[เสียงดนตรี] (คุณครูปฏิญญา) สวัสดีคุณครูปลายทางและนักเรียนปลายทางทุกคนค่ะ ยินดีต้อนรับเข้าสู่รายวิชาชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ค่ะ วันนี้เช่นเคยเลยนะคะ พบกับคุณครูปฏิญญา ประจันบาน หรือว่าคุณครูบอสค่ะ (คุณครูสุจิตรา) ค่ะ และคุณครูสุจิตรา บุญธรรม หรือคุณครูซากิค่ะ วันนี้นะคะ เรายังอยู่ในเรื่องเดิมนะคะ นั่นก็คือในเรื่องของสุขบัญญัติแห่งชาติ ซึ่งวันนี้เด็ก ๆ จำกันได้ไหม เอ่ย ว่าเราเรียนข้ออะไรแล้ว แต่ก่อนอื่นเราไปดูจุดประสงค์การเรียนรู้ในวันนี้ดันเลยค่ะ ซึ่งจุดประสงค์การเรียนรู้ในวันนี้นะคะ ข้อที่ 1 นักเรียนจะต้องสามารถอธิบายการปฏิบัติตนตามสุขบัญญัติแห่งชาติ ข้อที่ 7 ถึง 10 ได้ค่ะ (คุณครูสุจิตรา) ในข้อที่ 2 ค่ะ นักเรียนจะสามารถปฏิบัติตามสุขบัญญัติแห่งชาติในข้อที่ 7 ถึงข้อที่ 10 ได้ค่ะ (คุณครูปฏิญญา) และสุดท้ายนะคะ นักเรียนจะเห็นประโยชน์ของการปฏิบัติตนตามสุขบัญญัติแห่งชาติ ข้อที่ 7 ถึงข้อที่ 10 ค่ะ วันนี้เราจะมาถึงข้อที่ ข้อที่ 10 เลย เราจะครบทุกข้อเลยนะคะ ในวันนี้ ซึ่งก่อนอื่นเลยนะคะ ครูบอสก็จะถามเด็ก ๆ ก่อนเลยว่าผ่านไป 1 สัปดาห์ใครคิดว่าตนปฏิบัติตน ตามสุขบัญญัติแห่งชาติครบทุกข้อบ้าง ผ่านไป 1 สัปดาห์แล้วนะคะ หลังจากที่เราเรียนกันไปสัปดาห์ที่แล้ว สุขบัญญัติแห่งชาติมา 2 สัปดาห์แล้ว สัปดาห์นี้ก็เป็นสัปดาห์ที่ 3 ใครคิดว่าตนเองฝึกปฏิบัติตามสุขบัญญัติแห่งชาติได้ครบทั้ง 10 ข้อเลยบ้าง สามารถตอบคุณครูปลายทางได้เลยค่ะ มีใครทำได้ครบทั้ง 10 ข้อเลย คุณครูซากิล่ะคะ คุณครูซากิคิดว่าตนเองนี่สามารถปฏิบัติตามสุขบัญญัติได้ครบทุกข้อไหมคะ (คุณครูสุจิตรา) คุณครูบอสคะ 10 ข้อนี่เยอะเหมือนกันล่ะคะ นี่ แล้วเด็ก ๆ จะทำครบไหมคะ (คุณครูปฏิญญา) ก่อนที่เราจะรู้ว่าเราทำครบไหมนี่ เราต้องจำได้นะคะ ว่า 10 ข้อนั้นมีอะไรบ้าง วันนี้เราไปลองทบทวนด้วยการร้องเพลงกันอีกสักรอบหนึ่งเลยค่ะ ถ้าพร้อมแล้วไปเลยค่ะ ส [เพลงสุขบัญญัติ 10 ประการ] (คุณครูปฏิญญา) เราก็ได้ไปร้องเพลงกันมาแล้วนะคะ สัปหาด์นี้ ครูบอสคิดว่าเด็ก ๆ จะต้องร้องกันได้แล้วแน่เลย คงไม่ต้องดูเนื้อร้องแล้วนะคะ เก่งมากเลยล่ะค่ะ ทีนี้เราก็สามารถปฏิบัติตนได้ครบทั้ง 10 ข้อ เพราะเราจำได้แล้วว่า 10 ข้อนั้นนั้นมีอะไรบ้าง ซึ่งเรามาทบทวนกันก่อนเลยค่ะ ในสัปดาห์นี้นะคะ ในสัปดาห์ก่อน ๆ เราเรียนกันไปแล้ว 6 ข้อ เริ่มที่ข้อที่ 1 นะคะ ก็เกี่ยวกับการดูแลรักษาร่างกายและของใช้ให้สะอาดค่ะ (คุณครูสุจิตรา) ค่ะ ส่วนในข้อที่ 2 นะคะ ก็เป็นเรื่องเกี่ยวกับการแปรงฟันนะคะ เด็ก ๆ ก็จะต้องหมั่นแปรงฟันวันละ 2 ครั้งนั่นเองค่ะ และในข้อที่ 3 นะคะ ปัจจุบันนะคะ มีโรคระบาดมากมายเลย นั่นก็คือเรื่องการล้างมือนะคะ ในข้อนี้ก็ได้สอนให้เด็ก ๆ นะคะ ล้างมือก่อนจะรับประทานอาหาร รวมไปถึงหลังการขับถ่าย ถ้าเด็ก ๆ สัมผัสสิ่งของสาธารณะมา ก็อย่าลืมล้างมือบ่อย ๆ ด้วยนะคะ (คุณครูสุจิตรา) ค่ะ ส่วนในข้อที่ 4 ค่ะ ก็เป็นเรื่องเกี่ยวกับการรับประทานอาหารเด็ก ๆ นะคะ ไม่ควรรับประทานอาหารนะคะ สีสันที่ฉูดฉาด รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย เพราะว่าอาหารเป็นสิ่งสำคัญนะคะ ที่จะช่วยให้เด็ก ๆ นะคะ มีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรงนั่นเองค่ะ (คุณครูปฏิญญา) ใช่แล้วค่ะ และต่อมานะคะ ในข้อที่ 5 ถ้าเราร้องเพลงเมื่อสักครู่ ข้อที่ 5 จำได้ไหมคะ ว่าคืออะไร ใช่แล้วค่ะ เป็นการงดดื่มสุรา ละเว้น ไม่ยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติดนะคะ รวมถึงไม่เล่นการพนัน นะคะ และก็ไม่สำส่อนทางเพศนั่นเอง ข้อนี้เป็นสิ่งสำคัญเลยนะคะ มีแต่งสิ่งผิดกฎหมาย และส่งผลต่อร่างกายของเรานะคะ ต่อสุขภาพของเรานั่นเองค่ะ (คุณครูสุจิตรา) ค่ะ ต่อมาค่ะ ในข้อที่ 6 ค่ะ ก็เป็นเรื่องเกี่ยวกับครอบครัวนะคะ การที่เราจะทำให้ครอบครัวมีความสุขนะคะ ก็สามารถทำได้หลากหลายวิธีเด็ก ๆ ก็ได้เรียนไปในสัปดาห์ที่แล้วค่ะ (คุณครูปฏิญญา) ใช่แล้วล่ะค่ะ เราเรียนกันมาบ่อยครั้งเลยนะคะ ตั้งแต่ประถมศึกษาเลย ตั้งแต่เด็ก ๆ อยู่ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 แล้วก็เรียนเรื่องครอบครัวเป็นประจำ เด็ก ๆ สามารถนำความรู้ต่าง ๆ นะคะ ไปปรับใช้ในชีวิตประจำวันได้ ครอบครัวของเรามีความสัมพันธ์ที่อบอุ่นนะคะรักกันและสามัคคีกันค่ะ เราก็จะมาต่อกันค่ะ ในสุขบัญญัติแห่งชาติ ข้อที่ 7 ถึงข้อที่ 10 ค่ะ ซึ่งก่อนอื่นเลยนะคะ มีภาพนะคะ มาให้เด็ก ๆ ดูนะคะ แล้วก็เป็นคำถามค่ะ ว่าเด็ก ๆ คะ พฤติกรรมในภาพนี้นักเรียนคิดว่าอันตรายหรือไม่คะ พฤติกรรมในภาพนี้นักเรียนคิดว่าอันตรายหรือไม่เอ่ย เด็ก ๆ ลองตอบคำถามคุณครูปลายทางสิคะคุณครูปลายทางสิคะ ว่าในภาพนี้ สิ่งที่เด็กผู้ชายในภาพนี้เขากำลังทำอันตรายไหมนะ (คุณครูสุจิตรา) ค่ะ เด็ก ๆ ตอบคำถามคุณครูปลายทางได้เลยนะคะ ดูจากในภาพนี้สิคะ เด็กผู้ชายกำลังทำอะไรคะ แล้วก็คิดว่าพฤติกรรมนี้เป็นอันตรายหรือเปล่า (คุณครูปฏิญญา) คุณครูซากิล่ะคะ คุณครูซากิคิดว่าอันตรายไหมคะ (คุณครูสุจิตรา) แน่นอนค่ะ คุณครูบอสนะคะ เราเห็นว่า เด็กคนนี้นะคะ กำลังถอดปลั๊นะคะ แต่ว่าที่มือของเขานี่เปียกไปด้วยน้ำค่ะ แน่นอนว่าถ้ามือเราเปียกแบบนี้นะคะ ถ้าเกิดไปหยิบปั๊กไฟแล้วนำมาเสียบอย่างนี้นะคะ แน่นอนว่าเกิดอันตรายแน่นอน อาจจะเกิดไฟช็อตได้ (คุณครูปฏิญญา) ใช่แล้วค่ะ ไม่ว่าจะเป็นนะคะ เขากำลังจะไปเสียบปลั๊กไฟ หรือว่าถอดปลั๊กไฟนี่เปียกอยู่นะคะ เราไม่ควรเลยนะคะ จะไปยุ่งกับเครื่องใช้ไฟฟ้า หรือว่าสายไปต่าง ๆ เพราะอาจจะเกิดการไฟช็อตได้ค่ะ ซึ่งไฟช็อตนี้อาจจะส่งผลถึงชีวิตเลยใช่ไหมคะ ครูซากิ พฤติกรรมนี้อันตรายอย่างมากเลย ก็จะเชื่อมโยงกับสุขบัญญัติในข้อต่อมา แต่ก่อนอื่นดูภาพนี้กันก่อนค่ะ เด็ก ๆ เคยเห็นสถานที่แบนี้ไหมคะ ห้องนี้คือห้องใดเอ่ย นักเรียนลองสังเกตภาพนี้เลยนะคะ เอ๊ะ ภาพนี้ คือที่ไหนนะ แล้วลักษณะของห้องนี้เป็นอย่างไรบ้างเอ่ย ให้นักเรียนนะคะ สังเกตภาพว่านักเรียนคิดว่า สถานที่ในภาพนี้ อันตรายหรือไม่ นักเรียนคิดว่าสถานที่ในภาพนี้อันตรายหรือไม่คะ สามารถตอบคุณครูปลายทางได้เลยนะคะ คุณครูซากิคิดว่า ภาพนี้คือห้องอะไรหรือคะ (คุณครูสุจิตรา) ภาพนี้นะคะ ที่สังเกตนะคะ น่าจะเป็นห้องนอนหรือเปล่าคะ รู้สึกว่ามีเตียงด้วยนะคะ แล้วก็มีอุปกรณ์เครื่องใช้มากมายเลย (คุณครูปฏิญญา) ใช่แล้วล่ะค่ะ และจากภาพนี้คุณครูซากิคิดว่าในห้องนอนนี้อันตรายไหมคะ (คุณครูสุจิตรา) ในภาพนี้ห้องนอนห้องนี้ค่อนข้างที่จะรกเลยค่ะ รู้สึกว่ามีของใช้วางไม่เป็นที่เป็นทางเลย แน่นอนว่าห้องรกแบบนี้วางของไม่เป็นที่เป็นทางแบบนี้แน่นอนอว่า สามารถทำให้เกิดอันตรายได้ (คุณครูปฏิญญา) ใช่แล้วล่ะค่ะ ครูซากิ เด็ก ๆ ล่ะคะ ห้องนอนของเด็ก ๆ รกแบบนี้หรือเปล่าเอ่ย คงมีหลายคนห้องนอนมีสภาพแบบนี้ใช่ไหมคะ เด็ก ๆ รู้ไหมคะ ก็แค่ห้องนอนรกเองค่ะ คุณครู ทำไมจะอันตรายขนาดนั้นเลยหรือคะ ไม่เห็นจะน่าอันตรายเลย แต่เด็ก ๆ คะ การที่ห้องนอนหรือว่าภายในบ้านของเรานี่มีข้าวของ รกเลอะเทอะนะคะ อาจจะเป็นสิ่งสกปรกต่าง ๆ หรือว่ามีข้าวของวางเกลื่อนตามพื้น แบบนี้เป็นอันตรายอย่างมากเลย เพราะอาจจะทำให้เราเกิดอุบัติเหตุได้ (คุณครูสุจิตรา) ใช่ค่ะ (คุณครูปฏิญญา) เพราะบางครั้งนะคะ เราเดินไปเดินมา หรือใช้ชีวิตภายในบ้าน อาจจะไม่ทันระวังเหยียบกับข้าวของเหล่านั้นที่วางรกอยู่ที่พื้น ทีนี้ล่ะค่ะ อาจจะเกิดอันตรายได้เลย โดยภายในบ้านถ้าหากลื่นล้มไปนี่ อันตรายมาก ๆ เลยนะคะ รวมไปถึง ถ้าข้าวของรกแบบนี้อาจจะเป็นแหล่งกบดานค่ะ แหล่งกบดานของสัตว์มีพิษ แล้วก็สัตว์อันตราย เด็ก ๆ คงไม่อยากให้สัตว์มีพิษเหล่านั้นมาอยู่ภายในบ้าน หรือว่าหลบอยู่ในของเล่นของเราใช่ไหมคะ ฉะนั้นแล้ว ถ้าเล่นเสร็จแล้วต้องทำอย่างไรล่ะคะ ครูซากิ (คุณครูสุจิตรา) เมื่อเราเล่นเสร็จแล้วนะคะ แล้วก็เก็บให้เรียบร้อย (คุณครูปฏิญญา) ใช่แล้วล่ะค่ะ เวลาใช้ของภายในบ้านนะคะ หยิบออกมาจากเชื่อมโยงกับในข้อที่ 7 ป้องกันอุบัติภัย ไม่ประมาทนั่นเอง เหมือนการที่ครูบอสบอกค่ะ บ้านรกจะอันตรายอะไร บางทีถ้าเราคิดแบบนั้นแปลว่าเรากำลังประมาทอยู่ค่ะ เพราะว่าถ้าบ้านรกจะทำให้เกิดอันตรายป้องกันอุบัติภัยด้วยการไม่ประมาทในขั้นตอนแรกที่ครูบอสจะแนะนำเด็ก ๆ ก็คือ ดูแลบ้านและจัดบ้านให้สะอาด รวมไปถึงนะคะ ไม่เป็นระเบียบเรียบร้อย แต่ละคนเป็นสมาชิกภายในบ้านก็ต้องมีหน้าที่ใช่ไหมล่ะคะ เพราะฉะนั้นแล้วทุกคนก้ปฏิบัติตามหน้าที่ของตนเอง ทำหน้าที่ของตนเองให้เต็มที่ และสามารถช่วยเหลือผู้อื่นได้นะคะ เพื่อบ้านของเราจะสะอาดและน่าอยู่ค่ะ (คุณครูสุจิตรา) ใช่ค่ะ ในวิธีต่อมานะคะ วิธีป้องกันอุบัติภัยวิธีต่อมา นั่นก็คือการดูแลรักษาอุปกรณ์และเครื่องมือเครื่องใช้ภายในบ้าน ให้อยู่ในสภาพที่ดี นำอุปกรณ์นะคะ หรือว่าเครื่องมือต่าง ๆ ออกมาใช้นี่ เมื่อเราใช้เสร็จแล้วนะคะ เราก็ควรที่จะทำความสะอาดความสะอาดนะคะ แล้วก็เก็บให้เรียบร้อย เพราะไม่อย่างนั้นนี่ ก็อาจจะเกิดอุบัติเหตุภายในบ้านได้ เด็ก ๆ คะ สามารถเกิดขึ้นได้ทุกที่ทุกเวลา ดังนั้นนะคะ เราก็ควรที่จะป้องกันตัวเงนะคะ เราก็ควรที่จะดูแลรักษาอุปกรณ์ เก็บอุปกรณ์ให้เรียบร้อย แล้วก็รวมไปถึงที่คุณครูบอสบอกเมื่อสักครู่นี้ด้วย การดูแลรักษาความสะอาดต่าง ๆ ด้วยค่ะ (คุณครูปฏิญญา) ใช่แล้วล่ะค่ะ และภายในบ้านนะคะ เราก็มีข้าวของเครื่องใช้ไฟฟ้าและยังรวมไปถึงหลอดไฟ ก๊อกน้ำ หรือว่าของใช้ต่าง ๆ นะคะ อาจจะเป็นของใช้ไฟฟ้า ของเหล่านี้นะคะ ก็มีวันที่เสื่อมสภาพลงได้ตามระยะเวลาการใช้งาน เพราะฉะนั้นนะคะ เด็ก ๆ เราก็ควรจะดูแล หมั่นสำรวจนะคะ ว่ามีการชำรุดเสียหายหรือเปล่า เราไม่ควรฝืนนะคะ ใช้เครื่องใช้เหล่านั้นทั้งที่ยังชำรุดอยู่ โดยเฉพาะเครื่องใช้ไฟฟ้าค่ะ เด็ก ๆ อาจจะทำให้เกิดอันตรายได้ใช่ไหมคะ ฉะนั้นแล้วนะคะ เมื่อเราสำรวจเรียบร้อยแล้ว อาจจะบอกคุณพ่อคุณแม่ว่าข้าวของกำลังชำรุด เรียกให้ท่านมาซ่อมแซมหรือว่าเรียกช่างมาดูแลค่ะ และในข้อต่อมานะคะ ข้อที่ 7 เรายังไม่หมดเท่านี้ค่ะ นั่นก็คือระมัดระวังนะคะ การใช้เครื่องใช้ไฟฟ้า และกิจกรรมที่ต้องใช้ไฟค่ะ ปัจจุบันนะคะ โดยเฉพาะนะคะ โทรศัพท์มือถือเคลื่อนที่เป็นสิ่งของจำเป็นนะคะ มีพกพาติดตัว บางคนติดนิสัยอย่างหนึ่งค่ะ ครูซากิ ชอบชาตไฟไป แล้วก็เล่นไปค่ะ แบบนี้หลาย ๆ คนอาจจะคิดว่าไม่อันตราย แต่อันตรายอยู่ใช่ไหมคะ ครูซากิ (คุณครูสุจิตรา) ใช่แล้วค่ะ เหตุการณ์ได่บ่อย ๆ มาก ๆ เลยค่ะ เด็ก ๆ เมื่อเราเล่นมือถือไปด้วยแล้วก็ชาร์จแบตไปด้วย หรือเสียบหูฟังจนเผลอหลับไปค่ะ นอนหลับไป เป็นอย่างไรคะ ไฟฟ้าก็อาจจะเกิดลัดวงจร แล้วระเบิด อาจจะไฟช็อตได้ อันนี้เป็นอันตรายมาก ๆ เลยค่ะ (คุณครูปฏิญญา) ใช่แล้วล่ะค่ะ บางคนนะคะ วางปลั๊กไฟหรือสายชาตที่กำลังเสียบอยู่ไว้ใกล้ตัวค่ะ คุณครูซากิ แบบนี้นะคะ นอนหลับไป ในช่วงกลางคืน อาจจะมีไฟฟ้าลัดวงจร หรือว่าอุปกรณ์ที่เรานำมาชาร์จนะคะ ถ้าหากเป็นของปลอมไม่ได้รับมาตรฐานนะคะ ก็อาจจะเกิดการชำรุดนะคะ และก็เกิดการระเบิดได้ค่ะ ฉะนั้น เป็นสิ่งที่ระมัดระวังเลยนะคะ โทรศัพท์มือถือ ไม่ควรที่จะชาร์จไปเล่นไป และรวมไปถึงในขณะที่เรานอนหลับ ก็ไม่ควรวางไว้ใกล้ตัวนะคะ ครูบอสเคยเห็นค่ะ บางคนวางไว้ข้างหมอนเลยค่ะ ครูซากิ เด็ก ๆ ทราบไหมคะ ว่าอันตรายเป็นอย่างมากเลยและจากภาพเด็ก ๆ เห็นในภาพไหมคะ นอกจากอุปกรณ์นะคะ ที่มีการใช้ของปลอมหรือเปล่าหรือว่าเสื่อมสภาพแล้ว อาจทำให้เกิดไฟไหม้หรือไฟช็อตแบบนี้ได้ นักเรียนเห็นไหมคะ ในภาพมีอุปกรณ์ที่เรียกว่า "ปลั๊กพ่วง" ซึ่งปลั๊กพ่วงนี้นะคะ เด็ก ๆ ทราบไหมคะ ว่าถ้าเราเสียบไว้มาก ๆ นะคะ อาจจะทำให้เป็นการใช้กำลังไฟฟ้ามากเกินไป และบางคนค่ะ ใช้ปลั๊กพ่วงที่ไม่ได้มาตรฐานได้รับมาตรฐานการรับรอง ฉะนั้นนี่ อาจจะเกิดอันตรายอย่างมากเลยล่ะค่ะ (คุณครูสุจิตรา) ค่ะ ในข้อต่อมานะคะ เมื่อเรานะคะ ใช้อุปกรณ์ไฟฟ้าเสร็จเรียบร้อยแล้ว ควรที่จะถอดปลั๊กอุปกรณ์ไฟฟ้า เพราะวอะไรคะ เด็ก ๆ นอกจากจะเป็นการประหยัดแล้วนะคะ เราเสียบทิ้งเอาไว้นี่ อย่างที่ครูบอสบอกไป เกิดขึ้นได้นะคะ อาจจะเกิดไฟไหม้บ้านได้ค่ะ (คุณครูปฏิญญา) ใช่แล้วล่ะค่ะ หลาย ๆ ข่าวที่เราเคยเห็นตามโทรทัศน์นะคะ หรือว่าหน้าหนังสือพิมพ์ ที่เสียบปลั๊กไฟทิ้งไว้นะคะ โดยเฉพาะอุปกรณ์บางชนิดนะคะ ทำความร้อนอยู่ตลอดเวลาใช่ค่ะ (คุณครูปฏิญญา) อาจจะเกิดไฟไหม้ หรือไฟฟ้าหมดวงจรโดยเฉพาะอุปกรณ์ไฟฟ้าหลาย ๆ อย่างที่ไม่ได้รับมาตรฐานนะคะ เป็นอันตรายอย่างมากเลย อาจจะหมดตัวได้เลยใช่ไหมคะ ครูซากิ ซึ่งเด็ก ๆ ไม่อยากให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้ใช่ไหมคะ เพราะฉะนั้นแล้วสิ่งนี้สำคัญมากเลยนะคะ ควรถอดปลั๊กทุกครั้งเมื่อไม่ใช้ค่ะ และคำถามชวนคิดในวันนี้นะคะ ข้อต่อมา นั่นก็คือหากต้องเลือกวิธีข้ามถนน 3 วิธี นักเรียนจะเลือกอะไรเด็ก ๆ เคยจำเป็นต้องข้ามถนนด้วยตนเองไหมคะ วันนี้ครูบอสจะมาถามเด็ก ๆ ค่ะ ถ้าครูบอสมีวิธีมาให้เด็ก ๆ 3 วิธี เด็ก ๆ จะเลือกวิธีไหนในการข้ามถนน โดยวิธีแรกค่ะ นั่นก็คือ วิ่งข้ามถนนเลย วิ่งข้ามตรงไหนเลยก็ได้นะคะ เราก็หันมองซ้ายมองขวา แล้วก็วิ่งข้ามถนนเลยค่ะ ขึ้นสะพานลอยนะคะ หลาย ๆ พื้นที่นะคะ ก็จะมีสะพานลอยให้เห็นเราเลือกวิธีการขึ้นสะพานลอยค่ะ และอีกวิธีนั่นก็คือข้ามทางม้าลาย เด็ก ๆ รู้ไหมเอ่ย ทางม้าลายคืออะไร ใช่แล้วล่ะค่ะ ที่บริเวณถนนนะคะ ก้จะมีทางม้าลายอยู่สีก็จะเป็นสีขาวสลับดำเหมือนกับลายของม้าลายนั่นเอง แล้วเราก็เรียกว่า "ทางม้าลาย" ถ้าเรามี 3 วิธีนี้ เด็ก ๆ เลือกวิธีไหนคะ ไหนใครเลือกวิธีที่ 1 บ้างเอ่ย ไหนใครเลือกวิธีที่ 2 คะ และไหนใครเลือกวิธีที่ 3 คุณครูซากิล่ะคะ ถ้ามี 3 วิธีนี้คุณครูซากิจะเลือกวิธีไหนคะ (คุณครูสุจิตรา) ค่ะ ถ้าหากว่าอยู่ในสถานการณ์นะคะถ้าหากว่าอยู่ในสถานการณ์นะคะ ที่ต้องข้ามถนนแบบนี้ แน่นอนว่าสิ่งแรกที่ครูซากิเลือกนะคะ คือ สะพานลอยค่ะ เราต้องดูด้วยนะคะ เด็ก ๆ สถานที่ที่เราอยู่ขณะนั้น ตรงนั้น มีสะพานลอยหรือเปล่าถ้าหากว่ามีสะพานลอย เราก็ควรที่จะขึ้นสะพานลอยดีกว่าค่ะ (คุณครูปฏิญญา) ถูกต้องค่ะ ครูซากิ แต่ครูบอสจะเตือนความปลอดภัยที่สุดเลย (คุณครูสุจิตรา) ใช่ค่ะ (คุณครูปฏิญญา) แต่ครูบอสก็ต้องเตือนเด็ก ๆ ว่าเราต้องขึ้นสะพานลอยเพียงคนเดียว ระยะเวลาที่อยู่ในช่วงเย็นแล้วหรือมืดค่ำแล้ว เราก็ควรระมัดระวังในการข้ามถนนนั้น สะพานลอยปลอดภัยถนนนั้นสะพานลอยปลอดภัยที่สุดเลยค่ะ ต่อมานะคะ สิ่งที่เด็ก ๆ อาจจะเลือกได้ก็คือข้ามทางม้าลายค่ะ แต่ข้ามทางม้าลายนี้นะคะ เป็นการข้ามถนนโดยที่เราเดินบรถนนเหมือนกัน แต่ทางม้าลายก็เป็นอีกที่หนึ่งที่เราสามารถข้ามถนนได้อย่างปลอดภัย เพราะว่าทางม้าลายนั้น ก็จะมีสัญญาณเตือน กับรถที่กำลังวิ่งผ่านไปผ่านมา โดยเฉพาะหลาย ๆ ที่นะคะ ปัจจุบันนะคะ มีสัญญาณให้เรากดค่ะ เมื่อเราต้องการจะข้ามทางม้าลาย เพราะว่าบางพื้นที่ก็ไม่ได้มีสะพานลอยทั่วถึงใช่ไหมคะ ครูซากิ (คุณครูสุจิตรา) ใช่แล้วล่ะค่ะ (คุณครูปฏิญญา) ฉะนั้น มี 2 วิธีนะคะ ที่ยังปลอดภัยอยู่ แต่ก่อนที่เราจะข้าม มองขวานะคะ และดูว่ารถนั้นหยุดให้เราข่้ามหรือยัง แล้วค่อยข้ามค่ะ นักเรียนสิ่งที่ไม่ควรเลย คือ วิ่งข้ามถนนค่ะ เพราะว่าถ้าเราเกิดอุบัติเหตุขึ้นมานะคะ ก็อาจจะทำให้เราบาดเจ็บได้เลย รวมไปถึงบางครั้งรถนะคะ ก็ไม่ทราบ หรืออาจจะมองไม่เห็นเราค่ะ บางครั้งเด็ก ๆ เป็นเด็ก ๆ ตัวเล็ก ๆ รถใหญ่เหล่านั้นนะคะ ก็อาจจะมองไม่เห็นว่าเรากำลังจะวิ่งข้ามถนน ฉะนั้น