﻿1
00:00:03,911 --> 00:00:07,911

2
00:00:11,394 --> 00:00:11,395

3
00:00:11,395 --> 00:00:15,394

4
00:00:15,394 --> 00:00:19,394

5
00:00:19,396 --> 00:00:23,396

6
00:00:23,399 --> 00:00:27,399

7
00:00:27,399 --> 00:00:31,394

8
00:00:31,394 --> 00:00:35,394
(อาจารย์สุธาสินี) ทำไมเป็นอย่างนั้นล่ะ

9
00:00:35,397 --> 00:00:39,396
ได้ยินครูนะ คราวที่แล้ว

10
00:00:39,396 --> 00:00:43,395
นะคะ เราพูดถึงในเรื่องของ

11
00:00:43,395 --> 00:00:47,395
เหมือนล่ามไม่ได้ยินเลย อ๋อ ค่ะ

12
00:00:47,406 --> 00:00:51,406
คราวที่แล้วเราพูดถึงเรื่อง list นะ list

13
00:01:02,915 --> 00:01:05,279
ตัวนี้

14
00:00:51,399 --> 00:00:55,399
แล้วเราก็ทำข้อสอบไปแล้วนะคะ

15
00:00:55,402 --> 00:00:59,396
เรื่องลิสต์

16
00:00:59,396 --> 00:01:03,394

17
00:01:03,394 --> 00:01:07,394

18
00:01:07,401 --> 00:01:11,397
ได้ไหมคะ

19
00:01:11,397 --> 00:01:15,394

20
00:01:15,394 --> 00:01:19,394
ได้ยินไหมคะ

21
00:01:19,397 --> 00:01:23,395
ยังไม่ได้ยิน

22
00:01:23,395 --> 00:01:27,394

23
00:01:27,394 --> 00:01:31,394

24
00:01:31,394 --> 00:01:35,394

25
00:01:35,394 --> 00:01:39,394

26
00:01:39,398 --> 00:01:43,395

27
00:01:43,395 --> 00:01:47,395

28
00:01:47,397 --> 00:01:51,397

29
00:01:51,398 --> 00:01:55,397
คราวที่แล้วนะคะ  เราพูดถึงเรื่อง List นะ ทุกคน

30
00:01:55,397 --> 00:01:59,397
จำได้นะคะ อันนี้คือลิสต์นะ ที่ครูยกตัวอย่างมาให้

31
00:01:59,398 --> 00:02:03,397
ลิสต์ตัวนี้มีขนาดเท่ากับเท่าไหร่

32
00:02:03,397 --> 00:02:07,395
มีขนาดเท่าไหร่ ขนาด คือ

33
00:02:07,395 --> 00:02:11,395
มีจำนวนเท่าไร มี 5 คนอื่นมีเท่าไรคะ

34
00:02:11,397 --> 00:02:15,397
5 โอเค 5 นะคะ

35
00:02:15,399 --> 00:02:19,395
ลิสต์ที่เราเห็นในหน้าจอตรงนี้

36
00:02:19,395 --> 00:02:23,395
จะมีอยู่ 5 ตัวถูกไหมคะ มีข้อมูลอยู่ 5 ตัว

37
00:02:23,401 --> 00:02:27,398
มี 1 มี 2 มี 3 มี 4

38
00:02:27,398 --> 00:02:31,398
แล้วก็มี 5 มีทั้งหมด 5 ตัวนะคะ คราวนี้

39
00:02:31,401 --> 00:02:35,398
แล้วรู้ได้อย่างไรว่ามันคือลิสต์ เห็น

40
00:02:35,398 --> 00:02:39,396
ก้ามปูเปิด-ก้ามปูปิดไหมคะ

41
00:02:39,396 --> 00:02:43,396
เป็นสัญลักษณ์ที่บอกว่าการเก็บข้อมูลลักษณะ

42
00:02:43,402 --> 00:02:47,398
แบบนี้ มีชื่อเรียกว่า "ลิสต์" นะคะ

43
00:02:47,398 --> 00:02:51,396
จะเก็บค่าของข้อมูล

44
00:02:51,396 --> 00:02:55,395
ในลิสต์ index

45
00:02:55,395 --> 00:02:59,395
ก็คือหมายเลขถูกไหมคะ คือหมายเลขของข้อมูลนี่

46
00:02:59,399 --> 00:03:03,395
เราเริ่มต้นที่หมายเลขอะไรเอ่ย

47
00:03:03,395 --> 00:03:07,395
พอเราวาดเป็นช่องใช่ไหมคะ

48
00:03:07,399 --> 00:03:11,399
ในลิสต์นี่ ถ้าเราลองวาด

49
00:03:11,404 --> 00:03:15,396
การจัดเก็บนะ ก็จะเป็น 1

50
00:03:15,396 --> 00:03:19,396

51
00:03:19,396 --> 00:03:23,396
แล้วก็จะเก็บข้อมูลลงไปในช่องแบบนี้

52
00:03:29,314 --> 00:03:31,947
นะคะ

53
00:03:23,400 --> 00:03:27,396
หมายเลขช่อง หรือว่า

54
00:03:27,396 --> 00:03:31,396
Index ตัวแรกเราจะเริ่มต้นที่ตรงไหนคะ

55
00:03:31,397 --> 00:03:35,397
ตรงนี้ index เราจะเริ่มที่เราไหร่เอ่ย

56
00:03:35,398 --> 00:03:39,395
0 นะ ใช่ไหมคะ

57
00:03:39,395 --> 00:03:43,395
1 2 3 แล้วก็ 4

58
00:03:43,395 --> 00:03:47,395
แล้วก็ 4 ก็คือหมายเลขช่อง ถ้าเราวาดรูปให้

59
00:03:47,397 --> 00:03:51,397
เป็นรูปสี่เหลี่ยมในการจัดเก็บข้อมูล แล้วเวลาครูเข้าถึง

60
00:03:51,400 --> 00:03:55,396
ข้อมูลที่อยู่ในลิสต์ ตอนนี้

61
00:03:55,396 --> 00:03:59,396
ครูตั้งชื่อลิสต์ตัวนี้มีชื่อว่า x

62
00:03:59,396 --> 00:04:03,396
x index 3

63
00:04:03,400 --> 00:04:07,397
ตอบเท่ากับเท่าไรเอ่ย index

64
00:04:07,397 --> 00:04:11,397
เป็น 3 ตัวนี้ตอบ 4 ใช่

65
00:04:11,398 --> 00:04:15,398
ตรงนี้ต้องตอบว่า 4 นะคะ ทุกคนจำได้นะ

66
00:04:15,398 --> 00:04:19,397
แล้วถ้า x

67
00:04:19,397 --> 00:04:23,397
เราต้องการหลาย ๆ ค่า 2 จนถึง 4

68
00:04:23,397 --> 00:04:27,397
จะตอบเท่ากับเท่าไหร่คะ

69
00:04:27,398 --> 00:04:31,395
3 กับ...

70
00:04:31,395 --> 00:04:35,395
3 กับอะไรเอ่ย 4 ใช่ไหม

71
00:04:35,398 --> 00:04:39,398
คือ 3 กับ 4 นะ มันเริ่มต้นที่ 2 ใช่ไหมคะ ก็คือ

72
00:04:39,401 --> 00:04:43,397
เริ่มต้นที่ 2 ก็คือเริ่มต้นด้วยตัว 3

73
00:04:43,397 --> 00:04:47,397
ถึง 4 แล้วก็ลดลงมา 1 ช่อง ก็จะได้ข้อมูลตัวนี้

74
00:04:47,401 --> 00:04:51,398
ก็คือ 3 กับ 4

75
00:04:51,398 --> 00:04:55,397
คราวนี้ แล้วเราเอาลิสต์

76
00:04:55,397 --> 00:04:59,396
มาทำอะไรนะคะ เราเก็บข้อมูล

77
00:04:59,396 --> 00:05:03,396
รูปแบบลิสต์ แล้วเราเอามาใช้ทำอะไรนะคะ

78
00:05:03,410 --> 00:05:07,397
วันนี้เราจะพูดถึงโครงสร้างอีกแบบหนึ่ง

79
00:05:07,397 --> 00:05:11,397
ที่มีชื่อว่า stack นะ

80
00:05:11,399 --> 00:05:15,399
Stack นะคะ Stack ตัวนี้

81
00:05:15,400 --> 00:05:19,398
จะใช้วิธีการเก็บข้อมูลแบบลิสต์

82
00:05:19,398 --> 00:05:23,398
นะคะ แล้วลักษณะแบบไหน

83
00:05:23,398 --> 00:05:27,397
ที่เราจะเรียกว่า "stack" นะคะ มาดูด้วยกัน

84
00:05:27,397 --> 00:05:31,397
เขาบอกว่า Stack

85
00:05:31,402 --> 00:05:35,398
ก็คือการที่เราใส่ข้อมูลเข้าไปแล้วก็ดึงออกมา

86
00:05:35,398 --> 00:05:39,396
นะคะ แล้วข้อมูล

87
00:05:39,396 --> 00:05:43,396
ที่ถูกใส่เข้าไปใน Stack ก่อน จะถูก

88
00:05:43,401 --> 00:05:47,398
เอาออกมาใช้ทีหลัง อันนี้ คือ

89
00:05:47,398 --> 00:05:51,398
วิธีการเก็บข้อมูลแบบ stack หรือที่เรียกสั้น ๆ ว่า

90
00:05:51,409 --> 00:05:55,396
เข้าทีหลังออกก่อน

91
00:05:55,396 --> 00:05:59,396
เข้าก่อนออกทีหลัง ความหมายเหมือนกัน

92
00:05:59,419 --> 00:06:03,396

93
00:06:03,396 --> 00:06:07,396
ยกตัวอย่างเช่น ทุกคนเคย

94
00:06:07,396 --> 00:06:11,396
ไปที่ร้านก๋วยเตี๋ยวไหมคะ ทุกคนเคยไปที่ร้านก๋วยเตี๋ยวนะ

95
00:06:11,401 --> 00:06:15,399
แล้วเห็นถ้วยก๋วยเตี๋ยวก่อนที่เขาจะ

96
00:06:15,399 --> 00:06:19,399
เอามาใส่เส้น ใส่เครื่องปรุง ใส่หมูให้เรา

97
00:06:19,403 --> 00:06:23,399
ชามก๋วยเตี๋ยวมันเรียงขึ้นไปแบบนี้

98
00:06:23,399 --> 00:06:27,399
ใช่ไหมคะ เวลาแม่ค้าเขาจะเอาชามก๋วยเตี๋ยวมาใส่ให้เรา

99
00:06:27,402 --> 00:06:31,402
เขาเอาชามที่อยู่

100
00:06:31,404 --> 00:06:35,404
ข้างบน หรือชามที่อยู่ข้างล่าง

101
00:06:35,404 --> 00:06:39,397
เอาชามข้างบนหรือข้างล่างคะ ข้างบน

102
00:06:39,397 --> 00:06:43,397
เขาเอาข้างบนมาทำให้เรา

103
00:06:43,400 --> 00:06:47,398
แล้วเวลาเขาล้างจานเสร็จแล้วนี่ เอาจาน

104
00:06:47,398 --> 00:06:51,398
มาซ้อนข้างล่างหรือซ้อนข้างบน ซ้อนข้างบน

105
00:06:51,405 --> 00:06:55,405
ใช่ไหมคะ เพราะฉะนั้น จานที่

106
00:06:55,405 --> 00:06:59,398
อยู่บนสุดจะถูกเอาออกมาใช้ก่อน

107
00:06:59,398 --> 00:07:03,398
และจากที่อยู่บนสุดนะคะ จะถูก

108
00:07:03,402 --> 00:07:07,400
เอาเข้ามาเก็บทีหลัง อันนี้คือรูปแบบ

109
00:07:07,400 --> 00:07:11,400
ของ Stack เช่นนะคะ เช่น ๆ

110
00:07:11,404 --> 00:07:15,399
สมมติ ครูมีกระดาษ 1 แผ่นนะ

111
00:07:15,399 --> 00:07:19,399
ครูมีกระดาษอยู่ 1 แผ่น ทุกคนดูนะคะ

112
00:07:19,400 --> 00:07:23,398
ครูจะใส่กระดาษแผ่นที่ 2

113
00:07:23,398 --> 00:07:27,398
เห็นไหมคะ ครูซ้อนกระดาษแผ่นที่ 2 อยู่ข้างบน

114
00:07:27,399 --> 00:07:31,398
ครูใส่ ครูใส่กระดาษ

115
00:07:31,398 --> 00:07:35,398
แผ่นที่ 3 เข้าไปนะคะ แล้วครูก็ใส่

116
00:07:35,398 --> 00:07:39,397
กระดาษแผ่นที่ 4 เข้าไปในมือครู เวลา

117
00:07:39,397 --> 00:07:43,397
ครูจะเอาออกมาใช้ครูจะเอาตัวล่างสุดหรือตัวบนสุดออกไปใช้

118
00:07:43,400 --> 00:07:47,397
ตัวบนสุดถูกไหมคะ

119
00:07:47,397 --> 00:07:51,397
ครูไม่พยายามจะดึงตัวล่างสุดออกมานะคะ แต่ครูจะหยิบตัวบน

120
00:07:51,401 --> 00:07:55,399
สุดอกไปใช้ ซึ่งตัวบนสุดนี่

121
00:07:55,399 --> 00:07:59,397
คือ กระดาษแผ่นที่เราใส่ไปล่าสุดนะคะ

122
00:07:59,397 --> 00:08:03,396

123
00:08:03,396 --> 00:08:07,396
เราสามารถสรุปได้แบบนี้นะ ข้อมูลที่เข้ามาอยู่ใน Stack

124
00:08:07,401 --> 00:08:11,397
ตัวแรกจะอยู่ด้านล่างสุด

125
00:08:11,397 --> 00:08:15,397
ข้อมูลที่หย่อนลงไปใน Stack ตัวแรกจะอยู่ด้านล่างสุดเลย

126
00:08:15,401 --> 00:08:19,399
นะคะ ตัวถัดไปก็จะซ้อนขึ้นมา

127
00:08:19,399 --> 00:08:23,399
เรื่อย ๆ ข้อมูลที่

128
00:08:23,399 --> 00:08:27,398
เข้าไปใน Stack เป็นตัวสุดท้าย

129
00:08:27,398 --> 00:08:31,398
นะคะ จะอยู่บนสุด แล้วเวลา

130
00:08:31,399 --> 00:08:35,397
เราเอาข้อมูลใน Stack ออกมาใช้งาน

131
00:08:35,397 --> 00:08:39,397
ข้อมูลที่เข้าไปเป็นตัวล่าสุด

132
00:08:39,398 --> 00:08:43,398
หรือตัวลำดับสุดท้าย  จะถูก

133
00:08:43,400 --> 00:08:47,398
ดึงออกมาใช้งานก่อน ตัวไหน

134
00:08:47,398 --> 00:08:51,397
ที่เข้าไปตัวแรกจะถูกเอามาใช้งาน

135
00:08:51,397 --> 00:08:55,397
เป็นตัวสุดท้ายนะคะ เพราะมันอยู่ล่างสุด

136
00:09:03,691 --> 00:09:07,174
เวลาดึงออกมาใช้

137
00:08:55,398 --> 00:08:59,398
มันก็ใช้ยาก เราต้องใช้ตัวบน ค่อย ๆ ดึงตัวบน

138
00:08:59,401 --> 00:09:03,397
ออกไปก่อน

139
00:09:03,397 --> 00:09:07,397
คราวนี้เวลาเราเอาข้อมูลใส่ใน Stack

140
00:09:07,411 --> 00:09:11,400
เราพูดถึง Stack ก็เหมือนภาชนะนะ Stack

141
00:09:11,400 --> 00:09:15,400
เป็นช่องแบบนี้ เป็นช่องสี่เหลี่ยม

142
00:09:15,401 --> 00:09:19,401
เป็นช่องในแนวตั้ง ถ้าเราพูดถึง Stack นะ

143
00:09:19,405 --> 00:09:23,401
ดูรูปนี้ก่อน อย่างนี้ มันจะอยู่ในแนวนอนหรือแนวตั้งก็ได้

144
00:09:23,401 --> 00:09:27,401
มันจะอยู่ในแนวนอนหรือแนวตั้งก็ได้

145
00:09:27,420 --> 00:09:31,400
ถ้าพูดถึง Stack ก็คือเป็นชั้น ๆ

146
00:09:31,400 --> 00:09:35,398
เลื่อนขึ้นไปเรื่อย ๆ นะคะ ใน Stack

147
00:09:35,398 --> 00:09:39,398
เราทำอะไรได้บ้าง เราใส่ข้อมูลลงไป

148
00:09:39,400 --> 00:09:43,400
เราดึงข้อมูลออกมา คราวนี้

149
00:09:43,405 --> 00:09:47,397
stack ถ้ามันไม่มีข้อมูลอะไรเลย

150
00:09:47,397 --> 00:09:51,397
เราเรียกว่า "Stack ว่าง" คือ มันมีค่าว่าง ๆ

151
00:09:51,402 --> 00:09:55,399
ไม่มีตัวอักษรอะไรเลยนะ อันนี้จะเรียกว่า

152
00:09:55,399 --> 00:09:59,399
คือ Stack ว่าง

153
00:09:59,401 --> 00:10:03,399
ถ้าเราจะใส่ข้อมูลลงไปใน Stack

154
00:10:03,399 --> 00:10:07,399
เราจะมีคำสั่งที่ชื่อว่า Push

155
00:10:07,401 --> 00:10:11,399
คือคำสั่งตัวนี้นะคะ

156
00:10:11,399 --> 00:10:15,399
คำสั่ง Push ก็คือใส่

157
00:10:15,399 --> 00:10:19,398
ข้อมูลลงไปใน Stack ถ้าต้องการเอา

158
00:10:19,398 --> 00:10:23,398
ข้อมูลออกจาก Stack เราใช้คำสั่ง Pop นะคะ

159
00:10:23,400 --> 00:10:27,398
มีอยู่ 2 ตัวที่ทุกคนต้องรู้จัก

160
00:10:27,398 --> 00:10:31,398
เมื่อพูดถึง Stack คือ Push กับ Pop

161
00:10:31,401 --> 00:10:35,401
Push คือใส่ ถูกไหม ก็คือเอาข้อมูลเข้า

162
00:10:55,420 --> 00:10:54,156
ไปเก็บ

163
00:10:35,401 --> 00:10:39,399
ส่วน Pop ก็คือเอาออกนะคะ Pop คือ เอาออก

164
00:10:39,399 --> 00:10:43,397

165
00:10:43,397 --> 00:10:47,397
คราวนี้มาดูตัวอย่างนะคะ มีแต่ Push กับ Pop

166
00:10:47,400 --> 00:10:51,400
2 ตัว เราเริ่มต้น Stack ไม่มีอะไรเลย

167
00:10:51,400 --> 00:10:55,400
เป็นค่าว่าง ๆ ถูกไหมคะ เป็น Stack ว่าง

168
00:10:55,411 --> 00:10:59,397
ครูบอกว่าครู Push

169
00:10:59,397 --> 00:11:03,397
คำสั่ง Push Push ค่าอะไร ค่า a เมื่อไรก็ตาม

170
00:11:03,399 --> 00:11:07,399
ที่ใช้คำสั่ง Push ต้องบอกด้วยว่า

171
00:11:07,402 --> 00:11:11,398
จะใส่ค่าอะไรด้วยนะคะ

172
00:11:11,398 --> 00:11:15,398
เรา Push ค่า a ลงไป

173
00:11:15,400 --> 00:11:19,400
เห็นไหม มันก็อยู่ด้านล่างสุดนะคะ ถัดมา

174
00:11:19,400 --> 00:11:23,398
ถ้าครูใส่คำสั่ง

175
00:11:23,398 --> 00:11:27,398
ตัวบนก่อน Push b ก็ใส่ b ลงมาเห็นไหมคะ

176
00:11:27,408 --> 00:11:31,398
ถัดจาก a ก็คือ b Push c

177
00:11:31,398 --> 00:11:35,398
ก็อยู่ถัดขึ้นไป และ Push(D)  D อยู่

178
00:11:35,403 --> 00:11:39,398
บนสุดนะคะ เรียงตรามลำดับของการ

179
00:11:39,398 --> 00:11:43,397
ใส่ข้อมูลเข้าไป

180
00:11:43,397 --> 00:11:47,397
คราวนี้อยากจะเอาออกบ้าง

181
00:11:47,398 --> 00:11:51,398
เอาข้อมูลออกจาก Stack ไปใช้งาน จะใช้คำสั่ง Pop

182
00:11:51,399 --> 00:11:55,397
Pop นะ Pop

183
00:11:55,397 --> 00:11:59,397
แล้วตามด้วยวงเล็บเปิดและวงเล็บปิด ไม่ต้องใส่ค่าอะไร

184
00:11:59,401 --> 00:12:03,399
เพราะเราจะไปดึงค่าที่อยู่ใน Stack ออกมา

185
00:12:03,399 --> 00:12:07,397

186
00:12:07,397 --> 00:12:11,397
เราสั่งคำสั่ง Pop เราเอาข้อมูล

187
00:12:11,398 --> 00:12:15,398
บนสุดนะคะ Pop ให้เอาข้อมูลบนสุด

188
00:12:15,398 --> 00:12:19,398
ที่อยู่ใน Stack ดึงออกมา

189
00:12:19,399 --> 00:12:23,399
เพราะฉะนั้น เดิมเป็นแบบนี้ ถูกไหม

190
00:12:23,399 --> 00:12:27,399
ครูใช้คำสั่ง Pop อะไรออกมาเอ่ย

191
00:12:27,399 --> 00:12:31,399
ตัว D Dog จะออกมา เพราะว่า D Dog

192
00:12:31,399 --> 00:12:35,397
อยู่บนสุดนะคะ

193
00:12:35,397 --> 00:12:39,397
ถัดมา

194
00:12:39,400 --> 00:12:43,397
ครู Push Push คือใส่เข้าไป

195
00:12:43,397 --> 00:12:47,397
ตอนนี้ไม่มี D Dog แล้วนะ ครู Push e เห็นไหมคะ เวลา Push

