[เสียงดนตรี] (คุณครูปฏิญญา) สวัสดีคุณครูปลายทางและนักเรียนปลายทางทุกคนค่ะ ยินดีต้อนรับเข้าสู่รายวิชาสุขศึกษาและพละศึกษา ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ค่ะ วันนี้ค่ะ พบกับคุณครูปฏิญญา ประจันบาน และ... (คุณครูสุจิตรา) ค่ะ และคุณครู สุจิตรา บุญธรรม หรือ (คุณครูปฏิญญา) ซึ่งในวันนี้นะคะ ก็จะเป็นบทเรียนที่เกี่ยวเนื่องกันเลยค่ะ สัปดาห์ที่แล้วนะคะ ก็เป็นเรื่องของอิทธิพลนะคะ ผลนะคะ ของสื่อนะคะ ที่มีผลต่อสุขภาพค่ะ เราก็จะมาต่อเนื่องกันและส่งผล หรือว่าเราจะป้องกันได้อย่างไร แต่ก่อนอื่นเลย เรามาทราบจุดประสงค์การเรียนรู้ในวันนี้ก่อนค่ะ จุดประสงค์การเรียนรู้ข้อที่ 1 ค่ะ นักเรียนวิเคราะห์สื่อที่มีอิทธิพลต่อสุขภาพ (คุณครูสุจิตรา) ค่ะ ในข้อที่ 2 ค่ะ นักเรียนสามารถป้องกันตนเอง จากอันตรายในการใช้สื่อได้ค่ะ (คุณครูปฏิญญา) และข้อที่ 3 นะคะ นักเรียนจะเห็นประโยชน์ของการป้องกันตนเองจากอันตรายในการใช้สื่อค่ะ และเดี๋ยววันนี้นะคะ เรามีตัวอย่างนะคะ ของอิทธิพลของสื่อ ที่เขาผลนะคะ ต่อสุขภาพ และสื่อนี้เป็นสื่อในลักษณะแบบใด เดี๋ยวเราไปชมตัวอย่างกันเลยค่ะ [เสียงหัวเราะ] (คุณครูสุจิตรา) ดูอะไรน่ะบอส (คุณครูปฏิญญา) ดูรายการตลกไงคะที่ซา วันนี้นะคะ รายการตลกสนุกมากเลย แขกรับเชิญนะมีหลายคนมากเลย อย่างฮาเลย (คุณครูสุจิตรา) แต่ว่า มันถึงเวลาแล้ว ขอดูละครหน่อยสิ (คุณครูปฏิญญา) มันจะจบแล้ว จะมาดูละครอะไรล่ะ (คุณครูสุจิตรา) ไม่ได้วันนี้ฉากเด็ดเลยตอนนี้นะ มีตัวร้ายด้วย ตัวร้ายจะมาตบกันอื่น ตบนางเอกอีกเดี๋ยวมันจะตบกัน บนางเอกอีกเดี๋ยวมันจะตบกัน (คุณครูปฏิญญา) มันตบกัน เดี๋ยวเราค่อยตบกันวันอื่น (คุณครูสุจิตรา) ตลกดูวันไหนก็ได้ ไปดูที่อื่นเอา ไม่เป็นไร (คุณครูปฏิญญา) แขกรับเชิญมาเยอะแล้ว มีทักแสดงที่ชอบด้วย (คุณครูปฏิญญา) ก็หล่อ แต่ว่า... แต่ว่าอยากดูตลก นางเอกมาทำอะไรน่ะ (คุณครูสุจิตรา) นางเอกมาหาพระเอกแล้ว เข้ามา มาเจอกันแล้วจะตบกัน (คุณครูปฏิญญา) ตบกันเลยหรือมาก (คุณครูปฏิญญา) แล้วมันจะดีหรือที่เรา (คุณครูปฏิญญา) วันหลังพี่ซาจะเอาไปตบนางเอกตามไหมล่ะ นี่อยู่กับผู้ใหญ่นะ ผู้ใหญ่มันจะต่างกัน 2 ปี (คุณครูสุจิตรา) ไม่เป็นไร ดูไป (คุณครูปฏิญญา) เป็นอย่างไรบ้างคะ นักเรียนได้สังเกตเห็นอะไรบ้าง จากเหตุการณ์เมื่อสักครู่นี้ก็มีการเแย่งชิงกันใช่ไหมคะ เด็ก ๆ (คุณครูสุจิตรา) สังเกตนะคะ ก็มีการแย่งชิงนะคะ อาจจะเกิดการทะเลาะกันเกิดขึ้นได้ค่ะ (คุณครูปฏิญญา) ก็เป็นการแย่งชิงนะคะ เลือกกันระหว่างพี่กับน้อง ที่แย่งกันดุรายการโทรทัศน์ (คุณครูปฏิญญา) ใช่ค่ะ แล้วแต่ละคนนะคะ ก็ชอบไม่เหมืิอนกันด้วยค่ะ แล้วนักเรียนคิดว่ารายการแบบใด ที่พี่หรือน้องเลือกชม เขาเลือกชมแบบไหนดีกว่ากันคะ และมันจะส่งผลต่อพฤกติกรรมสุขภาพของเราอย่างไร ถ้าเป็นนักเรียนล่ะคะ ถ้าเป็นนักเรียนมีความชอบในการเลือกชมสื่อ ในรายการรูปแบบใดคะ เมื่อสักครู่เราก็ได้เห็นแล้วนะคะ ว่าพี่นี่ หรือว่าน้อง ชอบต่างกันแล้วนักเรียนล่ะคะ ชอบรูปแบบสื่อ ที่เป็นลักษณะรายการแบบใด เวลาที่เราชมโทรทัศนี่ ต่างคนนะคะ ก็มีความชอบที่แตกต่างกัน ตอบคุณครูปลายทางได้เลยค่ะ คุณครูซากิล่ะคะ คุณครูซากิมีความชอบในการเลือกชมสื่อในรายการรูปแบบใดคะ (คุณครูสุจิตรา) โดยปกติแล้วนะคะ คุณครูซากินะคะ ก็จะชอบนะคะ ชมหรือดูภาพยนตร์ค่ะ ชอบดูหนังนะคะ โดยเฉพาะนะคะ ที่เป็นหนังการใช้ชีวิต หรือว่าเป็นหนังแนวตลกไปเลยอย่างนี้ค่ะ จะช่วยในการผ่อนคลายนะคะ เวลาที่เราเครียดจากงานมาค่ะ (คุณครูปฏิญญา) ก็เป็นการส่งเสริมที่ดีมากเลยนะคะ เพราะว่าภาพยนตร์นะคะ ก็มีรูปแบบเนื้อหาที่แตกต่างซึ่งเรานะคะ ก็ควรเลือกชมรูปแบบเนื้อหาที่มีประโยชน์ อย่างเช่นค่ะ ที่ครูซากิชอบนะคะ รูปแบบการใช้ชีวิตของแต่ละบุคคล บางคนนะคะ ก็จะได้บทเรียนต่าง ๆไ จากการชมการภาพยนตร์นี่ล่ะคะ รวมไปถึงนะคะ รายการตลกนะคะ ที่เขาสามารถให้ความบันเทิงแก่เราได้ ในบางวันที่เรารู้สึกเครียดนะคะ เราก็ผ่อนคลายในการดูรายการแบบนี้ไดค่ะ คุณครูบอสนะคะ ก็มีรายการที่ชอบเช่นกันนะคะครูซากิ คุณครูบอสชอบชมรายการที่เขามีการแข่งขันทำอาหารค่ะ เพราะว่าครูบอสนะคะ ชอบที่จะลองทำอาหารที่เราไม่เคยทำ แล้วก็ได้ลองได้ชิมกับคนในครอบครัวค่ะ เวลาเราชมรายการแบบนี้นะคะ เราก็จะได้กำลังใจ ได้รูปแบบ ได้ลักษณะวิธีการใหม่ ๆ ลองนำมาปรับใช้ค่ะ แล้วนักเรียนล่ะคะ ชอบรูปแบบลักษณะรายการแบบใด ทีนี้ค่ะ เพราะอะไรคะ เพราะเหตุใดนักเรียนถึงชอบ จากเหตุการณ์เมื่อสักครู่นี้ ครูบอสและครูซากิให้ เพราะเหตุใดคุณครูบอสและครูซากิจึงเลือกรายการในแบบที่ชอบ นักเรียนล่ะคะ ชอบแบบรายการที่นักเรียนบอกตอบมาเพราะอะไรบางคนอาจจะชอบเพราะได้รับความสนุกสนาน บางคนอาจจะชอบ เพราะว่าได้รับความสนุกสนาน บางคนอาจจะชอบ เพราะมีเนื้อหาที่น่าสนใจ หลาย ๆ คนก็คงจะมีเหตุผลที่แตกต่างกันนะคะ แล้วนักเรียนคิดว่ารายการที่เราชอบดูนะคะ จะส่งผลอย่างไรนะคะ ต่อพฤติกรรมสุขภาพของคนเองนะคะ นักเรียนคิดว่ารายการเหล่านั้นนี่ จะส่งผลต่อพฤติกรรมสุขภาพตัวเองหรือไม่คะ เวลาเราเลือกรายการแต่ล่ะรูปแบบนี่ จะส่งผลต่อพฤติกรรมสุขภาพของเราหรือไม่ สามารถตอบคุณครูปลายทางได้เลยค่ะ (คุณครูสุจิตรา) ซึ่งตอนนี้นะคะ เด็ก ๆ หลาย ๆ คนนะคะ มี่รายการที่ตนเองชอบที่หลากหลายมากเลย แล้วก็หลากหลายเหตุผลในการชอบ แล้วตอนนี้ค่ะ เด็ก ๆ ก็ตอบคุณครูปลายทางแล้วนะคะ ว่าผลนี้ มีผลต่อพฤติกรรมสุขภาพของเราอย่างไรบ้าง (คุณครูปฏิญญา) แล้วคุณครูซากิล่ะคะ คุณครูคิดว่ารายการที่ครูซากิชอบดูนี่ หรือชอบดูเป็นภาพยนตร์ใช่ไหมคะ ส่งผลต่อคุณครูซากิหรือไม่คะ (คุณครูสุจิตรา) แน่นอนค่ะ ว่าหนังหรือว่าภาพยนตร์ แนวการใช้ชีวิต หรือบางครั้งอาจจะเป็นแนวภาพยนตร์ตลกไปเลยแบบนี้นะคะ เพื่อมีผลอย่างไรต่อพฤติกรรมสุขภาพต่อคุณครูซากิ นั่นก็คือนะคะ มีความผ่อนคลายให้หายจากความเครียด จากการทำงานนะคะ รวมไปถึงภาพยนตร์ในการใช้ชีวิต เราก็สามารถนำสิ่งเหล่านั้นนี่มาปรับใช้ในชีวิตประจำวันของเราด้วยค่ะ (คุณครูปฏิญญา) ส่งผลดีใช่ไหมคะ ดีมากเลยล่ะคะ ครูบอสนะคะ ก็ชอบดูรายการอาหารรายการ หลาย ๆ รายการที่ชอบดูนะคะ เขาก็จะมีวิธีการนะคะ ที่ถูกสุขอนามัยค่ะ ในการประกอบอาหาร ฉะนั้นแล้วนี่ เราก้จะได้พฤติกรรมต่าง ๆ ที่นำมาปรับใช้ในชีวิตประจำวัน แล้วนักเรียนล่ะคะ นักเรียนคิดว่ารายการที่ตนเองชอบดูนี่ จะส่งผลดี ส่งผลเสียหรือไม่ส่งผลเลยต่อพฤติกรรมสุขภาพ ตอบคุณครูปลายทางได้เลยค่ะ (คุณครูปฏิญญา) หลาย ๆ คนนะคะ ก็คงมีคำตอบ ที่แตกต่างกัน ซึ่งเดี๋ยวในวันนี้นะคะ เดี๋ยวเรามาดูกัน ว่าสื่อนะคะ สื่อต่าง ๆ นี่ที่ส่งผลต่อพฤติกรรมสุขภาพนี่ มีอะไรบ้าง อย่างในเหตุกาณ์เกี่ยวกับโทรทัศน์ใช่ไหมคะ เดี๋ยววันนี้เราจะมาดูว่าสื่อนี่ มีกี่ประเภท แล้ววันนี้เรายกตัวอย่างมากี่ประเภทค่ะ (คุณครูสุจิตรา) ค่ะ (คุณครูปฏิญญา) ซึ่งก็จะเป็นเนื้อหาในวันนี้ค่ะ ในเรื่องของ สื่อที่มีอิทธิพลต่อพฤติกรรมสุขภาพค่ะ ซึ่งปัจจุบันนะคะ ก็สื่อนี่ก็มีหลากหลายรูปแบบเลยนะคะ และโทรศัพท์เคลื่อนที่นะคะ ก็เข้ามามีบทบาทอย่างมากเลยล่ะค่ะ ในชีวิตประจำวัน ซึ่งเราสจะสามารถเข้าถึงสื่อต่าง ๆ ได้ถึงโทรศัพท์เคลื่อนที่ค่ะ ซึ่งสังเกตเลยนะคะ สื่อนี่มีหลากหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นคอมพิวเตอร์ วิทยุ โทรทัศน์นะคะ หรือว่าสื่อต่าง ๆ อีกมากมาย แต่ปัจจุบันนี่หลาย ๆ คนนะคะ ก็จะพกพาโทรศัพท์เคลื่อนที่ค่ะ ซึ่งแต่ละคนนะคะ ก็จะมีลูกเล่นของโทรศัพท์เคลื่อนที่ ที่พัฒนาตามยุคสมัย ปัจจุบันนี่บางทีมีโทรศัพท์เคลื่อนที่เพียงเครื่องเดียวนี่ สามารถเข้าถึงสื่อได้หลากหลายรูปแบบเลยค่ะ (คุณครูสุจิตรา) ซึ่งเดี๋ยวเราจะมาดูกันนะคะ ว่าสื่อที่มีผลต่อพฤติกรรมสุขภาพของเรานะคะ จะมีสื่ออะไรกันบ้าง จะมาเริ่มกันที่อย่างแรกเลยนะคะ นั่นก็คือคอมพิวเตอร์ค่ะ โดยคอมพิวเตอร์นี้นะคะ ก็จะแบ่งเป็นอินเทอร์เน็ตนะคะ แล้วก็เกมออนไลน์ ก็อาจจะเคยได้ใช้หรือว่าเคยได้ใช้อินเทอร์เน็ตในการค้นหาข้อมูลต่าง ๆ นะคะ หรือว่าอาจจะเป็นเกมออนไลน์นะคะ ในการเล่นกันนะคะ กับเพื่อน ๆ นั่นเองและต่อมาค่ะ ก็จะเป็นสื่อโทรทัศน์ เราก็ได้ดูกันไปนะคะ ในบทบาทสมมติตัวอย่างนั่นเอง และก็อีก 1 อย่างเลยค่ะ นั่นก็คือสื่อจากโทรศัพท์เคลื่อนที่ อย่างทีคุณครูบอสได้บอกไป โทรศัพท์เคลื่อนที่นี่ก็มีประโยชน์และก็มีความจำเป็นอย่างมากเลย ซึ่งหลาย ๆ คนนะคะ ก็จะมีโทรศัพท์เคลื่อนที่ ใช้สืบค้นหาข้อมูล เอาไว้ติดต่อสื่อสารกัน (คุณครูปฏิญญา) ซึ่งประโยชน์ก็จะแตกต่างกันออกไป อย่างที่บอกค่ะ ปัจจุบันนะคะ มีสื่อหลลักษณะรูปแบบมากขึ้น ในวันนี้นะคะ มีตัวอย่างนะคะ นำมาให้นักเรียนได้เรียนรู้กัน ก็เป็นตัวอย่างของสื่อนะคะ ที่แพร่หลายนะคะ ที่ได้รับความนิยมในปัจจุบันนะคะ โดยเรามาเริ่มที่รูปแบบแรกกันเลยนะคะ นั่นก็คืออินเทอร์เน็ตค่ะ โดยคอมพิวเตอร์ของเรานะคะ ก็จะแบ่งได้ 2 ตัวอย่างนะคะ นั่นก็คือจะเป็นการใช้อินเทอร์เน็ตนะคะ ก็จะเป็นสื่อที่สามารถเข้าถึงได้อย่างรวดเร็ว สะดวกในการติดต่อสื่อสาร สามารถติดต่อสื่อได้หลากหลายรูปแบบเลยค่ะ ซึ่งเราก็ยอมรับนะคะ อินเทอร์เน็ตมีประโยชน์ในชีวิตประจำวันอย่างมากเลย ทำให้การติดต่อสทชื่อสารนี่ง่ายขึ้น และรวดเร็วขึ้น บางครั้งอยู่ห่างไกลกันคนละจังหวัดคนละประเทศ ก็สามารถติดต่อสื่อสารกันได้โดยง่ายค่ะ อย่างบางคนนะคะ ก็บอกว่านักเรียนนะคะ ถ้าหากอยู่ไกลกับคุณพ่อคุณแม่นะคะ ก็ไม่ได้เจอกัน ไม่ได้พบหน้า ไม่ได้พูดคุย สามารถพูดคุยกันผ่านทางวิดีโอคอล ได้เห็นหน้ากันมากขึ้นค่ะ และโดยที่เราก็จะเห็นได้ว่า สื่อนี่มีหลายรูปแบบซึ่งอินเทอร์เน็ตนี่มีหลายรูปแบบ และก็ยังมีทั้งโทษค่ะ โดยเราสามารถเลือกใช้ได้นะคะ โดยที่เรานะคะ เลือกแต่ประโยชน์ของเขาค่ะ เพราะบางครั้งนี่ หลาย ๆ อย่างอาจจะมีโทษอยู่บ้าง แต่ถ้าเรารู้ถึงโทษของเขา เราก็สามารถหลีกเลี่ยงได้ค่ะ (คุณครูสุจิตรา) ค่ะ และต่อมาค่ะ อันนี้ก็จะเป็นการป้องกันนะคะ การใช้สื่อจากอินเทอร์เน็ต ซึ่งสื่ออินเดตอร์เน็ตนี้นะคะ เราไม่ควรบอกช้อมูลส่วนตัวให้กับเราไม่รู้จักให้กับคนที่เราไม่รู้จักทางอินเทอร์เน็ต ยกตัวอย่างเช่น ชื่อ นามสกุล หมายเลขโทรศัพท์หรือที่อยู่ของเรา เพราะว่าบางอย่างนี่นะคะ เขาก็จะมีการแบบว่า มีพวกมิจฉาชีพต่าง ๆ มีการโพสต์ต่าง ๆ นะคะ โพสต์ในเรื่องของเกี่ยวกับการให้รางวัลต่าง ๆ นะคะ ถ้าหากว่าใครนะคะ ที่บอกชื่อนามสกุล เบอร์โทรศัพท์เคลื่ิอนที่ ที่อยู่ต่าง ๆ เหล่านี้เขาก็จะส่งของส่งรางวัลเหล่านี้แบบนี้นะคะ เราต้องดูดี ๆ เลยค่ะ เด็ก ๆ ซึ่งในสื่อการใช้อินเทอร์เน็ตนะคะ ก็จะมีหลากหลายเลย ไม่ว่าจากสื่อต่าง ๆ นะคะ ที่เราใช้ติดต่อสื่อสารกันอยู่ประจำ ซึ่งเด็ก ๆ นะคะ ก็ควรใช้อย่างระมัดระวัง เพราะข้อมูลหลาย ๆ อย่างนะคะ มีความสำคัญอย่างมาก สามารภนำไปทำธุรกรรมต่าง ๆ ได้ ซึ่งอาจจะทำให้เรานะคะ ได้รับความเดือดร้อนในอนาคตได้ และบางครั้งนะคะ บางคนนี่เขาอยากแจกของให้แก่คนอื่น ๆ จริง ๆ แต่ก็จะมีมิจฉาชีพค่ะ ฉวยโอกาสตรงนี้ ซึ่งได้เห็นที่อยู่ต่าง ๆ หรือชื่อ นามสกุลของคนมากมาย เขาก้เลือกสุ่มตรงนี้ค่ะ แล้วก้เลือกไปติดต่อหรือว่าหลอกลวงค่ะ ฉะนั้นแล้วนะคะ ที่จะให้ข้อมูลส่วนตัวนะคะ ลงไปในโลกอินเทอร์เน็ตค่ะ และปัจจุบันนะคะ มีการเขาเรียกว่าการไลฟ์สดค่ะ หรือว่าการวิดีโอนะคะ หรือว่าเป็นการแสดง สถานที่อยู่นะคะ ขณะนั้น หลาย ๆ คนค่ะ ติดการเล่นอินเทอร์เน็ตค่ะ ครูซากิ ชอบบอกว่าอยู่ที่ไหน อยู่กับใครและทำอะไร จนบางครั้งนะคะ มิจฉาชีพนะคะ หรือว่าโจรนี่เขาสามารถทราบได้ทราบสถานที่อยู่ได้ เด็ก ๆ บางคนนะคะ ก็จะชอบบอกว่าตอนนี้อยู่บ้าน เด็ก ๆ บางคนคิดว่าก็แค่บอกเพื่อนไง อยู่คนเดียว อยู่กับใคร แบบนี้ ถ้าหากมิจฉาชีพเขาพบเห็นเข้า เขาอาจจะใช้ตรงนี้ในการเข้ามาทำร้าย หรือว่าลักขโมยสิ่งของภายในบ้านและทำให้เราได้รับอันตรายได้ อินเตอร์เน็ตนี่ อย่างที่บอกมีทั้งประโยชน์และโทษให้เหมาะสมค่ะ อันตรายต่อมาเลยนะคะ นั่นก็คือใช้อินเทอร์เน็ตตามเวลาที่เหมาะสมค่ะ โดยเวลาที่เหมาะสมนี้นะคะ ก็อยู่ที่ความจำเป็นของแต่ละบุคคล แต่ว่านะคะ การใช้อินเทอร์เน็ตเป็นเวลานานก็อาจจะ ผ่านจอนะคะ คอมพิวเตอร์ ซึ่งนะคะ เวลาเราใช้ เราควรพักสายตานะคะ จากจอคอมพิวเตอร์นี่ ทุก ๆ 1 ชั่วโมงค่ะ เมื่อเราเล่นนะคะ เราก็ควรพักสายตานะคะ อย่างน้อย 10 นาที เพื่อที่จะละสายตาจากตรงนั้นนะคะ แล้วก็ขยับเขยื้อนร่างกายนะคะ การนั่งเป็นเวลานานนี่ ก็อาจทำให้ร่างกายเรานี่ เราเกิดการปวดเมื่อย หรือโรคต่าง ๆ ตามมาได้คุณครูซากินะคะ คุณครูซากิใช้อินเทอร์เน็ตค่ะ (คุณครูสุจิตรา) ปกติแล้วนะคะ คุณครูซากิก็ใช้ค่อนข้างบ่อยเหมือนกันค่ะ (คุณครูปฏิญญา) สังเกตไหมคะ ว่าเราจ้องจอนาน ๆ นี่ จะรู้สึกอย่างไร (คุณครูสุจิตรา) เวลาทีเราจ้องจอคอมพิวเตอร์หรือว่าเวลาที่เราเล่นอิน รู้สึกว่าตาของเรานี่ จะรู้สึกแสบ ๆ ตา แล้วก็ตาของเรามีอาการเมื่อยล้าด้วยค่ะ (คุณครูปฏิญญา) ใช่แล้วล่ะค่ะ เพราะว่านี่ล่ะค่ะ ถึงเป็นสาเหตุเวลาเราเล่นอินเตอร์เน็ตนาน ๆ ตานะคะ ไปทำกิจกรรมอื่น ๆ นะคะ ใช้ชีวิตกับ ร่วมกันคนในครอบครัว หรือบุคคลรอบข้างบ้างค่ะ (คุณครูสุจิตรา) ค่ะ และต่อมานะคะ การป้องกันต่อมานั่นก็คืหลีกเลี่ยงนะคะ เว็บไซต์หรือว่ามีรูปภาพที่ไม่เหมาะสมหรือว่าเป็นเว็บไซต์ การพนันต่าง ๆ เหล่านี้ ซึ่งเว็บไซต์การพนันเป็นสิ่งที่ผิดกฎหมาย ฉะนั้นแล้ว เราเลือกรับข้อมูลข่าวสาร หรือว่าเข้าไปดู ไปหาข้อมูลข่าวสารต่าง ๆ เราก็จะต้องดูให้ดี ๆ เว็บไซต์ต่าง ๆ ที่เราไปหาข้อมูลนี่ ข้อมูลมีความเหมาะสมหรือไม่ หรือว่าข้อมูลเหล่านั้นนี่ เป็นข้อมูลที่เป็นเท็จหรือเปล่านะคะ เราก็จะได้เลือกรับข้อมูลได้อย่างถูกต้อง และเหมาะสมค่ะ (คุณครูปฏิญญา) ซึ่งปัจจุบันนะคะ การพนันออนไลน์ สามารถเข้าถึงเราได้ง่ายเลยค่ะ สามารถขึ้นมาให้เราพบเห็นตามเว็บไซต์รูปแบบต่าง ๆ มากมาย ฉะนั้นแล้วนะคะ ถ้าเราพบเห็น เราก็จะหลีกเลี่ยงไม่ควรไปทดลองค่ะ เพราะอย่างที่นักเรียนทราบค่ะ ทำให้ใครร่ำรวยนะคะ บางครั้งนี่ อาจจะทำให้เราสูญเสียทรัพย์สินนะคะ และยิ่งกว่าการที่เราเกิดอุบัติเหตุ หรือว่าการถูกลักขโมยเสียอีกค่ะ และต่อมานะคะ การป้องกันอันตรายจากการใช้อินเทอร์เน็ตนะคะ ก็มีอีกค่ะ นั่นก็คือหากมีบุคคลนะคะ ทางอินเทอร์เน็ตนี่ เขามานัดพบเราค่ะ เราไม่ควรเลยนะคะ ที่จะออกไปพบและก็ควรจะแจ้งผู้ปกครองให้ทราบค่ะ เพราะบางครั้งนี่ อาจจะมีมิจฉาชีพต่าง ๆ เข้ามาหลอกลวงนะคะ นัดพบเราออกไปเจอภายนอก บางครั้งอาจจะมาในรูปแบบของบุคคลที่ไว้วางใจ บางครั้งเขาอาจจะหลอกเด็ก ๆ ได้ค่ะ ว่าเป็นเพื่อนวัยเดียวแต่เมื่อเราออกไปพบแล้ว เราอาจจะได้รับอันตรายได้นะคะ คำถามชวนคิดในวันนี้ค่ะ หลังจากที่เราเล่นอินเทอร์เน็ตนี่ เวลาใช้คอมพิวเตอร์ใช้อินเทอร์เน็ตนี่ นักเรียนชอบเล่นเกมออนไลน์หรือไม่คะ สามารถตอบคุณครูปลายทางได้เลยค่ะ ตอบตามความจริงได้เลยนะคะ แล้วคุณครูซากิล่ะคะ คุณครูซากชอบเล่นเกมออนไลน์บ้างหรือไม่คะ (คุณครูสุจิตรา) แน่นอนค่ะ ครุซากินะคะ ก็มีบางครั้งที่เล่นเกมออนไลน์เหมือนกันนะคะ เชื่อว่าเด็ก ๆ ตอนนี้หลายคน ก็ชอบเล่นเกมออนไลน์เช่นกันค่ะ (คุณครูปฏิญญา) ซึ่งเกมออนไลน์ก็มีหลากหลายรูปแบบ หลากหลายลักษณะเลยนะคะ นักเรียนคะ เกมออนไลน์นี่เราสามารถเล่นได้นะคะ แต่ว่าเรานี่ควรเล่นนะคะ ในเวลาที่เหมาะสม แบ่งเวลานะคะ ไปทำกิจกรรมอย่างอื่นบ้างนะคะ รวมไปถึงนี่ เลือกรูปแบบของเกมที่มีประโยชน์ค่ะ ซึ่งในวันนี้นะคะ เราก็จะมาแนะนำก่อนว่าเกมออนไลน์ที่เรารู้จักซึ่งเกมออนไลน์นี่ มีอะไรบ้าง หลายรูปแบบเลย เกมที่สามารถเล่นกับผู้อื่นได้ค่ะ ถ้าหากมีการเชื่อมต่อ อินเทอร์เน็ตนั่นเอง สังเกตได้ว่าเรามาสามารถเล่นกับเพื่อนอยู่คนละบ้าน อยู่ห่างไกลนะคะ หรือบางทีนะคะ เล่นกับเพื่อนที่อยู่ต่างประเทศได้เลย ขอเพียงแค่ว่าเรามีอินเทอร์เน็ตเพียงเท่านี้นะคะ แล้วก็มีคอมพิวเตอร์ เล่มเกมออนไลน์กับผู้อื่นได้เลยค่ะ ซึ่งเกมออนไลน์นะคะ ก็มีประโยชน์ค่ะ ทำให้เรานี่ ผ่อนคลายอารมณ์นะคะ สนุกสนาน หรือผ่อนคลายความเครียดจากการใช้ชีวิตประจำวันได้ค่ะ แต่เกมออนไลน์นะคะ ก็ยังมีโทษนะคะ ถ้าหากเรายังไม่รู้จักเลือกเล่นนะคะ หรือว่าปรับตัวนะคะ หรือมีพฤติกรรมที่เหมาะสมนั่นเอง ซึ่งในวันนี้ค่ะ รูปแบบของการป้องกันอันตรายจากการเล่นเกมออนไลน์ อันแรกคืออะไรคะครูซากิ (คุณครูสุจิตรา) ค่ะ โดยอันแรกเลยนะคะ นั่นก็คือเราควรเล่นเกมออนไลน์นะคะ ในเวลาที่พอเหมาะนะคะ ไม่นานจนเกินไป เพราะว่าการจ้องจอเป็นเวลานาน ๆ นะคะ เด็ก ๆ ก็จะทำให้เรานะคะ เสีบสายตาได้ สายตาของเรานะคะ อาจจะ อักเสบหรือว่าแสบตาได้นะคะ ดังนั้น เวลาที่เราเล่นเกมออนไลน์นี่ เราก็ควรที่จะเล่นในเวลาที่พอเหมาะนั่นเอง หรือว่าถ้าเด็ก ๆ หลาย ๆ คนนะคะ เล่นเกมออนไลน์ที่บ้าน เล่นในเวลาที่เราว่ากลับจากโรงเรียน ทำการบ้านเสร็จเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ก็มาเล่นเกมออนไลน์ได้ (คุณครูปฏิญญา) ใช่แล้วล่ะค่ะ และครูบอสสังเกตนะคะ หลาย ๆ คนนี่ เกิดปัญหาสายตาค่ะ จากการที่เล่นเกมออนไลน์เป็นเวลานาน หรือว่าใช้คอมพิวเตอร์นี่เป็นเวลานาน จนเกินไป ทำให้เกิดสายตาสั้นได้ค่ะครูซากิ (คุณครูสุจิตรา) ค่ะ (คุณครูปฏิญญา) แบบนี้นะคะ ฉะนั้นแล้วเด็ก ๆ การที่เรานะคะ เกิดปัญหาสายตานะคะ บางครั้งอาจจะเกิดที่เราเล่นเกมออนไลน์หรือใช้คอมพิวเตอร์เป็นเวลานาน คุณครูซากิคิดว่าการที่เรามีสายตาที่สั้นลงนี่ จะทำให้การใช้ชีวิตประจำวันเรานี่ลำบากไหมคะ (คุณครูสุจิตรา) แน่นอนค่ะ เด็ก ๆ การที่เรามีสายตาที่สั้นลงนะคะ การใช้ชีวิตประจำวันก็จะ เรามีสายตาปกตินะคะ สามารถมองเห็นอะไรชัดเจนไปหมดเลย แต่ว่าถ้าเกิดเราสายตาสั้นลงมา แน่นอนว่าเวลาที่เรามองออกไปข้างนอกนะคะ มองไปไกล ๆ บางครั้งอาจจะมีการพร่ามัวหรือว่าในบางทีเด็ก ๆ มีการขับขี่ หรือไปเดินทางต่าง ๆ อันนี้อาจจะทำให้เกิดอุบัติเหตุได้เลยล่ะค่ะ (คุณครูปฏิญญา) ใช่แล้วล่ะค่ะ บางครั้งนะคะ การใช้ชีวิตง่าย ๆ อย่างเช่น การข้ามถนน ถ้าหากเรามีสายตาสั้นแล้วถ้าในขณะนั้นเราไม่ได้สวมใส่แว่นสายตานะคะ อาจจะทำให้เราเกิดอุบัติเหตุหรือเกิดอันตรายได้เลย บางคนนี่สายตาสั้นมาก ๆ เพียงแค่เดินลงบันไดนี่ ก็อาจจะเกิดอันตรายได้เลยค่ะ เห็นไหมล่ะคะ การที่เราใช้เล่นเกมออนไลน์หรือว่าเล่นเกมคอมพิวเตอร์ ที่นานจนเกินไป อาจจะทำให้เรานะคะ เกิดอันตรายต่อสุขภาพนะคะ ที่ผิดได้ อย่างเช่น อย่างแรกเลย ก็คือเกิดปัญหาสายตานั่นเองค่ะ แล้ววิธีการป้องกันอันตรายวิธีต่อมานะคะ ก็คือไม่เล่นเกมออนไลน์ในเวลาเรียนค่ะ หรือว่าบางคนนี่โตแล้วนะคะ ก็เคยพบเห็นนะคะ เป็นการโดดเรียนค่ะ เพื่อไปเล่นเกมออนไลน์กับเพื่อนค่ะ แบบนี้นะคะ ไม่ควรทำเลยเพราะเรานะคะ ควรรับผิดชอบ ให้เรียบร้อย จริง ๆ แล้ว ครูบอสและครูซากิบอกเสมอว่าบางครั้งเกมออนไลน์ก็มีประโยชน์ทำให้เราสามารถผ่อนคลายอารมณ์ ผ่อนคลายจากความเครียดได้แต่เรานะคะ ก็ควรรับผิดชอบของตนเอง ทำหน้าที่นะคะ ในการช่วยเหลืองานบ้าน ก็ควรทำทำให้เรียบร้อยก่อน หรือว่าการบ้านที่เราได้มาจากที่โรงเรียนนะคะ เราก็ควรทำให้เสร็จเรียบร้อย ไม่ควรให้คุณพ่อคุณแม่มาตามดุนะคะ ที่จะเล่นเกมออนไลน์ หรือบางคนค่ะ ครูบอสเคยพบเห็นค่ะ ครูซากิ ถึงเวลาทานข้าวแล้ว คุณแม่ตามไปรับประทานอาหารแล้วก็ไม่ยอมไปค่ะ แบบนี้อาจจะเกิดสิ่งใดได้คะครูซากิ (คุณครูสุจิตรา) แน่นอนค่ะ ถ้าเรานะคะ มัวแต่เล่นเกมทั้งวันเลย ไม่ยอมทำอะไรเลย ไม่ยอมกินข้าวนะคะ ไม่ยอมไปไหนเลย แน่นอนว่าทำให้เราเสียสุขภาพอย่างแน่นอนอค่ะ (คุณครูปฏิญญา) ใช่ค่ะ บางครั้งอาจจะเกิดโรคต่าง ๆ ตามมาได้ เล่นเกมทั้งวัน น้ำก็ไม่ไปอาบ ข้าวก็ไม่ไปรับประทาน แบบนี้นะคะ ส่งผลเสียต่อพฤติกรรมสุขภาพแน่นอน (คุณครูสุจิตรา) ใช่ค่ะ (คุณครูปฏิญญา) โรคต่าง ๆ ก็จะส่งผลออกมา อย่างบางโรค เช่น โรคกระเพาะ กินไม่เป็นเวลา แบบนี้นะคะ อาจจะเกิดอันตรายต่อร่างกายของเราได้เลยล่ะค่ะ (คุณครูสุจิตรา) ใช่แล้วล่ะค่ะ เด็ก ๆ ก็ควรที่จะรู้จักในการรู้จักแบ่งเวลานะคะ ว่าเวลาไปหนทำอะไรค่ะ และต่อมานะคะ การป้องกันต่อมาค่ะ เด็ก ๆ ควรแยกแยะนะคะ เรื่องสมมตินะคะ ในเกมออนไลน์นะคะ กับความเป็นจริงค่ะ เราไม่นำมาปฏิบัติในชีวิตจริงเพราะว่าในเกมนะคะ อาจจะมีการยิงกันหรือว่าการใช้พฤติกรรมที่มีความรุนแรง เด็ก ๆ หลาย ๆ คนนะคะ ก็อาจจะนำสิ่งเหล่านั้นนี่ มาปฏิบัติ หรือว่าลอกเลียนแบบนั่นเอง ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่ดีเลยค่ะ (คุณครูปฏิญญา) ใช่แล้วล่ะคะ เราสามารถเล่นได้ค่ะ ซึ่งปัจจุบันนี่ ก็มีผู้พัฒนาเกมในรูปแบบต่าง ๆ ออกมามากมาย ดึงดูดความสนใจ ให้ควาสนุกสนานแก่เรา เกมหลาย ๆ รูปแบบก็มีประโยชน์ ในการที่เรารู้จักการทำงานเป็นทีม รู้จักการฟังความคิดเห็นของผู้อื่น หรือรู้จักการวางแผนในการทำงานค่ะ ฉะนั้นแล้ว เราสามารถนำประโยชน์เหล่านี้นะคะ มาใช้ในชีวิตประจำวัน ในการเรียนหรือการทำงานได้แต่เราก็ควรนะคะ ที่จะแยกแยะเรื่องสมมติในเกมกับความเป็นจริงออกจากกัน ในเกมนะคะ ก็สร้างมาเพื่อให้เรารู้สึกสนุกสนานกับตนเอง กับผู้อ่าน ไม่ควรเอามาเลียนแบบซึ่งครูบอสเชื่อว่านะคะ เด็ก ๆ ที่น่ารักทุกคน จะสามารถนะคะ เลือกปฏิบัติได้อย่างเหมาะสม และต่อมาค่ะ ในขณะที่นักเรียนดูโทรทัศน์ หลาย ๆ นี่คงชอบดูโทรทัศน์อยู่ที่บ้านใช่ไหมคะ เราก็ได้เห็นไปแล้ว ว่าเด็ก 2 คนนี่ชอบดูโทรทัศน์ (คุณครูสุจิตรา) ใช่ค่ะ (คุณครูปฏิญญา) ในขณะที่นักเรียนดูโทรทัศน์นี่ นักเรียนดูพร้อมกับใครคะ ในขณะที่นักเรียนดูโทรทัศน์ นักเรียนดูนะคะ ไปพร้อมกับใคร สามารถตอบคุณครูปลายทางได้เลยนะคะ คุณครูซากิล่ะค่ะ เวลาคุณครูซากิดูโทรทัศน์ คุณครูซากิมักจะดูไปพร้อมกับใครคะ (คุณครูสุจิตรา) ค่ะ เวลาที่คุณครูซากิดูโทรทัศน์นะคะ แน่นอนว่าก็จะดูพร้อม ๆ กับคนในครอบครัวค่ะ ก็มีพ่อ แม่ นะคะ พี่ชายแล้วก็หลานด้วยค่ะ (คุณครูปฏิญญา) บางคนนี่อาจจะชอบดูโทรทัศน์คนเดียว