﻿1
00:00:10,696 --> 00:00:14,696
สวัสดีค่ะ อาจารย์ไหมคะ

2
00:00:14,991 --> 00:00:18,991
ไม่ได้ยิน

3
00:00:20,702 --> 00:00:23,243
ทุกคนเข้า

4
00:00:23,243 --> 00:00:24,661
ได้ยินเสียงอาจารย์ไหมคะ

5
00:00:24,661 --> 00:00:28,661
โอเคนะคะ

6
00:00:31,647 --> 00:00:34,348
คุณเปิดสไลด์นะคะ ที่อาจารย์เอาให้ใน Classroom

7
00:00:34,348 --> 00:00:36,690
เปิดไม่ได้ไหมเอ่ย

8
00:00:36,690 --> 00:00:40,690
ที่ 2 นะคะ เราจะเรียน

9
00:00:43,012 --> 00:00:44,257
ทฤษฎีนะคะ 6

10
00:00:44,257 --> 00:00:46,551
เรื่องด้วยกัน

11
00:00:46,551 --> 00:00:50,551
ส่วนของการแบ่งคะแนนนะคะ พอดีอาจารย์แบ่งการคนละครึ่งก็คือ 50 ต่อ 50

12
00:00:53,275 --> 00:00:57,275
คน ของเราก็จะมี 50 นี้ มาจากไหนบ้างนะคะ

13
00:01:00,596 --> 00:01:04,596
30 คะแนน จะมาจากการสอบ

14
00:01:08,206 --> 00:01:10,078
จริง ๆ มันเป็น 2 ทฤษฎี แต่ว่าเขาจะให้เป็นปลายภาค ก็คือเป็น Final

15
00:01:10,078 --> 00:01:14,078
60 ข้อนะคะ

16
00:01:14,950 --> 00:01:18,044
30 คะแนน เป็นข้อสอบของส่วนกลาง ครูไม่ได้ออกเอง

17
00:01:18,044 --> 00:01:19,063
เนื้อหาเป็นของส่วนกลาง

18
00:01:19,063 --> 00:01:19,774
เหมือนกัน

19
00:01:19,774 --> 00:01:23,774
ขอถามว่ายากไหม

20
00:01:24,203 --> 00:01:28,203
เนื้อหาก็จะเป็นคือคำที่วิชานี้ เป็นวิชาอยู่ในกลุ่มของการศึกษาทั่วไป หรือเซต

21
00:01:34,288 --> 00:01:36,666
จะสอนกว้าง

22
00:01:36,666 --> 00:01:40,617
6 บท นี่คือ 6 เรื่อง

23
00:01:40,617 --> 00:01:43,333
ได้ลงลึกแต่เราต้องรู้

24
00:01:43,333 --> 00:01:45,404
ไปทั้ง 6 เนื้อหานี้

25
00:01:45,404 --> 00:01:47,171
สไลด์ของส่วนกลาง

26
00:01:47,171 --> 00:01:48,751
ข้อสอบ 2 ส่วนกลาง

27
00:01:48,751 --> 00:01:52,751
ครูมีหน้าที่

28
00:01:52,871 --> 00:01:55,037
อธิบายเราสงสัยตรงไหนก็สอบถามเพิ่มเติมนะคะ

29
00:01:55,037 --> 00:01:56,481
6 บทนี้เสร็จ

30
00:01:56,481 --> 00:01:58,392
เราจะมีสอบ

31
00:01:58,392 --> 00:02:00,323
ปลายภาคนั่น

32
00:02:00,323 --> 00:02:01,725
ล่ะ แล้วก็เป็นเนื้อหาของบท

33
00:02:01,725 --> 00:02:05,649
6  นี้

34
00:02:05,649 --> 00:02:06,904
ก็เลยคุยกับอาจารย์ปิยะวรรณว่าให้สอนปฏิบัติก่อน

35
00:02:06,904 --> 00:02:10,904
เพราะว่าถ้าครูสอนทฤษฎีก่อน

36
00:02:12,982 --> 00:02:16,982
กว่าที่เราจะสอบปลายภาค

37
00:02:18,441 --> 00:02:20,287
มันจะผ่านไปอีก 2 เดือน

38
00:02:20,287 --> 00:02:22,929
กลัวลืม

39
00:02:22,929 --> 00:02:24,886
อันนี้คือเรียนเสร็จเราก็ตอบเลย

40
00:02:24,886 --> 00:02:27,489
จะได้ไม่ลืม

41
00:02:27,489 --> 00:02:31,489
บางคนบอกไม่ได้ลืมครับ ยังไม่ได้ทำเลย

42
00:02:32,084 --> 00:02:33,285
เนื้อหาค่อนข้างเยอะ

43
00:02:33,285 --> 00:02:34,369
เยอะ

44
00:02:34,369 --> 00:02:34,736
พอสมควร

45
00:02:34,736 --> 00:02:38,736
เดี๋ยวจะค่อย ๆ อธิบายไปละกัน

46
00:02:43,492 --> 00:02:44,682
นะ เราสงสัยตรงไหนนะคะ ต้องการรู้ตัวไหนเพิ่มเติมก็

47
00:02:44,682 --> 00:02:46,223
ยกมือถาม

48
00:02:46,223 --> 00:02:50,223
ไปได้เลยนะคะ

49
00:02:50,967 --> 00:02:52,693
โอเคเดี๋ยวเช็คชื่อให้ที่มามงคลกับธีรพล

50
00:02:52,693 --> 00:02:56,693
นะ มาเพิ่มก่อนสไลด์อาจารย์จะอัปให้ทุกวันนะคะ แล้วท้ายสไลด์มันจะมีแบบฝึกหัดอยู่

51
00:03:07,947 --> 00:03:11,214
ส่วนของเรา 50 คะแนนนี่ จะมาจาก 30 คะแนนที่เป็น 2

52
00:03:11,214 --> 00:03:14,212
ข้อสอบกลางนะคะ เป็นข้อสอบปลายภาค

53
00:03:14,212 --> 00:03:18,212
อีก 10 คะแนนนะคะ มาจากแบบฝึกหัด

54
00:03:21,041 --> 00:03:22,225
ก็เหลืออยู่ 10 คะแนนใช่ไหมคะ ส่วนของครูแบ่งกันคนละครึ่ง

55
00:03:22,225 --> 00:03:25,356
คนละ 50

56
00:03:25,356 --> 00:03:26,690
10 คะแนนก็ จะเป็นคะแนนรายงาน

57
00:03:26,690 --> 00:03:28,552
คะแนน

58
00:03:28,552 --> 00:03:29,244
มีส่วนร่วมในชั้นเรียน

59
00:03:29,244 --> 00:03:33,244
ก็จะไม่บรรยายไปคนเดียว ก็จะมีถาม

60
00:03:35,864 --> 00:03:37,911
ศึกษาทราบคำตอบก็ตอบมา

61
00:03:37,911 --> 00:03:39,906
น่าจะมีให้คะแนนไปนะคะ

62
00:03:39,906 --> 00:03:40,404
นี้เป็นคะแนนที่ไม่หาร

63
00:03:40,404 --> 00:03:44,404
ถามอะไรตอบวันนี้ได้ให้ 2 คะแนนก็คือให้ 2 คะแนนเลย

64
00:03:45,637 --> 00:03:47,075
ไปรวม

65
00:03:47,075 --> 00:03:49,351
กันเลยไม่หา

66
00:03:49,351 --> 00:03:50,493
รนะคะ

67
00:03:50,493 --> 00:03:53,779
ไปเรื่อย ๆ

68
00:03:53,779 --> 00:03:57,779
ต้องตั้งใจเรียนไหมคะ

69
00:04:00,524 --> 00:04:04,524
แล้วก็พยายามเก็บคะแนนไปให้ได้เยอะที่สุด

70
00:04:04,640 --> 00:04:06,600
ของพี่วิชานี้นะคะเป็นวิชา Gen Ed

71
00:04:06,600 --> 00:04:08,682
อยากให้ทุกคนได้ A

72
00:04:08,682 --> 00:04:11,703
เราคือ

73
00:04:11,703 --> 00:04:15,703
หาเทคโนคอมเราปรับปรุงหลักสูตรมาจากไอที

74
00:04:19,500 --> 00:04:20,984
โดยพื้นฐานเนี่ยเราก็จะรู้เท่ากับไอทีนั่น

75
00:04:20,984 --> 00:04:23,937
ล่ะ ชื่อหลักสูตร

76
00:04:23,937 --> 00:04:26,231
ในแก่นแท้ของมันก็คือ it ค่ะ

77
00:04:26,231 --> 00:04:30,231
ในส่วนของเนื้อหา 6 บทก็ต้องเรียน

78
00:04:32,193 --> 00:04:36,193
อย่างน้อย 6 สัปดาห์เลย

79
00:04:36,739 --> 00:04:38,193
จะไม่มาอัดให้วันนี้เรียน 2 บทวันนี้เรียน 3 บท

80
00:04:38,193 --> 00:04:39,170
ไม่มีประโยชน์

81
00:04:39,170 --> 00:04:40,435
มันเยอะ

82
00:04:40,435 --> 00:04:44,435
ถามว่าถ้าแค่สอนให้จบนะ สอนวันเดียวก็จบค่ะ

83
00:04:47,444 --> 00:04:49,427
ดูพูดตั้งแต่นี้จนถึงบทที่ 6 เลย

84
00:04:49,427 --> 00:04:53,427
นั่งสายอะไร

85
00:04:54,200 --> 00:04:54,878
ไม่ฟังค่ะ เข้าหูนี้บางทีก็ไม่เข้าผ่านไป

86
00:04:54,878 --> 00:04:58,878
งั้นค่อยอธิบาย ทำความเข้าใจสงสัยก็ถาม

87
00:05:03,527 --> 00:05:07,527
เราก็ทำแบบฝึกหัดท้ายบทมานะคะส่งผ่าน Classroom

88
00:05:07,965 --> 00:05:10,176
หนูก็จะตรวจเสร็จธุระแจ้ง ต่อไปเราก็รู้คะแนนไปเลยเรื่อย ๆ

89
00:05:10,176 --> 00:05:10,825
ปลายภาคของครู 50 คะแนน

90
00:05:10,825 --> 00:05:14,825
โอเคนะคะ บทที่ 1 นะคะ

91
00:05:20,319 --> 00:05:23,326
จริง ๆ เรียนวิชานี้ดีที่เราต้องรู้ก็คือเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์เป็น

92
00:05:23,326 --> 00:05:24,776
อย่างไร รู้ความหมายความเป็นมานะคะ

93
00:05:24,776 --> 00:05:28,297
ประเภท

94
00:05:28,297 --> 00:05:31,179
จริงมันไม่ใช่เรื่องไกลตัว

95
00:05:31,179 --> 00:05:32,844
ศึกษาเกิดในยุค

96
00:05:32,844 --> 00:05:36,440
นะคะ

97
00:05:36,440 --> 00:05:40,046
บางทีเราไม่รู้ว่า

98
00:05:40,046 --> 00:05:40,918
ที่เราใช้อยู่ทุกวันนี่ มันคือเทคโนโลยีไหม

99
00:05:40,918 --> 00:05:44,918
หรือมันคือเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ไหม

100
00:05:46,227 --> 00:05:50,227
ตรงไหนที่เป็นข้อสอบ

101
00:05:55,390 --> 00:05:56,853
ทำอย่างไรถึงจะจำได้

102
00:05:56,853 --> 00:06:00,853
วิธีการเทคนิคของแต่ละคนเลย

103
00:06:02,768 --> 00:06:06,193
อาจารย์จะบอกว่าตรงนี้คือข้อสอบนะ

104
00:06:06,193 --> 00:06:09,898
ก็แล้วแต่เราจะไฮต์ไลต์ เราจะจดเราจะ

105
00:06:09,898 --> 00:06:11,873
พรินต์ปิดสไลด์ครูจะทำให้ก่อนเรียน 1 สัปดาห์อยู่แล้ว

106
00:06:11,873 --> 00:06:15,396
วันนี้เราเรียนบทที่ 1

107
00:06:15,396 --> 00:06:19,396
อะไรมีอยู่แล้วนะคะ แล้วก็ทำแบบฝึกหัดมา

108
00:06:19,544 --> 00:06:22,217
ไม่เกินวันพุธครูกับวันที่ 2 ให้

109
00:06:22,217 --> 00:06:22,958
หาเราสามารถปิดมาก่อน

110
00:06:22,958 --> 00:06:26,836
ได้เลย

111
00:06:26,836 --> 00:06:29,731
พรินต์สไลด์มาหรือเราจะใช้วิธีการไหนก็แล้วแต่

112
00:06:29,731 --> 00:06:32,980
เอาเทคนิคแต่ละคนนะคะ

113
00:06:32,980 --> 00:06:35,870
คอมพิวเตอร์คืออะไร

114
00:06:35,870 --> 00:06:37,876
ไม่อ่านความหมาย ตามนี้

115
00:06:37,876 --> 00:06:39,551
ให้นักศึกษาอธิบาย

116
00:06:39,551 --> 00:06:41,606
ในความคิด

117
00:06:41,606 --> 00:06:45,056
นักศึกษาเอง

118
00:06:45,056 --> 00:06:46,734
ตอนนี้กูยังไม่รู้จักชื่อใคร

119
00:06:46,734 --> 00:06:48,562
ยังไม่ได้

120
00:06:48,562 --> 00:06:52,562
เลย ได้ไหม

121
00:06:55,333 --> 00:06:57,032
ครูอยากรู้ว่าในมุมมองในความคิด

122
00:06:57,032 --> 00:06:59,428
ของเอก

123
00:06:59,428 --> 00:07:02,328
เทคโนโลยีคอมพิวเตอร์และดิจิทัล

124
00:07:02,328 --> 00:07:04,114
ให้นิยามความหมายของคำว่าคอมพิวเตอร์นี่

125
00:07:04,114 --> 00:07:07,100
โดยที่ไม่อ่านตามนี้

126
00:07:07,100 --> 00:07:08,556
ที่เขาบอกเราว่ามันคืออันนี้

127
00:07:08,556 --> 00:07:12,277
แต่ในความคิดของนักศึกษา

128
00:07:12,277 --> 00:07:14,662
นิยาม

129
00:07:14,662 --> 00:07:17,405
ว่ายังไงนะคะ

130
00:07:17,405 --> 00:07:21,065
ขออนุญาตถาม

131
00:07:21,065 --> 00:07:24,310
หัวหน้าห้องก่อน

132
00:07:24,310 --> 00:07:26,005
ดูเป็นความหวัง จักรพันธ์

133
00:07:26,005 --> 00:07:30,005
พูดถึงคอมพิวเตอร์

134
00:07:30,681 --> 00:07:34,237
เราจะนิยามความหมายว่ายังไงเอ่ย

135
00:07:34,237 --> 00:07:35,350
ความคิดของเราไม่มีถูกผิดค่ะ

136
00:07:35,350 --> 00:07:37,028
คิดแบบนี้

137
00:07:37,028 --> 00:07:39,463
เพราะตอนนี้เรายังไม่ได้เรียน

138
00:07:39,463 --> 00:07:40,785
นักเรียนไปเราก็คิดเหมือนกัน

139
00:07:40,785 --> 00:07:41,167
เอาความคิดของเราก่อน

140
00:07:41,167 --> 00:07:45,167
คืออะไรคะ

141
00:07:46,029 --> 00:07:50,029
ประพันธ์บอกคอมพิวเตอร์คือเครื่องคำนวณ

142
00:07:57,034 --> 00:08:00,469
สั้นจัง นั่งลง

143
00:08:00,469 --> 00:08:04,469
ผมเข้ามาตั้งแต่อนุบาลเลยครับ เจอเครื่องคำนวณ

144
00:08:06,903 --> 00:08:08,752
เล่นต่อคำเครื่องคำนวณ

145
00:08:08,752 --> 00:08:10,604
ทำต่อไป

146
00:08:10,604 --> 00:08:14,604

147
00:08:16,454 --> 00:08:20,454
พรพจน์คอมพิวเตอร์เป็นอย่างไรคะ ในความคิดเรา

148
00:08:20,714 --> 00:08:24,714
อุปกรณ์ที่

149
00:08:25,337 --> 00:08:28,543
นั่งลง

150
00:08:28,543 --> 00:08:29,293
ได้ทำได้แค่คำนวณ พรพจน์บอก

151
00:08:29,293 --> 00:08:33,293
ทศทิศ

152
00:08:40,038 --> 00:08:42,667

153
00:08:42,667 --> 00:08:46,667
สมองหุ่นยนต์ที่มีสมอง

154
00:08:47,398 --> 00:08:51,398
พัฒนัน

155
00:08:58,674 --> 00:09:01,640
ท์ ความสะดวก

156
00:09:01,640 --> 00:09:04,062
ธนบัตรแบบนั้น

157
00:09:04,062 --> 00:09:07,517
อะไรก็แล้วแต่

158
00:09:07,517 --> 00:09:08,971
ที่มาช่วยอำนวยความสะดวกก็น่าจะเป็นคอมพิวเตอร์

159
00:09:08,971 --> 00:09:12,971
อีกไหม คะ ที่อยากตอบแต่ครูยังไม่ถาม

160
00:09:13,798 --> 00:09:17,798
อยากตอบเลยค่ะ

161
00:09:20,711 --> 00:09:22,429
จริง ๆ แล้วนะคะ

162
00:09:22,429 --> 00:09:25,381
เขาบอกว่า

163
00:09:25,381 --> 00:09:28,811
คอมพิวเตอร์ก็คือ Electronic devices

164
00:09:28,811 --> 00:09:32,783
ฃ นี่คือความหมายของคอมพิวเตอร์

165
00:09:32,783 --> 00:09:34,509
หมายถึงอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์

166
00:09:34,509 --> 00:09:38,509
คำว่าอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ต้องเป็นอย่างไรคะ

167
00:09:42,638 --> 00:09:43,535
ต้องใช้

168
00:09:43,535 --> 00:09:45,198
ไฟ

169
00:09:45,198 --> 00:09:47,913
หล่อเลี้ยง

170
00:09:47,913 --> 00:09:51,242
ต้องใช้ไฟฟ้าหรือแบตเตอรี่นี่ ในการทำงาน

171
00:09:51,242 --> 00:09:52,140
เราถึงจะเรียกว่าอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์

172
00:09:52,140 --> 00:09:56,140
อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่มันมีเยอะนะ

173
00:09:58,526 --> 00:10:02,526
หลอดไฟไม่ใช้ไฟ

174
00:10:03,452 --> 00:10:07,452
แต่เราก็ไม่ได้เรียกว่าคอมพิวเตอร์นะคะ

175
00:10:09,941 --> 00:10:12,750
ลักษณะที่ทำให้คอมพิวเตอร์ มันเฉพาะ

176
00:10:12,750 --> 00:10:15,116
เพิ่งออกมาจากอิเล็กทรอนิกส์ Levi's ก็คือ

177
00:10:15,116 --> 00:10:17,864
ใช้ในการบันทึกข้อมูล

178
00:10:17,864 --> 00:10:18,978
หลักการ ข้อมูล

179
00:10:18,978 --> 00:10:22,978
การข้อมูลเนี่ยทำอย่างไรบ้าง เดี๋ยวค่อยว่ากัน

180
00:10:27,841 --> 00:10:30,985
ลักษณะการจัดการคอมพิวเตอร์ จะทำงานตามโปรแกรม

181
00:10:30,985 --> 00:10:32,657
เราใช้คำว่าชุดคำสั่ง

182
00:10:32,657 --> 00:10:36,657
จะมีชุดคำสั่งกำหนดเอาไว้แล้วนะคะ

183
00:10:41,340 --> 00:10:44,742
เพื่อควบคุมให้ตัวคอมพิวเตอร์นี้ทำงานเปล่า

184
00:10:44,742 --> 00:10:47,591
ไม่สามารถทำงานได้เอง

185
00:10:47,591 --> 00:10:49,476
คิดได้เองเหมือนมนุษย์ทำไม่ได้ค่ะ

186
00:10:49,476 --> 00:10:50,427
ต้องทำตามคำสั่ง

187
00:10:50,427 --> 00:10:52,977
นะคะ ที่กำหนดเอาไว้เท่านั้น

188
00:10:52,977 --> 00:10:53,828
นะคะ

189
00:10:53,828 --> 00:10:57,828
ซึ่งระบบการทำงานของคอมพิวเตอร์นี่มีอยู่ 4 ส่วนด้วยกัน

190
00:11:03,159 --> 00:11:05,052
อะไรก็แล้วแต่ในโลกนี้เนี่ยถ้า

191
00:11:05,052 --> 00:11:07,285
มีกระบวนการทำงาน

192
00:11:07,285 --> 00:11:10,018
ส่วนต่อไปนี้เราจะเรียก

193
00:11:10,018 --> 00:11:11,025
คิดว่าเป็นคอมพิวเตอร์

194
00:11:11,025 --> 00:11:12,840
1

195
00:11:12,840 --> 00:11:16,840
รับข้อมูลได้

196
00:11:17,284 --> 00:11:20,630
อุปกรณ์ตัวไหนก็ช่าง แต่

197
00:11:20,630 --> 00:11:22,111
สามารถ input ข้อมูลเข้าไปใน

198
00:11:22,111 --> 00:11:24,264
ตัวนั้นน่ะได้

199
00:11:24,264 --> 00:11:27,251
2 นะคะ

200
00:11:27,251 --> 00:11:31,251
พอรอรับเข้ามาเสร็จประมวลผลได้

201
00:11:31,609 --> 00:11:32,206
การประมวลผล processing มันก็จะมีย่อยลงไปอีก

202
00:11:32,206 --> 00:11:36,206
นะคะ การประมวลผลไม่ได้หมายถึงแค่การบวกลบคูณหารนะคะ

203
00:11:40,409 --> 00:11:43,020
ประมวลผลไม่ได้หมายถึงแค่การคำนวณ

204
00:11:43,020 --> 00:11:44,040
ประมวลผลได้

205
00:11:44,040 --> 00:11:44,933
เยอะกว่านั้น

206
00:11:44,933 --> 00:11:45,765
คำว่า

207
00:11:45,765 --> 00:11:49,765
process เก็บเอาไว้

208
00:11:50,709 --> 00:11:53,279
ซื้อแสดงผลเลยก็ได้

209
00:11:53,279 --> 00:11:55,260
หรือไปแสดงผลทีหลังก็ได้

210
00:11:55,260 --> 00:11:57,418
แต่สิ่งที่โปรเซส

211
00:11:57,418 --> 00:11:59,159
แล้วจะมีการเก็บ

212
00:11:59,159 --> 00:12:00,559
ไว้ระยะยาว

213
00:12:00,559 --> 00:12:04,559
เรามีไหมคุณสมบัตินี้

214
00:12:06,146 --> 00:12:06,650
ถ้าเราเป็น Robot น่ะ

215
00:12:06,650 --> 00:12:10,618
แปลว่าเราเป็นคอมพิวเตอร์

216
00:12:10,618 --> 00:12:14,507
ข้อมูลได้นานไหมคะ

217
00:12:14,507 --> 00:12:16,619
เดี๋ยวเราจะทดสอบกันนะคะ

218
00:12:16,619 --> 00:12:20,619
ว่าเก็บข้อมูลได้นานจริงหรือเปล่า

219
00:12:20,666 --> 00:12:24,666
วันนี้เรียนไปแล้วสัปดาห์หน้าก่อนเรียนครูก็จะทบทวนก่อน

220
00:12:25,318 --> 00:12:26,291
1 สัปดาห์ผ่านไปจักรพรรณ์ยังเก็บข้อมูลได้ไหม

221
00:12:26,291 --> 00:12:27,659
ทดสอบ

222
00:12:27,659 --> 00:12:31,444
ว่า

223
00:12:31,444 --> 00:12:32,170
จักรพันธ์เป็นหุ่นยนต์ในโลกอนาคตที่แฝงตัวมาหรือเปล่า

224
00:12:32,170 --> 00:12:34,986
ไม่ใช่ยังไม่ออกจากห้องก็ลืมแล้ว

225
00:12:34,986 --> 00:12:38,986
นะคะ

226
00:12:39,890 --> 00:12:43,714
อันนี้คือขั้นตอนการทำงานนะคะ

227
00:12:43,714 --> 00:12:45,231
ครูบอกไปเพราะเป็นคอมพิวเตอร์แล้วก็จะคุ้นเคยกับหน้าตาแบบนี้นะ

228
00:12:45,231 --> 00:12:45,793
input unit

229
00:12:45,793 --> 00:12:49,793
มีแค่เมาส์กับคีย์บอร์ดไหม

230
00:12:51,187 --> 00:12:55,187
ไม่ค่ะ เยอะ แต่เขาเอา input unit ที่เป็น basic สุดแล้ว

231
00:12:58,134 --> 00:12:59,202
เอานะ

232
00:12:59,202 --> 00:13:00,074
คีย์บอร์ดนะ

233
00:13:00,074 --> 00:13:04,074
ใช้ 2 อย่างนี้ก็ได้

234
00:13:05,142 --> 00:13:09,142
พอ input เข้าไปปุ๊บ

235
00:13:10,139 --> 00:13:11,892
ไปสู่กระบวนการ processing unit

236
00:13:11,892 --> 00:13:13,597
การที่ 2

237
00:13:13,597 --> 00:13:17,597
การโปรเซสนี่ อย่างที่ครูบอกไปมันไม่ได้มีแค่คำนวณ

238
00:13:22,188 --> 00:13:24,804
อย่างเช่นครูพิมพ์

239
00:13:24,804 --> 00:13:28,634
ข้อมูลก็คือเป็นชื่อนักศึกษาเข้าไปนะคะ

240
00:13:28,634 --> 00:13:32,634
เราจะดปรเซสอย่างไร กับชื่อนักศึกษา

241
00:13:33,339 --> 00:13:35,831
เราเรียกข้อมูลใช่ไหมคะ

242
00:13:35,831 --> 00:13:38,712
Beta ก็คือข้อมูลดิบ

243
00:13:38,712 --> 00:13:39,962
นะ ครูพิมพ์ชื่อทุกคนชื่อนามสกุลชื่อนามสกุลต่อไป

244
00:13:39,962 --> 00:13:43,962
วันนี้สมมุติทุกคน เป็นคอมพิวเตอร์

245
00:13:46,830 --> 00:13:47,970
เราจะปฏิเสธข้อมูลที่เป็นชื่อนามสกุล

246
00:13:47,970 --> 00:13:50,333
อย่างไร

247
00:13:50,333 --> 00:13:54,333
พี่เป็น information

248
00:13:55,486 --> 00:13:58,714
สิ่งที่ป้อนเข้าไปเราจะเรียกข้อมูลดิบ

249
00:13:58,714 --> 00:14:01,004
เราจะทำยังไงกับชื่อนามสกุลนี้

250
00:14:01,004 --> 00:14:04,603
มันถึงจะเป็นสารสนเทศ

251
00:14:04,603 --> 00:14:06,105
ยังไงคะ

252
00:14:06,105 --> 00:14:08,843
โหลดเสร็จอย่างไร ได้บ้าง

253
00:14:08,843 --> 00:14:12,843
บวกลบคูณหารได้ไหม

254
00:14:13,076 --> 00:14:13,821
จักรพันธ์มาบวกกับทศทิศได้

255
00:14:13,821 --> 00:14:17,821
ชื่อมาบอกชื่อได้อะไรคะ

256
00:14:19,143 --> 00:14:23,143
งั้นเราโปรเซสอย่างไรได้บ้าง

257
00:14:24,775 --> 00:14:26,170
ไม่ใช่

258
00:14:26,170 --> 00:14:29,573
ลบคูณหาร

259
00:14:29,573 --> 00:14:31,903
ว่าไงได้บ้าง

260
00:14:31,903 --> 00:14:35,328
เรียกว่าโปรเซส

261
00:14:35,328 --> 00:14:37,852
ถ้าเราต่อเข้าไปก็เข้าไปขอเข้าไปมันก็ไล่กันไปค่ะ

262
00:14:37,852 --> 00:14:39,762
ใต้ ๆ

263
00:14:39,762 --> 00:14:42,590
ข้อมูลดิบเหมือนเดิม

264
00:14:42,590 --> 00:14:43,259
ต้องโปรเซสกับตัวนี้

265
00:14:43,259 --> 00:14:47,259
information

266
00:14:52,961 --> 00:14:54,274
ศึกษามีไอเดียที่จัดเก็บข้อมูลที่เป็นชื่อนามสกุลในห้อง

267
00:14:54,274 --> 00:14:55,474
นี้ เป็นอย่างไรบ้าง

268
00:14:55,474 --> 00:14:58,712
นี่คือคำถาม

269
00:14:58,712 --> 00:15:01,881
ไงบ้างคะ

270
00:15:01,881 --> 00:15:03,489
เรียงลำดับ

271
00:15:03,489 --> 00:15:07,489
ทำอะไร

272
00:15:08,502 --> 00:15:09,438
เรียงลำดับตามตัวอักษร

273
00:15:09,438 --> 00:15:10,785
OK

274
00:15:10,785 --> 00:15:14,785
มันต้องมี if ให้ข้อมูลน่ะค่ะ

275
00:15:14,895 --> 00:15:18,895
ก็คือเงื่อนไข

276
00:15:20,547 --> 00:15:21,344
อาจจะเรียงลำดับตามตัวอักษรอันนี้คือความซับซ้อนอีก Step 1

277
00:15:21,344 --> 00:15:23,786
หรือ

278
00:15:23,786 --> 00:15:24,913
เรียงลำดับตามลำดับการป้อน

279
00:15:24,913 --> 00:15:28,913
ป้อนชื่อใครก่อนก็เป็นลำดับหนึ่งไหลไป

280
00:15:32,582 --> 00:15:36,082
หรือป้อนชื่อใครก่อนก็ไม่สำคัญ

281
00:15:36,082 --> 00:15:37,727
แต่เราจะซ้อนข้อมูลตามลำดับตัวอักษร

282
00:15:37,727 --> 00:15:41,727
มันก็คือการโปรเซส

283
00:15:41,901 --> 00:15:44,173
เริ่มมีหุ่นยนต์แฝงตัวมาในกลุ่มเรา

284
00:15:44,173 --> 00:15:44,958
เริ่มรู้ว่าไม่ต้องคำนวณก็ได้

285
00:15:44,958 --> 00:15:47,795
นะคะ

286
00:15:47,795 --> 00:15:51,192
แล้วเก็บข้อมูลเอาไว้ค่ะ

287
00:15:51,192 --> 00:15:52,860
คอมพิวเตอร์จะมีส่วนที่เก็บข้อมูล ในตัว

288
00:15:52,860 --> 00:15:54,396
เรารู้จัก

289
00:15:54,396 --> 00:15:57,986
ความจำตัวนั้นไหมคะ

290
00:15:57,986 --> 00:16:00,326
หนีเขาใช้คำว่า

291
00:16:00,326 --> 00:16:02,564
เก็บข้อมูลสำรอง

292
00:16:02,564 --> 00:16:05,175
แปลว่ามันต้องเก็บข้อมูลใช่ไหม

293
00:16:05,175 --> 00:16:09,042
หน่วยเก็บข้อมูลหลักเรียกว่า

294
00:16:09,042 --> 00:16:11,187
เมมโมรี่

295
00:16:11,187 --> 00:16:12,108
นะคะ

296
00:16:12,108 --> 00:16:16,108
cat

297
00:16:16,355 --> 00:16:17,031
เป็น Rom

298
00:16:17,031 --> 00:16:18,184
ระบบ

299
00:16:18,184 --> 00:16:22,184
มันต้องมีกระบวนการนี้คือเก็บในตัว

300
00:16:24,234 --> 00:16:25,684
และเก็บผ่าน Sky Resort

301
00:16:25,684 --> 00:16:28,842
คือ

302
00:16:28,842 --> 00:16:29,829
เขาเรียกหน่วยเก็บข้อมูลสำรอง

303
00:16:29,829 --> 00:16:33,829
มันก็จะมีตัวละอย่างที่ครูบอกไปนะคะ

304
00:16:37,242 --> 00:16:38,604
พอถึงเวลานึงสามารถเอาข้อมูลมาแสดงเป็น output

305
00:16:38,604 --> 00:16:40,401
unit ออกมา

306
00:16:40,401 --> 00:16:42,525
อันนี้คือ 4 Step

307
00:16:42,525 --> 00:16:46,275
ของทำงาน ของ

308
00:16:46,275 --> 00:16:47,566
ที่เราเรียกว่า Electronic Device ที่เป็นคอมพิวเตอร์

309
00:16:47,566 --> 00:16:49,113
มีครบ

310
00:16:49,113 --> 00:16:52,881
อุปกรณ์ตัวนั้นน่ะ

311
00:16:52,881 --> 00:16:56,881
คอมพิวเตอร์

312
00:17:04,168 --> 00:17:08,168
ตอนนี้เรามาดูลักษณะนะคะ เอาไว้แบ่งแยกเอาไว้แบ่งเอามาเอาไว้แบ่งประเภท

313
00:17:08,495 --> 00:17:11,650
นะคะ ว่าอันนี้คือคอมไหมหรืออันนี้ไม่ใช่นะคะ  1

314
00:17:11,650 --> 00:17:14,176
คอมพิวเตอร์จะต้องมีความเร็ว

315
00:17:14,176 --> 00:17:16,636
ทำงานเร็ว

316
00:17:16,636 --> 00:17:18,816
เราทำงานเร็วไหม

317
00:17:18,816 --> 00:17:22,816
ทำเร็วแน่นอนจะถูกไหมไม่รู้

318
00:17:23,092 --> 00:17:23,726
เร็ว

319
00:17:23,726 --> 00:17:27,726
ได้ไหม

320
00:17:27,823 --> 00:17:31,823
จักรพันธ์พูดเชื่อได้ไหม

321
00:17:32,193 --> 00:17:36,193
เชื่อได้นะคะ กี่เปอร์เซ็นต์ไม่รู้แต่เชื่อได้

322
00:17:42,571 --> 00:17:46,247
ข้อมูลที่

323
00:17:46,247 --> 00:17:48,435
จะมีความเร็วเชื่อถือได้

324
00:17:48,435 --> 00:17:50,651
ต้องมีความถูกต้องแม่นยำด้วยนะ

325
00:17:50,651 --> 00:17:51,387
ข้อมูลที่ได้ออกมา

326
00:17:51,387 --> 00:17:53,840
นะคะ

327
00:17:53,840 --> 00:17:57,840
เก็บข้อมูลได้เยอะไหม

328
00:17:59,243 --> 00:18:03,243
อันนี้คือเราอ่ะเก็บข้อมูลได้เยอะไหม

329
00:18:05,111 --> 00:18:06,773
หลาย GB เลย

330
00:18:06,773 --> 00:18:06,937
นี่คือข้อมูลเฉพาะอย่าง

331
00:18:06,937 --> 00:18:10,937
บุคคล

332
00:18:15,568 --> 00:18:18,686
นอกจากเก็บได้เยอะแล้วนะคะ

333
00:18:18,686 --> 00:18:21,740
ถ่ายโอนได้เร็ว

334
00:18:21,740 --> 00:18:24,824
โอนเร็วไหม

335
00:18:24,824 --> 00:18:28,723
ก็แปลว่าไม่ใช่ของนะ

336
00:18:28,723 --> 00:18:32,723

337
00:18:35,514 --> 00:18:39,455
ก็อยากโอนแล้วอยู่ครับ แต่ไม่รู้จะโอนอะไรโอนหนี้ให้ได้ไหม

338
00:18:39,455 --> 00:18:43,455
ลักษณะของคอมพิวเตอร์นะคะ

339
00:18:45,525 --> 00:18:49,525
วันนี้เรามาดูวิวัฒนาการจริง ๆ ถ้าเราเคยเรียน หรือเคยอ่าน

340
00:18:52,291 --> 00:18:54,583
หาหนังสือเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์มามาบ้างไม่มาบ้างแล้วกันนะ จะได้ไม่เป็นบังคับว่าทุกคนต้องเคยอ่าน

341
00:18:54,583 --> 00:18:55,198
เราจะต้อง

342
00:18:55,198 --> 00:18:57,929
รู้

343
00:18:57,929 --> 00:19:01,508
หรือเคยได้ยินมาบ้างนะเขาว่า

344
00:19:01,508 --> 00:19:02,486
พัฒนาการของคอมพิวเตอร์นี่ มันแบ่งเป็น 3

345
00:19:02,486 --> 00:19:04,034
ช่วง

346
00:19:04,034 --> 00:19:08,034
ช่วงแรกนะคะ

347
00:19:10,452 --> 00:19:13,438
เราจะเรียกว่าช่วงก่อนเครื่องจักร

348
00:19:13,438 --> 00:19:14,934
นี่ มันใช้ได้ไหม

349
00:19:14,934 --> 00:19:18,735
ไม่ได้นะ

350
00:19:18,735 --> 00:19:22,193
ยุคก่อนเครื่องจักร

351
00:19:22,193 --> 00:19:22,925
อายุ ของเครื่องจักรกลแล้วก็ยุคหลังเครื่องจักร

352
00:19:22,925 --> 00:19:26,925
ยังไงบ้าง

353
00:19:26,946 --> 00:19:29,573
นี่

354
00:19:29,573 --> 00:19:32,166
สงสัยจักรพันธ์อ่านถึงแค่นี้

355
00:19:32,166 --> 00:19:34,131
ตอบมาว่า

356
00:19:34,131 --> 00:19:35,401
คอมพิวเตอร์คือเครื่องคำนวณครับ

357
00:19:35,401 --> 00:19:39,401
จบเลย

358
00:19:39,596 --> 00:19:40,705
50 สไลด์อ่านไป 3 สไลด์

359
00:19:40,705 --> 00:19:44,705
มาตลอดเลย ตั้งแต่เกิดมาคือเครื่องคำนวณครับ

360
00:19:47,438 --> 00:19:49,779
คิดแล้วเมื่อกี้

361
00:19:49,779 --> 00:19:51,672
อาจารย์ให้ตอบตามคำ

362
00:19:51,672 --> 00:19:52,161
ก็เลยบอกเครื่องคำนวณ

363
00:19:52,161 --> 00:19:55,232
อันนี้เป็นจุด

364
00:19:55,232 --> 00:19:59,221
เริ่มต้น

365
00:19:59,221 --> 00:20:03,221
ของก่อนที่จะเป็นคอมพิวเตอร์ค่ะ

366
00:20:03,535 --> 00:20:05,372
เหมือนกับเราจะทำงานหรือทำอะไรสักอย่างนึงอ่ะ

367
00:20:05,372 --> 00:20:07,026
มันต้องมีจุดเริ่มคิด

368
00:20:07,026 --> 00:20:08,677
จุดคิด

369
00:20:08,677 --> 00:20:09,582
เริ่มต้น

370
00:20:09,582 --> 00:20:10,911
ประเด็น

371
00:20:10,911 --> 00:20:14,911
อันนี้คือ อย่างเราเห็นลูกคิด

372
00:20:17,128 --> 00:20:18,476
เราคิดไหมว่าวันหน้าเราจะ

373
00:20:18,476 --> 00:20:20,262
เราจะประดิษฐ์อะไร

374
00:20:20,262 --> 00:20:24,262
เหมือนกับเห็นอุปกรณ์อะไรสักอย่างหนึ่งขึ้นมาวันหน้า ฉันจะเอานี่ไปพัฒนา

375
00:20:29,173 --> 00:20:30,108
ดีกว่านี้ มีไหม

376
00:20:30,108 --> 00:20:32,430
ไม่มีความคิดนั้นเลย

377
00:20:32,430 --> 00:20:35,957
แทรกซึมเข้าป่า

378
00:20:35,957 --> 00:20:37,366
จุด

379
00:20:37,366 --> 00:20:37,627
อะไรเลย

380
00:20:37,627 --> 00:20:41,627
เห็นอันนี้เขาก็ไปประดิษฐ์คอมพิวเตอร์ได้

381
00:20:47,688 --> 00:20:48,420
ฉะนั้น ก็ไม่แปลกไม่ใช่ทุกคนจะเป็นนักวิทยาศาสตร์

382
00:20:48,420 --> 00:20:50,905
นี่ คือจุดแรก

383
00:20:50,905 --> 00:20:54,905
เป็นไหมคะ

384
00:20:55,012 --> 00:20:59,012
โดยใช้เมื่อ

385
00:21:00,347 --> 00:21:04,067
ชาติที่แล้วตอนนี้จำไม่ได้แล้ว

386
00:21:04,067 --> 00:21:05,765
เคยใช้นานมาแล้ว

387
00:21:05,765 --> 00:21:07,547
ลูกคิด

388
00:21:07,547 --> 00:21:09,609
ทำไม

389
00:21:09,609 --> 00:21:13,609
ลูกอยู่ที่ไหน

390
00:21:15,225 --> 00:21:18,190
มันจะเป็นสีนะ

391
00:21:18,190 --> 00:21:19,411

392
00:21:19,411 --> 00:21:21,768
เด็กเล่นน่

393
00:21:21,768 --> 00:21:23,443
ะ เขาให้เด็กฝึกคิดนะคะ

394
00:21:23,443 --> 00:21:25,249
น่าจะเป็นสี

395
00:21:25,249 --> 00:21:26,274
ร้านแบบ

396
00:21:26,274 --> 00:21:29,020
เ

397
00:21:29,020 --> 00:21:33,020
ก่าแก่หน่อย

398
00:21:33,056 --> 00:21:35,277
ออกตัวไปแล้วว่าไม่เคยใช้นะคะ อย่าถามอันนี้

399
00:21:35,277 --> 00:21:38,890
มันจะมี

400
00:21:38,890 --> 00:21:40,261
สุดท้ายจำได้ว่ามันจะฝึกคิด เป็น

401
00:21:40,261 --> 00:21:41,591

402
00:21:41,591 --> 00:21:42,565
เลข

403
00:21:42,565 --> 00:21:46,565
หลังจากนั้นก็คือจำไม่ได้

404
00:21:48,051 --> 00:21:49,995
มีเวลาคำนวณ เราหยิบอันนี้ขึ้นมาไหม

405
00:21:49,995 --> 00:21:53,995
อะไร

406
00:21:54,410 --> 00:21:56,486
ไม่หยิบโทรศัพท์ก็หยิบเครื่องคิดเลขให้อยู่ใกล้มือ

407
00:21:56,486 --> 00:21:58,762
น่ะ แล้วก็จิ้มเลย

408
00:21:58,762 --> 00:21:59,537
คิดยังไงน้อ

409
00:21:59,537 --> 00:22:03,537
เห็นตุ๊ก

410
00:22:04,399 --> 00:22:05,738
เอาไปประดิษฐ์คอมพิวเตอร์ดีกว่า

411
00:22:05,738 --> 00:22:06,897
เช้านี้เห็นปุ๊บ

412
00:22:06,897 --> 00:22:08,479
มาทำอะไร

413
00:22:08,479 --> 00:22:12,479
มานะคะ มีพัฒนาต่อมาเป็นแบบนี้

414
00:22:15,666 --> 00:22:19,270
เปียกปูนหมายถึง

415
00:22:19,270 --> 00:22:20,773
เนเปียร์ตัวนี้เข้าคอมรวน

416
00:22:20,773 --> 00:22:24,773
รุ่นเรานี่เกิดทันยุค

417
00:22:25,444 --> 00:22:29,444
สูตรคูณ

418
00:22:31,270 --> 00:22:34,842
ไหม สมัยประถมมัธยมเนี่ยมีท่องสูตรคูณไหมคะ

419
00:22:34,842 --> 00:22:37,235
ท่องได้ถึงสูตรไหน

420
00:22:37,235 --> 00:22:37,868
2

421
00:22:37,868 --> 00:22:41,868
จริงหรอ

422
00:22:43,337 --> 00:22:47,337
เริ่มจากสูตร 2 นี่ไหน

423
00:22:49,245 --> 00:22:51,202
12

424
00:22:51,202 --> 00:22:54,241
ตอนนี้ยังท่องได้ไหมคะ

425
00:22:54,241 --> 00:22:58,241
อะไรบ้าง

426
00:22:58,523 --> 00:22:59,483
มีเลือกห้องได้ด้วยนะ

427
00:22:59,483 --> 00:23:03,113
ดีมาก

428
00:23:03,113 --> 00:23:07,113
จะให้โชว์สเต็ปการท่องสูตรคูณ

429
00:23:11,751 --> 00:23:15,716
เป็นจุด

430
00:23:15,716 --> 00:23:19,716
อุปกรณ์คำนวณที่ช่วยขูดเลขนะ

431
00:23:20,417 --> 00:23:22,647
ในเครื่องเราอ่ะมันจะ

432
00:23:22,647 --> 00:23:26,124
มันจะสูงดูได้ว่าอย่างเช่น

433
00:23:26,124 --> 00:23:27,088
การคูณของเขานี่ค่ะ แต่เขาก็คิดดีนะ

434
00:23:27,088 --> 00:23:27,443
ลูกคิด

435
00:23:27,443 --> 00:23:31,443
คิดว่าถ้าคุณนะคะ ใช้หลักการอะไร

436
00:23:34,482 --> 00:23:38,482
สวัสดีชาวสก๊อตเป็นคนคิดนะคะ

437
00:23:42,317 --> 00:23:44,885
4 * 1 ได้ 4 ดูไร่แถวลงมาเลยค่ะ

438
00:23:44,885 --> 00:23:48,885
นี่คือบ่นนะคะ คอลัมบน

439
00:23:50,222 --> 00:23:52,483
บนเลยนะคะ เอาตัวบนเนี่ยมาคูณกับเลขข้างหน้า

440
00:23:52,483 --> 00:23:53,903
ก็ได้คำตอบ มาเป็นตัวนี้

441
00:23:53,903 --> 00:23:57,448
ไล่ลงมา

442
00:23:57,448 --> 00:24:00,596
คำตอบที่เป็นเลข 2 หลักนะคะ เช่น

443
00:24:00,596 --> 00:24:01,318
4 * 380 2 เลขบน มันก็จะเป็นหนึ่ง

444
00:24:01,318 --> 00:24:03,035
ชุดเล็ก 2

445
00:24:03,035 --> 00:24:07,035
มีพัฒนาต่อมาอีก 3 ตัวนี้เป็นยุคก่อน เครื่องจักร

446
00:24:09,810 --> 00:24:13,810
ก็มาเป็นสไลด์รู้เลยนะคะ

447
00:24:16,579 --> 00:24:17,942
คือตัวแท่งเนเปียร์นี่มันช่วย

448
00:24:17,942 --> 00:24:21,942
ไม่เห็นเคยใช้งาน

449
00:24:22,197 --> 00:24:23,642
อะไรแบบนี้ไหม

450
00:24:23,642 --> 00:24:27,642
มาขีด

451
00:24:28,967 --> 00:24:30,039
ให้มันตรง

452
00:24:30,039 --> 00:24:34,039
ช่วยดูรายละเอียดในนี้ไหม

453
00:24:35,239 --> 00:24:37,378
หนูไปทำอะไร

454
00:24:37,378 --> 00:24:40,636
เอามาขีดเส้น

455
00:24:40,636 --> 00:24:43,700
เหมือนไม้เมื่อก่อนเรียกเลยนะ

456
00:24:43,700 --> 00:24:45,409
ไม้ครูเรียกไม้โปรแทรกเตอร์

457
00:24:45,409 --> 00:24:49,409
คอมพิวเตอร์นี่

458
00:24:51,373 --> 00:24:51,986
ผู้ปกครองก็จะคิดว่ามันต้องแพง

459
00:24:51,986 --> 00:24:55,986
ขอตังค์ซื้อไม้โปรแทรกเตอร์หน่อย 2,000 บาท

460
00:25:00,290 --> 00:25:02,647
มันเป็นอะไรแต่มันต้องแบบนี้ไม่น่าจะเป็นแบบแพง ๆ ค่ะ

461
00:25:02,647 --> 00:25:05,129
แฮกเกอร์กี่บาท

462
00:25:05,129 --> 00:25:09,129
ไม้ครูน่าจะแบบ 50 ตังค์

463
00:25:10,053 --> 00:25:13,923
ใช้หลักอัลกอริทึม

464
00:25:13,923 --> 00:25:17,923
เปลี่ยนคือเขาคิดนะคะใช้ในการขูดใช้ในการหัน

465
00:25:22,296 --> 00:25:26,296
ไอ้ไม้นี่นะ ไม้บรรทัดคำนวณนี่นะ

466
00:25:27,368 --> 00:25:29,801
มานะคะ ก็เป็นยุคของ collecting

467
00:25:29,801 --> 00:25:31,510
อันนี้เป็นยุคของเครื่องจักรนะ

468
00:25:31,510 --> 00:25:33,436
เริ่มมี

469
00:25:33,436 --> 00:25:36,837
คนไกลนะคะ

470
00:25:36,837 --> 00:25:38,367
จักรกลในการ

471
00:25:38,367 --> 00:25:39,142
คำนวณ

472
00:25:39,142 --> 00:25:42,507
นะคะ

473
00:25:42,507 --> 00:25:45,675
คือเขาปรับปรุงมาตั้งแต่ลูกคิดนะคะ

474
00:25:45,675 --> 00:25:47,191
มาเป็นนะคะ แล้วก็มาเป็น

475
00:25:47,191 --> 00:25:49,218
ไม้บรรทัด

476
00:25:49,218 --> 00:25:50,393
หาคำนวณ

477
00:25:50,393 --> 00:25:52,069
แล้วก็มาเป็น

478
00:25:52,069 --> 00:25:52,769
นาฬิกาคำนวณ

479
00:25:52,769 --> 00:25:56,769
เราก็คิดประดิษฐ์ขึ้นมาเรื่อย ๆ นะคะ

480
00:26:01,148 --> 00:26:02,215
เป็นเครื่องคำนวณของปาสคาลนะคะ

481
00:26:02,215 --> 00:26:06,215
เขาก็คิด

482
00:26:06,513 --> 00:26:10,513
ถือเป็นเครื่องคำนวณที่ใช้ฟันเฟืองเป็นเครื่องแรก

483
00:26:10,840 --> 00:26:13,132
เราไม่ต้องท่องจำมาทั้งหมด

484
00:26:13,132 --> 00:26:14,737
เราแค่จำลักษณะเด่น

485
00:26:14,737 --> 00:26:18,737
ในข้อสอบจะมีถามความหมายของคอมพิวเตอร์

486
00:26:23,629 --> 00:26:25,680
ถามว่าตัวไหนเกิดก่อนหลัง

487
00:26:25,680 --> 00:26:29,386
หลักการ

488
00:26:29,386 --> 00:26:32,057
ท่องจำจริง ๆ เราต้องท่องและทำความเข้าใจ

489
00:26:32,057 --> 00:26:36,029
ท่องจำมันจะยากเนาะเนื้อหาเยอะมาก

490
00:26:36,029 --> 00:26:38,385
เอาจำให้ได้ว่าก่อนเครื่องจักรเนี่ยมันมีอะไรบ้าง

491
00:26:38,385 --> 00:26:41,027
ยุคเครื่องจักรนี่ มีอะไร

492
00:26:41,027 --> 00:26:43,437
ลหลังเครื่องจักรมีอะไรบ้า

493
00:26:43,437 --> 00:26:44,689
ง ทำเป็นกลุ่ม

494
00:26:44,689 --> 00:26:45,895
คิด

495
00:26:45,895 --> 00:26:49,895
อยู่ยุคไหน

496
00:26:51,039 --> 00:26:52,628
เราก็นึกถึงลักษณะกายภาพของลูกคิด

497
00:26:52,628 --> 00:26:55,265
มันไม่มีกลไกอะไรนะ

498
00:26:55,265 --> 00:26:57,056
มันก็จะเป็นยุคก่อนเครื่องจักรกล

499
00:26:57,056 --> 00:27:01,056
เนเปียร์

500
00:27:01,266 --> 00:27:03,514
ก็ต้องจำนะได้ครูบอกว่าใช้คำนวณ

501
00:27:03,514 --> 00:27:03,963
จักรพันธ์บอกว่าท่องได้ถึง 42

502
00:27:03,963 --> 00:27:07,963
การจำข้อมูลมันต้องมาจากแหล่งอ้างอิง

503
00:27:10,863 --> 00:27:13,161
ใช้คำนวณแต่มันไม่ได้มี

504
00:27:13,161 --> 00:27:13,914
กลไกก็แปลว่าก่อนเครื่องจักร

505
00:27:13,914 --> 00:27:17,914
อันนี้

506
00:27:20,553 --> 00:27:24,553
เริ่มเป็นเครื่องคำนวณเป็นเครื่องจักรกลนะคะ เป็นเครื่องจักร

507
00:27:24,741 --> 00:27:27,611
คณิตศาสตร์เป็นคนคิดว่าเกี่ยวกับพวกการคำนวณนะคะ

508
00:27:27,611 --> 00:27:30,658
ใช้บวกลบคูณหาร แต่ว่า

509
00:27:30,658 --> 00:27:32,232
สมัยแรก ๆ นะคือใช้ได้แต่มันยังไม่แม่นยำ

510
00:27:32,232 --> 00:27:36,232
หน้าตาก็จะเปลี่ยนไปลองสังเกตการตั้งชื่อนะคะพรุ่งนี้เรียกนวัตกรรม

511
00:27:42,877 --> 00:27:46,877
สิ่งประดิษฐ์ที่สร้างขึ้นมานะคะใหม่ๆ

512
00:27:47,908 --> 00:27:49,450
จะให้เกียรติคนที่คิดค้นโดยตั้งชื่อตามนักประดิษฐ์

513
00:27:49,450 --> 00:27:53,450
ตัวนี้นะคะ

514
00:27:53,883 --> 00:27:56,807
คำนวณของไลบ์นิซ

515
00:27:56,807 --> 00:28:00,807
เป็นชื่อของวินให้นะคะ

516
00:28:25,689 --> 00:28:26,462
01 10 10

517
00:28:26,462 --> 00:28:29,066
01

518
00:28:29,066 --> 00:28:33,066
ตลาดเนี่ย

519
00:35:06,173 --> 00:35:07,680
ไม่เคยได้ยินชื่อฉัน แป๊บเดียว เลยหรอ

520
00:35:07,680 --> 00:35:11,680
เฉลย

521
00:35:13,116 --> 00:35:17,116
ต่อมานะคะ อายุของเครื่องจักรนะคะ หลังเครื่องจักรกลนะคะ ก็จะเป็นเครื่อง

522
00:35:26,505 --> 00:35:30,365
เบอรี่คอมพิวเตอร์ อันนี้คือเครื่องแล้วเรียกเครื่อง ABC  อย่างที่ครูบอกไปว่า

523
00:35:30,365 --> 00:35:32,199
สอนการตั้งชื่อนวัตกรรมสิ่งประดิษฐ์เราจะให้เกียรติ

524
00:35:32,199 --> 00:35:36,199
คนที่สร้างนะคะ

525
00:35:36,938 --> 00:35:38,029
อันนี้ก็คือจอห์น วีนะคะ ทานาซอฟฟ์กับลูกศิษย์ของเขา

526
00:35:38,029 --> 00:35:39,172
ประดิษฐ์

527
00:35:39,172 --> 00:35:40,971
หาเครื่อง

528
00:35:40,971 --> 00:35:43,928
คำนวณขนาดเล็ก

529
00:35:43,928 --> 00:35:45,318
แต่เครื่องนี้ใช้หลอดสุญญากาศ

530
00:35:45,318 --> 00:35:46,213
ในการทำงาน

531
00:35:46,213 --> 00:35:50,213
ถือเป็นเครื่องคอมพิวเตอร์ระบบดิจิทัลเครื่องแรก

532
00:35:53,354 --> 00:35:57,354
ผ่านไป 3 สไลด์จะถามอีกทีนะ

533
00:35:58,176 --> 00:35:59,125
ตัวนี้เป็นเครื่อง

534
00:35:59,125 --> 00:36:02,573
คำนวณ

535
00:36:02,573 --> 00:36:04,724
ตัวนี้ขนาดเล็กนะคะ

536
00:36:04,724 --> 00:36:07,245
มันจะใช้ตัว

537
00:36:07,245 --> 00:36:09,904
หลอดสุญญากาศ

538
00:36:09,904 --> 00:36:13,309
ระบบการทำงานนะคะ

539
00:36:13,309 --> 00:36:14,060
ถือเป็นคอมพิวเตอร์ที่เป็นระบบดิจิทัล

540
00:36:14,060 --> 00:36:18,060
หัวหน้านี้มันเป็นอนาล็อกมา

541
00:36:18,176 --> 00:36:22,099
เราต้องสังเกตนะ

542
00:36:22,099 --> 00:36:24,237
มานะคะ ก็จะมีการ

543
00:36:24,237 --> 00:36:26,798
ประดิษฐ์มักวัน

544
00:36:26,798 --> 00:36:29,817
นี่เป็นชื่อเครื่องนะคะ

545
00:36:29,817 --> 00:36:33,817
ขนาดของเครื่องคือทั้งหมดนี้นะคะ

546
00:36:34,732 --> 00:36:36,199
ไม่ใช่แค่นี้นะ

547
00:36:36,199 --> 00:36:39,365
ถึงห้อง

548
00:36:39,365 --> 00:36:42,574
1 เครื่อง

549
00:36:42,574 --> 00:36:45,921
นี่คือขนาดของเครื่องนะคะ

550
00:36:45,921 --> 00:36:46,840
อันนี้ของไอเคนนะคะ ของเฮา

551
00:36:46,840 --> 00:36:47,733
เป็นคนประดิษฐ์

552
00:36:47,733 --> 00:36:50,337
นะคะ

553
00:36:50,337 --> 00:36:54,199
อันนี้ได้ทุนของอะไรดี

554
00:36:54,199 --> 00:36:55,816
ของไอบีเอ็ม ibm ก็จ้างเป็น เครื่องคิดเลข

555
00:36:55,816 --> 00:36:59,816
คิดเลขค่ะ

556
00:37:04,557 --> 00:37:05,189
แต่เราเรียกว่าเครื่องคำนวณอิเล็กทรอนิกส์

557
00:37:05,189 --> 00:37:07,604
นะคะ

558
00:37:07,604 --> 00:37:09,806
เป็นระบบอิเล็กทรอนิกส์

559
00:37:09,806 --> 00:37:11,196
เราก็

560
00:37:11,196 --> 00:37:15,196
SBAC

561
00:37:18,336 --> 00:37:22,336
ซอยย่อย ๆ ลงไปอีกนะคะ แล้วก็มีจอ W นะคะ

562
00:37:23,667 --> 00:37:25,658
ของมอสลี่ครูจะเรียกว่าเป็นคนประดิษฐ์นะคะ

563
00:37:25,658 --> 00:37:27,031
The Hurt

564
00:37:27,031 --> 00:37:30,352
เขาทำ

565
00:37:30,352 --> 00:37:31,485
อันนี้ถือเป็นคอมพิวเตอร์เครื่องแรกของโลก

566
00:37:31,485 --> 00:37:35,485
ใช้ระบบเลขฐานสิบ

567
00:37:37,682 --> 00:37:41,682
แต่ละเครื่องมันจะมีจุดเด่นนะ

568
00:37:42,076 --> 00:37:44,855
ก็อยากไปห้องทั้งหมดเอาแบบจุดเด่นนะคะ

569
00:37:44,855 --> 00:37:46,687
พรุ่งนี้ใช้ทำอะไรเขาใช้ในกองทัพ

570
00:37:46,687 --> 00:37:50,234
ทหาร

571
00:37:50,234 --> 00:37:52,035
ไปทำอะไรใช้คำนวณ

572
00:37:52,035 --> 00:37:54,232
วิธีกระสุน

573
00:37:54,232 --> 00:37:54,739
วิถีกระสุนไหมคะ

574
00:37:54,739 --> 00:37:58,009
กระสุนคือ

575
00:37:58,009 --> 00:38:00,935
แปลเป็นภาษาบ้านเรา

576
00:38:00,935 --> 00:38:03,894
คือการยิง

577
00:38:03,894 --> 00:38:05,352
กระสุน

578
00:38:05,352 --> 00:38:07,999
ยิงแบบ

579
00:38:07,999 --> 00:38:11,423
หวังเป้านะคะ ไม่เหมือนยิงกะปอมนะคะ

580
00:38:11,423 --> 00:38:12,708
เวลาเราไปยิงนกจริงเลยเนาะ

581
00:38:12,708 --> 00:38:14,588
มันไม่มี

582
00:38:14,588 --> 00:38:16,067
วิธีกระสุน แบบ

583
00:38:16,067 --> 00:38:19,531
คำนวณได้อ่ะ

584
00:38:19,531 --> 00:38:21,459
ของเขานี่คือวิถีกระสุนเนี่ยคำนวณได้

585
00:38:21,459 --> 00:38:23,159
กระสุนไปทางไหน

586
00:38:23,159 --> 00:38:23,360
นะคะ

587
00:38:23,360 --> 00:38:26,183
เครื่องคำนวณนี้

588
00:38:26,183 --> 00:38:27,477
ในการคำนวณ

589
00:38:27,477 --> 00:38:28,869
ทาง

590
00:38:28,869 --> 00:38:31,957
วิถีกระสุน

591
00:38:31,957 --> 00:38:35,243
แล้วก็มีเครื่องอิเล็กทรอนิกส์นะคะ

592
00:38:35,243 --> 00:38:39,243
อีกตัวนึงเราเรียกว่า SBAC

593
00:38:42,463 --> 00:38:46,463
จะเริ่มมีหน่วยเก็บข้อมูลเราเรียกหน่วยความจำนะคะ

594
00:38:47,281 --> 00:38:48,722
ต่อไปก็จะเป็น uni

595
00:38:48,722 --> 00:38:49,288
wax เครื่องเริ่มเยอะ

596
00:38:49,288 --> 00:38:53,288
วันนี้ถือเป็นเครื่องแรกของโลก ที่ใช้ในงานธุรกิจ

597
00:38:57,237 --> 00:38:57,813
เลขฐานสิบเหมือนกัน

598
00:38:57,813 --> 00:39:00,686
ภาพเนี้ยไอ้เครื่องใหญ่ ๆ นี้ล่ะ

599
00:39:00,686 --> 00:39:04,686
นี่ก็คือหมดยุคของ

600
00:39:06,783 --> 00:39:10,275
เครื่องจักร

601
00:39:10,275 --> 00:39:12,357
ไปนะคะ เราจะมาพูดถึง

602
00:39:12,357 --> 00:39:14,986
เทคโนโลยีหลัก

603
00:39:14,986 --> 00:39:18,986
นะคะ ที่ใช้ในคอมพิวเตอร์แต่ละยุค

604
00:39:23,879 --> 00:39:25,866
อย่างตัวแวคคั่มนะคะ  คือหลอดสุญญากาศเนี่ยเขาก็บอกว่ามีการใช้ปีไหนถึงปีไหนแต่ 13 ไม่ต้องท่องจำ

605
00:39:25,866 --> 00:39:27,057
ไม่มีในข้อสอบ

606
00:39:27,057 --> 00:39:30,863
ปี พ.ศ

607
00:39:30,863 --> 00:39:34,000
. ปี ค.ศ. ตลอดไปเราไม่ต้องไปห้อง

608
00:39:34,000 --> 00:39:36,683
พื้นที่สมองน้อยของเรานะคะ

609
00:39:36,683 --> 00:39:40,070
หลอดสุญญากาศ

610
00:39:40,070 --> 00:39:42,390
เป็นอุปกรณ์ที่ใช้เป็นอันดับแรก

611
00:39:42,390 --> 00:39:46,044
ในการประดิษฐ์คอม

612
00:39:46,044 --> 00:39:48,385
คอมพิวเตอร์ ก็คือใช้หลอดสุญญากาศ

613
00:39:48,385 --> 00:39:50,298
สังเกตว่า

614
00:39:50,298 --> 00:39:52,561
คอมพิวเตอร์ยุคแรก ๆ นะคะ

615
00:39:52,561 --> 00:39:54,875
จะใช้ในแวดวงทหาร

616
00:39:54,875 --> 00:39:56,597
ใช้ในวงการธุรกิจ

617
00:39:56,597 --> 00:39:57,806
มันมี

618
00:39:57,806 --> 00:40:00,399
กำไรขาดทุน

619
00:40:00,399 --> 00:40:01,838
มันมีข้อมูล

620
00:40:01,838 --> 00:40:02,731
ตัวเลข

621
00:40:02,731 --> 00:40:06,731
วงการศึกษาเนี่ยหลัง ๆ

622
00:40:07,420 --> 00:40:11,420
อันนี้คือหลอดสุญญากาศ

623
00:40:14,842 --> 00:40:15,722
หลอดสุญญากาศมันมีลักษณะเฉพาะ

624
00:40:15,722 --> 00:40:19,722
ใช้หลอดสุญญากาศเป็นหลักในการประดิษฐ์คิดค้น

625
00:40:23,735 --> 00:40:27,057
หาพวกเครื่องจักรกลต่าง ๆ

626
00:40:27,057 --> 00:40:30,500
แต่ลักษณะของหลอดสุญญากาศคือ

627
00:40:30,500 --> 00:40:32,160
มันจะใช้พลังงานในการทำงานสูง

628
00:40:32,160 --> 00:40:32,930
ทำให้เกิดความร้อน

629
00:40:32,930 --> 00:40:33,575
เร็ว

630
00:40:33,575 --> 00:40:36,557
นะคะ

631
00:40:36,557 --> 00:40:38,176
ตัวเครื่องก็มีก็เลยทำให้ตัวเครื่องนี่

632
00:40:38,176 --> 00:40:40,748
มันมีขนาดใหญ่

633
00:40:40,748 --> 00:40:44,748
เพื่อระบายความร้อนได้ดี

634
00:40:44,977 --> 00:40:46,062
ง เปิดทำงานไปอาจจะชั่วโมงนึงก็ต้องปิด

635
00:40:46,062 --> 00:40:48,919
มันร้อน

636
00:40:48,919 --> 00:40:51,965
อันนี้คือลักษณะของมนุษย์ยุคแรก ๆ

637
00:40:51,965 --> 00:40:55,160
ที่เราสังเกตคืออย่างนี้แบบ uniw

638
00:40:55,160 --> 00:40:56,706
ax มันจะเป็นเครื่องใหญ่อ่ะค่ะ เพราะว่าใช้หลอดสุญญากาศ

639
00:40:56,706 --> 00:41:00,639
เป็นตัวละ

640
00:41:00,639 --> 00:41:03,689
ใช้ภาษา Machine  language

641
00:41:03,689 --> 00:41:06,301
Language ไหมคะ

642
00:41:06,301 --> 00:41:09,967
ระดับต่ำ

643
00:41:09,967 --> 00:41:11,511
ใช้เลขฐาน 2

644
00:41:11,511 --> 00:41:12,575
เป็นหลั

645
00:41:12,575 --> 00:41:15,911
ก ก็คือใช้ 0101 อ่ะ

646
00:41:15,911 --> 00:41:18,032
ในการเขียนโปรแกรม

647
00:41:18,032 --> 00:41:20,758
เราเรียกภาษาเครื่อง

648
00:41:20,758 --> 00:41:23,291
ถือเป็นภาษาระดับต่ำ

649
00:41:23,291 --> 00:41:24,738
ก็มีภาษาสัญลักษณ์

650
00:41:24,738 --> 00:41:26,087
หาเราเรียก

651
00:41:26,087 --> 00:41:29,984
ก็คือภาษาที่เป็นสัญลักษณ์แทนพวก

652
00:41:29,984 --> 00:41:31,333
ฐาน 2

653
00:41:31,333 --> 00:41:35,333
เราจะเขียนโปรแกรมสั่งงานเราต้องรู้รหัสเลขฐานสอง

