--- title: ฝึกแบ่งพิมพ์+PE (DLTV สุขศึกษา ป.5 หน่วยที่ 4) ๒ โรคไข้หวัดใหญ่ 25 ก.พ. 65 (มีใบงาน) subtitle: date: วันอังคารที่ 1 พฤษจิกายน 2565 เวลา 11.30 น. --- (ข้อความสดจากระบบถอดความเสียงพูดทางไกล) [เสียงดนตรี] (ครูปฏิญญา) สวัสดีคุณครูปลายทางและนักเรียนปลายทางทุกคนค่ะ ยินดีต้อนรับเข้าสู่รายวิชาสุขศึกษาและพลศึกษา ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ค่ะ และวันนี้พบกับคุณครูปฏิญญา ประจันบาน หรือครูบอสค่ะ และ (ครูสุจิตรา) คุณครูสุจิตรา บุญธรรม หรือครูซากิค่ะ (ครูปฏิญญา) ครูซากิเรามากันในเรื่องของโรคแล้วค่ะ ก็คือในเรื่องของโรคไข้หวัดใหญ่ค่ะ นักเรียนเคยได้ยินเรื่องของโรคนี้บ้างหรือไม่คะ บางคนอาจจะเคยเป็นก็ได้นะคะ ก่อนอื่นเลยไปทราบจุดประสงค์การเรียนรู้ในวันนี้ก่อนค่ะ การเรียนรู้ในข้อที่ 1 นักเรียนจะสามารถวิเคราะห์สาเหตุของการป่วยเป็นโรคไข้หวัดใหญ่ได้ค่ะ ในข้อที่ 2 นะคะ นักเรียนจะสามารถเพื่อป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่ได้ค่ะ (ครูปฏิญญา) และ 3. นะคะ นักเรียนจะเห็นประโยชน์ของการปฏิบัติตนในการเป็นโรคไข้หวัดใหญ่ค่ะ ก่อนอื่นเลย ครูบอสก็มีคำถามมาถามนักเรียนนะคะ ว่านักเรียนเคยป่วยเป็นโรคไข้หวัดใหญหรือไม่คะ นักเรียนเคยป่วยเป็นโรคไข้หวัดใหญ่หรือไม่คะ สามารถตอบคำถามคุณครูปลายทางได้เลยค่ะ หลาย ๆ คนก็อาจจะเคยป่วยเป็นโรคไข้หวัดใหญ่นะคะ (ครูสุจิตรา) ใช่ค่ะ (ครูปฏิญญา) ถ้าหากเป็นโรคไข้หวัดใหญ่แล้วไม่ไปพบคุณหมอนี่ ก็อาจจะไม่ทราบค่ะ ว่าเราเป็นโรคไข้หวัดใหญ่ ก็คิดว่าตัวเองเป็นเพียงไข้หวัดธรรมดา หรือการเจ็บป่วยทั่วไป ซึ่งในวันนี้เด็ก ๆ ตอบคุณครูปลายทางได้เลยนะคะ ว่ามีใครทราบว่าตัวเองเป็นโรคไข้หวัดใหญ่บ้าง คุณครูซากิล่ะค่ะ เคยเป็นโรคไข้หวัดใหญ่ไหมคะ (ครูสุจิตรา) เคยเหมือนกันค่ะ คุณครูบอส (ครูปฏิญญา) ในตอนนี้ครูซากิมีอาการอย่างไร รู้สึกว่าทรมานมากเลยนะคะ เพราะว่าเวลาที่เราเป็นโรคไข้หวัดใหญ่ค่ะ จะรู้สึกปวดเมื่อยร่างกายมาก ๆ เลยค่ะ คุณครูบอสก็เช่นกันค่ะ ในตอนแรก ๆ ที่เริ่มมีอาการนะคะ ก็คิดว่าตัวเองเจ็บป่วย เป็นไข้หวัดธรรมดา ก็ดูแลรักษาตนเองนะคะ ด้วยวิธีการทานยาตามอาการนะคะ หรือว่าเช็ดตัวเมื่อมีไข้ค่ะ เมื่อหลาย ๆ วันเข้านะคะ ไข้ก็ยังไม่หายค่ะ ทีนี้ก็เลยต้องไปพบคุณหมอนะ เมื่อคุณหมอตรวจเลือดออกมาแล้ว