--- title: ฝึกแบ่งพิมพ์+PE (DLTV สุขศึกษา ป.5 หน่วยที่ 3) ๗ ข่าวสารสร้างเสริมสุขภาพ 24 ธ.ค. 64 (มีใบงาน) subtitle: date: วันพุธที่ 19 ตุลาคม 2565 เวลา 09.00 น. --- (ข้อความสดจากระบบถอดความเสียงพูดทางไกล) (คุณครูปฏิญญา) สวัสดีคุณครูปลายทาง และนักเรียนปลายทางทุกคนค่ะ ยินดีต้อนรัเข้าสู่ราวิชาสุขศึกษาและพละศึกษา ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ค่ะ วันนี้นะคะ มาพบกับคุณครูปฏิญญา ประจันบาน หรือคุณครูบอสค่ะ (คุณครูสุจิตรา) ค่ะ และคุณครูสุจิตรา บุญธรรม หรือคุณครูซากิค่ะ (คุณครูปฏิญญา) ซึ่งในวันนี้นะคะ เราก็ยังพบกันในเรื่องใหม่แล้วค่ะคุณครูซากิ จะเป็นเรื่องการดูแลสุขภาพ แต่จะเป็นหัวข้ออะไรนั้นก่อนอื่นเลยเรามาดูจุดประสงค์ ในวันนี้ก่อนค่ะ (คุณครูสุจิตรา) ซึ่งจุดประสงค์การเรียนรู้ในวันนี้นะคะ ข้อทีนักเรียนจะสามารถระบุรายละเอียดข้อมูลแกล่งข่าวสารต่าง ๆ ที่ให้บริการด้านสุขภาพได้ค่ะ (คุณครูสุจิตรา) ค่ะ และในข้อที่ 2 นะคะ นักเรียนจะ ค้นหาแหล่งข้อมูลข่าวสารในการสร้างเสริมสุขภาพได้ค่ะ และสุดท้ายนะคะ นักเรียนจะเห็นประโยบชน์การค้นหาแหล่งข้อมูลข่าวสารในการสร้างเสริมสุขภาพค่ะ (คุณครูปฏิญญา) เอ๊ะ คุณครูซากิเป็นอะไรคะ (คุณครูสุจิตรา) คุณครูซากิรู้สึกคันน่ะค่ะ รู้สึกคันค่ะ ครุซากิพึ่งเปลี่ยนครีมทาผิวมาใหม่ เพราะเขาบอกว่าตัวนี้ใช้ดีมากเลยค่ะ บอกว่าใช้แล้วนะคะ ผิวจะหอม ขาวผ่องใส แต่พอใช้แล้วรู้สึกคัน ๆ อย่างไรก็ไม่รู้ค่ะคุณครูบอส (คุณครูปฏิญญา) มีผื่นขึ้นด้วยไหมคะนี่ (คุณครูสุจิตรา) เริ่มมีผื่นขึ้นแล้วค่ะ (คุณครูปฏิญญา) เอ๊ะ เด็ก ๆ เคยมีอาการแบบนี้บ้างไหมคะ แล้วถ้า ดังกล่าวเกินขึ้นกับนักเรียน นักเรียนจะทำอย่างไรคะ เด็ก ๆ เคยมีเหตุการณ์แบบนี้ขึ้นบ้างไหมคะ ที่เวลาเราไปซื้อของมาใช้นี่แล้วเกิดอาการแพ้แบบนี้ เด็ก ๆ จะทำอย่างไรคะ ถ้าเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นกับตนเอง ตอบคุณครูปลายทางได้เลยค่ะ ซึ่งในตอนนี้นะคะ เด็ก ๆ หลาย ๆ คนนะคะ ก็อาจจะมีการใช้ พวกผลิตภัณฑ์สุขภาพต่าง ๆ เครื่องสำอางต่าง ๆ ถ้าหากเด็ก ๆ ใช้แล้ว บังเอิญเกิดเกิดเหตุการณ์เหมือนกับคุณครูซากิเมื่อสักครู่นี้นะคะ มีอาการคันหรือผื่นขึ้นนี่เด็ก ๆ จะทำอย่างคุณครูบอสคะ ถ้าเกิดเหตุการณ์แบบนี้นะคะ เราทำอย่างไรได้บ้าง (คุณครูปฏิญญา) อย่างแรกเลยนะคะ ที่สำคัญเลย เราต้องรักษาตนเองก่อนค่ะ เราต้องรีบไปพบคุณหมอเลยนะคะ เพราะคุณหมอจะ ช่วยปฐมพยาบาลเบื้องต้น พวกผื่น เป็นผดขึ้นนี่ เพราะว่าเกิดจากสาเหตุใดเกิดจากครีมที่เรานำมาใช้หรือไม่ หรือว่าเกิดจากสาเหตุอื่นนะคะ เมื่อเราหาหมอเรียบร้อยแล้วนี่ คุณหมอนะคะ หรือว่าแพทย์เขาก็จะให้ใบรับรองแพทย์มาค่ะ ว่าเราแพ้อะไร ทีนี้นะคะ เมื่อเราได้หลักฐานยืนยันแล้วมีการแพ้นี่ เราก็อาจจะไปร้องเรียนได้ที่ สคบ. หรือว่าที่ อย. ค่ะ หรือที่เราเรียกว่า สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา หรือสำนักงานคุ้มครองผู้บริโภคนั่นเองค่ะ แบบนี้นะคะ แต่จริง ๆ แล้วคุณครูซากิ ก่อนเราจะซื้อของมาใช้นะคะ ไม่ว่าจะเป็นของที่เรานำมารับประทานหรือว่าของที่เรานำมาใช้ต่าง