--- title: ระบบปฏิบัติการและเทคโนโลยีฯ 01/09/2565 subtitle: date: วันพฤหัสบดีที่ 1 กันยายน 2565 เวลา 13.00 น. --- (ข้อความสดจากระบบถอดความเสียงพูดทางไกล) (อาจารย์พิเชนทร์) หน้าจอเด็กเห็นไหม คราวนี้ดูบทที่ 4 นะครับ การจัดการหน่วยความจำ บทที่แล้วนะครับ เราพูดถึง CPU นะครับ การจัดการ CPU บทนี้เราจะพูดถึงการจัดการหน่วยความจำนะครับ หน่วยความจำก็เป็นอุปกรณ์ตัวหนึ่ง ที่มีส่วนสำคัญในคอมพิวเตอร์ของเรานะครับ เราจะดูว่าเครื่องคอมพิวเตอร์เครื่องไหนมีขีดความสามารถมากกว่ากัน เราก็อาจจะดูได้จากหน่วยความจำนะครับ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นนะครับ ไม่ได้ตอบได้เสมอว่าเครื่องที่มีหน่วยความจำมาก ทำงานได้ดีกว่านะครับ ในการจัดการหน่วยความจำนั้น ก็เป็นขีดความสามารถอีกอันหนึ่งของเรานะครับ ถ้าระบบปฏิบัติการของเราจัดการหน่วยความจำไม่ดีนะครับ ประสิทธิภาพ ในการใช้งานก็จะด้อยลงนะครับ คราวนี้เรามาดูว่ามันจัดการอย่างไรนะครับ การจัดการหน่วยความจำมีอยู่ 3 แบบมีอยู่ 3 เฟตซ์ วาง แทนที่นะครับ คือ 3 ลักษณะนะครับ ซึ่งเราค่อยดูว่าทำอย่างไรนะครับ คราวนี้มาดูการจัดสรรหน่วยความจำโปรแกรมนะครับ โปรแกรมทุกโปรแกรมในคอมพิวเตอร์ของเรานั้น จำเป็นจะต้องใช้หน่วยความจำนะครับ จะมากจะน้อยก็แล้วแต่โปรแกรมนะครับ โปรแกรมเกมส์อาจจะใช้เยอะ โปรแกรมพิมพ์งานอาจจะใช้น้อยอะไรประมาณนี้นะครับ คราวนี้เรามาดูว่าถ้าเกิด ในการจัดสรรหน่วยความจำนะครับ จะมีแบ่งออกเป็น 2 ประเภท ก็คือแบบต่อเนื่อง แล้วก็แบบไม่ต่อเนื่องนะครับ การจัดสรรหน่วยความจำแบบต่อเนื่อง ก็คือหมายความว่าหน่วยความจำจะต้องว่างต่อกันนะครับ พื้นที่ว่างต้องต่อเนื่องกันนะครับ ขาดช่วงอะไรไม่ได้ แล้วก็ต้องมีขนาดใหญ่พอนะครับ ถึงจะสามารถเข้าไปทำงานได้นะครับ ส่วนไม่ต่องเนื่องนะครับ ก็คือเข้าไปครอบครองหน่วยความจำแล้ว หน่วยความจำอาจจะอยู่คนละที่ อยู่คนละแบบ อยู่คนละที่ แต่ก็ต้องมีเนื้อที่เพียงพอนะครับ ที่โปรแกรมจะใช้งานนะครับ คราวนี้มาดูในระบบโปรแกรมเดียวโปรแกรมเดียว Siืgle Program นะครับ ก็คือคอมพิวเตอร์มีผู้ใช้งานแค่โปรแกรมเดียว การจัดสรรหน่วยความจำจะไม่ยุ่งยากนะครับ ซึ่งเราสามารถแบ่งพื้นที่หน่วยความจำออกเป็น 2 ส่วนนะครับ ก็คือส่วนแรก เป็นส่วนของระบบปฏิบัติการนะครับ และเป็นส่วนที่จำเป็นจะต้องมี พื้นที่ว่างยาวติดต่อกัน เป็นผืนใหญ่ผืนเดียวเลยนะครับ นี่ OS นะครับ ต้องมีพื้นที่หน่วยความจำของมันด้วยนะครับ และต้องมีพื้นที่ยาวต่อเนื่องกันนะครับ 2. ส่วนของผู้ใช้นะครับ ก็คือเหลือจาก OS ก็คือกลายเป็นส่วนของผู้ใช้ นะครับ ในระบบโปรแกรมเดี่ยวนะครับ เมื่อหน่วยความจำถูกแบ่งออกเป็น 2 ส่วนนะครับ 2 ส่วน ตัวของระบบปฏิบัติการเองก็จะต้องป้องกัน ไม่ให้ตัวมันเองนี่ โดนรุกล้ำเข้ามานะครับ วิธีการป้องกัน คือ การใช้นะครับ Register ขอบเขตคืออะไร ก็คือส่วนที่ป้องกันระหว่าง ระหว่างอะไรครับ OS กับส่วนของผู้ใช้ ไม่ให้มายุ่งเกี่ยวกันนะครับ ดังนั้น การเขียนโปรแกรม ไวรัสคอมพิวเตอร์ เจาะรีจิสเตอร์ขอบเขตเข้าไปนะครับ นี่นะครับ ถ้ามีการรุกล้ำ รีจิสเตอร์ขอบเขตก็จะแจ้งเตือนนะครับ คราวนี้มาดูระบบหลายโปรแกรมนะครับ ระบบหลายโปรแกรม การทำงานของระบบหลายโปรแกรมนั้น ส่วนมาก ส่วนมากจะเกิดขึ้นก็คือไป ครอบครอง Input Output ก็คือการไป ไม่ได้ครอบครอง CPU ไม่ได้ครอบครองหน่วยความจำนะครับ เราเรียกระบบนี้ว่า องค์หน่วยความจำนะครับ เราเรียกระบบนี้ว่า ระบบ Multi programming ระบบ Programing นี้นะครับ มีโปรแกรมมากว่า 1 โปรแกรมทำงาน ในเวลาเดียวกัน 2, 3, 4, 5, 6, 7 นะครับ การทำงานของระบบหลายโปรแกรมนั้น เขาจะแบ่ง Partition ของหน่วยความจำ แบ่ง Partition ของหน่วยความจำออกเป็นส่วน ๆ ซึ่งการแบ่งหน่วยความจำนะครับ ระบบโปรแกรมแบบแย่งหน่วยความจำนะครับ ก็ยังสามารถ แบ่งได้เป็น 2 ประเภทนะครับ ก็คือระบบหลายโปรแกรมแบบแบ่งหน่วยความจำ แบบคงที่ แล้วก็ไม่คงที่นะครับ ในระบบหลายโปรแกรมแบบสลับหน่วยความจำนะครับ แบบหน่วยความจำนะครับ แล้วก็สลับหน่วยความจำ คราวนี้เรามาดู ประเภทที่ 1 นะครับ การแบ่งหน่วยความจำขนาดคงที่นะครับ เห็นไหมครับ โปรแกรมส่วนที่ 1 ส่วนที่ 2 ส่วนที่ 3 มีขนาดที่เท่ากันนะครับ ที่เท่ากัน และการแบ่งหน่วยความจำขนาดคงที่นะครับ ก็ยังสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 ที่นะครับ ได้แก่การแปลงและโหลดด้วยค่าสมบูรณ์นะครับ ดูรูปนี้ประกอบนะครับ โปรแกรมส่วนที่ 1 เห็นไหมครับ ส่วนที่ 1 ส่วนที่ 1 เข้า เข้าส่วนที่ 2 ส่วนที่ 3 เข้าส่วนที่ 3 นะครับ โปรแกรมส่วนที่ 1 ที่ 2 ที่ 3 จะเห็นว่ามีขนาดที่เท่ากันนะครับ ที่เท่ากัน พอมันเท่ากันปุ๊บโปรแกรมส่วนทีเช่น เรากำหนดส่วนที่ 1 ส่วนที่ 2 ส่วนที่ 3 มีขนาดเท่ากับ 10 เท่ากับ 10 นะครับ โปรแกรมส่วนที่ 1 ถ้าแปลงเสร็จแล้ว โหลดเข้าไปมีค่าไม่เกิน 10 จะ เข้าไปในส่วนที่ 1 นะครับ แต่ถ้าโปรแกรมส่วนที่ 2 จะต้องมีค่าตั้งแต่ 11 จนถึง 20 มันถึงจะเข้าส่วนที่ 2 นะครับ แต่ถ้าบังเอิญว่าโปรแกรมส่วนที่ 1 โปรแกรม A โปรแกรม B โปรแกรม C เมื่อแปลงและโหลดด้วยค่าสัมบูรณ์เสร็จแล้ว จะเข้าที่คิวที่ 1 อย่างเดียวนะครับ นี่คือข้อเสียของมันนะครับ เห็นไหมครับ มันจะว่างเลย ส่วนที่ 2 ส่วนที่ 3 ส่วนที่ 4 ส่วนที่ 5 ส่วนที่ 6, 7 นะครับ ดังนั้น ก็เลยมีการแก้ปัญหานะครับ โดยเป็นการแปลงและโหลดด้วยค่าสัมพันธ์ เพื่อแก้ปัญหาเมื่อกี้นะครับ ก็คือมีคิวเดียวเลย มีคิวเดียว คิวเดียวเสร็จแล้วก็คือส่วนที่ 1, 2, 3, 4 หมายความว่า โปรแกรมจะโหลดมาตรงนี้ที่คิว โดยมีคิวแค่คิวเดียวนะครับ แปรงเสร็จปุ๊บได้ค่าเท่ากับ 10 เข้าสู่ที่ 1 แปลงเสร็จปุ๊บ ได้ค่าเท่ากับ 10 เอาบวกเข้าไปอีกเป็น 12 เข้าส่วนที่ 2 แปลงและโหลดเสร็จ ได้ 15 เข้าไม่ได้ บวก 6 บวก 7 บวก 10 เข้าไป เพื่อให้เข้าในส่วนที่ 2 ที่ 3 ที่ 4 ที่ 5 ไปเรื่อย ๆ นะครับ ดังนั้น การป้องกันนะครับ ถ้าเป็นในแบบโปรแกรมเดี่ยว ใช้รีจิสเตอร์ขอบเขตนะครับ ในการป้องกัน แต่ถ้าในระบบหลายโปรแกรม ประเภทแบ่งหน่วยความจำนะครับ ก็คือใช้ Register ขอบเขตบนและขอบเขตล่าง ในการป้องกันไม่ให้โปรแกรม เข้ามานะครับ เห็นไหมครับ ขอบเขตล่าง ขอบเขตบน ขอบเขตล่าง ขอบเขตบนนะครับ ส่วนตัวของระบบปฏิบัติการใช้ตัวของรีจิสเตอร์ขอบเขตนะครับ ในการป้องกัน นะครับ คราวนี้ การแบ่งหน่วยความจำ ไม่ว่าจะใช้วิธีการใดก็แล้วแต่นะครับ ย่อมเกิดพื้นที่ที่ไม่เกิดใช้งาน เราเรียกว่า "การแตกกระจาย" นะครับ การแตกกระจาย ก็คือส่วนของหน่วยความจำที่ไม่ถูกใช้งานในระบบแบ่งหน่วยความจำนะครับ แบ่งหน่วยความจำ ซึ่งเราเรียกการแตกกระจายได้ออกเป็น 2 กรณีนะครับ ก็คือการแตกกระจายภายนอก แล้วก็การแตกกระจายภายในนะครับ การแตกกระจายภายนอกเป็นอย่างไรครับ ดูนะครับ ส่วนที่ 1 การแตกกระจายภายนอก หมายถึง ส่วนของหน่วยความจำที่ไม่ถูกใช้งานในระบบแบ่งหน่วยความจำขนาดคงที่ ไม่ถูกใช้งานเลยนะครับ ส่วนที่ 1 นะครับ ไม่ถูกใช้งาน ส่วนการแตกกระจาย ภายใน ดูนะครับ ภายใน หมายถึง ส่วนของหน่วยความจำที่ถูกใช้งานนะครับ ที่ถูกใช้งาน แต่ใช้งานไม่หมดนะครับ ใช่ไม่หมดนะครับ ในการแบ่งหน่วยความจำขนาดคงที่ ต่างกันนะครับ การแตกกระจายภายนอกก็คือส่วนที่ว่าง ไม่ถูกใช้งานเลย ส่วนการแตกกระจายภายใน คือ หน่วยความจำว่าง