--- title: Revoice ASR คอมพิวเตอร์และสารสนเทศขั้นพื้นฐาน (ปี1) subtitle: date: วันอังคารที่ 6 กันยายน 2565 เวลา 10.06 น. --- (ข้อความสดจากระบบถอดความเสียงพูดทางไกล) มันบอกว่าไงเปิดไม่ได้ไม่เป็นไรเดี๋ยวเราจดเลคเชอร์ตามไปละกันนะคะเดี๋ยวอาบสไลด์เดี๋ยวก่อนก่อนเริ่มเรียนนะคะ ฝากถึงคนที่ทำแบบฝึกหัดผิดก่อน ไปดูคะแนนด้วยนะคะคะแนนที่ส่งแบบฝึกหัดน่ะ ไม่อยากเปิดตรงนี้ เพราะมันก็จะเห็นข้อมูลคนอื่นด้วยนะ คือ ตรงนี้ไม่เห็นหรือ ตรวจเสร็จแล้วนี่ ในระบบ แล้วก็ส่งคืนให้เราไปแล้ว พร้อม comment เราเข้า classroom ได้ไหมคะ จักรพันธ์เข้าขาสูงตัวเองได้ไหม อะไรกินก่อนซิอันนี้ คือข้อมูลที่จะเห็นทุกคนก็จะเห็นข้อมูลตัวเองนะคะไม่ได้เห็นข้อมูลเพื่อนแบบแบบนี้นะสิทธิ์การเข้าถึงของเราไม่เหมือนกันนะคะครูจะเห็นข้อมูลทั้งฉันเห็นแบบนี้ใครได้กี่คะแนนครูตรวจเสร็จแล้วนะคะ แล้วก็เขียน Comment ให้ด้วยค่ะว่าใครทำอะไรผิดตรงไหน ไม่ได้คอมเมนต์ทุกคน ถ้าได้เต็มก็ไม่มี Comment Comment คนที่ผิด ครูจะคอมเมนต์ว่าผิดข้อไหนนะคะ อย่างเช่น ยกตัวอย่างใครดี ปรเมษฐ์ ว่าจะ comment ว่าโทรหาให้บอกความหมายค่ะ ไม่สามารถบอกได้ว่าทำไมนักศึกษาถึงไม่เห็นแต่ครูตรวจงานเสร็จแล้วคะแนนก็ส่งให้แล้ว เราไม่เห็นแบบนี้นะคะ เพราะอันนี้มันวิวของครู เราจะเห็นแค่งานของเราเอง ไม่เห็นสักคนใช่ไหม ไม่เห็นคะแนนตัวเองสักคนใช่ไหม โอเค เวลาเราส่งงานน่ะค่ะ มันจะมีแจ้งค่ะ มันจะขึ้นคะแนน เดี๋ยวครูขอดูหน้าวิวของเราหน่อย ไม่เป็นไรค่ะ เดี๋ยวครูกำหนดให้ใหม่ ให้เราดูคะแนนได้นะคะ เดี๋ยวเรียนก่อน เดี๋ยวตั้งค่าให้ใหม่ โอเค เดี๋ยวครูค่อยแจ้ง เดี๋ยวให้ ก็หมดสิทธิ์ให้เห็นคะแนนนะคะ วันนี้ไม่มีใครเปิดสไลด์ได้นะ อย่างนั้นก็ดูสไลด์จากข้างหน้านะคะ บทที่ 3 นะคะ พูดเรื่องคอมพิวเตอร์ซอฟแวร์นะคะ เดี๋ยวครูค่อยกำหนดสิทธิ์ให้เข้าถึงข้อมูลได้ แต่ทุกคนส่งข้อมูลได้อยู่นะคะ เพราะว่าครูเห็นข้อมูลอยู่ มีคนเดียวมั้งคะ ไม่ส่งงานนะคะ ที่เหลือคือส่งครบนะคะ มีส่งเลยกำหนดด้วยมั้งคนนึงนะคะ ไม่เป็นไร อย่างน้อยถือว่าส่งอ่ะนะคะ ก็มีคะแนนให้ไป วันนี้เป็นเรื่องของซอฟต์แวร์นะคะ ซึ่งคราวที่แล้วที่เราพูดถึง Hardware ไปแล้วนะคะ ดูความหมายก่อนนะคะ ในข้อสอบมีความหมายของซอฟต์แวร์ด้วยนะคะ คำว่า ซอฟต์แวร์ คืออะไรนะคะซ อฟต์แวร์ก็คือชุดคำสั่งหรือโปรแกรมนะคะที่ ควบคุมการทำงานของระบบคอมพิวเตอร์ด้วยและนะคะทำให้คอมพิวเตอร์ที่เป็นฮาร์ดแวร์ในตัวเครื่องทำงานได้ตามที่เราต้องการนะคะ เราเรียกว่า "ซอฟต์แวร์" หรือ "ชุดคำสั่ง" หรือ "โปรแกรม" นะคะ อันนี้คือความหมาย แล้วก็มีข้อสอบถามเกี่ยวกับหน้าที่ของซอฟต์แวร์นะคะ System Software นะคะ ซอฟต์แวร์ระบบ หน้าที่ของชุดคำสั่ง ที่เป็นของตัวระบบนะคะ ก็ทำหน้าที่ติดต่อกับตัวฮาร์ดแวร์นะคะ หต่างๆ อำนวยความสะดวกให้กับพวกเครื่องมือ หรือการทำงานพื้นฐานต่าง ๆ นะคะ ของฮาร์ดแวร์ ไม่ว่าจะเป็นการคัดลอกไฟล์ หรือการแสดงผลทางหน้าจอ อันนี้เป็นหน้าที่ของซอฟต์แวร์ระบบนะคะ ประเภทของซอฟต์แวร์จะมี 2 ประเภท ในข้อสอบมีอันนี้ด้วยนะคะ 2 ประเภทอะไรบ้างนะคะ เขาไม่ได้ถามแค่ประเภท แต่เขาถามด้วยว่ามีกี่ประเภทอะไรบ้างนะคะ เนื่องจากจะต้องสอบได้ทั้งจำนวน แล้วก็อะไรบ้างนะคะ2 ประเภท ก็คือซอฟต์แวร์ระบบ System Software และซอฟต์แวร์ประยุกต์ Application Software นะคะ แล้วในข้อสอบก็ยังถามถึง ตัวนี้ไม่ถามนะคะ ประเภทซอฟต์แวร์ระบบมี 2 ประเภทนะคะ ก็คือระบบปฏิบัติการ หรือ operating system OS ที่เรารู้จักนะคะ อีกตัวนึงก็คือ Translator ก็คือตัวแปลภาษานะคะ operating system นะคะ หรือระบบปฏิบัติการ คืออะไร ก็คือชุดคำสั่งหรือชุดโปรแกรมนั้นล่ะค่ะ ที่อยู่ระหว่างฮาร์ดแวร์กับซอฟต์แวร์ประยุกต์นะคะ แต่ตอนนี้เป็นของระบบ มีของหลายค่ายเหมือนกันนะคะ ของหลายบริษัท หน้าที่ของ OS นะคะ ก็จัดการ CPU นะคะ หน่วยความจำ รวมถึงอุปกรณ์ภายนอกนะคะ อันนี้เป็นหน้าที่ของ OS หรือระบบปฏิบัติการ ทำไมเราจำเป็นต้องติดตั้งระบบปฏิบัติการนะคะ เพื่อให้ส่วนต่าง ๆ ที่เป็นฮาร์ดแวร์นี่ ทำงานสัมพันธ์กับซอฟต์แวร์นะคะ รวมถึงจัดการส่วนอินเตอร์เฟสกับผู้ใช้งาน ก็เป็นหน้าที่ของ OS เหมือนกันนะคะ อันนี้คือหน้าที่ติดต่อกับส่วนประกอบต่าง ๆ ของฮาร์ดแวร์คอมพิวเตอร์และ Application นะคะ OS จะอยู่ตรงกลางนะคะ operating System จะติดต่อทั้ง Application นะคะ ติดต่อส่วนของจอคีย์บอร์ด Printer Mouse ส่วนประกอบรอบข้างทั้งหมดที่จำเป็นที่เครื่องคอมพิวเตอร์เครื่องหนึ่งต้องมีนะคะจะทำหน้าที่บริหารจัดการแต่ละส่วนทำงานสอดคล้องกันนะคะ โดยหลักการทำงานของ OS นะคะ ถ้าครูจำไม่ผิดนี่ ในหลักการทำงานของ OS มีโจทย์อยู่ข้อนึงนะคะมันจะมีมัลติยูสเซอร์ มัลติทาสกิงนะคะ เขาถามว่า เขาถามความหมายนะคะ ฉะนั้นเราจะต้องสามารถบอกได้นะคะ ไม่ว่าเขาจะถามว่าจะยูมัลติยูเซอร์หรือมัลติทาสกิงนะคะ เป็นมัลติยูเซอร์ตามตัวนะคะหมายถึงหน่วยประมวลผลกลางเนี่ยแบ่งเวลาการทำงานให้กับผู้ใช้หลายๆ คนสามารถใช้งานร่วมกันได้นะคะจริงๆแล้วนี่ มันเป็นการแบ่งเวลาทำงานของซีพียูนะคะ ใครร้องขอการทำงานเข้ามาก่อนคนนั้นก็จะได้ใช้งานโปรแกรมก่อนนะคะ อันนี้เราเรียกการทำงานแบบ multi User นะคะ ส่วนมัลติทากส์นะคะ มัลติทาสกิง ก็คือระบบปฏิบัติการที่สามารถทำงานหลายงานพร้อมกันได้ มัลติยูเซอร์ คือ หลายคนทำงานพร้อมกันได้ แต่มัลติทาสกิงคือทำงานหลายงานพร้อมกันได้ ผู้ใช้อาจจะคนเดียวทำหลายงาน ถ้าเกิดมัลติยูสเซอร์คือผู้ชายหลายคนนะคะตอนนี้ประเภทของระบบปฏิบัติการนะคะจะมีระบบปฏิบัติการที่ทำงานบนเครื่องพีซีน่ะค่ะแต่เราแยกประเภทเป็นไมโครคอมพิวเตอร์ก็คือเครื่องตั้งโต๊ะที่เราใช้งานเราเรียกเครื่อง PC หรือเครื่องไมโคร ถ้าเรียกไมโครคอมพิวเตอร์ แปลว่าแบ่งตามขนาดของเครื่อง ที่ใหญ่สุดเป็น ขนาดใหญ่สุด คือ ซุปเปอร์คอมพิวเตอร์ อันนี้คือขนาดนะคะ เล็กลงมาก็จะเป็น โนสิ ทำเหมืนอเรียนมาแล้วสิ Super แล้วมาเป็นคือให้แยกประเภทให้ออกนะว่า ถ้าพูดถึงไมโครคอมพิวเตอร์ แปลว่าเขาเรียงตามขนาดนะคะ แต่ถ้าเกิดตามประเภทการใช้งาน เราจะเรียกคอมพิวเตอร์ PC นะคะ persernal คอมพิวเตอร์ คอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะ ถ้าแบบนี้แปลว่าเขาแบ่งตามขนาดนะคะเป็นระบบปฏิบัติการที่ทำงานบนเครื่องไมโครคอมพิวเตอร์นะคะ ก็จะมีระบบการจัดการของบริษัท Microsoft นะคะ ที่ใช้งานการก็คือ Windows นะคะแล้วก็เตรียมการแบบเปิดของหลายบริษัทนะคะรวมถึงระบบดังของบริษัทเปิ้ล นะคะเป็นพวกตระกูลพวก mac นะคะ ก็จะมีหน้าตาของระบบปฏิบัติการแต่ละประเภทมาให้ดูนะคะ จริง ๆ เราน่าจะเคยเห็นอยู่แล้วล่ะ อันนี้เป็น Linux นะคะ หน้าตาก็จะเป็นประมาณนี้ แต่ถ้าเกิดเป็น mac นะคะ เป็นระบบบริการสำหรับเครื่องของบริษัท Apple นะคะ ของ Mac นี่ มันก็จะมีหน้าตาต่างไปเราเราเคยใช้งานชั้นชั้นบนนะเครื่องมาร์คเคยใช้ใช่ไหมคะหน้าตาของตัวระบบการจะถูกออกแบบมา อาจจะมีตำแหน่งหรือการใช้งานที่แตกต่างกันไป เพราะเป็นคนละค่ายกับ Windows นะคะ เครื่อง Mac นี่ จะเน้นไปทางด้านกราฟิก การใช้งานจะ Support ด้านนั้นนะคะ แล้วก็จะมีระบบปฏิบัติการสำหรับทำงานบนเครื่องที่มีขนาดเล็กลงนะคะ ไม่ว่าจะเป็นพวกพ็อกเก็ตพีซีนะคะ หรือเป็นพวกแท็บเล็ต พวก pda พวกนั้นนะ ก็จะมี OS เครื่องพวกนี้แยกออกมานะคะ นอกจากเครื่อง PC แล้วนะคะ เครื่องที่มีขนาดเล็กลงแล้ว ยังมีระบบการสำหรับเครือข่ายนะคะ เราเรียกว่า Network operating หรือ NOS นะคะ หรือ n-o-s ซึ่งข้อแตกต่างคือถ้าเป็นระบบสมการสำหรับระบบเครือข่ายเนี่ยจะจัดการทางด้านการติดต่อสื่อสารระหว่างเครื่องคอมพิวเตอร์ตั้งแต่ 2 เครื่องขึ้นไปนะคะ ทำให้เครื่องคอมพิวเตอร์ที่อยู่ในเครือข่ายเดียวกันนี่ สามารถใช้รีสอร์ซหรือทรัพยากรร่วมกันได้นะคะ ไม่ว่าจะเป็นพรินเตอร์ สแกนเนอร์ อุปกรณ์อื่นที่ต่ออยู่ในวงเดียวกันสามารถใช้อุปกรณ์ร่วมกัน อันนี้คือประโยชน์ของระบบปฏิบัติการของเครือข่ายนะคะ พอเป็นการเชื่อมต่อคอมพิวเตอร์มากกว่า 2 เครื่อง ทีนี้ สิ่งที่จะต้องเพิ่มขึ้นมามากกว่าระบบการของเครื่องไมโครคอมพิวเตอร์ทั่วไป ก็คือความปลอดภัยการนะคะ ทำงานจะเป็นแบบ client Server นะคะ จึงมีหลายตัวกว่านี้นะคะ สไลด์เขาทำมาแค่ Windows NT คือ ระบบจัดการสำหรับเครือข่ายนะคะ นอกจากนี้ก็จะมีระบบปฏิบัติการที่เป็นแบบ open นะคะ Open Operatin System ซึ่งปัจจุบันนะคะ สามารถนำไปใช้งานบนเครื่องต่าง ๆ ได้ คือ สมัยก่อนนี่ ระบบปฏิบัติการ 1 ระบบนี่ จะสามารถใช้ได้เฉพาะกับเครื่องคอมพิวเตอร์ที่โต๊ะที่ผลิตในบริษัทเดียวกัน คือ เขาจำกัดสิทธิ์ในการใช้งาน แต่ตอนนี้นะคะมัน Course Form นะคะ คือ บริษัทที่ผลิตก็สามารถไปใช้กับบริษัทฯได้นะคะอันนี้คือระบบแบบเปิด วันนี้เรามาดูที่ 2 ต่อ จากระบบปฏิบัติการก็คือ Translator ในกลุ่มของซอฟต์แวร์ระบบนะคะ มี 2 ตัว คือ ระบบปฏิบัติธรรม กับตัวแปลภาษาคอมพิวเตอร์นะคะ เราเรียนไปแล้ว ว่าถ้าเป็นภาษาระดับสูงนะคะ มันจะมีตัวแปลภาษา อันนี้ทวนนะคะ เนื่องจากคอมพิวเตอรนี่ แต่ละภาษานะคะ คือ แต่ละประเทศมีการเขียนซอฟต์แวร์หรือชุดคำสั่งขึ้นมานะคะซึ่งภาษาที่มนุษย์ใช้งานนี่ คอมพิวเตอร์ไม่เข้าใจ คอมพิวเตอร์เข้าใจภาษาเดียว ก็คือภาษาเครื่องเท่านั้นนะคะ ภาษาเครื่องที่แสดงเป็นสถานะทางไฟฟ้าคือสูงต่ำ สูงสุดต่ำสุดก็คือ 0 กับ 1 นั่นล่ะ on กับ off แค่นั้นนะคะนอกจากนั้นเราจะเรียกว่าเป็นภาษาสำหรับมนุษย์ คือ ภาษาระดับสูงวันนี้พอมนุษย์เขียนโปรแกรมโดยใช้ภาษาตัวเองคอมพิวเตอร์ก็จะไม่เข้าใจในสิ่งที่มนุษย์สั่งงานก็เลยจำเป็นต้องมีตัว Translator เพื่อทำให้คอมพิวเตอร์เนี่ยมีความเข้าใจหาในคำสั่งที่มนุษย์เขียนนะคะ โดยนะคะ ตัวโปรแกรมที่เราเขียนขึ้นมานี่ เราจะเรียกว่า source Code นะคะ ส่วนโปรแกรมที่ที่ใช้ Translator แล้วนี่ เราจะเรียกว่า object code คือ แปลแล้วนี่ จะได้เป็น object Code ออกมานะคะ ตัวแปลภาษาคอมพิวเตอร์ ข้อสอบถามว่าข้อใดต่อไปนี้ไม่ใช่ตัวแปลภาษาคอมหา ตัวแปรมีอยู่ 3 ตัว นะคะ คือ Essembler อินเตอร์พรีเตอร์ และคอมไพเลอร์ แปลว่ามันก็จะมีอีกชอยซ์หนึ่งที่ไม่ใช่ ซึ่งลักษณะนะคะของassembly เนี่ยจะแปลภาษาที่เป็นสัญลักษณ์ภาษาสมัยก่อนอ่ะก่อนหน้านี้นะคะเราจะใช้ assembly โปรแกรมตัวแปลภาษาของ SCB ก็คือภาษาก็คือตัวแปรที่เรียกว่าอยู่แล้วนะคะ ส่วนอินเทอร์พรีเตอร์นี่ เป็นตัวแปลภาษาทีละคำสั่ง เวลาเราเขียนโปรแกรมที่เป็นแบบ Structure แบบโครงสร้างอ่ะค่ะเราก็ขี่คำสั่งไปนะคะอินเตอร์พรีเตอร์เนี่ยจะแปลทีละบรรทัดไม่มีการเก็บเอา object Code เอาไว้นะคะ ทำให้ทุกครั้งที่มีการคอมไพล์หรือทุกครั้งที่มีการรันโปรแกรมojt ต้องแปลใหม่ เพราะมันไม่ได้เก็บ ซึ่งแตกต่างจากคอมไพเลอร์ ที่แปลทั้งแปลครั้งเดียวทั้งตัวโปรแกรมเลย นะะค แล้วก็จะมีการเก็บ object Code คือ ตัวโปรแกรมที่เราเขียนเสร็จแล้วน่ะ เป็น object Code นะ มีการเก็บเอาไว้นะคะ ฉะนั้น เวลาการการคอมไพล์โปรแกรมนี่ ถ้าภาษาที่เราใช้นะคะใช้ตัวคอมไพเลอร์นี่ จะทำให้แปลได้เร็วนะคะ คราวนี้เรามาดูประเภทที่ 2 นะคะ ประเภทซอฟต์แวร์ระบบไปแล้ว ตัวนี้เป็นซอฟต์แวร์ประยุกต์ะนะค ะ Application Software หมายถึงโปรแกรมประยุกต์ แปลตามตัว ก็คือโปรแกรมที่ทำหน้าที่ตามความต้องการของผู้ใช้นะคะ มี 2 ประเภท ก็คือ spacial Foam ซอฟต์แวร์หมายถึงซอฟต์แวร์สำหรับทำงานเฉพาะด้านนะคะ กับซอฟต์แวร์สำหรับงานทั่วไปนะคะ ในข้อสอบไม่ได้ถามแบบนี้ แต่ให้ตัวอย่างเลยนะคะ ว่าข้อใดเป็นซอฟต์แวร์ประยุกต์ ก็จะมีชื่อโปรแกรมมาให้เลือกนะคะ ฉะนั้น เราต้องแยกให้ออก ว่าตัวไหนเป็นซอฟต์แวร์ระบบ ตัวไหนเป็นซอฟต์แวร์ประยุกต์นะคะ โอเค คราวนี้เรามาดู Special purpose ซอฟต์แวร์ก่อน ซอฟต์แวร์สำหรับงานเฉพาะด้านนะคะ คำว่า "เฉพาะด้าน" คือ พัฒนาขึ้นมาสำหรับทำงานได้งานหนึ่งเท่านั้น เช่น โปรแกรมสำหรับคำนวณค่าน้ำ ก็คำนวณได้แต่ค่าน้ำ เฉพาะด้านนะคะ หรือโปรแกรมสำหรับการฝากถอนเงิน ก็มีข้อจำกัด คือ ทำงานเฉพาะการฝากถอนเงินเท่านั้น อย่างนี้ค่ะ ส่วนมากแล้วนะคะ ถ้าเป็น Special