ก็พบว่าเป็นไข้หวัดใหญ่นั่นเองค่ะ เห็นไหมคะนักเรียนหลาย ๆ คนก็คงคิดเหมือนครูบอสใช่ไหมคะ นั่นแหละนะ แต่จริง ๆ แล้ว พอไปตรวจกับคุณหมอก็พบว่าตนเองเป็นไข้หวัดใหญ่ค่ะ ถ้าหากไม่รีบไปพบคุณหมอนะคะ ก็จะมีอาการหนักได้เลยนะคะ แล้วนักเรียนคะ นักเรียนคิดว่า โรคไข้หวัดใหญ่นี่ อันตรายเพียงใดคะ นักเรียนคิดว่าโรคไข้หวัดใหญ่ อันตรายเพียงใดคะ ตอบคำถามคุณครูปลายทางได้เลยนะคะ นักเรียนคิดว่าโรคนี้นี่อันตรายหรือไม่เอ่ย (ครูสุจิตรา) บางคนนะคะ ก็อาจจะคิดว่าไม่น่าจะอันตราย บางคนก็คิดว่า เอ๊ะ น่าจะอันตรายอยู่เหมือนกัน หรือนักเรียนบางคนอาจจะยังไม่เคยป่วยเป็นโรคนี้นะคะ บางคนก็ยังไม่ทราบถึงอันตรายที่เกิดขึ้น คุณครูซากิล่ะค่ะ (ครูสุจิตรา) ในฐานะที่ครูซากิเคยป่วยเป็นไข้หวัดใหญ่ ครูซากิคิดว่าโรคนี้ อันตรายมากน้อยเพียงใดคะ (ครูสุจิตรา) ครูซากิคิดว่าโรคนี้อันตรายอยู่เหมือนกันนะคะ เพราะว่าโรคไข้หวัดใหญ่นี้ก็ทำให้ผู้ป่วยนี่ เสียชีวิตได้เช่นกันค่ะ (ครูปฏิญญา) นักเรียนทราบหรือไม่เอ่ย จริง ๆ แล้วโรคนี้ มีผู้เสียชีวิตจากโรคไข้หวัดใหญ่เห็นไหมล่ะคะ ครูบอสยังจำได้เลย ว่าครั้งที่ป่วยนะคะ ช่วงเวลากลางคืนนี่ ไข้สูงมากเลย ครูบอสนะคะ วัดไข้นะคะ ได้ออกมา 40.2 องศาเซลเซียสเลยล่ะค่ะ ในตอนนั้นนี่ไข้ขึ้นสูงมากเลยนะคะ นักเรียนเคยวัดไข้หรือเปล่าค่ะ จำกันได้หรือเปล่าเอ่ยเมื่อตอนที่เราป่วยเป็นโรคไข้หวัด เราไข้ขึ้นสูงขนาดไหนเอ่ย ซึ่งในช่วงนั้นที่ป่วยรู้สึกวว่าไม่สบายตัวเลยล่ะค่ะ แล้วก็ทรมานมากเลยค่ะ จะห่มผ้าห่มก็ร้อน แต่จะไม่ห่มผ้าห่มก็หนาวค่ะ นอนหลับพักผ่อนไม่ได้เลยนะคะ ฉะนั้นแล้วนะคะ เดี๋ยวเรามาดูกันค่ะ ว่าครูบอสมีสถิติค่ะ ผู้เจ็บป่วยแล้วก็ผู้เสียชีวิตจากโรคไข้หวัดใหญ่มาให้ดูนะคะ เพื่อที่เราจะมาดูกันว่าโรคนี้นี่จะอันตรายขนาดไหนโดยอันนี้นะคะ เป็นสถิติค่ะ การเจ็บป่วยจากโรคไข้หวัดใหญ่นะคะ 5 ปีย้อนหลังไปเลย ตั้งแต่ 2560 ค่ะ เราจะเห็นได้ว่านะคะ เริ่ม 2560 นี่ มียอดผู้เจ็บป่วยนะคะ ถึง 200,882 คนค่ะ โดยประมาณนะคะ แล้วก็ยังมียอดผู้เสียชีวิตถึง 58 คนด้วยกัน เห็นไหมล่ะคะ ว่ามีผู้เสียชีวิตจากโรคนี้นี่หลายคนเลยล่ะค่ะ (ครูสุจิตรา) ปีถัดมานะคะ ปี 2561 นะคะ ก็มีผู้ป่วยนะคะ จากโรคไข้หวัดใหญ่นี้ 3,331 คนนั่นเอง นะคะ ก็ยังมีผู้เสียชีวิต จำนวน 33 คนค่ะ (ครูปฏิญญา) ต่อมานะคะ ในปี 2562 ค่ะ เป็นปีที่น่าตกใจมากค่ะนักเรียน ยอดผู้เจ็บป่วยจากผู้ติดโรคไข้หวัดใหญ่นะคะ 397,733 คน เห็นไหมล่ะคะ แล้วก็ยังมีผู้เสียชีวิตนี่ถึง 27 คน ด้วยกันค่ะ (ครูสุจิตรา) และต่อมาค่ะ ปี 2563 อันนี้นะคะ ผู้ป่วยนะคะ ก็จะมีจำนวนที่ลดน้อยลงมา เหลือประมาณนะคะ 120,873 คน แต่ก็ยังมีผู้เสียชีวิตอยู่นะคะ มีผู้เสียชีวิตนะคะ 4 คนด้วยกันนะคะ (ครูปฏิญญา) และต่อมานะคะ ในช่วงเดือนมกราคมถึงเดือนตุลาคม ปี 2564 ค่ะ ในปีนี้นี่ยอดผู้เจ็บป่วยนี่ลดลง อย่างเห็นได้ชัดเลยนะคะ นั่นก็คือเหลือประมาณ 9,143 คนนะคะ แต่ก็ดีมากเลยค่ะนักเรียน เพราะว่าไม่พบนะคะ ยอดผู้เสียชีวิตค่ะ ปัจจุบันก็มีการรณรงค์กันมากยิ่งขึ้นนะคะ หรือว่าประชาชนทุกคนนะคะ ฉีดวัคซีนป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่ค่ะ ก็จะสามารถป้องกันโรคนี้ได้พอสมควรเลยล่ะค่ะ ทีนี้นะคะ เราก็ได้เห็นแล้วนะคะ ว่าโรคไข้หวัดใหญ่นี่จริง ๆ แล้วนะคะ ก็มีโอกาสเกิดขึ้นกับทุกคน แล้วก็มีอันตรายนะคะ สามารถทำให้เสียชีวิตได้เลย ฉะนั้นแล้ว วันนี้ค่ะ นักเรียนโรคไข้หวัดใหญ่นี่มีสาเหตุมาจากอะไร จะสามารถติดต่อสู่กันได้อย่างไร หรือว่านะคะ ถ้าหากเราป่วยเป็นโรคนี้ เราจะมีอาการอย่างไร ดูแลตนเองอย่างไร และจะป้องกันตอนเองให้ห่างไกลจากโรคนี้ได้อย่างไรค่ะ โดยโรคไข้หวัดใหญ่นี้นะคะ เราไปดูพร้อมกันเลยค่ะ เริ่มจากสาเหตุของโรคไข้หวัดใหญ่ก่อนนะคะ สาเหตุของโรคไข้หวัดใหญ่ก่อนนะคะ เกิดจากซึ่งเจ้าเชื้อไวรัสนี้นะคะ ชื่อ Influenza ค่ะ เป็นการติดเชื้อไวรัสที่ระบบทางเดินหายใจแบบเฉียบพลันเลยล่ะค่ะ ซึ่งสาเหตุของโรคนะคะ หรือโรคติดต่อต่าง ๆ มีหลายสาเหตุ ไม่ว่าจะเป็นเชื้อไวรัสที่เกิดจากการติดเชื้อไวรัสค่ะ (ครูสุจิตรา) ค่ะ และต่อมานะคะ เชื้อไวรัสที่ทำให้เกิดไข้หวัดใหญ่นะคะ ก็จะมีหลายสายพันธุ์ ยกตัวอย่าง อย่างเช่น จะแบ่งออกเป็นทั้งหมดนะคะ 3 สายพันธุ์หลัก ๆ ก็คือ สายพันธุ์ A สายพันธุ์ B และสายพันธุ์ C อาจจะสงสัยว่าสายพันธุ์ ABC นี้ แตกต่างกันอย่างไร ซึ่งสายพันธุ์ A BD ก็จะมีความรุนแรงที่แตกต่างกันค่ะ โดยสายพันธุ์ A และสายพันธุ์ B มีอาการที่รุนแรงนะคะ ถ้าหากว่าเราติดเชื้อไวรัสสายพันธุ์ A และ B นี่ บางครั้งนะคะ ก็จะทำให้เสียชีวิตได้เลยนะคะ อันนี้นะคะ เชื้อจะไม่มีความรุนแรงมากค่ะ (ครูปฏิญญา) บางครั้งนะคะ บางคนอาจจะไม่เคยทราบว่าเราป่วยนะคะ หรือว่าติดเชื้อนะคะ เจ้าสายพันธุ์ C เพราะว่าบางครั้งนี่ ก็จะคล้ายคลึงกันกับเจ้าไข้หวัดธรรมดาค่ะ ทำให้เราไม่ไปพบคุณหมอนะคะ ทำให้เราไม่พบว่าทำให้ไม่สามารถรทราบได้ว่าเป็นสายพันธุ์ C และ B ก็จะมีอาการที่รุนแรงกว่า และปัจจุบันนะคะนักเรียน มีการนะคะ พัฒนาของสายพันธุ์มากยิ่งขึ้น บางครั้งนะคะ ก็พบเป็นโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่คะ บางครั้งนะคะ มีการระบาดนะคะ เจ้าโรคนี้นะคะ ก็จะมีจำนวนผู้ติดเชื้อนะคะ ผู้เสียชีวิตนี่ซึ่งการติดต่อของโรคนะคะ สามารถติดต่อได้โดยง่ายมากเลยคะ โรคนี้ค่ะ ติดต่อกันโดยการหายใจค่ะ เอาละอองน้ำมูก น้ำลาย แล้วก็เสมหะของผู้ป่วยเข้าไป มีการไอจาม บางครั้งนะคะ ถ้าไม่มีการปิดปาก หรือการป้องกัน แล้วก็เสมหะนี่ ฟุ้งกระจายอยู่ในอากาศค่ะ เมื่อผู้อื่นมาหายใจเข้าไปก็สามารถรับละอองฝอยนี้เข้าไป ก็ทำให้ติดโรคไข้หวัดใหญ่ได้ค่ะ (ครูสุจิตรา) การติดต่อต่อมานั่นก็คือ การสัมผัสนะคะ หรือว่าการใช้สิ่งของเครื่องใช้ต่าง ๆ ร่วมกับผู้ป่วยนั่นเอง ของใช้ส่วนตัวนะคะ ยกตัวอย่างเช่น ผ้าเช็ดหน้า แก้วน้ำ ขวดน้ำเหล่านี้ ถ้าหากเราใช้ร่วมกันผู้ป่วยนี่ บางครั้งอาจจะมีน้ำมูกต่าง ๆ นะคะ หรือว่าน้ำมูกต่าง ๆ นะคะ ที่ติดอยู่กับสิ่งเหล่านั้นเมื่อเรานำไปใช้นะคะ ก็สามารถติดเชื้อไข้หวัดใหญ่เข้าไปได้เหมือนกันค่ะ (ครูปฏิญญา) ใช่แล้วล่ะค่ะ การที่ผู้ป่วยมีการไอจามนะคะ และเราเอาเสมหะไปติดตามข้าวของเครื่องใช้นะคะ หรือว่าของใช้ที่ตามสาธารณะค่ะ ถ้าหากเราบังเอิญไปสัมผัสนะคะ ก็สามารถติดเชื้อได้เช่นกันค่ะ และต่อมานะคะ เราจะมาดูกันค่ะ ว่าอาการของโรคไข้หวัดใหญ่ถ้าหากเราป่วยเป็นโรคนี้นี่มีอาการอะไรบ้าง ซึ่งวันนี้ครูบอสนะคะ มีการาเปรียบเทียบให้นักเรียนเห็นชัดขระหว่างโรคไข้หวัดธรรมดากับโรคไข้หวัดใหญ่ ว่ามีความแตกต่างกันอย่างไรบ้างค่ะ (ครูสุจิตรา) มาเริ่มกันที่ไข้หวัดธรรมดากันก่อนนะคะ จะไม่มีไข้นะคะ หรือว่ามีไข้ต่ำนั่นเองติดต่อกันเป็นระยะเวลา 1-2 วัน อาการก็จะค่อนเป็นค่อยไปค่ะ (ครูปฏิญญา) ซึ่งก็จะแตกต่างกันกับไข้หวัดใหญ่ค่ะ เพราะถ้าหากเราป่วยเป็นไข้หวัดใหญ่นี่ จะขึ้นสูงเฉียบพลันเจ้าไข้หวัดธรรมดานี่ไข่จะสูงขึ้นเรื่อย ๆ แต่ไข้หวัดใหญ่นี่ก็จะมีไข้ขึ้นที่สูงมากเลยนะคะ แล้วไข้นะคะ จะมีไข้ติดต่อกัน 3-4 