﻿1
00:00:08,066 --> 00:00:08,067

2
00:00:08,067 --> 00:00:12,067

3
00:00:22,175 --> 00:00:26,175

4
00:00:26,738 --> 00:00:30,738

5
00:00:30,742 --> 00:00:32,483

6
00:00:32,483 --> 00:00:36,483

7
00:00:42,742 --> 00:00:46,742

8
00:00:46,745 --> 00:00:50,745

9
00:00:58,753 --> 00:01:02,753

10
00:01:02,755 --> 00:01:06,755

11
00:01:14,767 --> 00:01:18,767

12
00:01:18,769 --> 00:01:22,769
(อาจารย์พิเชนทร์) หน้าจอเด็กเห็นไหม

13
00:01:24,967 --> 00:01:28,967
คราวนี้ดูบทที่ 4 นะครับ

14
00:01:30,684 --> 00:01:34,684
การจัดการหน่วยความจำ

15
00:01:35,933 --> 00:01:39,933
บทที่แล้วนะครับ เราพูดถึง

16
00:01:40,786 --> 00:01:44,786
CPU นะครับ การจัดการ CPU บทนี้เราจะพูดถึง

17
00:01:46,925 --> 00:01:50,925
การจัดการหน่วยความจำนะครับ หน่วยความจำก็เป็นอุปกรณ์ตัวหนึ่ง

18
00:01:57,275 --> 00:02:01,275
ที่มีส่วนสำคัญในคอมพิวเตอร์ของเรานะครับ เราจะดูว่าเครื่องคอมพิวเตอร์เครื่องไหนมีขีดความสามารถ

19
00:02:04,727 --> 00:02:08,727
มากกว่ากัน เราก็อาจจะดูได้จากหน่วยความจำนะครับ

20
00:02:12,177 --> 00:02:13,072
แต่ทั้งนี้

21
00:02:13,072 --> 00:02:13,825
ทั้งนั้นนะครับ ไม่ได้

22
00:02:13,825 --> 00:02:17,825
ตอบได้เสมอว่าเครื่องที่มีหน่วยความจำมาก

23
00:02:21,093 --> 00:02:23,322
ทำงานได้ดีกว่า

24
00:02:23,322 --> 00:02:27,322
นะครับ ในการจัดการ

25
00:02:30,057 --> 00:02:34,057
หน่วยความจำนั้น ก็เป็นขีดความสามารถอีกอันหนึ่งของเรา

26
00:02:38,542 --> 00:02:41,016
นะครับ ถ้าระบบปฏิบัติการของเราจัดการหน่วยความจำไม่ดีนะครับ ประสิทธิภาพ

27
00:02:41,016 --> 00:02:41,535
ในการใช้งานก็จะด้อยลงนะครับ

28
00:02:41,535 --> 00:02:45,535
คราวนี้เรามาดูว่ามันจัดการอย่างไรนะครับ

29
00:02:51,318 --> 00:02:55,318
การจัดการหน่วยความจำมีอยู่ 3 แบบมีอยู่ 3

30
00:02:57,076 --> 00:03:00,526
เฟตซ์ วาง

31
00:03:00,526 --> 00:03:04,139
แทนที่นะครับ คือ 3 ลักษณะนะครับ

32
00:03:04,139 --> 00:03:06,752
ซึ่งเราค่อยดูว่าทำอย่างไรนะครับ คราวนี้มาดู

33
00:03:06,752 --> 00:03:10,752
การจัดสรรหน่วยความจำโปรแกรมนะครับ โปรแกรมทุกโปรแกรม

34
00:03:17,751 --> 00:03:21,751
ในคอมพิวเตอร์ของเรานั้น จำเป็นจะต้องใช้หน่วยความจำนะครับ จะมากจะน้อยก็แล้วแต่โปรแกรมนะครับ โปรแกรม

35
00:03:22,908 --> 00:03:26,908
เกมส์อาจจะใช้เยอะ

36
00:03:31,452 --> 00:03:34,302
โปรแกรมพิมพ์งานอาจจะใช้น้อยอะไรประมาณนี้นะครับ

37
00:03:34,302 --> 00:03:35,843
คราวนี้เรามาดูว่าถ้าเกิด

38
00:03:35,843 --> 00:03:39,843
ในการจัดสรรหน่วยความจำนะครับ จะมี

39
00:03:50,856 --> 00:03:52,737
แบ่งออกเป็น 2 ประเภท ก็คือแบบ

40
00:03:52,737 --> 00:03:54,345
ต่อเนื่อง แล้วก็แบบไม่ต่อเนื่อง

41
00:03:54,345 --> 00:03:58,345
นะครับ การจัดสรรหน่วยความจำแบบต่อเนื่อง ก็คือหมายความว่าหน่วยความจำ

42
00:04:06,128 --> 00:04:09,754
จะต้องว่างต่อกันนะครับ พื้นที่ว่างต้องต่อเนื่องกันนะครับ ขาดช่วงอะไรไม่ได้

43
00:04:09,754 --> 00:04:11,143
แล้วก็ต้องมีขนาดใหญ่พอนะครับ ถึงจะ

44
00:04:11,143 --> 00:04:15,143
สามารถเข้าไปทำงานได้นะครับ

45
00:04:18,625 --> 00:04:22,188
ส่วนไม่ต่องเนื่องนะครับ ก็คือเข้าไปครอบครอง

46
00:04:22,188 --> 00:04:26,188
หน่วยความจำแล้ว หน่วยความจำอาจจะอยู่คนละที่ อยู่คนละแบบ

47
00:04:32,977 --> 00:04:35,750
อยู่คนละที่ แต่ก็ต้องมีเนื้อที่เพียงพอนะครับ

48
00:04:35,750 --> 00:04:35,982
ที่โปรแกรมจะใช้งานนะครับ

49
00:04:35,982 --> 00:04:39,982
คราวนี้มาดูในระบบโปรแกรม

50
00:04:42,523 --> 00:04:46,523
เดียวโปรแกรมเดียว Siืgle Program

51
00:04:53,089 --> 00:04:54,405
นะครับ ก็คือคอมพิวเตอร์มีผู้ใช้งานแค่โปรแกรมเดียว

52
00:04:54,405 --> 00:04:58,405
การจัดสรรหน่วยความจำจะไม่ยุ่งยากนะครับ

53
00:04:59,895 --> 00:05:01,600

54
00:05:01,600 --> 00:05:05,600
ซึ่งเราสามารถแบ่งพื้นที่หน่วยความจำ

55
00:05:10,096 --> 00:05:14,096
ออกเป็น 2 ส่วนนะครับ ก็คือส่วนแรก เป็นส่วนของระบบปฏิบัติการนะครับ

56
00:05:14,742 --> 00:05:18,742
และเป็นส่วนที่จำเป็นจะต้องมี

57
00:05:22,367 --> 00:05:24,365
พื้นที่ว่างยาวติดต่อกัน เป็นผืนใหญ่

58
00:05:24,365 --> 00:05:24,413
ผืนเดียวเลยนะครับ

59
00:05:24,413 --> 00:05:28,413
นี่ OS

60
00:05:31,290 --> 00:05:35,290
นะครับ ต้องมีพื้นที่หน่วยความจำของมันด้วย

61
00:05:36,691 --> 00:05:39,006
นะครับ และต้องมีพื้นที่ยาวต่อเนื่องกัน

62
00:05:39,006 --> 00:05:41,191
นะครับ

63
00:05:41,191 --> 00:05:45,191
2. ส่วนของผู้ใช้นะครับ

64
00:05:46,901 --> 00:05:50,901
ก็คือเหลือจาก OS ก็คือกลายเป็นส่วนของผู้ใช้

65
00:05:56,737 --> 00:06:00,737
นะครับ ในระบบโปรแกรมเดี่ยวนะครับ เมื่อหน่วยความจำถูกแบ่งออกเป็น 2 ส่วน

66
00:06:02,505 --> 00:06:06,505
นะครับ 2 ส่วน ตัวของระบบปฏิบัติการเองก็จะต้องป้องกัน

