﻿1
00:00:09,909 --> 00:00:13,909
[เสียงดนตรี]

2
00:00:16,518 --> 00:00:44,881
(คุณครูปฏิญญา)

3
00:00:10,716 --> 00:00:12,309

4
00:00:12,309 --> 00:00:16,309

5
00:00:26,973 --> 00:00:28,258

6
00:00:28,258 --> 00:00:32,258
สวัสดีคุณครูปลายทาง

7
00:00:40,386 --> 00:00:44,386
และนักเรียนปลายทางทุกคนค่ะ ยินดีต้อนรับเข้าสู่รายวิชา

8
00:00:44,590 --> 00:00:48,590
สุขศึกษาและพลศึกษา ชั้นประถมศึกษา

9
00:00:49,827 --> 00:00:53,827
ปีที่ 5 ค่ะ วันนี้กลับมาพบกับคุณครูปฏิญญา ประจันบาน หรือคุณครูบอสค่ะ  (คุณครูสุจิตรา) ค่ะ และคุณครู

10
00:00:58,991 --> 00:01:02,991
สุจิตรา บุญธรรม หรือคุณครูซากิค่ะ (คุณครูปฏิญญา) วันนี้ค่ะ ครูซากิ เราก็มาในบทเรียนที่เป็นบทเรียนใหม่ค่ะ เกี่ยวกับ

11
00:01:04,908 --> 00:01:08,331
อาหารผลิตภัณฑ์สุขภาพค่ะ แต่

12
00:01:08,331 --> 00:01:12,331
ก่อนที่เราจะไปรู้จักเขานี่ เขาก็จะมีการโฆษณาให้เรารู้จัก

13
00:01:16,293 --> 00:01:20,293
สินค้าต่าง ๆ ซึ่งบทเรีียนในวันนี้นะคะ เป็นเรื่องเกี่ยวกับ

14
00:01:23,004 --> 00:01:27,004
การวิเคราะห์โฆษณาค่ะ ก่อนที่เราจะไปซื้อผลิตภัณฑ์นั้น ๆ ก่อนอื่นเลยเรามาทราบจุดประสงค์กันก่อนเลย

15
00:01:30,618 --> 00:01:33,307
โดยจุดประสงค์การเรียนรู้ในวันนี้ข้อที่ 1

16
00:01:33,307 --> 00:01:37,307
นะคะ นักเรียนจะสามารถวิเคราะห์สื่อโฆษณา

17
00:01:39,007 --> 00:01:43,007
ในการตัดสินใจเลือกซื้ออาหารและผลิตภัณฑ์สุขภาพอย่างมีเหตุผลค่ะ (คุณครูสุจิตรา) ค่ะ และในช้อที่ 2 นะคะ

18
00:01:45,874 --> 00:01:48,317
นักเรียนจะสามารถเลือกซื้ออาหารและผลิตภัณฑ์สุขภาพ

19
00:01:48,317 --> 00:01:52,317
ที่ไม่โฆษณาเกินจริงได้ค่ะ (คุณครูปฏิญญา) และ 3 นะคะ

20
00:01:54,914 --> 00:01:55,344
นักเรียนจะเห็นประโยชน์ค่ะ ของการวิเคราะห์สื่อโฆษณาค่ะ

21
00:01:55,344 --> 00:01:59,344
ซึ่งก่อนอื่นเลยในเมื่อเราเรียนในเรื่องของการ

22
00:02:02,524 --> 00:02:06,524
เราก็ไปดูโฆษณามาค่ะ วันนี้ครูมาให้เด็ก ๆ ดู 2 รูปแบบด้วยกันค่ะ เด็ก ๆ

23
00:02:10,290 --> 00:02:14,290
อย่าลืมดู แล้ววิเคราะห์ร่วมกันนะคะ ถ้าพร้อมแล้วเดี๋ยวเราไปดูกันเลยค่ะ

24
00:02:22,803 --> 00:02:26,803
[เสียงดนตรี]

25
00:02:30,884 --> 00:02:29,862
(คุณครูสุจิตรา)

26
00:02:12,226 --> 00:02:16,226
น้ำยาบ้วนปากสูตรใหม่

27
00:02:23,177 --> 00:02:27,177
เพิ่มปริมาณ 25 เปอร์เซ็นต์ ใช้แล้วช่วยขจัดคราบหินปูน

28
00:02:28,377 --> 00:02:30,906
ทำให้ปากหอมสดชื่นตลอดทั้งวัน ใช้

29
00:02:30,906 --> 00:02:31,604
วันละ 1 ครั้ง โดยไม่ต้องแปรงฟันเลยค่ะ [เสียงดนตรี]

30
00:02:31,604 --> 00:02:32,888

31
00:02:32,888 --> 00:02:36,888
(คุณครูปฏิญญา) น้ำยาบ้วนปากสูตรใหม่ เพิ่มปริมาณ

32
00:02:44,521 --> 00:02:48,521
25 เปอร์เซ็นต์ เพียงใช้วันละ 2 ครั้ง

33
00:02:49,465 --> 00:02:53,465
เพื่อลมหายใจที่สดชื่น แถมสูตรนี้มีรสชาติที่อ่อนโยน อยากลมหายใจสดชื่น

34
00:02:56,745 --> 00:03:00,745
อย่าลืมใช้วันละ 2 ครั้ง หลังการแปรงฟัน (คุณครูปฏิญญา) หลังจากที่เราไปดูโฆษณามาแล้วทั้ง 2 รูปแบบ

35
00:03:06,743 --> 00:03:10,743
เป็นอย่างไรบ้างคะเด็ก ๆ รูปแบบไหนน่าซื้อมาก

36
00:03:10,806 --> 00:03:10,984
กว่ากัน ซึ่งก็จะมาในคำถามวันนี้ค่ะ

37
00:03:10,984 --> 00:03:14,984
นักเรียนคิดว่าผลิตภัณฑ์ชนิดใดน่าซื้อกว่ากัน

38
00:03:15,280 --> 00:03:19,280
แล้วแท้ที่จริงแล้วนี่ เราควรซื้อผลิตภัณฑ์ชนิดใด

39
00:03:21,822 --> 00:03:25,822
เด็ก ๆ คะ เราก็ได้ไปดูโฆษณามาแล้วในรูปแบบด้วยกัน เป็นผลิตภัณฑ์ชนิดเดียวกันเลยนะคะครูซากิ

40
00:03:31,047 --> 00:03:31,482
แต่ว่าลักษณะการโฆษณานะคะ ก็จะมีความแตกต่าง

41
00:03:31,482 --> 00:03:35,482
นะคะ กันอยู่ เด็ก ๆ ได้สังเกตหรือเปล่า

42
00:03:37,509 --> 00:03:41,509
รูปแบบทั้ง 2 รูปแบบมีความแตกต่างกันอย่างไรบ้าง (คุณครูปฏิญญา)

43
00:03:42,173 --> 00:03:46,173
ใช่แล้วล่ะค่ะ ได้สังเกตหรือเปล่าเอ่ย ผลิตภัณฑ์

44
00:03:47,049 --> 00:03:49,386
แต่ว่าคำพูดในโฆษณานั้นไม่เหมือนกัน

45
00:03:49,386 --> 00:03:53,386
เด็ก ๆ เห็นหรือไม่คะ ว่ามีอะไรที่แตกต่างกัน เด็ก ๆ

46
00:03:53,991 --> 00:03:57,991
ลองตอบคำถามคุณครูปลายทางได้เลยค่ะ หรือว่าเด็ก ๆ สามารถแลกเปลี่ยนรเรียนรู้

47
00:04:03,053 --> 00:04:04,736
ในสิ่งที่เราวิเคราะห์ได้ เอ๊ะ คุณครูบอสคะ

48
00:04:04,736 --> 00:04:08,736
ทั้ง 2 ชนิดนี้ ชนิดไหนน่าซื้อมากกว่ากันคะ (คุณครูปฏิญญา) ครู

49
00:04:14,992 --> 00:04:17,032
ซากิไปดูมา 2 รูปแบบนี้ คุณครูซากิคิดว่า

50
00:04:17,032 --> 00:04:18,297
แบบไหนนี่น่าซื้อกว่ากันหรือคะ (คุณครูสุจิตรา) เอ๊ะ สำหรับครูซากินะคะ

51
00:04:18,297 --> 00:04:22,297
น่าจะเป็นแบบที่ 1 เลยค่ะ (คุณครูปฏิญญา) เพราะว่าอะไรคะ

52
00:04:25,478 --> 00:04:26,678
(คุณครูสุจิตรา) เพราะว่าเขาบอกว่าใช้ผลิตภัณฑ์ตัวนี้นะคะ เพียง

53
00:04:26,678 --> 00:04:30,678
1 ครั้งเท่านั้น โดยไม่ต้องแปรงฟันเลยค่ะ

54
00:04:31,624 --> 00:04:33,547
(คุณครูปฏิญญา) วิธีใช้นี่ดูง่ายสะดวกสบายมากเลยนะคะ และเด็ก ๆ

55
00:04:33,547 --> 00:04:37,547
คิดว่าแบบที่ 1 นี่ น่าซื้อกว่ากันใช่ไหมคะ

56
00:04:40,200 --> 00:04:42,740
ถูกต้องเลยค่ะ

57
00:04:42,740 --> 00:04:46,740
รูปแบบที่ 1 นี่ เขาจะใช้คำพูดดูสะดวกสบาย

58
00:04:51,065 --> 00:04:54,219
รวมไปถึงวิธีใช้นี่ที่ดูสะดวกสบาย วิธีใช้น่าใช้เพราะว่าเราไม่ต้องแปรงฟันเลย

59
00:04:54,219 --> 00:04:58,219
นะคะ ทำให้เราสบายในการใช้ชีวิตมากขึ้น แต่

60
00:05:08,775 --> 00:05:08,874
จริงแล้วนักเรียน

61
00:05:02,919 --> 00:05:06,919
คิดว่มันถูกต้องหรือไม่คะ ใช้แล้วล่ะค่ะ จริง ๆ แล้วผลิตภัณฑ์ในรูปแบบที่ 2

62
00:05:08,634 --> 00:05:12,634
นี่อาจจะมีวิธีใช้ที่ยุ่งยากกว่านะคะ แต่เขาก็

63
00:05:15,071 --> 00:05:16,566
เขาก็มีวิธีการใช้แล้วก็คำโฆษณาที่ไม่

64
00:05:16,566 --> 00:05:20,566
เกินจริงนั่นเองค่ะ นักเรียนลองคิดดูสิคะ ถ้าเรา

65
00:05:22,504 --> 00:05:24,610
ใช้เพียงน้ำยาบ้วนปากแล้วเราไม่แปรงฟัน แล้วทีนี้เศษอาหารที่ติด

66
00:05:24,610 --> 00:05:28,610
ตามซอกฟันจะออก

67
00:05:40,140 --> 00:05:41,177
อย่างไรล่ะคะ

68
00:05:30,416 --> 00:05:30,509
ก็อาจจะสะอาดไม่ครบถ้วนใช่ไหมคะ ก็ถึงบอกว่า

69
00:05:30,509 --> 00:05:34,509
ผลิตภัณฑ์นะคะ แบบแรกอาจจะน่าซื่อ

70
00:05:39,089 --> 00:05:43,089
ที่จริงแล้วนะคะ แบบที่ 2 ค่ะ ที่เราควรจะซื้อ เพราะว่ารูปแบบแรกนี่เขามีคำโฆษณาที่ง่าย

71
00:05:47,091 --> 00:05:50,128
ที่เกินจริงนะคะ อาจจะล่อตาล่อใจเรา รูปแบบนี้สบายกว่า ฉะนั้นแล้วค่ะ วันนี้นะคะ

72
00:05:50,128 --> 00:05:54,128
ในเรื่องที่เราจะมาเรียนกัน นั่นก็คือลักษณะของโฆษณา

73
00:05:54,595 --> 00:05:58,595
ที่เกินความเป็นจริงค่ะ เด็ก ๆ คิดว่า

74
00:06:02,117 --> 00:06:04,758
ลักษณะของโฆษณาที่เกินความเป็นจริงนี่ จะต้องมีรูปแบบ

75
00:06:04,758 --> 00:06:08,758
อย่างไรบ้างคะ ลองตอบ

76
00:06:10,696 --> 00:06:14,696
คุณครูปลายทางได้เลยค่ะ คุณครูซากิคิดว่าจะมีรูปแบบใดบ้างคะ แบบที่เขาจะพูดเกินความเป็นจริง