ข้อที่ไม่ควรเลยนะคะ กับในข้อ 7 ของเราเพราะในข้อ 7 ของเราก็คือการป้องกันอุบัติภัย หมายถึง การปฏิบัติตนค่ะ ตามกฎจราจร ในปัจจุบัน เด็ก ๆ อายุยังไม่ถึงนะคะ เครื่องยนต์รถยนต์ต่าง ๆ ฉะนั้นแล้วก็ปฏิบัติตามกฎจราจรช่องที่เด็ก ๆ การข้ามถนนที่ดีเราก็ควรข้ามทางม้าลายหรือว่าข้ามสะพานลอย ไม่ควรข้ามในที่ที่ไม่มีสัญลักษณ์เหล่านี้นะคะ (คุณครูสุจิตรา) ค่ะ ในข้อต่อมานะคะ นั่นก็คือการปฏิบัติตามกฎระเบไม่อยู่ในสถานที่อันตรายนั่นเอง เวลาเด็ก ๆ ไปตามสถานที่ต่าง ๆ เขาก็จะมีป้ายบอกนะคะ ว่าเราควรที่จะทำอะไรหรือไม่ควรทำอะไร ฉะนั้น เด็ก ๆ ก็ควรปฏิบัติอย่างเคร่งครัดนะคะ ถ้าเราไม่ปฏิบัติตามนี่ก็อาจจะเกิดอันตรายได้ (คุณครูสุจิตรา) ดังนั้น เด็ก ๆ ไปสถานที่ต่าง ๆ หมั่นสังเกตนะคะ ป้ายเตือนเหล่านี้เพื่อที่จะสามารถปฏิบัติตามสถานที่นั่น ๆ ได้ถูกต้องค่ะ (คุณครูปฏิญญา) ใช่แล้วล่ะค่ะ ป้ายเตือนนี่ เตือนในสถานที่นั้นกำลังชำรุดอยู่ เราก็อาจจะได้รับอันตรายถ้าหากเราไม่เชื่อป้ายเตือนค่ะ ต่อมาเลยค่ะ คำถามต่อมาก็คือ ถ้าไม่มีใครบังคับ นักเรียนจะไปตรวจสุขภาพหรือไม่คะ ถ้าหากไม่มีใครบังคับ นักเรียนจะตรวจสุขภาพหรือไม่ เด็ก ๆ ลองตอบคำถามตัวเองเลยนะคะ ถ้าไม่มีใครบังคับเราเลยนี่ โรงเรียนไม่ได้จัดการตรวจสุขภาพให้เรา นักเรียนจะยังไม่ตรวจสุขภาพด้วยตนเองไหมคะ เอ๊ะ มีใครเคยไปตรวจสุขภาพนอกเหนือจากที่โรงเรียนพาไปตรวจหรือเปล่าเอ่ยคุณครูซากิล่ะคะ ถ้าไม่มีใครบังคับคุณครูซากิเลยนี่ คุณครูซากิจะไปตรวจสุขภาพไหมคะ (คุณครูสุจิตรา) ตอนนี้นะคะ ก็ไม่มีใครบังคับคุณครูซากิ แต่ะคุณครูซากิก็ไปตรวจสุขภาพเองนะคะ เป็นประจำทุก ๆ ปีเลยค่ะ เพราะว่าในตอนนี้คุณครูซากิมีอายุที่เพิ่มมากขึ้น ดังนั้น คุณครูซากิก็จะต้องดูแลตัวเองให้ดีเลยค่ะ (คุณครูปฏิญญา) ใช่แล้วค่ะ คุณครูซากิ แต่ก็ยังไม่ถูก เพราะว่าบางคนอาจจะคิดเหมือนครูซากิเลยค่ะ ต่อเมื่ออายุของเราเพิ่มมากขึ้น เพราะเรากลัวว่าอายุเราเพิ่มมากขึ้น เราอาจจะเกิดอาการเจ็บป่วยได้ แต่จริง ๆ แล้วทุกคนเลยค่ะ ตั้งแต่เด็กถึงยังโตแล้ว เราก็ควรไปตรวจสุขภาพนะคะ บางคนนี่ถ้าหากโรงเรียนไม่มาตรวจให้ หรือว่าสถานที่ทำงานไม่บังคับให้เราไปตรวจ บางคนนี่ไม่เคยไปเจอคุณหมอเลยค่ะ โดยเฉพาะฟันที่เราเคยบอกนะคะ บางคตนแทบจะไม่เคยเจอคุณหมอฟันเลย เด็ก ๆ คะ จริง ๆ แล้วการตรวจสุขภาพเป็นสิ่งที่จำเป็น บางคนค่ะ ไม่เคยไปตรวจสุขภาพเลย กว่าจะรู้ว่าเป็นโรคร้ายนะคะ ก็รักษาไม่ทันเสียแล้ว ฉะนั้นแล้วเด็ก ๆ คะ การตรวจสุขภาพนั้นสำคัญเลยเพราะในข้อที่ 8 ของเรานะคะ บอกว่าควรออกกำลังกายสม่ำเสมอ และตรวจสุขภาพประจำปีค่ะ โดยเฉพาะในข้อนี้นะคะ การตรวจสุขภาพนะคะ จะทำให้ทราบการเจริญเติบโต และทราบของร่างกายค่ะ บางคนอาจจะคิดเหมือนคุณครูซากิค่ะ ถ้าในตอนเด็กนี่ เราไม่จำเป็นต้องไปตรวจสุขภาพ ไปตรวจตอนที่เราอายุเพิ่มมากขึ้นก็ได้ แต่เด็ก ๆ คะ บางครั้งนะคะ การเจริญเติบโตของเรา สำรวจนะคะ และก็ไปตรวจสอบสม่ำเสมอ เพราะบางคนค่ะ มีการเจริญเติบโตที่ไม่สมกับวัย เด็ก ๆ ที่เป็นเด็กเล็กไปตรวจสุขภาพอย่างสม่ำเสมอ คุณหมอก็จะตรวจสอบค่ะ ว่าร่างกายของเรา มีการเจริญเติบโตตามวัยหรือไม่ หรือบางคนนะคะ ครูซากิ ครูบอสเคยพบค่ะ บางคนชอบแบกกระเป๋าหนัก ๆ หรือว่าถือของข้างเดียวประจำ แบบนี้นะคะ บางครั้งเป็นบุคลิกภาพค่ะ ชอบเดินหลังค่อม นั่งหลังค่อม เด็ก ๆ ทราบไหมคะ มีเด็กคนหนึ่งเขาไปตรวจสุขภาพ แต่ปรากฏว่ากระดูกค่ะ มีการคดงอ เหมือนกับงูเลยค่ะ ครูซากิ แต่เวลามองจากภายนอกนี่ เรามองเห็นเป็นคนปกตินะคะ ถ้าไม่สังเกตก็ไม่ทราบเลยว่ากระดูกสันหลังของเขามีการคดงอ แบบนี้เด็ก ๆ คิดว่าอันตรายไหมล่ะคะ อันตรายมากเลยนะคะ อนาคตอาจจะทำให้เกิดการเจ็บป่วยได้เพราะบริเวณกระดูกสันหลังของเรามีเส้นประสาทรวมอยู่อย่างมากเลยล่ะค่ะ ทีนี้เด็ก ๆ เห็นแล้วใช่ไหมคะ ประจำปีนี่สำคัญ (คุณครูสุจิตรา) ค่ะ ในข้อต่อมานะคะ ค นั่นก็คือ การออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอนะคะ เราก็ควรเลือกกิจกรรมที่เหมาะสมกับวัยของเรา การออกกำลังกายก็เป็นสิ่งสำคัญนะคะ สามารถเลือกกิจกรรมที่ตนเองชอบได้เลยนะคะ ไม่ว่าจะเป็นการเล่นกีฬาประเภทต่าง ๆ นะคะ หรือกิจกรรทีใช้แรง ใช้การเคลื่อนไหวนั่นเองค่ะ (คุณครูปฏิญญา) เราเคยได้ยินบ่อยครั้งใช่ไหมคะ ว่าแค่ขยับเท่ากับออกกำลังกาย บางคนอย่างในภาพเลยค่ะ บางคนนี่ที่ในภาพเลยค่ะ ที่บ้านอาจจะเลี้ยงสุนัข เลี้นยงน้องแมว แบบนี้นะคะ แค่พาสัตว์เลี้ยงไปเดินเล่นหรือไปวิ่งออกกำลังกาย ก็นับเป็นการออกกำลังกายรูปแบบหนึ่งแล้วนะคะ บางครั้งการออกกำลังกายก็มีหลายชนิด (คุณครูสุจิตรา) ใช่ค่ะ (คุณครูปฏิญญา) บางคนบอกว่าไม่สะดวกเลยค่ะ ที่จะออกมานอกบ้าน ออกกำลังวกายภายในบ้านได้ไหมคะ (คุณครูสุจิตรา) จริง ๆ แล้วเด็ก ๆ สามารถออกกำลังกายในบ้านได้นะคะ อาจจะมีกิจกรรมหรือว่าท่าทางในการออกกำลังในสถานที่ที่เราอยู่ (คุณครูปฏิญญา) จะเห็นได้ว่าทำได้ทุก ๆ ที่เลยนะคะฉะนั้นแล้วนะคะ เราไม่มีข้ออ้างเลยที่จะไม่ออกกำลังกาย และต่อมาค่ะ เราผ่านไปข้อ 7 และข้อที่ 8 แล้วนะคะ เรามาถึงข้อที่ 9 แล้วล่ะค่ะ ในข้อที่ 