ๆ เราควรจะตรวจสอบข้อมูลก่อนค่ะ ว่าครีมนั้นนะคะ หรือว่าของใช้เหล่านั้นนะคะ ได้รับรองมาตรฐานหรหรือยัง รวมไปถึงนะคะ คำโฆษณาต่าง ๆ เราเชื่อถือไม่ได้ค่ะ เพราะบ้างครั้งเขาโฆษณาเกินจริงค่ะ เขาก็บอกข้อดีของเขา ว่าสินค้าของเขามีข้อดีอะไรบ้าง แต่ไม่เคยบอกข้อเสีย หรือข้อควรระวังค่ะ แบบนี้นะคะ เด็ก ๆ ต้องศึกษาข้อมูลก่อนจะซื้ออะไรมาใช้นะคะ ซึ่งในวันนี้นะคะ ก็จะเกี่ยวเนื่องกับเรื่องที่เราจะเรียนกันค่ะ ก็คือแหล่งข้อมูลข่าวสารทางสุขภาพค่ะ ซึ่งแหล่งข้อมูลข่าวสารทางสุขภาพนะคะ ซึ่งวันนี้ที่ครูบอสและครูซากินำมาให้นักเรียน เริ่มที่แหล่งที่ ๑ นะคะ ช่องทางเว็บไซต์ค่ะ คือในช่องทางออนไลน์ต่าง ๆ นะคะ (คุณครูสุจิตรา) ในช่องทางที่ 2 นะคะ นั่นก็คือสายด่วนสุขภาพนั่นเอง ก็จะเป็นเบอร์โทร ที่เป็นสายด่วนสุขภาพหลายเบอร์เลย (คุณครูปฏิญญา) แล้วสายด่วนจำได้ง่ายด้วยนะคะ เพราะมีเลขเพียง 4 ตัวเท่านั้นและสุดท้ายค่ะ นั่นก็คือสถานบริการสุขภาพนั่นเอง ซึ่งเดี๋ยววันนี้เรามาเรียนรู้ แต่ละช่องทางนั้นมีอะไรบ้าง วันนี้นะคะ ครูบอสและครูซากิก็มีมาแนะนำให้เด็ก ๆ นะคะ คร่าว ๆ ดังนี้ค่ะ เริ่มที่ช่องทางที่ 1 เลยนะคะ ในช่องทางของเว็บไซต์นะคะ นั่นก็คือ www.fda.moph.go.th d.th ค่ะ ซึ่ง www. นี้นะคะ เป็นเว็บไซต์ของคณะกรรมการอาหารและยา ของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาหรือที่เรา เรียกติดปากกันว่า อย. นั่นเองค่ะ ซึ่งหน่วยงานนี้นะคะ เป็นหน่วยงานนะคะที่คุ้มครอองผู้บริด้านผลิตภัณฑ์สุขภาพ ส่งเสริมความรู้ ความเข้าใจในการบริโภคผลิตภัณฑ์สุขภาพ อย่างปลอดภัยค่ะ แล้วรวมไปถึงประกันผลิตสุขภาพ ให้ได้มาตรฐานและปลอดภัยนั่นเอง ซึ่งผลิตภัณฑ์สุขภาพหลาย ๆ ชนิดนะคะ ควรได้รับการรับรองมาตรฐานนะคะ และออกเลข อย. หรือบ้างครั้งนะคะ อาจจะเรียกเป็นเชเลขที่จบแจ้งค่ะ นี่ก็เป็นหน้าตาของเว็บไซต์นี้นะคะ ที่ครูบอสบอกเมื่อสักครู่ไปแล้วนะคะ เราก็จะพบหน้าตาแบบนี้นะคะ ก็จะมีหัวข้อต่าง ๆ เลย ไม่ว่าจะเป็นการตรวจสอบผลิตภัณฑ์ กฎหมายที่เกี่ยวข้อง สาร อย. หรือว่าคำถามที่พบบ่อย ที่ผู้อื่นเขามาถามนะคะ อาจจะเป็นคำถามคล้ายคลึงกับเรา รวมไปถึงติดต่อ อย. ค่ะ ซึ่งในอัปเดตข้อมูลข่าวสารต่าง ๆ ที่ให้ข้อมูลเกี่ยวกับสุขภาพให้แก่เรานะคะ รวมไปถึงนะคะ อีกหน้าหนึ่งของเว็บนั่นก็คือการตรวจสอบการอนุญาตค่ะ นี่สำคัญเลย เวลาเราไปซื้อของมารับประทานนะคะ หรือ ซื้อผลิตภัณฑ์สุขภาพต่าง ๆ เราก็ควรมาตรวจสอเลข อย. นะคะ โดยให้เรานะคะ นำเลขนะคะ มากรอกลงในช่องนะคะ ที่ครูบอสได้ใส่สี่เหลี่ยมสีแดงไว้ และเราก็กดค้นหาค่ะ ทีนี้นะคะ ข้อมูลเขาก็ขะขึ้นแล้วว่าผลิตภัณฑ์นั้นผ่านการรับรองหรือยัง ซึ่งนี่เป็นสิ่งที่สำคัญเลยใช่ไหมคะครูซากิ (คุณครูสุจิตรา) ใช่คเวลาที่เด็ก ๆ นะคะ เลือกซื้อผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ นะคะ เราก็ควรที่จะอ่าฉลากก่อนนะคะ ดูว่ามีเครื่องหมาย อย. นะคะ อย่างที่คุณครูบอสได้บอกว่าบางผลิตภัณฑ์ถึงแม้ว่าจะมีเครื่องหมาย อย. แต่ว่าก็อาจจะมีการสวมเลขหมาย อย. เกิดขึ้นได้นะคะ ดังนั้นเราก็สามารถนำเลข อย. ตรงนั้นนะคะ มาตรวจสอบข้อมูลตรงนี้ได้เลยค่ะ (คุณครูปฏิญญา) การสวมเลข อย. หมายถึงว่าเป็นเลข อย. ปลอมใช่ไหมคะ (คุณครูสุจิตรา) ใช่ค่ะหรือบางครั้งนะคะ อาจจะเป็นเลข อย. ที่บริษัทนั้นมีเลข อย. หลายชนิด ทีนี้นะคะ เขาขอเลข อย. เพียงชนิดแต่นำเลข อย. นั้น มาใช้กับผลิตภัณฑ์ชิ้นอื่นนะคะ ก็อันตรายอย่างมากเลย เด็ก ๆ ต้องหมั่นตรวจสอบด้วด้วยนะคะ (คุณครูสุจิตรา) และในช่องทางต่อมานะคะ www .dmh.go.th ค่ะ ซึ่งในเว็บไซต์นี้นะคะ ก็เป็นเว็บไซต์ของกรมสุขภาพจิตค่ะ ซึ่งเป็นหน่วยงานนะคะ ที่ช่วยในการส่งเสริมป้องกัน ฟื้นฟูสุขภาพจิตของคนไทยค่ะ ซึ่งจะเป็นศูนย์กลางข้อมูลให้องค์ความรู้รวมไปถึงเทคโนโลยีสุขภาพจิตของประเทศไทยนั่นเอง ซึ่งใน www นะคะ ถ้าเราเข้ามาแล้ว ลักษณะแบบนี้เลยค่ะ อันนี้นะคะ แบบประเมินต่าง ๆ ค่ะ ที่เกี่ยวไปถึงสุขภาพจิตนะคะ รวมไปถึงข้อมูลด้านอื่น ๆ ด้วย อันนี้ก็จะเป็น แบบประเมินมีหลายแบบเลยนะคะ (คุณครูปฏิญญา) มีในเรื่องของโรคซึมเศร้าด้วยหรือคะ (คุณครูปฏิญญา) ใช่แล้วนะคะ เพราะปัจจุบันนะคะ คนไข้หลาย ๆ คนประสบปัญหาสุขภาพจิตค่ะ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของความเครียด หรือว่าโรคซึมเศร้า เว็บไซต์ของกรมสุขภาพจิต เขาก็จะมีทั้งข้อมูลข่าวสารนะคะ แบบประเมินตนเอง ให้เรานะคะ สามารถประเมินตนเองเบื้องต้นได้ค่ะ โดยปัจจุบันอาจจะมี เราเข้ามาเขาก็จะมีแบบประเมินนะคะ ของโรคระบาดต่าง ๆ และแบบคัดกรองควาแบบคัดกรองความกังวลค่ะ ในเรื่องความเครียดแบบนี้นะคะ เมื่อเราต้องเริ่มต้นเองเบื้องต้น เขาก็จะมีระดับให้เรามาวัดค่าค่ะ ว่าความเคลียดของเราอยู่ขั้นไหน ควรไปพบจิตแพทย์แล้วหรือยัง เด็ก ๆ คะเราควรปรับความเข้าใจกันใหม่เลยนะคะ บางคนค่ะครูซากิ คืดว่ากาสรที่คนนั้นจะต้องไปพบจิตแพทย์ แปลว่าเป็นคนบ้าหรือเปล่าคะ จริง ๆ แบบนี้ไม่ใช่เลยนะคะ นักเรียน จิตแพทย์นะคะ สามากับเราได้ เพราะคนเรานะคะ สามารถเกิดความเครียดได้ เกิดความกังวนในจิตใจได้ บางทีเขาก็สามารถแนะนำทางออกที่ดีให้แก่เรา และบางครั้งค่ะ ความเครียด และความเศร้าของบ่งไม่ได้เกิดในเรื่องของชีวิตประจำวันค่ะ แต่เกิดจากสารเคมีในสมอง ฉะนั้นแล้วการเกิดเรื่องเคลียดบางทีเราไม่ทราบด้วยซ้ำ เราก็ห็ควรไปพบจิตแพทย์นะคะ ให้เขาประเมินค่ะว่าจริง ๆ แล้วนี่เราเกิดจากอาการป่วย หรือมีความเครียดด้านต่าง ๆ ในการใช้ชีวิตค่ะ (คุณครูปฏิญญา) ใช่แล้วค่ะ สุขภาพจิตก็เป็นสิ่งสำคัญอย่างหนึ่งนะคะ ถ้าเราสุขภาพจิตที่ดีแน่นอนว่า ก็จะส่งผลดีต่อสุขภาพกายของเราด้วย ดังนั้นนะคะเด็ก ๆ ถ้าหากเด็ก ๆ เกิดเรื่องเครียดหรือว่าโรควิตกกังวลต่าง ๆ ไม่สามารถหาทางออกได้ แน่นอนว่าไม่มีที่ปรึกษานะคะ เด็ก ๆ ก็สามารถนะคะ ปรึกษากับกรมสุขภาพจิตได้เลยค่ะ (คุณครูปฏิญญา) ใช่แล้วล่ะค่ะ เขาก็จะมีนักจิตวิทยามาพูดคุยกับเราเบื้องต้นก่อนที่เราจะไปพบจิตบางคนนี่แค่เพียงพูดคุยกับนักจิตวิทยาก็สามารถหาทางออกของชีวิตได้แล้วค่ะ และเว็บไซต์ต่อมาเลยนะคะ นั่นก็คือ www.octb.co.th ค่ะ ซึ่ง www. นี้นะคะ เป็นเว็บไซต์ของสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคค่ะ หรือที่เราเรียกกันติดปากว่า "สคบ." สคบ. นี้ ย่อมาจาก สำนักงแล้วเว็บไซต์นี้นะคะ เป็นเว็บไซต์ที่ให้การควบคุม สิทธิผู้บริโภคค่ะ จะให้ความรู้เกี่ยวกับกฎหมายคุ้มครองผู้บริโภค รวมถึงรับเรื่องร้องเรียนของผู้บริโภคค่ะ หลาย ๆ อย่าง ไม่จำเป็นจะต้องเป็นเรื่องของการซื้อสินค้ามาใช้เท่านั้น การที่เรานะคะ เป็นผู้บริโภค ไม่ว่าจะเป็นการได้รับการบริการต่าง ๆ ตามสถานที่ต่าง ๆ ถ้าหากสิ่งนั้นผิดไปหรือว่าเป็นสิ่งที่เรา รู้สึกไม่ดีต่อร่างกายของเรา เราสามารถร้องเรียนให้หน่วยงานเข้าไปตรวจสอบได้ค่ะ ซึ่งอันนี้นะคะ www เขาก็จะมีข้อมูลข่าวสารต่าง ๆ นะคะ รวมไปถึงนะคะ มีการยื่นขอจดทะเบียนสำหรับบางคน ที่เขาต้องการจะมีข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับสินค้านะคะ รยมไปถึงไกล่เกลี่ยออนไลน์ หรือว่าตรวจสอบสถานะ ก็จะมีข้อมูลหลากหลายเลย รวมถึงเตือนภัยผู้บริโภคด้วยค่ะ หรือว่าบริการหลาย ๆ อย่างที่ทาง สคบ. ได้ไปตรวจสอบแล้ว เขาก็จะมีข่าวสารมาแจ้งเราค่ะ ว่าอะไรไม่ได้รับมาตรฐานนั่นเอง เราก็สามารถเข้ามาในนี้ได้เลย รวมถึงมีการสามรถพูดคุยกับเจ้าหน้าที่ได้ด้วย (คุณครูสุจิตรา) ค่ะ และในเว็บไซต์ต่อมานะคะ ก็คือ www.ddc.moph.go.th ค่ะ www อันนี้นะคะ ก็จะเป็นเว็บไซต์ ของกรมควบคุมโรคค่ะ ซึ่งจะเป็นหน่วยงานที่รับผิดชอบเกี่ยวกับการดูแลสถานการณ์การระบาดของโรคต่าง ๆ ค่ะ โดยจะมีการให้คำแนะนำนะคะ ในการปฏิบัติตน ของโรคที่กำลังระบาดหรือว่าโรคที่ก่อขึ้นใหม่ค่ะ (คุณครูปฏิญญา) การระบาดของโรคนี่ บางครั้งเป็นเรื่องใหญ่ของปรนะเทนะคะ เมื่อมีการระบาดนี่ก็มีผู้เจ็บป่วยมากมายนะคะ ก็ระบาดติดต่อกันได้ง่าย ก็จำเป็นที่จะต้องมีการปฏิบัติตนให้ถูกต้อง บางทีกรมควบคุมโรคนี้ เขาจะแจ้งจำนวนผู้ป่วยนะคะ ผู้ติดเชื้อนะคะ ให้เราได้ทราบจำนวนในสถานการณ์รายวันด้วยค่ะ ซึ่งในหน้าเว็บไซต์นี้นะคะ เมื่อเราเข้ามาแล้วเขาก็จะมีการบอกข้อมูลข่าวสารต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับโรคต่าง ๆ นั่นเองนะคะ รวมไปถึงมีข้อกฎหมายต่าง ๆ นะคะ ที่ สามารถนะคะ เข้ามาดูข้อมูลต่าง ๆ จาก www. นี้ได้เลยค่ะ ใช่แล้วค่ะ แล้วเวลามีโรคระบาดนะคะ ดขาจะมีการอัปเดตข้อมูลรายวันเลยนะคะ เพราะบางครั้งสถานการณ์และการปฏิบัติตนนี้เชื้อไวรัส หรือพัฒนานะคะ ให้รุนแรงมากขึ้น ตนเองก็อาจจะเปลี่ยนไป เราก็ควรติดตามข่าวสารอยู่เสมอค่ะ ทีนี้ค่ะ แหล่งข้อมูลข่าวสารทางสุขภาพยังไม่หมดเท่านั้นมีช่องทางของเว็บไซต์แล้ว ก็ยังมีในช่องทางของสายด่วนสุขภาพค่ะ เดี่ยววันนี้เรจะมาดูกันว่าเบอร์สายด่วยจะมีเบอร์อะไรบ้าง แต่เด็ก ๆ คะ เบอร์สายด่วนสุขภาพนี่เรานำไปโทรเล่นได้ไหมคะ ไม่ได้เลยนะคะเด็ก ๆ เพราะว่าเจ้าหน้าที่นะคะ เขาก็เตรียมตัวที่จะต้อนรับ ให้คำปรึกษากับผู้ที่เขามีความเดือดร้อนนะคะ ต้องการคำปรึกษา ต้องการความช่วยเหลือ ฉะนั้นแล้วไม่ควรที่จะนำไปโทรเล่น ซึ่งสายด่วนสุขภาพนะคะ นั่นก็คือเบอร์ 1165 ค่ะอีกครั้งนะคะ 1165 ค่ะ ซึ่งเบอร์นี้นะคะ เป็นสายด่วนยาเสพติดนั่นเอง นั่นเองนะคะ เป็นสายด่วนยาเสพติดธัญลักษณ์กรมการแพทย์ค่ะ ซึ่งเขานะคให้บริการตอบปัญหา ให้ความรู้เกี่ยวกับสารเสพติด รวมไปถึงนะคะ ให้คำแนะนำเกี่ยวกับ บางคนนะคะ มีคนในครอบครัวหรือคนรู้จักเป (็นผู้ที่ติดสารเสพติดแล้วนะคะ ว่าเขาควรจะเลิกหรือว่าควรจะบำบัด ฉะนั้น สายนี้นะคะ ก็จะให้คำแนะนำให้ช่องทาง รวมถึงสถานที่นะคะ ในการรับบำบัดผู้ติดสารเสพติดได้ค่ะ (คุณครูสุจิตรา) ค่ะ และในสายด่วนต่อมานะคะ นั่นก็คือ 1166 นะคะ 1166 นั่นเอง สายด่วนนี้ก็เป็นสายด่วน สคบ. ก็เป็นสายด่วนของ สำนักงานกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคนะคะ ก็จะให้บริการนะคะ รับเรื่องร้องเรียนต่าง ๆ นะคะ การถูล่วงละเมิด ยังให้ความรู้เกี่ยวกับสิทธิคุ้มครองผู้บริโภคนะคะ ก้วยค่ะ ถ้าหากนะคะเด็ก ๆ ได้ไปรับบริการต่าง ๆ นะคะ ที่รู้สึกว่าไม่ปลอดภัย หรือว่าใช้บริการต่างเด็ก ๆ สามารถมาร้องเรียนได้เลยทาง สคบ. หรือ 1166 ได้เลยค่ะ (คุณครูปฏิญญา) ใช่เลยค่ะ หรือว่าคล้าย ๆกับเหตุการณ์นะคะ ในต้นชั่วโมง ที่คุณครูซากิไปใช้ครีมตัวหนึ่งแล้วเกิดการแพ้ ได้การรับรองจากแพทย์แล้ว เราก็ได้รับการรับรองแล้วว่าเราแพ้สารตัวนี้จริง ๆ เราก็สามารถโทรที่เบอร์สายด่วนนี้ได้เลย ไปร้องเรียนเลยนะคะ ว่าเรานี่ได้รับบริการหรือสินค้าที่ไม่มีคุณภาพ เราก็ไปร้องเรียนสิทธิได้ ซึ่งสายด่วนนี้นะคะ เขาก็จะให้ข้อมูลด้านกฎหมายนะคะ ความรู้ว่าเราสามารถทำอะไรได้บ้าง จะมีกฎหมายอะไรในการคุ้มครองเราบ้างค่ะ แล้วเบอร์ต่อมาเลยนะคะ นั่นก็คือ 1556 อีกครั้งนะคะ 1556 ซึ่ง 1556 นี้นะคะเป็นสายด่วนผู้บริโภคกับ อย. ค่ะ หรือสำนักงานคณะกรรมการอาหารและนหรือว่า สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา ก็จะให้บริการข้อมูลผลิตภัณฑ์สุขภาพนะคะ รวมไปถึงนะคะ รับแจ้งข้อมูล และร้องเรียนเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์สุขภาพที่ไม่ปลอดภัยด้วยค่ะ ซึ่งปัจจุบันนะคะ ก็จะมีผู้ผลิตหน้าใหม่มากมายเลย บางครั้งนะคะ เราก็ควรตรวจสอบค่ะ ว่าสินค้าที่เขานำมาขายนั้น เป็นผลิตภัที่ได้รับการรับรองแล้วหรือยัง ถ้าหากนะคะ เป็นสินค้าที่ยังไม่ได้รับการรับรอง หรือว่าเป็นเลข อย. ที่เขานำมาสวมเลขนะคะ เราก็สามารถดทรไปแจ้งที่สายด่วนนี้ได้เลยค่ะการดูแลตนเองนะคะ ไม่ให้ตนเองนะคะ ได้รับหรือใช้ผลิตภัณฑ์ที่ไม่ได้รับมาตรฐานค่ะ (คุณครูสุจิตรา) ค่ะ และสายด่วนต่อมานะคะ ก็คือ 1323 หมายเลข 1323 นี้นะคะ ก็เป็นสายด่วนของกรมสุขภาพจิตของกรมสุขภาพจิตนั่นเองค่ะ เด็ก ๆ ก็จะให้ความรู้นะคะ เกี่ยวกับการแก้ไขปัญหาสุขภาพจิตนะคะ ยังรับปรึกษาปัญหาสุขภาพจิตต่าง ๆไนะคะ หรือว่าความเครียดเบื้องต้นที่อาจจะเกิดขึ้น ถ้าหากว่าเกิดมีความเครียดเกิดขึ้นหรือว่ามีความกังวล ไม่สามารถแก้ปัญหาได้ เด็ก ๆ ก็สามารถโทรมาเบอร์นี้ได้เลยนะคะ สายด่วนของกรมสุขภาพจิตค่ะ (คุณครูปฏิญญา) ใช่แล้วล่ะค่ะ หลาย ๆ คนนะคะ อาจจะไม่มีทางออก อาจจะเกิดความเครียดเราไม่รู้ที่จะไปปรึกษาใคร บางคนนะคะ เขาก็บอกว่าไม่อยากนำไปปรึกษาคนในครอบครัว เพราะกลัวว่าคนในครอบครัวจะเครียดไปด้วย จริง ๆ แล้วนะคะ คนในครอบครควรปรึกษากัน พูดคุยกัน แต่ถ้าหาทางออกไม่ได้จริง ๆ ก็สามารถโทรไปเบอร์นี้ได้ค่ะ สายด่วนจากกรมสุขภาพจิตค่ะ ก็สามารถโทรไปปรึกษาได้เลย