﻿1
00:00:00,000 --> 00:00:03,483

2
00:00:04,002 --> 00:00:07,482

3
00:00:08,004 --> 00:00:11,482

4
00:00:12,007 --> 00:00:15,483

5
00:00:16,009 --> 00:00:19,483

6
00:00:20,011 --> 00:00:23,482

7
00:00:24,013 --> 00:00:27,483
(อาจารย์สุธาสินี) ทำไมเป็นอย่างนั้นล่ะ

8
00:00:28,015 --> 00:00:31,483
ได้ยินครูนะ คราวที่แล้ว

9
00:00:32,017 --> 00:00:35,483
นะคะ เราพูดถึงในเรื่องของ

10
00:00:36,019 --> 00:00:39,488
เหมือนล่ามไม่ได้ยินเลย อ๋อ ค่ะ

11
00:00:40,022 --> 00:00:43,485
คราวที่แล้วเราพูดถึงเรื่อง list นะ lis

12
00:00:44,024 --> 00:00:47,484
แล้วเราก็ทำข้อสอบไปแล้วนะคะ

13
00:00:48,026 --> 00:00:51,484
เรื่องลิสต์

14
00:00:52,028 --> 00:00:55,483

15
00:00:56,030 --> 00:00:59,482

16
00:01:00,033 --> 00:01:03,483
ได้ไหมคะ

17
00:01:04,035 --> 00:01:07,482

18
00:01:08,037 --> 00:01:11,483
ได้ยินไหมคะ

19
00:01:12,040 --> 00:01:15,483
ยังไม่ได้ยิน

20
00:01:16,044 --> 00:01:19,483

21
00:01:20,047 --> 00:01:23,483

22
00:01:24,050 --> 00:01:27,482

23
00:01:28,052 --> 00:01:31,482

24
00:01:32,053 --> 00:01:35,483

25
00:01:36,056 --> 00:01:39,485

26
00:01:40,057 --> 00:01:43,484

27
00:01:44,059 --> 00:01:47,483
คราวที่แล้วนะคะ เราพูดถึงเรื่อง List ทุกคน

28
00:01:48,062 --> 00:01:51,483
จำได้นะคะ อันนี้คือลิสต์นะ ที่ครูยกตัวอย่างมาให้

29
00:01:52,063 --> 00:01:55,483
ลิสต์ตัวนี้มีขนาดเท่ากับเท่าไหร่

30
00:01:56,068 --> 00:01:59,483
มีขนาดเท่าไหร่ ขนาด คือ

31
00:02:00,070 --> 00:02:03,483
มีจำนวนเท่าไร มี 5 คนอื่นมีเท่าไรคะ

32
00:02:04,071 --> 00:02:07,483
5 โอเค 5 นะคะ

33
00:02:08,072 --> 00:02:11,483
ลิสต์ที่เราเห็นในหน้าจอตรงนี้

34
00:02:12,074 --> 00:02:15,483
จะมีอยู่ 5 ตัวถูกไหมคะ มีข้อมูลอยู่ 5 ตัว

35
00:02:16,075 --> 00:02:19,483
มี 1 มี 2 มี 3 มี 4

36
00:02:20,077 --> 00:02:23,483
แล้วก็มี 5 มีทั้งหมด 5 ตัวนะคะ คราวนี้

37
00:02:24,079 --> 00:02:27,483
เรารู้ได้อย่างไรว่ามันคือลิสต์ เห็น

38
00:02:28,081 --> 00:02:31,483
ก้ามปูเปิด-ก้ามปูปิดไหมคะ

39
00:02:32,085 --> 00:02:35,483
เป็นสัญลักษณ์ที่บอกว่าการเก็บข้อมูลลักษณะ

40
00:02:36,086 --> 00:02:39,484
แบบนี้มีชื่อเรียกว่า "ลิสต์" นะคะ

41
00:02:40,088 --> 00:02:43,483
จะเก็บค่าของข้อมูล

42
00:02:44,091 --> 00:02:47,483
ในลิสต์ index

43
00:02:48,092 --> 00:02:51,483
ก็คือหมายเลขถูกไหมคะ ก็คือหมายเลขของข้อมูล

44
00:02:52,095 --> 00:02:55,483
เราเริ่มต้นที่หมายเลขอะไรเอ่ย

45
00:02:56,096 --> 00:02:59,483
พอเราวาดเป็นช่องใช่ไหมคะ

46
00:03:00,098 --> 00:03:03,485
ในลิสต์นี่ ถ้าเราลองวาด

47
00:03:04,099 --> 00:03:07,483
การจัดเก็บนะ ก็จะเป็น 1

48
00:03:08,100 --> 00:03:11,483

49
00:03:12,101 --> 00:03:15,483
แล้วก็จะเก็บข้อมูลลงไปในช่องแบบนี้

50
00:03:16,103 --> 00:03:19,483
หมายเลขช่องหรือว่า

51
00:03:20,106 --> 00:03:23,483
Index ตัวแรกเราจะเริ่มต้นที่ตรงไหน

52
00:03:24,107 --> 00:03:27,483
ตรงนี้ index เราจะเริ่มที่เราไรเอ่ย

53
00:03:28,107 --> 00:03:31,483
0 นะ ใช่ไหมคะ

54
00:03:32,110 --> 00:03:35,483
1 2 3 แล้วก็ 4

55
00:03:36,111 --> 00:03:39,484
แล้วก็ 4 ก็คือหมายเลขช่อง ถ้าเราวาดรูปให้

56
00:03:40,112 --> 00:03:43,484
เป็นรูปสี่เหลี่ยมในการจัดเก็บข้อมูล แล้วเวลาครูเข้าถึง

57
00:03:44,113 --> 00:03:47,483
ข้อมูลที่อยู่ในลิสต์ ตอนนี้

58
00:03:48,116 --> 00:03:51,484
ครูตั้งชื่อลิสต์ตัวนี้มีชื่อว่า x

59
00:03:52,118 --> 00:03:55,485
x index 3

60
00:03:56,119 --> 00:03:59,483
ตอบเท่ากับเท่าไรเอ่ย index

61
00:04:00,121 --> 00:04:03,484
เป็น 3 ตัวนี้ตอบ 4 ใช่

62
00:04:04,122 --> 00:04:07,483
ตรงนี้ต้องตอบว่า 4 นะคะ ทุกคนจำได้นะ

63
00:04:08,123 --> 00:04:11,483
แล้วถ้า x

64
00:04:12,124 --> 00:04:15,484
เราต้องการหลาย ๆ ค่า 2 จนถึง 4

65
00:04:16,130 --> 00:04:19,483
จะตอบเท่าหับเท่าไหร่คะ

66
00:04:20,131 --> 00:04:23,484
3 กับ...

67
00:04:24,132 --> 00:04:27,484
3 กับอะไรเอ่ย 4 ใช่ไหม

68
00:04:28,134 --> 00:04:31,484
ใช่ไหม คือ 3 กับ 4 นะ มันเริ่มต้นที่ 2 ใช่ไหมคะ ก็คือ

69
00:04:32,136 --> 00:04:35,484
เริ่มต้นที่ 2 ก็คือเริ่มต้ด้วยตัว

70
00:04:36,137 --> 00:04:39,484
ถึง 4 แล้วก็ลดลงมา 1 ช่อง ก็จะได้ข้อมูลตัวนี้

71
00:04:40,139 --> 00:04:43,484
ก็คือ 3 กับ 4

72
00:04:44,140 --> 00:04:47,483
คราวนี้ แล้วเราเอาลิสต์

73
00:04:48,141 --> 00:04:51,483
มาทำอะไรนะคะ เราเก็บข้อมูล

74
00:04:52,143 --> 00:04:55,486
รูปแบบลิสต์ แล้วเราเอามาใช้ทำอะไรนะคะ

75
00:04:56,144 --> 00:04:59,484
วันนี้เราจะพูดถึงโครงสร้างอีกแบบหนึ่ง

76
00:05:00,146 --> 00:05:03,484
ที่มีชื่อว่า stack นะ

77
00:05:04,156 --> 00:05:07,484
สแตกนะคะ สแตกตัวนี้

78
00:05:08,158 --> 00:05:11,484
จะใช้วิธีการเก็บข้อมูลแบบลิสต์

79
00:05:12,160 --> 00:05:15,484
นะคะ แล้วลักษณะแบบไหน

80
00:05:16,161 --> 00:05:19,484
ที่เราจะเรียกว่า "stack" นะคะ ดูด้วยกัน

81
00:05:20,162 --> 00:05:23,485
เขาบอกว่า Stack

82
00:05:24,163 --> 00:05:27,484
ก็คือการที่เราใส่ข้อมูลเข้าไปแล้วก็ดึงออกมา

83
00:05:28,164 --> 00:05:31,484
นะคะ แล้วข้อมูล

84
00:05:32,165 --> 00:05:35,489
ที่ถูกใส่เข้าไปใน Stack จะถูก

85
00:05:36,168 --> 00:05:39,485
เอาออกมาใช้ทีหลัง อันนี้ คือ

86
00:05:40,173 --> 00:05:43,484
วิธีการเก็บข้อมูลแบบ stack หรือที่เรียกว่า

87
00:05:44,174 --> 00:05:47,484
เข้าทีหลังออกก่อน

88
00:05:48,176 --> 00:05:51,484
เข้าก่อนออกทีหลัง ความหมายเหมือนกัน

89
00:05:52,178 --> 00:05:55,484

90
00:05:56,180 --> 00:05:59,484
ยกตัวอย่างเช่น ทุกคนเคย

91
00:06:00,181 --> 00:06:03,484
ไปที่ร้านก๋วยเตี๋ยวไหมคะ ทุกคนเคยไปที่ร้านก๋วยเตี๋ยวนะ

92
00:06:04,183 --> 00:06:07,484
แล้วเห็นถ้วยก๋วยเตี๋ยวก่อนที่เขาจะ

93
00:06:08,184 --> 00:06:11,487
เอามาใส่เส้น ใส่เครื่องปรุง ใส่หมูให้เรา

94
00:06:12,185 --> 00:06:15,484
ชามก๋วยเตี๋ยวมันเรียงขึ้นไปแบบนี้

95
00:06:16,188 --> 00:06:19,484
ใช่ไหมคะ เวลาแม่ค้าเขาจะเอาจามก๋วยเตี๋ยวมาใส่ให้เรา

96
00:06:20,189 --> 00:06:23,487
เขาจะเอาชามก๋วยเตี๋ยวมาใส่ให้เรา เขาเอาชามที่อยู่

97
00:06:24,191 --> 00:06:27,485
ข้างบน หรือชามที่อยู่ข้างล่าง

98
00:06:28,192 --> 00:06:31,484
เอาชามข้างบนหรือข้างล่างคะ ข้างบน

99
00:06:32,193 --> 00:06:35,488
เขาเอาข้างบนมาทำให้เรา

100
00:06:36,194 --> 00:06:39,485
แล้วเวลาเขาล้างจานเสร็จแล้วนี่ เอาจาน

101
00:06:40,195 --> 00:06:43,485
มาซ้อนข้างล่างหรือซ้อนข้างบน ซ้อนข้างบน

102
00:06:44,200 --> 00:06:47,485
ใช่ไหมคะ เพราะฉะนั้น จานที่

103
00:06:48,203 --> 00:06:51,484
อยู่บนสุดจะถูกเอาออกมาใช้ก่อน

104
00:06:52,204 --> 00:06:55,484
และจากที่อยู่บนสุดนะคะ จะถูก

105
00:06:56,207 --> 00:06:59,485
เอาเข้ามาเก็บทีหลัง อันนี้คือรูปแบบ

106
00:07:00,208 --> 00:07:03,485
ของ Stack เช่นนะคะ เช่น ๆ

107
00:07:04,210 --> 00:07:07,484
เช่น สมมติ ครูมีกระดาษ 1 แผ่นนะ

108
00:07:08,211 --> 00:07:11,484
ครูมีกระดาษอยู่ 1 แผ่น ทุกคนดูนะคะ

109
00:07:12,214 --> 00:07:15,484
ครูจะใส่กระดาษแผ่นที่ 2

110
00:07:16,216 --> 00:07:19,485
เห็นไหมคะ ครูซ่อนกระดาษแผ่นที่ 2 อยู่ข้างบน

111
00:07:20,217 --> 00:07:23,485
ครูใส่ ครูใส่กระดาษ

112
00:07:24,218 --> 00:07:27,486
แผ่นที่ 3 เข้าไปนะคะ แล้วครูก็ใส่

113
00:07:28,220 --> 00:07:31,484
กระดาษแผ่นที่ 4 เข้าไปในมือครู เวลา

114
00:07:32,221 --> 00:07:35,484
ครูจะเอาออกมาใช้ครูจะเอาตัวล่างสุดหรือตัวบนสุดออกมาใช้

115
00:07:36,222 --> 00:07:39,485
ตัวบนสุดถูกไหมคะ

116
00:07:40,224 --> 00:07:43,485
ครูไม่พยายามจะดึงตัวล่างสุดออกมานะคะ ครูจะหยิบตัวบน

117
00:07:44,225 --> 00:07:47,485
สุดอกไปใช้ ซึ่งตัวบนสุดนี่

118
00:07:48,226 --> 00:07:51,484
คือ กระดาษแผ่นที่เราใส่ไปล่าสุดนะคะ

119
00:07:52,227 --> 00:07:55,485
เ

120
00:07:56,229 --> 00:07:59,485
เราสามารถสรุปได้แบบนี้นะ ข้อมูลที่อยู่ใน Stack

121
00:08:00,230 --> 00:08:03,485
ตัวแรกจะอยู่ด้านล่างสุด ข

122
00:08:04,231 --> 00:08:07,485
ข้อมูลที่หย่อนลงไปใน Stack ตัวแรกจะอยู่ด้านล่างสุดเลย

123
00:08:08,232 --> 00:08:11,484
นะคะ ตัวถัดไปก็จะซ้อนขึ้นมา

124
00:08:12,233 --> 00:08:15,486
เรื่อย ๆ ข้อมูลที่

125
00:08:16,234 --> 00:08:19,485
เข้าไปใน Stack เป็นตัวสุดท้าย

126
00:08:20,236 --> 00:08:23,485
นะคะ จะอยู่บนสุด แล้วเวลา

127
00:08:24,237 --> 00:08:27,485
เราเอาข้อมูลใน Stack ออกมาใช้งาน

128
00:08:28,239 --> 00:08:31,485
ข้อมูลที่เข้าไปเป็นตัวล่าสุด

129
00:08:32,242 --> 00:08:35,484
หรือตัวลำดับสุดท้าย  จะถูก

130
00:08:36,244 --> 00:08:39,485
ดึงออกมาใช้งานก่อน ตัวไหน

131
00:08:40,246 --> 00:08:43,485
ที่เข้าไปตัวแรกจะถูกเอามาใช้งาน

132
00:08:44,247 --> 00:08:47,485
เป็นตัวสุดท้ายนะคะ เพราะมันอยู่ล่างสุด

133
00:08:48,248 --> 00:08:51,485
มันก็ใช้ยาก เราต้องใช้ตัวบน ค่อย ๆ ดึงตัวบน

134
00:08:52,249 --> 00:08:55,485
ออกไปก่อน

135
00:08:56,252 --> 00:08:59,491
คราวนี้เวลาเราเอาข้อมูลใส่ใน Stack

136
00:09:00,253 --> 00:09:03,487
เราพูดถึง Stack ก็เหมือนภาชนะนะ Stack

137
00:09:04,254 --> 00:09:07,486
เป็นช่องแบบนี้ เป็นช่องสี่เหลี่ย

138
00:09:08,257 --> 00:09:11,486
ในแนวตั้ง ถ้าเราพูดถึง Stack นะ

139
00:09:12,258 --> 00:09:15,485
ดูรูปนี้ก่อน อย่างนี้ มันจะอยู่ในแนวนอนหรือแนวตั้งก็ได้

140
00:09:16,260 --> 00:09:19,485
มันจะอยู่ในแนวนอนหรือแนวตั้งก็ได้

141
00:09:20,261 --> 00:09:23,485
ถ้าพูดถึง Stack ก้คือเป็นชั้น ๆ

142
00:09:24,262 --> 00:09:27,485
เลื่อนขึ้นไปเรื่อย ๆ นะคะ ใน Stack

143
00:09:28,263 --> 00:09:31,486
เราทำอะไรได้บ้าง เราใส่ข้อมูลลงไป

144
00:09:32,265 --> 00:09:35,493
เราดึงข้อมูลออกมา คราวนี้

145
00:09:36,266 --> 00:09:39,485
stackถ้ามันไม่มีข้อมูลอะไรเลย

146
00:09:40,268 --> 00:09:43,485
เราเรียกว่า "Stack ว่าง" คือ มันมีค่าว่าง ๆ

147
00:09:44,269 --> 00:09:47,486
ไม่มีตัวอักษรอะไรเลยนะ อันนี้

148
00:09:48,270 --> 00:09:51,489
คือ Stack ว่าง

149
00:09:52,272 --> 00:09:55,485
ถ้าเราจะใส่ข้อมูลลงไปใน Stack

150
00:09:56,273 --> 00:09:59,485
เราจะมีคำสั่งที่ชื่อว่า Push

151
00:10:00,275 --> 00:10:03,485
คือคำสั่งตัวนี้นะคะ

152
00:10:04,276 --> 00:10:07,485
คำสั่ง Push ก็คือใส่

153
00:10:08,277 --> 00:10:11,486
ข้อมูลลงไปใน Stack ถ้าต้องการเอา

154
00:10:12,279 --> 00:10:15,485
ข้อมูลออกจาก Stack เราใช้คำสั่ง Pop นะคะ

155
00:10:16,280 --> 00:10:19,485
มีอยู่ 2 ตัวที่ทุกคนต้องรู้จัก

156
00:10:20,281 --> 00:10:23,485
เมื่อพูดถึง Stack คือ Push กับ Pop

157
00:10:24,283 --> 00:10:27,485
Push คือใส่ ก็คือเอ

158
00:10:28,284 --> 00:10:31,485
ส่วน Pop ก็คือเอาออกนะคะ Pop คือ เอาออก

159
00:10:32,286 --> 00:10:35,485

160
00:10:36,288 --> 00:10:39,485
คราวนี้มาดูตัวอย่างนะคะ มีแต่ Push กับ Pop

161
00:10:40,288 --> 00:10:43,485
2 ตัว เราเริ่มต้น Stack ไม่มีอะไรเลย

162
00:10:44,290 --> 00:10:47,485
เป็นค่าว่าง ๆ ถูกไหมคะ เป็น Stack ว่าง

163
00:10:48,291 --> 00:10:51,485
ครูบอกว่าครู Push

164
00:10:52,292 --> 00:10:55,485
คำสั่ง Push Push ค่าอะไร ค่า a เมื่อไรก็ตาม

165
00:10:56,293 --> 00:10:59,485
ที่ใช้คำสั่ง Push ต้องบอกด

166
00:11:00,296 --> 00:11:03,485
จะใส่ค่าอะไรด้วยนะคะ

167
00:11:04,298 --> 00:11:07,486
เรา Push ค่า a ลงไป

168
00:11:08,299 --> 00:11:11,486
เห็นไหม มันก็อยู่ด้านล่างสุดนะคะ ถัดมา

169
00:11:12,302 --> 00:11:15,486
ถ้าครูใส่คำสั่ง

170
00:11:16,303 --> 00:11:19,488
ตัวบนก่อน Push b ก็ใส่ b ลงมาเห็นไหมคะ

171
00:11:20,305 --> 00:11:23,485
ถัดจาก a ก็คือ b Push c

172
00:11:24,306 --> 00:11:27,485
ก็อยู่ถัดขึ้นไป และ Push(D) อยู่

173
00:11:28,307 --> 00:11:31,485
บนสุดนะคะ เรียงตรามลำดับของการ

174
00:11:32,308 --> 00:11:35,485
ใส่ข้อมูลเข้าไป

175
00:11:36,309 --> 00:11:39,485
คราวนี้อยากจะเอาออกบ้าง

176
00:11:40,310 --> 00:11:43,485
เอาข้อมูลออกจาก Stack ไปใช้งาน จะใช้คำสั่ง Pop

177
00:11:44,311 --> 00:11:47,485
Pop นะ Pop

178
00:11:48,313 --> 00:11:51,485
แล้วตามด้วยวงเล็บเปิดและวงเล็บปิด ไม่ต้องใส่ค่าอะไร

179
00:11:52,314 --> 00:11:55,486
เพราะเราจะไปดึงค่าที่อยู่ใน Stack ออกมา

180
00:11:56,317 --> 00:11:59,486

181
00:12:00,319 --> 00:12:03,485
เราสั่งคำสั่ง Pop เราเอาข้อมูล

182
00:12:04,320 --> 00:12:07,485
บนสุดนะคะ Pop ให้เอาข้อมูลบนสุด

183
00:12:08,321 --> 00:12:11,486
ที่อยู่ใน Stack ดึงออกมา

184
00:12:12,323 --> 00:12:15,486
เพราะฉะนั้น เดิมเป็นแบบนี้ ถูกไหม

185
00:12:16,324 --> 00:12:19,485
ครูใช้คำสั่ง Pop อะไรออกมาเอ่ย

186
00:12:20,324 --> 00:12:23,486
ตัว D Dog จะออกมา เพราะ D Dog

187
00:12:24,326 --> 00:12:27,485
อยู่บนสุดนะคะ

188
00:12:28,329 --> 00:12:31,486
ถัดมา

189
00:12:32,331 --> 00:12:35,485
ครู Push คือใส่เข้าไป

190
00:12:36,334 --> 00:12:39,486
ไม่มี D Dog แล้วนะ ครู Push e เห็นไหมคะ เวลา Push

191
00:12:40,337 --> 00:12:43,486
ต้องบอกด้วยว่าเราใส่ค่าอะไร

192
00:12:44,338 --> 00:12:47,485
แล้วก็ใส่ตัว e วงเล็บปิด ครู Push ค่า e ลงไป

193
00:12:48,339 --> 00:12:51,485
E จะอยู่ด้านบน C เสร็จแล้ว Push

194
00:12:52,343 --> 00:12:55,485
อีกครั้งหนึ่ง f ก็จะอยู่บนสุดนะคะ

195
00:12:56,345 --> 00:12:59,487
ถัดมาครู Pop

196
00:13:00,350 --> 00:13:03,485
Pop คือ เอาออก เอาอะไรออก ข้างบนสุดคืออะไรคะ

197
00:13:04,351 --> 00:13:07,485
เอา F ออก เพราะฉะนั้นข้อมูล

198
00:13:08,353 --> 00:13:11,486
จะเหลืออยู่ 4 ตัว ก็คือ a, b, c แล้วก็ e

199
00:13:12,354 --> 00:13:15,485

200
00:13:16,355 --> 00:13:19,486
โอเค ถัดมา

201
00:13:20,369 --> 00:13:23,485
เราแทน Stack ด้วยอะไร

202
00:13:24,370 --> 00:13:27,485
นะคะ อย่างที่ครูบอกว่าลิสต์

203
00:13:28,372 --> 00:13:31,486
จะถูกเอามาใช้แทนนะคะ การเก็บข้อมูล

204
00:13:32,375 --> 00:13:35,486
ใน Stack เราพูดถึง Stack แล้วมันจัดเก็บแบบไหน ลิสต์

205
00:13:36,376 --> 00:13:39,488
นั่นล่ะในการเก็บข้อมูล

206
00:13:40,377 --> 00:13:43,487
ลิสต์นะคะ เราสามารถวาดเป็นแนวตั้งหรือแนวนอน

207
00:13:44,379 --> 00:13:47,486
ก็ได้นะ สามารถวาดเป็นแนวนอน

208
00:13:48,380 --> 00:13:51,486
หรือแนวนอนก็ได้ ข้อมูลที่ใส่เข้ามาตัวแรกนะคะ

209
00:13:52,383 --> 00:13:55,486
จะอยู่ที่ index 0 ก็คือข้อมูลตัวแรก

210
00:13:56,384 --> 00:13:59,486
ไล่ไปเรื่อย ๆ จนถึงข้อมูลตัวสุดท้าย

211
00:14:00,386 --> 00:14:03,485

212
00:14:04,388 --> 00:14:07,486
Stack ที่ครูให้มานี่ ที่เก็บอยู่

213
00:14:08,390 --> 00:14:11,485
ในรูปแบบที่เป็นลิสต์นี่

214
00:14:12,392 --> 00:14:15,486
มันมีที่ว่างให้ใส่ได้อีกไหม Stack รูปนี้

215
00:14:16,393 --> 00:14:19,486
มีอยู่ 4 ช่องด้วยกัน ทุกช่องมีค่าไหมคะ

216
00:14:20,395 --> 00:14:23,486
ทุกช่องมีค่านะ

217
00:14:24,396 --> 00:14:27,487
มันเต็มหรือยังคะ

218
00:14:28,397 --> 00:14:31,486
มันมีที่ว่างให้ใส่อีกไหมคะ ไม่มีแล้ว

219
00:14:32,399 --> 00:14:35,486
อย่างนี้เรียกว่า Stack เต็มแล้ว

220
00:14:36,400 --> 00:14:39,487
นะคะ คือ ไม่มีช่องว่างให้เราใส่ข้อมูลตัวใหม่ได้แล้ว

221
00:14:40,404 --> 00:14:43,486
นะคะ แบบนี้เรียกว่า Stack มันเต็มแล้ง

222
00:14:44,405 --> 00:14:47,486

223
00:14:48,407 --> 00:14:51,486

224
00:14:52,408 --> 00:14:55,486
คราวนี้ เรามี 2 คำสั่ง

225
00:14:56,409 --> 00:14:59,487
ที่พูดถึงนะ Push กับ Pop

226
00:15:00,410 --> 00:15:03,494
Push ก็คือใส่ข้อมูลลงไปใน Stack

227
00:15:04,411 --> 00:15:07,486
เช่น ครูมี Stack

228
00:15:08,413 --> 00:15:11,488
อย่างนี้ใช่ไหม มันมีที่ว่างให้ครูใส่ข้อมูลได้ไหมคะ มันมี

229
00:15:12,415 --> 00:15:15,487
ที่ว่างให้ครูใส่ข้อมูลได้ ครู

230
00:15:16,416 --> 00:15:19,487
ก็เลยสั่งคำสั่ง Push 3 ก็คือเอาข้อมูล 3 นี่

231
00:15:20,417 --> 00:15:23,487
ไปหย่อนลงใน Stack มันจะเอามาใส่ช่องนี้

232
00:15:24,418 --> 00:15:27,486
ช่องที่ 1 หรือช่องที่ 2 ค่ะ ช่องที่ 1

233
00:15:28,419 --> 00:15:31,487
ถูกไหม ก็ไล่ลำดับลงมาเรื่อย ๆ

234
00:15:32,419 --> 00:15:35,486
มันอยู่ช่องนี้แล้ว ข้อมูลล่าสุดอยู่ช่องนี้

235
00:15:36,419 --> 00:15:39,487
มันก็ไหลลงไปจนถึงตัวสุดท้าย

236
00:15:40,420 --> 00:15:43,487
ที่มันสามารถจะใส่ได้ ก็คือในช่องตรงนี้ ก็คือจะเอา 3

237
00:15:44,421 --> 00:15:47,486
มาใส่

238
00:15:48,422 --> 00:15:51,487
แล้วเราใส่ด้วยคำสั่งอะไร

239
00:15:52,424 --> 00:15:55,487
เราใช้ List นะคะ

240
00:15:56,426 --> 00:15:59,487
ในการจัดเก็บข้อมูล เราใช้ลิสต์ในการจัดเก็บข้อมูล

241
00:16:00,427 --> 00:16:03,487
เพราะฉะนั้นคำสั่งของการ

242
00:16:04,428 --> 00:16:07,487
เพิ่มข้อมูลลงไปใน Stack ก็คือใช้คำสั่ง

243
00:16:08,429 --> 00:16:11,487
Append ได้เลย เพราะ Append

244
00:16:12,430 --> 00:16:15,487
เป็นคำสั่งของการเพิ่มข้อมูลลงไป

245
00:16:16,432 --> 00:16:19,487
ในลิสต์นะคะ ใส่ชื่อ .

246
00:16:20,433 --> 00:16:23,499
แล้วตามด้วยคำสั่ง Append(d)

247
00:16:24,435 --> 00:16:27,488
ใส่ค่าข้อมูลตัวใหม่แล้วก็วงเล็บปิด

248
00:16:28,436 --> 00:16:31,487
ถัดมา

249
00:16:32,437 --> 00:16:35,488
Pop

250
00:16:36,439 --> 00:16:39,489
คือ เอาออกนะคะ คือ Pop คือ เอาออก

251
00:16:40,440 --> 00:16:43,487
ก่อนที่เราจะเอาข้อมูลออก

252
00:16:44,441 --> 00:16:47,487
เราต้องเช็กก่อนว่า Stack เรา

253
00:16:48,443 --> 00:16:51,487
มีข้อมูลอยู่ไหม ถ้า Stack

254
00:16:52,444 --> 00:16:55,487
มันไม่มีข้อมูลอยู่เลยเราจะเอาอะไรออกมาได้ไหม ไม่ได้

255
00:16:56,446 --> 00:16:59,488
เพราะมันไม่มีข้อมูลอะไรให้เราดึงออกมา

256
00:17:00,447 --> 00:17:03,487
เพราะฉะนั้น อันดับแรกนี่ เราต้องเช็กก่อน

257
00:17:04,448 --> 00:17:07,487
มันมีข้อมูลอยู่ไหมนะคะ มันมีข้อมูลอยู่้ไหม

258
00:17:08,449 --> 00:17:11,487
ถ้ามันไม่มีข้อมูลอยู่เลย เราจะบอกว่า

259
00:17:12,450 --> 00:17:15,489
มันคือ Stack ว่าง เราไม่สามารถทำคำสั่ง Pop

260
00:17:16,452 --> 00:17:19,492
ได้นะคะ แต่ถ้า

261
00:17:20,453 --> 00:17:23,487
Stack ไม่ว่าง เช่น

262
00:17:24,454 --> 00:17:27,488
Stack ไม่ว่างนะ มันมีข้อมูลอยู่ตั้ง 3 ตัว

263
00:17:28,455 --> 00:17:31,488
เราใช้คำสั่ง Pop

264
00:17:32,456 --> 00:17:35,488
ข้อมูลอะไรจะถูกดึงออกมา มีอยู่ 3 ค่านี่

265
00:17:36,457 --> 00:17:39,487
ข้อมูลที่จะเอาออกมาจาก Stack

266
00:17:40,458 --> 00:17:43,488
ก็คือข้อมูลค่าอะไรเอ่ย

267
00:17:44,460 --> 00:17:47,487
อะไรคะ 1 หรือ 2

268
00:17:48,461 --> 00:17:51,487
หรือ 3 3 ใช่ไหม

269
00:17:52,462 --> 00:17:55,487
เอาตัวที่อยู่บนสุด

270
00:17:56,464 --> 00:17:59,488
ตัวล่าสุดถูกไหมคะ ถ้าอยู่ในแนวนอนตัวล่าสุดจะอยู่

271
00:18:00,467 --> 00:18:03,487
ด้านขวา

272
00:18:04,468 --> 00:18:07,487
ถ้าเป็นแนวตั้งตัวล่าสุดจะอยู่ข้างบนใช่ไหมคะ

273
00:18:08,470 --> 00:18:11,488
เลข 3 จะถูก

274
00:18:12,472 --> 00:18:15,488
ดึงออกมานะคะ หลังจากที่เราใช้คำสั่ง Pop

275
00:18:16,474 --> 00:18:19,488

276
00:18:20,476 --> 00:18:23,488
โอเค

277
00:18:24,478 --> 00:18:27,488
ถัดมาตัวนี้จะเป็นคำสั่ง

278
00:18:28,481 --> 00:18:31,488
ที่เราใช้เขียน เช่น

279
00:18:32,482 --> 00:18:35,488
เราจะเช็กว่า Stack นั้นเป็น Stack ว่าง

280
00:18:36,483 --> 00:18:39,488
หรือเปล่า เราก็ดูขนาดของ Stack ใช่ไหมคะ

281
00:18:40,485 --> 00:18:43,488
หาขนาดของ Stack ว่ามันมีขนาด

282
00:18:44,486 --> 00:18:47,488
เท่าไหร่ ถ้าขนาดมันมีค่าเป็น 0

283
00:18:48,487 --> 00:18:51,488
แสดงว่ามันเป็น Stack ว่าง ไม่มีข้อมูลอยู่เลย

284
00:18:52,488 --> 00:18:55,488
ก็ไม่ต้องทำอะไรใช่ไหมคะ แต่ถ้า

285
00:18:56,489 --> 00:18:59,488
มันไม่ใช่ Stack ว่างเราก็

286
00:19:00,490 --> 00:19:03,488
จะดึงค่าที่อยู่บนสุดออกมา

287
00:19:04,491 --> 00:19:07,488
คราวนี้

288
00:19:08,493 --> 00:19:12,488
อันนี้จะเป็นโค้ด เป็นโปรแกรมที่เราจะเขียนทั้งหมด

289
00:19:12,494 --> 00:19:16,488
เดี๋ยวครูบอกอีกทีข้างหลัง

290
00:19:16,496 --> 00:19:20,488
สมมติว่า

291
00:19:20,497 --> 00:19:24,488

292
00:19:24,499 --> 00:19:28,488

293
00:19:28,500 --> 00:19:32,490

294
00:19:32,500 --> 00:19:36,489
ครูอยาก...

295
00:19:36,501 --> 00:19:40,496

296
00:19:40,502 --> 00:19:44,488

297
00:19:44,505 --> 00:19:48,488

298
00:19:48,506 --> 00:19:52,489

299
00:19:52,507 --> 00:19:56,489

300
00:19:56,508 --> 00:20:00,488

301
00:20:00,512 --> 00:20:04,488

302
00:20:04,514 --> 00:20:08,488

303
00:20:08,515 --> 00:20:12,489

304
00:20:12,516 --> 00:20:16,488

305
00:20:16,518 --> 00:20:20,489

306
00:20:20,520 --> 00:20:24,489

307
00:20:24,522 --> 00:20:28,489

308
00:20:28,525 --> 00:20:32,489

309
00:20:32,527 --> 00:20:36,489
คราวนี้ดูนะคะ

310
00:20:36,530 --> 00:20:40,489
ครูมี Stack มาให้ Stack ครูมีกี่ช่องคะ

311
00:20:40,532 --> 00:20:44,489
มี 4 ช่องในแนวตั้งถูกหรือเปล่า

312
00:20:44,533 --> 00:20:48,489
เป็น Stack ในแนวตั้ง มี 4 ช่องนะคะ

313
00:20:48,536 --> 00:20:52,491
ตัวแรก ตัวแรกน่ะจะอยู่

314
00:20:52,536 --> 00:20:56,489
ด้านฐาน จะอยู่ด้านล่างสุดนะ เวลาเราหย่อนข้อมูลลงไป ตัวแรก

315
00:20:56,539 --> 00:21:00,489
จะลงมาอยู่ช่องล่างสุดแล้วค่อยขยับไปช่องถัดไป ๆ

316
00:21:00,540 --> 00:21:04,489
นะคะ จะซ้อนขึ้นไปข้างบนนะ ถ้าเป็น Stack ในแนวตั้ง

317
00:21:04,541 --> 00:21:08,489
คำสั่ง

318
00:21:08,543 --> 00:21:12,489
อย่างที่บอกเรามีแค่ 2 คำสั่งนะ มีแค่ Push กับ Pop

319
00:21:12,544 --> 00:21:16,493
ใช่ไหมคะ Push

320
00:21:16,545 --> 00:21:20,489
ใส่ข้อมูล

321
00:21:20,546 --> 00:21:24,489
กับ Pop

322
00:21:24,547 --> 00:21:28,489
เอาข้อมูลออก คือ ใส่กับเอาออก

323
00:21:28,548 --> 00:21:32,489
นะคะ คราวนี้ดู

324
00:21:32,551 --> 00:21:36,491
Push 5 เห็นไหมคะ ครูใส่หมายเลขช่องก่อนนะ

325
00:21:36,552 --> 00:21:40,489
อันนี้เป็นหมานยเลข 1, 0, 1, 2, 3

326
00:21:40,554 --> 00:21:44,490
เราจะได้เข้าใจตรงกัน โอเค

327
00:21:44,555 --> 00:21:48,489
นะคะ มีหลายเลขช่องแล้วนะ มี 0 1 2 3

328
00:21:48,556 --> 00:21:52,489
ครูสั่ง Push 5 5 จะ

329
00:21:52,557 --> 00:21:56,490
ไปอยู่ที่ช่องไหน ช่องไหนเอ่ย

330
00:21:56,558 --> 00:22:00,490
ช่องหมายเลขอะไร ครูหย่อน 5

331
00:22:00,559 --> 00:22:04,489
ลงไปมันก็จะไหลลงมาอยู่ที่ช่องไหนคะ

332
00:22:04,560 --> 00:22:08,490
ช่อง 0 เห็นไหม พอครูหย่อน 5 ลงมา

333
00:22:08,561 --> 00:22:12,495
ไหลลงมาเรื่อย ๆ จนมาอยู่ที่

334
00:22:12,564 --> 00:22:16,489
ช่อง 0 เสร็จแล้วครูสั่งคำสั่ง Push

335
00:22:16,565 --> 00:22:20,489
10 เดิมมันมี 5 อยู่แล้วนะ

336
00:22:20,568 --> 00:22:24,490
แล้วครูสั่ง Push 10 เพราะฉะนั้น 10 จะมาอยู่ที่ไหนคะ

337
00:22:24,569 --> 00:22:28,490
10 จะมาอยู่ที่

338
00:22:28,570 --> 00:22:32,490
1 ถูกไหมคะ ก็หย่อน 10 ลงมานะ

339
00:22:32,571 --> 00:22:36,489
ถัดมาเดิม

340
00:22:36,572 --> 00:22:40,489
เดิม มี 5 กับ 10 แล้ว ครูเขียนเรียบร้อยก่อน

341
00:22:40,573 --> 00:22:44,489
นะคะ ใส่ที่ช่อง 0 กับช่อง 1 ครู

342
00:22:44,576 --> 00:22:48,489
สั่ง Push 15 ไปอยู่ที่ช่องไหนคะ 2 ใช่ไหม

343
00:22:48,577 --> 00:22:52,490
เห็นไหม พอ Push ข้อมูลลงไป

344
00:22:52,578 --> 00:22:56,489
คราวนี้ จากรูปนี้ ครูสั่ง Pop

345
00:22:56,579 --> 00:23:00,489
เอาอะไรออกมา

346
00:23:00,583 --> 00:23:04,490
จากรูปนี้พอครูสั่ง Pop ปุ๊บ เอาอะไรออกมาคะ

347
00:23:04,584 --> 00:23:08,489
เอาอะไรออกมาเอ่ย

348
00:23:08,585 --> 00:23:12,490
15 ใช่ไหม เอาตัวบนสุด

349
00:23:12,586 --> 00:23:16,489
เลือก

350
00:23:16,587 --> 00:23:20,490
เราเลือก

351
00:23:20,588 --> 00:23:24,489
ตัวบนสุดออกมาใช่ไหมคะ

352
00:23:24,589 --> 00:23:28,490
เพราะฉะนั้น 15 จะถูกดึง

353
00:23:28,591 --> 00:23:32,490
ออกมาข้างนอกเห็นไหมคะ

354
00:23:32,594 --> 00:23:36,490
เพราะฉะนั้น ใน Stack จะเหลือแค่ 10 กับ 5

355
00:23:36,598 --> 00:23:40,490
ครูสั่ง Pop อีกทีหนึ่ง

356
00:23:40,599 --> 00:23:44,490
เอาอะไรออกมาคะ เดิม

357
00:23:44,600 --> 00:23:48,490
มี 5 กับ 10

358
00:23:48,603 --> 00:23:52,489
คราวนี้เอาอะไรออกมา ครูสั่ง Pop ปุ๊บ อะไรออกมาคะ

