[เสียงดนตรี] (คุณครูปฏิญญา) สวัสดีคุณครูปลายทาง และนักเรียนปลายทางทุกคนค่ะ ยินดีต้อนรับเข้าสู่รายวิชาสุขศึกษาและพละศึกษา ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ค่ะ เช่นเคยนะคะ พบกับคุณครูปฏิญญา ประจันบาน หรือว่าคุณครูบอสค่ะ และ... (คุณครูสุจิตรา) ค่ะ และคุณครูสุจิตรา บุญธรรม หรือคุณครูซากิค่ะ(คุณครูสุจิตรา) และคุณครูสุจิตรา บุญธรรม หรือคุณครูซากิ เราก็ยังอยู่ในเรื่องของการเลือกซื้ออยุ่ค่ะ วันนี้นะคะ เราจะเปลี่ยนจากการเลือกซื้ออาหาร มาเป็นการเลือกซื้อผลิแต่ก่อนอื่นเลย เราไปทราบจุดประสงค์การเรียนรู้ในวันนี้ก่อนค่ะ ซึ่งจุดประสงค์การเรียนู้ในวันนี้นะคะ ข้อที่ 1 นักเรียนจะต้องสามารถวิเคราะห์คุณภาพผลิตภัณฑ์สุขภาพที่เลือกซื้อได้ค่ะ จะสามารถนเลือกซื้อผลิตภัณฑ์สุขภาพได้อย่างมีคุณภาพค่ะ และในข้อที่ 3 นะคะ นักเรียนจะเห็นประโยชน์ค่ะ ของการเลือกซื้อผลิตภัสุขภาพอย่างถูกวิธีค่ะ ในสัปดาห์ที่แล้วนี่ได้เรียนกันในเรื่องของการเลือกซื้ออาหารนะคะครูซากิ แล้วเด็ก ๆ ล่ะคะ ได้นำความรู้ไปช่วยผู้ปกครองในการเลือกซื้ออาหารหรือไม่นักเรียนได้นำความรู้ไปช่วยผู้ปกครองในการเลือกซื้ออาหารหรือไม่คะ สัปดาห์นี้เราก็มีกันหลายเรื่องเลยนะคะ (คุณครูสุจิตรา) สัปดาห์ที่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นเนื้อสัตว์ ผัก ผลไม้ เด็ก ๆ ก็สามารถนำความรู้ตรงนี้นี่ไปช่วยผู้ปกครองในการเลือกซื้ออาหารได้ หรือว่าจะเป็นของทานเล่นนะคะ หรือว่าจะเป็นอาหารประเภทปิ้งย่าง ประเภททอด ไปซื้อที่เขาทำสำเร็จแล้ว เด็ก ๆ ได้นำความรู้ไปเลือหรือไม่คะ ครูบอสและคุณครูซากินะคะ ก็หวังว่าเด็ก ๆ จะนำความรูที่เราได้เรียนกันไปนะคะ ไปปรับใช้ในชีวิตประจำวันให้เกิดประโยชน์สูงสุดนะคะ ครูซากิคะสุดสัปดาห์นี้ ครูซากิพอจะว่างบ้างไหมคะ (คุณครูสุจิตรา) เอ๊ะ สัปดาห์นี้ใช่ไหมคะ ว่างค่ะครูบอส (คุณครูปฏิญญา) ดีเลยค่ะ ครูบอสจะชวนคุณครูซากิไปตั้งแคมป์ค่ะ ช่วงนี้นี่อากาศกำลังหนาวเลย (คุณครูสุจิตรา) ได้เลยค่ะ (คุณครูปฏิญญา) แต่ว่านะคะ ก่อนเราจะไปตั้งแคมป์เราก็ต้องไปเลือกซื้อของก่อนนะคะ ครูบอสเลยอยากชวนครูบอสไปเลือกซื้อของค่ะ สำหรับเตรียมพร้อมสำหรับจะไปตั้งแคมป์กัน ถ้าอย่างนั้นเราไปซุปเปอร์มาเก็ตกันเลยค่ะเอ๊ะ คุณครูบอสหายไปไหนนี่ บอกว่าจะมาซื้อของด้วยกัน มาหรือยังนี่ (คุณครูปฏิญญา) ครูซากิคะ (คุณครูสุจิตรา) อ่าวครูบอส (คุณครูสุจิตรา) ครูซากิค่ะ มาแล้วค่ะ (คุณครูสุจิตรา) ของอะไรเยอะแยะคะนี่ พอดีครูบอสรีบน่ะค่ะ ยังไม่ทันได้หยิบตะกก็เลยเลือก ๆ ๆ แล้วก็หอบมาเลยนี่ค่ะ (คุณครูสุจิตรา) อะไรบ้างคะนี่ (คุณครูปฏิญญา) ส่วนใหญ่ก็จะเป็นของที่เราจะเอาไปตั้งแคมป์กันค่ะ ผลิตสุขภาพ อาหารกระป๋อง น้ำดื่มต่าง ๆ เลยล่ะค่ะ (คุณครูสุจิตรา) เอ๊ะ ครูบอสคะ จริง ๆของพวกนี้นี่นะคะ เราจะต้องมีวิธีการเลือกซื้อที่ถูกต้องนะคะ (คุณครูปฏิญญา) ครูซากิคะ เราจะไปเลือกหยิบตามที่เราชอบอย่างเดียวไม่ได้เลยหรือคะ (คุณครูสุจิตรา) ไม่ได้เลยค่ะ เช่นเดียวกับพวกอาหารต่าง ๆ เห็นไหมคะ เราจะต้องมีวิธีการเลือกซื้อ ของพวกนี้ก็เช่นกันค่ะ เราจะต้องมีวิธีการเลือกซื้อที่เหมาะสม ของที่มีคุณภาพอย่างไรล่ะคะ (คุณครูปฏิญญา) แบบนี้นี่เองนะคะ เราจะไปเลือกหยิบแต่ตามชอบอย่างเดียวไม่ได้เลยค่ะ (คุณครูปฏิญญา) ถ้าอย่างนั้น ครุบอสคงต้องไปเลือกใหม่แล้วล่ะค่ะ แต่ เอ๊ะ แล้วจะเลือกอย่างไรบ้างล่ะคะ วันนี้เราต้องมาเรียนรู้วิธีการเลือกซื้อผลิตภัณฑ์สุขภาพกันก่อน (คุณครูสุจิตรา) ใช่แล้วล่ะค่ะคุณครูบอส (คุณครูปฏิญญา) ถ้าอย่างนั้น วันนี้เราไปเลือกซื้อผลิตภัณฑ์สุขภาพเหล่านี้ วันนี้นะคะ ในวันสุดสัปดาห์นี้ครูบอสและครูซากิจะได้มีของไปตั้ง ได้มีคุณภาพใช่ไหมคะ (คุณครูสุจิตรา) ใช่แล้วล่ะค่ะ (คุณครูปฏิญญา) ถ้าอย่างนั้นเราไปเรียนรู้กันเลยค่ะ (คุณครูสุจิตรา) ไปกันค่ะ และเดี๋ยวในวันนี้นะคะ เราจะมาเรียนรู้กันในเรื่องของการเลือกซื้อผลิตภัณฑ์สุขภาพค่ะ ความหมายของคำว่า "ผลิตภัณฑ์สุขภาพ" หรือเปล่าเอ่ย เด็ก ๆ ลองตอบคำภามคุณครได้เลยค่ะ (คุณครูสุจิตรา) เชื่อว่าตอนนี้เด็ก ๆ หลาย ๆ คน อาจจะสังสัยคำว่า "ผลิตภัณฑ์สุขภาพ" นั้น หมายถึงอะไร (คุณครูปฏิญญา) จะหมายถึงอะไรนะ เด็ก ๆ รู้หรือเปล่าเอ่ย ลองตอบคุณครูปลายทางสิคะ และเดี๋ยวเรามาดูกันค่ะ ว่าสิ่งที่เด็ก ๆ ตอบครูปลายทางไปไปนี่จะถูกต้องไหม ซึ่งความหมายของผลิตภัณฑ์สุขภาพนะคะ แท้จริงก็หมายถึงว่าผลิตภัณฑ์ที่จำเป็นนะคะ ต่อการดำรงชีวิต และเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีวัตถุประสงค์เพื่อสุขอนามัย รวมถึงเป็นผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับการประกอบอาชีพค่ะ ในด้านการแพทย์และสาธารณสุข ตลอดจนถึงผลิตภัณฑ์ที่มีกระทบต่อสุขภาพอนามัยค่ะ ส่วนใหญ่แล้วนะคะ ผลิตภัณฑ์สุขภาพของเราจะเกี่ยวกับสุขอนามัย ไม่ว่าจะเป็นการกินหรือว่าจะเป็นขข้าวของที่เรานำมาใช้กับร่างกายค่ะคุณครูซากิ ก็เป็นผลิตภัณฑ์ที่เราใช้โดยทั่วไปเลยนะคะ ซึ่งก่อนอื่นเลยค่ะ ของชิ้นแรกที่เราจะมาเลือกซื้อกันนะคะ นั่นก็คือ ถ้านักเรียนนะคะ จะซื้อนม 1 กล่องนะคะ หรือว่า 1 ขวดนี่นักเรียนจะพิจารณานะคะ จากอะไรบ้าง ถ้านักเรียนจะเลือกซื้อนม 1 กล่องนะคะ หรือว่า 1 ขวด นักเรียนจะพิจารณาจากอะไรบ้างคะ เอ๊ะ เราจะเลือกจากอะไรดีนะ ถ้าเราอยากรับประทานนมสัก 1 ขวดหรือ 1 กล่องนี่ เราจะเลือกจากอะไร เด็ก ๆ ลองตอบคุณครูปลายทางได้เลยค่ะ เด็ก ๆ สามารถแสดงความคิดเหห็นได้เลยนะคะเอ๊ะ เด็ก ๆ จะเลือกจากอะไรนะ คุณครูซากิล่ะคะ เวลาคุณครูซากิอยากจะดื่มนมนี่ คุณครูซากิจะไปเลือกซื้อนี่ พิจารณาจากอะไรบ้างคะ (คุณครูสุจิตรา) เอ๊ะ ถ้าเราเลือกซื้อจากรสชาติที่เราชอบได้ไหมคะครูบอส (คุณครูปฏิญญา) ได้นะคะคุณครูซากิ แต่ว่าเราเลือกซื้อมาดื่มนี่ไม่ใช่เพียงรสชาติอย่างเดียวนะคะ เราต้องพิจิตรอย่างอื่นด้วยค่ะ เด็ก ๆ ทราบไหมเอ่ย นอกจากรสชาติที่เราชอบแล้วนี่เราจะเลือกจากอะไรบ้าง เดี๋ยวเรามาดูกันเลยค่ะ โดยนะคะ เวลาที่เราจะเลือกซื้อนี่ อย่างแรกคืออะไรคครูซากิ (คุณครูสุจิตรา) เราจะต้องดูภาชนะที่บรรจุ ว่าอยู่ในสภาพที่เป็นปกติหรือเปล่านะคะ อย่างเช่น กล่องนมนะคะ ไม่มีการบวม โปร่งพอง หรือว่าฉีกขาด หรือว่าถ้าหากว่าเป็นขวดนมค่ะ ต้องเป็นขวดนมที่สะอาดมีฝาปิดที่มิดชิดค่ะ (คุณครูปฏิญญา) เอ๊ะถ้ากล่องนมนั้นกำลังบวมหรือว่าโป่งพองนี่ แสดงว่ากล่องนมอันนั้นนะคะ หมดอายุแล้วล่ะค่ะ (คุณครูปฏิญญา) แบบนี้นี่เองนะคะเด็ก ๆ เห็นไหมล่ะคะ เราไม่ได้เลือกซื้อเฉพาะรสชาติที่เราชอบ แต่บรรจุภัณฑ์นี่ต้องอยู่ในสภาพที่ดีนะคะ อาจจะหมายถึงนะคะ นมนะคะ ที่อยู่ภายในกล่องหรือภายในขวดนี่นะคะ หรือว่าหมดอายุแล้วก้เป็นได้ ฉะนั้นแล้วนี่ การสังเกตลักษณะของบรรจุภัณฑ์นี่เป็นเรื่องสำคัญ และความสะอาดก็สำคัญมาก ๆ เลยนะคะ ทีนี้ค่ะ ไม่ใช่แค่เพียงบรรจุภเท่านั้นนะคะ บริเวณกล่องนม หรือว่าขวดนมของเรานะคะ จะต้องมีการรับรองคุณภาพค่ะ จากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา โดยดูที่เครื่องหมาย อย. นั่นเองค่ะ โดยที่บริเวณกล่องนมนะคะ จะมีเครื่องหมายอย. นะคะ ติดอยู่ที่บริเวขวดนมนะคะ หรือว่ากล่องนมเลยค่ะ ซึ่งเราสามารถสังเกตเห็นได้โดยง่ายเลยนะคะ สามารถนำเลข อย. นี้นะคะ ไปตรวจสอบได้ ตามที่สัปดาห์ก่อนนะคะ ที่ครูบอสและครูซากิเคยสอนไปแล้วค่ะ (คุณครูสุจิตรา) ใช่ค่ะ อันนี้ก็เป็นสิ่งที่สำคัญค่ะ เวลาที่เด็ก ๆ นะคะ ไปซื้อ ไม่ว่าจะเป็นผลิตภัณฑ์นมที่เป็นอาหารนะคะ เขาก็จะมีสัญลักษณ์นะคะ เครื่องหมาย อย. อันนี้ติดเอาไว้ ดังนั้น ที่เด็ก ๆ เลือกซื้อก็ควรที่จะดูอ่านให้อย่างครบถ้วนค่ะ (คุณครูปฏิญญา) ใช่แล้วล่ะค่ะ (คุณครูสุจิตรา) ต่อมาค่ะ ซึ่งในผลิตภัณฑ์อันนี้นะคะ เขาก็จะมีฉลากใช่ไหมคะเด็ก ๆ ฉะนั้น ควรที่จะอ่านฉลากรายละเอียดต่าง ๆ ให้ครบถ้วนนะคะ สังเกตดูว่าส่วนประกอบนะคะ หรือว่าวันผลิต หรือวันหมดอายุนี่ รวมไปถึงสถานที่ตั้ง แล้วก็แหล่งที่ผลิตนะคะ มีหรือเปล่านะคะ ดังนั้น เวลาที่เราจะไปเลือกซื้อนี่ ก็ควรที่จะอ่านรายละเอียดบริเวณฉลากของผลิตภัณฑ์นั้น ๆ ให้อย่างครบถ้วนค่ะ (คุณครูปฏิญญา) โดยเฉพาะนะคะ ถ้าใครมีประวัติการแพ้นมค่ะ (คุณครูสุจิตรา) ใช่ค่ะ (คุณครูปฏิญญา) เวลาเด็ก ๆ นะคะ ไปหานมมารับประทานหรือเลือกมาดื่มนะคะ เด็ก ๆ คะ นมเหล่านั้นนะคะ ก็จะมีหลายรูปแบบนมบางชนิดนะคะ ก็เป็นนมจากวัวหรือนมแพะนะคะ ว่าเป็นนมจากธัญต่าง ๆ นะคะ ซึ่งเด็ก ๆ นะคะ สามารถเลือกได้นะคะ ดูได้จากผลิตภัณฑ์นี้เลยค่ะ ซึ่งเขาก็จะบอกส่วนประกอบอยู่นะคะ เราก็เลือกดูจากตรงนั้นได้เลยค่ะ เห็นไหมล่ะคะ การอ่านฉลากนี่มีประโยชน์อย่างมากเลย มีทุก ๆ ผลิตภัณฑ์เลยล่ะค่ะ ซึ่งถ้าเด็ก ๆ สังเกตนะคะ เราไปเลือกซื้อตามร้านค้าต่ง ๆ ก็จะมีรูของบรรจุภัณฑ์นี่ที่หลากหลายเลยล่ะค่ะ แต่จริง ๆ บรรจุภัณฑ์นั้นแบ่งแยกชนิดแล้วก็ประเภทค่ะ ก็จะมีประเภทของนมที่หลากหลายออกไปค่ะ อย่างเช่นนมประเภทแรกเลยนะคะ ก็คือนมพาสเจอร์ไรส์ค่ะ โดยนมพาสเจอร์ไรส์นี้นะคะ จะมีการฆ่าจุลินทรีย์ไปทำให้นะคะ เก็บได้ไม่เกิน 10 วัน โดยที่นทชนิดนี้นคะ ต้องแช่ตู้เย็นเท่านั้นค่ะ ไม่อย่างนั้นนี่ นมอาจจะเสียได้ ส่วนใหญ่ของบรรจุภัณฑ์นะคะ นมพาสเจอร์ไรส์ส่วนใหญ่จะเป็นขวด ซึ่งนมชนิดนี้นะคะ จะมีรสชาติและสารอาหารที่ใกล้เคียงกับนมสดมากที่สุดเลยล่ะค่ะ และต่อมาค่ะ คุณครูซากิเคยเห็นนมที่เป็นกระป๋องเล็ก ๆ ไหมคะ (คุณครูสุจิตรา) เคยเห็นค่ะ แล้วเคยซื้อมาบ่อย ๆ ค่ะ (คุณครูปฏิญญา) ซึ่งนมชนิดนี้คุณครูซากิสังเกตไหมคะ รสชาติเขาจะอร่อยมากเลย เพราะว่านะคะ นมชนิดนี้นะคะมีค่าจุลินทรีย์ทั้งหมดเลยล่ะค่ะ นมชนิดนี้นะคะ สามารถเก็บได้นาน 1 ปี โดยไม่ต้องแช่ตู้เย็นเลยล่ะค่ะ โดยนมชนิดนี้ ก็คือนมสเตอริไลส์นั่นเอง ซึ่งนมสเตอริไลส์นะคะ การที่รู้สึกว่ารสชาติเขาอร่อยนี่ค่ะเขามีการฆ่าจุลินทรีย์ไปทั้งหมดนะคะ จะสูญเสียมิตามินไปค่ะ ก็จะเปลี่ยนแปลงไปบ้างนั่นเอง และต่างจากนมที่เด็ก ๆ นะคะ ได้รับประทานอย่างบ่อยครั้งเลย นั่นก็คือนมกล่องค่ะ หรือที่เราเรียกว่า นม UHT นะคะ โดยนม UHT นี่นะคะ มีการฆ่าจุลินทรีย์ไปบางส่วนค่ะ ทำให้สามารถเก็บได้นาน 5-6 เดือน โดยที่ไม่ต้องแช่ตู้เย็นเลยนะคะ ซึ่งนมชนิดนี้นะคะ ก็จะมีสารอาหาร และรสชาติที่เปลี่ยนแปลงไปเล็กน้อยค่ะ เราก็จะเห็นได้เลยนะคะ ว่านมตามท้องตลาดหรือว่ารสชาตินะคะ ที่แตกต่างกันออกไปนะคะ มีคุณภาพนะคะ มีสารอาหารที่แตกต่างกัน ฉะนันแล้ว เด็ก ๆ สามารถเลือกรับประทานนะคะ ได้ตามความชอบหรือคุณประโยชน์ที่ได้รับเลยค่ะ และต่อมาเลยค่ะ เด็ก ๆ คะ เคยรับประทานอาหารกระป๋องหรือไม่คะหลาย ๆ คนนะคะ อาจจะเคยรับประทานอาหารกระป๋อง เด็ก ๆ เคยรับประทานอาหารกระป๋องหรือไม่คะ ก็จะมีหลากหลายรูปแบบเลยนะคะ จริง ๆ แล้ว อย่างที่ืั้ครูบอสถืออยู่ นั่นก็คือปลากระป๋หลาย ๆ คนอาจจะเคยรับประทานบ่อยครั้งนะคะ ไม่จำเป็นว่าจะต้องไปตั้งแคมป์นอกสถานที่ อาจจะเป็นการที่เราอยากรับประทาน