77
00:06:19,100 --> 00:06:23,100
(คุณครูสุจิตรา) ก็น่าจะมีหลากหลายรูปแบบนะคะ เพราะปัจจุบันสื่อโฆษณาต่าง ๆ มากมาย มีโฆษณา

78
00:06:27,103 --> 00:06:31,103
ต่าง ๆ เกินความเป็นจริง ดังนั้นนะคะ เวลาเด็ก ๆ ดูสื่อโฆษณา

79
00:06:35,104 --> 00:06:39,104
อย่างมีวิจารณญาณ (คุณครูปฏิญญา) ใช่แล้วค่ะ เพราะโฆษณาอยากจะให้เราซื้อสินค้าของเขา จน

80
00:06:41,246 --> 00:06:42,882
เกินความเป็นจริงไปค่ะ เดี๋ยววันนี้เรามาดูกันว่าลักษณะ

81
00:06:42,882 --> 00:06:46,882
แบบไหนบ้างที่เกินความเป็นจริง

82
00:06:47,340 --> 00:06:48,323
โดยลักษณะโฆษณาที่เกินความเป็นจริงนะคะ

83
00:06:48,323 --> 00:06:52,323
นั่นก็คือโฆษณาที่อวดอ้างสรรพคุณ

84
00:07:14,633 --> 00:07:12,262

85
00:06:59,113 --> 00:07:03,113
สรรพคุณที่เกินความเป็นจริงค่ะ ยกตัวอย่างเช่นนะคะ ยาสระผมที่ช่วยให้ผมนุ่มผลแตกปลาย

86
00:07:05,965 --> 00:07:09,965
หายทันที ตั้งแต่ครั้งแรกที่ใช้เลย เด็ก ๆ คิดว่าการที่เราใช้

87
00:07:15,118 --> 00:07:15,734
สระผมนี่ ยาสระผมจะช่วยให้ผมแตกปลายของเราหายทันทีตั้งแต่ครั้งแรกหรือไม่คะ

88
00:07:15,734 --> 00:07:19,734
คุณครูซากิคิดว่ามีความเป็นไปได้ไหมคะ (คุณครูสุจิตรา) เอ๊ะ

89
00:07:24,140 --> 00:07:28,140
ในเรื่องนี้นะคะ คุณครูซากิคิดว่ายาก

90
00:07:30,276 --> 00:07:31,074
มาก ๆ เลยล่ะค่ะ เพราะเพียงแค่เราสระผมเพียงครั้งเดียว

91
00:07:31,074 --> 00:07:35,074
ทำให้ผมของเรานะคะ นุ่ม และรวมถึงผมที่แตกปลายนะคะ

92
00:07:38,390 --> 00:07:40,790
หายไปทันที มันจะเป็นไปได้หรือคะครูบอส (คุณครูปฏิญญา)

93
00:07:40,790 --> 00:07:44,790
นี่ไงล่ะคะ ถึงเป็นตัวอย่างโฆษณา

94
00:07:47,125 --> 00:07:51,125
ที่เขาอวดอ้างสรรพคุณเกินความเป็นจริง และมีอีกหลาย ๆ อย่างที่เราพบเห็นได้ในชีวิตประจำวันเลย

95
00:07:52,955 --> 00:07:54,813
ครีมบำรุงผิว โลชัน

96
00:07:54,813 --> 00:07:58,813
เพียงใช้แค่ 3 วันเท่านั้น ผิวจะนุ่ม

97
00:08:01,427 --> 00:08:02,297
นะคะ ขาวขึ้นนะคะ สว่างสดใสเพียงการใช้เพียง

98
00:08:02,297 --> 00:08:06,176
3 วัน เด็ก ๆ ลองคิดดูสิคะ เรา

99
00:08:06,176 --> 00:08:10,176
บำรุงผิวแค่ 3 วันเท่านั้น ผิวอาจจะขาวขึ้นจริงค่ะ

100
00:08:10,996 --> 00:08:14,996
แต่อาจจะไม่ได้ขาวสว่างสดใส รูปที่

101
00:08:17,923 --> 00:08:21,923
นำมาโฆษณานี่เหมือนกับคนละคนเลยค่ะ ฉะนั้น ก่อนที่เราจะเลือกรับโฆษณานะคะ

102
00:08:26,508 --> 00:08:30,508
อวดอ้างสรรพคุณที่เกินจริงหรือไม่

103
00:08:31,136 --> 00:08:33,913
ค่ะ และในลักษณะโฆษณาที่เกินจริง

104
00:08:33,913 --> 00:08:35,785
ข้อต่อมานะคะ นั่นก็คือโฆษณานะคะ ที่วิธีการใช้

105
00:08:35,785 --> 00:08:39,785
หรือวิธีการบริโภค

106
00:08:42,930 --> 00:08:44,869
เช่น ยกตัวอย่างนะคะ อันนี้เป็นผลิตภัณฑ์ผงซักฟอก

107
00:08:44,869 --> 00:08:48,869
นะคะ ตัวอย่างอันนี้เลยนะคะ

108
00:08:50,970 --> 00:08:51,936
ผงซักฟอกฟีซ เพียงแค่แช่ผ้าไว้ 5 นาที

109
00:08:51,936 --> 00:08:54,851
ไม่ต้องขยี้ผ้าก็สะอาดเหมือนใหม่

110
00:08:54,851 --> 00:08:58,851
เด็ก ๆ ฟังคำโฆษณาอันนี้แล้วเป็นอย่างไรคะ เพียงแค่เรา

111
00:08:59,860 --> 00:09:03,860
ใช้ผงซักฟอกอันนี้ แช่ไว้

112
00:09:07,147 --> 00:09:08,846
เพียง 5 นาทีเท่านั้นนะคะ ผ้าของเราก็จะสะอาดเหมือนใหม่

113
00:09:08,846 --> 00:09:12,846
โดยที่เราไม่ต้องขยี้

114
00:09:14,348 --> 00:09:16,611
ดูน่าชวนใช้มากเลยนะคะ แต่ถ้าเราดูถึงความเป็นจริง

115
00:09:16,611 --> 00:09:20,611
ถ้าเราไม่ขยี้ผ้าสักเล็กน้อยเลยนี้

116
00:09:20,687 --> 00:09:22,485
คราบสกปรกจะหลุดออกไปไหมคะ จริง ๆ

117
00:09:22,485 --> 00:09:26,485
แล้วนะคะ โฆษณานี้เขาก็จะเชิญชวน

118
00:09:30,953 --> 00:09:31,043
ไปซื้อสินค้าเขา โดยเขาจะบอกวิธีการใช้ที่ง่าย

119
00:09:31,043 --> 00:09:35,043
อย่างเช่นนะคะ ในโฆษณาที่เราได้ดูไป

120
00:09:44,389 --> 00:09:44,631
ในต้นชั่วโมงนะคะ

121
00:09:39,154 --> 00:09:39,334
โฆษณารูปแบบที่ 1 นะคะ ที่เขาบอกว่าเพียงแค่ใช้

122
00:09:39,334 --> 00:09:43,334
น้ำยาบ้วนปากของเขา ก็ไม่ต้องแปรงฟันเลยค่ะ

123
00:09:47,042 --> 00:09:47,723
เด็ก ๆ เห็นไหมล่ะคะ โฆษณาหลาย ๆ ครั้งก็เกินความ

124
00:09:47,723 --> 00:09:51,723
เป็นจริง ในรูปแบบของการบริโภค การใช้งานสะดวก

125
00:09:53,310 --> 00:09:53,534
ง่ายมากจนเกินไป

126
00:09:53,534 --> 00:09:57,534
แต่จริง ๆ แล้วนะคะ ก็มีวิวัฒนาการของเทคโนโลยีที่มี

127
00:10:03,165 --> 00:10:04,786
วิธีการใช้นะคะ ง่ายขึ้นแต่เราควรใช้วิจารณญาณ

128
00:10:04,786 --> 00:10:08,786
ในการรับชมด้วยค่ะ ว่าในหลักความเป็นจริงนั้น

129
00:10:09,270 --> 00:10:13,183
สามารถเป็นไปได้หรือไม่ (คุณครูสุจิตรา) เวลาที่เด็ก ๆ ดูโฆษณา

130
00:10:13,183 --> 00:10:17,183
ต่าง ๆ เหล่านี้อย่างที่คุณครูบอสได้

131
00:10:18,706 --> 00:10:20,338
มีวิจารณญาณนะคะ แล้วก็คิดวิเคราะห์นะคะ ว่าสินค้า

132
00:10:20,338 --> 00:10:24,338
นั้น ๆ นะคะ ถ้าเราทำตามแบบโฆษณา

133
00:10:27,170 --> 00:10:31,170
จะทำได้จริงหรือเปล่า (คุณครูปฏิญญา) ใช่แล้วล่ะค่ะ และในรูปแบบต่อมานะคะ โฆษณา

134
00:10:35,171 --> 00:10:35,682
ของยาว่าทานแล้วรักษาโรคได้

135
00:10:35,682 --> 00:10:39,682
หลายชนิด ซึ่งอันนีี้ก็จะพบเห็น

136
00:10:42,910 --> 00:10:46,910
ได้บ่อยมากเลยนะคะ และบางครั้งนี่ก็จะมีคนหลงเชื่อเยอะแยะมากเลยค่ะ อย่างเช่นนะคะ รักษาโรคได้ 108 อย่าง

137
00:10:50,595 --> 00:10:54,595
เป็นยาอายุวัฒนะ โรคร้ายหายเกลี้ยง เด็ก ๆ ลองคิดดูสิคะ ถ้าคนที่เขา

138
00:10:59,029 --> 00:11:03,029
หลงเชื่อไปนี่ เขาก็คิดว่ายานี้ ใช้เพียงแค่ยานี้ตัวเดียวสามารถรักษาได้ 108 อย่างเลย

139
00:11:03,680 --> 00:11:07,680
รวมไปถึงยาอายุวัฒนะโรคร้าย

140
00:11:10,370 --> 00:11:14,370
หายเกลี้ยงเลย โฆษณาแบบนี้นะคะ สามารถหลอกลวงผู้บริโภคได้นะคะ โดยเฉพาะผู้บริโภคที่เขา

141
00:11:18,407 --> 00:11:22,407
อาจจะเจ็บป่วยอยู่กำลังรักษาโรคอยู่

142
00:11:22,615 --> 00:11:26,136
และก็ไม่หายเสียที แล้วพอมาเจอโฆษณาที่เกินจริง

143
00:11:26,136 --> 00:11:30,136
แบบนี้นะคะ บางครั้งก็หลงเชื่อได้ง่ายค่ะ ฉะนั้นนะคะ

144
00:11:30,613 --> 00:11:30,956
เราก็ต้องดูตามหลักความเป็นจริงด้วยนะคะ ขนาดยาหลาย ๆ ชนิด

145
00:11:30,956 --> 00:11:34,956
นะคะ ที่ได้รับการรับรองเขายังรักษา

146
00:11:38,889 --> 00:11:40,129
อาการได้แค่เพียง 1 ชนิด หรือ 2-3 ชนิดเท่านั้น

147
00:11:40,129 --> 00:11:44,129
นะคะ อย่างเช่นนะคะ ถ้าเป็นยา

148
00:11:45,964 --> 00:11:47,213
แก้ปวด ลดไข้ ฉะนั้น เด็ก ๆ ลองคิดถึงความเป็นจริงสิคะ

149
00:11:47,213 --> 00:11:51,213
ว่ายา 1 ชนิดนี่ เพียงเม็ดเดียวด้วย

150
00:11:52,790 --> 00:11:53,415
ก็สามารถรักษาโรคได้ 108 อย่างเลยหรือเปล่า

151
00:11:53,415 --> 00:11:57,415
ใช่ไหมล่ะคะ นี่ล่ะค่ะ ไม่สามารถทำได้

152
00:12:03,201 --> 00:12:04,693
ก็จะเป็นอีก 1 รูปแบบของโฆษณาที่เกินความเป็นจริง (คุณครูสุจิตรา) ที

153
00:12:04,693 --> 00:12:08,693
นี้นะคะ คุณครูซากิเคยเห็นที่เห็นบ่อย ๆ เลยนะคะ

154
00:12:11,201 --> 00:12:12,960
เกี่ยวกับยานะคะ ก็คือยาลดความอ้วนต่าง ๆ นะคะ

155
00:12:12,960 --> 00:12:16,960
ครูบอส ยาลดความอ้วนนะ

156
00:12:19,204 --> 00:12:20,412
นะคะ ที่กำลังเข้าสู้วัยรุ่นตอนนี้นี่ก็นิยมซื้อมา

157
00:12:20,412 --> 00:12:22,828
ใช้นำมารับประทานกัน เพราะว่าเขา

158
00:12:22,828 --> 00:12:24,911
กินแล้วนะคะ จะทำให้ร่างกายของเราหุ่นดี

159
00:12:24,911 --> 00:12:28,911
ซูบผอมนะคะ จากที่น้ำหนักมาก ๆ  นี่

160
00:12:39,397 --> 00:12:36,693

161
00:12:32,810 --> 00:12:36,810
ลดลงมานะคะ เพียงแค่ใช้เพียงแค่ไม่กี่ครั้งเท่านั้น (คุณครูปฏิญญา) ใช่แล้วล่ะค่ะ เพราะบางครั้งนะคะ

162
00:12:41,525 --> 00:12:45,525
บางคนนะคะ ไม่ชอบออกกำลังกาย เขาก็ใช้คำโฆษณานะคะ ยาลดความอ้วนชนิดนี้นี่

163
00:12:51,210 --> 00:12:55,210
ไม่ต้องออกกำลังกาย เพียงแค่ทานเท่านั้น รวมไปถึงไม่ต้องควบคุมอาหารด้วย สามารถทานอาหารได้

164
00:12:57,200 --> 00:13:01,200
ตามใจเลย แต่ก็สามารถลดความอ้วนได้ค่ะ (คุณครูสุจิตรา) ดูสะดวกสบายนะคะ ใครนะคะ ที่ไม่ชอบออกกำลังกาย

165
00:13:06,707 --> 00:13:10,707
หรือว่าชอบกินนะคะ แต่อยากจะผอมนี่ พอได้เจอยาที่โฆษณาแบบนี้แล้วก็ซื้อกันเลย (คุณครูปฏิญญา) ใช่แล้วค่ะ

166
00:13:15,215 --> 00:13:19,215
แต่เด็ก ๆ ลองคิดดูสิคะ เราไม่ควบคุมอาหารเลย เรารับประทานอาหารนะคะ ที่มีปริมาณไขมันที่

167
00:13:22,843 --> 00:13:26,746
มากจนเกินไปนี่ รวมไปถึงเราไม่ออกกำลังกายอีก บางคนนี่แทบจะไม่ค่อยเคลื่อนไหวร่างกายเลย

168
00:13:26,746 --> 00:13:30,746
แล้วจะไปผอมได้อย่างไร แต่ถ้ายาชนิดนั้น

169
00:13:33,969 --> 00:13:37,969
ว่าเขาทำให้เราผอมได้จริง ก็แปลว่าอันตรายอย่างมาก

170
00:13:38,082 --> 00:13:39,563
เลยนะคะ เด็ก ๆ คิดดูสิคะ คนที่ต้องการลดความอ้วนด้วยการ

171
00:13:39,563 --> 00:13:43,563
ออกกำลังกาย ยังต้องมีวินัยในการออกกำลังกาย

172
00:13:45,762 --> 00:13:49,762
รวมไปถึงต้องควบคุมอาหาร เด็ก ๆ ลองคิดดูสิคะ จะมีวิธี

173
00:13:50,913 --> 00:13:54,913
อะไรง่ายขนาดนั้นเลย แค่ทานยา 1 เม็ด

174
00:13:55,224 --> 00:13:55,814
หรือว่า 1 เม็ดต่อวัน ไม่ต้องออกกำลังกาย ทานอาหารได้ตามใจแต่ว่าผอม

175
00:13:55,814 --> 00:13:59,814
แบบนี้ล่ะค่ะ ที่เขาเรียกว่าโฆษณาเกินจริง

176
00:14:02,984 --> 00:14:06,670
ต่อให้ทำได้จริงนะคะ ก็จะมีเอฟเฟกต์

177
00:14:06,670 --> 00:14:10,670
เป็นผลตามมาทีหลังค่ะ อาจจะส่งผลร้ายแรง

178
00:14:11,233 --> 00:14:15,233
ต่อร่างกาย บางคนเสียชีวิตเลยใช่ไหมคะครูซากิ อันตรายอย่างมากเลยนะคะ (คุณครูสุจิตรา) ค่ะ

179
00:14:18,330 --> 00:14:19,015
โฆษณาที่เกินจริงนะคะ ข้อต่อมา ก็คือ

180
00:14:19,015 --> 00:14:23,015
ที่กำหนดระยะเวลาในการเห็นผล

181
00:14:26,769 --> 00:14:30,769
เกินความเป็นจริงนั่นเอง ดูจากตัวอย่างอันนี้เลย สินค้าอันนี้นะคะ สำรวจจากผู้ใช้จริงกว่า 30 คน

182
00:14:33,665 --> 00:14:37,665
พบว่าใช้แล้วรอยแผลเป็นหายภายใน 7 วันค่ะ สินค้าอันนี้นะคะ น่าจะเป็นครีม

183
00:14:43,239 --> 00:14:43,851
ที่ลบรอยแผลเป็นนั่นเอง เด็ก ๆ คิดดูสิคะ

184
00:14:43,851 --> 00:14:46,098
เพียงแค่ใช้นะคะ ภายใน 7 วัน

185
00:14:46,098 --> 00:14:49,552
บางคนเป็นแผลเป็นนี่ เป็นปีเลย

186
00:14:49,552 --> 00:14:53,552
แต่ว่ามาใช้สินค้าตัวนี้ภายใน 7 วัน จะหายไปเลย

187
00:15:05,125 --> 00:15:19,846

188
00:14:57,617 --> 00:15:01,617
มันจริงหรือเปล่า (คุณครูปฏิญญา) ถ้าสมมตินะคะ เขาอาจจะบอกเพียงแค่ว่ารอยแผลเป็นจะจางลงภายใน 7 วัน

189
00:15:07,247 --> 00:15:11,247
ยังพอจะเชื่อได้บ้าง แต่การที่ใช้คำว่า "หายไปเลย"นี่ ภายใน 7 วัน (คุณครูสุจิตรา) ใช่ค่ะ (คุณครูปฏิญญา)  เด้

190
00:15:15,251 --> 00:15:17,085
ความเป็นจริงนี่จะเป็นไปได้หรือไม่ เห็นไหมคะ หลาย ๆ คะ

191
00:15:17,085 --> 00:15:21,085
หยุดคิดก่อนนะคะ ว่าข้อความแต่ละอย่างที่เรา

192
00:15:22,088 --> 00:15:26,088
เห็น ได้อ่านได้ฟังนี่ เขามีความเป็นตริง

193
00:15:30,647 --> 00:15:31,725
มากน้อยเพียงใด เราก็จะรู้ได้แล้วว่าโฆษณาเหล่านั้นเชื่อถือได้หรือไม่

194
00:15:31,725 --> 00:15:35,725
ทีนี้ค่ะ ครูบอสก็เลยมีคำถาม

195
00:15:36,527 --> 00:15:40,240
ว่าแล้วนักเรียนล่ะคะ นักเรียนมีวิธีการตรวจสอบ

196
00:15:40,240 --> 00:15:44,240
ข้อเท็จจริงของสื่อโฆษณาอย่างไรบ้างคะ

197
00:15:58,919 --> 00:15:57,973
(คุณครูสุจิตรา)

198
00:15:44,822 --> 00:15:48,822
นักเรียนมีวิธีตรวจสอบข้อเท็จจริงของสื่อโฆษณา

199
00:15:50,029 --> 00:15:52,748
อย่างไรบ้างคะ (คุณครูสุจิตรา) นักเรียนสามารถ

200
00:15:52,748 --> 00:15:56,748
ตอบคำถามกับครูปลายทางได้เลยนะคะ บางคนก็

201
00:15:57,863 --> 00:16:01,863
มีวิธีการตรวจสอบเวลาที่เราเจอสืิ่อโฆษณา

202
00:16:02,222 --> 00:16:04,004
ต่าง ๆ นะคะ ในชีวิตประจำวันนะคะ ทีนี้เด็ก ๆ มีวิธีอะไร

203
00:16:04,004 --> 00:16:08,004
บ้างในการตรวจสอบเด็ก ๆ สามารถแสดง

204
00:16:10,909 --> 00:16:14,909
(คุณครูปฏิญญา) เพราะในชีวิตประจำวันเรา ก็ได้พบกับสื่อโฆษณามากมายเลย

205
00:16:15,269 --> 00:16:19,269
ครูซากิ ไม่ว่าจะเป็นในช่องทางของโทรทัศน์นะ

206
00:16:19,271 --> 00:16:21,228
สื่ออินเทอร์เน็ตนะคะ บางครั้งเพียงแค่เราเข้าแอปพลิเคชัน

207
00:16:21,228 --> 00:16:25,228
บางครั้งเด็ก ๆ อาจจะแค่เข้าไปเล่นเกม ก็มี

208
00:16:26,803 --> 00:16:30,803
แทรกขึ้นมาให้เราได้ชม เด็ก ๆ ลองคิดดูสิคะ ว่าเราพบเห็นได้มากมายเลย เด็ก ๆ   จะมีวิธี

209
00:16:34,012 --> 00:16:35,135
ตรวจสอบนะคะ ข้อเท็จจริงของโฆษณาเหล่านั้นอย่างไรบ้าง ตอบคุณครู

210
00:16:35,135 --> 00:16:39,135
ปลายทางได้เลยค่ะ คุณครูซากิคะ โดยปกติครูซากิตรวจสอบ

211
00:16:44,918 --> 00:16:48,918
ข้อเท็จจริงของสื่อโฆษณาอย่างไรบ้างคะ (คุณครูสุจิตรา)

212
00:16:51,277 --> 00:16:55,277
เลือกซื้อสินค้าและรับฟังโฆษณาต่าง ๆ ก็จะต้องมีการตรวจสอบดูค่ะ ว่า โฆษณานั้น

213
00:16:56,685 --> 00:16:59,592
หลักการง่าย ๆ เลยค่ะ ครู

214
00:16:59,592 --> 00:17:03,592
ซากิไปซื้อสินค้าต่าง ๆ นะคะ แน่นอนว่า

215
00:17:06,301 --> 00:17:07,099
เขาก็จะมีฉลากผลิตภัณฑ์สินค้าอยู่ ดังนั้น คุณครูซากิก็จะ

216
00:17:07,099 --> 00:17:11,099
ดูนะคะ ว่าผลิตภัณฑ์มีหลายเลข อย.

