--- title: ฝึกแบ่งพิมพ์+PE (DLTV สุขศึกษา ป.5 หน่วยที่ 3) ๘ วิเคราะห์สื่อโฆษณา 7 ม.ค. 65 (มีใบงาน) subtitle: date: วันพุธที่ 19 ตุลาคม 2565 เวลา 10.00 น. --- (ข้อความสดจากระบบถอดความเสียงพูดทางไกล) [เสียงดนตรี] สวัสดีคุณครูปลายทาง และนักเรียนปลายทางทกคนค่ะ ยินดีต้อนรับเข้าสู่รายวิชาสุขศึกษาและพลศึกษา ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ค่ะ วันนี้กลับมาพบกับคุณครูปฏิญญา ประจันบาน หรือคุณครูบอสค่ะ (คุณครูสุจิตรา) ค่ะ และคุณคร฿สุจิตรา บุญธรรม หรือคุณครูซากิค่ะ (คุณครูปฏิญญา) วันนี้ค่ะครูซากิ เราก็มาในบทเรียนที่เป็นบทเรียนใหม่ค่ะ เกี่ยวกับอาหารผลิตภัณฑ์สุขภาพค่ะ แต่ ก่อนที่เราจะไปรู้จักเขานี่เขาก็จะมีการโฆษณาให้เรารู้จักสินค้าต่าง ๆ ซึ่งบทเรีียนในวันนี้นะคะ เป็นเรื่องเกี่ยการวิเคราะห์โฆษณาค่ะ ก่อนที่เราจะไปซื้ผลิตภัณฑ์นั้น ๆ ก่อนอื่นเลยเรามาทราบจุดประสงค์กันก่อนเลย โดยจุดประสงค์การเรียนรู้ในวันนี้ข้อที่ ๑ นะคะ นักเรียนจะสามาถวิเคราะห์สื่อโฆษในการตัดสินใจเลือกซื้ออาหารและผลิตภัณฑ์สุขภาพอย่างมีเหตุผลค่ะ (คุณครูสุจิตรา) ค่ะ และในช้อที่ 2 นะคะ นักเรียนจะสามารถเลือกซื้ออาหารและผลิตภัณฑ์สุขภาพที่ไม่โฆษณาเกินจริงได้ค่ะ (คุณครูปฏิญญา) และ 3 นะคะนักเรียนจะเห็นประโยชน์ค่ะ ของการวิเคราะห์สื่อโฆษณาค่ะ ซึ่งก่อนอื่นเลยในเมื่อเราเรียนในเรื่องของการ เราก็ไปดูโฆษณามาค่ะ วันนี้ครมาให้เด็ก ๆ ดู 2 รูปแบบด้วยกันค่ะ เด็ก ๆ อย่าลืมดูแล้ววิเคราะห์ร่วมกันนะคะ ถ้าพร้อมแล้วเดี๋ยวเราไปดูกันเลยค่ะ น้ำยาบ้วนปากสูตรใหม่ เพิ่มปริมาณ 25 เปอร์เซ็นต์ ใช้แล้วช่วยขจัดคราบหินปูน ทำให้ปากหอมสดชื่นตลอดทั้งวัน ใช้ วันละ 1 ครั้ง โดยไม่ต้องแปรงฟันเลยค่ะ [เสียงดนตรี] (คุณครูปฏิญญา) น้ำยาบ่วนปากสูตรใหม่ เพิ่มปริมาณ 25 เปอร์เซ็นต์ เพียงใช้วันละ 2 ครั้ง เพื่อลมหายใจที่สดชื่อ แถมสูตรนี้มีรสชาติที่อ่อนโยน อยากลมหายใจสดชื่น อย่าลืมใช้วันละ 2 ครั้ง หลังการแปรงฟัน (คุณครูปฏิญญา) หลังจากที่เราไปดูโฆษณามาแล้ว 2 รูปแบบ เป็นอย่างไรบ้างคะเด็ก ๆ รูปแบบไหนน่าซื้อมากกว่ากัน ซึ่งก็จะมาในคำถามวันนี้ค่ะ นักเรียนคิดว่าผลิตภัณฑ์ชนิดใดน่าซื้อกว่ากัน แล้วแท้ที่จริงแล้วนี่เราควรซื้อผลิตภัณฑ์ชนิดใด เด็ก ๆ คะ เราก็ได้ไปดูโฆษณามาแล้วในรูปแบบด้วยกัน เป็นผลิตภัณฑ์ชินดแต่ว่าลักษณะการโฆษณานะคะ ก็จะมีความแตกต่างนะคะ กันอยู่ เด็ก ๆ ได้สังเกตหรือเปล่า รูปแบบทั้ง 2 รูปแบบมีความแตกต่างกันอย่างไรบ้าง (คุณครูปฏิญญา) ใช่แล้วล่ะค่ะ ได้สังเกตหรือเปล่าเอ่ย ผลิตภัณฑ์แต่ว่าคำพูดในโฆษณานั้นไม่เหมือนกัน เด็ก ๆ เห้นหรือไม่คะ ว่ามีอะไรที่แตกต่างกัน เด็ก ๆ ลองตอบคำถามคุณครูปลายทางได้เลยค่ะ หรือว่าเด็ก ๆ สามารถแลกเปลี่ยนรเรียนรู้ในสิ่งที่เราวิเคราะห์ได้ เอ๊ะ คุณครูบอสคะ ทั้ง 2 ชนิดนี้ ชนิดไหนน่าซื้อมากกว่ากันคะ (คุณครูปฏิญญา) ครูซากิไปดูมา 2 รูปแบบนี้ คุณครูซากิคิดว่าแบบไหนนี่น่าซื้อกว่ากันหรือคะ (คุณครูสุจิตรา) สำหรับครูซากินะคะ น่าจะเป็นแบบที่ 1 ค่ะ (คุณครูปฏิญญา) เพราะว่าอะไรคะ (คุณครูสุจิตรา) เพราะว่าเขาบอกว่าใช้ผลิตภัณฑ์ตัวนี้นะคะ เพียง 1 ครั้งเท่านั้น โดยไม่ต้องแปรงฟันเลยค่ะ (คุณครูปฏิญญา) วิธีใช้นี่ดูง่ายสะดวกสบายมากเลยนะคะ และเด็ก ๆ คิดว่าแบบที่ 1 นี่น่าซื้อกว่ากันใช่ไหมคะ ถูกต้องเลยค่ะ รูปแบบที่ 1 นี่ เขาจะะใช้คำพูดดูสะดวกสบรวมไปถึงวิธีใช้นี่ที่ดูสะดวกสบาย วิธีใช้น่าใช้เพราะว่าเราไม่ต้องแปรงฟันเลย นะคะ ทำให้เราสบายในการใช้ชีวิตมากขึ้น แต่คิดว่มันถูกต้องหรือไม่คะ ใช้แล้วล่ะค่ะ จริง ๆ แล้วผลิตภัณฑ์ในรูปแบบที่ 2 นี่อาจจะมีวิธีใช้ที่ยุ่งยากกว่า แต่เขาก็เขาก็มีวิธีการใช้แล้วก็คำโฆษณาที่ไม่เกินจริงนั่นเองค่ะ ลองคิดดูสิคะ ถ้าเราใช้เพียงน้ำยาบ่วนปากแล้วเราไม่แปรงฟัน แล้วทีนี้เศษอาหารที่ติดตามซอกฟันจะออก ก็อาจจะสะอาดไม่ครบถ้วนใช่ไหมคะ ก็ถึงบอกว่าผลิตภัณฑ์นะคะ แบบแรกอาจจะน่าซื่อที่จริงแล้วนะคะ แบบที่ 2 ค่ะ ที่เราควรจะซื้อ เพราะว่ารูปแบบแรกนี่เขามีคำโฆษณาที่ง่ายที่เกินจริงนะคะ อาจจะล่อตาล่อใจเรา สบายกว่า ฉะนั้นแล้วค่ะ วันนี้นะคะในเรื่องที่เราจะมาเรียนกัน นั่นก็คือลักษณะของโฆษณาที่เกินความเป็นจริงค่ะ เด็ก ๆ คิดว่า ลักษณะของโฆษณาที่เกินความเป็นจริงเป็นอยบ่างไรบ้างคะ ลองตอบคุณครูปลายทางได้เลยค่ะ คุณครูซากิคิดว่าจะมีรูปแบบใดบ้างคะ แบบที่เขาจะพูดเกินความเป็นจร (คุณครูสุจิตรา) ก็น่าจะมีหลากหลายรูปแบบนะคะ เพราะปัจจุบันสื่อโฆษณาต่าง ๆ มากมาย มีต่าง ๆ เกินความเป็นจริง ดังนั้นนะคะ เวลาเด็ก ๆ ดูสื่อ โฆษกอย่างมีวิจารณญาณ (คุณครูปฏิญญา) ใช่แล้วค่ะ เพราะโฆษณาอยากจะให้เราซื่อสินค้าของเขา จนเกินความเป็นจริงไปค่ะ เดี๋ยววันนี้เรามาดูกันว่าลักษณะแบบไหนบ้างที่เกินความเป็นจริง โดยลักษณะโฆษณาที่เกินความเป็นจริงนะคะ นั่นก้คือโฆษณาที่อวดอ้าวสรรพคุณสรรพคุณที่เกินความเป็นจริงค่ะ ยกตัวอย่างเช่นนะคะ ยาสระผมที่ช่วยให้ผมนุ่มผลแตกปลาย หายทันที ตั้งแต่ครั้งแรกที่ใช้เลย เด็ก ๆ คิดว่า การที่เรสระผมนี่ ยาสระผมจะช่วยให้ผมแตกปลายของเราหายทันทีตั้งแต่ครั้งแรกหรือไม่คะ คุณครูซากิคิดว่ามีความเป็นไปได้ไหมคะ (คุณครูสุจิตรา) ใในเรื่องนี้นะคะ คุณครูซากิคิดว่า ยากมาก ๆ เลยล่ะค่ะ เพราะเพียงแค่เราสระผมเพียงครั้งเดียวทำให้ผมของเรานะคะ นุ่ม และรวมถึงผมที่แตกปลายนะคะ หายไปทันที มันจะเป็นไปได้หรือคะครูบอส (คุณครูปฏิญญา) นี่ไงล่ะคะ ถึงเป้นตัวอย่างโฆษณาที่เขาอวดอ้างสรรพคุณเกินความเป็นจริง และมีอีกหลาย ๆ อย่างที่เราพบเห็นได้ในชีวิตประจำวันเลย ครีมบำรุงผิว โรชั่น เพียงใช้แค่ 3 วันเท่านั้น ผิวจะนุ่มนะคะ ขาวขึ้นนะคะ สว่างสดใสเพียงการใช้เพียง 3 วัน เด็ก ๆ ลองคิดดูสิคะ เรา บำรุงผิวแค่ 3 วันเท่านั้น ผิดอาจจะขาวขึ้นจริงค่ะ แต่อาจจะไม่ได้ขาวสว่างสดใส รูปที่นำมาโฆษณานี่เหมือนกับคนละคนเลยค่ะ ฉะนั้น ก่อนที่เราจะเลือกรับโฆษณานะคะ อวดอ้างสรรพคุณที่เกินจริงหรืค่ะ และในลักษณะโฆษณาที่เกินจริงข้อต่อมานะคะ นั่นก็คือโฆษณานะคะ ที่วิธีการใช้หรือวิธีการบริโภค เช่น ยกตัวอย่างนะคะ อันนี้เป็นผลิตภัณฑ์ผงซักฟอกนะคะ ตัวอย่างอันนี้เลยนะคะ ผงซักฟอกฟีซ เพียงแค่แช่ผ้าไว้ 5 นาที ไม่ต้องขยีผ้าก็สะอาดเหมือนใหม่ เด็ก ๆ ฟังคำโฆษณาอันนี้แล้วเป็นอย่างไรคะ เพียงแค่เราใช้ผงซักฟอกอันนี้ แช่ไว้เพียง 5 นเพียง 5 นาทีเท่านั้นนะคะ ผ้าของเราก็จะสะอาดเหมือนใหม่ โดยที่เราไม่ต้องขยี่ดูน่าชวนใช้มากเลยนะคะ แต่ถ้าเราดูถึงความเป็นจริง ถ้าเราไม่ขยี้ผ้าสักเล็กน้อยเลยนี้ คราบสกปรกจะหลุดออกไปไหมคะ จริง ๆ แล้วนะคะ โฆษณานี้เขาก็จะเชิญชวน ไปซื้อสินค้าเขา โดยเขาจะบอกวิธีการใช้ที่ง่าย อย่างเช่นนะคะ ในโฆษณาที่เราได้ดูไปโฆษณารูปแบบที่ 1 นะคะ ที่เขาบอกว่าเพียงแค่ใช้น้ำยาบ้วนปากของเขา ก็ไม่ต้องแปรงฟันเลย เด็ก ๆ เห็นไหมล่ะคะ โฆษณาหลาย ๆ ครั้งก็เกินความเป็นจริง ในรูปแบบของการบริโภค การใช้งานง่ายมากจนเกินไป แต่จริง ๆ แล้วนะคะ ก็มีวิวัฒนาการของเทคโนโลยีที่ วิธีการใช้นะคะ ง่ายขึ้น แต่เราควรใช้วิจารณญาณในการรับชมด้วยค่ะ ว่าในหลักความเป้นจริงนั้นสามารถเป็นไปได้หรือไม่ (คุณครูสุจิตรา) เวลาที่เด็ก ๆ ดูโฆษณาต่าง ๆ เหล่านี้อย่างที่คุณครูบอสได้ มีวิจารณญาณนะคะ แล้วก็คิดวิเคราะห์นะคะ ว่าสินค้านั้น ๆ นะคะ ถ้าเราทำตามแบบโฆษณาจะทำได้จริงหรือเปล่า (คุณครูปฏิญญา) ใช่แล้วล่ะค่ะ และในรูปแบบต่อมานะคะ โฆษณา ของยาว่าทานแล้วรักษาโรคได้หลายชนิด ซึ่งอันนีี้ก็จะพบเห็นได้บ่อยมากเลยนะคะ และบางครั้งนี่ก็จะมีคนหลงเชื่อเยอะแยะมากเลยค่ะ อย่างเช่นนะคะ รักษาโรคได้ 108 อย่าง เป็นยาอายุวัฒนะ โรคร้ายหายเกลี้ยง เด็ก ๆ ลองคิดดูสิคะ ถ้าคนที่เขาหลงเชื่อไปนี่ เขาก็คิดว่ายานี้ ใช้เพียงแค่ยานี้ตัวเดียวสามารถรักษาได้ 108 อย่างเลย รวมไปถึงยาอายุวัฒนะโรคร้ายหายเกลี้ยงเลย โฆษณาแบบนี้นะคะสามารถหลอกลวงผู้บริโภคได้นะคะ โดยเฉพาะผู้บริโภคที่เขาครั้งเขาอาจจะเจ็บป่วยอยู่กำลังรักษาโรคอยู่ และก็ไม่หายเสียที แล้วพอมาเจอโฆษณาที่เกินจริงแบบนี้นะคะ บางครั้งก็หลงเชื่อได้ง่ายค่ะ ฉะนั้นนะคะเราก็ต้องดูตามหลักความเป็นจริงด้วยนะคะ ขนาดยาหลาย ๆ ชนิดนะคะ ที่ได้รับการรับรองเขายังรักษา อาการได้แค่เพียง 1 ชนิด หรือ 2 - 3 ชนิดเท่านั้นนะคะ อย่างเช่นนะคะ ถ้าเป็นยาแก้ปวด ลดไข้ ฉะนั้น เด็ก ๆ ลองคิดถึงความเป็นจริงสิคะ ว่ายา 1 ชนิดนี่ เพียงเม็ดเดียวด้วยก็สามารถรักษาโรคได้ 108 อย่างเลยหรือเปล่า ใช่ไหมล่ะคะ ไม่สามารถทำไดดก็จะเป็นอีก 1 รูปแบบของโฆษณาที่เกินความเป็นจริง (คุณครูสุจิตรา) ทีนี้นะคะ คุณครูซากิเคยเห็นที่เห็นบ่อย ๆ เลยนะคะเกี่ยวกับยานะคะ ก็คือยาลดความอ้วนต่าง ๆ นะคะ ล่ะค่ะครูบอส ยาลดความอ้วนนะนะคะ ที่กำลังเข้าสู้วัยรุ่นตอนนี้นี่ก็นิยมซื้อมาใช้นำมารับประทานกัน เพราะว่าเขา กินแล้วนะคะ จะทำให้ร่างกายของเราหุ่นดี ซูบผอมนะคะ จากที่น้ำหนักมาก ๆ นี่ลดลงมานะคะ เพียงแค่ใช้เพียงแค่ไม่กี่ครั้งเท่านั้น (คุณครูปฏิญญา) ใช่แล้วล่ะคะ เพราะบ้างครั้งนะคะ บางคนนะคะ ไม่ชอบออกกำลังกาย เขาก้ใช้คำโฆษณานะคะ ยาลดความอ้วนชนิดนี้นี่ ไม่ต้องออกกำลังกาย เพียงแค่ทานเท่านั้น รวมไปถึงไม่ต้องควบคุมอาหารด้วยสามารถทานอาหารได้ ตามใจเลย แต่ก็สามารถลดความอ้วนได้ค่ะ (คุณครูสุจิตรา) ดูสะดวกสบายนะคะ ใครนะคะที่ไม่ชอบออกกำลังกายหรือว่าชอบกินนะคะ แต่อยากจะผอมนี่ พอได้เจอยาที่โฆษณาแบบนี้แล้วก็ซื้อกันเลย (คุณครูปฏิญญา) ใช่แล้วค่ะแต่เด็ก ๆ ลองคิดดูสิคะ เราไม่ควบคุมอาหารเลย เรารับประทานอาหารนะคะ ที่มีปริมาณไขมันที่มากจนเกินไปนี่ รวมไปถึงเราไม่ออกกำลังกายอีก บางคนนี่แถบจะไม่ค่อยเคลื่อนไหวร่างกานเลย แล้วจะไปผอมได้อย่างไร แต่ถ้ายาชนิดนั้น ว่าเขาทำให้เราผอมได้จริง ก็แปลว่าอันตรายอย่างมากเลยนะคะ เด็ก ๆ คิดดูสิคะ คนที่ต้องการลดความอ้วนด้วยการออกกำลังยังต้องมีวินัยในการออกกำลังกาย รวมไปถึงต้องควบคุมอาหาร เด็ก ๆ ลองคิดดูสิคะ จะมีวิธีอะไรง่ายขนาดนั้นเลย แค่ทานยา 1 เม็ดหรือว่า 1 เม็ดต่อวัน ไม่ต้องออกกำลังกาย ทานอาหารได้ตามจำแต่ว่าผอม แบบนี้ล่ะค่ะ ที่เขาเรียกว่าโฆษณาเกินจริง ต่อให้ทำได้จริงนะคะ ก็จะมีเอฟเฟ็ก เป็นผลตามมาทีหลังค่ะ อาจจะส่งผลร้ายแรงต่ต่อร่างกาย บางคนเสียชีวิตเลยใช่ไหมคะครูซากิ อันตรายอย่างมากเลยนะคะ (คุณครูสุจิตรา) ค่ะ ที่เกินจริงนะคะ ข้อต่อมา ก็คือที่กำหนดระยะเวลาในการเห็นผลเกินความเป็นจริงนั่นเอง ดูจากตัวอย่างอันนี้เลย สินค้าอันนี้นะคะ สำรวจจากผู้ใช้จริงกว่า 30 คน พบว่าใช้แล้วรอยแผลเป็นหายภายใน 7 วันค่ะ สินค้าอันนี้นะคะน่าจะเป็นครีมที่ลบรอยแผลเป็นนั่นเอง เด็ก ๆ คิดดูสิคะ เพียงแค่ใช้นะคะ ภายใน 30 วัน บางคนเป็นแผลเป็นนี่ เป็นปีเลย แต่ว่ามาใช้สินค้าตัวนี้ภายใน 7 วัน จะหายไปเลยมันจริงหรือเปล่า (คุณครูปฏิญญา) ถ้าสมมตินะคะ เขาอาจจะบอกเพียงแค่ว่ารอยแผลเป็นจะจางลงภายใน 7 วัน พอจะเชยังจะพอเชื้อได้บ้าง แต่การที่ใช้คำว่า "หายไปเลยนี่ ภายใน 7 วัน (คุณครูสุจิตรา) ใช่ค่ะ (คุณครูปฏิญญา) เด้ความเป็นจริงนี่จะเป็นไปได้หรือไม่ เห็นไหมคะ หลาย ๆ คะ หยุดคิดก่อนนะคะ ว่าข้อความแต่ละอย่างที่เราเห้น ได้อ่านได้ฟังนี่ เขามีความเป็นตริงมากน้อยเพียงใด เราก็จะรู้ได้แล้วว่าโฆษณาเหล่านั้นเชื่อถือได้หรือไม่ ทีนี้ค่ะ ครูบอสก็เลยมีคำถาม ว่าแล้วนักเรียนล่ะคะ นักเรียนมีวิธีการตรวจสอบข้อเท็จจริงขิงสื่อโฆษณาอย่างไรบ้างนักเรียนมีวิธีตรวจสอบข้อเท็จจริงของสื่อโฆษณาอย่างไรบ้างคะ (คุณครูสุจิตรา) นักเรียนสามารถ ตอบคำถามกับครูปลายทางได้เลยนะคะ บางคนก็มีวิธีการตรวจสอบเวลาที่เราเจอสื่ิโฆษณาต่าง ๆ นะคะ ในชีวิตประจำวันนะคะ ทีนี้เด็ก ๆ มีวิธีอะไรบ้างในการตรวจสอบเด็ก ๆ สามรถแสดง (คุณครูปฏิญญา) เพราะในชีวิตประจำวันเราก็ได้พบกับสื่อโฆษณามากมายเลครูซากิ ไม่ว่าจะเป็นในช่องทางของโทรทัศน์นะสื่ออินเทอร์เน็ตนะคะ บางครั้งเพียงแค่เราเข้าแอปพลิเคชัน บางครั้งเด็ก ๆ อาจจะแค่เข้าไปเล่นเกม ก็มี แทรกขึ้นมาให้เราได้ชม เด็ก ๆ ลองคิดดูสิคะ ว่าเราพบเห็นได้มากมายเลย เด็ก ๆ จะมีวิธีตรวจสอบนะคะ ข้อเท็จจริงของโฆษณาเหล่านั้นอย่างไรบ้าง ตอบคุณครูปลายทางได้เลยค่ะคุณครูซากิคะ โดยปกติครูซากิตรวจสอบข้อเท็จจริงของสื่อโฆษณาอย่างไเลือกซื้อสินค้าและรับฟังโฆษณาต่าง ๆ ก็จะต้องมีการตรวจสอบดูค่ะว่า โฆษณานั้น หลักการง่าย ๆ เลยค่ะ ครูซากิ ไปซื้อสินค้าต่าง ๆนะคะ แน่นอนว่าเขาก็จะมีฉลากผลิตภัณฑ์สินค้าอยู่ ดังนั้น คุณครูซากิก็จะดูนะคะว่า ผลิตภัณฑ์มีหลายเลข อย. หรือเปล่าค่ะ (คุณครูปฏิญญา) เป็นวิธีดีในหนึ่งวิธีเลยค่ะ ครุบอสและครุซากิค่ะ ก็กจะมีวิธีแนะนำเป็นวิธีการตรวจสอบข้อเท็จจริงของสื่อโฆษณาค่ะ อย่างเช่นนะคะ วิธีที่ครูซากิ ที่เราสามารถตรวจสอบข้อเท็จจริงได้เลย โดยวิธีแรกค่ะ วิธีตรววจสอบข้อเท็จจริงของสื่อโฆษณาวิธีแรกนะคะ ข้อที่ 1 คือ ศึกษารายละเอียด เงื่อนไขของสินค้านะคะ ที่ไม่ได้ระบุไว้ ในโฆษณา ซึ่งหลาย ๆ ครั้งนะะค โฆษณามีระยะเวลาอันสั้นค่ะ แค่เพียง 15 วินาที30 วินาที ซึ่งบางครั้งเขาก็จะนำเสนอแต่ด้านดีของสินค้าค่ะ ข้อเสียนี่ส่วนใหญ่แล้วเขาจะไม่กล่าวถึงเลยนะคะ ฉะนั้นแล้วนี่ เราควรไปศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมค่ะ โดยสินค้าเหล่านี้นะคะ เขาะจะมีรายฃลบางครั้งอยู่ที่ผลิตภัณฑ์ หรือบางครั้งเราสามารถ Search ข้อมูลนะคะ ได้ตามอินเทอร์เน็ตเลยค่ะ มีรายละเอียดอะไรบ้าง (คุณครูปฏิญญา) ค่ะ และข้อต่อมานะคะ นั่นก็คือการยึดถือหลักความเป็นจริงค่ะ และรวมไปถึงนะคะ พิจารณาดูข้อความโฆษณานั้นนะคะ มีความเป็นไปได้หรือไม่ สามารถนำมาใช้ในชีวิตประจำวันได้เลยหรือเปล่า เป็นหลักการง่าย ๆ เลยล่ะค่ะ ที่เด็ก ๆ ได้รับชมไปทั้ง 2 รูปแบบนะคะ เมื่อเด็ก ๆ ฟังแล้วนะคะ เด็ก ๆ ก็สามารถนะคะ ว่า เอ๊ะ ถ้าเราอยากไปใช้นี้ ไปใช้จริงหรือหรือเปล่า (คุณครูปฏิญญา) ใช่แล้วล่ะค่ะ บางครั้งนะคะ แค่เราหยุดคิดสักนิดนะคะ เราก็จะเห็นหลักความเป็นจริงค่ะ ว่าโฆษณานั้นบอกเรามาสามารถ มากน้อยเพียงใด ซึ่งเด็ก ๆ คะ โฆษณาที่ครูซากิบอกในต้นชั่วโมงนะคะ ครุบอสนะคะ ก็คอยสอนเด็ก ๆ จำสุขบัญญัติแห่งชาติของเราได้หรือไม่คะ ในข้อที่ 2 เขาบอกว่า เราควรจะแปรงฟันอย่าง ต้องแปรงฟันอย่างน้อยวันละกี่ครั้งคะ ถูกต้องค่าะ อย่างน้อยวันละ 2 ครั้ง หรือว่าทุกครั้งนะทุกครั้งหลังจากที่เรารับประทานอาหาร ซึ่งเด็ก ๆ ลองคิดถึงความเป็นจริงสิคะ ถ้าหากเราบ้วนปาก เราไม่แปรงฟันเลย ในทุก ๆ วัน ทุก ๆ วันนะคะ ฟันของเราก้จะเกิดคราบสกปรก คราบหินปูนสุดท้ายอาจจะเกิดอาการฟันผุได้ เห็นไหมล่ะคะ พอเรานึกถึงหลักความเป็นจริงนี่เราก็จะรู้แล้ว ว่า สามารถเชื่อถือได้หรือไม่ และวิธีต่อมาเลยค่ะ ก้กคือวิธีที่ครูซากิบอกนะคะนั่นก็คือการตรวจดูฉลากอาหารค่ะ และผลิตภัณฑ์สุขภาพนะคะ โดยละเอียด ที่เราซื้อมารับประทานนะคะ ในสินค้าก็จะมฉลเชขาก็จะมีฉลากนะคะ อยู่ที่บริเวณบรรจุภัเราควรจะอ่านฉลากนั้นอย่างละเอียดค่ะ และเราก็เข้าสู่กิจกรรมประจำวันนี้นะคะ เรื่อง มาสังเกตฉลากผลิตภัณฑ์กันเถอะ เด็ก ๆ คะ ซึ่งเด็ก ๆ คะ ฉลากผลิตภัณฑ์นี่มีความสำคัญอย่างมากเลย และในวันนี้ครูบอสก็ได้บอกเด็ก ๆ นะคะ ว่า ให้เด็ก และคุณครูปลายทางนะคะ นำฉลากผลิตภัณฑ์ทีตนเองสนใจมา อาจจะเป็นรูปแบบของผลิตภัณฑ์ที่เราใช้ในชีวิตประจำวันค่ะ ให้เตรียมพร้อมมาเลยนะคะ โดยแล้วออกจากสินค้า บางครั้งฉลากก็ติดอยู่กับผลิตภัณฑ์ บรรจุภัณฑ์ค่ะ ซึ่งถ้าเตรียมพร้อมแล้วนะคะก่อนอื่นเลย ก่อนที่เราจะไปสังเกตฉลากผลิตภัณฑ์นี่ ว่าบนฉลากผลิตภัณฑ์ควรจพมีอะไรบ้าง หรือว่าเราควรจะอ่านอะไรบ้าง (คุณครูปฏิญญา) ใช่ค่ะ ใช่แค่เพียงอ่านโฆษณา หรือว่าข้อดีผลิตภัณฑ์หรือไม่ หรือว่ามีรายละเอียดอย่างอื่นที่เราควรจะใส่ใจและก็อ่านอืีก (คุณครูสุจิตรา) ใช่แล้วคะ เพราะบนฉลาก ก็จะมีข้อมูลนะคะ เยอะแยะมากมายเลย ืทำให้เรานะคะ ได้ทราบเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์นั้น ๆเด็ก ๆ สามารถเตรียมฉลากผลิตภัณฑ์ที่เตรียมมานะคะ แล้วมาดูไปพร้อม ๆ กันได้เลยนะคะ ที่นักเรียนเรียนมานี่ มีข้อมูลครบตามที่เขากำลังจะบอกหรือไม่ ซึ่งเดี๋ยวเรามาดูไปพร้อมกันเลยโดยฉลากผลิตภัณฑ์นะคะ ควรระบุอะไรบ้างนะคะ ในข้อที่ 1 เลยค่ะ ฉลากของ จะต้องมีชื่อของสินค้า โดยชื่อของสิ้นค้านะคะ บางที่เราจะรู้จักกันในยี่ห้อของสินค้า ฉลากการค้าแบบนี้ค่ะ ซึ่งเขาก็จะมีตัวใหญ่ ๆ เลยค่ะ บอกให้เราได้เห็นอย่างชัดเจนเลยว่า คืออะไร (คุณครูสุจิตรา) ค่ะ และต่อมานะคะ ในส่วนที่ 2 นะคะ ก็คือส่วนประกอบนะคะ เขาก็จะบอกว่าส่วนประกอบของผลิตภัณฑ์นั้น ๆ นะคะ มีส่วนประกอบอะไรบ้าง ก็จะบอกให้เราได้ ทราบได้ เพราะว่านะคะ บางคนก็มีอาการแพ้ส่วนผสมต่าง ๆ ดังนั้นนะคะ ก่อนที่เราจะซื้อนะคะ เราก็ต้องดูส่วนประกอบให้ดีกว่านะคะ ว่ามีส่วนผสมที่เราแพ้หรือเปล่าค่ะ (คุณครูปฏิญญา) ใช่ค่ะ รวมไปถึงรสชาติของสินค้า สินค้านะคะ อาจจะเป็นผลิตภัณฑ์จำพวกอาหารนี่ เราก็จะรู้ได้ว่า ผลิตภัณฑ์ส่วนใหญ่มีรสชาติประมาณไหนนะคะ อย่างเช่น บางคนค่ะ เขารักสุขภาพ เขาอยากทานผลิตภัณฑ์ที่มีรสชาติหวานน้อย ก็อาจจะต้องดูส่วนประกอบน่ะค่ะ ว่ามากหรือไม่ ซึ่งอันนี้นะคะ ส่วนประกอบก้ยังให้เราเปรียบเทียบผลิตภัณฑ์ที่เราต้องการซื้อได้ค่ะ ความเข้ม หรือว่าส่วนประกอบนั้นนะคะ น่าสนใจเพียง ถ้าเรามีตัวเลือก 2 ตัวเลือก ว่าเลือกแบบไหนน่าสนใจกว่ากันและ 3. นะคะ สิ่งที่ควรมีเลยนะคะ บนฉลากผลิตภัณฑ์นะคะ นั่นก็คือวิธีการใช้ค่ะ และวิธีการเก็บรักษา เด็ก ๆ คะ บการใช้นี่ แน่นอนเลย บนผลิตภัณฑ์รชนี่ ควรจะมีเลเพราะถ้าสมมติไม่มีวิธีการใช้และเราหยิบมาใช้ผิดประเภทอย่างเช่น ในตอนเช้า เรา ง่วง ๆ เบลอ ๆ เราไปหยิบผลิตภัณฑ์ที่เป็นเจลล้างหน้ามาบีบใส่แปรงฟัน เด็ก ๆ คิดดูสิคะ ถ้าใช้ผิดประเภทจะเกิดอะไรขึ้น ครูซากิคิดว่าจะเกิดอะไรขึ้นหรือคะ ว่าจะต้องส่งผลอย่างไร เด็ก ๆ วิธีการมช้นะคะ ก็เป็นสิ่งที่สำคัญ เวลาเราจะใช้สินค้าอะไร หรือว่าก่อนที่เราจะซื้อสินค้าอะไรนี่ เราก็ควรที่จะดูวิธีใช่ก่อน (คุณครูปฏิญญา) ใช่แล้วล่ะคะ ไม่ใช่ สินค้าเท่านั้นนะคะ รวมไปถึงผลิตภัณฑ์สุขภาพนะคะ ผงซักฟอกนะคะ น้ยาต่าง ๆนะคะ เขาก็จะมีวิธีการใช้ ถ้าหากเราใช้ผิดวิธีนี่ก็จะส่งผลนะคะ ต่อข้าวของเครื่องใช้นะคะ ของเราได้ค่ะ อย่างเช่นนะคะ น้ำยาซักผ้า ใช้ได้ บางรูปแบบนะคะ ใช้กับการซักมือเพียงเท่านั้น บางรูปแบบนะคะ ใช้กับเครื่องซักผ้าที่เป็นฝาบน บางแบบนะคะ ที่เป็นฝาหน้า ซึ่งเด็ก ๆ รู้ไหมนะคะ เพราะถ้าเราไม่ใช้ให้ถูกประเภท อาจจทำให้เครื่องใช้ไฟฟ้าของเราเสียได้ค่ะ ซึ่งอะไรแบบนี้นะคะ เป็นสิ่งที่สำคัเก็บรักษาค่ะ ของบางชนิดนะคะ ควรเก็บในพื้นที่ ที่มีความชื้นสูง เพราะอาจจะทำให้ผลิตภัณฑ์นั้นเสียหายได้ หรือว่าไม่ควรเก็บในที่ ๆ โดนแดดจัดค่ะ แบบนี้นะคะ เราก็จะเห็นได้เลยว่าการเก็บรักษามีความสำคัญ เพราะว่าสินค้าหลาย ๆ อย่างนะคะ วิธีการเก้บสินค้าก็แตกต่างกัน ดังนั้น ถ้าเรานะคะ มีวิธีเก็บรักษาที่ถูกต้องนะคะ เราก็จะได้ใช้สินค้านั้นเป็นเวลานานที่ชอบซื้อสินค้ามากักตุนนะคะ เราก็ควรที่จะเก็ลนะคะ ในที่ที่เขาได้ระบุเอาไว้ เพื่อจะได้ใช้สินค้านั้นนาน ๆ นั่นเอง (คุณครูปฏิญญา) ใช่แล้วล่ะคะ การกักตุน ในเรื่องของความประหยัดนะคะ สินค้าเหล่านี้นลดราคา แต่ถ้าหากกักตุนเป้นเวลานานที่ อาจหมดอายุได้นะคะ หรือว่าเก็บรักษาไม่เหมาะสมนะคะ ก็อาจจะทำให้ผลิตภัณฑ์นั้น ก็อาจจะทำให้ผลิตภัณฑ์นั้นมีรสชาติที่เปลี่ยนไป มีความเสียหายเกิดกับผลิตภัณฑ์นั้น ๆ ได้ค่ะ ข้อต่อมาเลยค่ะ (คุณครูสุจิตรา) และข้อต่อมาเลยค่ะ ข้อต่อมานั่นก็คือขนาด ปริมาณ หรือว่าน้ำหนักของสินค้า อันนี้ก็เป็นส่วนที่สำคัญเลยนะคะ เวลาที่เราจะซื้อสินค้าอะไร