654
00:41:36,133 --> 00:41:40,133
นะคะ ต่อมานะคะ ด้วยข้อจำกัดของ

655
00:41:42,729 --> 00:41:43,560
หลอดสุญญากาศ

656
00:41:43,560 --> 00:41:47,560
มันให้พลังงานไฟฟ้า

657
00:41:47,709 --> 00:41:49,269
ใช้พลังงาน

658
00:41:49,269 --> 00:41:52,350
ร้อนสูงอ่ะ

659
00:41:52,350 --> 00:41:56,179
เปิดคอมไม่นานก็ต้องปิด

660
00:41:56,179 --> 00:41:58,226
ไม่มีพัฒนามาใช้ทรานซิสเตอร์แทน

661
00:41:58,226 --> 00:42:00,907
ทรานซิสเตอร์จะมีขนาดเล็ก

662
00:42:00,907 --> 00:42:04,052
เวลาใช้งานเราจะใช้ร่วมกันกับ

663
00:42:04,052 --> 00:42:08,052
ก่อนอื่นนะ ไม่ได้ใช้แค่หนังสือตัวอย่างเดียวนะคะ

664
00:42:08,940 --> 00:42:11,879
เรียกว่าเป็นวงจรอิเล็กทรอนิกส์มีขนาดเล็กกว่า

665
00:42:11,879 --> 00:42:12,642
สูญญากาศ แต่สามารถจุข้อมูลได้มากกว่า

666
00:42:12,642 --> 00:42:16,642
ต้องใช้เวลาในการวอร์มเครื่องนาน

667
00:42:19,061 --> 00:42:22,514
เปิดเครื่องได้นานขึ้น

668
00:42:22,514 --> 00:42:26,059
วอร์มเครื่องก็คือเหมือนกันบูธน่ะ

669
00:42:26,059 --> 00:42:29,342
ต้องใช้เวลาบูธนานนะคะ

670
00:42:29,342 --> 00:42:33,342
พ่อเป็นทรานซิสเตอร์นี่คือยุคที่ 2

671
00:42:34,049 --> 00:42:38,049
หาแรกคือไปทำคิ้วแล้วก็มาเป็นทรานซิสเตอร์

672
00:42:40,383 --> 00:42:42,445
แล้วก็เกิดภาษาสัญลักษณ์ขึ้นมาอย่างจริงจังก็คือ SCB Easy

673
00:42:42,445 --> 00:42:44,765
เคยได้ยินชื่อภาษามีไหมคะ

674
00:42:44,765 --> 00:42:46,583
เคยเขียนไหม

675
00:42:46,583 --> 00:42:50,583
ซอมบี้เราใช้ในการเขียนพวก

676
00:42:52,558 --> 00:42:54,988
คุมเครื่องจักรอยู่เล็กทรอนิกส์

677
00:42:54,988 --> 00:42:58,988
กลุ่มหุ่นยนต์นะคะ

678
00:42:59,336 --> 00:43:00,575
แต่ตอนนี้คือภาษาฉันตัวภาษาสัญลักษณ์นี่

679
00:43:00,575 --> 00:43:01,675
มันเขียนยาก

680
00:43:01,675 --> 00:43:04,601
เขาก็เลยมีปรับ

681
00:43:04,601 --> 00:43:06,054
ทุกวันนี้ที่ใช้คือ python

682
00:43:06,054 --> 00:43:06,950
ภาษา

683
00:43:06,950 --> 00:43:10,950
C ในการเขียนควบคุมนะคะ

684
00:43:16,404 --> 00:43:18,398
พอมายุคทรานซิสเตอร์นี่ มีภาษาระดับสูงเกิดขึ้น

685
00:43:18,398 --> 00:43:22,398
ทำให้เกิดตัวแปร

686
00:43:23,870 --> 00:43:25,279
เรียกตัวแปลภาษานะคะ มี 2 ตัวก็คือคอมไพเลอร์กับอินเตอร์พรีเตอร์

687
00:43:25,279 --> 00:43:29,279
การคอมไพล์โปรแกรมจากภาษาระดับสูงไปเป็นภาษาเครื่อง เพื่อให้คอมพิวเตอร์

688
00:43:32,443 --> 00:43:36,443
ภาษาระดับสูงคือคนเรียนรู้ได้ง่าย

689
00:43:38,490 --> 00:43:41,479
แต่คอมไม่เข้าใจ

690
00:43:41,479 --> 00:43:44,348
ผ่านตัวแปลภาษาก่อนนะคะ

691
00:43:44,348 --> 00:43:45,366
แล้วก็มาเป็นยุค

692
00:43:45,366 --> 00:43:47,792
คลินิก

693
00:43:47,792 --> 00:43:51,792
circuit ก็คือยุค IC

694
00:43:53,292 --> 00:43:53,911
มี 2 ยุคนะคะ IC ยุคแรกแล้วก็ IC ที่เป็นวงจรรวมขนาดใหญ่ bls

695
00:43:53,911 --> 00:43:56,716
นะคะ

696
00:43:56,716 --> 00:43:58,773
ตัวนี้เป็นยุคแรกของ IC นะคะ

697
00:43:58,773 --> 00:44:00,216
นี่คือตัวเล็ก ๆ

698
00:44:00,216 --> 00:44:04,216
1 ตัว ก็คือขึ้นอยู่กับว่าเราสร้างขึ้นมาเพื่อให้มันมีคุณสมบัติทำอะไรได้

699
00:44:09,684 --> 00:44:13,684
แล้วก็เกิดในยุค

700
00:44:19,616 --> 00:44:22,453
เป็นแผงวงจรนะคะ ในวงจรรวมนี่

701
00:44:22,453 --> 00:44:24,174
เกิดระบบปฏิบัติการเกิดขึ้น

702
00:44:24,174 --> 00:44:27,254
ถ้าข้อสอบถามว่า

703
00:44:27,254 --> 00:44:30,442
operating system เกิดในยุคไหน

704
00:44:30,442 --> 00:44:31,982
ยุคหลอดสุญญากาศไหม

705
00:44:31,982 --> 00:44:33,577
ยุค

706
00:44:33,577 --> 00:44:35,303
ทรานซิสเตอร์

707
00:44:35,303 --> 00:44:37,743
หรือยุค

708
00:44:37,743 --> 00:44:40,769
วงจรรวม

709
00:44:40,769 --> 00:44:43,627
หรือวงจรรวมขนาดใหญ่

710
00:44:43,627 --> 00:44:45,221
เราต้องแยกให้ออก

711
00:44:45,221 --> 00:44:46,501
ว่ามันอยู่ตรงไหน

712
00:44:46,501 --> 00:44:49,959
OS เกิดในยุค IC

713
00:44:49,959 --> 00:44:53,959
นะคะ

714
00:44:54,181 --> 00:44:58,181
ก็มาเป็น vlsi

715
00:44:59,187 --> 00:45:00,146
อันนี้เป็นวงจรเหมือนกันค่ะ แต่ว่าเป็นวงจรที่มีขนาดใหญ่

716
00:45:00,146 --> 00:45:02,089
ใหญ่ขึ้น

717
00:45:02,089 --> 00:45:06,089
สั่งงานได้เยอะขึ้น ขนาด

718
00:45:07,521 --> 00:45:10,635
หลักของวงจรอ่ะ แผงวงจรมันจะเป็นขนาดใหญ่ขึ้นนะคะ

719
00:45:10,635 --> 00:45:13,130
ทุกวันนี้ก็คือเมนบอร์ด

720
00:45:13,130 --> 00:45:14,208
เคยเห็นเมนบอร์ดไหมคะ

721
00:45:14,208 --> 00:45:18,208
เมื่อก่อนมันจะเป็นเล็ก ๆ เนะ ตอนที่เป็น IC ก็คือ 1 1 อย่างคือพลังงานบางอย่าง

722
00:45:23,468 --> 00:45:24,925
แต่พอเป็นเมนบอร์ดนี่

723
00:45:24,925 --> 00:45:27,580
มันก็จะมี

724
00:45:27,580 --> 00:45:31,580
มีอุปกรณ์หลายตัวที่ต่อกับเมนบอร์ด

725
00:45:32,315 --> 00:45:35,437
ทำงานได้มากขึ้น

726
00:45:35,437 --> 00:45:37,602
เราเรียกยุคแผงวงจรรวมขนาดใหญ่

727
00:45:37,602 --> 00:45:39,448
bsi

728
00:45:39,448 --> 00:45:41,562
แล้วปัจจุบันล่ะ

729
00:45:41,562 --> 00:45:45,562
คอมพิวเตอร์ในยุคปัจจุบันนะคะ ถึงยุคอนาคตนี่

730
00:45:48,622 --> 00:45:51,620
ไม่ได้ใช้ในการคำนวณอย่างเดียว

731
00:45:51,620 --> 00:45:55,620
ต้องมีความฉลาด

732
00:45:56,800 --> 00:46:00,800
ความฉลาด คือทำงานได้ใกล้เคียงกับมนุษย์

733
00:46:01,109 --> 00:46:04,623
ช่วยตัดสินใจ ช่วยทำงานได้มากกว่าแค่คำนวณนะคะ

734
00:46:04,623 --> 00:46:06,718
ลักษณะของคอมพิวเตอร์ในยุคปัจจุบันถึงอนาคต

735
00:46:06,718 --> 00:46:08,455
เขาเรียกยุคปัญญาประดิษฐ์

736
00:46:08,455 --> 00:46:11,069
AI

737
00:46:11,069 --> 00:46:11,978
เป็นอีกสาขาหนึ่งที่

738
00:46:11,978 --> 00:46:13,433
น่าเรียน

739
00:46:13,433 --> 00:46:17,433
เรียนแล้วก็ไปสร้างหุ่นยนต์

740
00:46:19,272 --> 00:46:21,766
ยนต์ ที่มีความฉลาดเหมือนมนุษย์

741
00:46:21,766 --> 00:46:24,250
ตอนนี้ยังผลิตไม่ได้

742
00:46:24,250 --> 00:46:25,622
ยังประดิษฐ์หุ่นยนต์ที่

743
00:46:25,622 --> 00:46:26,782
ฉลาดเหมือนมนุษย์ไม่ได้

744
00:46:26,782 --> 00:46:28,608
อะไร

745
00:46:28,608 --> 00:46:32,608
ฐานะที่ทุกคนเป็นมนุษย์

746
00:46:38,056 --> 00:46:42,056
เคยคิดอย่างหนึ่งแล้วพูดออกมาอีกอย่างหนึ่งไหมคะ

747
00:46:42,388 --> 00:46:44,219
หุ่นยนต์ทำแบบนั้นได้ไหม

748
00:46:44,219 --> 00:46:46,887
ไม่ได้ค่ะ

749
00:46:46,887 --> 00:46:50,887
หุ่นยนต์คือเครื่องจักรกล

750
00:46:51,423 --> 00:46:53,909
มันจะทำงานตามชุดคำสั่งที่เราเขียนให้

751
00:46:53,909 --> 00:46:55,500
ถ้าเราเขียนแบบนี้

752
00:46:55,500 --> 00:46:58,018
คำตอบก็คือได้แบบนี้

753
00:46:58,018 --> 00:46:58,959
มนุษย์เนี่ยจักรพรรณ์ อาจจะแบบ

754
00:46:58,959 --> 00:47:02,959
จะไปสอนนานจังเหนื่อยและครูถามจักรพรรดิ เรียนสนุกไหม

755
00:47:03,920 --> 00:47:04,738
ลูก สนุกครับ

756
00:47:04,738 --> 00:47:06,854
มนุษย์

757
00:47:06,854 --> 00:47:10,854
หุ่นยนต์เอาแบบนี้ไม่ได้ ฉะนั้น การพัฒนานะคะ เครื่องจักรกล

758
00:47:15,015 --> 00:47:16,205
ทำงานได้เหมือนกับมนุษย์เลยนี่

759
00:47:16,205 --> 00:47:18,512
ยากอยู่

760
00:47:18,512 --> 00:47:21,479
เขาก็เลยใช้

761
00:47:21,479 --> 00:47:25,479
วิธีการมาประดิษฐ์ สิ่งรอบข้าง

762
00:47:25,526 --> 00:47:27,282
มนุษย์ยากใช่ไหม มาทำรอบข้างในค่ะ

763
00:47:27,282 --> 00:47:30,031
มีความฉลาด

764
00:47:30,031 --> 00:47:31,825
เราก็เลยเรียก

765
00:47:31,825 --> 00:47:33,737
ระบบที่เกิดขึ้น

766
00:47:33,737 --> 00:47:35,663
เทียบเคียง

767
00:47:35,663 --> 00:47:37,287
AI เนี่ยว่า

768
00:47:37,287 --> 00:47:39,058
i o t

769
00:47:39,058 --> 00:47:42,463
ได้ยินคำนี้

770
00:47:42,463 --> 00:47:43,787
internet of things

771
00:47:43,787 --> 00:47:47,787
ชื่ออะไร

772
00:47:48,088 --> 00:47:50,321
ระบบอะไรก็แล้วแต่

773
00:47:50,321 --> 00:47:52,076
ที่มีการเชื่อมต่อเครือข่ายอินเทอร์เน็ต

774
00:47:52,076 --> 00:47:55,828
ขายไม่มีเยอะนะคะ

775
00:47:55,828 --> 00:47:57,294
นี่คือเชื่อมต่อเครือข่ายอินเทอร์เน็ต

776
00:47:57,294 --> 00:47:59,140
แล้วควบ

777
00:47:59,140 --> 00:48:00,699
อุปกรณ์เหล่านั้น

778
00:48:00,699 --> 00:48:02,167
ให้ทำงานได้

779
00:48:02,167 --> 00:48:06,167
แบบตามคำสั่ง

780
00:48:09,377 --> 00:48:10,950
จะตั้งเวลาไว้

781
00:48:10,950 --> 00:48:11,699
หรือแค่กดสวิตช์

782
00:48:11,699 --> 00:48:15,674
เรียก

783
00:48:15,674 --> 00:48:16,366
อยู่ในยุคของปัญญาประดิษฐ์

784
00:48:16,366 --> 00:48:20,366
นะคะ

785
00:48:22,761 --> 00:48:23,030
การเขียนโปรแกรมก็เป็นภาษาเชิง object รู้จักภาษาเชิง object ไหมคะ

786
00:48:23,030 --> 00:48:27,030
object oriented programming

787
00:48:29,672 --> 00:48:32,528
คือเมื่อก่อนการเขียนโปรแกรมมันจะเป็นแบบภาษาโครงสร้าง

788
00:48:32,528 --> 00:48:34,740
ภาษาโครงสร้างนี่ เขียนยังไงเอ่ย

789
00:48:34,740 --> 00:48:35,080
เขียนที่ล็อคบรรทัด

790
00:48:35,080 --> 00:48:39,080
กินเข้าไป

791
00:48:40,052 --> 00:48:44,052
สั่งดันมันก็จะทำงานได้อย่างหนึ่ง

792
00:48:44,213 --> 00:48:45,367
แปลภาษาเชิง object นี่ เราไม่ต้องไปจำซินเทค

793
00:48:45,367 --> 00:48:49,367
ลากวัตถุมาวาง

794
00:48:52,358 --> 00:48:53,835
แล้วดับเบิ้ลคลิกเข้าไปเขียนคำสั่งควบคุมตัว object นั้น

795
00:48:53,835 --> 00:48:57,835
วัตถุนั้น

796
00:48:59,193 --> 00:49:02,302
โปรแกรมภาษาโครงสร้างเราต้องเขียนครบทุกบรรทัด

797
00:49:02,302 --> 00:49:04,183
แล้วสั่งให้โปรแกรมมันคอมไพล์

798
00:49:04,183 --> 00:49:06,607
แล้วถึงจะเห็นผลลัพธ์

799
00:49:06,607 --> 00:49:09,348
มารับค่าข้อมูลหรืออะไร

800
00:49:09,348 --> 00:49:13,348
แต่ถ้าเกิดเป็น object-oriented เนี่

801
00:49:13,863 --> 00:49:15,618
นักศึกษาออกแบบหน้าจอสวยงามได้เลยค่ะ แล้วค่อยไปเขียนโพสต์ทีหลัง

802
00:49:15,618 --> 00:49:17,998
เห็นหน้าตาก่อน

803
00:49:17,998 --> 00:49:21,459
ส่วนการทำงานจะอยู่ที่หลัง

804
00:49:21,459 --> 00:49:23,525
เชิงโครงสร้างนี่ เราต้องเขียนเสร็จครบทุกบรรทัดก่อน

805
00:49:23,525 --> 00:49:25,300
เราถึงจะเห็นผลลัพธ์

806
00:49:25,300 --> 00:49:26,245
อันนี้คือข้อแตกต่าง

807
00:49:26,245 --> 00:49:30,245
เกิดในยุคนี้ดีไหม

808
00:49:35,146 --> 00:49:37,925
ได้เรียนเขียนโปรแกรมที่เป็นแบบโครงสร้างไหมคะ

809
00:49:37,925 --> 00:49:41,228
อะไรเอ่ย

810
00:49:41,228 --> 00:49:43,790

811
00:49:43,790 --> 00:49:46,192
นี่เป็นภาษาโครงสร้างค่ะ

812
00:49:46,192 --> 00:49:48,578
ได้ยินไหม

813
00:49:48,578 --> 00:49:50,285
เรียนทำห้องนะ

814
00:49:50,285 --> 00:49:54,285
เขียนภาษา C ไหมคะ

815
00:49:54,853 --> 00:49:56,967
เคย

816
00:49:56,967 --> 00:49:59,270
เหมือนจะ

817
00:49:59,270 --> 00:50:01,133
ตอนนี้กำลังประมวลผลอยู่

818
00:50:01,133 --> 00:50:03,745
เรียนตอนไหนน้อ

819
00:50:03,745 --> 00:50:07,745
ภาษา C เขียน

820
00:50:08,895 --> 00:50:12,895
อย่างไร บรรทัด บรรทัด บรรทัด บรรทัด หรือเอาออฟฟิศมาวาง

821
00:50:14,168 --> 00:50:15,528
ภาษาซีจะมี 2 หมวด

822
00:50:15,528 --> 00:50:19,528
ภาษาซีเวอร์ชั่นของจักรพันธ์เนี่ย

823
00:50:20,411 --> 00:50:23,818
1 of 7

824
00:50:23,818 --> 00:50:25,081
ภาษา C โดยต้นกำเนิดเนี่ย

825
00:50:25,081 --> 00:50:28,694
เขียนโค้ดก่อน

826
00:50:28,694 --> 00:50:29,726
เขียน Code ในหน้าจอสีเทา

827
00:50:29,726 --> 00:50:31,320
สีน้ำเงิน

828
00:50:31,320 --> 00:50:32,250
แล้วแต่เวอร์ชั่น

829
00:50:32,250 --> 00:50:33,391
message

830
00:50:33,391 --> 00:50:37,391
ถึงจะได้หน้าจอรับข้อมูล

831
00:50:38,313 --> 00:50:42,213
อีกเวอร์ชั่นหนึ่งนะคะ เขาเรียก 2

832
00:50:42,213 --> 00:50:43,966
โหมดนะคะ

833
00:50:43,966 --> 00:50:45,558
โหมดที่เป็นของปาน

834
00:50:45,558 --> 00:50:47,747
ปรับโหมดที่เป็น object

835
00:50:47,747 --> 00:50:51,747
เขาก็พนา

836
00:50:51,785 --> 00:50:53,506
พัฒนาตัวภาษาให้มันสามารถใช้งานได้ง่ายขึ้น

837
00:50:53,506 --> 00:50:56,074
เขียนโปรแกรมได้ง่ายขึ้น

838
00:50:56,074 --> 00:50:57,597
ในรูปนี้คือ C

839
00:50:57,597 --> 00:50:59,979
เครื่อง

840
00:50:59,979 --> 00:51:01,120
ตีแบบโครงสร้าง

841
00:51:01,120 --> 00:51:02,988
สมัยโบราณเลย

842
00:51:02,988 --> 00:51:05,588
มีคำสั่ง

843
00:51:05,588 --> 00:51:08,518
พิมพ์คำสั่งผิด

844
00:51:08,518 --> 00:51:11,192
blackened

845
00:51:11,192 --> 00:51:12,923
แปลว่าคำสั่งที่เราพิมพ์น่ะ มันผิด

846
00:51:12,923 --> 00:51:16,923
จับผิดมันก็จะบอกว่า syntax error

847
00:51:19,688 --> 00:51:21,022
แปลว่าเจ้าน่ะเขียนรูปแบบผิด

848
00:51:21,022 --> 00:51:23,239
มันรู้ด้วยนะ

849
00:51:23,239 --> 00:51:26,100
จะเช็กทุกบรรทัดเลยค่ะ

850
00:51:26,100 --> 00:51:26,980
บางทีมันก็บอกว่าเราลืมใส่จุด

851
00:51:26,980 --> 00:51:30,950
จุดนี้ก็ผิดนะ

852
00:51:30,950 --> 00:51:33,184
เราเรียก full Stop นะ

853
00:51:33,184 --> 00:51:34,652
หรือเซมิโคลอน

854
00:51:34,652 --> 00:51:35,547
เวลาเขียน

855
00:51:35,547 --> 00:51:37,416
ภาษา

856
00:51:37,416 --> 00:51:41,416
สั่งแบบนี้นะคะ

857
00:51:42,424 --> 00:51:44,195
ข้อดีของมันคือมันยากตอนเขียนแต่ตอนคอมไพล์ตอนรันง่าย

858
00:51:44,195 --> 00:51:46,093
ไปเร็ว

859
00:51:46,093 --> 00:51:47,713
เพราะมันไม่ได้เป็นกราฟฟิกนะ

860
00:51:47,713 --> 00:51:51,713
คราวนี้นะคะเราอ่านโจทย์ดี ๆ นะ ในข้อสอบจะถามว่าคอมพิวเตอร์แบ่งเป็นกี่ประเภท

