--- title: ฝึก PE หลักการเขียนโปรแกรม วันที่ 17 ส.ค. 2022 ภูมิ subtitle: date: วันศุกร์ที่ 2 กันยายน 2565 เวลา 09.00 น. --- (ข้อความสดจากระบบถอดความเสียงพูดทางไกล) (ล่าม) ฮัลโหลครับ ฝั่งล่ามไหมครับผม (อาจารย์สุธิรา) ได้ยินค่ะ (ล่าม) โอเคครับ (อาจารย์สุธิรา) สวัสดีค่ะ อพี่ล่ามไม่ได้ยินเรานะ (ล่าม) ได้ยินครับ ได้ยินครับ (อาจารย์สุธิรา) ได้ยินไหม ได้ยินนะคะ โอเค นึกว่าไม่ได้ยินนะคะ สำหรับวันนี้นะคะ ในสัปดาห์นี้จะเป็นเรื่องเกี่ยวกับฟังก์ชันนะใน Python เราจะต้องมาเรียนเบื้องต้นนี่ ก็คือต้องมารู้จักสิ่งที่เรียกว่า Function ก่อนนะคะ นะคะ หัวข้อที่เราจะเรียนในสัปดาห์นี้นะคะ จะเป็นหัวข้อสุดท้ายของปีนี้เทอมนี้นะคะ ภาคเรียนนี้ ก็คือฟังก์ชันวันนี้เราจะพูดถึงการนะคะ การเรียกใช้งานแล้วก็พูดถึง Default Argument Values แล้วก็ Keyword Argument นะคะ อ้าวทำไมหน้าจอไม่ขึ้นอีกแล้ว... โอเคนะคะ ก่อนอื่นก่อนจะรู้วิธีการสร้างการเลือกใช้งานนี่ เราก็ต้องรู้ก่อนว่าฟังก์ชันมันคืออะไร นะคะ คือถ้าพูดถึงโดยทั่วไปนะคะ ก็คือถ้าเราเป็นโปรแกรมเมอร์หรือในวิธีการเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์นี่ ฟังก์ชันมันจะเป็นสั่งพิเศษที่ให้ทำงานเฉพาะสิ่งใดสิ่งหนึ่งนะคะ ซึ่งแต่เดิมนี่ฟังก์ชันมันจะเป็นที่เขาพัฒนาไว้แล้วก็มี แต่ใน Python นะคะ ในส่วนของภาษา python ฟังก์ชันจะเป็น Code หรือโปรแกรมที่เราสร้างขึ้นได้เองนะคะ เพื่อเอาไปใช้กับ... เหมือนตั้งขึ้นมาว่าฟังก์ชันนี้จะตันะคะ เช่นเหมือนบางครั้งนี่ การคำนวณบางอย่างไม่จำเป็นต้องไปเขียน Code ใหม่ทุกครั้ง เราก็เลยสร้างฟังก์ชันไว้เลยแล้วไปเรียกฟังก์ชันนี้มาเพื่อให้มันทำการคำนวณค่านี้ให้อย่างนี้นะคะ นั่นคือจุดประสงค์จะนำไปใช้ในสิ่งใดสิ่งหนึ่งนะคะ เป็นการเฉพาะ โดยในบอกแล้วว่าในสัปดาห์นี้เราจะสร้างขึ้นมาใช้งานเองนะคะ แล้วเมื่อสร้างเสร็จแล้วนี่จะต้องรู้ว่ามันจะต้องเรียกฟังก์ชันที่เราใช้งานนี่จะถูกเรียกมาใช้โดยวิธีการใดหรือเรียกใช้อย่างไรนะคะ แล้วก็จะพูดถึง Default Argument ด้วยว่ามันคืออะไร แล้วก็ Keyword Argument ด้วยว่ามันคืออะไร นะคะ ทีนี้ก็จะเริ่มเข้าสู่กระบวนการที่เราจะต้องทำก็คือเมื่อเราจะทำฟังกชันขึ้นมาเราจะสร้างมันอย่างไรนะคะ การสร้างฟังก์ชันใน Pytนะคะ ใน python เราสามารถสร้างขึ้นเองได้นะคะ โดยวิธีการนี้นะคะ จะเป็นให้นึกถึงว่าเราจะเป็นคนเขียน Code ที่ที่บอกแล้วว่ามันสามารถทำงานสิ่งใดสิ่งหนึ่งได้แล้วเอาไปเรียกใช้ซ้ำได้อีกนะคะ จะเรียกว่า"การนำ Code นี้กลับมาใช้" นี้ว่า "Code Reuse"ใช้ code นี้ซ้ำได้ถ้าจะทำฟังก์ชันมาใช้งาน มันควรเป็นตัวที่เหมือนสามารถเรียกใช้ได้บ่อย ๆ เช่น สมมตินะคะ เราจะหาค่า vat นี่คือ ถ้ามาเขียน Code เราต้องมานั่งเขียนว่า Vat เกิดจากการที่เอา7 เปอร์เซ็นต์น่ะค่ะ Vat ก็คือ 7 เปอร์เซ็นต์ใช่ไหมคะ การที่เอาราคาสินค้ามาคูณกับปริมาณที่ 7 เปอร์เซ็นต์เท่ากับเท่าไหร่ แล้วจะทำอย่างไรเราจะให้รู้ว่าตัวนี้เป็นค่า Vat เราก็อาจจะสร้างฟังก์ชันสำหรับการคิด Vat ขึ้นมาอย่างนี้นะคะ แล้วพอครั้งหน้าจะใช้ก็เอาไปใช้ได้ หรืออย่างอื่น หรือคนอื่นจะเอาไปใช้ได้เมื่อรู้ว่าแต่ต้องรู้ด้วยนะว่ามีฟังก์ชันนี้อยู่อย่างนี้ ทีนี้ขั้นตอนในการสร้างนะคะ ก็คือมันจะมีรูปแบบ เราจะต้องเขียน Code นะค่ะ เขียน ให้ฟังก์ชันเราโดยตามรูปแบบในที่เห็นนะคะ จะต้องมีคำว่า "def"deนั่นก็คือการประกาศตัวแปรนะคะ บอกให้รู้ว่านี่นะ ฉันจะประกาศจะประกาศค่า ประกาศฟังก์ชัน ไม่ใช่ประกาศตัวแปร พูดผิดแล้วตามด้วย function_nameเราต้องพิมพ์ d-e-f พิมพ์ด้วย ตัวเล็กเสมอ ถึงได้ทำเป็นสีแดงให้เห็นว่าคำว่า d-e-f นะคะ ตัวเล็กเท่านั้นนะคะ ไม่ใช่พิมพ์ด้วยตัวพิมพ์ใหญ่นึกออกนะนะคะ ก็คือทุกครั้งที่พอจะมีการสร้างฟังก์ชันเราต้องพิมพ์คำว่า def ขึ้นเป็นตัวแรกนะคะ แล้วตามด้วย function_name  function_nameนั่นก็คือชื่อ ชื่อของฟังก์ชันที่เราจะไว้เรียกใช้ในครั้งต่อไป เราจะเป็นคนตั้งเองให้นึกถึง function_nameตั้งชื่อให้ตัวแปร แต่อันนี้เป็นการตั้งชื่อฟังก์ชันนี้คือฟังก์ชันอะไรนะคะ เสร็จแล้วก็จะมีวงเล็บ พอใส่คำว่า "def" แล้วก็ใส่ชื่อฟังก์ชันเราต้องต้องพิมพ์วงเล็บเสมอนะคะ แต่ถ้าเราพิมพ์ใน Colab ไอ้ตัววงเล็บนี้จะขึ้นมานะคะ แล้วส่วนข้างในนี่นะคะ เขาบอกว่ามันเป็นการกำหนดค่า Paramiterถ้าเป็นเขียนโค้ดปกติ มันก็จะหมายถึงตัวแปรนะคะ แต่ในฟังก์ชันนี่เราจะเรียกว่า "พารามิเตอร์" เพื่อไว้สำหรับอะไรล่ะ เขาเรียกนี่ เขาบอกว่าพารามิเตอร์ของฟังก์ชันนี่มีจำนวนเท่าไรก็ได้ ก็คือในฟังก์ชันนี้เราจะมีการเก็บค่าของอะไรบ้าง พารามิเตอร์ตัวนั้นก็จะเป็นตัวเก็บให้เรา เช่นสมมตินะคะ สมมติเราต้องการตำนวณหาค่าพื้นที่วงกลมอย่างนี้นะคะ ค่าพารามิเตอร์ที่จะเก็บก็อาจจะมีค่าของรัศมีวงกลมหรือมีค่าของอะไรนะเส้นรอบวงอะไรอย่างนี้เข้ามานะคะ นั่นก็คือค่าพารามิเตอร์ที่เราจะไว้เก็บข้อมูลในฟังก์ชันนี้นะคะ เสร็จแล้วเมื่อพิมพ์ function_name ใส่ค่าพารามิเตอร์อะไรเสร็จ เราจะปิดคำสั่งการประกาศฟังก์ชันด้วยโคลอนเสมอนะคะ สังเกตนะคะ เมื่อใดที่บอกว่าตัวนั้นจะต้องปิดด้วยเสมอ แล้วขึ้นบรรทัดใหม่มันจะเข้าสู่ย่อหน้าใหม่ตัว Statement ในที่นี้หมายถึงคำสั่งอื่น ๆ นะคะ แล้วเด็ก ๆ สังเกตดูนะคะ ว่าในการประกาศฟังก์ชันตัวที่ 1นะคะ กับตัวที่ 2 ตัวที่ 2จะมีคำว่า return value return ก็คือการคืนส่งค่าคืนกลับซึ่งฟังก์ชันที่เราเขียน อาจจะเขียนแล้วมี return หรือไม่มีก็ได้นะคะ แต่ที่เขียนให้ดูเป็นตัวอย่างนี่ ให้เห็นรูปแบบนี้ให้เห็นทั้ง 2 แบบว่าแบบที่ 1 เป็นแบบที่ไม่มีการ return ค่าแต่แบบที่ 2 นี่มี มีการส่งคืนค่ากลับ ก็เลยจะมีคำว่า "return value" ก็คือเราต้องพิมพ์คำว่า return ด้วยตามด้วยค่าที่เราต้องการให้ส่งกลับ เช่น เดี๋ยวดูในตัวอย่างจะเห็นชัดนะคะ เดี๋ยวยกตัวอย่างแล้วจะมองภาพไม่ออก ซึ่งเขาบอกว่าค่าที่ส่งกลับนั้นจะเรียกว่า Positionนะคะ ทีนี้เรามาดูตัวอย่างแรกก่อนเพื่อจะให้เห็นว่าถ้าเราต้องการประกาศตัวแปรแลลไม่มีการ returnไม่มีคำสั่ง return เพื่อคืนค่านี่ ในตัวอย่างนี้เราจะประกาศตัวแปรชื่อ เห็นไหมคะ ตรง def แล้วตามด้วยhello () namedef ก็คือ definitionก็คือคำสั่งเพื่อใช้และติดประกาศตัวแปร ประกาศฟังก์ชัน ขอโทษทีนะคะ คือ defแล้วก็ตามด้วย function_name ซึ่งในที่นี้ตั้งชื่อว่าhello นะคะ ฟังก์ชัน hello ก็คือฟังก์ชันที่เราต้องใช้เพื่อแสดงคำทักทายออกมานั่นเองนะคะ แล้วทีนี้พอเวลาเรียกใช้ฟังก์ชันนี้นะคะ มันจะสั้นนึกออกนะ การเขียน Code มันจะสั้นกว่าที่เราเคยทำแล้วตามด้วย พารามิเตอร์ที่หรือที่เราไว้เก็บค่า ก็คือ name นะคะ เสร็จแล้ว ตามด้วย statement ตามด้วยข้อความหรือคำสั่งหรือ Code อะไรก็แล้วแต่นะคะ ซึ่งในทีนี้เราต้องการให้แสดงนะคะ แสดงคำทักทายชื่อที่เรารับค่าเข้าไปนี่ หรือพารามิเตอร์ที่เราส่งเข้าไป ก่อนอื่น เด็ก ๆ เปิด Colab หรือยังคะ เปิด Colab ด้วยไปที่ web browserแล้วเปิดเหมือนเดิมนะคะ พิมพ์คำว่า "Colab" น่ะc-o ต้องบอกว่า co สิColab l-a-b นะคะ พิมพ์ l-a-bแล้วกด Enter เลยเพราะสังเกตว่าเว็บไหนที่เราเปิดมันจะขึ้นมาโดยอัตโนมัติเด็ก ๆ กด Enter ได้เลนยมันก็จะเข้ามาหน้าที่เราใช้งานนะ แล้วก็คลิกCode นะคะ ลืมไปอย่าลืมทำอะไรก่อน เข้าสู่ระบบนะ ไม่อย่างนั้นเราจะrun มันไม่ได้นะคะ เด็ก ๆ อย่าลืมลงชื่อเข้าสู่ระบบด้วย Login เข้าไปด้วยนะคะ เข้าระบบของเราให้เรียบร้อยด้วยโอเคนะคะ เสร็จแล้วเราก็เริ่มฃไปที่เขียน Code เหมือนเดิมนะคะ เด็ก ๆ กดที่คำว่า "code" นะคะ ในบรรทัดแรกของเรานะคะ เราก็เริ่มประกาศฟังก์ชัน โดยพิมพ์คำว่าอะไรคะ de แล้วก็ fใช่ไหมคะ พิมพ์ด้วยตัวพิมพ์เล็กเสมอนะคะ ไม่ใช่พิมพ์ใหญ่แบบนี้นะ ไม่ใช่พิมพ์ D-e-fD-E-F แบบนี้ ตัวใหญ่นี่ถือว่าไม่ถูกต้องนะคะ ตัวใหญ่นี่ถือว่าไม่ถูกต้องนะคะ def นะคะ แล้วก็กดSpace bar เพื่อวรรค 1 ครั้งนะคะ บอกแล้วว่าวิธีการประกาศฟังก์ชัน ก็คือพิมพ์คำว่า "def"แล้วตามด้วยชื่อของฟังก์ชันชื่อของฟังก์ชัน ในตัวอย่างเรา ชื่อว่า Helloทีนี้มาดูชื่อ ชื่อของฟังก์ชันนี่ก็ต้องใช้ตัวพิมพ์เล็กเหมือนกันนะคะ ไม่ใช่ตัวพิมพ์ใหญ่นะคะ ดูดี ๆ นะคะ เพราะฉะนั้นพิมพ์ตัว hด้วยตัวพิมพ์เล็กนะคะ h-e-l-l-o แล้วก็ใส่วงเล็บเข้าไปแล้วก็ตามด้วยพารามิเตอร์ ในวงเล็บพารามิเตอร์ของเรา ก็คือคำว่า ""name" นะคะ ตัวพิมพ์เล็กเพราะมันเป็นตัวแปรชื่อว่า name เมื่อเสร็จฟังก์ชันใช่ไหมเสร็จคำสั่งฟังก์ชันต้องปิดด้วยเครื่องหมายโคลอนเสมอแล้วกด Enter นะคะ 1 ครั้งใช้วิธีกด Enter นะ ไม่ใช่เลื่อนเมาส์ลงไป สังเกตบอกแล้วพอกด Enter นี่ตำแหน่งของเคอร์เซอร์มันจะ Tab เข้าไปนะStagement ที่หรือคำสั่งต่อไปที่เราจะใช้ ก็คือคำสั่งแสดงผลนะคะ ก็คือคำสั่ง print p-r-i-n-tprint แล้วก็ตามด้วยวงเล็บเหมือนเดิม print อะไรสิ่งที่อยู่ในวงเล็บอย่าลืมนะคะ เมื่อใดที่บอกให้พิมพ์วงเล็บนี่ สังเกตมันจะมี () ขึ้นมานะเดี๋ยวอ๋อ ขอโทษ ไม่ได้สลับหน้ามันไม่สลับหน้าตลอดเลยเราก็ว่าอยู่แต่เด็กพิมพ์ตามใน PowerPoint แต่อยากให้เห็นใน Colabเพราะว่าเมาส์หายเมาส์จ๋า เมาส์จ๋านั่นน่ะสิเดี๋ยวเลื่อนไอ้นี่เอาก็ได้นะโอเคนะคะ นะในนี้จะพิมพ์คำว่า "print" นะคะ เดี๋ยวจะโชว์ไอ้ตัวข้อความด้วยเดี๋ยวสิ้นสุดการนำเสนอก่อนเดี๋ยวให้เห็น 2 หน้าด้วยกัน ไม่สิ ไม่สิโอเคไหมเดี๋ยวนะ กำลังหามุม มุมให้เธออยู่โอเคน่าจะได้เห็น 2 อย่างนะ เห็นไหมคะ จะมาที่คำสั่ง print ของเรานะแล้วในวงเล็บของ printลืมทำให้มันขึ้น 2 หน้าคู่กัน เดี๋ยวนะคะ แป๊บหนึ่งขยับได้ไหม ไม่เห็นหน้านี้อีกขอ 2 ทำไมได้ 4 นี่เดี๋ยวนะ เดี๋ยวจะกระเถิบ ๆ ๆแล้วก็จะไม่เห็นในสไลด์อีกสิส่วนแบ่งทางการตลาดเยอะโอเคไหมอีกหน่อยหนึ่ง นะคะ วงเล็บในวงเล็บของคำว่า "print" เราจะ print คำว่า "hello" นะคะ แล้วตามด้วยเห็นไหม ตรงก่อน... ตรงก่อน Hello มีเครื่องหมายคำพูดนะดูดี ๆ อาจจะเห็นไม่ชัดใส่เครื่องหมายคำพูดนะคะ Single Quote หรือแล้วค่อยพิมพ์ Hello ด้วยตัวใหญ่แล้วก็ตามด้วยเครื่องหมาย % %sนั่นคือ ข้อความนี้เป็น String นะคะ แล้วหลังเครื่องหมายคำพูดเด็ก ๆ ต้องเลื่อนไอ้ตัวนี้ไปหลังเครื่องหมายคำพูดนะพิมพ์ % name วรรค 1 ครั้งก่อนแล้วก็พิมพ์เปอร์เซ็นต์ แล้วตามด้วยname ตัวเล็กนะ ดูดี ๆ นะ เราเรียกใช้ เราสร้างพารามิเตอร์ด้วย name ตัวเล็กเวลาเรียกใช้ก็ต้องใช้ตัวเล็กนะคะ นี่คือเสร็จฟังก์ชันนี้แล้วลองเรียกใช้งาน ลองกด Play ก่อนขอโทษ เราจะได้รู้นะคะ การกดตัวนี้นะ เพื่อจะได้เช็กว่าที่เรา codeที่เราเขียนไปนี่มันถูกไหมถ้าผิดมันจะขึ้น Error ใช่ไหมคะ ครั้งแรกเวลา Code มันก็จะช้านิดหนึ่งมันก็จะยังหมุนติ้ว ๆ อยู่นะคะ เราก็ต้องรอนะคะ แสดงว่าไม่มีอะไรผิดนะคะ มันยังไม่ทำอะไรนะ เพราะฟังก์ชันสร้างขึ้นมา สร้างแล้วแล้วอย่าลืมว่ามันจะต้องมีการเรียกใช้ นึกออกนะต้องสร้าง สร้างเพื่อให้มันไปโดนเรียกก่อน มันถึงจะทำงานนะคะ ตอนนี้คือสร้างเพื่อให้คอมพิวเตอร์มันจำ จำไว้ว่าตอนนี้เราสร้างฟังก์ชันชื่อว่า hello แล้วนะคะ ที่ให้กด Run นี่เพื่อจะให้ตรวจสอบว่าCode ที่เราเขียนไปมันถูกหรือเปล่า ถ้าผิดมันจะแสดง Errorนะ ถ้าเขียนไม่ผิดมันก็ไม่แสดงใช่ไหมคะ นี่ลอง Run แล้วนะคะ Error ไม่ขึ้นนะคะ ของใครขึ้น Error ยกมือสิ่งที่ต้องเช็ก ก็คือ 1. คำสั่งd-e-f นะคะ definitionการประกาศฟังก์ชัน ตัวที่ 2ก็คือชื่อฟังก์ชันตัวเล็กนะคะ ใช้ตัวเล็ก และตัวที่ 3 พารามิเตอร์ พามิเตอร์จะมีค่าอยู่ในวงเล็บเสมอนะคะ เสร็จแล้วต้องปิดการประกาศฟังก์ชันด้วยโคลอนเสมอนะคะ ทีนี้เมื่อกี้ประกาศฟังก์ชันที่ 1 ไปแล้วมาดูแบบที่ 2 นะคะ ฟังก์ชันที่มีการ return หรือส่งกลับค่าเดี๋ยวขยายหน้าไอ้นี่ให้ก่อนสลับไปสลับมากันอยู่นี่ล่ะเรา อันนี้ อันนี้แบบไม่มีreturn ค่านะในตัวอย่างนี่เราสร้างฟังก์ชันชื่อ hello นะคะ เราใช้เราสร้างฟังก์ชันนี้ขึ้นมาเพื่อต้องการให้มันแสดงข้อความ ด้าวอีกแล้วอะไรอีกหว่าสลับจอไม่ได้เลย น่าจะเป็นกับไอ้ตัวนี้ทำไมหนก่อนไม่เห็นมี หรือเพราะเป็นไอ้นี่บ่ะ Windows 11 นี่บ่ มันถึงขึ้นไอ้สลับไอ้จอไอ้นี่ทุกทีเลย แล้วก็เป็นปัญหาในการใช้งานมากจะได้ใช้ Windows อื่นเสียล่ะสลับไอ้จอไอ้นี่นะคะ มาดูตัวอย่างที่ 2 นะคะ เราจะประกาศฟังก์ชันแบบที่ 2 มีการใช้ return value หรือการคืนค่ากลับในตัวอย่างที่ 2 เป็นการประกาศฟังก์ชันที่ชื่อว่า area ()โดยมีพารามิเตอร์ 2 ตัวคือwidth แล้วก็ความ... width แล้วก็height ซึ่ง area ในที่นีึ้พื้นที่ สูตรการหาพื้นที่สี่เหลี่ยม ก็คือกว้างคูณยาวเพราะฉะนั้น ค่าพารามิเตอร์ที่ไว้ใช้สำหรับเก็บค้าก็คือค่าความยาวกับความกว้างนั่นเองนะคะ ก็เลยตั้งชื่อตัวพารามิเตอร์ 2 ตัวนี้ว่า width นั่นเองนะคะ เสร็จแล้วปิดด้วยโคลอนStatement ต่อมาสร้างตัวแปรชื่อว่า C ตัวแปร Cสำหรับคำนวณความกว้างคูณความยาว ก็คือคำนวณหาพื้นที่ของสี่เหลี่ยมนั่นเองนะคะ แล้วทำการ return ค่า cนะคะ ก็คือให้ส่งกลับค่าของ cก็คือเมื่อเอาพารามิเตอร์มาคำนวณแล้วนี่ c จะได้เท่าไหร่ส่งกลับค่าให้ c นะคะ นี่คือการประกาศฟังก์ชันแบบมีการ return ค่าเพราะฉะนั้น บางคนคีย์ใน Colab ไปเรียบร้อยแล้วนะคะ เรามาเริ่มคีย์ของเราด้วยนะคะ แล้วมันก็จะไม่ขึ้นไอ้หน้านี้อีกแล้ว มันเป็นอะไรกับ... มันไม่สลับ Extend หรือมันไม่ขึ้นหน้าจออีกแล้วน่ะโอเค ต้องสลับ2 รอบเชียวหรือนะคะ เอาไว้ก่อนอย่างนั้นก็ต้องมาจัดไอ้นี่ใหม่อีกแล้วนี่ไม่เห็นตัวหลังอีก เอา เห็นไหมไม่เห็นอีก มันน่านักเชียวเดี๋ยวนะเดี๋ยวนะ สลับหน้าก่อนโอเคไหมColabไปไหนแล้วนะคะ เราประกาศฟังก์ชันที่ 2 ต่อด้วยฟังก์ชันแรกได้เลยนะคะ เมื่อหลังฟังก์ชันแรกเรากด Enter กดลงไป2 อันเลยก็ได้เด็ก ๆ สังเกตตำแหน่งมันจะTab เข้าไปนะ เรากดย้อนคืน 1 ครั้งให้มันอยู่ตำแหน่งตรงกับชิดขอบแล้วก็เริ่มพิมพ์คำสั่ง definitiond-e-f เพื่อประกาศใช้คำสั่งฟังก์ชันที่ชื่อว่า... ชื่อฟัง์ชันของเราชื่อว่า area () นะคะ วรรคตามด้วย areaตัวเล็กนะคะ แล้วก็ตามด้วยเครื่องหมายวงเล็บ เพราะบอกแล้วมีชื่อฟังก์ชัน เสร็จแล้วจะต้องมีพารามิเตอร์อยู่ในวงเล็บซึ่งมี 2 ตัวก็คือพารามิเตอร์ตัวที่ 1 ชื่อว่า width w-i-d--h นะคะ คั่น ๆ ๆขั้นพารามิเตอร์ตัวต่อไป ด้วยเครื่องหมายคอมมานะ คอมมาหรือไอ้ลูกน้ำเรานะคะ แล้วก็ตามด้วยชื่อพารามิเตอร์ตัวที่ 2 นะคะ ก็คือ h-i-h-e-i-g-h-t height หรือสูงนั้นเองนะคะ มีพารามิเตอร์สำหรับเก็บความยาวกับความกว้างนะคะ ก็คือ width กับ heightปิดการประกาศฟังก์ชันของเราด้วยเครื่องหมายโคลอนเสมอเมื่อเราประกาศฟังก์ชันเสร็จแล้วนะคะ เรากด Enter เพื่อไปพิมพ์Statements ใหม่นะคะ เคอร์เซอร์มันจะ Tab เข้าไปอัตโนมัตินะคะ เสร็จแล้วเราประกาศตัวแปร ชื่อว่า c เพื่อทำการคำนวณค่าพารามิเตอร์ 2 ตัวของเราก็คือเอา widthเพราะสูตรการหาพื้นที่สี่เหลี่ยมนั่นก็คือกว้างคูณยาวนะ เพราะฉะนั้น เราอยากรู้พื้นที่สี่เหลี่ยมเอากว้างไปคูณกับยาว เพราะฉะนั้น ก็ต้องเอาพารามิเตอร์ widthตัวนี้เด็ก ๆ ดูนะเมื่อเราพิมพ์นี่ ให้เราwidth w-i-d-t-h เพราะอย่างนี้ทำให้เราพิมพ์พารามิเตอร์หรือตัวแปรที่เราสร้างไว้ไม่ผิดนะคะ แล้วใส่เครื่องหมายคูณเครื่องหมาย คูณในที่นี้ก็คือเครื่องหมายดอกจันตัวแปรทางคณิตศาสตร์ของโปรแกรมคอมพิวเตอร์เครื่องหมายคูณ ก็คือเครื่องหมายดอกจันนะคะ แล้วตามด้วยพารามิเตอร์ตัวที่ 2 ก็คือheight รอสักพัก แล้วหาคำว่า "height" นะคะ h-e-i-g-h-tอาจจะพิมพ์ h-e ก็ได้ น่าจะขึ้นเห็นไหมคะ เจอตัวนี้ปุ๊บคลิกเลย เพราะบางคนจะมีปัญหา เมื่อชื่อตัวแปรหรือพารามิเตอร์เริ่มยาวหรือยากจะพิมพ์ผิด แล้วพอพิมพ์ผิด พอไป Run Code มันจะเกิดError เพราะฉะนั้น ตัว Colab นะคะ ที่ดีเลย คือ เมื่อเราพิมพ์ตัวแรกขึ้นมา ตัวแปรตัวนั้นมันก็จะขึ้นมาให้เห็นนะคะ พอเราเห็นเราคลิกเลือกมันได้เลยนะคะ เมื่อได้Statement เพื่อการคำนวณแล้วต่อไปเราจบคำสั่งหรือ code ของนะคะ แล้วในบรรทัดต่อไป เราจะใช้คำสั่งในการคืนค่าหรือ return valueโดยการพิมพ์คำว่า "return"พิมพ์ด้วยตัวเล็กนะคะ แล้วตามด้วยค่าที่เราต้องการให้แสดง หรือ...หรืออะไรก็แล้วแต่ ซึ่งค่าที่เราต้องการให้มันแสดงหรือเห็นนี่ ก็คือค่าของการที่เราคำนวณพื้นที่นั่นก็คือ c นั่นเองนะคะ เพราะฉะนั้น return c ตามด้วย cไม่มั่นใจก็คลิก cที่มันขึ้นมาอย่างนี้นะคะ เหมือนเดิมนะคะ เพื่อเป็นการเช็ก Code ของเรา ก็คือกดตัวPlay ที่เป็นรูปเหมือนเป็นPlay Video Play Music อะไรพวกนี้ ให้มันเช็กว่า Code ที่เราเขียนนี่ถูกต้องแล้วนะคะ มีใครขึ้น Error ไหมคะ ไม่มีนะคะ แสดงว่าเริ่มมีความชำนาญในการ Code แล้วแล้วนี่คือการประกาศใช้ฟังก์ชัน หรือการสร้างฟังก์ชัน ทีนี้บอกแล้วว่าเมื่อสร้างเสร็จแล้วนี่ไม่เห็นผลอะไรเลยใช่ไหม พอเรากด Play นี่เราต้องไปเรียกใช้งานก่อนนะมันถึงจะแสดงไอ้ผลพวกนี้ออกมาได้เพราะฉะนั้น เราจะมาดูเนื้อหาต่อไปนะคะ ก็คือ...ไม่สลับโหมดแล้วนะเดี๋ยวสลับไปสลับมา เราก็ เราก็แก้ไม่ได้อีก เดี๋ยวเสียเวลาในการแก้โหมดหน้าจอนะคะ ขอย่อให้มันพอดีหน่อยโอเคก็จะเล็กไปอีกใช่ไหมถ้าย่อ แล้วสลับโหมดเป็นยังไงนี่ขึ้นไหม ขึ้นอยู่ โอเค สลับได้นะคะ เมื่อกี้บอกแล้วว่าถ้าเราทำใน Colab เป็นการสร้างแล้วนะ ต่อมาเมื่อสร้างเสร็จแล้วมันต้องเรียกใช้เสียก่อนนะคะ เราถึงจะรู้ว่าฟังก์ชันที่เราสร้างมันใช้งานได้จริงไหมนะคะ การเรียกใช้งานฟังก์ชันนะคะ ก็คือในนี้อธิบายพอเราสร้างฟังก์ชันแล้วนะคะ เราต้องเรียกใช้งานมัน วิธีการเรียกใช้ ก็คือเราจะใช้ชื่อของฟังก์ชัน เห็นไหมคะ และส่ง อาร์กิวเมนต์อะไร เมื่อกี้มีพารามิเตอร์ มามี Argument อีกArgument กับ Parame คืออะไรเดี๋ยวมีคำอธิบายนะคะ ว่า Argumentก็เป็นคำ ไม่ใช่คำเป็นค่าที่เราส่งเข้าไปในฟังก์ชันนะคะ ตอนที่เราใช้งานนะคะ ส่วนพารามิเตอร์น่ะ คือ ตัวแปรที่เรากำหนดในฟังก์ชันเพื่อรับค่าเมื่อกี้พารามิเตอร์ที่เรามีตัวที่ 1 ชื่อว่าname นั่นคือตัวแปรที่เราใช้รับค่าเพราะฉะนั้น Argument ก็คือชื่อที่เราจะพิมพ์เพื่อให้ตัวแปร name มันรับค่านั่นเองนะคะ มาดูตัวอย่างวิธีการเรียกใช้ฟังก์ชันนะคะ มาดูตัวอย่างกันก่อนการจะเรียกใช้ฟังก์ชันที่เราสร้างขึ้น ไม่ได้มีอะไรพิศดาลเลยเพียงแต่เราพิมพชื่อฟังก์ชันนั้น แล้วตามด้วยเห็นไหมคะ ตามด้วย Argumentในที่นี้ ก็คือ ชื่อเพราะในวงเล็บนี่สิ่งที่เป็นตัวแปรชื่อว่า name นะคะ พารามิเตอร์น่ะชื่อว่า name แล้วพอเราเรียกใช้นี่ก็คือเราพิมพ์ชื่อฟังก์ชันนั้น แล้วตามด้วยค่าที่เราจะให้มันเก็บเลยนะ นะคะ ลองดูนะคะ ลองเลย ลองเลย เพื่อให้เห็นภาพต้องสิ้นสุด หรือมันช้า พอ... พอสลับมา Colab มันจะช้านิดหนึ่งหรือ ไม่สลับอีกแล้วนะ อะไรนะโอเค เราก็จะต้องสลับกันอย่างนี้นะคะ นี่นะ เราไปประกาศไปแล้วนี่นี่คือฟังก์ชันเวลาเรียกใช้ไม่ได้มีอะไรพิสดารเลยนะคะ ใส่ Hashtag ก่อนเพื่อจะให้รู้ว่าตรงนี้เป็นส่วนของเราเรียกการใช้ฟังก์ชันนี้ ก็เลยใส่เครื่องหมา chap หรือ hahtagอันนี้คือคอมเมนต์นั่นเองนะคะ เพื่อจะบอกให้รู้ว่าตรงนี้เราจะเรียกใช้ฟังก์ชันที่เราสร้างแล้วนะ callingcalling นะคะ calling ก็คือ การเรียกใช้แล้วก็ตามด้วยฟังก์ชัน f-u-n เด็ก ๆ ไม่ต้องพิมพ์ ไอ้นี่ก็ได้นะคะ ฟังก์ชันแรกที่เราจะเรียกใช้ชื่อ ก็คือเวลาจะเรียกใช้มันพิมพ์ชื่อฟังก์ชันนั้นนะคะ พิมพ์ hello เลยนะคะ ฟังก์ชันแรกของเราชื่อว่า hello ใช่ไหมคะ แล้วตามด้วยเครื่องหมายวงเล็บนะคะ เห็นไหมคะ มันจะขึ้นมาบอกเลย namename คืออะไร name ในที่นี้ ในตัวอย่าง ก็คือ Danny นะคะ ทีนี้เราไม่อยากใส้ Danny เราใส่ชื่อเราเองไปก็ได้ชื่อนึกออกนะ เช่น เนื่องจาก name เป็น string อย่าลืมใส่เเครื่องหมายคำพูดหรือ Dote นะคะ nameใส่ชื่อเราแทน Danny ก็ได้นะคะ เด็ก ๆ จะใส่ชื่อเล่นหรือชื่อจริงก็ได้ แล้วแต่นะคะ สมมติเรียกฟังก์ชัน hello ไปแล้ว ฟังก์ชันต่อมาที่เราจะเรียกใช้นะคะ ก็คือ area () แต่วิธีการเรียกใช้ area () ที่เราเราอยากให้มันแสดงค่าพื้นที่นะคะ ก็เลยใช้คำสั่งprint ก่อน แล้วไปเรียกฟังก์ชันนั้นไว้ใน print นะคะ ให้ print แสดงนะคะ ดูตัวอย่างทำให้ดูก่อนp-r-i-n-t ลืมแก้ภาษาขอโทษทีตำแหน่งของฟังก์ชันชิดนะคะ ไม่วรรคนะคะ นี่ ไม่ต้อง Tab เข้าไปนะตัวที่ 2 นะคะ เราจะใช้คำสั่ง print เพื่อเรียกใช้ฟังก์ชันนะคะ เพื่อให้แสดงแล้วก็เรียกใช้ฟังก์ชันด้วยแสดงคำว่าเป็นข้อความนะคะ เพราะฉะนั้นเมื่อเป็นข้อความ พิมพ์เป็นภาษาไทยก็ได้ไม่ต้องใช้คำว่า "area" ในภาษาอังกฤษ ก็คือพื้นที่สี่เหลี่ยม=ใส่เครื่องหมายเท่ากับนะคะ เปลี่ยนภาษาก่อน =%d นะคะ %d เท่ากับ แล้วก็เปอร์เซ็นต์แล้วก็ dแล้วหลังเครื่องหมายคำพูดตามด้วย % แล้วเรียกใช้ฟังก์ชัน area นะคะ ตามด้วยเครื่องหมายเปอร์เซ็นต์แล้วก็พิมพ์ฟังก์ชัน area a-r ปุ๊บ ขึ้นหรือยังA-r-e-a นะคะ แล้วก็วงเล็บทีนี้ใส่ Argumentให้ 2 ตัว ก็คือ 8 นะคะ กว้าง 8เอามากกว่านั้นก็ได้นะในตัวอย่างบอกว่าความกว้าง คือ 8 ความสูง คือ 4ถ้าพื้นที่ที่มีความกว้าง พื้นที่สี่เหลี่ยมที่มีความกว้าง 8ความสูง 4 นี่ความสูงนี้เท่าไหร่ ตอนนี้เราพิมพ์คำสั่งหรือ Code เสร็จหมดแล้วนะคะ เด็ก ๆ ลองกด Play ดูได้เลยนะคะ ถ้าใครพิมพ์เสร็จแล้วจะแสดงผลอย่างไรอ้าว Error เด้งขึ้นมา ณบัด Nowบรรทัดที่ 9เกิดอะไรขึ้นprintตัวแปร ตัวแปรผิด เดี๋ยวนะ ค่อย ๆ ไล่นะคะ พอขยายแล้วของตัวเองก็เล็กแบบนี้นะ เดี๋ยวสังเกตนะคะ เมื่อขึ้น Errorเด็ก ๆ ดู เห็นไหม มันจะชี้ไปที่บรรทัดผิดพิมพ์ตัวแปรผิดหรือ ฟังก์ชันชื่อฟังก์ชันถูกแล้วนะ hello ถูกต้องนะคะ เสร็จแล้วมันบอกว่าในบรรทัดที่2 % name value error ค่า error ตรง...ไม่อยู่ใน IndexS ตัวใหญ่หรือ s เล็กใช่ไหม ขอโทษทีพิมพ์ s ผิดใช่ไหมนี่%sแก้ได้ ๆ เห็นไหมคะ เมื่อกี้ตรงลืมพล็อตให้ดูก่อน เมื่อกี้ตอนแม่พิมพ์ %sแม่ไม่ได้ดู s มันเป็นตัวมหญ่ตามคือ ไอ้พวก % d % อะไรนี่สังเกตพิมพ์เล็กมันไม่ใช่ตัวพิมพ์ใหญ่ แม่ไปพิมพ์ใหญ่ถ้าเด็ก ๆ ผิดตำแหน่งนี้ แก้แค่ตัว S จากตัวพิมพ์ใหญ่ เป็นตัวพิมพ์เล็กแค่นั้นเองการขึ้น Error นะ เดี๋ยวแก้ให้ดูนะคะ เมื่อกี้ตอนแรกตัว S มันเป็นพิมพ์ใหญ่ พอมาไล่ฟังก์ชันมันจะขึ้นลูกศรชี้ไปที่บรรทัดไหน นั่นหมายความว่ามันหมายความผิดพลาดที่แล้วมันมาที่ตำแหน่งที่ 2 %s' nameตรง value error เห็นไหม ค่าที่มัน error ค่ามันอยู่ที่คำว่า s อ๋อย้อนกลับไปดู อ๋อ s ฉันพิมพ์ผิดฉันต้องพิมพ์เป็นตัวเล็กนะคะ พอแม่แก้ sจากตัวใหญ่เป็นตัวเล็กเรากด Play น่ะ Error มันก็หาย แล้วผลลัพธ์มันก็จะแสดงขึ้นมา เห็นไหม มันก็จะพิมพ์คำว่า...เห็นไหม มันก็จะไปเรียกใช้ ไอ้ตัวนี้ออกมาเลย ทั้ง ๆ ที่ ตอนเรียกนี่ เราพิมพ์แค่ฃฟังก์ชัน แล้วก็ตามด้วยค่า Argumentที่จะให้มันแสดงแต่ตอนที่ทำงานน่ะ มันมาทำงานที่ตัวนี้เห็นไหมคะ ตัวคำว่า "print" แต่ตรง area นี่นะคะ ตรงฟังก์ชัน areaเราไม่มีคำว่า "print" ไว้พอเวลามาเรียกใช้เธอ เราก็เลยมาพิมพ์คำว่า...มีแถมตัว r มาจากไหนนี่สามเหลี่ยม = %d'สามเหลี่ยม 8 x 4 = 32 ถูกต้องนะคะ มันก็จะส่งค่า c ที่มาคำมาแสดงตรงนี้เห็นไหมคะ เป็น 32 นะคะ มันก็เลย print คำว่าพื้นที่ สี่เหลี่ยมของเรานี่นะคะ มีค่า =%d นั่นหมายถึงให้แสดงเป็นเลขจำนวณเต็มนี่ไม่ต้องแสดงทศนิยมออกมานะคะ ลองดูอีกสักตัวอย่างหนึ่งไหมคะ ลอง ลองเรียกใช้ฟังก์ชัน hello อีกนะคะ เด็ก ๆ ลองนะคะ ทีนี้ให้ใส่ชื่อเล่นตัวเองลงไปเอาแต่ hello อย่างเดียวให้เห็นใส่ชื่อเล่นเรานะเห็นไหมคะ มันจะขึ้นมาเป็นฃตัวต่อไปอันนี้ไม่มันก็จะทำซ้ำไง เพราะเรายังอยู่ในตัวเดิมนะไม่แน่ใจว่ามันจะไปเรียกใช้ได้อีกไหมมันจะไปเรียกใช้ได้อีกไหมเด็ก ๆ กด Code มีตัวใหม่ใช่ไหม แล้วลองเรียกใหม่จากโค้ดที่เราเพิ่มเข้ามา ลองเรียกนะคะ ไม่ได้ไปเรียกต่อจากเมื่อกี้ลองพิมพ์ฟังก์ชัน hello ที่เราสร้างไว้ก่อนหน้า ลืมแก้ภาษาอีกแล้วพิมพ์เรียกใช้ฟังก์ชันทีนี้ลองใส่ชื่อเล่นคือสักหลาย ๆ คน ใส่ชื่อเพื่อนลงไปด้วยสัก 3 คนลองดูสิ มันจะขึ้นอย่างไร ลองดูนะคะ เพราะบอกแล้วว่า Argument นะคะ มีกี่คนก็ได้ ลองสิขึ้นไหมSyntax error อ๋อรู้แล้วเพราะอะไรคะ เพราะไอ้ตัวนี้มันมีพารามิเตอร์ตัวเดียว แต่เราไปใส่หลายตัวนะคะ มันจะใส่ได้ตามจำนวนพารามิเตอร์ด้วยนะคะ เพราะฉะนั้น ในกรณีนี้ถ้าเราจะเพิ่มให้มันมีหลายคนถ้าเราจะเพิ่มให้มันมีหลายคนนะคะ เราต้องไปแก้ที่ฟังก์ชันเราเข้าใจแล้วแล้วลอง ลองมาใส่ที่ตัวนี้ใหม่แสดงว่าไม่เรียก อ๋อมัน มันข้ามไปสร้างตัวใหม่นี่ไง ๆ มันขึ้นเตือนว่ามาว่าType Error ชนิดไม่ถูกต้องนะคะ เพราะhello ฟังก์ชัน Hello เราน่ะPosition ให้แค่ 1 ตำแหน่งนะคะ ใน Argument แต่เราไปใส่ 3 ก็คือถ้าเราต้องการให้มีหลายตัวเราก็ต้องไปเพิ่มตัวนี้นะคะ เพิ่มขึ้นเพราะฉะนั้นไปวิธีแก้ไม่ได้ยากเลยนะคะ ถ้าจะ... เรามาเปลี่ยนที่ตัวฟังก์ชันหลักเพราะตอนเรีกยใช้ไอ้ตัวนี้มันเรียกแค่ใช่หรือเปล่าอย่างนี้เป็นต้นนะคะ นี่คือเมื่อ... จำไว้เลยว่าเมื่อตอนสร้างเสร็จจะเรียกใช้แค่พิมพ์ชื่อแล้วในวงเล็บนี่ เราพิมพ์ค่าของ... เขาเรียกว่า ""Argument" ลงไปแค่นั้นมันชื่อนี้เวลาเราเรียกใช้มันนี่ เราเอามาทั้งชื่อฟังก์ชันกับวงเล็บ แต่สิ่งที่อยู่ในวงเล็บนี่ ก็คือเราใส่เข้าไปได้เลยมัน... พอมันโดนเรียกใช้นี่มันจะกลายเป็นArgument แต่ตอนที่มันเป็นฟังก์ชันนี่ตรงในวงเล็บนี่คือ paramiterหรือตัวแปรที่จะไว้รับค่านะคะ แต่พอเราเอาฟังก์ชันนั้นมาใช้งาน สิ่งที่อยู่ในวงเล็บจะกลายเป็นรับเข้าไปนั่นเองนะคะ นี่ นี่คือส่วนของการสร้างฟังก์ชันและการเรียกใช้ฟังก์ชันนะคะ มาดูหัวข้อต่อมาของเราก่อนดีกว่านะคะ เดี๋ยวเด็ก ๆ จะได้ไปเดินงานวันวิทยาศาสตร์ต่อเหลืออีก 2 หัวข้อเดี๋ยวนะ เดี๋ยวนะ สลับหน้าจอก่อนไม่สลับไม่ได้โอเคมาดูส่วนต่อมานะคะ ส่วนที่เรียกว่า"Default Argument Value"คืออะไร มันเป็นการกำหนดDefault Argument นี่กำหนดค่าเริ่มต้นนะคะ เป็นการกำหนดค่าเริ่มต้นให้กับไอ้ค่าค่าที่เราจะส่งเข้ามาในฟังก์ชันตอนแรกนะทำให้สามารถเรียกใช้งานฟังก์ชันโดยส่ง Argument ที่น้อยกว่าจำนวนที่กำหนดไว้ก็ได้นะคะ ดูตัวอย่างจะเห็นภาพชัดเห็นไหมนี่นะคะ ในตัวอย่างนี่ สร้างฟังก์ชันชื่อว่า show_info แล้ว พารามิเตอร์ไม่ได้ใส่เป็นพารามิเตอร์เห็นไหม ใส่ Argument เข้าไปด้วยเลย มี พSalary มี Argument =84360 เห็นไหมคะ นี่คือการ Defalแล้วกำหนด Argument ให้มันด้วยเลยนะคะ แล้วก็สร้างพารามิเตอร์ตัวที่ 2 ชื่อว่า langหรือ Language นะคะ มาจากคำว่า "Language"แล้วใส่ Argument ที่ชื่อว่า Pythonแล้วก็สั่งให้ print print ที่ 1 บอกให้ print เฉพาะชื่อprint ที่ 2ก็คือ Argument ที่ชื่อ...ไม่ใช่ print Argument print parameterนะคะ ที่ชื่อ Salary เห็นไหม print Name print Salaryแล้วก็ printตอนเราเรียกใช้ ให้เด็ก ๆ ดูตอน Calling Functionใน name นี่เราไม่ได้กำหนด Argument ให้เหมือน salaryกับ Lang Languageเห็นไหมคะ พอ พอเราเรียกนะคะ เรียกใช้มันปุ๊บนี่อันนี้ผิดนะนี่ พิมพ์ผิดขอโทษ มันต้องเป็นPython ขึ้นมา ไม่ใช่ JAVAเดี๋ยว ๆ ขอแก้ก่อนไหง มือบอกไปพิมพ์ Java สะอย่างนั้น เพราะ Argument ที่เราใส่เข้าไปชื่อ Python นะคะ ไม่สลับอีกแล้ว ไม่เป็นไรเดี๋ยวขยายขึ้นใหม่เมื่อกี้กลับมาแก้ดูนะคะ เดี๋ยวเราจะลองทำฟังก์ชันแบบกำหนด Argument ด้วยนะคะ นะ เพราะฉะนั้น เปิด Colab ของเราขึ้นมาไว้นะคะ แล้วเราก็ต้องสลับโอเคสลับได้โอเค สลับได้ เดี๋ยวสลับไป เดี๋ยวสลับไม่ได้ เดี๋ยวจะตีมือนะคะ โอเคทีนี้สร้าง Code ใหม่เลยนะเด็ก ๆ กด + เพิ่ม Code ใหม่ไปเลยจะได้ไม่ไปงงกับอันแรกนะคะ อันแรกเป็นการสร้างฟังก์ชันแบบปกติที่ไม่ได้กำหนดค่า Argument ให่มาดูแบบที่ 2 ที่เราสร้างฟังก์ชันที่มีการ... เดี๋ยวนะ มันทะลุจอไปจอไปนะคะ ฟังก์ชันแบบที่ 2 ชื่อว่า Default Argument Value นี่นะคะ แบบที่มีการกำหนดค่าให้ Argument ในฟังก์ชันเลยนะคะ ก่อนอื่น เราก็ต้องพิมพ์คำสั่ง defd-e-f เพื่อประกาศตัวแปร... เพื่อประกาศฟังก์ชัน แล้วก็ตามด้วยชื่อฟังก์ชัน ซึ้งในตัวอย่างใช้คำว่า "show_info"นะคะ ไม่อยากตั้งชื่อยาวกว่านี้ก็...สังเกตนะคะ เวลาตั้งชื่อ ฟังก์ชันถ้าชื่อมันเป็น 2 ประโยคนี่ เขาจะใช้ Under scorแยกประโยคที่ 1 กับประโยคที่ 2 เห็นไหมคะ s-h-o-w show คือ ประโยคที่ 1show คือแสดงนะคะ แล้วตามด้วยประโยคที่ 2 คือ คำว่า "info"ก็คือโชว์ข้อมูลนั่นเองนะคะ info ย่อมาจากinformation นั่นเองนะคะ ตอนนี้เราสร้างฟังก์ชันที่ชื่อสร้างฟังก์ชันที่ชื่อว่า show_info นะคะ โดยในนั้นนี่ กำหนดพารามิเตอร์ตัวที่ 1 ชื่อว่า name n-a-m-eนะคะ แล้วมีพารามิเตอร์ที่ 2 คั่นด้วยโคลอน ไม่ใช่โคลอน คอมมาเรียกผิด เรียกถูกตลอดเลยนะคะ แล้วก็ตามด้วยชื่อพารามิเตอร์ตัวที่ 2 ซึ่งพารามิเตอร์ตัวที่ 2 นี่เราจะกำหนดค่าArgument ให้เขาไปเลยนะคะ เพราะฉะนั้น พารามิเตอร์ตัวที่ 2 ชื่อว่าซึ่งแปลว่าเงินเดือนนั่นเองนะคะ salaryซึ่งแปลว่าเงินเดือน อยากได้เงินเดือนเท่าไหร่เด็ก ๆ ตรงเครื่องหมายเท่ากับใส่เข้าไปนะลูกอันนี้กำหนดเองได้เลยนะคะ เด็ก ๆ อยากได้เท่าไหร่ เด็ก ๆ กำหนดเองใส่เข้าไปเองเลยอันนี้เขาบอกว่าค่าเริ่มต้นที่ให้ สมมติ 20,000หน่วย หน่วยสิบ ร้อย พัน หมื่น นะคะ 20,000ปุ๊บนะคะ เสร็จแล้วเพิ่มพารามิเตอร์ตัวที่ 3 ชื่อว่าlang ซื้อมาจากคำว่าn-g lang นะคะ แล้วตามด้วยเครื่องหมาย =แล้วก็ตามด้วยชื่อ... คำว่า "Python" langในที่นี้ภาษาเริ่มต้นเข้าบอกว่า Pythonเมื่อเสร็จเมื่อจบ เมื่อจบการประกาศฟังก์ชัน ปิดด้วยเครื่องหมาย :เสมอนะคะ เด็ก ๆ ตอนนี้เรามีฟังก์ชันที่ชื่อว่า show_info นะคะ ดูไปด้วยอธิบายไปด้วย มีพารามิเตอร์ทั้งหมด 3 ตัวคือ name salary นะคะ โดยที่ salary นี่กำหนด Argument เริ่มต้นด้วยที่ 20,000แล้วก็มี lang โดยกำหนด ArgumentของLanguage นี่นะคะ ว่า Pythonเมื่อประกาศฟังก์ชันเสร็จสิ่งที่เราต้อการให้มันทำงานหลังจากนี้ ก็คือ 1. นะคะ print ค่ะ ให้ใช้คำสั่งprintprint อะไรบ้าง print แรก ก็คือต้องการให้ print ชื่อก็จะอยู่ในเครื่องหมายคำพูด แล้วตามด้วยข้อความ ซึ่งในที่นี้เราจะไม่พิมพ์เป็นภาษาไทยแล้วนะ เพื่อให้รู้ว่าตรงนี้คือสิ่งที่เราต้องการให้ก็คือ ชื่อนะคะ แล้วก็ตามด้วยเครื่องหมาย :ชื่อเปลี่ยนเป็นภาษาไทยใส่ %sอย่าลืมว่าเมื่อเราใช้เปอร์เซ็นต์ ตัวอักอย่าลืมว่าเมื่อเราใช้เปอร์เซ็นต์ ตัวอักษรที่ตามมาจะเป็นตัวเล็กเสมอ ไม่ใช่ตัวใหญ่ เพราะเราผิดไปแล้ว 1 ครั้งนะคะ เราต้องจำให้ได้แล้วไปที่หลังเครื่องหมายคำพูดนะคะ อยู่หลังเครื่องหมายคำพูดนะ เด็ก ๆ ดูดี ๆ เลื่อนตำแหน่งมานะ แล้วก็ใส่เปอร์เซ็นต์แล้วก็เรียกพารามิเตอร์name มาใช้นะคะ แล้วก็พิมพ์คำว่า "name" เสร็จstatemat ที่ 1 statemet ที่ 2 ต้องการให้ print ชื่อค่ะ พิมพ์ค่ะ print พิมพ์ print เหมือนเดิมแล้วบอกไม่ใช่ชื่อสิSalary คือ เงินเดือน ขอโทษ ในเครื่องหมายคำพูดใส่คำว่า "เงินเดือน" ค่ะ แปลเป็นไทยเลยเด็ก ๆ น่าจะพิมพ์ง่ายขึ้นนะคะ เมื่อเราต้องการเลขที่เป็นจำนวนเต็มนะคะ ไม่มีทศนิยมนี่ เราก็ใช้ %dพิมพ์ % แล้วก็ตามด้วย d ตัวเล็กนะคะ โอเคไหมคะ เราก็จะได้ SStatement ก็คือให้แสดง... ให้ print ข้อความเพื่อแสดงเงินเดือนนะ และตัวที่ 4 ค่ะ เอ้ย ตัวที่ 2 ตัวที่ 3 ค่ะ พูดผิดตัวที่ 3ก็คือ print ภาษามันเองนะคะ Language มาจากภาษานั่นเองนะคะ statements ที่ 3 เราต้องการให้แสดงภาษาเพราะฉะนั้น ในเครื่องหมายคำพูด พิมพ์คำว่า "ภาษา"ว่าภาษา... เดี๋ยวจะงงนะภาษา Pythonแล้วก็ตามด้วยเครื่องหมาย Colon ถ้าเป็นข้อความหรือ string นะคะ เปอร์เซ็นต์ำหนดใน (ล่าม) ฮัลโหลครับ ฝั่งล่ามไหมครับผม (อาจารย์สุธิรา) ได้ยินค่ะ (ล่าม) โอเคครับ (อาจารย์สุธิรา) สวัสดีค่ะ อพี่ล่ามไม่ได้ยินเรานะ (ล่าม) ได้ยินครับ ได้ยินครับ (อาจารย์สุธิรา) ได้ยินไหม ได้ยินนะคะ โอเค นึกว่าไม่ได้ยินนะคะ สำหรับวันนี้นะคะ ในสัปดาห์นี้จะเป็นเรื่องเกี่ยวกับฟังก์ชันนะใน Python เราจะต้องมาเรียนเบื้องต้นนี่ ก็คือต้องมารู้จักสิ่งที่เรียกว่า Function ก่อนนะคะ นะคะ หัวข้อที่เราจะเรียนในสัปดาห์นี้นะคะ จะเป็นหัวข้อสุดท้ายของปีนี้เทอมนี้นะคะ ภาคเรียนนี้ ก็คือฟังก์ชันวันนี้เราจะพูดถึงการนะคะ การเรียกใช้งานแล้วก็พูดถึง Default Argument Values แล้วก็ Keyword Argument นะคะ อ้าวทำไมหน้าจอไม่ขึ้นอีกแล้ว...โอเคนะคะ ก่อนอื่นก่อนจะรู้วิธีการสร้างการเลือกใช้งานนี่ เราก็ต้องรู้ก่อนว่าฟังก์ชันมันคืออะไร นะคะ คือถ้าพูดถึงโดยทั่วไปนะคะ ก็คือถ้าเราเป็นโปรแกรมเมอร์หรือในวิธีการเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์นี่ ฟังก์ชันมันจะเป็นสั่งพิเศษที่ให้ทำงานเฉพาะสิ่งใดสิ่งหนึ่งนะคะ ซึ่งแต่เดิมนี่ฟังก์ชันมันจะเป็นที่เขาพัฒนาไว้แล้วก็มี แต่ใน Python นะคะ ในส่วนของภาษา python ฟังก์ชันจะเป็น Code หรือโปรแกรมที่เราสร้างขึ้นได้เองนะคะ เพื่อเอาไปใช้กับ... เหมือนตั้งขึ้นมาว่าฟังก์ชันนี้จะตันะคะ เช่นเหมือนบางครั้งนี่ การคำนวณบางอย่างไม่จำเป็นต้องไปเขียน Code ใหม่ทุกครั้ง เราก็เลยสร้างฟังก์ชันไว้เลยแล้วไปเรียกฟังก์ชันนี้มาเพื่อให้มันทำการคำนวณค่านี้ให้อย่างนี้นะคะ นั่นคือจุดประสงค์จะนำไปใช้ในสิ่งใดสิ่งหนึ่งนะคะ เป็นการเฉพาะ โดยในบอกแล้วว่าในสัปดาห์นี้เราจะสร้างขึ้นมาใช้งานเองนะคะ แล้วเมื่อสร้างเสร็จแล้วนี่จะต้องรู้ว่ามันจะต้องเรียกฟังก์ชันที่เราใช้งานนี่จะถูกเรียกมาใช้โดยวิธีการใดหรือเรียกใช้อย่างไรนะคะ แล้วก็จะพูดถึง Default Argument ด้วยว่ามันคืออะไร แล้วก็ Keyword Argument ด้วยว่ามันคืออะไร นะคะ ทีนี้ก็จะเริ่มเข้าสู่กระบวนการที่เราจะต้องทำก็คือเมื่อเราจะทำฟังกชันขึ้นมาเราจะสร้างมันอย่างไรนะคะ การสร้างฟังก์ชันใน Pytนะคะ ใน python เราสามารถสร้างขึ้นเองได้นะคะ โดยวิธีการนี้นะคะ จะเป็นให้นึกถึงว่าเราจะเป็นคนเขียน Code ที่ที่บอกแล้วว่ามันสามารถทำงานสิ่งใดสิ่งหนึ่งได้แล้วเอาไปเรียกใช้ซ้ำได้อีกนะคะ จะเรียกว่า"การนำ Code นี้กลับมาใช้" นี้ว่า "Code Reuse"ใช้ code นี้ซ้ำได้ถ้าจะทำฟังก์ชันมาใช้งาน มันควรเป็นตัวที่เหมือนสามารถเรียกใช้ได้บ่อย ๆ เช่น สมมตินะคะ เราจะหาค่า vat นี่คือ ถ้ามาเขียน Code เราต้องมานั่งเขียนว่า Vat เกิดจากการที่เอา7 เปอร์เซ็นต์น่ะค่ะ Vat ก็คือ 7 เปอร์เซ็นต์ใช่ไหมคะ การที่เอาราคาสินค้ามาคูณกับปริมาณที่ 7 เปอร์เซ็นต์เท่ากับเท่าไหร่ แล้วจะทำอย่างไรเราจะให้รู้ว่าตัวนี้เป็นค่า Vat เราก็อาจจะสร้างฟังก์ชันสำหรับการคิด Vat ขึ้นมาอย่างนี้นะคะ แล้วพอครั้งหน้าจะใช้ก็เอาไปใช้ได้ หรืออย่างอื่น หรือคนอื่นจะเอาไปใช้ได้เมื่อรู้ว่าแต่ต้องรู้ด้วยนะว่ามีฟังก์ชันนี้อยู่อย่างนี้ ทีนี้ขั้นตอนในการสร้างนะคะ ก็คือมันจะมีรูปแบบ เราจะต้องเขียน Code นะค่ะ เขียน ให้ฟังก์ชันเราโดยตามรูปแบบในที่เห็นนะคะ จะต้องมีคำว่า "def"deนั่นก็คือการประกาศตัวแปรนะคะ บอกให้รู้ว่านี่นะ ฉันจะประกาศจะประกาศค่า ประกาศฟังก์ชัน ไม่ใช่ประกาศตัวแปร พูดผิดแล้วตามด้วย function_nameเราต้องพิมพ์ d-e-f พิมพ์ด้วยตัวเล็กเสมอ ถึงได้ทำเป็นสีแดงให้เห็นว่าคำว่า d-e-f นะคะ ตัวเล็กเท่านั้นนะคะ ไม่ใช่พิมพ์ด้วยตัวพิมพ์ใหญ่นึกออกนะนะคะ ก็คือทุกครั้งที่พอจะมีการสร้างฟังก์ชันเราต้องพิมพ์คำว่า defเป็นตัวแรกนะคะ แล้วตามด้วย function_name  function_nameนั่นก็คือชื่อ ชื่อของฟังก์ชันที่เราจะไว้เรียกใช้ในครั้งต่อไป เราจะเป็นคนตั้งเองให้นึกถึง function_nameตั้งชื่อให้ตัวแปร แต่อันนี้เป็นการตั้งชื่อฟังก์ชันนี้คือฟังก์ชันอะไรนะคะ เสร็จแล้วก็จะมีวงเล็บ พอใส่คำว่า "def" แล้วก็ใส่ชื่อฟังก์ชันเราต้องต้องพิมพ์วงเล็บเสมอนะคะ แต่ถ้าเราพิมพ์ใน Colab ไอ้ตัววงเล็บนี้จะขึ้นมานะคะ แล้วส่วนข้างในนี่นะคะ เขาบอกว่ามันเป็นการกำหนดค่า Paramiterถ้าเป็นเขียนโค้ดปกติ มันก็จะหมายถึงตัวแปรรนะคะ แต่ในฟังก์ชันนี่เราจะเรียกว่า "พารามิเตอร์" เพื่อไว้สำหรับอะไรล่ะ เขาเรียกนี่ เขาบอกว่าพารามิเตอร์ของฟังก์ชันนี่มีจำนวนเท่าไรก็ได้ ก็คือในฟังก์ชันนี้เราจะมีการเก็บค่าของอะไรบ้าง พารามิเตอร์ตัวนั้นก็จะเป็นตัวเก็บให้เราสมมตินะคะ สมมติเราต้องการตำนวณหาค่าพื้นที่วงกลมอย่างนี้นะคะ ค่าพารามิเตอร์ที่จะเก็บก็อาจจะมีค่าของรัศมีวงกลมหรือมีค่าของอะไรนะเส้นรอบวงอะไรอย่างนี้เข้ามานะคะ นั่นก็คือค่าพารามิเตอร์ที่เราจะไว้เก็บข้อมูลในฟังก์ชันนี้นะคะ เสร็จแล้วเมื่อพิมพ์ function_name ใส่ค่าพารามิเตอร์อะไรเสร็จ เราจะปิดคำสั่งการประกาศฟังก์ชันด้วยโคลอนเสมอนะคะ สังเกตนะคะ เมื่อใดที่ตัวนั้นจะต้องปิดด้วยเสมอ แล้วขึ้นบรรทัดใหม่มันจะเข้าสู่ย่อหน้าใหม่ตัว Statement ในที่นี้หมายถึงคำสั่งอื่น ๆ นะคะ แล้วเด็ก ๆ สังเกตดูนะคะ ว่าในการประกาศฟังก์ชันตัวที่ 1นะคะ กับตัวที่ 2 ตัวที่ 2จะมีคำว่า return value return ก็คือการคืนส่งค่าคืนกลับซึ่งฟังก์ชันที่เราเขียน อาจจะเขียนแล้วมี return หรือไม่มีก็ได้นะคะ แต่ที่เขียนให้ดูเป็นตัวอย่างนี่ ให้เห็นรูปแบบนี้ให้เห็นทั้ง 2 แบบว่าเป็นแบบที่ไม่มีการ return ค่าแต่แบบที่ 2 นี่มี มีการส่งคืนค่ากลับ ก็เลยจะมีคำว่า "return value" ก็คือเราต้องพิมพ์คำว่า return ด้วยตามด้วยค่าที่เราต้องการให้ส่งกลับ เช่น เดี๋ยวดูในตัวอย่างจะเห็นชัดนะคะ เดี๋ยวยกตัวอย่างแล้วจะมองภาพไม่ออก ซึ่งเขาบอกว่าค่าที่ส่งกลับนั้นจะเรียกว่านะคะ ทีนี้เรามาดูตัวอย่างแรกก่อนเพื่อจะให้เห็นว่าถ้าเราต้องการประกาศตัวแปรแลลไม่มีการ returnไม่มีคำสั่ง return เพื่อคืนค่านี่ ในตัวอย่างนี้เราจะประกาศตัวแปรชื่อ เห็นไหมคะ ตรง def แล้วตามด้วยhello () namedef ก็คือ definitionก็คือคำสั่งเพื่อใช้และติดประกาศตัวแปร ประกาศฟังก์ชัน ขอโทษทีนะคะ คือ defแล้วก็ตามด้วย function_name ซึ่งในที่นี้ตั้งชื่อว่าhello นะคะ ฟังก์ชัน hello ก็คือฟังก์ชันที่เราต้องใช้เพื่อแสดงคำทักทายออกมานั่นเองนะคะ แล้วทีนี้พอเวลาเรียกใช้ฟังก์ชันนี้นะคะ มันจะสั้นนึกออกนะ การเขียน Code มันจะสั้นกว่าที่เราเคยทำแล้วตามด้วย พารามิเตอร์ที่หรือที่เราไว้เก็บค่า ก็คือ name นะคะ เสร็จแล้ว ตามด้วย statement ตามด้วยข้อความหรือคำสั่งหรือ Code อะไรก็แล้วแต่นะคะ ซึ่งในทีนี้เราต้องการให้แสดงนะคะ แสดงคำทักทายชื่อที่เรารับค่าเข้าไปนี่ หรือพารามิเตอร์ที่เราส่งเข้าไป ก่อนอื่น เด็ก ๆ เปิด Colab หรือยังคะ เปิด Colab ด้วยไปที่ web browserแล้วเปิดเหมือนเดิมนะคะ พิมพ์คำว่า "Colab" น่ะc-o ต้องบอกว่า co สิColab l-a-b นะคะ พิมพ์ l-a-bแล้วกด Enter เลยเพราะสังเกตว่าเว็บไหนที่เราเปิดมันจะอัตโนมัติเด็ก ๆ กด Enter ได้เลนยมันก็จะเข้ามาหน้าที่เราใช้งานนะ แล้วก็คลิกCode นะคะ ลืมไปอย่าลืมทำอะไรก่อน เข้าสู่ระบบนะ ไม่อย่างนั้นเราจะrun มันไม่ได้นะคะ เด็ก ๆ อย่าลืมลงชื่อเข้าสู่ระบบด้วย Login เข้าไปด้วยนะคะ เข้าระบบของเราให้เรียบร้อยด้วยโอเคนะคะ เสร็จแล้วเราก็เริ่มฃไปที่เขียน Code เหมือนเดิมนะคะ เด็ก ๆ กดที่คำว่า "code" นะคะ ในบรรทัดแรกของเรานะคะ เราก็เริ่มประกาศฟังก์ชัน โดยพิมพ์คำว่าอะไรคะ de แล้วก็ fใช่ไหมคะ พิมพ์ด้วยตัวพิมพ์เล็กเสมอนะคะ ไม่ใช่พิมพ์ใหญ่แบบนี้นะ ไม่ใช่พิมพ์ D-e-fD-E-F แบบนี้ ตัวใหญ่นี่ถือว่าไม่ถูกต้องนะคะ ตัวใหญ่นี่ถือว่าไม่ถูกต้องนะคะ def นะคะ แล้วก็กดSpace bar เพื่อวรรค 1 ครั้งนะคะ บอกแล้วว่าวิธีการประกาศฟังก์ชัน ก็คือพิมพ์คำว่า "def"แล้วตามด้วยชื่อของฟังก์ชันชื่อของฟังก์ชัน ในตัวอย่างเรา ชื่อว่า Helloทีนี้มาดูชื่อ ชื่อของฟังก์ชันนี่ก็ต้องใช้ตัวพิมพ์เล็กเหมือนกันนะคะ ไม่ใช่ตัวพิมพ์ใหญ่นะคะ ดูดี ๆ นะคะ เพราะฉะนั้นพิมพ์ตัว hด้วยตัวพิมพ์เล็กนะคะ h-e-l-l-o แล้วก็ใส่วงเล็บเข้าไปแล้วก็ตามด้วยพารามิเตอร์ ในวงเล็บพารามิเตอร์ของเรา ก็คือคำว่า ""name" นะคะ ตัวพิมพ์เล็กเพราะมันเป็นตัวแปรชื่อว่า name เมื่อเสร็จฟังก์ชันใช่ไหมเสร็จคำสั่งฟังก์ชันต้องปิดด้วยเครื่องหมายโคลอนเสมอแล้วกด Enter นะคะ 1 ครั้งใช้วิธีกด Enter นะ ไม่ใช่เลื่อนเมาส์ลงไป สังเกตบอกแล้วพอกด Enter นี่ตำแหน่งของเคอร์เซอร์มันจะ Tab เข้าไปนะStagement ที่หรือคำสั่งต่อไปที่เราจะใช้ ก็คือคำสั่งแสดงผลนะคะ ก็คือคำสั่ง printp-r-i-n-tprint แล้วก็ตามด้วยวงเล็บเหมือนเดิม print อะไรสิ่งที่อยู่ในวงเล็บอย่าลืมนะคะ เมื่อใดที่บอกให้พิมพ์วงเล็บนี่ สังเกตมันจะมี () ขึ้นมานะเดี๋ยวอ๋อ ขอโทษ ไม่ได้สลับหน้ามันไม่สลับหน้าตลอดเลยเราก็ว่าอยู่แต่เด็กพิมพ์ตามใน PowerPoint แต่อยากให้เห็นใน Colabเพราะว่าเมาส์หายเมาส์จ๋า เมาส์จ๋านั่นน่ะสิเดี๋ยวเลื่อนไอ้นี่เอาก็ได้นะโอเคนะคะ นะในนี้จะพิมพ์คำว่า "print" นะคะ เดี๋ยวจะโชว์ไอ้ตัวข้อความด้วยเดี๋ยวสิ้นสุดการนำเสนอก่อนเดี๋ยวให้เห็น 2 หน้าด้วยกัน ไม่สิ ไม่สิโอเคไหมเดี๋ยวนะ กำลังหามุม มุมให้เธออยู่โอเคน่าจะได้เห็น 2 อย่างนะ เห็นไหมคะ จะมาที่คำสั่ง print ของเรานะแล้วในวงเล็บของ printลืมทำให้มันขึ้น 2 หน้าคู่กัน เดี๋ยวนะคะ แป๊บหนึ่งขยับได้ไหม ไม่เห็นหน้านี้อีกขอ 2 ทำไมได้ 4 นี่เดี๋ยวนะ เดี๋ยวจะกระเถิบ ๆ ๆแล้วก็ไม่เห็นในสไลด์อีกสิส่วนแบ่งทางการตลาดเยอะโอเคไหมอีกหน่อยหนึ่ง นะคะ วงเล็บในวงเล็บของคำว่า "print" เราจะ print คำว่า "hello" นะคะ แล้วตามด้วยเห็นไหม ตรงก่อน... ตรงก่อน Hello มีเครื่องหมายคำพูดนะดูดี ๆ อาจจะเห็นไม่ชัดใส่เครื่องหมายคำพูดนะคะ Single Quote หรือแล้วค่อยพิมพ์ Hello ด้วยตัวใหญ่่แล้วก็ตามด้วยเครื่องหมาย % %sนั่นคือ ข้อความนี้เป็น String นะคะ แล้วหลังเครื่องหมายคำพูดเด็ก ๆ ต้องเลื่อนไอ้ตัวนี้ไปหลังเครื่องหมายคำพูดนะพิมพ์ % name แล้วก็พิมพ์เปอร์เซ็นต์ แล้วตามด้วยname ตัวเล็กนะ ดูดี ๆ นะ เราเรียกใช้ เราสร้างพารามิเตอร์ด้วย name ตัวเล็กเวลาเรียกใช้ก็ต้องใช้ตัวเล็กนะคะ นี่คือเสร็จฟังก์ชันนี้แล้วลองเรียกใช้งาน ลองกด Play ก่อนขอโทษ เราจะได้รู้นะคะ การกดตัวนี้นะ เพื่อจะได้เช็กว่าที่เรา codeที่เราเขียนไปนี่มันถูกไหมถ้าผิดมันจะขึ้น Error ใช่ไหมคะ ครั้งแรกเวลา Code มันก็จะช้านิดหนึ่งมันก็จะยังหมุนติ้ว ๆ อยู่นะคะ เราก็ต้องรอนะคะ แสดงว่าไม่มีอะไรผิดนะคะ ไม่ทำอะไรนะ เพราะฟังก์ชันสร้างขึ้นมา สร้างแล้วแล้วอย่าลืมว่ามันจะต้องมีการเรียกใช้ นึกออกนะต้องสร้าง สร้างเพื่อให้มันไปโดนเรียกก่อน มันถึงจะทำงานนะคะ ตอนนี้คือสร้างเพื่อให้คอมพิวเตอร์มันจำ จำไว้ว่าตอนนี้เราสร้างฟังก์ชันชื่อว่า hello แล้วนะคะ ที่ให้กด Run นี่เพื่อจะให้ตรวจสอบว่าCode ที่เราเขียนไปมันถูกหรือเปล่า ถ้าผิดมันจะแสดง Errorนะ ถ้าเขียนไม่ผิดมันก็ไม่แสดงใช่ไหมคะ นี่ลอง Run แล้วนะคะ Error ไม่ขึ้นนะคะ ของใครขึ้น Error ยกมือสิ่งที่ต้องเช็ก ก็คือ 1. คำสั่งd-e-f นะคะ definitionการประกาศฟังก์ชัน ตัวที่ 2ก็คือชื่อฟังก์ชันใช้ตัวเล็ก และตัวที่ 3 พารามิเตอร์ พามิเตอร์จะมีค่าอยู่ในวงเล็บเสมอนะคะ เสร็จแล้วต้องปิดการประกาศฟังก์ชันด้วยโคลอนเสมอนะคะ ทีนี้เมื่อกี้ประกาศฟังก์ชันที่ 1 ไปแล้วมาดูแบบที่ 2 นะคะ ฟังก์ชันที่มีการ return หรือส่งกลับค่าเดี๋ยวขยายหน้าไอ้นี่ให้ก่อนสลับไปสลับมากันอยู่นี่ล่ะเรา อันนี้ อันนี้แบบไม่มีreturn ค่านะในตัวอย่างนี่เราสร้างฟังก์ชันชื่อ hello นะคะ เราใช้เราสร้างฟังก์ชันนี้ขึ้นมาเพื่อต้องการให้มันแสดงข้อความ ด้าวอีกแล้วอะไรอีกหว่าสลับจอไม่ได้เลย น่าจะเป็นกับไอ้ตัวนี้ทำไมหนก่อนไม่เห็นมี หรือเพราะเป็นไอ้นี่บ่ะ Windows 11 นี่บ่ มันถึงขึ้นไอ้สลับไอ้จอไอ้นี่ทุกทีเลย แล้วก็เป็นปัญหาในการใช้งานจะได้ใช้ Windows อื่นเสียล่ะสลับไอ้จอไอ้นี่นะคะ มาดูตัวอย่างที่ 2 นะคะ เราจะประกาศฟังก์ชันมีการใช้ return value หรือการคืนค่ากลับในตัวอย่างที่ 2 เป็นการประกาศฟังก์ชันที่ชื่อว่า area ()โดยมีพารามิเตอร์ 2 ตัวwidth แล้วก็ความ... width แล้วก็height ซึ่ง area ในที่นีึ้พื้นที่ สูตรการหาพื้นที่สี่เหลี่ยม ก็คือกว้างคูณยาวเพราะฉะนั้น ค่าพารามิเตอร์ที่ไว้ใช้สำหรับเก็บค้าก็คือค่าความยาวกับความกว้างนั่นเองนะคะ ก็เลยตั้งชื่อตัวพารามิเตอร์ 2 ตัวนี้ว่า width นั่นเองนะคะ เสร็จแล้วปิดด้วยโคลอนคลอนStatement ต่อมาสร้างตัวแปรชื่อว่า C ตัวแปร Cสำหรับคำนวณความกว้างคูณความยาว ก็คือคำนวณหาพื้นที่ของสี่เหลี่ยมนั่นเองนะคะ แล้วทำการ return ค่า cนะคะ ก็คือให้ส่งกลับค่าของ cก็คือเมื่อเอาพารามิเตอร์มาคำนวณแล้วนี่ c จะได้เท่าไหร่ส่งกลับค่าให้ c นะคะ นี่คือการประกาศฟังก์ชันแบบมีการ return ค่าเพราะฉะนั้น บางคนคีย์ใน Colab ไปเรียบร้อยแล้วนะคะ เรามาเริ่มคีย์ของเราด้วยนะคะ แล้วมันก็จะไม่ขึ้นไอ้หน้านี้อีกแล้ว มันเป็นอะไรกับ...มันไม่สลับ Extend หรือมันไม่ขึ้นหน้าจออีกแล้วน่ะโอเค ต้องสลับ2 รอบเชียวหรือนะคะ เอาไว้ก่อนอย่างนั้นก็ต้องมาจัดไอ้นี่ใหม่อีกแล้วนี่ไม่เห็นตัวหลังอีก เอา เห็นไหมไม่เห็นอีก มันน่านักเชียวเดี๋ยวนะเดี๋ยวนะ สลับหน้าก่อนโอเคไหมColabไปไหนแล้วนะคะ เราประกาศฟังก์ชันที่ 2 ต่อด้วยฟังก์ชันแรกได้เลยนะคะ เมื่อหลังฟังก์ชันแรกเรากด Enter กดลงไป2 อันเลยก็ได้เด็ก ๆ สังเกตตำแหน่งมันจะTab เข้าไปนะ เรากดย้อนคืน 1 ครั้งให้มันอยู่ตำแหน่งตรงกับชิดขอบแล้วก็เริ่มพิมพ์คำสั่ง definitiond-e-f เพื่อประกาศใช้คำสั่งฟังก์ชันที่ชื่อว่า... ชื่อฟัง์ชันของเราชื่อว่า area () นะคะ วรรคตามด้วย areaตัวเล็กนะคะ แล้วก็ตามด้วยเครื่องหมายวงเล็บ เพราะบอกแล้วมีชื่อฟังก์ชัน เสร็จแล้วจะต้องมีพารามิเตอร์อยู่ในวงเล็บก็คือพารามิเตอร์ตัวที่ 1 ชื่อว่า width w-i-d--h นะคะ คั่น ๆ ๆขั้นพารามิเตอร์ตัวต่อไป ด้วยเครื่องหมายนะ คอมมาหรือไอ้ลูกน้ำเรานะคะ แล้วก็ตามด้วยชื่อพารามิเตอร์ตัวที่ 2 นะคะ ก็คือ h-i-h-e-i-g-h-t height หรือสูงนั้นเองนะคะ มีพารามิเตอร์สำหรับเก็บความยาวกับความกว้างนะคะ ก็คือ width กับ heightปิดการประกาศฟังก์ชันของเราด้วยเครื่องหมายโคลอนเสมอเมื่อเราประกาศฟังก์ชันเสร็จแล้วนะคะ เรากด Enter เพื่อไปพิมพ์Statements ใหม่นะคะ เคอร์เซอร์มันจะ Tab เข้าไปอัตโนมัตินะคะ เสร็จแล้วเราประกาศตัวแปร ชื่อว่า c เพื่อทำการคำนวณค่าพารามิเตอร์ 2 ตัวของเราก็คือเอา widthเพราะสูตรการหาพื้นที่สี่เหลี่ยมกว้างคูณยาวนะ เพราะฉะนั้น เราอยากรู้พื้นที่สี่เหลี่ยมเอากว้างไปคูณกับยาว เพราะฉะนั้น ก็ต้องเอาพารามิเตอร์ widthตัวนี้เด็ก ๆ ดูนะเมื่อเราพิมพ์นี่ ให้เราwidth w-i-d-t-h เพราะอย่างนี้ทำให้เราพิมพ์พารามิเตอร์หรือตัวแปรที่เราสร้างไว้ไม่ผิดนะคะ แล้วใส่เครื่องหมายคูณเครื่องหมาย คูณในที่นี้ก็คือเครื่องหมายดอกจันตัวแปรทางคณิตศาสตร์ของโปรแกรมคอมพิวเตอร์เครื่องหมายคูณ ก็คือเครื่องหมายดอกจันนะคะ แล้วตามด้วยพารามิเตอร์ตัวที่ 2 ก็คือheight รอสักพัก แล้วหาคำว่า "height" นะคะ h-e-i-g-h-tอาจจะพิมพ์ h-e ก็ได้ น่าจะขึ้นเห็นไหมคะ เจอตัวนี้ปุ๊บคลิกเลย เพราะบางคนจะมีปัญหา เมื่อชื่อตัวแปรหรือพารามิเตอร์เริ่มยาวหรือยากจะพิมพ์ผิด แล้วพอพิมพ์ผิด พอไป Run Code มันจะเกิดError เพราะฉะนั้น ตัว Colab นะคะ ที่ดีเลย คือ เมื่อเราพิมพ์ี่ดีเลย คือ เมื่อเราพิมพ์ตัวแรกขึ้นมา ตัวแปรตัวนั้นมันก็จะขึ้นมาให้เห็นนะคะ พอเราเห็นเราคลิกเลือกมันได้เลยนะคะ เมื่อได้Statement เพื่อการคำนวณแล้วต่อไปเราจบคำสั่งหรือ code ของนะคะ แล้วในบรรทัดต่อไป เราจะใช้คำสั่งในการคืนค่าหรือ return valueโดยการพิมพ์คำว่า "return"พิมพ์ด้วยตัวเล็กนะคะ ค่าที่เราต้องการให้แสดง หรือ...