อย่างน้อยเขาก็จะมีนักจิตวิทยาคุยกับกับเราเบื้องต้นให้เรารู้สึกดีขึ้นได้ แล้วก็หาทางออกกับชีวิตได้ค่ะ ซึ่งยังไม่หมดเพียงเท่านี้นะคะ แหล่งข้อมูลข่าวสารนะคะ ทางสุขภาพก็ยังมีอีกค่ะ ซึ่งสถานที่สุดท้ายก็เป็นที่เด็ก ๆ นะคะ คุ้นเคยกัน แล้วก็รู้นะคะ ว่าเราสามารถหาข้อมูลข่าวสารจากสถานที่นี้ได้ค่ะ นั่นก็คือ สถานบริการสุขภาพค่ะ โดยสถานบริการสุขภาพนะคะ ก็จะมีทัึ้งสถานยริกสุขภาพของรัฐบาล รวมไปถึงนะคะ สถานบริการสุขภาพของเอกชนค่ะ เราก็สามารถเลือกใช้บริการ ได้ตามความสะดวกนะคะ ของแต่ละบุคคลเลย เขาก็จะมีบริการให้เราหลากหลายมากมายเลยแต่วันนี้ค่ะ ครูบอสมีสถานบริการสุขภาพนะคะ ของรัฐบาล แนะนำเด็ก ๆ นะคะ โดยนะคะ นั่นก็คือสถานบริการอย่างแรกนะคะ ก็คืออยู่ใกล้ตัวเราเลยครูซากิ นั่นก็คือสถานีอนามัยค่ะ สถานีอนามัยนะคะ ก็จะเป็นสถานบริการเล็ก ๆ นะคะ อยู่ตาม ต่าง ๆ นะคะ ให้บริการด้านสุขภาพกับเราค่ะ และสถานบริการที่ 2 นะคะ ก็คือสาธารณะสุขชุมชนค่ะ แน่นอนว่าอันนี้ต้องอยู่ที่ค่ะครูซากิ (คุณครูสุจิตรา) แน่นอนว่าต้องอยู่ตามชุมชนเช่นกันค่ะ (คุณครูปฏิญญา) ใช่แล้วล่ะค่ะ ก็จะสามารถให้เราเข้าถึงได้ง่ายนะคะ เพราะอยู่ในชุมชนก็จะมีคนมาใช้บริการไม่มากนัก แดละต่อมาค่ะคือ โรงพยาบาลชุมชนเลยนะคะ นั่นก็จะเป็นขยายใหญ่ขึ้นมาแล้วค่ะ ก็จะมีคุณหมอนะคะ มาให้บริการเรา ดูแลเรา คุณหมอพยาบาลนะคะ ส่วนใหญ่แล้วนี่ ถ้าเป็นในส่วนของโรวพยก็จะดูแลเรานะคะ ในด้านต่าง ๆ ได้เกือบครบถ้วนเลยค่ะ และสุดท้ายนะคะ โรงพยาบาลศูนย์ หรือว่า โรงพยาบาลทั่วไปที่เราเห็นค่ะ โรงพยาบาลจังหวัดอะไรแบบนี้นะคะ ซึ่งโรงพยาบาลส่วนใหญ่นะคะ แนะนำเด็ก ๆ เลย ว่าถ้าเรามีอาการเบื้องต้นไม่ได้หนักหนามากนะคะ บางที ที่เป็นขนาดใหญ่เราจำเป็นต้องรอนานค่ะ เพระาเด็กๆ คะ ในห้องฉุกเฉินเขาไม่ไม่ได้ตามคิวนะคะ ไม่ได้หมายถึงว่าเรามาก่อน เราจะได้เข้าไปก่อน เด็ก ๆ ค่ะ คำว่า "ห้องฉุกเฉิน" นั้น เขาจะให้บริการจากอาการฉุกเฉินมากกว่าค่ะ มีการเจ็บป่วยทีหนักกว่า นะคะ ฉะนั้นแล้วนี่ ถ้าเรามีอาการเจ็บป่วยเล็กน้อยนี่ เราก็รอนานสักนิดหนึ่งดังนั้นแล้ว เด็ก ๆ ให้แข็งแรงสมบูรณ์นะคะ ไม่ต้องไปใช้บริการนะคะ กับโรงพยาบาล หรือสถานบริการสุขภาพอยากให้เด็ก ๆ ที่น่ารักทุกคนนะคะ หรือการนำสุขบัญญัติแห่งชาติไปปรับใช้ในชีวิตประจำวัน และสุขภาพจิตก็จะแข็งแรงสมบูรณ์แล้วก็จะไม่เจ็บป่วยแล้วค่ะ ในวันนี้นะคะในเรื่องของข่าวสารสร้างเสริมสุขภาพก็มีประมาณเท่านี้ในส่วนของกิจกรรมในวันนี้ ใบงานที่ 5 ค่ะ เรื่อง ข่าวสารสร้างเสริมสุขภาพ ซึ่งใบงานที่ 5 นี้นะคะุ ก็จะให้นักเรียนนะคะ จำแนกแหล่งข้อมูลข่าวสารสุขภาพค่ะ โดยเติมคำลงในช่องว่างให้ถูกต้อง ยกตัวอย่างค่ะ และก็ให้นักเรียนนะคะ สืบค้นแหล่งข้อมูลข่าวสารสุขภาพที่นักเรียนสนใจมา 1 แหล่งค่ะ และใบงานนี้คุณครูปลายทางเตรียมพร้อมได้ที่ไหนคะครูซากิ (คุณครูสุจิตรา) ค่ะใบงานนี้นะคะ คุณครูปลายทางสามารถดาวน์โหลดได้ที่ www.dltv.ac.th ค่ะ (คุณครูปฏิญ (คุณครูปฏิญญา) ใช่แล้วล่ะค่ะ ในส่วนแรกของใบงานเด็ก ๆ ก็จะเห็นเลยนะคะ มีกรอบข้อความให้เด็ก ๆ เติมข้อความลงไปซึ่งวันนี้ แหล่งข้อมูลข่าวสารมีอะไรบ้าง