359
00:23:52,604 --> 00:23:56,490
10 ออกมาเห็นไหม 10 ไม่เหลือแล้ว

360
00:23:56,606 --> 00:24:00,490
เพราะฉะนั้น ตอนนี้ ใน Stack เราเหลือกี่ค่าคะ

361
00:24:00,608 --> 00:24:04,490
ค่าเดียว คือเลข 5

362
00:24:04,609 --> 00:24:08,490
จดตัวนี้ไว้ในกระดาษให้ครูหน่อย

363
00:24:08,610 --> 00:24:12,490

364
00:24:12,611 --> 00:24:16,490
เดี๋ยวครูจะให้ทำแบบฝึกหัด

365
00:24:16,613 --> 00:24:20,492
นะคะ

366
00:24:20,614 --> 00:24:24,490

367
00:24:24,617 --> 00:24:28,490

368
00:24:28,618 --> 00:24:32,490

369
00:24:32,619 --> 00:24:36,490

370
00:24:36,620 --> 00:24:40,490

371
00:24:40,624 --> 00:24:44,490

372
00:24:44,625 --> 00:24:48,491

373
00:24:48,627 --> 00:24:52,491

374
00:24:52,628 --> 00:24:56,490

375
00:24:56,629 --> 00:25:00,494

376
00:25:00,630 --> 00:25:04,490

377
00:25:04,631 --> 00:25:08,490

378
00:25:08,634 --> 00:25:12,492

379
00:25:12,635 --> 00:25:16,490

380
00:25:16,636 --> 00:25:20,490

381
00:25:20,637 --> 00:25:24,490
มีกระดาษไหมคะ มีใครไม่มีกระดาษไหมคะ

382
00:25:24,638 --> 00:25:28,490
ครูมีกระดาษมาแจก มีไหมคะ

383
00:25:28,639 --> 00:25:32,490
มันจะมีเส้น

384
00:25:32,641 --> 00:25:36,490

385
00:25:36,644 --> 00:25:40,490

386
00:25:40,646 --> 00:25:44,490

387
00:25:44,647 --> 00:25:48,490

388
00:25:48,649 --> 00:25:52,491

389
00:25:52,651 --> 00:25:56,490

390
00:25:56,652 --> 00:26:00,494

391
00:26:00,653 --> 00:26:04,491

392
00:26:04,655 --> 00:26:08,490

393
00:26:08,658 --> 00:26:12,491

394
00:26:12,664 --> 00:26:16,490

395
00:26:16,665 --> 00:26:20,490

396
00:26:20,666 --> 00:26:24,490

397
00:26:24,667 --> 00:26:28,490

398
00:26:28,668 --> 00:26:32,490

399
00:26:32,671 --> 00:26:36,490

400
00:26:36,672 --> 00:26:40,490

401
00:26:40,676 --> 00:26:44,490

402
00:26:44,677 --> 00:26:48,491

403
00:26:48,678 --> 00:26:52,490

404
00:26:52,679 --> 00:26:56,491

405
00:26:56,681 --> 00:27:00,490

406
00:27:00,682 --> 00:27:04,491

407
00:27:04,683 --> 00:27:08,490

408
00:27:08,684 --> 00:27:12,491

409
00:27:12,685 --> 00:27:16,490

410
00:27:16,686 --> 00:27:20,491

411
00:27:20,691 --> 00:27:24,491

412
00:27:24,692 --> 00:27:28,490

413
00:27:28,694 --> 00:27:32,491

414
00:27:32,697 --> 00:27:36,491

415
00:27:36,698 --> 00:27:40,490

416
00:27:40,704 --> 00:27:44,493

417
00:27:44,706 --> 00:27:48,491

418
00:27:48,707 --> 00:27:52,491

419
00:27:52,710 --> 00:27:56,491

420
00:27:56,712 --> 00:28:00,491

421
00:28:00,713 --> 00:28:04,491

422
00:28:04,714 --> 00:28:08,491

423
00:28:08,715 --> 00:28:12,491

424
00:28:12,717 --> 00:28:16,491

425
00:28:16,719 --> 00:28:20,491

426
00:28:20,720 --> 00:28:24,491

427
00:28:24,721 --> 00:28:28,491

428
00:28:28,723 --> 00:28:32,491

429
00:28:32,724 --> 00:28:36,491

430
00:28:36,726 --> 00:28:40,497

431
00:28:40,727 --> 00:28:44,491

432
00:28:44,729 --> 00:28:48,491

433
00:28:48,732 --> 00:28:52,491

434
00:28:52,734 --> 00:28:56,491

435
00:28:56,735 --> 00:29:00,491

436
00:29:00,737 --> 00:29:04,491

437
00:29:04,739 --> 00:29:08,491

438
00:29:08,740 --> 00:29:12,491

439
00:29:12,741 --> 00:29:16,491

440
00:29:16,742 --> 00:29:20,491

441
00:29:20,743 --> 00:29:24,491

442
00:29:24,745 --> 00:29:28,491

443
00:29:28,748 --> 00:29:32,494

444
00:29:32,750 --> 00:29:36,491

445
00:29:36,751 --> 00:29:40,497

446
00:29:40,754 --> 00:29:44,491

447
00:29:44,755 --> 00:29:48,491

448
00:29:48,757 --> 00:29:52,492

449
00:29:52,758 --> 00:29:56,491

450
00:29:56,760 --> 00:30:00,493

451
00:30:00,761 --> 00:30:04,491

452
00:30:04,762 --> 00:30:08,492

453
00:30:08,763 --> 00:30:12,492

454
00:30:12,764 --> 00:30:16,491

455
00:30:16,765 --> 00:30:20,492

456
00:30:20,766 --> 00:30:24,491

457
00:30:24,769 --> 00:30:28,491

458
00:30:28,770 --> 00:30:32,491

459
00:30:32,773 --> 00:30:36,491

460
00:30:36,776 --> 00:30:40,491
คราวนี้นะคะ ครูมีโจทย์มาให้ แล้วก็มี

461
00:30:40,777 --> 00:30:44,491
คำสั่งมาให้

462
00:30:44,779 --> 00:30:48,492
ทำเหมือนเดิมเลยใช่ไหมคะ แต่ครูมีตัว

463
00:30:48,782 --> 00:30:52,491
เริ่มต้นให้ ครูมีให้อยู่แล้วอยู่ใน Stack

464
00:30:52,783 --> 00:30:56,491
ใช่ไหมคะ อันแรก เราหย่อน

465
00:30:56,785 --> 00:31:00,491
เลข 2 ลงไป อันที่ 2 เขียนของเดิมก่อน

466
00:31:00,786 --> 00:31:04,492
ใช่ไหมคะ แล้วค่อยหย่อนเลข 7 ลงไป

467
00:31:04,787 --> 00:31:08,492
ถัดมาหย่อนเลข 1 Pop

468
00:31:08,789 --> 00:31:12,492
คือ เอาออกนะ คือ เอาออก แล้วบอกครูด้วยว่า

469
00:31:12,790 --> 00:31:16,494
ข้อมูล

470
00:31:16,791 --> 00:31:20,492
ที่เอาออกมา

471
00:31:20,792 --> 00:31:24,492
คืออะไร เสร็จแล้ว

472
00:31:24,794 --> 00:31:28,491
ก็มีคำสั่งตัวสุดท้าย ก็คือ Push ตัวเลข 7 ลงไป

473
00:31:28,795 --> 00:31:32,491

474
00:31:32,796 --> 00:31:36,492
ลองทำดูนะคะ

475
00:31:36,799 --> 00:31:40,491

476
00:31:40,802 --> 00:31:44,492
เพราะฉะนั้น แต่ละข้อ

477
00:31:44,807 --> 00:31:48,493
มันจะต่อเนื่องกันไปนะคะ

478
00:31:48,809 --> 00:31:52,491
ทำตัวแรก ข้อที่ 1 เสร็จ เอาข้อมูลนี่

479
00:31:52,810 --> 00:31:56,495
มาตั้งต้นไว้ก่อนแล้วเราค่อย Push

480
00:31:56,813 --> 00:32:00,492
เลข 7 ลงไป เดี๋ยวเราทำด้วยกัน 1 ข้อนะ

481
00:32:00,814 --> 00:32:04,492
อันนี้คือ Push เลข 2 หย่อนเลข 2

482
00:32:04,815 --> 00:32:08,492
ลงไป

483
00:32:08,816 --> 00:32:12,493

484
00:32:12,817 --> 00:32:16,492
ข้อที่ 2 ครูจะใส่เลข 7 เพราะฉะนั้น ครู

485
00:32:16,818 --> 00:32:20,492
ต้องใส่ข้อมูลเดิมก่อน

486
00:32:20,819 --> 00:32:24,492
และก็หย่อนเลข 7 ลงไป ทำต่อให้ครูหน่อย

487
00:32:24,820 --> 00:32:28,492
อีก 3 อัน

488
00:32:28,821 --> 00:32:32,492

489
00:32:32,824 --> 00:32:36,492

490
00:32:36,826 --> 00:32:40,494

491
00:32:40,827 --> 00:32:44,492

492
00:32:44,828 --> 00:32:48,492

493
00:32:48,829 --> 00:32:52,492

494
00:32:52,830 --> 00:32:56,492

495
00:32:56,833 --> 00:33:00,493

496
00:33:00,835 --> 00:33:04,492

497
00:33:04,836 --> 00:33:08,492

498
00:33:08,837 --> 00:33:12,492

499
00:33:12,838 --> 00:33:16,492

500
00:33:16,840 --> 00:33:20,493

501
00:33:20,841 --> 00:33:24,493

502
00:33:24,843 --> 00:33:28,502

503
00:33:28,844 --> 00:33:32,492

504
00:33:32,846 --> 00:33:36,494

505
00:33:36,847 --> 00:33:40,493

506
00:33:40,850 --> 00:33:44,493

507
00:33:44,852 --> 00:33:48,492

508
00:33:48,853 --> 00:33:52,493

509
00:33:52,854 --> 00:33:56,493

510
00:33:56,855 --> 00:34:00,492

511
00:34:00,856 --> 00:34:04,502

512
00:34:04,858 --> 00:34:08,493

513
00:34:08,859 --> 00:34:12,505

514
00:34:12,862 --> 00:34:16,493

515
00:34:16,866 --> 00:34:20,492

516
00:34:20,867 --> 00:34:24,493

517
00:34:24,868 --> 00:34:28,492

518
00:34:28,869 --> 00:34:32,493

519
00:34:32,870 --> 00:34:36,493

520
00:34:36,871 --> 00:34:40,493

521
00:34:40,873 --> 00:34:44,493

522
00:34:44,874 --> 00:34:48,493

523
00:34:48,875 --> 00:34:52,493

524
00:34:52,877 --> 00:34:56,493

525
00:34:56,878 --> 00:35:00,494

526
00:35:00,880 --> 00:35:04,493

527
00:35:04,883 --> 00:35:08,493

528
00:35:08,887 --> 00:35:12,493

529
00:35:12,888 --> 00:35:16,493

530
00:35:16,890 --> 00:35:20,493

531
00:35:20,892 --> 00:35:24,493

532
00:35:24,893 --> 00:35:28,494

533
00:35:28,895 --> 00:35:32,494

534
00:35:32,899 --> 00:35:36,494

535
00:35:36,900 --> 00:35:40,493

536
00:35:40,904 --> 00:35:44,493

537
00:35:44,906 --> 00:35:48,493

538
00:35:48,907 --> 00:35:52,493

539
00:35:52,908 --> 00:35:56,493

540
00:35:56,909 --> 00:36:00,494

541
00:36:00,912 --> 00:36:04,493

542
00:36:04,913 --> 00:36:08,494

543
00:36:08,914 --> 00:36:12,493

544
00:36:12,916 --> 00:36:16,494

545
00:36:16,918 --> 00:36:20,493

546
00:36:20,919 --> 00:36:24,493

547
00:36:24,921 --> 00:36:28,493

548
00:36:28,923 --> 00:36:32,493

549
00:36:32,924 --> 00:36:36,495

550
00:36:36,926 --> 00:36:40,494

551
00:36:40,928 --> 00:36:44,494

552
00:36:44,930 --> 00:36:48,493

553
00:36:48,932 --> 00:36:52,494

554
00:36:52,933 --> 00:36:56,494

555
00:36:56,935 --> 00:37:00,494

556
00:37:00,937 --> 00:37:04,494

557
00:37:04,939 --> 00:37:08,494

558
00:37:08,940 --> 00:37:12,494

559
00:37:12,941 --> 00:37:16,494

560
00:37:16,942 --> 00:37:20,494

561
00:37:20,943 --> 00:37:24,494

562
00:37:24,945 --> 00:37:28,494

563
00:37:28,946 --> 00:37:32,494

564
00:37:32,948 --> 00:37:36,499

565
00:37:36,951 --> 00:37:40,494

566
00:37:40,952 --> 00:37:44,495

567
00:37:44,954 --> 00:37:48,495

568
00:37:48,956 --> 00:37:52,494

569
00:37:52,957 --> 00:37:56,494

570
00:37:56,958 --> 00:38:00,494

571
00:38:00,960 --> 00:38:04,494

572
00:38:04,965 --> 00:38:08,494

573
00:38:08,967 --> 00:38:12,495

574
00:38:12,969 --> 00:38:16,495

575
00:38:16,970 --> 00:38:20,495

576
00:38:20,973 --> 00:38:24,494

577
00:38:24,976 --> 00:38:28,498

578
00:38:28,977 --> 00:38:32,494

579
00:38:32,978 --> 00:38:36,494

580
00:38:36,980 --> 00:38:40,495

581
00:38:40,981 --> 00:38:44,496

582
00:38:44,982 --> 00:38:48,494

583
00:38:48,983 --> 00:38:52,497

584
00:38:52,984 --> 00:38:56,495

585
00:38:56,988 --> 00:39:00,500

586
00:39:00,990 --> 00:39:04,494

587
00:39:04,992 --> 00:39:08,495

588
00:39:08,993 --> 00:39:12,497

589
00:39:12,995 --> 00:39:16,495

590
00:39:16,997 --> 00:39:20,495

591
00:39:21,000 --> 00:39:24,496

592
00:39:25,001 --> 00:39:28,495

593
00:39:29,004 --> 00:39:32,497

594
00:39:33,005 --> 00:39:36,495

595
00:39:37,006 --> 00:39:40,495

596
00:39:41,007 --> 00:39:44,495

597
00:39:45,010 --> 00:39:48,495

598
00:39:49,012 --> 00:39:52,495

599
00:39:53,014 --> 00:39:56,495

600
00:39:57,015 --> 00:40:00,495

601
00:40:01,016 --> 00:40:04,495

602
00:40:05,017 --> 00:40:08,495

603
00:40:09,018 --> 00:40:12,495

604
00:40:13,021 --> 00:40:16,495

605
00:40:17,022 --> 00:40:20,497

606
00:40:21,024 --> 00:40:24,495

607
00:40:25,025 --> 00:40:28,495

608
00:40:29,026 --> 00:40:32,495

609
00:40:33,027 --> 00:40:36,495
ทีนี้เดี๋ยวเรามาดู

610
00:40:37,029 --> 00:40:40,496

611
00:40:41,031 --> 00:40:44,496

612
00:40:45,032 --> 00:40:48,495
ข้อ 3 นะคะ ครูสั่ง Push 1 ก็คือใส่เลข 1 ลง

613
00:40:49,034 --> 00:40:52,495
ใน Stack เดิม

614
00:40:53,036 --> 00:40:56,495
เอาของเดิมยกมาก่อนนะ อย่าเพิ่งใส่นะ ของเดิม

615
00:40:57,036 --> 00:41:00,496
มี 3 ค่านะ เขียนก่อนนะคะ

616
00:41:01,037 --> 00:41:04,495
เขียนค่าเดิมก่อน ใส่ค่าเดิมมาก่อน

617
00:41:05,039 --> 00:41:08,495
นะคะ เสร็จแล้วครูสั่ง Push 1

618
00:41:09,040 --> 00:41:12,496
1 จะอยู่ด้านบนเลข 7

619
00:41:13,042 --> 00:41:16,496
ใช่ไหมคะ

620
00:41:17,045 --> 00:41:20,507
จากนั้นครูสั่ง Pop Pop คือ เอาออก

621
00:41:21,049 --> 00:41:24,498
บนสุดคืออะไร คือ 1 เพราะฉะนั้น

622
00:41:25,050 --> 00:41:28,496
เอาอะไรออก เอา 1 ออก เพราะฉะนั้น ที่เหลือ

623
00:41:29,052 --> 00:41:32,496
็ก็คือ 5, 2, 7 ใช่ไหมคะ 1

624
00:41:33,053 --> 00:41:36,496
จะถูกเอาออกมาใช่ไหม เพราะฉะนั้น ข้อมูล

625
00:41:37,054 --> 00:41:40,496
ที่นำออกจาก Stack ก็คือ 1

626
00:41:41,055 --> 00:41:44,496
นะคะ

627
00:41:45,057 --> 00:41:48,496
ครูสั่ง Push อีกครั้งหนึ่งทำอย่างไร

628
00:41:49,058 --> 00:41:52,495
ก็เอาของเดิมที่มีอยู่ใน Stack เขียนก่อน

629
00:41:53,059 --> 00:41:56,496
เพราะฉะนั้น กรณีที่ Push ข้อม

630
00:41:57,060 --> 00:42:00,496
ลงไปใน Stack ยกของเดิมมาก่อน

631
00:42:01,061 --> 00:42:04,496
เสร็จแล้ว

632
00:42:05,062 --> 00:42:08,496
ใส่ตัวเลขที่ครูสั่งลงไป ก็คือ 7 7

633
00:42:09,063 --> 00:42:12,496
ก็จะอยู่ด้านบนนะคะ อันนี้คือ

634
00:42:13,066 --> 00:42:16,496
Stack ที่ได้หลังจากที่เราใช้

635
00:42:17,067 --> 00:42:20,496
คำสั่งทั้งหมด 5 คำสั่ง

636
00:42:21,068 --> 00:42:24,496

637
00:42:25,071 --> 00:42:28,496
โอเค

638
00:42:29,073 --> 00:42:32,496

639
00:42:33,074 --> 00:42:36,496
ถัดมาครูเปลี่ยนนะ จากแนวตั้ง

640
00:42:37,076 --> 00:42:40,497
เป็นแนวนอนนะคะ ถ้าครูลองเปลี่ยน Stack เป็นแนวนอน