67
00:06:06,961 --> 00:06:10,961
ไม่ให้ตัวมันเองนี่ โดนรุกล้ำเข้ามา

68
00:06:14,543 --> 00:06:16,688
นะครับ วิธีการป้องกัน คือ การใช้นะครับ

69
00:06:16,688 --> 00:06:19,290
Register ขอบเขตคืออะไร ก็คือ

70
00:06:19,290 --> 00:06:21,708
ส่วนที่ป้องกันระหว่าง

71
00:06:21,708 --> 00:06:25,708
ระหว่างอะไรครับ OS

72
00:06:27,785 --> 00:06:31,785
กับส่วนของผู้ใช้ ไม่ให้มายุ่งเกี่ยวกัน

73
00:06:37,181 --> 00:06:41,181
นะครับ ดังนั้น การเขียนโปรแกรม ไวรัสคอมพิวเตอร์

74
00:06:44,288 --> 00:06:47,957
เจาะรีจิสเตอร์ขอบเขตเข้าไปนะครับ

75
00:06:47,957 --> 00:06:51,957
นี่นะครับ ถ้ามีการรุก

76
00:06:53,195 --> 00:06:57,195
ล้ำ รีจิสเตอร์ขอบเขตก็จะแจ้งเตือน

77
00:07:00,588 --> 00:07:04,588
นะครับ คราวนี้มาดูระบบหลายโปรแกรมนะครับ ระบบหลายโปรแกรม

78
00:07:07,144 --> 00:07:11,144
การทำงานของระบบหลายโปรแกรมนั้น ส่วนมาก

79
00:07:14,600 --> 00:07:16,552
ส่วนมากจะเกิดขึ้นก็คือไป ครอบครอง

80
00:07:16,552 --> 00:07:20,552
Input Output ก็คือการไป ไม่ได้ครอบครอง CPU

81
00:07:25,894 --> 00:07:29,894
ไม่ได้ครอบครองหน่วยความจำนะครับ เราเรียกระบบนี้ว่า องค์หน่วยความจำนะครับ เราเรียกระบบนี้ว่า

82
00:07:32,681 --> 00:07:36,681
ระบบ Multi programming

83
00:07:37,185 --> 00:07:41,185
ระบบ Programing นี้นะครับ

84
00:07:41,331 --> 00:07:44,890
มีโปรแกรมมากว่า 1 โปรแกรมทำงาน

85
00:07:44,890 --> 00:07:47,469
ในเวลาเดียวกัน 2, 3, 4, 5, 6, 7 นะครับ

86
00:07:47,469 --> 00:07:51,469
การทำงานของระบบหลายโปรแกรมนั้น

87
00:07:52,197 --> 00:07:56,197
เขาจะแบ่ง Partition ของหน่วยความจำ

88
00:07:56,997 --> 00:08:00,997
แบ่ง Partition ของหน่วยความจำออกเป็นส่วน ๆ

89
00:08:06,984 --> 00:08:10,984
ซึ่งการแบ่งหน่วยความจำนะครับ ระบบโปรแกรม

90
00:08:15,524 --> 00:08:19,524
แบบแย่งหน่วยความจำนะครับ ก็ยังสามารถ

91
00:08:20,297 --> 00:08:24,297
แบ่งได้เป็น 2 ประเภทนะครับ ก็คือระบบหลายโปรแกรมแบบแบ่งหน่วยความจำ

92
00:08:30,148 --> 00:08:32,625
แบบคงที่ แล้วก็ไม่คงที่นะครับ ในระบบหลายโปรแกรมแบบ

93
00:08:32,625 --> 00:08:34,070
สลับหน่วยความจำนะครับ

94
00:08:34,070 --> 00:08:37,644

95
00:08:37,644 --> 00:08:41,644
แบบหน่วยความจำนะครับ แล้วก็สลับหน่วยความจำ คราวนี้เรามาดู

96
00:08:46,767 --> 00:08:50,767
ประเภทที่ 1 นะครับ การแบ่งหน่วยความจำ

97
00:08:51,989 --> 00:08:54,036
ขนาดคงที่นะครับ เห็นไหมครับ

98
00:08:54,036 --> 00:08:58,036
โปรแกรมส่วนที่ 1 ส่วนที่ 2 ส่วนที่ 3 มีขนาดที่เท่ากัน

99
00:09:02,526 --> 00:09:04,179
นะครับ ที่เท่ากัน

100
00:09:04,179 --> 00:09:08,179

101
00:09:08,456 --> 00:09:12,456
และการแบ่งหน่วยความจำขนาดคงที่นะครับ

102
00:09:18,018 --> 00:09:22,018
ก็ยังสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 ที่นะครับ

103
00:09:25,780 --> 00:09:29,780
ได้แก่การแปลงและโหลดด้วยค่าสมบูรณ์

104
00:09:31,026 --> 00:09:35,026
นะครับ ดูรูปนี้ประกอบนะครับ โปรแกรมส่วนที่ 1 เห็นไหมครับ ส่วนที่ 1 ส่วนที่ 1 เข้า

105
00:09:42,742 --> 00:09:44,245
เข้าส่วนที่ 2 ส่วนที่ 3 เข้าส่วนที่ 3 นะครับ  โปรแกรมส่วนที่ 1 ที่ 2 ที่ 3 จะเห็นว่า

106
00:09:44,245 --> 00:09:46,057
มีขนาดที่เท่ากันนะครับ ที่เท่ากัน

107
00:09:46,057 --> 00:09:50,057
พอมันเท่ากันปุ๊บโปรแกรมส่วนที

108
00:09:59,034 --> 00:10:03,034
เช่น เรากำหนดส่วนที่ 1 ส่วนที่ 2 ส่วนที่ 3 มีขนาดเท่ากับ 10 เท่ากับ 10 นะครับ โปรแกรมส่วนที่ 1 ถ้าแปลงเสร็จแล้ว โหลดเข้าไป

109
00:10:03,930 --> 00:10:07,930
มีค่าไม่เกิน 10 จะ

110
00:10:11,717 --> 00:10:15,717
เข้าไปในส่วนที่ 1 นะครับ แต่ถ้าโปรแกรมส่วนที่ 2

111
00:10:16,142 --> 00:10:19,154
จะต้องมีค่าตั้งแต่ 11 จนถึง 20

112
00:10:19,154 --> 00:10:23,154
มันถึงจะเข้าส่วนที่ 2 นะครับ

113
00:10:24,726 --> 00:10:28,726
แต่ถ้าบังเอิญว่าโปรแกรมส่วนที่ 1

114
00:10:28,792 --> 00:10:32,792
โปรแกรม A โปรแกรม B โปรแกรม C เมื่อแปลง

115
00:10:34,990 --> 00:10:38,618
และโหลดด้วยค่าสัมบูรณ์เสร็จแล้ว จะเข้าที่คิวที่ 1

116
00:10:38,618 --> 00:10:41,420
อย่างเดียวนะครับ นี่คือข้อเสียของมันนะครับ

117
00:10:41,420 --> 00:10:45,420
เห็นไหมครับ มันจะว่างเลย ส่วนที่ 2 ส่วนที่ 3 ส่วนที่ 4

118
00:10:51,591 --> 00:10:54,564
ส่วนที่ 5 ส่วนที่ 6, 7 นะครับ ดังนั้น

119
00:10:54,564 --> 00:10:58,564
ก็เลยมีการแก้ปัญหานะครับ โดย

120
00:11:04,661 --> 00:11:08,661
เป็นการแปลงและโหลดด้วยค่าสัมพันธ์

121
00:11:09,765 --> 00:11:10,320
เพื่อแก้ปัญหาเมื่อกี้นะครับ ก็คือ

122
00:11:10,320 --> 00:11:11,621
มีคิวเดียวเลย มีคิวเดียว

123
00:11:11,621 --> 00:11:15,621
คิวเดียวเสร็จแล้วก็คือ

124
00:11:18,741 --> 00:11:22,741
ส่วนที่ 1, 2, 3, 4 หมายความว่า โปรแกรมจะ

125
00:11:23,894 --> 00:11:27,894
โหลดมาตรงนี้ที่คิว โดยมีคิวแค่คิวเดียวนะครับ แปรงเสร็จปุ๊บได้ค่าเท่ากับ

126
00:11:33,491 --> 00:11:36,731
10 เข้าสู่ที่ 1 แปลงเสร็จปุ๊บ

127
00:11:36,731 --> 00:11:39,568
ได้ค่าเท่ากับ 10 เอาบวกเข้าไปอีกเป็น 12 เข้าส่วนที่ 2

128
00:11:39,568 --> 00:11:43,568
แปลงและโหลดเสร็จ ได้ 15 เข้าไม่ได้

129
00:11:46,113 --> 00:11:50,113
บวก 6 บวก 7 บวก 10 เข้าไป

130
00:11:50,948 --> 00:11:53,710
เพื่อให้เข้าในส่วนที่ 2 ที่ 3 ที่ 4 ที่ 5 ไปเรื่อย ๆ