และตัวอย่างมีอะไรบ้างนะคะ รวมไปถึงนะคะ ให้นักเรียนสืบค้นแหล่งข้อมูลข่าวสาร ให้เขียนว่าแหล่งข้อมูลที่เราสนใจนี่คือที่ไหนนะคะ และก็ช่องทางการสืบค้นนหรือว่าการติดต่อเด็ก ๆ ใช้ช่องทางใด แล้วก็ประโยชน์ที่นักเรียนจะสามารถนำไปใช้ในชีวิตประจำวันค่ะ อย่าลืมเลยนะคะ เด็ก ๆ ต้องฝึกการสืบค้นข้อมูลนะคะ ให้เป็นนิสัยเพราะจะทำให้เรา ได้เพิ่มพูดความรู้ของตนเองแล้วก็การใช้ชีวิตของเรานะคะก็จะปลอดภัยมากขึ้น (คุณครูสุจิตรา) ใช่แล้วล่ะค่ะ การสืบค้นข้อมูลนะคะ ในปัจจุบันก็มีการสืบค้นข้อมูลนะคะ ที่ง่ายมาก ๆ เลย ดังนั้นนะคะ เด็ก ๆ เลือกวิธีการสืบค้นตามความเหมาะสมแล้วก็ความถนัดของตนเองได้เลยค่ะ (คุณครูปฏิญญา) ใช่แล้วล่ะค่ะ ปัจจุบันนี้ เราสามารถเข้าถึงได้ง่ายใช่ไหมคะคุณครูซากิ ไม่เหมือนเมื่อก่อน ถ้าเป็นสมัยก่อนนี้อาจจะต้องไปเปิดหนังสือหรือว่า ไปตามห้องสมุดใหญ่ ๆ นะคะ เพื่อสืบค้นข้อมูลหรือหนังสือพิมพ์ วรสารต่าง ๆ เด็ก ๆ นะคะ เรามีช่องทางอินเทอร์เน็ตแล้ว โลกสังคมออนไลน์กว้างมากเราสามารถสืบค้นข้อมูล บางครั้งนี่ไม่จำเป็นต้องเป็นข้อมูลในประเทศนะคะ เราสามารถสืบค้นข้อมูลจากต่างประเทศได้เพียงแค่เด็ก ๆ อาจจะต้องฝึกในทักษะด้านภาษามากขึ้น เพื่อที่เราจะสามารถอ่านภาษาอื่นเพิ่มมากขึ้น และในวันนี้นะคะ กิจกรรมที่ครูบอสจะให้เด็ก ๆ ไปทำนะคะ ก็คือให้นักเรียนนะคะ ทำใบงานที่ 5 นั่นเองค่ะ (คุณครูสุจิตรา) ค่ะ ในส่วนของคุณครูปลายทางนะคะ รบกวนคุณครูปลายทางอธิบายขั้นตอนในการทำใบงาน อธิบายการ ได้ฟังอีกครั้งหนึ่งนะคะ จากนั้นนะคะ ก็จะมีการแนะนำหรือว่าแสดงตัวอย่างเพิ่มเติมให้นักทำกิจกรรมค่ะ (คุณครูปฏิญญา) ใช่แล้วล่ะค่ะ แล้วเดี๋ยวครูบอสจะให้เวลาทำกิจกรรม และเดี๋ยวเรามาช่วงสรุปบทเรียนพร้อมกันค่ะ [เสียงดนตรี] (คุณครูปฏิญญา) หมดเวลาแล้วนะคะเด็ก ๆ เป็นอย่างไรบ้างคะ ได้ไปสืบค้นจากแหล่งข้อมูล ใดบ้าง ได้ข้อมูลข่าวสารสุขภาพกันเยอะหรือเปล่าเอ่ย เดี่ยวเรามาเข้าสู่ช่วงสรุปบทเรียนไปพร้อม ๆ กันดีกว่าค่ะ ในวันนี้นะคะ ที่เราเรียนกันนะคะ จะเป็นเรื่องของแหล่งข้อมูลข่าวสารสุขภาพค่ะ วันนี้ครูบอสได้แนะนำไปกี่แหล่งคะเด็ก ๆ (คุณครูปฏิญญา) ถูกคชต้องค่ะ 3 แหล่งด้วยกันเลยนะคะ เริ่มที่แหล่งข้อมูลแรกนะคะ นั่นก็คือช่องทางเว็บไซต์โดยช่องทาง ก็ได้รับความนิยมอย่างมาด (คุณครูสุจิตรา) ใช่ค่ะ เพราะเข้าถึงได้ง่าย เข้าถึงได้ง่ายนั่นเ้อง เพียงแค่มีแล้วก็มีอินเทอร์เน็ต เราก็สามารถสืบค้นนะคะ ในช่องทางเว็บไซต์ต่าง ๆ ของสำนักงานต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น สำนักงานนะคะ คณะกรรมการอาหารและยา คุมครองสิทธิผู้บริโภคไปดูได้ แล้วก็มีเว็บไซต์ของกรมอื่น ๆ นะคะ หรือสถาบันอื่น ๆ มากมาย (คุณครูสุจิตรา) ค่ะ และในแหล่งข้อมูลต่อมานะคะ ก็คือสายด่วนสุขภาพนะคะ ซึ่งในวันนี้ เด็ก ๆก็ได้เรียนรู้กันไปแล้วนะคะ ว่าสายด่วนสุขภาพของเราที่ครูบอสและครูซากิได้แนะนำไปนี่มีหลากหลายเบอร์เลย สามารถนะคะ โทรไปนะคะ โทรไปปรึกษาปัญหาต่าง ๆ หรือว่าโทรไปสอบถามข้อมูล หรือว่าเรียกร้อง เด็กได้ที่เบอร์ที่เราได้เรียนรู้กันไปวันนี้ได้เลยค่ะ (คุณครูปฏิญญา) ซึ่งในหลาย