เพราะไม่มีผู้ปกครองอยู่ด้วยหรือบางคนนี่ก็อาาจะรอดูไปพร้อมกับผู้ นะคะ หลาย ๆ คนนี่ ก็มีรูปแบบที่แตกต่างกันออกไปนะคะ ซึ่งในวันนี้ค่ะ เราจะมาดูกันว่าโทรทัศน์นี่ มีลักษณะรายการแบบใดบ้าง โดยโทรทัศน์นะคะ ก็เป็นสื่อที่มีรูปแบบรายการหลากหลายรูปแบบเลยนะคะ ซึ่งเรานะคะ การเลือกนะคะ ให้เหมาะสมกับวัยของเราค่ะ ถ้าสังเกตเห็นนะคะ เขาจะมีสัญลักษณ์นะคะ ของรายการที่เหมาะสมกับแต่ละวัยค่ะครูซากิ เด็ก ๆ เคยสังเกตหรือไม่เอ่ย จะอยู่มุมใดมุมหนึ่งนะคะ ของโทรทัศน์ค่ะ ที่รายการนั้นนะคะ เขาจะใส่สัญลักษณ์ไว้ ว่ารายการของเขานะคะ เหมาะกับผู้ชมในวัยได้ ซึ่งในวันนี้ค่ะ ครูบอสและครูซากิก็มีแนะนำมาให้เด็ก ๆ ดูค่ะ อย่างรายการแรกค่ะ (คุณครูสุจิตรา) ค่ะ ในสัญลักษณ์แรกนี้ก็เป็นสัญลักษณ์แสดงกลุ่มผู้ชม ก็จะเป็นสำหรับเด็กปฐมถมวัยค่ะ ซึ่งก็จะมีอายุตั้งแต่ 3-5 ปีค่ะ ก็จะมีสัญลักษณ์นะคะ แบบนี้เลยค่ะ ซึ่งสัญลักษณ์นี้นะคะ ก็เป็น ป.ปลา เลข 3 และก็เครื่องหมายบวกค่ะ พบเห็นนะคะ ในรายการที่เหมาะสมกับเด็กปฐมวัยนะคะ อย่างเช่น เป็นการ์ตูนนะคะ หรือเป็นรายการที่ส่งเสริมพัฒนาการต่าง ๆ ค่ะ ซึ่งปกติเด็ก ในวัยนี้นะคะ ถ้าหากจะรับชมโทรทัศน์ ก็ควร พร้อมกับผู้ปกครองค่ะ และสัญลักษณ์แสดงกลุ่มผู้ชมนะคะ สัญลักษณ์ต่อมาค่ะ มีขยับวัยขึ้นมามากขึ้นค่ะ นั่นก็คือรายการของเด็กอายุ 6-12 ปีค่ะ ซึ่งรายการนี้นะคะ ก็เช่นเคยค่ะ ก็เป็นรายการที่เหมาะสมกับเด็ก อาจจะเป็นการ์ตูนหรืออาจจะเป็นลักษณะของรายการนะคะ ที่มีการส่งเสริมพัฒนาการต่าง ๆ ของการเรียนรู้ซึ่งก็จะมีประโยชน์อย่างมากเลย แต่เด็ก ๆ คะ ในวัยของเรานะคะ เราก็ควรที่จะแบ่งเวลาไปทำกิจกรรมอย่างอื่นด้วยนะคะ บางคนนี่ ก็อาจจะชอบดูการ์ตูนทั้งวันเลยค่ะครูซากิ แบบนี้ดีหรือไม่คะ (คุณครูสุจิตรา) แบบนี้ไม่ดีเลยการที่เรานะคะ ดูโทรทัศน์ ไม่ว่าจะเป็นคอมพิวเตอร์หรือว่าโทรทัศน์เป็นเวลานาน ๆ ทำให้เรานะคะ เสียสุขภาพสายตาได้ค่ะ (คุณครูปฏิญญา) ใช่แล้วล่ะค่ะ และวัยของเด็ก ๆ นะคะ ก็ควรจะมีมีการที่ไปใช้ทักษะชีวิตต่าง ๆ ได้เล่นร่วมกันผู้อื่น มีการสร้างสังคมนะคะ ในวัยของเรานะคะ หากิจกรรมต่าง ๆ นะคะ ที่ได้ขยับร่างกายนะคะ ส่งเสริมพัฒนาการสติปัญญานะคะ แล้วก็การเข้าสังคมค่ะ (คุณครูสุจิตรา) ค่ะ และสัญลักษณ์ต่อมานะคะ อันนี้ก็เป็นรายการนะคะ ทั่วไปค่ะ ซึ่งก็จะเหมาะกับผู้ชมทุกวันเลยล่ะค่ะ จะมีสัญลักษณ์แบบนี้เลยล่ะค่ะ เป็น ท.ทหาร นะคะ กับผู้ชมทุกวันเลยล่ะค่ะ จะมีสัญลักษณ์แบบนี้ (คุณครูปฏิญญา) ซึ่งสัญลักษณ์นี้จะพบเห็นได้บ่อยมากเลยใช่ไหมคะ เกือบทุกรายการนี่ ที่อยู่ในระยะเวลานะคะ ส่วนยใหญ่นะคะ จะต้องได้รับสัญ,ักษณ์หรือว่าคำว่า "ทุกวัย" (คุณครูสุจิตรา) ในสัญลักษณ์ในรูปนี้เป็นสัญลักษณ์อะไรคะครูซากิ (คุณครูสุจิตรา) ก็เป็นสัญลักษณ์บ้านนนั่นเองค่ะ บ้านนั่นเองค่ะ (คุณครูปฏิญญา) ก็หมายถึงทุกคนในบ้านใช่ไหมคะ สามารถรับชร่วมกันได้เลยค่ะ (คุณครูสุจิตรา) ใช่ค่ะ และต่อมาค่ะ รายการนี้นะคะ เริ่มเป็นรายการที่เรานะคะ หรือว่าเด็ก ๆ นี่ ควรรับชมกับผู้ปกครองแล้วค่ะ เพราะคือรายการนะคะ ที่เหมาะสำหรับผู้ชมที่อายุ 13 ปีขึ้นไป ผู้ชมที่มีอาอายุต่ำกว่า 13 ปีนี้ ควรได้รับการแนะนำค่ะ หมายถึงว่าถ้าหากใครอายุต่ำกว่า 13 ปี ก็รับชมนะคะ อยู่พร้อมกับผู้ปกครองค่ะ เพื่อให้ผู้ปกครองนะคะ ก็สามารถแนะนำเนื้อหาต่าง ๆ ได้ค่ะ ซึ่งก็จะมีสัญลักษณ์นะคะ และก็มีตัวอักษร น.หนู 13+ ซึ่งแบบนี้ก็จะอยู่มุมนะคะ ของจอโทรทัศน์เลยค่ะ (คุณครูสุจิตรา) และต่อมาค่ะ อันนี้นะคะ ก็จะเป็นรายการนะคะ ที่มีอายุตั้งแต่ 18 ปีขึ้นไปค่ะ ซึ่งผู้ชมที่มีอายุต่ำกว่า 18 ปีนั้นนะคะ ก็ควรที่จะได้รับคำแนะนำ ถ้าหากว่าใครที่มีอายุต่ำกว่า 18 ปีนะคะ ก็ควรที่จะมีผู้ใหญ่นะคะ อยู่ด้วยนะคะ (คุณครูปฏิญญา) ซึ่งส่วนใหญ่รูปแบบรายการนี้นะคะ ก็จะอยู่ในช่วงเวลานะคะ ที่หลังช่วงเวลาเย็นแล้วหรือว่าหัวค่ำแล้ว รายการต่าง ๆ อย่างเช่น ละครต่าง ๆ ก็จะอยู่หลังจากเวลา 18.00 น. สัญลักษณ์แบบนี้นะคะ ถ้าหากเนื้อหาของรายการหรือว่าลักษณะของละครต่าง ๆ นะคะ มีการใช้ความรุนแรง หรือว่มีลักษณะเนื้อหาที่ไม่เหมาะสม ส่วนใหญ่ก็จะได้รับเครื่องหมายนี้ค่ะ ถูก ผิดนะคะ หรือว่าตัวอักษร น 18+ ค่ะ ซึ่งนักเรียนคะ เรานะคะ ก็ควรสังเกตนะคะ เพราะรูปแบบรายการบางอย่างก็ไม่เหมาะสมกับเรา