[เสียงดนตรี] (ครูปฏิญญา) สวัสดีคุณครูปลายทางและนักเรียนปลายทงาทุกคนค่ะ ยินดีต้องรับเข้าสู่วิชาสุขศึกชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ค่ะ วันนี้พบกับคุรครูปฏิญญา ประจันบาน หรและ... (ครูสุจิตรา) ค่ะ และคุณครูสุจิตรา บุญธรรม หรือคุณครและในวันนะคะครูซากิ เราก็มาสู่เป็นในเรื่องเกี่ยวกับโรคต่าง ๆ ค่ะ ซึ่งก่อนอื่นเลยนะคะ เราจะเรียนเรื่องอะไรนั้น ในวันนี้กันก่อนค่ะ ในจุดประสงค์การเรียนรู้ในวันนี้นะคะ ในข้อที่ 1 ค่ะ นักเรียนจะสามารถวิเคราะห์สาเหตุของการเจ็บป่วยไได้ค่ะ (ครูสุจิตรา) ในข้อที่ 2 นะคะ นักเรียนจะสามารถปฏิบัติตนเพื่อป้องกันโรคได้ค่ะ นักเรียนจะเห็นประโยชน์ค่ะ การปฏิบัติตนเพื่อป้องกันโรคค่ะ(ครูสุจิตรา) คุณครูบอสเป็นอะไรหรือเปล่าคะนี่ (ครูปฏิญญา) ไม่ค่อยสบายเลยค่ะครูซากิ (ครูสุจิตรา) ไม่สบายหรือเปล่าคะนี่ไอไม่หยุดเลยค่ะ (ครูปฏิญญา) นิด ๆ หน่อยค่ะ พอดีช่วงนี้พักผ่อนไม่เพียงพอเลยค่ะ ช่วงนี่ (ครูสุจิตรา) ต้องดูแลตัวเองเยอะ ๆ นะคะ อย่างนี้ (ครูปฏิญญา) ใช่แล้วค่ะ ช่วงนี้อากาศก็เปลี่ยนแปลงบ่อยด้วย เด็ก ๆ คะ เด็ก ๆ เห็นอย่างที่ครูบอสเป็นนะคะ จากบทบาทสมมุตินี่ เมื่อสักครู่นี่ จริง ๆ แล้วครูบอสไม่ได้ป่วยหรอกค่ะนักเรียน คุณครูบอสแสดงให้นักเรียนดู ว่าในขณะที่เรารู้สึกไม่สะบายตัวนี่ และจากบทบาทที่ครูแสดงเมื่อสักครู่คุณครูเป็นักเรียนคิดว่าจากบทบาทสมมติที่คุณครูแสดงไปเมื่อสักครู่ คุณครูเป็นอะไรคะตอบคำถามคุณครูปลายทางได้เลยนะคะ คุณครูซากิคะ คุณครูซากิคิดว่าจากที่คุณครูบอสแสดงบทบาทสมมตินี่ ครูบอสกำลังเป็นอะไรคะ (ครูสุจิตรา) แน่นอนเลยค่ะ ที่คุณครูบอสแสดงบทบาทสมมตินะคะ คุณครูบอสกำลังป่วยค่ะ (ครูปฏิญญา) ใช่แล้วล่่ะค่ะ อาจะป่วยเป็นโรคต่าง ๆ นะคะ เบื้องต้นนี่ อาจจะสันนิษฐานได้ว่าเป้นโรคไข้หวัด หรือว่าเป็นการเจ็บป่วยเพียงเลแต่ถ้าหากอาการนี้ไม่หายนะคะ ต้องไปพบคุถเพื่อให้ทราบว่าเราเป็นอะไรกันแน่ค่ะ นักเรียกลองสว่าสิ่งที่ครูบอสกำลังสงสัยอยู่นี่ เขาเรียกว่าอะไร และสามารถทำอะไรได้บ้างคะ และสิ่งนี้ที่คุณครูบอกและครูซากิสวมใส่อยู่คุณครูปลายทางได้เลยนะคะ หลาย ๆ คนนี่อาจจะรู้จักดีเลยล่ะค่ะ คุณครูซากิคะสิ่งที่เรากำลังสวมใส่อยู่ก็คืออะไรคะ (ครูสุจิตรา) เขาก็เรียกว่า หน้ากากอนามัยค่ะ (ครูปฏิญญา) นักเรียนคะ หน้ากากาอนามัยนี้สามารถทำสิ่งใดได้บ้างคะ มีหน้าที่ในการทำสิ่งใดเอ่ย คุณครูซากิพอจะทราบไหมคะ (ครูสุจิตรา) แน่นอนนะคะ ที่เราสวมใส่กันอยู่ทุกวันนี้นะคะ เอาไว้นะคะ เพื่อป้องกันโรคติดต่อนั่นเอง หรือว่าในบางครั้งนะคะ ถ้าหากว่าตัวของเราเกิดเป็นโรค หรือไข้หวัดต่าง ๆ นี่ ก็ป้องกันการแพร่เชื้อโรคไปสู่คนอื่นนั่นเองค่ะ หน้ากากอนามัยนี้นะคะ สามารถทั้งป้องกันตนเองจากเชื้อโรคภายนอก หรือว่าป้องกันเชื้อโรคในตัวเรานะคะ แพร่กระจายไปยังมีประโยชน์มากเลยนะคะ ซึ่งเกี่ยวข้องกับเรื่องที่เราจะเรียนกันในวันนี้ค่ะ นั่นก็คือในเรื่องของวิธีการปฏิบัติตนเพื่อป้องกันโรคค่ะ ซึ่งวิธีการปฏิบัติตนมีหลายอย่างเลยนะคะ เริ่มตั้งแต่ตนเอง