โดนใช้แล้ว ใช้ไม่หมดนะครับ คราวนี้มาดูการแบ่งหน่วยความจำขนาดไม่คงที่นะครับ เมื่อกี้นี้เป็นขนาดคงที่นะครับ ผู้ออกแบบระบบปฏิบัติการได้ตระหนักถึงข้อเสียของการแบ่งหน่วยความจำขนาดคงที่ไว้ มีข้อจำกัด ก็เลยคิดค้นวิธีการที่เรียกว่า "การแบ่งหน่วยความจำขนาดไม่คงที่" ขึ้น ดังตัวอย่างนะครับ เห็นไหมครับ ผู้ใช้ A ต้องการ 10kก็เข้าไปเลย 10 ผู้ใช้ B ต้องการ 5k ก็เข้าไป 5K ผู้ใช้ C ต้องการ 15 K นะครับ ผู้ใช้ D ต้องการ 30 ก็เข้าไป ขนาดไม่คงที่ครับ ขนาดขอให้มีพื้นที่ว่างเพียงพอ ก็สามารถจัดการหน่วยความจำได้เลยนะครับ ระบบหลายโปรแกรมแบบแบ่งหน่วยความจำ แบบไม่คงที่นะครับ สามารถ Run ได้หลายโปรแกรมนะครับ ดูนะครับ ถึงแม้ว่าการแบ่งหน่วยความจำขนาดไม่คงที่นะครับ ก็ยังมีส่วนที่ไม่ถูกใช้งานเหมือนกันนะครับ เหมือนเดิมถ้าเป็น ขนาดคงที่เรียกว่า "การแตกกระจาย" นะครับ ส่วนถ้าเกิดขึ้นในกรณีที่พื้นที่ที่ไม่ถูกใช้งานในการแบ่งหน่วยความจำขนาดไม่คงที่ เราเรียกว่า "ช่องโหว่" นะครับ หรือ hole hole เกิดขึ้นได้อย่างไรครับ โปรแกรม A โปรแกรม B โปรแกรม C โปรแกรม D เห็นไหมครับ ข้างล่างสุด ช่องว่าง ช่องโหว่นะครับ สักระยะหนึ่งโปรแกรม B จบ คืนหน่วยความจำให้ระบบ เห็นไหมครับ ช่องโหว่เกิดขึ้นแล้ว สักพักหนึ่งโปรแกรม D จบ คืนหน่วยความจำให้ระบบ เกิดโฮลขึ้นแล้วนะครับ เมื่อเกิด hole ขึ้นนะครับ ก็มีวิธีการเอาโปรแกรมใหม่ลงไปวางแทนนะครับ ซึ่งมีอยู่ 3 วิธีการนะครับ 1. เลือกโฮลที่พบก่อน และมีขนาดใหญ่พอที่จะวางโปรแกรมใหม่ลงไปนะครับ วิธีการที่ 2 เลือก Hole ที่เหมาะสม เมื่อเลือก ที่สุดก็คือเหลือหน่วยความจำ เหลือ Hole ใหม่น้อยที่สุดนะครับ 3. เลือกก Hole ที่ใหญ่ที่สุดนะครับ ที่ใหญ่ที่สุด มาดูนะครับ แต่ละวิธี ดูรูปนะครับ วิธีการที่ 1 เจอก่อน พบก่อน แต่ต้องมีเงื่อนไขว่าจะต้องมีพื้นที่ของ hole ใหญ่เพียงพอนะครับ 13 เข้า 16 ได้ไหมครับ ได้ มาก่อนเลย พบก่อนเลย เจอก่อนนะครับ เข้าไปวางก่อนเลยนะครับ 2. เหมาะสมที่สุดเมื่อเข้าไปวาง เสร็จแล้ว Hole ใหม่ที่เกิดขึ้น มีขนาดเหลือน้อยที่สุด ถ้าเข้า 16 เหลือ 3 ถ้าเข้า 14 เหลือ 1 ถ้าเข้า 5 เข้าไม่ได้ ถ้าเข้า 30 เหลือ 17 เห็นไหมครับ ที่เหมาะสมที่สุด ก็คือเลือกโฮลที่เมื่อเข้าไปแล้ว ทำให้เกิด Hole ใหม่น้อยที่สุดนะครับ ส่วนแบบที่ 3 นะครับ วิธีการที่ 3 ก็คือเลือก Hole ที่ใหญ่ที่สุด เห็นไหมครับ 30 