โพสต์นี่ ซอฟต์แวร์ประเภทนี้จะไม่มีขายทั่วไปนะคะ อ๋อ ถ้าบริษัทหรือองค์กรไหนที่จำเป็นต้องใช้ แล้วมีคนที่มีความรู้ทางด้านการเขียนโปรแกรม เขาก็จะพัฒนาเอง แต่ถ้าเกิดบริษัทจำเป็นต้องใช้ แต่ไม่มีคนพัฒนา เราก็จะจ้างเอาต์ซอร์สในการพัฒนาเขาสอนก็คือบริษัทที่รับเขียนโปรแกรมกับหน่วยงานเราเรียกการเอา sourcing ก็คือไปจ้างเขาพัฒนาซอฟต์แวร์ให้นั่นล่ะ เพราะว่าหน่วยงานเรามีระบบงานนี้ซึ่งไม่เหมือนที่อื่น อย่างนี้ค่ะ เราก็ไปจ้างหน่วยงานพัฒนาให้เรา เรียกว่าจ้างบริษัท out source ก็จะมีทำสัญญากันว่าถอดล้างจานเริ่มทำสัญญาคุย requirement กันไปแล้วใช้เวลานานแค่ไหนในการพัฒนาเขาจะดูแลตัวโปรแกรมนี้ให้นานแค่ไหนขึ้นอยู่กับข้อตกลง ขึ้นอยู่กับสัญญาที่ทำร่วมกันนะคะ ถ้าเกิดเป็นโปรแกรมเฉพาะด้าน ที่หลายหน่วยงานมีการใช้งาน เช่น ระบบสินค้าคงคลัง หรือระบบบัญชีนี่ ก็จะมีขายที่วางขาย แต่ราคาค่อนข้างสูงนะคะ คราวนี้เรามาดู general-purpose Software คือซอฟต์แวร์สำหรับงานทั่วไปนะคะ งานทั่วไปจะมีการแบ่งประเภทออกไปอีกนะคะ ว่าเช่นซอฟต์แวร์สำหรับการวิเคราะห์ตารางอิเล็กทรอนิกส์ ที่เรารู้จักเราจะใช้ของบริษัทไมโครซอฟท์ ก็คือ Excel นะคะ ตารางอิเล็กทรอนิกส์ คือ ตารางคำนวณอนุมัตินะคะ หรือซอฟต์แวร์สำหรับจัดการข้อมูล เราเรียก Word processing คือ ซอฟต์แวร์สำหรับการประมวลผลคำนะคะ เราก็ใช้ของ Microsoft เหมือนกัน ก็คือเราใช้ Microsoft Word อย่างนี้ค่ะ นอกจากนี้ก็จะมีโปรแกรมสำหรับการจัดการพวกงาน Public ต่าง ๆ นะคะ งานพิมพ์ต่างๆนะคะ เช่น จัดการพวกงานกราฟิก ตกแต่งภาพ ตัดต่อวีดีโอ อัดเสียง พวกนี้นะคะเป็นงานเฉพาะด้านงานทางด้านกราฟฟิกนะคะหรือซอฟต์แวร์สำหรับการทำ presentation นะคะ ที่เราใช้ของค่ายกกระสอบก็คือ Powerpoint นอกจากนี้นะคะก็จะมีซอฟต์แวร์ที่ทำหน้าที่จัดการเป็นซอฟต์แวร์ประเภทจัดการข้อมูลที่มีปริมาณเยอะๆหรือจัดการข้อมูลให้เป็นระบบนะคะ เราเรียกว่า "database Software" หรือซอฟต์แวร์สำหรับจัดการฐานข้อมูลนะคะ ก็มีหลายตัวที่ใช้งานกันอยู่ทุกวันนี้นะคะ ถ้าเป็นของ Microsoft นี่ จะเป็น access Microsoft Access นะคะ หรือถ้าเป็นของค่ายอื่นนะคะ เช่นของ oracle db2 SQL ก็มีนะคะ ซอฟต์แวร์สำหรับการสื่อสารโทรคมนาคม อันนี้คือซอฟต์แวร์สำหรับงานทั่วไปนะคะ อะไรคือซอฟต์แวร์สำหรับเทเลคอมมูนิเคชัน ซอฟต์แวร์ เช่น โปรแกรมพวกแชต Social Media หรือเป็นซอฟต์แวร์ทางด้านการสื่อสารนะคะ หรือแม้กระทั่งการรับส่งจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ พวกนี้เป็นซอฟต์แวร์สำหรับการสื่อสารนะคะ ต่อไปนะคะ เป็นรีซอร์สดิสคอฟเวอรีซอฟแวร์ หมายถึง ซอฟต์แวร์สำหรับการใช้เสิร์ช ข้อมูล คือ ค้นหาข้อมูล ตัวที่เรานิยมใช้คือ hundredอะไรเซิฟใช้ search engineก็คือใช้ Google มันมีหลายตัว แต่เรานิยมใช้คือ Google จะหาเป็นซอฟต์แวร์ประเภท search engine นะคะ อันนี้เป็นตัวอย่างนะคะ หน้าจอของซอฟต์แวร์ที่ตอบไปแล้วนั่นล่ะค่ะ หลายตัว เราไปดูในซอยแล้วกันเนาะ อันนี้เป็น Google ค่ะ วันนี้มาพูดถึงตัวภาษาคอมพิวเตอร์บ้างเพราะว่าถ้าพูดถึงซอฟต์แวร์ ต้องพูดถึงตัวภาษาด้วยค่ะ ภาษาคอมพิวเตอร์นะคะ เขาเปรียบเทียบกัน ถ้าเป็นภาษาของมนุษย์นะคะ ลักษณะภาษามนุษย์ ก็คือเป็นคำพูด ใช้ในการสื่อสาร เป็นตัวอักษรนะคะ หรือเป็นสัญลักษณ์ หรือเป็นภาษากาย นะคะ ที่เพื่อนที่มีความบกพร่องใช้ในการสื่อสารการกัน อันนี้เรียกภาษามนุษย์ไม่จำเป็นต้องพูดอย่างเดียวเป็นภาษาสัญลักษณ์ก็ได้ทำภาษามือในภาษามนุษย์นะคะซึ่งภาษาเหล่านี้คอมพิวเตอร์จะไม่รู้หาคอมพิวเตอร์จะรู้อยู่ภาษาเดียว คือ ภาษาเครื่อง ซึ่งลักษณะของภาษาเครื่องมันจะเป็นเลขฐานสอง เป็นสถานะทางไฟฟ้า 2 ระดับ สถานะ ก็คือออนกับพร้อมเปิดปิดไฟน่ะ ถ้าเราเปิดไฟติดอันอื่นสถานะทางไฟฟ้าที่เป็นหนึ่งคือมันอ่อนฮัลโหลหาก็คือตัดวงจรก็คือการได้สูญก็คือไม่มีไม่มีสถานะทางไฟฟ้านะคะ ฉะนั้น ในข้อสอบถามว่าภาษาที่ใช้เลขฐานสองในเครื่องคอมพิวเตอร์ หรือภาษาเครื่องนะคะ ครูไม่มั่นใจว่าเขาถามความหมาย หรือให้เลือกนี่ล่ะ แต่ถาม 1 ข้อเกี่ยวกับตัว Machine languageนะคะ ถามเกี่ยวกับภาษาเครื่องด้วยนะคะ ภาษาที่คอมพิวเตอร์สามารถเข้าใจได้เรียกว่าอะไร อะไรประมาณนี้ล่ะ หรือไม่ก็ถามว่าภาษาเครื่องมีลักษณะอย่างไร นะคะ เราต้องอธิบายได้ว่าภาษาเครื่อง ก็คือภาษาที่เป็นฐานสอง เป็นสถานะทางไฟฟ้า ที่ประกอบด้วย 0 กับ 1 มีภาษาเดียวนะคะ ที่เครื่องสามารถเข้าใจได้เลย โดยไม่ต้องแปลนะคะ ที่เหลือคือต้องใช้ตัว Translator นะคะ เพื่อให้คอมพิวเตอร์รับรู้ได้ว่าเราต้องการเขียนชุดคำสั่งนี้เพื่อสั่งให้คอมพิวเตอร์ทำอะไรนะคะ คราวนี้มาพูดถึงชนิดของภาษาคอมพิวเตอร์นะคะ ภาษาเริ่มจาก Machine Language ก็คือภาษาเครื่องนะคะ บอกไปแล้วถ้าถือเป็นภาษาระดับต่ำ ต่ำสุดเลยคือภาษา Machine Language นี่ล่ะนะคะ ทำไมถึงเรียกภาษาระดับต่ำเพราะมนุษย์สื่อสารเข้าใจยากหา 01101100 อย่างนี้ค่ะ หมายถึงอะไร เราก็ต้องไปเปิด ไม่มีใครมาท่องหรอกว่าอันนี้รหัสนี้มันแทนอะไร เราจะมีตัวแอสกี Text Code แล้วก็ไปเปิดตารางว่าอะไรนะคะ แล้วปกติแล้วเวลาเราเขียนโปรแกรมนะคะเราก็จะมีตัวหาข้อมูลให้อยู่แล้วนะคะในการแปล การเขียนค่อนข้างจะยุ่งยาก เพราะมันเป็นตัวเลขนะคะ แทนตัวเลข แทนการโคดดิงนะคะ เราเรียกMachine language ก็เลยพอมันยุ่งยากก็เลยเรียกว่าภาษาเครื่องหรือภาษาระดับต่ำเอามานะคะอันนี้ถือเป็นวิวัฒนาการของภาษานะคะพอใช้งานยุ่งยากขึ้นมนุษย์ก็เลยมีการพัฒนามาเป็นภาษาสัญลักษณ์ Coach เป็นภาษาสัญลักษณ์เ ราเรียกว่า assembly language ภาษาแอสเซมบลีนั่นล่ะนะคะ เพราะมันเป็นสัญลักษณ์การเขียนโปรแกรมมันก็จะง่ายขึ้นนะคะ แต่ด้วยความที่ไม่ใช่ภาษาระดับต่ำก็เลยจำเป็นต้องมีตัวแปรภาษาของ assembly เราเรียกว่าแอสเซมเบลอนะคะ คราวนี้พ่อมาเป็น High Level Language นะคะ ภาษาระดับสูงถือเป็นภาษาในยุคที่ 3 นะคะ ที่ใช้ภาษาอังกฤษแทนคำสั่งต่าง ๆ นะคะ รวมถึงตัวนิพจน์ทางคณิตศาสตร์ด้วยนะคะ ในการเขียนชุดคำสั่งในการคอนโทรลคอมพิวเตอร์นะคะให้ทำงาน ที่เรารู้จักน่าจะเป็นภาษา ๅC นะคะ แล้วก็ไล่ขึ้นมา ต่อจากภาษาระดับสูง ก็จะเป็น very High Level นะคะ ก็คือภาษาระดับสูงมาก ถือเป็นภาษายุคที่ 4 นะคะ Four Generation Language นะคะ คือ พัฒนาขึ้นมาเพื่อให้ผู้ใช้งานสามารถใช้งานได้ง่าย สามารถเขียนชุดคำสั่งได้ง่ายขึ้นนะคะ หลัง ๆ มานี่ โปรแกรมเมอร์ไม่ต้องทราบถึงโครงสร้างของโปรแกรม นะคะ พัฒนาการในยุคต่อมานะคะ จะเป็น Natural Language ก็คือเป็นภาษาธรรมชาตินะคะ ถือเป็นภาษาในยุคที่ 5 นะคะ หรือลักษณะของภาษาธรรมชาติ ก็คือเราพิมพ์สิ่งที่เราต้องการลงไปเลย สิ่งที่เราใช้ ภาษาที่เราใช้ลงไปนะคะ คอมพิวเตอร์ก็จะแปลประโยคตามคำสั่งที่เราป้อนลงไปนะคะ ถ้าไม่สามารถแปลได้นี่ ก็จะมี feedback จากระบบมาถามนะคะ มาถามเพิ่มเติมว่าสิ่งที่เราสั่งอ่ะคืออะไรนะคะ ซึ่งการจะทำแบบนี้ได้เนี่ ภาษาธรรมชาติจะใช้ร่วมกับระบบ Knowledge Based System เราเรียกระบบฐานความรู้เบสนะคะถึงจะแปลได้นะคะอย่างไรเนี่ยคอมพิวเตอร์ก็รับรู้แค่ภาษาระดับต่ำคือภาษาเครื่องเท่านั้นนะึะ นอกนั้นเนี่ยเราต้องแปลทั้งหมดนานแล้วก็ต้องใช้ฐานข้อมูล เพื่อเทียบนะคะเปรียบเทียบกัน คราวนี้หน่วยงานไหนควรเลือกใช้ภาษาคอมพิวเตอร์ไหนนะคะ ก็จะมีเกณฑ์ในการเลือกใช้ภาษาคอมพิวเตอร์ให้นะคะ เช่น เขากำหนดเกณฑ์มาว่า หนึ่งหน่วยงานหนึ่งหน่วยงานหรือองค์กรนะคะควรเลือกใช้ภาษาคอมพิวเตอร์เดียวกัน 1 องค์กรมันจะมีหลายฝ่ายใช่ไหมคะ การพัฒนาซอฟต์แวร์ที่ต่างฝ่ายต่างใช้แตกต่างกันนี่ มันจะนำมาซึ่งความยุ่งยากในการ Connect Connect ข้อมูลกัน ก็เลยแนะนำว่าถึงจะมีหลายฝ่าย หลายแผนกนี่ ก็ควรจะใช้ภาษาเดียวกันในการพัฒนาซอฟต์แวร์นะคะ เลือกภาษาที่มีข้อดีมาสัก 1 ภาษานะคะ แล้วก็เลิกใช้ภาษานั้นไป ข้อเสนอแนะ คือ ถ้าโปรแกรมที่เขียนขึ้นน่ะ จะต้องนำไปใช้กับเครื่อง หมายถึงเครื่องแต่ละรุ่นที่แตกต่างกันนะคะ ก็ควรเลือกภาษาที่มัน Cross Form ได้ ไม่ต้องเขียน Code หลายรอบ เราต้องดูบริบทของของแต่ละองค์กรนะคะ ว่ามีความหลากหลายของ Hardware ไหมนะคะ ก่อนที่จะเลือกภาษานะคะ ในการพัฒนา แล้วก็มีข้อเสนอแนะข้อสุดท้าย ก็คืองานที่มันไม่ได้ยุ่งยาก ซับซ้อนนะคะ อาจใช้ภาษาคอมพิวเตอร์พื้นฐานในการพัฒนาก็ได้นะคะ จะได้ทำให้ชุดคำสั่งหรือชุดโปรแกรมที่พัฒนานี่ มันเสร็จได้เร็ว มันง่ายแล้วก็มันทำได้เร็วนั่นล่ะนะคะ จากตัวอย่างภาษาคอมพิวเตอร์ที่โชว์นี่ ถามนักศึกษาว่ารู้จักภาษาอะไรบ้างคะ ถามรู้จักก่อน Java เคยได้ยินไหมคะ PHPMark Up language มีอีกไหม หมดหรือยัง sml ในการเขียนพวกเข้าเว็บนี่ มันเป็นภาษามากอีกไหมเอ่ย นอกเหนือจากนี้ มีภาษาอะไรบ้าง ที่นักศึกษารู้จัก python ห้ามตอบซ้ำ กัน จักรพันธ์ ถามแนวราบเป็นอย่างนี้เลย รู้จักภาษาไหนอีกคะ นอกจากนี้ และไม่ตอบซ้ำเพื่อนตอบ python ภาษาเยอะมากค่ะ ตอนนี้ พูดออกมาสัก 1 ภาษาสิ ที่ไม่มีในนี้จะได้คิดเคยได้ยินภาษาอื่นๆนอกเหนือจากนี้ไหมคะ ไม่เคยเปิดเว็บไหน แปลว่าไม่เคยเข้าเว็บแนวนี้นะ เปิดไปทางซีรง Series เป็นอย่างนั้นเนาะYouTube YouTube เป็นไงเนาะก็ไม่พูดถึงการเขียนโปรแกรมเนาะไปนี้อ้าวอยู่ในแวดวงการศึกษาทางด้านคอมนี่ ทางด้านการโค้ดดิงอย่างนี้ เราจะต้องรู้จักอย่างน้อยเพื่อนก็ยังตอบมา python ข้างหลัง python Java Script กับ Java เหมือนกันไหม ไม่เหมือนค่ะ ห้องนี้รู้จักแค่ python กับ Java script เองคิด คิด คิดไม่ออกเลยนะ มันไม่เคยได้ยินเลยนะ ไม่ใช่ให้คิดสิ่งที่ 2 สัปดาห์ที่แล้วครูสอนอะไรอย่างนี้ไม่ใช่หรอให้คิดสิ่งที่ไม่เคยรู้เลยน่ะ reactive เคยได้ยินไหมคะ ภาษา SQL ไม่เลย ไม่เลยหรือ อันนี้เป็นตัวอย่างภาษานะคะ ลองไปค้น ๆ ดูแล้วกัน คราวนี้มาดูรูปแบบภาษาเชิงอ็อบเจกต์บ้างนะคะ ภาษาไทยใช้คำว่า "ภาษาโปรแกรมเชิงวัตถุ" นะคะ ก็คือการเขียนโปรแกรมเชิงวัตถุ object oriented programming เราเรียกชื่อย่อว่า OOP นะคะ ในรูปแบบเชิงวัตถุเนี่ยข้อดีคือช่วยลดความยุ่งยากในการเขียนโปรแกรมเพราะว่าการเขียนโปรแกรมนี่ เราจะมองเห็นตัววัตถุเลยเอาวัตถุไปวางเลยออกแบบ Interface ไว้อย่างสวยงามแล้วค่อยไปเขียนตัวควบคุม object นี้ทีหลัง เขียนเบื้องหลังน่ะ จะเห็นโพสต์ก่อน ซึ่งแตกต่างจากตัวสักเจอนะคะการเขียนโปรแกรมแบบเชิงโครงสร้างเนี่ยเราต้องเขียนคำสั่งทีละบรรทัดเราเขียนโปรแกรมเสร็จเราสั่งคอมไพล์หรือสั่งร้านเราถึงจะเห็นผลลัพธ์ตัวโปรแกรม ซึ่งถ้าเป็นเชิงอ็อบเจกตนี่ เราวางหน้าตาสวยงามไว้ก่อน เราค่อยใส่โค้ดทีหลัง อันนี้คือข้อแตกต่างนะคะ ก็มีหลายตัวนะคะ Visual Basic C Sharp ตัวใหม่ ตัวใหม่ ๆ นะคะ JAVA ก็ถือเป็นเป็นตัวภาษาเชิงอ็อบเจกต์เหมือนกันนะคะ คราวนี้คำศัพท์ที่เราควรรู้นะคะ เกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ซอฟต์แวร์ คำแรก ก็คือเชี่ยวซอฟต์แวร์เราจะได้เรียกถูกเวลาเราพัฒนาซอฟต์แวร์ขึ้นมาเสร็จว่าซอฟต์แวร์ที่เราทำเนี่ยอยู่ในประเภทไหนนะคะอยู่ใน commercial Software หรือเปล่า ก็คือเขียนขึ้นมาเพื่อขาย ซอฟต์แวร์ที่ผลิตขึ้นมาเพื่อจัดจำหน่าย อันนี้เราเรียกว่าซอฟต์แวร์ทางด้านธุรกิจ commercial นะคะ หรือเป็นแชร์แวร์ เคยได้ยินแชร์แวร์ไหมคะ แชร์แวร์คืออะไร แชร์แวร์ก็คือซอฟต์แวร์ที่ผู้ผลิตนี่ เราทดลองใช้ก่อนช่วงหนึ่ง ใช้ 15 วัน 7 วัน 15 วัน 30 วันน่ะเพราะเราใช้ไปแล้ว กำลังติดใจเลยหมด อายุแล้ว แล้วทำอย่างไรดีถึงจะได้ใช้ เสียสตางค์ อันนี้อันนี้เรียกแชร์แวร์ ต่อไปนะคะ freeware ผู้ผลิตอนุญาตให้ใช้ได้ใช้ได้เต็ม Full Option นะคะ ใช้ได้ฟรี เคยใช้ฟรีแวร์ตัวไหนบ้าง เราไม่ได้เป็นเจ้าของนะคะ ผู้ผลิตเป็นเจ้าของเหมือนเดิม แต่เราใช้ฟรี เขาไม่ได้ขาย โปรแกรมอะไรบ้าง แอปอะไรบ้างที่ใช้ได้ฟรี ไม่ต้องเสียสตางค์ Browser นะ เวลาเราติดตั้งพวกระบบปฏิบัติการนี่ Browser มันก็จะค่อยมาเลย Browser ของ Windows คืออะไรคะ Browser ของ Windows คือ เราติดตั้ง Windows ปุ๊บ ตัว Browser นี่จะแปะมาด้วย เราไม่ต้องคิดตั้งเพิ่ม