196
00:12:47,401 --> 00:12:51,398
ต้องบอกด้วยว่าเราใส่ค่าอะไร

197
00:12:51,398 --> 00:12:55,398
แล้วก็ใส่ตัว e วงเล็บปิด ครู Push ค่า e ลงไป

198
00:12:55,400 --> 00:12:59,400
E จะอยู่ด้านบน C เสร็จแล้ว Push

199
00:12:59,407 --> 00:13:03,399
อีกครั้งหนึ่ง f ก็จะอยู่บนสุดนะคะ

200
00:13:03,399 --> 00:13:07,399
ถัดมาครู Pop

201
00:13:07,399 --> 00:13:11,399
Pop คือ เอาออก เอาอะไรออก ข้างบนสุดคืออะไร คะ

202
00:13:11,400 --> 00:13:15,398
เอา F ออก เพราะฉะนั้นข้อมูล

203
00:13:15,398 --> 00:13:19,398
จะเหลืออยู่ 4 ตัว ก็คือ a, b, c แล้วก็ e

204
00:13:19,402 --> 00:13:23,398

205
00:13:23,398 --> 00:13:27,398
โอเค ถัดมา

206
00:13:27,398 --> 00:13:31,397
เราแทน Stack ด้วยอะไร

207
00:13:31,397 --> 00:13:35,397
นะคะ อย่างที่ครูบอกว่าลิสต์

208
00:13:35,399 --> 00:13:39,399
จะถูกเอามาใช้แทนนะคะ การจัดเก็บข้อมูล

209
00:13:39,399 --> 00:13:43,399
ใน Stack เราพูดถึง Stack แล้วมันจัดเก็บแบบไหน  เราก็ใช้ลิสต์

210
00:13:43,402 --> 00:13:47,400
นั่นล่ะในการเก็บข้อมูล

211
00:13:47,400 --> 00:13:51,400
ลิสต์นะคะ เราสามารถวาดเป็นแนวตั้งหรือแนวนอน

212
00:13:51,402 --> 00:13:55,402
ก็ได้นะ สามารถวาดเป็นแนวนอน

213
00:13:55,402 --> 00:13:59,401
หรือแนวนอนก็ได้ ข้อมูลที่ใส่เข้ามาตัวแรกนะคะ

214
00:13:59,401 --> 00:14:03,399
จะอยู่ที่ index 0 ก็คือข้อมูลตัวแรก

215
00:14:03,399 --> 00:14:07,399
ไล่ไปเรื่อย ๆ จนถึงข้อมูลตัวสุดท้าย

216
00:14:07,402 --> 00:14:11,399

217
00:14:11,399 --> 00:14:15,399
Stack ที่ครูให้มานี่ ที่เก็บอยู่

218
00:14:15,400 --> 00:14:19,398
ในรูปแบบที่เป็นลิสต์นี่

219
00:14:19,398 --> 00:14:23,398
มันมีช่องว่างไหมคะ มันมีที่ว่างให้ใส่ได้อีกไหม Stack รูปนี้

220
00:14:23,399 --> 00:14:27,399
มีอยู่ 4 ช่องด้วยกัน ทุกช่องมีค่าไหมคะ

221
00:14:27,400 --> 00:14:31,400
ทุกช่องมีค่านะ

222
00:14:31,405 --> 00:14:35,399
มันเต็มหรือยังคะ

223
00:14:35,399 --> 00:14:39,398
มันมีที่ว่างให้ใส่อีกไหมคะ ไม่มีแล้ว

224
00:14:39,398 --> 00:14:43,398
อย่างนี้เรียกว่า Stack เต็มแล้ว

225
00:14:43,401 --> 00:14:47,401
นะคะ คือ ไม่มีช่องว่างให้เราใส่ข้อมูลตัวใหม่ได้แล้ว

226
00:14:47,403 --> 00:14:51,399
นะคะ แบบนี้เรียกว่า Stack มันเต็มแล้ว

227
00:14:51,399 --> 00:14:55,398

228
00:14:55,398 --> 00:14:59,398

229
00:14:59,399 --> 00:15:03,399
คราวนี้ เรามี 2 คำสั่ง

230
00:15:03,399 --> 00:15:07,399
ที่พูดถึงนะ Push กับ Pop

231
00:15:13,673 --> 00:15:14,024
นะคะ

232
00:15:07,401 --> 00:15:11,401
Push ก็คือใส่ข้อมูลลงไปใน Stack

233
00:15:11,408 --> 00:15:15,399
เช่น ครูมี Stack

234
00:15:15,399 --> 00:15:19,399
อย่างนี้ใช่ไหม มันมีที่ว่างให้ครูใส่ข้อมูลได้ไหมคะ มี มันมี

235
00:15:19,408 --> 00:15:23,401
ที่ว่างให้ครูใส่ข้อมูลได้ ครู

236
00:15:23,401 --> 00:15:27,401
ก็เลยสั่งคำสั่ง Push 3 ก็คือเอาข้อมูล 3 นี่

237
00:15:27,401 --> 00:15:31,400
ไปหย่อนลงใน Stack มันจะเอามาใส่ช่องนี้

238
00:15:31,400 --> 00:15:35,400
ช่องที่ 1 หรือช่องที่ 2 คะ ช่องที่ 1

239
00:15:35,401 --> 00:15:39,401
ถูกไหม ก็ไล่ลำดับลงมาเรื่อย ๆ

240
00:15:39,401 --> 00:15:43,401
มันอยู่ช่องนี้แล้ว ข้อมูลล่าสุดอยู่ช่องนี้

241
00:15:50,814 --> 00:15:57,416
เพราะฉะนั้นเวลาเราหย่อนลงไป

242
00:15:43,400 --> 00:15:47,399
มันก็ไหลลงไปจนถึงตัวสุดท้าย

243
00:15:47,399 --> 00:15:51,399
ที่มันสามารถจะใส่ได้ ก็คือในช่องตรงนี้ ก็คือจะเอา 3

244
00:15:51,402 --> 00:15:55,399
มาใส่

245
00:15:55,399 --> 00:15:59,399
แล้วเราใส่ด้วยคำสั่งอะไร

246
00:15:59,399 --> 00:16:03,399
เราใช้ List นะคะ

247
00:16:03,402 --> 00:16:07,402
ในการจัดเก็บข้อมูล เราใช้ลิสต์ในการจัดเก็บข้อมูล

248
00:16:07,403 --> 00:16:11,401
เพราะฉะนั้น คำสั่งของการ

249
00:16:11,401 --> 00:16:15,401
เพิ่มข้อมูลลงไปใน Stack ก็คือใช้คำสั่ง

250
00:16:15,402 --> 00:16:19,399
Append ได้เลย เพราะ Append

251
00:16:19,399 --> 00:16:23,399
เป็นคำสั่งของการเพิ่มข้อมูลลงไป

252
00:16:23,399 --> 00:16:27,399
ในลิสต์นะคะ ใส่ชื่อ

253
00:16:35,553 --> 00:16:35,431
.

254
00:16:27,401 --> 00:16:31,401
แล้วตามด้วยคำสั่ง Append(d)

255
00:16:42,177 --> 00:16:43,336
วงเล็บเปิด

256
00:16:31,412 --> 00:16:35,402
ใส่ค่าข้อมูลตัวใหม่แล้วก็วงเล็บปิด

257
00:16:35,402 --> 00:16:39,399
ถัดมา

258
00:16:39,399 --> 00:16:43,399
Pop

259
00:16:43,401 --> 00:16:47,401
คือ เอาออกนะคะ คือ Pop คือ เอาออก

260
00:16:47,404 --> 00:16:51,404
ก่อนที่เราจะเอาข้อมูลออก

261
00:16:58,353 --> 00:16:56,551
นี่

262
00:16:51,399 --> 00:16:55,399
เราต้องเช็กก่อนว่า Stack เรานี่

263
00:16:55,399 --> 00:16:59,399
มีข้อมูลอยู่ไหม ถ้า Stack

264
00:16:59,403 --> 00:17:03,403
มันไม่มีข้อมูลอยู่เลยเราจะเอาอะไรออกมาได้ไหม ไม่ได้

265
00:17:03,404 --> 00:17:07,404
เพราะมันไม่มีข้อมูลอะไรให้เราดึงออกมา

266
00:17:07,412 --> 00:17:11,401
เพราะฉะนั้น อันดับแรกนี่ เราต้องเช็กก่อน

267
00:17:11,401 --> 00:17:15,401
มันมีข้อมูลอยู่ไหมนะคะ มันมีข้อมูลอยู่ไหม

268
00:17:15,404 --> 00:17:19,401
ถ้ามันไม่มีข้อมูลอยู่เลย เราจะบอกว่า

269
00:17:19,401 --> 00:17:23,401
มันคือ Stack ว่าง เราไม่สามารถทำคำสั่ง Pop

270
00:17:23,407 --> 00:17:27,407
ได้นะคะ แต่ถ้า

271
00:17:27,412 --> 00:17:31,401
Stack ไม่ว่าง เช่น

272
00:17:31,401 --> 00:17:35,401
Stack ไม่ว่างนะ มันมีข้อมูลอยู่ตั้ง 3 ตัว

273
00:17:35,401 --> 00:17:39,400
เราใช้คำสั่ง Pop

274
00:17:39,400 --> 00:17:43,400
ข้อมูลอะไรจะถูกดึงออกมา มีอยู่ 3 ค่านี่

275
00:17:43,408 --> 00:17:47,401
ข้อมูลที่จะเอาออกมาจาก Stack

276
00:17:47,401 --> 00:17:51,400
ก็คือข้อมูลค่าอะไรเอ่ย

277
00:17:51,400 --> 00:17:55,400
อะไรคะ 1 หรือ 2

278
00:17:55,400 --> 00:17:59,400
หรือ 3 3 ใช่ไหม

279
00:17:59,400 --> 00:18:03,400
เอาตัวที่อยู่บนสุด

280
00:18:03,400 --> 00:18:07,400
ตัวล่าสุดน่ะ ตัวล่าสุด ถูกไหมคะ ถ้าอยู่ในแนวนอนตัวล่าสุดจะอยู่

281
00:18:07,402 --> 00:18:11,400
ด้านขวา

282
00:18:11,400 --> 00:18:15,400
ถ้าเป็นแนวตั้งตัวล่าสุดจะอยู่ข้างบนใช่ไหมคะ

283
00:18:15,404 --> 00:18:19,400
เลข 3 จะถูก

284
00:18:19,400 --> 00:18:23,400
ดึงออกมานะคะ หลังจากที่เราใช้คำสั่ง Pop

285
00:18:23,403 --> 00:18:27,401

286
00:18:27,401 --> 00:18:31,400
โอเค

287
00:18:31,400 --> 00:18:35,400
ถัดมา ตัวนี้จะเป็นคำสั่ง

288
00:18:35,400 --> 00:18:39,400
ที่เราใช้เขียน เช่น

289
00:18:39,401 --> 00:18:43,401
เราจะเช็กว่า Stack นั้น เป็น Stack ว่าง

290
00:18:43,406 --> 00:18:47,401
หรือเปล่า เราก็ดูขนาดของ Stack ใช่ไหมคะ

291
00:18:47,401 --> 00:18:51,401
หาขนาดของ Stack ว่ามันมีขนาด

292
00:18:51,401 --> 00:18:55,401
เท่าไหร่ ถ้าขนาดมันมีค่าเป็น 0

293
00:18:55,401 --> 00:18:59,401
แสดงว่ามันเป็น Stack ว่าง คือไม่มีข้อมูลอยู่เลย

294
00:18:59,402 --> 00:19:03,402
ก็ไม่ต้องทำอะไรใช่ไหมคะ แต่ถ้า

295
00:19:03,402 --> 00:19:07,400
มันไม่ใช่ Stack ว่าง เราก็

296
00:19:07,400 --> 00:19:11,400
จะดึงค่าที่อยู่บนสุดออกมา

297
00:19:11,402 --> 00:19:15,400
คราวนี้

298
00:19:15,400 --> 00:19:19,400
อันนี้จะเป็นโค้ด เป็นโปรแกรมที่เราจะเขียนทั้งหมด

299
00:19:20,402 --> 00:19:24,402
เดี๋ยวครูบอกอีกทีข้างหลัง

300
00:19:29,562 --> 00:19:28,008
นะคะ

301
00:19:24,401 --> 00:19:28,401
สมมติว่า

302
00:19:28,407 --> 00:19:32,403

303
00:19:32,403 --> 00:19:36,400

304
00:19:36,400 --> 00:19:40,400

305
00:19:40,404 --> 00:19:44,402
ครูอยาก...

306
00:19:44,402 --> 00:19:48,402

307
00:19:48,410 --> 00:19:52,400

308
00:19:52,400 --> 00:19:56,400

309
00:19:56,401 --> 00:20:00,400

310
00:20:00,400 --> 00:20:04,400

311
00:20:04,402 --> 00:20:08,401

312
00:20:08,401 --> 00:20:12,400

313
00:20:12,400 --> 00:20:16,400

314
00:20:16,401 --> 00:20:20,400

315
00:20:20,400 --> 00:20:24,400

316
00:20:24,403 --> 00:20:28,400

317
00:20:28,400 --> 00:20:32,400

318
00:20:32,400 --> 00:20:36,400

319
00:20:36,408 --> 00:20:40,408

320
00:20:40,408 --> 00:20:44,401
คราวนี้ดูนะคะ

321
00:20:44,401 --> 00:20:48,401
ครูมี Stack มาให้ Stack ครูมีกี่ช่องคะ

322
00:20:48,402 --> 00:20:52,402
มี 4 ช่อง ในแนวตั้งถูกหรือเปล่า

323
00:20:52,416 --> 00:20:56,405
เป็น Stack ในแนวตั้ง มี 4 ช่องนะคะ

324
00:20:56,405 --> 00:21:00,403
ตัวแรก ตัวแรกน่ะ จะอยู่

325
00:21:00,403 --> 00:21:04,403
ด้านฐาน  จะอยู่ด้านล่างสุดนะ เวลาเราหย่อนข้อมูลลงไป ตัวแรก

326
00:21:04,407 --> 00:21:08,405
จะลงมาอยู่ช่องล่างสุด แล้วค่อยขยับไปช่องถัดไป ๆ

327
00:21:08,405 --> 00:21:12,405
นะคะ จะซ้อนขึ้นไปข้างบนนะ ถ้าเป็น Stack ในแนวตั้ง

328
00:21:12,406 --> 00:21:16,401
คำสั่ง

329
00:21:16,401 --> 00:21:20,401
อย่างที่บอก เรามีแค่ 2 คำสั่งนะ มีแค่ Push กับ Pop

330
00:21:20,407 --> 00:21:24,404
ใช่ไหมคะ Push

331
00:21:24,404 --> 00:21:28,404
ใส่ข้อมูล

332
00:21:28,411 --> 00:21:32,411
กับ Pop

333
00:21:32,412 --> 00:21:36,402
เอาข้อมูลออก คือ ใส่กับเอาออก

334
00:21:36,402 --> 00:21:40,401
นะคะ คราวนี้ดู

335
00:21:40,401 --> 00:21:44,401
Push 5 เห็นไหมคะ ครูใส่หมายเลขช่องก่อนนะ

336
00:21:44,410 --> 00:21:48,410
อันนี้เป็นหมายเลข 1, 0, 1, 2, 3

337
00:21:56,954 --> 00:21:56,408
นะ

338
00:21:48,402 --> 00:21:52,402
เราจะได้เข้าใจตรงกัน โอเค

339
00:21:52,404 --> 00:21:56,402
นะคะ มีหลายเลขช่องแล้วนะ มี 0 1 2 3

340
00:21:56,402 --> 00:22:00,401
ครูสั่ง Push 5 5 จะ

341
00:22:00,401 --> 00:22:04,401
ไปอยู่ที่ช่องไหนคะ ช่องไหนเอ่ย

342
00:22:04,402 --> 00:22:08,402
ช่องหมายเลขอะไร ครูหย่อน 5

343
00:22:08,405 --> 00:22:12,403
ลงไป มันก็จะไหลลง มาอยู่ที่ช่องไหนคะ

344
00:22:12,403 --> 00:22:16,403
ช่อง 0 เห็นไหม พอครูหย่อน 5 ลงมา

345
00:22:16,418 --> 00:22:20,411
มันก็ไหลลงมาเรื่อย ๆ จนมาอยู่ที่

346
00:22:20,411 --> 00:22:24,404
ช่อง 0 เสร็จแล้วครูสั่งคำสั่ง Push

347
00:22:24,404 --> 00:22:28,402
10 เดิมมันมี 5 อยู่แล้วนะ

348
00:22:28,402 --> 00:22:32,402
แล้วครูสั่ง Push 10 เพราะฉะนั้น 10 จะมาอยู่ที่ไหนคะ

349
00:22:32,408 --> 00:22:36,401
10 จะมาอยู่ที่...

350
00:22:36,401 --> 00:22:40,401
1 ถูกไหมคะ ก็หย่อน 10 ลงมานะ

351
00:22:40,410 --> 00:22:44,407
ถัดมา เดิม

352
00:22:44,407 --> 00:22:48,404
เดิม มี 5 กับ 10 แล้ว ครูเขียนเรียบร้อยก่อน

353
00:22:48,404 --> 00:22:52,402
นะคะ ใส่ที่ช่อง 0 กับช่อง 1 ครู

354
00:22:52,402 --> 00:22:56,402
สั่ง Push 15 ไปอยู่ที่ช่องไหนคะ 2 ใช่ไหม

355
00:22:56,405 --> 00:23:00,403
เห็นไหม พอ Push ข้อมูลลงไป

356
00:23:00,403 --> 00:23:04,403
คราวนี้ จากรูปนี้ ครูสั่ง Pop

357
00:23:04,403 --> 00:23:08,401
เอาอะไรออกมา

358
00:23:08,401 --> 00:23:12,401
จากรูปนี้ พอครูสั่ง Pop ปุ๊บ เอาอะไรออกมาคะ

359
00:23:12,406 --> 00:23:16,405
เอาอะไรออกมาเอ่ย

360
00:23:16,405 --> 00:23:20,405
15 ใช่ไหม เอาตัวบนสุด

361
00:23:20,405 --> 00:23:24,404
เลือก

362
00:23:24,404 --> 00:23:28,404
เราเลือก

363
00:23:28,406 --> 00:23:32,401
ตัวบนสุดออกมาใช่ไหมคะ

364
00:23:32,401 --> 00:23:36,401
เพราะฉะนั้น 15 จะถูกดึง

365
00:23:36,406 --> 00:23:40,403
ออกมาข้างนอกเห็นไหมคะ

366
00:23:40,403 --> 00:23:44,403
เพราะฉะนั้น ใน Stack จะเหลือแค่ 10 กับ 5

367
00:23:44,404 --> 00:23:48,404
ครูสั่ง Pop อีกทีหนึ่ง

368
00:23:48,405 --> 00:23:52,405
เอาอะไรออกมาคะ เดิม

369
00:23:52,406 --> 00:23:56,406
มี 5 กับ 10

370
00:24:01,015 --> 00:24:00,900

371
00:23:56,401 --> 00:24:00,401
คราวนี้เอาอะไรออกมา ครูสั่ง Pop ปุ๊บ อะไรออกมาคะ

372
00:24:07,520 --> 00:24:07,380

373
00:24:00,404 --> 00:24:04,404
10 ออกมาเห็นไหม 10 ไม่เหลือแล้ว

374
00:24:12,445 --> 00:24:11,010

375
00:24:04,404 --> 00:24:08,404
เพราะฉะนั้น ตอนนี้ ใน Stack เราเหลือกี่ค่าคะ

376
00:24:08,405 --> 00:24:12,402
ค่าเดียว คือเลข 5

377
00:24:12,402 --> 00:24:16,402
จดตัวนี้ไว้ในกระดาษให้ครูหน่อย

378
00:24:21,744 --> 00:24:30,768

379
00:24:16,406 --> 00:24:20,402

380
00:24:20,402 --> 00:24:24,402
เดี๋ยวครูจะให้ทำแบบฝึกหัด

381
00:24:24,407 --> 00:24:28,404
นะคะ

382
00:24:28,404 --> 00:24:32,404

383
00:24:32,411 --> 00:24:36,402

384
00:24:36,402 --> 00:24:40,402

385
00:24:40,410 --> 00:24:44,405

386
00:24:44,405 --> 00:24:48,404

387
00:24:48,404 --> 00:24:52,402

388
00:24:52,402 --> 00:24:56,402

389
00:24:56,403 --> 00:25:00,402

390
00:25:00,402 --> 00:25:04,402

391
00:25:04,406 --> 00:25:08,405

392
00:25:08,405 --> 00:25:12,402

393
00:25:12,402 --> 00:25:16,402

394
00:25:16,412 --> 00:25:20,412

395
00:25:20,414 --> 00:25:24,409

396
00:25:24,409 --> 00:25:28,403

397
00:25:28,403 --> 00:25:32,403
มีกระดาษไหมคะ มีใครไม่มีกระดาษไหมคะ

398
00:25:32,405 --> 00:25:36,405
ครูมีกระดาษมาแจก มีไหมคะ

399
00:25:36,405 --> 00:25:40,402
มันจะมีเส้น

400
00:25:40,402 --> 00:25:44,402

401
00:25:44,402 --> 00:25:48,402

402
00:25:48,403 --> 00:25:52,403

403
00:25:52,404 --> 00:25:56,402

404
00:25:56,402 --> 00:26:00,402

405
00:26:00,403 --> 00:26:04,403

406
00:26:04,405 --> 00:26:08,405

407
00:26:08,410 --> 00:26:12,403

408
00:26:12,403 --> 00:26:16,403

409
00:26:16,409 --> 00:26:20,402

410
00:26:20,402 --> 00:26:24,402

411
00:26:24,402 --> 00:26:28,402

412
00:26:28,407 --> 00:26:32,402

413
00:26:32,402 --> 00:26:36,402

414
00:26:36,402 --> 00:26:40,402

415
00:26:40,405 --> 00:26:44,402

416
00:26:44,402 --> 00:26:48,402

417
00:26:48,402 --> 00:26:52,402

418
00:26:52,402 --> 00:26:56,402

419
00:26:56,403 --> 00:27:00,402

420
00:27:00,402 --> 00:27:04,402

421
00:27:04,403 --> 00:27:08,403

422
00:27:08,425 --> 00:27:12,406

423
00:27:12,406 --> 00:27:16,403

424
00:27:16,403 --> 00:27:20,403

425
00:27:20,406 --> 00:27:24,406

426
00:27:24,406 --> 00:27:28,404

427
00:27:28,404 --> 00:27:32,403

428
00:27:32,403 --> 00:27:36,402

429
00:27:36,402 --> 00:27:40,402

430
00:27:40,406 --> 00:27:44,402

431
00:27:44,402 --> 00:27:48,402

432
00:27:48,417 --> 00:27:52,405

433
00:27:52,405 --> 00:27:56,403

434
00:27:56,403 --> 00:28:00,403

435
00:28:00,410 --> 00:28:04,402

436
00:28:04,402 --> 00:28:08,402

437
00:28:08,403 --> 00:28:12,403

438
00:28:12,404 --> 00:28:16,403

439
00:28:16,403 --> 00:28:20,402

440
00:28:20,402 --> 00:28:24,402

441
00:28:24,403 --> 00:28:28,403

442
00:28:28,403 --> 00:28:32,403

443
00:28:32,403 --> 00:28:36,402

444
00:28:36,402 --> 00:28:40,402

445
00:28:40,403 --> 00:28:44,403

446
00:28:44,406 --> 00:28:48,406

447
00:28:48,409 --> 00:28:52,403

448
00:28:52,403 --> 00:28:56,403

449
00:28:56,403 --> 00:29:00,403

450
00:29:00,403 --> 00:29:04,403

451
00:29:04,403 --> 00:29:08,403

452
00:29:08,403 --> 00:29:12,403

453
00:29:12,408 --> 00:29:16,408

454
00:29:16,411 --> 00:29:20,405

455
00:29:20,405 --> 00:29:24,405

456
00:29:24,405 --> 00:29:28,405

457
00:29:28,405 --> 00:29:32,402

458
00:29:32,402 --> 00:29:36,402

459
00:29:36,415 --> 00:29:40,414

460
00:29:40,414 --> 00:29:44,403

461
00:29:44,403 --> 00:29:48,403

462
00:29:48,409 --> 00:29:52,407

463
00:29:52,407 --> 00:29:56,403

464
00:29:56,403 --> 00:30:00,403

465
00:30:00,404 --> 00:30:04,403

466
00:30:04,403 --> 00:30:08,403

467
00:30:08,406 --> 00:30:12,406

468
00:30:12,406 --> 00:30:16,404

469
00:30:16,404 --> 00:30:20,404

470
00:30:20,404 --> 00:30:24,403

471
00:30:24,403 --> 00:30:28,403

472
00:30:28,404 --> 00:30:32,403

473
00:30:32,403 --> 00:30:36,403

474
00:30:36,403 --> 00:30:40,403

475
00:30:40,403 --> 00:30:44,403

476
00:30:44,403 --> 00:30:48,403
คราวนี้นะคะ ครูมีโจทย์มาให้ แล้วก็มี

477
00:30:48,410 --> 00:30:52,403
คำสั่งมาให้

478
00:30:52,403 --> 00:30:56,403
ทำเหมือนเดิมเลย ใช่ไหมคะ แต่ครูมีตัว

479
00:30:56,406 --> 00:31:00,404
เริ่มต้นให้ ครูมีให้อยู่แล้ว อยู่ใน Stack คือ 5