ๆ เบอร์นะคะ ก็จริง ๆ แล้วจำได้ง่ายมาก แต่ว่าเด็ก ๆ ห้ามโทรไปเล่นนะคะ เพราะจะเป็นการรบกวนนนะคะ ถือว่าเป็นการนะคะขัดจังหวะผู้ที่ต้องการปรึกษานะคะ หรือว่าโทร. เข้าไปร้องเรียนจริง ๆ เบอร์นี้เขาต้องการผู้ที่เดือดร้อนจริง ๆ และสุดท้ายค่ะ แหล่งข้อมูลสุดท้าย ก็คือสถานบริการสุขภาพ โดยจะเป็นรูปแบบหลาย ๆ แบบ ไม่ว่าจะเป็นสถานีอนามัย โรงพยาบาลนะคะ หรือว่าสถานบริการด้านสุขภาพก็สามารถเข้าไป ได้เลยค่ะ ซึ่งนะคะ การนำข้อมูลข่าวสารสุขภาพมาใช้ให้เกิดประโยชน์นะคะ มีวิธีการมากมายเลยค่ะ 1. นะคะ เพื่อป้องกันโรคที่เกิดขึ้นใหม่และก็โรคที่กำลังระบาดค่ะ เพราะการที่เราได้รับข้อมูลนะคะ เราจะรู้ว่าเราจะต้องดูแลตนเองอย่างไรค่ะ (คุณครูสุจิตรา) ค่ะและ 2 นะคะ นั่นก็คือเราจะถสามารถนะคะ มีการเลือกซื้ออาหาร รวมไปถึงผลิตภัณฑ์สุขภาพได้อย่างถูกวิธีมากขึ้นเพราะว่าผลิตภัณฑ์ ที่เราเลือกซื้อนะคะ เวลาเราเลือกซื้อเราก็ควรที่จะดูฉลฃาก อ่านฉลาก รวมไปถึงสังเกตดูนะคะ สัญลักษณ์ ไม่ว่าจะเป็นสัญลักษณ์ของ อย. อย่างนี้นะคะ ว่าผลิตภัณฑ์นี้มี อย. หรือเปล่า และ อย. นี้เป็น อย. จริงหรือเปล่า หรือสวม อย. ขึ้นมาไหม เราก็สามารถนำข้อมูลตรงนั้นค้นข้อมูลเพิ่มเติมได้ (คุณครูปฏิญญา) มีประโยชน์มาก ๆ เลยนะคะ และ 3. ค่ะ ก็เป็นการป้องกันการถูกหลอกลวงค่ะ เพราะ ที่เกินจริง เพราะสื่อโฆษณาบางอย่าง ก็บอกข้อดีของเขา รวมไปถึงโฆษณาบางชนิดนี่ก็ให้ข้อมูลนะคะ ที่เกินจริง ให้การเห็นผลของผลิตภัณฑ์นั้น ๆ บางทีเกิดจริงนะคะ เราก็ควรที่จะหา ข้อมูลข่าวสารนี้นะคะ เพื่อป้องกันการถูกหลอกลวงค่ะและ 4 นะคะ นั่นก็คือการใช้บริการแหล่งบริการสุขภาพต่าง ๆ ซึ่งวันนี้เราก็ได้เห็นแล้วนะคะ วิธีการใช้แหล่งบริการ สามารถใช้ได้จากช่องทางไหนบ้าง เด็ก ๆ ก็สามารถเลือกได้เลยค่ะ (คุณครูปฏิญญา) ใช่แล้วล่ะค่ะ และสุดท้ายนะคะ นำมาปฏิบัติตนนะคะ ในการดูแลสุขภาพของตนเองและคนรอบข้างค่ะ หลาย ๆ เรื่องค่ะในวิชาสุขศึกษา ครูบอสและครูซากิย้ำเสมอเลยนะคะ ว่าหลักเลยนะคะ เด็ฏ ๆ นะคะ สามารถนำความรู้ที่ได้รับนะคะ ไปปรับใช้ในชีวิตประจำวัน ดูแลสุขภาพกายและสุขภาพจิตทั้งของตนเองและของ คนรอบข้าวได้ค่ะ และในสัปดาห์หน้านะคะ เราจะมาพบกันในเรื่องของการวิเคราะห์สื่อโฆษณาค่ะ ซึ่งสื่อโฆษณานะคะ ได้บอกไปแล้วว่ามีหลากหลายรูปแบบเลยเราก็จะมาเรียนรู้กัน วิเคราะห์ได้อย่างไร ว่าสื่อโฆษณานั้นเป็นสื่อที่น่าเชื่อถือ หรือบางอันนะคะเกินจริงไปหรือไม่ (คุณครูสุจิตรา) ค่ะ และสิ่งที่คุณครูปลายทางและนักเรียนปลายทางจะต้องเตรียมนะคะ ใบงานที่ 6 นะคะ เรื่อง มาสังเกตฉลากผลิตภัณฑ์กันเถอะ แล้วก้มีฉลากผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ด้วยซึ่งคุณครูปลายทางนะคะ ก็สามารถดาวน์โหลดใบงานนี้นะคะ ได้ที่ www.dltv.ac.th .th ค่ะ ในส่วนของฉลากผลิตภัณฑ์นะคะ คุณครูสอย่าลืมแนะนำนักเรียนนะคะ ในการเตรียมมาเลือกฉลากผลิตภัณฑ์ที่มีอยู่ที่บ้าน หรือที่สนใจเพื่อที่จะนำมาสังเกตได้เลยค่ะ สำหรับวันนี้นะคะ ก็ขอลาไปเพียงเท่านี้ แล้วเดี๋ยวเรากลับมาพบกันใหม่ในสัปดาห์หน้า สำหรับวันนี้ สวัสดีค่ะบ๊ายบาย [เสียงดนตรี]