131
00:11:53,710 --> 00:11:54,272
นะครับ ดังนั้น

132
00:11:54,272 --> 00:11:58,272
การป้องกันนะครับ ถ้าเป็นในแบบโปรแกรมเดี่ยว

133
00:12:06,153 --> 00:12:09,574
ใช้รีจิสเตอร์ขอบเขตนะครับ ในการป้องกัน แต่ถ้าในระบบหลายโปรแกรม ประเภทแบ่งหน่วยความจำนะครับ

134
00:12:09,574 --> 00:12:12,727
ก็คือใช้ Register ขอบเขตบนและขอบเขตล่าง

135
00:12:12,727 --> 00:12:16,727
ในการป้องกันไม่ให้โปรแกรม

136
00:12:21,351 --> 00:12:21,450
เข้ามานะครับ เห็นไหมครับ ขอบเขตล่าง

137
00:12:21,450 --> 00:12:22,708
ขอบเขตบน ขอบเขตล่าง ขอบเขตบนนะครับ

138
00:12:22,708 --> 00:12:26,708
ส่วนตัวของระบบปฏิบัติการ

139
00:12:28,825 --> 00:12:32,825
ใช้ตัวของรีจิสเตอร์ขอบเขตนะครับ ในการป้องกัน

140
00:12:38,696 --> 00:12:41,035
นะครับ คราวนี้ การแบ่งหน่วยความจำ ไม่ว่าจะใช้วิธีการใด

141
00:12:41,035 --> 00:12:45,035
ก็แล้วแต่นะครับ ย่อมเกิดพื้นที่ที่ไม่เกิดใช้งาน เราเรียกว่า "การแตกกระจาย"

142
00:12:46,664 --> 00:12:50,664
นะครับ การแตกกระจาย ก็คือ

143
00:12:51,153 --> 00:12:55,153
ส่วนของหน่วยความจำที่ไม่ถูกใช้งานในระบบ

144
00:12:56,436 --> 00:12:58,912
แบ่งหน่วยความจำนะครับ แบ่งหน่วยความจำ

145
00:12:58,912 --> 00:13:02,912
ซึ่งเราเรียกการแตกกระจาย

146
00:13:06,076 --> 00:13:10,076
ได้ออกเป็น 2 กรณีนะครับ ก็คือการแตกกระจายภายนอก

147
00:13:12,701 --> 00:13:16,701
แล้วก็การแตกกระจายภายในนะครับ การแตกกระจายภายนอกเป็นอย่างไรครับ ดูนะครับ

148
00:13:17,523 --> 00:13:19,040
ส่วนที่ 1

149
00:13:19,040 --> 00:13:22,538
การแตกกระจายภายนอก

150
00:13:22,538 --> 00:13:25,179
หมายถึง ส่วนของ

151
00:13:25,179 --> 00:13:29,179
หน่วยความจำที่ไม่ถูกใช้งานในระบบแบ่งหน่วยความจำ

152
00:13:35,545 --> 00:13:39,545
ขนาดคงที่ ไม่ถูกใช้งานเลยนะครับ ส่วนที่ 1

153
00:13:43,144 --> 00:13:46,789
นะครับ ไม่ถูกใช้งาน ส่วนการแตกกระจาย

154
00:13:46,789 --> 00:13:50,125
ภายใน ดูนะครับ ภายใน หมายถึง ส่วนของหน่วยความจำที่ถูกใช้งานนะครับ

155
00:13:50,125 --> 00:13:54,125
ที่ถูกใช้งาน แต่ใช้งานไม่หมดนะครับ ใช่ไม่หมด

156
00:13:55,795 --> 00:13:57,690
นะครับ ในการแบ่งหน่วยความจำ

157
00:13:57,690 --> 00:14:01,690
ขนาดคงที่ ต่างกันนะครับ

158
00:14:02,751 --> 00:14:06,751
การแตกกระจายภายนอกก็คือส่วนที่ว่าง

159
00:14:10,815 --> 00:14:11,373
ไม่ถูกใช้งานเลย ส่วนการแตกกระจายภายใน

160
00:14:11,373 --> 00:14:14,492
คือ หน่วยความจำว่าง โดนใช้แล้ว ใช้ไม่หมด

161
00:14:14,492 --> 00:14:16,318
นะครับ

162
00:14:16,318 --> 00:14:20,318
คราวนี้มาดูการแบ่ง

163
00:14:26,372 --> 00:14:29,006
หน่วยความจำขนาดไม่คงที่นะครับ

164
00:14:29,006 --> 00:14:31,003
เมื่อกี้นี้เป็นขนาดคงที่นะครับ

165
00:14:31,003 --> 00:14:35,003
ผู้ออกแบบระบบปฏิบัติการได้ตระหนักถึง

166
00:14:40,787 --> 00:14:44,787
ข้อเสียของการแบ่งหน่วยความจำขนาดคงที่ไว้

167
00:14:45,874 --> 00:14:49,874
มีข้อจำกัด ก็เลยคิดค้นวิธีการที่เรียกว่า "การแบ่งหน่วยความจำขนาด

168
00:14:50,475 --> 00:14:54,475
ไม่คงที่" ขึ้น ดังตัวอย่างนะครับ เห็นไหมครับ ผู้ใช้ A ต้องการ 10k

169
00:15:02,626 --> 00:15:06,093
ก็เข้าไปเลย 10  ผู้ใช้ B ต้องการ 5k

170
00:15:06,093 --> 00:15:10,093
ก็เข้าไป 5K ผู้ใช้ C ต้องการ 15 K

171
00:15:13,499 --> 00:15:17,499
นะครับ ผู้ใช้ D ต้องการ 30 ก็เข้าไป

172
00:15:18,635 --> 00:15:21,929
ขนาดไม่คงที่ครับ ขนาดขอให้มีพื้นที่ว่าง

173
00:15:21,929 --> 00:15:23,163
เพียงพอ ก็สามารถจัดการหน่วยความจำได้เลยนะครับ

174
00:15:23,163 --> 00:15:24,252

175
00:15:24,252 --> 00:15:28,252

176
00:15:30,048 --> 00:15:34,048
ระบบหลายโปรแกรมแบบแบ่งหน่วยความจำ แบบไม่คงที่นะครับ

177
00:15:36,324 --> 00:15:39,545
สามารถ Run ได้หลายโปรแกรมนะครับ

178
00:15:39,545 --> 00:15:40,946
ดูนะครับ

179
00:15:40,946 --> 00:15:44,946

180
00:15:49,603 --> 00:15:53,603
ถึงแม้ว่าการแบ่งหน่วยความจำขนาดไม่คงที่

181
00:15:55,499 --> 00:15:59,499
นะครับ ก็ยังมีส่วนที่ไม่ถูกใช้งานเหมือนกันนะครับ เหมือนเดิมถ้าเป็น

182
00:16:04,358 --> 00:16:08,358
ขนาดคงที่เรียกว่า "การแตกกระจาย" นะครับ ส่วนถ้าเกิดขึ้นในกรณีที่

183
00:16:08,569 --> 00:16:12,569
พื้นที่ที่ไม่ถูกใช้งานในการแบ่งหน่วยความจำขนาด

184
00:16:12,609 --> 00:16:16,609
ไม่คงที่ เราเรียกว่า "ช่องโหว่" นะครับ

185
00:16:20,107 --> 00:16:24,107
หรือ hole hole

186
00:16:25,566 --> 00:16:29,566
เกิดขึ้นได้อย่างไรครับ โปรแกรม A โปรแกรม B โปรแกรม C โปรแกรม D

187
00:16:31,958 --> 00:16:35,958

188
00:16:39,240 --> 00:16:41,475
เห็นไหมครับ ข้างล่างสุด

189
00:16:41,475 --> 00:16:45,475
ช่องว่าง ช่องโหว่นะครับ สักระยะหนึ่งโปรแกรม B จบ คืนหน่วยความจำให้ระบบ

190
00:16:46,178 --> 00:16:50,178
เห็นไหมครับ ช่องโหว่เกิดขึ้นแล้ว

191
00:16:53,330 --> 00:16:53,494
สักพักหนึ่งโปรแกรม D

192
00:16:53,494 --> 00:16:57,494
จบ คืนหน่วยความจำให้ระบบ เกิดโฮลขึ้นแล้ว

193
00:16:58,712 --> 00:17:02,569
นะครับ

194
00:17:02,569 --> 00:17:06,569
เมื่อเกิด hole ขึ้นนะครับ ก็มีวิธีการ

195
00:17:09,217 --> 00:17:11,128
เอาโปรแกรมใหม่ลงไปวางแทน

196
00:17:11,128 --> 00:17:15,128
นะครับ ซึ่งมีอยู่ 3 วิธีการนะครับ 1.