หรือนำมาประกอบอาหารหลากหลายรูปแบบแต่อาหารกระป๋องนี่ ก็ยังมีลักษณะแบบอื่นอีกมากมายเลยล่ะค่ะ คุณครูซากิล่ะคะ เคยรับประทานอาหารกระป๋องไหมคะ (คุณครูสุจิตรา) เคย ปกติแล้วนะคะ ที่บ้านก็จะไม่ค่อยรับประทานอาหารกระป๋องเท่าไหร่นะคะ นาน ๆ ครั้ง จะรับประทานสักที (คุณครูปฏิญญา) แล้วเวลาไปเลือกซื้อนี่ คุณครูซากิเลือกซื้อจากอะไรคะ (คุณครูสุจิตรา) ก็เลือกซื้อตามที่เราชอบเลยแล้วรวมไปถึงเวลาที่เลือกซื้อนี่ ก็จะดูนะคะ ว่าวันเดือนปีที่หมดอายุจะอยู่ได้นานหรือเปล่า (คุณครูปฏิญญา) เก่งมากเลยค่ะครูซากิ เลือกซื้อนะคะ หลาย ๆ คนเลือกจากรสชาติที่ชอบรับประทานนะคะ และก็ยังควรที่จะดูอย่างอื่นด้วย ไม่ว่าจะเป็นวันเดือนปีที่หมดอายุ หรือสภาพของกระป๋อง เดี๋ยววันนี้เรามาดดูกันค่ะ ว่าวิธีการงเลือกซื้ออาหารกระป๋องเหล่านี้จะมีอะไรบ้าง โดยวิธีแรกนะคะ นั่นก็คือบรรจุภัณฑ์นะคะ จะยังอยู่ในสภาพปกติค่ะ ไม่บวมนะคะ ไม่บุบ แล้วก็ไม่มีสนิมเกาะค่ะ โดยส่วนใหญ่ที่เราพบเห็นนะคะ อาหารกระป๋องนี่บรรจุภัณฑืเขา(คุณครูสุจิตรา) ใช่ค่ะ (คุณครูปฏิญญา) ซึ่งนะคะ เราต้องสังเกต ที่สำคัญเลยค่ะ นั่นก็คือต้องไม่มีสนิมเกาะค่ะ เพราะถ้าหากสภาพของบรรจุภัณฑ์นี่อยู่ในลักษณะที่ไม่ปกติ มีการบวมออกหรือบุบลงไป มีสนิมเกาะนี่ ก็อาจจะทำให้อาหารที่อยู่ภายในกระป๋องนี่ เสื่อมคุณภาพลง หรือว่าอาจจะหมายถึงอาหารกระป๋องนั้นเสียแล้วก็ได้ค่ะ(คุณครูสุจิตรา) อย่างนี้นี่เองค่ะ ต่อมานะคะ วิธีการเลือกซื้ออาหารกระป๋องต่อมาค่ะ ในอาหารกระป๋องนะคะ ก็จะมีฉลากต่าง ๆ ใช่ไหมนะคะ ฉลากอาหารนะคะ ต้องมีรายละเอียดที่ครบถ้วนค่ะ เราสามารถสังเกตส่วนประกอบ วัน เดือน ปี ที่ผลิต และ วัน เดือน ปี ที่หมดอายุ สถานที่ตั้งของแหล่งที่ผลิตอย่างชัดเจนด้วยนะคะ เวลาที่เราไปเลือกซื้อนะคะ เลือกดูได้เลยว่าผลิตภัณฑ์อันนี้ ฉลากแล้วก็มีรายละเอียดครบถ้วนแบบนี้หรือเปล่า (คุณครูปฏิญญา) ใช่แล้วล่ะค่ะ สำหรับใครนะคะ ที่อาจจะมีประวัตินะคะ การแพ้อาหารค่ะ ซึ่งอย่างเช่นนะคะ ปลากระป๋องนี่ เด็กๆ ทรีาบไหมคะก็มีปลาหลากหลายชนิดเลยนะคะ เพราะว่าภายในอาหารกระป๋องนี้นะคะ ก็จะมีเลือกวัตถุดิบมาใช้นะคะ ที่แตกต่างกันออกไปนะคะ ในแต่ละประเภท แต่ละยี่ห้อ ฉะนั้นแล้วนี่ การสังเกต การอ่านฉลากนี่ เป็นสิ่งที่สำคัญอย่างมากเลย รวมไปถึงนะคะ ควรอ่านวันหมดอายุค่ะ นี่เป็นสิ่งที่ย้ำเตือนเลยนะคะ แล้วนอกจากนั้นค่ะ ที่สำคัญอีก 1 ข้อ นั่นก็คือ มีเครื่องหมายรับรองคุณภาพค่ะ และรวมไปถึงนะคะ มีการเก็บรักษาที่ถูกต้อง พื้นที่เก็บรักษานะคะ จะต้องไม่อับชื้นแล้วก็ไม่ถูกแสงแดดค่ะ อย่างแรกเลย ก็คือเครื่องหมายรับรองคุณภาพนะคะ นั่นก็คือเครื่องหมายอย. นั่นเอง สิ่งนี้นะคะ ครูบอสและครูซากิ ย้ำกับเด็ก ๆ เสมอเลย มีสัญลักษณ์ของ อย. รวมไปถึงนะคะ เวลาเราไปซื้อของนะคะ ตามร้านค้าต่าง ๆ ให้เราสังเกตค่ะ พื้นที่ที่เขาวางอาหารกระป๋องนั่นไว้นะคะ ว่าเป้นลักษณะพื้นที่ ที่มีความสะอาดหรือไม่นะคะ วางไว้กับพื้นหรือเปล่า อาจจะทำให้มีสิ่งสกปรกต่าง ๆ แมลงนะคะ หรือสัตว์ต่าง ๆ มาสัมผัสกับอาการกระป๋องของเราได้ หรือว่าในพื้นที่นั้นนี่ มีความอบชื้นหรือไม่ และที่สำคัญไม่คถูกแสงแดดนะคะ เพราะจะทำให้คุณภาพของอาหารกระป๋องลดลงค่ะ (คุณครูสุจิตรา) ว่าหลาย ๆ บ้านนะคะ ก็มักจะซื้ออาหารกระป๋องนี้ติดเอาไว้ หรือว่ากักตุนไว้ที่บ้าน แต่ว่าถ้าหากว่า เรามีการรักษาที่ไม่ที่ถูกวิธีนะคะ ก็อาจจะทำให้สินค้าตัวนั้นหรืออาหารกระป๋องของเราก่อนวันหมดอายุได้ค่ะ (คุณครูปฏิญญา) นี่ก็เป็นอีก 1 ข้อที่สำคัญเลยนะคะ มาจากร้านค้าเท่านั้น เราเก็บมารักษาอยู่ที่บ้านก็เป็นข้อสำคัญเลยค่ะ ว่าควรเก็บรักษาอย่างถูกต้อง ทีนี้เราได้เลือกซื้อไปทั้งนมแล้วก็ทั้งอาหารกระป๋องแล้วนะคะ แต่ยังมีอีกหลายผลิตภัณฑ์เลยค่ะ อย่างเช่นนะคะ นักเรียนดื่มน้ำดื่มบรรจุขวดเป็นประจำหรือไม่คะ นักเรียนดื่มน้ำดื่มบรรจุขวดเป็นประจำหรือไม่คะ เด็ก ๆ หลายคนนะคะ อาจจะเคยดื่มน้ำดื่มบรรจุขวดแบบนี้นะคะ เอ๊ะคุณครูซากิล่ะคะ ดื่มน้ำดื่มบรรจุขวดเป็นประจำไหมคะ ทราบหรือไม่คะ ว่าการดื่มน้ำดื่มจากน้ำดื่มที่บรรจุขวดแบบนี้ ก็มีวิธีการเลือกนะคะ (คุณครูสุจิตรา) มีวิธีการเลือกด้วยหรือคะนี่ (คุณครูปฏิญญา) บางทีนี้เราอย่าไว้ใจเลยนะคะ เราต้องมีการสังเกตค่ะ เพราะบางครั้งอาจจะมีสิ่งปนเปื้อนนะคะ หรือว่าผลิตภัณฑ์นี้อาจจะไม่ได้คุณภาพก็ได้ เด็ก ๆ ทราบไหมคะ ว่าน้ำดื่มบรรจุขวดแบบนี้ เราเลือกได้อย่างไรบ้าง เด็ก ๆ สามารถตอบคำถามคุณครูปลายทางได้เลยค่ะ และเดี๋ยวเรามาดูกันนะคะ สิ่งที่เด็ก ๆ ตอบคุณครูปลายทางมานี่ จะถูกต้องหรือไม่ ซึ่งวิธีการสังเกตหรือว่าการเลือกซื้อน้ำดื่มบรรจุขวดแบบนี้ก็ง่าย ๆ เลยใช่ไหมคะคุณครูซากิ (คุณครูสุจิตรา) ใช่ค่ะ ดูกันในข้อแรกกันเลยนะคะ นั่นก็คือภาชนะที่บรรจุนะคะ ต้องสะอาดนะคะ ขวดไม่รั่วซึมนะคะ ฝาต้องปิดสนิท(คุณครูปฏิญญา) ซึ่งเราก็จะสังเกตได้เลยใช่ไหมคะ (คุณครูสุจิตรา) ใช่ค่ะ เวลาเราไปเลือกซื้อนะคะ เราก็สังเกตขวดได้เลยว่าขวดนี่มีความสะอาดหรือเปล่านะคะ ฝานี่ปิดสนิทหรือเปล่า (คุณครูปฏิญญา) ซึ่งฝานะคะ ก็จะมีการล็อกเกลียวอยู่ใช่ไหมคะ เราก็จะสังเกตเห็นได้ชัดเลยว่าฝานี้ปิดสนิทอยู่ บริเวณขวดของน้ำออกมาหรือไม่นะคะ เราลองดูได้เลยรอบ ๆ ทีนี้ หลังจากที่เราดูภาชนะที่บรรจุเรียบร้อยแล้ว ก็จะมีวิธีต่าง ๆ อีกค่ะ ก็คือลักษณะของน้ำต้องสะอาดค่ะ ไม่มีตะกอน ไม่มีสี แล้วก็ไม่มีกลิ่นค่ะ เวลาที่เราจะเลือกซื้อดื่มน้ำดื่มนะคะ หากเราเลือกซื้อมาแล้ว เสลาจะดื่มนี่ให้เราสังเกตก่อนค่ะ ว่าน้ำนี้มีตระกอนอยู่ข้างในหรือไม่ ตระกอนบางครั้งนี่ตะกอนอาจจะเกิดจากการเก็บรักษาที่ไม่ถูกต้องก็ได้ค่ะ เมื่อเราเปิดน้ำดื่มออกมานะคะ ภายในมีกลิ่นไหมนะคะ เพราะว่าสีนี่เราอาจจะสังเกตได้จากภายนอกนะคะ แต่ว่ากลิ่นเราอาจจะเปิดออกมาก่อนแล้วก็ก็ลองดมดูค่ะ ฉะนั้นแล้วนี่ เราก็เลือกซื้อไม่ยากเลยนะคะ (คุณครูสุจิตรา) ค่ะ และต่อมานะคะ ฉลากนะคะ ฉลากของน้ำดื่มเราจะสังเกตเขาก็จะมีการติดฉลากอยู่นะคะ ฉลากจะต้องมีรายละเอียดที่ครบถ้วนนะคะ ทั้งวันเดือนปีที่ผลิต และวันเดือน ปี ทีหมดอายุสัญลักษณ์ของ อย. และรวมไปถึงสถานที่ตั้งของแหล่งผลิต จะต้องมีการติดไว้อย่างชัดเจน (คุณครูปฏิญญา) อย่างที่ครูบอสและครูซากินะคะ ก็มีวันที่บอกควรบริโภคก่อนรวมไปถึงมีสัญลักษณ์ของ อย. ชัดเจนเลย และฉลากบอกปริมาณสุทธิของน้ำขวดนี้ได้ด้วยค่ะ แล้วที่สำคัญนะคะ แหล่งผลิตของน้ำค่ะ น้ำแต่ละที่นี่ อาจจะมีลักษณะที่แตกต่างกันออกไปวิตามินหรือแร่ธาตุที่อยู่ในนั้นแตกต่างออกไปตามแหล่งผลิตค่ะ และนี่เป็นลายละเอียดที่เราอ่านจากฉลากนะคะ บนผลิตภัณฑ์ได้ง่ายเลยค่ะ ซึ่งขวดน้ำนี้นะคะ ส่วนใหญ่แล้วก็จะเป็นขวดพลาสติกค่ะ ซึ่งขวดพลาสติกนี้นี่ที่บรรจุน้ำดื่มควรแยกทิ้งนะคะ ในถังสีเหลืองค่ะ หรือว่าที่เราเรียกกันว่า "ถังขยะรีไซเคิล" นั่นเองนะคะ ไปเข้ากระบวนการรีไซเคิลค่ะ เป็นการช่วยลดปริมาณขยะและรักษาสิ่งแวดล้อมได้อีกนะคะ เด็ก ๆ อย่าลืมนะคะ หลังจากที่เราดื่มขวดน้ำดื่มนี้เรียบร้อยแล้วนะคะ ให้เรานำไปทิ้งในถังขยะรีไซเคิล เพื่อเป็นการรักโลกอีกรูปแบบหนึ่งค่ะ นอกจากขวดน้ำแล้ว ก็ยังมีผลิตภัณฑ์ตสุขภาพอื่น ๆ ด้วยค่ะ ซึ่งอยู่ประเภทของเครื่องสำอางค่ะครูซากิ เด็ก ๆ คิดว่าจะมีอะไรบ้างคะ หลาย