480
00:31:00,404 --> 00:31:04,404
ใช่ไหมคะ อันแรก เราหย่อน

481
00:31:04,405 --> 00:31:08,405
เลข 2 ลงไป อันที่ 2 เขียนของเดิมก่อน

482
00:31:08,406 --> 00:31:12,406
ใช่ไหมคะ แล้วค่อยหย่อนเลข 7 ลงไป

483
00:31:12,415 --> 00:31:16,411
ถัดมา หย่อนเลข 1 Pop

484
00:31:16,411 --> 00:31:20,408
คือ เอาออกนะ คือ เอาออก แล้วบอกครูด้วยว่า

485
00:31:20,408 --> 00:31:24,408
ข้อมูล

486
00:31:24,414 --> 00:31:28,404
ที่เอาออกมา

487
00:31:28,404 --> 00:31:32,404
คืออะไร เสร็จแล้ว

488
00:31:32,404 --> 00:31:36,404
ก็มีคำสั่งตัวสุดท้าย คือ Push เลข 7 ลงไป

489
00:31:36,406 --> 00:31:40,406

490
00:31:40,407 --> 00:31:44,404
ลองทำดูนะคะ

491
00:31:44,404 --> 00:31:48,403

492
00:31:48,403 --> 00:31:52,403
เพราะฉะนั้น แต่ละข้อ

493
00:31:52,407 --> 00:31:56,407
มันจะต่อเนื่องกันไปนะคะ

494
00:32:02,487 --> 00:32:01,032

495
00:31:56,405 --> 00:32:00,405
ทำตัวแรก ข้อที่ 1 เสร็จ เอาข้อมูลนี่

496
00:32:07,193 --> 00:32:06,588

497
00:32:00,408 --> 00:32:04,408
มาตั้งต้นไว้ก่อน แล้วเราค่อย Push

498
00:32:04,409 --> 00:32:08,404
เลข 7 ลงไป เดี๋ยวเราทำด้วยกัน 1 ข้อนะ

499
00:32:08,404 --> 00:32:12,404
อันนี้คือ Push เลข 2  คือ หย่อนเลข 2

500
00:32:12,405 --> 00:32:16,405
ลงไป

501
00:32:16,419 --> 00:32:20,411

502
00:32:20,411 --> 00:32:24,407
ข้อที่ 2 ครูจะใส่เลข 7 เพราะฉะนั้น ครู

503
00:32:24,407 --> 00:32:28,407
ต้องใส่ข้อมูลเดิมก่อน

504
00:32:33,135 --> 00:32:32,219
นะคะ

505
00:32:28,404 --> 00:32:32,404
และก็หย่อนเลข 7 ลงไป ทำต่อให้ครูหน่อย

506
00:32:32,410 --> 00:32:36,404
อีก 3 อัน

507
00:32:36,404 --> 00:32:40,403

508
00:32:40,403 --> 00:32:44,403

509
00:32:44,404 --> 00:32:48,404

510
00:32:48,409 --> 00:32:52,409

511
00:32:52,412 --> 00:32:56,406

512
00:32:56,406 --> 00:33:00,404

513
00:33:00,404 --> 00:33:04,404

514
00:33:04,407 --> 00:33:08,407

515
00:33:08,409 --> 00:33:12,409

516
00:33:12,410 --> 00:33:16,408

517
00:33:16,408 --> 00:33:20,405

518
00:33:20,405 --> 00:33:24,405

519
00:33:24,406 --> 00:33:28,405

520
00:33:28,405 --> 00:33:32,405

521
00:33:32,408 --> 00:33:36,408

522
00:33:36,418 --> 00:33:40,407

523
00:33:40,407 --> 00:33:44,407

524
00:33:44,413 --> 00:33:48,406

525
00:33:48,406 --> 00:33:52,406

526
00:33:52,406 --> 00:33:56,404

527
00:33:56,404 --> 00:34:00,404

528
00:34:00,405 --> 00:34:04,405

529
00:34:04,405 --> 00:34:08,405

530
00:34:08,408 --> 00:34:12,408

531
00:34:12,414 --> 00:34:16,406

532
00:34:16,406 --> 00:34:20,406

533
00:34:20,424 --> 00:34:24,405

534
00:34:24,405 --> 00:34:28,405

535
00:34:28,411 --> 00:34:32,404

536
00:34:32,404 --> 00:34:36,404

537
00:34:36,404 --> 00:34:40,404

538
00:34:40,407 --> 00:34:44,407

539
00:34:44,408 --> 00:34:48,406

540
00:34:48,406 --> 00:34:52,404

541
00:34:52,404 --> 00:34:56,404

542
00:34:56,405 --> 00:35:00,404

543
00:35:00,404 --> 00:35:04,404

544
00:35:04,405 --> 00:35:08,405

545
00:35:08,407 --> 00:35:12,405

546
00:35:12,405 --> 00:35:16,405

547
00:35:16,406 --> 00:35:20,406

548
00:35:20,410 --> 00:35:24,405

549
00:35:24,405 --> 00:35:28,405

550
00:35:28,405 --> 00:35:32,405

551
00:35:32,405 --> 00:35:36,405

552
00:35:36,405 --> 00:35:40,405

553
00:35:40,406 --> 00:35:44,405

554
00:35:44,405 --> 00:35:48,405

555
00:35:48,408 --> 00:35:52,405

556
00:35:52,405 --> 00:35:56,405

557
00:35:56,405 --> 00:36:00,405

558
00:36:00,405 --> 00:36:04,405

559
00:36:04,405 --> 00:36:08,405

560
00:36:08,406 --> 00:36:12,406

561
00:36:12,407 --> 00:36:16,407

562
00:36:16,411 --> 00:36:20,405

563
00:36:20,405 --> 00:36:24,405

564
00:36:24,410 --> 00:36:28,405

565
00:36:28,405 --> 00:36:32,405

566
00:36:32,405 --> 00:36:36,405

567
00:36:36,405 --> 00:36:40,405

568
00:36:40,409 --> 00:36:44,408

569
00:36:44,408 --> 00:36:48,406

570
00:36:48,406 --> 00:36:52,405

571
00:36:52,405 --> 00:36:56,405

572
00:36:56,405 --> 00:37:00,405

573
00:37:00,405 --> 00:37:04,405

574
00:37:04,405 --> 00:37:08,405

575
00:37:08,405 --> 00:37:12,405

576
00:37:12,406 --> 00:37:16,406

577
00:37:16,407 --> 00:37:20,405

578
00:37:20,405 --> 00:37:24,405

579
00:37:24,407 --> 00:37:28,406

580
00:37:28,406 --> 00:37:32,406

581
00:37:32,406 --> 00:37:36,406

582
00:37:36,407 --> 00:37:40,407

583
00:37:40,409 --> 00:37:44,409

584
00:37:44,416 --> 00:37:48,407

585
00:37:48,407 --> 00:37:52,407

586
00:37:52,409 --> 00:37:56,407

587
00:37:56,407 --> 00:38:00,406

588
00:38:00,406 --> 00:38:04,406

589
00:38:04,406 --> 00:38:08,406

590
00:38:08,406 --> 00:38:12,406

591
00:38:12,406 --> 00:38:16,406

592
00:38:16,407 --> 00:38:20,407

593
00:38:20,410 --> 00:38:24,406

594
00:38:24,406 --> 00:38:28,406

595
00:38:28,407 --> 00:38:32,406

596
00:38:32,406 --> 00:38:36,406

597
00:38:36,410 --> 00:38:40,406

598
00:38:40,406 --> 00:38:44,406

599
00:38:44,407 --> 00:38:48,406

600
00:38:48,406 --> 00:38:52,406

601
00:38:52,408 --> 00:38:56,406

602
00:38:56,406 --> 00:39:00,406

603
00:39:00,408 --> 00:39:04,406

604
00:39:04,406 --> 00:39:08,406

605
00:39:08,412 --> 00:39:12,406

606
00:39:12,406 --> 00:39:16,406

607
00:39:16,418 --> 00:39:20,409

608
00:39:20,409 --> 00:39:24,409

609
00:39:24,409 --> 00:39:28,407

610
00:39:28,407 --> 00:39:32,407

611
00:39:32,411 --> 00:39:36,406

612
00:39:36,406 --> 00:39:40,406

613
00:39:40,409 --> 00:39:44,406

614
00:39:44,406 --> 00:39:48,406

615
00:39:48,407 --> 00:39:52,407

616
00:39:52,407 --> 00:39:56,407

617
00:39:56,407 --> 00:40:00,406

618
00:40:00,406 --> 00:40:04,406

619
00:40:04,411 --> 00:40:08,409

620
00:40:08,409 --> 00:40:12,409

621
00:40:12,412 --> 00:40:16,408

622
00:40:16,408 --> 00:40:20,407

623
00:40:20,407 --> 00:40:24,407

624
00:40:24,408 --> 00:40:28,408

625
00:40:28,409 --> 00:40:32,407

626
00:40:32,407 --> 00:40:36,407

627
00:40:36,407 --> 00:40:40,407

628
00:40:40,409 --> 00:40:44,407
คราวนี้เดี๋ยวเรามาดูเฉลยพร้อมกันนะคะ

629
00:40:44,407 --> 00:40:48,407

630
00:40:48,410 --> 00:40:52,408

631
00:40:52,408 --> 00:40:56,408
ข้อ 3 นะคะ ครูสั่ง Push 1 ก็คือใส่เลข 1 ลงไป

632
00:40:56,411 --> 00:41:00,409
ใน Stack เดิม

633
00:41:00,409 --> 00:41:04,409
เอาของเดิมยกมาก่อนนะ อย่าเพิ่งใส่นะ ของเดิม

634
00:41:04,411 --> 00:41:08,408
มี 3 ค่านะ เขียนก่อนนะคะ

635
00:41:08,408 --> 00:41:12,408
เขียนค่าเดิมก่อน ใส่ค่าเดิมมาก่อน

636
00:41:12,410 --> 00:41:16,407
นะคะ เสร็จแล้วครูสั่ง Push 1

637
00:41:16,407 --> 00:41:20,407
1 จะอยู่ด้านบนเลข 7

638
00:41:20,411 --> 00:41:24,408
ใช่ไหมคะ

639
00:41:24,408 --> 00:41:28,408
จากนั้นครูสั่ง Pop Pop คือ เอาออก

640
00:41:28,423 --> 00:41:32,412
บนสุดคืออะไร คือ 1 ใช่ไหมคะ เพราะฉะนั้น

641
00:41:32,412 --> 00:41:36,412
เอาอะไรออก เอา 1 ออก เพราะฉะนั้น ที่เหลือ

642
00:41:36,414 --> 00:41:40,414
ก็คือ 5, 2, 7 ใช่ไหมคะ 1

643
00:41:40,416 --> 00:41:44,409
จะถูกเอาออกมาใช่ไหม เพราะฉะนั้น ข้อมูล

644
00:41:44,409 --> 00:41:48,409
ที่นำออกจาก Stack ก็คือ 1

645
00:41:48,409 --> 00:41:52,409
นะคะ

646
00:41:52,409 --> 00:41:56,409
ครูสั่ง Push อีกครั้งหนึ่งทำอย่างไร

647
00:41:56,412 --> 00:42:00,410
ก็เอาของเดิมที่มีอยู่ใน Stack เขียนก่อน

648
00:42:00,410 --> 00:42:04,410
เพราะฉะนั้น กรณีที่ Push ข้อมูล

649
00:42:04,410 --> 00:42:08,408
ลงไปใน Stack  ยกของเดิมมาก่อน

650
00:42:08,408 --> 00:42:12,407
เสร็จแล้ว

651
00:42:12,407 --> 00:42:16,407
ใส่ตัวเลขที่ครูสั่งลงไป ก็คือ 7 7

652
00:42:16,422 --> 00:42:20,422
ก็จะอยู่ด้านบนนะคะ อันนี้ คือ

653
00:42:29,675 --> 00:42:30,029

654
00:42:20,411 --> 00:42:24,411
Stack ที่ได้หลังจากที่เราใช้

655
00:42:24,411 --> 00:42:28,411
คำสั่งทั้งหมด 5 คำสั่ง

656
00:42:28,412 --> 00:42:32,410

657
00:42:32,410 --> 00:42:36,409
โอเค

658
00:42:36,409 --> 00:42:40,408

659
00:42:40,408 --> 00:42:44,408
ถัดมาครูเปลี่ยนนะ จากแนวตั้ง

660
00:42:44,410 --> 00:42:48,410
เป็นแนวนอนนะคะ ถ้าครูลองเปลี่ยน Stack เป็นแนวนอน

661
00:42:48,422 --> 00:42:52,422
บ้าง

662
00:42:58,466 --> 00:43:33,009

663
00:42:52,408 --> 00:42:56,408

664
00:42:56,408 --> 00:43:00,408

665
00:43:00,408 --> 00:43:04,408

666
00:43:04,408 --> 00:43:08,408

667
00:43:08,408 --> 00:43:12,408

668
00:43:12,410 --> 00:43:16,408

669
00:43:16,408 --> 00:43:20,408

670
00:43:20,410 --> 00:43:24,408

671
00:43:24,408 --> 00:43:28,408
คราวนี้ ครูลองเปลี่ยน Stack เป็นอีกรูปแบบหนึ่ง

672
00:43:28,411 --> 00:43:32,409
เป็นแนวนอนบ้างนะคะ

673
00:43:32,409 --> 00:43:36,409
และครูมีตัวเลข

674
00:43:36,409 --> 00:43:40,409
ที่อยู่ใน Stack ไว้ให้ คือ 3

675
00:43:40,411 --> 00:43:44,411
แล้วก็ 1 ถูกไหม ตัวแรกจะอยู่ซ้ายสุด ใช่ไหมคะ

676
00:43:44,412 --> 00:43:48,412
ถัดมาก็จะเป็นตัวที่ 2

677
00:43:48,414 --> 00:43:52,414
แล้วครูใช้คำสั่ง Push 5 ข้อที่ 2

678
00:43:52,420 --> 00:43:56,409
ครู Push 6 เสร็จแล้ว

679
00:43:56,409 --> 00:44:00,409
ครู Pop นะคะ ลองทำสิ

680
00:44:06,419 --> 00:49:31,848

681
00:44:00,408 --> 00:44:04,408

682
00:44:04,408 --> 00:44:08,408

683
00:44:08,409 --> 00:44:12,409

684
00:44:12,411 --> 00:44:16,408

685
00:44:16,408 --> 00:44:20,408

686
00:44:20,414 --> 00:44:24,408

687
00:44:24,408 --> 00:44:28,408

688
00:44:28,419 --> 00:44:32,408

689
00:44:32,408 --> 00:44:36,408

690
00:44:36,409 --> 00:44:40,408

691
00:44:40,408 --> 00:44:44,408

692
00:44:44,408 --> 00:44:48,408

693
00:44:48,410 --> 00:44:52,408

694
00:44:52,408 --> 00:44:56,408

695
00:44:56,408 --> 00:45:00,408

696
00:45:00,408 --> 00:45:04,408

697
00:45:04,413 --> 00:45:08,408

698
00:45:08,408 --> 00:45:12,408

699
00:45:12,409 --> 00:45:16,409

700
00:45:16,409 --> 00:45:20,408

701
00:45:20,408 --> 00:45:24,408

702
00:45:24,409 --> 00:45:28,409

703
00:45:28,416 --> 00:45:32,408

704
00:45:32,408 --> 00:45:36,408

705
00:45:36,408 --> 00:45:40,408

706
00:45:40,413 --> 00:45:44,409

707
00:45:44,409 --> 00:45:48,409

708
00:45:48,410 --> 00:45:52,410

709
00:45:52,419 --> 00:45:56,409

710
00:45:56,409 --> 00:46:00,409

711
00:46:00,410 --> 00:46:04,408

712
00:46:04,408 --> 00:46:08,408

713
00:46:08,409 --> 00:46:12,409

714
00:46:12,409 --> 00:46:16,409

715
00:46:16,409 --> 00:46:20,409

716
00:46:20,409 --> 00:46:24,409

717
00:46:24,409 --> 00:46:28,409

718
00:46:28,409 --> 00:46:32,409

719
00:46:32,410 --> 00:46:36,408

720
00:46:36,408 --> 00:46:40,408

721
00:46:40,415 --> 00:46:44,409

722
00:46:44,409 --> 00:46:48,409

723
00:46:48,409 --> 00:46:52,409

724
00:46:52,412 --> 00:46:56,409

725
00:46:56,409 --> 00:47:00,409

726
00:47:00,409 --> 00:47:04,409

727
00:47:04,410 --> 00:47:08,410

728
00:47:08,410 --> 00:47:12,409

729
00:47:12,409 --> 00:47:16,409

730
00:47:16,414 --> 00:47:20,414

731
00:47:20,419 --> 00:47:24,414

732
00:47:24,414 --> 00:47:28,410

733
00:47:28,410 --> 00:47:32,409

734
00:47:32,409 --> 00:47:36,409

735
00:47:36,410 --> 00:47:40,410

736
00:47:40,411 --> 00:47:44,409

737
00:47:44,409 --> 00:47:48,409

738
00:47:48,420 --> 00:47:52,409

739
00:47:52,409 --> 00:47:56,409

740
00:47:56,409 --> 00:48:00,409

741
00:48:00,410 --> 00:48:04,410

742
00:48:04,416 --> 00:48:08,412

743
00:48:08,412 --> 00:48:12,409

744
00:48:12,409 --> 00:48:16,409

745
00:48:16,414 --> 00:48:20,409

746
00:48:20,409 --> 00:48:24,409

747
00:48:24,411 --> 00:48:28,409

748
00:48:28,409 --> 00:48:32,409

749
00:48:32,409 --> 00:48:36,409

750
00:48:36,411 --> 00:48:40,409

751
00:48:40,409 --> 00:48:44,409

752
00:48:44,412 --> 00:48:48,411

753
00:48:48,411 --> 00:48:52,411

754
00:48:52,412 --> 00:48:56,409

755
00:48:56,409 --> 00:49:00,408

756
00:49:00,408 --> 00:49:04,408

757
00:49:04,408 --> 00:49:08,408

758
00:49:08,414 --> 00:49:12,409

759
00:49:12,409 --> 00:49:16,408

760
00:49:16,408 --> 00:49:20,408

761
00:49:20,408 --> 00:49:24,408

762
00:49:24,408 --> 00:49:28,408

763
00:49:28,409 --> 00:49:32,408

764
00:49:32,408 --> 00:49:36,408

765
00:49:36,411 --> 00:49:40,408

766
00:49:40,408 --> 00:49:44,407

767
00:49:44,407 --> 00:49:48,407

768
00:49:48,420 --> 00:49:52,408

769
00:49:52,408 --> 00:49:56,407

770
00:49:56,407 --> 00:50:00,407

771
00:50:00,407 --> 00:50:04,406
คราวนี้นะคะ

772
00:50:04,406 --> 00:50:08,406
มาดูเฉลยด้วยกัน

773
00:50:08,407 --> 00:50:12,407
ครูสั่ง Push 5 แสดงว่า

774
00:50:12,407 --> 00:50:16,407
ครูกำลังจะใส่ข้อมูลลงไปใน Stack

775
00:50:25,582 --> 00:50:29,582
คือเลข 5 นะคะ

776
00:50:31,028 --> 00:50:30,315

777
00:50:16,408 --> 00:50:20,408
ครูก็เอาเลข 5 มาหย่อนลงเลยนะ

778
00:50:34,315 --> 00:50:33,053

779
00:50:20,408 --> 00:50:24,406
เอาเลข 5 มาหย่อนเลยนะคะ

780
00:50:24,406 --> 00:50:28,406
ถัดมา ครูใช้คำสั่ง Push

781
00:50:28,408 --> 00:50:32,407
ครูใช้คำสั่ง Push ทำอย่างไร เอาของเดิมมา

782
00:50:32,407 --> 00:50:36,406
ของเดิมยกลงมาก่อน ยกของเดิม

783
00:50:36,406 --> 00:50:40,406
มาใส่ก่อนนะคะ ก็จะมี 3,

784
00:50:40,411 --> 00:50:44,410
1 แล้วก็ 5

785
00:50:44,410 --> 00:50:48,408
จากนั้น เรา Push ค่าใหม่ ใส่ค่าใหม่

786
00:50:48,408 --> 00:50:52,408
ลงไป ก็คือ 6

787
00:50:52,411 --> 00:50:56,408
โอเคนะ ใส่ค่า 6 ก็คือค่าใหม่ลงไปใน Stack

788
00:50:56,408 --> 00:51:00,407
เสร็จแล้วครูใช้คำสั่ง Pop

789
00:51:00,407 --> 00:51:04,405
ก็คือเอาออก ก็คือเอาตัวล่าสุด

790
00:51:04,405 --> 00:51:08,405
ก็คือที่อยู่ด้านขวา เอาออก

791
00:51:08,406 --> 00:51:12,406
เพราะฉะนั้น ค่าที่ถูกเอาออก ก็คือเลข 6

792
00:51:12,406 --> 00:51:16,406
เห็นไหมคะ เอาเลข 6 ออกมา

793
00:51:16,406 --> 00:51:20,406
แล้วเราก็ยกตัวที่เหลือ

794
00:51:20,408 --> 00:51:24,405
ลงมาใส่ ก็จะเหลือเป็น

795
00:51:24,405 --> 00:51:28,405
3, 1 แล้วก็ 5 นะคะ

796
00:51:28,422 --> 00:51:32,405

797
00:51:32,405 --> 00:51:36,405

798
00:51:36,407 --> 00:51:40,404

799
00:51:40,404 --> 00:51:44,404

800
00:51:44,404 --> 00:51:48,404

801
00:51:48,404 --> 00:51:52,404

802
00:51:52,404 --> 00:51:56,404

803
00:51:56,405 --> 00:52:00,405

804
00:52:00,406 --> 00:52:04,405

805
00:52:04,405 --> 00:52:08,404

806
00:52:08,404 --> 00:52:12,404

807
00:52:12,413 --> 00:52:16,404

808
00:52:16,404 --> 00:52:20,403

809
00:52:20,403 --> 00:52:24,403

810
00:52:24,403 --> 00:52:28,403

811
00:52:28,404 --> 00:52:32,404

812
00:52:32,407 --> 00:52:36,403

813
00:52:36,403 --> 00:52:40,403

814
00:52:40,419 --> 00:52:44,419
คราวนี้นะคะ มาดูต่อ

815
00:52:54,125 --> 00:52:53,293

816
00:52:44,407 --> 00:52:48,407
กระดาษที่ครูแจกเอาวางไว้ก่อนนะคะ อย่าเพิ่งใช้ เรายังไม่ใช้ตอนนี้