หรืออะไรก็แล้วแต่ ซึ่งค่าที่เราต้องการให้มันแสดงหรือเห็นนี่ ก็คือค่าของการที่เราคำนวณพื้นที่c นั่นเองนะคะ เพราะฉะนั้น return c ตามด้วย cไม่มั่นใจก็คลิก cที่มันขึ้นมาอย่างนี้นะคะ เหมือนเดิมนะคะ เพื่อเป็นการเช็ก Code ของเรา ก็คือกดตัวPlay ที่เป็นรูปเหมือนเป็นPlay Video Play Music อะไรพวกนี้ ให้มันเช็กว่า Code ที่เราเขียนนี่ถูกต้องแล้วนะคะ มีใครขึ้น Error ไหมคะ ไม่มีนะคะ แสดงว่าเริ่มมีความชำนาญในการ Code แล้วแล้วนี่คือการประกาศใช้ฟังก์ชัน หรือการสร้างฟังก์ชัน ทีนี้บอกแล้วว่าเมื่อสร้างเสร็จแล้วนี่ไม่เห็นผลอะไรเลยใช่ไหม พอเรากด Play นี่เราต้องไปเรียกใช้งานมันถึงจะแสดงไอ้ผลพวกนี้ออกมาได้เพราะฉะนั้น เราจะมาดูเนื้อหาต่อไปนะคะ ก็คือ...ไม่สลับโหมดแล้วนะเดี๋ยวสลับไปสลับมา เราก็ เราก็แก้ไม่ได้อีก เดี๋ยวเสียเวลาในการแก้โหมดหน้าจอนะคะ ขอย่อให้มันพอดีหน่อยโอเคก็จะเล็กไปอีกใช่ไหมถ้าย่อ แล้วสลับโหมดเป็นยังไงนี่ขึ้นไหม ขึ้นอยู่ โอเค สลับได้นะคะ เมื่อกี้บอกแล้วว่าถ้าเราทำใน Colab เป็นการสร้างแล้วนะ ต่อมาเมื่อสร้างเสร็จแล้วมันต้องเรียกใช้เสียก่อนนะคะ เราถึงจะรู้ว่าฟังก์ชันที่เราสร้างมันใช้งานได้จริงไหมนะคะ การเรียกใช้งานฟังก์ชันนะคะ ก็คือในนี้อธิบายพอเราสร้างฟังก์ชันแล้วนะคะ เราต้องเรียกใช้งานมัน วิธีการเรียกใช้ ก็คือเราจะใช้ชื่อของฟังก์ชัน เห็นไหมคะ และส่ง อาร์กิวเมนต์อะไร เมื่อกี้มีพารามิเตอร์ มามี Argument อีกArgument กับ Parameเดี๋ยวมีคำอธิบายนะคะ ว่า Argumentก็เป็นคำ ไม่ใช่คำเป็นค่าที่เราส่งเข้าไปในฟังก์ชันนะคะ ตอนที่เราใช้งานนะคะ ส่วนพารามิเตอร์น่ะ คือ ตัวแปรที่เรากำหนดในฟังก์ชันเพื่อรับค่าเมื่อกี้พารามิเตอร์ที่เรามีตัวที่ 1 ชื่อว่าname นั่นคือตัวแปรที่เราใช้รับค่าเพราะฉะนั้น Argument ก็คือชื่อที่เราจะพิมพ์เพื่อให้ตัวแปรมันรับค่านั่นเองนะคะ มาดูตัวอย่างวิธีการเรียกใช้ฟังก์ชันนะคะ มาดูตัวอย่างกันก่อนการจะเรียกใช้ฟังก์ชันที่เราสร้างขึ้น ไม่ได้มีอะไรพิศดาลเลยเพียงแต่เราพิมพชื่อฟังก์ชันนั้น แล้วตามด้วยเห็นไหมคะ ตามด้วย Argumentในที่นี้ ก็คือชื่อเพราะในวงเล็บนี่สิ่งที่เป็นตัวแปรชื่อว่า name นะคะ พารามิเตอร์น่ะชื่อว่า name แล้วพอเราเรียกใช้นี่ก็คือเราพิมพ์ชื่อฟังก์ชันนั้น แล้วตามด้วยค่าที่เราจะให้มันเก็บเลยนะ นะคะ ลองดูนะคะ ลองเลย ลองเลย เพื่อให้เห็นภาพหรือมันช้า พอ... พอสลับมา Colab มันจะช้านิดหนึ่งหรือ ไม่สลับอีกแล้วนะ อะไรนะโอเค เราก็จะต้องสลับกันอย่างนี้นะคะ นี่นะ เราไปประกาศไปแล้วนี่นี่คือฟังก์ชันเวลาเรียกใช้ไม่ได้มีอะไรพิสดารเลยนะคะ ใส่ Hashtag ก่อนเพื่อจะให้รู้ว่าตรงนี้เป็นส่วนของเราเรียกการใช้ฟังก์ชันนี้ ก็เลยใส่เครื่องหมา chap หรือ hahtagอันนี้คือคอมเมนต์นั่นเองนะคะ เพื่อจะบอกให้รู้ว่าตรงนี้เราจะเรียกใช้ฟังก์ชันที่เราสร้างแล้วนะ callingcalling นะคะ calling ก็แล้วก็ตามด้วยฟังก์ชัน f-u-n เด็ก ๆ ไม่ต้องพิมพ์ ไอ้นี่ก็ได้นะคะ ฟังก์ชันแรกที่เราจะเรียกใช้ชื่อ ก็คือเวลาจะเรียกใช้มันพิมพ์ชื่อฟังก์ชันนั้นนะคะ พิมพ์ hello เลยนะคะ ฟังก์ชันแรกของเราชื่อว่า hello ใช่ไหมคะ แล้วตามด้วยเครื่องหมายวงเล็บนะคะ เห็นไหมคะ มันจะขึ้นมาบอกเลย namename คืออะไร name ในที่นี้ ในตัวอย่าง ก็คือ Danny นะคะ ทีนี้เราไม่อยากใส้ Danny เราใส่ชื่อเราเองไปก็ได้ชื่อนึกออกนะ เช่นเนื่องจาก name เป็น string อย่าลืมใส่เเครื่องหมายคำพูดหรือ Dote นะคะ nameใส่ชื่อเราแทน Danny ก็ได้นะคะ เด็ก ๆ จะใส่ชื่อเล่นหรือชื่อจริงก็ได้ แล้วแต่นะคะ สมมติเรียกฟังก์ชัน hello ไปแล้ว ฟังก์ชันต่อมาที่เราจะเรียกใช้นะคะ ก็คือ area () แต่วิธีการเรียกใช้ area () ที่เราเราอยากให้มันแสดงค่าพื้นที่นะคะ ก็เลยใช้คำสั่งprint ก่อน แล้วไปเรียกฟังก์ชันนั้นไว้ใน print นะคะ ให้ print แสดงนะคะ ดูตัวอย่างทำให้ดูก่อนp-r-i-n-tลืมแก้ภาษาขอโทษทีตำแหน่งของฟังก์ชันชิดนะคะ ไม่วรรคนะคะ นี่ ไม่ต้อง Tab เข้าไปนะตัวที่ 2 นะคะ เราจะใช้คำสั่ง print เพื่อเรียกใช้ฟังก์ชันนะคะ เพื่อให้แสดงแล้วก็เรียกใช้ฟังก์ชันด้วยแสดงคำว่าเป็นข้อความนะคะ เพราะฉะนั้นเมื่อเป็นข้อความ พิมพ์เป็นภาษาไทยก็ได้ไม่ต้องใช้คำว่า "area" ในภาษาอังกฤษ ก็คือพื้นที่สี่เหลี่ยม=ใส่เครื่องหมายเท่ากับนะคะ เปลี่ยนภาษาก่อน =%d นะคะ %d เท่ากับ แล้วก็เปอร์เซ็นต์แล้วก็ dแล้วหลังเครื่องหมายคำพูดตามด้วย % แล้วเรียกใช้ฟังก์ชัน area นะคะ ตามด้วยเครื่องหมายเปอร์เซ็นต์แล้วก็พิมพ์ฟังก์ชัน area a-r ปุ๊บ ขึ้นหรือยังA-r-e-a นะคะ แล้วก็วงเล็บทีนี้ใส่ Argumentให้ 2 ตัว ก็คือ 8 นะคะ กว้าง 8เอามากกว่านั้นก็ได้นะในตัวอย่างบอกว่าความกว้าง คือ 8 ความสูง คือ 4ถ้าพื้นที่ที่มีความกว้าง พื้นที่สี่เหลี่ยมที่มีความกว้าง 8ความสูง 4 นี่ความสูงนี้เท่าไหร่ ตอนนี้เราพิมพ์คำสั่งหรือ Codeเสร็จหมดแล้วนะคะ เด็ก ๆ ลองกด Play ดูได้เลยนะคะ ถ้าใครพิมพ์เสร็จแล้วจะแสดงผลอย่างไรอ้าว Error เด้งขึ้นมา ณบัด Nowบรรทัดที่ 9เกิดอะไรขึ้นprintตัวแปร ตัวแปรผิด เดี๋ยวนะ ค่อย ๆ ไล่นะคะ พอขยายแล้วของตัวเองก็เล็กแบบนี้นะ เดี๋ยวสังเกตนะคะ เมื่อขึ้น Errorเด็ก ๆ ดู เห็นไหม มันจะชี้ไปที่บรรทัดผิดพิมพ์ตัวแปรผิดหรือ ฟังก์ชันชื่อฟังก์ชันถูกแล้วนะ hello ถูกต้องนะคะ เสร็จแล้วมันบอกว่าในบรรทัดที่2 % name value error ค่า error ตรง...ไม่อยู่ใน IndexS ตัวใหญ่หรือ s เล็กใช่ไหม ขอโทษทีพิมพ์ s ผิดใช่ไหมนี่%sแก้ได้ ๆ เห็นไหมคะ เมื่อกี้ตรงลืมพล็อตให้ดูก่อน เมื่อกี้ตอนแม่พิมพ์ %sแม่ไม่ได้ดู s มันเป็นตัวมหญ่ตามคือ ไอ้พวก % d % อะไรนี่พิมพ์เล็กมันไม่ใช่ตัวพิมพ์ใหญ่ แม่ไปพิมพ์ใหญ่ถ้าเด็ก ๆ ผิดตำแหน่งนี้ แก้แค่ตัว S จากตัวพิมพ์ใหญ่ เป็นตัวพิมพ์เล็กแค่นั้นเองการขึ้น Error นะ เดี๋ยวแก้ให้ดูนะคะ พอมาไล่ฟังก์ชันมันจะขึ้นลูกศรชี้ไปที่บรรทัดไหน นั่นหมายความว่ามันหมายความผิดพลาดที่%s' nameตรง value error เห็นไหม ค่าที่มัน error ค่ามันอยู่ที่คำว่า s อ๋อย้อนกลับไปดู อ๋อ s ฉันพิมพ์ผิดฉันต้องพิมพ์เป็นตัวเล็กนะคะ พอแม่แก้จากตัวใหญ่เป็นตัวเล็กเรากด Play น่ะ Error มันก็หาย แล้วผลลัพธ์มันก็จะแสดงขึ้นมา เห็นไหม มันก็จะพิมพ์คำว่า...เห็นไหม มันก็จะไปเรียกใช้ ไอ้ตัวนี้ออกมาเลย ทั้ง ๆ ที่ ตอนเรียกนี่ เราพิมพ์แค่ฃฟังก์ชัน แล้วก็ตามด้วยค่า Argumentที่จะให้มันแสดงแต่ตอนที่ทำงานน่ะ มันมาทำงานที่ตัวนี้เห็นไหมคะ ตัวคำว่า "print" แต่ตรง area นี่นะคะ ตรงฟังก์ชัน areaเราไม่มีคำว่า "print" ไว้พอเวลามาเรียกใช้เธอ เราก็เลยมาพิมพ์คำว่า...มีแถมตัว r มาจากไหนนี่สามเหลี่ยม = %d'สามเหลี่ยม 8 x 4 = 32 ถูกต้องนะคะ มันก็จะส่งค่า c ที่มาคำมาแสดงตรงนี้เห็นไหมคะ เป็น 32 นะคะ มันก็เลย print คำว่าพื้นที่ สี่เหลี่ยมของเรานี่นะคะ มีค่า =%d นั่นหมายถึงให้แสดงเป็นเลขจำนวณเต็มนี่ไม่ต้องแสดงทศนิยมออกมานะคะ ลองดูอีกสักตัวอย่างหนึ่งไหมคะ ลอง ลองเรียกใช้ฟังก์ชัน hello อีกนะคะ เด็ก ๆ ลองนะคะ ทีนี้ให้ใส่ชื่อเล่นตัวเองลงไปเอาแต่ hello อย่างเดียวให้เห็นใส่ชื่อเล่นเรานะเห็นไหมคะ มันจะขึ้นมาเป็นฃตัวต่อไปอันนี้ไม่มันก็จะทำซ้ำไง เพราะเรายังอยู่ในตัวเดิมนะไม่แน่ใจว่ามันจะไปเรียกใช้ได้อีกไหมมันจะไปเรียกใช้ได้อีกไหมเด็ก ๆ กด Code มีตัวใหม่ใช่ไหม แล้วลองเรียกใหม่วลองเรียกใหม่จากโค้ดที่เราเพิ่มเข้ามา ลองเรียกนะคะ ไม่ได้ไปเรียกต่อจากเมื่อกี้ลองพิมพ์ฟังก์ชัน hello ที่เราสร้างไว้ก่อนหน้า ลืมแก้ภาษาอีกแล้วพิมพ์เรียกใช้ฟังก์ชันทีนี้ลองใส่ชื่อเล่นหลาย ๆ คน ใส่ชื่อเพื่อนลงไปด้วยสัก 3 คนลองดูสิ มันจะขึ้นอย่างไร ลองดูนะคะ เพราะบอกแล้วว่า Argument นะคะ มีกี่คนก็ได้ ลองสิขึ้นไหมSyntax error อ๋อรู้แล้วเพราะอะไรคะ เพราะไอ้ตัวนี้มันมีพารามิเตอร์ตัวเดียว แต่เราไปใส่หลายตัวนะคะ มันจะใส่ได้ตามจำนวนพารามิเตอร์ด้วยนะคะ เพราะฉะนั้น ในกรณีนี้ถ้าเราจะเพิ่มให้มันมีหลายคนถ้าเราจะเพิ่มให้มันมีหลายคนนะคะ เราต้องไปแก้ที่ฟังก์ชันเราเข้าใจแล้วแล้วลอง ลองมาใส่ที่ตัวนี้ใหม่แสดงว่าไม่เรียก อ๋อมัน มันข้ามไปสร้างตัวใหม่นี่ไง ๆ มันขึ้นเตือนว่ามาว่าType Error ชนิดไม่ถูกต้องนะคะ เพราะhello ฟังก์ชัน Hello เราน่ะPosition ให้แค่ 1 ตำแหน่งนะคะ ใน Argument แต่เราไปใส่ 3 ก็คือถ้าเราต้องการให้มีหลายตัวไปเพิ่มตัวนี้นะคะ เพิ่มขึ้นเพราะฉะนั้นไปวิธีแก้ไม่ได้ยากเลยนะคะ ถ้าจะ... เรามาเปลี่ยนที่ตัวฟังก์ชันหลักเพราะตอนเรีกยใช้ไอ้ตัวนี้มันเรียกแค่ใช่หรือเปล่าอย่างนี้เป็นต้นนะคะ นี่คือเมื่อ... จำไว้เลยว่าเมื่อตอนสร้างเสร็จจะเรียกใช้แค่พิมพ์ชื่อแล้วในวงเล็บนี่ เราพิมพ์ค่าของ... เขาเรียกว่า ""Argument" ลงไปแค่นัมันชื่อนี้เวลาเราเรียกใช้มันนี่ เราเอามาทั้งชื่อฟังก์ชันกับวงเล็บ แต่สิ่งที่อยู่ในวงเล็บนี่ ก็คือเราใส่เข้าไปได้เลยมัน... พอมันโดนเรียกใช้นี่มันจะกลายเป็นArgument แต่ตอนที่มันเป็นฟังก์ชันนี่ตรงในวงเล็บนี่คือหรือตัวแปรที่จะไว้รับค่านะคะ แต่พอเราเอาฟังก์ชันนั้นมาใช้งาน สิ่งที่อยู่ในวงเล็บจะกลายเป็นรับเข้าไปนั่นเองนะคะ นี่ นี่คือส่วนของการสร้างฟังก์ชันและการเรียกใช้ฟังก์ชันนะคะ มาดูหัวข้อต่อมาของเราก่อนดีกว่านะคะ เดี๋ยวเด็ก ๆ จะได้ไปเดินงานวันวิทยาศาสตร์ต่อเหลืออีก 2 หัวข้อเดี๋ยวนะ เดี๋ยวนะสลับหน้าจอก่อนไม่สลับไม่ได้โอเคมาดูส่วนต่อมานะคะ ส่วนที่เรียกว่า"Default Argument Value"คืออะไร มันเป็นการกำหนดDefault Argument นี่กำหนดค่าเริ่มต้นนะคะ เป็นการกำหนดค่าเริ่มต้นให้กับไอ้ค่าค่าที่เราจะส่งเข้ามาในฟังก์ชันตอนแรกนะทำให้สามารถเรียกใช้งานฟังก์ชันโดยส่ง Argument ที่น้อยกว่าจำนวนที่กำหนดไว้ก็ได้นะคะ ดูตัวอย่างจะเห็นภาพชัดเห็นไหมนี่นะคะ ในตัวอย่างนี่ สร้างฟังก์ชันชื่อว่า show_infoไม่ได้ใส่เป็นพารามิเตอร์เห็นไหม ใส่ Argument เข้าไปด้วยเลย มี พSalary มี Argument =84360 เห็นไหมคะ นี่คือการ Defalแล้วกำหนด Argument ให้มันด้วยเลยนะคะ แล้วก็สร้างพารามิเตอร์ตัวที่ 2 ชื่อว่า langหรือ Language นะคะ มาจากคำว่า "Language"แล้วใส่ Argument ที่ชื่อว่า Pythonแล้วก็สั่งให้ printprint ที่ 1 บอกให้ print เฉพาะชื่อprint ที่ 2ก็คือ Argument ที่ชื่อ...ไม่ใช่ print Argument print parameterนะคะ ที่ชื่อ Salary เห็นไหม print Name print Salaryแล้วก็ printตอนเราเรียกใช้ ให้เด็ก ๆ ดูตอน Calling Functionใน name นี่เราไม่ได้กำหนด Argument ให้เหมือน salaryกับ Lang Languageเห็นไหมคะ พอ พอเราเรียกนะคะ เรียกใช้มันปุ๊บนี่อันนี้ผิดนะนี่ พิมพ์ผิดขอโทษ มันต้องเป็นPython ขึ้นมา ไม่ใช่ JAVAเดี๋ยว ๆ ขอแก้ก่อนไหง มือบอกไปพิมพ์ Java สะอย่างนั้น เพราะ Argument ที่เราใส่เข้าไปชื่อ Python นะคะ ไม่สลับอีกแล้ว ไม่เป็นไรเดี๋ยวขยายขึ้นใหม่เมื่อกี้กลับมาแก้ดูนะคะ เดี๋ยวเราจะลองทำฟังก์ชันแบบกำหนด Argument ด้วยนะคะ นะ เพราะฉะนั้น เปิด Colab ของเราขึ้นมาไว้นะคะ แล้วเราก็ต้องสลับโอเคสลับได้โอเค สลับได้ เดี๋ยวสลับไป เดี๋ยวสลับไม่ได้ เดี๋ยวจะตีมือนะคะ โอเคทีนี้สร้าง Code ใหม่เลยนะเด็ก ๆ กด + เพิ่ม Code ใหม่ไปเลยจะได้ไม่ไปงงกับอันแรกนะคะ อันแรกเป็นการสร้างฟังก์ชันแบบปกติที่ไม่ได้กำหนดค่า Argument ให่มาดูแบบที่ 2 ที่เราสร้างฟังก์ชันที่มีการ... เดี๋ยวนะ มันทะลุจอไปจอไปนะคะ ฟังก์ชันแบบที่ 2 ชื่อว่า Default Argument Value นี่นะคะ แบบที่มีการกำหนดค่าให้ Argument ในฟังก์ชันเลยนะคะ ก่อนอื่น เราก็ต้องพิมพ์คำสั่ง defd-e-f เพื่อประกาศตัวแปร... เพื่อประกาศฟังก์ชัน แล้วก็ตามด้วยชื่อฟังก์ชัน ซึ้งในตัวอย่างใช้คำว่า "show_info"นะคะ ไม่อยากตั้งชื่อยาวกว่านี้ก็...สังเกตนะคะ เวลาตั้งชื่อ ฟังก์ชันถ้าชื่อมันเป็น 2 ประโยคนี่ เขาจะใช้ Under scoแยกประโยคที่ 1 กับประโยคที่ 2 เห็นไหมคะ s-h-o-w show คือ ประโยคที่ 1show คือแสดงนะคะ แล้วตามด้วยประโยคที่ 2 คือ คำว่า "info"ก็คือโชว์ข้อมูลนั่นเองนะคะ info ย่อมาจากinformation นั่นเองนะคะ ตอนนี้เราสร้างฟังก์ชันที่ชื่อสร้างฟังก์ชันที่ชื่อว่า show_info นะคะ โดยในนั้นนี่ กำหนดพารามิเตอร์ตัวที่ 1 ชื่อว่า name n-a-m-eนะคะ แล้วมีพารามิเตอร์ที่ 2 คั่นด้วยโคลอน ไม่ใช่โคลอน คอมมาเรียกผิด เรียกถูกตลอดเลยนะคะ แล้วก็ตามด้วยชื่อพารามิเตอร์ตัวที่ 2 ซึ่งพารามิเตอร์ตัวที่ 2 นี่เราจะกำหนดค่าArgument ให้เขาไปเลยนะคะ เพราะฉะนั้น พารามิเตอร์ตัวที่ 2 ชื่อว่าซึ่งแปลว่าเงินเดือนนั่นเองนะคะ salaryซึ่งแปลว่าเงินเดือน อยากได้เงินเดือนเท่าไหร่เด็ก ๆ ตรงเครื่องหมายเท่ากับใส่เข้าไปนะลูกอันนี้กำหนดเองได้เลยนะคะ เด็ก ๆ อยากได้เท่าไหร่ เด็ก ๆ กำหนดเองใส่เข้าไปเองเลยอันนี้เขาบอกว่าค่าเริ่มต้นที่ให้ สมมติ 20,000หน่วย หน่วยสิบ ร้อย พัน หมื่น นะคะ 20,000ปุ๊บนะคะ เสร็จแล้วเพิ่มพารามิเตอร์ตัวที่ 3 ชื่อว่าlang ซื้อมาจากคำว่าn-g lang นะคะ แล้วตามด้วยเครื่องหมาย =แล้วก็ตามด้วยชื่อ...คำว่า "Python" langในที่นี้ภาษาเริ่มต้นเข้าบอกว่า Pythonเมื่อเสร็จเมื่อจบ เมื่อจบการประกาศฟังก์ชัน ปิดด้วยเครื่องหมาย :เสมอนะคะ เด็ก ๆ ตอนนี้เรามีฟังก์ชันที่ชื่อว่า show_info นะคะ ดูไปด้วยอธิบายไปด้วย มีพารามิเตอร์ทั้งหมด 3 ตัวคือ name salary นะคะ โดยที่ salary นี่กำหนด Argument เริ่มต้นด้วยที่ 20,000แล้วก็มี lang โดยกำหนด ArgumentของLanguage นี่นะคะ ว่า Pythonเมื่อประกาศฟังก์ชันเสร็จหลังจากนี้ ก็คือ 1. นะคะ print ค่ะ ให้ใช้คำสั่งprintprint อะไรบ้าง print แรก ก็คือต้องการให้ print ชื่อก็จะอยู่ในเครื่องหมายคำพูด แล้วตามด้วยข้อความ ซึ่งในที่นี้เราจะไม่พิมพ์เป็นภาษาไทยแล้วนะ เพื่อให้รู้ว่าตรงนี้คือสิ่งที่เราต้องการให้ก็คือ ชื่อนะคะ แล้วก็ตามด้วยเครื่องหมาย :ชื่อเปลี่ยนเป็นภาษาไทยใส่ %sอย่าลืมว่าเมื่อเราใช้เปอร์เซ็นต์ ตัวอักอย่าลืมว่าเมื่อเราใช้เปอร์เซ็นต์ ตัวอักษรจะเป็นตัวเล็กเสมอ ไม่ใช่ตัวใหญ่ เพราะเราผิดไปแล้ว 1 ครั้งนะคะ เราต้องจำให้ได้แล้วไปที่หลังเครื่องหมายคำพูดนะคะ อยู่หลังเครื่องหมายคำพูดนะ เด็ก ๆ ดูดี ๆ เลื่อนตำแหน่งมานะ แล้วก็ใส่เปอร์เซ็นต์แล้วก็เรียกพารามิเตอร์name มาใช้นะคะ แล้วก็พิมพ์คำว่า "name"เสร็จstatemat ที่ 1 statemet ที่ 2ต้องการให้ print ชื่อค่ะ พิมพ์ค่ะ print พิมพ์ print เหมือนเดิมแล้วบอกไม่ใช่ชื่อสิSalary คือ เงินเดือน ขอโทษ ในเครื่องหมายคำพูดใส่คำว่า "เงินเดือน" ค่ะ แปลเป็นไทยเลยเด็ก ๆ น่าจะพิมพ์ง่ายขึ้นนะคะ เมื่อเราต้องการเลขที่เป็นจำนวนเต็มนะคะ ไม่มีทศนิยมนี่ เราก็ใช้ %dพิมพ์ % แล้วก็ตามด้วย d ตัวเล็กนะคะ โอเคไหมคะ เราก็จะได้ Sก็คือให้แสดง... ให้ print ข้อความเพื่อแสดงเงินเดือนนะ และตัวที่ 4 ค่ะ เอ้ย ตัวที่ 2 ตัวที่ 3 ค่ะ พูดผิดตัวที่ 3ก็คือ print ภาษามันเองนะคะ Language มาจากภาษานั่นเองนะคะ statements ที่ 3เราต้องการให้แสดงภาษาเพราะฉะนั้น ในเครื่องหมายคำพูด พิมพ์คำว่า "ภาษา"ว่าภาษา... เดี๋ยวจะงงนะภาษา Pythonแล้วก็ตามด้วยเครื่องหมาย Colonถ้าเป็นข้อความหรือ string นะคะ ำหนดในเพื่อให้แสดงข้อความนะคะ ลืมเห็นไหม รูปแบบมันจะเหมือนกัน พอหลังเครื่องหมายคำพูดเราต้องใส่อะไรคะ % แล้วตามด้วยค่าพารามิเตอร์ เช่น อันที่ 1 % nameก็เป็นเปอร์เซ็นต์ salary เปอร์เซ็นต์ที ่ชื่อว่า salary จำได้นะ อันที่ 3 ก็ทำเหมือนกันใส่เครื่องหมาย %ใส่เครื่องหมาย % แล้วตามด้วยชื่อพารามิเตอร์ตัวที่ 3 คือ lang หรือ Language ของเรานั่นเอง l-a-n-g นะคะ เช็กนะคะ เช็กตัวอย่าง เช็กจากโค้ดที่เขียนนี่ เห็นไหม ทุกตัวจะระบุว่าเมื่อมีข้อความแสดงแล้ว แล้วสิ่งที่จะให้แสดง ก็คือพารามิเตอร์ที่ชื่อว่า nameพารามิเตอร์ที่ขื่อว่า Salaryแล้วก็พารามิเตอร์ที่ชื่อว่า lang นะคะ แล้วในตัวอย่างมันมีบอกprint ช่องว่างอีก 1 อันดูสิมันจะขึ้นชื่อว่าอะไรp-r-i-n-t print แล้วก็ตามด้วยเครื่องหมายวงเล็บเมื่อเราทำการประกาศฟังก์ชันแล้วนะคะ บอกแล้วว่าประกาศเสร็จจะต้องมีการทำอะไรคะ เรียกใช้ใช่ไหม callingfunction เราเรียกเลยนะ คะ แต่ทีนี้ตำแหน่งในการเรียกเคอร์เซอร์เราขยับเข้ามาอยู่ตำแหน่ง print ไม่ได้นะคะ กด Enter ลงไป 2 ครั้ง เสร็จแล้วกดเครื่องหมาย Backspace หรือลูกศรย้อนหลังเห็นไหม ให้เคอร์เซอร์มันมาอยู่ตรงชิดขอบน่ะนะ แล้วก็เรียกฟังก์ชัน show_infoนะคะ เราจะเรียกฟังก์ชัน showขึ้นมาเลยshow_show แล้วก็ _ แล้วก็ตามด้วย infoดูในตัวอย่างที่ 1 นะคะ show_infoแล้วก็ใส่พารามิเตอร์ชื่อลงไปให้เดี๋ยวเผื่อไม่เห็น ขยายให้ดูก่อน อย่าลืมนะคะ พอเรียกใช้ฟังก์ชันมันจะต้องมีวงเล็บเสมอ เห็นไหมคะ อยากให้show พารามิเตอร์ชื่อว่า name น่ะนะคะ ในเครื่องหมายคำพูด name เราใส่ชื่อชื่อเรา ชื่อเล่นก็ได้นะคะ ใส่ชื่อเล่นลงไปอันนี้พารามิเตอร์แรกนี่ตอนเรียก show... เรียกฟังก์ชัน show_ infoแสดงเฉพาะพารามิเตอร์ชื่อนะคะ ในตัวอย่างเรียกฟังก์ชัน show_info ตัวที่ 2แสดงชื่อ แล้วก็เงินเดือนนะคะ ดูนะคะ ทำเหมือนเดิมพิมพ์ชื่อฟังก์ชันที่เราจะเรียกก็คือคำว่า "show" ลืมแก้ภาษษอังกฤษอีกแล้วs-h-o-wshow_info นะคะ แล้วตามด้วยค่าพารามิเตอร์ที่ต้องการให้มันแสดง ก็คือชื่อขี้เกียจสลับแล้วนะแล้วต้องการให้มีพารามิเตอร์ตัวที่ 2 ก็คือขั้นด้วยลูกน้ำหรือ Comma นะคะ แล้วก็ตามด้วยค่าพารามิเตอร์ในตัวที่ 2 เช่น เงินเดือน เงินเดือนนี่ในในฟังก์ชันนี่ในฟังก์ชันนี่ เรากำหนดที่ 20,000 แต่ในตอนที่เรามาเรียกนี่ สมมติว่าเงินเดือนเราเพิ่มขึ้นหรือเงินเดือนของคนคนนี้มีมากกว่า 20,000 มี 23,000เป็น 23,000ลงไปนะคะ ถ้าเราต้องการให้มีฟังก์ชัน เอ้ย แสดงพารามิเตอร์ตัวที่ 3 เราก็พิมพ์ค่าพารามิเตอร์ตัวที่ 3 เช่น แต่เราไม่ได้เอา= Python นี่ เราจะเอาภาษาอื่น เช่น ภาษา C นะคะ ก็ใส่คำว่า c ลงไปพร้อมจะดูผลลัพธ์หรือยังคะก็คือในกรณีที่เรียงฟังก์ชันที่ 1 นี่ โชว์เฉพาะพารามิเตอร์เดียว เราก็พิมพ์แค่ชื่อฟังก์ชันแล้วก็ตามด้วยพารามิเตอร์ที่เราต้องการให้แสดงพอนะคะแต่ใรกรณีที่เรียกฟังก์ชันในอันที่ 