﻿1
00:00:59,894 --> 00:01:03,894
สวัสดีค่ะสวัสดีค่ะ ได้ยินไหมคะ

2
00:01:03,987 --> 00:01:06,112
ไม่ได้ยินน่ะ

3
00:01:06,112 --> 00:01:10,112
สวัสดีค่ะ

4
00:01:15,688 --> 00:01:19,688
สวัสดีค่ะ

5
00:01:20,171 --> 00:01:24,171
มาจากสัปดาห์ที่แล้ว

6
00:01:44,008 --> 00:01:45,903
ไม่ได้เชอะ

7
00:01:45,903 --> 00:01:49,903
สวัสดีค่ะจากสัปดาห์ที่แล้วนะคะ

8
00:01:54,814 --> 00:01:58,814
พี่ให้

9
00:02:00,524 --> 00:02:03,567
แต่ละกลุ่มยังไม่มีให้ดูเลยนะคะ

10
00:02:03,567 --> 00:02:05,873
สิ่งที่ต้องทำความจริงแล้ว

11
00:02:05,873 --> 00:02:08,123
นี่ เราจะต้องเตรียม

12
00:02:08,123 --> 00:02:11,400
สอบหัวข้อ

13
00:02:11,400 --> 00:02:15,400
สัปดาห์ที่แล้ว

14
00:02:17,582 --> 00:02:18,496
ด้วยซ้ำ 1 เดือนนี้ให้ไปทำนะ ไม่ทำอะไรมาเลย

15
00:02:18,496 --> 00:02:22,496
วันน

16
00:02:22,815 --> 00:02:26,815
ี้ เราจะสอบหัวข้อจะกำหนดสอบหัวข้อในวันที่

17
00:02:26,933 --> 00:02:30,933
ได้ยินไหมคะ เสียงล

18
00:02:32,496 --> 00:02:34,629
่าม ไม่ได้ยิน

19
00:02:34,629 --> 00:02:38,629
การได้ยินไหมคะ

20
00:02:41,519 --> 00:02:44,872
เราไม่ได้ยินเสียง

21
00:02:44,872 --> 00:02:48,872
ล่าม มันอะไรกันนักกันหนา

22
00:02:52,897 --> 00:02:54,513
ไม่เป็นไรอาจารย์ไม่ฟังเสียงดังก็ได้

23
00:02:54,513 --> 00:02:58,513
ใน

24
00:03:01,059 --> 00:03:02,837
เดือนหน้านะคะ เดือนหน้าก็คือวันที่

25
00:03:02,837 --> 00:03:06,837
การสอบมันจะไม่สอบในตาราง เพราะว่าอาจารย์ที่จะเข้าสอบก็จะไม่ว่าง ก็คือตั้งแต่วันที่

26
00:03:20,366 --> 00:03:23,670
1 มีนาคมเป็นต้นไปในสัปดาห์นั้นจะเป็นสอบ

27
00:03:23,670 --> 00:03:26,529
แต่สิ่งที่ตัวเองจะต้องไปทำ ก็คือจะต้อง

28
00:03:26,529 --> 00:03:27,865
ทำเอกสารแล้วก็

29
00:03:27,865 --> 00:03:29,894
PowerPoint

30
00:03:29,894 --> 00:03:30,478
นะคะ จะต้องยื่นสอบ มายื่นสอบ

31
00:03:30,478 --> 00:03:32,936

32
00:03:32,936 --> 00:03:34,973
วันนั้นจะต้อง

33
00:03:34,973 --> 00:03:38,973
ตอบก่อนวันที่

34
00:03:40,295 --> 00:03:42,663
พฤหัสบดี วันที่เราเรียน

35
00:03:42,663 --> 00:03:44,060
วันสุดท้าย คือ

36
00:03:44,060 --> 00:03:45,529
วันพฤหัส

37
00:03:45,529 --> 00:03:47,372
บดีที่

38
00:03:47,372 --> 00:03:50,531
25

39
00:03:50,531 --> 00:03:54,531
เอกสารยื่นสอบจะต้องเสร็จ

40
00:03:56,188 --> 00:03:56,866
ส่งวันสุดท้ายได้คือ 25 กุมภาพันธ์นี้เท่านั้นนะคะ

41
00:03:56,866 --> 00:04:00,866
มาดูสิ่งที่จะต้องไปทำ

42
00:04:08,348 --> 00:04:10,578
รายการนำเสนอ

43
00:04:10,578 --> 00:04:11,276
ตรวจสอบหัวข้อโครงงานคอม

44
00:04:11,276 --> 00:04:15,014
ฯ เอกสารหรือ

45
00:04:15,014 --> 00:04:19,014
เอกสารต่าง ๆ ที่จะต้องยื่น

46
00:04:21,246 --> 00:04:23,000
มีทั้งหมด 3 ชิ้นนะคะ

47
00:04:23,000 --> 00:04:27,000
ชิ้นแรก 1

48
00:04:28,625 --> 00:04:32,625
จะเป็นเอกสารขอยื่นสอบ

49
00:04:37,610 --> 00:04:39,500
ตัวนี้จะได้ก็ต่อเมื่อตัวเองทำเอกสารในข้อที่ 2

50
00:04:39,500 --> 00:04:43,500
เอกสารเค้าโครง

51
00:04:44,128 --> 00:04:45,255
เพื่อให้ฟอร์มไปแล้วนะ

52
00:04:45,255 --> 00:04:49,255
เสร็จซะก่อน

53
00:04:51,563 --> 00:04:55,563
เอกสารเขาคงเสร็จแล้ว ไปทำอะไรต้องไปหาอาจารย์ที่ปรึกษา

54
00:04:58,105 --> 00:04:59,867
ถ้าตัวเองไม่มีเขาคงไปให้ที่ปรึกษาตัวเองดู เขาจะรับเป็นไหม

55
00:04:59,867 --> 00:05:01,382
ไปพูดปากเปล่าเฉย ๆ

56
00:05:01,382 --> 00:05:05,382
วันนั้นถ้าทำเค้าโครงไม่เสร็จ

57
00:05:06,717 --> 00:05:07,968
ก็จะไม่มีที่ปรึกษา

58
00:05:07,968 --> 00:05:11,968
เค้าโครงแล้วสิ่งที่จะทำก็คือนำเค้าโครงพร้อมเอกสารขอยื่นสอบ

59
00:05:15,466 --> 00:05:19,466
อันดับแรก เอาเข้าโค้งไปให้ดูก่อนแล้วถ้า

60
00:05:22,921 --> 00:05:26,921
อาจารย์รับเป็นที่ปรึกษา

61
00:05:28,193 --> 00:05:30,400
ถึงจะเอาเอกสารขอยื่นสอบนะ ให้อาจารย์เขาเซ็น

62
00:05:30,400 --> 00:05:32,188
นึกออกนะ

63
00:05:32,188 --> 00:05:33,981

64
00:05:33,981 --> 00:05:35,144
2 ตัวนี้

65
00:05:35,144 --> 00:05:37,835
คนแรก

66
00:05:37,835 --> 00:05:41,797
ตัวที่ 2 จะต้องทำเสร็จก่อน

67
00:05:41,797 --> 00:05:43,472
แล้วถึงจะได้ตัวที่ 1 มาให้ไวไหม

68
00:05:43,472 --> 00:05:45,713
ลำดับต่อมาเมื่อทำ

69
00:05:45,713 --> 00:05:49,713
27

70
00:05:53,814 --> 00:05:54,982
ก็ต้องมาทำ PowerPoint เพื่อนำเสนอเพราะหัวข้อใน PowerPoint นั้นที่จะนำเสนอนั้น

71
00:05:54,982 --> 00:05:55,993
จะมาจาก

72
00:05:55,993 --> 00:05:58,694
เอกสาร

73
00:05:58,694 --> 00:06:01,263
หัวข้อที่ 2 แต่

74
00:06:01,263 --> 00:06:05,263
ให้ดูนะคะเดี๋ยวจะให้ดูว่า

75
00:06:05,773 --> 00:06:09,064
หัวข้อ PowerPoint ที่จะนำเสนอเพื่อขึ้นสอบมีอะไรบ้าง

76
00:06:09,064 --> 00:06:11,617
แล้ววิธีการทำ PowerPoint เพื่อนำเสนอ

77
00:06:11,617 --> 00:06:12,767
ควรทำอย่างไร

78
00:06:12,767 --> 00:06:16,767
นะคะ เพราะฉะนั้น จำไว้เลยว่าตัวเองจะต้อง

79
00:06:20,648 --> 00:06:22,949
มีเอกสาร 3 ชิ้นนี้

80
00:06:22,949 --> 00:06:25,448
เพื่อมาส่งอาจารย์

81
00:06:25,448 --> 00:06:28,014
วันสุดท้ายคือวันที่เท่าไหร่

82
00:06:28,014 --> 00:06:29,558
วันที่ 25 นะคะ

83
00:06:29,558 --> 00:06:30,449
3 ตัวนี้จะ

84
00:06:30,449 --> 00:06:34,449
ก็ส่งครบ

85
00:06:42,315 --> 00:06:44,924
ไม่ใช่ส่งแค่ตัวใดตัวหนึ่งไม่ได้นะคะ ต้องส่งครบทั้ง 3 นั่นคือ

86
00:06:44,924 --> 00:06:45,668
บอกให้รู้ว่าคุณพร้อมจะขึ้นสอบ

87
00:06:45,668 --> 00:06:49,668
มาดูต่อว่า

88
00:06:51,157 --> 00:06:54,144
การทํา Powerpoint

89
00:06:54,144 --> 00:06:58,144
มาดูองค์ประกอบใน PowerPoint

90
00:06:58,794 --> 00:06:59,814
แรกเลย ดูที่สไลด์แรก

91
00:06:59,814 --> 00:07:03,814
ก็คือต้องมีชื่อโครงงาน

92
00:07:09,581 --> 00:07:11,349
ตัวเอง ชื่อผู้จัดทำน่ะ ชื่อนักศึกษา

93
00:07:11,349 --> 00:07:15,349
อาจารย์ที่ปรึกษา

94
00:07:18,131 --> 00:07:19,920
เปิดมาสไลด์แรกจะต้องบอกว่าตัวเองทำโครงงานเรื่องอะไร

95
00:07:19,920 --> 00:07:21,969
ใครทำ

96
00:07:21,969 --> 00:07:25,969
ที่ปรึกษา เป็นใคร

97
00:07:26,243 --> 00:07:29,907
องค์ประกอบนี้ อยู่ในสไลด์นั้นนะคะ สไลด์ที่ 1

98
00:07:29,907 --> 00:07:33,907
ดูจำนวนสไลด์นะ

99
00:07:34,652 --> 00:07:35,026
หัวข้อ

100
00:07:35,026 --> 00:07:36,941
นี่ 2, 4, 6

101
00:07:36,941 --> 00:07:40,941
, 8 มี 8 หัวข้อ

102
00:07:47,382 --> 00:07:51,382
นะคะ บางสไลด์

103
00:07:53,649 --> 00:07:55,127
อาจจะมี 2 หน้าได้

104
00:07:55,127 --> 00:07:59,127
แต่ไม่ให้เกินนี้

105
00:08:00,955 --> 00:08:04,955
1 หัวข้อต่อ 1 สไลด์ทำอย่างไร เดี๋ยวให้ดูเดี๋ยวให้ดู

106
00:08:09,440 --> 00:08:10,783
ทุกคนจะชินว่าพอมีเค้าโครงบอกพอบอกหลักการและเหตุผล ไม่ใช่ก๊อป(ปี้)มาเป็นพืดนะ ไม่ใช่นะไม่ถูกต้อง อย่าให้ดูตัวอย่าง

107
00:08:10,783 --> 00:08:14,562
อะไรที่ 2

108
00:08:14,562 --> 00:08:14,802
หลักการและเหตุผล

109
00:08:14,802 --> 00:08:18,504
ให้ใส่ได้

110
00:08:18,504 --> 00:08:22,504
1-2 แค่นั้น

111
00:08:24,351 --> 00:08:25,660
ไม่เกิน 2 สไลด์ พ่อบอกเลยไม่ให้เกิน 2 สไลด์ โอเคไหม

112
00:08:25,660 --> 00:08:29,660
ทำอย่างไรนะ เคยทำแบบ Copy paste วางใช่ไหม เดี๋ยวดูจะดู

113
00:08:34,269 --> 00:08:38,269
ดูกันว่าจะทำ

114
00:08:38,700 --> 00:08:42,700
อย่างไร อุปสงค์ไม่เกินอยู่แล้วเพราะวัตถุประสงค์อย่างมากของเราก็คือ

115
00:08:44,446 --> 00:08:46,288
สูตร 3 ข้อ

116
00:08:46,288 --> 00:08:50,288
2

117
00:08:51,655 --> 00:08:55,655
ของระบบเราแล้วก็ 3

118
00:09:01,199 --> 00:09:02,675
ศึกษาความพึงพอใจแค่นั้น ข้อนี้เท่านั้นเองนะคะ วัตถุประสงค์ไม่เกินนี้อยู่แล้วนะคะ

119
00:09:02,675 --> 00:09:06,675
ต่อไป

120
00:09:07,106 --> 00:09:08,441
ขอบเขตของการดำเนินงาน พอต่อไปนะคะ

121
00:09:08,441 --> 00:09:11,906
เหมือนกันบอกแล้ว

122
00:09:11,906 --> 00:09:13,939
หัวข้อไม่เกิน 2 เพราะขอบเขตมัน

123
00:09:13,939 --> 00:09:17,065
อาจจะมีรายละเอียดเยอะหน่อย

124
00:09:17,065 --> 00:09:20,143
ไม่ให้เกิน 2 สไลด์นะคะ

125
00:09:20,143 --> 00:09:23,249
เทคโนโลยีที่ใช้

126
00:09:23,249 --> 00:09:27,249
สไลด์เดียวก็พอ อันนี้น่ะไม่ได้ใช้เยอะ

127
00:09:29,098 --> 00:09:29,912
กระโดดดำเนินงาน

128
00:09:29,912 --> 00:09:33,912
ก็เยอะก็จริงในวิธีการดำเนินงานจะทำแค่สไลด์เดียว

129
00:09:37,613 --> 00:09:41,613
แผนการดำเนินงานอันนี้สไลด์เดียวแน่นอน เพราะมีตารางแค่

130
00:09:45,886 --> 00:09:49,352
กลับประโยชน์

131
00:09:49,352 --> 00:09:50,875
ประโยชน์ก็จะไปสอดคล้องกับวัตถุประสงค์

132
00:09:50,875 --> 00:09:52,102
อย่างมากก็ไม่เกิน

133
00:09:52,102 --> 00:09:52,316
สูงสุด

134
00:09:52,316 --> 00:09:56,316
วัตถุประสงค์มี 3 ใช่ไหม

135
00:09:57,727 --> 00:10:01,727

136
00:10:06,826 --> 00:10:08,145
นี่ อย่างมากก็ไม่เกิน 3 เหมือนกันไม่บอกนะมาดูนะคะ มาดูวิธีการทำตัวอย่างเลยทำให้ดูเป็นตัวอย่าง

137
00:10:08,145 --> 00:10:12,145
ใส่ชื่อเรื่อง

138
00:10:13,349 --> 00:10:14,909
เอาไว้ล่างไว้บน

139
00:10:14,909 --> 00:10:16,400
เป็นกลางอะไรก็แล้วแต่

140
00:10:16,400 --> 00:10:20,400
ต้องมี

141
00:10:22,717 --> 00:10:25,790
รูปตัวเอง รูปตัวเองใช่ไหมรูปตัวเองแล้วก็ระบุชื่อลงไปรูปอาจารย์ที่ปรึกษา แล้วก็

142
00:10:25,790 --> 00:10:27,008
ระบุชื่อเรื่อง สไลด์ที่ 1 ไหม 1 สไลด์

143
00:10:27,008 --> 00:10:31,008
เห็นภาพมากกว่าข้อความ

144
00:10:31,331 --> 00:10:31,578
ข้อความนี้คือตัว

145
00:10:31,578 --> 00:10:34,336
เป็นคนพูดถูกไหม

146
00:10:34,336 --> 00:10:38,336
อยากดูอันที่ 2

147
00:10:38,626 --> 00:10:41,336
ส่วนใหญ่เวลาทำ

148
00:10:41,336 --> 00:10:43,040
สไลด์ที่ 2

149
00:10:43,040 --> 00:10:44,939
การและเหตุผล

150
00:10:44,939 --> 00:10:48,939
มาเดียวพอไหม จบไหม

151
00:10:49,309 --> 00:10:53,309
เดียวเท่านั้นเพราะอะไร

152
00:10:54,913 --> 00:10:57,340
การและเหตุผลบอกแล้วว่าเราจะต้องทำทั้งหมด 3 ย่อหน้า ถูกไหมคะ

153
00:10:57,340 --> 00:10:58,288
ใน 3 ย่อหน้า

154
00:10:58,288 --> 00:11:00,387
ที่ 1

155
00:11:00,387 --> 00:11:02,496
ยกตัวอย่างลืมบอก เมื่อกี้

156
00:11:02,496 --> 00:11:06,496
ชื่อในตัวอย่างอันแรกพัฒนาแอปพลิเคชันใช่ไหม

157
00:11:12,804 --> 00:11:14,547
เพราะฉะนั้น ย่อหน้าแรก หลักการเขียนหลักการและเหตุผล เคยบอกไปแล้วว่า

158
00:11:14,547 --> 00:11:15,684
เขียนจาก

159
00:11:15,684 --> 00:11:19,684
สูงกว้างหรือใหญ่

160
00:11:26,337 --> 00:11:28,747
ใหญ่ลงมาหาเล็กใหญ่อย่างไร เช่น

161
00:11:28,747 --> 00:11:30,411
ให้พูดถึงเทคโนโลยี

162
00:11:30,411 --> 00:11:31,412
ถูกไหม

163
00:11:31,412 --> 00:11:35,412
เพราะอะไร เพราะแอปพลิเคชันพัฒนาบนอะไรบนมือถือ

164
00:11:38,491 --> 00:11:40,702
วันนี้เราควรจะไปพูดถึง

165
00:11:40,702 --> 00:11:40,913
เทคโนโลยีที่เกี่ยวกับ

166
00:11:40,913 --> 00:11:44,577
การสื่อสารโดยใช้สมาร์ทโฟน

167
00:11:44,577 --> 00:11:48,577
ไม่ใช่พูดปากเปล่านึกออกนะ บอกแล้วว่าต้อง

168
00:11:50,241 --> 00:11:52,162
บทความหรือ

169
00:11:52,162 --> 00:11:53,810
งานวิจัยใช่ไหมคะ

170
00:11:53,810 --> 00:11:57,810
หน้าที่ 1 กับย่อหน้าที่ 2

171
00:12:01,858 --> 00:12:05,858
นี่ ข้อมูลที่เอามาบอกแล้วว่าต้องมีการอ้างอิงจากบทความหรืองานวิจัยที่

172
00:12:11,016 --> 00:12:11,742
ที่เราไปสืบค้นมา นึกออกนะ ที่ให้ไปค้นน่ะ ไปดูไปอ่านของเขาน่ะนี่ คนนี้เขาพูดถึงเรื่องนี้เหมือนที่เราสนใจเลย

173
00:12:11,742 --> 00:12:15,742
จึงจะมีที่มาว่าเรื่องนี้เราไปเอามาจากไหน ใช่ไหมข้อมูลนี้

174
00:12:18,747 --> 00:12:20,551
ไม่ได้เอามาพูดปากเปล่าลอย ๆ นะคะ

175
00:12:20,551 --> 00:12:24,551
พอสไลด์อันแรกสไลด์แรก

176
00:12:27,361 --> 00:12:29,404
ไทยแปลเหมือนลักษณะหัวข้อ

177
00:12:29,404 --> 00:12:33,404
แต่ตรงเนื้อหา

178
00:12:34,112 --> 00:12:38,112
จะต้องเป็นคนพูดเองไม่ออกไหมนี่ เหมือนแม่กำลังบอก

179
00:12:38,287 --> 00:12:39,341
นี่ พูดถึงเทคโนโลยีการสื่อสารในยุคปัจจุบัน หรือยุค

180
00:12:39,341 --> 00:12:43,248
ที่เหลือนี่ เราจะต้องอ่านจาก

181
00:12:43,248 --> 00:12:46,057
เอกสาร

182
00:12:46,057 --> 00:12:47,848
ที่ 2 ที่เป็นฉบับเต็มของเรา

183
00:12:47,848 --> 00:12:48,808
บรรยาย

184
00:12:48,808 --> 00:12:50,358
ให้ฟัง

185
00:12:50,358 --> 00:12:52,260
โดยสรุปนะ

186
00:12:52,260 --> 00:12:53,382
บางที

187
00:12:53,382 --> 00:12:54,050

188
00:12:54,050 --> 00:12:58,050
ย่อให้นึกถึงค่าทำแม่ทำระดับปริญญาเอก

189
00:13:03,466 --> 00:13:04,749
1 ย่อหน้าก็คือ 1 หน้าไปแล้ว

190
00:13:04,749 --> 00:13:08,749
ตัวเองนี่ มันย่อหน้ามากก็น่าจะประมาณสักครึ่งหนึ่ง

191
00:13:09,929 --> 00:13:13,929
สักครึ่งนึงนะคะ

192
00:13:14,161 --> 00:13:15,845
ก็คืออย่างน้อยมันก็จะ

193
00:13:15,845 --> 00:13:18,461
10- 20 บรรทัดไปแล้ว

194
00:13:18,461 --> 00:13:19,445
พูดให้สรุปให้เห็นว่าทำไม

195
00:13:19,445 --> 00:13:23,445
พูดถึงเทคโนโลยีนี้ ให้เห็นความสำคัญใช่ไหม

196
00:13:25,002 --> 00:13:26,064
ไม่เห็นที่มาหรือ

197
00:13:26,064 --> 00:13:26,828
หา

198
00:13:26,828 --> 00:13:30,713
เขียนหลักการและเหตุผลบอกไปแล้ว ว่า

199
00:13:30,713 --> 00:13:34,713
เขียนให้เห็นถึงที่มา

200
00:13:37,249 --> 00:13:40,026
ไม่เห็นว่ามันเป็นปัญหามันคือหลักการที่เราจะเอามา

201
00:13:40,026 --> 00:13:41,863
เพื่อพัฒนา App เราใช่ไหมคะ

202
00:13:41,863 --> 00:13:45,863
วันที่ 1 จะทำเป็นรูปหรืออะไร ก็แล้วแต่เลยจะเอารูปมาก็ได้ถ้ามีลูก

203
00:13:52,676 --> 00:13:54,412
แต่ให้สื่อถึงว่าเราพูดถึงเรื่องอะไร

204
00:13:54,412 --> 00:13:56,997
ใหญ่นะคะ

205
00:13:56,997 --> 00:13:58,733
ทำเป็นชาร์จแบบนี้

206
00:13:58,733 --> 00:13:59,605
น่ะ ย่อหน้าที่ 2

207
00:13:59,605 --> 00:14:03,605
ยกตัวอย่างว่า App นี้เป็น

208
00:14:04,482 --> 00:14:05,504
ทำสื่อ

209
00:14:05,504 --> 00:14:09,504
เป็นแอป(พลิเคชัน)เพื่ออะไรนะ

210
00:14:12,923 --> 00:14:14,908
ทำเหมือนรุ่นพี่เขาทำเขาทำเป็นแอ

211
00:14:14,908 --> 00:14:18,908
ปฯ แปลคำศัพท์

212
00:14:19,083 --> 00:14:19,444
หรือเป็นคำศัพท์ภาษาอังกฤษ

213
00:14:19,444 --> 00:14:22,580
ถึงก่อนเวลาเรา

214
00:14:22,580 --> 00:14:26,580
คําศัพท์ภาษาอังกฤษเรายังต้องไปเปิด Dictionary ใช่ไหม ให้นึกถึงบ้านสมัยก่อน

215
00:14:32,785 --> 00:14:33,850
ไม่มีไอ้นี่หรือมาใช้ Google แต่บางทีบางครั้ง

216
00:14:33,850 --> 00:14:37,850
ออนไลน์

217
00:14:39,751 --> 00:14:43,751
ดิกชันนารีภาษาอังกฤษ

218
00:14:44,806 --> 00:14:46,156
หรือไม่ออนไลน์ ก็เปิดดูได้ค้นคำศัพท์ได้บอกไหมว่าจะช่วย

219
00:14:46,156 --> 00:14:46,694
ไม่สะดวกขึ้นใช่ไหมคะ

220
00:14:46,694 --> 00:14:48,636
เพราะไม่ต้องมาพ

221
00:14:48,636 --> 00:14:52,636
กอะไร

222
00:14:53,380 --> 00:14:57,340
ใช่ไหมคะ

223
00:14:57,340 --> 00:15:01,340
อย่างนั้นก็ต้องพูดถึง

224
00:15:04,607 --> 00:15:05,749
หรือการเรียนในยุค

225
00:15:05,749 --> 00:15:08,180
มันต้องใช้

226
00:15:08,180 --> 00:15:10,877
วิธีการ

227
00:15:10,877 --> 00:15:11,887
ทำสื่อหรือว่าทำ

228
00:15:11,887 --> 00:15:15,887
อะไร

229
00:15:16,816 --> 00:15:20,816
น่ะ เอกสารอะไรในรูปแบบ

230
00:15:22,531 --> 00:15:24,445
ที่เป็นอิเล็กทรอนิกส์ไปแล้วนะ ไม่ใช่ว่ามาพบกระดาษอย่างนี้นะคะ ก็คือ