ใหญ่กว่าเพื่อนนะครับ คราวนี้ในกรณีที่มี Hole เกิดขึ้น พื้นที่ติดกันนะครับ ติดกัน ถ้า OS มีความสามารถนะครับ มันจะต้องมีความสามารถในการจัดรวม Hole เข้าไปด้วยกันเลยนะครับ นึกออกนะครับ เมื่อมี Hole อยู่ติดกัน ว่างติดกัน จับรวมติดกับรวมกัน อีกวิธีการหนึ่ง การอัดหน่วยความจำนะครับ การอัดหน่วยความจำ ก็คือถ้าเกิดมีโฮลว่างเกิดขึ้น ติดกันก็ได้ไม่ติดก็ได้ วิธีการอัดหน่อยความจำ ก็คือระบบจะหยุดการทำงาน แล้วก็เช็กดูระบบ แล้วก็การไปเอาหน่วยความจำที่ว่าง ๆ อยู่มาจัดรวมกัน เพื่อให้ได้หน่วยความจำที่ใหญ่ขึ้นนะครับ เราเรียกว่า "การรวบรวมขยะ" นะครับ เหมือนโปรแกรม Defrag นะครับ เดี๋ยวพอเราแยกไปเรียนปฏิบัตินะครับ เราจะเห็นว่าโปรแกรม Defrag ทำงานอย่างไรนะครับ มาทีหลังทำไมไม่เอาแบบฝึกหัด เข้ามาเมื่อกี้ มาเอาแบบฝึกหัด แล้วทำอะไรอยู่ นี่ดูวิธีการรวบรวมนะครับ อัดหน่วยความจำนะครับ เห็นไหมครับ นี่ใช้งาน 1, 2, 3 Hole Hole Hole นะครับ พออัดหน่วยความจำ เกิดช่องว่างขึ้น ใหญ่ขึ้นนะครับ นี่คือวิธีการอัดหน่วยความจำนะครับ คราวนี้มาดูระบบหลายโเป็นแบบแบ่งหน่วยความจำนะครับ แบ่งหน่วยความจำ ขนาดคงที่กับไม่คงที่นะครับ คราวนี้มาดูโปรแกรมแบบสลับหน่วยความจำ ก็คือ... หลักการ ก็คือเมื่อโปรแกรมถูกใช้งาน เราเรียกว่า "สลับเข้า" นะครับ มา ๆ เข้ามา เข้ามา ดู... มาดูระบบหลายโปรแกรมแบบสลับหน่วยความจำนะครับ ก็คือสลับเข้า สลับออกนะครับ ถ้าเกิดในกรณีที่หน่วยความจำ โปรแกรมเข้าไปทำงานในหน่วยความจำเรียกว่า พอมันออกจากหน่วยความจำปุ๊บ เรียกว่า "สลับออก" นะครับ มันจะเกิดจากเหตุการณ์ 3 อย่างนี้นะครับ ถึงจะมีลักษณะของการการสลับเข้าสลับออกของโปรแกรมนะครับ 1. โปรแกรมจบ จบนะครับ แล้วก็สลับออกนะครับ โปรแกรมต้องการใช้งาน Input Output ก็สลับออกนะครับ หมดเวลาควอนตัมตัวนี้ ก็ออกไปนะครับ สลับออก เมื่อมันออกมาแล้วก็มีโปรแกรมใหม่สลับเข้า มันก็ทำให้เกิดระบบหลายโปรแกรมเกิดขึ้นนะครับ การทำ Overlay ก็คือการทำให้โปรแกรมที่มีขนาดใหญ่นะครับ สามารถใช้งานในโปรแกรมที่มีขนาดเล็กกว่าได้นะครับ ไม่มีรูปนะครับ จากบทที่ 4 นะครับ จบแล้วนะครับ ในสัปดาห์หน้านะครับ ให้ไปรับแบบฝึกหัดคืนด้วยนะ ที่โต๊ะ โต๊ะอาจารย์นะ สัปดาห์หน้าเราจะสอบ สอบในห้องนี้ล่ะ ก็เอาไปอ่าน แบบฝึกหัดนะครับ คราวนี้มาดูบทที่ 5 นะครับ บทที่ 5 เราจะสอบถึงบทที่ 4 นะครับ บทที่ 4 ถึงบทนี้ล่ะครับ ถึงการจัดการหน่วยความจำ บทที่ 4 การจัดการ CPU นะครับ การจัดการหน่วยความจำ การจัดการ Process แล้วก็หลักการเบื้องต้นนะครับ ไม่ขึ้นอีกแล้ว พัก 5 นาทีเด้อ พัก 5 นาที (อาจารย์พิเชนทร์) การจัดการอุปกรณ์นะครับ คำว่า "อุปกรณ์" ในที่นี้นะครับ เราจะหมายถึงอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ทั้งหมด กับหน่วยความจำนะครับ อุปกรณ์เราสามารถแบ่งได้เป็น 2 ประเภทนะครับ 2 ประเภท ก็คืออุปกรณ์ Input Output นะครับ อุปกรณ์ Input Output นะครับ ก็หมายถึงอุปกรณ์ที่ทำให้คอมพิวเตอร์รับรู้สิ่งต่าง ๆ จากโลกภายนอกได้นะครับ เช่น เครื่องอ่านบัตร เมาส์ คีย์บอร์ดนะครับ มีอะไรอีกไหม นอกจากเมาส์ คีย์บอร์ด สแกนเนอร์นะครับ ไมโครโฟนอย่างนี้ เอาเสียงเข้าไปนะครับ ปากกาแสงนะครับ ปากกาแสง อะไรอีก เครื่องอ่านบาร์โค้ดอย่างนี้นะครับ จอสัมผัส เป็นอุปกรณ์ Input นะครับ ส่วนอุปกรณ์ Output ก็คืออุปกรณ์ที่ทำให้คอมพิวเตอร์ส่งผลออกมาสู่โลกภายนอก เช่น จอภาพ ลำโพง Projector เครื่องเจาะบัตรนะครับ นี่คืออุปกรณ์ Output นะครับ อุปกรณ์ Input Output สามารถแบ่งได้ 2 ประเภทนะครับ 2 ประเภท ก็คือ 1. อุปกรณ์ข้อมูลที่เป็นสายนะครับ ที่เป็นสาย ทำงานลำดับก่อน-หลัง นะครับ เช่น เมาส์ ไม่ใช่ เช่น คีย์บอร์ด คีย์บอร์ดนะครับ เราพิมพ์คีย์บอร์ด ก็พิมพ์ 1 2 3 4 5 เข้าไปตามลำดับอันนี้ข้อมูลเป็นสาย เครื่องพิมพ์นะครับ ก็จัดเป็นข้อมูลที่เป็นสายนะครับ อุปกรณ์ชนิดข้อมูลที่ไม่เป็นสายนะครับ เช่น จอภาพนะครับ แสดงผลออกมาเป็นจุดนะครับ ทีนี้อุปกรณ์เก็บข้อมูล เราสามารถ แบ่งออกเป็น 2 ประเภทย่อยนะครับ 1. อุปกรณ์ข้อมูลที่เป็นลำดับนะครับ ลำดับ เช่น เทป ทุกวันนี้คงไม่มีใครใช้เทปแล้วนะครับ รู้จักเทปไหม เคยเห็นไหม นะครับ ก็คือเรียงลำดับเช่น สมัยก่อนนะ ม้วนคาสเซ็ท เราต้องเรียงตามเพลง ที่ 1 อุปกรณ์ที่เข้าถึงข้อมูลโดยตรงนะครับ โดยตรง เช่น แผ่นดิสก์นะครับ พวกฮาร์ดิสก์อะไรพวกนี้เข้าโดยตรงนะครับ หน้าที่ของระบบปฏิบัติการในการจัดการอุปกรณ์นะครับ อุปกรณ์ 1. ติดตามสถานะของอุปกรณ์ทุกชิ้นนะครับ วิธีที่นิยมใช้ ก็คือมีตัว UCB นะครับ Unit Control Block สำหรับอุปกรณ์แต่ละชิ้น อุปกรณ์แต่ละชิ้นจะมีตัว UCB อยู่เป็นการเชื่อมระหว่าง อาร์ดแวร์แล้วก็ OS นะครับ 2. นะครับ ใครเป็นผู้ใช้ และใช้นานเท่าไหร่ มีเทคนิคการจัดอยู่ 3 แบบนะครับ 1. ยกให้ เป็นการกำหนดให้ว่าอุปกรณ์ชิ้นใดใช้งานได้หรือใช้งานไม่ได้นะครับ 2. แบ่งปัน แชร์นะครับ แชร์อุปกรณ์ เป็นการกำหนดให้อุปกรณ์ทำงานหลาย Procress นะครับ เช่น Printer นะครับ Printer Printer มีอยู่ตัวเดียวตั้งอยู่ที่หน้าห้อง เราจะอนุญาตให้กี่คนใช้ ก็คือแชร์ แชร์เอานะครับ การปลอมนะครับ เป็นการจำลองอุปกรณ์ชิ้นหนึ่งให้เป็นอุปกรณ์อีกชิ้นหนึ่ง เช่นอะไรครับ เช่น บอกจลองหน่วยความจำ เป็น Printer อย่างนี้นะครับ พอเราสั่งพิมพ์ออกไปปุ๊บมันจะมองว่า คอมพิวเตอร์จะมองว่าหน่วยความจำเป็น Printer เป็นการปลอมนะครับ หน้าที่อันที่ 3 คือ การจัดสรรอุปกรณ์ จะให้อุปกรณ์นี้ กับ Process ใด อุปกรณ์นี้ให้ใช้ได้หรือให้ใช้ไม่ได้ ก็เป็นตัวจัดสรรให้ หน้าที่อันที่ 4 ก็คือเรียกคืน เมื่อให้ใช้แล้ว ก็ต้องเรียกคืนกลับมาได้ นี่ก็เป็นหน้าที่หลัก ๆ ของระบบปฏิบัติการในการจัดสรรอุปกรณ์นะครับ คราวนี้มาดูตัวขับอุปกรณ์ ตัวขับอุปกรณ์ หมายความว่า อุปกรณ์ทุกตัวทุกชนิดที่มาต่อพ่วงกับคอมพิวเตอร์เรานั้น จะต้องมีตัวขับอุปกรณ์นะครับ ตัวขับอุปกรณ์ ดูรูปประกอบเลยนะครับ นี่เห็นไหมครับ ฮาร์ดแวร์ ระบบปฏิบัติการ ตัวขับที่ 2 ตัวขับที่ 3 ตัวขับที่ N หมายความว่าอุปกรณ์ทุกตัวจะมีตัวตัวขับอุปกรณ์ทุกอุนั้นทำหน้าที่เชื่อมต่อกับอุปกรณ์แต่ละตัวของแต่ละชนิด อุปกรณ์เสมือนนะครับ อุปกรณ์เสมือน เสมือนว่า... เขาบอกเสมือนว่านะครับ ทำให้เป็นเหมือนอุปกรณ์เสมือนเราเรียกว่า "Spool" ซึ่งเป็นอุปกรณ์ที่ทำความเร็ว ทำงานด้วยความเร็วสูงมาทำงานแทนด้วยความเร็วต่ำนะครับ การส่งไฟล์ข้อมูลภายในเครื่องมันช้านะครับ แต่ปัจจุบันนี้ วิธีการเหล่านี้มักไม่ได้ผล ไม่ได้ใช้งานแล้วนะครับ เพราะว่าฮาร์ดแวร์เรามีความเร็วสูง มีราคาถูก ราคาต่ำลงนะครับ การรับส่งข้อมูลระหว่างอุปกรณ์กับ CPU นะครับ พวกเราอย่าไปตกใจนะครับ เวลาเรียนวิชานี้ก็ค่อนข้างที่จะเข้าใจยากนิดหนึ่ง ผมจะไม่ค่อยมุ่งเน้นเรื่องของทฤษฎีนะครับ ผมจะเน้นเรื่องของปฏิบัตินะครับ ปฏิบัติ เดี๋ยวสัปดาห์หน้าเราสอบเสร็จ เราจะแยกเรียน แยกเรียนปฏิบัติ เราจะเรียนกลุ่มละ 8 คนนะครับ เวลาเรียนกลุ่มละ 8 คนที่เหลือไม่ต้องมานะครับ ไม่ต้องมานั่งรอเรียนนะครับ เอา 8 คน 8 คน เดี๋ยวหมู่ 1 เราว่างวันไหนบ้าง หมู่ 1 หมู่ 1 ว่างวันไหนบ้างครับ บ่ายวันอังคาร บ่ายวันจันทร์ เช้าวันพุธ เช้าวันศุกร์ ก็ว่างเยอะนี่ ใช่ไหม เดี๋ยวผมจะนัดเรามาเรียนเอา เป็นกลุ่ม เป็นกลุ่มนะครับ กลุ่มละ 8 คน 9 คน มานั่งคุยกัน มานั่งทำแล็บนะครับ ส่วนห้อง 2 ว่างวันไหนบ้าง (นักศึกษาหญิง) จันทร์ อังคาร พุธ (อาจารย์พิเชนทร์) อ๋อ จันทร์ อังคาร พุธนะครับ การจัดการดิสก์นะครับ ให้พูดถึงนะครับ ตัวนี้ เราผ่านไปเลยนะครับ ปัจจุบันเราไม่ใช้กันแล้วนะครับ การจัดการเทปก็เช่นเดียวกันนะครับ สุดท้ายนะครับ การจัดการคีย์บอร์ดนะครับ การจัดการคีย์บอร์ด คีย์บอร์ดของเรานะครับ จะส่งข้อมูลเป็นสายนะครับ เราจะแบ่งคีย์บอร์ดเป็น 2 แบบนะครับ โหมดดิบกับโหมดสุกนะครับ โหมดดิบ ก็คือลักษณะการจัดการ ก็คือพิมพ์อะไรเข้าไปมันนับทุกคำนะครับ โหมดสุก ก็คือพิมพ์อะไรเข้าไปปุ๊บ กด Enter เข้าไปปุ๊บ นับไปแค่ 1 ครั้งนะครับ จบนะครับ สัปดาห์นะครับ อย่าลืมนะครับ สัปดาห์หน้า เรานัดสอบนะครับ นัดสอบ ข้อสอบ ข้อสอบเป็นแบบข้อเขียนนะครับ สอบที่ห้องนี้ล่ะนะครับ ข้อสอบมีหลายชุด นะครับ ดังนั้น ให้อ่าน... ให้อ่านมาดี ๆ นะครับ อุบลอย่าลืมไปเอาแบบฝึกหัดคืนนะครับ ไปเอาแบบฝึกหัดคืน นะครับ แล้วก็เอาไปอ่านสอบสัปดาห์หน้า พอสัปดาห์หน้าเสร็จ เราจะหยุดรับปริญญา เราน่ะหยุด แต่อาจารย์ไม่ได้หยุดนะครับ วันที่ 8, 9, 10, 11 ซ้อม พอ 12 นี้ 12 เขามอบพื้นที่ให้กับส่วนกลาง ในมหาวิทยาลัย 680 กว่าไรนี้ ทุกคนเข้ามาต้องมีบัตรนะครับ เราจะมาทำกิจกรรมอะไรไม่ได้นะครับ วันที่ 12 12 จนถึงโน่นเลยครับ วันที่ 23 23 บ่ 17, 18, 19, 20, 21, 22, 19, 20, 21, 22, 23, 24, 25, 26 วันที่ 12 กันยายน ถึงวันที่ 16 นะครับ ถ้าเราไม่มีธุระอะไร ไม่มีภาระกิจอะไรที่เกี่ยวข้อง ไม่ต้องเข้ามานะครับ กลับบ้านนะครับ เพราะว่าถ้าเกิดอะไรขึ้นกับพวกเราอาจารย์ช่วยไม่ได้นะ นะครับ เพราะใน 12 วันนี่ ตั้งแต่วันที่ 12 ถึงวันที่ 20 กว่านี่ มันจะเป็นพื้นที่ของวังนะครับ ครับ มีอะไรสงสัยไหมครับ ไม่มีก็เดี๋ยวเจอกันอาทิตย์หน้านะครับ สอบ อาทิตย์หน้าสอบนะครับ ก็ขอบคุณพี่ล่ามด้วยนะครับ อาจจะไม่ได้สอนเต็มรูปแบบบ้างนะครับก็เกรงใจพี่ล่ามนะครับ ในปีการศึกษาหน้า ก็หน้าจะมีการปรับเปลี่ยนใน การใช้ระบบล่ามออนไลน์เรา อาจจะต้องใช้เข้มข้นมากกว่านี้ หรือใช้แบบเต็มที่มากกว่านี้นะครับ บังเอิญการศึกษาปีนี้มีกิจกรรมค่อนข้างเยอะ เป็นเจ้าภาพในการเป็นเจ้าภาพในการรับปริญญานะครับ ก็แทบจะไม่ได้เรียนเป็นเวลา 1 เดือนนะครับ แล้วก็มีกิจกรรมอะไรมากมายนะครับ ครับ โอเคครับ เจอกันสัปดาห์หน้า [สิ้นสุดการถอดความ] ครับ