รวมไปถึงพฤติกรรมต่าง ๆ จะมาดูกันค่ะ ว่าวิธีการปฏิบัติตนเพื่อป้องกันโรคมีอะไรกันบ้าง เริ่มที่วิธีแรกเลยล่ะค่ะ วิธีนี้หลาย ๆ ทราบอยู่แล้วนะคะ เรื่องของการออกกำลังกายค่ะ ซึ่งนักเรียนควรที่จะหมั่นออกกำลังกายอยู่เสมอ หมั่นออกกำลังกายเป็นประจำนะคะ เพราะการออกกำลังกายนี่ ของเรานะคะ แข็งแรง และเมื่อร่างกายของเราแข็งแรงแล้วนะคะ ก็จะมีภูมิคุ้มกันในการป้องกันโรคต่าง ๆ ค่ะ ซึ่งจะป่วยได้ยากขึ้น ซึ่งการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอนี่ ครูบอสและครูซากินะคะ สอนนักเรียนเสมอไม่ว่าจะเป็นการออกกำลังกาย สัปดาห์นะคะ อย่างน้อย 3-5 วันนะคะ หรือว่าในครั้งหนึ่งนะคะ ควรออกกำลังกายครั้งละ 30 นาทีค่ะ ซึ่งรูปแบบของการออกกำลังกายหรือกิจกรรมที่เรานำมาใช้ สามารถลือกชนิดกีฬาหรือรูปแบบที่เหมาะสมกับวัย และมีระยะเวลาที่เหมาะสมได้เลยคะ บางคนนะคะมีความชอบที่แตกต่างกัน สามารถเลือกตามความชอบเพื่อใช้เป้นกิจกรรมนันทนาการได้อีกด้วยค่ะ (ครูสุจิตรา) การออกกำลังกายนี้นะคะ เป็นสิ่งที่ดีนะคะเด็ก ๆ ถ้าหากว่าเรามีการออกกำลังกายที่หนักจนเกินไปหรือว่าหักโหมจนเกินไปนะคะ อันนี้ก็ส่งผลเสียต่อร่างกายของเราเช่นกัน ดังนั้นถ้าเราออกกำลังกายหรือว่าทำกิจกรรมที่มีการเคลื่อนไหว ควรที่จะออกกำลังที่อย่างพอดีและพอเหมาะให้เหมาะสมกับวัยแล้วก็เหมาะสมกับร่างกายของเราค่ะ (ครูปฏิญญา) ใช่แล้วล่ะค่ะ (ครูสุจิตรา) แล้วต่อมานะคะ วิธีปฏิบัติตนเพื่อป้องกันโรคข้อต่อมาค่ะ ก็คือการพักผ่อนให้เพียงพอนั่นเอง นะคะ การพักผ่อนให้เพียงพอนะคะ ก็ถือว่าเป็นเรื่องที่สำคัญนะคะ เพราะว่าแต่ละวันนะคะ เรื่องกายของเรานะคะ ก็จะมีการทำกิจกรรมการเคลื่อนไหวต่าง ๆ มากมาย ในบางครั้งนะคะ ร่างกายของเราอาจจะเกิดการเหนื่อยล้าเกิดขึ้นได้ การที่เรานี่พักผ่อนให้เพียงพอนี่ ก็จะทำให้ร่างกายของเราหรือระบบต่าง ๆ ในร่างกายนี่ ได้มีการฟื้นฟูนั่นเอง ทีนี้การที่เราพักผ่อนได้เต็มที่แล้ว เมื่อเราตื่นขึ้นมานะคะ ในวันใหม่ ทำให้สดใส สดชื่น พร้อมที่จะทำกิจกรรมในวันถัดไปค่ะ (ครูปฏิญญา) ก็จะเห็นได้ว่่าการพักผ่อนเป็นสิหลาย ๆ คนนะคะ ละเลยนะคะ ไม่พักผ่อนอย่างมีคุณภาพนะคะ บางคนนี่อาจจะเปิดเครื่องเสียง เปิดโทรทัศน์นะคะ ทำให้เรานะคะหลับได้ไม่สนิทค่ะทำให้การพักผ่อนของเราไม่มีประสิทธิภาพนะคะ การพักผ่อนอย่างมีประสิทธิภาพนี่ จะทำให้ร่างกายของเรานะคะ ได้ฟื้นฟูนะคะ แล้วก็ได้พักผ่อน แล้วพร้อมในการทำกิจกรรมในวันต่อมาค่ะ และวิธีต่อมานะคะ ก็จะเกี่ยวเนื่องกับการดูแลสุขภาพค่ะ ในเรื่องของการรับประทานอาหารนะคะ นักเรียนควรที่จะรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ค่ะ หลาย ๆ ครั้งนะคะ เราได้เรียนรู้ไปแล้วว่า การรับประทานอาหารที่มีประโยชมีความสำคัญอย่างมากเลย ไม่ว่าจะเป็นอาหารที่ครบทั้ง 5 หมู่ อาหารที่หลากหลาย ที่เหมาะสมนะคะ มีปริมาณนะคะ ที่เหมาะสมนะคะ ในแต่ละหมู่ ก้จะทำให้เรื่องกายของเรานะคะ บำรุงนะคะ รวมไปถึงนะคะ ได้ซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอนะคะ ทำให้ร่างกายของเรานะคะ พร้อมที่จะทำเช่นกันค่ะ และหลาย ๆ ครั้งนะคะ ระบบต่าง ๆ ในร่างกายก็ต้องการสารอาหารต่าง ๆ ในการหรือว่าฟื้นฟูอาการเหล่านั้นนะคะ ทำให้ร่างกายแข็งแรงและมีประสิทธิภาพที่อาหารนะคะ แน่นอนว่าเป็นสิ่งที่จำเป็นหรือเป็นปัจจัยที่สำคัยปัจจัยหนึ่ง ดังนั้นเด็ก ๆ ก็สามารถนะคะ เลือกรับประทานอาาหรที่มีประโยชน์และก็เลือกรับประทานที่เหมาะสมนะคะ ที่เราได้เรียนรู้กันไปนะคะ ในหลาย ๆ คาบเลยเกี่ยวกับอาหาร นอกจากการที่เราจะเลือกรับประมานอาหารที่มีประโยชน์แล้วนะคะ ในข้อต่อมานั่นก็คือเกี่ยวกับเรื่องของการรับประทานนะคะ เราก็ต้องรับประทานอาหารที่ปรุงสุก สะอาดสดใหม่นะคะ ไม่รับประทานอาหารร่วมกัน เอ๊ะ เด็ก ๆ คะ การที่ไม่รับประทานอาห(ครูปฏิญญา) ตอบคุณครูปลายทางได้เลยนะคะ เอ๊ะ คุณครูซากิค่ะ ใช่ว่า เรารับประทานอาหารพร้อมกันไม่ได้หรือคะ (ครูสุจิตรา) ไม่ได้ค่ะ คำว่าไม่รับประทานอาหารร่วมกัน บางครั้งมีการแพร่กระจายของโรคเกิดขึ้นนี่ การที่เราทานอาหารร่วมกันกับผู้อื่น มีการใช้ช้อนกลางใช้ตักอาหารนะคะ ก็ยังสามารถมีการแพร่กระจายของเชื้อโรคได้ ดังนั้นเราก็ควรแยกรับประทานอานะคะ มาคนเดียวเลย ไม่รับประทานร่วมกับผู้อื่นนะคะ เรานะคะ ไม่ถึงขนาดต้องทานอาหารคนเดียว เรานะคะสามารถทานพร้อมกับคนในครอบครัวหรือเพื่อน แสดงอาการเจ็บป่วย กเว้นระยะห่างนะคะ ให้พอสมควรค่ะ เพื่อป้องกันไม่ให้ของเชื้อโรคมาสู่เรา อาหารที่เป็นกับข้าวนะคะ ก็ไม่ควรรับประทานร่วมกัน ควรจัดเป็นชุดของตนเองนะคะ ไม่นำมารับประมานร่วมกันแบบนี้ดีที่สุดค่ะ และวิธีต่อมานะตะ นั่นก็คือ ไม่อยู่กลางแจ้งที่มีแดดร้อนจัดหรือว่าในขณะฝนตกค่ะ นักเรียนที่น่ารักหลาย ๆ คนนี่ ในขณะพักกลางวันนี่ ครูบอสสังเกหลาย ๆ คนชอบไปวิ่งนะคะ วิ่งเล่นกับเพื่อนนะคะ เตะฟุตบอล หรือว่าเล่นกีฬาต่าง ๆ นะคะ ท่ามกลางอากาศร้อนจัดเลย ซึ่งก็เป็นอันตรายอย่างมากเลยนะคะ ซึ่งก็อาจทำให้เรานะคะ ป่วยเป็นโรคลมแดด เพราะว่าอุณหภูมิในตอนนั้นนะคะ สูงมากและหลาย ๆ คนคงชอบเล่นน้ำฝนใช่ไหมเอ่ย ไหนมีใครชอบเล่นน้ำฝนบ้างคะ ยกมือให้ครูหน่อยค่ะ ตอนเด็ก ๆ นี่คุณครูซากิชอบเล่นน้ำฝนไหมคพ(ครูสุจิตรา) ชอบเล่นเหมือนกันค่ะ เพราะว่าที่ฝนตกนะคะ แล้วได้เล่นน้ำมันสนุกมาก ๆ เลย (ครูปฏิญญา) นักเรียนรู้ไหมค่ะ น้ำฝนนี่ บางคนนะคะ ก็เกิดอาการเจ็บป่วยได้เลยล่ะค่ะ เพราะว่าการที่เราไปเบ่นน้ำฝนนะคะ ก็เป็นสาเหตของการเจ็บป่วย ฉะนั้นแล้วนะคะ เวลาที่เราทำกิจกรรมต่าง ๆนะคะ ก็ไม่ควรทำในที่ร้อนจัด หรือว่าฝนตกนะคะ จำเป็นจะต้องเดินทางนะคะ ในขณะที่ฝนตก ก็ควรสวมใส่ชุดกันฝัน ไม่ให้สัมผัสกับน้ำฝนโดยตรง และเด็ก ๆ ที่น่ารักทุกคนก็ไม่ควรไปเล่นน้ำฝนนะคะ ปัจจุบันนะคะน้ำฝนบางครั้งในเมืองนะคะ น้ำฝนนี่ก็ไม่ได้สะอาดนะคะ อาจจะมีการปะปนของมลพิษต่าง ๆ มากับน้ำฝนฉะนั้นแล้วนะคะ เด็ก ๆ ก็ไม่ควรไปเล่นน้ำฝนเลยนะคะ (ครูสุจิตรา) ค่ะ และต่อมานะคะ การสวมใส่เสื้อผ้าที่เหมาะสมกับสภาพอากาศนั่นเอง ถ้าหากว่าเป็นช่วงมชที่นักเรียนอยยู่นะคะ เราก็ควรที่จะสวมใส่เสื้อผ้าที่มีความหนา เพื่อป้องกันความเย็น และในบางครั้งในบางช่วงนะคะ เป็นช่วงหน้าฝนนะคะ อย่างที่คุณครูบอสได้พุดให้กับเด็ฏ ๆ ได้ฟังไป เราก็ควรที่จะสวมใส่นะคะ เสื้อกันฝนเวลาออกไปข้างนอก หรือว่าพกร่มมาโรงเรียน ก็ได้ค่ะ หรือว่าถ้าหากว่าเป็นช่วงหน้าร้อนนะคะ เป็นช่วงหน้าร้อน หรือฤดุร้อน เราก็ควรใส่้เสื้อผนะคะ มีการระบายอากาศได้ดี เพราะว่าช่วงหน้าร้อน แดดนี่ร้อนจัดมาก ๆ เลยเด็ก ๆ นะคะ ไปเล่นกลางแดด กลางแจ้งแบบนี้ แน่นอนว่าถ้าหากว่าร่างกายของแต่ละบุคคล มีร่างกายไม่แขก็อาจจะเกิดการเป็นลมหรือว่าเป็นไข้หวัดต่าง ๆ เกิดขึ้นได้ (ครูปฏิญญา) นักเรียนมีเป็นสาเหตุของการเจ็บป่วยได้นะคะ ป้องกันทีดี ก็คือสวมใส่เสื้อผ้าให้เหมาะสมรักษาอุณหภูมิในร่างกายและสามารถระบายอากาศได้ดีนั่นเองค่ะ และวิธีต่อมานะคะ เพื่อป้องกันโรคนั่นก็คือไม่อยู่ใกล้ชิด หรือว่าคลุกคลลีกัเป็นสิ่งสำคัญเลยนะคะ การที่เราอยู่ใกล้ชิดกับผู้ป่วยหรือว่าสัมผัสผู้ป่วย โดยที่ไม่มีการป้องกันนี่ อาจจะติดโรคโดยง่ายค่ะ โรคต่าง ๆ นะคะ สามารถติดนะคะ โโยการสัมผัส หรือว่าบางโรคนะคะ ติดโดยการที่ผ่านการแพร่กระจายของละอองฝอยต่าง ๆ นะคะ ไม่ว่าจะเป็น น้ำลาย น้ำมูก หรือว่าเสมหะนะคะ ซึ่งการที่เราไปคลุกคลีใกล้ชิดกับผู้ป่วยนี่ จะทำให้เรามีความเสี่ยงสูงเลยนะคะ จะติดโรคนั้น ๆ ค่ะ ฉะนั้นแล้วนะคะ หากเราพบบุคคลใกล้ชิดของเราป่วย หรือว่ามีอาการที่จะไม่สบายนะคะ ให้เรานะคะ รักษาระยะห่างค่ะ ถ้าหากนะคะ เป็นจะต้องไปใกล้ชิด จะต้องสวมหรือว่าอุปกรณ์ในการป้องกันโรคต่าง ๆ นะคะ เพื่อป้องกันไม่ให้ตนเองเจ็บป่วยตามไปด้วยค่ะ และต่อมานะคะ วิธีการป้องกันตนเองนะคะ ข้อต่อมานั่นก็คือ แน่นอนว่าควรที่จะสวมใส่หน้ากากอนามัยค่ะ หากต้องใกล้ชิดกับผู้ป่วยนั่นเอง ไม่ว่าจะเป็นในครอบครัวของเราหรือว่าบุคคลทั่วไปนะคะ บางครั้งนี่ เราไม่ทราบเลยนะคะ ว่าเขานี่ มีอาการเป็นอย่างไร ป่วยเป็นอะไรดังนั้นเราก็ควรที่จะสวมใส่หน้ากากอนามัยดีที่สุดค่ะ (ครูปฏิญญา) และหลาย ๆ คนนะคะ ชอบนำหน้ากากอนาคาง แบบนี้นะคะ ก็ไม่สามารถป้องกันโรคได้นะคะนักเรียน ฉะนั้นแล้ว เราควรสวมใส่ให้ถูกต้องทำให้หน้ากากอนามัยแนบชิดกับหน้าของเรานะคะ ป้องกันไม่ให้มีอากาศต่าง ๆ นะคะ นี่ละอองเสมหะผ่านเข้าสู่ช่องด้านข้างได้นะคะ เพราะว่าการสวมใส่หน้ากากอนามัยที่ถูกต้อง ก็สำคัญอย่างมากในการป้องกันโรคนะคะ ถ้าใครสวมใส่เป็นหน้ากากผ้า หน้ากากผ้านี่นะคะ ควรที่จะซักทำความสะอาดเป็นประจำอยู่เสมอ ไม่ควรนำมาสวมใ่ซ้ำนะคะ เพราะประสิทธิภาพในการป้องกันโรคนี่จะมีประสิทธิภาพลดลงเลย เป็นสิ่งสำคัญเช่นกัน ของใช้ส่วนตัวค่ะของใช้ส่วนตัวค่ะ ของใช้ส่วนตัวนี้เป็นของที่ไม่ควรนำมาใช้ร่วมกันเลยนะคะ ไม่ว่าจะเป็นผ้าเช็ดหน้า ผ้าเช็ดตัว แก้วน้ำ หรือของใช้ต่าง ๆ ที่เราใช้ส่วนตัว รวมไปถึงหน้ากากอนามัยด้วย เป็นสิ่งที่ไม่ควรนำมาใช้ร่วมกัน เพราะถ้าหากนำมาใช้ร่วมกันนะคะ ก๋เป็นสาเของการติดโรคได้ค่ะ อย่างเช่นนะคะ เช่น จำพวกผ้าเช็ด หน้าที่เราจะนำมาสัมผัสกับผิวนะคะ ก็อาจจะทำให้เรานะคะ ติดต่อหรือบางครั้งน้ำลาย เสมหะ น้ำมูกก็อาจจะอยู่ในผ้าเช็ดหน้า ถ้าเราไปยืมของเพื่อนใช้จะเกิดอะไรขึ้นค่ะ นักเรียน ใช่แล้วล่ะค่ะเราก็จะติดโรคกับเพื่อนนั่นเอง และใครจะไปรู้คะ ว่าเพื่อนของเราในขณะนี้เจ็บป่วงยเป็นอะไรบ้าง อื่น ๆ นะคะ ที่บางครั้งไม่แสดงอาการ อาจจะทำให้เราติดโรคโดยไม่รู้ตัวค่ะ โดยเฉพาะบางคนนี่ชอบยืมน้ำของเพื่อนมาดื่มใช่ไหมคะ นักเรียนคิดว่าสามารถทำได้ไหมคะ ถูกต้องค่ะ ทำไม่ได้เลยนะคะ เพราะว่าถ้าเรายืมน้ำของเพื่อนมาดื่มนี่ คนอื่นมาดื่มนี่ ก็อาจจะติดโรคกับคนอื่นค่ะ เราเองอาจจะเป็นผู้แพร่เชื้อโรคให้เพื่อนก็เป็นได้ รวมไปถึงการดื่มน้ำแก้วเดียวกัน การดื่มน้ำหลอดหลอดเดียวกัน นั่นก็คือการดื่มน้ำรับประทานโรคนั่นเองค่ะ เป็นสิ่งที่ไม่ควรทำเลยคะ (ครูสุจิตรา) และวิธีการปฏิบัติตนนะคะ ข้อต่อมาเลย ก็คือล้างมือให้สะอาดอยู่เสมอ ไม่ว่าจะเป็นก่อนที่เราจะรับประทานอาหารนะคะ ก่อนที่เราเข้าห้องน้ำแล้วนะคะ เราก็ควรที่จะล้างมือนะคะ เด็ก ๆ จำกันได้ไหมคะ ว่าวิธีการล้างมือ 7 ขั้นตอน นะคะ ที่เด็ก ๆ เคยเรียนไปนั้น มีอะไรบ้าง แน่นอนค่ะ หลาย ๆ คนนะคะ จำกันได้ ดังนั้นนะคะ เวลาที่เราไปตามสถานที่ต่าง ๆ นะคะ หรือว่าที่บ้านนะคะ เราก็สามารถใช้วิธีการล้างมือทั้ง 7 ขั้นตอนนี้เพื่อมือของเราจะได้สะอาดค่ะ (ครูปฏิญญา) ใช่แล้วล่ะค่ะ การล้างมือทั้ง 7 ขั้นตอนนะคะ ควรมีระยะเวลาที่ไมน้อยจนเกินไปค่ะ อย่างเช่นนะคะ เราจะร้องเพลงนะคะ ไปด้วย แล้วก็ล้างไปด้วย 20 วินาทีขึ้นไปค่ะ เพื่อให้เชื้อโรคต่าง ๆ นะคะ หายไป เราจะได้ล้างมือให้ครบทุกซอกทุกมุม และครบทุก 7 ขั้นตอนนั่นเองค่ะ และวิธีการปฏิบัติตนที่ป้องกันโรคอีก 1 วิธนั่นก็คือรับวัคซีน เพื่อสร้างภูมิป้องกันข้อนี้นะคะ เป็นสิ่งที่สำคัญ โดยเฉพาะนะคะ โรคนะคะนะคะ โรคที่เกิดขึ้นใหม่ บางครั้งนี่มีความรุนแรง และก็ยังมรีการรักษาบางครั้งนี่ยังมีการศึกษาไม่เพียงพอนะคะ เราก็ควรฉีดวัคซีนนะคะ สร้างภูมิคุ้มกันนะคะ ค่ะ เพื่อที่นะคะ ตัวเราเองจะได้มีภูมิคุ้มกันต่าง ๆ ค่ะ แล้วเราก็จะเห็นได้ว่า ผู้ที่รับวัคซีนกับผู้ที่ไม่รับวัคซีนจะมีการติดเชื้อโรคที่แตกต่างกัน และก็มีวัคซีนออกมามายนะคะ เพื่อให้ทุกคนรับวัคซีน เพื่อป้องกันโรคนั้น ๆ ค่ะ (ครูสุจิตรา) ค่ะ และต่อมาค่ะ นั่นก็คือการตรวจสุขภาพประจำปีค่ะ นะคะ การตรวจสุขภาพประจำปีก็เป็นเรื่องที่สำคัญเลย ซึ่งเด็ก ๆ หลาย ๆ คนะนะค่ะ นะคะ ไม่ว่าจะเป็นช่วงวัยไหน ก็ไปตรวจสุขภาพประจำปีได้เลยใช่ไหมคะคุณครูบอส (ครูปฏิญญา) หลาย ๆ คนอาจจะคิดว่าอายุไม่เยอะเลยคงไม่เป็นโรคหรอก คงไม่เป็นโรคร้ายแรงนะคะ แต่จริง ๆ แล้วการตรวจสุขภาพ ไม่ใช่แค่เพียงการหาแต่ยังเป็นการดูพัฒนาการต่าง ๆ ของเราด้วยค่ะ นักเรียนที่อยู่ในวัยเรียน ที่อยู่ในวัยที่กำลังเจโตนะคะ เราก็สามารถตรวจสุขภาพประจำปีเพื่อดูพัฒนาการร่างกายของวัยของเราหรือไม่ หรือมีการเจริญเติบโตการตรวจสุขภาพนี้จะทำให้เราทราบได้ และแก้ไขปัญหาได้ทันค่ะ บางคนอาจจะเจริญเติบกว่าวัย หรือว่าเกินวัยของตนเอง ซึ่งการมีผลต่อการดำรงชีวิตนะคะ ดังนั้น การตรวจสุขภาพก็มีความสำคัญนะคะ นักเรียน ซึ่งในวันนี้ค่ะ กิจกรรมที่คุณครูบอสและคุณครูซากินำมาก็เป็นเกี่ยวกับวิธีการป้องกันโรคนั่นก็คือกิจกรรมวิเคราะห์สาเหตุ ดูวิธีป้องกันโรคค่ะ โดยขั้นตอนในการทำกิจกรรมนะคะ นั่นก็คือ 1. ค่ะ ให้นักเรียนนะคะ แบ่งกลุ่ม กลุ่มละ 4 คน หรือคุณครูปลายทางนะคะ สามารถปรับเปลี่ยนของจำนวนนักเรียนแต่ละห้องเรียนค่ะ (ค(ครูสุจิตรา) ค่ะ 2 นะคะ คุณครูแจกอุปกรณ์ให้กับนักเรียนนะคะ ทุกกลุ่มเลย อุปกรณ์ของเรานะคะ ก็จะมี ผ้าเช็ดหน้า่ ขวกน้ำ แก้วบัตรภาพน้ำมูก บัตรภาพน้ำลาย บัตรภาพแสงแดดและบัตรภาพน้ำฝนค่ะ (ครูปฏิญญา) ถ้าคุณครูนะคะ ไม่มีอุปกรณ์ของจริงนะคะ สามารถพรินต์ออกมาได้ค่ะ ซึ่งก็เจอให้คุณครูนะคะแจกให้กับนักเรียนค่ะ และถ้านักเรียนได้รับเรียบร้อยแล้วนะคะ ให้นักเรียนนะคะ ช่วยกันนำอุปกรณ์ที่นักเรียนได้รับค่ะ พร้อมกันบันทึกผลในใบงานที่ 1 ค่ะในเรื่องของวิเคราะห์สาเหตุรวมวิธีป้องกันโรค เดี๋ยวเราไปดูหัวข้อในใบงานกันเลยนะคะ โดยในใบงานที่นักเรียนต้องเตรียมพร้อมในการทำงานข้อที่ 1 เรื่องวิเคราะห์สาเหตุ รู้ในเรื่องป้อโดยหัวข้อในใบงานนะคะ ก็จะเป็นข้อที่ 1 นักเรียนได้รับอุปกรณ์ใด โดยอุปกรณ์ของแต่ละกลุ่มก็จะแตกต่างกันจากนั้น เมื่อนักเรียนวิเคราะห์แล้ว ในข้อที่ 2 ค่ะ ว่าอุปกรณ์ที่นักเรียนได้รับนะคะ เป็นสาเหตุของการติดโรคได้อย่างไร และสุดท้ายค่ะ นักเรียนจะปฏิบัติตนเพื่อป้องกันโรคได้อย่างไร โดยเรานะคะ ๆด้เรียนร฿เรามีวิธีการปฏิบัติตนนะคะ เพื่อป้องกันโรค ซึ่งเราก็จะเห็นอุปกรณ์ในการติดโรคได้ ให้นักเรียนกับเพื่อนในกลุ่มนะคะ ร่วมกันวิเคราะห์และตอบคำถามค่ะ และกิจก็จะเป็นในเรื่องของการทำกิจกรรม คือ ให้นักเรียนทำกิจกรรมวิเคราะห์สาเหตุในการติดค่ะ (ครูสุจิตรา) ค่ะ ในส่วนของคุณครูปลายทางนะคะ รบกวนคุณครูปลายทางชขั้นตอนในการทำกิจกรรมอย่างละเอียดอีกครั้งและรวมไปถึงนะคะ ให้คำแนะนำและควบคุมนักเรียนระหว่างที่นักเรียนทำกิจกรรมค่ะ (ครูปฏิญญา) ถ้านักเรียนและคุณครูปลายทางพร้อมแล้ว เดี๋ยวไปเริ่มทำกิจกรรมได้เลยค่ะ และเดี๋ยวเรากลับมาสู่ช่วงสรุปบทเรียนพร้อกัรน[เสียงดนตรี] [เสียงดนตรี] (ครูปฏิญญา) หมดเวลาแล้วค่ะนักเรียน เดี่ยวเรามาดูการเฉลยกิจกรรมประจำวันนี้นไปพร้อมกันเลยนะคะ ไหนใครวิเคราะห์สาเหตุของการติดโรคได้ถูกต้องหรือไม่ และบอกวิธีป้องกันโรคได้ไหมเอ่ย เดี๋ยวเรามาดูไปพร้อมกันเลยค่ะ เริ่มที่ สมมติว่าเป็นอย่างแรก ขวดน้ำถ้านักเรียนได้ขวดน้ำ นักเรียนบอกเลยว่า สิ่งที่ฉันได้ก็คือขวดน้ำ ขวดน้ำนี้จะเป็นสาเหตุของการติดโรคได้อย่างไรคะ ติ๊กต่อก ติ๊กต่อก ตอบได้ไหมเอ่ใช่แล้วล่ะล่ะ ถ้าหากเรายืมขวดน้ำของเพื่อน หรือว่าเราดื่มน้ำร่วมกันนะคะ ก็อาจจะเป็นสาเหตุติดโรคได้ค่ะ ส่วนวิธีการป้องกันโรค ก็คือเราไม่ควรที่จะดื่มน้ำ หรือว่ารับประทานอาหารเพื่อเป็นการป้องกันโรคนั่นเอง เช่นเดียวกันเลยนะคะ กับแก้วน้ำค่ะ ก็จะเป็นสาเหตุเดียวกันนะคะ แล้วก็วิธีป้องกันโรคคล้ายกัน สามารถเฉลยและแนะนำให้นักเรียน(ครูสุจิตรา) ค่ะ ต่อมานะคะ ถ้าหากนักเรียนนะคะ ได้ที่เป็นบัตรภาพแบบนี้เป็นบัตรภาพน้ำลาย บัตรภาพน้ำลายนี้ค่ะเด็ก ๆ เป็นสาเหตุขอการเกิดโรคได้อย่างไๆรด้อย่างไรคะ หลาย