ๆ คนนะคะ คงตอบว่าเครื่องสำอางนี่ หมายถึงสิ่งที่เรานำมาตกแต่งบนใบหน้าใช่ไหมล่ะคะ แต่จริง ๆ แล้วนี่ หมายถึงสิ่งอื่น ๆ นะคะ ที่เรานำมาใช้กับร่างกาย อย่างเช่น ยาสระผมนะคะ หรือว่าสบู่ แบบนี้ก็จัดอยู่ในประเภทของเครื่องสำอางค่ะ และเดี๋ยวเรามาดูความหมายของเครื่องสำอางกันเลยนะคะ ซึ่งเครื่องสำอางนี้นะคะ ก็จะหมายถึงวัตถุสำหรับใช้ทา ถู นวด โรย พ่น หยอด ใส่ อบนะคะ รวมไปถึงนะคะ การใช้ภายในช่องปากด้วย อย่างเช่น จำพวกยาสีฟัน หรือว่าน้ำยาบ้วนปาก โดยมีวัตถุประงสงค์เพื่อความสะอาด ความสวยงาม รวมไปถึงระงับกลิ่นกายค่ะ รวมไปถึงปกป้องดูแลส่วนต่าง ๆ นะคะ ให้อยู่ในสภาพที่ดีนะคะ รวมไปถึงเครื่องประทิ่นผิวต่าง ๆ ด้วยค่ะ เราจะเห็นได้เลยนะคะ ว่าเครื่องสำอาง ไม่ใช่เพเพียงลิปสติกที่เรานำมาแต่งหน้าเท่านั้น รวมไปถึงสิ่งของอื่น ๆ ที่เรานำมาใช้กับร่างกายด้วยค่ะ ซึ่งเครื่องสำอางก็มีวิธีการเลือกซื้อใช่ไหมคะ (คุณครูสุจิตรา) ใช่แล้วล่ะค่ะ โดยอย่างแรกเลย เราจะต้องเลือกซื้อนะคะ จากร้านที่น่าเชื่อถือค่ะ โดยผลิตภัณฑ์จะต้องมีความน่าเชื่อถือมีแหล่งผลิตนะคะ ที่ผ่านการรับรองมาตรฐาน ซึ่งหลาย ๆ คนก็มีความสงสัยว่า เอ๊ะ แล้วร้านที่น่าเชื่อถือเป็นอย่างไร (คุณครูปฏิญญา) เอ๊ะ ร้านที่น่าเชื่อถือ หมายถึง จะต้องไปซื้อที่ร้านแบบไหนคะ (คุณครูสุจิตรา) เด็ก ๆ คะ ร้านที่น่าเชื่อถือนะคะ ก็จะต้องเป็นร้านที่เห็นได้เลยว่า เวลาเราไปซื้อเครื่องสำอางนี่ เราไปที่เป็นร้านขายยาก็ได้นะคะ หรือว่าจะเป็นร้านที่มีการรับรองต่าง ๆ มาแล้วนะคะ ว่าร้านนี้สามารถเลือกซื้อสินค้าจากที่นั่นได้อย่างปลอดภัยนะคะ (คุณครูปฏิญญา) เพราะแัจจุบันนะคะ ก็มีเครื่องสำอางนะคะ หรือว่าของใช้หลาย ๆ ชนิดเลยมีการปลอมแปลงออกมาค่ะ บางครั้งเราสังเกตเพียงฉลากหรือ อย. เขาก็อาจจะมีการปลอมแปลงที่เหมือนเลยล่ะค่ะเด็ก ๆ ฉะนั้นแล้วนะคะ การเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ นะคะ เราต้องเลือกจากร้านที่น่าเชือ่ถือได้ สังเกตนะคะ ผลิตภัณฑ์ด้วย ว่ามีลักษณะเหมือนกับของจริงหรือไม่ เพราะว่าหลาย ๆ คนก็เกิดการแพ้นะคะ จากการเลือกซื้อนะคะ สินค้าต่าง ๆ ที่ไม่ได้มาตรฐานค่ะ มีการปลอมแปลงออกมาแบบนี้นะคะ เราจะไม่สามารถไปเรียงร้องจากเจ้าของตัวจริงได้เลยค่ะ เพราะว่าผลิตภัณฑ์นั้นนี่ เป็นของปลอมค่ะเด็ก ๆ และต่อมานะคะ นยั่นก็คือ มีเลขที่จดแจ้งชัดเจนค่ะ โดยแต่เดิมนี่ก็สามารถตรวจสอบได้นะคะ โดยแต่เดิมนี่ผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางนี่ ก็มีการแบ่งประเภทนะคะ ออกเป็น 3 ประเภทค่ะ โดยเป็นเครื่องสำอางทั่วไป เครื่องสำอางควบคุม และเครื่องสำอางควบคุมพิเศษค่ะ โดยที่เครื่องสำอางแต่ละประเภทนี่ บางประเภทไม่ต้องขอเลขจดแจ้ง แต่ปัจจุบันนะคะ พระราชบัญญัติเครื่องสำอาง พ.ศ. 2558 นี่ เขามีการจัดประเภทเครื่องสำอางใหม่ค่ะ เราจะไม่แบ่งเป็น 3 ประเภทนะคะ แต่เครื่องสำอางทุกประเภทจะกลายเป็นเครื่องสำอางควบคุมโดยเครื่องสำอางนี้นะคะ จะต้องขอเลขที่จดแจ้งชัดเจนนะคะ ทุกชนิดนะคะ ทุกผลิตภัณฑ์เลย อาจจะเป็นบางอย่างนะคะ มีการแจ้งส่วนประกอบเท่านั้นว่ามีอะไรบ้าง แต่ปัจจุบันนะคะเด็ก ๆ ย้ำเลยนะคะ ผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางทุกชนิดจะต้องมีเลขที่ใบจดแจ้ง อยู่บนฉลากอย่างชัดเจนและสามารถตรวจสอบได้ค่ะ (คุณครูสุจิตรา) ดังนั้น เวลาที่เด็ก ๆ ไปเลือกซื้อนี่ เด็ก ๆ นะคะ ก็ต้องดูว่าผลิตภัณฑ์ที่เป็นเครื่องสำอางมีเลขที่จดแจ้งหรือเปล่า ใช่ไหมคะครูบอส (คุณครูปฏิญญา) ใช่แล้วลบ่ะค่ะ สำคัญมาก ๆ เลยนะคะสามารถนำเลขที่จดแจ้งที่ไปตรวจสอบที่เว็บ อย. ได้เหมือนกับเลข