817
00:52:59,708 --> 00:53:01,848

818
00:52:48,423 --> 00:52:52,403

819
00:52:52,403 --> 00:52:56,403

820
00:52:56,407 --> 00:53:00,403
เราใช้ Stack ทำอะไร เมื่อกี้

821
00:53:00,403 --> 00:53:04,403
เราพูดถึง Stack ไปแล้วนะ เข้าก่อนออกทีหลัง

822
00:53:04,410 --> 00:53:08,410
นะคะ ข้อมูลไหนเข้าก่อน

823
00:53:14,516 --> 00:53:13,046

824
00:53:08,403 --> 00:53:12,403
จะถูกเอาออกทีหลัง

825
00:53:12,405 --> 00:53:16,405
แล้วเราใช้ Stack ทำอะไรบ้าง

826
00:53:16,405 --> 00:53:20,405
เราใช้ Stack มาทำอะไรบ้าง

827
00:53:20,415 --> 00:53:24,404
ทุกคนบวกเลขเป็นใช่ไหม ทุกคนบวก ลบคูณ หาร

828
00:53:24,404 --> 00:53:28,404
สมการทางคณิตศาสตร์ได้ Stack

829
00:53:39,106 --> 00:53:38,563

830
00:53:28,402 --> 00:53:32,402
จะถูกเอามาใช้ในการ

831
00:53:32,407 --> 00:53:36,402
หาผลลัพธ์ของสมการคณิตศาสตร์

832
00:53:36,402 --> 00:53:40,402
บวกเลข บวกลบเลขนะคะ

833
00:53:40,402 --> 00:53:44,402
คราวนี้ ก่อนที่จะไปดูรูปแบบของการ

834
00:53:44,402 --> 00:53:48,402
ใช้ Stack แล้ว Stack มันเกี่ยวข้องอย่างไร

835
00:53:48,403 --> 00:53:52,403
กับการบวก ลบ คูณ หาร นะคะ เรามาดูรูปแบบก่อนว่า

836
00:53:52,404 --> 00:53:56,402
เราใช้ Stack เพื่อเป็นนิพนธ์

837
00:53:56,402 --> 00:54:00,402
ก็คือลักษณะของสมการ

838
00:54:00,404 --> 00:54:04,404
มีอยู่ 3 รูปแบบ รูปแบบแรก

839
00:54:04,404 --> 00:54:08,404
ก็คือ

840
00:54:21,509 --> 00:54:23,634
Infix

841
00:54:08,402 --> 00:54:12,402
บวก ลบ คูณ หาร จะอยู่ระหว่างตัวเลข

842
00:54:12,403 --> 00:54:16,403
นะคะ อันนี้คือ Infix นิพจน์ตัวที่ 2

843
00:54:16,406 --> 00:54:20,402
ก็คือ Prefix

844
00:54:20,402 --> 00:54:24,402
เครื่องหมาย บวก ลบ คูณ หาร จะอยู่ด้านหน้า

845
00:54:24,403 --> 00:54:28,401
และตัวสุดท้าย คือ

846
00:54:28,401 --> 00:54:32,401
Postfix เครื่องหมายจะไปอยู่ด้านหลังของตัวเลข

847
00:54:43,608 --> 00:54:44,604

848
00:54:32,404 --> 00:54:36,403
AC อันนี้ คือ ตัวเลขนะคะ

849
00:54:36,403 --> 00:54:40,403
เราจะแทนด้วยตัวเลขใด ๆ

850
00:54:40,404 --> 00:54:44,402
คราวนี้ดูนะคะ ในการคำนวณ

851
00:54:44,402 --> 00:54:48,401
ทางคณิตศาสตร์นะ

852
00:54:48,401 --> 00:54:52,401
เวลาเราเจอนะคะ การบวก ลบ

853
00:54:52,404 --> 00:54:56,401
ที่มันมีมากกว่า 2 ตัวเลข

854
00:54:56,401 --> 00:55:00,401
เช่นแบบนี้

855
00:55:00,402 --> 00:55:04,402
5 + 2 x 2 มันมีตัวเลขมากกว่า 2 ตัว

856
00:55:04,402 --> 00:55:08,401
นะคะ แล้วเรา

857
00:55:08,401 --> 00:55:12,401
จะบวกลบเลขอย่างไร

858
00:55:12,401 --> 00:55:16,401
เรามีลำดับความสัมพันธ์ของ

859
00:55:16,405 --> 00:55:20,401
เครื่องหมาย เจอวงเล็บ

860
00:55:20,401 --> 00:55:24,401
ก่อน ทำในวงเล็บ

861
00:55:24,402 --> 00:55:28,401
ใช่ไหมคะ เราเจอในวงเล็บ เรา

862
00:55:28,401 --> 00:55:32,401
บวกลบเลขนี่ในเครื่องหมายวงเล็บก่อน

863
00:55:32,402 --> 00:55:36,401
จากนั้น ลำดับความสำคัญตัวที่ 2 ที่ต้อง

864
00:55:36,401 --> 00:55:40,401
ทำก่อน ก็คือเครื่องหมาย

865
00:55:40,401 --> 00:55:44,401
ยกกำลัง เช่น 2 ยกกำลัง 2 ถูกไหมคะ

866
00:55:44,402 --> 00:55:48,401
3 ยกกำลัง 2 อย่างนี้เป็นต้น

867
00:55:48,401 --> 00:55:52,401
เจอเลขยกกำลังเสร็จแล้ว

868
00:55:52,401 --> 00:55:56,401
เราจะคำนวณเครื่องหมายไหนต่อไป คูณ

869
00:55:56,405 --> 00:56:00,402
กับหาร คูณกับหารมีลำดับความสำคัญ

870
00:56:00,402 --> 00:56:04,402
เท่ากันนะคะ มีลำดับความสำคัญ

871
00:56:04,402 --> 00:56:08,400
เท่ากัน ตามด้วยบวกกับลบ

872
00:56:08,400 --> 00:56:12,400
บวกกับลบก็มีความสำคัญ

873
00:56:12,405 --> 00:56:16,401
เท่ากัน แต่จะทำ

874
00:56:16,401 --> 00:56:20,401
หลังการทำเครื่องหมายคูณกับหาร

875
00:56:26,677 --> 00:56:25,015
นะคะ

876
00:56:21,403 --> 00:56:25,400

877
00:56:25,400 --> 00:56:29,400
คราวนี้มาดูโจทย์ ครู 2 ตัวนี้

878
00:56:29,402 --> 00:56:33,402
เป็นตัวเลขตัวเดียวกันเลย 5 + 2

879
00:56:33,405 --> 00:56:37,399
x 2 ตัวแรก

880
00:56:37,399 --> 00:56:41,399
ครูมีวงเล็บเปิดกับวงเล็บปิด โจทย์ตัวที่ 2 ครูไม่ได้ใส่วงเล็บไม่มี

881
00:56:41,403 --> 00:56:45,403
วงเล็บนะคะ ครูไม่มีวงเล็บนะ

882
00:56:45,404 --> 00:56:49,404
คราวนี้มาดูข้อแรกก่อน

883
00:56:49,406 --> 00:56:53,404
อย่างที่บอกว่าถ้าเจอวงเล็บ

884
00:56:53,404 --> 00:56:57,401
วงเล็บเปิด วงเล็บปิด ทำ

885
00:56:57,401 --> 00:57:01,399
ข้างในวงเล็บก่อน

886
00:57:01,399 --> 00:57:05,399
เพราะฉะนั้น เราเอาอะไรบวกกันก่อน 5 + 2

887
00:57:05,414 --> 00:57:09,400
เป็นเท่าไรคะ เป็น 7

888
00:57:09,400 --> 00:57:13,399
7 แล้วคูณด้วย 2 เท่ากับเท่าไหร่

889
00:57:13,399 --> 00:57:17,399
เท่ากับเท่าไหร่คะ

890
00:57:17,401 --> 00:57:21,398
เท่ากับ 14

891
00:57:21,398 --> 00:57:25,398

892
00:57:25,399 --> 00:57:29,399
ตัวเลขเท่ากับ 14 ตัวแรกนะคะ เท่ากับ 14

893
00:57:29,400 --> 00:57:33,399
แล้วมาดูข้อ 2 ครูตัด

894
00:57:33,399 --> 00:57:37,399
วงเล็บทิ้งไป 5 + 2 x 2

895
00:57:37,399 --> 00:57:41,399
เราทำตรงไหนก่อน

896
00:57:48,118 --> 00:57:49,465

897
00:57:41,398 --> 00:57:45,398
ย้อนกลับขึ้นมาดูข้างบน ระหว่างบวกกับคูณ

898
00:57:55,188 --> 00:57:52,442

899
00:57:45,402 --> 00:57:49,399
อะไรสำคัญมากกว่ากัน

900
00:57:49,399 --> 00:57:53,399
อะไรมีความสำคัญมากกว่ากันคะ

901
00:57:58,298 --> 00:57:58,108

902
00:57:53,399 --> 00:57:57,399
บวกกับคูณ

903
00:58:02,108 --> 00:58:06,108
ใช

904
00:58:08,334 --> 00:58:07,658
่คูณ

905
00:57:57,397 --> 00:58:01,397

906
00:58:01,400 --> 00:58:05,399
ข้างบนเห็นไหมคะ ว่า 1 นี่

907
00:58:05,399 --> 00:58:09,399
มีความสำคัญมากสุดนะ 2. ความสำคัญรองลงมา

908
00:58:09,400 --> 00:58:13,400
ตัวนี้ เบอร์ 3 ความสำคัญ

909
00:58:13,401 --> 00:58:17,401
รองลงมา เบอร์ 4 ความสำคัญน้อยสุดเลย

910
00:58:17,403 --> 00:58:21,398
เพราะฉะนั้น คูณกับบวก

911
00:58:21,398 --> 00:58:25,398
อะไรมีความสำคัญมากกว่ากัน

912
00:58:25,398 --> 00:58:29,398
คูณใช่ไหมคะ อันนี้คือมากสุด

913
00:58:29,398 --> 00:58:33,397
มากสุด

914
00:58:33,397 --> 00:58:37,397
เพราะฉะนั้น เรา

915
00:58:37,397 --> 00:58:41,397
ทำอะไรก่อน 5+2

916
00:58:41,398 --> 00:58:45,397
หรือเอา 2 x 2  2 x 2

917
00:58:45,397 --> 00:58:49,397
เป็น 4 4 + 5

918
00:58:49,399 --> 00:58:53,398
เป็นเท่าไหร่คะ

919
00:58:53,398 --> 00:58:57,398
เป็น 9

920
00:58:57,398 --> 00:59:01,396
โอเค

921
00:59:01,396 --> 00:59:05,396
ถ้าครูเขียนใหม่

922
00:59:05,397 --> 00:59:09,397

923
00:59:09,399 --> 00:59:13,399

924
00:59:13,399 --> 00:59:17,399
เลข 2 หรือ เดี๋ยวนะ

925
00:59:24,886 --> 00:59:41,670

926
00:59:17,400 --> 00:59:21,397

927
00:59:21,397 --> 00:59:25,396

928
00:59:25,396 --> 00:59:29,396

929
00:59:29,397 --> 00:59:33,397

930
00:59:33,397 --> 00:59:37,397
โจทย์ข้อนี้

931
00:59:45,670 --> 00:59:44,798

932
00:59:37,396 --> 00:59:41,396
5 คูณ 2

933
00:59:41,399 --> 00:59:45,399
เท่ากับ 12 คนอื่น

934
00:59:45,399 --> 00:59:49,399
ได้ไหมคะ เห็นไหม ตัวเลขเดียวกันเลย

935
00:59:49,401 --> 00:59:53,400
สลับแล้วก็คเครื่องหมายมีเหมือนกันเลย

936
00:59:53,400 --> 00:59:57,400
แค่สลับตำแหน่งค่าก็เปลี่ยนแล้ว

937
01:00:05,003 --> 01:00:03,598

938
00:59:57,400 --> 01:00:01,400
ทันไหมคะ คูณกับบวก แสดงว่า

939
01:00:01,401 --> 01:00:05,397
ทำคูณก่อน 5 คูณ 2

940
01:00:05,397 --> 01:00:09,397
เป็น 10 10 + 2 เป็น 12

941
01:00:17,777 --> 01:00:18,038

942
01:00:09,397 --> 01:00:13,397

943
01:00:13,418 --> 01:00:17,396
โอเค

944
01:00:17,396 --> 01:00:21,396
เอาตัวนี้บวกกันก่อน... คูณกันก่อนนะคะ

945
01:00:21,398 --> 01:00:25,398
5 x 2 เป็น 10 แล้ว 10 ค่อยมาบวกกับ

946
01:00:25,405 --> 01:00:29,396
2 โอเค

947
01:00:29,396 --> 01:00:33,396
จะเห็นว่า

948
01:00:38,291 --> 01:00:38,182

949
01:00:33,398 --> 01:00:37,398
อันนี้คือเราคิดใช่ไหม

950
01:00:42,183 --> 01:00:46,183
อันนี้คือเราคิด

951
01:00:50,953 --> 01:00:54,953

952
01:00:56,173 --> 01:00:55,961

953
01:00:37,397 --> 01:00:41,397
แล้วเราจะสงั่งให้คอมพิวเตอณ์เข้

954
01:00:41,399 --> 01:00:45,399
เข้าใจแบบที่เราคิดเมื่อกี้ได้อย่างไร

955
01:00:45,399 --> 01:00:49,397
รู้ว่าถ้าเจอคูณนี่ต้องทำคูณก่อนเลย

956
01:00:49,397 --> 01:00:53,397
เจอวงเล็บเปิด ต้องทำเปิด

957
01:00:53,398 --> 01:00:57,398
นังให้คอมพิวเตอร์นี่สามารถคำนวณ

958
01:00:57,398 --> 01:01:01,396
ให้ได้แบบที่เราคำนวณเมื่อกี้

959
01:01:01,396 --> 01:01:05,396
เราใช้

960
01:01:05,397 --> 01:01:09,397
Stack เข้ามาช่วยในการคำนวณนะคะ

961
01:01:09,399 --> 01:01:13,399
เราใช้ Stack เข้ามาในการคำนวณ

962
01:01:13,407 --> 01:01:17,397
วิธีการทำแบบไหน

963
01:01:17,397 --> 01:01:21,397
มาดูวิธีการนะคะ เรามีตัวเลขอยู่ชุดหนึ่ง

964
01:01:21,409 --> 01:01:25,409
เราต้องการหาค่าออกมา เช่น

965
01:01:33,073 --> 01:01:31,080

966
01:01:25,396 --> 01:01:29,396
ครูมีตัวเลขชุดนี้ล่ะ

967
01:01:35,080 --> 01:01:34,064

968
01:01:29,419 --> 01:01:33,407
ครูสั่งให้คอมพิวเตอร์คำนวณ จะต้องได้ผลลัพธ์ 9 แบบที่เราคิดเมื่อกี้

969
01:01:33,407 --> 01:01:37,397
คอมพิวเตอร์จะคิดแบบไหนนะคะ

970
01:01:37,397 --> 01:01:41,397
1 เราต้องสร้างตารางแบบนี้ก่อน

971
01:01:53,766 --> 01:01:51,456

972
01:01:41,397 --> 01:01:45,397
มี 3 ช่อง ช่องแรก คือ ใส่ Input

973
01:01:57,028 --> 01:01:55,510

974
01:01:45,396 --> 01:01:49,396
ก็คือข้อมูลนำเข้า Stack

975
01:01:59,510 --> 01:01:57,109

976
01:01:49,396 --> 01:01:53,396
แล้วก็ผลลัพธ์นะคะ

977
01:01:53,397 --> 01:01:57,397
เรามีวิธีการทำนี่ 2 ช่วงด้วยกัน ช่วงที่ 1

978
01:02:04,974 --> 01:02:03,056

979
01:01:57,397 --> 01:02:01,397
ต้องแปลงนิพจน์

980
01:02:07,056 --> 01:02:06,149
ระค

981
01:02:01,395 --> 01:02:05,395
แบบ Postfix

982
01:02:05,395 --> 01:02:09,395
ปไว้ข้างหลังให้หมดก่อน เอาเครื่องหมาย

983
01:02:09,396 --> 01:02:13,396
ไปไว้ข้างหลังให้หมดก่อนนะคะ แล้วค่อยคำนวณออกมาเป็น

