:20:35,741
คราวนี้ดูนะคะ

310
00:20:36,565 --> 00:20:39,742
ครูมี Stack มาให้ Stack ครูมีกี่ช่องคะ

311
00:20:40,566 --> 00:20:43,742
มี 4 ช่องในแนวตั้งถูกหรือเปล่า

312
00:20:44,568 --> 00:20:47,742
เป็น Stack ในแนวตั้ง มี 4 ช่องนะคะ

313
00:20:48,569 --> 00:20:51,742
ตัวแรก ตัวแรกน่ะจะอยู่

314
00:20:52,571 --> 00:20:55,742
ด้านฐาน จะอยู่ด้านล่างสุดนะ เวลาเราหย่อนข้อมูลลงไป ตัวแรก

315
00:20:56,572 --> 00:20:59,742
จะลงมาอยู่ช่องล่างสุดแล้วค่อยขยับไปช่องถัดไป ๆ

316
00:21:00,577 --> 00:21:03,742
นะคะ จะซ้อนขึ้นไปข้างบนนะ ถ้าเป็น Stack ในแนวตั้ง

317
00:21:04,578 --> 00:21:07,742
คำสั่ง

318
00:21:08,579 --> 00:21:11,742
อย่างที่บอกเรามีแค่ 2 คำสั่งนะ มีแค่ Push กับ Pop

319
00:21:12,580 --> 00:21:15,742
ใช่ไหมคะ Push

320
00:21:16,581 --> 00:21:19,745
ใส่ข้อมูล

321
00:21:20,583 --> 00:21:23,742
กับ Pop

322
00:21:24,584 --> 00:21:27,743
เอาข้อมูลออก คือ ใส่กับเอาออก

323
00:21:28,586 --> 00:21:31,743
นะคะ คราวนี้ดู

324
00:21:32,587 --> 00:21:35,742
Push 5 เห็นไหมคะ ครูใส่หมายเลขช่องก่อนนะ

325
00:21:36,588 --> 00:21:39,742
อันนี้เป็นหมานยเลข 1, 0, 1, 2, 3

326
00:21:40,590 --> 00:21:43,743
เราจะได้เข้าใจตรงกัน โอเค

327
00:21:44,590 --> 00:21:47,744
นะคะ มีหลายเลขช่องแล้วนะ มี 0 1 2 3

328
00:21:48,591 --> 00:21:51,743
ครูสั่ง Push 5 5 จะ

329
00:21:52,593 --> 00:21:55,743
ไปอยู่ที่ช่องไหน ช่องไหนเอ่ย

330
00:21:56,595 --> 00:21:59,742
ช่องหมายเลขอะไร ครูหย่อน 5

331
00:22:00,596 --> 00:22:03,744
ลงไปมันก็จะไหลลงมาอยู่ที่ช่องไหนคะ

332
00:22:04,598 --> 00:22:07,742
ช่อง 0 เห็นไหม พอครูหย่อน 5 ลงมา

333
00:22:08,601 --> 00:22:11,742
ไหลลงมาเรื่อย ๆ จนมาอยู่ที่

334
00:22:12,602 --> 00:22:15,743
ช่อง 0 เสร็จแล้วครูสั่งคำสั่ง Push

335
00:22:16,604 --> 00:22:19,742
10 เดิมมันมี 5 อยู่แล้วนะ

336
00:22:20,606 --> 00:22:23,743
แล้วครูสั่ง Push 10 เพราะฉะนั้น 10 จะมาอยู่ที่ไหนคะ

337
00:22:24,612 --> 00:22:27,742
10 จะมาอยู่ที่

338
00:22:28,614 --> 00:22:31,743
1 ถูกไหมคะ ก็หย่อน 10 ลงมานะ

339
00:22:32,616 --> 00:22:35,742
ถัดมาเดิม

340
00:22:36,617 --> 00:22:39,742
เดิม มี 5 กับ 10 แล้ว ครูเขียนเรียบร้อยก่อน

341
00:22:40,618 --> 00:22:43,742
นะคะ ใส่ที่ช่อง 0 กับช่อง 1 ครู

342
00:22:44,618 --> 00:22:47,742
สั่ง Push 15 ไปอยู่ที่ช่องไหนคะ 2 ใช่ไหม

343
00:22:48,621 --> 00:22:51,743
เห็นไหม พอ Push ข้อมูลลงไป

344
00:22:52,622 --> 00:22:55,742
คราวนี้ จากรูปนี้ ครูสั่ง Pop

345
00:22:56,624 --> 00:22:59,743
เอาอะไรออกมา

346
00:23:00,625 --> 00:23:03,745
จากรูปนี้พอครูสั่ง Pop ปุ๊บ เอาอะไรออกมาคะ

347
00:23:04,626 --> 00:23:07,743
เอาอะไรออกมาเอ่ย

348
00:23:08,627 --> 00:23:11,743
15 ใช่ไหม เอาตัวบนสุด

349
00:23:12,629 --> 00:23:15,743
เลือก

350
00:23:16,631 --> 00:23:19,742
เราเลือก

351
00:23:20,632 --> 00:23:23,742
ตัวบนสุดออกมาใช่ไหมคะ

352
00:23:24,633 --> 00:23:27,742
เพราะฉะนั้น 15 จะถูกดึง

353
00:23:28,634 --> 00:23:31,743
ออกมาข้างนอกเห็นไหมคะ

354
00:23:32,635 --> 00:23:35,743
เพราะฉะนั้น ใน Stack จะเหลือแค่ 10 กับ 5

355
00:23:36,638 --> 00:23:39,743
ครูสั่ง Pop อีกทีหนึ่ง

356
00:23:40,639 --> 00:23:43,743
เอาอะไรออกมาคะ เดิม

357
00:23:44,640 --> 00:23:47,743
มี 5 กับ 10

358
00:23:48,641 --> 00:23:51,743
คราวนี้เอาอะไรออกมา ครูสั่ง Pop ปุ๊บ อะไรออกมาคะ