197
00:17:15,982 --> 00:17:19,982
เลือกโฮลที่พบก่อน

198
00:17:26,065 --> 00:17:30,065
และมีขนาดใหญ่พอที่จะวางโปรแกรมใหม่ลงไปนะครับ วิธีการ

199
00:17:30,843 --> 00:17:34,843
ที่ 2 เลือก Hole ที่เหมาะสม เมื่อเลือก

200
00:17:38,568 --> 00:17:40,154
ที่สุดก็คือเหลือหน่วยความจำ

201
00:17:40,154 --> 00:17:42,007
เหลือ Hole ใหม่น้อยที่สุดนะครับ

202
00:17:42,007 --> 00:17:42,039
3.

203
00:17:42,039 --> 00:17:46,039
เลือกก Hole ที่ใหญ่ที่สุดนะครับ ที่ใหญ่ที่สุด

204
00:17:50,110 --> 00:17:54,105
มาดูนะครับ แต่ละวิธี

205
00:17:54,105 --> 00:17:58,105
ดูรูปนะครับ วิธีการที่ 1 เจอก่อน

206
00:17:59,568 --> 00:18:03,568
พบก่อน แต่ต้องมีเงื่อนไขว่าจะต้องมีพื้นที่ของ

207
00:18:05,352 --> 00:18:05,599
hole

208
00:18:05,599 --> 00:18:09,599
ใหญ่เพียงพอนะครับ

209
00:18:10,183 --> 00:18:14,183
13 เข้า 16 ได้ไหมครับ ได้

210
00:18:14,624 --> 00:18:18,624
มาก่อนเลย พบก่อนเลย เจอก่อนนะครับ เข้าไปวางก่อนเลยนะครับ

211
00:18:19,504 --> 00:18:23,504
2. เหมาะสมที่สุดเมื่อเข้าไปวาง

212
00:18:29,179 --> 00:18:33,179
เสร็จแล้ว Hole ใหม่ที่เกิดขึ้น มีขนาดเหลือน้อยที่สุด ถ้าเข้า 16 เหลือ 3

213
00:18:34,816 --> 00:18:38,816
ถ้าเข้า 14 เหลือ 1 ถ้าเข้า 5 เข้าไม่ได้ ถ้าเข้า 30

214
00:18:44,452 --> 00:18:46,425
เหลือ 17 เห็นไหมครับ ที่เหมาะสมที่สุด

215
00:18:46,425 --> 00:18:46,633
ก็คือเลือกโฮลที่เมื่อเข้าไปแล้ว ทำให้

216
00:18:46,633 --> 00:18:50,633
เกิด Hole ใหม่น้อยที่สุดนะครับ ส่วนแบบที่

217
00:18:53,054 --> 00:18:57,054
3 นะครับ วิธีการที่ 3 ก็คือ

218
00:19:02,301 --> 00:19:02,752
เลือก Hole ที่ใหญ่ที่สุด เห็นไหมครับ 30 ใหญ่กว่าเพื่อนนะครับ

219
00:19:02,752 --> 00:19:05,324

220
00:19:05,324 --> 00:19:09,324
คราวนี้ในกรณีที่

221
00:19:11,675 --> 00:19:15,675
มี Hole เกิดขึ้น พื้นที่

222
00:19:17,263 --> 00:19:21,263
ติดกันนะครับ ติดกัน ถ้า OS มีความสามารถ

223
00:19:23,277 --> 00:19:27,277
นะครับ มันจะต้องมีความสามารถ

224
00:19:33,494 --> 00:19:37,494
ในการจัดรวม Hole เข้าไปด้วยกันเลยนะครับ นึกออกนะครับ เมื่อมี Hole อยู่ติดกัน ว่างติดกัน

225
00:19:41,854 --> 00:19:42,834
จับรวมติดกับรวมกัน

226
00:19:42,834 --> 00:19:46,834
อีกวิธีการหนึ่ง การอัดหน่วยความจำนะครับ การ

227
00:19:51,507 --> 00:19:51,591
อัดหน่วยความจำ ก็คือถ้าเกิดมีโฮล

228
00:19:51,591 --> 00:19:55,149
ว่างเกิดขึ้น

229
00:19:55,149 --> 00:19:59,149
ติดกันก็ได้ไม่ติดก็ได้

230
00:20:01,210 --> 00:20:04,649
วิธีการอัดหน่อยความจำ ก็คือระบบ

231
00:20:04,649 --> 00:20:06,788
จะหยุดการทำงาน แล้วก็เช็กดูระบบ

232
00:20:06,788 --> 00:20:10,788
แล้วก็การไปเอาหน่วยความจำที่ว่าง ๆ อยู่มาจัดรวมกัน เพื่อให้ได้

233
00:20:14,905 --> 00:20:18,853
หน่วยความจำที่ใหญ่ขึ้นนะครับ

234
00:20:18,853 --> 00:20:21,816
เราเรียกว่า

235
00:20:21,816 --> 00:20:25,816
"การรวบรวมขยะ" นะครับ เหมือนโปรแกรม Defrag

236
00:20:30,588 --> 00:20:34,588
นะครับ เดี๋ยวพอเราแยกไปเรียนปฏิบัตินะครับ เราจะเห็นว่าโปรแกรม Defrag

237
00:20:38,288 --> 00:20:39,625
ทำงานอย่างไรนะครับ มาทีหลังทำไมไม่เอาแบบฝึกหัด

238
00:20:39,625 --> 00:20:43,359
เข้ามาเมื่อกี้ มาเอาแบบฝึกหัด

239
00:20:43,359 --> 00:20:45,851
แล้วทำอะไรอยู่

240
00:20:45,851 --> 00:20:48,330

241
00:20:48,330 --> 00:20:52,330

242
00:20:53,363 --> 00:20:56,382

243
00:20:56,382 --> 00:21:00,382
นี่ดูวิธีการรวบรวมนะครับ อัดหน่วยความจำ

244
00:21:11,372 --> 00:21:13,818
นะครับ เห็นไหมครับ นี่ใช้งาน 1, 2, 3

245
00:21:13,818 --> 00:21:14,693
Hole Hole Hole นะครับ

246
00:21:14,693 --> 00:21:18,693
พออัดหน่วยความจำ

247
00:21:19,989 --> 00:21:23,352
เกิดช่องว่างขึ้น ใหญ่ขึ้น

248
00:21:23,352 --> 00:21:27,352
นะครับ นี่คือวิธีการอัดหน่วยความจำนะครับ

249
00:21:29,497 --> 00:21:33,497
คราวนี้มาดูระบบหลายโ

250
00:21:36,771 --> 00:21:40,771
เป็นแบบแบ่งหน่วยความจำนะครับ แบ่งหน่วยความจำ

251
00:21:40,849 --> 00:21:44,849
ขนาดคงที่กับไม่คงที่นะครับ คราวนี้มาดูโปรแกรม

252
00:21:48,273 --> 00:21:50,174
แบบสลับหน่วยความจำ ก็คือ... หลักการ ก็คือ

253
00:21:50,174 --> 00:21:54,174
เมื่อโปรแกรมถูกใช้งาน

254
00:21:55,288 --> 00:21:58,434
เราเรียกว่า "สลับเข้า" นะครับ มา ๆ เข้ามา เข้ามา

255
00:21:58,434 --> 00:22:01,102

256
00:22:01,102 --> 00:22:04,632
ดู...