641
00:42:41,077 --> 00:42:44,496
บ้าง

642
00:42:45,081 --> 00:42:48,496

643
00:42:49,083 --> 00:42:52,496

644
00:42:53,085 --> 00:42:56,496

645
00:42:57,091 --> 00:43:00,496

646
00:43:01,097 --> 00:43:04,496

647
00:43:05,099 --> 00:43:08,496

648
00:43:09,100 --> 00:43:12,496

649
00:43:13,105 --> 00:43:16,496

650
00:43:17,106 --> 00:43:20,496
คราวนี้ครูลองเปลี่ยน Stack เป็นอีกรูปแบบหนึ่ง

651
00:43:21,107 --> 00:43:24,496
เป็นแนวนอนบ้างนะคะ

652
00:43:25,108 --> 00:43:28,497
และครูมีตัวเลข

653
00:43:29,109 --> 00:43:32,497
ที่อยู่ใน Stack ไว้ให้ คือ 3

654
00:43:33,110 --> 00:43:36,497
แล้วก็ 1 ถูกไหม ตัวแรกจะอยู่ซ้ายสุดถูกไหมคะ

655
00:43:37,111 --> 00:43:40,496
ถัดมาก็จะเป็นตัวที่ 2

656
00:43:41,113 --> 00:43:44,496
แล้วครูใช้คำสั่ง Push 5 ข้อที่ 2

657
00:43:45,114 --> 00:43:48,496
ครู Push 6 เสร็จแล้ว

658
00:43:49,115 --> 00:43:52,496
ครู Pop นะคะ ลองทำสิ

659
00:43:53,116 --> 00:43:56,496

660
00:43:57,119 --> 00:44:00,497

661
00:44:01,121 --> 00:44:04,496

662
00:44:05,123 --> 00:44:08,496

663
00:44:09,125 --> 00:44:12,497

664
00:44:13,127 --> 00:44:16,496

665
00:44:17,129 --> 00:44:20,507

666
00:44:21,130 --> 00:44:24,496

667
00:44:25,131 --> 00:44:28,496

668
00:44:29,133 --> 00:44:32,496

669
00:44:33,138 --> 00:44:36,496

670
00:44:37,139 --> 00:44:40,498

671
00:44:41,140 --> 00:44:44,496

672
00:44:45,141 --> 00:44:48,496

673
00:44:49,143 --> 00:44:52,497

674
00:44:53,145 --> 00:44:56,496

675
00:44:57,147 --> 00:45:00,496

676
00:45:01,157 --> 00:45:04,497

677
00:45:05,159 --> 00:45:08,497

678
00:45:09,160 --> 00:45:12,497

679
00:45:13,162 --> 00:45:16,497

680
00:45:17,163 --> 00:45:20,504

681
00:45:21,165 --> 00:45:24,497

682
00:45:25,167 --> 00:45:28,497

683
00:45:29,168 --> 00:45:32,497

684
00:45:33,169 --> 00:45:36,497

685
00:45:37,172 --> 00:45:40,498

686
00:45:41,173 --> 00:45:44,501

687
00:45:45,176 --> 00:45:48,497

688
00:45:49,177 --> 00:45:52,497

689
00:45:53,180 --> 00:45:56,497

690
00:45:57,182 --> 00:46:00,497

691
00:46:01,183 --> 00:46:04,497

692
00:46:05,185 --> 00:46:08,497

693
00:46:09,187 --> 00:46:12,497

694
00:46:13,188 --> 00:46:16,497

695
00:46:17,189 --> 00:46:20,497

696
00:46:21,190 --> 00:46:24,497

697
00:46:25,193 --> 00:46:28,497

698
00:46:29,195 --> 00:46:32,497

699
00:46:33,197 --> 00:46:36,497

700
00:46:37,199 --> 00:46:40,497

701
00:46:41,203 --> 00:46:44,498

702
00:46:45,207 --> 00:46:48,497

703
00:46:49,209 --> 00:46:52,497

704
00:46:53,210 --> 00:46:56,498

705
00:46:57,211 --> 00:47:00,498

706
00:47:01,214 --> 00:47:04,497

707
00:47:05,216 --> 00:47:08,497

708
00:47:09,220 --> 00:47:12,500

709
00:47:13,222 --> 00:47:16,498

710
00:47:17,226 --> 00:47:20,497

711
00:47:21,230 --> 00:47:24,497

712
00:47:25,234 --> 00:47:28,497

713
00:47:29,235 --> 00:47:32,500

714
00:47:33,236 --> 00:47:36,497

715
00:47:37,239 --> 00:47:40,503

716
00:47:41,242 --> 00:47:44,497

717
00:47:45,245 --> 00:47:48,497

718
00:47:49,247 --> 00:47:52,498

719
00:47:53,249 --> 00:47:56,498

720
00:47:57,250 --> 00:48:00,499

721
00:48:01,252 --> 00:48:04,498

722
00:48:05,253 --> 00:48:08,498

723
00:48:09,255 --> 00:48:12,498

724
00:48:13,257 --> 00:48:16,497

725
00:48:17,260 --> 00:48:20,497

726
00:48:21,261 --> 00:48:24,497

727
00:48:25,263 --> 00:48:28,497

728
00:48:29,264 --> 00:48:32,497

729
00:48:33,265 --> 00:48:36,500

730
00:48:37,268 --> 00:48:40,499

731
00:48:41,270 --> 00:48:44,498

732
00:48:45,272 --> 00:48:48,497

733
00:48:49,273 --> 00:48:52,496

734
00:48:53,275 --> 00:48:56,496

735
00:48:57,276 --> 00:49:00,498

736
00:49:01,277 --> 00:49:04,496

737
00:49:05,280 --> 00:49:08,496

738
00:49:09,281 --> 00:49:12,496

739
00:49:13,287 --> 00:49:16,496

740
00:49:17,288 --> 00:49:20,496

741
00:49:21,290 --> 00:49:24,496

742
00:49:25,292 --> 00:49:28,498

743
00:49:29,294 --> 00:49:32,495

744
00:49:33,296 --> 00:49:36,495

745
00:49:37,299 --> 00:49:40,502

746
00:49:41,300 --> 00:49:44,496

747
00:49:45,302 --> 00:49:48,495

748
00:49:49,306 --> 00:49:52,495

749
00:49:53,311 --> 00:49:56,495
คราวนี้นะคะ

750
00:49:57,314 --> 00:50:00,495
มาดูเฉลยด้วยกัน

751
00:50:01,332 --> 00:50:04,495
ครูสั่ง Push 5 แสดงว่า

752
00:50:05,333 --> 00:50:08,495
ครูกำลังจะใส่ข้อมูลลงใน Stack

753
00:50:09,336 --> 00:50:12,494
ครูก็เอาเลข 5 มาหย่อนลงเลยนะ

754
00:50:13,337 --> 00:50:16,494
เอาเลข 5 มาหย่อนเลยนะคะ

755
00:50:17,339 --> 00:50:20,494
ถัดมาครูใช้คำสั่ง Push

756
00:50:21,342 --> 00:50:24,494
ครูใช้คำสั่ง Push ทำอย่างไร เอา

757
00:50:25,343 --> 00:50:28,494
ของเดิมยกลงมาก่อน ยกของเดิม

758
00:50:29,348 --> 00:50:32,495
มาใส่ก่อนนะคะ ก็จะมี 3,

759
00:50:33,354 --> 00:50:36,499
1 แล้วก็ 5

760
00:50:37,355 --> 00:50:40,494
จากนั้น เรา Push ค่าใหม่ ใส่ค่าใหม่

761
00:50:41,357 --> 00:50:44,496
ลงไป ก็คือ 6

762
00:50:45,358 --> 00:50:48,493
โอเคนะ ใส่ค่า 6 ก็คือค่าใหม่ลงไปใน Stack

763
00:50:49,360 --> 00:50:52,493
เสร็จแล้วครูใช้คำสั่ง Pop

764
00:50:53,365 --> 00:50:56,493
ก็คือเอาออก ก็คือเอาตัวล่าสุด

765
00:50:57,366 --> 00:51:00,494
ที่อยู่ด้านขวา เอาออก

766
00:51:01,367 --> 00:51:04,493
เพราะฉะนั้น ค่าที่ถูกเอาออก ก็คือเลข 6

767
00:51:05,368 --> 00:51:08,493
เห็นไหมคะ เอาเลข 6 ออกมา

768
00:51:09,369 --> 00:51:12,494
แล้วเราก็ยกตัวที่เหลือ

769
00:51:13,370 --> 00:51:16,493
ลงมาใส่ ก็จะเหลือเป็น

770
00:51:17,371 --> 00:51:20,510
3, 1 แล้วก็ 5 นะคะ

771
00:51:21,372 --> 00:51:24,493

772
00:51:25,373 --> 00:51:28,492

773
00:51:29,375 --> 00:51:32,492

774
00:51:33,378 --> 00:51:36,492

775
00:51:37,380 --> 00:51:40,492

776
00:51:41,382 --> 00:51:44,492

777
00:51:45,384 --> 00:51:48,492

778
00:51:49,386 --> 00:51:52,493

779
00:51:53,388 --> 00:51:56,492

780
00:51:57,390 --> 00:52:00,492

781
00:52:01,392 --> 00:52:04,501

782
00:52:05,394 --> 00:52:08,492

783
00:52:09,396 --> 00:52:12,492

784
00:52:13,399 --> 00:52:16,491

785
00:52:17,401 --> 00:52:20,492

786
00:52:21,402 --> 00:52:24,492

787
00:52:25,403 --> 00:52:28,491

788
00:52:29,404 --> 00:52:32,501

789
00:52:33,406 --> 00:52:36,492
คราวนี้นะคะ มาดูต่อ

790
00:52:37,408 --> 00:52:40,497
กระดาษที่ครูแจกเอาวางไว้ก่อนนะคะ อย่าเพิ่งใช้ เรายังไม่ใช้ตอนนี้

791
00:52:41,413 --> 00:52:44,491

792
00:52:45,414 --> 00:52:48,491

793
00:52:49,416 --> 00:52:52,491
เราใช้ Stack ทำอะไร เมื่อกี้

794
00:52:53,418 --> 00:52:56,491
เราพูดถึง Stack ไปแล้วนะ เข้าก่อนออกทีหลัง

795
00:52:57,420 --> 00:53:00,491
นะคะ ข้อมูลไหนเข้าก่อน

796
00:53:01,423 --> 00:53:04,490
จะถูกเอาออกทีหลัง

797
00:53:05,424 --> 00:53:08,492
แล้วเราใช้ Stack ทำอะไรบ้าง

798
00:53:09,425 --> 00:53:12,491
เราใช้ Stack มาทำอะไรบ้าง

799
00:53:13,427 --> 00:53:16,490
ทุกคนบวกเลขเป็นใช่ไหม ทุกคนบวกลบคูณหาร

800
00:53:17,428 --> 00:53:20,490
สมการทางคณิตศาสตร์ได้ Stack

801
00:53:21,429 --> 00:53:24,490
จะถูกเอามาใช้ในการ

802
00:53:25,430 --> 00:53:28,490
หาผลลัพธ์ของสมการคณิตศาสตร์

803
00:53:29,433 --> 00:53:32,490
บวกเลข บวกลบเลขนะคะ

804
00:53:33,434 --> 00:53:36,490
คราวนี้ ก่อนที่จะไปดูรูปแบบของการ

805
00:53:37,435 --> 00:53:40,490
ใช้ Stack แล้ว Stack มันเกี่ย

806
00:53:41,436 --> 00:53:44,490
กับการบวก ลบ คูณ หาร นะคะ เรามาดูรูปแบบก่อนว่า

807
00:53:45,438 --> 00:53:48,490
เราใช้ Stack เพื่อเป็นนิพนธ์

808
00:53:49,439 --> 00:53:52,490
ก็คือลักษณะของสมการ

809
00:53:53,443 --> 00:53:56,490
มีอยู่ 3 รูปแบบ รูปแบบแรกก็คื

810
00:53:57,443 --> 00:54:00,490
ก็คือ

811
00:54:01,444 --> 00:54:04,490
บวก ลบ คูณ หาร จะอยู่ระหว่างตัวเลข

812
00:54:05,444 --> 00:54:08,490
นะคะ อันนี้คือ Infix นิพจน์ตัวที่ 2

813
00:54:09,445 --> 00:54:12,490
ก็คือ Prefix

814
00:54:13,448 --> 00:54:16,490
เครื่องหมาย บวก ลบ คูณ หาร จะอยู่ด้านหน้า

815
00:54:17,449 --> 00:54:20,489
และตัวสุดท้ายคือ

816
00:54:21,450 --> 00:54:24,490
Postfix เครื่องหมายจะไปอยู่ด้านหลังของตัวเลข

817
00:54:25,451 --> 00:54:28,489
AC อันนนี้คือตัวเลขนะคะ

818
00:54:29,452 --> 00:54:32,490
เราจะแทนด้วยตัวเลขใด ๆ

819
00:54:33,453 --> 00:54:36,489
คราวนี้ดูนะคะ ในการคำนวณ

820
00:54:37,457 --> 00:54:40,489
ทางคณิตศาสตร์นะ

821
00:54:41,458 --> 00:54:44,489
เวลาเราเจอนะคะ การบวก ลบ

822
00:54:45,459 --> 00:54:48,489
ที่มันมีมากกว่า 2 ตัวเลข

823
00:54:49,460 --> 00:54:52,489
เช่นแบบนี้

824
00:54:53,461 --> 00:54:56,489
5 + 2 x 2 มันมีตัวเลขมากกว่า 2 ตัว

825
00:54:57,462 --> 00:55:00,489
นะคะ แล้วเรา

826
00:55:01,464 --> 00:55:04,489
จะบวกลบเลขอย่างไร

827
00:55:05,466 --> 00:55:08,491
เรามีลำดับความสัมพันธ์ของ

828
00:55:09,469 --> 00:55:12,489
เครื่องหมาย เจอวงเล็บ

829
00:55:13,472 --> 00:55:16,490
ก่อนทำในวงเล็บ

830
00:55:17,473 --> 00:55:20,488
ใช่ไหมคะ เราเจอในวงเล็บ เรา

831
00:55:21,474 --> 00:55:24,489
บวกลบเลขนี่ในวงเล็บก่อน

832
00:55:25,475 --> 00:55:28,488
จากนั้น ลำดับความสำคัญตัวที่ 2 ที่ต้อง

833
00:55:29,476 --> 00:55:32,488
ทำก่อนก็คือ เครื่องหมาย

834
00:55:33,478 --> 00:55:36,488
ยกกำลัง เช่น 2 ยกกำลัง 2 ถูกไหมคะ

835
00:55:37,479 --> 00:55:40,488
3 ยกกำลัง 2 อย่างนี้เป็นต้น

836
00:55:41,480 --> 00:55:44,488
เจอเลขยกกำลังเสร็จแล้ว

837
00:55:45,482 --> 00:55:48,491
เราจะคำนวณเครื่องหมายไหนต่อไป ก็ค

838
00:55:49,486 --> 00:55:52,488
กับหาร คูณกับหารมีลำดับความสำคัญ

839
00:55:53,487 --> 00:55:56,488
เท่ากันนะคะ มีลำดับความสำคัญ

840
00:55:57,488 --> 00:56:00,488
เท่ากัน ตามด้วยบวกกับลบ

841
00:56:01,490 --> 00:56:04,488
บวกกับลบก็มีความสำคัญ

842
00:56:05,491 --> 00:56:08,488
เท่ากัน แต่จะทำ

843
00:56:09,493 --> 00:56:13,488
หลังการทำเครื่องหมายคูณกับหาร

844
00:56:13,494 --> 00:56:17,488

845
00:56:17,495 --> 00:56:21,488
คราวนี้มาดูโจทย์ครู 2 ตัวนี้

846
00:56:21,495 --> 00:56:25,487
เป็นตัวเลขตัวเดียวกันเลย 5 + 2

847
00:56:25,497 --> 00:56:29,488
x 2 ตัวแรก

848
00:56:29,496 --> 00:56:33,488
ครูมีวงเล็บเปิดกับวงเล็บปิด โจทย์ตัวที่ 2 ไม่มี

849
00:56:33,497 --> 00:56:37,487
วงเล็บนะคะ ครูไม่มีวงเล็บนะ

850
00:56:37,497 --> 00:56:41,491
คราวนี้มาดูข้อแรกก่อน

851
00:56:41,498 --> 00:56:45,488
อย่างที่บอกว่าถ้าเจอวงเล็บ

852
00:56:45,500 --> 00:56:49,487
วงเล็บเปิด วงเล็บปิด ทำ

853
00:56:49,501 --> 00:56:53,487
ข้างในวงเล็บก่อน

854
00:56:53,532 --> 00:56:57,491
เพราะฉะนั้น เราเอาอะไรบวกกันก่อน 5 + 2

855
00:56:57,535 --> 00:57:01,488
เป็นเท่าไรคะ เป็น 7

856
00:57:01,537 --> 00:57:05,486
7 แล้วคูณด้วย 2 เท่ากับเท่าไหร่

857
00:57:05,538 --> 00:57:09,486
เท่ากับเท่าไหร่คะ

858
00:57:09,541 --> 00:57:13,486
เท่ากับ 14

859
00:57:13,543 --> 00:57:17,486

860
00:57:17,543 --> 00:57:21,487
ตัวเลขเท่ากับ 14 ตัวแรกนะคะ เท่ากับ 14

861
00:57:21,545 --> 00:57:25,487
แล้วมาดูข้อ 2 ครูตัด

862
00:57:25,548 --> 00:57:29,487
วงเล็บทิ้งไป 5 + 2 x 2

863
00:57:29,549 --> 00:57:33,486
เราทำตรงไหนก่อน

864
00:57:33,551 --> 00:57:37,487
ย้อนกลับขึ้นมาดูข้างบน ระหว่างบวกกับคูณ

865
00:57:37,552 --> 00:57:41,486
อะไรสำคัญมากกว่ากัน

866
00:57:41,553 --> 00:57:45,487
อะไรมีความสำคัญมากกว่ากันคะ

867
00:57:45,554 --> 00:57:49,486
บวกกับคูณ

868
00:57:49,556 --> 00:57:53,487

869
00:57:53,557 --> 00:57:57,486
ข้างบนเห็นไหมคะว่า 1 นี่

870
00:57:57,558 --> 00:58:01,486
มีความสำคัญมากสุดนะ 2. ความสำคัญรองลงมา

871
00:58:01,560 --> 00:58:05,486
ตัวนี้ เบอร์ 3 ความสำคัญ

872
00:58:05,561 --> 00:58:09,486
รองลงมา เบอร์ 4 ความสำคั

873
00:58:09,562 --> 00:58:13,486
เพราะฉะนั้น คูณกับบวก

874
00:58:13,563 --> 00:58:17,485
อะไรมีความสำคัญมากกว่ากัน

875
00:58:17,565 --> 00:58:21,486
คูณใช่ไหมคะ อันนี้คือมากสุด

876
00:58:21,567 --> 00:58:25,485
มากสุด

877
00:58:25,569 --> 00:58:29,485
เพราะฉะนั้น เรา

878
00:58:29,571 --> 00:58:33,485
ทำอะไรก่อน 5+2 หรือเอา 2

879
00:58:33,574 --> 00:58:37,485
หรือเอา 2 x 2 2 x 2

880
00:58:37,575 --> 00:58:41,485
เป็น 4 4 + 5

881
00:58:41,576 --> 00:58:45,486
5 เป็นเท่าไหร่คะ

882
00:58:45,577 --> 00:58:49,486
เป็น 9

883
00:58:49,579 --> 00:58:53,485
โอเค

884
00:58:53,580 --> 00:58:57,485
ถ้าครูเขียนใหม่

885
00:58:57,581 --> 00:59:01,487

886
00:59:01,583 --> 00:59:05,485

887
00:59:05,584 --> 00:59:09,485
เลข 2 หรือ เดี๋ยวนะ

888
00:59:09,588 --> 00:59:13,485

889
00:59:13,590 --> 00:59:17,485

890
00:59:17,591 --> 00:59:21,485

891
00:59:21,592 --> 00:59:25,485

892
00:59:25,593 --> 00:59:29,484
โจทย์ข้อนี้

893
00:59:29,594 --> 00:59:33,485
5 คูณ 2

894
00:59:33,595 --> 00:59:37,484
เท่ากับ 12 คนอื่น

895
00:59:37,596 --> 00:59:41,489
ได้ไหมคะ เห็นไหม ตัวเลขเดียวกันเลย

896
00:59:41,597 --> 00:59:45,484
สลับแล้วก็คเครื่องหมายมีเหมือนกันเล

897
00:59:45,599 --> 00:59:49,484
แค่สลับตำแหน่งค่าก็เปลี่ยนแล้ว

898
00:59:49,600 --> 00:59:53,484
ทันไหมคะ คูณกับบวกแสดงว่า

899
00:59:53,601 --> 00:59:57,484
ทำคูณก่อน 5 คูณ 2 เป็

900
00:59:57,603 --> 01:00:01,485
เป็น 10 10 + 2 เป็น 12

901
01:00:01,606 --> 01:00:05,501

902
01:00:05,608 --> 01:00:09,484
โอเค

903
01:00:09,609 --> 01:00:13,485
เอาตัวนี้บวกกันก่อน... คูณกันก่อนนะคะ

904
01:00:13,613 --> 01:00:17,487
5 x 2 เป็น 10 แล้ว 10 ค่อยมาบวกกับ

905
01:00:17,614 --> 01:00:21,484
2 โอเค

906
01:00:21,615 --> 01:00:25,484
จะเห็นว่า

907
01:00:25,616 --> 01:00:29,484
อันนี้คือเราคิดใช่ไหม

908
01:00:29,618 --> 01:00:33,484
แล้วเราจะสั่งให้คอมพิวเตอณ์เข้สา

909
01:00:33,619 --> 01:00:37,484
เข้าใจแบบที่เราคิดเมื่อกี้ได้อย่างไร

910
01:00:37,620 --> 01:00:41,484
รู้ว่าถ้าเจอคูณนี่ต้องทำคูณก่อนเลย

911
01:00:41,622 --> 01:00:45,485
เจอวงเล็บเปิด ต้องทำวงเล็บเปิด

912
01:00:45,625 --> 01:00:49,483
ตอนนี้เราจะสั่งให้คอมพิวเตอร์นี่สามารถคำนวณ

913
01:00:49,626 --> 01:00:53,484
ให้ได้แบบที่เราคำนวณเมื่อกี้

914
01:00:53,627 --> 01:00:57,484
เราใช้

915
01:00:57,628 --> 01:01:01,484
Stack เข้ามาช่วยในการคำนวณนะคะ

916
01:01:01,629 --> 01:01:05,484
เราใช้ Stack เข้ามาในการคำนวณ

917
01:01:05,631 --> 01:01:09,484
วิธีการทำแบบไหน

918
01:01:09,633 --> 01:01:13,484
มาดูวิธีการนะคะ เรามีตัวเลขอยู่ชุดหนึ่ง

919
01:01:13,636 --> 01:01:17,483
เราต้องการหาค่าออกมา เช่น

920
01:01:17,638 --> 01:01:21,504
ครูมีตัวเลขชุดนี้ล่ะ

921
01:01:21,638 --> 01:01:25,486
ครูสั่งให้คอมพิวเตอร์คำนวณ จะต้องได้ผลลัพธ์ 9

922
01:01:25,640 --> 01:01:29,483
คอมพิวเตอร์จะคิดแบบไหนนะคะ

923
01:01:29,644 --> 01:01:33,484
1 เราต้องสร้างตารางแบบนี้ก่อน

924
01:01:33,645 --> 01:01:37,483
มี 3 ช่อง ช่องแรก คือ ใส่ Input

925
01:01:37,646 --> 01:01:41,483
ก็คือข้อมูลนำเข้า Stack

926
01:01:41,647 --> 01:01:45,483
แล้วก็ผลลัพธ์นะคะ

927
01:01:45,650 --> 01:01:49,483
เรามีวิธีการทำนี่ 2 ช่วงด้วยกัน ช่วงที่ 1

928
01:01:49,653 --> 01:01:53,483
ต้องแปลงนิพจน์

929
01:01:53,656 --> 01:01:57,483
แบบ Postfix เ

930
01:01:57,657 --> 01:02:01,483
ไปไว้ข้างหลังให้หมดก่อน เอาเครื่องหมาย

931
01:02:01,658 --> 01:02:05,487
ไปไว้ข้างหลังให้หมดก่อนนะคะ แล้วค่อยคำนวณออกมาเป็น

932
01:02:05,659 --> 01:02:09,482
ตัวเลข ผลลัพธ์

933
01:02:09,661 --> 01:02:13,483
เรามี 3 ช่องนะ ทุกคนต้องตีตาราง 3 ช่อง

934
01:02:13,662 --> 01:02:17,483
อันแรกเขียนว่า Input Stack แล้วก็ O

935
01:02:17,663 --> 01:02:21,482
นะคะ ถัดมา

936
01:02:21,664 --> 01:02:25,483
ขั้นตอนวิธีการแปลง

937
01:02:25,666 --> 01:02:29,483
จาก Infix ให้เป็น Po

938
01:02:29,667 --> 01:02:33,483
ทุกคนมีชีตที่ครูให้ แบบนี้เลย

939
01:02:33,669 --> 01:02:37,483
ก็คือสิ่งที่อยู่บนสไลด์นะคะ ครูพรินต์ออกมาให้

940
01:02:37,670 --> 01:02:41,483
เรามีอยู่ทั้งหมด 7 ขั้นตอนด้ว

941
01:02:41,672 --> 01:02:45,483
ทั้งหมด 7 ขั้นตอนด้วยกัน

942
01:02:45,674 --> 01:02:49,485
มีทั้งหมด 7 ขั้นตอนด้วยกัน ครูให้เวลา

943
01:02:49,675 --> 01:02:53,482
2 นาที อ่าน 7 ขั้นตอนน

944
01:02:53,680 --> 01:02:57,483
นี้ในกระดาษของตัวเองสิคะ

945
01:02:57,681 --> 01:03:01,485
ให้อ่านในกระดาษนะ หรือจะอ่านจากหน้าจอก็ได้

946
01:03:01,683 --> 01:03:05,482
ให้เวลา 2 นาทีอยากให้อ่านก่อน

947
01:03:05,685 --> 01:03:09,482

948
01:03:09,686 --> 01:03:13,482

949
01:03:13,687 --> 01:03:17,482

950
01:03:17,689 --> 01:03:21,482

951
01:03:21,692 --> 01:03:25,482

952
01:03:25,693 --> 01:03:29,482

953
01:03:29,695 --> 01:03:33,484

954
01:03:33,696 --> 01:03:37,482

955
01:03:37,698 --> 01:03:41,482

956
01:03:41,699 --> 01:03:45,482

957
01:03:45,700 --> 01:03:49,482

958
01:03:49,701 --> 01:03:53,482

959
01:03:53,702 --> 01:03:57,482

960
01:03:57,704 --> 01:04:01,482

961
01:04:01,705 --> 01:04:05,483

962
01:04:05,707 --> 01:04:09,482

963
01:04:09,711 --> 01:04:13,482

964
01:04:13,713 --> 01:04:17,482

965
01:04:17,714 --> 01:04:21,481

966
01:04:21,717 --> 01:04:25,482

967
01:04:25,719 --> 01:04:29,481

968
01:04:29,720 --> 01:04:33,481

969
01:04:33,721 --> 01:04:37,481

970
01:04:37,725 --> 01:04:41,481

971
01:04:41,727 --> 01:04:45,481

972
01:04:45,728 --> 01:04:49,481

973
01:04:49,731 --> 01:04:53,481

974
01:04:53,733 --> 01:04:57,482

975
01:04:57,734 --> 01:05:01,481
คราวนี้เดี๋ยวมาดูพร้อมกัน

976
01:05:01,736 --> 01:05:05,481
เรามีอยู่ทั้งหมด 7 ขั้นตอนนะคะ เดี๋ยวเราจะ

977
01:05:05,737 --> 01:05:09,481
ลองฝึกนะ แล้วก็เทียบ

978
01:05:09,739 --> 01:05:13,481
ไปทีละขั้น

979
01:05:13,740 --> 01:05:17,482
ขั้นที่ 1 นะคะ กำหนดให้ Stack ว่าง

980
01:05:17,741 --> 01:05:21,481
ก็คือวาดตาราง 3 ช่องนี้

981
01:05:21,742 --> 01:05:25,481
อันดับแรก สร้าง Stack ว่าง ก็คือวาด

982
01:05:25,743 --> 01:05:29,481
3 ช่องนะคะ กี่แถวยังไม่รู้นะ

983
01:05:29,746 --> 01:05:33,481
แต่มีอยู่ 3 คอลัมน์

984
01:05:33,747 --> 01:05:37,481

985
01:05:37,748 --> 01:05:41,481
อันดับที่ 2

986
01:05:41,749 --> 01:05:45,481
อ่านข้อมูลจากซ้ายไปขวา ก็คือ

987
01:05:45,750 --> 01:05:49,481
อ่านข้อมูลทีละตัวใช่ไหมคะ เลข 5

988
01:05:49,752 --> 01:05:53,481
เครื่องหมายบวก เลข เครื่องหมายคูณ แล้วก็เลข 2

989
01:05:53,754 --> 01:05:57,480
อันนี้คืออ่านจากซ้ายไปขวา

990
01:05:57,755 --> 01:06:01,481
ทีละตัวนะคะ แล้วก็อ่านเข้ามาทีละตัว

991
01:06:01,758 --> 01:06:05,481
สมมติครูใช้ตัวเลขนะคะ

992
01:06:05,762 --> 01:06:09,481
ตัวเลขนะคะ เช่น

993
01:06:09,763 --> 01:06:13,481

994
01:06:13,765 --> 01:06:17,480
อ่านข้อมูลจากซ้ายไปขวา ตัวแรก ก็คือ

995
01:06:17,766 --> 01:06:21,480
5 ใช่ไหม อ่านจากซ้าย ซ้ายก็คือตัวแรก

996
01:06:21,767 --> 01:06:25,480
นะคะ ก็คือเลข 5 ถัดมา

997
01:06:25,768 --> 01:06:29,481
ถัดมาขั้นถัดมาเป็นขั้นที่ 3

998
01:06:29,769 --> 01:06:33,480
ถ้าข้อมูลที่อ่านเข้ามา

999
01:06:33,770 --> 01:06:37,481
เป็นตัวเลข เช่น

1000
01:06:37,772 --> 01:06:41,480
เลข 5 ใช่ไหม ข้อมูลที่เราอ่านเข้ามา

1001
01:06:41,773 --> 01:06:45,480
ทันเป็นตัวเลขใช่ไหม ใช่ เอามัน

1002
01:06:45,775 --> 01:06:49,480
ไปไว้ที่ไหน เอามันไปไว้ที่ช่องผลลัพธ์ ก็คือ

1003
01:06:49,776 --> 01:06:53,487
ช่องสุดท้าย

1004
01:06:53,778 --> 01:06:57,481
ก็คือช่องนี้ใช่ไหมคะ ช่อง Output

1005
01:06:57,778 --> 01:07:01,480
ถัดมา ถ้าตัวที

1006
01:07:01,779 --> 01:07:05,480
เราอ่านเข้ามานี่มันไม่ใช่ตัวเลข แสดงว่า

1007
01:07:05,782 --> 01:07:09,484
มันต้องเป็นเครื่องหมายทางคณิตศาสตร์

1008
01:07:09,783 --> 01:07:13,480
อะไรสักอย่างหนึ่งนี่ล่ะ เช่น เครื่องหมายบวก

1009
01:07:13,785 --> 01:07:17,480
เครื่องหมายบวกใช่ไหมคะ เครื่องหมายบวก

1010
01:07:17,787 --> 01:07:21,482
เราอ่านเครื่องหมายบวกเข้ามา

1011
01:07:21,791 --> 01:07:25,480
แล้วเขาให้เราเช็กก่อน ว่า

1012
01:07:25,792 --> 01:07:29,481
แล้วใน Stack มันมีค่าอยู่หรือเปล่า Stack ในช่องนี่

1013
01:07:29,793 --> 01:07:33,480
ช่องนี้ ช่องที่ 2 นี่ มัน

1014
01:07:33,794 --> 01:07:37,480
มีค่าอยู่ไหม ถ้ามันไม่มีค่าอยู่เลย

1015
01:07:37,795 --> 01:07:41,480
ก็หย่อนมันลงไปใน Stack

1016
01:07:41,796 --> 01:07:45,480
แต่ถ้าใน Stack มันมีข้อมูล

1017
01:07:45,797 --> 01:07:49,480
อยู่แล้ว เราจะต้องทำการ

1018
01:07:49,798 --> 01:07:53,480
เปรียบเทียบก่อน ว่าข้อมูล

1019
01:07:53,799 --> 01:07:57,480
ที่เราอ่านเข้ามานี่

1020
01:07:57,800 --> 01:08:01,480
มันมีค่ามากกว่า หรือน้อยกว่าตัวที่อยู่ใน

1021
01:08:01,802 --> 01:08:05,480
Stack

1022
01:08:05,804 --> 01:08:09,480
ถ้ามันมากกว่า

1023
01:08:09,805 --> 01:08:13,480
ถ้ากรณีที่ตัวที่เราอ่านมีค่ามากกว่า

1024
01:08:13,807 --> 01:08:17,480
ก็หย่อนลงไปใน Stack ได้เลย

1025
01:08:17,808 --> 01:08:21,479
ถ้าสิ่งที่

1026
01:08:21,812 --> 01:08:25,480
เราอ่านเข้ามามันมีค่าน้อยกว่าสิ่งที่

1027
01:08:25,813 --> 01:08:29,480
อยู่ใน Stack

1028
01:08:29,814 --> 01:08:33,481
ให้เอาเครื่องหมายใน Stack

1029
01:08:33,818 --> 01:08:37,486
ออกไปไว้ที่ผลลัพธ์

1030
01:08:37,822 --> 01:08:41,480
แล้วเอาเครื่องหมายตัวที่เราอ่านเข้ามาหย่อนลงไปใน Stack

1031
01:08:41,823 --> 01:08:45,479
โอเค

1032
01:08:45,825 --> 01:08:49,480
ถ้า

1033
01:08:49,826 --> 01:08:53,479
เราอ่านจนครบข้อมูล

1034
01:08:53,827 --> 01:08:57,499
ทุกตัวแล้ว เรายังมีข้อมูลอยู่ใน Stack

1035
01:08:57,828 --> 01:09:01,481
เราก็ดึงมันออกมา ก็คือ Pop มันออกมา

1036
01:09:01,829 --> 01:09:05,480
เป็นผลลัพธ์

1037
01:09:05,831 --> 01:09:09,479
มาดูตัวอย่างนะ ทุกคนถือ... ดุตัวอย่าง

1038
01:09:09,832 --> 01:09:13,479
ที่เป็นขั้นตอนด้วยนะคะ

1039
01:09:13,835 --> 01:09:17,480

1040
01:09:17,837 --> 01:09:21,480

1041
01:09:21,839 --> 01:09:25,480

1042
01:09:25,845 --> 01:09:29,479
โอเค

1043
01:09:29,846 --> 01:09:33,482
โจทย์

1044
01:09:33,851 --> 01:09:37,479
ที่ครูให้ ทุกคนดูที่หน้าจอนะคะ

1045
01:09:37,856 --> 01:09:41,479
ครูมีโจทย์

1046
01:09:41,857 --> 01:09:45,479
มาให้นะคะ ก็คือ 5 + 2

1047
01:09:45,858 --> 01:09:49,480
x 2

1048
01:09:49,864 --> 01:09:53,480
อันดับแรกครูต้องทำอะไร

1049
01:09:53,865 --> 01:09:57,479
อันดับแรกวาดตาราง 3 ช่อง

1050
01:09:57,868 --> 01:10:01,479
วาดตาราง 3 ช่อง จำนวนแถว

1051
01:10:01,869 --> 01:10:05,479
ก็เอาข้อมูลตัวเลขกับเครื่องหมาย

1052
01:10:05,871 --> 01:10:09,479
มาใส่ทีละบรรทัด 5

1053
01:10:09,872 --> 01:10:13,482
ที่ 1 ถูกไหมคะ บวกบรรทัด

1054
01:10:13,873 --> 01:10:17,480
ใส่เลข 2 บรรทัดถัดมาใส่เครื่องหมายคูณ

1055
01:10:17,874 --> 01:10:21,479
แล้วก็ใส่เลข 2

1056
01:10:21,877 --> 01:10:25,482
เราก็จะวาดตารางเรียบร้อยแล้วใช่ไหมคะ จำนวนแถว

1057
01:10:25,880 --> 01:10:29,479
ขึ้นอยู่กับจำนวนข้อมูล

1058
01:10:29,883 --> 01:10:33,480
ในโจทย์ว่ามีกี่ตัว ก็สร้างแถว

1059
01:10:33,884 --> 01:10:37,479
ใส่ข้อมูลให้เลย

1060
01:10:37,885 --> 01:10:41,479
เรากำหนด

1061
01:10:41,886 --> 01:10:45,479
tack ว่างแล้วใช่ไหมคะ

1062
01:10:45,887 --> 01:10:49,479
ถัดมา ต้องอ่านข้อมูลทีละตัว

1063
01:10:49,888 --> 01:10:53,479
เราต้องอ่านข้อมูลทีละตัวจากซ้าย

1064
01:10:53,891 --> 01:10:57,479
ไปขวา ตัวแรกคืออะไรคะ

1065
01:10:57,894 --> 01:11:01,479
คือ 5 ใช่ไหม ครูเขียนเรียงแล้ว

1066
01:11:01,895 --> 01:11:05,479
5 บวก... มี 2 มีคูณ แล้วก็มี 2

1067
01:11:05,896 --> 01:11:09,479
อันนี้คือข้อมูลที่เราอ่านจากซ้ายไปขวา

1068
01:11:09,897 --> 01:11:13,479
ตัวแรก เป็นตัวเลขใช่ไหมคะ

1069
01:11:13,898 --> 01:11:17,479
มันเป็นตัวเลขแล้วมันตรงกับตัวไหน

1070
01:11:17,900 --> 01:11:21,479
ในขั้นตอน ข้อ

1071
01:11:21,903 --> 01:11:25,479
3 ที่บอกว่าถ้าเป็นตัวเลข

1072
01:11:25,904 --> 01:11:29,479
ให้เอาไปไว้ที่ไหน เอาไปไว้ที่

1073
01:11:29,905 --> 01:11:33,479
ผลลัพธ์ ถ้าเป็น

1074
01:11:33,906 --> 01:11:37,478
ตัวเลข เอาไปไว้ที่ผลลัพธ์ได้เลย

1075
01:11:37,907 --> 01:11:41,482
ถัดมา

1076
01:11:41,908 --> 01:11:45,478
เจอเครื่องหมายบวกนะคะ เจอเครื่องหมายบวก

1077
01:11:45,912 --> 01:11:49,478
ตอนนี้ใน Stack มันไม่มีค่า

1078
01:11:49,914 --> 01:11:53,478
อะไรเลย ทำอย่างไรคะ

1079
01:11:53,915 --> 01:11:57,478
ก็ใส่ได้เลย ใส่เครื่องหมายบวก

1080
01:11:57,916 --> 01:12:01,478
ลงมาได้เลย ถ้ามันเป็น Stack ว่าง เห็นไหมคะ

1081
01:12:01,917 --> 01:12:05,479
ตัวบนเป็น Stack ว่าง เราก็เอาใส่ได้เลย

1082
01:12:05,918 --> 01:12:09,479
แล้วก็เขียน 5 ลงมาเหมือนเดิมนะคะ

1083
01:12:09,919 --> 01:12:13,479
ยก 5 ลงมาเหมือนเดิมนะ

1084
01:12:13,922 --> 01:12:17,478
ดู ดูพร้อมครูก่อนนะ

1085
01:12:17,923 --> 01:12:21,478
เดี๋ยวครู...

1086
01:12:21,924 --> 01:12:25,479
จะถ่ายรูป

1087
01:12:25,925 --> 01:12:29,479
เอาขึ้น Classroom ให้

1088
01:12:29,926 --> 01:12:33,478
ถัดมา เลข 2 ใช่ไหมคะ เลข 2 มันเป็นอะไร

1089
01:12:33,928 --> 01:12:37,478
ตัวเลข เพราะฉะนั้นต้องเอาไปไว้ที่ไหน

1090
01:12:37,930 --> 01:12:41,478
ไปไว้ที่ผลลัพธ์

1091
01:12:41,932 --> 01:12:45,481
ตรงกับข้อ 3 ในขั้นตอนนะ

1092
01:12:45,934 --> 01:12:49,478
เอา 2 มาไว้ที่ Output แต่ต้องเขียน

1093
01:12:49,935 --> 01:12:53,478
หลัง ก็คือเขียนต่อจากเลข 5

1094
01:12:53,936 --> 01:12:57,478
นะคะ

1095
01:12:57,940 --> 01:13:01,478

1096
01:13:01,942 --> 01:13:05,478
ถัดมา

1097
01:13:05,944 --> 01:13:09,478
ยกเครื่องหมายบวกลงมาด้วยนะ

1098
01:13:09,945 --> 01:13:13,478
เพราะมันอยู่ใน Stack นะคะ เรายังไม่ได้เอาอะไรออก

1099
01:13:13,947 --> 01:13:17,478
หรือเอาอะไรเข้าเพิ่ม

1100
01:13:17,948 --> 01:13:21,478
ถัดมา เป็นเครื่องหมายคูณ

1101
01:13:21,952 --> 01:13:25,478
ใน Stack

1102
01:13:25,954 --> 01:13:29,478
เรามีเครื่องหมายบวกอยู่แล้วนะคะ

1103
01:13:29,955 --> 01:13:33,479
ใน Stack นี่เรามีเครื่องหมายบวกอยู่แล้ว

1104
01:13:33,956 --> 01:13:37,478
ตัวที่เราอ่านเข้ามา คือ คูณ เรา

1105
01:13:37,959 --> 01:13:41,478
จะต้องทำการเปรียบเทียบ

1106
01:13:41,960 --> 01:13:45,478
ค่าที่เราอ่านเข้ามาใหม่ คือ คูณ

1107
01:13:45,961 --> 01:13:49,478
กับตัวเดิมที่อยู่ใน Stack

1108
01:13:49,962 --> 01:13:53,478
คือ บวก เราเปรียบเทียบ ถูกไหมคะ

1109
01:13:53,963 --> 01:13:57,478
กับตัวบนสุดคือเครื่องหมายบวก สิ่งท

1110
01:13:57,964 --> 01:14:01,478
คืออะไร คูณมีค่า

1111
01:14:01,966 --> 01:14:05,478
มากกว่าบวก ให้ทำอย่างไร

1112
01:14:05,967 --> 01:14:09,478
ก็เอาคูณหย่อนลงมาได้เลย

1113
01:14:09,968 --> 01:14:13,477
ใส่คูณ

1114
01:14:13,969 --> 01:14:17,478
ลงไปใน Stack ได้เลยนะคะ ผลลัพธ์ก็เป็นเหมือนเดิม