861
00:52:00,278 --> 00:52:01,727
ในโจทย์นะคะที่ครูเห็นอยากไปส่งข้อสอบมา

862
00:52:01,727 --> 00:52:05,603
การแบ่งประเภทคอมพิวเตอร์นี่ มันขึ้นอยู่กับ

863
00:52:05,603 --> 00:52:08,611
เกณฑ์

864
00:52:08,611 --> 00:52:11,233
เราต้องอ่านโจทย์ให้จบ

865
00:52:11,233 --> 00:52:13,447
ถามว่า

866
00:52:13,447 --> 00:52:16,334
ใช้เกณฑ์อะไรแบ่ง

867
00:52:16,334 --> 00:52:18,629
เกณฑ์ขนาด

868
00:52:18,629 --> 00:52:20,161
ราคา

869
00:52:20,161 --> 00:52:22,009
เกณฑ์ประสิทธิภาพ

870
00:52:22,009 --> 00:52:24,274
หรือ

871
00:52:24,274 --> 00:52:26,840
ในการประมวลผลความเร็ว

872
00:52:26,840 --> 00:52:28,097
นะคะ อย่าเพิ่งเห็นจด

873
00:52:28,097 --> 00:52:32,097
อ่านโจทย์แล้วตอบ

874
00:52:32,410 --> 00:52:33,854
การจดให้จบวิเคราะห์ เขาถาม

875
00:52:33,854 --> 00:52:35,458
โดยใช้

876
00:52:35,458 --> 00:52:36,548
กินอะไร

877
00:52:36,548 --> 00:52:37,569
แล้วค่อยตอบ

878
00:52:37,569 --> 00:52:40,193
นะคะ

879
00:52:40,193 --> 00:52:41,864
60 ข้อ

880
00:52:41,864 --> 00:52:45,201
ให้เวลา

881
00:52:45,201 --> 00:52:48,724
เราทำข้อสอบ 60 ข้อนี้เราใช้เวลานานแค่ไหน

882
00:52:48,724 --> 00:52:52,610
ข้อละ 1 นาทีเสร็จไหม

883
00:52:52,610 --> 00:52:53,066
ทดสอบเสร็จหรือเรา

884
00:52:53,066 --> 00:52:57,066
ข้อสอบเกษตร OK

885
00:52:58,537 --> 00:53:00,821
ให้เวลา 2 ชั่วโมง

886
00:53:00,821 --> 00:53:02,927
ให้คนละ 2 นาที

887
00:53:02,927 --> 00:53:06,927
ไม่มีคำนวณ

888
00:53:07,772 --> 00:53:09,242
ข้อสอบที่ทำไว้นะคะ ที่เขาจะส่งลิงค์มาให้

889
00:53:09,242 --> 00:53:11,341
นักศึกษาเข้าไปสอบ

890
00:53:11,341 --> 00:53:13,041
สอบเสร็จส่งข้อสอบรู้คะแนนเลย

891
00:53:13,041 --> 00:53:15,620
ตกก็คือรู้เลย

892
00:53:15,620 --> 00:53:17,740
ผ่านก็รู้เลย

893
00:53:17,740 --> 00:53:18,093
แก้ก็ไม่ได้

894
00:53:18,093 --> 00:53:22,093
เดี๋ยวค่อยว่ากันนะคะ

895
00:53:22,266 --> 00:53:26,266
ขอบนั้นมีเนื้อหาทุกบทเลย 6 บทนี้แหละ

896
00:53:26,369 --> 00:53:30,369
แบบออนไลน์นั่นล่ะ แต่ออนไลน์ในห้องนี้

897
00:53:33,854 --> 00:53:36,471
ก็เปิดเอามือถือสแกนก็ได้ค่ะ

898
00:53:36,471 --> 00:53:38,094
ล ให้ลิงก์มาแล้วก็คลิกลิงก์ปุ๊บตอบมาเลยค่ะ

899
00:53:38,094 --> 00:53:39,417
อ่านโจทย์ดี ๆ

900
00:53:39,417 --> 00:53:43,417
เดี๋ยวดูก่อนว่าสอบที่ไหน

901
00:53:43,738 --> 00:53:44,544
บทที่ 1 นี่

902
00:53:44,544 --> 00:53:46,158
สอบเลยหรอ

903
00:53:46,158 --> 00:53:50,158
rose

904
00:53:51,047 --> 00:53:54,325
ครูถึงบอกหลักการท่องจำ

905
00:53:54,325 --> 00:53:55,834
ที่ 1 มีข้อสอบอยู่

906
00:53:55,834 --> 00:53:59,834
บอกมาแล้ว 5 ข้อแล้วนะ ถึงจุดนี้

907
00:54:03,195 --> 00:54:06,572
บทที่ 1

908
00:54:06,572 --> 00:54:10,558

909
00:54:10,558 --> 00:54:12,846
มี 60 ข้อนะคะ บทละ 6 ข้อ

910
00:54:12,846 --> 00:54:16,846
หมดละ 10 ข้อ

911
00:54:19,341 --> 00:54:23,282
หน้านี้มันมี 80 ข้อ

912
00:54:23,282 --> 00:54:24,372
เวอร์ชั่นที่ 180 ข้อค่ะ

913
00:54:24,372 --> 00:54:26,427
40 คะแนน

914
00:54:26,427 --> 00:54:29,234
เพราะว่ามันเยอะไป

915
00:54:29,234 --> 00:54:31,625
ในทีมงาน

916
00:54:31,625 --> 00:54:33,550
ทีมงานนั้นน่ะ

917
00:54:33,550 --> 00:54:36,148
ทีมงานส่วนกลาง

918
00:54:36,148 --> 00:54:37,481
เขาก็เลยโพสต์เหลือแค่ 60 ข้อ

919
00:54:37,481 --> 00:54:41,481
30 คะแนน

920
00:54:42,603 --> 00:54:43,825
ที่ผ่านมานะคะ

921
00:54:43,825 --> 00:54:45,283
บอก

922
00:54:45,283 --> 00:54:49,283
สถิตินะ เหมือนเล่นเกม

923
00:54:49,414 --> 00:54:50,368
คนที่ทำได้สูงสุด

924
00:54:50,368 --> 00:54:54,368
เราไม่ได้เท่าไหร่

925
00:54:55,875 --> 00:54:59,875
30 แค่ผ่านเองนะ

926
00:55:00,518 --> 00:55:04,140
คะ คะแนนเอาจำนวนข้อสิ

927
00:55:04,140 --> 00:55:08,140
เราคิดว่าเขาทำได้เท่าไหร่

928
00:55:08,883 --> 00:55:12,883
58 ข้อ

929
00:55:14,972 --> 00:55:15,442
เราจะเป็นคนที่ทำได้เต็มใช่ไหม

930
00:55:15,442 --> 00:55:19,442
สงสัย จะได้เต็มส่วน

931
00:55:20,532 --> 00:55:24,532
เดี๋ยวก็รู้

932
00:55:24,745 --> 00:55:27,137
OK

933
00:55:27,137 --> 00:55:30,041
คนละ 10 ข้อ

934
00:55:30,041 --> 00:55:32,732
อยากตั้งแต่ที่ครูเข้ามายืนตรงนี้

935
00:55:32,732 --> 00:55:36,210
จนถึงตอนนี้บอกข้อสอบไปแล้ว 5 ข้อ

936
00:55:36,210 --> 00:55:36,987
บอกมาเรื่อย ๆ เลย

937
00:55:36,987 --> 00:55:39,621
ก็ตอบนะ

938
00:55:39,621 --> 00:55:40,123
ตรงนี้คือข้อสอบนะ

939
00:55:40,123 --> 00:55:44,123

940
00:55:44,150 --> 00:55:46,212
ฉะนั้นถ้าใคร ดอกเล็ก ๆ

941
00:55:46,212 --> 00:55:48,372
ที่ไหน

942
00:55:48,372 --> 00:55:49,881
เวลาสอบอ่ะ

943
00:55:49,881 --> 00:55:53,180
มัน

944
00:55:53,180 --> 00:55:55,682
Code ยังไม่ได้อาบน้ำเลยนะ

945
00:55:55,682 --> 00:55:57,068
ที่ไหนก็ได้ค่ะ

946
00:55:57,068 --> 00:55:58,850
เพื่อน

947
00:55:58,850 --> 00:56:02,850
ขอเองนะคะ

948
00:56:05,725 --> 00:56:07,349
มีคนที่

949
00:56:07,349 --> 00:56:10,007
เราก็ไปแชร์กับเพื่อนไง

950
00:56:10,007 --> 00:56:14,007
ไหนนะ ที่ครูบอกข้อสอบ

951
00:56:15,068 --> 00:56:18,591
หนึ่งในนั้นเขาถามเลยว่าบิดาแห่งคอมพิวเตอร์คือใคร

952
00:56:18,591 --> 00:56:22,591
ใคร ประยุทธ์

953
00:56:26,209 --> 00:56:29,457
อย่าเล่นของสูง

954
00:56:29,457 --> 00:56:33,457
นะคะ บิดาแห่งคอมพิวเตอร์คือใครให้ทาย

955
00:56:35,353 --> 00:56:39,353
ลองทายดู

956
00:56:45,054 --> 00:56:47,082
คนที่จะได้รับยกย่องเป็นบิดาคอมพิวเตอร์ ก็คือคนที่มีการพัฒนานวัตกรรมอย่างต่อเนื่อง

957
00:56:47,082 --> 00:56:49,312
แม้แต่รุ่นลูกหลาน

958
00:56:49,312 --> 00:56:53,312
แบบเบจเป็นบิดาคอมพิวเตอร์นะคะ

959
00:56:54,658 --> 00:56:58,658
จักรพันธ์นะคะ

960
00:56:59,963 --> 00:57:01,426
ทำไมข้อสอบข้อนี้ไม่มีเฉลย

961
00:57:01,426 --> 00:57:02,568
ที่ท่องมา

962
00:57:02,568 --> 00:57:03,220
ทำไมไม่มี

963
00:57:03,220 --> 00:57:07,220
เรามาดูคอมพิวเตอร์ยุคนี้ ยุคซุปเปอร์คอมพิวเตอร์กัน

964
00:57:13,486 --> 00:57:16,091
เกิดไม่ทันค่ะ ครูก็ยังไม่เกิดเหมือนกัน

965
00:57:16,091 --> 00:57:19,435
1960

966
00:57:19,435 --> 00:57:23,435
เกิดก่อนครูนิดหน่อย อันนี้ปี ค.ศ. นะคะ

967
00:57:24,541 --> 00:57:25,744
อย่างที่ครูบอกไปว่าคอมพิวเตอร์ยุคแรก ๆ นี่ฃเขาใช้ในแวดวงการทหาร

968
00:57:25,744 --> 00:57:28,124
เราก็

969
00:57:28,124 --> 00:57:31,164
มาเป็นแวดวงการทำธุรกิจ

970
00:57:31,164 --> 00:57:33,826
การศึกษาเนี่ยหลัง ๆ มานะคะ

971
00:57:33,826 --> 00:57:36,002
ได้ยินซุปเปอร์คอมพิวเตอร์ไหมเอ่ย

972
00:57:36,002 --> 00:57:37,817
เคยเห็นไหม

973
00:57:37,817 --> 00:57:41,817
ดูในรูป

974
00:57:43,144 --> 00:57:43,736
หน้ามีสักเครื่องนะ ครูบา

975
00:57:43,736 --> 00:57:47,736
อันนี้เป็นการแบ่งคอมพิวเตอร์ตามประสิทธิภาพ การทำงาน

976
00:57:50,532 --> 00:57:51,075
ตามขนาดและราคา

977
00:57:51,075 --> 00:57:52,774
ไม่กี่สิบล้าน

978
00:57:52,774 --> 00:57:56,774
ขนหน้าแข้งไม่ร่วง เพราะร่วงไปหมดแล้ว

979
00:57:56,997 --> 00:58:00,997
เป็นเครื่องที่มีขนาดใหญ่และราคาแพง

980
00:58:09,420 --> 00:58:11,492
สามารถคำนวณได้แบบซับซ้อน

981
00:58:11,492 --> 00:58:13,651
อันนี้ยุกดนู้นนะคะ

982
00:58:13,651 --> 00:58:16,020
ทุกวันนี้ยังมีไหม

983
00:58:16,020 --> 00:58:20,020
ที่ไทยมีไหม

984
00:58:20,246 --> 00:58:22,223
ประเทศไทยก็รวยเนาะ

985
00:58:22,223 --> 00:58:26,223
จนแต่เรานี่ล่ะ

986
00:58:26,422 --> 00:58:29,522
มีคนรวย

987
00:58:29,522 --> 00:58:30,529
เราอยู่ในกลุ่ม

988
00:58:30,529 --> 00:58:33,267
คนจน

989
00:58:33,267 --> 00:58:35,656
ก็มาเป็น mainframe

990
00:58:35,656 --> 00:58:37,525
อันนี้คือเรียงตามประสิทธิภาพ

991
00:58:37,525 --> 00:58:41,431
ทำงาน

992
00:58:41,431 --> 00:58:44,041
ขอให้เรียงลำดับเราต้องเรียงให้ถูกนะคะ

993
00:58:44,041 --> 00:58:47,477
อะไรใหญ่สุด

994
00:58:47,477 --> 00:58:48,452
รองลงมา ลงมา

995
00:58:48,452 --> 00:58:52,452
รองจากซุปเปอร์คาร์

996
00:59:00,924 --> 00:59:00,963
เมนเฟรม สามารถทำงานได้ทั้งแบบ Local และ Remote

997
00:59:00,963 --> 00:59:01,914
ไม่ตอบมันไม่ได้ให้ 2 คะแนน

998
00:59:01,914 --> 00:59:03,327
การทำงานแบบ Local กับรีโมท

999
00:59:03,327 --> 00:59:05,829
อย่างไร

1000
00:59:05,829 --> 00:59:07,855
ตอบได้อันหนึ่งให้ 1 คะแนน

1001
00:59:07,855 --> 00:59:11,855
สอบได้ทั้งคู่ให้ 2 คะแนน

1002
00:59:13,883 --> 00:59:15,850
เดี๋ยวเรียบเรียงคำพูดดี ๆ

1003
00:59:15,850 --> 00:59:18,632
ตั้งสติ

1004
00:59:18,632 --> 00:59:21,300
อันดับ Local

1005
00:59:21,300 --> 00:59:25,300
ไ ม่ถูกค่ะ

1006
00:59:36,353 --> 00:59:37,471
ข้างหลัง

1007
00:59:37,471 --> 00:59:41,471

1008
00:59:44,116 --> 00:59:48,116
อะไรนะ ครุไม่ได้ยิน ก็อายุเยอะแล้ว ครูก็เริ่มหูไม่ค่อยได้ยิน มายืนขึ้นค่ะ

1009
00:59:50,004 --> 00:59:51,471
ไม่มีหัก

1010
00:59:51,471 --> 00:59:55,136
เอาความคิดเราอ่ะ

1011
00:59:55,136 --> 00:59:59,109
กลุ่มปลายอาจจะถูกได้คะแนน ไป

1012
00:59:59,109 --> 01:00:02,857
การทำงานแบบ Local เป็นยังไง

1013
01:00:02,857 --> 01:00:06,857
ทำงานแบบรีโมท เป็น

1014
01:00:09,540 --> 01:00:12,700
อย่างไร งานนี้มีแต่ได้ค่ะ ถ้าตอบ

1015
01:00:12,700 --> 01:00:16,700
ตอบมาหน่อยนึงก็ได้

1016
01:00:16,995 --> 01:00:20,995
รีโมทคือ

1017
01:00:23,921 --> 01:00:25,768
ทำจากข้างนอก

1018
01:00:25,768 --> 01:00:27,825
เข้ามาที่

1019
01:00:27,825 --> 01:00:30,298
ตัวเครื่อง

1020
01:00:30,298 --> 01:00:33,580
หลัก OK ได้ 1 คะแนน มี Local ไหม

1021
01:00:33,580 --> 01:00:34,852

1022
01:00:34,852 --> 01:00:38,852
04

1023
01:00:40,753 --> 01:00:42,339
วรพจน์นะ

1024
01:00:42,339 --> 01:00:46,339
รีโมทคือ

1025
01:00:48,528 --> 01:00:52,528
เปิดเครื่อง

1026
01:00:52,917 --> 01:00:56,641
ที่ทำงานนะคะ เอาแบบเห็นภาพนะ

1027
01:00:56,641 --> 01:00:59,117
แล้วเราอยู่ที่บ้านหรืออยู่ที่อื่น

1028
01:00:59,117 --> 01:01:02,212
แต่เราสามารถ

1029
01:01:02,212 --> 01:01:03,860
เปิดเครื่องที่เราใช้งานที่อื่นน่ะค่ะ

1030
01:01:03,860 --> 01:01:05,986
เข้ามาสั่งงาน

1031
01:01:05,986 --> 01:01:08,802
ที่ทำงานได้

1032
01:01:08,802 --> 01:01:10,905
ไม่จำเป็นต้องนั่งหน้าเครื่อง

1033
01:01:10,905 --> 01:01:12,368
รีโมท

1034
01:01:12,368 --> 01:01:16,049
เอาง่ายสุด

1035
01:01:16,049 --> 01:01:19,225
เวลาเราใช้รีโมทหนูไหมคะ คุณต้องเดินไปกดที่

1036
01:01:19,225 --> 01:01:20,882
อยู่ไกล ๆ ได้ไหม

1037
01:01:20,882 --> 01:01:23,227
รีโมท

1038
01:01:23,227 --> 01:01:26,257
จากนี้มันก็ทำงานได้จากตรงนู้น

1039
01:01:26,257 --> 01:01:27,988
เครื่องมันต้อง

1040
01:01:27,988 --> 01:01:29,831
อยู่นะ

1041
01:01:29,831 --> 01:01:31,708
มันต้อง

1042
01:01:31,708 --> 01:01:34,596
ไว้นะ

1043
01:01:34,596 --> 01:01:37,894
งเปิดเครื่องเฉย ๆ ก็ไม่ได้ค่ะ

1044
01:01:37,894 --> 01:01:40,398
มันต้องใช้พอร์ตด้วยนะคะ ว่าพอร์ตไหน

1045
01:01:40,398 --> 01:01:43,378
จะเข้าไปในเครื่องนั้น เพื่อทำอะไร

1046
01:01:43,378 --> 01:01:46,779
ยังไม่ได้เลย

1047
01:01:46,779 --> 01:01:49,243
2 คำนี้มันตรงข้ามกันสิ

1048
01:01:49,243 --> 01:01:53,243
ตอบค่ะ

1049
01:01:55,684 --> 01:01:59,684
ทีละคนใครจะตอบก่อน

1050
01:02:02,008 --> 01:02:06,008
ครูไปให้แล้วนะ

1051
01:02:09,422 --> 01:02:13,422
ตอบค่ะ

1052
01:02:15,781 --> 01:02:18,439
เดี๋ยวเข้ามา

1053
01:02:18,439 --> 01:02:22,439
อีกหน่อย

1054
01:02:30,810 --> 01:02:34,350
intranet

1055
01:02:34,350 --> 01:02:36,477
ยังไม่ใช่ค่ะ

1056
01:02:36,477 --> 01:02:40,477

1057
01:02:44,293 --> 01:02:47,370
อย่างไรพูด

1058
01:02:47,370 --> 01:02:51,370
มาเรียนคอมพิวเตอร์ ก็เริ่มคิดเยอะ

1059
01:02:51,537 --> 01:02:55,537
มีต่างจากที่ตอบมาไหมคะ

1060
01:03:00,123 --> 01:03:03,096
เราคิดเยอะ

1061
01:03:03,096 --> 01:03:07,096
เฉลย

1062
01:03:08,681 --> 01:03:12,681
แบบไหนฃ

1063
01:03:18,601 --> 01:03:22,601
เป็นสิ่งที่เป็นสิ่งที่เข้าใจแต่อธิบายไม่ได้

1064
01:03:24,283 --> 01:03:26,862
เหมือนเป็นการนิยามความรัก

1065
01:03:26,862 --> 01:03:30,862
พึ่งผ่านวันวาเลนไทน์มา

1066
01:03:35,559 --> 01:03:39,016
บางคนก็อกหักไป

1067
01:03:39,016 --> 01:03:43,016
สรุปคืออะไรคะ

1068
01:03:47,967 --> 01:03:48,577
รีโมทมันตอบยากกว่าอีกนะ เอาแบบนี้ครูเฉลยแบ่งกัน

1069
01:03:48,577 --> 01:03:51,722

1070
01:03:51,722 --> 01:03:55,642
แบ่งคะแนนการกับกรพจน์คนละ 1

1071
01:03:55,642 --> 01:03:57,510
Local คือนั่งทำงานหน้าจอเครื่องนั้นแหละ

1072
01:03:57,510 --> 01:04:01,510
รีโมทคือไปนั่งเครื่อง

1073
01:04:01,538 --> 01:04:03,282
ตื่นแต่สั่งงานเครื่องนี้

1074
01:04:03,282 --> 01:04:06,112
OK

1075
01:04:06,112 --> 01:04:07,565
มันยากตรงไหน

1076
01:04:07,565 --> 01:04:11,475
เข้าคือ

1077
01:04:11,475 --> 01:04:15,242
ภาษาอังกฤษ มันดิ้นได้

1078
01:04:15,242 --> 01:04:19,242
บางคนกำลังจะตอบว่าท้องถิ่น ตอนนี้เราอยู่ในเมือง

1079
01:04:23,266 --> 01:04:27,113
Local คือออกไปต่างจังหวัด

1080
01:04:27,113 --> 01:04:27,463
Local คือเหมือนที่หนูใช้คอมพิวเตอร์นะคะ

1081
01:04:27,463 --> 01:04:31,463
อยู่หน้าเครื่องนี้ก็สั่งงานเครื่องนี้

1082
01:04:32,582 --> 01:04:34,465
ใช้ CPU เครื่องนี้ ใช้ทรัพยากรเครื่องนี้

1083
01:04:34,465 --> 01:04:38,305
อันนี้คือ Local

1084
01:04:38,305 --> 01:04:39,910
แต่รีโมทคือ

1085
01:04:39,910 --> 01:04:41,622

1086
01:04:41,622 --> 01:04:45,106
นั่งเครื่องอื่นแต่ควบคุมเครื่องนี้

1087
01:04:45,106 --> 01:04:45,914
เหมือนเรานั่งอยู่แต่ทีวีอยู่โน่นอ่ะ

1088
01:04:45,914 --> 01:04:49,386
รีโมท

1089
01:04:49,386 --> 01:04:53,386
ผ่านไป

1090
01:04:54,549 --> 01:04:56,449
ใช่แต่เราควบคุมอ่ะ

1091
01:04:56,449 --> 01:04:59,949
ให้ทำงาน

1092
01:04:59,949 --> 01:05:01,365
ไปนะคะ ขนาดเล็กลงไปนะคะ

1093
01:05:01,365 --> 01:05:04,637
ก็คือมินิคอม

1094
01:05:04,637 --> 01:05:08,637
มินิคอม ก็ยังถือเป็นคอมพิวเตอร์ ขนาดใหญ่อยู่นะ

1095
01:05:09,502 --> 01:05:12,159
แต่ว่าใช้กับองค์กรที่มีขนาดกลางลงมานะคะ

1096
01:05:12,159 --> 01:05:14,694
ถ้าเป็นซุปเปอร์คอม หรือ mainframe นี่

1097
01:05:14,694 --> 01:05:17,163
จะเป็นเครื่องคอมพิวเตอร์ขนาดใหญ่เท่ากับ

1098
01:05:17,163 --> 01:05:18,371
เท่ากับ

1099
01:05:18,371 --> 01:05:22,371
ห้อง 1

1100
01:05:23,396 --> 01:05:25,782
ถ้าเกิดเป็นมินิคอม คือขนาดเล็กลงแต่มันก็ยังมีขนาดใหญ่อยู่ เมื่อเทียบกับ