257
00:22:04,632 --> 00:22:08,632
มาดูระบบหลายโปรแกรมแบบสลับหน่วยความจำนะครับ

258
00:22:15,540 --> 00:22:19,540
ก็คือสลับเข้า สลับออกนะครับ ถ้าเกิดในกรณีที่หน่วยความจำ โปรแกรม

259
00:22:22,023 --> 00:22:26,023
เข้าไปทำงานในหน่วยความจำเรียกว่า

260
00:22:31,294 --> 00:22:31,323
พอมันออกจากหน่วยความจำปุ๊บ เรียกว่า "สลับออก"

261
00:22:31,323 --> 00:22:32,379
นะครับ

262
00:22:32,379 --> 00:22:36,379

263
00:22:36,854 --> 00:22:40,854
มันจะเกิดจาก

264
00:22:44,198 --> 00:22:48,198
เหตุการณ์ 3 อย่างนี้นะครับ ถึงจะมีลักษณะของการการสลับเข้าสลับออก

265
00:22:50,592 --> 00:22:54,592
ของโปรแกรมนะครับ 1. โปรแกรมจบ

266
00:22:54,592 --> 00:22:57,645
จบนะครับ แล้วก็สลับออก

267
00:22:57,645 --> 00:23:01,645
นะครับ โปรแกรมต้องการใช้งาน Input Output

268
00:23:06,483 --> 00:23:10,483
ก็สลับออกนะครับ หมดเวลาควอนตัมตัวนี้

269
00:23:11,420 --> 00:23:15,420

270
00:23:18,076 --> 00:23:22,058
ก็ออกไปนะครับ สลับออก เมื่อมันออกมาแล้วก็มีโปรแกรมใหม่

271
00:23:22,058 --> 00:23:22,763
สลับเข้า มันก็ทำให้เกิดระบบหลายโปรแกรมเกิดขึ้น

272
00:23:22,763 --> 00:23:26,763
นะครับ การทำ Overlay

273
00:23:35,159 --> 00:23:38,590
ก็คือการทำให้โปรแกรมที่มีขนาดใหญ่นะครับ สามารถใช้งานในโปรแกรม

274
00:23:38,590 --> 00:23:40,430
ที่มีขนาดเล็กกว่าได้นะครับ ไม่มีรูปนะครับ

275
00:23:40,430 --> 00:23:43,009
จากบทที่ 4 นะครับ

276
00:23:43,009 --> 00:23:46,670
จบแล้วนะครับ

277
00:23:46,670 --> 00:23:50,670
ในสัปดาห์หน้านะครับ

278
00:23:51,446 --> 00:23:55,446
ให้ไปรับแบบฝึกหัดคืนด้วยนะ ที่โต๊ะ โต๊ะอาจารย์นะ

279
00:23:59,092 --> 00:24:03,092
สัปดาห์หน้าเราจะสอบ สอบในห้องนี้ล่ะ

280
00:24:06,165 --> 00:24:10,165
ก็เอาไปอ่าน แบบฝึกหัดนะครับ คราวนี้มาดูบทที่ 5 นะครับ

281
00:24:10,849 --> 00:24:14,022
บทที่ 5 เราจะสอบถึงบทที่ 4 นะครับ บทที่ 4 ถึงบทนี้ล่ะครับ

282
00:24:14,022 --> 00:24:18,022
ถึงการจัดการหน่วยความจำ

283
00:24:18,095 --> 00:24:18,229
บทที่ 4 การจัดการ CPU

284
00:24:18,229 --> 00:24:22,229
นะครับ การจัดการหน่วยความจำ การจัดการ Process แล้วก็

