(อาจารย์สุธิรา) สวัสดีค่ะที่เหลืออีก 1 อันก็คือ คำสั่งวนซ้ำไอ้ 2 คำสั่งนี้นะคะ เดี๋ยวมาดูกันดูที่คำสั่ง For ก่อน นั่นเอง ให้มันวนรอบนะคะถ้าเราใช้ For นี่หมายถึงเรารู้แล้วว่า เราใช้คำสั่ง for เลย เพราะรู้ รู้จำนวนรอบให้มันวนแน่นอนแล้ว while เพื่อวนซ้ำนี่นะคะwhile นี่มันจะทำงาน ล่าม...สัญญาณล่ามไม่ไป ซ้ำ วนซ้ำนะคะ ทำงานวนซ้ำนี่เมื่อเงื่อนไขต้องมาดูที่เงื่อนไข เงื่อนไขเป็น ถ้าเงื่อนไขเป็นเท็จเมื่อไหร่ก็คือจะหยุดทำเมื่อเจอเงื่อนไข แล้วให้ทำอย่างไร ให้วน วนการทำงานโดย มันไม่เกิน 10 นะคะ ก็คือ ถ้าจำนวนที่เริ่มต้นจาก 5 นี่ 5 + 1 ก็เป็น 7 5 + 3 ฏถึง 10 ใช่ไหม 10 ยังทำอยู่ มันจะอยู่ เพราะฉะนั้นเลขที่ออกมา มันจะเป็น 6 7 89 และ 10 ถึงแค่ 10 เท่านั้น ในลูปนั้นน่ะ โดยเงื่อนไขในลูปนั้นยังเป็นจริงอยู่จะหยุดทำเมื่อมันไปเจอ ตัวอย่าง ตัวอย่างแรก For เนื่องจากคอมพิวเตอร์นี่ บอกแล้วว่า มีจำนวนรอบที่ชัดเจนหรือมีข้อมูลที่ชัดเจน เช่น บอกแล้วนะคะ ข้อมูลที่เป็นตัวอักษร หรือข้อความก็คือจะมีเครื่องหมายคำพูด ชื่อว่า name โดยกำหนดค่าชือ่ชื่อนี่ค่าเริ่มต้นอยู่ที่ เพื่อมีตัวแปรขึ้นมา 1 ตัว เพื่อทำการเป็นเหมือนจำนวณรอบ ให้รู้ว่า n นี่ ถ้า N ใน name ตัวนี้ ไอสิ่งที่อยู่ใน name นี่ วิธีการให้ Print (N) ให้เห็ฯต้องเปิดโปแกรม colab จำได้นะคะที่เป็น Online ในสัปเปิด Web Browser นี่ ที่เป็นโปรแกรมที่เป็น โปรแกรมเขียน เขียนโค้ด Python นะคะตัวนี้เลือกตัวนี้ Colab ตัวนี้ เข้าสู่ระบบจำได้นะ เคยเข้าสู่รให้เข้าไม่อย่างนั้นเดี๋ยวมันจะ ไม่แน่ใจเหมือนกันจำไม่ได้ใช้ตัวไหน เป้็นรูปเราหรือชือเรานะ เสร็จแล้วคือเราต้องเลือก Code เดี๋ยว ๆ เดี๋ยวนะ มันต้องย่อ 2หนไม่อย่างนั้น เลือกผิดอันใชไหมนี่นะ เด็ก ๆ นะ แป๊บนึงนะไม่ได้อีก มันใหญ่ไปเจอไหม เห็นยังโอเคนะ หน้าต่าง เดี๋ยวเปิด 2 หน้าต่างนะคะ ยอมไหมโอเค ได้ไหมไม่เห็นฝั่งนี้อีก Colab ไม่เห็นอีก โอเคนะบรรทัดแรกให้ประกาศตัว name นี่สังเกต บอกแล้วตัวแปรนี่ควรจะเป็น ต้องใช้ตัวเล็กด้วยเครื่องหมายเท่ากับ โดยก่อนจะพิมพเครื่องหมายเท่ากแล้วก็ตามด้วย ก็บอกอยู่แล้ว name ก็คือเชภาพที่เราจะให้ลงไปก็คือชื่อไม่จำเป็นต้องใส่ชื่อแม่ลงไป ใส่ชือตัวเองก็ได้ตรงนี้ข้อมูล ข้อมูลที่เป็นชื่อนั่นเองนะคะเสร็จแล้วในบรรทัดที่ 2 สังเกตนะคะ ถ้าไม่ได้กด Tab นี่ไม่ต้องไปทำอะไรมันนะ เดี๋ยวขึ้น Error นะคะ for n in In In นี่ก็เป็นคำสั่งที่ นะคะ ทุกครั้งที่ใช้คำสั่ง For ปิดตัวคำสั่งด้วยตัว โคลอย ของตัวแปร มันจะเป็นสีดำ เห็นไหมคะอะไรที่เป็นตัวแปรจะเป็นสีดำ สั่ง loop ล่ะ สิ่งที่ต้องการต่อมาก็คือให้มันแสดง เห็นไหมคะ เมื่อเราพิมพ์คำสั่ง for พอกด Enterสังเกตตำแหน่งมันจะขยับเขามามันจะ แล้วเรก็พิมพืเครื่องหมายวงเล็บ เห็นไหมคะสิ่งที่เราต้องการแสดงใน Peint เราต้องใช้ ให้แสดงตัวแปปรที่ชื่อว่า nจำได้หรือเปล่าวิธี เห็นไหมคะ กด 1 ครั้ง มันก็จะ หมุน ๆ เพื่อให้มัน เน็ตช้านะนี่ เห็นไหมสิ่งที่แสดงออกมาเห็นไหมคะ ธ. ธง สระ อิ ร. เรือ สระ อาใส่ชื่อตัวเอง สิ่งที่มัน บอกแล้วว่า For นี้ มันโดดนระบุว่า มีตัวอักษรแค่ 1 2 3 4 5 6 นึกออกไหมมันก็จะทำไปจนกว่า ลองเปลี่ยนนะคะ ใส่ทั้งชื่อและนามสกุลตัวเองเข้าไปดูใน Colab ลองดูนะคะ เดี๋ยวลองให้ดูใหม่อีกรอบหนึ่งนะคะเมื่อกี้เฉพาะชื่อใช่ไหม ขี้เกียจพิมพ์แล้วนะ วิธีการ Copy ดูดีทำแถบกดเมาส์ค้างไว้ เสร็จแล้วก็กด Ctrทีนี้บอกว่าให้เด็ก ๆ ลองใส่ทั้งชื่อและนามใช้ตัวแปรเดิมเลย ตัวแปรเดิมเลยแต่ไปเพิ่มข้อความ นะคะ เห็นไหมผลออกมาก็จะ Run จนครบหมดเลย เพราะมันรู้แล้วว่า มันมีประโยคนี้ อญุ่ในตัวนีมันก็จะ Run ให้ อยากให้ นะคะ ใช้หลักการนี้แต่เปลี่ยนจากชื่อ ไม่เอาแล้วชื่อ เข้าใจนะให้แสดงเบอร์โทรศัพท์ แล้วก้เปลี่ยนชื่อตัวแปรนี้ เป็น...แล้วแต่เด็ก ๆจะเปลี่ยนนะคะ ให้ตรงกัน แต่ละคน ลองทำเองนะ จะไม่พาทำอธิบายแล้วว่าคือ จากเดิมนะ เสมอนะคะ ทุกครั้งเสมอ สิ่งที่เราจะต้องมีตัวแปรที่จะใช้อันนี้ตัวแปล Na,me ข้อมูลของเบอร์โทรใช่ไหม เบอร์โทรนี่จะต้องชอะไร นะคะ นี่ เปลี่ยน เพราะฉะนั้น ถ้า name เป็นแปรที่เก็บชื่อ เพราะฉะนั้น ตั้งขึ้นเป็นตัวแปรที่ตั้งขึ้นน่ะค่ะเพื่อให้มันวนน่ะค่ะ มันควรจะสอดคล้องกัน เพื่อให้รู้ว่า มันจะมาดึงข้อมูลตัวนี้มาแสดง ลองดูสิ อยากเห็น ใครจะสามารถแสดง ให้ทำเองนะคะ เวลาเราจะเขียน Code ใหม่ บรรทัดใหม่ขึ้นมา เห็นไหม แล้วก็เริ่มลงมือเห็นไหมคะ มันก็จะมีบอก นะคะ จะย่อแต่เอ็กซ์ตร้า ไม่ยอมเปลี่ยนตัวแปร name เก็บชื่อ แต่ทีนี้ มันต้องเก็บในกรณีที่เปลี่ยนโจทย์นี่ ชืท่อตัวไส้ในเป็นเบอร์โทรนะคะ เข้าใจไหมโจทย์หรือ้ปลี่ยนสิ่งที่เราต้องกาาคำสั่งที่ใช้ในการวนรอบแบบนี้นะคะเมื่อกี้เดินไปดูแล้วก็ ตอนนะคะ เราใช้ชื่อตัวแปร name นี่ เพื่อแม่ก็จะตั้งชื่อ ตัวแปรใหม่ฟรือ phone ตั้งชื่อตัวแปรนี่ ก็พยายามให้มันใหลเคียงกับที่เป็นของเรา ตัวเลขที่ไม่ได้ใช้ในการคำนวณ มันก็คือข้อความเรีาดีดีนี่เอวเพราะฉะนั้น 063 เสร็จแล้วก้ใช้คำสั่ง for เหใือนเดิมโดยที่... ไป... วนรอบอยู่ใน Phone ของเรา นะคะ เสร็จแล้วเราก็ให้มันแสดง พอสั่ง print ปุ๊บ ก็จะ Print เบอร์โทรออก ในกรณีที่ loop เพื่อให้แสดงข้อความนะคะ อยู่นะ แต่เป็นข้อความที่เป็นแบบ เป็นชุดมาเป็นชุดเลยนะคะ For loop ทำไมหน้าจอมันโดนเปลี่ยนไปแบบนี้ Set จอใหม่ นะคะสำหรับ List นี่ เป็นสี่เหลี่ยมน่ะ นะคะ ก็คือ เป็นข้อมูลที่มาเป็นชุดเลย เพราะฉะนั้น ในชุด กคือ ถ้าบอกว่ามาเป็น List นี่ เราจะต้องมีวงเล็บ ก็ใช้ตัวอักษรใช่ไหมคะ มีองุ่น มีบาส มีเอ็กตร้นะคะ แล้วใช้คำสั่ง For ลองเขียนโค้ดตัวนี้ดูเปิด เพิ่มโค้ดใหม่ เราจะเขียนโค้ดใหม่แล้วนะ เราจะสดงผลที่ ไปทีละบรรทัด ย่อแล้วขยายหน้าจอโอเคไหมหมดไหมเข้าไปเยอะไป เราจะได้เห็นทั้ง 2 ฝั่วนะคะโอเคไหม นะคะ แล้วกำหนด เด็ก ๆ เห็นไหม เห็นไหมคะ ใน Colabสี่เหลี่ยมเปิดมันจะมี คั่นด้วย...คอมมา ถ้าตะวเองอยากเเอาชื่อตัวเงใส่เข้าไป ก็ก็เปลี่ยนเป็น กุ้งนาง หรือบาส พอหมด 1 ชื่อ ชื่อใหม่จะต้องคั้นด้วยเครื่องหมาย Comma สินะ ชักสับสน ชื่อเล่นชุดที่ 1 จะขึ้นชุดใหมแล้วก็ตามด้วยเครื่องหมาย Single Quoat หรือ Double Quoat ก็ได้นะคะ คือถ้ายังอยู่ในวงเลล็บน่ะ เดียวกันนึกออกนะ ใส่แค่ 2 ก็ได้ ก็มรตั้ง เหมือนในห้องเรามีทั้งหมดกี่คน 8-9 คนอย่างนี้นนะคะ นั่นก็คือข้อมูลชื่อเล่น ก็ได้นะคะ ก็คือถ้าในนี้เรามี 3 นี่อยากไปเพิ่มที่หลัง ว่า อ๋อนี่ มันเป็นข้อมูลประเภทนะคะ for เพื่อให้ตัวแปร Nick ใน ไม่เอา n ละ เบื่อตัวแปล A สังเกต ช่อตัวแปรมันจัเราก็คลิกได้เลย หลัง for ก็คือตัวแปร a นั่นเองนะคะ สิ่งที่เราต้องการให้แนะคะ เด็ก ๆ ดูการใช้ for แบบที่ไม่เป็นชุดข้อมูลตัวแรกนะ list มันจะมาเป็นคำ ๆ เลย เป็นชื่อเลยเห็นไหมคะ ต่างกันนะ นะ แต่แบบที่ 2 นี่ ชนิดของตัวแปรเราน่ะ มันเป็น List เวลาสั่ง Print แล้วก้ตี๋น้อย แบบนี้นะคะ นี่คือลักษณะของข้อมูลที่เป็น List จำง่าย ๆ ก็คือ บางทีนะคะ เวลา นะคะ เมื่อกี้ โปรแกรมมันจะแจ้ง Error เสมอ ให้ไปดุที่อะไร ตำแหน่งของแปรนะคะ Name ก็คือ name ที่ชื่อ nick มาจากไหนในเมื่อตัวแปรที่ประกาศ นี่ is not defineมีคุณไม่ได้ประกาศเราไม่ได้รู้จัก ในบรรทัดที่เกิด Error o่ะ มันจะมีบรรทัดแดขึ้นมาเลยเห็นไหมให้รู้ตำแหน่ง ตั้งชื่อ ต้องเช็กด้วยว่ใส่ถูกไหมเวลาจะเลือกใช้มันด้วยนะคะ นี่คือในกรณีที่เป็น Loop แบบ List ค่ะ ชุดข้อมูลที่เป็นตัวเลข จำนวน หรือตัวเลขนั่นเอง แล้วให้ตัวแปรชนิดนี้เป็นข้อมูลชุด ประกอบด้วยเลข 5 1 0 15ถ้าข้อมูลแบบตัวเลขไม่ต้องใส่ แล้ว แล้วคั่นด้วย ตัวเลข แต่ละชุดด้วย คอมม่า ลองดูนะคะ แบบที่เป็นตัวเลข เหมือนเดิมนะคะ ให้เด็ก ๆ Number นะคะ n-u-m-b--erB-e-r นะคะ แล้วทำอย่างไรต่อแล้วกำหนดค่าเริ่มต้นของข้อมูลตัว 15เอา 5 ตัวแล้วกัน 5 ชุด ถึง 30, 25 แล้วก็30 นะคะ เพื่อให้มันทำการวนลูปตัวแปร nที่อยู่ใน... มี s ด้วย ก็ต้องใส่ sNumber นะคะแล้วใช้คำสั่ง Print ในการแสดงผล ที่ชื่อว่า n นั่นเองนะคะเห็นไหม เห็นไหมคะ เป้นชุดนี่มา เป็นชุดมันเลย ถ้าเป็นชุด เราจะเรียกใช้ เด็ก ๆ ดุตรงนี้ In ปุ๊นี่ N-u-m นี่ นะคะ จะไม่เกิดปัยหา name Eorroโอเค นะ เราเช็กดู ถ้าเรามี