359
00:23:52,642 --> 00:23:55,743
10 ออกมาเห็นไหม 10 ไม่เหลือแล้ว

360
00:23:56,646 --> 00:23:59,745
เพราะฉะนั้น ตอนนี้ ใน Stack เราเหลือกี่ค่าคะ

361
00:24:00,647 --> 00:24:03,743
ค่าเดียว คือเลข 5

362
00:24:04,648 --> 00:24:07,743
จดตัวนี้ไว้ในกระดาษให้ครูหน่อย

363
00:24:08,649 --> 00:24:11,743

364
00:24:12,656 --> 00:24:15,742
เดี๋ยวครูจะให้ทำแบบฝึกหัด

365
00:24:16,659 --> 00:24:19,747
นะคะ

366
00:24:20,660 --> 00:24:23,743

367
00:24:24,662 --> 00:24:27,743

368
00:24:28,663 --> 00:24:31,744

369
00:24:32,664 --> 00:24:35,743

370
00:24:36,665 --> 00:24:39,743

371
00:24:40,668 --> 00:24:43,743

372
00:24:44,670 --> 00:24:47,743

373
00:24:48,671 --> 00:24:51,744

374
00:24:52,673 --> 00:24:55,743

375
00:24:56,675 --> 00:24:59,743

376
00:25:00,677 --> 00:25:03,743

377
00:25:04,678 --> 00:25:07,743

378
00:25:08,682 --> 00:25:11,743

379
00:25:12,684 --> 00:25:15,743

380
00:25:16,686 --> 00:25:19,744

381
00:25:20,688 --> 00:25:23,743
มีกระดาษไหมคะ มีใครไม่มีกระดาษไหมคะ

382
00:25:24,689 --> 00:25:27,743
ครูมีกระดาษมาแจก มีไหมคะ

383
00:25:28,690 --> 00:25:31,744
มันจะมีเส้น

384
00:25:32,691 --> 00:25:35,743

385
00:25:36,694 --> 00:25:39,751

386
00:25:40,696 --> 00:25:43,743

387
00:25:44,698 --> 00:25:47,743

388
00:25:48,700 --> 00:25:51,743

389
00:25:52,703 --> 00:25:55,743

390
00:25:56,705 --> 00:25:59,743

391
00:26:00,709 --> 00:26:03,743

392
00:26:04,713 --> 00:26:07,743

393
00:26:08,714 --> 00:26:11,743

394
00:26:12,716 --> 00:26:15,743

395
00:26:16,719 --> 00:26:19,743

396
00:26:20,721 --> 00:26:23,743

397
00:26:24,723 --> 00:26:27,744

398
00:26:28,724 --> 00:26:31,743

399
00:26:32,725 --> 00:26:35,743

400
00:26:36,726 --> 00:26:39,744

401
00:26:40,729 --> 00:26:43,744

402
00:26:44,731 --> 00:26:47,744

403
00:26:48,733 --> 00:26:51,746

404
00:26:52,735 --> 00:26:55,743

405
00:26:56,737 --> 00:26:59,744

406
00:27:00,739 --> 00:27:03,743

407
00:27:04,742 --> 00:27:07,743

408
00:27:08,745 --> 00:27:11,744

409
00:27:12,747 --> 00:27:16,747

410
00:27:16,753 --> 00:27:20,745

411
00:27:20,759 --> 00:27:24,743

412
00:27:24,760 --> 00:27:28,743

413
00:27:28,761 --> 00:27:32,744

414
00:27:32,762 --> 00:27:36,744

415
00:27:36,764 --> 00:27:40,744

416
00:27:40,765 --> 00:27:44,744

417
00:27:44,766 --> 00:27:48,743

418
00:27:48,769 --> 00:27:52,752

419
00:27:52,770 --> 00:27:56,744

420
00:27:56,771 --> 00:28:00,745

421
00:28:00,772 --> 00:28:04,744

422
00:28:04,773 --> 00:28:08,744

423
00:28:08,777 --> 00:28:12,743

424
00:28:12,778 --> 00:28:16,744

425
00:28:16,779 --> 00:28:20,746

426
00:28:20,780 --> 00:28:24,745

427
00:28:24,781 --> 00:28:28,746

428
00:28:28,783 --> 00:28:32,744

429
00:28:32,785 --> 00:28:36,744

430
00:28:36,786 --> 00:28:40,744

431
00:28:40,788 --> 00:28:44,744

432
00:28:44,790 --> 00:28:48,744

433
00:28:48,792 --> 00:28:52,744

434
00:28:52,793 --> 00:28:56,744

435
00:28:56,794 --> 00:29:00,746

436
00:29:00,795 --> 00:29:04,744

437
00:29:04,796 --> 00:29:08,744

438
00:29:08,797 --> 00:29:12,744

439
00:29:12,798 --> 00:29:16,744

440
00:29:16,799 --> 00:29:20,745

441
00:29:20,800 --> 00:29:24,744

442
00:29:24,801 --> 00:29:28,744

443
00:29:28,802 --> 00:29:32,744

444
00:29:32,803 --> 00:29:36,744

445
00:29:36,804 --> 00:29:40,747

446
00:29:40,805 --> 00:29:44,744

447
00:29:44,807 --> 00:29:48,744

448
00:29:48,808 --> 00:29:52,744

449
00:29:52,809 --> 00:29:56,744

450
00:29:56,810 --> 00:30:00,744

451
00:30:00,811 --> 00:30:04,744

452
00:30:04,812 --> 00:30:08,748

453
00:30:08,813 --> 00:30:12,744

454
00:30:12,815 --> 00:30:16,744

455
00:30:16,817 --> 00:30:20,745

456
00:30:20,818 --> 00:30:24,744

457
00:30:24,819 --> 00:30:28,744

458
00:30:28,820 --> 00:30:32,745

459
00:30:32,822 --> 00:30:36,744

460
00:30:36,824 --> 00:30:40,745
คราวนี้นะคะ ครูมีโจทย์มาให้ แล้วก็มี

461
00:30:40,826 --> 00:30:44,744
คำสั่งมาให้

462
00:30:44,827 --> 00:30:48,745
ทำเหมือนเดิมเลยใช่ไหมคะ แต่ครูมีตัว

463
00:30:48,828 --> 00:30:52,744
เริ่มต้นให้ ครูมีให้อยู่แล้วอยู่ใน Stack

464
00:30:52,829 --> 00:30:56,747
ใช่ไหมคะ อันแรก เราหย่อน

465
00:30:56,831 --> 00:31:00,745
เลข 2 ลงไป อันที่ 2 เขียนของเดิมก่อน

466
00:31:00,833 --> 00:31:04,745
ใช่ไหมคะ แล้วค่อยหย่อนเลข 7 ลงไป

467
00:31:04,835 --> 00:31:08,744
ถัดมาหย่อนเลข 1 Pop

468
00:31:08,836 --> 00:31:12,746
คือ เอาออกนะ คือ เอาออก แล้วบอกครูด้วยว่า

469
00:31:12,837 --> 00:31:16,745
ข้อมูล

470
00:31:16,838 --> 00:31:20,744
ที่เอาออกมา

471
00:31:20,840 --> 00:31:24,748
คืออะไร เสร็จแล้ว

472
00:31:24,841 --> 00:31:28,765
ก็มีคำสั่งตัวสุดท้าย ก็คือ Push ตัวเลข 7 ลงไป

473
00:31:28,845 --> 00:31:32,745

474
00:31:32,847 --> 00:31:36,745
ลองทำดูนะคะ

475
00:31:36,852 --> 00:31:40,745

476
00:31:40,853 --> 00:31:44,749
เพราะฉะนั้น แต่ละข้อ

477
00:31:44,855 --> 00:31:48,744
มันจะต่อเนื่องกันไปนะคะ

478
00:31:48,856 --> 00:31:52,744
ทำตัวแรก ข้อที่ 1 เสร็จ เอาข้อมูลนี่

479
00:31:52,860 --> 00:31:56,745
มาตั้งต้นไว้ก่อนแล้วเราค่อย Push

480
00:31:56,861 --> 00:32:00,747
เลข 7 ลงไป เดี๋ยวเราทำด้วยกัน 1 ข้อนะ

481
00:32:00,862 --> 00:32:04,745
อันนี้คือ Push เลข 2 หย่อนเลข 2

482
00:32:04,863 --> 00:32:08,745
ลงไป

483
00:32:08,864 --> 00:32:12,745

484
00:32:12,865 --> 00:32:16,744
ข้อที่ 2 ครูจะใส่เลข 7 เพราะฉะนั้น ครู

485
00:32:16,866 --> 00:32:20,744
ต้องใส่ข้อมูลเดิมก่อน

486
00:32:20,868 --> 00:32:24,746
และก็หย่อนเลข 7 ลงไป ทำต่อให้ครูหน่อย

487
00:32:24,870 --> 00:32:28,745
อีก 3 อัน

488
00:32:28,873 --> 00:32:32,746

489
00:32:32,875 --> 00:32:36,745

490
00:32:36,877 --> 00:32:40,746

491
00:32:40,878 --> 00:32:44,745

492
00:32:44,879 --> 00:32:48,745

493
00:32:48,880 --> 00:32:52,745

494
00:32:52,886 --> 00:32:56,745

495
00:32:56,889 --> 00:33:00,748

496
00:33:00,890 --> 00:33:04,746

497
00:33:04,891 --> 00:33:08,747

498
00:33:08,893 --> 00:33:12,746

499
00:33:12,894 --> 00:33:16,745

500
00:33:16,896 --> 00:33:20,745

501
00:33:20,899 --> 00:33:24,746

502
00:33:24,900 --> 00:33:28,745

503
00:33:28,902 --> 00:33:32,745

504
00:33:32,903 --> 00:33:36,745

505
00:33:36,904 --> 00:33:40,746

506
00:33:40,907 --> 00:33:44,746

507
00:33:44,910 --> 00:33:48,756

508
00:33:48,914 --> 00:33:52,745

509
00:33:52,915 --> 00:33:56,745

510
00:33:56,917 --> 00:34:00,745

511
00:34:00,918 --> 00:34:04,748

512
00:34:04,919 --> 00:34:08,746

513
00:34:08,920 --> 00:34:12,745

514
00:34:12,921 --> 00:34:16,745

515
00:34:16,923 --> 00:34:20,750

516
00:34:20,924 --> 00:34:24,748

517
00:34:24,926 --> 00:34:28,746

518
00:34:28,928 --> 00:34:32,746

519
00:34:32,929 --> 00:34:36,746

520
00:34:36,930 --> 00:34:40,748

521
00:34:40,931 --> 00:34:44,747

522
00:34:44,932 --> 00:34:48,747

523
00:34:48,934 --> 00:34:52,746

524
00:34:52,935 --> 00:34:56,746

525
00:34:56,937 --> 00:35:00,746

526
00:35:00,938 --> 00:35:04,746

527
00:35:04,941 --> 00:35:08,746

528
00:35:08,942 --> 00:35:12,746

529
00:35:12,943 --> 00:35:16,746

530
00:35:16,944 --> 00:35:20,746

531
00:35:20,947 --> 00:35:24,746

532
00:35:24,952 --> 00:35:28,746

533
00:35:28,953 --> 00:35:32,747

534
00:35:32,956 --> 00:35:36,746

535
00:35:36,958 --> 00:35:40,746

536
00:35:40,962 --> 00:35:44,747

537
00:35:44,967 --> 00:35:48,747

538
00:35:48,968 --> 00:35:52,746

539
00:35:52,969 --> 00:35:56,746

540
00:35:56,971 --> 00:36:00,746

541
00:36:00,972 --> 00:36:04,746

542
00:36:04,976 --> 00:36:08,750

543
00:36:08,977 --> 00:36:12,748

544
00:36:12,978 --> 00:36:16,746

545
00:36:16,979 --> 00:36:20,747

546
00:36:20,980 --> 00:36:24,747

547
00:36:24,981 --> 00:36:28,747

548
00:36:28,983 --> 00:36:32,747

549
00:36:32,985 --> 00:36:36,747

550
00:36:36,987 --> 00:36:40,747

551
00:36:40,988 --> 00:36:44,747

552
00:36:44,990 --> 00:36:48,747

553
00:36:48,991 --> 00:36:52,747

554
00:36:52,992 --> 00:36:56,747

555
00:36:56,994 --> 00:37:00,747

556
00:37:00,995 --> 00:37:04,747

557
00:37:04,996 --> 00:37:08,747

558
00:37:08,997 --> 00:37:12,747

559
00:37:12,999 --> 00:37:16,747

560
00:37:17,000 --> 00:37:20,747

561
00:37:21,003 --> 00:37:24,747

562
00:37:25,004 --> 00:37:28,749

563
00:37:29,005 --> 00:37:32,747

564
00:37:33,007 --> 00:37:36,747

565
00:37:37,008 --> 00:37:40,747

566
00:37:41,011 --> 00:37:44,748

567
00:37:45,012 --> 00:37:48,747

568
00:37:49,015 --> 00:37:52,747

569
00:37:53,019 --> 00:37:56,748

570
00:37:57,021 --> 00:38:00,747

571
00:38:01,023 --> 00:38:04,747

572
00:38:05,027 --> 00:38:08,747

573
00:38:09,031 --> 00:38:12,748

574
00:38:13,033 --> 00:38:16,747

575
00:38:17,034 --> 00:38:20,748

576
00:38:21,036 --> 00:38:24,747

577
00:38:25,039 --> 00:38:28,749

578
00:38:29,041 --> 00:38:32,748

579
00:38:33,042 --> 00:38:36,748

580
00:38:37,043 --> 00:38:40,750

581
00:38:41,045 --> 00:38:44,748

582
00:38:45,047 --> 00:38:48,751

583
00:38:49,048 --> 00:38:52,748

584
00:38:53,058 --> 00:38:56,748

585
00:38:57,060 --> 00:39:00,748

586
00:39:01,062 --> 00:39:04,748

587
00:39:05,064 --> 00:39:08,749

588
00:39:09,066 --> 00:39:12,748

589
00:39:13,069 --> 00:39:16,748

590
00:39:17,073 --> 00:39:20,752

591
00:39:21,075 --> 00:39:24,749

592
00:39:25,076 --> 00:39:28,748

593
00:39:29,078 --> 00:39:32,749

594
00:39:33,079 --> 00:39:36,748

595
00:39:37,080 --> 00:39:40,749

596
00:39:41,084 --> 00:39:44,750

597
00:39:45,085 --> 00:39:48,748

598
00:39:49,086 --> 00:39:52,748

599
00:39:53,087 --> 00:39:56,749

600
00:39:57,088 --> 00:40:00,748

601
00:40:01,090 --> 00:40:04,749

602
00:40:05,091 --> 00:40:08,749

603
00:40:09,092 --> 00:40:12,748

604
00:40:13,094 --> 00:40:16,749

605
00:40:17,095 --> 00:40:20,749

606
00:40:21,096 --> 00:40:24,748

607
00:40:25,097 --> 00:40:28,748

608
00:40:29,100 --> 00:40:32,748

609
00:40:33,102 --> 00:40:36,748
ทีนี้เดี๋ยวเรามาดู

610
00:40:37,103 --> 00:40:40,748

611
00:40:41,105 --> 00:40:44,748

612
00:40:45,106 --> 00:40:48,749
ข้อ 3 นะคะ ครูสั่ง Push 1 ก็คือใส่เลข 1 ลง

613
00:40:49,107 --> 00:40:52,749
ใน Stack เดิม

614
00:40:53,109 --> 00:40:56,748
เอาของเดิมยกมาก่อนนะ อย่าเพิ่งใส่นะ ของเดิม

615
00:40:57,110 --> 00:41:00,748
มี 3 ค่านะ เขียนก่อนนะคะ

616
00:41:01,110 --> 00:41:04,749
เขียนค่าเดิมก่อน ใส่ค่าเดิมมาก่อน

617
00:41:05,111 --> 00:41:08,749
นะคะ เสร็จแล้วครูสั่ง Push 1

618
00:41:09,112 --> 00:41:12,749
1 จะอยู่ด้านบนเลข 7

619
00:41:13,113 --> 00:41:16,749
ใช่ไหมคะ

620
00:41:17,115 --> 00:41:20,749
จากนั้นครูสั่ง Pop Pop คือ เอาออก

621
00:41:21,116 --> 00:41:24,749
บนสุดคืออะไร คือ 1 เพราะฉะนั้น

622
00:41:25,117 --> 00:41:28,749
เอาอะไรออก เอา 1 ออก เพราะฉะนั้น ที่เหลือ

623
00:41:29,118 --> 00:41:32,749
็ก็คือ 5, 2, 7 ใช่ไหมคะ 1

624
00:41:33,119 --> 00:41:36,752
จะถูกเอาออกมาใช่ไหม เพราะฉะนั้น ข้อมูล

625
00:41:37,120 --> 00:41:40,749
ที่นำออกจาก Stack ก็คือ 1

626
00:41:41,121 --> 00:41:44,749
นะคะ

627
00:41:45,123 --> 00:41:48,750
ครูสั่ง Push อีกครั้งหนึ่งทำอย่างไร

628
00:41:49,124 --> 00:41:52,751
ก็เอาของเดิมที่มีอยู่ใน Stack เขียนก่อน

629
00:41:53,125 --> 00:41:56,750
เพราะฉะนั้น กรณีที่ Push ข้อม

630
00:41:57,127 --> 00:42:00,751
ลงไปใน Stack ยกของเดิมมาก่อน

631
00:42:01,129 --> 00:42:04,749
เสร็จแล้ว

632
00:42:05,132 --> 00:42:08,749
ใส่ตัวเลขที่ครูสั่งลงไป ก็คือ 7 7

633
00:42:09,133 --> 00:42:12,749
ก็จะอยู่ด้านบนนะคะ อันนี้คือ

634
00:42:13,134 --> 00:42:16,749
Stack ที่ได้หลังจากที่เราใช้

635
00:42:17,135 --> 00:42:20,749
คำสั่งทั้งหมด 5 คำสั่ง

636
00:42:21,136 --> 00:42:24,750

637
00:42:25,137 --> 00:42:28,750
โอเค

638
00:42:29,138 --> 00:42:32,750

639
00:42:33,140 --> 00:42:36,750
ถัดมาครูเปลี่ยนนะ จากแนวตั้ง

640
00:42:37,141 --> 00:42:40,750
เป็นแนวนอนนะคะ ถ้าครูลองเปลี่ยน Stack เป็นแนวนอน

641
00:42:41,143 --> 00:42:44,749
บ้าง

642
00:42:45,147 --> 00:42:48,749

643
00:42:49,148 --> 00:42:52,750

644
00:42:53,150 --> 00:42:56,750

645
00:42:57,151 --> 00:43:00,749

646
00:43:01,153 --> 00:43:04,750

647
00:43:05,155 --> 00:43:08,753

648
00:43:09,156 --> 00:43:12,750

649
00:43:13,157 --> 00:43:16,749

650
00:43:17,158 --> 00:43:20,750
คราวนี้ครูลองเปลี่ยน Stack เป็นอีกรูปแบบหนึ่ง

651
00:43:21,159 --> 00:43:24,749
เป็นแนวนอนบ้างนะคะ

652
00:43:25,163 --> 00:43:28,751
และครูมีตัวเลข

653
00:43:29,167 --> 00:43:32,750
ที่อยู่ใน Stack ไว้ให้ คือ 3

654
00:43:33,169 --> 00:43:36,750
แล้วก็ 1 ถูกไหม ตัวแรกจะอยู่ซ้ายสุดถูกไหมคะ

655
00:43:37,170 --> 00:43:40,750
ถัดมาก็จะเป็นตัวที่ 2

656
00:43:41,171 --> 00:43:44,751
แล้วครูใช้คำสั่ง Push 5 ข้อที่ 2

657
00:43:45,172 --> 00:43:48,751
ครู Push 6 เสร็จแล้ว

658
00:43:49,173 --> 00:43:52,753
ครู Pop นะคะ ลองทำสิ

659
00:43:53,174 --> 00:43:56,750

660
00:43:57,177 --> 00:44:00,750

661
00:44:01,179 --> 00:44:04,749

662
00:44:05,180 --> 00:44:08,749

663
00:44:09,183 --> 00:44:12,750

664
00:44:13,186 --> 00:44:16,750

665
00:44:17,189 --> 00:44:20,750

666
00:44:21,192 --> 00:44:24,754

667
00:44:25,194 --> 00:44:28,751

668
00:44:29,195 --> 00:44:32,751

669
00:44:33,198 --> 00:44:36,750

670
00:44:37,200 --> 00:44:40,750

671
00:44:41,201 --> 00:44:44,750

672
00:44:45,206 --> 00:44:48,750

673
00:44:49,208 --> 00:44:52,751

674
00:44:53,220 --> 00:44:56,750

675
00:44:57,222 --> 00:45:00,758

676
00:45:01,223 --> 00:45:04,750

677
00:45:05,224 --> 00:45:08,750

678
00:45:09,226 --> 00:45:12,750

679
00:45:13,228 --> 00:45:16,749

680
00:45:17,229 --> 00:45:20,750

681
00:45:21,231 --> 00:45:24,750

682
00:45:25,232 --> 00:45:28,750

683
00:45:29,233 --> 00:45:32,750

684
00:45:33,235 --> 00:45:36,750

685
00:45:37,236 --> 00:45:40,751

686
00:45:41,237 --> 00:45:44,751

687
00:45:45,240 --> 00:45:48,753

688
00:45:49,242 --> 00:45:52,751

689
00:45:53,243 --> 00:45:56,750

690
00:45:57,246 --> 00:46:00,750

691
00:46:01,247 --> 00:46:04,750

692
00:46:05,251 --> 00:46:08,750

693
00:46:09,252 --> 00:46:12,750

694
00:46:13,255 --> 00:46:16,750

695
00:46:17,256 --> 00:46:20,750

696
00:46:21,260 --> 00:46:24,751

697
00:46:25,263 --> 00:46:28,751

698
00:46:29,264 --> 00:46:32,751

699
00:46:33,265 --> 00:46:36,750

700
00:46:37,267 --> 00:46:40,759

701
00:46:41,269 --> 00:46:44,750

702
00:46:45,270 --> 00:46:48,751

703
00:46:49,272 --> 00:46:52,751

704
00:46:53,277 --> 00:46:56,751

705
00:46:57,279 --> 00:47:00,751

706
00:47:01,280 --> 00:47:04,751

707
00:47:05,282 --> 00:47:08,751

708
00:47:09,285 --> 00:47:12,750

709
00:47:13,288 --> 00:47:16,751

710
00:47:17,292 --> 00:47:20,750

711
00:47:21,294 --> 00:47:24,753

712
00:47:25,295 --> 00:47:28,751

713
00:47:29,299 --> 00:47:32,750

714
00:47:33,305 --> 00:47:36,751

715
00:47:37,308 --> 00:47:40,751

716
00:47:41,310 --> 00:47:44,751

717
00:47:45,313 --> 00:47:48,750

718
00:47:49,314 --> 00:47:52,750

719
00:47:53,316 --> 00:47:56,750

720
00:47:57,319 --> 00:48:00,752

721
00:48:01,322 --> 00:48:04,751

722
00:48:05,326 --> 00:48:08,751

723
00:48:09,330 --> 00:48:12,750

724
00:48:13,334 --> 00:48:16,751

725
00:48:17,339 --> 00:48:20,751

726
00:48:21,343 --> 00:48:24,757

727
00:48:25,347 --> 00:48:28,753

728
00:48:29,350 --> 00:48:32,752

729
00:48:33,355 --> 00:48:36,750

730
00:48:37,357 --> 00:48:40,751

731
00:48:41,360 --> 00:48:44,764

732
00:48:45,361 --> 00:48:48,750

733
00:48:49,364 --> 00:48:52,761

734
00:48:53,369 --> 00:48:56,750

735
00:48:57,371 --> 00:49:00,750

736
00:49:01,373 --> 00:49:04,750

737
00:49:05,379 --> 00:49:08,750

738
00:49:09,381 --> 00:49:12,749

739
00:49:13,386 --> 00:49:16,752

740
00:49:17,388 --> 00:49:20,750

741
00:49:21,389 --> 00:49:24,749

742
00:49:25,391 --> 00:49:28,749

743
00:49:29,392 --> 00:49:32,749

744
00:49:33,393 --> 00:49:36,748

745
00:49:37,394 --> 00:49:40,749

746
00:49:41,396 --> 00:49:44,748

747
00:49:45,398 --> 00:49:48,749

748
00:49:49,400 --> 00:49:52,748

749
00:49:53,401 --> 00:49:56,748
คราวนี้นะคะ

750
00:49:57,402 --> 00:50:00,748
มาดูเฉลยด้วยกัน

751
00:50:01,403 --> 00:50:04,750
ครูสั่ง Push 5 แสดงว่า

752
00:50:05,405 --> 00:50:08,752
ครูกำลังจะใส่ข้อมูลลงใน Stack

753
00:50:09,406 --> 00:50:12,750
ครูก็เอาเลข 5 มาหย่อนลงเลยนะ

754
00:50:13,407 --> 00:50:16,748
เอาเลข 5 มาหย่อนเลยนะคะ

755
00:50:17,408 --> 00:50:20,748
ถัดมาครูใช้คำสั่ง Push

756
00:50:21,409 --> 00:50:24,747
ครูใช้คำสั่ง Push ทำอย่างไร เอา

757
00:50:25,412 --> 00:50:28,748
ของเดิมยกลงมาก่อน ยกของเดิม

758
00:50:29,414 --> 00:50:32,749
มาใส่ก่อนนะคะ ก็จะมี 3,

759
00:50:33,415 --> 00:50:36,751
1 แล้วก็ 5

760
00:50:37,416 --> 00:50:40,747
จากนั้น เรา Push ค่าใหม่ ใส่ค่าใหม่

761
00:50:41,418 --> 00:50:44,747
ลงไป ก็คือ 6

762
00:50:45,420 --> 00:50:48,747
โอเคนะ ใส่ค่า 6 ก็คือค่าใหม่ลงไปใน Stack

763
00:50:49,423 --> 00:50:52,749
เสร็จแล้วครูใช้คำสั่ง Pop

764
00:50:53,426 --> 00:50:56,747
ก็คือเอาออก ก็คือเอาตัวล่าสุด

765
00:50:57,427 --> 00:51:00,748
ที่อยู่ด้านขวา เอาออก

766
00:51:01,429 --> 00:51:04,747
เพราะฉะนั้น ค่าที่ถูกเอาออก ก็คือเลข 6

767
00:51:05,434 --> 00:51:08,746
เห็นไหมคะ เอาเลข 6 ออกมา

768
00:51:09,435 --> 00:51:12,746
แล้วเราก็ยกตัวที่เหลือ

769
00:51:13,436 --> 00:51:16,747
ลงมาใส่ ก็จะเหลือเป็น

770
00:51:17,440 --> 00:51:20,747
3, 1 แล้วก็ 5 นะคะ

771
00:51:21,441 --> 00:51:24,748

772
00:51:25,443 --> 00:51:28,746

773
00:51:29,448 --> 00:51:32,746

774
00:51:33,452 --> 00:51:36,746

775
00:51:37,454 --> 00:51:40,746

776
00:51:41,458 --> 00:51:44,746

777
00:51:45,459 --> 00:51:48,746

778
00:51:49,462 --> 00:51:52,746

779
00:51:53,465 --> 00:51:56,746

780
00:51:57,470 --> 00:52:00,749

781
00:52:01,472 --> 00:52:04,746

782
00:52:05,474 --> 00:52:08,750

783
00:52:09,476 --> 00:52:12,745

784
00:52:13,476 --> 00:52:16,746

785
00:52:17,477 --> 00:52:20,745

786
00:52:21,481 --> 00:52:24,745

787
00:52:25,483 --> 00:52:28,745

788
00:52:29,484 --> 00:52:32,744

789
00:52:33,485 --> 00:52:36,745
คราวนี้นะคะ มาดูต่อ

790
00:52:37,486 --> 00:52:40,745
กระดาษที่ครูแจกเอาวางไว้ก่อนนะคะ อย่าเพิ่งใช้ เรายังไม่ใช้ตอนนี้