อย. ตามผลิตภัณฑ์อาหารเลยล่ะค่ะ (คุณครูสุจิตรา) ค่ะ และต่อมานะคะ แน่นอนว่าบรรจุภัณฑ์นะคะ ก็เป็นสิ่งสำคัญเลยค่ะเราจะต้องดูบรรจุภัณฑ์นะคะ ว่าผลิตภัณฑ์นั้นอยู่ในสภาพที่ดีหรือเปล่า ต่าง ๆ อันนี้นะคะ เด็ก ๆ ก็สามารถเลือกดูได้นะคะ ก่อนที่เราจะซื้อนะคะ ต้องเลือกดูดี ๆ เลยค่ะ(คุณครูปฏิญญา) เพราะว่าบรรจุภัณฑ์นี้นะคะ จะเป็นการักษาคุณภาพของผลิตภัณฑ์ที่อยู่ด้านในให้มีสภาพที่มีคุณภาพ เพราะถ้าผลิตภัณฑ์นี้นะคะ บรรจุภัณฑ์เขามีความเสียหายไปนะคะ หรือว่าไม่ปกตินี่ อาจจะเสื่อมคุณภาพลงได้ และตัวเราเมื่อนำมาใช้อาจจะเกิดการแพ้ได้ค่ะ และต่อมานะคะ ฉลากของเครื่องสำอางต้องแสดงข้อมูลครบถ้วนชัดเจนเช่นกันค่ะ ไม่ใช่แค่ผลิตภัณฑที่เป็นอาหารเท่านั้นนะคะ ผลิตภัณฑ์ที่เป็นเครื่องสำอางนี้นะคะ จะต้องมีข้อมูลบนฉลากชัดเจนค่ะ แล้วเด็ก ๆ ทราบไหมล่ะค่ะว่าข้อมูลบนฉลากมีข้อมูลอะไรบ้าง ครุซากิพอจะทราบไหมคะ (คุณครูสุจิตรา) เอ๊ะ ฉลากก็น่าจะมี วัน เดือน ปี ที่ผลิตใช่ไหม และสถานที่ที่ผลิต และรวมไปถึงพื้นที่ที่จดแจ้งหรือว่าเครื่องหมาย อย. ที่ครูบอสบอกว่าเมื่อสักครูเราก้จะมีข้อมูลต่าง ๆ ค่ะ ที่ควรแสดงบนฉลากเครื่องสำอางค่ะ (คุณครูสุจิตรา) ซึ่งนอกจากที่ครูซากิพูดไปเมื่อสักครู่นี้ ก็จะมีนะคะ ข้อมูลอื่น ๆ หลากหลายข้อมูลเลยนะคะ นอกจากชื่อ หรือว่าสถานที่ตั้งวัน เดือน ปี ที่ผลิตแลบอกปริมาณ วิธีการใช้ ข้อแนะนำคำเดือน และรวมไปถึงข้อความอื่น ๆ นะคะ เพื่อเป็นการคุ้มครองประโยชน์ของผู้บริโภค หรือสัญลักษณ์ ที่ติดบริเวณผลิตภัณฑ์นั่นเอง (คุณครูปฏิญญา) ใช่แล้วค่ะข้อมูลเหล่านี้นะคะ ส่วนใหญ่จะติดอยู่บนฉลากผลิตภัณฑ์นะคะ ข้อมูลเหล่านี้มีประโยชน์มาก ๆ เลยนะคะเด็ก ๆ เราควรสังเกตและควรอ่านให้ครบถ้วน โดยเครื่องสำอางต่าง ๆ เหล่านี้ ต้องนำมาใช้กับร่างกายเรา ถ้าหากแพ้ขึ้นมานี่ เราจะได้สามารถเรียกร้องสิทธิ์ได้นะคะ เด็ก ๆ อย่าลืมนะคะ ต้องใส่ใจทุกครั้งเวลาที่จะเลือกใช้ของต่าง ๆ ค่ะ และกิจกรรมประจำววันนี้นะคะ เราได้เรียนรู้ไปแล้วนะคะ เรื่องการเลือกซื้อผลิตภัณฑ์สุขภาพนะคะ และเด็ก ๆ ได้เรียนมาตลอดเลยว่ามีวิธีการเลือกซื้อเลือกใช้อย่างไรบ้าง กิจกรรมประจำวันนี้ นั่นก็คือผลิตภัณฑ์ของฉันนี่ซื้อ น่าใช้ซึ่งกิจกรรมนี้นะคะ ก็จะ... เด็ก ๆ จะต้องเตรียมใบงานนี้นะคะ คุณครูปลายทางก็สามารถดาวน์โหลดและเตรียมพร้อมให้กับเด็ก ๆ ได้ที่ไหนคะ (คุณครูสุจิตรา) ค่ะใบงานนี้นะคะ สามาถดาวน์โหลดได้ที่ www.dltv.ac.th ค่ะ (คุณครูปฏิญญา) ซึ่งนี่ก็เป็นใบงานที่ 8 นะคะ เรื่อง ผลิตภัณฑ์สุขภาพของฉันน่าซื้อน่าใช้ โดยจะให้นักเรียนนะคะ ออกแบบผลิตภัณฑ์สุขภาพค่ะ พร้อมกับทำโฆษณาที่ไม่เกินจริงนะคะ เราได้เรียนรู้ไปแล้วว่าโฆษณาแบบไหนที่ไม่เกินจริง และให้ออกแบบนะคะ ผลิตภัณฑ์สุขภาพนี้นะคะ โดยมีลักษณะของผลิตภัณฑ์สุขภาพ ที่ต้องคำนึงถึงหลักการเลือกซื้อด้วย พร้อมระบุการเลือกซื้อผลิตภัณฑ์สุขภาพที่เลือกออกแบบมานะคะ อย่างละเอียดค่ะ ถ้าเราวาดภาพออกแบบนะคะ เราก็ออกแบบใส่กล่องสี่เหลี่ยมนี้ได้เลย ข้อที่ 1 ค่ะ ผลิตภัณฑ์สุขภาพของฉัน คืออะไรก็จะมีหลากหลายรูปแบบ หลากหลายลักษณะเลย เราก็เลือกมาได้เลยค่ะ (คุณครูสุจิตรา) แล้วก็รวมไปถึงคำโฆษณาสุขภาพของเรานะคะ คืออะไร อย่างที่ครูบอสได้เน้นย้ำนะคะ เป็นทำโฆษณาที่ไม่เกินจริงนะคะ และในข้อที่ 3 นะคะ นั่นก็คือมีวิธีเลือกซื้อผลิตภัณฑ์สุขภาพอย่างไรบ้าง อย่างเช่น ครูบอสกับครูซากิอาจจะเลือกเป็นผลิตภัณฑ์นมกล่องนะคะ แล้วก็เลือกออกแบบผลิตภัณฑ์นะคะ ใส่กรอบสี่เหลี่ยนี้เลย ทีนี้ข้อที่ 1 ครูบอสและครูซากิก็เขียนว่าผลิตภัณฑ์จากนม