217
00:17:11,621 --> 00:17:13,823
หรือเปล่าค่ะ (คุณครูปฏิญญา) เป็นวิธีดีในหนึ่งวิธีเลย

218
00:17:13,823 --> 00:17:17,823
ค่ะ ครูบอสและครูซากิค่ะ ก็จะมีวิธีแนะนำ

219
00:17:23,291 --> 00:17:25,493
เป็นวิธีการตรวจสอบข้อเท็จจริงของสื่อโฆษณาค่ะ

220
00:17:25,493 --> 00:17:29,493
อย่างเช่นนะคะ วิธีที่ครูซากิ

221
00:17:30,964 --> 00:17:34,964
ที่เราสามารถตรวจสอบข้อเท็จจริงได้เลย โดยวิธีแรกค่ะ วิธีตรวจสอบข้อเท็จจริง

222
00:17:37,692 --> 00:17:41,163
ของสื่อโฆษณาวิธีแรกนะคะ นั่นก็คือข้อที่ 1 คือ ศึกษารายละเอียด

223
00:17:41,163 --> 00:17:45,163
เงื่อนไขของสินค้านะคะ ที่ไม่ได้ระบุไว้

224
00:17:45,165 --> 00:17:49,165
ในโฆษณา ซึ่งหลาย ๆ ครั้งนะคะ โฆษณามีระยะเวลา

225
00:17:51,305 --> 00:17:55,305
อันสั้นค่ะ แค่เพียง 15 วินาที

226
00:18:04,023 --> 00:18:00,743

227
00:17:52,731 --> 00:17:55,555
30 วินาที ซึ่งบางครั้งเขาก็จะนำเสนอแต่ด้านดีของสินค้าค่ะ

228
00:17:55,555 --> 00:17:59,555
ข้อเสียนี่ ส่วนใหญ่แล้วเขาจะไม่กล่าวถึงเลยนะคะ

229
00:18:02,603 --> 00:18:04,295
ฉะนั้นแล้วนี่ เราควรไปศึกษารายละเอียดเพิ่มเติม

230
00:18:04,295 --> 00:18:08,295
ค่ะ โดยสินค้าเหล่านี้นะคะ เขาะจะมีรายละเอียดเพิ่มเติม

231
00:18:11,310 --> 00:18:14,562
บางครั้งอยู่ที่ผลิตภัณฑ์ หรือบางครั้งเราสามารถ Search

232
00:18:14,562 --> 00:18:18,562
ข้อมูลนะคะ ได้ตามอินเทอร์เน็ตเลยค่ะ มีรายละเอียดอะไรบ้าง (คุณครูปฏิญญา) ค่ะ และ

233
00:18:29,545 --> 00:18:32,041
วิธีตรวจสอบ

234
00:18:20,286 --> 00:18:24,286
ข้อต่อมานะคะ นั่นก็คือการยึดถือ

235
00:18:26,132 --> 00:18:30,132
หลักความเป็นจริงค่ะ และรวมไปถึงนะคะ พิจารณาดูข้อความโฆษณานั้นนะคะ มีความเป็นไปได้หรือไม่

236
00:18:32,437 --> 00:18:36,437
สามารถนำมาใช้ในชีวิตประจำวันได้เลยหรือเปล่า

237
00:18:44,695 --> 00:18:45,577
อันนี้

238
00:18:39,318 --> 00:18:43,318
เป็นหลักการง่าย ๆ เลยล่ะค่ะ

239
00:18:43,318 --> 00:18:46,190
ที่เด็ก ๆ ได้รับชมไปทั้ง 2 รูปแบบนะคะ เมื่อเด็ก ๆ ฟังแล้วนะคะ เด็ก ๆ ก็สามารถนำมาคิดได้เลยนะคะ ว่า เอ๊ะ

240
00:18:46,190 --> 00:18:50,190
ถ้าเราอยากไปใช้นี้ ไปใช้จริงหรือหรือเปล่า

241
00:18:53,118 --> 00:18:57,118
(คุณครูปฏิญญา) ใช่แล้วล่ะค่ะ บางครั้งนะคะ แค่เราหยุดคิด

242
00:18:58,732 --> 00:19:01,068
สักนิดนะคะ เราก็จะเห็นหลักความเป็นจริงค่ะ ว่าโฆษณานั้น

243
00:19:01,068 --> 00:19:05,068
บอกเรามาสามารถ

244
00:19:15,928 --> 00:19:16,778
เป็นจริงได้

245
00:19:06,086 --> 00:19:10,086
มากน้อยเพียงใด ซึ่งเด็ก ๆ คะ โฆษณาที่ครูซากิบอก

246
00:19:10,588 --> 00:19:12,314
ในต้นชั่วโมงนะคะ ครูบอสนะคะ ก็คอยสอน

247
00:19:12,314 --> 00:19:16,314
เด็ก ๆ จำสุขบัญญัติแห่งชาติของเราได้หรือไม่คะ

248
00:19:17,213 --> 00:19:21,213
ในข้อที่ 2 เขาบอกว่าเราควรจะแปรงฟันอย่าง

249
00:19:22,946 --> 00:19:23,899
น้อยวันละกี่ครั้งคะ

250
00:19:23,899 --> 00:19:27,899
ถูกต้องค่ะ อย่างน้อยวันละ 2 ครั้ง หรือว่าทุกครั้งนะ

251
00:19:31,334 --> 00:19:35,334
ทุกครั้งหลังจากที่เรารับประทานอาหาร ซึ่งเด็ก ๆ ลองคิดถึงความเป็นจริงสิคะ ถ้าหากเราบ้วนปาก

252
00:19:36,137 --> 00:19:40,137
เราไม่แปรงฟันเลย ในทุก ๆ วัน ทุก ๆ วันนะคะ ฟันของเรา

253
00:19:41,547 --> 00:19:44,642
ก็จะเกิดคราบสกปรก คราบหินปูน

254
00:19:44,642 --> 00:19:46,013
สุดท้ายอาจจะเกิดอาการฟันผุได้ เห็นไหมล่ะคะ พอเรานึกถึง

255
00:19:46,013 --> 00:19:50,013
หลักความเป็นจริงนี่ เราก็จะรู้แล้วว่า

256
00:19:53,985 --> 00:19:57,985
สามารถเชื่อถือได้หรือไม่ และวิธีต่อมาเลยค่ะ ก็คือวิธีที่ครูซากิบอกนะคะ

257
00:20:02,691 --> 00:20:06,691
นั่นก็คือการตรวจดูฉลากอาหารค่ะ และผลิตภัณฑ์สุขภาพนะคะ โดยละเอียด

258
00:20:16,617 --> 00:20:24,381
บรรจุภัณฑ์

259
00:20:07,848 --> 00:20:11,848
ที่เราซื้อมารับประทานนะคะ ในสินค้าก็จะ

260
00:20:15,348 --> 00:20:19,348
ีฉลากนะคะ อยู่ที่บริเวณบรรจุภั

261
00:20:19,350 --> 00:20:19,530
เราควรจะอ่านฉลากนั้นอย่างละเอียดค่ะ และเราก็เข้า

262
00:20:19,530 --> 00:20:23,397
สู่กิจกรรมประจำวันนี้นะคะ เรื่อง

263
00:20:23,397 --> 00:20:27,304
มาสังเกตฉลากผลิตภัณฑ์กันเถอะ เด็ก ๆ คะ

264
00:20:27,304 --> 00:20:31,304
ซึ่งเด็ก  ๆ คะ

265
00:20:35,104 --> 00:20:38,510
ฉลากผลิตภัณฑ์นี่มีความสำคัญอย่างมากเลย และในวันนี้ครูบอสก็ได้บอกเด็ก ๆ นะคะ ว่า

266
00:20:38,510 --> 00:20:41,231
ให้เด็กและคุณครูปลายทางนะคะ

267
00:20:41,231 --> 00:20:45,231
นำฉลากผลิตภัณฑ์ที่ตนเองสนใจมา

268
00:20:50,185 --> 00:20:54,185
อาจจะเป็นรูปแบบของผลิตภัณฑ์ที่เราใช้ในชีวิตประจำวันค่ะ ให้เตรียมพร้อมมาเลยนะคะ โดย

269
00:20:58,482 --> 00:21:02,482
แล้วออกจากสินค้า บางครั้งฉลากก็ติดอยู่กับผลิตภัณฑ์

270
00:21:03,368 --> 00:21:07,233
บรรจุภัณฑ์ค่ะ ซึ่งถ้าเตรียมพร้อมแล้วนะคะ

271
00:21:07,233 --> 00:21:07,459
ก่อนอื่นเลย ก่อนที่เราจะไปสังเกตฉลากผลิตภัณฑ์นี่

272
00:21:07,459 --> 00:21:11,459
ว่าบนฉลากผลิตภัณฑ์ควรจะมีอะไรบ้าง

273
00:21:11,611 --> 00:21:15,611
หรือว่าเราควรจะอ่านอะไรบ้าง (คุณครูปฏิญญา) ใช่ค่ะ

274
00:21:30,074 --> 00:21:28,120
(คุณครูปฏิญญา)

275
00:21:15,295 --> 00:21:19,295
ใช่แค่เพียงอ่านโฆษณา หรือว่าข้อดี

276
00:21:21,609 --> 00:21:25,164
ผลิตภัณฑ์หรือไม่ หรือว่ามีรายละเอียดอย่างอื่นที่เราควรจะใส่ใจ

277
00:21:25,164 --> 00:21:29,164
และก็อ่านอีก (คุณครูสุจิตรา) ใช่แล้วล่ะค่ะ เพราะบนฉลาก

278
00:21:30,649 --> 00:21:34,649
ก็จะมีข้อมูลนะคะ เยอะแยะมากมายเลย ทำให้เรานะคะ ได้ทราบเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์นั้น ๆ

279
00:21:39,192 --> 00:21:42,193
เด็ก ๆ สามารถเตรียมฉลากผลิตภัณฑ์ที่เตรียมมานะคะ แล้วมาดูไปพร้อม ๆ กันได้เลยนะคะ

280
00:21:42,193 --> 00:21:46,193
ที่นักเรียนเรียนมานี่ มีข้อมูลครบตามที่เขา

281
00:21:47,537 --> 00:21:51,537
กำลังจะบอกหรือไม่ ซึ่งเดี๋ยวเรามาดูไปพร้อม ๆ กันเลย

282
00:22:03,577 --> 00:22:01,994
ค่ะ

283
00:21:55,025 --> 00:21:55,380
โดยฉลากผลิตภัณฑ์นะคะ ควรระบุ

284
00:21:55,380 --> 00:21:59,380
อะไรบ้างนะคะ ในข้อที่ 1 เลยค่ะ ฉลากของ

285
00:22:11,945 --> 00:22:13,006
สินค้า

286
00:22:03,263 --> 00:22:07,263
จะต้องมีชื่อของสินค้า โดยชื่อของสิ้นค้านะคะ บางที่เราจะรู้จักกันในยี่ห้อของสินค้า

287
00:22:07,303 --> 00:22:10,347
ฉลากการค้าแบบนี้ค่ะ ซึ่งเขาก็จะมีตัวใหญ่ ๆ เลยค่ะ

288
00:22:10,347 --> 00:22:14,347
บอกให้เราได้เห็นอย่างชัดเจนเลยว่า

289
00:22:24,232 --> 00:22:26,476
ชื่อของสินค้า

290
00:22:17,999 --> 00:22:21,896
คืออะไร (คุณครูสุจิตรา) ค่ะ และต่อมานะคะ ในส่วนที่ 2 นะคะ ก็คือ

291
00:22:21,896 --> 00:22:25,092
ส่วนประกอบนะคะ เขาก็จะบอกว่าส่วนประกอบของผลิตภัณฑ์นั้น ๆ นะคะ

292
00:22:25,092 --> 00:22:29,092
มีส่วนประกอบอะไรบ้าง ก็จะสามารถบอกให้เราได้

293
00:22:35,184 --> 00:22:39,184
ทราบได้ เพราะว่านะคะ บางคนก็มีอาการแพ้ส่วนผสมต่าง ๆ ดังนั้นนะคะ ก่อนที่เราจะซื้อนะคะ เราก็

294
00:22:42,623 --> 00:22:44,311
ต้องดูส่วนประกอบให้ดีกว่านะคะ ว่ามีส่วนผสมที่เราแพ้หรือเปล่าค่ะ

295
00:22:44,311 --> 00:22:48,311
(คุณครูปฏิญญา) ใช่ค่ะ รวมไปถึงรสชาติของ

296
00:22:49,997 --> 00:22:53,997
สินค้านะคะ อาจจะเป็นผลิตภัณฑ์จำพวกอาหารนี่ เราก็จะรู้ได้ว่าผลิตภัณฑ์ส่วนใหญ่

297
00:22:58,239 --> 00:22:58,395
มีรสชาติประมาณไหนนะคะ อย่างเช่น บางคนค่ะ เขารักสุขภาพ

298
00:22:58,395 --> 00:23:02,395
เขาอยากทานผลิตภัณฑ์ที่มีรสชาติหวานน้อย

299
00:23:05,120 --> 00:23:07,846
ก็อาจจะต้องดูส่วนประกอบน่ะค่ะ ว่ามีน้ำตาล

300
00:23:07,846 --> 00:23:11,846
มากหรือไม่ ซึ่งอันนี้นะคะ ส่วนประกอบก็ยังให้เรา

301
00:23:14,039 --> 00:23:18,039
เปรียบเทียบผลิตภัณฑ์ที่เราต้องการซื้อได้ค่ะ ความเข้มข้น

302
00:23:19,401 --> 00:23:23,325
หรือว่าส่วนประกอบนั้นนะคะ น่าสนใจเพียงใด

303
00:23:23,325 --> 00:23:25,766
ถ้าเรามีตัวเลือก 2 ตัวเลือก

304
00:23:25,766 --> 00:23:29,766
ว่าเลือกแบบไหนน่าสนใจกว่ากัน

305
00:23:36,474 --> 00:23:33,084

306
00:23:25,791 --> 00:23:29,791
และ 3. นะคะ สิ่งที่ควรมีเลยนะคะ บนฉลากผลิตภัณฑ์