ๆ คนนะคะ ก็ตอบกันอย่างหลากหลายเลย บัตรภาพน้ำลายนี้นะคะ ก็เป็นสาเหตุหนึ่งนะคะ ของการเกิดโรคใช่ไหมคะ ไม่ว่าเราอาจจะมีการพูดคุย หรือว่ากินของต่าง ๆ ร่วมกันหรือรับประทานอาหารร่วมกัน แน่นอนนะคะ เชื้อโรคที่มาจากน้ำลายนะคะ ถ้าหากเราไม่สบายอาจติดไปยังผู้อื่นได้นะคะ หรือแม้กระทั่งเราไอ จามต่าง ๆ นี่ อาจจะมีละอองน้ำลายได้ดังนั้นนะคะ เราก็ควรที่จะป้องกันตัวเอง ด้วยการสวมใส่หน้ากากอนามัย อันนี้ถือว่าเป็นวิธีการป้องกันค่ะ(ครูปฏิญญา) ใช่แล้วล่ะค่ะ เป็นวิธีการป้องกันที่ดีต่อตนเองและผู้อื่นเลยค่ะ ซึ่งนะคะ น้ำลายนี่ก็คล้ายคลึงกับน้ำมูกเลยค่ะ ก็จะมีสาเหตุที่คล้ายคลึงกันค่ะ ต่อมานะคะถ้าหากเราได้รับนะคะ เป็นในเรื่องของผ้าเช็ดหน้าค่ะ นักเรียนคะ ผ้าเช็ดหน้านี้ จะเปของการติดโรคได้อย่างไรคะ ถูกต้องค่ะ ในเรื่องของการที่เราไม่ควรใช้ของใช้ส่วนตัวนี้ร่วมกัน ถ้าหากเราใช้ของใช้ส่วนตัวนี้ร่วมกัน ก็จะทให้เราติดโรคต่าง ๆ ได้ ไมาหรือว่าโรคเจ็บป่วยต่าง ๆ นะคะ ซึ่งการใช้ผ้าเช็ดหน้านี่เป็นการสัมผัสกับผิวหนัง อาจะทำให้โรคนะค เกี่ยวกับโรคติดต่อทางผิวหนังได้อีกด้วยนะคะ ขอมช้ส่วนตัวเหล่านี้ ไม่ควรใช้ร่วมกันดลเราก็ควรเขียนไว้นะคะ ในวิธีการปฏิบัติตนเพื่อป้องกันโรคได้เลยค่ะ (ครูสุจิตรา) ค่ะ แล้วต่อมานะคะ คุณครูซากิเลือกเป็นแบบนี้แล้วกันนะคะ เป็นบัตรภาพน้ำฝน แน่นอนว่าภูมิอากาศในช่วงนี้จะเป็นฤดูฝน ฤดูร้อน หรือว่าฤดูหนาวก็ตาม เป็นสาเหตุของการเป็นโรคต่าง ๆ เกิดขึ้นได้ สาเหตุที่มาจากน้ำฝนนี่ ก็คือการที่เรานะคะ อาจจะเป็นเล่นนน้ำฝน หรือว่าตากฝน โดยที่ไม่มีอุปกรณ์ต่าง ๆ ไม่พกร่มมาโรงเรียน หรือว่าตากฝนอาจจะทำให้เกิดการเป็นไข้หรือว่าไม่สบายได้ หรือว่าโรคต่าง ๆ ที่มากับฤดูฝนพวกโรคฉี่หนูนะคะ ก็เป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่อาจจะทำให้เกิดเป็นโรคติดต่อได้ค่ะ เวลาที่เราไปเล่นน้ำฝนนี่ บางพื้นที่ก็มีน้ำที่ท่วมขังอยู่นะคะ ซึ่งขยะเหล่านั้นที่ท่วมขังหรือว่าอาจจะมีเชื้อโรคต่าง ๆ หรือว่าโรคฉี่หนูค่ะ ก็สามารถทำให้เราติดโรคได้ ฉะนั้นแล้วนะคะ ก็คือสวมใส่อุปกรณ์ป้องกัน ถ้าหากจำเป็นที่ต้องเดินลุยน้ำฝน หรือว่านะคะ กางร่ม สวมใส่เสื้อกันฝนแทบจำเป็นต้องเดินทางขณะที่ฝนตก ถ้าหากหลีกเลี่ยงไม่ได้จริง ๆ นะคะ กลับมาบ้านเราก็ควรอาบน้ำทำความสะอาดร่างกายให้เรียบร้อยค่ะ ต่อมาค่ะ สุดท้ายเลย ถ้าเราได้รับบัตรภาพแสงแดดค่ะ ถ้าเราได้รับบัตรภาพเป็นแสงแดดนะคะ แน่นอนเลย ที่เราได้บอกกันแสงแดดก็อาจเป็นสาเหตุของการเกิดโรคได้ (ครูสุจิตรา) ค่ะ (ครูปฏิญญา) นะคะ หรือว่าทำกิจกรรมในขณะที่แดดร้อนจัดหรือว่าถ้าหากเราสวมใส่เสื้อผ้าที่ไม่มีการระบายอากาศได้ดี อาจจะเป็นโรคต่าง ๆ ได้ เกิดอาการไม่สบาย เจ็บป่วยเป็นไข้หวัด หรือบางครั้งเกิดอาการในขณะนั้นเลย เช่นการเป็นลมนั่นเอง วิธีการป้องกันง่าย ๆ เลยนะคะ ก็คือการป้องกันตนเองนะคะ การไม่ทำกิจกรรมในที่ร้อนจัดสวมใส่เสื้อผ้าที่เหมาะสม สวมใส่อุปกรณ์นะคะ ที่การป้องกันแสงแดด ก็มีการกางร่มเพื่อป้องกันแสงแดดหรือว่าทาครีมกันแดดค่ะ นักเรียนจะเห็นได้ว่าสามารถวิเคราะห์นะคะ วิธีการเกิดโรค และวิธีปฏิบัติตนที่ถูกต้อง และอย่าลืมนำไปด้วยนะคะ แล้วเดี๋ยวเราไปเข้าสู่ช่วงสรุปบทเรียนไปพร้อมกันค่ะ ไปพร้อมกันเลย เรื่องที่เราได้เรียนกันไปนะคะ ก็เป็นเรื่องของวิธีการปฏิบัติตนเพื่อบ้างกันโรคคะ โดยการปฏิบัติตนเพื่อป้องกันโรคก็มีหลายวิธีเลยนะคในเรื่องของพฤติกรรมต่าง ๆ ที่เราสามารถปฏิบัติได้ โดยอย่างแรกเลย สิ่งที่ดีที่สุดในการป้องกันโรค นั่นก็คือ การดูแลสุขภาพของตนเองให้แข็งแรงอยู่เสมอค่ะ ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องการรับประทานอาหาร การพักผ่อนนะคะ รวมไปถึงการออกกำลังกายด้วย ถ้าหากร่างกายของเราแข็งแรงแล้ว ก็จะทำให้เรามีภูมิคุ้มกันโรคในการป้องกันโรคต่าง ๆ ค่ะ(ครูสุจิตรา) ค่ะ และต่อมานะคะ ก็คือการหลีกเลี่ยงการใกล้ชิดกับผู้ป่วยค่ะ แน่นอนว่าเราดูแลสุขภาพของเราดีนะคะ แต่ว่าถ้าหากเราไปใกล้ชิดกับผู้ป่วยหรือไปใกล้ชิดกับผู้ที่มีโรคต่าง ๆ ก็จะแพร่กระจายมายังเราได้ เราควรที่จะป้องกันตัวเองนะคะ หลีกเลี่ยงการเข้าใกล้ผู้ป่วยค่ะ(ครูปฏิญญา) หรือถ้าหากเราไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้จริง ๆ เราต้องสวมอุปกรณ์ในการป้องกัน ในการแพร่ระบาดของเชื้อโรคจะเป็นการป้องกันตัวเองเบื้อต้นได้ค่ะ ต่อมาค่ะ การปฏิบัติตน ให้ไม่ได้รับเชื้อโรคต่าง ๆ ค่ะ ซึ่งปัจจุบันนี่ ก็มีการติดต่อของโรคติดต่อต่าง ๆ มากมาย เราก็ควรนะคะ ปฏิบัติตนเพื่อป้องกันตัวเอง หรือเป็นการสวมใส่หน้ากากอนามัย เพื่อป้องกันโรค การล้างมือเป็นประจำล้างมือ บ่อย ๆ เพื่อป้องกันเชื้อโรคที่เราสัมผัสมาเข้าสู่ร่างกายเราได้ รักษาความสะอาดของร่างกายนะคะ แล้วก็ทำร่างกายให้แข็งแรงเสมอค่ะ (ครูสุจิตรา) ต่อมานะคะ นั่นก็คือการตรวจสุขภาพประจำปีนะคะ อันนี้ถือว่าเป็นเรื่องสำคัญเลยที่ทุกคนมองข้าม มักจะมองข้าม เด็ก ๆ หลายคนนะคะ ไม่ได้สูงวัยนะคะ ก็ไม่ไปตรวจสุขภาพ จริง ๆ แล้วอย่างที่ครูบอสบอกไปแล้วนะคะ การตรวจสุขภาพประจำปีนั้นนะคะ ก็เป็นสิ่งที่สำคัญที่ทำให้รู้ว่า ร่างกายขแงเรานะคะ อาจจะเป็นโรคต่าง ๆ หรือเปล่า รวมไปถึงทำให้เรามีพัฒนาการเป็นอย่างไรนั่นเอง (ครูปฏิญญา) ซึ่งเห็นไหมค่ะ สำคัญอย่างมากเลย เราสามารถทั้งตรวจสุขภาพประจำปี และสุขภาพทั่วไป รวมไปถึงอาจจะไปในการตรวจสุขภาพในช่องปากด้วยนะคะ ฃเพราะว่าสุขภาพภายในช่องปากก็เป็นสิ่งสำคัญเช่นกัน การตรวจสุขภาพประจำปีเราอาจจะไปตรวจปีละ 1 ครั้ง หรือตรวจสุขภาพภายในช่องปากห้ทุก ๆ 6 เดิอน หรืออย่างรน้อยปีละ2 ครั้งค่ะ และในสัปดาห์หน้านะคะ บทเรียนต่อมาที่เราจะได้เรียนรู้กัน นั่นก็คือ เรื่องไข้หวัดใหญ่ค่ะ (ครูสุจิตรา) ค่ะ และสิ่งที่คุณครูปลายทางและนักเรียนปลายทางจะต้องเตรียม นั่นก็คือ ใบงานที่ 2 เรื่อง โรคไข้หวัดใหญ่ค่ะ คุณครูปลายทางสามารถดาวน์โหลดได้ที่ ได้ที่ www.dltv.ac.th ค่ะ.ac.th ค่ะ (ครูปฏิญญา) และสำหรับวันนี้นะคะ ครูบอสและครูซากินะคะ ก็ขอลาไปดพียงเท่านี้และเดี๋ยวเรากลับมาเรียนรู้ร่วมกันใหม่ในสัปดาห์หน้า สำหรับวันนี้สวัสดีค่ะ [บ๊ายบาย]บ๊ายบาย [เสียงดนตรี]