[เสียงดนตรี] [เสียงดนตรี] (คุณครูวิทยา) สวัสดีนักเรียนที่อนักเรียนที่อยู่ปลายทางที่น่ารัก ทุกครเลยนะครับ สำหรับวันนี้กลับมาพบกันเช่นเดิม วิชาการงานอาชีพ ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 นะครับ ได้พบกับครูวิ วิทยา ปัญญายืน นะครับ (คุณครูสุนทรี) และครูนก สุนทรี สาธุภาพค่ะ เตรียมสมุดขึ้นมาค่ะ แล้วก็เขียนวันที่ให้เรียบร้อยด้วยค่ะ สำหรับในวันนี้นะคะ เราจะมาเรียนรู้กันในเรื่องของการบันทึกบัญชีรายรับรายจ่าย ภายในครอบครัวค่ะ ซึ่งก่อนที่เราจะได้เรียนรู้กันนั้น เราต้องทราบจุดประสงค์การเรียนรู้ในวันนี้กันก่อนค่ะ (คุณครูวิทยา) สำหรับจุดประสงค์การเรียนรู้ในวันนี้นะครับ มีอยู่ทั้งหมด 5 ข้อนะครับ ประกอบไปด้วยอะไรบ้างครับครูนก (คุณครูสุนทรี) สำหรับข้อที่ 1 นะคะ นักเรียนสามารถอธิบายวิธีการบันทึกรายรับ รายจ่ายของครอบครัวได้ ข้อที่ 2 ค่ะ นักเรียนสามารถเขียนบันทึกรายรับรายจ่ายของครอบครัวได้ ข้อที่ 3 ค่ะ นักเรียนเห็นประโยชน์ของการบันทึกบัญชี รายรับ-รายจ่าย ของครอบครัวได้ ซึ่งคุณครูเชื่อว่านะคะ จุดประสงค์ของเรา 3 ข้อนี้ไม่ยากอย่างที่คิดอย่างแน่นอนค่ะ (คุณครูวิทยา) ถูกต้องแล้วครับ สำหรับวันนี้นะครับ ครูวิมีคำถามชวนคิดนะครับ มาถามนักเรียนที่อยู่ปลายทางนะครับ นักเรียนคิดว่าการทำบัญชีรายรับ รายจ่าย หมายถึงอะไรครับ ทบทวนคำถามอีก 1 ครั้งนะครับ นักเรียนคิดว่าการทำบัญชีรายรับรายจ่ายหมายถึงอะไรครับ นักเรียนคนไหนได้คำตอบแล้ว ยกมือนะครับ แล้วก็ตอบคำตอบนั้นกับครูปลายทางได้เลยครับ [เสียงดนตรี] .(คุณครูวิทยา) ฟังจากคำตอบจากนักเรียนปลายทางไปแล้วนะครับ นักเรียนก็ให้คำตอบได้หลายกหลายนะครับ เรามาปรบมือให้นักเรียนปลายทางdกันบ้างนะครับ เก่งสุดยอดเลยนะครับ ก่อนอื่นนั้นนะครับ เราต้องรู้ความหมายกันก่อนนะครับ การบันทึกรายรับรายจ่ายนั้นนะครับ หมายถึงการบันทึกรายละเอียดการรับหรือการจ่ายเงินในชีวิตประจำวันของเรา สามารถทำได้เป็นรายวัน รายสัปดาห์ รายเดือน หรืออาจจะเป็นรายปีก็ได้นะครับ ครูนกครับ เวลาที่เราทำบันทึกรายรับรายจ่ายนี่ เราแนะนำให้นักเรียนปลายทางนะครับ ทำเป็นรายวันมากกว่านะครับ (คุณครูสุนทรี) เพราะว่าถ้าเกิดเราทำเป็นรายสัปดาห์นะคะ ของเมื่อวานนี้ของเมื่อวานซืนเราก็จะลืมแล้วค่ะ ถ้าเราบันทึกเป็นวัน ตั้งแต่เช้ามาถึงตอนเย็นแล้วเราบันทึกเลย จะทำให้เราทำไมคะ ยังจำได้อยู่นะคะ ฉะนั้น ครูนกเชื่อว่าถ้าเกิดทำเป็นรายวันจะย่อมดีกว่าแน่นอนค่ะ (คุณครูวิทยา) ถูกต้องนะครับ เรามาดูความสำคัญของการบันทึกรายรับรายจ่ายกันบ้างนะครับ ในข้อที่ 1 นั้นนะครับ เป็นข้อมูลเตือนความจำ ว่าสมาชิกในครอบครัวเรานั้น ใช้จ่ายอะไรบ้าง ยกตัวอย่างเช่น วันนี้ครูวิไปตลาดใช่ไหมครับ ครูวิเป็นส่วนหนึ่งในครอบครัว ครูวิก็จะไปซื้อไข่ ซื้อผลไม้ หรืออาจจะเป็นเสื้อผ้าต่าง ๆ นะครับ อันนี้ก็อาจจะเป็นการเตือนความจำเราได้ด้วยนะครับ (คุณครูสุนทรี) สำหรับในข้อ 2 นะคะ เป็นข้อมูลที่ช่วยในการวางแผนค่าใช้จ่ายในครอบครัวนะคะ ครูนกก็ทำไมคะ มีครอบครัวอยู่แล้ว ถ้าเกิดว่าวันไหนเราไม่ทำกับข้าวเอง เราไปทานนอกบ้าน ไปทานอาหารจานเดียว อย่างง่าย ๆ เลยค่ะ อาหารจานเดียว เริ่มต้นที่ 30 บาท ทานกัน 4 คน คนละ 1 จาน เป็นเงินกี่บาทคะ (คุณครูวิทยา) นักเรียนตอบเสียงดัง 20 บาทครับ (คุณครูสุนทรี) เราหุงข้าวเอง เราซื้อกับข้าวมาทำ ทำไมคะ อาจจะซื้อไม่ถึง 120 บาท แต่ครูเชื่อว่าผักหรือสิ่งของที่เราซื้อมานะคะ ยังสามารถที่จะทำเมนูอื่น ๆ ได้ด้วยค่ะ (คุณครูวิทยา) ต่อมานะครับ ในข้อที่ 3 นะครับ เป็นข้อสำคัญในากเลือกซื้อสินค้านะครับ เวลาเราบันทึกไปแล้วนะครับ เราก็จะเห็นเลยนะครับ เห็นข้อแตกต่างของสินค้า ไปซื้อร้านนั้น 20 บาท ไปซื้อร้านนั้น 30 บาทนะครับ ก็จะเป็นข้อมูลสำคัญเลย ในการเลือกซื้อสินค้าต่อไปครับ (คุณครูสุนทรี) แล้วก็ยังมีอีกค่ะ บางครั้งค่ะ เวลาเราซื้อห่อเล็ก เด็ก ๆ เชื่อว่ามันจะต้องแพงกว่าห่อใหญ่ใช่ไหมคะ แต่ก็ไม่เสมอไปนะคะ นักเรียนสามารถใช้วิธีการเทียบบัญญัติไตรยางศ์ได้นะคะ นั้นจะกี่บาท แล้วก็ปริมาณกรัมของห่อใหญ่กี่บาท ซึ่งเราสามารถเปรียบเทียบได้ ไม่ว่าจะเป็นสบู่หรือเป็นยาสระผมนะคะ บางทีขวดเล็กนะคะ จะถูกกว่าขวดใหญ่ด้วยซ้ำนะคะ ต้องลองดูนะคะ (คุณครูวิทยา) มาถึงช่วงคำถามชวนคิดนะครับ ขอให้นักเรียนที่อยู่ปลายทางยืดตัวให้ตรงนะครับ แล้วตั้งสตินะครับ ฟังคำถามชวนคิดอีก 1 คำถามนะครับ อีก 1 คำถามนะครับ นักเรียนคิดว่าการทำบัญชีรายรับรายจ่าย ควรมีข้อมูลอะไรบ้าง ทบทวนคำถามอีก 1 ครั้งนะครับ การทำบัญชีรายรับรายจ่าย ควรมีข้อมูลอะไรบ้างครับ [เสียงดนตรี] (คุณครูวิทยา) เมื่อสักครู่นะครับ นักเรียนที่อยู่ปลายทาง ตอบเสียงดังชัดเจนเลยนะครับ เรามาฟังคำตอบจากครูนกกันบ้างนะครับ ว่าข้อมูลในการทำบัญชีรายรับรายจ่ายจะมีอะไรบ้างครับ (คุณครูสุนทรี) เด็กบอกว่าอย่างแน่นอนเลยค่ะ ต้องมีตัวเลขของรายรับและรายจ่ายใช่ไหมคะ เยี่ยมมากเลยค่ะ มีอะไรอีกคะ รายการที่ซื้อ อะไรอีกคะ เงินคงเหลือ อะไรอีกนะคะ อีกนิดหนึ่ง อีกนิดหนึ่งค่ะ วัน เดือน ปี ที่ซื้อค่ะครูวิ (คุณครูวิทยา) เก่งมาก ๆ เลยนะครับ เรามาดูส่วนเนื้อหากันบ้างนะครับ สำหรับการบันทึกรายรับ รายจ่ายนั้นนะครับ จะมีองค์ประกอบดังนี้นะครับ ข้อที่ 1 เลยนะครับ เหมือนที่ครูนกได้เกริ่นไว้เมื่อสักครู่นะครับ วัน เดือน ปี หมายถึง วัน เดือน ปี ที่รับเงิน หรือวัน เดือน ปี ที่จ่ายเงินซื้อสิงของต่าง ๆ เป็นต้นนะครับ เอ๊ะ อยู่ในช่องไหนครับนักเรียน เก่งมากเลยนะครับ อยู่ในช่องด้านหน้านั่นเองนะครับ ตัวอย่างที่เราเห็น ก็คือวันที่ 23 มีนาคม 2565 นะครับ นี่ก็เป็น 1 วันใช่ไหมครับครูนก (คุณครูสุนทรี) ใช่ค่ะ ซึ่งตรงนี้นะคะ อาจจะใช้เป็นตัวย่อก็ได้ค่ะ อาจจะใช้เป็น 23 เดือนมีนานี่เขาจะย่อเป็นตัวเลข จะย่อได้ว่าอย่างไรคะ (คุณครูวิทยา) เป็น 03 ครับ (คุณครูสุนทรี) 03 ย่อมาจากอะไรคะครูวิ ย่อมาจากอะไรครับ (คุณครูสุนทรี) เด็ก ๆ ตอบแล้วค่ะ คือเดือนที่ 3 นะคะ แล้วทางด้าน พ.ศ. ค่ะ อาจจะใช้ย่อได้อีกค่ะ ก็คืออาจจะใช้แค่ปี 65 ก็ได้นะคะ อันนี้ก็ต้องแล้วแต่ด้วยนะคะ พื้นที่ที่เราตีตารางไว้เพียงพอหรือไม่นะคะ แต่สิ่งสำคัญเราจะต้องมี วัน เดือน ปี ด้วยนะครับ (คุณครูสุนทรี) ใช่ค่ะ ส่วนที่ 2 ค่ะ ส่วนของรายการนะคะ ก็คือรายละเอียดของการรับนะคะ ของรายจ่ายด้วยค่ะ ซึ่งถ้าเกิดไม่มีรายการนะคะ เราก็จะจำไม่ได้ค่ะ ว่า เอ๊ะ เราซื้ออะไรมา หรือเรารับเงินค่าอะไรมา ซึ่งการที่เรามีรายการนะคะ จะเป็นการช่วยให้เราใช้จ่ายเงินนะคะ ได้อย่างถูกต้องค่ะ รายรับ ก็หมายถึงจำนวนเงินที่ได้รับในแต่ละวัน ในแต่ละสัปดาห์ นักเรียนเห็นไหมครับ อยู่ในช่องไหนครับ ไปค่ะ (คุณครูสุนทรี) ซึ่งรายรับตรงนี้นะคะ คิดง่าย ๆ เลยค่ะ ว่าอะไรก็ตาม ถ้าเกิดมาเข้าในกระเป๋าเรา ถึงเป็นรายรับนะคะ แต่รายรับต้องมาโดยชอบธรรมด้วยนะคะ รายรับที่ไม่ชอบธรรมเป็นอย่างไรคะครูวิ (คุณครูสุนทรี) ได้แก่การลักขโมยครับ (คุณครูสุนทรี) ใช่ค่ะ หรือว่าไปเจอเงินของคนอื่นมา แล้วเราไม่นำคืนเจ้าของ อันนี้ถือเป็นรายรับที่ไม่ชอบธรรมนะคะเด็ก ๆ (คุณครูวิทยา) นักเรียนสังเกตรายรับในช่องนี้สิครับ มีการรับกี่ครั้งครับ (คุณครูสุนทรี) 1 ครั้งค่ะ (คุณครูวิทยา) ถูกต้องแล้วครับ พ่อขายหมูปื้ง อาจจะได้กำไรนะครับ เราก็จะนำไปใส่ในช่องรายรับครับ (คุณครูสุนทรี) ต่อไปค่ะ ช่องที่ 4 รายจ่ายค่ะ รายจ่าย หมายถึงจำนวนเงินที่ใช้ออกไปนะคะ ไม่ว่าจะเป็นซื้อสินค้าเข้าบ้าน หรือให้เงินเด็ก ๆ มาโรงเรียน ก็ถือว่าเป็นรายจ่ายของครอบครัวนะคะ (คุณครูวิทยา) เอ๊ะ รายจ่ายนี้ในช่องนี้มีกี่รายจ่ายครับ (คุณครูสุนทรี) เห็นไหมคะ (คุณครูวิทยา) นักเรียนที่อยู่ปลายทางตอบเสียงดังเลยนะครับ 5 รายการนะครับ ซึ่งสังเกตได้ว่าครูนกครับ ขึ้นต้นด้วยคำว่า "ซื้อ" หรืออาจจะขึ้นต้นด้วยคำว่า "ค่า" ต่าง ๆ ใช่ไหมครับ (คุณครูสุนทรี) ใช่ค่ะ (คุณครูวิทยา) ต่อมานะครับ ในหัวข้อที่ 5 นะครับ ก็คือคงเหลือครับ หมายถึง จำนวนเงินที่มาจากรายจ่ายหักลบออกจากรายรับครับ (คุณครูสุนทรี) ก็จะอยู่ในช่องสุดท้ายนะคะ ซึ่งในรายการคงเหลือของเรานี้นะคะ ในแต่ละครั้งที่เราซื้อสินค้าเราก็มีการลบไว้ตลอดเลยนะคะ ซึ่งถือว่าเป็นการดีมากค่ะ เห็นไหมคะ ช่องสุดท้าย เด็ก ๆ ยังคงสงสัย เอ๊ะ ทำไมคงเหลือยังเหลือ 40 ล่ะคะครูวิ คิดไว้ก่อนนะคะ เอาอันนั้นค้างไว้ก่อน เดี๋ยวเราไปเฉลยในข้อต่อไปค่ะ ข้อ 6 นะคะ ในเรื่องของการรวมค่ะ จำนวนรายรับทั้งหมดนะคะ รวมกัน จำนวนรายจ่ายทั้งหมดรวมกันนะคะ แล้วก็นำเงินจำนวนรายจ่ายทั้งหมดนะคะ หักลบออกจากรายรับค่ะ จะเป็นช่องคงเหลือนะคะ ซึ่งจะอยู่ด้านล่างนะคะ เป็นเงินคงเหลืออยู่ที่ 40 ค่ะ ครูวิชี้ให้เด็ก ๆ ดูด้วยนะคะ ในช่องสีส้ม ส่วนในช่องสีเขียวนะคะ ส่วนในช่องสีเขียวนะคะ ก็คือที่เราซื้อสินค้าแล้วในแต่ละครั้ง เราเหลือคงเหลือเท่าไร แล้วพอมาถึงสิ้นสุดวันนะคะ เมื่อเราลบรายจ่ายออกจากรายรับแล้ว จะได้ยอดเท่ากันค่ะ เห็นไหมคะ จะเป็นที่ 40 40 เท่ากับ แสดงว่าวันนี้เราทำไมคะ บวก ลบ ถูกต้องด้วยนะคะ การทำบัญชีรายรับรายจ่ายนี้นะคะ ก็ยังช่วยในเรื่องของการบวกลบเลขได้ง่ายด้วยนะคะครูวิ (คุณครูวิทยา) ถูกต้องแล้วครับ นี่ก็คือเป็นองค์ประกอบโดยรวมในการทำบัญชีรายรับ รายจ่ายนะครับ กล่าวโดยสรุปนะครับ หลักการเขียนรายรับ-รายจ่ายนั้นนะครับ ต้องประกอบไปด้วย 1. ครับ วัน เดือน ปี นะครับ สิ่งที่ 2 นะครับ จะต้องเขียนรายการให้ถูกต้องนะครับ ตามจำนวนที่เรารับ หรือเราซื้อสิ่งของต่าง ๆ ไปนะครับ ต่อมาเราก็จะมาเขียนรายรับนะครับ ว่าได้อะไรมาในแต่ละวัน แต่ละสัปดาห์ รายจ่าย ซื้อ จ่ายอะไรไปบ้าง ก็เขียนให้ครบตามจำนวน แล้วก็จะต้องนำมาใส่ในช่องคงเหลือในแต่ละครั้งนะครับ สุดท้ายเราก็จะมารวมค่าใช้จ่ายในแต่ละวัน หรืออาจจะในแต่ละสัปดาห์ก็ได้ครับ นี่ก็คือเป็นหลักการที่สำคนะครับ นักเรียนจะต้องจำให้ได้ เพราะว่าเราจะต้องฝึกปฏิบัติด้วยนะครับ (คุณครูสุนทรี) ใช่ค่ะ อย่างตัวอย่างนี้เราไม่มีเศษสตางค์ให้นะคะ นักเรียนอย่าลืมว่าถ้าเกิดนักเรียนนั้นไปซื้อสินค้าแล้วมีเศษสตางค์ ถ้าเกิดนักเรียนทำไมคะ รวมระหว่างวันแล้ว ถ้าเป็น 100 สตางค์ เราจะต้องทำอย่างไรคะ ถ้าเป็น 100 สตางค์เราจะปัดเป็น 1 บาทใช่ไหมคะ อย่าเผลอใส่มา 300 สตางค์ 375 สตางค์ อย่างนี้นะคะ ต่อไปค่ะ เป็นแนวทางการแก้ปัญหารายจ่ายภายในครอบครัวค่ะ คุณครูเชื่อว่าในแต่ละบ้าน มีปัญหาไม่เหมือนกันนะคะ ปัญหาข้อแรกเลยค่ะ 1. ถ้าเกิดเราทำบัญชีรายรับ รายจ่ายนะคะ เราก็จะสามารถลดรายจ่ายที่ไม่จำเป็นออกค่ะ อย่างเช่น ครูพ่อคุณแม่ทำไมคะ ซื้อของเล่นให้เด็ก ๆ ทุกวันเลย วันนี้ก็ซื้อให้แล้ว 50 บาท ทำไมคะ วันนี้ซื้อไป 50 วันนี้ซื้ออีกแล้ว พรุ่งนี้ซื้ออีกแล้วถ้าเกิดเรามาดูบัญชี อาจจะตัดค่าของเล่นของเด็ก ๆ เด็ก ๆ ก็ทำไมคะ ช่วยคุณพ่อคุณแม่ลดค่าใช้จ่าย (คุณครูวิทยา) ในส่วนของข้อทีรายรับหารายไมาดูประโยชน์ของของการทำบัญชี รายรับ-รายจ่ายแล้วนักเรียนที่อยู่ปลายทางทราบไหมครับว่ามีอะไรบ้างครับ ไม่ต้องแย่งกันตอบนะครับ นักเรียนที่อยู่ปลายทางล้วนแล้วแต่บอกประโยชน์กันได้ถูกต้องเลยนะครับ เดี๋ยวมาดูตัวอย่างที่ครูวิและครูนกยกมานะครับ ในข้อที่ 1 นั้นนะครับ ช่วยในการวางแผนการใช้เงินในแต่ละวัน แต่ละสัปดาห์นะครับ (คุณครูสุนทรี) ข้อที่ 2 ค่ะ สามารถบอกถึงฐานะการเงินในอดีตจนถึงปัจจุบันได้ค่ะ (คุณครูวิทยา) และในข้อที่ 3 นะครับ รู้จักควบคุมการใช้จ่ายครับ (คุณครูสุนทรี) ข้อที่ 4 ค่ะ ปลูกฝั่งนิสัยการอย่างประหยัดค่ะ (คุณครูวิทยา) และในข้อที่ 5 นะครับ มีเงินใช้จ่ายอย่าเพียงพอไม่ขัดสนใจยามจำเป็นนะครับ (คุณครูสุนทรี) ส่วนข้อสุดท้ายของเรานะคะ ก็มีเงินออมไว้ใช้จำเป็นค่ะ เพราะบางครั้งเราไม่สามารถบอกได้เลยว่าเราจะเจ็บป่วยวันไหน หรือมีอุบัติเหตุวันไหนนะคะ มีเงินนะครับ ไว้สำรองใช้จ่ายได้ค่ะ (คุณครูวิทยา) มาถึงช่วงปฏิบัติใบงานกันแล้วนะครับ ตอนนี้ขอให้นักเรียนที่อยู่ปลายทางยืดตัวให้ตรงครับ วันนี้ใบงานของเราจะเป็นอย่างไรครับ (คุณครูสุนทรี) บทบาทปลายทางนะคะ ให้นักเรียนทำใบงานที่ 6 ค่ะ เรื่อง บัญชี รายรับ-รายจ่าย ภายในครอบครัวนะคะ บทบาทของคุณครูปลายทางค่ะ ขอความอนุเคราะห์ค่ะ ให้แจกใบงานที่ 6 นะคะ เรื่อง บัญชีรายรับ รายจ่ายภายในครอบครัวค่ะ ให้คำปรึกษาแก่นักเรียนในช่วงทำใบงานนะคะ พร้อมให้คะแนนเด็ก ๆ ได้ด้วยค่ะ อย่าลืมเขียน ชื่อ นามสกุล ชั้น เลขที่ของตนเองด้วยนะคะ นี่ก็จะเป็นลักษณะของใบงานของเรานะครับ คำชี้แจงให้นักเรียนทำบัญชีรายรับ รายจ่าย ของครอบครัวตนเองนะครับ ซึ่งคุณครูปลายทางนะครับ อาจจะกำหนดให้ 5 วัน หรือ 1 สัปดาห์ก็ได้ จากนั้นให้คุณครูปลายทางเลยนะครับ หลังจากนั้นนะครับ ให้นักเรียนเขียนเลยเดือนอะไร