9 เป็นสิ่งที่เราปฏิบติได้ง่าย ๆ เลย นั่นก็คือทำจิตใจให้ร่าเริงแจ่มใสอยู่เสมอ ซึ่งนะคะ ปฏิบัติอย่างแรกเลย ทำกิจกรรมที่ชอบค่ะ เด็ก ๆ ชอบทำกิจกรรมอะไรกันบ้างเอ่ย บางคนชอบเล่นเกมใช่ไหมคะ สามารถเล่นได้ค่ะ เด็ก ๆ แต่เราควรรับผิดชอบหน้าที่ของเราให้เรียบร้อยก่อน ทำการบ้านเสร็จแล้ว ช่วยงานบ้านเสร็จแล้ว เราก็ไปเล่นได้ค่ะ หรือบางคนอาจจะชอบวาดรูประบายสี ชอบดูหนัง ชอบเล่นกับสัตว์เลี้ยงแต่ละอย่างนะคะ เราสามารถทำตามความชอบได้เลยค่ะ โดยกิจกรรมนั้นต้องไม่สร้างความเดือดร้อนให้ผู้อื่นนะคะ (คุณครูสุจิตรา) ค่ะ ต่อมานะคะ นั่นก็คือการมองโลกในแง่บวก การที่เรานะคะ มองโลกในแง่บวกก็จะทำให้สุขภาพจิตของเรานะคะ ดีไปด้วย อันนี้นะคะ ถ้าเราอยู่ร่วมกับผู้อื่นค่ะ อาจจะมีคนอยากเข้ามาพูดคุยหรือเข้ามาปรึกษาต่าง ๆ อยากจะเข้ามาเล่นกับเรานั่นเองค่ะ ซึ่งการมองโลกในแง่บวกนี้ ส่งผลต่อจิตใจของเราด้วย ถ้าเรามองโลกในแง่ลบไปเสียหมด ก็อาจจะทำให้เราจิตใจขุ่นมัวทั้งวันนะคะ เกิดแต่ความไม่สบายใจ และหวาดระแวง เราก็ควรมองโลก หรือมองสิ่งต่าง ๆ ในแง่บวกมากขึ้นค่ะ และต่อมาเลยนะคะ ในทุกครั้งเมื่อมีปัญหาหรือมีสิ่งที่ไม่สบายใจนี่ ที่จะปรึกษาผู้ปกครอง เราเน้นย้ำกันบ่อยครั้งเลยนะคะ ว่าถ้าเรามีปัญหาต่าง ๆ เกิดขึ้น เราสามารถพูดคุยกับคุณพ่อคุณแม่ ผู้ปกครอบได้ ท่านอาจจะดุเราบ้างถ้าเราทำผิด แต่ว่าท่านนะคะ ก็จะให้คำปรึกษา ออกที่ดีให้กับเราได้ แบบนี้นะคะ จิตใจของเราก็จะร่าเริงแจ่มใสอยู่เสมอ เพราะไม่ได้มีเรื่องราวให้เครียดค่ะ (คุณครูสุจิตรา) ค่ะ แล้วในข้อต่อมานะคะ สิ่งแวดล้อมนะคะ การที่เราอยู่ในสิ่งแวดล้อมนะคะ น่าอยู่นะคะ ก็จะทำให้สุขภาพจิตของเรานี่ มีความแจ่มใส ร่าเริงนั่นเอง เริ่มต้นง่าย ๆ เลยค่ะ นั่นก็คือที่บ้านของเรานั่นเอง การจัดบ้านของเราให้มีความสะอาดอยู่เสมอ เราอยู่ในบ้านเราก็จะรู้สึกปลอดภัยนะคะ รู้สึกอบอุ่น ใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุขค่ะ ครูบอส (คุณครูปฏิญญา) รวมไปถึงสถานที่ต่าง ๆ ที่เราอยู่อาศัยเลย ก็อยู่ที่โรงเรียนนะคะ เป็นสะส่วนใหญ่เลย เพราะฉะนั้นแล้วนะคะ เด็ก ๆ เวรทำความสะอาด รวมไปถึงนะคะ ให้ทุกคนช่วยกันจัดเก็บสิ่งของเป็นประจำ ฉะนั้นแล้ว สถานที่ที่เราอยู่จัดให้น่าอยู่ ก็จะทำให้จิตใจของเราร่าเริงแจ่มใสได้ เด็ก ๆ ลองนึกภาพเวลาที่เราไปเวลาที่เราไปเที่ยวนะคะ เด็ก ๆ จำได้ไหมคะ เวลาที่เราไปถึงสถานที่ท่องเที่ยวต่าง ๆ เราก็จะมีความร่าเริงแจ่มใสนะคะ อยู่เสมอเลย สถานที่เหล่านั้น เขาจัดสภาพแวดล้อมให้น่าอยู่น่ามานั่นเอง ฉะนั้นแล้ว ถ้าเรานำสิ่งดี ๆ เหล่านั้นนะคะ มาทำที่บ้านของเราหรือที่โรงเรียนของเรานะคะ ใช้ชีวิตประจำวันได้อย่างมีความสุขค่ะ เราจบกันไปแล้วนะคะ ตั้งแต่ข้อที่ และก็มาถึงข้อที่ 9 ทีนี้ไปข้อที่ 10 นะคะ ครูบอสมีคำถามมาอีกแล้วค่ะ เด็ก ๆ คะ เด็ก ๆ เคยทิ้งขยะไม่ลงถังหรือไม่ ในชีวิตประจำวัน เราก็มีการชื้อข้าวมารับประทาน แต่ว่ามีของใช้ต่าง ๆ นะคะ ที่เมื่อใช้แล้วทิ้งลงถังขยะ เด็ก ๆ เคยทิ้งขยะไม่ลงถังหรือไม่คะ เราสามารถตอบได้ตามความจริงเลยนะคะ ไม่ต้องโกหกเลยค่ะ คุณครูซากิล่ะคะ เคยมีบางครั้งไหมคะ ที่ทิ้งขยะไม่ลงถัง (คุณครูสุจิตรา) ค่ะ ก็มีบ้างนะคะ เวลาเราทิ้งขยะแล้วทิ้งไม่ลงถัง แต่ว่าถ้าเมื่อหากเรารู้แล้วว่าขยะไม่ลงถัง เราก็ไปหยิบขึ้นมาใหม่ แล้วก็ทิ้งใหม่(คุณครูปฏิญญา) ถูกต้องเลยล่ะค่ะ ครูซากิ ซึ่งมันไม่ยากเลยนะคะ เพราะเราก็ทราบอยู่แล้วว่าเราทิ้งขยะไป อาจจะมีการผิดพลาดบ้าง ไม่ลงถังนะคะ แบบนี้ ทราบแล้ว ก็ควรจะเดินกลับไปหยิบค่ะ หรือถ้าเด็ก ๆ นะคะ ใช้ชีวิตประจำวัน แล้วเห็นนะคะ ว่ามีขยะตกอยู่ตามพื้นก็อาจจะทำจิตอาสาค่ะ กันเก็บขยะเพียงเท่านี้นะคะ พื้นที่ที่เราอยู่ก็จะสะอาด ปราศจากขยะ แล้วเมื่อสักครู่ค่ะ เราบอกแล้วว่าเราควรจัดสภาพแวดล้อมให้น่าอยู่ ซึ่งก็จะตรงกับข้อที่ 10 เลยนะคะ มีสำนึกต่อส่วนรวม โดยขั้นตอนแรกนะคะ เขาให้เราทิ้งขยะในที่รองรับค่ะ ในสถานที่ต่าง ๆ นะคะ จะมีถังขยะรองรับนะคะ ขยะที่เราจะทิ้ง ฉะนั้นแล้วนะคะ ถ้าเรายังไม่เจอถังขยะ เราก็ควรนะคะ เก็บขยะเหล่านั้นใส่กระเป๋าของเราหรือว่าถือเอาไว้ก่อน ไม่ควรที่จะทิ้งนะคะ ไม่ใช่แค่ทิ้งไม่ลงถังค่ะ เด็ก ๆ บางคนค่ะ ทิ้งตามแหล่งธรรมชาติค่ะ ครูซากิ ทิ้งลงแหล่งน้ำ ตามทุ่งหญ้าต่าง ๆ แบบนี้ไม่ดีเลยนะคะ และข้อต่อมาค่ะ นั่นก็คือควรที่จะแยกขยะก่อนที่นำไปทิ้ง เด็ก ๆ คะ บางคนอาจจะบอกว่าเราก็ทิ้ง ๆ รวม ๆ ไปทิ้งในถังขยะก็ได้นี่คะ ทำไมต้องแยกด้วย ยกตัวอย่างง่าย ๆ เลยค่ะ เด็ก ๆ เคยทานลูกชิ้นที่เสียบไม้ขาย นั่นล่ะค่ะ เด็ก ๆ ทราบไหมคะ ครูทราบนะคะ ว่าถ้าเรานำสิ่งของเหล่านี้อย่างอื่นแล้วคนที่เขามาเก็บขยะเขาไม่ทราบว่ามีของเหล่านี้อยู่ในขยะ หรือถังขยะของเราใช้มือสัมผัสลงไปอาจจะเกิดอันตรายค่ะ บางคนถูกไม้เหล่านั้นแทงทะลุมือเลย เด็ก ๆ ก็จะเห็นได้ว่าอันตราย ข้าวของที่อันตรายเหล่านี้ เราควรแยกขยะก่อนนำไปทิ้ง และขยะบางอย่างนะคะ ถ้าหากเราแยก สามารถนำไปรีไซเคิ้ลได้ด้วยค่ะ เราแยกขยะแล้วเมื่อสักครู่ครูบอสบอกมีอยู่มากมายหลายแระเภทเลย 1 ในนั้น