984
01:02:13,403 --> 01:02:17,394
ตัวเลข ผลลัพธ์

985
01:02:17,394 --> 01:02:21,394
เรามี 3 ช่องนะ ทุกคนต้องตีตาราง 3 ช่อง

986
01:02:21,396 --> 01:02:25,396
อันแรกเขียนว่า Input Stack แล้วก็ Output

987
01:02:25,397 --> 01:02:29,397
นะคะ ถัดมา

988
01:02:29,398 --> 01:02:33,395
ขั้นตอนวิธีการแปลง

989
01:02:33,395 --> 01:02:37,395
จาก Infix ให้เป็น Po

990
01:02:57,426 --> 01:02:55,199
stfix

991
01:02:37,395 --> 01:02:41,395
ทุกคนมีชีตที่ครูให้ แบบนี้เลย

992
01:02:41,397 --> 01:02:45,397
ก็คือสิ่งที่อยู่บนสไลด์นะคะ ครูพรินต์ออกมาให้

993
01:02:45,400 --> 01:02:49,396
เรามีอยู่ทั้งหมด 7 ขั้นตอนด้วย

994
01:02:49,396 --> 01:02:53,396
ทั้งหมด 7 ขั้นตอนด้วยกัน

995
01:02:53,398 --> 01:02:57,398
มีทั้งหมด 7 ขั้นตอนด้วยกัน ครูให้เวลา

996
01:02:57,399 --> 01:03:01,396
2 นาที อ่าน 7 ขั้นตอนน

997
01:03:01,396 --> 01:03:05,395

998
01:03:05,395 --> 01:03:09,395
ให้อ่านในกระดาษนะ หรือจะอ่านจากหน้าจอก็ได้

999
01:03:09,402 --> 01:03:13,395
ให้เวลา 2 นาทีอยากให้อ่านก่อน

1000
01:03:13,395 --> 01:03:17,394

1001
01:03:17,394 --> 01:03:21,394

1002
01:03:21,394 --> 01:03:25,394

1003
01:03:25,394 --> 01:03:29,394

1004
01:03:29,399 --> 01:03:33,394

1005
01:03:33,394 --> 01:03:37,394

1006
01:03:37,394 --> 01:03:41,394

1007
01:03:41,396 --> 01:03:45,393

1008
01:03:45,393 --> 01:03:49,393

1009
01:03:49,395 --> 01:03:53,394

1010
01:03:53,394 --> 01:03:57,393

1011
01:03:57,393 --> 01:04:01,393

1012
01:04:01,394 --> 01:04:05,393

1013
01:04:05,393 --> 01:04:09,393

1014
01:04:09,395 --> 01:04:13,395

1015
01:04:13,397 --> 01:04:17,395

1016
01:04:17,395 --> 01:04:21,395

1017
01:04:21,401 --> 01:04:25,394

1018
01:04:25,394 --> 01:04:29,393

1019
01:04:29,393 --> 01:04:33,393

1020
01:04:33,394 --> 01:04:37,394

1021
01:04:37,399 --> 01:04:41,394

1022
01:04:41,394 --> 01:04:45,394

1023
01:04:45,394 --> 01:04:49,394

1024
01:04:49,394 --> 01:04:53,393

1025
01:04:53,393 --> 01:04:57,393

1026
01:04:57,393 --> 01:05:01,393

1027
01:05:01,393 --> 01:05:05,393

1028
01:05:05,394 --> 01:05:09,393
คราวนี้เดี๋ยวมาดูพร้อมกัน

1029
01:05:09,393 --> 01:05:13,393
เรามีอยู่ทั้งหมด 7 ขั้นตอนนะคะ เดี๋ยวเราจะ

1030
01:05:13,394 --> 01:05:17,393
ลองฝึกนะ แล้วก็เทียบ

1031
01:05:17,393 --> 01:05:21,393
ไปทีละขั้น

1032
01:05:21,395 --> 01:05:25,395
ขั้นที่ 1 นะคะ กำหนดให้ Stack ว่าง

1033
01:05:25,398 --> 01:05:29,398
ก็คือวาดตาราง 3 ช่องนี้

1034
01:05:34,721 --> 01:05:35,640
ใช่ไหมคะ

1035
01:05:29,393 --> 01:05:33,393
อันดับแรก สร้าง Stack ว่าง ก็คือวาด

1036
01:05:33,394 --> 01:05:37,394
3 ช่องนะคะ กี่แถวยังไม่รู้นะ

1037
01:05:37,396 --> 01:05:41,396
แต่มีอยู่ 3 คอลัมน์นะคะ

1038
01:05:48,757 --> 01:05:52,757
3 ช่อ

1039
01:05:53,035 --> 01:05:57,035
ง

1040
01:05:54,014 --> 01:05:58,814
นี่คืออับดับแรก

1041
01:05:41,392 --> 01:05:45,392

1042
01:05:45,392 --> 01:05:49,392
อันดับที่ 2

1043
01:05:49,393 --> 01:05:53,393
อ่านข้อมูลจากซ้ายไปขวา ก็คือ

1044
01:05:53,395 --> 01:05:57,395
อ่านข้อมูลทีละตัวใช่ไหมคะ เลข 5

1045
01:05:57,405 --> 01:06:01,396
เครื่องหมายบวก เลข 2 เครื่องหมายคูณ

1046
01:06:01,396 --> 01:06:05,394
อันนี้คืออ่านจากซ้ายไปขวา

1047
01:06:05,394 --> 01:06:09,394
ทีละตัวนะคะ แล้วก็อ่านเข้ามาทีละตัว

1048
01:06:09,396 --> 01:06:13,394
สมมติครูใช้ตัวเลขนะคะ

1049
01:06:13,394 --> 01:06:17,394
ตัวเลขนะคะ เช่น

1050
01:06:17,395 --> 01:06:21,393

1051
01:06:21,393 --> 01:06:25,393
อ่านข้อมูลจากซ้ายไปขวา ตัวแรก ก็คือ

1052
01:06:25,393 --> 01:06:29,393
5 ใช่ไหม อ่านจากซ้าย ซ้ายก็คือตัวแรก

1053
01:06:29,397 --> 01:06:33,393
นะคะ ก็คือเลข 5 ถัดมา

1054
01:06:33,393 --> 01:06:37,393
ขั้นถัดมา เป็นขั้นที่ 3

1055
01:06:37,394 --> 01:06:41,394
ถ้าข้อมูลที่อ่านเข้ามา

1056
01:06:41,394 --> 01:06:45,394
เป็นตัวเลข เช่น

1057
01:06:51,761 --> 01:06:54,714

1058
01:06:45,395 --> 01:06:49,393
เลข 5 ใช่ไหมคะ ข้อมูลที่เราอ่านเข้ามา

1059
01:06:49,393 --> 01:06:53,392
5 เป็นตัวเลขใช่ไหม ใช่ เอามัน

1060
01:06:53,392 --> 01:06:57,392
ไปไว้ที่ไหน เอามันไปไว้ที่ช่องผลลัพธ์ ก็คือ

1061
01:06:57,397 --> 01:07:01,397
ช่องสุดท้าย

1062
01:07:01,400 --> 01:07:05,394
ก็คือช่องนี้ใช่ไหมคะ ช่อง Output

1063
01:07:05,394 --> 01:07:09,392
ถัดมา ถ้าตัวที่

1064
01:07:09,392 --> 01:07:13,392
เราอ่านเข้ามานี่มันไม่ใช่ตัวเลข แสดงว่า

1065
01:07:13,394 --> 01:07:17,394
มันต้องเป็นเครื่องหมายทางคณิตศาสตร์

1066
01:07:17,399 --> 01:07:21,399
อะไรสักอย่างหนึ่งนี่ล่ะ เช่น เครื่องหมายบวก

1067
01:07:29,952 --> 01:07:31,616

1068
01:07:21,397 --> 01:07:25,393
ใช่ไหมคะ เครื่องหมายบวก

1069
01:07:25,393 --> 01:07:29,393
เราอ่านเครื่องหมายบวกเข้ามา

1070
01:07:29,397 --> 01:07:33,395
แล้วเขาให้เราเช็กก่อน ว่า

1071
01:07:33,395 --> 01:07:37,395
แล้วใน Stack มันมีค่าอยู่หรือเปล่า Stack ก็คือ

1072
01:07:37,395 --> 01:07:41,395
ช่องนี้ ช่องที่ 2 นี่ มัน

1073
01:07:41,396 --> 01:07:45,396
มีค่าอยู่ไหม ถ้ามันไม่มีค่าอยู่เลย

1074
01:07:45,401 --> 01:07:49,394
ก็หย่อนมันลงไปใน Stack

1075
01:07:49,394 --> 01:07:53,392
แต่ถ้าใน Stack มันมีข้อมูล

1076
01:07:53,392 --> 01:07:57,392
อยู่แล้ว เราจะต้องทำการ

1077
01:07:57,395 --> 01:08:01,395
เปรียบเทียบก่อน ว่าข้อมูล

1078
01:08:01,396 --> 01:08:05,392
ที่เราอ่านเข้ามานี่

1079
01:08:05,392 --> 01:08:09,392
มันมีค่ามากกว่า หรือน้อยกว่าตัวที่อยู่ใน

1080
01:08:09,395 --> 01:08:13,392
Stack

1081
01:08:13,392 --> 01:08:17,392
ถ้ามันมากกว่า

1082
01:08:17,392 --> 01:08:21,392
ถ้ากรณีที่ตัวที่เราอ่านนี่ มีค่ามากกว่า

1083
01:08:21,393 --> 01:08:25,392
ก็หย่อนลงไปใน Stack ได้เลย

1084
01:08:25,392 --> 01:08:29,391
ถ้าสิ่งที่

1085
01:08:29,391 --> 01:08:33,391
เราอ่านเข้ามา มันมีค่าน้อยกว่าสิ่งที่

1086
01:08:33,399 --> 01:08:37,392
อยู่ใน Stack

1087
01:08:37,392 --> 01:08:41,392
ให้เอาเครื่องหมายใน Stack

1088
01:08:41,394 --> 01:08:45,394
ออกไปไว้ที่ผลลัพธ์

1089
01:08:45,398 --> 01:08:49,395
แล้วเอาเครื่องหมายตัวที่เราอ่านเข้ามาหย่อนลงไปใน Stack

1090
01:08:49,395 --> 01:08:53,395
โอเค

1091
01:09:00,407 --> 01:09:01,724

1092
01:08:53,391 --> 01:08:57,391
ถ้า

1093
01:08:57,393 --> 01:09:01,393
เราอ่านจนครบข้อมูล

1094
01:09:01,394 --> 01:09:05,394
ทุกตัวแล้ว เรายังมีข้อมูลอยู่ใน Stack

1095
01:09:11,910 --> 01:09:10,165

1096
01:09:05,413 --> 01:09:09,413
เราก็ดึงมันออกมา ก็คือ Pop มันออกมา

1097
01:09:15,496 --> 01:09:19,496
นะคะ

1098
01:09:18,440 --> 01:09:16,744

1099
01:09:09,396 --> 01:09:13,396
เป็นผลลัพธ์

1100
01:09:20,745 --> 01:09:19,589

1101
01:09:13,393 --> 01:09:17,393
มาดูตัวอย่างนะ ทุกคนถือ... ดูกระดาษ

1102
01:09:17,394 --> 01:09:21,391
ที่เป็นขั้นตอนด้วยนะคะ

1103
01:09:21,391 --> 01:09:25,391

1104
01:09:25,391 --> 01:09:29,391

1105
01:09:29,393 --> 01:09:33,392

1106
01:09:33,392 --> 01:09:37,392
โอเค

1107
01:09:37,394 --> 01:09:41,394
โจทย์

1108
01:09:41,395 --> 01:09:45,394
ที่ครูให้ ทุกคนดูที่หน้าจอนะคะ

1109
01:09:45,394 --> 01:09:49,391
ครูมีโจทย์

1110
01:09:49,391 --> 01:09:53,391
มาให้นะคะ ก็คือ 5 + 2

1111
01:09:53,391 --> 01:09:57,391
x 2

1112
01:10:02,107 --> 01:10:02,493

1113
01:09:57,392 --> 01:10:01,392
อันดับแรกครูต้องทำอะไร

1114
01:10:06,493 --> 01:10:12,304
ครูต้องวาดตารางก่อน

1115
01:10:01,395 --> 01:10:05,392
อันดับแรกวาดตาราง 3 ช่อง

1116
01:10:05,392 --> 01:10:09,392
วาดตาราง 3 ช่อง จำนวนแถว

1117
01:10:09,393 --> 01:10:13,392
ก็เอาข้อมูลตัวเลขกับเครื่องหมาย

1118
01:10:13,392 --> 01:10:17,392
มาใส่ทีละบรรทัด 5 บรรทัด

1119
01:10:17,396 --> 01:10:21,396
ที่ 1 ถูกไหมคะ บวกบรรทัด

1120
01:10:21,396 --> 01:10:25,393
ใส่เลข 2 บรรทัดถัดมาใส่เครื่องหมายคูณ

1121
01:10:25,393 --> 01:10:29,392
แล้วก็ใส่เลข 2

1122
01:10:29,392 --> 01:10:33,392
เราก็จะวาดตารางเรียบร้อยแล้วนะคะ จำนวนแถว

1123
01:10:33,395 --> 01:10:37,392
ขึ้นอยู่กับจำนวนข้อมูล

1124
01:10:37,392 --> 01:10:41,392
ในโจทย์ว่ามีกี่ตัว ก็สร้างแถว

1125
01:10:41,400 --> 01:10:45,400
ใส่ข้อมูลให้เลย

1126
01:10:53,397 --> 01:10:52,333

1127
01:10:45,391 --> 01:10:49,391
เรากำหนด

1128
01:10:49,394 --> 01:10:53,391
stack ว่างแล้วใช่ไหมคะ

1129
01:10:53,391 --> 01:10:57,391
ถัดมา ต้องอ่านข้อมูลทีละตัว

1130
01:11:04,543 --> 01:11:02,589

1131
01:10:57,391 --> 01:11:01,391
เราต้องอ่านข้อมูลทีละตัว จากซ้าย

1132
01:11:01,392 --> 01:11:05,392
ไปขวา ตัวแรกคืออะไรคะ

1133
01:11:05,392 --> 01:11:09,391
คือ 5 ใช่ไหม ครูเขียนเรียงแล้ว

1134
01:11:09,391 --> 01:11:13,391
5 บวก... มี 2 มีคูณ แล้วก็มี 2

1135
01:11:13,391 --> 01:11:17,391
อันนี้คือข้อมูลที่เราอ่านจากซ้ายไปขวา

1136
01:11:17,393 --> 01:11:21,393
ตัวแรก เป็นตัวเลขใช่ไหมคะ

1137
01:11:21,393 --> 01:11:25,393
มันเป็นตัวเลขแล้วมันตรงกับข้อไหน

1138
01:11:25,395 --> 01:11:29,395
ในขั้นตอน ข้อ

1139
01:11:29,398 --> 01:11:33,391
3 ที่บอกว่าถ้าเป็นตัวเลข

1140
01:11:33,391 --> 01:11:37,391
ให้เอาไปไว้ที่ไหน เอาไปไว้ที่

1141
01:11:37,391 --> 01:11:41,391
ผลลัพธ์ ถ้าเป็น

1142
01:11:41,391 --> 01:11:45,390
ตัวเลขเอาไปไว้ที่ผลลัพธ์ได้เลย

1143
01:11:45,390 --> 01:11:49,390
ถัดมา

1144
01:11:54,481 --> 01:11:54,327

1145
01:11:49,394 --> 01:11:53,394
เจอเครื่องหมายบวกนะคะ เจอเครื่องหมายบวก

1146
01:11:59,838 --> 01:11:59,624

1147
01:11:53,391 --> 01:11:57,391
ตอนนี้ใน Stack มันไม่มีค่า

1148
01:11:57,392 --> 01:12:01,392
อะไรเลย ทำอย่างไรคะ

1149
01:12:07,349 --> 01:12:07,091

1150
01:12:01,391 --> 01:12:05,391
ก็ใส่ได้เลย ใส่เครื่องหมายบวก

1151
01:12:05,391 --> 01:12:09,391
ลงมาได้เลย ถ้ามันเป็น Stack ว่าง เห็นไหมคะ

1152
01:12:09,392 --> 01:12:13,392
ตัวบนเป็น Stack ว่าง เราก็เอาบวกใส่ได้เลย

1153
01:12:25,998 --> 01:12:23,841

1154
01:12:13,393 --> 01:12:17,393
แล้วก็เขียน 5 ลงมาเหมือนเดิมนะคะ

1155
01:12:17,395 --> 01:12:21,391
ยก 5 ลงมาเหมือนเดิมนะ

1156
01:12:21,391 --> 01:12:25,391
ดู ดูพร้อมครูก่อนนะ

1157
01:12:33,296 --> 01:12:31,152

1158
01:12:25,392 --> 01:12:29,390
เดี๋ยวครู...

1159
01:12:29,390 --> 01:12:33,390
จะถ่ายรูป

1160
01:12:33,391 --> 01:12:37,391
เอาขึ้น Classroom ให้

1161
01:12:37,392 --> 01:12:41,392
ถัดมา เลข 2 ใช่ไหมคะ เลข 2 มันเป็นอะไร

1162
01:12:41,393 --> 01:12:45,391
มันเป็นตัวเลข เพราะฉะนั้น ต้องเอาไปไว้ที่ไหน

1163
01:12:45,391 --> 01:12:49,390
ไปไว้ที่ผลลัพธ์

1164
01:12:49,390 --> 01:12:53,390
ตรงกับข้อ 3 ในขั้นตอนนะ

1165
01:12:53,400 --> 01:12:57,391
เอา 2 มาไว้ที่ Output แต่ต้องเขียน

1166
01:12:57,391 --> 01:13:01,390
หลัง ก็คือเขียนต่อจากเลข 5

1167
01:13:01,390 --> 01:13:05,390
นะคะ

1168
01:13:05,390 --> 01:13:09,390

1169
01:13:09,391 --> 01:13:13,390
ถัดมา

1170
01:13:13,390 --> 01:13:17,390
ยกเครื่องหมายบวกลงมาด้วยนะ

1171
01:13:24,326 --> 01:13:22,782

1172
01:13:17,393 --> 01:13:21,393
เพราะมันอยู่ใน Stack นะคะ เรายังไม่ได้เอาอะไรออก

1173
01:13:30,209 --> 01:13:27,692

1174
01:13:21,392 --> 01:13:25,390
หรือเอาอะไรเข้าเพิ่ม

1175
01:13:25,390 --> 01:13:29,390
ถัดมา เป็นเครื่องหมายคูณ

1176
01:13:29,390 --> 01:13:33,390
ใน Stack

1177
01:13:33,390 --> 01:13:37,390
เรามีเครื่องหมายบวกอยู่แล้วใช่ไหมคะ

1178
01:13:37,390 --> 01:13:41,390
ใน Stack นี่เรามีเครื่องหมายบวกอยู่แล้ว

1179
01:13:53,178 --> 01:13:55,170

1180
01:13:41,393 --> 01:13:45,392
ตัวที่เราอ่านเข้ามา คือ คูณ เรา

1181
01:13:45,392 --> 01:13:49,390
จะต้องทำการเปรียบเทียบ

1182
01:13:49,390 --> 01:13:53,390
ค่าที่เราอ่านเข้ามาใหม่ คือ คูณ

1183
01:14:03,520 --> 01:14:02,420

1184
01:13:53,392 --> 01:13:57,391
กับตัวเดิมที่อยู่ใน Stack

1185
01:13:57,391 --> 01:14:01,390
คือ บวก เราเปรียบเทียบ ถูกไหมคะ

1186
01:14:01,390 --> 01:14:05,390
กับตัวบนสุด คือ เครื่องหมายบวก สิ่งที่เราพบ

1187
01:14:05,397 --> 01:14:09,390
คืออะไร คูณมีค่า

1188
01:14:09,390 --> 01:14:13,390
มากกว่าบวก ให้ทำอย่างไร

1189
01:14:13,396 --> 01:14:17,392
ก็เอาคูณหย่อนลงมาได้เลย

1190
01:14:17,392 --> 01:14:21,389
ใส่คูณ

1191
01:14:21,389 --> 01:14:25,389
ลงไปใน Stack ได้เลยนะคะ ผลลัพธ์ก็เป็นเหมือนเดิม

1192
01:14:33,807 --> 01:14:31,687

1193
01:14:25,392 --> 01:14:29,392
ตัวถัดมาคือเลข 2

1194
01:14:35,688 --> 01:14:37,502

1195
01:14:29,393 --> 01:14:33,392
เลข 2 มันเป็นตัวเลขใช่ไหม เอามาไว้ที่

1196
01:14:33,392 --> 01:14:37,392
ผลลัพธ์นะคะ เอามาต่อด้านหลัง

1197
01:14:37,392 --> 01:14:41,390
เสร็จแล้วเราพบว่า

1198
01:14:41,390 --> 01:14:45,390
ไม่มีข้อมูลแล้ว ข้อมูลมันหมดแล้วน่ะ

1199
01:14:45,390 --> 01:14:49,390
ข้อมูลมันหมดแล้วนะคะ แต่สิ่งที่เราเจอคืออะไร

1200
01:14:49,391 --> 01:14:53,390
ใน Stack ยังมีข้อมูลอยู่

1201
01:14:53,390 --> 01:14:57,389
เพราะฉะนั้น ต้องดึงค่า

1202
01:14:57,389 --> 01:15:01,389
ออกจาก Stack ให้หมด เราเอาอะไรออกมาก่อนคะ

1203
01:15:08,645 --> 01:15:07,661

1204
01:15:01,390 --> 01:15:05,390
ตัวล่าสุด ตัวบนสุด คือ คูณ

1205
01:15:05,390 --> 01:15:09,390
เอาคูณมาต่อท้ายที่ Output หรือว่าผลลัพธ์

1206
01:15:21,160 --> 01:15:19,021

1207
01:15:09,395 --> 01:15:13,395
เอาคูณออกมาแล้วมันเหลืออีกตัวหนึ่งใช่ไหม

1208
01:15:23,021 --> 01:15:20,273

1209
01:15:13,391 --> 01:15:17,390
ก็เอาบวกออกมา

1210
01:15:17,390 --> 01:15:21,390
อันนี้คือผลลัพธ์ ผลลัพธ์สุดท้าย

1211
01:15:21,392 --> 01:15:25,389
นะคะ

1212
01:15:25,389 --> 01:15:29,389
จะอยู่ในรูปแบบของ Postfix คือ แปลงนิพจน์

1213
01:15:36,366 --> 01:15:33,505

1214
01:15:29,391 --> 01:15:33,389

1215
01:15:33,389 --> 01:15:37,389
ได้ไหมคะ เดี๋ยวเรามาทำพร้อมกันอีกตัวหนึ่ง

1216
01:15:37,390 --> 01:15:41,389

1217
01:15:41,389 --> 01:15:45,389

1218
01:15:45,389 --> 01:15:49,389

1219
01:15:49,389 --> 01:15:53,389

1220
01:15:53,391 --> 01:15:57,389

1221
01:15:57,389 --> 01:16:01,389

1222
01:16:01,389 --> 01:16:05,389
3 + 5 x 1

1223
01:16:14,055 --> 01:16:24,005

1224
01:16:05,389 --> 01:16:09,389

1225
01:16:09,390 --> 01:16:13,390

1226
01:16:13,390 --> 01:16:17,390

1227
01:16:17,391 --> 01:16:21,391
ครูมีโจทย์ใช่ไหมคะ 3 + 5 x 1

1228
01:16:28,005 --> 01:16:26,440

1229
01:16:21,390 --> 01:16:25,389
ผลลัพธ์เท่ากับเท่าไหร่เอ่ย ตอบ

1230
01:16:25,389 --> 01:16:29,389
เท่ากับ...