ว่าเป็นวันไหนนั้น อาจจะเป็นวันนี้เลยก็ได้นะครับ ของใคร ก็เขียน ชื่อ ชั้น นามสกุล เลขที่ให้เรียบร้อยนะครับ สังเกตได้ว่าให้ทำคู่หรือทำเดี่ยวครับ (คุณครูสุนทรี) ทำเดี่ยวค่ะ (คุณครูวิทยา) เพราะว่าครอบครัวใคร ครอบครัวคนนั้นนะครับ (คุณครูสุนทรี) มาดูนะคะ รูปร่าง หน้าตา หน้าพื้นที่ไม่พอ เด็ก ๆ อาจจะทำไมคะ เพิ่มกระดาษได้โดยใช้กระดาษ A4 นะคะ ก็จะมีช่อง วัน เดือน ปั ช่องรายรับ มีรายจ่าย แล้วก็มีคงเหลือนะคะ และอย่าลืมนะคะ ต้องรวมด้วยนะคะ (คุณครูวิทยา) ถูกต้องแล้วครับ ตอนนี้นะครับ ให้นักเรียนที่อยู่ปลายทางลงมือปฏิบัติได้เลยครับ [เสียงดนตรี] [เสียงดนตรี] (คุณครูสุนทรี) เป็นอย่างไรกันบ้างคะ หลังจากที่ได้บันทึกรายรับ รายจ่าย เด็ก ๆ พบปัญหาอะไรบ้าง ว่าอย่างไรนะคะ พอบวกลบแล้วยอดไม่ตรงระหว่างคงเหลือกับยอดข้างล่างใช่ไหมคะ สิ่งที่เด็ก ๆ จะต้องแก้ปัญหา คือ จะต้องทำอะไรคะ ดูว่ารายจ่ายที่เราลบจากรายรับแล้วต้องไล่ดูใหม่หมดเลยนะคะ แล้วค่อยดูว่าด้านล่างนี้ตรงกันแล้วหรือยัง ถ้ายังไม่ตรง เราต้องทำไมคะ ต้องมีรอบ 2 และรอบ 3 เกิดขึ้นค่ะ แต่ถ้าเกิดใครรอบแรกแล้วตรง นั่นแสดงว่าเด็ก ๆ นั้นทำสำเร็จค่ะ (คุณครูวิทยา) ถูกต้องแล้วครับ ซึ่งใบงานนี้นะครับ ไม่ให้ส่งในวันนี้นะครับ จะกำหนดส่ง ก็ต่อเมื่อ 3 วัน 5 วัน อีก 1 สัปดาห์ ก็ขึ้นอยู่กับคุณครูที่อยมาถึงช่วงสรุปบทเรียนในวันนี้นะครับ ครูนกและครูวิสรุปได้ดังนี้นะครับ การทำบัญชีรายรับ รายจ่ายในครอบครัวของตนเอง จะช่วยการใช้จ่ายในครอบครัว ฝึกให้สมาชิกในครอบครัวมีความรู้ในการใช้เงินอย่างรู้คุณค่าและมีเงินออมจำเป็นหรือยามขัดสนนั่นเองครับ (คุณครูสุนทรี) สำหรับบทเรียนในครั้งต่อไปนะคะ เรื่อง การทำโครงงานอาชีพค่ะ สิ่งที่ต้องเตรียมในครั้งต่อไปนะคะ ใบงานที่ 7 ค่ะ เรื่อง การทำโครงงารอาชีพนะคะ ซึ่งคุณครูปลายทางสามารถที่จะเด็ก ๆ ดาวน์โหลดได้ที่ www.dltv..ac.th ค่ะ (คุณครูวิทยา) สำหรับวันนี้นะครับ เวลาหมดลงแล้วนะครับ ครูนกและครูวิจึงขอตัวลาไปก่อน ไว้พบกันใหม่ในสัปดาห์หน้า สำหรับวันนี้สวัสดีครับ [เสียงดนตรี]