791
00:52:41,490 --> 00:52:44,745

792
00:52:45,491 --> 00:52:48,745

793
00:52:49,493 --> 00:52:52,744
เราใช้ Stack ทำอะไร เมื่อกี้

794
00:52:53,501 --> 00:52:56,745
เราพูดถึง Stack ไปแล้วนะ เข้าก่อนออกทีหลัง

795
00:52:57,502 --> 00:53:00,745
นะคะ ข้อมูลไหนเข้าก่อน

796
00:53:01,504 --> 00:53:04,744
จะถูกเอาออกทีหลัง

797
00:53:05,505 --> 00:53:08,744
แล้วเราใช้ Stack ทำอะไรบ้าง

798
00:53:09,507 --> 00:53:12,746
เราใช้ Stack มาทำอะไรบ้าง

799
00:53:13,508 --> 00:53:16,745
ทุกคนบวกเลขเป็นใช่ไหม ทุกคนบวกลบคูณหาร

800
00:53:17,509 --> 00:53:20,744
สมการทางคณิตศาสตร์ได้ Stack

801
00:53:21,510 --> 00:53:24,744
จะถูกเอามาใช้ในการ

802
00:53:25,511 --> 00:53:28,744
หาผลลัพธ์ของสมการคณิตศาสตร์

803
00:53:29,512 --> 00:53:32,744
บวกเลข บวกลบเลขนะคะ

804
00:53:33,513 --> 00:53:36,744
คราวนี้ ก่อนที่จะไปดูรูปแบบของการ

805
00:53:37,514 --> 00:53:40,745
ใช้ Stack แล้ว Stack มันเกี่ย

806
00:53:41,515 --> 00:53:44,743
กับการบวก ลบ คูณ หาร นะคะ เรามาดูรูปแบบก่อนว่า

807
00:53:45,516 --> 00:53:48,743
เราใช้ Stack เพื่อเป็นนิพนธ์

808
00:53:49,519 --> 00:53:52,744
ก็คือลักษณะของสมการ

809
00:53:53,520 --> 00:53:56,744
มีอยู่ 3 รูปแบบ รูปแบบแรกก็คื

810
00:53:57,523 --> 00:54:00,743
ก็คือ

811
00:54:01,526 --> 00:54:04,743
บวก ลบ คูณ หาร จะอยู่ระหว่างตัวเลข

812
00:54:05,527 --> 00:54:08,744
นะคะ อันนี้คือ Infix นิพจน์ตัวที่ 2

813
00:54:09,529 --> 00:54:12,743
ก็คือ Prefix

814
00:54:13,530 --> 00:54:16,743
เครื่องหมาย บวก ลบ คูณ หาร จะอยู่ด้านหน้า

815
00:54:17,531 --> 00:54:20,742
และตัวสุดท้ายคือ

816
00:54:21,533 --> 00:54:24,743
Postfix เครื่องหมายจะไปอยู่ด้านหลังของตัวเลข

817
00:54:25,537 --> 00:54:28,743
AC อันนนี้คือตัวเลขนะคะ

818
00:54:29,539 --> 00:54:32,743
เราจะแทนด้วยตัวเลขใด ๆ

819
00:54:33,540 --> 00:54:36,742
คราวนี้ดูนะคะ ในการคำนวณ

820
00:54:37,541 --> 00:54:40,742
ทางคณิตศาสตร์นะ

821
00:54:41,542 --> 00:54:44,742
เวลาเราเจอนะคะ การบวก ลบ

822
00:54:45,546 --> 00:54:48,742
ที่มันมีมากกว่า 2 ตัวเลข

823
00:54:49,548 --> 00:54:52,743
เช่นแบบนี้

824
00:54:53,550 --> 00:54:56,742
5 + 2 x 2 มันมีตัวเลขมากกว่า 2 ตัว

825
00:54:57,551 --> 00:55:00,742
นะคะ แล้วเรา

826
00:55:01,552 --> 00:55:04,748
จะบวกลบเลขอย่างไร

827
00:55:05,554 --> 00:55:08,743
เรามีลำดับความสัมพันธ์ของ

828
00:55:09,557 --> 00:55:12,742
เครื่องหมาย เจอวงเล็บ

829
00:55:13,558 --> 00:55:16,743
ก่อนทำในวงเล็บ

830
00:55:17,560 --> 00:55:20,742
ใช่ไหมคะ เราเจอในวงเล็บ เรา

831
00:55:21,561 --> 00:55:24,742
บวกลบเลขนี่ในวงเล็บก่อน

832
00:55:25,562 --> 00:55:28,742
จากนั้น ลำดับความสำคัญตัวที่ 2 ที่ต้อง

833
00:55:29,562 --> 00:55:32,742
ทำก่อนก็คือ เครื่องหมาย

834
00:55:33,563 --> 00:55:36,742
ยกกำลัง เช่น 2 ยกกำลัง 2 ถูกไหมคะ

835
00:55:37,566 --> 00:55:40,742
3 ยกกำลัง 2 อย่างนี้เป็นต้น

836
00:55:41,567 --> 00:55:44,742
เจอเลขยกกำลังเสร็จแล้ว

837
00:55:45,568 --> 00:55:48,742
เราจะคำนวณเครื่องหมายไหนต่อไป ก็ค

838
00:55:49,569 --> 00:55:52,747
กับหาร คูณกับหารมีลำดับความสำคัญ

839
00:55:53,570 --> 00:55:56,741
เท่ากันนะคะ มีลำดับความสำคัญ

840
00:55:57,574 --> 00:56:00,741
เท่ากัน ตามด้วยบวกกับลบ

841
00:56:01,577 --> 00:56:04,743
บวกกับลบก็มีความสำคัญ

842
00:56:05,578 --> 00:56:08,741
เท่ากัน แต่จะทำ

843
00:56:09,579 --> 00:56:12,742
หลังการทำเครื่องหมายคูณกับหาร

844
00:56:13,583 --> 00:56:16,741

845
00:56:17,585 --> 00:56:20,741
คราวนี้มาดูโจทย์ครู 2 ตัวนี้

846
00:56:21,586 --> 00:56:24,741
เป็นตัวเลขตัวเดียวกันเลย 5 + 2

847
00:56:25,588 --> 00:56:28,742
x 2 ตัวแรก

848
00:56:29,589 --> 00:56:32,740
ครูมีวงเล็บเปิดกับวงเล็บปิด โจทย์ตัวที่ 2 ไม่มี

849
00:56:33,590 --> 00:56:36,740
วงเล็บนะคะ ครูไม่มีวงเล็บนะ

850
00:56:37,591 --> 00:56:40,740
คราวนี้มาดูข้อแรกก่อน

851
00:56:41,593 --> 00:56:44,740
อย่างที่บอกว่าถ้าเจอวงเล็บ

852
00:56:45,594 --> 00:56:48,741
วงเล็บเปิด วงเล็บปิด ทำ

853
00:56:49,595 --> 00:56:52,741
ข้างในวงเล็บก่อน

854
00:56:53,597 --> 00:56:56,741
เพราะฉะนั้น เราเอาอะไรบวกกันก่อน 5 + 2

855
00:56:57,599 --> 00:57:00,740
เป็นเท่าไรคะ เป็น 7

856
00:57:01,600 --> 00:57:04,740
7 แล้วคูณด้วย 2 เท่ากับเท่าไหร่

857
00:57:05,601 --> 00:57:08,742
เท่ากับเท่าไหร่คะ

858
00:57:09,603 --> 00:57:12,740
เท่ากับ 14

859
00:57:13,604 --> 00:57:16,741

860
00:57:17,607 --> 00:57:20,741
ตัวเลขเท่ากับ 14 ตัวแรกนะคะ เท่ากับ 14

861
00:57:21,608 --> 00:57:24,740
แล้วมาดูข้อ 2 ครูตัด

862
00:57:25,609 --> 00:57:28,740
วงเล็บทิ้งไป 5 + 2 x 2

863
00:57:29,610 --> 00:57:32,740
เราทำตรงไหนก่อน

864
00:57:33,611 --> 00:57:36,739
ย้อนกลับขึ้นมาดูข้างบน ระหว่างบวกกับคูณ

865
00:57:37,612 --> 00:57:40,741
อะไรสำคัญมากกว่ากัน

866
00:57:41,612 --> 00:57:44,739
อะไรมีความสำคัญมากกว่ากันคะ

867
00:57:45,613 --> 00:57:48,739
บวกกับคูณ

868
00:57:49,614 --> 00:57:52,740

869
00:57:53,616 --> 00:57:56,742
ข้างบนเห็นไหมคะว่า 1 นี่

870
00:57:57,617 --> 00:58:00,739
มีความสำคัญมากสุดนะ 2. ความสำคัญรองลงมา

871
00:58:01,618 --> 00:58:04,739
ตัวนี้ เบอร์ 3 ความสำคัญ

872
00:58:05,620 --> 00:58:08,739
รองลงมา เบอร์ 4 ความสำคั

873
00:58:09,621 --> 00:58:12,739
เพราะฉะนั้น คูณกับบวก

874
00:58:13,622 --> 00:58:16,739
อะไรมีความสำคัญมากกว่ากัน

875
00:58:17,624 --> 00:58:20,741
คูณใช่ไหมคะ อันนี้คือมากสุด

876
00:58:21,625 --> 00:58:24,739
มากสุด

877
00:58:25,626 --> 00:58:28,739
เพราะฉะนั้น เรา

878
00:58:29,627 --> 00:58:32,739
ทำอะไรก่อน 5+2 หรือเอา 2

879
00:58:33,628 --> 00:58:36,739
หรือเอา 2 x 2 2 x 2

880
00:58:37,629 --> 00:58:40,739
เป็น 4 4 + 5

881
00:58:41,634 --> 00:58:44,745
5 เป็นเท่าไหร่คะ

882
00:58:45,635 --> 00:58:48,739
เป็น 9

883
00:58:49,637 --> 00:58:52,738
โอเค

884
00:58:53,638 --> 00:58:56,738
ถ้าครูเขียนใหม่

885
00:58:57,639 --> 00:59:00,738

886
00:59:01,641 --> 00:59:04,738

887
00:59:05,642 --> 00:59:08,738
เลข 2 หรือ เดี๋ยวนะ

888
00:59:09,644 --> 00:59:12,738

889
00:59:13,646 --> 00:59:16,739

890
00:59:17,647 --> 00:59:20,738

891
00:59:21,650 --> 00:59:24,738

892
00:59:25,651 --> 00:59:28,738
โจทย์ข้อนี้

893
00:59:29,654 --> 00:59:32,738
5 คูณ 2

894
00:59:33,655 --> 00:59:36,752
เท่ากับ 12 คนอื่น

895
00:59:37,656 --> 00:59:40,738
ได้ไหมคะ เห็นไหม ตัวเลขเดียวกันเลย

896
00:59:41,657 --> 00:59:44,738
สลับแล้วก็คเครื่องหมายมีเหมือนกันเล

897
00:59:45,658 --> 00:59:48,738
แค่สลับตำแหน่งค่าก็เปลี่ยนแล้ว

898
00:59:49,659 --> 00:59:52,738
ทันไหมคะ คูณกับบวกแสดงว่า

899
00:59:53,661 --> 00:59:56,738
ทำคูณก่อน 5 คูณ 2 เป็

900
00:59:57,662 --> 01:00:00,740
เป็น 10 10 + 2 เป็น 12

901
01:00:01,663 --> 01:00:04,739

902
01:00:05,667 --> 01:00:08,739
โอเค

903
01:00:09,668 --> 01:00:12,738
เอาตัวนี้บวกกันก่อน... คูณกันก่อนนะคะ

904
01:00:13,669 --> 01:00:16,738
5 x 2 เป็น 10 แล้ว 10 ค่อยมาบวกกับ

905
01:00:17,670 --> 01:00:20,737
2 โอเค

906
01:00:21,671 --> 01:00:24,737
จะเห็นว่า

907
01:00:25,672 --> 01:00:28,737
อันนี้คือเราคิดใช่ไหม

908
01:00:29,673 --> 01:00:32,737
แล้วเราจะสั่งให้คอมพิวเตอณ์เข้สา

909
01:00:33,675 --> 01:00:36,737
เข้าใจแบบที่เราคิดเมื่อกี้ได้อย่างไร

910
01:00:37,676 --> 01:00:40,737
รู้ว่าถ้าเจอคูณนี่ต้องทำคูณก่อนเลย

911
01:00:41,677 --> 01:00:44,742
เจอวงเล็บเปิด ต้องทำวงเล็บเปิด

912
01:00:45,678 --> 01:00:48,737
ตอนนี้เราจะสั่งให้คอมพิวเตอร์นี่สามารถคำนวณ

913
01:00:49,679 --> 01:00:52,737
ให้ได้แบบที่เราคำนวณเมื่อกี้

914
01:00:53,680 --> 01:00:56,737
เราใช้

915
01:00:57,682 --> 01:01:00,737
Stack เข้ามาช่วยในการคำนวณนะคะ

916
01:01:01,683 --> 01:01:04,737
เราใช้ Stack เข้ามาในการคำนวณ

917
01:01:05,684 --> 01:01:08,736
วิธีการทำแบบไหน

918
01:01:09,685 --> 01:01:12,736
มาดูวิธีการนะคะ เรามีตัวเลขอยู่ชุดหนึ่ง

919
01:01:13,687 --> 01:01:16,737
เราต้องการหาค่าออกมา เช่น

920
01:01:17,688 --> 01:01:20,738
ครูมีตัวเลขชุดนี้ล่ะ

921
01:01:21,689 --> 01:01:24,737
ครูสั่งให้คอมพิวเตอร์คำนวณ จะต้องได้ผลลัพธ์ 9

922
01:01:25,690 --> 01:01:28,737
คอมพิวเตอร์จะคิดแบบไหนนะคะ

923
01:01:29,693 --> 01:01:32,737
1 เราต้องสร้างตารางแบบนี้ก่อน

924
01:01:33,694 --> 01:01:36,737
มี 3 ช่อง ช่องแรก คือ ใส่ Input

925
01:01:37,702 --> 01:01:40,736
ก็คือข้อมูลนำเข้า Stack

926
01:01:41,705 --> 01:01:44,736
แล้วก็ผลลัพธ์นะคะ

927
01:01:45,707 --> 01:01:48,736
เรามีวิธีการทำนี่ 2 ช่วงด้วยกัน ช่วงที่ 1

928
01:01:49,708 --> 01:01:52,737
ต้องแปลงนิพจน์

929
01:01:53,709 --> 01:01:56,736
แบบ Postfix เ

930
01:01:57,710 --> 01:02:00,736
ไปไว้ข้างหลังให้หมดก่อน เอาเครื่องหมาย

931
01:02:01,712 --> 01:02:04,736
ไปไว้ข้างหลังให้หมดก่อนนะคะ แล้วค่อยคำนวณออกมาเป็น

932
01:02:05,713 --> 01:02:08,736
ตัวเลข ผลลัพธ์

933
01:02:09,714 --> 01:02:12,736
เรามี 3 ช่องนะ ทุกคนต้องตีตาราง 3 ช่อง

934
01:02:13,716 --> 01:02:16,736
อันแรกเขียนว่า Input Stack แล้วก็ O

935
01:02:17,717 --> 01:02:20,748
นะคะ ถัดมา

936
01:02:21,718 --> 01:02:24,736
ขั้นตอนวิธีการแปลง

937
01:02:25,719 --> 01:02:28,736
จาก Infix ให้เป็น Po

938
01:02:29,720 --> 01:02:32,735
ทุกคนมีชีตที่ครูให้ แบบนี้เลย

939
01:02:33,721 --> 01:02:36,735
ก็คือสิ่งที่อยู่บนสไลด์นะคะ ครูพรินต์ออกมาให้

940
01:02:37,722 --> 01:02:40,736
เรามีอยู่ทั้งหมด 7 ขั้นตอนด้ว

941
01:02:41,723 --> 01:02:44,735
ทั้งหมด 7 ขั้นตอนด้วยกัน

942
01:02:45,724 --> 01:02:48,735
มีทั้งหมด 7 ขั้นตอนด้วยกัน ครูให้เวลา

943
01:02:49,725 --> 01:02:52,735
2 นาที อ่าน 7 ขั้นตอนน

944
01:02:53,726 --> 01:02:56,735
นี้ในกระดาษของตัวเองสิคะ

945
01:02:57,727 --> 01:03:00,735
ให้อ่านในกระดาษนะ หรือจะอ่านจากหน้าจอก็ได้

946
01:03:01,728 --> 01:03:04,735
ให้เวลา 2 นาทีอยากให้อ่านก่อน

947
01:03:05,729 --> 01:03:08,735

948
01:03:09,730 --> 01:03:12,735

949
01:03:13,733 --> 01:03:16,735

950
01:03:17,739 --> 01:03:20,735

951
01:03:21,744 --> 01:03:24,747

952
01:03:25,750 --> 01:03:29,735

953
01:03:29,751 --> 01:03:33,737

954
01:03:33,752 --> 01:03:37,735

955
01:03:37,753 --> 01:03:41,736

956
01:03:41,766 --> 01:03:45,735

957
01:03:45,767 --> 01:03:49,735

958
01:03:49,767 --> 01:03:53,735

959
01:03:53,768 --> 01:03:57,735

960
01:03:57,769 --> 01:04:01,735

961
01:04:01,770 --> 01:04:05,735

962
01:04:05,771 --> 01:04:09,735

963
01:04:09,772 --> 01:04:13,735

964
01:04:13,773 --> 01:04:17,735

965
01:04:17,774 --> 01:04:21,734

966
01:04:21,775 --> 01:04:25,735

967
01:04:25,776 --> 01:04:29,735

968
01:04:29,777 --> 01:04:33,735

969
01:04:33,780 --> 01:04:37,735

970
01:04:37,781 --> 01:04:41,738

971
01:04:41,787 --> 01:04:45,735

972
01:04:45,788 --> 01:04:49,734

973
01:04:49,788 --> 01:04:53,737

974
01:04:53,789 --> 01:04:57,734

975
01:04:57,790 --> 01:05:01,734
คราวนี้เดี๋ยวมาดูพร้อมกัน

976
01:05:01,792 --> 01:05:05,734
เรามีอยู่ทั้งหมด 7 ขั้นตอนนะคะ เดี๋ยวเราจะ

977
01:05:05,793 --> 01:05:09,734
ลองฝึกนะ แล้วก็เทียบ

978
01:05:09,795 --> 01:05:13,734
ไปทีละขั้น

979
01:05:13,796 --> 01:05:17,755
ขั้นที่ 1 นะคะ กำหนดให้ Stack ว่าง

980
01:05:17,798 --> 01:05:21,735
ก็คือวาดตาราง 3 ช่องนี้

981
01:05:21,801 --> 01:05:25,735
อันดับแรก สร้าง Stack ว่าง ก็คือวาด

982
01:05:25,802 --> 01:05:29,734
3 ช่องนะคะ กี่แถวยังไม่รู้นะ

983
01:05:29,804 --> 01:05:33,734
แต่มีอยู่ 3 คอลัมน์

984
01:05:33,805 --> 01:05:37,734

985
01:05:37,807 --> 01:05:41,734
อันดับที่ 2

986
01:05:41,808 --> 01:05:45,735
อ่านข้อมูลจากซ้ายไปขวา ก็คือ

987
01:05:45,809 --> 01:05:49,737
อ่านข้อมูลทีละตัวใช่ไหมคะ เลข 5

988
01:05:49,811 --> 01:05:53,736
เครื่องหมายบวก เลข เครื่องหมายคูณ แล้วก็เลข 2

989
01:05:53,812 --> 01:05:57,733
อันนี้คืออ่านจากซ้ายไปขวา

990
01:05:57,813 --> 01:06:01,739
ทีละตัวนะคะ แล้วก็อ่านเข้ามาทีละตัว

991
01:06:01,814 --> 01:06:05,734
สมมติครูใช้ตัวเลขนะคะ

992
01:06:05,820 --> 01:06:09,734
ตัวเลขนะคะ เช่น

993
01:06:09,822 --> 01:06:13,734

994
01:06:13,823 --> 01:06:17,734
อ่านข้อมูลจากซ้ายไปขวา ตัวแรก ก็คือ

995
01:06:17,823 --> 01:06:21,735
5 ใช่ไหม อ่านจากซ้าย ซ้ายก็คือตัวแรก

996
01:06:21,824 --> 01:06:25,738
นะคะ ก็คือเลข 5 ถัดมา

997
01:06:25,825 --> 01:06:29,733
ถัดมาขั้นถัดมาเป็นขั้นที่ 3

998
01:06:29,827 --> 01:06:33,734
ถ้าข้อมูลที่อ่านเข้ามา

999
01:06:33,830 --> 01:06:37,734
เป็นตัวเลข เช่น

1000
01:06:37,831 --> 01:06:41,734
เลข 5 ใช่ไหม ข้อมูลที่เราอ่านเข้ามา

1001
01:06:41,833 --> 01:06:45,734
ทันเป็นตัวเลขใช่ไหม ใช่ เอามัน

1002
01:06:45,834 --> 01:06:49,734
ไปไว้ที่ไหน เอามันไปไว้ที่ช่องผลลัพธ์ ก็คือ

1003
01:06:49,835 --> 01:06:53,735
ช่องสุดท้าย

1004
01:06:53,837 --> 01:06:57,734
ก็คือช่องนี้ใช่ไหมคะ ช่อง Output

1005
01:06:57,839 --> 01:07:01,733
ถัดมา ถ้าตัวที

1006
01:07:01,840 --> 01:07:05,733
เราอ่านเข้ามานี่มันไม่ใช่ตัวเลข แสดงว่า

1007
01:07:05,841 --> 01:07:09,734
มันต้องเป็นเครื่องหมายทางคณิตศาสตร์

1008
01:07:09,842 --> 01:07:13,738
อะไรสักอย่างหนึ่งนี่ล่ะ เช่น เครื่องหมายบวก

1009
01:07:13,843 --> 01:07:17,734
เครื่องหมายบวกใช่ไหมคะ เครื่องหมายบวก

1010
01:07:17,844 --> 01:07:21,734
เราอ่านเครื่องหมายบวกเข้ามา

1011
01:07:21,846 --> 01:07:25,733
แล้วเขาให้เราเช็กก่อน ว่า

1012
01:07:25,848 --> 01:07:29,734
แล้วใน Stack มันมีค่าอยู่หรือเปล่า Stack ในช่องนี่

1013
01:07:29,848 --> 01:07:33,734
ช่องนี้ ช่องที่ 2 นี่ มัน

1014
01:07:33,849 --> 01:07:37,733
มีค่าอยู่ไหม ถ้ามันไม่มีค่าอยู่เลย

1015
01:07:37,852 --> 01:07:41,734
ก็หย่อนมันลงไปใน Stack

1016
01:07:41,853 --> 01:07:45,733
แต่ถ้าใน Stack มันมีข้อมูล

1017
01:07:45,854 --> 01:07:49,734
อยู่แล้ว เราจะต้องทำการ

1018
01:07:49,855 --> 01:07:53,735
เปรียบเทียบก่อน ว่าข้อมูล

1019
01:07:53,856 --> 01:07:57,733
ที่เราอ่านเข้ามานี่

1020
01:07:57,857 --> 01:08:01,733
มันมีค่ามากกว่า หรือน้อยกว่าตัวที่อยู่ใน

1021
01:08:01,859 --> 01:08:05,733
Stack

1022
01:08:05,860 --> 01:08:09,733
ถ้ามันมากกว่า

1023
01:08:09,862 --> 01:08:13,733
ถ้ากรณีที่ตัวที่เราอ่านมีค่ามากกว่า

1024
01:08:13,862 --> 01:08:17,734
ก็หย่อนลงไปใน Stack ได้เลย

1025
01:08:17,863 --> 01:08:21,733
ถ้าสิ่งที่

1026
01:08:21,864 --> 01:08:25,733
เราอ่านเข้ามามันมีค่าน้อยกว่าสิ่งที่

1027
01:08:25,865 --> 01:08:29,733
อยู่ใน Stack

1028
01:08:29,866 --> 01:08:33,733
ให้เอาเครื่องหมายใน Stack

1029
01:08:33,867 --> 01:08:37,733
ออกไปไว้ที่ผลลัพธ์

1030
01:08:37,869 --> 01:08:41,746
แล้วเอาเครื่องหมายตัวที่เราอ่านเข้ามาหย่อนลงไปใน Stack

1031
01:08:41,870 --> 01:08:45,732
โอเค

1032
01:08:45,871 --> 01:08:49,733
ถ้า

1033
01:08:49,872 --> 01:08:53,733
เราอ่านจนครบข้อมูล

1034
01:08:53,873 --> 01:08:57,732
ทุกตัวแล้ว เรายังมีข้อมูลอยู่ใน Stack

1035
01:08:57,874 --> 01:09:01,733
เราก็ดึงมันออกมา ก็คือ Pop มันออกมา

1036
01:09:01,875 --> 01:09:05,733
เป็นผลลัพธ์

1037
01:09:05,876 --> 01:09:09,733
มาดูตัวอย่างนะ ทุกคนถือ... ดุตัวอย่าง

1038
01:09:09,878 --> 01:09:13,733
ที่เป็นขั้นตอนด้วยนะคะ

1039
01:09:13,880 --> 01:09:17,732

1040
01:09:17,880 --> 01:09:21,733

1041
01:09:21,880 --> 01:09:25,733

1042
01:09:25,881 --> 01:09:29,733
โอเค

1043
01:09:29,882 --> 01:09:33,732
โจทย์

1044
01:09:33,884 --> 01:09:37,733
ที่ครูให้ ทุกคนดูที่หน้าจอนะคะ

1045
01:09:37,885 --> 01:09:41,734
ครูมีโจทย์

1046
01:09:41,886 --> 01:09:45,732
มาให้นะคะ ก็คือ 5 + 2

1047
01:09:45,887 --> 01:09:49,732
x 2

1048
01:09:49,889 --> 01:09:53,734
อันดับแรกครูต้องทำอะไร

1049
01:09:53,890 --> 01:09:57,734
อันดับแรกวาดตาราง 3 ช่อง

1050
01:09:57,892 --> 01:10:01,733
วาดตาราง 3 ช่อง จำนวนแถว

1051
01:10:01,893 --> 01:10:05,732
ก็เอาข้อมูลตัวเลขกับเครื่องหมาย

1052
01:10:05,894 --> 01:10:09,732
มาใส่ทีละบรรทัด 5

1053
01:10:09,895 --> 01:10:13,737
ที่ 1 ถูกไหมคะ บวกบรรทัด

1054
01:10:13,896 --> 01:10:17,732
ใส่เลข 2 บรรทัดถัดมาใส่เครื่องหมายคูณ

1055
01:10:17,897 --> 01:10:21,732
แล้วก็ใส่เลข 2

1056
01:10:21,898 --> 01:10:25,736
เราก็จะวาดตารางเรียบร้อยแล้วใช่ไหมคะ จำนวนแถว

1057
01:10:25,899 --> 01:10:29,733
ขึ้นอยู่กับจำนวนข้อมูล

1058
01:10:29,900 --> 01:10:33,733
ในโจทย์ว่ามีกี่ตัว ก็สร้างแถว

1059
01:10:33,901 --> 01:10:37,732
ใส่ข้อมูลให้เลย

1060
01:10:37,902 --> 01:10:41,733
เรากำหนด

1061
01:10:41,903 --> 01:10:45,733
tack ว่างแล้วใช่ไหมคะ

1062
01:10:45,904 --> 01:10:49,732
ถัดมา ต้องอ่านข้อมูลทีละตัว

1063
01:10:49,905 --> 01:10:53,732
เราต้องอ่านข้อมูลทีละตัวจากซ้าย

1064
01:10:53,906 --> 01:10:57,732
ไปขวา ตัวแรกคืออะไรคะ

1065
01:10:57,907 --> 01:11:01,734
คือ 5 ใช่ไหม ครูเขียนเรียงแล้ว

1066
01:11:01,908 --> 01:11:05,732
5 บวก... มี 2 มีคูณ แล้วก็มี 2

1067
01:11:05,909 --> 01:11:09,732
อันนี้คือข้อมูลที่เราอ่านจากซ้ายไปขวา

1068
01:11:09,913 --> 01:11:13,732
ตัวแรก เป็นตัวเลขใช่ไหมคะ

1069
01:11:13,914 --> 01:11:17,734
มันเป็นตัวเลขแล้วมันตรงกับตัวไหน

1070
01:11:17,915 --> 01:11:21,735
ในขั้นตอน ข้อ

1071
01:11:21,916 --> 01:11:25,732
3 ที่บอกว่าถ้าเป็นตัวเลข

1072
01:11:25,918 --> 01:11:29,732
ให้เอาไปไว้ที่ไหน เอาไปไว้ที่

1073
01:11:29,919 --> 01:11:33,732
ผลลัพธ์ ถ้าเป็น

1074
01:11:33,922 --> 01:11:37,732
ตัวเลข เอาไปไว้ที่ผลลัพธ์ได้เลย

1075
01:11:37,925 --> 01:11:41,732
ถัดมา

1076
01:11:41,926 --> 01:11:45,732
เจอเครื่องหมายบวกนะคะ เจอเครื่องหมายบวก

1077
01:11:45,928 --> 01:11:49,732
ตอนนี้ใน Stack มันไม่มีค่า

1078
01:11:49,930 --> 01:11:53,732
อะไรเลย ทำอย่างไรคะ

1079
01:11:53,933 --> 01:11:57,732
ก็ใส่ได้เลย ใส่เครื่องหมายบวก

1080
01:11:57,933 --> 01:12:01,731
ลงมาได้เลย ถ้ามันเป็น Stack ว่าง เห็นไหมคะ

1081
01:12:01,934 --> 01:12:05,732
ตัวบนเป็น Stack ว่าง เราก็เอาใส่ได้เลย

1082
01:12:05,935 --> 01:12:09,731
แล้วก็เขียน 5 ลงมาเหมือนเดิมนะคะ

1083
01:12:09,936 --> 01:12:13,732
ยก 5 ลงมาเหมือนเดิมนะ

1084
01:12:13,937 --> 01:12:17,732
ดู ดูพร้อมครูก่อนนะ

1085
01:12:17,939 --> 01:12:21,732
เดี๋ยวครู...

1086
01:12:21,942 --> 01:12:25,732
จะถ่ายรูป

1087
01:12:25,943 --> 01:12:29,731
เอาขึ้น Classroom ให้

1088
01:12:29,944 --> 01:12:33,731
ถัดมา เลข 2 ใช่ไหมคะ เลข 2 มันเป็นอะไร

1089
01:12:33,946 --> 01:12:37,731
ตัวเลข เพราะฉะนั้นต้องเอาไปไว้ที่ไหน

1090
01:12:37,947 --> 01:12:41,731
ไปไว้ที่ผลลัพธ์

1091
01:12:41,949 --> 01:12:45,731
ตรงกับข้อ 3 ในขั้นตอนนะ

1092
01:12:45,950 --> 01:12:49,732
เอา 2 มาไว้ที่ Output แต่ต้องเขียน

1093
01:12:49,953 --> 01:12:53,731
หลัง ก็คือเขียนต่อจากเลข 5

1094
01:12:53,956 --> 01:12:57,731
นะคะ

1095
01:12:57,957 --> 01:13:01,732

1096
01:13:01,958 --> 01:13:05,732
ถัดมา

1097
01:13:05,960 --> 01:13:09,731
ยกเครื่องหมายบวกลงมาด้วยนะ

1098
01:13:09,961 --> 01:13:13,732
เพราะมันอยู่ใน Stack นะคะ เรายังไม่ได้เอาอะไรออก

1099
01:13:13,965 --> 01:13:17,732
หรือเอาอะไรเข้าเพิ่ม

1100
01:13:17,966 --> 01:13:21,731
ถัดมา เป็นเครื่องหมายคูณ

1101
01:13:21,968 --> 01:13:25,732
ใน Stack

1102
01:13:25,969 --> 01:13:29,732
เรามีเครื่องหมายบวกอยู่แล้วนะคะ

1103
01:13:29,970 --> 01:13:33,731
ใน Stack นี่เรามีเครื่องหมายบวกอยู่แล้ว

1104
01:13:33,971 --> 01:13:37,734
ตัวที่เราอ่านเข้ามา คือ คูณ เรา

1105
01:13:37,972 --> 01:13:41,731
จะต้องทำการเปรียบเทียบ

1106
01:13:41,973 --> 01:13:45,731
ค่าที่เราอ่านเข้ามาใหม่ คือ คูณ

1107
01:13:45,974 --> 01:13:49,731
กับตัวเดิมที่อยู่ใน Stack

1108
01:13:49,975 --> 01:13:53,731
คือ บวก เราเปรียบเทียบ ถูกไหมคะ

1109
01:13:53,976 --> 01:13:57,731
กับตัวบนสุดคือเครื่องหมายบวก สิ่งท

1110
01:13:57,977 --> 01:14:01,731
คืออะไร คูณมีค่า

1111
01:14:01,978 --> 01:14:05,731
มากกว่าบวก ให้ทำอย่างไร

1112
01:14:05,979 --> 01:14:09,731
ก็เอาคูณหย่อนลงมาได้เลย

1113
01:14:09,980 --> 01:14:13,731
ใส่คูณ

1114
01:14:13,981 --> 01:14:17,731
ลงไปใน Stack ได้เลยนะคะ ผลลัพธ์ก็เป็นเหมือนเดิม

1115
01:14:17,982 --> 01:14:21,731
ตัวถัดมาคือเลข 2

1116
01:14:21,983 --> 01:14:25,738
เลข 2 มันเป็นตัวเลขใช่ไหม เอามาไว้ที่

1117
01:14:25,984 --> 01:14:29,732
ผลลัพธ์นะคะ เอามาต่อด้านหลัง

1118
01:14:29,985 --> 01:14:33,731
เสร็จแล้วเราพบว่า

1119
01:14:33,987 --> 01:14:37,731
ไม่มีข้อมูลแล้ว ข้อมูลมันหมดแล้วน่ะ

1120
01:14:37,988 --> 01:14:41,731
ข้อมูลมันหมดแล้วนะคะ แต่สิ่งที่เราเจอคืออะไร

1121
01:14:41,989 --> 01:14:45,732
ใน Stack ยังมีข้อมูลอยู่

1122
01:14:45,990 --> 01:14:49,731
เพราะฉะนั้น ต้องดึงค่า

1123
01:14:49,991 --> 01:14:53,731
ออกจาก Stack ให้หมด เราเอาอะไรออกมาก่อนคะ

1124
01:14:53,992 --> 01:14:57,731
ตัวล่าสุด ตัวบนสุด คือ คูณ

1125
01:14:57,993 --> 01:15:01,731
เอาคูณมาต่อท้ายที่ Output หรือว่าผลลั

1126
01:15:01,994 --> 01:15:05,733
เอาคูณออกมาแล้วมันเหลืออีกตัวหนึ่งใช่ไหม

1127
01:15:05,997 --> 01:15:09,731
ก็เอาบวกออกมา

1128
01:15:09,998 --> 01:15:13,731
อันนี้คือผลลัพธ์ ผลลัพธ์สุดท้าย

1129
01:15:13,999 --> 01:15:17,732
นะคะ

1130
01:15:18,000 --> 01:15:21,732
จะอยู่ในรูปแบบของ Postfix คือ แปลงนิพจน์

1131
01:15:22,001 --> 01:15:25,730

1132
01:15:26,002 --> 01:15:29,731
ได้ไหมคะ เดี๋ยวเรามาทำพร้อมกันอีกตัวหนึ่ง

1133
01:15:30,003 --> 01:15:33,734
หนึ่ง

1134
01:15:34,005 --> 01:15:37,731

1135
01:15:38,006 --> 01:15:41,731

1136
01:15:42,008 --> 01:15:45,731

1137
01:15:46,009 --> 01:15:49,731

1138
01:15:50,010 --> 01:15:53,731

1139
01:15:54,012 --> 01:15:57,731
3 + 5 x 1

1140
01:15:58,013 --> 01:16:01,731

1141
01:16:02,014 --> 01:16:05,731

1142
01:16:06,015 --> 01:16:09,731

1143
01:16:10,017 --> 01:16:13,731
ครูมีโจทย์ใช่ไหมคะ 3 + 5 x 1

1144
01:16:14,019 --> 01:16:17,731
ผลลัพธ์เท่ากับเท่าไหร่เอ่ย ตอบ

1145
01:16:18,020 --> 01:16:21,732
เท่ากับ

1146
01:16:22,022 --> 01:16:25,731
อันนี้ตอบเท่ากับเท่าไหร่เอ่ย

1147
01:16:26,023 --> 01:16:29,730
8

1148
01:16:30,025 --> 01:16:33,730
ข้างหลังตอบอะไร

1149
01:16:34,026 --> 01:16:37,731
ได้เท่ากับอะไรคะ คำตอบ

1150
01:16:38,027 --> 01:16:41,730
ก็คือ 8

1151
01:16:42,028 --> 01:16:45,730
เอา 5 x 1 ก่อนได้เท่าไร

1152
01:16:46,029 --> 01:16:49,730
ค่อยบวกกับ 3

1153
01:16:50,030 --> 01:16:53,731
5 1 เป็น 5 แล้วบวกกับ 3

1154
01:16:54,031 --> 01:16:57,730
8

1155
01:16:58,032 --> 01:17:01,731
เดี๋ยวเราจะมาทำ จะมาแปลงนิพจน์กัน

1156
01:17:02,033 --> 01:17:05,731
นะคะ แล้วเราจะมาหาค่าว่ามันได้ 8 ได้อย่างไร

1157
01:17:06,034 --> 01:17:09,730
อันนี้เรากำลังจะมาแสดงวิธีทำ

1158
01:17:10,035 --> 01:17:13,738
ค่าว่า 8 มันมาจากไหน เราสั่งให้คอมพิวเตอร์มัน

1159
01:17:14,036 --> 01:17:17,731
คิดแบบไหน อันดับแรก วาด Stack ว่าง

1160
01:17:18,037 --> 01:17:21,731
ฉะนั้น ครูบอกว่าต้องมีคอลัมน์อยู่ 3 คอลัมน์

1161
01:17:22,038 --> 01:17:25,730

1162
01:17:26,040 --> 01:17:29,730

1163
01:17:30,040 --> 01:17:33,730

1164
01:17:34,041 --> 01:17:37,730
ครูมี 3 คอลัมน์แล้ว มี

1165
01:17:38,043 --> 01:17:41,731
In put Stack

1166
01:17:42,047 --> 01:17:45,730
แล้วก็ Output

1167
01:17:46,048 --> 01:17:49,731
จากนั้นครูวาดตารางเลย

1168
01:17:50,055 --> 01:17:53,730
โดยเอาข้อมูลมาใส่ในแต่ละแถวเลยนะคะ

1169
01:17:54,056 --> 01:17:57,730
ครูอ่านเข้ามาทีละตัว

1170
01:17:58,057 --> 01:18:01,730
ซ้ายไปขวา ตัวแรก คือ 3 ถัดมา

1171
01:18:02,058 --> 01:18:05,730
คือเครื่องหมายบวก เลข 5

1172
01:18:06,060 --> 01:18:09,731
นะคะ เครื่องหมายคูณ

1173
01:18:10,064 --> 01:18:13,731
แล้วก็เลข 1 อันนี้ครูวดตารา

1174
01:18:14,065 --> 01:18:17,732
เสร็จแล้ว

1175
01:18:18,066 --> 01:18:21,730

1176
01:18:22,067 --> 01:18:25,731

1177
01:18:26,068 --> 01:18:29,730
ทุกคน

1178
01:18:30,069 --> 01:18:33,742
วาดตามครูก่อนเลย เราวาด

1179
01:18:34,070 --> 01:18:37,730
ตารางเปล่า ๆ แบบนี้ก่อนนะคะ

1180
01:18:38,073 --> 01:18:41,730
คอลัมน์แรก หรือช่องแรก เอา

1181
01:18:42,077 --> 01:18:45,730
ตัวเลขกับเครื่องหมาย

1182
01:18:46,078 --> 01:18:49,730
มาเรียงใส่ทีละบรรทัด

1183
01:18:50,079 --> 01:18:53,730

1184
01:18:54,080 --> 01:18:57,730

1185
01:18:58,081 --> 01:19:01,729

1186
01:19:02,085 --> 01:19:05,730

1187
01:19:06,088 --> 01:19:09,730

1188
01:19:10,091 --> 01:19:13,730

1189
01:19:14,094 --> 01:19:17,730

1190
01:19:18,095 --> 01:19:21,730

1191
01:19:22,098 --> 01:19:25,730

1192
01:19:26,103 --> 01:19:29,731

1193
01:19:30,104 --> 01:19:33,730

1194
01:19:34,105 --> 01:19:37,731

1195
01:19:38,108 --> 01:19:41,730

1196
01:19:42,110 --> 01:19:45,730

1197
01:19:46,112 --> 01:19:49,730

1198
01:19:50,113 --> 01:19:53,730

1199
01:19:54,114 --> 01:19:57,730

1200
01:19:58,115 --> 01:20:01,729

1201
01:20:02,117 --> 01:20:05,729
คราวนี้

1202
01:20:06,118 --> 01:20:09,730
พอทุกคนลอกตารางเสร็จแล้วใช่ไหมคะ เดี๋ยวเราจะมาทำด้วยกัน

1203
01:20:10,119 --> 01:20:13,730
เริ่มต้นตัวแรก

1204
01:20:14,120 --> 01:20:17,731
ใช่ไหมคะทุกคน เริ่มต้นตัวแรกมันเป็นตัวเลข

1205
01:20:18,121 --> 01:20:21,729
ใช่หรือเปล่า เพราะฉะนั้นเอาไปไว้ที่ช่องทางไหน

1206
01:20:22,122 --> 01:20:25,729
ทางขวา

1207
01:20:26,124 --> 01:20:29,729
ใส่ก่อนเลข 3 ใช่ถูกต้อง

1208
01:20:30,126 --> 01:20:33,729
ถัดมา

1209
01:20:34,127 --> 01:20:37,729
เป็นเครื่องหมายบวกใช่ไหมคะ

1210
01:20:38,130 --> 01:20:41,729
ตรงนี้มีอะไรไหม ไม่มี

1211
01:20:42,131 --> 01:20:45,729
เพราะฉะนั้น เอา + มาใส่ตรงนี้ได้เลยไหม

1212
01:20:46,132 --> 01:20:49,730
ถ้าเป็นเครื่องหมาย เอาลงที่

1213
01:20:50,136 --> 01:20:53,730
Stack เพราะฉะนั้นตอนนี้ Stack

1214
01:20:54,137 --> 01:20:57,729
ก็ใส่เครื่องหมายบวกได้เลย

1215
01:20:58,138 --> 01:21:01,730
3 ยกลงมาเหมือนเดิมนะคะ เหมือน

1216
01:21:02,139 --> 01:21:05,730
ตรง Output ยก 3 ลงมาเหมือนเดิม

1217
01:21:06,142 --> 01:21:09,729

1218
01:21:10,144 --> 01:21:13,729

1219
01:21:14,145 --> 01:21:17,729
ถัดมาเลข 5 เป็นตัวเลข

1220
01:21:18,147 --> 01:21:21,733
เอาไว้ที่ไหน เอาไว้

1221
01:21:22,149 --> 01:21:25,729
Output ใช่ไหม ฉะนั้น เอาของเด

1222
01:21:26,150 --> 01:21:29,729
ยกลงมาก่อน คือ 3 เราเอาเลขอะไรมาใส่

1223
01:21:30,152 --> 01:21:33,729
เลข 5 นะคะ อันนี้

1224
01:21:34,153 --> 01:21:37,730
ยกลงมาไหม เครื่องหมายบวกยกลงมาด้วยนะ

1225
01:21:38,155 --> 01:21:41,730
ยกลงมาด้วย

1226
01:21:42,156 --> 01:21:45,729

1227
01:21:46,157 --> 01:21:49,732

1228
01:21:50,158 --> 01:21:53,729
เสร็จแล้ว ถัดมา

1229
01:21:54,159 --> 01:21:57,729
เครื่องหมายคูณ

1230
01:21:58,161 --> 01:22:01,729
คูณต้องเอามาลง Stack ใช่หรือเปล่า แต่คูณ

1231
01:22:02,162 --> 01:22:05,729
มันมากกว่าบวกใช่ไหม คูณ

1232
01:22:06,163 --> 01:22:09,729
กับบวก อะไรมากกว่ากัน คูณ เพราะฉะนั้น

1233
01:22:10,164 --> 01:22:13,730
เราก็ใส่ลงไปใน Stack ได้เลย โดย

1234
01:22:14,165 --> 01:22:17,729
โดยเอาของเดิมลงมาก่อน

1235
01:22:18,166 --> 01:22:21,730
แล้วก็ใส่เครื่องหมายคูณ

1236
01:22:22,167 --> 01:22:25,729
อันนี้ยกลงมาเหมือนเดิมไหม ยกลงมาเหมือนเดิม

1237
01:22:26,169 --> 01:22:29,729

1238
01:22:30,170 --> 01:22:33,729
ตรงสุดท้าย 1 เอาไว้ที่ไหน

1239
01:22:34,171 --> 01:22:37,729
Output แต่มีของเดิมอยู่แล้วใช่ไหม

1240
01:22:38,172 --> 01:22:41,729
ยกของเดิมลงมาก่อน แล้วก็ใส่เลข 1

1241
01:22:42,174 --> 01:22:45,728

1242
01:22:46,176 --> 01:22:49,728
อันนี้ยกลงมาเลยได้ไหม ได้นะคะ ใน Stack

1243
01:22:50,176 --> 01:22:53,728
เราก็ยกเครื่องหมายออกมา เครื่องหมายนะคะ

1244
01:22:54,177 --> 01:22:57,731
บวกกับคูณ

1245
01:22:58,178 --> 01:23:01,728

1246
01:23:02,178 --> 01:23:05,726
เสร็จแล้ว

1247
01:23:06,179 --> 01:23:09,729
ผลลัพธ์ที่ได้ ตอนนี้ข้อมูลหมดแล้วใช่ไหม

1248
01:23:10,180 --> 01:23:13,726
ใน Stack ยังมีอยู่ ใน Stack ยังมีอยู่ ต้อง

1249
01:23:14,181 --> 01:23:17,726
เอาออกมา ต้อง Pop ออกมา ใช่ไหมคะ

1250
01:23:18,182 --> 01:23:21,726
ยกตรง Output ของเดิมลงมาก่อน Pop

1251
01:23:22,187 --> 01:23:25,725
บวกกับคูณเอาอะไรออกมาก่อน

1252
01:23:26,188 --> 01:23:29,725
คูณ แล้วตามด้วยบวก เห็นไหมคะ

1253
01:23:30,189 --> 01:23:33,725
เอาตัวแรกออกมาก่อน แล้วเอาตัวที่ 2

1254
01:23:34,190 --> 01:23:37,725
ออกมา

1255
01:23:38,192 --> 01:23:41,724

1256
01:23:42,193 --> 01:23:45,724

1257
01:23:46,194 --> 01:23:49,724

1258
01:23:50,195 --> 01:23:53,724
เดี๋ยวต่ออีกนิดหนึ่งนะคะ เดี๋ยวเขียนตรงนี้ให้เสร็จก่อน