231
00:15:24,445 --> 00:15:26,365
กับ 2

232
00:15:26,365 --> 00:15:28,022
มาสอดคล้องกันเพื่อ

233
00:15:28,022 --> 00:15:29,692
กลายเป็นข้อสรุป

234
00:15:29,692 --> 00:15:30,960
ชื่อหัวข้อเรา

235
00:15:30,960 --> 00:15:31,942
คือสมมุติ

236
00:15:31,942 --> 00:15:34,730
บอกว่าเราจะพัฒนาเป็น App

237
00:15:34,730 --> 00:15:37,926
มาเป็น AR อะไรพวกนี้

238
00:15:37,926 --> 00:15:39,032
ก็คือ

239
00:15:39,032 --> 00:15:43,032
มันจะต้องสืบเนื่องให้เห็น อันที่ 3 ก็จะเป็นตัวสรุปว่าจากไอ้ที่เรากล่าวมาใน 2 ย่อหน้าแรก

240
00:15:49,366 --> 00:15:52,300
เป็นเหตุผลให้เรามาพัฒนาไอ้นี่

241
00:15:52,300 --> 00:15:56,184
อย่างนั้น ก็ต้องอธิบายต่อว่าพัฒนาเพื่อไป

242
00:15:56,184 --> 00:15:57,782
ตอบโจทย์อะไรหรือแก้ปัญหาอะไรเข้าใจ

243
00:15:57,782 --> 00:15:58,472
นะ มันคือ

244
00:15:58,472 --> 00:16:02,278
3 ย่อหน้า

245
00:16:02,278 --> 00:16:03,424
ได้เท่าไ

246
00:16:03,424 --> 00:16:05,082
ร 1 สไลด์

247
00:16:05,082 --> 00:16:05,844
นี่คือวิธีทํา

248
00:16:05,844 --> 00:16:09,844
ไม่ใช่

249
00:16:13,661 --> 00:16:14,893
Copy paste วางไม่ใช่ ไม่ทำแบบนั้นนะคะ

250
00:16:14,893 --> 00:16:16,739
นำเสนอ

251
00:16:16,739 --> 00:16:17,144
ตามหลักจริง ๆ แล้ว

252
00:16:17,144 --> 00:16:21,144
ต้องเป็นแบบนี้นะคะ

253
00:16:21,747 --> 00:16:22,300
วัตุประสงค์ก็เหมือนกัน

254
00:16:22,300 --> 00:16:26,300
ระวังเป็นข้อหรืออะไรก็แล้วแต่ เห็นไหมบอกแล้วมี 3 ข้อ 1 2 3 ก็บอกไป

255
00:16:28,705 --> 00:16:31,517
วัตถุประสงค์ที่เรากำหนด

256
00:16:31,517 --> 00:16:34,720
สไลด์เดียวเท่านั้น

257
00:16:34,720 --> 00:16:38,720
ขอบเขต

258
00:16:41,645 --> 00:16:42,468
ขอบในการดำเนินงานโดยปกติ

259
00:16:42,468 --> 00:16:43,362

260
00:16:43,362 --> 00:16:47,051
รู้อยู่แล้ว

261
00:16:47,051 --> 00:16:48,291
น่ะ ประชากรเป็นกลุ่มตัวอย่างเป็นใครใช่ไหมคะ

262
00:16:48,291 --> 00:16:52,291
ระบบงานเราพูดถึงขอบเขตของระบบงานเราด้วย

263
00:16:55,716 --> 00:16:58,121
มาทำ app นี่ มีอะไรบ้างประกอบด้วยรูป

264
00:16:58,121 --> 00:16:59,001
วีดีโออะไร

265
00:16:59,001 --> 00:17:03,001
นี่ อย่างนั้นให้ทำ

266
00:17:03,476 --> 00:17:04,797
ทำสื่อนี่ คือเราใช้อะไรบ้าง

267
00:17:04,797 --> 00:17:07,332
ตัวการ์ตูน

268
00:17:07,332 --> 00:17:10,494
คุณเป็นแบบไหน 2D 3D ก็ต้องบอก

269
00:17:10,494 --> 00:17:11,075
นั่นคือไป

270
00:17:11,075 --> 00:17:13,558
บางที

271
00:17:13,558 --> 00:17:17,558
มันมีนอกจาก

272
00:17:18,847 --> 00:17:20,840
ส่วนระบบมันอาจจะเยอะ

273
00:17:20,840 --> 00:17:21,887
เพิ่มอีกสไลด์นึงถึงได้บอกว่า

274
00:17:21,887 --> 00:17:24,715
1 ถึง

275
00:17:24,715 --> 00:17:25,787
2 สไลด์ได้

276
00:17:25,787 --> 00:17:28,741
นะคะ

277
00:17:28,741 --> 00:17:29,863
ส่วนของสไลด์ขอบเขต

278
00:17:29,863 --> 00:17:33,863
เขียนมายาว

279
00:17:36,193 --> 00:17:37,372
เราเขียนน่ะ เราต้องบอกละเอียดใช่ไหม

280
00:17:37,372 --> 00:17:41,372
ประชากรเป็น

281
00:17:41,618 --> 00:17:42,203
จังหวัดสกลนคร จำนวนกี่คน

282
00:17:42,203 --> 00:17:46,203
เราอาจจะบอกว่า

283
00:17:47,037 --> 00:17:49,704
แค่ประชากรในจังหวัดสกลนคร แล้วตัวจำนวนระบบ

284
00:17:49,704 --> 00:17:53,704
ทีหลังหรือใส่เข้าไปด้วยก็ได้

285
00:17:56,083 --> 00:17:56,890
เปล่า 500 คนแต่เป็นแบบสรุปนึกออกไหม แต่ตอนบรรยายน่ะ บรรยายยาวอยู่เข้าใจ

286
00:17:56,890 --> 00:17:59,901
เปล่า ถึงได้บอกว่า

287
00:17:59,901 --> 00:18:03,901
ทำกับสไลด์จริง ๆ อย่างมากไม่เกิน 2 สไลด์ต้องทำแบบนี้

288
00:18:05,681 --> 00:18:08,167
อะไรนะคะ

289
00:18:08,167 --> 00:18:10,806
อันนี้ตรงขอบเขต

290
00:18:10,806 --> 00:18:12,720
วิธีการดำเนินงาน

291
00:18:12,720 --> 00:18:16,720
ขั้นตอน

292
00:18:17,334 --> 00:18:19,770
บอกแล้วของเรา SDLC 6 ขั้นตอน

293
00:18:19,770 --> 00:18:22,821
เหลือสไลด์เดียว

294
00:18:22,821 --> 00:18:26,821
ขั้นตอนก็คือศึกษาวิเคราะห์พัฒนา

295
00:18:28,075 --> 00:18:32,075
วิเคราะห์ออกแบบพัฒนา

296
00:18:34,728 --> 00:18:35,950
นำไปใช้

297
00:18:35,950 --> 00:18:39,950
มา 5 ยังไม่ครบ 2

298
00:18:40,294 --> 00:18:40,934
นะ ให้ไปตามของเรา

299
00:18:40,934 --> 00:18:44,934
น่ะ ใช่ไหมคะ

300
00:18:47,517 --> 00:18:48,328
มันบอกท่านศึกษา

301
00:18:48,328 --> 00:18:51,003
อธิบายนะ

302
00:18:51,003 --> 00:18:51,653
เราไปศึกษาเกี่ยวกับเรื่องอะไร

303
00:18:51,653 --> 00:18:54,965
พิมพ์ไปให้ดูน่ะ นึกออก

304
00:18:54,965 --> 00:18:58,965
ไหม เอกสาร

305
00:18:59,789 --> 00:19:01,162
ที่ 2

306
00:19:01,162 --> 00:19:02,594
แม่บอกใช่ไหม

307
00:19:02,594 --> 00:19:03,281
อยู่ในมืออยู่แล้ว

308
00:19:03,281 --> 00:19:04,114
ใช่ไหมคะ

309
00:19:04,114 --> 00:19:08,114
พูดถึงน่ะมันตรงกับ

310
00:19:10,877 --> 00:19:13,493
นำเสนอไหมถูกไหม

311
00:19:13,493 --> 00:19:14,651
บทบาทตัวเองก็คือต้อง

312
00:19:14,651 --> 00:19:18,153
present

313
00:19:18,153 --> 00:19:20,972
ไหมคะ เพื่อจะได้

314
00:19:20,972 --> 00:19:21,329
หาตัวเองก็คือ

315
00:19:21,329 --> 00:19:25,329
ที่ตัวเองเขียนไปเขียนอะไรไปไม่ใช่

316
00:19:25,426 --> 00:19:29,426
เอามาแล้วไปก็อปมาวางอย่างเดียวมันทำไม่ได้ตัวเองต้องมาอ่านด้วยว่า