เราก็คลิกเลือกมาใช้ได้เลยนะคะ ยังมีอีกนะคะ for ที่ใช้ตัวต่อมาFor ที่ใช้กับ ฟังก์ชันที่ โปรแกรม OPเขาบอกว่า เป็น Buft ก็คือมีตัวเลขเริ่มต้น ตัวเลขสุดท้ายแล้วก็ตัวเลขที่จะ ใช้งาน for ที่มี range ด้เสยนี่รูปแบบก็คือเห็นไหมคะ แล้วใช้คำสั่ง in ในแล้วก้พิมพ์ฟังก์ชัน บอกว่าให้มันเริ่มที่เลขหนึ่ง แล้วไปสิ้สเลขอะไรคะ 6 นะคะ เริ่มที่ 1 แล้วไปสิ้นสุดที่ 6 รู้ผลลัพธ์ในการใช้คำสั่ง For loop อีกแบบหนึ่งเป็นตัวเลขเหมือนกัน แต่บอกวค่ากับเลขสุดท้าย มันทำงานนั่นเองนะคะ เราลอง Coding ดู สำหรับ for ที่ใช้สำหรับวนรอบตัวเลขที่เป็นชุดที่ต้องการให้ทำ ใช้คำสั่ง for สำหรับตัวแปรที่ชื่อว่า A paramiter ของตัวเลข เห็นไหมคะ ในนี้มันก็จะขึ้นคำสั่ง rangeค่าเริ่มต้นเลข เริ่มที่ อยากเริ่มที่ 100 เท่้าไหร่ดี จะทะลุเดือดไปไหม 100-200 มันจะเป็นอย่างไร อย่าลืมนะคะ ปิด ปิดคำสั่ง For ทำงานในคำสั่งต่อไปสิ่งที่เรา 100 - 200เห็นหรือเปล่ามันเยอะนะคะ 199 อย่าเริ่มนะคะ ค่าเริ่มต้นเริ่มที่ 100 ค่าสุดท้ายนี่คือ เริ่มนับที่ 100 เป็นรอบที่ 1 เพราะฉะนั้นพอไปถึง 199 จำนวนรอบจาก 100-110มัน Run แค่ 10 รอบไหม 110 จะเยอะไป 5 6 7 8 9 10 เห็นไหมคะจำนวณรอบมันจะไป 8 9 เห็นไหมคะ พอถึง 110 มันก็จะหยุด มันมีจำนวณรอบที่แน่นอน นี่คือใช้ 1-100, 100-110 มันก็จไปจนถึงนั่น เห็นไหม เฉพาะคำสั่ง for ได้หลายแบบเลยเห็นไหมคะ ไปแล้ว ทีนี้มาดูการวนรอบแบบ while while บอกว่ามันจะทำงานเมื่อ ให้มาดูที่รูปแบบของ while นะคะก่อนอื่นต้องประกาศตัวแปร ที่ในตัวอย่างนะคะ ให้ตัวแปร ชื่อว่าi ตัวแปร i จะทำให่้ดูที่เงื่อนไขนะคะ เราระบุคำสั่ง while ปุ๊บ i เครื่องหมายอะไรคะ น้อยกว่าหรือเท่ากับ 10 ใช่ไหมคะ นะคะ ทีนี้เราจะรู้ได้ไงว่ามันจะทำไปจนถึง 10 นี่ เราใช้คำสั่ง มันไว้ไง แล้วตามด้วย N= โดยเมื่อพอ print i รอบที่ 1 เสร็จ ให้มันมาทำการเพิ่มจำนวณ ตัวแปร i เท่ากับ i+1 โดยให้ค่าของ I มันเพิ่มขึ้นทุกรอบมากกว่า 10 ปุ๊บ มันจะหยุด print ลองคียคำสั่งนี้ดู อันดับแรกเราก็ ลงไป แล้วตามด้วยเครื่องหมายเท่้ากับเหมือนเดิมนะคะเดก็คือตัวแปร I ของฉันนี่ มาใช้คำสั่ง while เพื่อกำหนดเงื่อนไขให้มันทำการวนรอบหรือวนซ้ำ ขึ้นมาก็ คลิกที่คำนั้นได้เลย จะได้พิมพ์ไม่ผิดเห็นไหมคะ แล้วตามด้วย น้อยกว่าหรือเท่ากับ 10 เหมือนกัน while กับ For นี่ ข้างหลัง เมืื่อมีคำสั่ง while เสมอแล้วมันจะ Tab ให้เสมอ พิมพ์ตัวแปร i นั่นเอง ก็ใช้คำสั่ง printเหมือนเดิมสิ่งที่เราจะพิมพ์ก็คือ I นะ เมื่อจบ e-n-d แปลว่าจบเห็นไหมคะ มันจะมี N= ขึ้นมาเลยโดย end ปุํบนี่ e-n-d = มันจะขึ้นมาอย่างนี้เด็ก ๆ คลิก นะคะ เราจะได้ไม่พิมพ์ผิด แล้วก็ใส่เครื่องหมาย single Quoatตามด้วย อะไรนะ ก็คือพอ print เสร็จ เราต้องการให้ตัวแปล i น่ะมันเพิ่มจำนวณ นะคะ อยากรู้ผลลัพธ์แล้วกด Run ได้เลยนะค หลังคำสั่ง while จะต้องปิดด้วย colon เสทอนะคะ while กับ For นี่ ดำเนินการทางคณิตศาสตร์ ไม่ต้อวมกด Run ดู แต่พอเป็น while run ไปตามแนวนอนแล้วปิด ปิดท้ายตัว เสมอจะเปลี่ยนไป ถ้าไม่ใส่คำว่า n= น่ะมีความแตกต่างนะคะ เด็ก ๆบอกให้รู้ว่า พอจบ 1 ตัว ปุ๊บนีสิ่งที่คุณตะต้องใส่เข้าไปก็คือตัวนี้ จบ 1 ตัว ก็จะไล่ไปตามแนวนอนแทนนะคะ จะต่างกัน นะเวลาดู Errorน่ะ พอมัผิดตรงไหนมีไอ้เส้นแดง ๆ ขึ้นมา หรือ หรืออะไรผิดก็แล้วแต่นะสมมติพิมพ์คำสั่ง Print ผิดนะ ไหนปุ๊บ เส้นแดง ๆ มันจะไปหาที่บรรทัด หมดนะคะ เพราะฉะนั้นแก้ง่ายอยู่นะนี่แล้วมันจะมีบอกด้วยตรงคำว่าอะไรที่ผิด พอขึ้นผิด สังเกตที่โปรแกรมที่เราเขียนมีเส้นสีแดงขึ้นมาแล้ว บอกตำแหน่งไม่พอ มันจะบอกด้วยว่าตเห็นไหมจะไล่แก้ง่ายมากเลย ต้องไล่ตั้งแต่บรรทัดแรก จนถึงบรรทัดสุดท้ายสุดท้ายว่าจะหาว่า ผิด แบบนี้นะคะ เพราะฉะนั้นเวลาดู Error ที่แม่บอกดูตรงเส้นสีแดงดูตำแหน่ง กำหนดเงื่อนไขที่ระบุว่า i ตัวแปร i เห็นไหมคะ ถึง 10 ไหม เห็นไหม มันจะต่างกับ For นะ แค่ 5 เพระามันนับ 1 เป็นตัวไอ้นี่แต่ I นี่ 1-10 ทีนี้ เมื่อกี้เป็นแบบ ใช้ while แบบเดี่ยว ๆ นะใช้ while แบบเดี่ยว ๆ นะ เก็บ อันนี้ตั้งชื่อว่า myList นะคะ แล้วเก็บตัวแปรที่เป็นชุดคำสั่ง การวนรอบนะคะเกิดอะไรขึ้น ไฮไลท์ หายไปไหน อันนี้ไม่ใช้ไฮต์ไลต์หรือ นี่ โดยให้ i เริ่มที่ 0 เขาบอกว่าให้สอดคล้องกับ Index กำหนดเงื่อนไขว่า while ขณะที่ที่ตัวแปร i น้อยกว่า range ก็คือมันแปลออกมาว่ากำหนดเงื่อนไขให้ นี่ สมมติ 1 2 3 4 มีทั้งหมด 4 ตัวนี้แล้วก็สั่งให้ 1 เสมอนะคะ หลักการเดียวกัน แต่เปลี่ยนแค่ตัวแปรมีตัวแปรเพิ่มเข้ามา นะคะ อันดับแรกก็คือเด็ก ๆ จะต้องประกาศตัวแปรก่อน ตัวแปร myList ของเรา เริ่มประกาศตัวแปร ตั้งชื่อตัวแปรว่า myListเพื่อให้รู้ว่ามันเป็ตัวแปรนี่ ก็จะใส่ลักษณะพิเศษก็จะได้รู้ ตัวใหญ่นะคะ แล้วก็ประกาศตัวแปรชื่อ myList ในตัวอย่างใส่แค่ 4 ชองเราใส่สัก 5 แล้วกันนะคะ จะได้เห็นชัด ต้แงแม็กกี้ใช่ไหมเมื่อวานก็ว่าพิมพ์ กุ้งนางก็เป็นกุ้งเต้น เปลี่ยนชื่อให้กุ้งนางเฉยเลย สงสัย พอมาดู กุ้งเต้นมาจากไหนกุ้งเต้น แสดงว่า...แสดงว่าเด็ก ๆ ชื่อ อุบลนี่ก็ชื่อเลยใช่ไหมทำไมถึง แต่บ้านอยุ่มุกดาหารแต่เกิดอยู่อุบล อีกคน 1 เอาใคร ใครอยากมีชื่ออยู่ในนี้ ให้สาว ๆ เยอะหน่อย มีแต่สาว ๆ นะคะใน myListก็คือ กำหนดตัวแปรเพื่อจะให้วนรอบ ตัวแปรนีั้ก็เลยให้ชื่อว่า I ตัวอย่างนี่ คำว่าเครือ่งหมาย shap หรือ ก็คือเป็น Comment เพราะว่า index นี่ก็คือในภาษาก็คือดัชนีหรือตัวชี้ชี้ตำแหน่งนั่นเอง