1259
01:23:54,196 --> 01:23:57,724

1260
01:23:58,200 --> 01:24:01,723

1261
01:24:02,201 --> 01:24:05,722
เรายังไม่ได้ค่าเลข 8 เลย

1262
01:24:06,202 --> 01:24:09,723
จะทำอย่างไรให้ได้เลข 8

1263
01:24:10,204 --> 01:24:13,725
8

1264
01:24:14,205 --> 01:24:17,722
ถัดมา เสร็จหรือยังคะ

1265
01:24:18,207 --> 01:24:21,722
เดี๋ยวรอเพื่อน

1266
01:24:22,208 --> 01:24:25,721
แป๊บหนึ่งนะ

1267
01:24:26,209 --> 01:24:29,721

1268
01:24:30,210 --> 01:24:33,721

1269
01:24:34,212 --> 01:24:37,720
โอเค เราได้ผลลัพธ์

1270
01:24:38,212 --> 01:24:41,723
แล้วใช่ไหมคะ จากตารางที่เราทำใน Stack

1271
01:24:42,213 --> 01:24:45,720

1272
01:24:46,217 --> 01:24:49,720
พอได้ค่าผลลัพธ์แล้วนี่ คือ ตัวนี้

1273
01:24:50,218 --> 01:24:53,720
351 คูณ บวก

1274
01:24:54,219 --> 01:24:57,719
มาหาผลลัพธ์ต่อนะคะ ค่านี้จะเป็นค่าสุดท้ายแล้ว

1275
01:24:58,220 --> 01:25:01,719
ที่เราจะได้คำตอบออกมา

1276
01:25:02,221 --> 01:25:05,718

1277
01:25:06,223 --> 01:25:09,719
ตัวแรกตัวนี้ใช่ไหมคะ

1278
01:25:10,224 --> 01:25:13,721
ขั้นตอนถัดมา ถ้าเป็น

1279
01:25:14,226 --> 01:25:17,718
ตัวเลข ถ้าเป็นตัวเลขจะ Push

1280
01:25:18,227 --> 01:25:21,725
ลง Stack อันนี้อีกอันหนึ่งนะ อีก

1281
01:25:22,228 --> 01:25:25,718
ขั้นตอนหนึ่วนะคะ ถ้าเป็นตัวเลขจะ P

1282
01:25:26,229 --> 01:25:29,719
ลง Stack ดูพร้อมครูเลย ตัวที่ 1 มา

1283
01:25:30,231 --> 01:25:33,717
คือตัวเลขอะไรคะ เลข 3

1284
01:25:34,232 --> 01:25:37,717
เราเอาใส่ใน Stack

1285
01:25:38,233 --> 01:25:41,723
ดูพร้อมกันนะ เลข 3

1286
01:25:42,235 --> 01:25:45,717
ตัวแรก เอาลง Stack ตัวถัดมา

1287
01:25:46,237 --> 01:25:49,717
เลขอะไรคะ เลข 5

1288
01:25:50,238 --> 01:25:53,716
ก็เอาเลข 5 Push ลง  Stack เหมือนกัน

1289
01:25:54,239 --> 01:25:57,715

1290
01:25:58,241 --> 01:26:01,715
ตัวถัดมาเลขอะไร

1291
01:26:02,242 --> 01:26:05,715
เลข 1 ก็เอาเลข 1

1292
01:26:06,243 --> 01:26:09,715
Push ลง Stack เหมือนกัน

1293
01:26:10,245 --> 01:26:13,715

1294
01:26:14,249 --> 01:26:17,715

1295
01:26:18,251 --> 01:26:21,715
ถัดมา

1296
01:26:22,253 --> 01:26:25,730
เราเครื่องหมายคูณ ให้

1297
01:26:26,254 --> 01:26:29,714
Pop ค่าบนสุดอออกมา แล้ว

1298
01:26:30,255 --> 01:26:33,714
วางไว้ขวามือ เอาเลข 1 ออกมา เห็นไหมคะ

1299
01:26:34,256 --> 01:26:37,714
จากนั้นใส่เครื่องหมาย

1300
01:26:38,258 --> 01:26:41,713
ถ้ามันเครื่องหมายนะ ตัวที่เราอ่านมา เรา Pop

1301
01:26:42,258 --> 01:26:45,713
ตัวเลขออกมาก่อน แล้วใส่เครื่องหมาย

1302
01:26:46,259 --> 01:26:49,713
แล้วเอาตัวที่ 2 ออกมาแบบนี้

1303
01:26:50,260 --> 01:26:53,715
นี่นะคะ เอาตัวบนสุดออกมา

1304
01:26:54,261 --> 01:26:57,713
แล้วใส่เครื่องหมายที่เราอ่าน แล้วเอา

1305
01:26:58,262 --> 01:27:01,712
ตัวข้อมูล

1306
01:27:02,263 --> 01:27:05,712
ตัวเลขที่อยู่ใน Stack ตัวถัดมานี่ออกมา ได้ผลลัพธ์อะไรคะ

1307
01:27:06,264 --> 01:27:09,712
5 x 1 เป็น 5

1308
01:27:10,265 --> 01:27:13,718
ตอนนี้ใน Stack 1 กับ 5 ออก

1309
01:27:14,266 --> 01:27:17,718
ไปแล้วนะ เราได้ผลลัพธ์

1310
01:27:18,267 --> 01:27:21,713
คือ 5 แล้วอย่างไรต่อ

1311
01:27:22,268 --> 01:27:25,711
ก็ Push ลง Stack

1312
01:27:26,269 --> 01:27:29,711
เอาเลข 5 Push ลงไปใน Stack

1313
01:27:30,270 --> 01:27:33,710
ตอนนี้เอาออกไปแล้ว 2 เหลือ 3

1314
01:27:34,270 --> 01:27:37,711
พอคูณเสร็จเอา 5 กลับเข้ามา

1315
01:27:38,271 --> 01:27:41,710

1316
01:27:42,272 --> 01:27:45,710
ดูนะคะ ถัดมา

1317
01:27:46,273 --> 01:27:49,714
อ่านเครื่องหมายบวก

1318
01:27:50,276 --> 01:27:53,710
ทำเหมือนเดิมเลย เอาอะไรออกมาคะ

1319
01:27:54,280 --> 01:27:57,710

1320
01:27:58,283 --> 01:28:01,709
เอา 5 ออกมาไว้ทางขวามือ แล้วก็ใส่เครื่องหมายบวก

1321
01:28:02,284 --> 01:28:05,709
แล้วก้เอา 3 ออกมา คำตอบเป็นเท่าไหร่คะ

1322
01:28:06,285 --> 01:28:09,709
เป็น 8

1323
01:28:10,287 --> 01:28:13,709

1324
01:28:14,288 --> 01:28:17,708
แล้วก็เอา 8 ใส่ลงไปใน Stack จะเหลือเป็นค่าสุดท้าย

1325
01:28:18,289 --> 01:28:21,708
นี่คือคำตอบของ

1326
01:28:22,290 --> 01:28:25,708
โจทย์ข้อนี้ ได้เท่ากันเลยไหม

1327
01:28:26,291 --> 01:28:29,728
ได้เท่ากันเลย คือ 8

1328
01:28:30,293 --> 01:28:33,708
จะเห็นว่านี่คือกระบวนการคอมพิวเตอร์คิดค่า

1329
01:28:34,294 --> 01:28:37,710
ตัวเลขให้เรานะคะ กว่าจะได้เลข 8

1330
01:28:38,295 --> 01:28:41,708
ออกมานี่ คอมพิวเตอร์ต้องคิดแบบนี้นะคะ

1331
01:28:42,296 --> 01:28:45,707

1332
01:28:46,298 --> 01:28:49,707

1333
01:28:50,300 --> 01:28:53,707

1334
01:28:54,302 --> 01:28:57,707
โอเค

1335
01:28:58,303 --> 01:29:01,707
ใครเสร็จแล้ว

1336
01:29:02,304 --> 01:29:05,706
ครูให้เบรกอีก 5 นาที จดตัวนี้ให้เสร็จนะคะ

1337
01:29:06,305 --> 01:29:09,706
ครูให้เบรก 5 นาที

1338
01:29:10,306 --> 01:29:13,706

1339
01:29:14,307 --> 01:29:17,706

1340
01:29:18,309 --> 01:29:21,706

1341
01:29:22,311 --> 01:29:25,706

1342
01:29:26,317 --> 01:29:29,705

1343
01:29:30,325 --> 01:29:33,705

1344
01:29:34,328 --> 01:29:37,705

1345
01:29:38,331 --> 01:29:41,705

1346
01:29:42,335 --> 01:29:45,705

1347
01:29:46,339 --> 01:29:49,704

1348
01:29:50,340 --> 01:29:53,706

1349
01:29:54,342 --> 01:29:57,705

1350
01:29:58,343 --> 01:30:01,704

1351
01:30:02,344 --> 01:30:05,704

1352
01:30:06,346 --> 01:30:09,703

1353
01:30:10,349 --> 01:30:13,704

1354
01:30:14,350 --> 01:30:17,705

1355
01:30:18,352 --> 01:30:21,726

1356
01:30:22,354 --> 01:30:25,703

1357
01:30:26,355 --> 01:30:29,703

1358
01:30:30,358 --> 01:30:33,702

1359
01:30:34,360 --> 01:30:37,702

1360
01:30:38,363 --> 01:30:41,704

1361
01:30:42,364 --> 01:30:45,702

1362
01:30:46,369 --> 01:30:49,701

1363
01:30:50,371 --> 01:30:53,701

1364
01:30:54,373 --> 01:30:57,703

1365
01:30:58,374 --> 01:31:01,701

1366
01:31:02,375 --> 01:31:05,700

1367
01:31:06,376 --> 01:31:09,700

1368
01:31:10,378 --> 01:31:13,701

1369
01:31:14,380 --> 01:31:17,700

1370
01:31:18,381 --> 01:31:21,703

1371
01:31:22,382 --> 01:31:25,700

1372
01:31:26,384 --> 01:31:29,700

1373
01:31:30,395 --> 01:31:33,698

1374
01:31:34,396 --> 01:31:37,698

1375
01:31:38,399 --> 01:31:41,704

1376
01:31:42,401 --> 01:31:45,698

1377
01:31:46,402 --> 01:31:49,706

1378
01:31:50,403 --> 01:31:53,698

1379
01:31:54,404 --> 01:31:57,697

1380
01:31:58,406 --> 01:32:01,697

1381
01:32:02,409 --> 01:32:05,697

1382
01:32:06,410 --> 01:32:09,696

1383
01:32:10,412 --> 01:32:13,697

1384
01:32:14,413 --> 01:32:17,696

1385
01:32:18,415 --> 01:32:21,696

1386
01:32:22,417 --> 01:32:25,696

1387
01:32:26,417 --> 01:32:29,696

1388
01:32:30,419 --> 01:32:33,695

1389
01:32:34,421 --> 01:32:37,695

1390
01:32:38,422 --> 01:32:41,696

1391
01:32:42,424 --> 01:32:45,696

1392
01:32:46,425 --> 01:32:49,695

1393
01:32:50,428 --> 01:32:53,694

1394
01:32:54,429 --> 01:32:57,704

1395
01:32:58,431 --> 01:33:01,694

1396
01:33:02,431 --> 01:33:05,693

1397
01:33:06,433 --> 01:33:09,693

1398
01:33:10,434 --> 01:33:13,693

1399
01:33:14,435 --> 01:33:17,693

1400
01:33:18,439 --> 01:33:21,693

1401
01:33:22,440 --> 01:33:25,692

1402
01:33:26,445 --> 01:33:29,692

1403
01:33:30,447 --> 01:33:33,693

1404
01:33:34,449 --> 01:33:37,692

1405
01:33:38,451 --> 01:33:41,693

1406
01:33:42,453 --> 01:33:45,691

1407
01:33:46,454 --> 01:33:49,691

1408
01:33:50,456 --> 01:33:53,691

1409
01:33:54,459 --> 01:33:57,692

1410
01:33:58,460 --> 01:34:01,691

1411
01:34:02,463 --> 01:34:05,691

1412
01:34:06,464 --> 01:34:09,692

1413
01:34:10,466 --> 01:34:13,691

1414
01:34:14,467 --> 01:34:17,690

1415
01:34:18,469 --> 01:34:21,690

1416
01:34:22,470 --> 01:34:25,690

1417
01:34:26,472 --> 01:34:29,690

1418
01:34:30,473 --> 01:34:33,689

1419
01:34:34,476 --> 01:34:37,689

1420
01:34:38,479 --> 01:34:41,688

1421
01:34:42,481 --> 01:34:45,688

1422
01:34:46,482 --> 01:34:49,689

1423
01:34:50,484 --> 01:34:53,688

1424
01:34:54,485 --> 01:34:57,688

1425
01:34:58,487 --> 01:35:01,688

1426
01:35:02,488 --> 01:35:05,688

1427
01:35:06,491 --> 01:35:09,688

1428
01:35:10,493 --> 01:35:13,687

1429
01:35:14,495 --> 01:35:17,687

1430
01:35:18,497 --> 01:35:21,687

1431
01:35:22,499 --> 01:35:25,687

1432
01:35:26,500 --> 01:35:29,686

1433
01:35:30,501 --> 01:35:33,686

1434
01:35:34,503 --> 01:35:37,690

1435
01:35:38,505 --> 01:35:41,686

1436
01:35:42,506 --> 01:35:45,686

1437
01:35:46,509 --> 01:35:49,686

1438
01:35:50,512 --> 01:35:53,685

1439
01:35:54,515 --> 01:35:57,685

1440
01:35:58,516 --> 01:36:01,685

1441
01:36:02,518 --> 01:36:05,685

1442
01:36:06,523 --> 01:36:09,685

1443
01:36:10,527 --> 01:36:13,684

1444
01:36:14,532 --> 01:36:17,691

1445
01:36:18,533 --> 01:36:21,685

1446
01:36:22,535 --> 01:36:25,684

1447
01:36:26,537 --> 01:36:29,684

1448
01:36:30,538 --> 01:36:33,686

1449
01:36:34,540 --> 01:36:37,683

1450
01:36:38,541 --> 01:36:41,683

1451
01:36:42,543 --> 01:36:45,683

1452
01:36:46,545 --> 01:36:49,684

1453
01:36:50,548 --> 01:36:53,683

1454
01:36:54,550 --> 01:36:57,684

1455
01:36:58,551 --> 01:37:01,683

1456
01:37:02,553 --> 01:37:05,682

1457
01:37:06,558 --> 01:37:09,683

1458
01:37:10,562 --> 01:37:13,682

1459
01:37:14,564 --> 01:37:17,682

1460
01:37:18,565 --> 01:37:21,686

1461
01:37:22,570 --> 01:37:25,682

1462
01:37:26,572 --> 01:37:29,681

1463
01:37:30,574 --> 01:37:33,681

1464
01:37:34,576 --> 01:37:37,682

1465
01:37:38,577 --> 01:37:41,681

1466
01:37:42,579 --> 01:37:45,683

1467
01:37:46,580 --> 01:37:49,681

1468
01:37:50,582 --> 01:37:53,680

1469
01:37:54,587 --> 01:37:57,680

1470
01:37:58,591 --> 01:38:01,680

1471
01:38:02,593 --> 01:38:05,680

1472
01:38:06,595 --> 01:38:09,680

1473
01:38:10,596 --> 01:38:13,681

1474
01:38:14,598 --> 01:38:17,679

1475
01:38:18,601 --> 01:38:21,680

1476
01:38:22,604 --> 01:38:25,679

1477
01:38:26,606 --> 01:38:29,680

1478
01:38:30,608 --> 01:38:33,679

1479
01:38:34,610 --> 01:38:37,679

1480
01:38:38,612 --> 01:38:41,679

1481
01:38:42,616 --> 01:38:45,679

1482
01:38:46,618 --> 01:38:49,679

1483
01:38:50,620 --> 01:38:53,684

1484
01:38:54,621 --> 01:38:57,681

1485
01:38:58,624 --> 01:39:01,678

1486
01:39:02,626 --> 01:39:05,678

1487
01:39:06,628 --> 01:39:09,678

1488
01:39:10,633 --> 01:39:13,677

1489
01:39:14,635 --> 01:39:17,704

1490
01:39:18,637 --> 01:39:21,677

1491
01:39:22,639 --> 01:39:25,677

1492
01:39:26,640 --> 01:39:29,677
ค่ะ เดี๋ยวมาต่ออีกนิดหนึ่ง

1493
01:39:30,641 --> 01:39:33,677

1494
01:39:34,643 --> 01:39:37,677
คราวนี้มาดูอีก 1 ตัวอย่างนะคะ

1495
01:39:38,644 --> 01:39:41,677

1496
01:39:42,645 --> 01:39:45,677
ครูมีโจทย์ให้

1497
01:39:46,647 --> 01:39:49,677

1498
01:39:50,648 --> 01:39:53,676
5 x 2

1499
01:39:54,649 --> 01:39:57,676
+ 2

1500
01:39:58,651 --> 01:40:01,676
ตอนนี้เราทำ

1501
01:40:02,653 --> 01:40:05,676
จาก Prefix ให้เป็น

1502
01:40:06,654 --> 01:40:09,675
Postfix ก่อนนะคะ

1503
01:40:10,655 --> 01:40:13,676
อันดับแรก

1504
01:40:14,656 --> 01:40:17,676
ต้องวาดตารางก่อนใช่ไหมคะ

1505
01:40:18,657 --> 01:40:21,677
วาดตาราง Stack ว่าง

1506
01:40:22,658 --> 01:40:25,676
ครูก็วาด 3 ช่องเหมือนเดิม แล้วก็

1507
01:40:26,660 --> 01:40:29,677
ตรง Input ครูก็เอาข้อมูลแต่ละตัว

1508
01:40:30,678 --> 01:40:33,685
มาใส่ลงในแต่ละบรรทัด

1509
01:40:34,680 --> 01:40:37,675

1510
01:40:38,681 --> 01:40:41,675

1511
01:40:42,684 --> 01:40:45,675

1512
01:40:46,686 --> 01:40:49,674

1513
01:40:50,688 --> 01:40:53,675
เริ่มต้นเลย หย่อนเข้ามาตัวเลข

1514
01:40:54,689 --> 01:40:57,675
คือ เลข 5 ใช่ไหม มันเป็นตัวเลข เพราะฉะนั้น

1515
01:40:58,690 --> 01:41:01,674
เอาไปไว้ที่ Output

1516
01:41:02,693 --> 01:41:05,674
นะคะ นะ ถ้าเป็นตัวเลข เอาไปไว้ที่ Output

1517
01:41:06,696 --> 01:41:09,674
ได้เลย ตัวถัดมา

1518
01:41:10,700 --> 01:41:13,674
เครื่องหมายคูณ

1519
01:41:14,701 --> 01:41:17,674
แสดงว่าต้องเอาไปไว้ใน Stack

1520
01:41:18,703 --> 01:41:21,675
ตอนนี้ Stack มันเป็น Stack ว่าง

1521
01:41:22,704 --> 01:41:25,673
เราก็เลยเอาคูณมาใส่ใน

1522
01:41:26,705 --> 01:41:29,673
Stack ได้เลย ส่วน Output

1523
01:41:30,707 --> 01:41:33,673
ก็ยก 5 ลงมาเหมือนเดิม

1524
01:41:34,708 --> 01:41:37,673

1525
01:41:38,710 --> 01:41:41,673
โอเคนะ ยังเป็นเหมือนเดิมอญู่นะ

1526
01:41:42,714 --> 01:41:45,673
2 บรรทัดแรก ถัดมา

1527
01:41:46,715 --> 01:41:49,673
เจอเลข 2 เลข 2

1528
01:41:50,717 --> 01:41:53,674
2 มันเป็นตัวเลข ต้องเอาไปไว้ที่

1529
01:41:54,718 --> 01:41:57,673
Output เพราะฉะนั้น 2

1530
01:41:58,719 --> 01:42:01,672
จะอยู่ต่อจากเลข 5 นะคะ ใน Stack

1531
01:42:02,721 --> 01:42:05,672
ก็ยกลงมาเหมือนเดิม

1532
01:42:06,722 --> 01:42:09,674

1533
01:42:10,724 --> 01:42:13,672
ถึงตรงนี้นะคะ

1534
01:42:14,725 --> 01:42:17,683

1535
01:42:18,727 --> 01:42:21,672
ถัดมาข้อมูลที่เราอ่านมา

1536
01:42:22,728 --> 01:42:25,672
เครื่องหมายบวก พอเราเจอ

1537
01:42:26,730 --> 01:42:29,672
เครื่องหมายบวก ครูบอกว่าต้องเอามัน

1538
01:42:30,731 --> 01:42:33,672
ไปไว้ใน Stack แต่ก่อนอื่น ก่อนที่จะ

1539
01:42:34,732 --> 01:42:37,672
เอาไปไว้ใน Stack เดิม

1540
01:42:38,733 --> 01:42:41,671
เรามีข้อมูลใน Stack หรือเปล่า มีใช่หรือเปล่า มีเครื่องหมายคูณ