307
00:23:32,780 --> 00:23:33,781
นะคะ นั่นก็คือวิธีการใช้ค่ะ

308
00:23:33,781 --> 00:23:37,781
และวิธีการเก็บรักษา เด็ก ๆ คะ วิธี

309
00:23:43,405 --> 00:23:47,405
การใช้นี่ แน่นอนเลย บนผลิตภัณฑ์นี่ ควรจะมี

310
00:23:47,407 --> 00:23:51,407
เพราะถ้าสมมติไม่มีวิธีการใช้ และเราหยิบมาใช้ผิดประเภทอย่างเช่น ในตอนเช้า เรา

311
00:23:54,962 --> 00:23:58,962
ง่วง ๆ เบลอ ๆ เราไปหยิบผลิตภัณฑ์ที่เป็นเจลล้างหน้ามาบีบใส่

312
00:24:03,412 --> 00:24:06,515
แปรงฟัน เด็ก ๆ คิดดูสิคะ ถ้าใช้ผิดประเภทจะเกิดอะไรขึ้น

313
00:24:06,515 --> 00:24:10,515
ครูซากิคิดว่าจะเกิดอะไรขึ้นหรือคะ

314
00:24:17,934 --> 00:24:21,436
(คุณครูสุจิตรา) แน่นอนค่ะ

315
00:24:10,699 --> 00:24:14,510
ว่าจะต้องส่งผลอย่างไร

316
00:24:14,510 --> 00:24:18,510
เด็ก ๆ วิธีการใช้นะคะ ก็เป็นสิ่งที่สำคัญ เวลาเรา

317
00:24:19,069 --> 00:24:23,069
จะใช้สินค้าอะไร หรือว่าก่อนที่เราจะซื้อสินค้าอะไรนี่ เราก็ควรที่จะดูวิธีใช่ก่อน (คุณครูปฏิญญา) ใช่แล้วล่ะคะ ไม่ใช่

318
00:24:27,186 --> 00:24:31,186
สินค้าเท่านั้นนะคะ รวมไปถึงผลิตภัณฑ์สุขภาพนะคะ ผงซักฟอกนะคะ น้ำยาต่าง ๆ นะคะ

319
00:24:31,653 --> 00:24:34,132
เขาก็จะมีวิธีการใช้ ถ้าหากเราใช้ผิดวิธีนี่ก็จะส่งผล

320
00:24:34,132 --> 00:24:38,132
นะคะ ต่อข้าวของเครื่องใช้นะคะ ของเราได้ค่ะ

321
00:24:38,303 --> 00:24:42,303
อย่างเช่นนะคะ น้ำยาซักผ้า

322
00:24:44,167 --> 00:24:48,092
ใช้ได้บางรูปแบบนะคะ ใช้กับการซักมือ

323
00:24:48,092 --> 00:24:52,092
เพียงเท่านั้น บางรูปแบบนะคะ ใช้กับเครื่องซักผ้า

324
00:24:54,380 --> 00:24:58,380
ที่เป็นฝาบน บางแบบนะคะ

325
00:24:59,430 --> 00:25:03,430
ที่เป็นฝาหน้า ซึ่งเด็ก ๆ รู้ไหมนะคะ เพราะถ้าเราไม่ใช้ให้ถูกประเภท อาจจะ

326
00:25:07,435 --> 00:25:11,435
ทำให้เครื่องใช้ไฟฟ้าของเราเสียได้ค่ะ ซึ่งอะไรแบบนี้นะคะ เป็นสิ่งที่สำคัญเลย

327
00:25:22,560 --> 00:25:23,776
และวิธี

328
00:25:07,496 --> 00:25:11,496
เก็บรักษาค่ะ ของบางชนิดนะคะ ควร

329
00:25:18,327 --> 00:25:19,909
เก็บในพื้นที่ที่มีความชื้นสูง เพราะ

330
00:25:19,909 --> 00:25:22,876
อาจจะทำให้ผลิตภัณฑ์นั้นเสียหายได้ หรือว่าไม่ควรเก็บ

331
00:25:22,876 --> 00:25:26,876
ในที่ ๆ โดนแดดจัดค่ะ แบบนี้นะคะ

332
00:25:27,586 --> 00:25:28,494
เราก็จะเห็นได้เลยว่าการเก็บรักษามีความสำคัญมีความสำคัญ (คุณครูสุจิตรา)

333
00:25:28,494 --> 00:25:32,494
ใช่ค่ะ เพราะว่าสินค้าหลาย ๆ อย่างนะคะ วิธีการเก้บสินค้าก็

334
00:25:39,442 --> 00:25:43,442
แตกต่างกัน ดังนั้น ถ้าเรานะคะ มีวิธีเก็บรักษาที่ถูกต้องนะคะ เราก็จะได้ใช้สินค้านั้นเป็นเวลานาน

335
00:25:47,444 --> 00:25:50,850
ที่ชอบซื้อสินค้ามากักตุนนะคะ เราก็ควรที่จะเก็บนะคะ ในที่

336
00:25:50,850 --> 00:25:54,421
ที่เขาได้ระบุเอาไว้ เพื่อจะได้ใช้สินค้านั้นนาน ๆ นั่นเอง

337
00:25:54,421 --> 00:25:58,421
(คุณครูปฏิญญา) ใช่แล้วล่ะคะ การกักตุน

338
00:25:59,852 --> 00:26:03,852
ในเรื่องของความประหยัดนะคะ สินค้าเหล่านี้น

339
00:26:06,672 --> 00:26:10,672
ะคะ ลดราคา แต่ถ้าหากกักตุนเป็นเวลานานที่อาจ

340
00:26:11,449 --> 00:26:13,148
หมดอายุได้นะคะ หรือว่าเก็บรักษาไม่เหมาะสมนะคะ ก็อาจจะทำให้ผลิตภัณฑ์นั้น

341
00:26:13,148 --> 00:26:17,148
ก็อาจจะทำให้ผลิตภัณฑ์นั้นมีรสชาติที่เปลี่ยนไป

342
00:26:17,961 --> 00:26:21,961
มีความเสียหายเกิดกับผลิตภัณฑ์นั้น ๆ ได้ค่ะ ข้อต่อมาเลยค่ะ (คุณครูสุจิตรา)

343
00:26:23,456 --> 00:26:24,211
และข้อต่อมาเลยค่ะ ข้อต่อมา

344
00:26:24,211 --> 00:26:28,044
นั่นก็คือขนาด ปริมาณ หรือว่าน้ำหนักของสินค้า

345
00:26:28,044 --> 00:26:30,798
อันนี้ก็เป็นส่วนที่สำคัญเลยนะคะ

346
00:26:30,798 --> 00:26:34,798
เวลาที่เราจะซื้อสินค้าอะไร เราก็ควรจะดู

347
00:26:39,120 --> 00:26:43,120
เพื่อเปรียบเทียบกับราคาได้ค่ะครูบอส

348
00:26:55,398 --> 00:26:52,252

349
00:26:43,467 --> 00:26:44,166
(คุณครูปฏิญญา) สำคัญเลยนะคะ สามารถทำให้เรานะคะ เปรียบเทียบปริมาณ

350
00:26:44,166 --> 00:26:45,063
ราคาได้ว่า ความคุ้มค่านี่มีหรือไม่

351
00:26:45,063 --> 00:26:49,063
ในการที่เราจะประหยัดค่าใช้จ่าย

352
00:26:55,469 --> 00:26:59,469
ได้ค่ะ แต่เด็ก ๆ คะ การประหยัดควร

353
00:26:59,471 --> 00:27:03,471
คำนึงถึงคุณภาพของสินค้านั้น ๆ ด้วยนะคะ ไหนเด็ก ๆ ลองสังคมเกตฉลากบนมือของเรานะคะ มี

354
00:27:07,143 --> 00:27:08,206
สีข้อมูลครบ 4 ข้อ ตามที่ครูบอสและครูซากิบอกหรือไหม่

355
00:27:08,206 --> 00:27:12,206
ครบหรือเปล่าเอ่ย เดี๋ยวเรามาดูกันค่ะ

356
00:27:14,996 --> 00:27:16,037
ยังมีมากกว่านั้นค่ะ ที่จำเป็นต้องมีบนฉลากผลิตภัณฑ์ และต่อมาเลยค่ะ ก็คือ

357
00:27:16,037 --> 00:27:19,992
คำเตือน ข้อห้าม หรือข้อควรระวังในการ

358
00:27:19,992 --> 00:27:23,992
ใช้ค่ะ ข้อนี้สำคัญเลยนะคะ หลาย ๆ ผลิตภัณฑ์

359
00:27:31,482 --> 00:27:35,482
นะคะ เวลาที่เขามาโฆษณาเขาก็จะบอกเพียงข้อดีของเขา เขาก็จะไม่ได้กล่าวถึงข้อควรระวังหรือข้อห้า

360
00:27:48,734 --> 00:27:47,424
ม

361
00:27:39,485 --> 00:27:43,485
ด้วยระยะเวลาที่มีจำกัด เขาจะไม่นำข้อเสียของ

362
00:27:43,485 --> 00:27:44,994
นำข้อเสียของเรา หรือว่าข้อควรระวัง

363
00:27:44,994 --> 00:27:48,994
ผลิตภัณฑ์เขาค่ะ มาบอกผู้ซื้อ เพราะอาจจะเกิดความ

364
00:27:51,390 --> 00:27:53,232
กลัวได้ซึ่งแต่ว่านะคะ บนฉลากสินค้า

365
00:27:53,232 --> 00:27:57,232
ควรมีข้อมูลเหล่านี้เลยล่ะค่ะ ผลิตภัณฑ์ไม่ควร

366
00:27:58,790 --> 00:28:02,790
ใช้ในเด็ก และสตรีมีครรภ์ หรือผล

367
00:28:03,493 --> 00:28:07,493
มีส่วนผสมค่ะ ของแป้งและนม เพราะบางคนนะคะ อาจจะแพ้อาหารบ้างชนิดได้ค่ะ (คุณครูสุจิตรา) ใช่แล้วล่ะค่ะ

368
00:28:08,113 --> 00:28:11,328
เราก็ควรดูนะคะ ผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ มีคำเตือนหรือ

369
00:28:11,328 --> 00:28:14,504
ข้อห้ามอะไรบ้าง และต่อมาค่ะ

370
00:28:14,504 --> 00:28:18,504
นั่นก็คือวัน เดือน ปี ที่ผลิตนะคะ และ วัน เดือน ปี ที่

371
00:28:19,725 --> 00:28:23,725
หมดอายุค่ะ อันนี้นะคะ

372
00:28:25,143 --> 00:28:29,143
โดยเฉพาะอย่างยิ่งนะคะครูบอส วันเดือนปีนี่่ล่ะ

373
00:28:30,176 --> 00:28:34,176
นั่นเอง ก็ควรจะมีวัน เดือน ปี ที่ผลิต

374
00:28:34,700 --> 00:28:38,700
และ วัน เดือน ปี ที่หมดอายุบอกเอาไว้ เพื่อให้เราสามารถทราบได้ว่าเรานะคะ จะสามารถใช้สินค้าอันนี้ได้

375
00:28:42,594 --> 00:28:46,594
ในระยะเวลาเท่าไร ใช่แล้วล่ะ อาจจะเป็นที่เราดูบนผลิตภัณฑ์นั้น ๆ เลย

376
00:28:50,952 --> 00:28:54,952
หรือรวมไปถึงนะคะ มีวัน เดือน ปี ที่หมดอายุหรือไม่ ซึ่งบ้างครั้งนะคะ บ้างผลิตภัณฑ์

377
00:28:59,510 --> 00:29:03,510
ควรบริโภคก่อนค่ะ ในรูปแบบ

378
00:29:10,049 --> 00:29:17,028
ผลิตภัณฑ์ที่เป็น

379
00:29:03,190 --> 00:29:07,190
อาหาร ซึ่งเด็ก ๆ คะ ข้อนี้สำคัญเลยนะคะ

380
00:29:07,513 --> 00:29:10,293
ถ้าหากเราบริโภคนะคะ หรือว่าใช้สินค้าที่หมดอายุไปแล้วนี่ อาจจะส่งผลต่อร่างกายของเราได้เลยล่ะคะ