1115
01:14:17,971 --> 01:14:21,481
ตัวถัดมาคือเลข 2

1116
01:14:21,971 --> 01:14:25,477
เลข 2 มันเป็นตัวเลขใช่ไหม เอามาไว้ที่

1117
01:14:25,974 --> 01:14:29,478
ผลลัพธ์นะคะ เอามาต่อด้านหลัง

1118
01:14:29,976 --> 01:14:33,478
เสร็จแล้วเราพบว่า

1119
01:14:33,982 --> 01:14:37,478
ไม่มีข้อมูลแล้ว ข้อมูลมันหมดแล้วน่ะ

1120
01:14:37,983 --> 01:14:41,478
ข้อมูลมันหมดแล้วนะคะ แต่สิ่งที่เราเจอคืออะไร

1121
01:14:41,985 --> 01:14:45,478
ใน Stack ยังมีข้อมูลอยู่

1122
01:14:45,987 --> 01:14:49,477
เพราะฉะนั้น ต้องดึงค่า

1123
01:14:49,992 --> 01:14:53,478
ออกจาก Stack ให้หมด เราเอาอะไรออกมาก่อนคะ

1124
01:14:53,993 --> 01:14:57,477
ตัวล่าสุด ตัวบนสุด คือ คูณ

1125
01:14:57,995 --> 01:15:01,478
เอาคูณมาต่อท้ายที่ Output หรือว่าผลลั

1126
01:15:01,998 --> 01:15:05,478
เอาคูณออกมาแล้วมันเหลืออีกตัวหนึ่งใช่ไหม

1127
01:15:05,999 --> 01:15:09,478
ก็เอาบวกออกมา

1128
01:15:10,000 --> 01:15:13,478
อันนี้คือผลลัพธ์ ผลลัพธ์สุดท้าย

1129
01:15:14,002 --> 01:15:17,477
นะคะ

1130
01:15:18,003 --> 01:15:21,477
จะอยู่ในรูปแบบของ Postfix คือ แปลงนิพจน์

1131
01:15:22,005 --> 01:15:25,477

1132
01:15:26,007 --> 01:15:29,477
ได้ไหมคะ เดี๋ยวเรามาทำพร้อมกันอีกตัวหนึ่ง

1133
01:15:30,008 --> 01:15:33,477
หนึ่ง

1134
01:15:34,012 --> 01:15:37,477

1135
01:15:38,016 --> 01:15:41,477

1136
01:15:42,017 --> 01:15:45,477

1137
01:15:46,018 --> 01:15:49,477

1138
01:15:50,019 --> 01:15:53,477

1139
01:15:54,021 --> 01:15:57,477
3 + 5 x 1

1140
01:15:58,022 --> 01:16:01,478

1141
01:16:02,023 --> 01:16:05,478

1142
01:16:06,025 --> 01:16:09,477

1143
01:16:10,027 --> 01:16:13,477
ครูมีโจทย์ใช่ไหมคะ 3 + 5 x 1

1144
01:16:14,030 --> 01:16:17,477
ผลลัพธ์เท่ากับเท่าไหร่เอ่ย ตอบ

1145
01:16:18,032 --> 01:16:21,477
เท่ากับ

1146
01:16:22,033 --> 01:16:25,478
อันนี้ตอบเท่ากับเท่าไหร่เอ่ย

1147
01:16:26,034 --> 01:16:29,478
8

1148
01:16:30,037 --> 01:16:33,477
ข้างหลังตอบอะไร

1149
01:16:34,038 --> 01:16:37,477
ได้เท่ากับอะไรคะ คำตอบ

1150
01:16:38,039 --> 01:16:41,477
ก็คือ 8

1151
01:16:42,041 --> 01:16:45,479
เอา 5 x 1 ก่อนได้เท่าไร

1152
01:16:46,042 --> 01:16:49,477
ค่อยบวกกับ 3

1153
01:16:50,044 --> 01:16:53,480
5 1 เป็น 5 แล้วบวกกับ 3

1154
01:16:54,045 --> 01:16:57,477
8

1155
01:16:58,046 --> 01:17:01,477
เดี๋ยวเราจะมาทำ จะมาแปลงนิพจน์กัน

1156
01:17:02,047 --> 01:17:05,478
นะคะ แล้วเราจะมาหาค่าว่ามันได้ 8 ได้อย่างไร

1157
01:17:06,048 --> 01:17:09,478
อันนี้เรากำลังจะมาแสดงวิธีทำ

1158
01:17:10,051 --> 01:17:13,477
ค่าว่า 8 มันมาจากไหน เราสั่งให้คอมพิวเตอร์มัน

1159
01:17:14,054 --> 01:17:17,477
คิดแบบไหน อันดับแรก วาด Stack ว่าง

1160
01:17:18,055 --> 01:17:21,477
ฉะนั้น ครูบอกว่าต้องมีคอลัมน์อยู่ 3 คอลัมน์

1161
01:17:22,056 --> 01:17:25,477

1162
01:17:26,057 --> 01:17:29,477

1163
01:17:30,058 --> 01:17:33,477

1164
01:17:34,059 --> 01:17:37,477
ครูมี 3 คอลัมน์แล้ว มี

1165
01:17:38,061 --> 01:17:41,477
In put Stack

1166
01:17:42,063 --> 01:17:45,477
แล้วก็ Output

1167
01:17:46,064 --> 01:17:49,477
จากนั้นครูวาดตารางเลย

1168
01:17:50,065 --> 01:17:53,477
โดยเอาข้อมูลมาใส่ในแต่ละแถวเลยนะคะ

1169
01:17:54,066 --> 01:17:57,477
ครูอ่านเข้ามาทีละตัว

1170
01:17:58,067 --> 01:18:01,477
ซ้ายไปขวา ตัวแรก คือ 3 ถัดมา

1171
01:18:02,068 --> 01:18:05,477
คือเครื่องหมายบวก เลข 5

1172
01:18:06,069 --> 01:18:09,477
นะคะ เครื่องหมายคูณ

1173
01:18:10,070 --> 01:18:13,477
แล้วก็เลข 1 อันนี้ครูวดตารา

1174
01:18:14,071 --> 01:18:17,477
เสร็จแล้ว

1175
01:18:18,073 --> 01:18:21,477

1176
01:18:22,077 --> 01:18:25,478

1177
01:18:26,079 --> 01:18:29,477
ทุกคน

1178
01:18:30,081 --> 01:18:33,477
วาดตามครูก่อนเลย เราวาด

1179
01:18:34,082 --> 01:18:37,477
ตารางเปล่า ๆ แบบนี้ก่อนนะคะ

1180
01:18:38,083 --> 01:18:41,477
คอลัมน์แรก หรือช่องแรก เอา

1181
01:18:42,084 --> 01:18:45,478
ตัวเลขกับเครื่องหมาย

1182
01:18:46,085 --> 01:18:49,477
มาเรียงใส่ทีละบรรทัด

1183
01:18:50,086 --> 01:18:53,477

1184
01:18:54,088 --> 01:18:57,477

1185
01:18:58,090 --> 01:19:01,477

1186
01:19:02,091 --> 01:19:05,477

1187
01:19:06,093 --> 01:19:09,476

1188
01:19:10,094 --> 01:19:13,476

1189
01:19:14,096 --> 01:19:17,476

1190
01:19:18,099 --> 01:19:21,476

1191
01:19:22,101 --> 01:19:25,476

1192
01:19:26,102 --> 01:19:29,480

1193
01:19:30,104 --> 01:19:33,477

1194
01:19:34,105 --> 01:19:37,476

1195
01:19:38,108 --> 01:19:41,477

1196
01:19:42,110 --> 01:19:45,477

1197
01:19:46,114 --> 01:19:49,476

1198
01:19:50,116 --> 01:19:53,476

1199
01:19:54,117 --> 01:19:57,476

1200
01:19:58,119 --> 01:20:01,476

1201
01:20:02,121 --> 01:20:05,477
คราวนี้

1202
01:20:06,123 --> 01:20:09,476
พอทุกคนลอกตารางเสร็จแล้วใช่ไหมคะ เดี๋ยวเราจะมาทำด้วยกัน

1203
01:20:10,125 --> 01:20:13,476
เริ่มต้นตัวแรก

1204
01:20:14,126 --> 01:20:17,476
ใช่ไหมคะทุกคน เริ่มต้นตัวแรกมันเป็นตัวเลข

1205
01:20:18,127 --> 01:20:21,476
ใช่หรือเปล่า เพราะฉะนั้นเอาไปไว้ที่ช่องทางไหน

1206
01:20:22,128 --> 01:20:25,476
ทางขวา

1207
01:20:26,130 --> 01:20:29,476
ใส่ก่อนเลข 3 ใช่ถูกต้อง

1208
01:20:30,131 --> 01:20:33,476
ถัดมา

1209
01:20:34,134 --> 01:20:37,476
เป็นเครื่องหมายบวกใช่ไหมคะ

1210
01:20:38,135 --> 01:20:41,476
ตรงนี้มีอะไรไหม ไม่มี

1211
01:20:42,137 --> 01:20:45,476
เพราะฉะนั้น เอา + มาใส่ตรงนี้ได้เลยไหม

1212
01:20:46,139 --> 01:20:49,477
ถ้าเป็นเครื่องหมาย เอาลงที่

1213
01:20:50,140 --> 01:20:53,476
Stack เพราะฉะนั้นตอนนี้ Stack

1214
01:20:54,142 --> 01:20:57,476
ก็ใส่เครื่องหมายบวกได้เลย

1215
01:20:58,143 --> 01:21:01,476
3 ยกลงมาเหมือนเดิมนะคะ เหมือน

1216
01:21:02,144 --> 01:21:05,476
ตรง Output ยก 3 ลงมาเหมือนเดิม

1217
01:21:06,145 --> 01:21:09,476

1218
01:21:10,149 --> 01:21:13,476

1219
01:21:14,151 --> 01:21:17,508
ถัดมาเลข 5 เป็นตัวเลข

1220
01:21:18,152 --> 01:21:21,476
เอาไว้ที่ไหน เอาไว้

1221
01:21:22,154 --> 01:21:25,476
Output ใช่ไหม ฉะนั้น เอาของเด

1222
01:21:26,155 --> 01:21:29,476
ยกลงมาก่อน คือ 3 เราเอาเลขอะไรมาใส่

1223
01:21:30,156 --> 01:21:33,476
เลข 5 นะคะ อันนี้

1224
01:21:34,156 --> 01:21:37,476
ยกลงมาไหม เครื่องหมายบวกยกลงมาด้วยนะ

1225
01:21:38,158 --> 01:21:41,476
ยกลงมาด้วย

1226
01:21:42,168 --> 01:21:45,476

1227
01:21:46,170 --> 01:21:49,476

1228
01:21:50,171 --> 01:21:53,476
เสร็จแล้ว ถัดมา

1229
01:21:54,172 --> 01:21:57,476
เครื่องหมายคูณ

1230
01:21:58,173 --> 01:22:01,476
คูณต้องเอามาลง Stack ใช่หรือเปล่า แต่คูณ

1231
01:22:02,174 --> 01:22:05,476
มันมากกว่าบวกใช่ไหม คูณ

1232
01:22:06,175 --> 01:22:09,476
กับบวก อะไรมากกว่ากัน คูณ เพราะฉะนั้น

1233
01:22:10,176 --> 01:22:13,476
เราก็ใส่ลงไปใน Stack ได้เลย โดย

1234
01:22:14,177 --> 01:22:17,476
โดยเอาของเดิมลงมาก่อน

1235
01:22:18,180 --> 01:22:21,476
แล้วก็ใส่เครื่องหมายคูณ

1236
01:22:22,181 --> 01:22:25,476
อันนี้ยกลงมาเหมือนเดิมไหม ยกลงมาเหมือนเดิม

1237
01:22:26,182 --> 01:22:29,475

1238
01:22:30,184 --> 01:22:33,475
ตรงสุดท้าย 1 เอาไว้ที่ไหน

1239
01:22:34,187 --> 01:22:37,475
Output แต่มีของเดิมอยู่แล้วใช่ไหม

1240
01:22:38,188 --> 01:22:41,475
ยกของเดิมลงมาก่อน แล้วก็ใส่เลข 1

1241
01:22:42,189 --> 01:22:45,474

1242
01:22:46,190 --> 01:22:49,474
อันนี้ยกลงมาเลยได้ไหม ได้นะคะ ใน Stack

1243
01:22:50,190 --> 01:22:53,474
เราก็ยกเครื่องหมายออกมา เครื่องหมายนะคะ

1244
01:22:54,194 --> 01:22:57,473
บวกกับคูณ

1245
01:22:58,195 --> 01:23:01,473

1246
01:23:02,197 --> 01:23:05,473
เสร็จแล้ว

1247
01:23:06,199 --> 01:23:09,473
ผลลัพธ์ที่ได้ ตอนนี้ข้อมูลหมดแล้วใช่ไหม

1248
01:23:10,200 --> 01:23:13,473
ใน Stack ยังมีอยู่ ใน Stack ยังมีอยู่ ต้อง

1249
01:23:14,201 --> 01:23:17,472
เอาออกมา ต้อง Pop ออกมา ใช่ไหมคะ

1250
01:23:18,203 --> 01:23:21,472
ยกตรง Output ของเดิมลงมาก่อน Pop

1251
01:23:22,204 --> 01:23:25,473
บวกกับคูณเอาอะไรออกมาก่อน

1252
01:23:26,205 --> 01:23:29,471
คูณ แล้วตามด้วยบวก เห็นไหมคะ

1253
01:23:30,208 --> 01:23:33,471
เอาตัวแรกออกมาก่อน แล้วเอาตัวที่ 2

1254
01:23:34,209 --> 01:23:37,471
ออกมา

1255
01:23:38,212 --> 01:23:41,471

1256
01:23:42,214 --> 01:23:45,470

1257
01:23:46,216 --> 01:23:49,470

1258
01:23:50,217 --> 01:23:53,469
เดี๋ยวต่ออีกนิดหนึ่งนะคะ เดี๋ยวเขียนตรงนี้ให้เสร็จก่อน

1259
01:23:54,218 --> 01:23:57,469

1260
01:23:58,219 --> 01:24:01,469

1261
01:24:02,222 --> 01:24:05,469
เรายังไม่ได้ค่าเลข 8 เลย

1262
01:24:06,223 --> 01:24:09,469
จะทำอย่างไรให้ได้เลข 8

1263
01:24:10,224 --> 01:24:13,468
8

1264
01:24:14,226 --> 01:24:17,468
ถัดมา เสร็จหรือยังคะ

1265
01:24:18,227 --> 01:24:21,468
เดี๋ยวรอเพื่อน

1266
01:24:22,228 --> 01:24:25,467
แป๊บหนึ่งนะ

1267
01:24:26,229 --> 01:24:29,467

1268
01:24:30,231 --> 01:24:33,467

1269
01:24:34,232 --> 01:24:37,466
โอเค เราได้ผลลัพธ์

1270
01:24:38,234 --> 01:24:41,466
แล้วใช่ไหมคะ จากตารางที่เราทำใน Stack

1271
01:24:42,235 --> 01:24:45,466

1272
01:24:46,237 --> 01:24:49,466
พอได้ค่าผลลัพธ์แล้วนี่ คือ ตัวนี้

1273
01:24:50,238 --> 01:24:53,466
351 คูณ บวก

1274
01:24:54,239 --> 01:24:57,465
มาหาผลลัพธ์ต่อนะคะ ค่านี้จะเป็นค่าสุดท้ายแล้ว

1275
01:24:58,241 --> 01:25:01,465
ที่เราจะได้คำตอบออกมา

1276
01:25:02,244 --> 01:25:05,465

1277
01:25:06,246 --> 01:25:09,465
ตัวแรกตัวนี้ใช่ไหมคะ

1278
01:25:10,247 --> 01:25:13,465
ขั้นตอนถัดมา ถ้าเป็น

1279
01:25:14,248 --> 01:25:17,464
ตัวเลข ถ้าเป็นตัวเลขจะ Push

1280
01:25:18,249 --> 01:25:21,464
ลง Stack อันนี้อีกอันหนึ่งนะ อีก

1281
01:25:22,250 --> 01:25:25,466
ขั้นตอนหนึ่วนะคะ ถ้าเป็นตัวเลขจะ P

1282
01:25:26,251 --> 01:25:29,464
ลง Stack ดูพร้อมครูเลย ตัวที่ 1 มา

1283
01:25:30,252 --> 01:25:33,463
คือตัวเลขอะไรคะ เลข 3

1284
01:25:34,254 --> 01:25:37,463
เราเอาใส่ใน Stack

1285
01:25:38,255 --> 01:25:41,463
ดูพร้อมกันนะ เลข 3

1286
01:25:42,256 --> 01:25:45,463
ตัวแรก เอาลง Stack ตัวถัดมา

1287
01:25:46,260 --> 01:25:49,462
เลขอะไรคะ เลข 5

1288
01:25:50,262 --> 01:25:53,462
ก็เอาเลข 5 Push ลง  Stack เหมือนกัน

1289
01:25:54,263 --> 01:25:57,462

1290
01:25:58,265 --> 01:26:01,462
ตัวถัดมาเลขอะไร

1291
01:26:02,266 --> 01:26:05,461
เลข 1 ก็เอาเลข 1

1292
01:26:06,267 --> 01:26:09,461
Push ลง Stack เหมือนกัน

1293
01:26:10,268 --> 01:26:13,461

1294
01:26:14,270 --> 01:26:17,461

1295
01:26:18,275 --> 01:26:21,461
ถัดมา

1296
01:26:22,276 --> 01:26:25,461
เราเครื่องหมายคูณ ให้

1297
01:26:26,277 --> 01:26:29,460
Pop ค่าบนสุดอออกมา แล้ว

1298
01:26:30,279 --> 01:26:33,460
วางไว้ขวามือ เอาเลข 1 ออกมา เห็นไหมคะ

1299
01:26:34,280 --> 01:26:37,462
จากนั้นใส่เครื่องหมาย

1300
01:26:38,285 --> 01:26:41,460
ถ้ามันเครื่องหมายนะ ตัวที่เราอ่านมา เรา Pop

1301
01:26:42,286 --> 01:26:45,459
ตัวเลขออกมาก่อน แล้วใส่เครื่องหมาย

1302
01:26:46,287 --> 01:26:49,459
แล้วเอาตัวที่ 2 ออกมาแบบนี้

1303
01:26:50,290 --> 01:26:53,459
นี่นะคะ เอาตัวบนสุดออกมา

1304
01:26:54,291 --> 01:26:57,459
แล้วใส่เครื่องหมายที่เราอ่าน แล้วเอา

1305
01:26:58,292 --> 01:27:01,459
ตัวข้อมูล

1306
01:27:02,292 --> 01:27:05,458
ตัวเลขที่อยู่ใน Stack ตัวถัดมานี่ออกมา ได้ผลลัพธ์อะไรคะ

1307
01:27:06,293 --> 01:27:09,458
5 x 1 เป็น 5

1308
01:27:10,294 --> 01:27:13,458
ตอนนี้ใน Stack 1 กับ 5 ออก

1309
01:27:14,296 --> 01:27:17,458
ไปแล้วนะ เราได้ผลลัพธ์

1310
01:27:18,297 --> 01:27:21,458
คือ 5 แล้วอย่างไรต่อ

1311
01:27:22,298 --> 01:27:25,457
ก็ Push ลง Stack

1312
01:27:26,301 --> 01:27:29,457
เอาเลข 5 Push ลงไปใน Stack

1313
01:27:30,304 --> 01:27:33,457
ตอนนี้เอาออกไปแล้ว 2 เหลือ 3

1314
01:27:34,305 --> 01:27:37,457
พอคูณเสร็จเอา 5 กลับเข้ามา

1315
01:27:38,307 --> 01:27:41,457

1316
01:27:42,309 --> 01:27:45,457
ดูนะคะ ถัดมา

1317
01:27:46,311 --> 01:27:49,456
อ่านเครื่องหมายบวก

1318
01:27:50,315 --> 01:27:53,456
ทำเหมือนเดิมเลย เอาอะไรออกมาคะ

1319
01:27:54,316 --> 01:27:57,456

1320
01:27:58,318 --> 01:28:01,456
เอา 5 ออกมาไว้ทางขวามือ แล้วก็ใส่เครื่องหมายบวก

1321
01:28:02,319 --> 01:28:05,456
แล้วก้เอา 3 ออกมา คำตอบเป็นเท่าไหร่คะ

1322
01:28:06,320 --> 01:28:09,455
เป็น 8

1323
01:28:10,321 --> 01:28:13,455

1324
01:28:14,322 --> 01:28:17,455
แล้วก็เอา 8 ใส่ลงไปใน Stack จะเหลือเป็นค่าสุดท้าย