1541
01:42:42,737 --> 01:42:45,671
เพราะฉะนั้นเราต้

1542
01:42:46,739 --> 01:42:49,675
ต้องเปรียบเทียบความสำคัญก่อน บวก

1543
01:42:50,741 --> 01:42:53,671
มันน้อยกว่าหรือมากกว่าคูณ

1544
01:42:54,744 --> 01:42:57,671
น้อยกว่า ใช่ไหม บวก

1545
01:42:58,745 --> 01:43:01,671
มีค่าน้อยกว่าคูณ เพราะฉะนั้น

1546
01:43:02,746 --> 01:43:06,671
ทำอย่างไรคะ เอาคูณ

1547
01:43:06,748 --> 01:43:10,671
ออกมา

1548
01:43:10,748 --> 01:43:14,674
บวกมีค่าน้อยกว่าคูณ เพราะฉะนั้น

1549
01:43:14,750 --> 01:43:18,671
ต้องเอา

1550
01:43:18,751 --> 01:43:22,676
ข้อมูลที่อยู่บน Stack นี่ คือ คูณ เอามาไว้ที่

1551
01:43:22,752 --> 01:43:26,673
Output เห็นไหมคะ

1552
01:43:26,754 --> 01:43:30,670
เอามาไว้ที่ Output เสร็จแล้ว เราถึงเอา

1553
01:43:30,755 --> 01:43:34,670
เครื่องหมายบวก Push ลงไปใน Stack

1554
01:43:34,760 --> 01:43:38,672
นะคะ แล้วค่อยเอาเครื่องหมายบวก

1555
01:43:38,762 --> 01:43:42,670
ใส่ลงไปใน Stack ได้เลย เพราะ Stack มันว่าง

1556
01:43:42,765 --> 01:43:46,672
เพราะฉะนั้น ตรง Output จะเป็น

1557
01:43:46,765 --> 01:43:50,670
5, 2 แล้วก็เครื่องหมาย๕

1558
01:43:50,766 --> 01:43:54,670
ทำไมคูณ

1559
01:43:54,767 --> 01:43:58,670
ถึงต้องออกมา เพราะบวกมันน้อยกว่าคูณ

1560
01:43:58,768 --> 01:44:02,670
เห็นไหมคะ บวกมันน้อยกว่าคูณ

1561
01:44:02,769 --> 01:44:06,669
เลยเอาคูณออกมา

1562
01:44:06,770 --> 01:44:10,670
ถัดมาเลขอะไรคะ เลข 2

1563
01:44:10,771 --> 01:44:14,672
เอาไปไว้ที่ Output ได้เลย ก็เอามันไปต่อท้ายคูณ

1564
01:44:14,772 --> 01:44:18,669
เอามันมาต่อท้ายคูณใช้หรือเปล่า เพราะมันคือคูณ

1565
01:44:18,774 --> 01:44:22,669
เอา 2 มาต่อท้าย

1566
01:44:22,776 --> 01:44:26,669

1567
01:44:26,779 --> 01:44:30,670
ตอนนี้เราอ่านข้อมูลครบหมดแล้ว

1568
01:44:30,780 --> 01:44:34,669
แต่ใน Stack มันยังมีบวกค้างอยู่ เพราะฉะนั้น

1569
01:44:34,781 --> 01:44:38,669
ต้อง Pop มันออกมา แ

1570
01:44:38,783 --> 01:44:42,669
นะคะ Pop มันออกมาและไว้ข้างหลัง

1571
01:44:42,784 --> 01:44:46,669

1572
01:44:46,785 --> 01:44:50,668

1573
01:44:50,786 --> 01:44:54,669

1574
01:44:54,787 --> 01:44:58,668

1575
01:44:58,789 --> 01:45:02,668

1576
01:45:02,790 --> 01:45:06,668

1577
01:45:06,791 --> 01:45:10,672

1578
01:45:10,792 --> 01:45:14,671

1579
01:45:14,793 --> 01:45:18,668

1580
01:45:18,794 --> 01:45:22,668

1581
01:45:22,796 --> 01:45:26,668
โอเคนะ

1582
01:45:26,803 --> 01:45:30,670
แบบฝึกหัด ช่วยครูทำหน่อยตอนนี้เลย

1583
01:45:30,804 --> 01:45:34,667
ครูโจทย์ให้นะคะ 3 หาร 1

1584
01:45:34,805 --> 01:45:38,667
ลบ 2 แล้วครูก็บอกว่าหาร

1585
01:45:38,807 --> 01:45:42,667
นี่ มันมีค่ามากกว่าลบนะ

1586
01:45:42,809 --> 01:45:46,667
หาค่าผลลัพธ์ของนิพจน์

1587
01:45:46,813 --> 01:45:50,667
Postfix ให้ครูหน่อย

1588
01:45:50,814 --> 01:45:54,673
จะได้อะไร เริ่มต้น

1589
01:45:54,815 --> 01:45:58,670
ทุกคนตีตารางก่อน

1590
01:45:58,816 --> 01:46:02,669

1591
01:46:02,818 --> 01:46:06,668

1592
01:46:06,819 --> 01:46:10,672
ลองทำดูสิคะ มีกระดาษไหม

1593
01:46:10,821 --> 01:46:14,666
ไม่มีมาเอาข้างหน้า

1594
01:46:14,822 --> 01:46:18,667
ครูมีกระดาษให้นะ

1595
01:46:18,824 --> 01:46:22,667

1596
01:46:22,825 --> 01:46:26,666

1597
01:46:26,829 --> 01:46:30,666

1598
01:46:30,830 --> 01:46:34,666
แบบฝึกหัด 1 ข้อนะคะ ทำตอนนี้เลย

1599
01:46:34,831 --> 01:46:38,669

1600
01:46:38,832 --> 01:46:42,666

1601
01:46:42,833 --> 01:46:46,666

1602
01:46:46,835 --> 01:46:50,665
เหมือนกับโจทย์ที่ครูให้ไป

1603
01:46:50,836 --> 01:46:54,665
นะคะ คล้าย ๆ กับโจทย์ที่ครูให้ไป

1604
01:46:54,837 --> 01:46:58,665
จดแล้วด้วยนะ

1605
01:46:58,841 --> 01:47:02,665

1606
01:47:02,843 --> 01:47:06,666

1607
01:47:06,844 --> 01:47:10,665

1608
01:47:10,846 --> 01:47:14,665

1609
01:47:14,848 --> 01:47:18,665

1610
01:47:18,850 --> 01:47:22,664

1611
01:47:22,851 --> 01:47:26,664

1612
01:47:26,852 --> 01:47:30,667

1613
01:47:30,853 --> 01:47:34,665

1614
01:47:34,854 --> 01:47:38,665

1615
01:47:38,855 --> 01:47:42,665

1616
01:47:42,857 --> 01:47:46,666

1617
01:47:46,861 --> 01:47:50,664

1618
01:47:50,862 --> 01:47:54,666

1619
01:47:54,863 --> 01:47:58,664

1620
01:47:58,864 --> 01:48:02,664

1621
01:48:02,865 --> 01:48:06,664

1622
01:48:06,867 --> 01:48:10,664

1623
01:48:10,868 --> 01:48:14,666

1624
01:48:14,869 --> 01:48:18,663

1625
01:48:18,871 --> 01:48:22,664

1626
01:48:22,872 --> 01:48:26,664

1627
01:48:26,873 --> 01:48:30,664

1628
01:48:30,874 --> 01:48:34,663

1629
01:48:34,875 --> 01:48:38,663

1630
01:48:38,876 --> 01:48:42,672
เหมือนโจทย์สุดท้ายที่ครูให้ไปเมื่อกี้เลยนะ

1631
01:48:42,877 --> 01:48:46,670
ลบ

1632
01:48:46,878 --> 01:48:50,663
มันน้อยกว่าหารใช่ไหมคะ เรา

1633
01:48:50,879 --> 01:48:54,663
เปรียบเทียบกัน ลบมันน้อยกว่าหาร

1634
01:48:54,882 --> 01:48:58,663
เพราะฉะนั้น

1635
01:48:58,884 --> 01:49:02,663
ก็ต้องเอาหารออกมา

1636
01:49:02,886 --> 01:49:06,662

1637
01:49:06,886 --> 01:49:10,663

1638
01:49:10,892 --> 01:49:14,663

1639
01:49:14,893 --> 01:49:18,662

1640
01:49:18,895 --> 01:49:22,662

1641
01:49:22,897 --> 01:49:26,663

1642
01:49:26,898 --> 01:49:30,662

1643
01:49:30,899 --> 01:49:34,663

1644
01:49:34,900 --> 01:49:38,662

1645
01:49:38,901 --> 01:49:42,662

1646
01:49:42,904 --> 01:49:46,663

1647
01:49:46,906 --> 01:49:50,662

1648
01:49:50,907 --> 01:49:54,661

1649
01:49:54,908 --> 01:49:58,662

1650
01:49:58,910 --> 01:50:02,661

1651
01:50:02,911 --> 01:50:06,670

1652
01:50:06,912 --> 01:50:10,662

1653
01:50:10,915 --> 01:50:14,661

1654
01:50:14,916 --> 01:50:18,662

1655
01:50:18,919 --> 01:50:22,662

1656
01:50:22,921 --> 01:50:26,661

1657
01:50:26,923 --> 01:50:30,661

1658
01:50:30,924 --> 01:50:34,661

1659
01:50:34,927 --> 01:50:38,661

1660
01:50:38,929 --> 01:50:42,661

1661
01:50:42,932 --> 01:50:46,661

1662
01:50:46,933 --> 01:50:50,661

1663
01:50:50,934 --> 01:50:54,662

1664
01:50:54,935 --> 01:50:58,661

1665
01:50:58,939 --> 01:51:02,660

1666
01:51:02,941 --> 01:51:06,661

1667
01:51:06,942 --> 01:51:10,661

1668
01:51:10,945 --> 01:51:14,660

1669
01:51:14,946 --> 01:51:18,661

1670
01:51:18,947 --> 01:51:22,660

1671
01:51:22,948 --> 01:51:26,660

1672
01:51:26,949 --> 01:51:30,660

1673
01:51:30,950 --> 01:51:34,660

1674
01:51:34,951 --> 01:51:38,660

1675
01:51:38,953 --> 01:51:42,660

1676
01:51:42,958 --> 01:51:46,662

1677
01:51:46,959 --> 01:51:50,660

1678
01:51:50,960 --> 01:51:54,659

1679
01:51:54,962 --> 01:51:58,659

1680
01:51:58,963 --> 01:52:02,659

1681
01:52:02,964 --> 01:52:06,659

1682
01:52:06,965 --> 01:52:10,659

1683
01:52:10,967 --> 01:52:14,659

1684
01:52:14,972 --> 01:52:18,659

1685
01:52:18,974 --> 01:52:22,659

1686
01:52:22,975 --> 01:52:26,659

1687
01:52:26,976 --> 01:52:30,659

1688
01:52:30,978 --> 01:52:34,659

1689
01:52:34,979 --> 01:52:38,659

1690
01:52:38,981 --> 01:52:42,658

1691
01:52:42,983 --> 01:52:46,659

1692
01:52:46,987 --> 01:52:50,658

1693
01:52:50,988 --> 01:52:54,659

1694
01:52:54,990 --> 01:52:58,660

1695
01:52:58,992 --> 01:53:02,658

1696
01:53:02,993 --> 01:53:06,658

1697
01:53:06,995 --> 01:53:10,658

1698
01:53:10,997 --> 01:53:14,658

1699
01:53:14,998 --> 01:53:18,658

1700
01:53:19,000 --> 01:53:22,658

1701
01:53:23,001 --> 01:53:26,657

1702
01:53:27,002 --> 01:53:30,658

1703
01:53:31,005 --> 01:53:34,658

1704
01:53:35,006 --> 01:53:38,660

1705
01:53:39,008 --> 01:53:42,657

1706
01:53:43,009 --> 01:53:46,657

1707
01:53:47,010 --> 01:53:50,657

1708
01:53:51,011 --> 01:53:54,657

1709
01:53:55,016 --> 01:53:58,657

1710
01:53:59,018 --> 01:54:02,657

1711
01:54:03,020 --> 01:54:06,659

1712
01:54:07,021 --> 01:54:10,661

1713
01:54:11,024 --> 01:54:14,657

1714
01:54:15,026 --> 01:54:18,657

1715
01:54:19,027 --> 01:54:22,656
คราวนี้นะคะ ดูด้วยกัน

1716
01:54:23,029 --> 01:54:26,656

1717
01:54:27,031 --> 01:54:30,657
3

1718
01:54:31,032 --> 01:54:34,656
เอา 3 ไปไว้ที่ไหนคะ ที่ Output

1719
01:54:35,034 --> 01:54:38,656
เห็นไหมคะ เอา 3 ไปไว้ที่ Output

1720
01:54:39,036 --> 01:54:42,656
เครื่องหมายหาร เอาเครื่องหมายหารไปไว้ที่ไหน Stack

1721
01:54:43,037 --> 01:54:46,656
เพราะมันเป็น Stack ว่าง เราก็หย่อนเครื่องหมา

1722
01:54:47,038 --> 01:54:50,666
Output เรายกมันลงมาด้วยนะ

1723
01:54:51,040 --> 01:54:54,656

1724
01:54:55,044 --> 01:54:58,659
ถัดไป เราอ่านเจอเลข 1 ใช่ไหมคะ เราต้องเอาเลข 1 ไปไว้