สามารถให้อัตโนมัติใช้ Browser ของค่ายไหน Browser รู้จักโปรแกรม web browser ไหม โปรแกรมที่เราใช้ในการเล่นเน็ตน่ะ รู้จักโปรแกรมไหนบ้าง Microsoft Edge เป็นของ Microsoft ตัวไหนอีก Chrome เป็นของ Google ค่ะ อะไรอีก firefox ของของค่ายไหน เราใช้งานเราต้องรู้ด้วยนะ รู้จัก Firefox ไหมคะ ที่เป็นไอคอนอย่างไรเอ่ย สีแดงส้มนะ ของบริษัทไหน ใช้อย่างเดียวเลย ไม่รู้เลยว่ามาจากไหน ตัวที่ใช้บ่อยคืออะไร chrome มันจะมีบาง app ที่มันไม่ support กับ chrome นะ เราต้องดูด้วยนะเพื่อนเปิดได้ทุกดูฟังก์ชันของเราเปิดไม่ได้ต้องดูว่ากลับบ้านแล้วซอฟแวร์ในมหาลัยเนี่ยมันจะมีข้อจำกัดอยู่นะคะ Software ตัวไหนตัวไหนมัน support กับ Browser ตัวไหน อย่างนี้ค่ะ ถ้าเป็นฟรีแวร์ของโมไบล์ล่ะคะ ของโมไบล์มีนอกเหนือจากนี้ไหม Apple ใช้Browser อะไรคะ Safari ดีไหม mac OS support อื่นอีกไหมนอกจาก Safariเวลาเคยใช้ไหมคะมีไหมinternet explorer ใครใช้ไหมคะ เป็น Edge Microsoft เป็นของบริษัทไมโครซอฟต์ ที่เคยใช้Browserเป็นฟรีแวร์ก็จริงค่ะ แต่ว่าเขาไม่ได้อนุญาตให้เราเปลี่ยนแปลงแก้ไขโค้ดอะไรได้นะ เจ้าของผลิตน่ะ คนที่ผลิตน่ะ ยังเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์อยู่เหมือนเดิมนะคะ ถึงจะเป็นฟรีแวร์ นอกจากนี้ก็จะมี Public Domain Software นะคะ ก็คือเป็นซอฟต์แวร์ที่ผู้ผลิตนี่ ในยกให้เป็นสมบัติสาธารณะ ไม่มีลิขสิทธิ์ เราเรียกว่า "Public Domain" นะคะ นอกจากนี้ก็จะมี Open Source เคยได้ยินซอฟต์แวร์ประเภท open source ไหมคะ เป็นอย่างไร ต่างจากที่กล่าวมาทั้งหมดอย่างไร open-source open source Code เขาเปิดสอนโขนให้ด้ว ย เราสามารถเขียน API เข้าไปเพิ่มได้ เราสามารถพัฒนาต่อยอดของเขาได้ คือ open source นะคะ ไม่มีลิขสิทธิ์ ซอฟต์แวร์ประเภทนี้จะพัฒนาเร็ว พัฒนาไปได้เร็ว เพราะว่าโปรแกรมเมอร์ทั่วโลกน่ะค่ะ เหมือนช่วยกันพัฒนา ยกตัวอย่างประเภทซ้อนให้ทราบโปรแกรมสิ ใช้งาน open source ไหมคะ Android เป็น open source เปล่า เราพัฒนา Android ต่อได้ไหม เราพัฒนา API หรือตัวโค้ดเลย เราสามารถเขียนเพิ่มพัฒนาต่อยอดจากที่เขาทำน่ะเขามี 10 function แล้วก็เพิ่มเพิ่มนะคะเข้าไปได้ วันนี้มีแค่นี้วันนี้ คราวนี้ไม่เป็นแบบฝึกหัดท้ายบทนะคะ แต่เป็นงานให้ทำก่อนเลิกนะคะ โจทย์ คือ ให้เราเลือกซอฟต์แวร์มา 1 1 ซอฟต์แวร์นะคะ มา 1 อย่างก็พอ ให้บอกชื่อซอฟต์แวร์ ห้ามซ้ำกันนะคะ เดี๋ยวครูจะพิมพ์ชื่อไว้ให้ก่อน ให้มันพิมพ์เองดีกว่านะ 1. บอกชื่อซอฟต์แวร์นะคะ บอกได้ว่าซอฟต์แวร์ที่เราเลือกนี่ เป็นซอฟต์แวร์ประเภทไหน จัดอยู่ในซองแบบประเภทไหนนะคะ ความสามารถของซอฟต์แวร์ที่เราเลือกน่ะ ทำอะไรได้บ้าง นำมาใช้งานยังไงเอามาใช้ทำอะไรนะคะ ตัวอย่างของซอฟต์แวร์ให้ดูไหมหน้าตัวอย่างซอฟต์แวร์ให้ดูไหม แคปมานะคะ หรือมีตัวอย่างงานที่เขาใช้ซอฟต์แวร์นี้ในการพัฒนามีไหมนะคะ ยกเว้น Office ห้ามยกตัวอย่าง Office พ่อเรารู้แล้ว word excel PowerPoint Access office มี 4 ตัว จริง ๆ ไม่ได้มี 4 ตัวออฟฟิศมีเยอะมากให้ยกตัวอย่างออฟฟิศยกเว้นออฟฟิศไม่ใช่ยกตัวอย่างยกเว้น Microsoft Office ทั้งหมดยกตัวอย่าง office น่ะค่ะ ซอฟต์แวร์อื่นได้หมดเลย คนละ 1 เยอะไป หรือจะทำเป็นคู่ ช่วยกันคิด ถ้าอย่างนั้นทำคู่ละกันนะคะคู่ละ 1 ซองแปลเลือกมา 1 ซอฟต์แวร์นะคะบอกมาด้วยว่าซอฟต์แวร์ที่เราเลือกมาเป็นซอฟต์แวร์ประเภทใด ซอฟต์แวร์ระบบ ซอฟต์แวร์ประยุกต์ ประยุกต์แบบไหน ระบบ และเป็นระบบแบบไหนหาจากเนื้อหาที่ครูอธิบายไปแล้วนะคะซอฟต์แวร์ที่เราเลือกมันมีลักษณะอย่างไร ใช้ทำอะไรมีตัวอย่างหน้าจอซอฟต์แวร์ไหม มีตัวอย่างงานที่เขาใช้ซอฟต์แวร์ตัวนี้พัฒนาไหม ส่งก่อนกลับ จับคู่เองค่ะ คู่นี้จับเองได้เลย อยากคู่ใครนะคะ เดี๋ยวครูพิมพ์ ยกเว้นซอฟต์แวร์ที่อยู่ในกลุ่มของ Microsoft อันอื่นได้หมดเลยค่ะ ยกเว้น office พิมพ์ชื่อให้ก่อน แล้วกันนะ คิดไว้นะคะ ไปแจ้งก่อนให้คนนั้นล่ะ เดี๋ยวแจ้งรหัสมา เดี๋ยวแป๊บนึงค่ะ เดี๋ยวรอก่อน เอา 3 