1325
01:28:18,323 --> 01:28:21,455
นี่คือคำตอบของ

1326
01:28:22,325 --> 01:28:25,454
โจทย์ข้อนี้ ได้เท่ากันเลยไหม

1327
01:28:26,327 --> 01:28:29,454
ได้เท่ากันเลย คือ 8

1328
01:28:30,328 --> 01:28:33,454
จะเห็นว่านี่คือกระบวนการคอมพิวเตอร์คิดค่า

1329
01:28:34,329 --> 01:28:37,454
ตัวเลขให้เรานะคะ กว่าจะได้เลข 8

1330
01:28:38,330 --> 01:28:41,454
ออกมานี่ คอมพิวเตอร์ต้องคิดแบบนี้นะคะ

1331
01:28:42,330 --> 01:28:45,454

1332
01:28:46,332 --> 01:28:49,453

1333
01:28:50,334 --> 01:28:53,453

1334
01:28:54,336 --> 01:28:57,455
โอเค

1335
01:28:58,337 --> 01:29:01,453
ใครเสร็จแล้ว

1336
01:29:02,339 --> 01:29:05,453
ครูให้เบรกอีก 5 นาที จดตัวนี้ให้เสร็จนะคะ

1337
01:29:06,340 --> 01:29:09,453
ครูให้เบรก 5 นาที

1338
01:29:10,342 --> 01:29:13,452

1339
01:29:14,343 --> 01:29:17,453

1340
01:29:18,345 --> 01:29:21,452

1341
01:29:22,348 --> 01:29:25,452

1342
01:29:26,350 --> 01:29:29,452

1343
01:29:30,352 --> 01:29:33,452

1344
01:29:34,354 --> 01:29:37,451

1345
01:29:38,356 --> 01:29:41,451

1346
01:29:42,361 --> 01:29:45,451

1347
01:29:46,363 --> 01:29:49,451

1348
01:29:50,367 --> 01:29:53,451

1349
01:29:54,371 --> 01:29:57,451

1350
01:29:58,376 --> 01:30:01,451

1351
01:30:02,379 --> 01:30:05,450

1352
01:30:06,383 --> 01:30:09,450

1353
01:30:10,387 --> 01:30:13,450

1354
01:30:14,389 --> 01:30:17,450

1355
01:30:18,392 --> 01:30:21,450

1356
01:30:22,394 --> 01:30:25,449

1357
01:30:26,395 --> 01:30:29,449

1358
01:30:30,398 --> 01:30:33,450

1359
01:30:34,400 --> 01:30:37,448

1360
01:30:38,403 --> 01:30:41,448

1361
01:30:42,404 --> 01:30:45,448

1362
01:30:46,405 --> 01:30:49,447

1363
01:30:50,408 --> 01:30:53,447

1364
01:30:54,409 --> 01:30:57,447

1365
01:30:58,412 --> 01:31:01,447

1366
01:31:02,414 --> 01:31:05,447

1367
01:31:06,416 --> 01:31:09,446

1368
01:31:10,418 --> 01:31:13,446

1369
01:31:14,420 --> 01:31:17,446

1370
01:31:18,422 --> 01:31:21,446

1371
01:31:22,424 --> 01:31:25,446

1372
01:31:26,426 --> 01:31:29,445

1373
01:31:30,430 --> 01:31:33,445

1374
01:31:34,433 --> 01:31:37,445

1375
01:31:38,435 --> 01:31:41,445

1376
01:31:42,438 --> 01:31:45,444

1377
01:31:46,440 --> 01:31:49,444

1378
01:31:50,442 --> 01:31:53,444

1379
01:31:54,444 --> 01:31:57,443

1380
01:31:58,446 --> 01:32:01,443

1381
01:32:02,448 --> 01:32:05,443

1382
01:32:06,449 --> 01:32:09,444

1383
01:32:10,451 --> 01:32:13,443

1384
01:32:14,453 --> 01:32:17,442

1385
01:32:18,458 --> 01:32:21,442

1386
01:32:22,460 --> 01:32:25,442

1387
01:32:26,462 --> 01:32:29,442

1388
01:32:30,464 --> 01:32:33,441

1389
01:32:34,466 --> 01:32:37,442

1390
01:32:38,468 --> 01:32:41,443

1391
01:32:42,471 --> 01:32:45,441

1392
01:32:46,472 --> 01:32:49,441

1393
01:32:50,474 --> 01:32:53,440

1394
01:32:54,478 --> 01:32:57,440

1395
01:32:58,482 --> 01:33:01,441

1396
01:33:02,484 --> 01:33:05,439

1397
01:33:06,487 --> 01:33:09,439

1398
01:33:10,489 --> 01:33:13,439

1399
01:33:14,491 --> 01:33:17,439

1400
01:33:18,494 --> 01:33:22,439

1401
01:33:22,496 --> 01:33:26,439

1402
01:33:26,497 --> 01:33:30,439

1403
01:33:30,498 --> 01:33:34,439

1404
01:33:34,502 --> 01:33:38,438

1405
01:33:38,506 --> 01:33:42,438

1406
01:33:42,507 --> 01:33:46,438

1407
01:33:46,508 --> 01:33:50,437

1408
01:33:50,511 --> 01:33:54,437

1409
01:33:54,514 --> 01:33:58,437

1410
01:33:58,515 --> 01:34:02,437

1411
01:34:02,516 --> 01:34:06,437

1412
01:34:06,517 --> 01:34:10,438

1413
01:34:10,518 --> 01:34:14,437

1414
01:34:14,519 --> 01:34:18,436

1415
01:34:18,520 --> 01:34:22,436

1416
01:34:22,521 --> 01:34:26,436

1417
01:34:26,522 --> 01:34:30,435

1418
01:34:30,528 --> 01:34:34,435

1419
01:34:34,529 --> 01:34:38,440

1420
01:34:38,530 --> 01:34:42,435

1421
01:34:42,531 --> 01:34:46,435

1422
01:34:46,535 --> 01:34:50,435

1423
01:34:50,536 --> 01:34:54,435

1424
01:34:54,537 --> 01:34:58,434

1425
01:34:58,539 --> 01:35:02,434

1426
01:35:02,545 --> 01:35:06,434

1427
01:35:06,547 --> 01:35:10,434

1428
01:35:10,549 --> 01:35:14,433

1429
01:35:14,550 --> 01:35:18,434

1430
01:35:18,551 --> 01:35:22,433

1431
01:35:22,552 --> 01:35:26,433

1432
01:35:26,554 --> 01:35:30,433

1433
01:35:30,555 --> 01:35:34,433

1434
01:35:34,556 --> 01:35:38,433

1435
01:35:38,557 --> 01:35:42,433

1436
01:35:42,559 --> 01:35:46,433

1437
01:35:46,561 --> 01:35:50,435

1438
01:35:50,562 --> 01:35:54,432

1439
01:35:54,563 --> 01:35:58,434

1440
01:35:58,564 --> 01:36:02,432

1441
01:36:02,565 --> 01:36:06,431

1442
01:36:06,566 --> 01:36:10,431

1443
01:36:10,567 --> 01:36:14,432

1444
01:36:14,569 --> 01:36:18,431

1445
01:36:18,571 --> 01:36:22,431

1446
01:36:22,572 --> 01:36:26,430

1447
01:36:26,574 --> 01:36:30,430

1448
01:36:30,576 --> 01:36:34,430

1449
01:36:34,578 --> 01:36:38,430

1450
01:36:38,579 --> 01:36:42,432

1451
01:36:42,581 --> 01:36:46,430

1452
01:36:46,582 --> 01:36:50,430

1453
01:36:50,583 --> 01:36:54,430

1454
01:36:54,585 --> 01:36:58,429

1455
01:36:58,588 --> 01:37:02,429

1456
01:37:02,591 --> 01:37:06,429

1457
01:37:06,595 --> 01:37:10,429

1458
01:37:10,598 --> 01:37:14,431

1459
01:37:14,599 --> 01:37:18,428

1460
01:37:18,600 --> 01:37:22,430

1461
01:37:22,601 --> 01:37:26,428

1462
01:37:26,602 --> 01:37:30,428

1463
01:37:30,603 --> 01:37:34,429

1464
01:37:34,604 --> 01:37:38,431

1465
01:37:39,026 --> 01:37:42,428

1466
01:37:43,088 --> 01:37:46,428

1467
01:37:47,089 --> 01:37:50,428

1468
01:37:51,090 --> 01:37:54,427

1469
01:37:55,091 --> 01:37:58,427

1470
01:37:59,092 --> 01:38:02,427

1471
01:38:03,094 --> 01:38:06,427

1472
01:38:07,096 --> 01:38:10,426

1473
01:38:11,097 --> 01:38:14,427

1474
01:38:15,099 --> 01:38:18,426

1475
01:38:19,101 --> 01:38:22,426

1476
01:38:23,102 --> 01:38:26,426

1477
01:38:27,105 --> 01:38:30,426

1478
01:38:31,106 --> 01:38:34,426

1479
01:38:35,107 --> 01:38:38,426

1480
01:38:39,109 --> 01:38:42,425

1481
01:38:43,111 --> 01:38:46,425

1482
01:38:47,112 --> 01:38:50,425

1483
01:38:51,115 --> 01:38:54,425

1484
01:38:55,119 --> 01:38:58,426

1485
01:38:59,120 --> 01:39:02,425

1486
01:39:03,122 --> 01:39:06,425

1487
01:39:07,123 --> 01:39:10,425

1488
01:39:11,125 --> 01:39:14,428

1489
01:39:15,126 --> 01:39:18,424

1490
01:39:19,128 --> 01:39:22,424

1491
01:39:23,130 --> 01:39:26,427

1492
01:39:27,132 --> 01:39:30,424
ค่ะ เดี๋ยวมาต่ออีกนิดหนึ่ง

1493
01:39:31,133 --> 01:39:34,424

1494
01:39:35,135 --> 01:39:38,424
คราวนี้มาดูอีก 1 ตัวอย่างนะคะ

1495
01:39:39,136 --> 01:39:42,424

1496
01:39:43,137 --> 01:39:46,424
ครูมีโจทย์ให้

1497
01:39:47,140 --> 01:39:50,425

1498
01:39:51,142 --> 01:39:54,424
5 x 2

1499
01:39:55,143 --> 01:39:58,423
+ 2

1500
01:39:59,145 --> 01:40:02,423
ตอนนี้เราทำ

1501
01:40:03,146 --> 01:40:06,423
จาก Prefix ให้เป็น

1502
01:40:07,148 --> 01:40:10,424
Postfix ก่อนนะคะ

1503
01:40:11,149 --> 01:40:14,422
อันดับแรก

1504
01:40:15,150 --> 01:40:18,422
ต้องวาดตารางก่อนใช่ไหมคะ

1505
01:40:19,153 --> 01:40:22,422
วาดตาราง Stack ว่าง

1506
01:40:23,154 --> 01:40:26,422
ครูก็วาด 3 ช่องเหมือนเดิม แล้วก็

1507
01:40:27,156 --> 01:40:30,422
ตรง Input ครูก็เอาข้อมูลแต่ละตัว

1508
01:40:31,157 --> 01:40:34,422
มาใส่ลงในแต่ละบรรทัด

1509
01:40:35,159 --> 01:40:38,422

1510
01:40:39,160 --> 01:40:42,422

1511
01:40:43,161 --> 01:40:46,422

1512
01:40:47,162 --> 01:40:50,421

1513
01:40:51,164 --> 01:40:54,423
เริ่มต้นเลย หย่อนเข้ามาตัวเลข

1514
01:40:55,168 --> 01:40:58,421
คือ เลข 5 ใช่ไหม มันเป็นตัวเลข เพราะฉะนั้น

1515
01:40:59,171 --> 01:41:02,421
เอาไปไว้ที่ Output

1516
01:41:03,172 --> 01:41:06,421
นะคะ นะ ถ้าเป็นตัวเลข เอาไปไว้ที่ Output

1517
01:41:07,173 --> 01:41:10,421
ได้เลย ตัวถัดมา

1518
01:41:11,176 --> 01:41:14,421
เครื่องหมายคูณ

1519
01:41:15,177 --> 01:41:18,421
แสดงว่าต้องเอาไปไว้ใน Stack

1520
01:41:19,178 --> 01:41:22,421
ตอนนี้ Stack มันเป็น Stack ว่าง

1521
01:41:23,179 --> 01:41:26,421
เราก็เลยเอาคูณมาใส่ใน

1522
01:41:27,183 --> 01:41:30,420
Stack ได้เลย ส่วน Output

1523
01:41:31,186 --> 01:41:34,420
ก็ยก 5 ลงมาเหมือนเดิม

1524
01:41:35,187 --> 01:41:38,422

1525
01:41:39,188 --> 01:41:42,420
โอเคนะ ยังเป็นเหมือนเดิมอญู่นะ

1526
01:41:43,189 --> 01:41:46,420
2 บรรทัดแรก ถัดมา

1527
01:41:47,193 --> 01:41:50,420
เจอเลข 2 เลข 2

1528
01:41:51,195 --> 01:41:54,419
2 มันเป็นตัวเลข ต้องเอาไปไว้ที่

1529
01:41:55,196 --> 01:41:58,420
Output เพราะฉะนั้น 2

1530
01:41:59,198 --> 01:42:02,422
จะอยู่ต่อจากเลข 5 นะคะ ใน Stack

1531
01:42:03,199 --> 01:42:06,420
ก็ยกลงมาเหมือนเดิม

1532
01:42:07,200 --> 01:42:10,420

1533
01:42:11,202 --> 01:42:14,421
ถึงตรงนี้นะคะ

1534
01:42:15,203 --> 01:42:18,419

1535
01:42:19,205 --> 01:42:22,419
ถัดมาข้อมูลที่เราอ่านมา

1536
01:42:23,206 --> 01:42:26,419
เครื่องหมายบวก พอเราเจอ

1537
01:42:27,207 --> 01:42:30,419
เครื่องหมายบวก ครูบอกว่าต้องเอามัน

1538
01:42:31,208 --> 01:42:34,419
ไปไว้ใน Stack แต่ก่อนอื่น ก่อนที่จะ

1539
01:42:35,210 --> 01:42:38,419
เอาไปไว้ใน Stack เดิม

1540
01:42:39,211 --> 01:42:42,419
เรามีข้อมูลใน Stack หรือเปล่า มีใช่หรือเปล่า มีเครื่องหมายคูณ

1541
01:42:43,212 --> 01:42:46,418
เพราะฉะนั้นเราต้

1542
01:42:47,213 --> 01:42:50,418
ต้องเปรียบเทียบความสำคัญก่อน บวก

1543
01:42:51,214 --> 01:42:54,418
มันน้อยกว่าหรือมากกว่าคูณ

1544
01:42:55,215 --> 01:42:58,418
น้อยกว่า ใช่ไหม บวก

1545
01:42:59,216 --> 01:43:02,418
มีค่าน้อยกว่าคูณ เพราะฉะนั้น

1546
01:43:03,217 --> 01:43:06,421
ทำอย่างไรคะ เอาคูณ

1547
01:43:07,218 --> 01:43:10,419
ออกมา

1548
01:43:11,219 --> 01:43:14,418
บวกมีค่าน้อยกว่าคูณ เพราะฉะนั้น

1549
01:43:15,220 --> 01:43:18,417
ต้องเอา

1550
01:43:19,221 --> 01:43:22,417
ข้อมูลที่อยู่บน Stack นี่ คือ คูณ เอามาไว้ที่

1551
01:43:23,222 --> 01:43:26,417
Output เห็นไหมคะ

1552
01:43:27,223 --> 01:43:30,417
เอามาไว้ที่ Output เสร็จแล้ว เราถึงเอา

1553
01:43:31,226 --> 01:43:34,417
เครื่องหมายบวก Push ลงไปใน Stack

1554
01:43:35,227 --> 01:43:38,417
นะคะ แล้วค่อยเอาเครื่องหมายบวก

1555
01:43:39,228 --> 01:43:42,417
ใส่ลงไปใน Stack ได้เลย เพราะ Stack มันว่าง

1556
01:43:43,229 --> 01:43:46,416
เพราะฉะนั้น ตรง Output จะเป็น

1557
01:43:47,231 --> 01:43:50,416
5, 2 แล้วก็เครื่องหมาย๕

1558
01:43:51,233 --> 01:43:54,417
ทำไมคูณ

1559
01:43:55,233 --> 01:43:58,417
ถึงต้องออกมา เพราะบวกมันน้อยกว่าคูณ

1560
01:43:59,234 --> 01:44:02,416
เห็นไหมคะ บวกมันน้อยกว่าคูณ

1561
01:44:03,235 --> 01:44:06,416
เลยเอาคูณออกมา

1562
01:44:07,236 --> 01:44:10,417
ถัดมาเลขอะไรคะ เลข 2

1563
01:44:11,237 --> 01:44:14,416
เอาไปไว้ที่ Output ได้เลย ก็เอามันไปต่อท้ายคูณ

1564
01:44:15,239 --> 01:44:18,416
เอามันมาต่อท้ายคูณใช้หรือเปล่า เพราะมันคือคูณ

1565
01:44:19,240 --> 01:44:22,416
เอา 2 มาต่อท้าย

1566
01:44:23,241 --> 01:44:26,425

1567
01:44:27,242 --> 01:44:30,416
ตอนนี้เราอ่านข้อมูลครบหมดแล้ว

1568
01:44:31,247 --> 01:44:34,416
แต่ใน Stack มันยังมีบวกค้างอยู่ เพราะฉะนั้น

1569
01:44:35,248 --> 01:44:38,415
ต้อง Pop มันออกมา แ

1570
01:44:39,249 --> 01:44:42,415
นะคะ Pop มันออกมาและไว้ข้างหลัง

1571
01:44:43,250 --> 01:44:46,415

1572
01:44:47,252 --> 01:44:50,415

1573
01:44:51,253 --> 01:44:54,415

1574
01:44:55,255 --> 01:44:58,415

1575
01:44:59,257 --> 01:45:02,415

1576
01:45:03,259 --> 01:45:06,415

1577
01:45:07,261 --> 01:45:10,415

1578
01:45:11,263 --> 01:45:14,415

1579
01:45:15,265 --> 01:45:18,414

1580
01:45:19,267 --> 01:45:22,414

1581
01:45:23,268 --> 01:45:26,414
โอเคนะ

1582
01:45:27,269 --> 01:45:30,414
แบบฝึกหัด ช่วยครูทำหน่อยตอนนี้เลย

1583
01:45:31,272 --> 01:45:34,414
ครูโจทย์ให้นะคะ 3 หาร 1

1584
01:45:35,273 --> 01:45:38,414
ลบ 2 แล้วครูก็บอกว่าหาร

1585
01:45:39,277 --> 01:45:42,414
นี่ มันมีค่ามากกว่าลบนะ

1586
01:45:43,278 --> 01:45:46,414
หาค่าผลลัพธ์ของนิพจน์

1587
01:45:47,279 --> 01:45:50,414
Postfix ให้ครูหน่อย

1588
01:45:51,280 --> 01:45:54,413
จะได้อะไร เริ่มต้น

1589
01:45:55,281 --> 01:45:58,419
ทุกคนตีตารางก่อน

1590
01:45:59,282 --> 01:46:02,414

1591
01:46:03,284 --> 01:46:06,413

1592
01:46:07,288 --> 01:46:10,413
ลองทำดูสิคะ มีกระดาษไหม

1593
01:46:11,291 --> 01:46:14,413
ไม่มีมาเอาข้างหน้า

1594
01:46:15,293 --> 01:46:18,414
ครูมีกระดาษให้นะ

1595
01:46:19,297 --> 01:46:22,414

1596
01:46:23,299 --> 01:46:26,413

1597
01:46:27,301 --> 01:46:30,413

1598
01:46:31,303 --> 01:46:34,413
แบบฝึกหัด 1 ข้อนะคะ ทำตอนนี้เลย

1599
01:46:35,304 --> 01:46:38,412

1600
01:46:39,308 --> 01:46:42,415

1601
01:46:43,311 --> 01:46:46,413

1602
01:46:47,313 --> 01:46:50,412
เหมือนกับโจทย์ที่ครูให้ไป

1603
01:46:51,314 --> 01:46:54,412
นะคะ คล้าย ๆ กับโจทย์ที่ครูให้ไป

1604
01:46:55,315 --> 01:46:58,412
จดแล้วด้วยนะ

1605
01:46:59,316 --> 01:47:02,412

1606
01:47:03,317 --> 01:47:06,412

1607
01:47:07,320 --> 01:47:10,412

1608
01:47:11,323 --> 01:47:14,412

1609
01:47:15,325 --> 01:47:18,412

1610
01:47:19,326 --> 01:47:22,413

1611
01:47:23,327 --> 01:47:26,412

1612
01:47:27,329 --> 01:47:30,411

1613
01:47:31,331 --> 01:47:34,411

1614
01:47:35,332 --> 01:47:38,411

1615
01:47:39,337 --> 01:47:42,411

1616
01:47:43,340 --> 01:47:46,411

1617
01:47:47,345 --> 01:47:50,411

1618
01:47:51,348 --> 01:47:54,411

1619
01:47:55,350 --> 01:47:58,411

1620
01:47:59,352 --> 01:48:02,411

1621
01:48:03,354 --> 01:48:06,410

1622
01:48:07,358 --> 01:48:10,413

1623
01:48:11,362 --> 01:48:14,411

1624
01:48:15,366 --> 01:48:18,410

1625
01:48:19,370 --> 01:48:22,410

1626
01:48:23,374 --> 01:48:26,410

1627
01:48:27,376 --> 01:48:30,410

1628
01:48:31,378 --> 01:48:34,410

1629
01:48:35,380 --> 01:48:38,414

1630
01:48:39,382 --> 01:48:42,410
เหมือนโจทย์สุดท้ายที่ครูให้ไปเมื่อกี้เลยนะ

1631
01:48:43,384 --> 01:48:46,410
ลบ

1632
01:48:47,387 --> 01:48:50,410
มันน้อยกว่าหารใช่ไหมคะ เรา

1633
01:48:51,388 --> 01:48:54,410
เปรียบเทียบกัน ลบมันน้อยกว่าหาร

1634
01:48:55,389 --> 01:48:58,409
เพราะฉะนั้น

1635
01:48:59,391 --> 01:49:02,412
ก็ต้องเอาหารออกมา

1636
01:49:03,392 --> 01:49:06,409

1637
01:49:07,393 --> 01:49:10,409

1638
01:49:11,394 --> 01:49:14,409

1639
01:49:15,396 --> 01:49:18,412

1640
01:49:19,400 --> 01:49:22,409

1641
01:49:23,403 --> 01:49:26,409

1642
01:49:27,405 --> 01:49:30,409

1643
01:49:31,408 --> 01:49:34,409

1644
01:49:35,423 --> 01:49:38,409

1645
01:49:39,424 --> 01:49:42,408

1646
01:49:43,426 --> 01:49:46,408

1647
01:49:47,428 --> 01:49:50,408

1648
01:49:51,430 --> 01:49:54,408

1649
01:49:55,432 --> 01:49:58,408

1650
01:49:59,433 --> 01:50:02,408

1651
01:50:03,435 --> 01:50:06,408

1652
01:50:07,436 --> 01:50:10,408

1653
01:50:11,441 --> 01:50:14,408

1654
01:50:15,443 --> 01:50:18,409

1655
01:50:19,445 --> 01:50:22,408

1656
01:50:23,447 --> 01:50:26,408

1657
01:50:27,448 --> 01:50:30,408

1658
01:50:31,450 --> 01:50:34,407

1659
01:50:35,451 --> 01:50:38,407

1660
01:50:39,454 --> 01:50:42,407

1661
01:50:43,456 --> 01:50:46,407

1662
01:50:47,457 --> 01:50:50,408

1663
01:50:51,459 --> 01:50:54,407

1664
01:50:55,461 --> 01:50:58,407

1665
01:50:59,462 --> 01:51:02,407

1666
01:51:03,465 --> 01:51:06,407

1667
01:51:07,466 --> 01:51:10,407

1668
01:51:11,467 --> 01:51:14,407

1669
01:51:15,470 --> 01:51:18,407

1670
01:51:19,472 --> 01:51:22,407

1671
01:51:23,474 --> 01:51:26,407

1672
01:51:27,477 --> 01:51:30,406

1673
01:51:31,479 --> 01:51:34,406

1674
01:51:35,481 --> 01:51:38,406

1675
01:51:39,484 --> 01:51:42,407

1676
01:51:43,486 --> 01:51:46,406

1677
01:51:47,488 --> 01:51:50,406

1678
01:51:51,490 --> 01:51:54,406

1679
01:51:55,493 --> 01:51:59,406

1680
01:51:59,494 --> 01:52:03,406

1681
01:52:03,495 --> 01:52:07,409

1682
01:52:07,496 --> 01:52:11,406

1683
01:52:11,498 --> 01:52:15,406

1684
01:52:15,499 --> 01:52:19,406

1685
01:52:19,500 --> 01:52:23,406

1686
01:52:23,501 --> 01:52:27,407

1687
01:52:27,502 --> 01:52:31,406

1688
01:52:31,503 --> 01:52:35,405

1689
01:52:35,504 --> 01:52:39,405

1690
01:52:39,507 --> 01:52:43,408

1691
01:52:43,508 --> 01:52:47,405

1692
01:52:47,509 --> 01:52:51,405

1693
01:52:51,510 --> 01:52:55,406

1694
01:52:55,511 --> 01:52:59,407

1695
01:52:59,512 --> 01:53:03,408

1696
01:53:03,514 --> 01:53:07,405

1697
01:53:07,516 --> 01:53:11,405

1698
01:53:11,517 --> 01:53:15,405

1699
01:53:15,519 --> 01:53:19,405

1700
01:53:19,520 --> 01:53:23,404

1701
01:53:23,521 --> 01:53:27,406

1702
01:53:27,522 --> 01:53:31,405

1703
01:53:31,524 --> 01:53:35,404

1704
01:53:35,525 --> 01:53:39,404

1705
01:53:39,526 --> 01:53:43,405

1706
01:53:43,527 --> 01:53:47,404

1707
01:53:47,528 --> 01:53:51,404

1708
01:53:51,529 --> 01:53:55,404

1709
01:53:55,532 --> 01:53:59,404

1710
01:53:59,533 --> 01:54:03,408

1711
01:54:03,534 --> 01:54:07,404

1712
01:54:07,535 --> 01:54:11,404

1713
01:54:11,536 --> 01:54:15,404

1714
01:54:15,538 --> 01:54:19,404

1715
01:54:19,539 --> 01:54:23,410
คราวนี้นะคะ ดูด้วยกัน

1716
01:54:23,540 --> 01:54:27,403

1717
01:54:27,541 --> 01:54:31,403
3

1718
01:54:31,543 --> 01:54:35,404
เอา 3 ไปไว้ที่ไหนคะ ที่ Output

1719
01:54:35,551 --> 01:54:39,413
เห็นไหมคะ เอา 3 ไปไว้ที่ Output

1720
01:54:39,552 --> 01:54:43,403
เครื่องหมายหาร เอาเครื่องหมายหารไปไว้ที่ไหน Stack