1231
01:16:36,042 --> 01:16:34,760

1232
01:16:29,388 --> 01:16:33,388
อันนี้ตอบเท่ากับเท่าไหร่เอ่ย

1233
01:16:33,390 --> 01:16:37,390
8

1234
01:16:44,096 --> 01:16:42,287

1235
01:16:37,390 --> 01:16:41,390
ข้างหลังตอบอะไร

1236
01:16:49,788 --> 01:16:47,377

1237
01:16:41,391 --> 01:16:45,390
ได้เท่ากับอะไรคะ คำตอบ

1238
01:16:45,390 --> 01:16:49,390
ก็คือ 8

1239
01:16:54,648 --> 01:16:56,335

1240
01:16:49,390 --> 01:16:53,390
เอา 5 x 1 ก่อนได้เท่าไหร่

1241
01:17:02,281 --> 01:17:01,359

1242
01:16:53,391 --> 01:16:57,391
ค่อยบวกกับ 3

1243
01:17:05,359 --> 01:17:02,172

1244
01:16:57,389 --> 01:17:01,389
5 1 เป็น 5  แล้วบวกกับ 3

1245
01:17:15,927 --> 01:17:19,927
ได้เท่าก

1246
01:17:20,168 --> 01:17:17,972
ับ

1247
01:17:01,397 --> 01:17:05,397
8

1248
01:17:22,390 --> 01:17:20,421

1249
01:17:05,389 --> 01:17:09,389
เดี๋ยวเราจะมาทำ จะมาแปลงนิพจน์กัน

1250
01:17:09,390 --> 01:17:13,390
นะคะ แล้วเราจะมาหาค่าว่ามันได้ 8 ได้อย่างไร

1251
01:17:13,392 --> 01:17:17,391
อันนี้เรากำลังจะมาแสดงวิธีทำ

1252
01:17:17,391 --> 01:17:21,391
ค่าว่า 8 มันมาจากไหน เราสั่งให้คอมพิวเตอร์มัน

1253
01:17:21,397 --> 01:17:25,391
คิดแบบไหน อันดับแรก วาด Stack ว่าง

1254
01:17:25,391 --> 01:17:29,391
ครูบอกว่าต้องมีคอลัมน์อยู่ 3 คอลัมน์

1255
01:17:40,869 --> 01:17:49,428

1256
01:17:29,394 --> 01:17:33,389

1257
01:17:33,389 --> 01:17:37,388

1258
01:17:37,388 --> 01:17:41,388

1259
01:17:41,388 --> 01:17:45,388
ครูมี 3 คอลัมน์แล้ว มี

1260
01:17:45,395 --> 01:17:49,389
Input, Stack

1261
01:17:49,389 --> 01:17:53,389
แล้วก็ Output

1262
01:17:53,389 --> 01:17:57,389
จากนั้นครูวาดตารางเลย

1263
01:17:57,389 --> 01:18:01,389
โดยเอาข้อมูลมาใส่ในแต่ละแถวเลยนะคะ

1264
01:18:01,393 --> 01:18:05,393
ครูอ่านเข้ามาทีละตัว

1265
01:18:11,720 --> 01:18:14,494

1266
01:18:05,391 --> 01:18:09,391
จากซ้ายไปขวา ตัวแรก คือ 3 ถัดมา

1267
01:18:09,392 --> 01:18:13,392
คือเครื่องหมายบวก เลข 5

1268
01:18:23,575 --> 01:18:22,085

1269
01:18:13,389 --> 01:18:17,389
นะคะ เครื่องหมายคูณ

1270
01:18:17,389 --> 01:18:21,389
แล้วก็เลข 1 อันนี้ครูวาดตาราง

1271
01:18:21,389 --> 01:18:25,389
เสร็จแล้ว

1272
01:18:25,389 --> 01:18:29,388

1273
01:18:29,388 --> 01:18:33,388

1274
01:18:33,389 --> 01:18:37,389
ทุกคน

1275
01:18:44,456 --> 01:18:43,651

1276
01:18:37,389 --> 01:18:41,389
วาดตามครูก่อนเลย เราวาด

1277
01:18:41,389 --> 01:18:45,389
ตารางเปล่า ๆ แบบนี้ก่อนนะคะ

1278
01:18:45,389 --> 01:18:49,389
คอลัมน์แรก หรือช่องแรก เอา

1279
01:18:49,389 --> 01:18:53,389
ตัวเลขกับเครื่องหมาย

1280
01:18:53,390 --> 01:18:57,390
มาเรียงใส่ทีละบรรทัด

1281
01:18:57,396 --> 01:19:01,389

1282
01:19:01,389 --> 01:19:05,389

1283
01:19:05,389 --> 01:19:09,388

1284
01:19:09,388 --> 01:19:13,388

1285
01:19:13,388 --> 01:19:17,388

1286
01:19:17,388 --> 01:19:21,388

1287
01:19:21,391 --> 01:19:25,389

1288
01:19:25,389 --> 01:19:29,388

1289
01:19:29,388 --> 01:19:33,388

1290
01:19:33,389 --> 01:19:37,389

1291
01:19:37,392 --> 01:19:41,388

1292
01:19:41,388 --> 01:19:45,388

1293
01:19:45,389 --> 01:19:49,389

1294
01:19:49,389 --> 01:19:53,389

1295
01:19:53,390 --> 01:19:57,388

1296
01:19:57,388 --> 01:20:01,388

1297
01:20:01,389 --> 01:20:05,388

1298
01:20:05,388 --> 01:20:09,388

1299
01:20:09,389 --> 01:20:13,389
คราวนี้

1300
01:20:13,389 --> 01:20:17,389
พอทุกคนลอกตารางเสร็จแล้วใช่ไหมคะ เดี๋ยวเราจะมาทำด้วยกัน

1301
01:20:17,393 --> 01:20:21,388
เริ่มต้นตัวแรก

1302
01:20:21,388 --> 01:20:25,388
ใช่ไหมคะ ทุกคน เริ่มต้นตัวแรกมันเป็นตัวเลข

1303
01:20:25,391 --> 01:20:29,391
ใช่หรือเปล่า เพราะฉะนั้นเอาไปไว้ที่ช่องทางไหน

1304
01:20:29,391 --> 01:20:33,389
ทางขวา

1305
01:20:33,389 --> 01:20:37,389
ใส่ก่อนเลข 3 ใช่ถูกต้อง

1306
01:20:37,393 --> 01:20:41,389
ถัดมา

1307
01:20:41,389 --> 01:20:45,389
เป็นเครื่องหมายบวกใช่ไหมคะ

1308
01:20:45,389 --> 01:20:49,388
ตรงนี้มีอะไรไหม ไม่มี

1309
01:20:49,388 --> 01:20:53,388
เพราะฉะนั้น เอา + มาใส่ตรงนี้ได้เลยไหม

1310
01:20:53,391 --> 01:20:57,391
ถ้าเป็นเครื่องหมาย เอาลงที่

1311
01:20:57,391 --> 01:21:01,391
Stack เพราะฉะนั้นตอนนี้ Stack

1312
01:21:01,392 --> 01:21:05,389
ก็ใส่เครื่องหมายบวกได้เลย

1313
01:21:05,389 --> 01:21:09,388
3 ยกลงมาเหมือนเดิมนะคะ เหมือน

1314
01:21:09,388 --> 01:21:13,388
ตรง Output ยก 3 ลงมาเหมือนเดิม

1315
01:21:13,389 --> 01:21:17,388

1316
01:21:17,388 --> 01:21:21,388

1317
01:21:21,388 --> 01:21:25,388
ถัดมาเลข 5 เป็นตัวเลข

1318
01:21:25,420 --> 01:21:29,390
เอาไว้ที่ไหน เอาไว้

1319
01:21:29,390 --> 01:21:33,390
Output ใช่ไหม ฉะนั้น เอาของเด

1320
01:21:33,394 --> 01:21:37,389
ยกลงมาก่อน คือ 3 เราเอาเลขอะไรมาใส่

1321
01:21:37,389 --> 01:21:41,388
เลข 5 นะคะ อันนี้

1322
01:21:41,388 --> 01:21:45,388
ยกลงมาไหม เครื่องหมายบวกยกลงมาด้วยนะ

1323
01:21:45,392 --> 01:21:49,388
ยกลงมาด้วย

1324
01:21:49,388 --> 01:21:53,388

1325
01:21:53,388 --> 01:21:57,388

1326
01:21:57,388 --> 01:22:01,388
เสร็จแล้ว ถัดมา

1327
01:22:01,388 --> 01:22:05,388
เครื่องหมายคูณ

1328
01:22:05,388 --> 01:22:09,388
คูณต้องเอามาลง Stack ใช่หรือเปล่า แต่คูณ

1329
01:22:09,396 --> 01:22:13,389
มันมากกว่าบวกใช่ไหม คูณ

1330
01:22:13,389 --> 01:22:17,389
กับบวก อะไรมากกว่ากัน คูณ เพราะฉะนั้น

1331
01:22:17,391 --> 01:22:21,390
เราก็ใส่ลงไปใน Stack ได้เลย โดย

1332
01:22:21,390 --> 01:22:25,388
โดยเอาของเดิมลงมาก่อน

1333
01:22:25,388 --> 01:22:29,388
แล้วก็ใส่เครื่องหมายคูณ

1334
01:22:29,388 --> 01:22:33,388
อันนี้ยกลงมาเหมือนเดิมไหม ยกลงมาเหมือนเดิม

1335
01:22:33,391 --> 01:22:37,387

1336
01:22:37,387 --> 01:22:41,387
ตรงสุดท้าย 1 เอาไว้ที่ไหน

1337
01:22:41,389 --> 01:22:45,389
Output แต่มีของเดิมอยู่แล้วใช่ไหม

1338
01:22:45,389 --> 01:22:49,389
ยกของเดิมลงมาก่อน แล้วก็ใส่เลข 1

1339
01:22:49,389 --> 01:22:53,386

1340
01:22:53,386 --> 01:22:57,386
อันนี้ยกลงมาเลยได้ไหม ได้นะคะ ใน Stack

1341
01:22:57,391 --> 01:23:01,386
เราก็ยกเครื่องหมายออกมา เครื่องหมายนะคะ

1342
01:23:01,386 --> 01:23:05,386
บวกกับคูณ

1343
01:23:05,387 --> 01:23:09,385

1344
01:23:09,385 --> 01:23:13,385
เสร็จแล้ว

1345
01:23:13,385 --> 01:23:17,385
ผลลัพธ์ที่ได้ ตอนนี้ข้อมูลหมดแล้วใช่ไหม

1346
01:23:17,385 --> 01:23:21,385
ใน Stack ยังมีอยู่ ใน Stack ยังมีอยู่ ต้อง

1347
01:23:21,385 --> 01:23:25,385
เอาออกมา ต้อง Pop ออกมา ใช่ไหมคะ

1348
01:23:25,385 --> 01:23:29,385
ยกตรง Output ของเดิมลงมาก่อน Pop

1349
01:23:29,388 --> 01:23:33,385
บวกกับคูณเอาอะไรออกมาก่อน

1350
01:23:33,385 --> 01:23:37,385
คูณ แล้วตามด้วยบวก เห็นไหมคะ

1351
01:23:37,386 --> 01:23:41,383
เอาตัวแรกออกมาก่อน แล้วเอาตัวที่ 2

1352
01:23:41,383 --> 01:23:45,382
ออกมา

1353
01:23:45,382 --> 01:23:49,382

1354
01:23:49,384 --> 01:23:53,382

1355
01:23:53,382 --> 01:23:57,382

1356
01:23:57,382 --> 01:24:01,382
เดี๋ยวต่ออีกนิดหนึ่งนะคะ เดี๋ยวเขียนตรงนี้ให้เสร็จก่อน

1357
01:24:01,385 --> 01:24:05,381

1358
01:24:05,381 --> 01:24:09,381

1359
01:24:09,381 --> 01:24:13,381
เรายังไม่ได้ค่าเลข 8 เลย

1360
01:24:13,381 --> 01:24:17,381
จะทำอย่างไรให้ได้เลข 8

1361
01:24:17,381 --> 01:24:21,380
8

1362
01:24:21,380 --> 01:24:25,380
ถัดมา เสร็จหรือยังคะ

1363
01:24:25,380 --> 01:24:29,380
เดี๋ยวรอเพื่อน

1364
01:24:29,380 --> 01:24:33,379
แป๊บหนึ่งนะ

1365
01:24:33,379 --> 01:24:37,379

1366
01:24:37,379 --> 01:24:41,379

1367
01:24:41,380 --> 01:24:45,380
โอเค เราได้ผลลัพธ์

1368
01:24:45,381 --> 01:24:49,381
แล้วใช่ไหมคะ จากตารางที่เราทำใน Stack

1369
01:24:49,384 --> 01:24:53,378

1370
01:24:53,378 --> 01:24:57,378
พอได้ค่าผลลัพธ์แล้วนี่ คือ ตัวนี้

1371
01:24:57,378 --> 01:25:01,378
351 คูณ บวก

1372
01:25:01,378 --> 01:25:05,378
มาหาผลลัพธ์ต่อนะคะ ค่านี้จะเป็นค่าสุดท้ายแล้ว

1373
01:25:05,380 --> 01:25:09,377
ที่เราจะได้คำตอบออกมา

1374
01:25:09,377 --> 01:25:13,376

1375
01:25:13,376 --> 01:25:17,376
ตัวแรกตัวนี้ใช่ไหมคะ

1376
01:25:17,377 --> 01:25:21,377
ขั้นตอนถัดมา ถ้าเป็น

1377
01:25:21,377 --> 01:25:25,376
ตัวเลข ถ้าเป็นตัวเลขจะ Push

1378
01:25:25,376 --> 01:25:29,376
ลง Stack อันนี้อีกอันหนึ่งนะ อีก

1379
01:25:29,376 --> 01:25:33,376
ขั้นตอนหนึ่วนะคะ ถ้าเป็นตัวเลขจะ P

1380
01:25:33,381 --> 01:25:37,379
ลง Stack ดูพร้อมครูเลย ตัวที่ 1 มา

1381
01:25:37,379 --> 01:25:41,379
คือตัวเลขอะไรคะ เลข 3

1382
01:25:41,379 --> 01:25:45,376
เราเอาใส่ใน Stack

1383
01:25:45,376 --> 01:25:49,375
ดูพร้อมกันนะ เลข 3

1384
01:25:49,375 --> 01:25:53,375
ตัวแรก เอาลง Stack ตัวถัดมา

1385
01:25:53,376 --> 01:25:57,376
เลขอะไรคะ เลข 5

1386
01:25:57,377 --> 01:26:01,377
ก็เอาเลข 5 Push ลง  Stack เหมือนกัน

1387
01:26:01,378 --> 01:26:05,374

1388
01:26:05,374 --> 01:26:09,374
ตัวถัดมาเลขอะไร

1389
01:26:09,374 --> 01:26:13,373
เลข 1 ก็เอาเลข 1

1390
01:26:13,373 --> 01:26:17,373
Push ลง Stack เหมือนกัน

1391
01:26:17,374 --> 01:26:21,373

1392
01:26:21,373 --> 01:26:25,373

1393
01:26:25,373 --> 01:26:29,372
ถัดมา

1394
01:26:29,372 --> 01:26:33,372
เราเครื่องหมายคูณ ให้

1395
01:26:33,373 --> 01:26:37,373
Pop ค่าบนสุดอออกมา แล้ว

1396
01:26:37,373 --> 01:26:41,373
วางไว้ขวามือ เอาเลข 1 ออกมา เห็นไหมคะ

1397
01:26:41,373 --> 01:26:45,373
จากนั้นใส่เครื่องหมาย

1398
01:26:45,375 --> 01:26:49,375
ถ้ามันเครื่องหมายนะ ตัวที่เราอ่านมา เรา Pop

1399
01:26:49,375 --> 01:26:53,374
ตัวเลขออกมาก่อน แล้วใส่เครื่องหมาย

1400
01:26:53,374 --> 01:26:57,374
แล้วเอาตัวที่ 2 ออกมาแบบนี้

1401
01:26:57,374 --> 01:27:01,372
นี่นะคะ เอาตัวบนสุดออกมา

1402
01:27:01,372 --> 01:27:05,372
แล้วใส่เครื่องหมายที่เราอ่าน แล้วเอา

1403
01:27:05,372 --> 01:27:09,371
ตัวข้อมูล

1404
01:27:09,371 --> 01:27:13,371
ตัวเลขที่อยู่ใน Stack ตัวถัดมานี่ออกมา ได้ผลลัพธ์อะไรคะ

1405
01:27:13,375 --> 01:27:17,370
5 x 1 เป็น 5

1406
01:27:17,370 --> 01:27:21,370
ตอนนี้ใน Stack 1 กับ 5 ออก

1407
01:27:21,373 --> 01:27:25,370
ไปแล้วนะ เราได้ผลลัพธ์

1408
01:27:25,370 --> 01:27:29,370
คือ 5 แล้วอย่างไรต่อ

1409
01:27:29,371 --> 01:27:33,371
ก็ Push ลง Stack

1410
01:27:33,371 --> 01:27:37,369
เอาเลข 5 Push ลงไปใน Stack

1411
01:27:37,369 --> 01:27:41,369
ตอนนี้เอาออกไปแล้ว 2 เหลือ 3

1412
01:27:41,369 --> 01:27:45,369
พอคูณเสร็จเอา 5 กลับเข้ามา

1413
01:27:45,369 --> 01:27:49,369

1414
01:27:49,369 --> 01:27:53,369
ดูนะคะ ถัดมา

1415
01:27:53,369 --> 01:27:57,368
อ่านเครื่องหมายบวก

1416
01:27:57,368 --> 01:28:01,368
ทำเหมือนเดิมเลย เอาอะไรออกมาคะ

1417
01:28:01,369 --> 01:28:05,367

1418
01:28:05,367 --> 01:28:09,367
เอา 5 ออกมาไว้ทางขวามือ แล้วก็ใส่เครื่องหมายบวก

1419
01:28:09,372 --> 01:28:13,369
แล้วก้เอา 3 ออกมา คำตอบเป็นเท่าไหร่คะ

1420
01:28:13,369 --> 01:28:17,368
เป็น 8

1421
01:28:17,368 --> 01:28:21,367

1422
01:28:21,367 --> 01:28:25,367
แล้วก็เอา 8 ใส่ลงไปใน Stack จะเหลือเป็นค่าสุดท้าย

1423
01:28:25,371 --> 01:28:29,371
นี่คือคำตอบของ

1424
01:28:29,371 --> 01:28:33,367
โจทย์ข้อนี้ ได้เท่ากันเลยไหม

1425
01:28:33,367 --> 01:28:37,367
ได้เท่ากันเลย คือ 8

1426
01:28:37,368 --> 01:28:41,367
จะเห็นว่านี่คือกระบวนการคอมพิวเตอร์คิดค่า

1427
01:28:41,367 --> 01:28:45,366
ตัวเลขให้เรานะคะ กว่าจะได้เลข 8

1428
01:28:45,366 --> 01:28:49,366
ออกมานี่ คอมพิวเตอร์ต้องคิดแบบนี้นะคะ

1429
01:28:49,376 --> 01:28:53,365

1430
01:28:53,365 --> 01:28:57,365

1431
01:28:57,365 --> 01:29:01,365

1432
01:29:01,365 --> 01:29:05,365
โอเค

1433
01:29:05,366 --> 01:29:09,365
ใครเสร็จแล้ว

1434
01:29:09,365 --> 01:29:13,365
ครูให้เบรกอีก 5 นาที จดตัวนี้ให้เสร็จนะคะ

1435
01:29:13,367 --> 01:29:17,365
ครูให้เบรก 5 นาที

1436
01:29:17,365 --> 01:29:21,364

1437
01:29:21,364 --> 01:29:25,364

1438
01:29:25,367 --> 01:29:29,365

1439
01:29:29,365 --> 01:29:33,364

1440
01:29:33,364 --> 01:29:37,363

1441
01:29:37,363 --> 01:29:41,363

1442
01:29:41,363 --> 01:29:45,363

1443
01:29:45,363 --> 01:29:49,363

1444
01:29:49,366 --> 01:29:53,363

1445
01:29:53,363 --> 01:29:57,363

1446
01:29:57,364 --> 01:30:01,363

1447
01:30:01,363 --> 01:30:05,362

1448
01:30:05,362 --> 01:30:09,362

1449
01:30:09,363 --> 01:30:13,362

1450
01:30:13,362 --> 01:30:17,362

1451
01:30:17,363 --> 01:30:21,362

1452
01:30:21,362 --> 01:30:25,362

1453
01:30:25,362 --> 01:30:29,362

1454
01:30:29,362 --> 01:30:33,362

1455
01:30:33,367 --> 01:30:37,360

1456
01:30:37,360 --> 01:30:41,360

1457
01:30:41,362 --> 01:30:45,361

1458
01:30:45,361 --> 01:30:49,360

1459
01:30:49,360 --> 01:30:53,360

1460
01:30:53,360 --> 01:30:57,360

1461
01:30:57,367 --> 01:31:01,360

1462
01:31:01,360 --> 01:31:05,360

1463
01:31:05,360 --> 01:31:09,360

1464
01:31:09,369 --> 01:31:13,360

1465
01:31:13,360 --> 01:31:17,358

1466
01:31:17,358 --> 01:31:21,358

1467
01:31:21,360 --> 01:31:25,359

1468
01:31:25,359 --> 01:31:29,359

1469
01:31:29,361 --> 01:31:33,361

1470
01:31:33,362 --> 01:31:37,357

1471
01:31:37,357 --> 01:31:41,356

1472
01:31:41,356 --> 01:31:45,356

1473
01:31:45,356 --> 01:31:49,356

1474
01:31:49,356 --> 01:31:53,356

1475
01:31:53,358 --> 01:31:57,358

1476
01:31:57,358 --> 01:32:01,356

1477
01:32:01,356 --> 01:32:05,356

1478
01:32:05,356 --> 01:32:09,356

1479
01:32:09,356 --> 01:32:13,355

1480
01:32:13,355 --> 01:32:17,355

1481
01:32:17,355 --> 01:32:21,355

1482
01:32:21,357 --> 01:32:25,354

1483
01:32:25,354 --> 01:32:29,354

1484
01:32:29,354 --> 01:32:33,354

1485
01:32:33,354 --> 01:32:37,353

1486
01:32:37,353 --> 01:32:41,353

1487
01:32:41,353 --> 01:32:45,353

1488
01:32:45,354 --> 01:32:49,354

1489
01:32:49,354 --> 01:32:53,353

1490
01:32:53,353 --> 01:32:57,353

1491
01:32:57,354 --> 01:33:01,352

1492
01:33:01,352 --> 01:33:05,352

1493
01:33:05,353 --> 01:33:09,352

1494
01:33:09,352 --> 01:33:13,352

1495
01:33:13,352 --> 01:33:17,352

1496
01:33:17,352 --> 01:33:21,351

1497
01:33:21,351 --> 01:33:25,351

1498
01:33:25,351 --> 01:33:29,351

1499
01:33:30,352 --> 01:33:34,350

1500
01:33:34,350 --> 01:33:38,350

1501
01:33:38,350 --> 01:33:42,350

1502
01:33:42,350 --> 01:33:46,350

1503
01:33:46,350 --> 01:33:50,350

1504
01:33:50,350 --> 01:33:54,350

1505
01:33:54,358 --> 01:33:58,349

1506
01:33:58,349 --> 01:34:02,349

1507
01:34:02,353 --> 01:34:06,352

1508
01:34:06,352 --> 01:34:10,348

1509
01:34:10,348 --> 01:34:14,348

1510
01:34:14,348 --> 01:34:18,348

1511
01:34:18,349 --> 01:34:22,349

1512
01:34:22,353 --> 01:34:26,348

1513
01:34:26,348 --> 01:34:30,348

1514
01:34:30,348 --> 01:34:34,348

1515
01:34:34,348 --> 01:34:38,348

1516
01:34:38,350 --> 01:34:42,347

1517
01:34:42,347 --> 01:34:46,347

1518
01:34:46,357 --> 01:34:50,351

1519
01:34:50,351 --> 01:34:54,351

1520
01:34:54,352 --> 01:34:58,348

1521
01:34:58,348 --> 01:35:02,347

1522
01:35:02,347 --> 01:35:06,346

1523
01:35:06,346 --> 01:35:10,346

1524
01:35:10,346 --> 01:35:14,346

1525
01:35:14,348 --> 01:35:18,345

1526
01:35:18,345 --> 01:35:22,345

1527
01:35:22,345 --> 01:35:26,345

1528
01:35:26,345 --> 01:35:30,345

1529
01:35:30,350 --> 01:35:34,346

1530
01:35:34,346 --> 01:35:38,345

1531
01:35:38,345 --> 01:35:42,345

1532
01:35:42,345 --> 01:35:46,345

1533
01:35:46,346 --> 01:35:50,346

1534
01:35:50,352 --> 01:35:54,349

1535
01:35:54,349 --> 01:35:58,346

1536
01:35:58,346 --> 01:36:02,344

1537
01:36:02,344 --> 01:36:06,344

1538
01:36:06,345 --> 01:36:10,345

1539
01:36:10,348 --> 01:36:14,343

1540
01:36:14,343 --> 01:36:18,343

1541
01:36:18,344 --> 01:36:22,344

1542
01:36:22,344 --> 01:36:26,343

1543
01:36:26,343 --> 01:36:30,343

1544
01:36:30,343 --> 01:36:34,342

1545
01:36:34,342 --> 01:36:38,342

1546
01:36:38,343 --> 01:36:42,342

1547
01:36:42,342 --> 01:36:46,342

1548
01:36:46,344 --> 01:36:50,343

1549
01:36:50,343 --> 01:36:54,343

1550
01:36:54,343 --> 01:36:58,341

1551
01:36:58,341 --> 01:37:02,341

1552
01:37:02,341 --> 01:37:06,341

1553
01:37:06,341 --> 01:37:10,341

1554
01:37:10,345 --> 01:37:14,340

1555
01:37:14,340 --> 01:37:18,340

1556
01:37:18,340 --> 01:37:22,340

1557
01:37:22,344 --> 01:37:26,342

1558
01:37:26,342 --> 01:37:30,341

1559
01:37:30,341 --> 01:37:34,340

1560
01:37:34,340 --> 01:37:38,340

1561
01:37:38,341 --> 01:37:42,340

1562
01:37:42,340 --> 01:37:46,340

1563
01:37:46,353 --> 01:37:50,339

1564
01:37:50,339 --> 01:37:54,339

1565
01:37:54,340 --> 01:37:58,340

1566
01:37:58,340 --> 01:38:02,339

1567
01:38:02,339 --> 01:38:06,339

1568
01:38:06,339 --> 01:38:10,339

1569
01:38:10,339 --> 01:38:14,339

1570
01:38:14,340 --> 01:38:18,339

1571
01:38:18,339 --> 01:38:22,339

1572
01:38:22,339 --> 01:38:26,339

1573
01:38:26,339 --> 01:38:30,338

1574
01:38:30,338 --> 01:38:34,337

1575
01:38:34,337 --> 01:38:38,337

1576
01:38:38,338 --> 01:38:42,337

1577
01:38:42,337 --> 01:38:46,337

1578
01:38:46,339 --> 01:38:50,338

1579
01:38:50,338 --> 01:38:54,337

1580
01:38:54,337 --> 01:38:58,337

1581
01:38:58,338 --> 01:39:02,338

1582
01:39:02,350 --> 01:39:06,337

1583
01:39:06,337 --> 01:39:10,336

1584
01:39:10,336 --> 01:39:14,336

1585
01:39:14,336 --> 01:39:18,336

1586
01:39:18,337 --> 01:39:22,337

1587
01:39:22,341 --> 01:39:26,336

1588
01:39:26,336 --> 01:39:30,336

1589
01:39:30,336 --> 01:39:34,336

1590
01:39:34,339 --> 01:39:38,337
ค่ะ เดี๋ยวมาต่ออีกนิดหนึ่ง

1591
01:39:38,337 --> 01:39:42,335

1592
01:39:42,335 --> 01:39:46,335
คราวนี้มาดูอีก 1 ตัวอย่างนะคะ

1593
01:39:46,336 --> 01:39:50,335

1594
01:39:50,335 --> 01:39:54,335
ครูมีโจทย์ให้

1595
01:39:54,339 --> 01:39:58,337

1596
01:39:58,337 --> 01:40:02,335
5 x 2

1597
01:40:02,335 --> 01:40:06,335
+ 2

1598
01:40:11,890 --> 01:40:17,890

1599
01:40:06,334 --> 01:40:10,334
ตอนนี้ เราทำ

1600
01:40:10,335 --> 01:40:14,335
จาก Prefix ให้เป็น

1601
01:40:25,187 --> 01:40:22,315

1602
01:40:14,335 --> 01:40:18,335
Postfix ก่อนนะคะ

1603
01:40:26,315 --> 01:40:24,534

1604
01:40:18,337 --> 01:40:22,337
อันดับแรก

1605
01:40:28,534 --> 01:40:27,426

1606
01:40:22,335 --> 01:40:26,335
ต้องวาดตารางก่อนใช่ไหมคะ

1607
01:40:26,336 --> 01:40:30,336
วาดตาราง Stack ว่าง

1608
01:40:36,535 --> 01:40:35,141

1609
01:40:30,340 --> 01:40:34,334
ครูก็วาด 3 ช่องเหมือนเดิม แล้วก็

1610
01:40:34,334 --> 01:40:38,334
ตรง Input ครูก็เอาข้อมูลแต่ละตัว

1611
01:40:38,335 --> 01:40:42,335
มาใส่ลงในแต่ละบรรทัด

1612
01:40:48,131 --> 01:40:52,131

1613
01:40:53,437 --> 01:41:01,043

1614
01:40:42,335 --> 01:40:46,334

1615
01:40:46,334 --> 01:40:50,334

1616
01:40:50,334 --> 01:40:54,334

1617
01:40:54,337 --> 01:40:58,334

1618
01:40:58,334 --> 01:41:02,334
เริ่มต้นเลยนะคะ หย่อนเข้ามาตัวแรก

1619
01:41:02,335 --> 01:41:06,335
คือ เลข 5 ใช่ไหม มันเป็นตัวเลข เพราะฉะนั้น

1620
01:41:06,337 --> 01:41:10,333
เอาไปไว้ที่ Output

1621
01:41:10,333 --> 01:41:14,333
นะคะ นะ ถ้าเป็นตัวเลข เอาไปไว้ที่ Output

1622
01:41:14,343 --> 01:41:18,343
ได้เลย ตัวถัดมา

1623
01:41:30,547 --> 01:41:27,522

1624
01:41:18,334 --> 01:41:22,334
เครื่องหมายคูณ

1625
01:41:31,522 --> 01:41:30,011

1626
01:41:22,337 --> 01:41:26,337
แสดงว่าต้องเอาไปไว้ใน Stack

1627
01:41:34,011 --> 01:41:34,139

1628
01:41:26,333 --> 01:41:30,333
ตอนนี้ Stack มันเป็น Stack ว่าง

1629
01:41:38,139 --> 01:41:38,808

1630
01:41:30,336 --> 01:41:34,333
เราก็เลยเอาคูณมาใส่ใน

1631
01:41:34,333 --> 01:41:38,333
Stack ได้เลย ส่วน Output

1632
01:41:44,253 --> 01:41:42,738

1633
01:41:38,335 --> 01:41:42,335
ก็ยก 5 ลงมาเหมือนเดิม

1634
01:41:47,394 --> 01:41:46,853

1635
01:41:42,334 --> 01:41:46,334

1636
01:41:46,335 --> 01:41:50,335
โอเคนะ ยังเป็นเหมือนเดิมอยู่นะ

1637
01:42:03,128 --> 01:42:00,443

1638
01:41:50,334 --> 01:41:54,332
2 บรรทัดแรก ถัดมา

1639
01:41:54,332 --> 01:41:58,332
เจอเลข 2 เลข 2

1640
01:42:08,409 --> 01:42:06,310

1641
01:41:58,332 --> 01:42:02,332
2 มันเป็นตัวเลข ต้องเอาไปไว้ที่

1642
01:42:02,333 --> 01:42:06,333
Output เพราะฉะนั้น 2

1643
01:42:16,059 --> 01:42:13,920

1644
01:42:06,336 --> 01:42:10,336
จะอยู่ต่อจากเลข 5 นะคะ ใน Stack

1645
01:42:10,338 --> 01:42:14,338
ก็ยกลงมาเหมือนเดิม

1646
01:42:21,416 --> 01:42:20,635

1647
01:42:14,335 --> 01:42:18,333

1648
01:42:18,333 --> 01:42:22,333
ถึงตรงนี้นะคะ

1649
01:42:22,343 --> 01:42:26,331

1650
01:42:26,331 --> 01:42:30,331
ถัดมาข้อมูลที่เราอ่านมา

1651
01:42:37,259 --> 01:42:41,259
คืออะไร

1652
01:42:40,899 --> 01:42:39,305

1653
01:42:30,333 --> 01:42:34,332
เครื่องหมายบวก พอเราเจอ

1654
01:42:34,332 --> 01:42:38,332
เครื่องหมายบวก ครูบอกว่าต้องเอามัน

1655
01:42:38,336 --> 01:42:42,333
ไปไว้ใน Stack แต่ก่อนอื่น ก่อนที่จะ

1656
01:42:42,333 --> 01:42:46,333
เอาไปไว้ใน Stack เดิม

1657
01:42:46,335 --> 01:42:50,335
เรามีข้อมูลใน Stack หรือเปล่า มีใช่หรือเปล่า มีเครื่องหมายคูณ

1658
01:42:58,752 --> 01:43:02,331

1659
01:42:50,335 --> 01:42:54,331
เพราะฉะนั้น เรา

1660
01:42:54,331 --> 01:42:58,331
ต้องเปรียบเทียบความสำคัญก่อน บวก

1661
01:42:58,335 --> 01:43:02,335
มันน้อยกว่าหรือมากกว่าคูณ

1662
01:43:09,257 --> 01:43:07,718

1663
01:43:02,333 --> 01:43:06,331
น้อยกว่า ใช่ไหม บวก

1664
01:43:06,331 --> 01:43:10,331
มีค่าน้อยกว่าคูณ เพราะฉะนั้น

1665
01:43:20,566 --> 01:43:22,003

1666
01:43:10,336 --> 01:43:14,333
ทำไมคะ เอาคูณ

1667
01:43:14,333 --> 01:43:18,333
ออกมา

1668
01:43:33,858 --> 01:43:32,390

1669
01:43:18,330 --> 01:43:22,330
บวกมีค่าน้อยกว่าคูณ เพราะฉะนั้น

1670
01:43:36,872 --> 01:43:34,689

1671
01:43:22,340 --> 01:43:26,329
ต้องเอา

1672
01:43:26,329 --> 01:43:30,329
ข้อมูลที่อยู่บน Stack นี่ คือ คูณ เอามาไว้ที่

1673
01:43:30,331 --> 01:43:34,329
Output เห็นไหมคะ

1674
01:43:34,329 --> 01:43:38,329
เอามาไว้ที่ Output เสร็จแล้ว เราถึงเอา

1675
01:43:38,332 --> 01:43:42,332
เครื่องหมายบวก Push ลงไปใน Stack

1676
01:43:50,403 --> 01:43:46,958

1677
01:43:42,329 --> 01:43:46,329
นะคะ แล้วค่อยเอาเครื่องหมายบวก

1678
01:43:46,330 --> 01:43:50,330
ใส่ลงไปใน Stack ได้เลย เพราะ Stack มันว่าง

1679
01:43:50,336 --> 01:43:54,332
เพราะฉะนั้น ตรง Output จะเป็น

1680
01:43:54,332 --> 01:43:58,330
5, 2 แล้วก็เครื่องหมายคูณ

1681
01:43:58,330 --> 01:44:02,328
ทำไมคูณ

1682
01:44:02,328 --> 01:44:06,328
ถึงต้องออกมา เพราะบวกมันน้อยกว่าคูณ

1683
01:44:22,391 --> 01:44:20,793

1684
01:44:06,330 --> 01:44:10,330
เห็นไหมคะ บวกมันน้อยกว่าคูณ

1685
01:44:25,664 --> 01:44:22,982

1686
01:44:10,329 --> 01:44:14,328
เลยเอาคูณออกมา

1687
01:44:14,328 --> 01:44:18,328
ถัดมาเลขอะไรคะ เลข 2

1688
01:44:29,554 --> 01:44:26,987

1689
01:44:18,329 --> 01:44:22,329
เอาไปไว้ที่ Output ได้เลย ก็

1690
01:44:22,330 --> 01:44:26,329
เอามันมาต่อท้ายคูณใช้หรือเปล่า เพราะมันคือคูณ

1691
01:44:26,329 --> 01:44:30,328
เอา 2 มาต่อท้าย

1692
01:44:30,328 --> 01:44:34,328

1693
01:44:34,336 --> 01:44:38,334
ตอนนี้เราอ่านข้อมูลครบหมดแล้ว

1694
01:44:38,334 --> 01:44:42,334
แต่ใน Stack มันยังมีบวกค้างอยู่ เพราะฉะนั้น

1695
01:44:50,853 --> 01:44:49,245

1696
01:44:42,334 --> 01:44:46,328
ต้อง Pop มันออกมา แล้วไว้ข้างหลังเลย

1697
01:44:46,328 --> 01:44:50,328
นะคะ Pop มันออกมาแล้วไว้ข้างหลัง

1698
01:44:50,330 --> 01:44:54,328

1699
01:44:54,328 --> 01:44:58,327

1700
01:44:58,327 --> 01:45:02,327

1701
01:45:02,328 --> 01:45:06,327

1702
01:45:06,327 --> 01:45:10,327

1703
01:45:10,327 --> 01:45:14,327

1704
01:45:14,327 --> 01:45:18,327

1705
01:45:18,328 --> 01:45:22,327

1706
01:45:22,327 --> 01:45:26,326

1707
01:45:26,326 --> 01:45:30,326

1708
01:45:30,326 --> 01:45:34,326
โอเคนะ

1709
01:45:42,994 --> 01:45:41,091

1710
01:45:34,326 --> 01:45:38,326
แบบฝึกหัด ช่วยครูทำหน่อยตอนนี้เลย

1711
01:45:46,174 --> 01:45:44,369

1712
01:45:38,326 --> 01:45:42,326
ครูโจทย์ให้นะคะ 3 หาร 1

1713
01:45:42,329 --> 01:45:46,326
ลบ 2 แล้วครูก็บอกว่าหาร

1714
01:45:46,326 --> 01:45:50,326
นี่ มันมีค่ามากกว่าลบนะ

1715
01:45:58,870 --> 01:46:02,870
นะ

1716
01:46:00,098 --> 01:45:56,947
คะ

1717
01:45:50,326 --> 01:45:54,326
หาค่าผลลัพธ์ของนิพจน์

1718
01:46:03,994 --> 01:46:02,780

1719
01:45:54,329 --> 01:45:58,329
Postfix ให้ครูหน่อย

1720
01:46:06,780 --> 01:46:10,780

1721
01:46:09,776 --> 01:46:13,776
ผลลัพธ์สุดท้าย

1722
01:46:15,222 --> 01:46:19,222
ตัว

1723
01:46:16,261 --> 01:46:14,069
นี้

1724
01:45:58,330 --> 01:46:02,326
จะได้อะไร เริ่มต้น

1725
01:46:02,326 --> 01:46:06,326
ทุกคนตีตารางก่อน

1726
01:46:20,503 --> 01:46:19,480

1727
01:46:06,332 --> 01:46:10,325

1728
01:46:10,325 --> 01:46:14,325

1729
01:46:14,328 --> 01:46:18,328
ลองทำดูสิคะ

1730
01:46:24,104 --> 01:46:21,953

1731
01:46:18,331 --> 01:46:22,331
ไม่มีมาเอาข้างหน้า

1732
01:46:27,583 --> 01:46:27,623

1733
01:46:22,334 --> 01:46:26,334
ครูมีกระดาษให้นะ

1734
01:46:32,089 --> 01:46:28,388

1735
01:46:26,342 --> 01:46:30,328

1736
01:46:30,328 --> 01:46:34,324

1737
01:46:34,324 --> 01:46:38,324

1738
01:46:38,324 --> 01:46:42,324
แบบฝึกหัด 1 ข้อนะคะ ทำตอนนี้เลย

1739
01:46:51,731 --> 01:47:04,813

1740
01:46:42,326 --> 01:46:46,324

1741
01:46:46,324 --> 01:46:50,324

1742
01:46:50,327 --> 01:46:54,325

1743
01:46:54,325 --> 01:46:58,325
เหมือนกับโจทย์ที่ครูให้ไป

1744
01:46:58,325 --> 01:47:02,325
นะคะ คล้าย ๆ กับโจทย์ที่ครูให้ไป

1745
01:47:12,723 --> 01:47:16,087
แล้วเราก็

1746
01:47:02,324 --> 01:47:06,324
จดแล้วด้วยนะ

1747
01:47:20,087 --> 01:48:55,479

1748
01:47:06,324 --> 01:47:10,324

1749
01:47:10,324 --> 01:47:14,324

1750
01:47:14,324 --> 01:47:18,324

1751
01:47:18,324 --> 01:47:22,324

1752
01:47:22,328 --> 01:47:26,325

1753
01:47:26,325 --> 01:47:30,325

1754
01:47:30,329 --> 01:47:34,324

1755
01:47:34,324 --> 01:47:38,323

1756
01:47:38,323 --> 01:47:42,323

1757
01:47:42,323 --> 01:47:46,323

1758
01:47:46,324 --> 01:47:50,323

1759
01:47:50,323 --> 01:47:54,322

1760
01:47:54,322 --> 01:47:58,322

1761
01:47:58,324 --> 01:48:02,323

1762
01:48:02,323 --> 01:48:06,323

1763
01:48:06,330 --> 01:48:10,329

1764
01:48:10,329 --> 01:48:14,323

1765
01:48:14,323 --> 01:48:18,323

1766
01:48:18,325 --> 01:48:22,324

1767
01:48:22,324 --> 01:48:26,322

1768
01:48:26,322 --> 01:48:30,322

1769
01:48:30,322 --> 01:48:34,322

1770
01:48:34,322 --> 01:48:38,322

1771
01:48:38,322 --> 01:48:42,322

1772
01:48:42,322 --> 01:48:46,322

1773
01:48:46,326 --> 01:48:50,325
เหมือนโจทย์สุดท้ายที่ครูให้ไปเมื่อกี้เลยนะ

1774
01:48:50,325 --> 01:48:54,325
ลบ

1775
01:49:00,964 --> 01:49:00,797

1776
01:48:54,321 --> 01:48:58,321
มันน้อยกว่าหารใช่ไหมคะ เรา

1777
01:48:58,322 --> 01:49:02,322
เปรียบเทียบกัน ลบมันน้อยกว่าหาร

1778
01:49:09,215 --> 01:49:07,961

1779
01:49:02,322 --> 01:49:06,322
เพราะฉะนั้น

1780
01:49:11,961 --> 01:49:10,555

1781
01:49:06,321 --> 01:49:10,321
ก็ต้องเอาหารออกมา

1782
01:49:15,620 --> 01:49:13,898

1783
01:49:10,324 --> 01:49:14,321

1784
01:49:14,321 --> 01:49:18,321

1785
01:49:18,322 --> 01:49:22,322

1786
01:49:22,322 --> 01:49:26,322

1787
01:49:26,330 --> 01:49:30,323

1788
01:49:30,323 --> 01:49:34,323

1789
01:49:34,328 --> 01:49:38,321

1790
01:49:38,321 --> 01:49:42,320

1791
01:49:42,320 --> 01:49:46,320

1792
01:49:46,322 --> 01:49:50,320

1793
01:49:50,320 --> 01:49:54,320

1794
01:49:54,320 --> 01:49:58,320

1795
01:49:58,320 --> 01:50:02,320

1796
01:50:02,322 --> 01:50:06,320

1797
01:50:06,320 --> 01:50:10,320

1798
01:50:10,321 --> 01:50:14,321

1799
01:50:14,322 --> 01:50:18,321

1800
01:50:18,321 --> 01:50:22,321

1801
01:50:22,321 --> 01:50:26,321

1802
01:50:26,321 --> 01:50:30,320

1803
01:50:30,320 --> 01:50:34,320

1804
01:50:34,320 --> 01:50:38,319

1805
01:50:38,319 --> 01:50:42,319

1806
01:50:42,319 --> 01:50:46,319

1807
01:50:46,320 --> 01:50:50,319

1808
01:50:50,319 --> 01:50:54,319

1809
01:50:54,319 --> 01:50:58,319

1810
01:50:58,319 --> 01:51:02,319

1811
01:51:02,319 --> 01:51:06,319

1812
01:51:06,321 --> 01:51:10,321

1813
01:51:10,321 --> 01:51:14,319

1814
01:51:14,319 --> 01:51:18,319

1815
01:51:18,319 --> 01:51:22,318

1816
01:51:22,318 --> 01:51:26,318

1817
01:51:26,318 --> 01:51:30,318

1818
01:51:30,319 --> 01:51:34,318

1819
01:51:34,318 --> 01:51:38,318

1820
01:51:38,318 --> 01:51:42,318

1821
01:51:42,318 --> 01:51:46,318

1822
01:51:46,324 --> 01:51:50,319

1823
01:51:50,319 --> 01:51:54,318

1824
01:51:54,318 --> 01:51:58,318

1825
01:51:58,318 --> 01:52:02,318

1826
01:52:02,319 --> 01:52:06,319

1827
01:52:07,320 --> 01:52:11,318

1828
01:52:11,318 --> 01:52:15,318

1829
01:52:15,321 --> 01:52:19,320

1830
01:52:19,320 --> 01:52:23,317

1831
01:52:23,317 --> 01:52:27,317

1832
01:52:27,320 --> 01:52:31,320

1833
01:52:31,320 --> 01:52:35,320

1834
01:52:35,321 --> 01:52:39,317

1835
01:52:39,317 --> 01:52:43,317

1836
01:52:43,318 --> 01:52:47,318

1837
01:52:47,318 --> 01:52:51,318

1838
01:52:51,321 --> 01:52:55,317

1839
01:52:55,317 --> 01:52:59,316

1840
01:52:59,316 --> 01:53:03,316

1841
01:53:03,318 --> 01:53:07,318

1842
01:53:07,319 --> 01:53:11,319

1843
01:53:11,321 --> 01:53:15,318

1844
01:53:15,318 --> 01:53:19,318

1845
01:53:19,319 --> 01:53:23,317

1846
01:53:23,317 --> 01:53:27,316

1847
01:53:27,316 --> 01:53:31,316

1848
01:53:31,317 --> 01:53:35,317

1849
01:53:35,318 --> 01:53:39,318

1850
01:53:39,323 --> 01:53:43,316

1851
01:53:43,316 --> 01:53:47,316

1852
01:53:47,318 --> 01:53:51,317

1853
01:53:51,317 --> 01:53:55,316

1854
01:53:55,316 --> 01:53:59,316

1855
01:53:59,321 --> 01:54:03,321

1856
01:54:03,322 --> 01:54:07,316

1857
01:54:07,316 --> 01:54:11,316

1858
01:54:11,319 --> 01:54:15,315

1859
01:54:15,315 --> 01:54:19,315

1860
01:54:19,316 --> 01:54:23,316

1861
01:54:23,316 --> 01:54:27,316

1862
01:54:27,317 --> 01:54:31,317
คราวนี้นะคะ ดูด้วยกัน

1863
01:54:40,134 --> 01:54:42,885

1864
01:54:31,324 --> 01:54:35,324

1865
01:54:35,325 --> 01:54:39,325
3

1866
01:54:46,885 --> 01:54:45,255

1867
01:54:39,315 --> 01:54:43,315
เอา 3 ไปไว้ที่ไหนคะ ที่ Output

1868
01:54:49,972 --> 01:54:50,459

1869
01:54:43,316 --> 01:54:47,316
เห็นไหมคะ เอา 3 ไปไว้ที่ Output

1870
01:54:54,459 --> 01:54:53,345

1871
01:54:47,325 --> 01:54:51,325
เครื่องหมายหาร เอาเครื่องหมายหารไปไว้ที่ไหน Stack