1101
01:05:25,782 --> 01:05:29,309
เที่ยวใช้กัน

1102
01:05:29,309 --> 01:05:32,596
ข้อมูลได้น้อยลงได้น้อยลงไม่ได้หมายความว่า

1103
01:05:32,596 --> 01:05:33,298
คือน้อยลง เมื่อเทียบกับ Super คอม

1104
01:05:33,298 --> 01:05:37,288
เราเรียกว่า Mini

1105
01:05:37,288 --> 01:05:41,288
ก็มี work station

1106
01:05:41,720 --> 01:05:43,098
work station นี่ จะทำงานด้านกราฟิกได้นะคะ เราดู

1107
01:05:43,098 --> 01:05:47,098
แต่ละเครื่องสามารถสั่งงานผ่าน

1108
01:05:51,849 --> 01:05:52,943
การที่สามารถให้ทำงานได้ แบบ work station

1109
01:05:52,943 --> 01:05:54,683
ใช้หลายเครื่อง

1110
01:05:54,683 --> 01:05:55,659
ทำงานเดียวกัน

1111
01:05:55,659 --> 01:05:58,780
เป็นคอมตั้งโต๊ะ

1112
01:05:58,780 --> 01:05:59,667
แปล

1113
01:05:59,667 --> 01:06:01,970
สามารถ

1114
01:06:01,970 --> 01:06:03,970
ประมวลผลได้จากหลาย ๆ เครื่อง

1115
01:06:03,970 --> 01:06:07,970
ทำงานแบบนี้ไหมคะ

1116
01:06:08,402 --> 01:06:10,751
เราสามารถยังตอนนี้เราแชร์จอได้

1117
01:06:10,751 --> 01:06:12,349
คอมอยู่เหมือนเล่นเกมอ่ะ

1118
01:06:12,349 --> 01:06:14,024
3 จอ

1119
01:06:14,024 --> 01:06:17,166
แต่ทำงานเดียวกันนะ

1120
01:06:17,166 --> 01:06:19,605
เรียกว่าเครื่อง work station นะคะ

1121
01:06:19,605 --> 01:06:20,545
ส่วนมากเราจะใช้กับงานทางด้านกราฟฟิก

1122
01:06:20,545 --> 01:06:24,545
ต่อนี่

1123
01:06:25,770 --> 01:06:29,713
แล้วก็มาเป็นไมโครคอม

1124
01:06:29,713 --> 01:06:33,713
ไมโครคอมก็คือคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะ

1125
01:06:35,155 --> 01:06:38,666
เราจะไม่ค่อยเรียกถ้าเรียกแบบนี้ถ้าเราเรียก Micro  แปลว่าเราเรียกตามขนาด

1126
01:06:38,666 --> 01:06:42,095
ราคาเครื่อง PC

1127
01:06:42,095 --> 01:06:45,963
PC ก็คือคอมคอมพิวเตอร์ส่วนบุคค

1128
01:06:45,963 --> 01:06:49,963
ล ไมโครคอมก็คือขนาดเดียวกันคือเรียกตาม

1129
01:06:51,619 --> 01:06:52,012
ขนาด ตามการใช้งานเราจะเรียกว่าเครื่อง PC นะคะ คอมตั้งโต๊ะ

1130
01:06:52,012 --> 01:06:56,012
แรก ๆ จะมี 2 บริษัทที่พัฒนา ก็คือ ibm กับ

1131
01:07:00,162 --> 01:07:02,699
Apple นะคะ

1132
01:07:02,699 --> 01:07:05,272
ทุกวันนี้ก็มีหลายคนที่สาด

1133
01:07:05,272 --> 01:07:06,250
ลงไปอีกก็คือ Notebook

1134
01:07:06,250 --> 01:07:10,250
จริงไหม เขาบอกว่า

1135
01:07:14,612 --> 01:07:16,057
คอมพิวเตอร์โน๊ตบุ๊ค ที่มีประสิทธิภาพเท่ากันกับ PC

1136
01:07:16,057 --> 01:07:19,763
Notebook จะแพงกว่า

1137
01:07:19,763 --> 01:07:23,545
เราคิดว่าเป็นเพราะอะไรคะ

1138
01:07:23,545 --> 01:07:27,545
เป้าหมายของ pc คือ

1139
01:07:28,537 --> 01:07:29,819
อยู่กับ

1140
01:07:29,819 --> 01:07:31,808
ที่นะ

1141
01:07:31,808 --> 01:07:34,999
Notebook ล่ะ

1142
01:07:34,999 --> 01:07:38,999
ฮัลโหลเข้าได้หลายที่

1143
01:07:40,446 --> 01:07:44,446
ไม่ได้หรอกเขาอยู่กับที่เดิม

1144
01:07:46,096 --> 01:07:46,834
ฉะนั้นอุปกรณ์หาวัสดุอุปกรณ์ ที่เอามาใช้มันก็เลยต้อง

1145
01:07:46,834 --> 01:07:49,226

1146
01:07:49,226 --> 01:07:53,226
Notebook รุ่นใหม่ ๆ  จะไม่มี CD ROM

1147
01:07:55,637 --> 01:07:59,475
เพื่อให้ขนาดตัวเครื่องมีขนาดเล็ก

1148
01:07:59,475 --> 01:08:00,323
น้ำหนัก

1149
01:08:00,323 --> 01:08:04,323
เน้นการใช้งานนอกสถานที่ค่ะ

1150
01:08:05,119 --> 01:08:08,818
notebook มีไหม

1151
01:08:08,818 --> 01:08:11,268
เกิดทันไหม

1152
01:08:11,268 --> 01:08:13,264
วันนี้ยังมีไหมคะ

1153
01:08:13,264 --> 01:08:17,264
ใช้งานเฉพาะ

1154
01:08:19,641 --> 01:08:21,347
เฉพาะอย่าง

1155
01:08:21,347 --> 01:08:22,397
เก็บข้อมูล

1156
01:08:22,397 --> 01:08:25,270
เฉพาะอย่าง

1157
01:08:25,270 --> 01:08:27,699
ใช่มือถือไหม

1158
01:08:27,699 --> 01:08:31,699
มือถือทำได้มากกว่านี้ไหม

1159
01:08:31,792 --> 01:08:35,792
มือถือทำได้มากกว่า

1160
01:08:36,101 --> 01:08:39,440
วันนี้ทำได้แค่

1161
01:08:39,440 --> 01:08:40,706
จักรพันธ์ซื้อมาเครื่องนึง คุณก็มาติดตั้ง

1162
01:08:40,706 --> 01:08:44,706
ระบบ ถ้าเรียกว่าคอมพิวเตอร์นะมันต้องมี 1 OS

1163
01:08:48,660 --> 01:08:49,609
ไปไหนก็ช่างแต่ต้องมี OS

1164
01:08:49,609 --> 01:08:53,054
ถ้าเป็น PA มันก็จะมีโปรแกรมเฉพาะ

1165
01:08:53,054 --> 01:08:57,054
ของมัน

1166
01:08:57,384 --> 01:08:59,859
ซื้อ pda มาสำหรับเก็บข้อมูลประชากร

1167
01:08:59,859 --> 01:09:02,465
ว่าจะติดตั้ง โปรแกรมสำหรับเก็บข้อมูล

1168
01:09:02,465 --> 01:09:06,242
ค่าไฟ

1169
01:09:06,242 --> 01:09:07,363
ค่าน้ำ

1170
01:09:07,363 --> 01:09:08,680

1171
01:09:08,680 --> 01:09:11,308
พรินท์บิลเฉพาะของเขา

1172
01:09:11,308 --> 01:09:15,308
ก็มานะคะ คอมพิวเตอร์อย่างถูกฝังเข้าไปในอุปกรณ์ต่าง ๆ อีกเยอะแยะมากมาย

1173
01:09:20,769 --> 01:09:22,643
ที่มันสามารถทำงานได้ แบบ

1174
01:09:22,643 --> 01:09:24,305
internet of things

1175
01:09:24,305 --> 01:09:25,388
นาฬิกา

1176
01:09:25,388 --> 01:09:26,678
โทรศัพท์

1177
01:09:26,678 --> 01:09:28,281
ไมโครเวฟ

1178
01:09:28,281 --> 01:09:31,438
ไฟ

1179
01:09:31,438 --> 01:09:32,193
ที่เป็น Electronic devices

1180
01:09:32,193 --> 01:09:35,652
เราเรียกว่าเอ็มไป

1181
01:09:35,652 --> 01:09:36,660
embedded

1182
01:09:36,660 --> 01:09:40,660
คอมพิวเตอร์

1183
01:09:42,726 --> 01:09:44,167
การทำงานแบบระบบคอมพิวเตอร์ ที่ฝังอยู่ในอุปกรณ์นะคะ ที่ทำงานได้เฉพาะ

1184
01:09:44,167 --> 01:09:46,793
เฉพาะอย่าง

1185
01:09:46,793 --> 01:09:48,523
ประโยชน์

1186
01:09:48,523 --> 01:09:51,157
เยอะแยะมากมาย

1187
01:09:51,157 --> 01:09:53,587
หน่วยงานไหนที่ไม่ใช้

1188
01:09:53,587 --> 01:09:54,661
หรืองานอะไรที่ไม่ใช้

1189
01:09:54,661 --> 01:09:58,661
คอมพิวเตอร์บ้าง

1190
01:09:58,689 --> 01:10:02,689
เลี้ยงวัว

1191
01:10:04,473 --> 01:10:06,689
ทำอะไ

1192
01:10:06,689 --> 01:10:10,689
ร ใ

1193
01:10:10,950 --> 01:10:14,051
ช้โฆษณา

1194
01:10:14,051 --> 01:10:16,923
ขาย

1195
01:10:16,923 --> 01:10:20,923
คิดดีมาก

1196
01:10:24,702 --> 01:10:25,962
ถามว่าเลี้ยงวัวใช้คอมพิวเตอร์ทำอะไร ใช้เล่นเกมขณะที่ปล่อยวัวไปกินหญ้า

1197
01:10:25,962 --> 01:10:26,907
หายเครียด

1198
01:10:26,907 --> 01:10:30,907
เอาให้

1199
01:10:33,706 --> 01:10:33,930
วัวผ่อนคลาย

1200
01:10:33,930 --> 01:10:37,231
จะได้

1201
01:10:37,231 --> 01:10:41,231
มันดูเป็นระบบหร

1202
01:10:42,148 --> 01:10:45,663
ือ งานด้านไหนก็ใช้ประโยชน์คอมพิวเตอร์ทั้งนั้นน่ะ

1203
01:10:45,663 --> 01:10:49,663
ยิ่งตอนนี้นะ

1204
01:10:52,168 --> 01:10:56,168
แล้วคอมพิวเตอร์ในอนาคตจะเป็นยังไงเราว่า

1205
01:10:57,081 --> 01:11:00,169
อันนี้ไม่ใช่อนาคต และ

1206
01:11:00,169 --> 01:11:03,828
รู้ว่าสไลด์นี้ น่าจะปรับได้แล้ว

1207
01:11:03,828 --> 01:11:05,924
expert System มีเยอะแยะ วันนี้ค่ะ

1208
01:11:05,924 --> 01:11:08,166
หุ่นยนต์มีไหม

1209
01:11:08,166 --> 01:11:09,217
มันก็เลย

1210
01:11:09,217 --> 01:11:12,389
ยนต์ก็ยังไร้คนขับ

1211
01:11:12,389 --> 01:11:15,550
ไหมเราเนี่ย

1212
01:11:15,550 --> 01:11:19,550
สมัยเราคือสมัยนี้แหละ

1213
01:11:20,224 --> 01:11:24,224
ถามว่าเวลาเกิดอุบัติเหตุนี่

1214
01:11:24,800 --> 01:11:27,871
ิ เกิดเพราะรถยนต์หรือเกิดเพราะคนขับ

1215
01:11:27,871 --> 01:11:31,871
เพราะว่า

1216
01:11:34,028 --> 01:11:37,758
เบรคมันแต

1217
01:11:37,758 --> 01:11:38,835
ก เพราะว่ายางระเบิด

1218
01:11:38,835 --> 01:11:42,835
ถามว่าถ้าระบบในอนาคตนะคะรถยนต์เป็นระบบไร้คนขับ

1219
01:11:54,860 --> 01:11:58,860
เกิดอุบัติเหตุไหม

1220
01:11:59,075 --> 01:12:01,010
ระบบต้องเวิร์คนะ

1221
01:12:01,010 --> 01:12:02,537
มองข้ามช็อตไป

1222
01:12:02,537 --> 01:12:05,410
ไม่มีคนขับ

1223
01:12:05,410 --> 01:12:09,410
รถทุกคันมีเซ็นเซอร์รอบตัว

1224
01:12:14,512 --> 01:12:16,431
เรานึกถึง

1225
01:12:16,431 --> 01:12:20,431
ประเทศอื่นได้ไหม

1226
01:12:21,175 --> 01:12:25,175
covid ก็มา

1227
01:12:25,467 --> 01:12:27,568
ต้องใช้คนขับ

1228
01:12:27,568 --> 01:12:29,038
รถทุกคัน

1229
01:12:29,038 --> 01:12:31,287
ขับเอง

1230
01:12:31,287 --> 01:12:33,927
เราขึ้นไปนั่งปุ๊บ

1231
01:12:33,927 --> 01:12:35,885

1232
01:12:35,885 --> 01:12:37,318
คิดตาม จินตนาการตามไป

1233
01:12:37,318 --> 01:12:37,966
เพราะเราเป็นเอกคอมพิวเตอร์

1234
01:12:37,966 --> 01:12:40,874
ขึ้นไปนั่งปุ๊บ

1235
01:12:40,874 --> 01:12:41,770
ทำ

1236
01:12:41,770 --> 01:12:45,770

1237
01:12:46,458 --> 01:12:50,458
อย่างไร  สั่งงานด้วยเสียง

1238
01:12:50,870 --> 01:12:52,320
สั่งงานด้วยกันกับพริบตามันก็ดูเลวร้ายไปนะ

1239
01:12:52,320 --> 01:12:56,320
ทำงานด้วยเสียง

1240
01:12:58,625 --> 01:13:02,230
ขึ้นไปนั่งปุ๊บ

1241
01:13:02,230 --> 01:13:04,003
เราก็สั่งงานด้วยเสียง

1242
01:13:04,003 --> 01:13:06,341
เราจะไปไหน

1243
01:13:06,341 --> 01:13:08,460
ก็จะพาวิ่งไป

1244
01:13:08,460 --> 01:13:12,281
มีแม่ข้างทางไหม

1245
01:13:12,281 --> 01:13:15,004
ช่องทางไหม

1246
01:13:15,004 --> 01:13:17,040
ทำไร

1247
01:13:17,040 --> 01:13:21,040
ไปเช็กผลดำเนินการของป่าอเมซอนแถวปั๊ม

1248
01:13:26,715 --> 01:13:27,540
ว่าธุรกิจ

1249
01:13:27,540 --> 01:13:31,540
ดีไหม

1250
01:13:31,837 --> 01:13:35,837
แวะไปทุก

1251
01:13:36,668 --> 01:13:37,655
ปั๊ม ไปตรวจสอบผลดำเนินการว่าปั๊มนี้ขายดีไหม

1252
01:13:37,655 --> 01:13:41,655
ถ้าไร้คนขับในอุบัติเหตุจะน้อยลง

1253
01:13:43,675 --> 01:13:47,675
รถยนต์ที่ไร้คนขับมันก็คือหุ่นยนต์นะ

1254
01:13:49,979 --> 01:13:53,814
มีเซ็นเซอร์มันจะไม่มีชนกัน

1255
01:13:53,814 --> 01:13:55,579
ลูกคันก็จะเด้งออกอยู่ใกล้กันก็เด้งออก

1256
01:13:55,579 --> 01:13:57,049
ก็ดีเหมือนกันนะ

1257
01:13:57,049 --> 01:14:01,049
ฃ ตอนนี้เขามีอยู่นะ

1258
01:14:02,372 --> 01:14:03,824
ช่วยติดตาม ข่าวที่เป็นเทคโนโลยีใหม่ ๆ ไหมคะ

1259
01:14:03,824 --> 01:14:07,824
มักภาษีแพงกว่าตัวรถ

1260
01:14:11,468 --> 01:14:14,446
วันนี้ ก็เป็น

1261
01:14:14,446 --> 01:14:14,791
รอก็รอ

1262
01:14:14,791 --> 01:14:18,791
แข่งเรือดำน้ำมาเป็น

1263
01:14:21,056 --> 01:14:24,063
อย่าไปยุ่งกับเขาเลย

1264
01:14:24,063 --> 01:14:28,063
เราซื้อรถ

1265
01:14:33,595 --> 01:14:33,867
เยอะ

1266
01:14:33,867 --> 01:14:37,867
มาคราวนี้เรามาดู

1267
01:14:39,063 --> 01:14:43,063

1268
01:14:45,463 --> 01:14:49,463
Computer System ทีคำนี้นะคะ มันจะวนเวียนอยู่กับเรานี่แหละ

1269
01:14:50,168 --> 01:14:51,152
Hardware Software People and information

1270
01:14:51,152 --> 01:14:55,152
อนุมัติก็รอขี่กลับ

1271
01:14:56,030 --> 01:14:59,120
ป๋าจักรพันธ์แล้วกัน

1272
01:14:59,120 --> 01:15:03,120
แล้วป๊าจะเข้าทันก็

1273
01:15:03,534 --> 01:15:06,391
เพราะว่าเอารถยนต์ไร้คนขับไง

1274
01:15:06,391 --> 01:15:07,151
กลับบ้านวันศุกร์ถึงบ้านวันอาทิตย์อ่ะ

1275
01:15:07,151 --> 01:15:10,799
สำรวจ

1276
01:15:10,799 --> 01:15:13,700
ตำรวจ

1277
01:15:13,700 --> 01:15:17,148
ความไปอีกโลกหนึ่งเลย แล้วค่อยวนกลับมา

1278
01:15:17,148 --> 01:15:21,148
หุ่นยนต์ใช่ไหม

1279
01:15:22,915 --> 01:15:24,558
อันนี้องค์ประกอบของคอมนะคะ

1280
01:15:24,558 --> 01:15:28,558
ฮาร์ดแวร์คืออะไร

1281
01:15:30,661 --> 01:15:34,661
ห้ามตอบตามสไลด์

1282
01:15:37,219 --> 01:15:40,389
อะไรบ้างในห้องนี้ที่เป็นฮาร์ดแวร์ ต่อมาคนละ 1 อย่างห้ามซ้ำกัน

1283
01:15:40,389 --> 01:15:43,993
หัวชาร์จแบต

1284
01:15:43,993 --> 01:15:46,415
ห้ามซ้ำกัน

1285
01:15:46,415 --> 01:15:48,642
โทรศัพท์ Keyboard Mouse

1286
01:15:48,642 --> 01:15:51,087
อะแด็ปเตอร์

1287
01:15:51,087 --> 01:15:54,728
อยู่ห้องนี้ด้วยหรือ

1288
01:15:54,728 --> 01:15:56,319
หูฟัง

1289
01:15:56,319 --> 01:15:58,179
ลำโพง

1290
01:15:58,179 --> 01:16:00,116
หมดยัง

1291
01:16:00,116 --> 01:16:04,116
ไม่ค่ะ ยังไม่ได้ตอบ

1292
01:16:05,793 --> 01:16:07,987
อย่างที่

1293
01:16:07,987 --> 01:16:09,190
จับต้อง

1294
01:16:09,190 --> 01:16:11,258
มองเห็น

1295
01:16:11,258 --> 01:16:13,044
การที่อยู่

1296
01:16:13,044 --> 01:16:14,933
ตัวตน

1297
01:16:14,933 --> 01:16:16,237
นัด

1298
01:16:16,237 --> 01:16:19,269
นะคะ

1299
01:16:19,269 --> 01:16:21,488
แต่พอถามถึงฮาร์ดแวร์คอม

1300
01:16:21,488 --> 01:16:22,257
ก็คือสิ่งที่

1301
01:16:22,257 --> 01:16:24,712
ประกอบ

1302
01:16:24,712 --> 01:16:28,712
ตัวคอมพิวเตอร์นี่ล่ะนะคะ

1303
01:16:30,077 --> 01:16:34,077
นี่คือฮาร์ดแวร์คอมนะคะ

1304
01:16:34,809 --> 01:16:38,809
เดี๋ยวเราค่อยเรียนในรายละเอียด มันจะมีบทหนึ่งเลยพูดถึงฮาร์ดแวร์ทั้งหมดเลย

1305
01:16:39,410 --> 01:16:43,410
สมัยครูเรียนนี่การเรียนวิชาฮาร์ดแวร์นี่

1306
01:16:44,149 --> 01:16:45,555
วิชาที่เรียนรู้ด้วยตัวเองนะคะ

1307
01:16:45,555 --> 01:16:48,492
ไปในห้อง

1308
01:16:48,492 --> 01:16:49,541
หรือออกมาคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะ

1309
01:16:49,541 --> 01:16:51,442
กองไว้

1310
01:16:51,442 --> 01:16:54,084
ทุกคนประกอบ

1311
01:16:54,084 --> 01:16:56,823
กรอบ

1312
01:16:56,823 --> 01:16:58,685
พร้อมใช้งานได้

1313
01:16:58,685 --> 01:17:02,685
คือผ่านวิชานั้น

1314
01:17:02,701 --> 01:17:06,701
บางรักประกอบ

1315
01:17:07,133 --> 01:17:08,648
ทุกคนต้องสามารถม้างได้นะ

1316
01:17:08,648 --> 01:17:12,648
ครูถึงถามว่าทุกคนสามารถ

1317
01:17:14,884 --> 01:17:17,891
รื้อออกได้ใช่ไหม

1318
01:17:17,891 --> 01:17:18,425
รื้อได้ค่ะ แต่อยากให้ประกอบคืน

1319
01:17:18,425 --> 01:17:22,425
ไอ้น็อตจะ ชอบเหลือ

1320
01:17:26,024 --> 01:17:27,605
ถามว่าทำไมน็อตถึง

1321
01:17:27,605 --> 01:17:28,977
เวลาเราประกอบไป

1322
01:17:28,977 --> 01:17:32,349
มันไม่สวยไม่พอนะ

1323
01:17:32,349 --> 01:17:34,176
มันจะเหลือ

1324
01:17:34,176 --> 01:17:38,176
ออกมาเนี่ยมันพอดีนะ

1325
01:17:40,158 --> 01:17:42,769
เวลาเราประกอบคืนไป

1326
01:17:42,769 --> 01:17:45,150
มันเหมือนมันแยกออกมานะ

1327
01:17:45,150 --> 01:17:49,150
เหมือนมันเพิ่มปริมาณขึ้น มา

1328
01:17:49,173 --> 01:17:50,568
ทำไมไม่หาทำไมหาไม่เจอตรงช่องที่ต้องต่อน็อตตัวนี้