เราก็ควรเพื่อเปรียบเทีบยกับราคาได้ค่ะครูบอสสำคัญเลยนะคะ สามารถทำให้เรานะคะ เปรียบเทียบปริมาณ ราคาได้ว่า ความคุ้มค่านี่มีหรือไม่ ในการที่เราจะประหยัดค่าใช้จ่ายได้ค่ะ แแจ่เด็ก ๆ คะ การประหนคำนึงถึงคุณภาพของสินค้านั้น ๆ ด้วยนะคะ ไหนเด็ก ๆ ลองสังคมเกตฉลากบนมือของเรานะคะ มี สีข้อมูลครบ 4 ข้อตามที่ครูบอสและครูซากิบอกหรือไหม่ ครบหรือเปล่าเอ่ย เดี๋ยวเรามาดุกันค่ะ ยังมีมากกว่านั้นค่ะ ที่จำเป็นต้องมีบนฉลากผลิตภัณฑ์ และต่อมาเลยค่ะ ก็คือ คำเตือน ข้อห้าม หรือข้อควรระวังในการใช้ค่ะ ข้อนี้สำคัญเลยนะคะ หลาย ๆ ผลิตภัณนะคะ เวลาที่เขามาโฆษณาเขาก็จะบอกเพียงข้อดีของเขา เขาก็จะไม่ได้กล่าวถึงข้อควรระวังหรือข้อห้าด้วยระยะเวลาที่มีจำกัด เขาจะไม่นำข้อเสียของนำข้อเสียของเรา หรือว่าข้อควรระวังผลิตภัณฑ์เขาค่ะ มาบอกผู้ซื้อ เพราะอาจจะเกิดความกลัวได้ซึ่งแต่ว่านะคะ บนฉลากสินค้า ควรมีข้อมูลเหล่านี้เลยล่ะค่ะ ผลิตภัณฑ์ควรใช้ในเด็ก และสตรีมีครรภ์ หรือผลมีส่วนผสมค่ะ ของแป้งและนม เพราะบางคนนะคะ อาจจะแพ้อาหารบ้างชนิดได้ค่ะ เราก็ควรดูนะคะ ผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ มีคำเตือนหรือข้อห้ามอะไรบ้าง และต่อมาค่ะนั่นก็คือวัน เดือน ปี ที่ผลิตนะคะ และ วัน เดือน ปี ที่หมดอายุค่ะ อันนี้นะคะ โดยเฉพาะอย่างยิ่งนะคะ วันเดือนปีนี่่ละ่ นั่นเอง ก็ควรจะมีวัน เดือน ปี ที่ผลิตและ วัน เดือน ปี ที่หมดอายุบอกเอาไว้ เพื่อให้เราสามารถทราบได้ว่าเรานะคะ จะสามารถใช้สินค้าอันนี้ได้ ในระยะเวลาเท่าไร ใช่แล้วล่ะ อาจจะเป็นที่เราดูบนผลิตภัณฑ์นั้น ๆ เลย หรือรวมไปถึงนะคะ มีวัน เดือน ปี ที่หมดอายุหรือไม่ ซึ่งบ้างครั้งนะคะ บ้างผลิตภัณฑ์ ควรบริโภคก่อนค่ะ ในรูปแบบอาหาร ซึ่งเด็ก ๆ คะ ข้อนี้ สำคัญเลยนะคะถ้าหากเราบริโภคนะคะ หรือว่าใช้สินค้าที่หมดอายุไปแล้วนี่ อาจจะส่งผลต่อร่างกายของเราได้เลยล่ะคะ และต่อมาเลยค่ะ อย่างนี่นอาจจะแสดงอยู่บนฉลากสินค้า บางครั้งเขาอาจจะไม่ได้แสดงอยู่ แต่เขาอาจจะแสดงในพื้นที่อื่นนะคะ เพื่อบอกราคาสินค้า เพราะว่า อาจจะมีการปรับเปลี่ยนค่ะ ตามหน้าร้านค้า ราคาสินค้านี้ ก็จะทำให้เราเปรียบเทีบยค่ะ คุณภาพ ส่วนประกอบแล้ว ในการเลือกซื้อนี่รวมไปถึงราคาสินค้าด้วยค่ะ (คุณครูสุจิตรา) และต่อมาเลยนะคะ ข้อมูลโภชนาการนะคะ ข้อมูลโภชนาการอันนี้นะคะ สินค้าประเภทอาหารต่าง ๆ เขาก็จะบอกข้อมูลของสินค้านั้นนะคะ ว่ามีข้อมูลโภชนาการ ที่เกี่ยวกับสุขภาพของเรา เมื่อเราจะได้รับสารอาหารต่าง ๆ อะไรบ้างนั่นเอง (คุณครูปฏิญญา) ใช่แล้วค่ะ ส่วนใหญ่นะคะ ข้อมูลโภชนาการจะไม่อยู่ด้านหลังก็อยู่ด้านข้าง เพราะว่าจะใช้พื้นที่นะคะ โดยว่าสินค้าชนิดนี้หรือว่าอาหารชนิดนี้ที่เรารับประทานนะคะ จะได้รับปริมาณดปรตีน คาโหรือมีส่วนประกอบของไขมันเท่าไหร่ ก็จะมีบอกเอาไว้เลย แต่เราจะมีข้อมูลโภชนาการอย่างย่อด้วยค่ะ พวกเด็ก ๆ สามรถสังเกตได้ตามหน้ากล่อง ด้านหน้าของผลิตภัณฑ์นั้น ๆ นะคะ จะมีแบบย่อซึ่งเขาก็จะบอกโซเดียม น้ำตาย อย่างนี้ค่ะ ก็จะมีทั้งหมด 4 ช่องด้วยกัน เด็ก ๆ ลองหยิบ ว่ามีหรือไม่ของตนเอาน่ะ และต่อมาเลยนะคะ ข้อที่ 9 นะคะนั่นก็คือเครื่องหมายค่ะ ของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา หรือที่เราเรียกกันติดปากค่ะ ก็คือย. แต่เด็ก ๆ ทราบหรือไม่คะ คณะกรรมการอาหารและยานี่ ไม่ได้มีรูปแบบเดียวเท่านั้น ไหนเด็ก ๆ ลองหยิบฉลากผลิตภัณฑ์ขึ้นมาสิคะ ว่ามีสัญลักษณ์ของ อย. หรือไม่ หรือบางคนนะคะ เป็นเครื่องหมายหใม่ เครื่องหมายของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาแต่ไม่ทราบว่านั่นล่ะค่ะ ก็เป็นเครื่องหมายที่ออกโดย อย. เดี๋ยวเรามาดูกันเลยนะคะ ว่า มีรูแบบใดบ้าง โดย อย. นี้ค่ะ ที่แสดงให้รู้ว่าสินค้าได้ผ่านการพิจารณาจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาโดยพิจารณาเรื่องคุณภาพ แล้วความปลอดภัย จะใช้ในอาหาร ยา แล้วเครื่องสำอางพวกปรุงค่ะ ดดยครุซากิคะผลิตภัณฑ์ที่มีสัญลักษณ์ อย. นี่ จะมี 2 รูปแบบค่ะ รูปแบบแรกก็จะมีสัญลักษณ์ ตัว อ. อ่างและ ย. ยักษ์ ในรูปแบบที่ 2 นะคะ คือผลิตภัณฑ์ที่สัญลักษณ์ อย. ค่ะ โดยอันนี้นะคะ จะเป็นตัวอย่างค่ะ ของผลิตภัณฑ์ที่มีสัญลักษณ์ อย. แบบแรก นั่นก็คือผลิตเครื่องดื่มและขนมค่ะ ก็จะเป็นในรูปแบบนี้เลย แล้วก็จะเป็นตัีวเลขอยฤซึ่งในรูปแบบที่ 2 เครื่องหมายของอะไรหรือคะครูซากิ (คุณครูสุจิตรา) ค่ะในรูปแบบทก็จะเป็นเครื่องหมายนะคะ ที่บ่งบอกถึงเครื่องมือแพทย์นะคะ ใบอนุญาตนั่นเอง โดยภายในช่องนี้นะคะ เขาก็จะมีสัญลักษณ์นะคะ เป็น ผ. ผึ้ง นะคะ บอกอยู่และก็มีตัวอักษร บ่งบอกอยู่ ซึ่งจะแตกต่างกันกับผลิตภัณฑ์ที่ผลิตภัณฑ์นะคะที่เป็นอาหารและเครื่องดื่มนะคะจะมีความแตกต่างกันอยู่นะคะ และต่อมาเลยค่ะ นั่นก็คือวัตถุอันตรายค่ะ ที่ใช้ในครัวเรื่อสเปย์กันยุงนะคะ แต่ด้านในนะคะ จะไม่มีแค่เพียงตัวเลขเท่านั้น ตัวอักษรด้วยค่ะ นั่นก็คือ อ. ว. ส. ข. ไข่ เห็นไหมคะ ว่าตัวนี้จะแตกต่างกัน แล้วก้จะมีผลิตภัณฑ์อื่นที่ไม่ได้มีสัญลักษณแต่ว่าตัวเลขที่ออกนะคะ เมื่อเขาไปขอการควบคุมคุณภาพแล้ว ของเขาได้รับคุณภาพนะคะ นั่นก็คือเขาจะได้เลขค่ะ เลขค่ะ เลขมา ส่วนมากเราจะเห็นเป็นเลขที่ใบรับแจ้งอย่างนี้นะคะ เดี๋ยวเรามาดูทีละรูปแบบเลย ซึ่งรูปแบบแรกนะคะ จะแสดง ทะเบียนตำหรับยาค่ะ เขาจะใช้ว่า เลขทะเขียนทะหรับยยาแล้วก็ตามด้วยหมายเลขค่ะ และต่อมานะคะ ก็คือในรูปแบบที่ 2, 3 และ 4 เครื่องหมายนะคะ จะแสดง ไม่ว่าจะเป็น เครื่องมือแพทย์นะะค หรือที่ใช้ในครัวเรือนนะะค น้ำยาถุพื้น น้ำยาล้างจาน ซึ่งผลิตภัณฑ๋์ก็จะแสดงเลขที่ใบรับแจ้งค่ะ เขาก็จะเขียนเลยนะคะ ว่าเป็นเลยที่ใบรับแจ้งแล้วก็ตามด้วยหมายเลขค่ะ เด็ก ๆ ลอง สลับเหมือนในมือของตนเองเลยนะคะ และเรามาดูและกิจกรรมในวันนี้ของเรานะคะ ก็จะต้องใช้ใบงานนะคะ เป็นสิ่งที่เราต้องทำร่วมด้วยค่ะ นั่นก็คือ ใบงานที่ 6 นะคะ เรื่องมาสังเกต ฉลากผลิตภัณฑ์กันเถอะค่ะ ให้นักเรียนนะคะ นำฉลากผลิตภัณฑ์ที่ตนเองนำมานะคะ ติดลงในช่องว่างที่ตนเองกำหนดให้ค่ะ พร้อมทั้งสังเกตรายละเอียดบนฉลากผลิตภัณฑ์ แล้วกรอกข้อมูลให้ถูกต้องค่ะ ได้ที่ไหนหรือคะครูซากิ (คุณครูสุจิตรา) ค่ะ สามารถดาวโหลดได้ที่ www.dltv.ac.th ค่ะ (คุณครูปฏิญญา) ใช่แล้วล่ะคะ ซึ่งใบงานนี้นะคะ จะมีช่องว่าง ให้เด็ก ๆ นะคะ สามารถนำฉลากผลิตได้เลย หรือบางครั้งค่ะ ฉล่ากผลิตภัณฑ์นั้น อาจจพใเด็ก ๆ นะคะ อาจจะวาดรูปแล้วติดด้านหลังใบงานก็ได้ค่ะ (คุณครูปฏิญญา) ซึ่งนะคะ ในจ้อที่ 1 เด็ก ๆ มีชื่อของสินค้าหรือไม่ 2. ส่วนประกิบของผลิตคืออะไร 3 วิธีการมใช้และเก็บรักษา และต่อมาค่ะ (คุณครูสุจิตรา) ค่ะ ต่อมานะคะ ขนาดปริมาณนน้ำหนักของสินค้า หรือว่าถ้ามีคำเตือนหรือข้อหามนี่ ให้เด็ก ๆ ใส่ข้อมูลมาได้เลยค่ะ (คุณครูปฏิญญา) และต่อมานะคะ เลยนะคะ นั่นก็คือ วัน เดือน ปี ที่ผลิตค่ะ และต่อมา วัน เดือน ปี ที่หมดอายุ หรือว่าเขาอาจจะใช้คำว่า ควรบริโรคก่อน ต่อมาใช้ขเอที่ 8 ในข้อนี้อาจจะมีระบุอยู่ หรือไม่มีระบุอยู่และต่อมาค่ะ คือ ข้อมูลโภชนาการแบบย่อ ซึ่งถ้าเป็นข้อมูลโภชนาการแบบเต็มทั้งหมดนะคะ ก็ให้เราสังเกตโภชนาการแบบย่อ แต่ถ้าหากผลิตภัณฑ์ที่นักเรียนนำมไม่ใช่ผลิตภัณฑ์อาหาร ก็อาจจะไม่มีข้อนี้ค่ะ และสุดท้ายค่ะ ที่นักเรียนจะต้องมีแน่นอน เครื่องหมายของสำนักงานคณะกรรมการอาหารหรือว่า อย. นั่นเอง ซึ่งอันนี้อาจจะมีสัญลักษณ์ อย. หรือมาในรูปแบบเลขที่ใบจดแจ้งได้ค่ะ ซึ่งในวันนี้ค่ะครูซากิเราก็มีตัวอย่างของ และฉลากสินค้ามาให้เด็ก ๆ ดูกัน พร้อมนะคะ 1, 2, 3 มาแล้วค่ะเต็มเลยนะคะครูซากิ (คุณครูสุจิตรา) มีหลากหลายเลยนะคะวันนี้ (คุณครูปฏิญญา) ซึ่งเด็ก ๆ คะ เด็ก ๆ นำอะไรมาบ้างคะ วันนี้นะคะ ตัวอย่างที่ครูบอสและครูซากินำมา มีทั้งที่เป็นอาหาร แล้วก็ทั้งที่เป็นผลิตภัณฑ์สุขภาพค่ะ อย่างรูปแบบนี้ที่ครูบอสนำมานะคะ เขาก็จะมีคำโฆษณา นี่ค่ะ ข้อมูลโภชนาการอย่างย่อด้วยค่ะ อยู่ที่ด้านหน้า จะเห็นได้เลยนะคะ เขาก็จะบอกว่าได้รับพลังงานเท่าไหน ไขมัน รวมไปุึงโซเดียม เป็นข้อมูลที่เราดูได้เลยค่ะ และบางครั้งฃด้านหลังนะคะ เราจะสังเกตเห็นว่าก็จะมีตรา อย0เอ๊ะ ตรา อย. อยู่ไหนนะ นี่ค่ะ อยู่ด้านหน้าเลยและแบบอื่นที่คุณครูซากิเลือกมา มี อย. หรือไม่คะ (คุณครูสุจิตรา) แบบอื่นนะคะ ก็จะเป้นผลิตภัณฑ์สุขภาพนะคะ อันนี้จะเป็นครีมอาบน้ำนะคะ เขาก็จะมีวิธีการใช้งานด้วยนะคะ ก็จะมีการบอกปริมาณต่าง ๆ นะคะ ของครีมอันนี้ นะคะ ของครีมอันนี้ (คุณครูปฏิญญา) เด็ก ๆ ลองสังเกตไปพร้อมกันเลยนะคะ มีใครนำครีมอาบน้ำมาเหมือนกับครูซากิหรือเปล่า (คุณครูสุจิตรา) แต่ว่าเลข อย. นะคะ ก็จะไม่เหมือนกับแบบนี้ค่ะ แต่อันนี้จะเป็นเลขนคะ ที่รับแดจ้งนะคะ จะอยู่ตรงนี้เลย จะเป็นเลชเล็ก ๆ นะคะ เวลาที่เราไปซื้อนะคะ เราก็ควรที่จะสังเกตให้ดีค่ะ (คุณครูปฏิญญา) ใช่แล้วล่ะคะ หรือบางครั้งนะคะ ที่เขาเป็นครีมบำรุงผิวนะคะ อย่างอันนี้ก็เป็นเป้นครีมลอกสิวเสี้ยนนะคะ เขาก็จะมีวิธีการมช้ค่ะที่เป็นขนาดนี่ใหญ่กว่าอย่างอื่นเลย เพื่อเป็นการบอกวิธีการใช้ของผลิตภัณฑ์ของเขาเราก็จะได้ใช้ แล้วก็มีประสิทธิผลเพิ่มมากขึ้นค่ะ แล้วก็จะสังเกตได้เลย แต่ที่สำคัญค่ะ เลขที่ใบรับแจ้งนะคะ จะเป็นเครื่องหมายให้เรารู้ว่าผ่านการรับรองแล้วสามารถนำมาใช้ได้ แต่เด็ก ๆ คะ ข้อควรระวังเราก็ควรอ่านนะคะ เะราะบางครั้ง อาการแพ้ได้ ถ้าเราไม่ได้อ่้านข้อควรระวั (คุณครูสุจิตรา) ใช่ค่ะ อย่างเช่น ตัวอย่างอันนี้นะคะ ผลิตภัณฑ์ยากันยุงนะคะ เด็ ก ๆเป็นโลชันกันยุงค่ะ ว่าสินค้าตัวนี้นี่ ห้ามรับประทานนะคะ หรือว่าห้ามใช้ในเด็กที่อายุต่ำกว่าเท่าไหร่ ๆ เขาก็จะบอกเรานะคะ ตรงนี้ก่อนที่เราจะนำมาใช้ เราก็ควรอ่านคำเตือนด้วย (คุณครูปฏิญญา) ใช่แล้วค่ะ อย่างที่ครูบิสบอกตัวอย่างไปนะคะ ในตอนต้นชั่วดมง ผลิตภัณฑ์ที่นำมาซักผ้าค่ะ เขาก็จะมีข้อมูลหรือเป็นภาพประกอบเลยว่า ผลิตภัณฑ์นี้สามารถใช้กับเครื่องซัก นะคะ ฉะนั้นแล้ว เด็ก ๆ ควรศึกษาฉลากผลิตภัณฑ์เหล่านี้นะคะ อ่านฉลากให้ชัดเจนถ้าเด็ก ๆ พร้อมแล้วนะคะ เดี๋ยวเราไปทำกิจกรรมได้เลยค่ะ [เสียงดนตรี] (คุณครูปฏิญญา) หมดเวลาแล้วนะคะ เด็ก ๆ ถ้าหาดคนใด คนใดนะคะ ยังไม่เสร็จนะคะ หรือทำไม่เรียบร้อยนะคะ นักเรียนปลายทางสาามารถให้นักเรียนนะคะ นำใงานกลับไแต่เด็ก ๆ อย่าลืมนำกลับมาส่งคุณครูปลายทางในสัปดาห์หน้า ด้วยนะคะ ไปพร้อมกันเลยค่ะ ในวันนี้นะคะ เราก็เรียนกันนะคะ โฆษณานะคะที่เกินคว่ามเป็นตริงนะคะ ซึ่งลักษณะโฆษณาที่เกินความเป็นจริงนี่ จะมีรูปแบบอย่างเช่น โฆษณาที่อวดอ้างสรรพคุณ (คุณครูสุจิตรา) และมีอีก 1 โฆษณานะคะ บริโภคนะคะที่สะดวกง่าย เกินความเป็นจริงนะคะ (คุณครูปฏิญญา) อย่างในข้อที่ รักษาโรคได้หลายชนิดนะคะ (คุณครูปฏิญญา) และ 4 นะคะ โฆษณาที่กำหนดระยะเวลาการเห็นผลและการใช้งานเกินความเป็นจริงค่ะ (คุณครูปฏิญญา) ซึ่งเราก็จะมวิธีการตรวจสอบข้อเท็จจริงของสื่อโฆษณา ไม่ว่าจะเป็นนะคะ การรักษา ที่ไม่ได้ระบุในโฆษณาค่ะ (คุณครูสุจิตรา) ในข้อที่ 2 นะคะ ก็คือยึดถือหลักความเป็นจริงนั่นเ อง (คุณครูปฏิญญา) และสุดท้ายค่ะ ที่เราเน้นย้ำเลย ตรวจดูฉลากอาหารและผลิตภัณฑ์ของอาเราควรอ่านฉลากโดยละเอียดทุกข้อเลย ในส่วนของสวิธีการใช้ ข้อควรระวัง สิ่งสำคัญเลยนะคะ และในสัปดาห์หน้าค่ะ เราจะมาเรียนกันนะคะ ในเรื่องของการเลือกอาหาร เราได้ดูไปแล้วนะคะ ว่าเราได้เรียนเรื่องโฆษณา สัปดาห์หน้าค่ะ เราจะเลือกซื้ออาหารว่า เราจะไปเลือกซื้ออาหารนี่เราจะเลือกซื้อได้อย่างไรบ้าง (คุณครูสุจิตรา) โดยสิ่งที่ต้องเตรียม นักเรียนปลายทางจะได้เรียน เรื่อง อาหารที่ฉันควรเลือกซื้อมารับประทานค่ะ ซึ่งใบงานนี้นะคะ คุณครูปลายทางก็สามารดาวน์โหลดได้ที่www.dltv.ac.th ค่ะ (คุณครูปฏิญญา) สำ ก็ขอลากันไปเพียงเท่านี้ ไว้เรากลับมาพบกันใหม่ในสัปดาห์หน้่ สำหรับวันนี้ สวัสดีค่ะบ๊ายบาย [เสียงดนตรี]