1872
01:54:59,453 --> 01:54:57,646

1873
01:54:51,319 --> 01:54:55,319
เพราะมันเป็น Stack ว่าง เราก็หย่อนเครื่องหมายหารได้เลย

1874
01:55:08,150 --> 01:55:06,639

1875
01:54:55,316 --> 01:54:59,316
Output เรายกมันลงมาด้วยนะ

1876
01:55:11,030 --> 01:55:09,073

1877
01:54:59,317 --> 01:55:03,315

1878
01:55:03,315 --> 01:55:07,315
ถัดไป เราอ่านเจอเลข 1 ใช่ไหมคะ  ต้องเอาเลข 1 ไปไว้

1879
01:55:07,319 --> 01:55:11,319
ที่ไหน Output

1880
01:55:22,903 --> 01:55:20,336

1881
01:55:11,315 --> 01:55:15,315
ยกลงมาก่อน เสร็จแล้วก็เติมเลข 1 ลงไป

1882
01:55:25,574 --> 01:55:23,248

1883
01:55:15,315 --> 01:55:19,315
ใน Stack ยังเหมือนเดิมนะ

1884
01:55:27,433 --> 01:55:26,337

1885
01:55:19,315 --> 01:55:23,315
เรายังมีเครื่องหมายหารอยู่ เราก็ยกลงมาได้เลย

1886
01:55:31,656 --> 01:55:28,969

1887
01:55:23,326 --> 01:55:27,326
ถัดมา

1888
01:55:32,969 --> 01:55:32,078

1889
01:55:27,314 --> 01:55:31,314
เครื่องหมายลบใช่ไหมคะ เดิมใน Stack เรามี

1890
01:55:31,317 --> 01:55:35,317
หารอยู่แล้วใช่ไหม ครูเขียนให้ดูก่อน

1891
01:55:35,322 --> 01:55:39,320
เรามีหารอยู่แล้วนี่ เราเอาลบนี่ มาเทียบกับ

1892
01:55:39,320 --> 01:55:43,314
หาร ปรากฎว่า

1893
01:55:43,314 --> 01:55:47,314
ค่าลบมันน้อยกว่า

1894
01:55:55,691 --> 01:55:54,971

1895
01:55:47,315 --> 01:55:51,315
ให้ทำอย่างไร

1896
01:55:58,971 --> 01:55:56,912

1897
01:55:51,314 --> 01:55:55,314
ให้เอาหารนี่ เอาออกมาไว้ที่

1898
01:55:55,314 --> 01:55:59,314
Output เพราะฉะนั้น จะได้เป็น

1899
01:55:59,315 --> 01:56:03,315
3, 1 แล้วก็หาร ตรงนี้หายไปใช่ไหมคะ

1900
01:56:03,318 --> 01:56:07,318
เสร็จแล้วก็ใส่ค่าลบ

1901
01:56:13,302 --> 01:56:09,808

1902
01:56:07,313 --> 01:56:11,313
ลงมาใน Stack

1903
01:56:16,162 --> 01:56:21,622

1904
01:56:11,320 --> 01:56:15,315
ถัดมาเราหย่อนอะไร

1905
01:56:15,315 --> 01:56:19,315
ยกของเดิมลงมาก่อนที่ Output แล้วก็ใส่เลข 2

1906
01:56:19,324 --> 01:56:23,314
ใน Stack หรืออะไรคะ

1907
01:56:23,314 --> 01:56:27,314
เครื่องหมายลบใช่ไหม อ่านครบหมดแล้วนะ

1908
01:56:43,607 --> 01:56:42,582

1909
01:56:27,315 --> 01:56:31,315
แต่ใน Stack

1910
01:56:46,583 --> 01:56:46,337

1911
01:56:31,314 --> 01:56:35,314
เราต้องเอาค่าจาก Stack ออกมา เป็น

1912
01:56:35,316 --> 01:56:39,315
3 1 หาร 2 แล้วอะไรคะ ลบ

1913
01:56:39,315 --> 01:56:43,313
เห็นไหม

1914
01:56:43,313 --> 01:56:47,313
เราเอาค่าที่อยู่ใน Stack ตัวสุดท้ายมาใส่ข้างหลัง

1915
01:56:47,320 --> 01:56:51,313
ได้เลยนะคะ

1916
01:56:51,313 --> 01:56:55,313
โอเค

1917
01:56:55,313 --> 01:56:59,313
อีกข้อหนึ่ง

1918
01:56:59,316 --> 01:57:03,316
แล้วจะให้เลิก ครูให้โจทย์มาแค่นี้เอง วาดตารางเองด้วย

1919
01:57:03,316 --> 01:57:07,316

1920
01:57:07,318 --> 01:57:11,317

1921
01:57:11,317 --> 01:57:15,312

1922
01:57:15,312 --> 01:57:19,312

1923
01:57:19,322 --> 01:57:23,313
โจทย์ข้อนี้อันดับแรก

1924
01:57:23,313 --> 01:57:27,313
วาดตารางก่อนเลย ตีตารางค่ะ

1925
01:57:27,315 --> 01:57:31,314

1926
01:57:31,314 --> 01:57:35,312

1927
01:57:35,312 --> 01:57:39,312

1928
01:57:39,312 --> 01:57:43,312

1929
01:57:43,312 --> 01:57:47,312

1930
01:57:47,312 --> 01:57:51,312

1931
01:57:51,312 --> 01:57:55,312

1932
01:57:55,312 --> 01:57:59,312

1933
01:57:59,324 --> 01:58:03,312

1934
01:58:03,312 --> 01:58:07,311

1935
01:58:07,311 --> 01:58:11,311

1936
01:58:11,313 --> 01:58:15,312

1937
01:58:15,312 --> 01:58:19,311

1938
01:58:19,311 --> 01:58:23,311

1939
01:58:23,312 --> 01:58:27,312

1940
01:58:27,312 --> 01:58:31,312

1941
01:58:31,317 --> 01:58:35,311

1942
01:58:35,311 --> 01:58:39,311

1943
01:58:39,311 --> 01:58:43,311

1944
01:58:43,311 --> 01:58:47,311

1945
01:58:47,311 --> 01:58:51,311

1946
01:58:51,311 --> 01:58:55,311

1947
01:58:55,311 --> 01:58:59,311

1948
01:58:59,313 --> 01:59:03,313

1949
01:59:03,313 --> 01:59:07,313

1950
01:59:07,314 --> 01:59:11,311

1951
01:59:11,311 --> 01:59:15,311

1952
01:59:15,311 --> 01:59:19,311

1953
01:59:19,312 --> 01:59:23,312

1954
01:59:23,312 --> 01:59:27,312

1955
01:59:27,312 --> 01:59:31,310

1956
01:59:31,310 --> 01:59:35,310

1957
01:59:35,310 --> 01:59:39,310

1958
01:59:39,318 --> 01:59:43,313

1959
01:59:43,313 --> 01:59:47,310

1960
01:59:47,310 --> 01:59:51,310

1961
01:59:51,310 --> 01:59:55,310

1962
01:59:55,310 --> 01:59:59,310
ดูนิดหนึ่ง

1963
01:59:59,310 --> 02:00:03,310
คูณมันมากกว่าลบ

1964
02:00:03,310 --> 02:00:07,310
ใช่หรือเปล่า คูณมันมีค่ามากกว่าลบ

1965
02:00:15,639 --> 02:00:24,828

1966
02:00:07,314 --> 02:00:11,313
เพราะฉะนั้น ทำอะไร ก็ Push คูณลง  Stack ได้เลย

1967
02:00:11,313 --> 02:00:15,309
นะคะ Push คูณ

1968
02:00:15,309 --> 02:00:19,309
ลงใน Stack ได้เลย

1969
02:00:19,309 --> 02:00:23,309

1970
02:00:23,314 --> 02:00:27,309

1971
02:00:27,309 --> 02:00:31,309

1972
02:00:31,310 --> 02:00:35,310

1973
02:00:35,316 --> 02:00:39,309

1974
02:00:39,309 --> 02:00:43,309

1975
02:00:43,309 --> 02:00:47,309

1976
02:00:47,312 --> 02:00:51,309

1977
02:00:51,309 --> 02:00:55,309

1978
02:00:55,309 --> 02:00:59,309

1979
02:00:59,309 --> 02:01:03,309

1980
02:01:03,309 --> 02:01:07,308

1981
02:01:07,308 --> 02:01:11,308

1982
02:01:11,308 --> 02:01:15,308

1983
02:01:15,309 --> 02:01:19,309

1984
02:01:19,317 --> 02:01:23,309

1985
02:01:23,309 --> 02:01:27,309

1986
02:01:27,316 --> 02:01:31,310

1987
02:01:31,310 --> 02:01:35,310

1988
02:01:35,313 --> 02:01:39,309

1989
02:01:39,309 --> 02:01:43,308

1990
02:01:43,308 --> 02:01:47,308

1991
02:01:47,308 --> 02:01:51,308

1992
02:01:51,309 --> 02:01:55,308

1993
02:01:55,308 --> 02:01:59,308

1994
02:01:59,309 --> 02:02:03,309

1995
02:02:03,309 --> 02:02:07,308

1996
02:02:07,308 --> 02:02:11,308

1997
02:02:11,308 --> 02:02:15,308

1998
02:02:15,312 --> 02:02:19,308

1999
02:02:19,308 --> 02:02:23,308

2000
02:02:23,309 --> 02:02:27,309

2001
02:02:27,310 --> 02:02:31,308

2002
02:02:31,308 --> 02:02:35,308

2003
02:02:35,312 --> 02:02:39,307

2004
02:02:39,307 --> 02:02:43,307

2005
02:02:43,307 --> 02:02:47,307

2006
02:02:47,307 --> 02:02:51,307

2007
02:02:51,309 --> 02:02:55,307

2008
02:02:55,307 --> 02:02:59,307

2009
02:02:59,307 --> 02:03:03,307

2010
02:03:03,307 --> 02:03:07,307

2011
02:03:07,309 --> 02:03:11,307

2012
02:03:11,307 --> 02:03:15,307

2013
02:03:15,307 --> 02:03:19,307

2014
02:03:19,307 --> 02:03:23,307

2015
02:03:23,315 --> 02:03:27,307

2016
02:03:27,307 --> 02:03:31,307

2017
02:03:31,307 --> 02:03:35,307

2018
02:03:35,307 --> 02:03:39,306

2019
02:03:39,306 --> 02:03:43,306

2020
02:03:43,306 --> 02:03:47,306

2021
02:03:47,308 --> 02:03:51,307

2022
02:03:51,307 --> 02:03:55,306

2023
02:03:55,306 --> 02:03:59,306

2024
02:03:59,306 --> 02:04:03,306

2025
02:04:03,306 --> 02:04:07,305

2026
02:04:07,305 --> 02:04:11,305

2027
02:04:11,307 --> 02:04:15,305

2028
02:04:15,305 --> 02:04:19,305

2029
02:04:19,307 --> 02:04:23,307
โอเค

2030
02:04:31,152 --> 02:04:31,836

2031
02:04:23,307 --> 02:04:27,307
มาดูนะคะ

2032
02:04:35,836 --> 02:04:38,933

2033
02:04:27,316 --> 02:04:31,308
6

2034
02:04:31,308 --> 02:04:35,308
เป็นตัวเลข เอาไว้ที่ Output ใช่หรือเปล่า

2035
02:04:46,191 --> 02:04:44,164

2036
02:04:35,309 --> 02:04:39,306
ลบ เอาไว้ที่ Stack นะคะ

2037
02:04:39,306 --> 02:04:43,306
6 ก็ใส่มาเหมือนเดิม

2038
02:04:49,525 --> 02:04:46,778

2039
02:04:43,309 --> 02:04:47,309
5 เอาไว้ที่ไหนคะ เอาไว้ที่ Output

2040
02:04:59,427 --> 02:04:57,840

2041
02:04:47,305 --> 02:04:51,305
Stack ก็ยกลงมาเหมือนเดิมนะคะ

2042
02:04:51,305 --> 02:04:55,305
ถัดมา คูณ

2043
02:05:04,559 --> 02:05:01,737

2044
02:04:55,306 --> 02:04:59,305
เจอคูณ

2045
02:04:59,305 --> 02:05:03,305
ใช่ไหมคะ เจอคูณให้เปรียบเทียบกับตัวนี้ก่อน

2046
02:05:03,311 --> 02:05:07,311
ปรากฏว่าคูณมีค่ามากกว่าลบ

2047
02:05:25,342 --> 02:05:25,278

2048
02:05:07,305 --> 02:05:11,305
ให้ Push คูณลง Stack

2049
02:05:11,305 --> 02:05:15,305
ได้เลย เพราะฉะนั้น

2050
02:05:30,053 --> 02:05:27,949

2051
02:05:15,307 --> 02:05:19,307
Stack เดิมเป็น push

2052
02:05:34,228 --> 02:05:32,922

2053
02:05:19,315 --> 02:05:23,311
ครูบอกว่า Push ลงมาได้เลยนะคะ เพราะคูณ

2054
02:05:23,311 --> 02:05:27,306
มันมากกว่านะ มันมากกว่านะคะ

2055
02:05:27,306 --> 02:05:31,306
ข้างหลัง คือ 6 กับ 5

2056
02:05:43,081 --> 02:05:41,521

2057
02:05:31,304 --> 02:05:35,304
ถัดมา 2

2058
02:05:45,521 --> 02:05:42,265

2059
02:05:35,304 --> 02:05:39,304
เป็นตัวเลขไว้ข้างหลังนะคะ

2060
02:05:39,306 --> 02:05:43,306
Stack มีเท่าไรยกลงมา

2061
02:05:49,034 --> 02:05:46,649

2062
02:05:43,304 --> 02:05:47,304
โอเค เสร็จแล้ว หมดแล้วนะ ผลลัพธ์

2063
02:05:47,306 --> 02:05:51,306
สุดท้ายที่ได้ 6, 5, 2

2064
02:05:57,747 --> 02:05:56,255

2065
02:05:51,307 --> 02:05:55,305
เอาคูณออกมาก่อน แล้วตามด้วยลบนะคะ

2066
02:05:55,305 --> 02:05:59,305
เห็นนะโอเค

2067
02:06:04,315 --> 02:06:01,361

2068
02:05:59,304 --> 02:06:03,304

2069
02:06:03,304 --> 02:06:07,304
ทุกคนดู

2070
02:06:13,265 --> 02:06:10,064

2071
02:06:07,304 --> 02:06:11,303
นะคะ

2072
02:06:11,303 --> 02:06:15,303

2073
02:06:15,305 --> 02:06:19,303

2074
02:06:19,303 --> 02:06:23,302

2075
02:06:23,302 --> 02:06:27,302
เราสังเกตนะ

2076
02:06:27,303 --> 02:06:31,303
ทำไมตัวนี้

2077
02:06:37,554 --> 02:06:36,016

2078
02:06:31,303 --> 02:06:35,303
เอาหารออกมา ตัวนี้ไม่ได้เอาอะไรออกมานะคะ

2079
02:06:35,309 --> 02:06:39,309
วิธีการสังเกต โอเค

2080
02:06:51,478 --> 02:06:50,080

2081
02:06:39,304 --> 02:06:43,304
ลบเทียบกับหาร ลบ

2082
02:06:43,305 --> 02:06:47,305
มันมีค่าน้อยกว่าหารเห็นไหมคะ

2083
02:06:47,306 --> 02:06:51,306
ลบมีค่าน้อยกว่าหาร

2084
02:06:58,913 --> 02:06:58,972

2085
02:06:51,303 --> 02:06:55,303
เลยต้องเอาหาร

2086
02:06:55,303 --> 02:06:59,302
ออกมา

2087
02:06:59,302 --> 02:07:03,302
แต่ถ้า Input

2088
02:07:03,302 --> 02:07:07,302
ที่ใส่เข้าไปนี่ มีค่ามากกว่า เราก็

2089
02:07:07,305 --> 02:07:11,305
ใส่ลงไปใน Stack ได้เลย

2090
02:07:21,999 --> 02:07:19,785

2091
02:07:11,308 --> 02:07:15,308
ถ้าตัวซ้ายมันมากกว่าตัวบนตรงนี้

2092
02:07:23,785 --> 02:07:21,644

2093
02:07:15,302 --> 02:07:19,302
เราก็ใส่ลงไปใน Stack ได้เลยนะคะ

2094
02:07:19,302 --> 02:07:23,302

2095
02:07:23,302 --> 02:07:27,302
โอเค

2096
02:07:33,449 --> 02:07:33,440

2097
02:07:27,301 --> 02:07:31,301
ต้องกลับไปทบทวนอีกรอบหนึ่งนะ นะคะ

2098
02:07:31,302 --> 02:07:35,302
เดี๋ยวสัปดาห์หน้า ครูจะทวน

2099
02:07:35,303 --> 02:07:39,303
ให้อีกรอบหนึ่ง

2100
02:07:39,319 --> 02:07:43,301

2101
02:07:43,301 --> 02:07:47,301
โอเค

2102
02:07:52,426 --> 02:08:04,278

2103
02:07:47,300 --> 02:07:51,300
เดี๋ยวทั้งหมดนี้เดี๋ยวครูจะอัปที่ Classroom ให้นะคะ

2104
02:07:51,305 --> 02:07:55,304
เดี๋ยวครูจะไปสแกนให้ แล้วก็อัปโหลด

2105
02:07:55,304 --> 02:07:59,301
ให้ โอเค

2106
02:07:59,301 --> 02:08:03,300

2107
02:08:03,300 --> 02:08:07,300

2108
02:08:07,301 --> 02:08:11,300

2109
02:08:11,300 --> 02:08:15,300

2110
02:08:15,304 --> 02:08:19,300

2111
02:08:19,300 --> 02:08:23,300

2112
02:08:23,302 --> 02:08:27,302
เดี๋ยวครูเช็กชื่อหน่อยนะคะ

2113
02:08:27,304 --> 02:08:31,300

2114
02:08:31,300 --> 02:08:35,299

2115
02:08:35,299 --> 02:08:39,299

2116
02:08:39,303 --> 02:08:43,300

2117
02:08:43,300 --> 02:08:47,300

2118
02:08:47,300 --> 02:08:51,300

2119
02:08:51,300 --> 02:08:55,300

2120
02:08:55,301 --> 02:08:59,301
ครูเช็กชื่อหน่อย

2121
02:09:09,526 --> 02:09:09,274

2122
02:08:59,299 --> 02:09:03,299
ศิริลักษณ์

2123
02:09:13,274 --> 02:09:12,325

2124
02:09:03,308 --> 02:09:07,308
02

2125
02:09:16,326 --> 02:09:14,058

2126
02:09:07,299 --> 02:09:11,299
มาไหม 02

2127
02:09:18,058 --> 02:09:16,458

2128
02:09:11,299 --> 02:09:15,299
คนนี้หรือ

2129
02:09:20,458 --> 02:09:22,103

2130
02:09:15,299 --> 02:09:19,299
03

2131
02:09:26,348 --> 02:09:25,592

2132
02:09:19,307 --> 02:09:23,307
อดิศร เป็น COVID

2133
02:09:36,345 --> 02:09:35,776

2134
02:09:23,303 --> 02:09:27,303
4 นพกิต

2135
02:09:39,776 --> 02:09:39,157

2136
02:09:27,298 --> 02:09:31,298
คนนี้ 5.

2137
02:09:44,727 --> 02:09:48,012

2138
02:09:31,298 --> 02:09:35,298
พงศ์พร ไหน

2139
02:09:52,012 --> 02:09:49,829

2140
02:09:35,305 --> 02:09:39,305
อ๋อ จันทกานต์

2141
02:09:54,644 --> 02:09:52,149

2142
02:09:39,298 --> 02:09:43,298
ไหนคะ

2143
02:09:56,312 --> 02:09:54,300

2144
02:09:43,299 --> 02:09:47,299
กัญญานัฐ

2145
02:09:58,301 --> 02:09:56,202

2146
02:09:47,300 --> 02:09:51,300
ธัญญาลักษณ์

2147
02:10:00,203 --> 02:09:58,029

2148
02:09:51,298 --> 02:09:55,298
อ๋อ โอเค วริษา

2149
02:10:02,577 --> 02:10:01,197

2150
02:09:55,298 --> 02:09:59,298
คนนี้

2151
02:10:05,197 --> 02:10:04,664

2152
02:09:59,298 --> 02:10:03,298
ภัทรดา 11 ไม่มา

2153
02:10:11,488 --> 02:10:08,613

2154
02:10:03,298 --> 02:10:07,298
เทพอักษร

2155
02:10:20,533 --> 02:10:17,404

2156
02:10:07,303 --> 02:10:11,303
ธนภัทร 15 โอเค

2157
02:10:24,777 --> 02:10:23,773

2158
02:10:11,299 --> 02:10:15,299
ภากร

2159
02:10:15,301 --> 02:10:19,301
16 โอเค

2160
02:10:28,103 --> 02:10:32,599

2161
02:10:19,299 --> 02:10:23,299

2162
02:10:23,302 --> 02:10:27,297

2163
02:10:27,297 --> 02:10:31,297

2164
02:10:31,299 --> 02:10:35,299

2165
02:10:46,888 --> 02:10:50,888

2166
02:10:50,892 --> 02:10:54,892

2167
02:10:55,913 --> 02:10:59,913

2168
02:10:59,914 --> 02:11:03,914

2169
02:11:03,919 --> 02:11:07,919