1329
01:17:50,568 --> 01:17:54,568
แล้วก็จะคิดเข้าข้างตัวเองว่าไม่เป็นไรเขาแถม

1330
01:17:55,577 --> 01:17:59,577
ใช้ไประยะหนึ่งตัวนั้นตัวนี้เริ่มหลุด

1331
01:18:02,167 --> 01:18:03,578
ฮาร์ดดิสก์เริ่มสั่น

1332
01:18:03,578 --> 01:18:05,172
เป็นแบบนั้น

1333
01:18:05,172 --> 01:18:09,172
พี่

1334
01:18:17,923 --> 01:18:21,923
เอาไว้ Control Hardware

1335
01:18:28,460 --> 01:18:32,460
แบบภาษาบ้าน ๆ

1336
01:18:32,474 --> 01:18:34,895
คือถ้าใช้โปรแกรมถ้าใช้คำว่าโปรแกรม

1337
01:18:34,895 --> 01:18:38,562
นะ มันสั้นไป

1338
01:18:38,562 --> 01:18:42,495
นะคะ ก็จะใช้คำว่า

1339
01:18:42,495 --> 01:18:44,623
การเขียนชุดคำสั่งที่เอาไว้ควบคุมให้ตัวอุปกรณ์มาทำงาน

1340
01:18:44,623 --> 01:18:45,323
อันนี้คือซอฟต์แวร์

1341
01:18:45,323 --> 01:18:49,096
มี 2 ประเภท

1342
01:18:49,096 --> 01:18:53,096
ใหญ่ ๆ เลย

1343
01:18:53,728 --> 01:18:57,728
ของตัวระบบเองครูบอกไปแล้วว่า

1344
01:18:59,828 --> 01:19:01,865
เป็นคอมพิวเตอร์จะต้องมี operating system จะเป็นของค่ายไหนก็ช่าง

1345
01:19:01,865 --> 01:19:03,778
ต้องมี OS

1346
01:19:03,778 --> 01:19:04,926
Rating System

1347
01:19:04,926 --> 01:19:08,855
2

1348
01:19:08,855 --> 01:19:12,855
ซอฟต์แวร์ประยุกต์

1349
01:19:13,013 --> 01:19:16,807
เดี๋ยวค่อยว่ากันนะคะ มันจะมีบทที่พูดถึงนี่อยู่

1350
01:19:16,807 --> 01:19:17,362
ก็รู้ว่าจะตอบก็เลยข้ามไป

1351
01:19:17,362 --> 01:19:21,362
ต่อไปนะคะ เพราะว่าเราเป็นพีเพิลแวร์ไหม

1352
01:19:26,477 --> 01:19:28,321
จะเป็น

1353
01:19:28,321 --> 01:19:29,009
นี่กำลังจะเป็นด้วยหรือ

1354
01:19:29,009 --> 01:19:33,009
เหมือนกับหุ่นยนต์ตั้งเวลาไว้ตอนนี้ยังไม่เป็นค่ะ

1355
01:19:34,924 --> 01:19:35,179
อีก 10 นาทีจะเป็น

1356
01:19:35,179 --> 01:19:39,179
มี 3 กลุ่มนะคะ

1357
01:19:40,363 --> 01:19:44,103
ก็อยู่ในกลุ่มไหนเอ่ย

1358
01:19:44,103 --> 01:19:45,215
ไม่อยู่กลุ่มที่ 2 หรือ

1359
01:19:45,215 --> 01:19:49,215
ผู้ชายทั่วไปนะคะ เราเรียก End User

1360
01:19:51,107 --> 01:19:53,565
ก็คือใช้

1361
01:19:53,565 --> 01:19:54,788
เขาจะทำอะไรก็ช่างเล่นเกมดูหนัง

1362
01:19:54,788 --> 01:19:55,959
อะไร

1363
01:19:55,959 --> 01:19:59,959
ไป กลุ่มที่ 2 เราเรียกกลุ่มผู้เชี่ยวชาญ

1364
01:20:02,278 --> 01:20:05,326
เราก็จะเจาะลงไปชั้นไหน

1365
01:20:05,326 --> 01:20:06,406
เชี่ยวชาญ ทางด้านการออกแบบระบบ

1366
01:20:06,406 --> 01:20:08,324
เขาก็จะเรียก

1367
01:20:08,324 --> 01:20:12,324
วิเคราะห์ วิเคราะห์ออกแบบระบบ

1368
01:20:20,166 --> 01:20:24,073
ถ้า

1369
01:20:24,073 --> 01:20:27,034
เราเชี่ยวชาญทางด้านการเขียนโปรแกรม เรียกว่า

1370
01:20:27,034 --> 01:20:31,034
โปรแกรมเมอร์

1371
01:20:31,944 --> 01:20:34,914
เชี่ยวชาญทางด้านการดูแลระบบเครือข่ายควบคุมนู่นนี่

1372
01:20:34,914 --> 01:20:36,426
มันก็จะมีสเต็ป

1373
01:20:36,426 --> 01:20:37,470
ความเชี่ยวชาญ

1374
01:20:37,470 --> 01:20:38,762
วันนี้

1375
01:20:38,762 --> 01:20:42,082
เราอยู่กลุ่มที่ 1

1376
01:20:42,082 --> 01:20:46,082
วันหน้าก็ไม่แน่เราอาจจะอยู่กลุ่มที่ 2

1377
01:20:46,719 --> 01:20:47,262
วันหน้าถัดไปอีกก็ไม่แน่เราอาจจะไปอยู่กลุ่มที่ 3

1378
01:20:47,262 --> 01:20:51,262
เขาคือหุ่นยนต์

1379
01:20:54,687 --> 01:20:58,687
ตอนนี้ เรามาพูดถึง กับ

1380
01:20:59,928 --> 01:21:02,087
information หน่อย

1381
01:21:02,087 --> 01:21:02,800
จริง ๆ ครูกันไปก่อนหน้านี้แล้วล่ะ

1382
01:21:02,800 --> 01:21:06,800
ข้อมูลกับสารสนเทศต่างกันอย่างไร

1383
01:21:11,278 --> 01:21:12,874
ขอให้นักศึกษา

1384
01:21:12,874 --> 01:21:13,825
ตัวอย่างละกัน

1385
01:21:13,825 --> 01:21:17,825
ยกตัวอย่าง 2 อย่าง คือ 1

1386
01:21:17,911 --> 01:21:19,209
ข้อมูล

1387
01:21:19,209 --> 01:21:23,209
แหล่งข้อมูลตัวนี้ไปเป็น information

1388
01:21:27,087 --> 01:21:30,515
นักศึกษาแต่ละคนห้ามตอบซ้ำกันนะคะ

1389
01:21:30,515 --> 01:21:34,515
ตัวอย่างข้อมูลดิบ

1390
01:21:37,601 --> 01:21:40,524
information จากข้อมูลดิบนั้น

1391
01:21:40,524 --> 01:21:41,414
ช่วยบอกโปรเซสมาด้วย

1392
01:21:41,414 --> 01:21:45,414
ว่าทำอย่างไรกับข้อมูลดิบตัวนี้เพื่อให้เป็น information

1393
01:21:49,228 --> 01:21:53,228
สุ่มจับฉลากเลยนะ

1394
01:21:55,555 --> 01:21:59,555
ห้ามตอบซ้ำกัน

1395
01:21:59,837 --> 01:22:00,220
ครูสุ่มมาแล้วกันเอาปากกาจิ้ม

1396
01:22:00,220 --> 01:22:04,220
สราวุธ

1397
01:22:05,547 --> 01:22:09,547
ใส่โค้ดลับมา

1398
01:22:21,682 --> 01:22:24,753
มันเป็น

1399
01:22:24,753 --> 01:22:27,567
นักศึกษา

1400
01:22:27,567 --> 01:22:31,567
ทำอย่างไรคะถึงจะเป็น information

1401
01:22:35,809 --> 01:22:39,809
ทำอย่างไรเอ่ย

1402
01:22:42,444 --> 01:22:46,444
รหัสนักศึกษานี้เป็นข้อมูลดิบหรือเป็น information แล้ว

1403
01:22:53,546 --> 01:22:56,667
งั้นแปลงกลับมา

1404
01:22:56,667 --> 01:23:00,667
เป็นข้อมูลดิบ

1405
01:23:02,900 --> 01:23:04,575
ชื่อก็คืออีกชื่อค่ะ

1406
01:23:04,575 --> 01:23:04,844
เอารหัสนักศึกษา

1407
01:23:04,844 --> 01:23:08,844
เอา

1408
01:23:11,818 --> 01:23:14,019
ใบ้ในรหัสนักศึกษาบอกอะไรบ้าง

1409
01:23:14,019 --> 01:23:17,351
มีอะไร

1410
01:23:17,351 --> 01:23:21,351
ปี พ.ศ. หรือปีการศึกษา

1411
01:23:23,568 --> 01:23:27,568
ปีการศึกษาที่

1412
01:23:29,023 --> 01:23:30,898
... ที่เราเข้า เราออก เราจบ เรา

1413
01:23:30,898 --> 01:23:34,721
... ปีที่เรา

1414
01:23:34,721 --> 01:23:37,086
สมัครเรียน

1415
01:23:37,086 --> 01:23:37,588
บอกอะไรอีก

1416
01:23:37,588 --> 01:23:41,588
ค่ะ

1417
01:23:45,911 --> 01:23:49,761
OK

1418
01:23:49,761 --> 01:23:53,414
ตัวนั้นน่ะ คือข้อมูลดิบ

1419
01:23:53,414 --> 01:23:56,895
information คือรหัสนักศึกษา

1420
01:23:56,895 --> 01:23:59,412
เอามารวมกันแล้วสื่อความหมายนะคะ

1421
01:23:59,412 --> 01:24:03,024
ถ้าแยกกันก็จะมี

1422
01:24:03,024 --> 01:24:04,741
ปีการศึกษา ที่เราสมัครเรียน

1423
01:24:04,741 --> 01:24:06,779
รหัสคณะ

1424
01:24:06,779 --> 01:24:08,449
รหัสสาขา

1425
01:24:08,449 --> 01:24:10,370
ห้อง

1426
01:24:10,370 --> 01:24:11,989
เลขที่

1427
01:24:11,989 --> 01:24:12,996
รวมกันปุ๊บ

1428
01:24:12,996 --> 01:24:16,746
แปลงร่าง

1429
01:24:16,746 --> 01:24:19,172
เป็นรหัสนักศึกษา เป็น information

1430
01:24:19,172 --> 01:24:21,121
ต่อไป

1431
01:24:21,121 --> 01:24:25,121
จิ้มใหม่แบบตั้งใจ

1432
01:24:25,190 --> 01:24:29,190
สัปดาห์

1433
01:24:34,760 --> 01:24:38,760
ข้อมูล information จากข้อมูลนั้นค่ะ

1434
01:24:50,774 --> 01:24:52,941
ย้อนกลับมาสราวุธก็ได้นะ

1435
01:24:52,941 --> 01:24:55,434
อัษฎาวุธนี่ บอก information ก่อน

1436
01:24:55,434 --> 01:24:58,585
ก็เลยไม่ให้ย้อนกลับไปเป็นข้อมูลดิบ

1437
01:24:58,585 --> 01:24:59,895
เรา

1438
01:24:59,895 --> 01:25:03,266
ยกตัวอย่างอะไรดีเอ่ย

1439
01:25:03,266 --> 01:25:06,389
1 อย่างค่ะ

1440
01:25:06,389 --> 01:25:10,389
เยอะค่ะในโลกนี้

1441
01:25:13,862 --> 01:25:15,499
เกริ่นมาก่อน เดี๋ยวค่อยบอกให้ว่ามันเป็นข้อมูลดิบหรือมันเป็น

1442
01:25:15,499 --> 01:25:19,499
information

1443
01:25:21,067 --> 01:25:25,067
ชื่อ

1444
01:25:26,920 --> 01:25:30,920
ชื่อนี้เป็นข้อมูลดิบหรือเป็น information

1445
01:25:33,072 --> 01:25:34,905
จะฝึกให้คิดแบบล้ำลึก

1446
01:25:34,905 --> 01:25:38,905
ชื่อเป็นอะไรคะ

1447
01:25:40,073 --> 01:25:41,874
information แล้ว

1448
01:25:41,874 --> 01:25:45,874
ข้อมูลดิบของชื่อล่ะคะ

1449
01:25:52,111 --> 01:25:56,111
ถ้าใช้หลักการเดียวกับสราวุธ

1450
01:25:58,025 --> 01:26:00,194
อธิบายมา

1451
01:26:00,194 --> 01:26:04,194
คือพอเป็น Charactor นี่ มันจะไปได้ 2 ทางมันไม่เหมือนตัวเลขนะคะ

1452
01:26:12,665 --> 01:26:16,665
จริง ๆ แล้วอ่ะ information ของระบบนี้มันอาจจะเป็นข้อมูลของระบบโน้น

1453
01:26:21,117 --> 01:26:25,117
อย่างเช่นเรามีข้อมูลดิบที่ไปก่อนนะ เดี๋ยวจะกลับมาถาม

1454
01:26:28,311 --> 01:26:31,439
เรามีข้อมูลดิบอยู่ก้อนหนึ่งนะคะ

1455
01:26:31,439 --> 01:26:32,881
เราก็เอามาโปรเซส

1456
01:26:32,881 --> 01:26:34,278
ได้สารสนเทศออกมา

1457
01:26:34,278 --> 01:26:38,278
เอาสารสนเทศตัวที่ 1 นี่

1458
01:26:38,460 --> 01:26:40,728
ไปเข้าระบบใหม่

1459
01:26:40,728 --> 01:26:43,377
ก็เป็นข้อมูลดิบของระบบนั้น

1460
01:26:43,377 --> 01:26:46,479
ไปโปรเซสอีกได้

1461
01:26:46,479 --> 01:26:48,951
สารสนเทศออกมาตัวที่ 2

1462
01:26:48,951 --> 01:26:51,104
เอาข้อมูลตัวที่ 2

1463
01:26:51,104 --> 01:26:52,478
ไปเข้า ระบบที่ 3

1464
01:26:52,478 --> 01:26:53,450
ประมวลผล

1465
01:26:53,450 --> 01:26:56,214
ได้ออกมา

1466
01:26:56,214 --> 01:27:00,214
information ของระบบถัดไป

1467
01:27:03,058 --> 01:27:05,657
แล้วแต่ ว่าเราจะอธิบายอย่างไร

1468
01:27:05,657 --> 01:27:09,657
ขึ้นอยู่กับว่าเราจะอธิบายไปข้างหน้า

1469
01:27:13,105 --> 01:27:15,544
อัษฎาวุธไปอยู่ปลายทาง

1470
01:27:15,544 --> 01:27:17,727
ย้อนกลับมาต้นทาง

1471
01:27:17,727 --> 01:27:19,844
มันไม่ผิด

1472
01:27:19,844 --> 01:27:21,198
มันขึ้นอยู่กับการวิเคราะห์

1473
01:27:21,198 --> 01:27:22,661
และ

1474
01:27:22,661 --> 01:27:24,854
อธิบายให้ครูฟัง

1475
01:27:24,854 --> 01:27:26,368
เพื่อนเข้าใจอ๋อ

1476
01:27:26,368 --> 01:27:29,513
มันคือ information นะ

1477
01:27:29,513 --> 01:27:33,213
จริง ๆ แล้วรหัสเป็นข้อมูลดิบก็ได้

1478
01:27:33,213 --> 01:27:34,427
แต่เราอธิบายย้อนกลับ

1479
01:27:34,427 --> 01:27:36,374
ก็ไม่ผิด

1480
01:27:36,374 --> 01:27:39,306
เราย้อนกลับไปวัดรหัส

1481
01:27:39,306 --> 01:27:41,032
เป็นการรวมกันระหว่างปีที่เขานู่นนี่นั่น

1482
01:27:41,032 --> 01:27:44,300
อันนี้ก็ได้

1483
01:27:44,300 --> 01:27:46,601
แต่ถ้าเกิดอัษฎาวุธ อธิบายต่อไปว่า

1484
01:27:46,601 --> 01:27:47,946
บอกรหัสเข้าไป

1485
01:27:47,946 --> 01:27:50,010
รหัสทั้งหมด

1486
01:27:50,010 --> 01:27:52,320
แล้วเอาไปจัดเรียง

1487
01:27:52,320 --> 01:27:53,183
เป็น

1488
01:27:53,183 --> 01:27:57,183
พ่อการจัดเรียงเสร็จ

1489
01:27:59,191 --> 01:28:01,198
เรียงจากมากไปน้อยน้อยไปมากมันก็เป็น information ไง

1490
01:28:01,198 --> 01:28:05,198
ตอนนี้มาที่ชื่อ

1491
01:28:06,865 --> 01:28:10,075
ฃ ชื่อของเราเป็น information ใช่ไหมคะ

1492
01:28:10,075 --> 01:28:10,650
หรือเป็นข้อมูลดิบที่เราตอบ

1493
01:28:10,650 --> 01:28:14,650
อันนี้คือฝึก

1494
01:28:17,531 --> 01:28:20,993
ฝึกวิเคราะห์

1495
01:28:20,993 --> 01:28:23,446
สรุปว่าชื่อเป็น

1496
01:28:23,446 --> 01:28:27,446
เดต้าหรือเป็น information

1497
01:28:30,092 --> 01:28:33,357
เป็น information งั้นย้อนกลับมา

1498
01:28:33,357 --> 01:28:35,835
ข้อมูลดิบของชื่อคือ

1499
01:28:35,835 --> 01:28:39,315
อะไร

1500
01:28:39,315 --> 01:28:40,507
วิธีการฝึก

1501
01:28:40,507 --> 01:28:44,507
คิดวิเคราะห์

1502
01:28:45,185 --> 01:28:46,856
ไม่ต้องซีเรียสนะคะคื อ

1503
01:28:46,856 --> 01:28:47,885
เอาตามที่เราคิด

1504
01:28:47,885 --> 01:28:49,413
ก่อน

1505
01:28:49,413 --> 01:28:51,544
หนูก็จะ

1506
01:28:51,544 --> 01:28:53,961
ให้กระบวนการในการคิดนะคะ

1507
01:28:53,961 --> 01:28:57,146
ฝึกคิด

1508
01:28:57,146 --> 01:29:01,146
ยังสิ

1509
01:29:11,683 --> 01:29:13,088
เราจะไม่ยอมไป

1510
01:29:13,088 --> 01:29:15,407
ข้อมูลอื่น

1511
01:29:15,407 --> 01:29:19,407
เอาแค่ชื่อค่

1512
01:29:22,747 --> 01:29:26,747
เะ เอกคอมพิวเตอร์ เป็นเอก

1513
01:29:27,105 --> 01:29:28,186
น้ำลึก

1514
01:29:28,186 --> 01:29:32,186
ต่อไป กลับคิดย้อนกลับไป

1515
01:29:36,328 --> 01:29:38,505
ชื่อเป็น information นะคะ

1516
01:29:38,505 --> 01:29:42,505
ข้อมูลดิบของชื่อคือ

1517
01:29:44,077 --> 01:29:48,077
พูดถึงบุคคลที่ 3

1518
01:29:48,312 --> 01:29:51,551
แยกออกมาเป็น

1519
01:29:51,551 --> 01:29:55,551
Charactor ไม่ใช่ตัวอักษรอย่างเดียวโอเคนั่งลง

1520
01:29:56,187 --> 01:29:57,922
น่าอยู่

1521
01:29:57,922 --> 01:30:01,394
อธิบายไม่ได้

1522
01:30:01,394 --> 01:30:03,905
เวลาทำข้อสอบ ครู

1523
01:30:03,905 --> 01:30:07,905
บอกไว้ก่อนเรายังจะเจอกันไปอีกนาน

1524
01:30:08,619 --> 01:30:08,777
อยู่นี่เป็นแบบตามจองล้างจองผลาญ ตั้งแต่ปี 1 ถึงปี 4  เลย

1525
01:30:08,777 --> 01:30:12,777
ก็จะเจอกันทุกเทอมเทอมโน้นเทอมนี้

1526
01:30:12,786 --> 01:30:14,672
จน

1527
01:30:14,672 --> 01:30:18,672
พี่ตอนนี้จำได้แค่หน้า

1528
01:30:20,302 --> 01:30:21,324
ไปก็จะชื่อและหน้านี้

1529
01:30:21,324 --> 01:30:23,363
ที่อยู่

1530
01:30:23,363 --> 01:30:27,363
รายชื่อนะคะ

1531
01:30:30,359 --> 01:30:32,660
เรามองที่จุดตั้งต้น

1532
01:30:32,660 --> 01:30:35,552
เป็น information ย้อนกลับไป

1533
01:30:35,552 --> 01:30:38,095
Charactor ที่มาประกอบเป็นชื่อ

1534
01:30:38,095 --> 01:30:39,695
Letter คือ

1535
01:30:39,695 --> 01:30:41,351
สละ

1536
01:30:41,351 --> 01:30:42,199
ตัวอักษร

1537
01:30:42,199 --> 01:30:44,425
วรรณยุกต์

1538
01:30:44,425 --> 01:30:48,425
ออกเสียงทั้งหมด

1539
01:30:48,548 --> 01:30:52,428
เรียกว่า

1540
01:30:52,428 --> 01:30:54,207
Charactor หาวิธีการนับใช้แลคเกอร์เช่นเอาชื่อใครดี

1541
01:30:54,207 --> 01:30:58,207
มีกี่ Cha

1542
01:31:03,286 --> 01:31:07,286
ractor ทศทิศ มี 3 พยางค์

1543
01:31:09,097 --> 01:31:12,850
มีกี่ชั้น

1544
01:31:12,850 --> 01:31:16,839
ชื่อสั้น

1545
01:31:16,839 --> 01:31:19,966
ๆ โหน่ง

1546
01:31:19,966 --> 01:31:23,891
ยัง

1547
01:31:23,891 --> 01:31:27,287
เราต้องมีหลักในการเดา

1548
01:31:27,287 --> 01:31:28,164
ครูบอกว่าทศทิศ

1549
01:31:28,164 --> 01:31:29,254
คือ

1550
01:31:29,254 --> 01:31:30,723
3 พยางค์เนาะ

1551
01:31:30,723 --> 01:31:34,430

1552
01:31:34,430 --> 01:31:36,798
character

1553
01:31:36,798 --> 01:31:37,562
อย่างไร

1554
01:31:37,562 --> 01:31:41,562
มี 4 ตัวอักษร กับ 1

1555
01:31:43,706 --> 01:31:47,028

1556
01:31:47,028 --> 01:31:48,834
ก็คือ 1 character นะคะ

1557
01:31:48,834 --> 01:31:52,834
นั้นถ้าคิดย้อนกลับไปนะคะ เราบอกว่าชื่อเป็น

1558
01:31:55,736 --> 01:31:58,207
information

1559
01:31:58,207 --> 01:32:02,207
ต้องย้อนกลับไปที่ฉัน

1560
01:32:02,680 --> 01:32:06,680
แต่ถ้าเกิดเราไม่ย้อนกลับไปเราบอกว่าชื่อเป็นข้อมูล