ตัวท้ายค่ะ กลุ่มที่ 1 มีใครบ้าง 102 กับ... แป๊บหนึ่งนะ 207 ค่ะ ทำเรื่องอะไรเอ่ย เอาชื่อเต็มไหม โอเค ต่อไป กลุ่มที่ 2 ค่ะ 205 กับ 206 ใช่ไห ม โอเค เดี๋ยวแป๊บหนึ่งนะคะ Zoom กลุ่มที่ 3 มีใครบ้างคะ 110 กับ 115 โอเค กลุ่ม 4 มีใครบ้างคะ 111 กับ 103 นะ ทำเรื่องอะไรเอ่ย iOS ค่ะ ต่อไป กลุ่มที่ 5 ค่ะ 104 กับ 105 ค่ะ มาค่ะ กลุ่ม 6 ออกมาพิมพ์ได้เลยค่ะ กลุ่ม 6 มีใครบ้าง แล้วก็เอาชื่อโปรแกรมมาด้วย รหัส 3 ตัวท้าย แล้วก็ชื่อโปรแกรมด้วยค่ะ ไล่ลงไปเลย จนถึงกลุ่มที่ 11 มีกลุ่มนึง 3 คนใช่ไหม โอเคค่ะ บอกมาให้ครบนะคะ ให้บอกชื่อซอฟต์แวร์กลุ่มละ 1 อย่างพอนะคะ บอกมาเลยว่าซอฟต์แวร์ที่เราเลือกน่ะ อยู่ในประเภทไหนนะคะ มีคุณสมบัติหรือมีความสามารถของ Software ทำอะไรได้บ้างนะคะ มีตัวอย่างหน้า Software ไหม แปะมาให้ด้วยนะคะ หรือตัวอย่างงานที่ใช้ซอฟต์แวร์นั้นในการพัฒนาก็ได้นะคะ อย่างเช่น Adobe Photoshop อย่างนี้ค่ะ ก็จะมีหน้าเขาชอบมันมีหลายเวอร์ชั่นน้องเราไม่ได้ Stick Version เอาสติ๊กเกอร์ที่ตัวชื่อซอฟต์แวร์นะคะถ้าเรามีชิ้นงานที่เขาใช้ Photoshop ในการสร้างแล้วก็แคปหน้านั้นน่ะรักใช่ไหม Illus tr tra ค่ะ กลุ่มที่ 8 ค่ะ มาเหลือ 9 10 11 นะ ซอฟต์แวร์มีเยอะค่ะ เอาซอฟแวร์บน PC ก็ได้ ซอฟแวร์บนสมาร์ตโฟนก็ได้ ไหนก็ได้ Software ก็คือ Application นั่นแหละนะคะถ้าพูดถึงซอฟต์แวร์ดูไม่รู้จักเนาะครูบอก ApplicationApp น่ะ App นั่นนี่ที่เราใช้ทำไปที่เราใช้งานขณะนั้นน่ะค่ะ คือซอฟต์แวร์ หมดหรือยัง กลุ่ม 9 10 11 อยู่ไหนเอ่ย หมดหรือยังเอ่ย พอดียังไม่ได้เช็กชื่อ เลยยังไม่รู้ว่าใครไม่มาเอามาทิ่มเลยค่ะได้เลยรหัสเพื่อนเราก็พิมพ์รหัสตัวเองค่ะขอชื่อซอฟต์แวร์ ไหน กลุ่มไหนยังไม่มี ยังไม่ได้หัวข้อ มีไหมคะ ยกมือสิ พิมพ์ได้เลยค่ะ อีกคนรหัสอะไรเอ่ย มีรายชื่ออยู่ตรงนีี้ นี่ใบเช็กชื่อครูก็ได้ เรื่องอะไรเอ่ย เลือกเองได้เลยค่ะ เลือกแอปมา 1 อย่าง ถ้าเป็น Application ที่เราเคยใช้งาน เราก็จะได้นำเสนอเต็มที่ไง อ๋อ แอปนี้ใช้อยู่แล้วใช้งานอยู่แล้ว มา กลุ่มที่ 10 ค่ะ อะไรก็ได้ยกเว้น office มาเลย เสร็จแล้วส่งเข้า classroom แล้วอาจารย์จะสุ่มเอา ว่าไว้ให้ใครพรีเซนต์นะ จะให้เล่าให้ฟังด้วยเปิดไฟล์ขึ้นมาส่งโดนใครกลุ่มไหนก็กลุ่มนั้น present ทุกคนก็จะมีโอกาสได้เล่าให้เพื่อนฟังว่าเราเลือกแอปสิ ว่าอะไรแอปนั้นใช้ทำอะไรได้บ้าง ทำสวย ๆ ได้เลยนะคะ ทำใส่ PowerPoint ก็ได้ ทำลงใน Word ก็ได้ ตามไอเดียของนักศึกษาเลยนะคะ อันนี้เป็นงาน ให้คะแนนเท่ากันกับแบบฝึกหัดท้ายบท เหลือกลุ่มหนึ่งไหมคะ อันนี้ไปไหน ลาไปด้วยเลยหรือ ทั่งคู่ โอเค ไม่เป็นอะไร เดี๋ยวให้น้องส่งทีหลังนะ ไม่อย่างนั้นให้เขาส่งที่หลังก็ได้ เข้าไปดูก็ได้ว่าใครเลือกอะไร แสดงว่าเรามี 10 กลุ่มนะ งั้นให้ทำงานก่อน เดี๋ยวค่อยสุ่มว่าจะให้ใครมานำเสนอนะคะ กลุ่มไหนนำเสนอ ตอนนี้ให้ทำงานไปก่อน คาบนี้ล่ะ เราเหลือเวลาเยอะแยะ เรียนถึง 4 โมง 5 โมงนู่น ทำงานก่อนค่ะ มันไม่ได้ยาก บอกชื่อซอฟต์แวร์นะคะ บอกประเภทมาด้วยนะ อันนี้เรียนไปครึ่งเทอมแล้ว ที่ผ่านมาไม่เคยส่งงานเลยหรือ อ๋อ โอเคค่ะ ทำให้ครูเซอร์ไพรส์ ว่าไม่ได้อยู่ใน classroom ก็เลยแอบแซว ว่าแล้วที่ผ่านมา มีเซอร์ไพรส์กว่านี้อีก อันนี้คือรหัสเข้าคลาส เปลี่ยนเมลใหม่หรือ ดี ๆ ถ่ายไว้ให้เพื่อนด้วย เผื่อใครยังไม่ได้เข้าคลาส ถ่ายไว้หรือยังคะ ถ่ายหรือยัง ถ่ายแล้วนะ โอเค ครูจะก๊อบไฟล์นี้ก่อน แล้วจะไปแปะไว้ใน classroom ให้นะคะ เผื่อเพื่อนกลุ่มที่ 11 จะได้ดูว่าข้อไหนที่ยังไม่มีใครเลือก จะประกอบไปด้วยต่อไปนี้นะคะ ให้เลืิอกซอฟต์แวร์ 1 อย่างใช่ไหมคะ บอกชื่อ ประเภท คุณสมบัติ และความสามารถของซอฟต์แวร์นั้นใช้ทำอะไรนะคะ ตัวอย่างหน้าโปรแกรมมาให้ดูด้วย หน้า Software ตัวนั้นนะคะ แล้วก็ถ้าเราไปเจอผลงานที่สร้างจากซอฟต์แวร์นั้นน่ะ เอามาดูด้วย ส่งมาให้ดูด้วยนะคะ ฉะนั้น เราจะทำใส่ presentation ก็ได้นะคะ เพราะว่าครูจะสุ่มให้นำเสนอด้วย หรือทำใส่ Word ก็ได้ค่ะ