285
00:24:28,027 --> 00:24:28,533
หลักการเบื้องต้นนะครับ

286
00:24:28,533 --> 00:24:32,533

287
00:24:39,058 --> 00:24:43,058

288
00:24:47,457 --> 00:24:48,177
ไม่ขึ้นอีกแล้ว

289
00:24:48,177 --> 00:24:52,177
พัก 5 นาทีเด้อ พัก 5 นาที

290
00:25:05,219 --> 00:25:02,445

291
00:24:55,479 --> 00:24:59,479

292
00:24:59,618 --> 00:25:03,618

293
00:25:11,470 --> 00:25:15,470

294
00:25:19,473 --> 00:25:23,472

295
00:25:23,472 --> 00:25:27,472

296
00:25:27,478 --> 00:25:31,478

297
00:25:35,477 --> 00:25:39,477

298
00:25:39,479 --> 00:25:43,479

299
00:25:43,483 --> 00:25:47,483

300
00:25:47,485 --> 00:25:51,485

301
00:25:51,488 --> 00:25:55,488

302
00:25:55,490 --> 00:25:59,490

303
00:25:59,491 --> 00:26:03,491

304
00:26:03,494 --> 00:26:07,494

305
00:26:07,495 --> 00:26:11,495

306
00:26:11,497 --> 00:26:15,497

307
00:26:15,499 --> 00:26:19,499

308
00:26:19,500 --> 00:26:23,500

309
00:26:23,500 --> 00:26:27,500

310
00:26:27,504 --> 00:26:31,504

311
00:26:31,505 --> 00:26:35,505

312
00:26:35,508 --> 00:26:39,508

313
00:26:39,509 --> 00:26:43,509

314
00:26:43,512 --> 00:26:47,512

315
00:26:47,515 --> 00:26:51,515

316
00:26:51,517 --> 00:26:55,516

317
00:26:55,516 --> 00:26:59,516

318
00:26:59,523 --> 00:27:03,523

319
00:27:03,523 --> 00:27:07,523

320
00:27:07,529 --> 00:27:11,529

321
00:27:11,530 --> 00:27:15,529

322
00:27:15,529 --> 00:27:19,529

323
00:27:19,532 --> 00:27:23,532

324
00:27:23,534 --> 00:27:27,534

325
00:27:27,538 --> 00:27:31,538

326
00:27:31,544 --> 00:27:35,544

327
00:27:35,547 --> 00:27:39,546

328
00:27:39,546 --> 00:27:43,546

329
00:27:43,549 --> 00:27:47,549

330
00:27:47,550 --> 00:27:51,550

331
00:27:51,551 --> 00:27:55,551

332
00:27:55,554 --> 00:27:59,554

333
00:27:59,555 --> 00:28:03,555

334
00:28:03,556 --> 00:28:07,556

335
00:28:07,560 --> 00:28:11,560

336
00:28:11,561 --> 00:28:15,561

337
00:28:15,570 --> 00:28:19,564

338
00:28:19,564 --> 00:28:23,564

339
00:28:23,568 --> 00:28:27,568

340
00:28:27,572 --> 00:28:31,572

341
00:28:31,574 --> 00:28:35,574

342
00:28:35,574 --> 00:28:39,574

343
00:28:39,579 --> 00:28:43,579

344
00:28:43,579 --> 00:28:47,579

345
00:28:47,582 --> 00:28:51,582

346
00:28:51,584 --> 00:28:55,582

347
00:28:55,582 --> 00:28:59,582

348
00:28:59,584 --> 00:29:03,584

349
00:29:03,587 --> 00:29:07,587

350
00:29:07,590 --> 00:29:11,590

351
00:29:11,593 --> 00:29:15,593

352
00:29:15,596 --> 00:29:19,594

353
00:29:19,594 --> 00:29:23,594

354
00:29:23,598 --> 00:29:27,598

355
00:29:27,601 --> 00:29:31,600

356
00:29:31,600 --> 00:29:35,600

357
00:29:35,603 --> 00:29:39,603

358
00:29:39,606 --> 00:29:43,606

359
00:29:43,608 --> 00:29:47,608

360
00:29:47,612 --> 00:29:51,611

361
00:29:51,611 --> 00:29:55,611

362
00:29:55,615 --> 00:29:59,615

363
00:29:59,622 --> 00:30:03,621

364
00:30:03,621 --> 00:30:07,621

365
00:30:07,627 --> 00:30:11,626

366
00:30:11,626 --> 00:30:15,626

367
00:30:15,628 --> 00:30:19,628

368
00:30:19,634 --> 00:30:23,634

369
00:30:23,634 --> 00:30:27,634

370
00:30:27,636 --> 00:30:31,636

371
00:30:31,638 --> 00:30:35,636

372
00:30:35,636 --> 00:30:39,636

373
00:30:39,643 --> 00:30:39,699

374
00:30:39,699 --> 00:30:43,699

375
00:30:47,648 --> 00:30:51,646

376
00:30:51,646 --> 00:30:55,646

377
00:30:55,652 --> 00:30:59,652

378
00:30:59,654 --> 00:31:03,654

379
00:31:03,659 --> 00:31:07,657

380
00:31:07,657 --> 00:31:11,657

381
00:31:11,658 --> 00:31:15,658

382
00:31:15,661 --> 00:31:19,661

383
00:31:19,664 --> 00:31:23,664

384
00:31:23,664 --> 00:31:27,664

385
00:31:27,668 --> 00:31:31,668

386
00:31:31,668 --> 00:31:35,668

387
00:31:35,671 --> 00:31:39,671

388
00:31:39,673 --> 00:31:43,673

389
00:31:43,673 --> 00:31:47,673

390
00:31:47,680 --> 00:31:51,679

391
00:31:51,679 --> 00:31:55,679

392
00:31:55,683 --> 00:31:59,683

393
00:31:59,683 --> 00:32:03,683

394
00:32:03,686 --> 00:32:07,686

395
00:32:07,688 --> 00:32:11,688

396
00:32:11,689 --> 00:32:15,689

397
00:32:15,693 --> 00:32:19,693

398
00:32:19,694 --> 00:32:23,694

399
00:32:23,697 --> 00:32:27,697

400
00:32:27,698 --> 00:32:31,698

401
00:32:31,699 --> 00:32:35,699

402
00:32:35,704 --> 00:32:39,704

403
00:32:39,705 --> 00:32:43,705

404
00:32:43,712 --> 00:32:47,709

405
00:32:47,709 --> 00:32:51,709

406
00:32:51,711 --> 00:32:55,711

407
00:32:55,713 --> 00:32:59,713

408
00:32:59,714 --> 00:33:03,714

409
00:33:03,715 --> 00:33:07,715

410
00:33:07,719 --> 00:33:11,718

411
00:33:11,718 --> 00:33:15,718

412
00:33:15,723 --> 00:33:19,723

413
00:33:19,723 --> 00:33:23,723

414
00:33:23,725 --> 00:33:27,725

415
00:33:27,728 --> 00:33:31,728

416
00:33:31,730 --> 00:33:35,730

417
00:33:35,733 --> 00:33:39,733

418
00:33:39,736 --> 00:33:43,736

419
00:33:43,737 --> 00:33:47,737

420
00:33:47,740 --> 00:33:51,740

421
00:33:51,743 --> 00:33:55,743

422
00:33:55,745 --> 00:33:59,745

423
00:33:59,748 --> 00:34:03,748

424
00:34:03,751 --> 00:34:07,751

425
00:34:07,752 --> 00:34:11,752

426
00:34:11,756 --> 00:34:15,756

427
00:34:15,760 --> 00:34:19,760

428
00:34:19,764 --> 00:34:23,764

429
00:34:23,764 --> 00:34:27,764

430
00:34:27,768 --> 00:34:31,768

431
00:34:31,769 --> 00:34:35,769

432
00:34:35,772 --> 00:34:39,772

433
00:34:39,774 --> 00:34:43,067

434
00:34:43,067 --> 00:34:47,067

435
00:34:47,779 --> 00:34:51,779

436
00:34:51,782 --> 00:34:55,782

437
00:34:55,786 --> 00:34:59,786
(อาจารย์พิเชนทร์) การจัดการ

438
00:35:00,844 --> 00:35:03,910
อุปกรณ์นะครับ

439
00:35:03,910 --> 00:35:07,910
คำว่า "อุปกรณ์" ในที่นี้นะครับ

440
00:35:10,679 --> 00:35:14,679
เราจะหมายถึงอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ทั้งหมด

441
00:35:19,392 --> 00:35:21,734
กับหน่วยความจำนะครับ อุปกรณ์เราสามารถแบ่งได้เป็น

442
00:35:21,734 --> 00:35:22,300
2 ประเภทนะครับ 2 ประเภท

443
00:35:22,300 --> 00:35:26,300
ก็คืออุปกรณ์ Input Output

444
00:35:35,801 --> 00:35:39,801
นะครับ อุปกรณ์ Input Output นะครับ ก็หมายถึง

445
00:35:41,007 --> 00:35:44,033
อุปกรณ์ที่ทำให้คอมพิวเตอร์รับรู้

446
00:35:44,033 --> 00:35:48,033
สิ่งต่าง ๆ จากโลกภายนอกได้นะครับ เช่น

447
00:35:50,591 --> 00:35:50,735
เครื่องอ่านบัตร เมาส์ คีย์บอร์ดนะครับ มีอะไรอีกไหม

448
00:35:50,735 --> 00:35:54,068
นอกจากเมาส์ คีย์บอร์ด

449
00:35:54,068 --> 00:35:57,008

450
00:35:57,008 --> 00:36:01,008
สแกนเนอร์

451
00:36:09,131 --> 00:36:12,168
นะครับ ไมโครโฟนอย่างนี้ เอาเสียงเข้าไปนะครับ ปากกาแสงนะครับ

452
00:36:12,168 --> 00:36:15,410
ปากกาแสง อะไรอีก

453
00:36:15,410 --> 00:36:19,410
เครื่องอ่านบาร์โค้ดอย่างนี้นะครับ จอสัมผัส

454
00:36:24,854 --> 00:36:28,854
เป็นอุปกรณ์ Input นะครับ ส่วนอุปกรณ์ Output ก็คืออุปกรณ์

455
00:36:30,189 --> 00:36:31,983
ที่ทำให้คอมพิวเตอร์ส่งผลออกมาสู่โลกภายนอก

456
00:36:31,983 --> 00:36:35,983
เช่น จอภาพ ลำโพง Projector

457
00:36:39,486 --> 00:36:43,486
เครื่องเจาะบัตรนะครับ นี่คืออุปกรณ์ Output นะครับ

458
00:36:46,774 --> 00:36:50,774

459
00:36:52,853 --> 00:36:56,853
อุปกรณ์ Input Output สามารถแบ่งได้ 2 ประเภทนะครับ 2 ประเภท

460
00:37:02,863 --> 00:37:03,210
ก็คือ 1. อุปกรณ์ข้อมูลที่เป็นสายนะครับ ที่เป็นสาย

461
00:37:03,210 --> 00:37:07,210
ทำงานลำดับก่อน-หลัง นะครับ

462
00:37:08,882 --> 00:37:12,882
เช่น เมาส์ ไม่ใช่ เช่น คีย์บอร์ด คีย์บอร์ดนะครับ

463
00:37:15,153 --> 00:37:17,567
เราพิมพ์คีย์บอร์ด ก็พิมพ์ 1 2 3 4 5

464
00:37:17,567 --> 00:37:21,567
เข้าไปตามลำดับอันนี้ข้อมูลเป็นสาย

465
00:37:27,643 --> 00:37:30,366
เครื่องพิมพ์นะครับ ก็จัดเป็นข้อมูลที่

466
00:37:30,366 --> 00:37:34,366
เป็นสายนะครับ อุปกรณ์ชนิดข้อมูลที่ไม่เป็นสายนะครับ

467
00:37:35,827 --> 00:37:39,827
เช่น จอภาพนะครับ แสดงผลออกมาเป็นจุดนะครับ ทีนี้

468
00:37:40,831 --> 00:37:41,292

469
00:37:41,292 --> 00:37:45,292
อุปกรณ์เก็บข้อมูล

470
00:37:48,583 --> 00:37:51,374
เราสามารถ

471
00:37:51,374 --> 00:37:54,928
แบ่งออกเป็น 2 ประเภทย่อยนะครับ

472
00:37:54,928 --> 00:37:58,928
1. อุปกรณ์ข้อมูลที่เป็นลำดับนะครับ

473
00:38:05,120 --> 00:38:09,120
ลำดับ เช่น เทป ทุกวันนี้คงไม่มีใครใช้เทปแล้วนะครับ

474
00:38:11,326 --> 00:38:11,406
รู้จักเทปไหม เคยเห็นไหม

475
00:38:11,406 --> 00:38:15,406
นะครับ ก็คือเรียงลำดับ

476
00:38:17,542 --> 00:38:21,542
เช่น สมัยก่อนนะ ม้วนคาสเซ็ท

477
00:38:26,093 --> 00:38:30,093
เราต้องเรียงตามเพลง ที่ 1

478
00:38:30,448 --> 00:38:32,294
อุปกรณ์ที่เข้าถึงข้อมูลโดยตรงนะครับ

479
00:38:32,294 --> 00:38:32,367
โดยตรง เช่น แผ่นดิสก์นะครับ

480
00:38:32,367 --> 00:38:36,367
พวกฮาร์ดิสก์อะไรพวกนี้เข้าโดยตรงนะครับ

481
00:38:39,021 --> 00:38:43,021
หน้าที่ของระบบปฏิบัติการในการจัดการอุปกรณ์

482
00:38:45,309 --> 00:38:49,309
นะครับ อุปกรณ์ 1.

483
00:38:50,189 --> 00:38:54,189
ติดตามสถานะ

484
00:38:54,693 --> 00:38:58,693
ของอุปกรณ์ทุกชิ้น

485
00:39:03,677 --> 00:39:07,677
นะครับ วิธีที่นิยมใช้ ก็คือมีตัว UCB นะครับ Unit Control Block สำหรับอุปกรณ์แต่ละชิ้น อุปกรณ์แต่ละชิ้นจะมี

486
00:39:09,421 --> 00:39:13,421
ตัว UCB อยู่เป็นการเชื่อมระหว่าง

487
00:39:19,349 --> 00:39:23,289
อาร์ดแวร์แล้วก็ OS นะครับ 2.