317
00:19:37,397 --> 00:19:37,893
ตัวเองทำอะไรต้องเข้าใจใช่ไหมคะ ก็เข้าใจขั้นตอนถูกไหม

318
00:19:37,893 --> 00:19:40,867
เวลามา present มันก็

319
00:19:40,867 --> 00:19:44,504
ได้ว่าเราไปศึกษาเรื่องอะไรมา ถูกไหม

320
00:19:44,504 --> 00:19:48,504
ได้อะไรมา

321
00:19:49,384 --> 00:19:53,384
อะไรนะคะ มันก็จะเป็น

322
00:19:55,066 --> 00:19:56,938
Detail ของแต่ละหัวข้อที่เราใส่ลงไป

323
00:19:56,938 --> 00:19:57,831
นี่ เราจะเป็นคน present

324
00:19:57,831 --> 00:20:01,824
เพราะฉะนั้น ส่วนไหน

325
00:20:01,824 --> 00:20:05,722
เรามีคู่

326
00:20:05,722 --> 00:20:09,722
เราแบ่งแบ่งกัน

327
00:20:12,505 --> 00:20:13,693
อันไหนที่คิดว่ามันดีจะพอ Present ได้ก็ให้เขาตีเส้นแบ่งกันไม่จำเป็นต้อง present คนเดียวหมด

328
00:20:13,693 --> 00:20:17,693
เหมือนเทคโนโลยีที่ใช้ที่บอก

329
00:20:22,219 --> 00:20:23,243
เขียนฮาร์ดแวร์

330
00:20:23,243 --> 00:20:27,243
เวลา Present ให้ใส่แค่ 1 หน้า

331
00:20:28,088 --> 00:20:30,511
ตัวเอง

332
00:20:30,511 --> 00:20:33,975
ตัวเองเป็นรุ่นไหนอะไรอย่างไร ใช่ไหม

333
00:20:33,975 --> 00:20:37,975
เหมือนโปรแกรมที่จะใช้ เหมือนที่ถามน่ะ จะใช้โปรแกรมอะไรยังไม่รู้แล้วมันจะสอบได้ไหม

334
00:20:41,085 --> 00:20:45,085
สอบไม่ได้ใช่ไหมตัวเองใช้โปรแกรมอะไรทำบ้าง

335
00:20:45,173 --> 00:20:49,173
งั้นเหมือนกัน

336
00:20:51,453 --> 00:20:55,453
ทำกราฟฟิก

337
00:20:59,214 --> 00:20:59,640
ภาพกราฟฟิกนี่ เราใช้โปรแกรมไหนบ้าง บางทีบางคนไม่ได้ใช้ Photoshop ตัวเดียว

338
00:20:59,640 --> 00:21:00,583
ผมใช้

339
00:21:00,583 --> 00:21:04,583
เพื่อ

340
00:21:05,430 --> 00:21:08,203
กราฟฟิกหรือทำ

341
00:21:08,203 --> 00:21:09,398
ข้อความอะไรก็แล้วแต่ ก็คือต้องบอกด้วยว่า

342
00:21:09,398 --> 00:21:13,023
โปรแกรมตัวนี้

343
00:21:13,023 --> 00:21:13,912
เราใช้มันทำอะไรเอาไปใช้ทำอะไร

344
00:21:13,912 --> 00:21:15,196
ไม่ต้องให้

345
00:21:15,196 --> 00:21:19,196
อาจารย์เขาถาม

346
00:21:24,306 --> 00:21:24,902
ถ้าเขาถามนี่ นั่นหมายความว่าตัวเองไม่ได้พูดถึงข้อนี้ เดี๋ยวเขาจะลองถามดูว่ารู้หรือเปล่า ไอ้โปรแกรมนี้มันใช้ทำอะไร

347
00:21:24,902 --> 00:21:28,902
ภาษาคอมพิวเตอร์เหมือนกันก็ต้องบอก

348
00:21:31,513 --> 00:21:34,723
ไม่นึกถึงว่า

349
00:21:34,723 --> 00:21:37,062
เราทำ

350
00:21:37,062 --> 00:21:41,062
น่ะ ใครมีที่ต้องเขียน Coding ไม่บอก

351
00:21:41,780 --> 00:21:44,394
นะ มันก็ต้องบอกใช่ไหมว่าเราใช้

352
00:21:44,394 --> 00:21:46,448
ภาษาอะไรใช้ไฟนอลหรือเปล่าใช้

353
00:21:46,448 --> 00:21:50,448
นี่นั่นโน่น

354
00:21:50,671 --> 00:21:52,591
ทำไมถึงเลือกใช้ตัวนี้

355
00:21:52,591 --> 00:21:55,471
ที่บอกอ่ะ

356
00:21:55,471 --> 00:21:58,066
โปรแกรมกราฟิก

357
00:21:58,066 --> 00:22:00,128
ไม่มีค่ะ

358
00:22:00,128 --> 00:22:01,252
Photoshop ตัวเดียวมีตั้งหลายตัว

359
00:22:01,252 --> 00:22:01,425
บอกแล้ว

360
00:22:01,425 --> 00:22:05,425
อะไรจะต้องสอดคล้องกัน เวลาเขียนเทคโนโลยีกับซอฟต์แวร์ใช่ไหม