1725
01:54:59,046 --> 01:55:02,656
ที่ไหน Output

1726
01:55:03,047 --> 01:55:06,656
ยกลงมาก่อน เสร็จแล้วก็เติมเลข 1 ลงไป

1727
01:55:07,048 --> 01:55:10,656
ใน Stack ยังเหมือนเดิมนะ

1728
01:55:11,051 --> 01:55:14,656
เรายังมีเครื่องหมายหารอยู่ เราก็ยกลงมาได้เลย

1729
01:55:15,053 --> 01:55:18,656
ถัดมา

1730
01:55:19,054 --> 01:55:22,656
เครื่องหมายลบใช่ไหมคะ เดิมใน Stack เรามี

1731
01:55:23,056 --> 01:55:26,657
หารอยู่แล้วใช่ไหม ครูเขียนให้ดูก่อน

1732
01:55:27,057 --> 01:55:30,656
เรามีหารอยู่แล้วนี่ เราเอาลบมาเทียบกับ

1733
01:55:31,058 --> 01:55:34,656
หาร ปรากฎว่าค

1734
01:55:35,061 --> 01:55:38,656
ค่าลบมันน้อยกว่า

1735
01:55:39,062 --> 01:55:42,655
ให้ทำอย่างไร

1736
01:55:43,063 --> 01:55:46,655
ให้เอาหารนี่ เอาออกมาไว้ที่

1737
01:55:47,068 --> 01:55:50,666
Output เพราะฉะนั้น จะได้เป็น

1738
01:55:51,069 --> 01:55:54,655
3, 1 แล้วก็หาร ตรงนี้หายไปใช่ไหมคะ

1739
01:55:55,075 --> 01:55:58,655
เสร็จแล้วก็ใส่ค่าลบ

1740
01:55:59,077 --> 01:56:02,658
ลงมาใน Stack

1741
01:56:03,078 --> 01:56:06,656
ถัดมาหย่อนอะไร

1742
01:56:07,079 --> 01:56:10,655
ยกของเดิมลงมาก่อนที่ Output แล้วก็ใส่เลข 2

1743
01:56:11,080 --> 01:56:14,655
ใน Stack หรืออะไรคะ

1744
01:56:15,081 --> 01:56:18,654
เครื่องหมายลบใช่ไม อ่านครบหมดแล้วนะ

1745
01:56:19,083 --> 01:56:22,659
แต่ใน Stack

1746
01:56:23,085 --> 01:56:26,655
เราต้องเอาค่าจาก Stack ออกมา เป็น

1747
01:56:27,088 --> 01:56:30,654
3 1 หาร 2 แล้วอะไรคะ ลบ

1748
01:56:31,089 --> 01:56:34,655
เห็นไหม

1749
01:56:35,093 --> 01:56:38,657
เราเอาค่าที่อยู๋ใน Stack ตัวสุดท้ายมาใส่ข้างหล

1750
01:56:39,094 --> 01:56:42,654
ได้เลยนะคะ

1751
01:56:43,096 --> 01:56:46,654
โอเค

1752
01:56:47,097 --> 01:56:50,654
อีกข้อหนึ่ง

1753
01:56:51,099 --> 01:56:54,654
แล้วจะให้เลิก ครูให้โจทย์มาแค่นี้เอง ว

1754
01:56:55,100 --> 01:56:58,654

1755
01:56:59,101 --> 01:57:02,654

1756
01:57:03,102 --> 01:57:06,655

1757
01:57:07,104 --> 01:57:10,654

1758
01:57:11,107 --> 01:57:14,654
โจทย์ข้อนี้อันดับแรก

1759
01:57:15,108 --> 01:57:18,654
วาดตารางก่อนเลย ตีตารางค่ะ

1760
01:57:19,111 --> 01:57:22,655

1761
01:57:23,112 --> 01:57:26,654

1762
01:57:27,114 --> 01:57:30,653

1763
01:57:31,116 --> 01:57:34,654

1764
01:57:35,118 --> 01:57:38,654

1765
01:57:39,119 --> 01:57:42,653

1766
01:57:43,121 --> 01:57:46,653

1767
01:57:47,123 --> 01:57:50,653

1768
01:57:51,126 --> 01:57:54,653

1769
01:57:55,128 --> 01:57:58,656

1770
01:57:59,130 --> 01:58:02,656

1771
01:58:03,132 --> 01:58:06,653

1772
01:58:07,133 --> 01:58:10,654

1773
01:58:11,134 --> 01:58:14,653

1774
01:58:15,138 --> 01:58:18,653

1775
01:58:19,139 --> 01:58:22,653

1776
01:58:23,140 --> 01:58:26,652

1777
01:58:27,143 --> 01:58:30,652

1778
01:58:31,145 --> 01:58:34,653

1779
01:58:35,149 --> 01:58:38,656

1780
01:58:39,152 --> 01:58:42,653

1781
01:58:43,153 --> 01:58:46,653

1782
01:58:47,155 --> 01:58:50,652

1783
01:58:51,156 --> 01:58:54,653

1784
01:58:55,157 --> 01:58:58,652

1785
01:58:59,161 --> 01:59:02,652

1786
01:59:03,162 --> 01:59:06,653

1787
01:59:07,163 --> 01:59:10,652

1788
01:59:11,165 --> 01:59:14,652

1789
01:59:15,167 --> 01:59:18,652

1790
01:59:19,168 --> 01:59:22,651

1791
01:59:23,170 --> 01:59:26,651

1792
01:59:27,171 --> 01:59:30,652

1793
01:59:31,172 --> 01:59:34,652

1794
01:59:35,175 --> 01:59:38,652

1795
01:59:39,176 --> 01:59:42,652

1796
01:59:43,178 --> 01:59:46,651

1797
01:59:47,179 --> 01:59:50,651
ดูนิดหนึ่ง

1798
01:59:51,183 --> 01:59:54,651
คูณมันมากกว่าลบ

1799
01:59:55,184 --> 01:59:58,653
ใช่หรือเปล่า คูณมันมีค่ามากกว่าลบ

1800
01:59:59,186 --> 02:00:02,653
ก็ Push คูณลง  Stack ได้เลย

1801
02:00:03,187 --> 02:00:06,653
นะคะ Push คูณ

1802
02:00:07,190 --> 02:00:10,654
ลงใน Stack ได้เลย

1803
02:00:11,193 --> 02:00:14,651

1804
02:00:15,195 --> 02:00:18,650

1805
02:00:19,197 --> 02:00:22,651

1806
02:00:23,198 --> 02:00:26,651

1807
02:00:27,200 --> 02:00:30,650

1808
02:00:31,205 --> 02:00:34,670

1809
02:00:35,208 --> 02:00:38,653

1810
02:00:39,213 --> 02:00:42,660

1811
02:00:43,217 --> 02:00:46,650

1812
02:00:47,221 --> 02:00:50,650

1813
02:00:51,223 --> 02:00:54,650

1814
02:00:55,224 --> 02:00:58,664

1815
02:00:59,228 --> 02:01:02,650

1816
02:01:03,229 --> 02:01:06,650

1817
02:01:07,248 --> 02:01:10,650

1818
02:01:11,250 --> 02:01:14,650

1819
02:01:15,251 --> 02:01:18,650

1820
02:01:19,254 --> 02:01:22,653

1821
02:01:23,256 --> 02:01:26,650

1822
02:01:27,258 --> 02:01:30,650

1823
02:01:31,260 --> 02:01:34,650

1824
02:01:35,261 --> 02:01:38,651

1825
02:01:39,262 --> 02:01:42,649

1826
02:01:43,263 --> 02:01:46,649

1827
02:01:47,265 --> 02:01:50,650

1828
02:01:51,266 --> 02:01:54,649

1829
02:01:55,267 --> 02:01:58,649

1830
02:01:59,269 --> 02:02:02,649

1831
02:02:03,271 --> 02:02:06,649

1832
02:02:07,273 --> 02:02:10,649

1833
02:02:11,276 --> 02:02:14,649

1834
02:02:15,279 --> 02:02:18,649

1835
02:02:19,281 --> 02:02:22,649

1836
02:02:23,285 --> 02:02:26,649

1837
02:02:27,288 --> 02:02:30,649

1838
02:02:31,289 --> 02:02:34,649

1839
02:02:35,291 --> 02:02:38,648

1840
02:02:39,292 --> 02:02:42,648

1841
02:02:43,294 --> 02:02:46,649

1842
02:02:47,295 --> 02:02:50,648

1843
02:02:51,296 --> 02:02:54,648

1844
02:02:55,298 --> 02:02:58,648

1845
02:02:59,300 --> 02:03:02,648

1846
02:03:03,303 --> 02:03:06,648

1847
02:03:07,305 --> 02:03:10,648

1848
02:03:11,307 --> 02:03:14,650

1849
02:03:15,309 --> 02:03:18,648

1850
02:03:19,310 --> 02:03:22,648

1851
02:03:23,313 --> 02:03:26,648

1852
02:03:27,316 --> 02:03:30,647

1853
02:03:31,318 --> 02:03:34,648

1854
02:03:35,320 --> 02:03:38,648

1855
02:03:39,322 --> 02:03:42,648

1856
02:03:43,323 --> 02:03:46,647

1857
02:03:47,325 --> 02:03:50,648

1858
02:03:51,326 --> 02:03:54,647

1859
02:03:55,327 --> 02:03:58,647

1860
02:03:59,330 --> 02:04:02,647

1861
02:04:03,332 --> 02:04:06,647

1862
02:04:07,333 --> 02:04:10,647

1863
02:04:11,334 --> 02:04:14,647
โอเค

1864
02:04:15,336 --> 02:04:18,647
มาดูนะคะ

1865
02:04:19,337 --> 02:04:22,647
นะคะ 6

1866
02:04:23,340 --> 02:04:26,647
เป็นตัวเลข เอาไว้ที่ Output ใช่หรือเปล่า

1867
02:04:27,341 --> 02:04:30,647
ลบ เอาไว้ที่ Stack นะคะ

1868
02:04:31,350 --> 02:04:34,647
6 ก็ใส่มาเหมือนเดิม

1869
02:04:35,351 --> 02:04:38,647
5 เอาไว้ที่ไหนคะ เอาไว้ที่

1870
02:04:39,352 --> 02:04:42,649
Stack ก็ยกลงมาเหมือนเดิมนะคะ

1871
02:04:43,353 --> 02:04:46,647
ถัดมาคูณ

1872
02:04:47,355 --> 02:04:50,653
เจอคูณ

1873
02:04:51,357 --> 02:04:54,646
ใช่ไหมคะ เจอคูณให้เ

1874
02:04:55,359 --> 02:04:58,646
ปรากฏว่าคูณมีค่ามากกว่าลบ

1875
02:04:59,360 --> 02:05:02,648
ให้ Push คูณลง Stack

1876
02:05:03,363 --> 02:05:06,646
ได้เลย เพราะฉะนั้น

1877
02:05:07,370 --> 02:05:10,646
Stack เดิมเป็น push

1878
02:05:11,371 --> 02:05:14,646
ครูบอกว่า Push ลงมาได้เลยนะคะ เพราะคูณ

1879
02:05:15,373 --> 02:05:18,646
มันมากกว่านะ มันมากกว่านะคะ

1880
02:05:19,375 --> 02:05:22,650
ข้างหลัง คือ 6 กับ 5

1881
02:05:23,376 --> 02:05:26,646
ถัดมา 2

1882
02:05:27,378 --> 02:05:30,646
เป็นตัวเลขไว้ข้างหลังนะคะ

1883
02:05:31,379 --> 02:05:34,645
Stack มีเท่าไรยกลงมา

1884
02:05:35,380 --> 02:05:38,645
โอเค เสร็จแล้ว หมดแล้วนะ ผลลัพธ์

1885
02:05:39,381 --> 02:05:42,645
สุดท้ายที่ได้ 6, 5, 2

1886
02:05:43,382 --> 02:05:46,651
เอาคูณออกมาก่อน แล้วตามด้วยลบนะคะ

1887
02:05:47,383 --> 02:05:50,645
เห็นนะโอเค

1888
02:05:51,384 --> 02:05:54,644

1889
02:05:55,386 --> 02:05:58,647
ทุกคนดู

1890
02:05:59,387 --> 02:06:02,644
นะคะ

1891
02:06:03,389 --> 02:06:06,644

1892
02:06:07,391 --> 02:06:10,644

1893
02:06:11,393 --> 02:06:14,645

1894
02:06:15,394 --> 02:06:18,644
เราสังเกตนะ

1895
02:06:19,395 --> 02:06:22,644
ทำไมตัวนี้

1896
02:06:23,397 --> 02:06:26,644
เอาหารออกมา ตัวนี้ไม่ได้เอาอะไรออกมานะคะ ตัวนี้

1897
02:06:27,400 --> 02:06:30,644
วิธีการสังเกต โอเค

1898
02:06:31,401 --> 02:06:34,647
ลบเทียบกับหาร ลบ

1899
02:06:35,402 --> 02:06:38,644
มันมีค่าน้อยกว่าหารเห็นไหมคะ

1900
02:06:39,403 --> 02:06:42,644
ลบมีค่าน้อยกว่าหาร

1901
02:06:43,404 --> 02:06:46,646
เลยต้องเอาหาร

1902
02:06:47,405 --> 02:06:50,644
ออกมา

1903
02:06:51,406 --> 02:06:54,643
แต่ถ้า Input

1904
02:06:55,408 --> 02:06:58,643
ที่ใส่เข้าไปนี่ มีค่ามากกว่า เรา็

1905
02:06:59,409 --> 02:07:02,644
ใส่ลงไปใน Stack ได้เลย

1906
02:07:03,410 --> 02:07:06,643
ถ้าตัวซ้ายมันมากกว่าตัวบนตรงนี้

1907
02:07:07,411 --> 02:07:10,644
เราก็ใส่ลงไปใน Stack ได้เลยนะคะ

1908
02:07:11,412 --> 02:07:14,644

1909
02:07:15,414 --> 02:07:18,643
โอเค

1910
02:07:19,416 --> 02:07:22,643
ต้องกลับไปทบทวนอีกรอบหนึ่งนะ นะคะ

1911
02:07:23,417 --> 02:07:26,643
เดี๋ยวสัปดาห์หน้าครูจะทวน

1912
02:07:27,418 --> 02:07:30,642
ให้อีกรอบหนึ่ง

1913
02:07:31,428 --> 02:07:34,643

1914
02:07:35,430 --> 02:07:38,642
โอเค

1915
02:07:39,433 --> 02:07:42,648
เดี๋ยวทั้งหมดนี้ครูจะอัปที่ Classroom ให้นะคะ

1916
02:07:43,434 --> 02:07:46,642
เดี๋ยวครูจะไปสแกนให้ แล้วก็อัปโหลด

1917
02:07:47,435 --> 02:07:50,643
ให้ โอเค

1918
02:07:51,436 --> 02:07:54,642

1919
02:07:55,437 --> 02:07:58,642

1920
02:07:59,438 --> 02:08:02,646

1921
02:08:03,440 --> 02:08:06,641

1922
02:08:07,445 --> 02:08:10,642

1923
02:08:11,447 --> 02:08:14,642

1924
02:08:15,451 --> 02:08:18,641
เดี๋ยวครูเช็กชื่อหน่อยนะคะ

1925
02:08:19,454 --> 02:08:22,642

1926
02:08:23,456 --> 02:08:26,642

1927
02:08:27,461 --> 02:08:30,641

1928
02:08:31,463 --> 02:08:34,641

1929
02:08:35,465 --> 02:08:38,641

1930
02:08:39,467 --> 02:08:42,642

1931
02:08:43,469 --> 02:08:46,641

1932
02:08:47,472 --> 02:08:50,640
ครูเช็กชื่อหน่อย

1933
02:08:51,474 --> 02:08:54,640
ศิริลักษณ์

1934
02:08:55,476 --> 02:08:58,640
02

1935
02:08:59,477 --> 02:09:02,641
มาไหม 02

1936
02:09:03,478 --> 02:09:06,641
คนนี้หรือ

1937
02:09:07,479 --> 02:09:10,640
03

1938
02:09:11,481 --> 02:09:14,640
อดิศร เป็น COVID

1939
02:09:15,482 --> 02:09:18,649
4 นพกิต

1940
02:09:19,483 --> 02:09:22,644
คนนี้ 5.

1941
02:09:23,485 --> 02:09:26,640
พงพร ไหน

1942
02:09:27,487 --> 02:09:30,640
อ๋อ จันทกานต์

1943
02:09:31,489 --> 02:09:34,642
ไหนคะ

1944
02:09:35,490 --> 02:09:38,644
กัญญานัฐ

1945
02:09:39,491 --> 02:09:42,648
ธัญญาลักษณ์

1946
02:09:43,492 --> 02:09:46,640
อ๋อ โอเค วริษา

1947
02:09:47,493 --> 02:09:50,639
คนนี้

1948
02:09:51,494 --> 02:09:54,639
ภัทรดา 11 ไม่มา

1949
02:09:55,495 --> 02:09:58,645
เทพอักษร

1950
02:09:59,499 --> 02:10:02,640
ธนภัทร 15 โอเค

1951
02:10:03,500 --> 02:10:06,639
ภากร

1952
02:10:07,501 --> 02:10:10,639
16 โอเค ค่ะ เจอกันสัปดาห์หน้า

1953
02:10:11,508 --> 02:10:14,640

1954
02:10:15,510 --> 02:10:18,639

1955
02:10:19,513 --> 02:10:22,639

1956
02:10:23,515 --> 02:10:26,638

1957
02:10:27,517 --> 02:10:31,517

1958
02:10:31,519 --> 02:10:35,519

1959
02:10:35,522 --> 02:10:35,526

1960
02:10:39,526 --> 02:10:39,528