381
00:29:10,293 --> 00:29:14,293
และต่อมาเลยค่ะ อย่างนี้

382
00:29:18,694 --> 00:29:22,694
อาจจะแสดงอยู่บนฉลากสินค้า บางครั้ง

383
00:29:23,440 --> 00:29:27,440
เขาอาจจะไม่ได้แสดงอยู่ แต่เขาอาจจะแสดงในพื้นที่อื่นนะคะ เพื่อบอกราคาสินค้า เพราะว่า

384
00:29:29,083 --> 00:29:29,208
อาจจะมีการปรับเปลี่ยนค่ะ ตามหน้าร้านค้า

385
00:29:29,208 --> 00:29:33,208
ราคาสินค้านี้ ก็จะทำให้เราเปรียบเทียบค่ะ

386
00:29:38,954 --> 00:29:39,820
คุณภาพส่วนประกอบแล้วในการเลือกซื้อนี่ รวมไปถึงราคา

387
00:29:39,820 --> 00:29:42,131
สินค้าด้วยค่ะ

388
00:29:42,131 --> 00:29:46,131
(คุณครูสุจิตรา) ค่ะ และต่อมาเลยนะคะ ข้อมูลโภชนาการ

389
00:29:48,853 --> 00:29:52,853
นะคะ ข้อมูลโภชนาการอันนี้นะคะ

390
00:29:54,336 --> 00:29:58,336
สินค้าประเภทอาหารต่าง ๆ เขาก็จะบอกข้อมูลของสินค้านั้นนะคะ ว่ามีข้อมูลโภชนาการ

391
00:30:02,185 --> 00:30:06,185
ที่เกี่ยวกับสุขภาพของเรา เมื่อเรา

392
00:30:07,538 --> 00:30:10,496
จะได้รับสารอาหารต่าง ๆ อะไรบ้างนั่นเอง (คุณครูปฏิญญา) ใช่แล้วล่ะค่ะ

393
00:30:10,496 --> 00:30:14,269
ส่วนใหญ่นะคะ ข้อมูลโภชนาการจะไม่อยู่ด้านหลังก็อยู่ด้านข้าง

394
00:30:14,269 --> 00:30:18,269
เพราะว่าจะใช้พื้นที่นะคะ โดย

395
00:30:19,542 --> 00:30:19,695
ว่าสินค้าชนิดนี้หรือว่าอาหารชนิดนี้ที่เรา

396
00:30:19,695 --> 00:30:23,695
รับประทานนะคะ จะได้รับปริมาณโปรตีน คาโบไฮเดรต

397
00:30:41,124 --> 00:30:37,744

398
00:30:27,542 --> 00:30:31,542
หรือมีส่วนประกอบของไขมันเท่าไหร่ ก็จะมีบอกเอาไว้เลย แต่เราจะมีข้อมูลโภชนาการอย่างย่อด้วยค่ะ

399
00:30:34,850 --> 00:30:36,542
พวกเด็ก ๆ สามรถสังเกตได้ตามหน้ากล่อง

400
00:30:36,542 --> 00:30:40,542
ด้านหน้าของผลิตภัณฑ์นั้น ๆ นะคะ จะมีแบบย่อ

401
00:30:43,547 --> 00:30:44,676
ซึ่งเขาก็จะบอกโซเดียม น้ำตาล อย่างนี้ค่ะ ก็

402
00:30:44,676 --> 00:30:48,676
จะมีทั้งหมด 4 ช่องด้วยกัน เด็ก ๆ ลองหยิบ

403
00:30:58,719 --> 00:31:00,406
มาดู

404
00:30:51,252 --> 00:30:52,809
ว่ามีหรือไม่ของตนเองน่ะ

405
00:30:52,809 --> 00:30:55,830
และต่อมาเลยนะคะ ข้อที่ 9 นะคะ

406
00:30:55,830 --> 00:30:57,283
นั่นก็คือเครื่องหมายค่ะ ของสำนักงานคณะกรรมการ

407
00:30:57,283 --> 00:31:01,283
อาหารและยา หรือที่เราเรียกกันติดปากค่ะ ก็คือ

408
00:31:07,555 --> 00:31:11,555
อย. แต่เด็ก ๆ ทราบหรือไม่คะ คณะกรรมการอาหารและยานี่ ไม่ได้มีรูปแบบเดียว

409
00:31:14,208 --> 00:31:15,408
เท่านั้น ไหนเด็ก ๆ ลองหยิบฉลากผลิตภัณฑ์ขึ้นมาสิคะ

410
00:31:15,408 --> 00:31:19,408
ว่ามีสัญลักษณ์ของ อย. หรือไม่

411
00:31:23,155 --> 00:31:27,155
หรือบางคนนะคะ อาจจะมีเครื่องหมายอื่น ๆ

412
00:31:27,216 --> 00:31:31,216
เครื่องหมายของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา

413
00:31:43,199 --> 00:31:41,653

414
00:31:31,184 --> 00:31:35,184
แต่ไม่ทราบว่านั่นล่ะค่ะ ก็เป็นเครื่องหมายที่ออกโดย อย. เดี๋ยวเรามาดูกันเลยนะคะ ว่า

415
00:31:37,728 --> 00:31:41,728
มีรูแบบใดบ้าง โดย อย. นี้

416
00:31:43,564 --> 00:31:46,742
ค่ะ ที่แสดงให้รู้ว่าสินค้า

417
00:31:46,742 --> 00:31:47,270
ได้ผ่านการพิจารณาจากสำนักงานคณะกรรมการอาหาร

418
00:31:47,270 --> 00:31:51,270
และยา โดยพิจารณาเรื่องคุณภาพ

419
00:31:59,731 --> 00:31:59,076
นะคะ

420
00:31:50,132 --> 00:31:54,132
และความปลอดภัย จะใช้ในอาหาร ยา แล้วเครื่องสำอาง

421
00:31:55,659 --> 00:31:59,070
พวกปรุงค่ะ โดยครูซากิคะ

422
00:31:59,070 --> 00:32:02,862
ผลิตภัณฑ์ที่มีสัญลักษณ์ อย. นี่ จะมี 2 รูปแบบค่ะ

423
00:32:02,862 --> 00:32:06,862
รูปแบบแรกก็จะมีสัญลักษณ์

424
00:32:09,639 --> 00:32:10,745
ตัว อ. อ่างและ ย. ยักษ์

425
00:32:10,745 --> 00:32:14,745
ในรูปแบบที่ 2 นะคะ คือผลิตภัณฑ์ที่

426
00:32:19,573 --> 00:32:23,573
สัญลักษณ์ อย. ค่ะ โดยอันนี้นะคะ จะเป็นตัวอย่างค่ะ ของผลิตภัณฑ์ที่มีสัญลักษณ์ อย. รูปแบบแรก

427
00:32:25,825 --> 00:32:28,762
นั่นก็คือผลิตเครื่องดื่มและขนมค่ะ

428
00:32:28,762 --> 00:32:32,762
ก็จะเป็นในรูปแบบนี้เลย แล้วก็จะเป็นตัวเลขนะคะ อยู่ภายด้านในค่ะ

429
00:32:35,579 --> 00:32:39,579
ซึ่งในรูปแบบที่ 2 เครื่องหมายของอะไรหรือคะครูซากิ (คุณครูสุจิตรา) ค่ะ ในรูปแบบที่ 2 นะคะ

430
00:32:43,581 --> 00:32:47,581
ก็จะเป็นเครื่องหมายนะคะ ที่บ่งบอกถึงเครื่องมือแพทย์นะคะ

431
00:32:47,582 --> 00:32:51,023
ใบอนุญาตนั่นเอง โดยภายในช่องนี้

432
00:32:51,023 --> 00:32:52,725
นะคะ เขาก็จะมีสัญลักษณ์นะคะ เป็น ผ. ผึ้ง นะคะ

433
00:32:52,725 --> 00:32:56,725
บอกอยู่และก็มีตัวอักษร

434
00:33:05,108 --> 00:33:03,926
นะคะ

435
00:32:57,498 --> 00:33:01,498
บ่งบอกอยู่ ซึ่งจะแตกต่างกันกับผลิตภัณฑ์ที่

436
00:33:02,923 --> 00:33:06,923
ผลิตภัณฑ์นะคะ ที่เป็นอาหารและเครื่องดื่มนะคะ

437
00:33:07,298 --> 00:33:11,298
จะมีความแตกต่างกันอยู่นะคะ และต่อมาเลยค่ะ นั่นก็คือวัตถุอันตรายค่ะ ที่ใช้ในครัวเรือน

438
00:33:25,172 --> 00:33:29,172

439
00:33:26,150 --> 00:33:25,527
เช่น

440
00:33:15,588 --> 00:33:19,588
สเปรย์กันยุงนะคะ แต่ด้านในนะคะ จะไม่มีแค่เพียงตัวเลขเท่านั้น

441
00:33:23,591 --> 00:33:26,015
ตัวอักษรด้วยค่ะ นั่นก็คือ อ. ว.

442
00:33:26,015 --> 00:33:28,802
ส. ข. ไข่ เห็นไหมคะ ว่าตัวนี้จะแตกต่างกัน แล้ว

443
00:33:28,802 --> 00:33:32,802
ก็จะมีผลิตภัณฑ์อื่นที่ไม่ได้มีสัญลักษณ์

444
00:33:39,597 --> 00:33:43,597
แต่ว่าตัวเลขที่ออกนะคะ เมื่อเขาไปขอการควบคุมคุณภาพแล้ว

445
00:33:44,452 --> 00:33:48,452
ของเขาได้รับคุณภาพนะคะ นั่นก็คือเขาจะได้เลขค่ะ

446
00:33:51,100 --> 00:33:52,103
เลขค่ะ เลขมาส่วนมากเราจะเห็น

447
00:33:52,103 --> 00:33:55,969
เป็นเลขที่ใบรับแจ้งอย่างนี้นะคะ เดี๋ยวเรามาดูทีละรูปแบบเลย

448
00:33:55,969 --> 00:33:59,969
ซึ่งรูปแบบแรกนะคะ จะแสดง

449
00:34:08,454 --> 00:34:09,929
เลข

450
00:33:58,626 --> 00:34:02,626
ทะเบียนตำหรับยาค่ะ เขาจะใช้ว่าเลขทะเขียนตำหรับยาค่ะ

451
00:34:07,609 --> 00:34:09,431
ยาแล้วก็ตามด้วยหมายเลขค่ะ และต่อมานะคะ

452
00:34:09,431 --> 00:34:13,431
ก็คือในรูปแบบที่ 2, 3 และ 4 เครื่องหมายนะคะ จะแสดงไม่ว่าจะเป็น

453
00:34:18,876 --> 00:34:21,212
เครื่องมือแพทย์นะคะ หรือที่ใช้ในครัวเรือนนะคะ

454
00:34:21,212 --> 00:34:25,212
น้ำยาถูพื้น น้ำยาล้างจาน ซึ่งผลิตภัณฑ๋์

455
00:34:27,615 --> 00:34:31,615
ก็จะแสดงเลขที่ใบรับแจ้งค่ะ เขาก็จะเขียนเลยนะคะ ว่าเป็นเลยที่ใบรับแจ้งแล้วก็ตามด้วยหมายเลขค่ะ เด็ก ๆ ลอง

456
00:34:35,467 --> 00:34:39,205
สลับเหมือนในมือของตนเองเลยนะคะ และเรามาดู

457
00:34:39,205 --> 00:34:40,169
และกิจกรรมในวันนี้ของเรานะคะ

458
00:34:40,169 --> 00:34:41,721
ก็จะต้องใช้ใบงานนะคะ เป็นสิ่งที่เราต้องทำร่วมด้วยค่ะ

459
00:34:41,721 --> 00:34:45,721
นั่นก็คือ ใบงานที่ 6 ค่ะ  เรื่อง มาสังเกต

460
00:34:49,852 --> 00:34:53,852
ฉลากผลิตภัณฑ์กันเถอะค่ะ ให้นักเรียนนะคะ นำฉลากผลิตภัณฑ์ที่ตนเองนำมานะคะ  ติดลงในช่องว่างที่ตนเอง

461
00:34:56,889 --> 00:34:58,258
กำหนดให้ค่ะ พร้อมทั้งสังเกตรายละเอียดบนฉลากผลิตภัณฑ์

462
00:34:58,258 --> 00:35:02,258
แล้วกรอกข้อมูลให้ถูกต้องค่ะ

463
00:35:10,682 --> 00:35:13,565
โดยใบงานนี้สามารถเตรียม

464
00:35:05,743 --> 00:35:06,268
ได้ที่ไหนหรือคะครูซากิ (คุณครูสุจิตรา) ค่ะ

465
00:35:06,268 --> 00:35:10,268
สามารถดาวโหลดได้ที่ www.