361
00:22:08,425 --> 00:22:09,596
บอกได้ก็คือ

362
00:22:09,596 --> 00:22:13,580
ใช้ตัวนี้เพราะอะไรเพราะฮาร์ดแวร์เรา

363
00:22:13,580 --> 00:22:14,597
มีประสิทธิภาพ

364
00:22:14,597 --> 00:22:15,810
สามารถ

365
00:22:15,810 --> 00:22:19,810
ทำงาน

366
00:22:19,852 --> 00:22:21,309
โปรแกรมนี้ได้สะดวกสบาย

367
00:22:21,309 --> 00:22:25,309
นั่นล่ะคือคำตอบไม่ได้มีอะไรพิสดารเลย

368
00:22:26,794 --> 00:22:28,033
เพราะเครื่องเราไม่รองรับ

369
00:22:28,033 --> 00:22:31,462
ซอฟต์แวร์ทำอย่างไรมันก็ทำไม่ได้หรอกนะ

370
00:22:31,462 --> 00:22:32,977
แกจะแนะนำมา

371
00:22:32,977 --> 00:22:34,509
ไม่ใช่

372
00:22:34,509 --> 00:22:37,708
สมมุติสมมติ

373
00:22:37,708 --> 00:22:40,841
อะไรนะ

374
00:22:40,841 --> 00:22:42,056
Playmaker สิ อย่าง

375
00:22:42,056 --> 00:22:42,818
นี้ บอกว่า

376
00:22:42,818 --> 00:22:46,818
1

377
00:22:48,237 --> 00:22:50,340
บอกได้นะคะ ว่าทำไมถึงไม่ใช้โปรแกรมนั้นก็คือ 1

378
00:22:50,340 --> 00:22:52,362
. ประสิทธิภาพของเครื่องเรา

379
00:22:52,362 --> 00:22:55,907
2. เราไม่ถนัดใช้โปรแกรมนั้น

380
00:22:55,907 --> 00:22:57,172
มีอยู่ 2 ข้อแค่นั้นเอง ที่จะตอบนะคะ

381
00:22:57,172 --> 00:22:58,838
นี่คือวิธีการต่อ

382
00:22:58,838 --> 00:22:59,313
ถ้าเวลาโดนถาม

383
00:22:59,313 --> 00:23:02,916
เหมือนกัน

384
00:23:02,916 --> 00:23:04,406
ภาษาคอมพิวเตอร์

385
00:23:04,406 --> 00:23:06,474
ตั้งหลายตัว

386
00:23:06,474 --> 00:23:08,671
Java script ตัวเดียวใช่ไหม

387
00:23:08,671 --> 00:23:12,671
ทำไมเราเลือกใช้ภาษานี้

388
00:23:16,030 --> 00:23:18,926
ส่วนใหญ่ถ้าเป็นภาษาหนึ่งก็คือตอบ

389
00:23:18,926 --> 00:23:21,278
แม่นะคะ

390
00:23:21,278 --> 00:23:24,494
เราถนัดภาษานี้มากกว่า

391
00:23:24,494 --> 00:23:26,364
ก็คือมีความเข้าใจในภาษานี้

392
00:23:26,364 --> 00:23:29,219
มากกว่าตัวอื่น

393
00:23:29,219 --> 00:23:32,073
นะคะ

394
00:23:32,073 --> 00:23:35,678
นี่คือในส่วนของเทคโนโลยีที่ใช้บอกแล้ว

395
00:23:35,678 --> 00:23:38,338
ไป 1 หน้าแต่ทำ

396
00:23:38,338 --> 00:23:38,825
สไลด์แค่หน้าเดียวแล้ว

397
00:23:38,825 --> 00:23:42,406
มีอะไรไม่ให้มีข้อความใช่ไหม

398
00:23:42,406 --> 00:23:46,406
รูปแต่เราอธิบายถึงรูป

399
00:23:47,934 --> 00:23:49,074
ของเราได้ว่ามันคืออะไร เป็น

400
00:23:49,074 --> 00:23:53,074
อย่างไร แผนการดำเนินงานก็ตารางที่เราทำไว้นั่น

401
00:23:55,044 --> 00:23:59,044
ล่ะ ก็ต้องอธิบาย

402
00:23:59,550 --> 00:24:01,754
นะ 1 เราจะเริ่มทำประมาณนี้ถึงไหนอะไร

403
00:24:01,754 --> 00:24:03,610
อย่างไร อธิบายเป็นข้อ ๆ ไป

404
00:24:03,610 --> 00:24:07,465
สุดท้ายประโยชน์

405
00:24:07,465 --> 00:24:10,739
ประโยชน์ก็จะคล้าย ๆ กับวัตถุประสงค์ก็บอกไปเลย

406
00:24:10,739 --> 00:24:13,340
หาก็ใส่ใส่ได้มันจะมีแค่ 2

407
00:24:13,340 --> 00:24:16,466
น้องสไลด์ที่เอาจาก

408
00:24:16,466 --> 00:24:20,466
เขาคงเราได้โดยตรงเพราะวัตถุประสงค์มัน

409
00:24:22,800 --> 00:24:23,187
ไม่สามารถไปแทนได้ ว่าไปทำอย่างอื่นมันต้องชัดเจนไงไอ้พวกวัตถุประสงค์อะไร

410
00:24:23,187 --> 00:24:26,005
นี่ ประโยชน์อย่างนี้ชัดเจน

411
00:24:26,005 --> 00:24:30,005
ไม่

412
00:24:32,546 --> 00:24:34,438
แนะนำให้ใช้วิธี

413
00:24:34,438 --> 00:24:36,565
Copy แล้วมาวางที่

414
00:24:36,565 --> 00:24:40,257
1 2 3 ธรรมดาให้ไหม

415
00:24:40,257 --> 00:24:41,428
ก็ทำให้มันมี Detail มันเป็นรูปเป็นอะไร

416
00:24:41,428 --> 00:24:45,428
นะคะ นี่คือสิ่งที่

417
00:24:50,093 --> 00:24:51,490
ด้านนี้

418
00:24:51,490 --> 00:24:54,483
ต้องอะไร

419
00:24:54,483 --> 00:24:57,060
เขาคงทำเสร็จเพื่อจะไปหาใคร

420
00:24:57,060 --> 00:25:00,082
ที่ปรึกษาได้แล้วไหม

421
00:25:00,082 --> 00:25:04,082
เท่ากับตัวเองเหลือเวลาแค่เท่าไหร่

422
00:25:04,410 --> 00:25:07,555
ส่งที่ 15 วันสุดท้าย

423
00:25:07,555 --> 00:25:09,082
เพราะอาทิตย์หน้า

424
00:25:09,082 --> 00:25:13,055
18-19

425
00:25:13,055 --> 00:25:17,055
พวกแม่ไปแนะแนว

426
00:25:19,694 --> 00:25:22,415
อาจารย์ที่จะเป็นอาจารย์ที่ปรึกษาได้ ก็คืออาจารย์ที่สอนเรานั่นเองนะคะ

427
00:25:22,415 --> 00:25:24,004
ไปเลยเขาตัวเอง ไปหา

428
00:25:24,004 --> 00:25:27,347
อาจารย์คะ หนูมีเรื่อง

429
00:25:27,347 --> 00:25:31,300
ศึกษาหนูจะทำเรื่องนี้

430
00:25:31,300 --> 00:25:32,738
การเป็นที่ปรึกษาให้หนูได้ไหม

431
00:25:32,738 --> 00:25:33,484
ถ้าเขาดูแล้วเขา

432
00:25:33,484 --> 00:25:37,484
รับเป็น ตัวเองก็จะมีเอกสารตัวที่ 1 มายื่นสอบได้ไหม

433
00:25:39,536 --> 00:25:41,164
ถ้าเขา

434
00:25:41,164 --> 00:25:45,164
ต้องไปหา

435
00:25:46,230 --> 00:25:46,791
ต่อไปเข้าใจนะคะ

436
00:25:46,791 --> 00:25:50,791
ขั้นตอนหลายทั้งปวงขึ้นอยู่กับ

437
00:25:54,687 --> 00:25:56,149
ตัวเองทั้งหมดทั้งปวงนะคะ เวลาที่เหลืออยู่

438
00:25:56,149 --> 00:26:00,149
เพราะฉะนั้น ก็คือยื่นสอบ 25 อาจารย์ก็จะไปนัด

439
00:26:02,686 --> 00:26:05,041
แล้ว

440
00:26:05,041 --> 00:26:06,330
พอช่วงมีนาคม

441
00:26:06,330 --> 00:26:08,557
สัปดาห์แรก

442
00:26:08,557 --> 00:26:11,645
มีตารางมาแล้ว

443
00:26:11,645 --> 00:26:15,645
น่ะ ให้สอบวันไหน

444
00:26:16,730 --> 00:26:17,779
ไม่ใช่เสนอแล้วเสร็จนะ ต้องมีสอบถูก

445
00:26:17,779 --> 00:26:19,581
หรือเปล่า บอกแล้วว่า

446
00:26:19,581 --> 00:26:23,581
เตรียมตัวมาดี ๆ

447
00:26:24,711 --> 00:26:26,572
ลองไปอ่านไอ้เขาคงที่ตัวเองทำเพื่อจะมา Present ให้ได้

448
00:26:26,572 --> 00:26:30,572
รายการนะคะ

449
00:26:30,737 --> 00:26:34,737
ทำช่วยกันนำเสนอ

450
00:26:37,255 --> 00:26:38,395
เผื่อเวลาเพื่อนถามอาจารย์ถามด้วยถามตอบให้มันได้

451
00:26:38,395 --> 00:26:42,395
มีใครสงสัย

452
00:26:42,757 --> 00:26:45,357
หรือเปล่า

453
00:26:45,357 --> 00:26:49,357
ได้แล้วครับ

454
00:26:50,829 --> 00:26:54,829
ไม่เข้าใจตรงหัวข้อไหนว่าจะทำอย่างไร ถามได้

455
00:26:55,447 --> 00:26:59,447
แสดงว่าเข้าใจหมดแล้วครับ

456
00:27:00,783 --> 00:27:04,783
บทที่ 3 อะไรตอนนี้ให้ทำอะไร

457
00:27:12,273 --> 00:27:15,756

458
00:27:15,756 --> 00:27:19,756
เค้าโครงแกยังไม่ผ่าน แกจะไปทำบทที่ 2 ที่ 3 ได้อย่างไร ละเมอ