488
00:39:23,289 --> 00:39:23,900

489
00:39:23,900 --> 00:39:25,355
นะครับ ใครเป็นผู้ใช้ และใช้นาน

490
00:39:25,355 --> 00:39:29,355
เท่าไหร่ มีเทคนิคการจัดอยู่ 3 แบบนะครับ

491
00:39:32,112 --> 00:39:34,538
1. ยกให้

492
00:39:34,538 --> 00:39:38,538
เป็นการกำหนดให้ว่าอุปกรณ์ชิ้นใด

493
00:39:43,909 --> 00:39:45,358
ใช้งานได้หรือใช้งานไม่ได้นะครับ

494
00:39:45,358 --> 00:39:47,791
2. แบ่งปัน

495
00:39:47,791 --> 00:39:51,791
แชร์นะครับ แชร์อุปกรณ์ เป็น

496
00:39:54,963 --> 00:39:58,963
การกำหนดให้อุปกรณ์ทำงานหลาย Procress

497
00:39:59,242 --> 00:40:02,702
นะครับ เช่น Printer นะครับ Printer Printer

498
00:40:02,702 --> 00:40:05,504
มีอยู่ตัวเดียวตั้งอยู่ที่หน้าห้อง

499
00:40:05,504 --> 00:40:09,504
เราจะ

500
00:40:09,839 --> 00:40:12,942
อนุญาตให้กี่คนใช้ ก็คือแชร์ แชร์เอา

501
00:40:12,942 --> 00:40:14,029
นะครับ

502
00:40:14,029 --> 00:40:18,029
การปลอมนะครับ

503
00:40:19,127 --> 00:40:23,127
เป็นการจำลองอุปกรณ์ชิ้นหนึ่งให้เป็นอุปกรณ์อีกชิ้นหนึ่ง เช่นอะไรครับ

504
00:40:27,933 --> 00:40:31,118
เช่น บอกจลองหน่วยความจำ

505
00:40:31,118 --> 00:40:33,202
เป็น Printer อย่างนี้นะครับ

506
00:40:33,202 --> 00:40:37,202
พอเราสั่งพิมพ์ออกไปปุ๊บ

507
00:40:43,936 --> 00:40:47,608
มันจะมองว่า คอมพิวเตอร์จะมองว่าหน่วยความจำเป็น

508
00:40:47,608 --> 00:40:48,035
Printer เป็นการปลอม

509
00:40:48,035 --> 00:40:49,136
นะครับ

510
00:40:49,136 --> 00:40:53,136
หน้าที่อันที่ 3 คือ การจัดสรรอุปกรณ์ จะให้อุปกรณ์นี้

511
00:41:00,913 --> 00:41:04,913

512
00:41:07,941 --> 00:41:11,312
กับ Process ใด อุปกรณ์นี้ให้ใช้ได้หรือให้ใช้ไม่ได้ ก็เป็นตัวจัดสรรให้

513
00:41:11,312 --> 00:41:12,141
หน้าที่อันที่ 4 ก็คือเรียกคืน

514
00:41:12,141 --> 00:41:16,141
เมื่อให้ใช้แล้ว ก็ต้องเรียกคืนกลับมาได้ นี่ก็เป็นหน้าที่หลัก ๆ

515
00:41:20,686 --> 00:41:22,519
ของระบบปฏิบัติการในการจัดสรรอุปกรณ์นะครับ

516
00:41:22,519 --> 00:41:26,519
คราวนี้มาดูตัวขับอุปกรณ์

517
00:41:29,388 --> 00:41:33,388
ตัวขับอุปกรณ์ หมายความว่า

518
00:41:38,813 --> 00:41:41,656
อุปกรณ์ทุกตัวทุกชนิดที่มาต่อพ่วงกับคอมพิวเตอร์เรานั้น จะต้องมี

519
00:41:41,656 --> 00:41:45,656
ตัวขับอุปกรณ์นะครับ

520
00:41:47,492 --> 00:41:51,492
ตัวขับอุปกรณ์ ดูรูปประกอบเลยนะครับ นี่

521
00:41:52,200 --> 00:41:56,200
เห็นไหมครับ ฮาร์ดแวร์ ระบบปฏิบัติการ ตัวขับที่ 2

522
00:42:01,726 --> 00:42:03,321
ตัวขับที่ 3 ตัวขับที่ N

523
00:42:03,321 --> 00:42:03,775
หมายความว่าอุปกรณ์ทุกตัวจะมีตัว

524
00:42:03,775 --> 00:42:07,775
ตัวขับอุปกรณ์ทุกอุนั้นทำหน้าที่เชื่อมต่อกับอุปกรณ์

525
00:42:12,189 --> 00:42:13,766
แต่ละตัวของแต่ละชนิด

526
00:42:13,766 --> 00:42:17,766
อุปกรณ์เสมือน

527
00:42:25,156 --> 00:42:27,934
นะครับ อุปกรณ์เสมือน เสมือนว่า... เขาบอกเสมือนว่า

528
00:42:27,934 --> 00:42:31,934
นะครับ ทำให้เป็นเหมือนอุปกรณ์เสมือนเราเรียกว่า "Spool"

529
00:42:35,771 --> 00:42:39,771
ซึ่งเป็นอุปกรณ์ที่ทำความเร็ว ทำงานด้วยความเร็วสูงมาทำงานแทนด้วยความเร็วต่ำนะครับ

530
00:42:43,122 --> 00:42:44,594
การส่งไฟล์ข้อมูลภายในเครื่องมันช้านะครับ แต่ปัจจุบันนี้

531
00:42:44,594 --> 00:42:48,594
วิธีการเหล่านี้มักไม่ได้ผล ไม่ได้ใช้งานแล้วนะครับ

532
00:42:53,484 --> 00:42:54,086
เพราะว่าฮาร์ดแวร์เรามีความเร็วสูง

533
00:42:54,086 --> 00:42:54,413
มีราคาถูก ราคาต่ำลงนะครับ

534
00:42:54,413 --> 00:42:57,332

535
00:42:57,332 --> 00:43:01,332
การรับส่งข้อมูล

536
00:43:03,028 --> 00:43:07,028
ระหว่างอุปกรณ์กับ CPU นะครับ

537
00:43:08,111 --> 00:43:12,111
พวกเราอย่าไปตกใจนะครับ เวลาเรียน

538
00:43:12,666 --> 00:43:16,666
วิชานี้ก็ค่อนข้างที่จะเข้าใจยากนิดหนึ่ง

539
00:43:23,829 --> 00:43:27,829
ผมจะไม่ค่อยมุ่งเน้นเรื่องของทฤษฎีนะครับ ผมจะเน้นเรื่องของปฏิบัตินะครับ ปฏิบัติ

540
00:43:27,953 --> 00:43:30,784
เดี๋ยวสัปดาห์หน้าเราสอบเสร็จ เราจะแยกเรียน แยกเรียนปฏิบัติ

541
00:43:30,784 --> 00:43:34,784
เราจะเรียนกลุ่มละ 8 คนนะครับ

542
00:43:34,979 --> 00:43:36,994
เวลาเรียนกลุ่มละ 8 คนที่เหลือ

543
00:43:36,994 --> 00:43:40,994
ไม่ต้องมานะครับ ไม่ต้องมานั่งรอเรียนนะครับ เอา 8 คน 8 คน เดี๋ยว

544
00:43:41,859 --> 00:43:42,819
หมู่ 1

545
00:43:42,819 --> 00:43:45,905

546
00:43:45,905 --> 00:43:49,043
เราว่างวันไหนบ้าง

547
00:43:49,043 --> 00:43:53,043
หมู่ 1 หมู่ 1

548
00:43:54,389 --> 00:43:57,124

549
00:43:57,124 --> 00:44:01,124
ว่างวันไหนบ้างครับ

550
00:44:05,159 --> 00:44:08,339
บ่ายวันอังคาร

551
00:44:08,339 --> 00:44:12,339
บ่ายวันจันทร์ เช้าวันพุธ เช้า

552
00:44:15,300 --> 00:44:16,050
วันศุกร์ ก็ว่างเยอะนี่

553
00:44:16,050 --> 00:44:20,050
ใช่ไหม เดี๋ยวผมจะ

554
00:44:21,784 --> 00:44:25,784
นัดเรามาเรียนเอา เป็นกลุ่ม เป็นกลุ่มนะครับ

555
00:44:26,060 --> 00:44:30,060
กลุ่มละ 8 คน 9 คน มานั่งคุยกัน

556
00:44:32,584 --> 00:44:34,356
มานั่งทำแล็บนะครับ ส่วนห้อง 2 ว่างวันไหนบ้าง

557
00:44:34,356 --> 00:44:37,295

558
00:44:37,295 --> 00:44:41,295
(นักศึกษาหญิง)  จันทร์ อังคาร พุธ (อาจารย์พิเชนทร์)