2 นี่ แม่อยากให้มันแสดงทุกพารามิเตอร์เลย แม่ก็เลยใส่เข้าไปครบหมดเลย 3 อัน เห็นไหมคะ เดี๋ยวเล่นให้ดูนะคะ ว่าผลลัพธ์ออกมาจะเป็นยังไงไม่ขึ้น Errorนี่ เห็นไหมคะ ชื่อ เงินเดือนเห็นไหม แบบที่ 1 แบบที่ 1 ตอนเรียกนี่ให้แสดงแต่ชื่อ แต่มันก็จะแสดงที่มีอยู่แล้วขึ้นมาด้วย เห็นไหมคะ เพราะเมื่อเรียกฟังก์ชันนี้ปุ๊บ สิ่งที่มันจะแสดงมีอะไรบ้าง ชื่อมีเงินเดือน แล้วก็มีภาษา เห็นไหมพอใส่ print แล้ววงเล็บเปล่า ๆ มันจะเว้นให้ 1 บรรทัด เด็ก ๆ ดูพออันที่ 2 มามันเว้นก่อนบรรทัดหนึ่งเด็ก ๆ ไปดูความแตกต่างกับอันแรก ที่ไม่มีเว้นบรรทัดพอเราสั่ง print Hello สุธราพื้นที่สี่เหลี่ยมมันก็ติดกัน เห็นไหมคะ แต่พอตัวอย่างนี้ นี่มันมี print ในวงเล็บเห็นไหมขั้นมาก 1 อันสิ่งที่มันแสดงมีชื่อเหมือนกัน มีเงินเดือนเหมือนกัน ภาษาเหมือนกันแสดง 3 อย่างเห็นไหมคะ นั่นก็คือฟังก์ชันีที่ชื่อว่า show_info นี่ มันจะแสดงข้อมูลของชื่อของเงินเดือนแล้วก็ของภาษาขึ้นมาทุกครั้วนะคะ แต่มันจะแสดงตามอะไรเช่น เหมือนตัวแรก แสดงเฉพาะชื่อแรกเพราะฉะนั้น เงินเดือนกับภาษานี่มันจะไปแสดงตามค่าที่เราตั้งไว้ในครั้งแรกเห็นไหมคะ แต่พออันที่ 2 show_info อันที่ 2 นี่แม่ไปเปลี่ยนไป แม่ไปเปลี่ยนว่าคนนี้คนใหม่ไม่ใช่คนเดิม นิวคนละนิว นิวภาษาไทยกับนิวภาษาอังกฤษ เพราะฉะนั้นเงินเดือนคนนี้ก็เลยเปลี่ยนเป็น 23,000 ภาษาของเขา ก็เปลี่ยนเป็นภาษา C เห็นไหมแต่มันจะรู้ว่าพารามิเตอร์ตัวที่ 2 นี่คือ เงินเดือน มันก็จะไปแสดงที่ตำแหน่งเงินเดือน เห็นไหมพารามิเตอร์ตัวที่ 3มันก็ไปแสดงที่คำว่า "ภาษา" เห็นไหมคะ นี่ก็เป็นใช้งานฟังก์ชันที่มีการกำหนดค่า ค่า Argument ไว้แล้วนะคะ ค่าเริ่มต้นไว้แล้วนะคะ ดูเอาแล้วกัน ว่าแบบไหนใช้งานง่ายกว่าให้ศึกษาให้มองเห็นความแตกต่างนะคะ แล้วก็มาสู่หัวข้อสุดท้ายของเราวันนี้นะคะ เห็นไหมคะ เรากำหนดค่า Argumentไปได้แล้วนะคะ ต่อมา เรื่องต่อมาของเราเรื่องสุดท้ายKeyword Argument ยังเกี่ยวกับ Argument อีก มันคืออะไร กันkeyword ชื่อก็บอกอยู่แล้วคือ คำสำคัญนะคะ มันจะเป็นฟังก์ชันที่มีรูปแบบเขาบอกว่าใช้ชื่อของพารามิเตอร์ในการส่ง Argument โดยพารามิเตอร์นั้นต้องมีการกำหนดDefault Argument ก่อนเราจะต้องไปกำหนดค่าให้พารามิเตอร์ของเราก่อน เหมือนตอนแรกนะคะ ดูตัวอย่างตัวนี้ เห็นไหมคะ มันจะคล้ายกับอะไร คล้ายกับเมื่อกี้นี้ แต่มีข้อแตกต่างคือตรงไหน Keywordสังเกต สังเกตที่อะไรเด็ก ๆ นี่ เห็นไหมColor น่ะค่ะ ค่าสี คือ ไปเรียกใช้ค่าสีที่เป็นรหัส เขาเรียกว่าเป็นรหัสหรือเป็นคีย์น่ะค่ะ เช่น fff นี่ น่าจะเป็นสีขาวหรือไม่ได้เติมสีนี่ล่ะ ถ้าจำไม่ผิดนะ ให้นึกถึงนะนี่คือมันจะไม่ใช่ค่าตัว ที่เป็นแบบข้อความ หรือเป็นตัวเลขเหมือนปกตินะ ไอ้ตัวนี้ คือ สิ่งที่เรียกว่า "Keyword"นึกออกนะ Keyword ArgumentArgument ที่เป็นลักษณะ Keyword นะคะ ไม่เป็นไร ถ้าอยากรู้มันคืออะไร เดี๋ยวจะลองให้ดูนะคะ เด็ก ๆ คือ ดูนะคะ ค่าสีใน... ในคอมพิวเตอร์ดูนะคะ ค่าสี ค่าสีในคอมพิวเตอร์นี่มันมีหลายแบบนี่ เห็นไหมไม่สลับอีกแล้วไม่ต้องการอะไรแบบนี้เด็ก ๆ ดูนคะ นี่คือคีย์เวิร์ดของค่าสีในคอมพิวเตอร์ โดยปกตินี่เวลาถ้าเราเขียน Code นี่โปรแกรมมันจะรับค่าสีที่เป็นค่าสีฐาน 16 นะคะ RGB ก็ไม่รับนะคะ แล้วก็... ค่าสี 3 ฐาน 16 มันจะไม่รับ มันจะรับค่าสีตัว 0000 ff นี่ เหมือนตัวอย่างนี่ ตัวนี้คือเป็น Keyword Argumentก็คือมันต้องมาอ่านค่าของตัวนี้ก่อน แล้วมาแสดงให้เห็นสีที่เราต้องการจะรู้ เดี๋ยวทำให้ดูนะคะ ตัวอย่างนี้ เดี๋ยวนะไอ้ 00 สีนี้สีอะไรอยากรู้ว่าเป็นสีอะไร เดี๋ยวเปิด paint ให้ดูนะคะ โปรแกรม paintจะเห็นชัดกว่าโปรแกรม Paint นะเดี๋ยวไอ้นี่ไม่เห็นสิไม่ใช่ paint สิ อะไรนะ Microsoft Word ก็เห็นแล้วเดี๋ยวนะคะ เปิดให้ดูว่าเราจะรู้ได้อย่างไรว่าค่าสีนี้สีอะไรเปิดใน Word ให้ดูนะคะ เด็ก ๆ ดูสีนะ เด็ก ๆ ดูที่สีนะคะ นี่เห็นไหมตรงนี้จะเป็นค่าสี มันจะมีแบบมาตรฐานกับกำหนดเองนี่ไอ้ตัวนี้ก็ไม่ขึ้นแบบนี้ไม่ใช่สิ อย่างนั้นเปิดให้ดูตารางค่าสีเลยแล้วกันนะคะ ชักงงเอง ตารางค่าสีดูนะคะ ตารางค่าสีจะเป็นอย่างนี้อันไหนที่จะเห็นชัดอย่างนี้นะคะ สมมติสีชมพูนี่เห็นไหมตัวเลขสีมันก็จะเปลี่ยนไปตามลักษณะนี้นะ อันนี้จะเห็นชัดนะคะ ว่าถ้าสีชมพูเข้มขนาดนี้ค่าสีจะเป็นตัวนี้ อย่างนี้นะคะ ตัวนี้ขึ้นไหมมันก็ขึ้นอยู่ข้างในนี่ตัวเลขที่แสดงค่าสีมันน่ะถ้าอยากรู้ว่าสีไหนเป็นสีอะไร อย่างเล็กไม่เอาน่ะไม่โชว์แล้วน่ะ เดี๋ยวเทสต์ให้ดูเลยนะคะ ขอเพิ่ม Code ให้ จะทำ Code แค่สร้างสีตัวเดียวเลย]เอาแค่นี้พอปุ๊บ print color ขอก๊อปก่อนขี้เกียจน่ะ ขี้เกียจพิมพ์copy ให้เราไหมนี่ไม่วางให้นะคะ ไม่เป็นอะไรสมมติ สมมตินะคะ สร้างฟังก์ชันเดี๋ยวสร้างให้ดูเด็ก ๆ ไม่ต้องทำอันนี้เป็นตัวอย่างให้เห็นว่า KeyฃArgument def ฟังก์ชันนี้จะใช้ในการสร้างสีนั่นเองนะคะ c-r-e-a-t-e create colorใส่พารามิเตอร์ ชื่อ color นะคะ โดย ๆ ๆ ๆ มีค่าเท่ากับ1, 2, 3, 4, 5, 6 6 นะโดยกำหนด Default Argument ที่เครื่องหมาย # F1 F2 F3 F4F5 F6ตัวที่บอกว่า f นี่ มันเป็นคีย์เวิร์ดของค่าสีที่บอก เพราะฉะนั้น พอเราสร้างฟังก์ชันนี้ มันจะแสดงอะไรออกมาดูนะคะ ทำไมเผลอไปลบขอโทษที มือไวจริง ๆ เลย4 เราจะให้มัน print สีนั้นออกมาให้ดูนะคะ print color ดูนะคะ เห็นไหม นี่print อะไร ต้องการให้ print =่ขอเพิ่มพารามิเตอร์อีกตัวหนึ่งคือ id นะคะ id คือ ลำดับที่นั่นเองเพื่อให้เห็นว่าอันที่ 1ใส่สีนี้อะไรจะเกิดขึ้น อันนี้ประกาศตัวแปรจะเสร็จแล้ว จะเรียกใช้มันนะคะ เรียกใช้Create color พิมพ์ชื่อฟังก์ชันc-r-e-a-t-eเราก็คลิกเลือก แล้วตามด้วย id ลำดับที่ 1 นะคะ ขอลอง print ก่อน\เหมือนเดิมนะคะ ลำดับที่แล้วก็ตามด้วย :ใช้ colon แทน แล้วก็ % เหมือนเดิม % ลำดับที่เป็น % อะไรนะ%d นะคะ ตัวเลข เป็นตัวเลขแล้วก็ตามด้วย% แล้วก็ค่าพารามิเตอร์ ก็คือ id พิมพ์อะไรผิดนี่ p-r-i p-r-i-n-t print เดี๋ยว Run ให้ดูเลยนะคะ Syntax Error ผิดตรงไหนนี่อ๋อตำแหน่ง เดี๋ยวนะ Enter เข้าไป เอาใหม่สิแม่พิมพ์อะไรผิดp-r-i-n-t print เอาใหม่ลบก็ได้ลบแล้ว print ใหม่ p-r-i-n-t print Syntax Error Invalid ผิดได้อย่างไรล่ะ เดี๋ยวนะ 1 เขาก็ไม่ได้พิมพ์ผิดนี่ทำไมมันขึ้น Error ล่ะ1, 2, 3, 4, 5, 6 เดี๋ยวนะ ขอขยายก่อนนะ 1, 2, 3, 4, 5, 6 ก็ตรงอะไรนะทำไม Syntax นี้ Error ล่ะ ผิดตรงไหนนี่ลืมอะไร ไม่ได้ลืมนี่เอาอีกแล้วSyntax Error Print print บรรทัดที่ 3 ไม่ได้ colors หรือ มันบอกว่า print ไม่ได้น่ะ มันจะ Error ได้ยังไงน่ะ ถ้าลบ จะขึ้น Error อีกไหม ไม่รู้จัก รันผ่าน รันไม่ผ่านผิดตรงไหนอ๋อ รู้แล้วอะไรผิดตรงไหนหรือเปล่านี่print คำสัง Prit โอเคนะคะ รู้แล้วตรงนิดเดียว มองไม่เห็นลืมใส่เครื่องหมายคำพูดตรงคาบของ color นะคะ มันก็เลยคำสั่ง print สีนะคะ เดี๋ยวจะขอลองดูอันนี้ถูกแล้วนะคะ ผลลัพธ์ก็จะออกอย่างนี้ คือ พิมพ์ลำดับที่ 1 เสร็จมันก็จะ print สี่ที่มีค่าคือ fff ขึ้นมาอย่างนี้นะคะ ก็คือจะแสดงเป็นArgument ที่เป็น Keyword นั่นเองนะคะ นี่อยากโกรธโปรแกรมดีหรือไม่ก็ไม่รู้พอเปลี่ยนฟอนต์น่ะ มันก็มาจัดตัวนี้ตัวเล็กตัวใหญ่ดูยากมากสาเหตุ ก็คือนี่มันมีเครื่องหมายคำพูดนี่ แต่ไม่ได้ใส่ให้มันนี่นะคะ นะคะ ก็คือการกำหนดค่า Argumentเหมือนกันนั้นล่ะค่ะ defaultดี ๆ แค่นั้นเอง ว่าจะให้มันเป็นDefault ที่เป็นลักษณะ... Argument ที่ให้มันแสดงมันเป็นลักษณะไหนถ้าเป็นถ้าเป็น Keyword ก็ต้องมาใช้รูปแบบนี้นะคะ เขาบอกเขาเป็น Keywordนี่มันต้องใส่เครื่องหมายที่เป็นคำพูดข้างหน้าตัวนี้พอ Run แล้วถึงจะผ่านถึงจะขึ้นนะคะ ขึ้นค่าให้ก็คือแสดงลักษณะที่เป็นคีย์เวิร์ดแบบนี้ออกมาสงสัยตรงไหนหรือเปล่าคะ เด็ก ๆ ความแตกต่าง แทบไม่แตกต่างว่าไม่แตกต่างกัน มันต่างกันตรงค่าไอ้ค่าที่เราจะใส่เข้าไปนี่ล่ะค่ะ เพราะตัวนี้ ลักษณะคือมันเป็นค่าของเขาเรียกว่าอะไรนะเขาเรียกว่าเป็น code สีนะรหัสสี ซึ่งความจริง ก็คือถ้าเราใส่สีแดงสีชมพูอะไรอย่างนี้ แต่อย่าลืมว่าสีในคอมพิวเตอร์น่ะมันแยกเฉดอีก เหมือนอย่างนี้ ชมพูเข้มมันก็จะเป็น #ec407aเปลี่ยนไปตามความเข้มความอะไรอย่างนี้ด้วยนะคะ เหมือนสีฟ้านี่ ค่าเขาก็จะเปลี่ยนไปตามตารางที่เห็นนนะคะ นั่นก็คือเป็นคีย์เวิร์ดหรือคำสำคัญคือคอมพิวเตอร์น่ะจะรู้นะ คอมพิวเตอร์เขาจะรู้จัก ว่าอย่างนั้นเถอะนะคะ ถ้าไม่มีใครสงสัยในฟังก์ชันนะคะ คือ ที่เราจะทำจริง ๆ นะมันก็จะมีแบบที่ 1 น่ะกำหนดฟังก์ชันขึ้นมานะคะ อย่างนี้ แล้วก็ตามด้วยพารามิเตอร์กับแบบที่ 2 ที่มีการกำหนดฟังก์ชัน มีพารามิเตอร์ แล้วในพารามิเตอร์กำหนด Argument ลงไปเลยอย่างนี้ก็ได้ได้ทั้ง 2 แบบ แล้วแต่จะเลือกใช้งาน แล้วแต่เขาเรียกว่าวัตถุประสงค์การที่จะสร้างฟังก์ชันสำหรับสัปดาห์นี้นะคะ เราก็จะจบบทเรียนหลักการเขียนโปรแกรมของเราในเทอมนี้เพียงเท่านี้นะคะ สัปดาห์หน้าจะให้เบรกเดี๋ยวสอบแล้วจะนัดแนะอีกทีหนึ่งนะคะ เด็ก ๆ โอเคนะคะ มีใครสงสัยไหม ถามได้ถ้าไม่มีจะปล่อยแล้วนะคะ อย่าลืมออกจากระบบทุกครั้งด้วยเพราะอย่าลืมว่าแล็บไม่ได้แต่เราใช้คนเดียวนะเมื่อเลิกใช้เราต้องออกจากระบบของเราทุกครั้งนะคะ ขอบคุณพี่ล่ามค่ะ สำหรับการเรียนในวันนี้ขอบคุณค่ะ ไปเดินดูงานได้ [สิ้นสุดการถอดความ]