459
00:27:24,988 --> 00:27:28,988
อะไร งคือคุณต้องตอบ

460
00:27:29,085 --> 00:27:33,085
ใครจะมาหาตัว

461
00:27:34,688 --> 00:27:36,514
ต่อไปได้ 2 กับ 3 ให้ได้

462
00:27:36,514 --> 00:27:40,514
ถามหามันทำไม ถ้ามันไม่ได้ผ่านก่อน

463
00:27:43,706 --> 00:27:47,706
ไม่ใช่รวมทุกอย่าง

464
00:28:00,062 --> 00:28:01,671
ย่อหน้า 1 หลักการและเหตุผลดูดี ๆ

465
00:28:01,671 --> 00:28:02,797

466
00:28:02,797 --> 00:28:06,797
ย่อหน้าแรกหลักการและเหตุผล

467
00:28:06,922 --> 00:28:10,922
ก็นี่ยกตัวอย่างทำแอปฯ

468
00:28:17,333 --> 00:28:18,424
นะ เพราะฉะนั้น

469
00:28:18,424 --> 00:28:20,078
เกี่ยวข้องกับแอป

470
00:28:20,078 --> 00:28:24,078
ฯ Notebook เกี่ยวกับแอปฯ ที่ไหน

471
00:28:28,372 --> 00:28:29,007
ล่ะ บอกนะ ว่าเป็นแอป

472
00:28:29,007 --> 00:28:31,473
ฯ บนมือถือ

473
00:28:31,473 --> 00:28:35,473
พูดถึงว่า

474
00:28:36,649 --> 00:28:40,649
แม่น ๆ แม่บอกแม่ยกตัวอย่างจะพูดถึง

475
00:28:43,138 --> 00:28:46,216
การใช้เทคโนโลยีสมาร์ทโฟนในยุคปัจจุบัน

476
00:28:46,216 --> 00:28:46,515
เห็นว่าเดี๋ยวนี้ใคร ๆ ก็ใช้

477
00:28:46,515 --> 00:28:49,463
ตัวใหญ่เลย

478
00:28:49,463 --> 00:28:51,900

479
00:28:51,900 --> 00:28:55,900
ที่ 2 ที่จะพูดถึงเกี่ยวกับ

480
00:28:59,524 --> 00:29:02,834
การพัฒนาสื่อของ

481
00:29:02,834 --> 00:29:04,439
ประเทศไทยเรา หรือว่าการสร้างสื่อหรือ

482
00:29:04,439 --> 00:29:08,439
การผลิตสื่อเทคโนโลยีกัน

483
00:29:12,510 --> 00:29:14,563
Application ในปัจจุบันอะไรนี่ ก็จะเป็นย่อหน้าที่ 2

484
00:29:14,563 --> 00:29:16,741
ส่วนสุดท้าย

485
00:29:16,741 --> 00:29:18,723
สรุปว่า

486
00:29:18,723 --> 00:29:19,748
จึงเป็นสาเหตุจากไอ้

487
00:29:19,748 --> 00:29:23,748
2 เอามา

488
00:29:24,151 --> 00:29:24,676
น่าจะเป็นเหตุผลที่ทำให้เรามา

489
00:29:24,676 --> 00:29:26,993
ระบบนี้

490
00:29:26,993 --> 00:29:30,946
บอกเลยว่า

491
00:29:30,946 --> 00:29:31,693
มันต้องพูดถึง

492
00:29:31,693 --> 00:29:35,619
มีสาเหตุมาจาก

493
00:29:35,619 --> 00:29:38,184
นี่ ทั้งโลกในยุคนี้

494
00:29:38,184 --> 00:29:38,955
ใช้

495
00:29:38,955 --> 00:29:41,233
ใช้สมาร์ทโฟนกันหมดแล้ว ใช่ไหม

496
00:29:41,233 --> 00:29:45,233
ยังเลยไปสืบเนื่องจาก

497
00:29:47,908 --> 00:29:51,908
เมื่อมีสมาร์ทโฟนแล้ว

498
00:29:53,037 --> 00:29:55,917
ก็ได้ถูกไหมสามารถมาผลิตเป็น

499
00:29:55,917 --> 00:29:58,831
มาทำเป็น Application เพื่อเป็น

500
00:29:58,831 --> 00:30:02,831
การเรียนการสอนสำหรับยุคนี้นะจ๊ะ

501
00:30:06,534 --> 00:30:13,955

502
00:30:03,529 --> 00:30:07,529
สาเหตุมันก็มาจากนี่ เพราะเทคโนโลยีมันเปลี่ยนใช่ไหมคะ

503
00:30:08,059 --> 00:30:09,617
การผลิตสื่อรูปแบบการผลิตคือมันก็ต้องเปลี่ยนไปตามเทคโนโลยีที่เรากลับ

504
00:30:09,617 --> 00:30:10,625
มันก็เลยกลายมาเป็น

505
00:30:10,625 --> 00:30:14,625
สรุปใน

506
00:30:14,740 --> 00:30:17,488
ย่อหน้าที่ 3 เป็นผลผลให้เรามา

507
00:30:17,488 --> 00:30:20,209
พัฒนาหรือทำ เป็นผลให้เรามาสรุปว่า

508
00:30:20,209 --> 00:30:21,424
ซึ่งเป็นสาเหตุที่เรา เห็นแล้วว่า

509
00:30:21,424 --> 00:30:25,424
ในเมื่อ

510
00:30:25,553 --> 00:30:26,943
เหมือนรัฐบาลตอนนี้

511
00:30:26,943 --> 00:30:28,173
ให้ใช้แอปฯ โน่น แอปฯ นี่ บางคน

512
00:30:28,173 --> 00:30:28,919
ที่มือถือ

513
00:30:28,919 --> 00:30:32,919
เช็กแล้ว

514
00:30:35,427 --> 00:30:35,644
เด้ ในห้องนี้ทุกคนมีหมดแม้ ลูกเรียนทุกคน

515
00:30:35,644 --> 00:30:39,644
ในระดับเรา

516
00:30:40,569 --> 00:30:41,014
น่ะ ที่เป็นปัญหาเรียนออนไลน์

517
00:30:41,014 --> 00:30:45,014
อินเทอร์เน็ต

518
00:30:46,850 --> 00:30:50,850
มันถึงเป็นที่มาว่าต้องพูดว่างก่อน

519
00:30:53,706 --> 00:30:56,513
ให้เห็นใช่ไหมคะ

520
00:30:56,513 --> 00:31:00,513
ไม่ใช่ว่าไปทำมา

521
00:31:02,216 --> 00:31:04,970
มีคนใช้อยู่คนเดียว

522
00:31:04,970 --> 00:31:06,888
ไม่ใช่มันต้องให้เห็นว่า

523
00:31:06,888 --> 00:31:08,804
คนนิยมนะ หรือว่า

524
00:31:08,804 --> 00:31:09,429
เหตุผลนี้ เป็นเหตุผลที่

525
00:31:09,429 --> 00:31:13,429
ยอมรับได้

526
00:31:14,941 --> 00:31:18,661
ทั่วโลกอะไรอย่างนี้ ใช่ไหมคะ

527
00:31:18,661 --> 00:31:21,403
เหมือนเรื่องประชาธิปไตย ถ้าพูดเรื่องประชาธิปไตย

528
00:31:21,403 --> 00:31:23,719
เป็นต้น ก็คือ

529
00:31:23,719 --> 00:31:26,339
ทุกคนยอมรับในประชาธิปไตย

530
00:31:26,339 --> 00:31:26,792
โดยส่วนมากก็คือใช้

531
00:31:26,792 --> 00:31:30,571
ใช้ส่วนใหญ่นะคะ

532
00:31:30,571 --> 00:31:32,922
เป็นต้น

533
00:31:32,922 --> 00:31:33,186
สงสัยอะไรอีกถามได้

534
00:31:33,186 --> 00:31:37,186
นึกไม่ออก

535
00:31:37,945 --> 00:31:41,945
ถึงที่ให้ไปค้นน่ะ เปิดดูเขาหรือยังเขาพูดถึง

536
00:31:50,199 --> 00:31:51,832
อย่างไร งานวิจัยที่เป็นคนน่ะ

537
00:31:51,832 --> 00:31:53,393
ค้นมาแล้วเปิดดูบ้างไหม

538
00:31:53,393 --> 00:31:54,308
เรื่อง

539
00:31:54,308 --> 00:31:58,308
คุณต้องไปค้นอย่างน้อยกี่เรื่อง

540
00:31:59,871 --> 00:32:01,757
20 เรื่องใช่ไหม

541
00:32:01,757 --> 00:32:05,206
ค้นหาเห็นไหม

542
00:32:05,206 --> 00:32:06,928
มันก็จะมาซื้อได้ใช่ไหม

543
00:32:06,928 --> 00:32:10,043
อ่านของเขาให้

544
00:32:10,043 --> 00:32:12,646
ได้ก่อนว่าเขาพูดถึงเรื่องอะไรก่อน

545
00:32:12,646 --> 00:32:14,830
แล้วเขาเกิดมาอย่างไร แล้วมันมาเป็น

546
00:32:14,830 --> 00:32:15,978
วันนี้ได้

547
00:32:15,978 --> 00:32:19,978
อย่างไร ถึงได้ให้

548
00:32:21,077 --> 00:32:25,077
เทอมที่แล้วถึงให้ไปค้นงานวิจัยชาวบ้านเขามาดูไว้เพื่อจะมา

549
00:32:28,469 --> 00:32:32,297
พัฒนาเป็นของเรามันก็จะมีข้ออ้างอิงได้ไงว่าจากที่เราไปศึกษาค้นคว้ามา เวลาอาจารย์เขาถาม