ก็คือน้ำเสียเราก็ไม่ควรนะคะ ปล่อยลงสู่แม่น้ำ ลำคลอง ใครกันนะอาศัยอยู่ในแม่น้ำลำคลอง ใครกันนะเขาอาศัยอยู่ในแม่น้ำลำคลอง ถูกต้องค่ะ เด็ก ๆ มีน้องปลา มีสัตว์ต่าง ๆ มากมายเลยค่ะ เด็ก ๆ คงไม่อยากจะทำให้แหล่งที่อยู่ของเขาไม่น่าอยู่ใช่ไหมคะ อันนี้เราทิ้งขอขนาดบ้านของเรารกยังอันตรายเลย ทิ้งของเสียลฃก็อันตรายเช่นกันเลยค่ะ ฉะนั้นแล้วนี่ อีก 1 ข้อที่เป็นคำถาม อันนี้ง่ายเลยนะคะ ในชีวิตหลาย ๆ คนนะคะ ตื่นมาต้องทำเลยนั่นก็คือการแปรงฟัน ในขณะที่นักเรียนแปรงฟันแปรงฟัน นักเรียนปิดน้ำหรือไม่คะ หรือว่าเราแปรงฟันไปด้วย เปิดน้ำทิ้งไปด้วย เสร็จเลย คุณครูซากิคิดว่าจะปิดน้ำในขณะแปรงฟันไหมเอ่ย (คุณครูสุจิตรา) เอ๊ะ ไหนหลาย ๆ คนนะคะ ก็อาจจะเคยทำพฤติกรรมแบบนี้ใช่ไหมคะ นักเรียน ถ้าใครที่เคยทำแบบนี้ยกมือให้ดูหน่อยสิคะ หลาย ๆ คนค่ะ ก็เคยแปรงฟันไปด้วย แล้วก้เปิดน้ำทิ้งไปด้วยแบบนี้ (คุณครูปฏิญญา) ทำไมเราถึงแปรงฟันไปด้วยเปิดน้ำไปด้วยล่ะคะ ครูซากิ (คุณครูสุจิตรา) อันนี้นะคะ เป็นสิ่งที่เด็ก ๆ ไม่ควรทำเลย การที่เราเปิดน้ำทิ้งไปด้วยนะคะ น้ำอันนั้นก็จะไม่ได้ใช้ประโยชน์นะคะ ก็จะเปิดทิ้งไปเปล่าประโยชน์นั่นเอง (คุณครูปฏิญญา) ใช่แล้วล่ะค่ะ เป็นการเปลืองน้ำนั่นเอง ก็จะอยู่ในข้อที่ 10 นะคะ ก็คือ... (คุณครูสุจิตรา) ค่ะ การใช้น้ำและใช้ไฟนะคะ เราก็ควรที่จะใช้อย่างประหยัดนะคะ อันนี้เด็ก ๆ ก้สามารถทำได้เลยนะคะ โดยเริ่มต้นที่บ้านของเรานั่นเอง เวลาเด็ก ๆ ใช้สิ่งของต่าง ๆ ภายในบ้านนะคะ เมื่อเราใช้เสร็จเราก็ควรที่จะปิดนั่นเองค่ะ (คุณครูปฏิญญา) ใช่แล้วล่ะค่ะ เพราะว่าน้ำและไฟนะคะ สามารถผลิตขึ้นมาทดแทนได้ยากมากเลยค่ะผลิตขึ้นมาทดแทนได้ยากมากเลยค่ะ เด็ก ๆ อาจคิดว่าบนโลกของเรานะคะ มีน้ำอยู่เป็นส่วนใหญ่ น้ำเหล่านั้นก็เป็นน้ำทะเลค่ะ เราสามารถนำน้ำเหล่านั้นมาแปรงฟันได้ไหมคะ คงไม่สะอาดแน่เลยใช่ไหมคะ เด็ก ๆ ฉะนั้นแล้วนี่ เราก็ควรที่จะประหยัดน้ำนะคะ ไม่ควรเปิดน้ำทิ้ง กลับไปบ้านนะคะ เปลี่ยนพฤติกรรมใหม่เลยนะคะ เด็ก ๆ เวลาแปรงฟัน เราก็ควรปิดน้ำ หรือว่าใครนะคะสามารถมีแก้วน้ำสำหรับแปรงฟัน ก็สามารถรองน้ำมาใช้นะคะ ในขณะแปรงฟันได้ค่ะ ไม่ควรเลยนะคะ ที่จะแปรงฟันไป เปิดก็อกน้ำทิ้งไปด้วย ไม่น่ารักเลยค่ะ และอีก 1 อย่างนะคะ นอกจากประหยัดน้ำและประหยัดไฟ หลีกเลี่ยงการใช้วัสดุที่ทำให้เกิดมลพิษแวดล้อม เช่น โฟม หรือว่าพลาสติกค่ะ คุณครูซากิพอจะนึกออกไหมคะ ว่าอะไรเอ่ยที่เราใช้ในชีวิตประจำวันที่เป็นโฟมกับพลาสติกบ้างคะ (คุณครูสุจิตรา) เวลาเด็ก ๆ ซื้อของนั่นเองค่ะ เด็ก ๆ ก็อาจจะใช้ถุงพลาสติกเหล่านี้นะคะ เมื่อใช้เสร็จแล้วบางคนเพิ่งซื้อมา แล้วก็ใช้เสร็จไปปุ๊บ แล้วก็ทิ้งเลยทำให้ส่งผลเสียต่อสิ่งแวดล้อมได้ (คุณครูปฏิญญา) ใช่แล้วล่ะค่ะ ถุงพลาสติดเหล่านี้ใช้เวลาย่อยสลายนับ 10 10 ปีเลย บางอย่างนะคะ เราตายไปแล้ว เกิดใหม่แล้ว ขยะเหล่านั้นนะคะ ยังย่อยสลายไม่หมดเลยค่ะ รวมไปถึงนะคะ โฟมต่าง ๆ นะคะ เป็นอันตรายต่อสิ่งแวดล้อมค่ะ ของเหล่านี้นะคะ นำมารีไซเคิลยากมากเลยนคะ พลาสติกบางอย่างก็ไม่สามารถนำมารีไซเคิลได้ เด็ก ๆ คะ ถ้าละเว้นได้ ก็ควรละเว้นนะคะ อย่างเช่น ถ้าเรามีภาชนะที่จะไปใส่อาหารต่าง ๆ ก็ควรใช้ภาชนะที่ทำจากธรรมชาติหรือภาชนะที่ใช้ซ้ำได้ รวมไปถึงพลาสติกนะคะ ควรหลีกเลี่ยงไปใช้ถุงผ้าได้ ก็ควรทำนะคะ และยังไม่หมดนะคะ การมีสำนึกต่อส่วนรวม และร่วมสร้างสรรค์สังคม ยังมีอีก 1 วิธี นั่นก็คือมีส่วนร่วมในการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมค่ะ คุณครูซากิเคยไปทำกิจกรรมที่เป็นกิจกรรมส่วนรวม(คุณครูสุจิตรา) เคยเหมือนกันค่ะ โดยเวลาที่คุณครูซากิไปเที่ยวนะคะ อย่างเช่น ไปเที่ยวภูเขา หรือไปเที่ยวทะเลน่ะค่ะ ก็จะเก็บขยะที่อยู่บริเวณสถานที่ท่องเที่ยวไปเที่ยวนั้น ๆ นะคะ เก็บขยะสถานที่ตรงนั้นนี่สะอาดแล้วก็น่าอยู่ด้วยค่ะ (คุณครูปฏิญญา) ครูบอสจำได้แล้วล่ะค่ะ ครูบอสเคยเห็นคุณครูซากิไปเที่ยวทะเลและเก็บขยะต่าง ๆ เยอะแยะเลย ตอนนี้คุณครุซากิ ถ่ายรูปมาด้วยใช่ไหมคะ (คุณครูสุจิตรา) ใช่ค่ะ (คุณครูปฏิญญา) เด็ก ๆ เห็นไหมล่ะคะ การทำความสะอาดตามแหล่งสาธารณะต่าง ๆ ก็นำมาเป็นกิจกรรมต่าง ๆ ของเราได้ ครูบอสนะคะ เคยเห็นบางคนนะคะ ทำกิจกรรมนี้เป็นประจำเลย นออกจากจะเป็นกิจกรรมที่เราได้ทำในเวลาว่างแล้ว ยังเกิดประโยชน์ต่อสิ่งแวดล้อมและต่อโลกของเราด้วยค่ะ เพราะว่าเราอาศัยอยู่ในโลกนี้อีกนานเลย เราจะไปอยู่ดาวดวงอื่นได้ไหมล่ะคะ ก็ไม่ได้ใช่ไหมคะ เด็ก ๆ เพราะฉะนั้นแล้ว บนที่แห่งนี้ เราก็ควรที่จะดูแลรักษาให้เขานะคะ อยู่กับเราไปนาน ๆ ให้เราอาศัยอยู่ได้ด้วย น่าอยู่แล้วก็สะอาดนั่นเองค่ะ แล้ววันนี้นะคะ จำได้ไหม เอ่ย ที่ครูบอสบอกให้เด็ก ๆ เตรียมธงมา นั่นก็คือธง 2 สีค่ะ อาจจะเป็นธงสีเขียวหรือธงสีแดง ซึ่งเด็ก ๆ และคุณครูปลายทางสามารถปรับเปลี่ยนสีที่เรามีที่โรงเรียนเลยค่ะ ไม่จำเป็นต้องสิ้นเปลืองเลยนะคะ ซึ่งกิจกรรมยกธงลงความเห็นนี้นะคะ สิ่งที่จะให้เด็ก ๆ ทำนั้นนะคะ ก็คือก่อนอื่นเลยนะคะ ให้เด็ก ๆ แบ่งกลุ่ม 4 คนค่ะ (คุณครูสุจิตรา) ค่ะ ในข้อที่ 2 นะคะ ให้คุณครูแจกธงสีเขียวและสีแดงให้กับนักเรียน (คุณครูปฏิญญา) และข้อที่ 3 นะคะ เมื่อแจกธงแล้วนะคะ ในแต่ละข้อค่ะ ให้นักเรียนดูภาพค่ะ และยกธง ลงความเห็นร่วมกัน ว่าถ้าเรายกธงสีเขียว หมายความว่าภาพนั้นนะคะ ควรปฏิบัติ แต่ถ้าเรายกธงสีแดง หมายความว่าภาพนั้นไม่ควรปฏิบัติ ฉะนั้นแล้วนะคะ เราควรช่วยกันดูเลยนะคะ หรือเป็นสิ่งที่ควรปฏิบติหรือไม่ร่วมกันก่อน ไม่ควรตัดสินใจเพียงคนเดียวนะคะ เพราะว่ากิจกรรมนี้เป็นกิจกรรมกลุ่มค่ะ เราควรฟังความคิดเห็นของทุก ๆ คนภายในกลุ่ม เด็ก ๆ พร้อมหรือยังเอ่ย ถ้าพร้อมแล้ว เรามาเริ่มกิจกรรมกันเลยค่ะ เริ่มที่ข้อที่ 1 เลยนะคะ ข้อที่ 1 ภาพนี้เด็ก ๆ คคิดว่าเป็นพฤติกรรมที่ควรปฏิบัติหรือไม่ควรปฏิบัติคะ (คุณครูสุจิตรา) ค่ะ ตอนนี้ให้ภายในกลุ่มนะคะ ได้แสดงความคิดเห็นกันนะคะ เราควรปฏิบัติหรือไม่ (คุณครูปฏิญญา) ในภาพนี้เขาทำอะไรอยู่นะ เด็ก ๆ ได้ลงความเห็นหรือยัง ได้คำตอบหรือยัง เราจะยกธงสีใดเอ่ย คุณครูซากิคิดว่าภาพนี้ควรปฏิบัติหรือว่าไม่ควรปฏิบัติคะ (คุณครูสุจิตรา) ตอนนี้นะคะ เดี๋ยวรอเด็ก ๆ ก่อนนะคะ ยกธงได้เลยค่ะ ว่าเป็นสีเขียว หรือว่าสีแดงตอนนี้เด็ก ๆ ยกธงแล้วค่ะ เดี๋ยวเรามาดูกันว่าภาพนี้ควรปฏิบัติหรือไม่ ถ้าสังเกตดี ๆ นะคะ ภาพนี้มีบุคคลนะคะ กำลังเดินข้ามถนนอยู่ใข่ไหมคะ เด็ก ๆ แต่ขณะที่เขาเดินข้ามถนนนั้น เล่นมือถือไปด้วย เล่นโทรศัพท์ไปด้วยนั่นเองค่ะ (คุณครูปฏิญญา) เราเห็นจากภาพแล้ว บางคนอาจจะไม่สังเกต ข้ามทางม้าลายก็คิดว่าปฏิบัติได้ว่า เขากำลังเล่นมือถืออยู่เด็ก ๆ คิดว่าเขาจะมีสมาธิในการมองซ้าย มองขวาหรือเปล่าเอ่ย ถูกต้องค่ะ สมาธิก็จะไปจดจ่ออยู่กับโทรศัพท์ ฉะนั้นแล้ว ข้อนี้ ไม่ควรปฏิบัติค่ะ เพราะว่าอาจจะทำให้เกิดอันตรายได้เลยนะคะ ไม่คิดเพียงแค่ว่าขณะขับขี่นะคะ เราไม่ควรเล่นโทรศัพท์ เวลาเราข้ามถนนเราไม่ควรทำอย่างอื่นเลยล่ะค่ะ บางคนพูดคุยกัน หยอกล้อกัน เล่นกันในขณะที่ข้ามถนน อาจจะทำให้เกิดอันตรายได้ค่ะ เป็นอย่างไรบ้างคะ ตอบกันถูกหรือเปล่าเอ่ย ในภาพนี้ต้องยกธงสีแดงค่ะ ถ้าพร้อมแล้ว เราไปสู่ข้อที่ 2 กันเลยค่ะ (คุณครูสุจิตรา) ในข้อที่ 2 นี้นะคะ เด็ก ๆ ถ้าเด็ก ๆ สามารถปรึกษากันเลยค่ะ ในภาพนี้นะคะ เป็นพฤติกรรมที่เราควรปฏิบัติหรือว่าไม่ควรปฏิบัติค่ะ (คุณครูปฏิญญา) ถ้าปรึกษากันแล้ว ยกธงได้เลยค่ะ (คุณครูสุจิตรา) เรามาเฉลยกันดีกว่าค่ะ คุณครูบอส (คุณครูปฏิญญา) ในข้อนี้นะคะ เป็นภาพที่เด็ก เขากำลังทำความสะอาด ดูแลบ้านของตนเองอยู่ฉะนั้นแล้ว แน่นอนเลยค่ะ ข้อนี้เราจะยกธงสีเขียวค่ะ โดยสีเขียวนี้นะคะ ในกิจกรรมนี้ควรปฏิบัติว่าพฤติกรรมนี้นะคะ ปรับสภาพแวดล้อมภายในบ้าน หรือว่าที่และไปสู่ข้อต่อมาค่ะ เด็ก ๆ คิดว่าควรยกธงสีไหนดีคะ (คุณครูสุจิตรา) เอ๊ะ ยกธงสีอะไรดีนะ ในภาพนะคะ เป็นเด็กที่กำลังว่ายน้ำอยู่ อยู่ใช่ไหมคะ (คุณครูปฏิญญา) ถ้าเลือกได้แล้วยกธงได้เลยค่ะ (คุณครูสุจิตรา) ในข้อนี้ก็มีหลากหลายสีเลยค่ะ คุณครูบอส เดี๋ยวเรามาดูเฉลยไปพร้อม ๆ กันค่ะ (คุณครูปฏิญญา) ในข้อนี้นะคะ ควรที่จะยกธงสี...สีเขียวค่ะ (คุณครูสุจิตรา) เพราะอะไรหรือคะ (คุณครูปฏิญญา) เพราะเราสังเกตในภาพ เด็กคนนี้กำลังออกกำลังกายอยู่ เลือกกิจกรรหรือว่ากีใาที่ชอบนัั่นเอง ที่เราได้เรียนไปใน 1 ข้อนั้น เราควรออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอนั่นเองค่ะ ในข้อที่ 8 นั่นเอง ฉะนั้นแล้วนะคะ ข้อนี้ก็เป็นพฤติกรรมที่ควรปฏิบัติแต่เด็ก ๆ อย่าลืมที่จะสำรวจรวมไปถึงนะคะ เด็ก ๆ ควรเล่นนะคะ ในพื้นที่ที่มีผู้ใหญ่ดูแลด้วย เพราะอาจจะเกิดอันตรายได้ด้วย ห้ามไปเล่นน้ำโดยลำพังหรือว่าเล่นกับเพื่อน 2 คน เพราะถ้าอัตรายเกิดขึ้น เพื่อนก็ไม่ใสามารถช่วยเราได้ค่ะ ต้องมีผู้ใหญ่ดูแลอย่างใกล้ชิดนะคะ และข้อต่อมาค่ะ ข้อนี้จะเป็นพฤติกรรมที่ควรปฏิบัติหรือไม่ควรปฏิบัตินะ ลองปรึกษากันได้เลยค่ะ (คุณครูสุจิตรา) จากในภาพนี้นะคะ จะเห็นว่ามีเด็กชายนะคะ น่าจะเอามือไปแหย่ปลั๊กไฟค่ะ เด็ก ๆ เอ๊ะ พฤติกรรมนี้ควรปฏิบัติหรือไม่ควรปฏิบัติ ถ้าเด็ก ๆ พร้อมแล้ว ยกธง(คุณครูปฏิญญา) สีค่อนข้างเป็นเอกฉันท์เลยนะคะ เพราะในภาพนี้ว่าในกิจกรรมนี้นะคะ ในภาพนี้สิ่งที่กำลังทำอยู่ คือนำนิ้วของเรานะคะ ไปแหย่ปลั๊กไฟ แบบนี้แน่นอนเลยค่ะ ไม่ควรปฏิบัติค่ะ ยกธงสีแดงนั่นเอง เพราะว่าเราไม่ควรเลยใช่ไหมคะ นำมือของเราไปแหย่หรืออุปกรณ์อย่างอื่นที่ไม่ใช่ปลั๊กไฟก็ไม่ควรไปแหย่นะคะ เพราะอาาจจะเกิดอันตรายได้รับไฟฟ้านะคะ ช็อตเข้าสู่ร่างกายได้ ดินสอแบบนี้นำไปแหย่ได้ไหมคะ ครูซากิ (คุณครูสุจิตรา) ไม่ได้เลยค่ะ ถ้าเป็นไปได้เด็ก ๆ ควรที่จะหลีกเลี่ยงเลยนะคะ ไม่ควรเอาอะไรนะคะ เข้าไปแหย่ในปลั๊กไฟเด็ก ๆ และมาถึงนะคะ ข้อต่อมา ข้อนี้เด็ก ๆ คิดว่าเป็นกิจกรรมที่ควรปฏิบัติหรือไม่ไม่ควรปรึกษากันได้เลยค่ะ ถ้าปรึกษาเรียบร้อยแล้ว ยกธงได้เลยค่ะ ได้เลยค่ะ (คุณครูสุจิตรา) เฉลยกันดีกว่าค่ะ คุณครูบอส (คุณครูปฏิญญา) ในข้อนี้คุณครูซากิจะเฉลยว่ายกธงสีอะไรคะ (คุณครูสุจิตรา) เอ๊ะ สีอะไรดีนะ เฉลย ก็คือสีแดงนั่นเองค่ะ เด็ก ๆ เพราะจากในภาพนี้นะคะ เราก็จะเห็นว่ามีขยะเกลื่อนกลาดมากมายเต็มพื้นเลย