1561
01:32:06,953 --> 01:32:10,666
แล้วเราจะทำให้ชื่อนี่ไปเป็น information ได้อย่างไร

1562
01:32:10,666 --> 01:32:14,666
ความหมาย

1563
01:32:14,894 --> 01:32:15,913
ทำอย่างไร

1564
01:32:15,913 --> 01:32:19,913
แปลความหมายของชื่อออกมา

1565
01:32:21,717 --> 01:32:22,900
จากความหมายของชื่อตัวเองไหมคะ

1566
01:32:22,900 --> 01:32:26,900
มันจะมี

1567
01:32:29,974 --> 01:32:31,360
ชื่อที่แปลยากคือชื่อ

1568
01:32:31,360 --> 01:32:33,710
ผสม

1569
01:32:33,710 --> 01:32:35,009
คำพูดนี้ค่ะ

1570
01:32:35,009 --> 01:32:39,009
ก็จะแปล

1571
01:32:43,892 --> 01:32:45,402
บางทีคือคำนี้รวมกับคำนี้ คำนี้มีความหมายอย่างหนึ่ง คำนี้มีความหมายอีกอย่างนึงมารวมกันไม่ได้ แปลว่าความหมาย 2  อันนั้นมาต่อกันนะคะ

1572
01:32:45,402 --> 01:32:48,319
มันจะไปอีกอย่างนึง

1573
01:32:48,319 --> 01:32:52,319
ภาษาไทยก็ดิ้นได้

1574
01:32:52,434 --> 01:32:54,872
ออกเสียงเหมือนกันไม่จำเป็นต้องเขียนเหมือนกันนะ

1575
01:32:54,872 --> 01:32:56,911
ไม่จำเป็นต้องความหมายเหมือนกันนะ

1576
01:32:56,911 --> 01:33:00,911
เป็นข้อมูลดิบ

1577
01:33:03,543 --> 01:33:06,449
จะไปเป็น information เอาชื่อไปจัดเรียงเหมือนรหัสก็ได้

1578
01:33:06,449 --> 01:33:10,449
หรือแบ่งกลุ่มตามชื่อก็ได้

1579
01:33:12,731 --> 01:33:15,633
ก. ไก่ถึง ค.ควายอยู่กลุ่มที่ 1 อันนี้คือแบ่งกลุ่ม 3 ชื่อ

1580
01:33:15,633 --> 01:33:17,400
หรือเรียงจาก ก.ไก่ถึง ฮ.นกฮูก

1581
01:33:17,400 --> 01:33:18,226
อันนี้คือแบ่งกลุ่มตามชื่อ

1582
01:33:18,226 --> 01:33:22,226
ได้คำตอบข้อนี้ไปแล้ว

1583
01:33:24,889 --> 01:33:28,308
เอานี้

1584
01:33:28,308 --> 01:33:32,308
เรามาโยงกับคอมพิวเตอร์ดูนะคะ

1585
01:33:33,581 --> 01:33:34,472
ข้อมูลผาที่เราจะนำมาใช้กับคอมพิวเตอร์นี่ จะต้องมีการแปลงรูป

1586
01:33:34,472 --> 01:33:38,192
แปลงร่าง

1587
01:33:38,192 --> 01:33:40,302
ทำอย่างไรให้คอมพิวเตอร์เข้าใจ

1588
01:33:40,302 --> 01:33:43,472
เช่น

1589
01:33:43,472 --> 01:33:47,472
ภาษาที่เราพูดมันเป็นภาษาระดับสูงค่ะ

1590
01:33:47,809 --> 01:33:49,321
ภาษาที่เราเขียนโปรแกรม object ก็เป็นภาษาระดับสูง

1591
01:33:49,321 --> 01:33:53,321
เราคีย์คำสั่งเป็นภาษาอังกฤษ ของก็ไม่รู้นะ

1592
01:33:55,424 --> 01:33:58,284
กระทั่งเรากด

1593
01:33:58,284 --> 01:33:58,998
ก.ไก่ ก็ไม่รู้อ่ะค่ะ ว่าเป็น ก.ไก่

1594
01:33:58,998 --> 01:34:02,998
สิ่งที่คอมพิวเตอร์รับรู้คือ 01100011  อะไร

1595
01:34:05,926 --> 01:34:08,158
เลขฐานสอง

1596
01:34:08,158 --> 01:34:09,528
กด ก.ไก่

1597
01:34:09,528 --> 01:34:11,559
คอมต้องไปแปลง

1598
01:34:11,559 --> 01:34:12,250
ก.ไก่ นี่มันคือรหัส

1599
01:34:12,250 --> 01:34:13,815
อะไร

1600
01:34:13,815 --> 01:34:15,596
คอมถึงจะ

1601
01:34:15,596 --> 01:34:19,071
ทำงานตามคำสั่งได้

1602
01:34:19,071 --> 01:34:21,168
คอมพิวเตอร์ มันต้องประมวลผลเร็ว

1603
01:34:21,168 --> 01:34:21,888
เป็นวินาที

1604
01:34:21,888 --> 01:34:24,144
พิมพ์คีย์บอร์ด

1605
01:34:24,144 --> 01:34:28,144
กดทีละตัวไหม

1606
01:34:29,763 --> 01:34:32,729
เราเห็นกไก่ที่หน้าจอเลยไหม

1607
01:34:32,729 --> 01:34:35,392
เราคิดดูว่ามันจะต้องไปแปลง

1608
01:34:35,392 --> 01:34:39,392
สเต็ปถึงโชว์ไก่ขึ้นมา

1609
01:34:39,974 --> 01:34:42,150

1610
01:34:42,150 --> 01:34:43,757
แล้วมนุษย์ล่ะ

1611
01:34:43,757 --> 01:34:46,644
1 วิแล้วทำอะไรได้บ้าง

1612
01:34:46,644 --> 01:34:50,644
ยังไม่ได้ขยับ

1613
01:34:52,026 --> 01:34:52,791
กระพริบตายังไม่ลืมคืนหลับตาลงยังไม่ลืมตาขึ้น 1 วิ

1614
01:34:52,791 --> 01:34:55,389
นะคะ

1615
01:34:55,389 --> 01:34:57,978
ปต่คอมนี่ประมวลผลบ้าง

1616
01:34:57,978 --> 01:34:58,886
หลายคำสั่ง

1617
01:34:58,886 --> 01:35:02,886
ค

1618
01:35:04,949 --> 01:35:08,949
ราวนี้เรามาดูตัวนี้นะคะ

1619
01:35:09,965 --> 01:35:12,195
อันนี้คือข้อมูลในรูปของตัวเลขฐานสอง

1620
01:35:12,195 --> 01:35:14,951
1

1621
01:35:14,951 --> 01:35:18,951
ไบต์ ถ้าเราเปิดสวิตช์จะเป็นออนทั้งหมด

1622
01:35:20,734 --> 01:35:21,733
แทนด้วย

1623
01:35:21,733 --> 01:35:25,733
1

1624
01:35:26,171 --> 01:35:28,282
คอมพิวเตอร์รับรู้แค่สถานะทางไฟฟ้า

1625
01:35:28,282 --> 01:35:32,282
ออนกับออฟ เพราะคอมพิวเตอร์คืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์

1626
01:35:34,783 --> 01:35:37,820
ไม่รู้หรอกค่ะ ว่าเราพิมพ์ ก.ไก่ ข.ไข่ ค.ควาย   ไม่รู้

1627
01:35:37,820 --> 01:35:40,779
รู้แค่ว่า 01101100

1628
01:35:40,779 --> 01:35:42,550
ก็ไปแปลง 0110 นี่คือ

1629
01:35:42,550 --> 01:35:44,733
1 นี่คือ

1630
01:35:44,733 --> 01:35:46,587
2 นะอย่างนี้ค่ะ

1631
01:35:46,587 --> 01:35:50,587
เป็นอ่อนทั้งหมด

1632
01:35:52,005 --> 01:35:54,598
คอมพิวเตอร์ก็จะรับรู้ว่ามันคือรหัสแอสกี้นี้นะคะ

1633
01:35:54,598 --> 01:35:55,179
ตัวนี้เราเรียกว่า ascus

1634
01:35:55,179 --> 01:35:59,179
โพสต์

1635
01:36:01,062 --> 01:36:03,678
ก็จะแปลงค่ะเราพิมพ์เลข 0 ของก็ไม่ได้รู้นะคะ

1636
01:36:03,678 --> 01:36:04,400
ไปแปลงเป็นโค้ดไบนารี่ก่อน

1637
01:36:04,400 --> 01:36:06,574
0

1638
01:36:06,574 --> 01:36:09,784
ด้วย

1639
01:36:09,784 --> 01:36:10,533
วิธีเช็กโค้ดว่าอะไร

1640
01:36:10,533 --> 01:36:14,533
ด้วย 00110000

1641
01:36:17,953 --> 01:36:20,132
1 ไบต์มีทั้งหมด

1642
01:36:20,132 --> 01:36:22,261
8

1643
01:36:22,261 --> 01:36:22,551
บิต ไม่ได้ใช้

1644
01:36:22,551 --> 01:36:26,551
8 Bit น่ะ

1645
01:36:27,160 --> 01:36:29,043
1 ตัวนี้คือ 1

1646
01:36:29,043 --> 01:36:33,043
ไบต์ อันนี้เดี๋ยวจะให้คำนวณชื่อตัวเองนะ

1647
01:36:35,858 --> 01:36:39,288
1 ตัวนะคะ 1 ตัวเรียกว่า 1 ไบ

1648
01:36:39,288 --> 01:36:43,288
ต์ 1 ไบต์ ก็คือ 8 Bit

1649
01:36:46,029 --> 01:36:49,351
character 1 ตัวเราจะเรียกว่า 1

1650
01:36:49,351 --> 01:36:52,031
ไบต์ 1 ไบต์ มีขนาด 8 บิต

1651
01:36:52,031 --> 01:36:56,031
ชื่อจักรพันธ์มีทั้งหมดกี่

1652
01:36:58,800 --> 01:37:02,800
บิต ชื่อตัวเองเอาแค่ชื่อค่ะ

1653
01:37:05,023 --> 01:37:07,262
ให้คำนวณชื่อตัวเองเป็น

1654
01:37:07,262 --> 01:37:10,799
บิต อยากไป

1655
01:37:10,799 --> 01:37:14,799
จำนวนใบของชื่อตัวเองมาก่อน

1656
01:37:15,453 --> 01:37:18,401
มีทั้งหมดกี่

1657
01:37:18,401 --> 01:37:20,160
ไบต์ คือ 1 character

1658
01:37:20,160 --> 01:37:21,240
ใช่ไหมคะ

1659
01:37:21,240 --> 01:37:25,240

1660
01:37:25,266 --> 01:37:27,452
อย่างไร

1661
01:37:27,452 --> 01:37:30,746
วิธีคิดนะ

1662
01:37:30,746 --> 01:37:32,640
อาทิตย์

1663
01:37:32,640 --> 01:37:35,122
มีทั้งหมดกี่

1664
01:37:35,122 --> 01:37:36,346
ไบต์ 5

1665
01:37:36,346 --> 01:37:40,346
ไบต์ คิดเป็นกี่บิต

1666
01:37:43,355 --> 01:37:44,659
1 ไบต์เท่ากับ 8 บิต

1667
01:37:44,659 --> 01:37:48,659
วิธีการไม่เอาคำตอบ

1668
01:37:52,118 --> 01:37:54,146
1 ไบต์เท่ากับ 8 บิต

1669
01:37:54,146 --> 01:37:57,251
ชื่อเรามีทั้งหมดกี่

1670
01:37:57,251 --> 01:38:01,251
ไบต์คุณ 8 เข้าไปเป็น

1671
01:38:01,344 --> 01:38:03,620
มีทั้งหมดกี่ไบ

1672
01:38:03,620 --> 01:38:04,684
ต์

1673
01:38:04,684 --> 01:38:07,628
1  ไบต์ค่ะ

1674
01:38:07,628 --> 01:38:08,895
ก็คือตัวเลข

1675
01:38:08,895 --> 01:38:10,126
แต่ละ

1676
01:38:10,126 --> 01:38:13,354
สถานะ

1677
01:38:13,354 --> 01:38:15,828
50110 อะไรพวกนั้นน่ะ

1678
01:38:15,828 --> 01:38:19,828
1 character มีค่าเท่ากับ 1 ไบ

1679
01:38:25,189 --> 01:38:26,075
ต์ 1 ไบต์มีค่าเท่ากับ

1680
01:38:26,075 --> 01:38:30,013
8 Bit

1681
01:38:30,013 --> 01:38:32,670
ร้านวิธีคิดไม่เอาคำตอบเอาวิธีคิด

1682
01:38:32,670 --> 01:38:33,422
นับถือ

1683
01:38:33,422 --> 01:38:36,415
ตัว

1684
01:38:36,415 --> 01:38:37,896
แล้วตอบว่ากี่ Chapter

1685
01:38:37,896 --> 01:38:41,896
1 ช้อนโต๊ะเท่ากับ 1 ไหมอ่ะ

1686
01:38:42,187 --> 01:38:46,187
วิธีการคิดเราก็ต้องนับว่ากี่ Chapter ก็คือเท่ากับกี่ไบต์

1687
01:38:49,605 --> 01:38:51,276
คุณแปลกเข้าไปเป็น

1688
01:38:51,276 --> 01:38:51,984
วิธีคิดแบบนี้

1689
01:38:51,984 --> 01:38:55,984
งั้นไม่ถามเพราะคิดแล้ว

1690
01:38:57,108 --> 01:39:00,841
ครูบอกว่าไม่เอาคำตอบไงเอาวิธีคิด

1691
01:39:00,841 --> 01:39:04,841
แต่งหน้าเยอะแยะมากมา

1692
01:39:08,247 --> 01:39:12,247
ย

1693
01:39:12,859 --> 01:39:15,039
ทำแบบฝึกหัดส่งด้วยนะเด็ก ๆ

1694
01:39:15,039 --> 01:39:18,627
ส่งวันไหนดี

1695
01:39:18,627 --> 01:39:21,829
เอาวิธีที่ถนัด

1696
01:39:21,829 --> 01:39:24,303
พิมพ์แล้วส่งไฟล์

1697
01:39:24,303 --> 01:39:26,711
ส่งที่ไหนเอ่ย

1698
01:39:26,711 --> 01:39:28,992
ตรงไหนคะ

1699
01:39:28,992 --> 01:39:31,233
Classroom ส่งให้ถูกที่นะคะ

1700
01:39:31,233 --> 01:39:35,233
รวมตัวไหน

1701
01:39:35,532 --> 01:39:39,532
แบบฝึกหัดบทที่ 1

1702
01:39:39,681 --> 01:39:43,681
ทำเผื่อได้ไหมตอนนี้ยังไม่เห็นสไลด์

1703
01:39:46,475 --> 01:39:50,475
ครูมีความ

1704
01:39:52,043 --> 01:39:52,280
รำลึก

1705
01:39:52,280 --> 01:39:56,280
ตัวนักศึกษา

1706
01:40:02,233 --> 01:40:05,023
เครียด

1707
01:40:05,023 --> 01:40:06,514
โพสต์สไลด์ทุกบท

1708
01:40:06,514 --> 01:40:07,979
ไปนั่งทำ

1709
01:40:07,979 --> 01:40:11,687
ครูก็เลยโพสต์แบบฝึกหัดไว้

1710
01:40:11,687 --> 01:40:13,560
มี 6 บทนะ

1711
01:40:13,560 --> 01:40:17,560
แกให้ทำทีละบท

1712
01:40:17,761 --> 01:40:20,327
โพสต์บทที่ 1 ให้

1713
01:40:20,327 --> 01:40:21,601
แล้ว

1714
01:40:21,601 --> 01:40:24,636
นะคะ

1715
01:40:24,636 --> 01:40:25,255
ก็เคยเป็นนักศึกษามาก่อนนะ

1716
01:40:25,255 --> 01:40:29,255
ครูก็จะคิดล้ำลึกกว่าอัษฎาวุธไป 1 Step

1717
01:40:31,277 --> 01:40:33,441
บทที่ 1 ให้เสร็จก่อน

1718
01:40:33,441 --> 01:40:37,441
ภายในวันไหนดี

1719
01:40:42,870 --> 01:40:46,427
ใช้เวลาทำนานไหม

1720
01:40:46,427 --> 01:40:50,427
ส่งภายในวันนี้ ให้ 2 คะแนนค่ะไม่ได้ทำฟรี

1721
01:40:53,570 --> 01:40:56,586
ครูตรวจเสร็จ

1722
01:40:56,586 --> 01:40:59,955
ก็จะมี Comment ให้ผิดข้อนั้นข้อนี้ก็นู้น

1723
01:40:59,955 --> 01:41:03,233
วันไหนดี

1724
01:41:03,233 --> 01:41:05,291
วันนี้วันที่

1725
01:41:05,291 --> 01:41:07,792
15 ค่ะ

1726
01:41:07,792 --> 01:41:11,792
เราจะส่งวันไหน

1727
01:41:12,072 --> 01:41:13,416
เราต้องส่ง

1728
01:41:13,416 --> 01:41:16,032
ก่อนเรียน

1729
01:41:16,032 --> 01:41:20,032
คิดว่าการบ้านบทนี้จะทำเมื่อไหร่

1730
01:41:24,657 --> 01:41:28,657
จะใช้เวลาทำนานไหม

1731
01:41:30,754 --> 01:41:32,587
8 ข้อ

1732
01:41:32,587 --> 01:41:36,587
นี้นะ ทำไมหลายวิชามันถึงมากองรวมกัน

1733
01:41:39,256 --> 01:41:43,256
ทำไมแต่ละวิชามันถึงไม่มี section ของตัวเอง เช่น

1734
01:41:46,662 --> 01:41:47,794
อาจารย์สั่งวันนี้

1735
01:41:47,794 --> 01:41:51,308
ตอนเย็นก็เสร็จ

1736
01:41:51,308 --> 01:41:54,619
วันนี้เรียนกี่วิชา

1737
01:41:54,619 --> 01:41:56,643
แล้วไปรวมกับใครอีก

1738
01:41:56,643 --> 01:42:00,643
ทำไมวิชาอาทิตย์ที่แล้วมันถึงไม่แยกออกไปเป็นอาทิตย์ที่แล้ว

1739
01:42:03,716 --> 01:42:07,716
ให้ส่งวันนี้ก่อน 6 ทุ่ม

1740
01:42:11,560 --> 01:42:15,560
เพราะว่าครูมีความสงสารนักศึกษาที่งานจะไปกองรวมกัน

1741
01:42:24,943 --> 01:42:28,943
ครูก็เลยตัดวิชาครูออกมาปุ๊บ

1742
01:42:31,501 --> 01:42:34,534
วันนี้

1743
01:42:34,534 --> 01:42:38,534
ครูถึงถามไงว่า

1744
01:42:44,162 --> 01:42:48,162
ถ้าครูสั่งการบ้านวันนี้คุณจะทำเมื่อไหร่

1745
01:42:49,422 --> 01:42:53,422
งั้นใจดีกว่านั้น ให้ส่งก่อนกลับ

1746
01:42:56,361 --> 01:42:56,805
ก่อนกลับวันนี้

1747
01:42:56,805 --> 01:43:00,805
งานจะได้ไม่ไปกอง

1748
01:43:05,085 --> 01:43:09,085
ไปหมดเลยทีนี้

1749
01:43:12,110 --> 01:43:15,506
เราเหลือเวลา 1 ชั่วโมงก่อนกลับ 8 ข้อ

1750
01:43:15,506 --> 01:43:19,506
requirement มันจะเริ่มน้อยลงตื้อ ๆ

1751
01:43:23,049 --> 01:43:24,385
ล่าตอนแรก

1752
01:43:24,385 --> 01:43:25,987
22 ครับ

1753
01:43:25,987 --> 01:43:27,192
ครูก็บอก

1754
01:43:27,192 --> 01:43:30,410
จะทำวันไหน

1755
01:43:30,410 --> 01:43:31,976
ออกไม่ได้

1756
01:43:31,976 --> 01:43:33,717
วันเสาร์ก็ได้

1757
01:43:33,717 --> 01:43:37,717
วันอาทิตย์ก็ได้

1758
01:43:38,869 --> 01:43:39,227
เห็นไหมครูหันไปดูเวลา

1759
01:43:39,227 --> 01:43:43,227
15:00 น. เองหรือ

1760
01:43:45,622 --> 01:43:47,446
แค่ 8 ข้อใช้เวลาไม่ถึง 30 นาที เปิด

1761
01:43:47,446 --> 01:43:50,727
บทขึ้นมาค่ะ

1762
01:43:50,727 --> 01:43:52,933
ทำให้เสร็จแล้วค่ะ ก่อนกลับ

1763
01:43:52,933 --> 01:43:56,933
งานครูจะได้ไม่ไปกอง อยู่

1764
01:43:57,027 --> 01:44:00,253
ครูหวังดีนะนี่

1765
01:44:00,253 --> 01:44:04,253
ความสงสารพวกเราที่งานเยอะ

1766
01:44:07,221 --> 01:44:09,383
เนื้อหาโอเคมีคำถามไหมคะ

1767
01:44:09,383 --> 01:44:13,383
มีแต่เดินหน้าอย่างเดียว ไม่เคยถอยหลังกลับไ

1768
01:44:23,326 --> 01:44:27,326
ป โอเคงานฃ ให้สาขาทำแบบฝึกหัดนะ

1769
01:44:30,278 --> 01:44:31,281
งั้นก็ขอบคุณพี่ล่ามก่อนนะ วันนี้เราใช้ล่ามออนไลน์นะคะ ขอบคุณมากนะคะ

1770
01:44:31,281 --> 01:44:33,717
สิ้นสุด

1771
01:44:33,717 --> 01:44:34,814
ตอนนี้ เราให้เด็กทำแบบฝึกหัด

1772
01:44:34,814 --> 01:44:38,814
ค่ะ ขอบคุณค่ะ

1773
01:45:14,987 --> 01:48:08,554

1774
01:44:36,265 --> 01:44:40,265
เป็นส่งช้าค่ะ คะแนนก็จัด 2 ก้อน