ควรรับชมไปพร้อมกับผู้ปกครอง เพื่อให้รับคำแนะนำที่ดีค่ะ และต่อมาอันนี้ค่ะ สำคัญมากเลยนะคะ สัญลักษณ์นี้ครูซากิพบเห็นบ่อยไหมคะ (คุณครูสุจิตรา) ปกติไม่ค่อยเห็นเลยล่ะคะ (คุณครูปฏิญญา) ใช่เพราะว่าถ้าหากอยู่ในช่วงเวลาที่เด็ก ๆ รับชมได้อยู่ รายการแบบนี้นะคะ ส่วนใหญ่นี่ จะไม่อนุญาตนะคะ ให้ฉายในช่วงเวลากลางวันเลย ก็เป็นรายการเฉพาะค่ะ ไม่เหมาะกับเด็กและเยาวชน ฉะนั้นแล้ว อันนี้ไม่ใช่ว่าจะนั่งรับชมกับผู้ปกครองได้นะคะ ซึ่งหมายความว่าเด็ก ๆ ไม่ควรรับชมเลยค่ะ โดยรายการนะคะ ฉ. ฉิ่งนะคะ ที่เป็น เฉพาะผู้ใหญ่ค่ะ สัญลักษณ์ในรูปค่ะ จะเป็นเหมือนกับสายฟ้าซึ่งมีสีแดงนะคะ อยู่ภายนอกด้วย ซึ่งรายการแบบนี้นะคะ เราก็จะพบเห็นได้ไม่บ่อยครั้งค่ะ (คุณครูสุจิตรา) ค่ะ และต่อมานะคะ อันนี้ก็จะเป็นการป้องกันนะคะ อันตรายจากการรับชมโทรทัศน์นั่นเองนะคะ ในข้อแรกเลยก็คือ เราก็ควรจะดูรายการนะคะ ที่เหมาะสมกับวัยของเรา ซึ่งเมื่อกี้นะคะ ว่าสัญลักษณ์ต่าง ๆ นะคะ ว่ามีความหมายว่าอย่างไรกันบ้าง หรือว่าเราควรที่จะดูไปพร้อมผู้ปกครองนะคะ จะได้ให้คำแนะนำกับเรารับชมด้วย เพราะว่าบางเนื้อหานะคะ อาจจะมีการใช้ความรุนแรงนะคะ อย่างที่ครูบอสได้บอกไป การที่เรามีผู้ปกครองนะคะ รับชมไปด้วยนี่ ก็จะให้คำแนะนำได้ค่ะ (คุณครูปฏิญญา) เมื่อสักครู่เด็ก ๆ ได้รู้ว่าสัญลักษณ์รูปแบบต่าง ๆ นะคะ หมายถึงอะไร ครูบอสเชื่อว่าเด็ก ๆ สามารถนำไปปฏิบัติได้อย่างเหมาะสมค่ะ และวิธีการป้องกันอันตรายจากโทรทัศน์ข้อต่อมานะคะ นั่นก็คือไม่หลงเชื่อโฆษณาชวนเชื่อค่ะ หรือว่าปฏิบัติตามพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม เราก็ได้เรียนรู้ในเรื่องแบบนี้นะคะ ไปในเรื่องการวิเคราะห์สื่อโฆษณาแล้ว สื่อลักษณะของแบบใดที่เราสามารถเชื่อได้ หรือแบบใดที่เราไม่ควรเชื่อ ก็ควรใช้วิจารณญาณในการรับชมรวมไปถึงนะคะ พฤติกรรมต่าง ที่เราไม่ควรปฏิบัติตาม ที่เป็นพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมนั่นเองค่ะ และก็คำถามในวันนีนะคะ หลังจากที่เราได้เรียนรู้ไปแล้วนี่ สื่อโทรทัศน์ ก็คือเกี่ยวกับโทรศัพท์เคลื่อนที่ ปกติแล้วนี่ นักเรียนใช้โทรศัพท์เคลื่อนที่ในการทำสิ่งใดบ้างคะ โดยปกติแล้วนักเรียนใช้โทรศัพท์เคลื่อนที่ในการทำสิ่งใดบ้างคะ สามารถตอบคุณครูปลายทางได้เลยค่ะ หลาย ๆ คนนะคะ ก็อาจจะมีการใช้งานที่แตกต่างกัน (คุณครูสุจิตรา) ใช่แล้วค่ะ (คุณครูปฏิญญา) คุณครูซากิล่ะคะ ปกติแล้วคุณครูซากิใช้โทรศัพท์เคลื่อนทำอะไรบ้างคะ (คุณครูสุจิตรา) ค่ะ ปกติแล้วนะคะ จะใช้ในการติดต่อสื่อสารนะคะ รวมไปถึงการสืบค้นข้อมูลต่าง ๆ ด้วย รวมไปถึงต่าง ๆ ใช้ในการบันเทิง ก็เข้าไปดูนะคะ คลิปวีดีโอหรือว่ารายการต่าง ๆ นะคะ ที่มีความสนุกสนานนั่นเอง (คุณครูปฏิญญา) ก็ดีต่อสุขภาพของครูซากิมากเลยนะคะ อย่างครูบอสนะคะ ก็จะใช้ประโยชน์ของโทรศัพท์เคลื่อนที่นะคะ ก็มีการพัฒนาแอปพลิเคชันที่อำนวยความสะดวกให้แก่เราค่ะ ไม่ว่าจะใช้เครื่องคิดเลข สามารถใช้ในโทรศัพท์ได้นะคะ หรือแม้กระทั่งค่ะ ใช้เป็นแผนทีค่ะครูซากิ การที่เราจะเดินทางไปตามสถานที่ต่าง ๆ ถ้าเกิดเราเดินทางไปไม่ถูกเราก็สามารถเปิดแผนที่นะคะ หรือว่าให้โทรศัพท์เคลื่อนที่ในแอปพลิเคชันนั้น เขานำทางเราไปได้ค่ะ หรือว่าบางครั้งนะคะ เราก็จใช้แทนกล้องถ่เราก็จะเห็นได้ว่านะคะ แต่ละคนก็มีลักษณะการใช้งานที่แตกต่างกันออกไป ซึ่งโทรศัพท์เคลื่อนที่นะคะ ปัจจุบันนี่เขาก็มีนะคะ สามารถใช้งานได้หลายรูปแบบเลย สร้างความสะดวกในการใช้ชีวิตประจำวันมาขึ้นค่ะ ไม่ว่าจะเป็นนะคะ การติดต่อสื่อสาร ที่รวดเร็วนะคะ แล้วก็เข้าถึงกันได้ง่ายขึ้น ช่วยในเรื่องระยะเวลานะคะ ในการติดต่อสื่อสาร บางครั้งถ้าอยู่กันไกล ก็สวามารถติดต่อกันได้รวดเร็วขึ้น ใช้นะคะ เป็นอุปกรณ์นะคะ ในการเรียนรู้นะคะ หรือแม้กระทั่งดูอุณหภูมินะคะ ในวันนี้ได้ด้วยค่ะ อย่างเช่น สถานที่เราอยู่นะคะ ว่ามีอุณภูมิประมาณเท่าใด เคลื่อนที่ได้ค่ะ และอย่างที่ครูบอสบอกนะคะ ใช้เป็นอุปกรณ์นำทางได้ ในการเดินทาง (คุณครูสุจิตรา) แผนที่นั่นเอง (คุณครูปฏิญญา) หรือรวมไปถึงนะคะ สามารถสร้างความบันเทิงต่าง ๆ อย่างที่คุณครูซากิใช้ เช่น ภาพยนตร์การฟังเพลง ดูหนัง แล้วโทรศัพท์เคลื่อนที่นี่ จริง ๆ แล้วก็ยังมีประโยชน์อีกมากมายเลยค่ะ ปัจจุบันก็มีการพัฒนารูปแบบต่าง ๆ บางครั้งนี่ สามารถใช้อย่างไม่คาดคิดเลยค่ะ ตัวอย่างเช่น ครูบอสเราสามารถใช้โทรศัพท์เคลื่อนที่นะคะ ในการวัดระยะค่ะ ของสิ่งของได้แล้ว (คุณครูสุจิตรา) เป็นคล้าย ๆ แบบว่าพวกไม้บรรทัดหรือว่าตลับเมตรได้เลแล้วก็เพียงเปิดแอปพลิเคชัน สามารถวัดระยะหรือขนาดนะคะ หรือความห่างไกลของพื้นที่ตรงนั้นได้เลยค่ะ เราจะเห็นได้ว่านะคะ โทรศัพท์เคลื่อนที่นี่ ก็เข้ามามีบทบาทในชีวิตประจำวันของเราอย่างมากเลยค่ะ ซึ่งปัจจุบันนะคะ เราก็ควรเลือกใช้นะคะ ที่มีประโเพราะบางครั้งนะคะ ถ้ายังใช้ไม่เหมาะสมนี่ ก็อาจจะเกิดโทษได้ค่ะ และกิจกรรมประจำวันนี้ค่ะ ก็ง่าย ๆ เลยนะคะ เด็ก ๆ ซึ่งวันนี้ให้เด็ก ๆ นะคะ สรุปบทเรียนนะคะ สื่อที่มีอิทธิพลต่อพฤติกรรมสุขภาพ ซึ่งในวันนี้ เราก็เรียนไปหลากหลายรูปแบบเลย ครูบอสและครูซากินะคะ ก็มีลักษณะของสื้่อที่ได้รับความนิยมอย่งมากนักเรียนก็สามารถสรุปความรู้ตามความเข้าใจของเด็ก ๆ ได้เลยค่ะ (คุณครูสุจิตรา) ค่ะ โดยในส่วนของคุณครูปลายทางนะคะ รบกวนคุณครูปลายทางนะคะ อธิบายขั้นตอนการทำกิจกรรมอย่างละเอียดอีก 1 ครั้งนะคะ รวมไปถึงมีการให้คำแนะนำ มีข้อมูลเพิ่มเติมให้กับนักเรียนระหว่างที่นักเรียนทำกิจกรรมค่ะ (คุณครูปฏิญญา) ถ้าพร้อมแล้วนะคะ เดี๋ยวให้นักเรียนนะคะ ในการทำกิจกรรมและเดี๋ยวเราเข้ามาสู่ช่วงสรุบทเรียนไปพร้อมกันค่ะ [เสียงดนตรี] (คุณครูปฏิญญา) หมดเวลาแล้วนะคะเด็ก ๆ เดี๋ยวเราเข้าสู่ช่วงสรุปบทเรียนไปพร้อมกันเลยดีกว่าค่ะ ในวันนี้นะคะ เราเรียนกันในเรื่องของสื่อที่มีอิทธิพลต่อพฤติกรรมสุขภาพค่ะ ซึ่งก็จะมีรูปแบบของสื่อที่หลากหลายเลยที่ได้รับความนิยมในปัจจุบันอย่างแรกเลยนะคะ นั่นก็คือคอมพิวเตอร์ค่ะ คอมพิวเตอร์นี่ ก็ได้แบ่งออกมาอีกเป็น 2 ประเภทด้วยกันนะคะ นั่นก็คืออินเทอร์เน็ตค่ะ อินเทอร์เน็ตค่ะ การใช้อินเทอร์เน็ตแล้วก็ในรูปแบบของเกมออนไลน์ อินเทอร์เน็ตและเกมออนไลน์นี่ ก็มีประโยชน์ในการใช้ชีวิตประจำวันอย่างมากเลย ช่วยทำให้เราสามารถติดต่อสื่อสารกันได้ง่ายขึ้น รวมไปถึงนะคะ ยังมีประโยชน์อื่น ๆ อีกมากมาย แต่เรานะคะ ก็เลือกนะคะ แต่ประโยชน์ของ เพราะบางครั้งนะคะ ถ้าหากเรามีพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม เราก็อาจจะได้รับโทษจากการใช้อินเทอร์เน็ตได้ค่ะ (คุณครูสุจิตรา) และสื่อต่อมานะคะ สื่อโทรทัศน์ซึ่งแน่นอนนะคะ ก็จะมีรูปแบบรายการที่มีความหลากหลายมาก ๆ เลย ซึ่งในวันนี้ เด็ก ๆ ก็ได้เรียนรู้ไปแล้วนะคะ ว่ารายการแต่ละรายการนี่ เขาก็จะมีสัญลักษณ์ต่าง ๆ นะคะ ที่จะอยู่แจต่ละรายการ ที่จะทำให้เรารู้ว่ารายการนี้นะคะ เหมาะกับสื่อ หรือว่ารายการนี้นี่ ควรมีผู้ปกคให้คำแนะนำด้วยหรือเปล่านะคะ ดังนั้น เด็ก ๆ ก็ควรที่จะเลือกดูนะคะ ดูให้ดี ๆ นะคะ เวลาที่เราจะเลือกรับชมรายการต่าง ๆ นี่ก็ควนจะมีผู้ปกครอง (คุณครูปฏิญญา) ซึ่งก็จะเป็นสิ่งที่ดีนะคะ รวมทั้งการชมโทรทัศน์กับ บางครั้งก็เป็นการใช้ชีวิตประจำวันนะคะ ง่าย ๆ เลยล่ะค่ะ และต่อมานะคะ ก็คือโทรศัพท์เคลื่อนที่นะคะ โดยปัจจุบันนะคะ ที่รวมสื่ออื่น ๆ นะคะ อยู่ในโทรศัพท์เคลื่อนที่เลยล่ะค่ะ สามารถทำให้เราเข้าถึงนะคะ คล้ายกับลักษณะการใช้คอมพิวเตอร์ได้เลย และเราก็ดูโทรทัศน์ผ่านโทรศัพท์เคลื่อนที่ได้ เราก็จะเห็นว่าโทรศัพท์เคลื่อนที่นี่ ก็มีประโยชน์มากมายเลย ฉะนั้นแล้วนี่ เราควรเลือกใช้นะคะ ให้เหมาะสมนะคะ และรวมไปถึงนะคะ ใช้ระยะเวลาไม่นานจนเกินไป เพราะการจ้องจอโทรศักพท์เคลื่อนที่เป็นเวลานานนี่ ก็ทำให้เรานะคะ เสียสายตาได้เช่นเดียวกับการจ้องจอคอมพิวเตอร์ได้เช่นกันค่ะ ฉะนั้นแล้วนี่ การใช้สื่อเหล่านี้ก็มีทั้งดีและโทษนะคะ เด็ฏ ๆ นะคะ คสรเลือกใช้ให้เหมาะสมนะคะ ให้ได้รับประโยชน์สูงสุดแล้วระมัดระวังนะคะ โทษที่อาจจะได้รับจากการใช้สื่อค่ะ ในสัปดาห์หน้านะคะ ในบทเรียนครั้งต่อไปนะคะ เราจะเรียนกันในบทเรียนครั้งสุดท้ายแล้วค่ะ ในการเรียนรู้นี้ นั่นก็คือแนวทางการใช้ชีวิตที่ถูกสุขภาพค่ะ (คุณครูสุจิตรา) ค่ะ ซึ่งสิ่งที่คุณครูปลายทางและนักเรียนปลายทางต้องเตรียม นั่นก็คือแบบบันทึกการเรียนรู้ แล้วก็แบบประทั้งแบบการเรียนรู้และแบบการประเมินคนเองด้วย สามารถดาวน์โหลดได้ที่ www.dltv.ac.th ค่ะ (คุณครูปฏิญญา) และสำหรับวันนี้นะคะ ครุบอสและครุซากินะคะ ก็ขอลากันไปเพียงเท่านี้และเดี๋ยวเรากลับมาพบกัยใหม่ในสัปดาห์หน้า สำรับสวัสดีค่ะ บ๊ายบาย [เสียงดนตรี]