1721
01:54:43,553 --> 01:54:47,403
เพราะมันเป็น Stack ว่าง เราก็หย่อนเครื่องหมา

1722
01:54:47,554 --> 01:54:51,403
Output เรายกมันลงมาด้วยนะ

1723
01:54:51,557 --> 01:54:55,403

1724
01:54:55,557 --> 01:54:59,403
ถัดไป เราอ่านเจอเลข 1 ใช่ไหมคะ เราต้องเอาเลข 1 ไปไว้

1725
01:54:59,561 --> 01:55:03,403
ที่ไหน Output

1726
01:55:03,564 --> 01:55:07,403
ยกลงมาก่อน เสร็จแล้วก็เติมเลข 1 ลงไป

1727
01:55:07,566 --> 01:55:11,403
ใน Stack ยังเหมือนเดิมนะ

1728
01:55:11,568 --> 01:55:15,409
เรายังมีเครื่องหมายหารอยู่ เราก็ยกลงมาได้เลย

1729
01:55:15,570 --> 01:55:19,402
ถัดมา

1730
01:55:19,571 --> 01:55:23,402
เครื่องหมายลบใช่ไหมคะ เดิมใน Stack เรามี

1731
01:55:23,574 --> 01:55:27,405
หารอยู่แล้วใช่ไหม ครูเขียนให้ดูก่อน

1732
01:55:27,575 --> 01:55:31,402
เรามีหารอยู่แล้วนี่ เราเอาลบมาเทียบกับ

1733
01:55:31,577 --> 01:55:35,403
หาร ปรากฎว่าค

1734
01:55:35,580 --> 01:55:39,402
ค่าลบมันน้อยกว่า

1735
01:55:39,581 --> 01:55:43,402
ให้ทำอย่างไร

1736
01:55:43,583 --> 01:55:47,402
ให้เอาหารนี่ เอาออกมาไว้ที่

1737
01:55:47,585 --> 01:55:51,402
Output เพราะฉะนั้น จะได้เป็น

1738
01:55:51,584 --> 01:55:55,403
3, 1 แล้วก็หาร ตรงนี้หายไปใช่ไหมคะ

1739
01:55:55,586 --> 01:55:59,402
เสร็จแล้วก็ใส่ค่าลบ

1740
01:55:59,587 --> 01:56:03,406
ลงมาใน Stack

1741
01:56:03,588 --> 01:56:07,402
ถัดมาหย่อนอะไร

1742
01:56:07,589 --> 01:56:11,403
ยกของเดิมลงมาก่อนที่ Output แล้วก็ใส่เลข 2

1743
01:56:11,590 --> 01:56:15,402
ใน Stack หรืออะไรคะ

1744
01:56:15,591 --> 01:56:19,402
เครื่องหมายลบใช่ไม อ่านครบหมดแล้วนะ

1745
01:56:19,592 --> 01:56:23,401
แต่ใน Stack

1746
01:56:23,593 --> 01:56:27,402
เราต้องเอาค่าจาก Stack ออกมา เป็น

1747
01:56:27,594 --> 01:56:31,401
3 1 หาร 2 แล้วอะไรคะ ลบ

1748
01:56:31,595 --> 01:56:35,401
เห็นไหม

1749
01:56:35,597 --> 01:56:39,401
เราเอาค่าที่อยู๋ใน Stack ตัวสุดท้ายมาใส่ข้างหล

1750
01:56:39,598 --> 01:56:43,401
ได้เลยนะคะ

1751
01:56:43,599 --> 01:56:47,401
โอเค

1752
01:56:47,600 --> 01:56:51,401
อีกข้อหนึ่ง

1753
01:56:51,601 --> 01:56:55,401
แล้วจะให้เลิก ครูให้โจทย์มาแค่นี้เอง ว

1754
01:56:55,602 --> 01:56:59,401

1755
01:56:59,604 --> 01:57:03,401

1756
01:57:03,605 --> 01:57:07,400

1757
01:57:07,607 --> 01:57:11,410

1758
01:57:11,609 --> 01:57:15,400
โจทย์ข้อนี้อันดับแรก

1759
01:57:15,610 --> 01:57:19,400
วาดตารางก่อนเลย ตีตารางค่ะ

1760
01:57:19,611 --> 01:57:23,401

1761
01:57:23,612 --> 01:57:27,400

1762
01:57:27,613 --> 01:57:31,400

1763
01:57:31,614 --> 01:57:35,400

1764
01:57:35,616 --> 01:57:39,400

1765
01:57:39,617 --> 01:57:43,400

1766
01:57:43,618 --> 01:57:47,400

1767
01:57:47,619 --> 01:57:51,403

1768
01:57:51,620 --> 01:57:55,400

1769
01:57:55,622 --> 01:57:59,400

1770
01:57:59,623 --> 01:58:03,400

1771
01:58:03,625 --> 01:58:07,400

1772
01:58:07,627 --> 01:58:11,400

1773
01:58:11,628 --> 01:58:15,400

1774
01:58:15,631 --> 01:58:19,400

1775
01:58:19,632 --> 01:58:23,405

1776
01:58:23,633 --> 01:58:27,399

1777
01:58:27,640 --> 01:58:31,399

1778
01:58:31,641 --> 01:58:35,399

1779
01:58:35,642 --> 01:58:39,400

1780
01:58:39,644 --> 01:58:43,400

1781
01:58:43,645 --> 01:58:47,399

1782
01:58:47,646 --> 01:58:51,399

1783
01:58:51,647 --> 01:58:55,399

1784
01:58:55,648 --> 01:58:59,399

1785
01:58:59,649 --> 01:59:03,399

1786
01:59:03,651 --> 01:59:07,398

1787
01:59:07,651 --> 01:59:11,399

1788
01:59:11,652 --> 01:59:15,400

1789
01:59:15,653 --> 01:59:19,398

1790
01:59:19,654 --> 01:59:23,398

1791
01:59:23,662 --> 01:59:27,398

1792
01:59:27,666 --> 01:59:31,398

1793
01:59:31,672 --> 01:59:35,401

1794
01:59:35,674 --> 01:59:39,399

1795
01:59:39,676 --> 01:59:43,398

1796
01:59:43,677 --> 01:59:47,398

1797
01:59:47,678 --> 01:59:51,398
ดูนิดหนึ่ง

1798
01:59:51,679 --> 01:59:55,398
คูณมันมากกว่าลบ

1799
01:59:55,680 --> 01:59:59,398
ใช่หรือเปล่า คูณมันมีค่ามากกว่าลบ

1800
01:59:59,682 --> 02:00:03,398
ก็ Push คูณลง  Stack ได้เลย

1801
02:00:03,685 --> 02:00:07,398
นะคะ Push คูณ

1802
02:00:07,687 --> 02:00:11,398
ลงใน Stack ได้เลย

1803
02:00:11,688 --> 02:00:15,398

1804
02:00:15,692 --> 02:00:19,398

1805
02:00:19,693 --> 02:00:23,398

1806
02:00:23,694 --> 02:00:27,399

1807
02:00:27,698 --> 02:00:31,397

1808
02:00:31,699 --> 02:00:35,397

1809
02:00:35,700 --> 02:00:39,397

1810
02:00:39,703 --> 02:00:43,397

1811
02:00:43,703 --> 02:00:47,397

1812
02:00:47,705 --> 02:00:51,397

1813
02:00:51,708 --> 02:00:55,397

1814
02:00:55,708 --> 02:00:59,397

1815
02:00:59,709 --> 02:01:03,397

1816
02:01:03,710 --> 02:01:07,397

1817
02:01:07,711 --> 02:01:11,401

1818
02:01:11,713 --> 02:01:15,397

1819
02:01:15,715 --> 02:01:19,397

1820
02:01:19,717 --> 02:01:23,398

1821
02:01:23,719 --> 02:01:27,396

1822
02:01:27,721 --> 02:01:31,397

1823
02:01:31,723 --> 02:01:35,396

1824
02:01:35,724 --> 02:01:39,396

1825
02:01:39,725 --> 02:01:43,396

1826
02:01:43,727 --> 02:01:47,396

1827
02:01:47,728 --> 02:01:51,397

1828
02:01:51,730 --> 02:01:55,397

1829
02:01:55,731 --> 02:01:59,396

1830
02:01:59,732 --> 02:02:03,396

1831
02:02:03,733 --> 02:02:07,397

1832
02:02:07,737 --> 02:02:11,396

1833
02:02:11,740 --> 02:02:15,396

1834
02:02:15,742 --> 02:02:19,396

1835
02:02:19,745 --> 02:02:23,395

1836
02:02:23,746 --> 02:02:27,396

1837
02:02:27,747 --> 02:02:31,396

1838
02:02:31,748 --> 02:02:35,395

1839
02:02:35,751 --> 02:02:39,395

1840
02:02:39,753 --> 02:02:43,396

1841
02:02:43,755 --> 02:02:47,395

1842
02:02:47,756 --> 02:02:51,395

1843
02:02:51,758 --> 02:02:55,395

1844
02:02:55,760 --> 02:02:59,395

1845
02:02:59,761 --> 02:03:03,395

1846
02:03:03,765 --> 02:03:07,395

1847
02:03:07,770 --> 02:03:11,395

1848
02:03:11,774 --> 02:03:15,397

1849
02:03:15,778 --> 02:03:19,395

1850
02:03:19,779 --> 02:03:23,395

1851
02:03:23,781 --> 02:03:27,395

1852
02:03:27,782 --> 02:03:31,395

1853
02:03:31,783 --> 02:03:35,394

1854
02:03:35,784 --> 02:03:39,395

1855
02:03:39,785 --> 02:03:43,395

1856
02:03:43,786 --> 02:03:47,394

1857
02:03:47,787 --> 02:03:51,395

1858
02:03:51,791 --> 02:03:55,394

1859
02:03:55,792 --> 02:03:59,394

1860
02:03:59,794 --> 02:04:03,394

1861
02:04:03,796 --> 02:04:07,394

1862
02:04:07,797 --> 02:04:11,396

1863
02:04:11,798 --> 02:04:15,394
โอเค

1864
02:04:15,799 --> 02:04:19,394
มาดูนะคะ

1865
02:04:19,800 --> 02:04:23,394
นะคะ 6

1866
02:04:23,802 --> 02:04:27,394
เป็นตัวเลข เอาไว้ที่ Output ใช่หรือเปล่า

1867
02:04:27,802 --> 02:04:31,393
ลบ เอาไว้ที่ Stack นะคะ

1868
02:04:31,803 --> 02:04:35,393
6 ก็ใส่มาเหมือนเดิม

1869
02:04:35,804 --> 02:04:39,393
5 เอาไว้ที่ไหนคะ เอาไว้ที่

1870
02:04:39,808 --> 02:04:43,393
Stack ก็ยกลงมาเหมือนเดิมนะคะ

1871
02:04:43,810 --> 02:04:47,393
ถัดมาคูณ

1872
02:04:47,811 --> 02:04:51,393
เจอคูณ

1873
02:04:51,813 --> 02:04:55,396
ใช่ไหมคะ เจอคูณให้เ

1874
02:04:55,814 --> 02:04:59,393
ปรากฏว่าคูณมีค่ามากกว่าลบ

1875
02:04:59,817 --> 02:05:03,393
ให้ Push คูณลง Stack

1876
02:05:03,818 --> 02:05:07,393
ได้เลย เพราะฉะนั้น

1877
02:05:07,819 --> 02:05:11,397
Stack เดิมเป็น push

1878
02:05:11,821 --> 02:05:15,392
ครูบอกว่า Push ลงมาได้เลยนะคะ เพราะคูณ

1879
02:05:15,823 --> 02:05:19,392
มันมากกว่านะ มันมากกว่านะคะ

1880
02:05:19,824 --> 02:05:23,392
ข้างหลัง คือ 6 กับ 5

1881
02:05:23,825 --> 02:05:27,393
ถัดมา 2

1882
02:05:27,827 --> 02:05:31,393
เป็นตัวเลขไว้ข้างหลังนะคะ

1883
02:05:31,829 --> 02:05:35,392
Stack มีเท่าไรยกลงมา

1884
02:05:35,831 --> 02:05:39,392
โอเค เสร็จแล้ว หมดแล้วนะ ผลลัพธ์

1885
02:05:39,832 --> 02:05:43,392
สุดท้ายที่ได้ 6, 5, 2

1886
02:05:43,833 --> 02:05:47,392
เอาคูณออกมาก่อน แล้วตามด้วยลบนะคะ

1887
02:05:47,834 --> 02:05:51,392
เห็นนะโอเค

1888
02:05:51,835 --> 02:05:55,391

1889
02:05:55,838 --> 02:05:59,392
ทุกคนดู

1890
02:05:59,839 --> 02:06:03,391
นะคะ

1891
02:06:03,841 --> 02:06:07,391

1892
02:06:07,843 --> 02:06:11,391

1893
02:06:11,845 --> 02:06:15,391

1894
02:06:15,846 --> 02:06:19,391
เราสังเกตนะ

1895
02:06:19,848 --> 02:06:23,390
ทำไมตัวนี้

1896
02:06:23,854 --> 02:06:27,390
เอาหารออกมา ตัวนี้ไม่ได้เอาอะไรออกมานะคะ ตัวนี้

1897
02:06:27,856 --> 02:06:31,391
วิธีการสังเกต โอเค

1898
02:06:31,857 --> 02:06:35,391
ลบเทียบกับหาร ลบ

1899
02:06:35,862 --> 02:06:39,390
มันมีค่าน้อยกว่าหารเห็นไหมคะ

1900
02:06:39,863 --> 02:06:43,390
ลบมีค่าน้อยกว่าหาร

1901
02:06:43,864 --> 02:06:47,390
เลยต้องเอาหาร

1902
02:06:47,866 --> 02:06:51,390
ออกมา

1903
02:06:51,868 --> 02:06:55,390
แต่ถ้า Input

1904
02:06:55,872 --> 02:06:59,390
ที่ใส่เข้าไปนี่ มีค่ามากกว่า เรา็

1905
02:06:59,875 --> 02:07:03,390
ใส่ลงไปใน Stack ได้เลย

1906
02:07:03,876 --> 02:07:07,390
ถ้าตัวซ้ายมันมากกว่าตัวบนตรงนี้

1907
02:07:07,878 --> 02:07:11,390
เราก็ใส่ลงไปใน Stack ได้เลยนะคะ

1908
02:07:11,880 --> 02:07:15,389

1909
02:07:15,881 --> 02:07:19,390
โอเค

1910
02:07:19,882 --> 02:07:23,389
ต้องกลับไปทบทวนอีกรอบหนึ่งนะ นะคะ

1911
02:07:23,885 --> 02:07:27,389
เดี๋ยวสัปดาห์หน้าครูจะทวน

1912
02:07:27,886 --> 02:07:31,389
ให้อีกรอบหนึ่ง

1913
02:07:31,888 --> 02:07:35,389

1914
02:07:35,889 --> 02:07:39,389
โอเค

1915
02:07:39,892 --> 02:07:43,390
เดี๋ยวทั้งหมดนี้ครูจะอัปที่ Classroom ให้นะคะ

1916
02:07:43,895 --> 02:07:47,389
เดี๋ยวครูจะไปสแกนให้ แล้วก็อัปโหลด

1917
02:07:47,896 --> 02:07:51,389
ให้ โอเค

1918
02:07:51,898 --> 02:07:55,388

1919
02:07:55,900 --> 02:07:59,390

1920
02:07:59,902 --> 02:08:03,388

1921
02:08:03,903 --> 02:08:07,389

1922
02:08:07,904 --> 02:08:11,388

1923
02:08:11,906 --> 02:08:15,388

1924
02:08:15,907 --> 02:08:19,391
เดี๋ยวครูเช็กชื่อหน่อยนะคะ

1925
02:08:19,908 --> 02:08:23,388

1926
02:08:23,912 --> 02:08:27,388

1927
02:08:27,915 --> 02:08:31,388

1928
02:08:31,917 --> 02:08:35,388

1929
02:08:35,919 --> 02:08:39,388

1930
02:08:39,920 --> 02:08:43,388

1931
02:08:43,923 --> 02:08:47,388

1932
02:08:47,927 --> 02:08:51,387
ครูเช็กชื่อหน่อย

1933
02:08:51,930 --> 02:08:55,387
ศิริลักษณ์

1934
02:08:55,933 --> 02:08:59,387
02

1935
02:08:59,935 --> 02:09:03,387
มาไหม 02

1936
02:09:03,937 --> 02:09:07,387
คนนี้หรือ

1937
02:09:07,939 --> 02:09:11,391
03

1938
02:09:11,940 --> 02:09:15,387
อดิศร เป็น COVID

1939
02:09:15,941 --> 02:09:19,386
4 นพกิต

1940
02:09:19,942 --> 02:09:23,387
คนนี้ 5.

1941
02:09:23,944 --> 02:09:27,387
พงพร ไหน

1942
02:09:27,945 --> 02:09:31,386
อ๋อ จันทกานต์

1943
02:09:31,946 --> 02:09:35,386
ไหนคะ

1944
02:09:35,951 --> 02:09:39,386
กัญญานัฐ

1945
02:09:39,953 --> 02:09:43,386
ธัญญาลักษณ์

1946
02:09:43,955 --> 02:09:47,386
อ๋อ โอเค วริษา

1947
02:09:47,956 --> 02:09:51,386
คนนี้

1948
02:09:51,958 --> 02:09:55,386
ภัทรดา 11 ไม่มา

1949
02:09:55,960 --> 02:09:59,391
เทพอักษร

1950
02:09:59,961 --> 02:10:03,386
ธนภัทร 15 โอเค

1951
02:10:03,963 --> 02:10:07,386
ภากร

1952
02:10:07,964 --> 02:10:11,386
16 โอเค ค่ะ เจอกันสัปดาห์หน้า

1953
02:10:11,966 --> 02:10:15,386

1954
02:10:15,968 --> 02:10:19,385

1955
02:10:19,969 --> 02:10:23,386

1956
02:10:23,976 --> 02:10:27,976

1957
02:10:27,977 --> 02:10:31,977

1958
02:10:31,980 --> 02:10:31,981

1959
02:10:35,990 --> 02:10:35,994

1960
02:10:39,994 --> 02:10:39,995