466
00:35:12,193 --> 00:35:16,193
dltv.ac.th ค่ะ (คุณครูปฏิญญา) ใช่แล้วล่ะคะ ซึ่งใบงานนี้นะคะ จะมีช่องว่าง

467
00:35:23,003 --> 00:35:27,003
ให้เด็ก ๆ นะคะ สามารถนำฉลากผลิตภัณฑ์มาติด

468
00:35:27,644 --> 00:35:31,644
ได้เลย หรือบางครั้งค่ะ ฉลากผลิตภัณฑ์นั้น อาจจะให้

469
00:35:31,647 --> 00:35:33,155
เด็ก ๆ นะคะ อาจจะวาดรูปแล้วติดด้านหลังใบงานก็ได้ค่ะ

470
00:35:33,155 --> 00:35:37,155
(คุณครูปฏิญญา) ซึ่งนะคะ ในข้อที่ 1 เด็ก ๆ

471
00:35:37,797 --> 00:35:41,797
มีชื่อของสินค้าหรือไม่ 2. ส่วนประกอบของผลิต

472
00:35:59,498 --> 00:35:59,935
ภัณฑ์

473
00:35:41,174 --> 00:35:45,174
คืออะไร 3 วิธีการมใช้และเก็บรักษา

474
00:35:45,376 --> 00:35:46,370
และต่อมาค่ะ (คุณครูสุจิตรา) ค่ะ ต่อมานะคะ

475
00:35:46,370 --> 00:35:50,370
ขนาดปริมาณน้ำหนักของสินค้า

476
00:35:53,457 --> 00:35:57,457
หรือว่าถ้ามีคำเตือนหรือข้อห้ามนี่ ให้เด็ก ๆ ใส่ข้อมูลมาได้เลยค่ะ (คุณครูปฏิญญา) และต่อมานะคะ

477
00:36:03,656 --> 00:36:07,656
เลยนะคะ นั่นก็คือ วัน เดือน ปี ที่ผลิตค่ะ และต่อมา วัน เดือน ปี ที่หมดอายุ หรือว่าเขาอาจจะใช้คำว่า

478
00:36:10,559 --> 00:36:12,358
ควรบริโรคก่อน ต่อมาใช้ข้อที่ 8

479
00:36:12,358 --> 00:36:16,358
ในข้อนี้อาจจะมีระบุอยู่ หรือไม่มีระบุอยู่

480
00:36:17,118 --> 00:36:21,118
และต่อมาค่ะ คือ ข้อมูลโภชนาการแบบย่อ ซึ่งถ้าเป็นข้อมูลโภชนาการแบบเต็มนี่ ก็จะไม่สามารถนำมาเขียนได้

481
00:36:24,611 --> 00:36:28,611
ทั้งหมดนะคะ ก็ให้เราสังเกตโภชนาการแบบย่อ

482
00:36:30,342 --> 00:36:34,342
แต่ถ้าหากผลิตภัณฑ์ที่นักเรียนนำมา

483
00:36:35,664 --> 00:36:39,664
ไม่ใช่ผลิตภัณฑ์อาหาร ก็อาจจะไม่มีข้อนี้ค่ะ และสุดท้ายค่ะ ที่นักเรียนจะต้องมีแน่นอน ก็คือ

484
00:36:41,991 --> 00:36:45,991
เครื่องหมายของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา

485
00:36:47,674 --> 00:36:51,306
หรือว่า อย. นั่นเอง ซึ่งอันนี้อาจจะมีสัญลักษณ์ อย. หรือมาในรูปแบบเลขที่ใบจดแจ้งได้ค่ะ

486
00:36:51,306 --> 00:36:55,306
ซึ่งในวันนี้ค่ะ ครูซากิเราก็มีตัวอย่างของ

487
00:36:57,293 --> 00:36:57,710
และฉลากสินค้ามาให้เด็ก ๆ ดูกัน เดี๋ยวเรามาดูพร้อม ๆ กันเลยนะคะ

488
00:36:57,710 --> 00:37:01,710
1 2 3 มาแล้วค่ะ

489
00:37:05,105 --> 00:37:09,105
เต็มเลยนะคะ ครูซากิ (คุณครูสุจิตรา) มีหลากหลายเลยนะคะ วันนี้ (คุณครูปฏิญญา)

490
00:37:10,155 --> 00:37:14,155
ซึ่งเด็ก ๆ คะ เด็ก ๆ นำอะไรมาบ้างคะ

491
00:37:15,555 --> 00:37:18,623
วันนี้นะคะ ตัวอย่างที่ครูบอสและครูซากินำมามีทั้งที่เป็นอาหาร แล้วก็ทั้งที่เป็น

492
00:37:18,623 --> 00:37:21,203
ผลิตภัณฑ์สุขภาพค่ะ อย่างรูปแบบนี้ที่ครูบอสนำมานะคะ

493
00:37:21,203 --> 00:37:25,203
เขาก็จะมีคำโฆษณา

494
00:37:25,732 --> 00:37:27,735
นี่ค่ะ ข้อมูล

495
00:37:27,735 --> 00:37:31,735
โภชนาการอย่างย่อด้วยค่ะ อยู่ที่ด้านหน้า

496
00:37:44,363 --> 00:37:44,733
เด็ก ๆ ก็

497
00:37:38,695 --> 00:37:42,695
จะเห็นได้เลยนะคะ เขาก็จะบอกว่าได้รับพลังงานเท่าไหน ไขมัน รวมไปถึงโซเดียม

498
00:37:43,902 --> 00:37:45,799
เป็นข้อมูลที่เราดูได้เลยค่ะ และบางครั้ง

499
00:37:45,799 --> 00:37:49,799
ด้านหลังนะคะ เราจะสังเกตเห็นว่าก็จะมีตรา อย.

500
00:37:55,693 --> 00:37:59,693
เอ๊ะ ตรา อย. อยู่ไหนนะ นี่ค่ะ อยู่ด้านหน้าเลยและแบบอื่นที่คุณครูซากิเลือกมา

501
00:38:02,700 --> 00:38:06,700
มี อย. หรือไม่คะ (คุณครูสุจิตรา) แบบอื่นนะคะ ก็จะ

502
00:38:07,695 --> 00:38:10,920
เป็นผลิตภัณฑ์สุขภาพนะคะ อันนี้

503
00:38:10,920 --> 00:38:12,965
จะเป็นครีมอาบน้ำนะคะ เขาก็จะมีวิธีการใช้งานด้วยนะคะ

504
00:38:12,965 --> 00:38:16,965
ก็จะมีบอกการบอกปริมาณต่าง ๆ นะคะ และสรรพคุณต่าง ๆ ของครีมอันนี้

505
00:38:23,703 --> 00:38:27,295
นะคะ ของครีมอันนี้ (คุณครูปฏิญญา)  เด็ก ๆ ลองสังเกต

506
00:38:27,295 --> 00:38:28,357
ไปพร้อมกันเลยนะคะ มีใครนำครีมอาบน้ำมาเหมือนกับครูซากิหรือเปล่า (คุณครูสุจิตรา)

507
00:38:28,357 --> 00:38:32,357
แต่ว่าเลข อย. นะคะ ก็จะไม่เหมือนกับ

508
00:38:34,105 --> 00:38:38,105
แบบนี้ค่ะ แต่อันนี้จะเป็นเลขนะคะ

509
00:38:39,705 --> 00:38:41,751
ที่รับแจ้งนะคะ จะอยู่ตรงนี้เลย จะเป็นเลข

510
00:38:41,751 --> 00:38:41,830
เล็ก ๆ นะคะ เวลาที่เราไปซื้อนะคะ เราก็ควรที่จะสังเกตให้ดีค่ะ

511
00:38:41,830 --> 00:38:45,830
(คุณครูปฏิญญา) ใช่แล้วล่ะคะ หรือบางครั้งนะคะ

512
00:38:49,433 --> 00:38:53,433
ที่เขาเป็นครีมบำรุงผิวนะคะ อย่างอันนี้ก็เป็น

513
00:38:53,961 --> 00:38:57,961
เป็นครีมลอกสิวเสี้ยนนะคะ เขาก็จะมีวิธีการใช้ค่ะ

514
00:38:59,709 --> 00:39:00,574
ที่เป็นขนาดนี่ใหญ่กว่าอย่างอื่นเลย เพื่อเป็นการบอกวิธี

515
00:39:00,574 --> 00:39:04,574
การใช้ของผลิตภัณฑ์ของเขาเราก็จะได้ใช้

516
00:39:06,710 --> 00:39:09,111
แล้วก็มีประสิทธิผลเพิ่มมากขึ้นค่ะ

517
00:39:09,111 --> 00:39:13,111
แล้วก็จะสังเกตได้เลย แต่ที่สำคัญค่ะ เลขที่

518
00:39:15,710 --> 00:39:19,326
ใบรับแจ้งนะคะ จะเป็นเครื่องหมายให้เรารู้ว่าผ่านการรับรอง

519
00:39:19,326 --> 00:39:23,326
แล้วสามารถนำมาใช้ได้ แต่เด็ก ๆ คะ ข้อควรระวังเราก็ควรอ่านนะคะ เพราะบางครั้ง

520
00:39:24,864 --> 00:39:28,864
อาการแพ้ได้ ถ้าเราไม่ได้อ่านข้อควรระวัง

521
00:39:42,257 --> 00:39:38,817

522
00:39:29,000 --> 00:39:32,958
(คุณครูสุจิตรา) ใช่ค่ะ อย่างเช่น ตัวอย่างอันนี้นะคะ ผลิตภัณฑ์ยากันยุง

523
00:39:32,958 --> 00:39:36,137
นะคะ เด็ก ๆ เป็นโลชันกันยุงค่ะ

524
00:39:36,137 --> 00:39:40,137
ว่าสินค้าตัวนี้นี่ ห้ามรับประทานนะคะ

525
00:39:46,912 --> 00:39:50,912
หรือว่าห้ามใช้ในเด็กที่อายุต่ำกว่าเท่าไหร่ ๆ นะคะ เขาก็จะบอกเรานะคะ ตรงนี้ก่อนที่เราจะนำมาใช้

526
00:39:55,067 --> 00:39:59,067
เราก็ควรอ่านคำเตือนด้วย (คุณครูปฏิญญา) ใช่แล้วค่ะ อย่างที่ครูบิสบอก

527
00:39:59,099 --> 00:40:02,422
ตัวอย่างไปนะคะ ในตอนต้นชั่วโมง ผลิตภัณฑ์

528
00:40:02,422 --> 00:40:06,422
ที่นำมาซักผ้าค่ะ เขาก็จะมีข้อมูลหรือเป็นภาพประกอบเลย

529
00:40:15,967 --> 00:40:15,377

530
00:40:03,174 --> 00:40:07,174
ว่าผลิตภัณฑ์นี้สามารถใช้กับเครื่องซัก

531
00:40:24,288 --> 00:40:23,654
ฟอก

532
00:40:11,491 --> 00:40:11,505
นะคะ ฉะนั้นแล้ว เด็ก ๆ ควรศึกษาฉลาก

533
00:40:11,505 --> 00:40:15,505
ผลิตภัณฑ์เหล่านี้นะคะ อ่านฉลากให้ชัดเจน

534
00:40:19,726 --> 00:40:23,726
ถ้าเด็ก ๆ พร้อมแล้วนะคะ เดี๋ยวเราไปทำกิจกรรมได้เลยค่ะ

535
00:40:27,738 --> 00:40:31,738
[เสียงดนตรี]