เมือ่ประกาศตัวแปรให้สำหรับการวนรอบแล้ว เมื่อเราพิมพ์ทุกครั้งนี่ มันจะมีเหมือน เห็นไหมคะ เหมือน ไป i น้อยกว่า range range ในที่นี้เป็นคำสั่ง คือที่มันนับน่ะค่ะที่มันจะนับ นับตัวข้อมูลที่ ไหนละ โค้ด l-eปุ๊บ...l-e-nเห็นไหมมันจะมีตัวคำสั่ง ใน len ที่เราต้องการเช็กก็คือสิ่งที่อยู่ใน myList ผิด สังเกตที่อะไร เมื่อเราสร้างปุ๊บนี่พอครั้งต่อไปมันขึ้น หรือ for หรือ if พวกนนี้จะต้องปีนะคะ แล้วก็ ใน myList ของเรานั่นเองนะคะคลิกเลือกจะได้ไม่พิมะ์ผิด เห็นไหมคะ myList มันเราคลิกเพื่อเลือกมันจะไม่เกิดปัญหา พิมพ์ที่อยู่ใน myList นี่ ที่ตัวแปร i มันไปนับไว้นี่ นี่ ให้ทำอะไร ก้พอเมื่อวนรอบปุ๊บ พอ Print ตัว myList รอบที่ 1 i มีค่าเท่า i+1 ก็คือพอ เพิ่มไปเรื่อบ ๆ จนกว่า แล้วมะนจะ print ไปจนกว่าจะสิ่งที่อยู่ใน List ของเรา กด play ดูได้เลย หลังจากที่เราพิมพ์เสร็จเห็นไหมคะ วนรอบไป จนกว่ามันจะ prit นะคะ ตัวแปรเพื่อระบุค่าเริ่มต้นการวนรอบเสมอนะคะ แต่ถ้าใช้ For นี่ไม่ต้อง มันจะเริ่มที่อะไร เสร็จเมื่อไหร่เราก็จะเสร็จสิ้นในการ Coding ของวันนี้ คำสั่ง bอ้าว ๆ ๆ ขอขยาย มาหน้าใหม่แล้วนี่ดูนะคะ คำสั่ง อาจจะ ถ้าเราต้องการ break มันล่ะ จำนวณ มันอยู่ที่ 2 คำสั่งนี้เลย break กับcontinue นะคะ ชื่อคำสั่งบอกอยู่แล้วว่าหยุด การทำงานนะคะนะคะ เมื่อกี้ คำสั่งใหม่ของเราพี่ล่ามได้ยินไหมคะ // พี่ล่ามได้ยินไมหคะ(อาจารย์สุธิรา) พี่ล่ามได้ยินไมหคะพี่ล่ามได้ยินไหมคะ ได้ยินอยู่นะมันเอาไว้เพื่อทำอะไรนะคะ 2 คำสั่งสุดท้ายนะคะ ก็คือbreak กับ continue ชื่อมันก็แปลตามตัว หรือกำเบรก ส่วน continue continue ก็คือให้มันไปต่อ อื่นเลยนะคะ เดี๋ยวมาดูตัวอย่างการใช้งาน continue กับ break ได้ยินแล้ว ได้ยินแล้ว เมื่อกี้ว่าไม่ได้ยิน หลักการง่าย ๆ นะคะ เราจะใช้ break เมืมันจะไม่มี if มีอะไรเข้ามา แต่พอเราจะใช้ break โผล่ขึ้นมาปุ๊บแล้วมาปิดด้วย ว่า ถ้าโดยปกติ ถ้าเราพิมพ์ i ใน range 1-10 นี่ นะคะ loop ของ for นี่คือ มีค่าที่แน่นอที่มันจะขึ้นก็คือ1-9 ถึง 5 1 ไปถึง 5 ปุ๊บ มันจะหยุดการทำงานเลมันจะหยุดการทำงานเลยมัน จาก if นะ อย่าพึ่งไปดูบรรทัดที่ 3 บรรทัดล่าง 1 แล้วค่าสุดท้าย 10 1 แล้วก็นับต่อไป มันจะต้องปริ้นเลข 1-9 มี break มาโดย break มันจะทำงานเมื่อ นั่นหมายถึงว่าเมื่อ i เริ่มที่ 1 ไปจนถึงเลข 5 มันจะหยุดการทำงาน เราจะเปิดโปรแกรมเรานะคะเดี๋ยวกดสิ้นสุดการนำเสนอก่อนนะคะค่ะ ทำไมไม่สลับ เรียบร้อยโรงเรียนจออีกแล้วเอาเข้าไปนั่นจอไม่ได้ทีนี้ ล่ามได้จอไม่ได้ ไปทีหนึ่งแล้วทีนี้ถอดความไม่ได้ยิน เราจะ break ได้ก้ต่อเมื่อมันมีตัวมาบอกให้รู้ i ของเรา ถ้า i นะคะ เราจะให้มัน break เมื่อ i ถึง 5 เครคือ่งหมาย colon