แสดงให้เห็นว่าเรานะคะ ไม่รักษาสิ่งแวดล้อมนะคะ เพราะว่าถ้าเราเกิดทิ้งขยะก็อาจจะทำให้เกิดอันตราย หรือทำให้เกิดการแพร่ระบาดของโรคต่าง ๆ ด้วยค่ะ เราก็ได้ทบทวนนะคะ ของเรื่องที่เราเรียนไปในข้อที่ 7 ถึงข้อที่ 10 ในกิจกรรมยกธงลงความเห็นกันแล้วเรามาเข้าสู่กิจกรรมประจำวันนี้กันเลยค่ะ นั่นก็คือใบงานที่ 4 เรื่อง บันทึกการปฏิบัติตนของฉันค่ะ โดยใบงานนี้นะคะ จะให้นักเรียนนะคะ บันทึกการปฏิบัติตน10 ประการ โดยใส่เครื่องหมายถูกในข้อที่ทำได้ ในวันนั้นนะคะ พร้อมทั้งบันทึกผลของกิจกรรมและสรุปผลการปฏิบัติในแต่ละวันค่ะ ซึ่งเด็ก ๆ นะคะ สามารถบันทึกได้เลย โดยในจะแบ่งนะคะ เป็นวันจันทร์ วันอังคาร วันพุธ วันพฤหัสบดี แล้วก็วันศุกร์นะคะ ซึ่งนะคะ คุณครูปลายทางสามารถปรับเปลี่ยนได้ตามเหมาะสมเลย อาจจะให้เด็ก ๆ นะคะ ปฏิบัติตนในสัปดาห์ที่ผ่านมา หรือว่าจะให้นักเรียนนำกลับไปทำเป็นการบ้าน ให้บันทึกการปฏิบัติตนต่อจากนี้นะคะ ว่าเรานะคะ ในแต่ละวันทำได้กี่ข้อ ซึ่งเด็ก ๆ สามารถสังเกตได้เลยนะคะ ในใบงานจะมีตั้งแต่ข้อที่ 1 ถึงข้อที่ 10 ถ้าหากเราทำได้นะคะ ในข้อไหนเราก็ติ๊กถูกเลยค่ะ รายละเอียดของกิจกรรมว่าทำสิ่งใดได้บ้าง ซึ่งแต่ละวันนะคะ เราจะเห็นข้อที่เห็นว่า วันนี้ทำได้จำนวน... ข้อ ครูบอสหวังว่าเมื่อถึงวันศุกร์ เด็ก ๆ สามารถทำได้ครบทั้ง 10 ข้อเลยนะคะ ซึ่งกิจกรรมของเด็ก ๆ นะคะ ในวันนี้ คือ ทำใบงานที่ 4 นั่นเอง ต้องทำอย่างไรบ้างคะ (คุณครูสุจิตรา) ค่ะ รบกวนคุณครูปลายทางนะคะ อธิบายขั้นตอนในการทำกิจกรรมให้ชัดเจนอีกครั้งหนึ่ง อาจจะมีการให้คำแนะนำระหว่างที่นักเรียนทำกิจกรรมค่ะ สามารถไปทำกิจกรรมได้เลยนะคะ และเดี๋ยวเราเข้าสู่ช่วงสรุปบทเรียนพร้อมกันค่ะ [เสียงดนตรี] (คุณครูปฏิญญา) หมดเวลาแล้วค่ะ คุณครูคะ คุณครูสามารถตรวจสอบใบงานของเด็ก ๆ ได้เลยนะคะ ซึ่งคุณครูสามารถให้เด็ก ๆ นำกลับไปทำเป็นการบ้านได้ เด็ก ๆ คะ ใน 5 วัน เราสามารถได้ทำนะคะ เราสามารถเลือกใส่เครื่องหมายถูกได้ทุกวันเลยนะคะ ถ้าหากนะคะ เราทำได้ครบทั้ง 10 ข้อ ทั้ง 5 วันเลย แปลว่าเก่งมาก ๆ เลยนะคะ คุณครูบอสหวังว่าเด็ก ๆ ทุกคนนะคะ เพราะสุขบัญญัติแห่งชาติของเราเป็นการดูแลทั้งสุขภาพกายและสุขภาพจิตรค่ะ ถ้าทำได้ครบทุกข้อ ร่างกายของเราก็จะแข็งแรงสมบูรณ์ค่ะ ซึ่งในวันนี้นะคะ เราก็ได้มาเรียนกันจนถึงข้อที่ 10 แล้วนะคะ และในข้อที่ 7 นะคะ ที่เราได้ตอบมา ก็คือการป้องกันอุบัติภัยด้วยการไม่ประมาทเริ่มแรกเลยนั่นก็คืออุบัติภัยและอุบัติเหตุภายในบ้านของเรา จัดบ้านให้หน้าอยู่ จัดอุปกรณ์ข้าวของเครื่องใช้ ถ้ามีการชำรุดก็ควรรีบซ่อมแซม และระมัดระวังในการใช้เครื่องใช้ไฟฟ้า เวลาอยู่นอกบ้านเราจะป้องกันได้อย่างไรคะครูซากิ (คุณครูสุจิตรา) นะคะ เวลาที่เด็ก ๆ เดินทางไปไหนมาไหนก็อาจจะมีการข้ามถนน โดยเด็ก ๆ ก็ควรที่จะไม่ขึ้นสะพานลอยก็ข้ามทางม้าลาย วิธีที่จะข้ามทางม้าลายนะคะ ก่อน ข้ามนะคะ ขั้นตอนแรกเด็ก ๆ ต้องถัดมามองขวาก่อน นั่นก็คือมองรถนะคะ ที่กำลังจะวิ่งมานั่นเองนะคะ ต่อมาเมื่อมองหมาเสร็จแล้ว ให้มองซ้ายอีกครั้งหนึ่ง ก็คืออาจจะมีรถที่ขับสวนทางมา เมื่อเรามองแล้วว่าไม่มีรถ แล้วก็ให้กลับไปมองด้านขวาอีก 1 รอบ จากนั้นจึงจะข้ามได้ ดังนั้นะคะ ในเวลาที่เด็ก ๆ ข้ามทางม้าลายนะคะ ก็ควรที่จะมองขวา 1 ครั้ง มองซ้าย 1 ครั้ง แล้วก็กลับไปมองขวา 1 ครั้งนั่นเอง(คุณครูปฏิญญา) แบบนี้นะคะ เราก็จะใช้ชีวิตได้อย่างปลอดภัยค่ะ และต่อมาในข้อที่ 8 ค่ะ (คุณครูสุจิตรา) ค่ะ ในข้อที่ 8 นะคะ นั่นก็คือการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอแล้วก็อย่าลืมตรวจสุขภาพประจำปีด้วยค่ะ ว่าการออกกำลังกายเป็นสิ่งสำคัญ รวมไปถึงการตรวจสุขภาพประจำปีก็ควรทำเป็นประจำสม่ำเสมอค่ะ ในข้อที่ 9 ทำจิตใจให้ร่าเริง แจ่มใส่อยู่เสมอ มีหลากหลายวีธีเลยค่ะ ทำกิจกรรมที่มองโลกในแง่ดี หากมีปัญหาก็ไม่ควรเก็บไว้คนเดียว ปรึกษาผู้อื่น พูดระบายความเคลียดได้ค่ะ รวมไปถึงนะคะ ทำกิจกรรมที่แจ่มใสอยู่เสมอค่ะ (คุณครูสุจิตรา) และข้อที่ 10 นะคะ ข้อสุดท้ายของเราในวันนี้ มีจิตสำนึกต่อส่วนรวมแล้กว็ร่วมกันสร้างสรรค์สังคม สามารถทำกิจกรรมนะคะ ที่เป็นประโยชน์ต่อส่วนรวมนั่นเอง ก็มีหลากหลายกิจกรรมเลยนะคะ ไม่ว่าจะเป็นพวกสาธารณประโยชน์หรือจิตอาสาต่าง ๆ (คุณครูปฏิญญา) ใช่แล้วล่ะค่ะ ในบางครั้งก็อาจจะทำในชีวิตประจำวัน การรับผิดชอบต่อส่วนรวม ไม่ทิ้งขยะเรี่ยราด แยกขยะก่อนทิ้ง และที่สำคัญประหยัดน้ำซึ่งในวันนี้นะคะ เราก็ได้จบกันไปแล้วสำหรับสุขบัญญัติแห่งชาติ เรียนกันไปแล้วครบทั้ง 10 ข้อ อย่าลืมที่จะนำกลับไปปฏิบัติด้วยนะคะ และในสัปดาห์หน้าเราจะกลับมาพบกันในเรื่องของ ข่าวสารสร้างเสริมสุขภาพค่ะ (คุณครูสุจิตรา) ค่ะ และสิ่งที่คุณครูปลายทางและนักเรียนปลายทางจะต้องเตรียมนะคะ นั่นก็คือใบงานที่ 5 เรื่อง ข่าวสารสร้างเสริมสุขภาพค่ะ โดยคุณครูปลายทางสามารถเตรียมใบงานให้กับเด็ก ๆ ได่ที่ www.dltv.ac.th ค่ะ (คุณครูปฏิญญา) และสำหรับวันนี้นะคะ ครูบอสและครูซากิต้องขอตัวลาไปก่อน และเดี๋ยวเรากลับมาพบกันใหม่ในสัปดาห์หน้า สำหรับวันนี้สวัสดีค่ะ บ๊ายบาย [เสียงดนตรี]