คำโฆษณานี้เราก็คิดขึ้นมาได้เลยค่ะ ต้องเป็นคำโฆษณาที่ไม่เกินจริงนะคะ ต่อมาค่ะ เราก็ได้เรียนรู้ไปแล้ว การเลือกซื้อผลิตภัณฑ์จากนมนี่มีอะไรบ้าง เราก็เขียนไปที่ช่องที่ 3 เลยค่ะ เห็นไหมคะ กิจกรรมนี้ไม่ยากเลย เด็ก ๆ สามารถเลือกซื้อผลิตภัณฑ์สุขภาพที่ตนเองสนใจได้เลยค่ะ ซึ่งกิจกรรมในวันนี้นคะ ก็จะให้ทำกิจกรรมผลิตภัณฑ์ของฉันนะคะ น่าซื้อน่าใช้ค่ะ ที่ครูบอสกับครูซากิได้อธิบายไปเมื่อสักครู่ค่ะ (คุณครูสุจิตรา) ค่ะในส่วนของคุณครูปลายทางนะคะ ก็รบกวนคุณครูปลายทางอธิบายขั้นตอนการทำกิจกรรมให้นักเรียนฟังอีกครั้งหนึ่งนะคะ รวมไปถึงให้คำแนะนำและควบคุมนักเรียนในการทำกิจกรรมค่ะ (คุณครูปฏิญญา) และเดี๋ยวครูบอสกับครูซากิจะให้เวลานักเรียนนะคะ ในการทำกิจกรรม และกลับมาเข้าสู่ช่วงสรุปบทเรียนไปพร้อมกันค่ะ [เสียงดนตรี] (คุณครูปฏิญญา) หมดเวลาแล้วค่ะนักเรียน เป็นอย่างไรบ้างคะ สามารถออกแบบได้ออกมาน่าซื้อน่าใช้หรือเปล่าเอ่ย อย่าลืมนะคะ บอกรายละเอียดของวิธีการเลือกซื้ออย่างถูกต้องด้วยค่ะ และเดี๋ยวเรามาเข้าสู้ช่วงสรุปบทเรียนไปพร้อมกันเลยค่ะ ในวันน้นะคะ เราก้เรียนกันในเรื่องของการเลือกเลือกซื้อนะคะ ผลิตภัณฑ์สุขภาพค่ะ ผลิตภัณฑ์สุขภาพนี้มีหลากหลายเลย ไม่ว่าจะเป็นนะคะ ผลิตภัณฑ์จากนม อาหารกระป๋อง น้ำดื่มบรรจุขวดนะคะ รวมไปถึงเครื่องสำอสฃางประเภทต่าง ๆเครื่องสำอางนะคะไม่ใช่แค่เพียงของที่เรานำมาตกแต่งใบหน้าเท่านั้น รวมไปถึงของใช้ต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นสบู่ ยาสระผมนะคะ หรือว่าของใช้อื่น ๆ ที่เรามาใช้กับร่างกาย หรือว่าใช้เพื่อสุขภาพของเราค่ะ โดยนะคะ ในวันนี้นี่เราได้เรียนรู้ไปแล้วนะคะ ผลิตภัณฑ์นมนี่จะเลือกซื้ออย่างไร อย่าลืมที่จะดูบรรจุภัณฑ์ สังเกตวันหมดอายุนะคะ และรวมไปถึงอ่้านฉลากให้ชัดเจนด้วยตชค่ะ (คุณครูสุจิตรา) ค่ะ และต่อมานะคะ การเลือกซื้ออาหารกระป๋องนะคะ หลาย ๆ คน แน่นอนว่าต้องมีวิธีการเลือกซื้อ มีวิธีการเก็บรักษาด้วยค่ะ (คุณครูปฏิญญา) ก็ต้องเก็บรักษาให้ถูกต้องด้วยนะคะ (คุณครูปฏิญญา) ต่อมา ก้คือการเลือกซื้อน้ำดื่มบรรจุขวดค่ะ น้ำดื่มบรรจุขวดควรสังเกตทั้งรูปร่างนะคะ ของบรรจุภัณฑ์นะคะ มีสะอาดหรือไม่นะคะ มีการเปิดแล้วหรือยัง (คุณครูสุจิตรา) ใช่ค่ะ (คุณครูปฏิญญา) รวมไปปถึงนะคะ ลักษณะของน้ำภายในไม่มีตะกอน ไม่มีสี ไม่มีกลิ่นนะคะ และมีฉลากที่ระบุข้อมูลชัดเจนค่ะ (คุณครูสุจิตรา) ค่ะ และต่อมาค่ะ ก็เป็นการเลือกซื้อเครื่องสำอางนะคะเด็ก ๆ เครท่องสำอางนคี่ ไม่ใช่ผลิตภัณฑ์ที่นำมาตกแต่งใบหน้าอย่างเดียวนะคะ รวมไปถึงผลิตภัณฑ์ อีกด้วย ซึ่งก็เป็นสิ่งที่เด็ก ๆ ก็ใช้อยู่ในชีวิตประจำวัน ดังนั้นนะคะ เราก็มีวิธีการเลือกซื้อนะคะ ที่ถูกต้องและเหมายสมค่ะ และที่สำคัญเลยนะคะ เครื่องสำอางทุกประเภทนะคะ จะต้องมีเลขที่ใบจดแจ้งชัดเจนค่ะ เพื่อเป็นการรับรองคุณภาพนะคะ ว่าผลิตภัณฑ์นั้นได้รับรองอาหารและยาแล้วค่ะ และนี่ก็คือวิธีการเลือกซื้อผลิตภัณฑ์สุขภาพประเภทต่าง ๆ นะคะ หวังว่าเด็ก ๆ จะนำมาปรับใช้ในชีวิตประจำวันให้เกิดประโยชน์ค่ะ ในสัปดาห์หน้านะคะ เราจะมาเรียนกันเรื่องใหม่ นั่นก็คือในเรื่องของอิทธิพลของสื่อค่ะ (คุณครูสุจิตรา) ซึ่งสิ่งที่คุณครูปลายทางและนักเรียนปลายทางจะต้องเตรียมนะคะ 1. แบบสำรวจตนเองเรื่อง ความเสี่ยงในการใช้สื่อนะคะ แล้วก็ใบงานที่ 9 นะคะ สื่อที่ส่งผลดีต่อพฤติกรรมสุขภาพค่ะ และก็แบบสำรวจนี้นะคะ คุณครูปลายทางดาวน์โหลดที่ www.dltv.ac.th ค่ะ และสำหรับวันนี้นะคะ ครูบอสและครูซากินะคะ ก็ขอลากันไปเพียงเท่านี้ กลับมาพบกันใหม่ในสัปดาห์หน้า สำหรับวันนี้สวัสดีค่ะ บ๊ายบาย [เสียงดนตรี]