536
00:40:39,747 --> 00:40:43,747

537
00:40:43,748 --> 00:40:47,748

538
00:40:51,754 --> 00:40:55,754

539
00:40:59,756 --> 00:41:03,756

540
00:41:03,758 --> 00:41:07,758

541
00:41:07,764 --> 00:41:11,764

542
00:41:11,768 --> 00:41:15,767

543
00:41:15,767 --> 00:41:19,767

544
00:41:19,769 --> 00:41:23,769

545
00:41:23,770 --> 00:41:27,770

546
00:41:27,777 --> 00:41:31,777

547
00:41:31,779 --> 00:41:35,779

548
00:41:35,780 --> 00:41:39,780

549
00:41:39,780 --> 00:41:43,780

550
00:41:43,785 --> 00:41:47,785

551
00:41:47,788 --> 00:41:51,787

552
00:41:51,787 --> 00:41:55,787

553
00:41:55,789 --> 00:41:59,789

554
00:41:59,792 --> 00:42:03,792

555
00:42:03,792 --> 00:42:07,792

556
00:42:07,792 --> 00:42:11,792

557
00:42:11,796 --> 00:42:15,796

558
00:42:15,797 --> 00:42:19,797

559
00:42:19,799 --> 00:42:23,799

560
00:42:23,802 --> 00:42:27,802

561
00:42:27,805 --> 00:42:31,805

562
00:42:31,805 --> 00:42:35,805

563
00:42:35,808 --> 00:42:39,808

564
00:42:39,809 --> 00:42:43,809

565
00:42:43,810 --> 00:42:47,810

566
00:42:47,812 --> 00:42:51,812

567
00:42:51,816 --> 00:42:55,816

568
00:42:55,819 --> 00:42:59,819

569
00:42:59,822 --> 00:43:03,822

570
00:43:03,826 --> 00:43:07,826

571
00:43:07,830 --> 00:43:11,830

572
00:43:11,831 --> 00:43:15,831

573
00:43:15,833 --> 00:43:19,830

574
00:43:19,830 --> 00:43:23,830

575
00:43:23,836 --> 00:43:27,836

576
00:43:27,837 --> 00:43:31,837

577
00:43:31,841 --> 00:43:35,841

578
00:43:35,843 --> 00:43:39,843

579
00:43:39,848 --> 00:43:43,848

580
00:43:43,849 --> 00:43:47,849

581
00:43:47,854 --> 00:43:51,854

582
00:43:51,859 --> 00:43:55,859

583
00:43:55,860 --> 00:43:59,860

584
00:43:59,862 --> 00:44:03,862

585
00:44:03,863 --> 00:44:07,863

586
00:44:07,867 --> 00:44:11,867

587
00:44:11,870 --> 00:44:15,870

588
00:44:15,875 --> 00:44:19,875

589
00:44:19,878 --> 00:44:23,878

590
00:44:23,881 --> 00:44:27,881

591
00:44:27,886 --> 00:44:31,886

592
00:44:31,890 --> 00:44:35,890

593
00:44:35,891 --> 00:44:39,891

594
00:44:39,894 --> 00:44:43,894

595
00:44:43,898 --> 00:44:47,898

596
00:44:47,900 --> 00:44:51,900

597
00:44:51,902 --> 00:44:55,902

598
00:44:55,905 --> 00:44:59,904

599
00:44:59,904 --> 00:45:03,904

600
00:45:03,907 --> 00:45:07,907

601
00:45:07,908 --> 00:45:11,908

602
00:45:11,910 --> 00:45:15,910

603
00:45:15,910 --> 00:45:19,910

604
00:45:19,910 --> 00:45:23,910

605
00:45:23,912 --> 00:45:27,912

606
00:45:27,915 --> 00:45:31,915

607
00:45:31,917 --> 00:45:35,916

608
00:45:35,916 --> 00:45:39,916

609
00:45:39,918 --> 00:45:43,918

610
00:45:43,921 --> 00:45:47,921

611
00:45:47,923 --> 00:45:51,923

612
00:45:51,925 --> 00:45:55,925

613
00:45:55,931 --> 00:45:59,931

614
00:45:59,931 --> 00:46:03,931

615
00:46:03,932 --> 00:46:07,932

616
00:46:07,934 --> 00:46:11,934

617
00:46:11,935 --> 00:46:15,935

618
00:46:15,938 --> 00:46:19,938

619
00:46:19,945 --> 00:46:23,945

620
00:46:23,946 --> 00:46:27,946

621
00:46:27,951 --> 00:46:31,949

622
00:46:31,949 --> 00:46:35,949

623
00:46:35,951 --> 00:46:39,951

624
00:46:39,953 --> 00:46:43,953

625
00:46:43,958 --> 00:46:47,958

626
00:46:47,962 --> 00:46:51,962

627
00:46:51,966 --> 00:46:55,966

628
00:46:55,972 --> 00:46:59,972

629
00:46:59,975 --> 00:47:03,975

630
00:47:03,980 --> 00:47:07,980

631
00:47:07,983 --> 00:47:11,983

632
00:47:11,986 --> 00:47:15,986

633
00:47:15,986 --> 00:47:19,986

634
00:47:19,990 --> 00:47:23,990

635
00:47:23,993 --> 00:47:27,993

636
00:47:27,997 --> 00:47:31,997

637
00:47:31,998 --> 00:47:35,998

638
00:47:36,002 --> 00:47:40,002

639
00:47:40,004 --> 00:47:44,004

640
00:47:44,008 --> 00:47:48,008

641
00:47:48,010 --> 00:47:52,010

642
00:47:52,012 --> 00:47:56,012

643
00:47:56,014 --> 00:48:00,014

644
00:48:00,015 --> 00:48:04,015

645
00:48:04,019 --> 00:48:08,019

646
00:48:08,022 --> 00:48:12,022

647
00:48:12,024 --> 00:48:16,024

648
00:48:16,030 --> 00:48:20,030

649
00:48:20,031 --> 00:48:24,031

650
00:48:24,035 --> 00:48:28,035

651
00:48:28,040 --> 00:48:32,040

652
00:48:32,042 --> 00:48:36,042

653
00:48:36,045 --> 00:48:40,045

654
00:48:40,048 --> 00:48:44,048

655
00:48:44,048 --> 00:48:48,048

656
00:48:48,049 --> 00:48:52,049

657
00:48:52,053 --> 00:48:56,053

658
00:48:56,055 --> 00:49:00,055

659
00:49:00,059 --> 00:49:04,059

660
00:49:04,063 --> 00:49:08,063

661
00:49:08,064 --> 00:49:12,064

662
00:49:12,066 --> 00:49:16,066

663
00:49:16,070 --> 00:49:20,070

664
00:49:20,070 --> 00:49:24,070

665
00:49:24,072 --> 00:49:28,072

666
00:49:28,077 --> 00:49:32,077

667
00:49:32,078 --> 00:49:36,078

668
00:49:36,083 --> 00:49:40,083

669
00:49:40,086 --> 00:49:44,086

670
00:49:44,092 --> 00:49:48,092

671
00:49:48,097 --> 00:49:52,097

672
00:49:52,099 --> 00:49:56,099

673
00:50:00,102 --> 00:50:04,102

674
00:50:04,104 --> 00:50:08,104

675
00:50:08,106 --> 00:50:12,106

676
00:50:12,112 --> 00:50:16,112

677
00:50:16,114 --> 00:50:20,114

678
00:50:20,118 --> 00:50:21,483

679
00:50:21,483 --> 00:50:25,483
(คุณครูปฏิญญา) หมดเวลาแล้วนะคะเด็ก ๆ ถ้าหากนักเรียนคนใด

680
00:50:35,816 --> 00:50:38,457
นะคะ ยังไม่เสร็จนะคะ หรือทำไม่เรียบร้อยนะคะ นักเรียน

681
00:50:38,457 --> 00:50:42,457
ปลายทางสาามารถให้นักเรียนนะคะ นำใงานกลับไ

682
00:50:44,132 --> 00:50:48,132
ปทำแต่เด็ก ๆ อย่าลืมนำกลับมาส่งคุณครูปลายทางในสัปดาห์หน้า ด้วยนะคะ

683
00:50:49,138 --> 00:50:52,664
ไปพร้อมกันเลยค่ะ ในวันนี้นะคะ เราก็เรียนกัน

684
00:50:52,664 --> 00:50:56,664
นะคะ โฆษณานะคะ ที่เกินคว่ามเป็นตริงนะคะ

685
00:50:58,383 --> 00:51:00,405
ซึ่งลักษณะโฆษณาที่เกินความเป็นจริงนี่ จะมีรูปแบบอย่างเช่น

686
00:51:00,405 --> 00:51:02,654
โฆษณาที่อวดอ้างสรรพคุณ

687
00:51:02,654 --> 00:51:06,654
(คุณครูสุจิตรา) และมีอีก 1 โฆษณานะคะ

688
00:51:07,650 --> 00:51:11,650
บริโภคนะคะ ที่สะดวกง่าย เกินความเป็นจริงนะคะ

689
00:51:16,147 --> 00:51:20,147
(คุณครูปฏิญญา) อย่างในข้อที่รักษาโรคได้หลายชนิดนะคะ (คุณครูปฏิญญา) และ 4 นะคะ

690
00:51:22,942 --> 00:51:26,942
โฆษณาที่กำหนดระยะเวลาการเห็นผล และการใช้งานเกินความเป็นจริงค่ะ (คุณครูปฏิญญา) ซึ่งเราก็จะมี

691
00:51:32,154 --> 00:51:33,781
วิธีการตรวจสอบข้อเท็จจริงของสื่อโฆษณา

692
00:51:33,781 --> 00:51:37,781
ไม่ว่าจะเป็นนะคะ การรักษา

693
00:51:39,051 --> 00:51:43,051
ที่ไม่ได้ระบุในโฆษณาค่ะ (คุณครูสุจิตรา) ค่ะ ในข้อที่ 2 นะคะ ก็คือยึดถือหลักความเป็นจริงนั่นเอง

694
00:51:48,065 --> 00:51:48,663
(คุณครูปฏิญญา) และสุดท้ายค่ะ ที่เราเน้นย้ำเลย ตรวจดู

695
00:51:48,663 --> 00:51:52,663
ฉลากอาหารและผลิตภัณฑ์ของอา

696
00:52:02,266 --> 00:52:01,084
หาร

697
00:51:56,169 --> 00:52:00,169
เราควรอ่านฉลากโดยละเอียดทุกข้อเลย ในส่วนของวิธีการใช้ ข้อควรระวัง

698
00:52:11,178 --> 00:52:10,896
เป็น

699
00:52:03,409 --> 00:52:03,940
สิ่งสำคัญเลยนะคะ และในสัปดาห์หน้าค่ะ

700
00:52:03,940 --> 00:52:07,940
เราจะมาเรียนกันนะคะ ในเรื่องของการเลือกอาหารค่ะ

701
00:52:08,644 --> 00:52:12,644
เราได้ดูไปแล้วนะคะ ว่าเราได้เรียนเรื่องโฆษณา

702
00:52:12,760 --> 00:52:16,760
สัปดาห์หน้าค่ะ เราจะเลือกซื้ออาหารว่า เราจะ

703
00:52:19,697 --> 00:52:23,697
ไปเลือกซื้ออาหารนี่ เราจะเลือกซื้อได้อย่างไรบ้าง (คุณครูสุจิตรา) โดยสิ่งที่ต้องเตรียม

704
00:52:24,039 --> 00:52:28,039
นักเรียนปลายทางจะได้เรียน เรื่อง อาหารที่ฉันควรเลือกซื้อมารับประทานค่ะ

705
00:52:29,896 --> 00:52:33,896
ซึ่งใบงานนี้นะคะ คุณครูปลายทางก็สามารดาวน์โหลดได้ที่

706
00:52:41,319 --> 00:52:37,948

707
00:52:36,189 --> 00:52:40,189
www.dltv

708
00:52:44,106 --> 00:52:48,106
.ac.th

709
00:52:49,148 --> 00:52:45,883

710
00:52:36,547 --> 00:52:40,547
ค่ะ (คุณครูปฏิญญา) สำหรับวันนี้คุณครูซากิและคุณครู

711
00:52:44,192 --> 00:52:46,698
บอสก็ขอลากันไปเพียงเท่านี้ ไว้เรากลับมาพบกันใหม่ใน

712
00:52:46,698 --> 00:52:49,576
สัปดาห์หน้ สำหรับวันนี้ สวัสดีค่ะ

713
00:52:49,576 --> 00:52:53,576
บ๊ายบาย [เสียงดนตรี]

714
00:53:00,196 --> 00:53:04,196

715
00:53:04,200 --> 00:53:08,200

716
00:53:08,206 --> 00:53:12,206