559
00:44:52,059 --> 00:44:52,354
อ๋อ จันทร์ อังคาร พุธ

560
00:44:52,354 --> 00:44:53,091
นะครับ

561
00:44:53,091 --> 00:44:57,091

562
00:45:08,067 --> 00:45:12,067
การจัดการดิสก์นะครับ

563
00:45:19,932 --> 00:45:23,932
ให้พูดถึงนะครับ ตัวนี้ เราผ่านไปเลยนะครับ ปัจจุบันเราไม่ใช้กันแล้วนะครับ การจัดการเทปก็

564
00:45:24,682 --> 00:45:28,515
เช่นเดียวกันนะครับ

565
00:45:28,515 --> 00:45:32,515
สุดท้ายนะครับ การจัดการคีย์บอร์ดนะครับ

566
00:45:33,879 --> 00:45:37,499
การจัดการคีย์บอร์ด คีย์บอร์ดของเรานะครับ จะส่งข้อมูลเป็น

567
00:45:37,499 --> 00:45:41,499
สายนะครับ เราจะแบ่งคีย์บอร์ดเป็น 2 แบบนะครับ

568
00:45:46,035 --> 00:45:50,035
โหมดดิบกับโหมดสุกนะครับ โหมดดิบ

569
00:45:50,582 --> 00:45:53,150
ก็คือลักษณะการจัดการ ก็คือพิมพ์อะไรเข้าไปมัน

570
00:45:53,150 --> 00:45:55,193
นับทุกคำนะครับ

571
00:45:55,193 --> 00:45:59,193
โหมดสุก

572
00:46:00,219 --> 00:46:04,219
ก็คือพิมพ์อะไรเข้าไปปุ๊บ กด Enter เข้าไปปุ๊บ นับไปแค่ 1 ครั้ง

573
00:46:10,178 --> 00:46:13,075
นะครับ จบนะครับ

574
00:46:13,075 --> 00:46:17,075
สัปดาห์นะครับ อย่าลืมนะครับ สัปดาห์หน้า

575
00:46:22,452 --> 00:46:24,225
เรานัดสอบนะครับ นัดสอบ

576
00:46:24,225 --> 00:46:26,096
ข้อสอบ

577
00:46:26,096 --> 00:46:30,096
ข้อสอบเป็นแบบข้อเขียน

578
00:46:30,805 --> 00:46:34,805
นะครับ สอบที่ห้องนี้ล่ะนะครับ

579
00:46:37,188 --> 00:46:41,188
ข้อสอบมีหลายชุด

580
00:46:44,881 --> 00:46:48,881
นะครับ ดังนั้น ให้อ่าน...

581
00:46:54,212 --> 00:46:58,212
ให้อ่านมาดี ๆ นะครับ อุบลอย่าลืมไปเอาแบบฝึกหัดคืนนะครับ ไปเอาแบบฝึกหัดคืน

582
00:47:02,000 --> 00:47:06,000
นะครับ แล้วก็เอาไปอ่านสอบสัปดาห์หน้า

583
00:47:08,121 --> 00:47:12,121
พอสัปดาห์หน้าเสร็จ เราจะหยุดรับปริญญา เราน่ะหยุด แต่อาจารย์ไม่ได้หยุดนะครับ วันที่ 8,

584
00:47:13,619 --> 00:47:17,619
9, 10, 11 ซ้อม

585
00:47:19,492 --> 00:47:22,965
พอ 12 นี้ 12 เขามอบพื้นที่ให้กับ

586
00:47:22,965 --> 00:47:26,443
ส่วนกลาง ในมหาวิทยาลัย 680 กว่าไรนี้

587
00:47:26,443 --> 00:47:27,272
ทุกคนเข้ามาต้องมีบัตรนะครับ

588
00:47:27,272 --> 00:47:29,301

589
00:47:29,301 --> 00:47:33,301
เราจะมาทำกิจกรรมอะไรไม่ได้นะครับ

590
00:47:36,181 --> 00:47:40,181
วันที่ 12 12 จนถึงโน่นเลยครับ วันที่ 23

591
00:47:41,644 --> 00:47:45,644
23 บ่ 17, 18, 19, 20, 21, 22,

592
00:47:48,368 --> 00:47:52,368
19, 20, 21, 22, 23, 24, 25, 26

593
00:47:55,714 --> 00:47:56,452
วันที่

594
00:47:56,452 --> 00:47:56,715
12 กันยายน ถึงวันที่ 16

595
00:47:56,715 --> 00:48:00,715
นะครับ ถ้าเราไม่มีธุระอะไร ไม่มี

596
00:48:03,418 --> 00:48:06,157
ภาระกิจอะไรที่เกี่ยวข้อง

597
00:48:06,157 --> 00:48:10,157
ไม่ต้องเข้ามานะครับ กลับบ้านนะครับ เพราะว่า

598
00:48:11,686 --> 00:48:15,686
ถ้าเกิดอะไรขึ้นกับพวกเราอาจารย์ช่วยไม่ได้นะ นะครับ

599
00:48:15,884 --> 00:48:19,884
เพราะใน 12 วันนี่

600
00:48:21,298 --> 00:48:24,820
ตั้งแต่วันที่ 12 ถึงวันที่ 20 กว่านี่

601
00:48:24,820 --> 00:48:26,565
มันจะเป็นพื้นที่ของวังนะครับ

602
00:48:26,565 --> 00:48:30,565
ครับ มีอะไรสงสัยไหมครับ

603
00:48:31,458 --> 00:48:33,287

604
00:48:33,287 --> 00:48:37,287
ไม่มีก็เดี๋ยว

605
00:48:39,314 --> 00:48:43,314
เจอกันอาทิตย์หน้านะครับ

606
00:48:44,693 --> 00:48:46,744
สอบ อาทิตย์หน้าสอบนะครับ

607
00:48:46,744 --> 00:48:50,744
ก็ขอบคุณพี่ล่ามด้วยนะครับ

608
00:48:56,117 --> 00:49:00,117
อาจจะไม่ได้สอนเต็มรูปแบบบ้างนะครับ

609
00:49:04,169 --> 00:49:07,618
ก็เกรงใจพี่ล่ามนะครับ ในปีการศึกษาหน้า

610
00:49:07,618 --> 00:49:11,618
ก็หน้าจะมีการปรับเปลี่ยนใน

611
00:49:14,610 --> 00:49:15,195
การใช้ระบบล่ามออนไลน์เรา

612
00:49:15,195 --> 00:49:18,469
อาจจะต้องใช้เข้มข้นมากกว่านี้ หรือใช้

613
00:49:18,469 --> 00:49:22,469
แบบเต็มที่มากกว่านี้นะครับ บังเอิญการศึกษาปีนี้

614
00:49:23,218 --> 00:49:27,218
มีกิจกรรมค่อนข้างเยอะ

615
00:49:31,638 --> 00:49:35,638
เป็นเจ้าภาพในการเป็นเจ้าภาพในการรับปริญญานะครับ ก็แทบจะไม่ได้เรียนเป็นเวลา 1 เดือนนะครับ แล้วก็มีกิจกรรมอะไรมากมายนะครับ

616
00:49:40,590 --> 00:49:44,590
ครับ โอเคครับ เจอกันสัปดาห์หน้า

617
00:50:01,013 --> 00:50:08,473
[สิ้นสุดการถอดความ]

618
00:49:45,063 --> 00:49:45,193
ครับ

619
00:49:45,193 --> 00:49:49,193

620
00:49:50,464 --> 00:49:54,464

621
00:50:03,861 --> 00:50:07,861

622
00:50:12,206 --> 00:50:16,204

623
00:50:16,204 --> 00:50:20,204

624
00:50:20,208 --> 00:50:24,207

625
00:50:24,207 --> 00:50:28,207

626
00:50:28,207 --> 00:50:32,207

627
00:50:32,213 --> 00:50:36,211

628
00:50:36,211 --> 00:50:40,211

629
00:50:40,216 --> 00:50:44,216