ปิดทเ้ายคำสั่งเสมอก็คือให้มัน break นี่ คำสั่งหลักนี่เหมือนเดิม ก็คือมี For กับ Print อีก เพื่อเช็ก 1 และ 2, 3, 4 wxginjvp qแต่อันนี้พอมีเงื่อนไขมาว่า เห็นไหม พอ break นี่ พอถึง 5 ปุ๊บมันก็จะหยุด Print มัน printถึงแค่เลข 9พอมันเช็กแล้วว่า มัน print ไปถึงแค่ 4 ไง พอมัน/ไปเช็กเข้าใจนะ เข้าใจความหมายของ รอบที่ 2 มันกจะพิมพ์ 2 ขึ้นมาพิมพ์ 3 รอบที่ 4 พิมพ์ 4 ความแตกต่างกันตัวที่... print ตามจำนวนรอบที่แน่นอน ถ้าเราสั่ง i พิมพ์ตั้งแต่ 1 ไป 8 print print ถึง 9 พอถึงรอบที่มันครบไงนึกออกไหม มัน เมื่อมมันเจอ 5 พรอบที่ 1ยังเจอ 1 อยู่นะ พอครั้ง เพราะยังไม่ถึง 5 พอวนไปอีกรอบ 1 เจอ 5 ปุ๊บมัน break เพราะฉะนั้น พอคั่น เมื่อถึงรอบเท่านี้ แล้ว break ไปทำอย่างอื่นโดยใช้ break มา ประกาศตัวแปล integer มาจาก integer นะคะ เพื่อบอกว่าคตัวแปรนี้เป็นตเลข มีค่าเริ่มต้นที่ 0 จนกว่าจะถึง 10 นั่นเองเพราะบอกแล้วคำสั่ง while while มันจะวนไปเรื่อย ๆ ก็ต้องพิมพ์ i มาเรื่อย ๆ นะคะ แล้วก้มามีเงื่อนไขต่อว่า ถ้า...อ้าวเดี๋ยว ๆ เดี๋ยวให้ดูตัวอย่าค่าให้ Integer i เริ่มที่ 0 เพื่อใหมันวนรอบโดยที่เงื่อนไข print a เฉยเลย มั่วแล่้วเพราะเราบอกแล้วตัวแปรที่เราใช้คือ ความแตกต่างตัว forCode ครั้งที่ 1 ก็คือ integer integer iเท่ากับ กำหนด จากนั้นใส่การวนรอบ โดยใช้คำสั่ง while while W-h-i นี่นะคะ มันจะทำงานเมื่อ ให้วนรอบจนกว่า I นี่ นะคะ ปิดเครื่องหมาย ปิดคำสั่ง while ดเสมอ i = i+1 นะแต่ถ้ารอบนี้อาจารย์แม่ใช้ semicolonเสร็จแล้วอยากรู้ ออกมาดูด้วยนะคะแล้วลองกด Play อันนี้ นี่ ไปใส่ integer ทำไมนี่แสดงว่าตอนเขียน Code นี่ นะ แล้วก้ระบุ พอใส่เท่ากับ มันก็รู้อยู่แล้วว่าถ้าใส่เลข 0 เข้าไป อย่างแรง รอบนี้ Error น่าจะไม่ขึ้นแล้วนะ i++i = i+1 แสดงว่าพิมพ์ผิดใช่ไหม Memory Error ก็ยังอยู่ในเกณฑ์มัน มันถึง print 1-10อันนี้แล้วทีนัเกถ้า break เอา break มา ถ้า could i เท่ากับจนมันถึง 5 มันจะต้อง ตัวอย่านี้ทำไมคีย์ข้อมูลผิดนนะนี่ IF i = 5 if i = 5 Run แล้วนะ ลืมอะไร ลืมคำำสั่งไปตัวหนึ่งต่าง... ผลลัพธ์ไดเเพราะได้เหมือน For นะคะ เพราะฉะนั้นครั้งที่ 1 เริ่ม 1 2 3 4พอไปเจอ 5 ปุ๊บ น้อยกว่า 10 ยังอยู่ในเกณฑ์ 11 ว่าอย่างไรครับ ตำแหน่งเฉย ๆ นะคะ ผลลัพธ์ที่ได้จากการเป็นการ break เหมือนกับ For เลย เด็ก ๆ ดูนะคะ สังเกต เด็ก ๆ ไปคลิก คลิก curser ไปที่ตำแหน่งของ i มันจะมาชิด ทุกบรรทัดก็คทอจบคำวั่ง 1 บรรทัด กด Enterเพราะพอจบ 1 บรรทัด ตำแหน่งมันจะTab ไปให้ อัติแล้วมันจะทำให้ โครงสร้างของ คำสั่งเสร็จ 1 บรรทัด ให้กด Enterอย่าไปใช้คลิกเคอร์เซอร์ ที่เป็นประเภท while ปุ๊บนะคะ หรือ ifพอกด Enter