550
00:32:32,297 --> 00:32:34,605
ทำไมเราถึงเลือกทำงานนี้ เราก็จะตอบได้

551
00:32:34,605 --> 00:32:36,974
ถามเป็นค้นงานเรื่องอะไรมา

552
00:32:36,974 --> 00:32:38,666
อะไรไม่ได้ขึ้นแต่คุณ

553
00:32:38,666 --> 00:32:41,766
ต้องตอบได้ใช่ไหม

554
00:32:41,766 --> 00:32:43,762
คนนั่งไหนมาอะไรอย่าง

555
00:32:43,762 --> 00:32:44,324
นี้ บอกให้รู้นะว่า

556
00:32:44,324 --> 00:32:48,324
เด็กไปค้นมาจริงเห็นไหม มีอ้างอิงได้สามารถบอกได้เป็นคนงานวิจัยของใครอะไร ยังไม่มา

557
00:32:51,587 --> 00:32:55,587
สงสัยข้อไหนไหม

558
00:32:58,563 --> 00:33:02,563
จบก็ไม่สวย

559
00:33:05,790 --> 00:33:09,790
ก็บอกแล้วไงวิธีการดำเนินงานที่เขียนก็คือตามระบบ

560
00:33:20,716 --> 00:33:24,716
SDLC เพราะเราทำโครงงานคอมพิวเตอร์วิธีการพัฒนาระบบ มันจะเริ่มตั้งแต่

561
00:33:30,012 --> 00:33:31,025
ศึกษา วิเคราะห์ ออกแบบ พัฒนา นั่นน่ะ ก็ตามนั้น

562
00:33:31,025 --> 00:33:31,242
แต่เราต้อง

563
00:33:31,242 --> 00:33:32,919
อธิบายอะไร

564
00:33:32,919 --> 00:33:36,350
ศึกษา

565
00:33:36,350 --> 00:33:40,350
เราไปศึกษางานวิจัยของใคร แต่ตอนทำสไลด์เรา

566
00:33:46,779 --> 00:33:50,779
ระบุหัวข้อ

567
00:33:52,132 --> 00:33:53,690
แต่ตอน Present น่ะ ต้องมี

568
00:33:53,690 --> 00:33:54,564
Detail ต้องมีรายละเอียดมา

569
00:33:54,564 --> 00:33:58,564
หรือ หรือถ้าบางคนขึ้นไป present แล้วไม่พูดเดี๋ยวโดนถาม ว่าจะโดนถาม

570
00:34:02,069 --> 00:34:05,860
ก็โดนถาม

571
00:34:05,860 --> 00:34:09,860
คะแนนสอบอย่างเดียวนู่นเขาจะมีกรรมการอย่างน้อย 3 คนนะครับ บอกไว้ก่อน

572
00:34:14,362 --> 00:34:15,911
การสอบ

573
00:34:15,911 --> 00:34:16,919
ตัวเองล่ะ

574
00:34:16,919 --> 00:34:20,919
2. คณะกรรมการหลักสูตร

575
00:34:27,170 --> 00:34:29,302
2 คน ก็อย่างน้อย 3 แล้วก็ตัวแม่เข้าไปนั่งดู

576
00:34:29,302 --> 00:34:30,358
ให้คะแนนฉันมีหน้าที่ให้คะแนน

577
00:34:30,358 --> 00:34:34,358
ก็จะมีอย่างน้อย 4 คน

578
00:34:36,771 --> 00:34:38,497
อาจจะมี 5

579
00:34:38,497 --> 00:34:42,497
ก็แล้วแต่พอเห็นประธาน

580
00:34:42,857 --> 00:34:44,069
บอกจะเข้า

581
00:34:44,069 --> 00:34:47,072
หัวข้อว่ะ

582
00:34:47,072 --> 00:34:49,267

583
00:34:49,267 --> 00:34:51,817
สูงสุด 5-6 คน

584
00:34:51,817 --> 00:34:52,956
ตอนนั้น

585
00:34:52,956 --> 00:34:56,325
ถึง

586
00:34:56,325 --> 00:34:57,182
เดาใจกันเลย อาจารย์แต่ละคนจะถามอะไร

587
00:34:57,182 --> 00:35:01,182
ตัวเองจะต้อง

588
00:35:02,248 --> 00:35:03,984
จำรายละเอียดของตัวเองมาให้ได้

589
00:35:03,984 --> 00:35:05,831
ไม่ได้อ่าน

590
00:35:05,831 --> 00:35:06,653
ไปอ่านทบทวน

591
00:35:06,653 --> 00:35:10,653
ชวนให้มัน

592
00:35:12,820 --> 00:35:14,498
ขึ้นใจนะคะ ก่อนจะนำเสนอ ถ้า

593
00:35:14,498 --> 00:35:18,498
ทำจริง ๆ น่ะ

594
00:35:25,101 --> 00:35:28,378
คุณก็จะมีเวลา 1 สัปดาห์เขายื่นสอบไปแล้ว นี่ จะมีเวลา 1 สัปดาห์เพื่อจัดเตรียมนำเสนอใช่ไหม

595
00:35:28,378 --> 00:35:32,378
แต่ถ้าไม่อ่านดูทุกวั

596
00:35:32,507 --> 00:35:36,507
นเอาง่าย ๆ ก็ให้เพื่อน ๆ หูเรา present

597
00:35:37,092 --> 00:35:37,626
ซอฟต์แวร์ ฮาร์ดแวร์อะไรพวกนี้ ก็ให้เขาพิมพ์ใช่ไหมคะ

598
00:35:37,626 --> 00:35:41,626
วัตถุประสงค์ก็ให้เขาพิมพ์

599
00:35:46,270 --> 00:35:49,126
นี่ มันเปิดขึ้นมา

600
00:35:49,126 --> 00:35:51,287
นี่ ก็ให้เขา Present

601
00:35:51,287 --> 00:35:53,738
หลักการและเหตุผลว่าเป็นเรา

602
00:35:53,738 --> 00:35:54,390
เป็นเพื่อน

603
00:35:54,390 --> 00:35:58,390
โอเคนี่ ก็ไม่ได้พิสดารก็ให้เขาพิมพ์

604
00:35:59,067 --> 00:36:03,067
ได้อย่างนี้ อย่าเยอะดีเทลเยอะ ๆ เราก็เป็นคนพิเศษ

605
00:36:08,207 --> 00:36:12,207
อันนี้ให้เขาพิมพ์

606
00:36:16,473 --> 00:36:20,473
ก็ได้ มีสไลด์แล้วก็ให้เขาใช้ภาษานั่นละ

607
00:36:23,913 --> 00:36:24,539
ใช่ก็

608
00:36:24,539 --> 00:36:28,539
สอบไปสรุปก็เดี๋ยวอาจารย์เขาจะถามแล้วเราค่อยช่วยตอบก็ได้

609
00:36:31,393 --> 00:36:33,935
ให้คำตอบนั้นละ ว่า

610
00:36:33,935 --> 00:36:37,105
ไอ้นี่ใช้ทำอะไร

611
00:36:37,105 --> 00:36:38,564
ฟังให้ดี

612
00:36:38,564 --> 00:36:42,564
อยู่ในห้องตอนสอบอยู่แล้ว

613
00:36:46,164 --> 00:36:47,597
แผนการดำเนินงานก็ให้เขาไปได้

614
00:36:47,597 --> 00:36:51,441
ไม่มีบทบาททุกคน

615
00:36:51,441 --> 00:36:54,449
เขาจะได้รู้

616
00:36:54,449 --> 00:36:55,184
อธิบายเขาหน่อยก็ได้ เผื่อเขา

617
00:36:55,184 --> 00:36:59,184
ใครมีข้อสงสัยอีกไหม

618
00:37:04,172 --> 00:37:05,844
ถ้าไม่มีเดี๋ยวเราจะ

619
00:37:05,844 --> 00:37:07,494
ปล่อยแล้วนะ

620
00:37:07,494 --> 00:37:11,494
คะ งด ๆ สัปดาห์หน้าไม่อยู่

621
00:37:13,507 --> 00:37:17,086
ไง 18-19

622
00:37:17,086 --> 00:37:21,086
ไม่เข้าก็ไปด้วยกัน

623
00:37:37,756 --> 00:37:39,098
โอเคนะคะ กำหนดส่ง 25 กุมภาพันธ์ Deadline

624
00:37:39,098 --> 00:37:42,432
ไม่มีข้อสงสัย

625
00:37:42,432 --> 00:37:44,675
แยกย้ายอพยพ

626
00:37:44,675 --> 00:37:48,675

627
00:37:58,079 --> 00:37:58,744
ขอขอบคุณล่ามทางไกลนะคะ

628
00:37:58,744 --> 00:38:02,744
ขอบคุณค่ะ

629
00:38:38,638 --> 00:38:36,809
[สิ้นสุดการถอดความ]

630
00:38:06,551 --> 00:38:10,551