มันจะเคาะ Tab นี่ พอกด Enter เสร็จ ต้องมาเลื่อนนึกออกนะ แต่แบบไหมนี่ จำไว้เลยต้องกด Enter เสมอนคะ จะได้ไม่เกเกิดปัญหาไอ้โครงสร้างผิดอีก ยัง Error นะคะ คำที่มันขึ้นมาปิเดี๋ยวให้ดูนะคะ โดนส่วนใหญ่ จพะขึ้นอย่างไร เดี๋ยวจะทำให้ดูError เห็นไหมคะ and ตรง คือถ้าคำสั่งแรกนี ่ไม่มี Box จบขึ้นบรรทัดใหม่ กด Enter เห็นไหมมันก็จะจัด Box ให้ให้กับ while ถ้าขึ้นแบบนี้ปุ๊บ ให้เด็ก ๆ ดูบรรทัดนั้น แล้วดูตำแกนถ้าคิดว่าตัวเอง แล้วกด Enter ลง เห็นไหมมะนก็จะเคลื่อนให้เป็น Box นั่นก็คือ Error ทีจะเกิดขึ้นเวลา โครงสร้างไม่ถูกมันขึ้น In เอามันย้อนกลับขึ้นไปบรรทัดก่อนหน้า แล้วกด Enter ลงมา โอเคนะคะ break แล้วคำสั่งสุดท้ายของวันนี้ก็คือ continueให้มันข้าม เขาบอกว่าข้ามขั้ยตอน ก็คอพอมาเจอ continue ปุ๊บ ข้ามการกระทำก้คือ มันยัง print ต่อน่ะ เดี๋ยวให้ดูต่อเด็ก ดูตัวอย่างเดิมก็ได้จะเอา...นี่นะ ที่เราเราเปลี่ยนจาก ตรงนี้นิดหนึ่ง ไม่เป็นไร เอาตัวเดิมนี่แหละbreak เป็น continue ดูเฉดูนะคะที่จะเปลี่ยน นะคะ c-o-n ขึ้นไหม คำสั่งขึ้นมาแล้วที่มาแล้ว Play ให้ดูเลยนะคะ ที่จะ break ก็คือ เมื่อ i=5เปลี่ยนจาก break เป็น continue เห็นไหม นั่นหมายถึงพอถึง 5 ก็ทำต่อไปเรนือ่บๆ พอถึง 5 ก็ทำต่อไปเรื่อย ๆ มันก็จะข้าม แล้วก็ไปทำต่อแต่มันไม่มีอะไรเด็ก ๆ ดูเลขอะไรที่มันหายไป เทียบกันกับข้างบนนะ เห็นไหมFor in range 5 continue ้คือข้าม เข 5ไม่มีเห็นไหม 4 แล้วไป 6 ที่ตรวจสอบใช่ไหมคะ ก้คือพอมาเจอเลข 5 มันจะไป Print มันจะไป การวนรอบของ for i ใช่ไหมคะ 1 เริ่มที่ 1 เท่ากับ 5 พอมันไปเจอเลข 5 ปุ๊บ มันนต้องกระโดดข้เามทำตัวต่อไปก็คือ 6, 7, 8 สิ่งไหนนะคะ ใช้หลักกานwhile ก็เหมือนกันก็หลักการตำแหน่งของการข้ามก็จะเปลี่ยนไปเพราะฉะนั้น หลักของ break ว่า เลขที่เจอคือเลข 5 มันก็จะไม่ print 5 นึกออกไหมมันก็ข้ามไปเลย ที่เราทำครั้งแรกนะ เป้น continue continue เราหายไปไหน พอเปลี่ยนเงื่อนไขจาก พอเจอ 5 แล้วถ้าใช้ continue นี่มันจะข้ามเลข 5 ไปมันจะ เป้นจริงใช่ไหมคะ พอมาเจอ continue นี่ พอเจอ..เงื่อนไขที่เป็นจริงมันจะข้ามมันจะไม่ ไปเจอนะคะ ก็จะข้ามไป ก็จะไม่ print ออกมานะคะ while ก็ใช้หลักการเดียวกันนะคะ ผลลัพธ์ก็จะออกมาเหมือนกัน ก็คือ จะไม่ prinปรากฏขึ้นมาถ้าเราใช้ while tดูที่ while นะเด็ก ๆ เพราะไม่ได้มีอะไรพิสดารเลย เปลี่ยนจาก break แค่นั้นเอง เห็นไหมคะ เลข 5 จะไม่มีเหมือนกัน คำสั่ง continue เข้ามา มันจะข้ามข้ามตัวนี้ข้ามเงื่อนไข เพียงเท่านี้ กับเรื่องของการวนวนซ้ำหรือ Loop จำไปใช้ในการเขียนโปรแกรมนะคะ เด็ก ๆ สำหรับสัปดาห์กินข้ามได้ หิวแล้วใช่ไหม หิวยัง หิวยังลืมออกจาก Google [สิ้นสุดการถอดความ]