วันขึ้นไปเลยค่ะ บางคนนี่มีไข้เป็นสัปดาห์เลยนะคะ และรวมไปถึงอาจจะมีอาการหนาวสั่นร่วมด้วยค่ะ (ครูสุจิตรา) ค่ะ อาการต่อมานะคะ ในของไข้หวัดธรรมดา ก็คืออาจจะมีอาการนะคะ ปวดศรษะเล็กน้อยก็อาจจะไม่มีอาการปวดศีรษะเลยค่ะ แต่กับไข้หวัดใหญ่ ไข้หวัดธรรมดาอาจจะไม่ปวดศีรษะแต่ว่าไข้หวัดใหญ่นี่ จะรู้สึกปวดศีรษะมากกว่าปกติเลยล่ะค่ะ บางคนอาจจะปวดศีรษะมาก ๆ เลยนะคะ (ครูสุจิตรา) ค่ะ และต่อมานะคะ นอกจากนี้นะคะ ไข้หวัดธรรมดานะคะ ก็อาจจะปวดเมื่อยตามร่างกายเล็ก ๆ น้อย ๆ ค่ะ (ครูปฏิญญา) แล้วก็แตกต่างเช่นกันค่ะ กับไข้หวัดใหญ่ป่วยเป็นไข้หวัดใหญ่นะคะ ก็จะมีการปวดที่รุนแรงมากเลยล่ะค่ะ ก็จะมีอาการอ่อนเพลียแล้วก็ปวดเมื่อยตามร่างกายมากเลยค่ะ ปวดเมื่อยตามกระดูกและข้อ ซึ่งก็จะรู้สึกปวดมากเป็นพิเศษ (ครูสุจิตรา) ซึ่งลักษณะอาการต่อมานะคะ เริ่มที่ไข้หวัดธรรมดาก่อนนะคะ ก็จะมีอาการไอไม่มากนะคะ ก็จะมีอาการไอแห้งนั่นเอง (ครูปฏิญญา) บางคนนี่อาจจะไม่ได้มีอาการเลยนะคะ (ครูสุจิตรา) ใช่ค่ะ (ครูปฏิญญา) หรือบางครั้งนี่ อาการก็จะแตกต่างกันเลยค่ะ ถ้าหากป่วยเป็นไข้หวัดใหญ่นะคะ ก็จะไอเลยล่ะค่ะ และก็จะมีอาการไอที่มีเสมหะค่ะ ที่เหนียวข้นเลยล่ะค่ะ ทีนี้ก็จะแสดงให้เราเห็นนะคะ ว่า แตกต่างกันชัดเจนเลบยไว้หวัดธรรมดาไอไม่มาก ไอแห้ง แต่ถ้าไข้หวัดใหญ่จะไอบ่อยแล้วก็มีเสมหะค่ะ นะคะ ในส่วนของไข้หวัดธรรมดานะคะ อาจจะมีน้ำมูกใสนะคะ เหลว หรืออาจจะไม่มีเลยในบางคน (ครูปฏิญญา) ซึ่งอาการนี้นะคะ จะทำให้เราสังเกตเห็นได้ชัดเจนเลยล่ะค่ะ ระหว่างไข้หวัด ธรรมดากับไข้หวัดใหญ่ ถ้าหากไข้หวัดธรรมดและเหลว หรือว่าบางครั้งอาจจะไม่มี แต่ถ้าหากเป็นไข้หวัดใหญ่ น้ำมูกนี่จะข้น แล้วก็เหนียวเลยฃ่ะค่ะ แล้วก็จะเห็นได้ชัดเลยนะคะ ว่าแตกต่างกันค่ะ (ครูสุจิตรา) และต่อมานะคะ บางคนนะคะ ก็อาจจะมีอาการเจ็บคอได้บ่อยนะคะ ในช่วงแรก ๆ อาจจะมีอาการไอ ไอแห้งนั่นเอง อาจจะสามารถทำให้เจ็บคอในช่วงแรกค่ะ (ครูสุจิตรา) ซึ่งก็แตกต่างกับไข้หวัดใหญ่ค่ะ เพราะอาการในไข้หวัดใหญ่ค่ะ อาจจะไม่พบอาการเจ็บคอเลยค่ะ หรือว่าพบได้น้อยมากเลยค่ะ แล้วต่อมากนะคะ ทีนี้ค่ะ เมื่อเราได้รู้แล้วนะคะ ว่าอาการของโรคไข้หวัดใหญ่นี่ ถ้าหากเราป่วยเป็นไข้หวัดใหญ่ค่ะ ก็จะแตกต่างกับไข้หวัดธรรมดาได้อย่างไร ทีนี้ ถ้าหากเราทราบแล้ว ว่าเราป่วยเป็นโรคไข้หวัดใหญ่ เราจะสามารถดูแลตัวเองเบื้อต้นได้อย่างไรค่ะ โดยนะคะ การที่เราดูแลตนเอง เมื่อป่วยเป็นโรคไข้หวัดใหญ่ค่ะ อย่างแรกเลยนะคะ นั่นก็คือควรที่จะรับประทานอาหารอ่อน ๆ ค่ะ หมายถึงอาหารที่มีรสชาติไม่จัดนะคะ เป็นอาหารที่รับประทานง่ายนะคะ ย่อยง่าย ที่อ่อน ๆ นะคะ รวมไปถึงนะคะ รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ค่ะ ซึ่งนักเรียนได้เรียนรู้กับไปแล้วว่าอาหารที่มีประโยชน์นี่ จะหมายถึงอย่าไม่ว่าจะเป็นรับประทานอาหารที่ครบ 5 หมู่ หลากหลายนะคะ และก็ไม่รับประทานอาหารที่มีรสจัดจนเกินไป รับประทานอาหารที่ปรุงสุกใหม่นั่นเองค่ะ รวมไปถึงอีก 1 ข้อที่สำคัญเลย คือดื่มน้ำให้เพียงพอค่ะ เพราะการดื่มน้ำจะเป็นอีกหนึ่งวิธีในการดูแลสุขภาพนะคะ แล้วก็จะช่วยในเรื่องของอาการป่วยนี้ได้ด้วยค่ะ (ครูสุจิตรา) ค่ะ และการดูแลรักาาตนเองนะคะ ข้อต่อมานะคะ การรับประทานยานะคะ ตามอาการ หรือตามที่คุณหมอสั่งนั่นเองโดยหากว่าเรานะคะ มีอาการต่าง ๆ นะคะ เราสามารถทานยาตามอาการนั้น ๆ ได้เลย ยกตัวอย่างเช่น นักเรียนนะคะ มีอาการปวดศีรษะนะคะ ก็สามารถทานพาราเซ็ตตามอลได้ อาการเจ็บคอเล็ก ๆ น้อย ๆ นะคะ ก็สามารถทานยาแก้เจ็บคอได้ค่ะ (ครูปฏิญญา) ซึ่งนะคะ ถ้าเราไปพบหมอหรือว่าพบแพทย์แล้วนะคะ แพทย์ก็จะให้ยารักษามานะคะ เราก็ควรจะปฏิบัติตามคำสั่งของแพทย์อย่างเคร่งครัดเลยนะคะ โดยเฉพาะนะคะ ยาบางชนิดนี่ จำเป็นจะต้องรับประทานให้ตรงเวลา และก็รับประทานให้หมดนะคะ บางคนสังเกตค่ะ เวลาที่คุณหมอนะคะ เขาให้ยามาแล้ว พออาการหายแล้วค่ะ ก็ไม่รับประทานยาจนครบ แบบนี้ไม่ได้เลยนะคะ อาจจะทำให้เกิดอาการดื้อยาได้ค่ะ หรือว่าแพทย์เขาให้คำสั่งมาเราควรปฏิบัติตนอย่างไร ควรรับประทานยาอย่างไร ควรปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัดนะคะ แล้ววิธีดูแลตนเองต่อมาค่ะ นั่นก็คือนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอนั่นเองค่ะ เพราะการนอนหลับพักผ่อนนะคะ การนะคะ ที่ทำให้ร่างกายนะคะ ได้ฟื้นฟูค่ะ ร่างกายจากอาการเจ็บป่วยนะคะ ทำให้ร่างกายของเราดีขึ้น และถ้าหากนะคะ อุณภูมิสูงขึ้นนี่ก็ให้นำผ้าชุบน้ำเช็ดตามร่างกายค่ะ ควรใช้เป็นน้ำอุณหภูมิห้องก็พอนะคะ ไม่จำเป็นนะคะ อุณหภูมิร่างกายสูง ต้องเอาน้ำเย็นจัด ๆ มาเช็ดตัว ก็ให้เช็ดนะคะ ด้วยน้ำอุณหภูมิปกติ อุณหภูมิห้องนะคะ ก็จะทำให้ไข้นะคะ ลดลงได้ค่ะ (ครูสุจิตรา) ต่อมานะคะ นั่นก็คืแการหลีกเลี่ยงนะคะ การไปในที่ชุมชนนะคะ เพื่อลดการแพร่กระจายของเชื้อนั่นเอง การที่ตัวเราเองนี่มีอาการเป็นไข้หวัดนี่ควรไม่ไปตามสถานที่นะคะ ที่มีผู้คนเยอะ ๆ นั่นเอง เพราะว่าบางครั้งนะคะ เราอาจจะไปแพร่เชื้อได้หรือว่าหากว่านักเรียนหลีกเลี่ยงไม่ได้จริง ๆ จำเป็นต้องออกไปพบปะกับผู้คนจริง ๆ ควรมีอุปกรณ์ป้องกันนะคะ ยกตัวอย่าง อย่างเช่น การสวมแมสก์ หรือว่าหน้ากากอนามัยค่ะ (ครูปฏิญญา) ใช่แล้วค่ะ อย่างที่เรารู้การติดต่อของโรคนี้ ติดต่อกันได้ง่ายเลยของน้ำลาย เสมหะ น้ำมูกของผู้ป่วยนะคะ ที่มีการไอ จามออกมา ฉะนั้นแล้วนี่ การสวมอนามัยนะคะ ก็จะเป็นการป้องกันการแพร่กระจายแล้วก็ป้องกันไม่ให้ตัวเรานะคะ ไม่รับเชื้อจากผู้อื่นนั่นเองค่ะ และต่อมานะคะ ที่เราบอกไปเมื่อสักครู่นะคะ ควรสวมหน้ากากอนามัย และก็ปิดปาก ปิดจมูกทุกครั้งที่มีการไอหรือจามค่ะ เพราะทุกครั้งที่เรามีการไอหรือจามนะคะ การที่เรามีการไอหรือจามนะคะ เสหะหรือสารคัดหลั่งของเรานะคะ สามารถแพร่กระจายไปนะคะ ได้ระยะไกลมากเลยบางครั้งนะคะ ไกลถึง 1 ถึง 2 เมตรเลย เราจึงควรปิดปากปิดจมูกทุกครั้งนะคะ เวลาไอหรือจาม เพื่อไม่ให้เชื้อโรคจากตัวเรา แพร่กระจายไปยังผู้อื่น รวมไปถึงนะคะ ไม่ให้เชื้อโรคนะคะ แพร่กระจายไปตามสิ่งของสาธารณะ ถ้าหากผู้อื่นก็อาจจะติดเชื้อได้เช่นกันค่ะ (ครูสุจิตรา) ค่ะ และต่อมานะคะ เราได้รู้ถึงวิธีการดูแลตัวเองไปแล้ว ทีนี้ค่ะ เดี๋ยวเรามาดูนะคะ ว่า เราจะป้องกันตนเองจากโรคไข้หวัดใหญ่อย่างไรได้บ้างคะ นักเรียนคะ นักเรียนจะมีวิธีการป้องกันตนเองจากโรคไข้หวัดใหญ่ได้อย่างไรบ้างค่ะ (ครูปฏิญญา) ตอบคุณครูปลายทางได้เลยนะคะ เมื่อสักครู่นี่ โรคนี้เกิดจากอะไรมีสาเหตุอย่างไร ติดต่อกันด้วยวิธีใดบ้าง ฉะนั้นแล้วนะคะ เราจะมีวิธีป้องกันตนเองใหให้ปลอดภัยได้อย่างไรคะ ตอบคุณครูปลายทางได้เลยค่ะ (ครูสุจิตรา) และคุณครุบอสล่ะคะ คุณครูบอสมีวิธีการป้องกันตนเองจากโรคไข้หวัดใหญ่ได้อย่างไรบ้างคะครูซากิ นั่นก็คือถ้าหากไปตามที่ชุมชนนะคะ ครูบอสคิดว่าวิธีการที่ดีมาก ๆ เลยคือ สวมใส่หน้ากากอนามัยค่ะ เพราะเราไม่ทราบเลยว่าคนในชุมชนนี่ มีใครป่วยหรือไม่ ไม่ว่าจะเป็นไข้หวัดธรรมดา เราก็คงไม่อยากป่วยตามไปด้วยใช่ไหมคะ ฉะนั้นแล้ว ถ้าหากเราไปที่ชุมชน ก็ควรป้องกันตนเองดีที่สุดค่ะ (ครูสุจิตรา) แล้วก็อย่าลืมหมั่นล้างมือบ่อย ๆ ด้วยนะคะ การที่เราสัมผัสสิ่งของที่เป็นสาธารณะใช่ไหมล่ะค่ะ เพราะฉะนั้น การล้างมือบ่อย ๆ ช่วยทำให้นะคะ มือของเราปราศจากเชื้อโรคได้นั่นเอง (ครูปฏิญญา) เดี๋ยวเรามาดูกันเลยดีกว่า เรื่องเลยดีกว่าค่ะ เรามีวิธีใดบ้างนะคะ ให้ปลอดภัยจากโรคไข้หวัดใหญ่ นอกเหนือจากวิธีที่ครูบอสและครูซากิแนะนำไปนั่นเองค่ะ เริ่มด้วยวิธีแรกเลยนะคะ สำคัญมากเลยนะคะ นั่นก็คือถ้าหากเราทราบแล้วนะคะ ใครที่ป่วยเป็นโรคไข้หวัดใหญ่ เราก็ไม่ควรที่จะเข้าไปอยู่ใกล้ชิดนะคะ หรือว่าคลุกคลีกับผู้ป่วยนั่นเองเพราะว่าจะทำให้หลีกเลี่ยงได้ยากมากเลยนะคะ และก็มีละอองเสมหะนี่ หรือว่าเราไปสัมผัสโดนได้ ฉะนั้น เราทราบแล้วว่าใครป่วย เราก็ควรไม่ไปอยู่ใกล้ หรือว่าคลุกคลีนั่นเองค่ะ (ครูสุจิตรา) ค่ะ และวิธีต่อมานะคะ การไม่ใช้สิ่งของที่เป็นของส่วนตัวร่วมกันอย่างที่บอกไปเลยนะคะ ว่าของให้ส่วนตัวต่าง ๆ ยกตัวอย่างเช่น ผ้าเช็ดหน้า ขวดน้ำ แก้วนนำมาใช้ร่วมกันเด็ดขาดเลย เพราะว่าบางครั้งจะมีละอองน้ำลาย หรือละอองเสมหะนี่ติดอยู่นะคะ ถ้าหากว่ามีผู้อื่นนำไปใช้ แน่นอนว่าเขาต้องเอาตรงนี้ไปได้ด้วย (ครูปฏิญญา) ใช่แล้วค่ะ ครูบอสพบเห็นนักเรียนที่น่ารักหลาย ๆ คนนะคะ ให้เพื่อนนะคะ ยืมดื่มน้ำของตนเองค่ะ หรือว่าเรียกว่า "ดื่มน้ำขวดเดียวกัน" นั่นเอง แบบนี้ทำได้ไหมคะ นักเรียน ใช่แล้วล่ะค่ะ ทำไม่ได้เลยนะคะ เพราะบางครั้งนี่ป่วยเป็นโรคนี่ค่ะ บางคนแสดงอาการไม่ชัดเจน หรือว่าเรานะคะ ก็ไม่ได้ทราบนะคะ ว่าเพื่อนป่วยหรือไม่ ถ้าหากดื่มน้ำร่วมกันนี่ ก็อาจจะติดโรคได้เลยแล้วนอกเหนือจากโรคไข้หวัดใหญ่นะคะ ก็ทำให้เกิดโรคอื่น ๆ อีกมากมายเลยนะคะ การป้องกันที่ดีนั่นก็คือการไม่ใช้ของส่วนตัวร่วมกัน หรือว่าไม่รับประทาน อาหาร ดื่มน้ำร่วมกันด้วยนั่นเองค่ะ แล้วต่อมาเลยนะคะ ที่บอกไปเมื่อสักครู่นี้ค่ะ ไม่รับประทานอาหารร่วมกัน แต่ไม่ได้หมายความว่าเราไม่สามารถรับประทานนะคะ หรือว่านั่งรับประทานร่วมกับเพื่อนหรือคนในครอบครัวได้ แต่หมายถึงนะคะ เราควรแยกสำรับอาหารนะคะ เป็นส่วนตัวค่ะ ไม่ควรนำมารับประทานร่วมกัน เพราะบางครั้ง ถึงแม้ว่าจะมีการใช้ช้อนกลาง ก็อาจจะทำให้เชื้อโรคนะคะ ติดเชื้อลงไปในอาหารได้ ฉะนั้นแล้ว ทางที่ดีที่สุด แยกสำรับอาหารเป็นส่วนตัวนะคะ ไม่นำมารับประทานร่วมกันค่ะ (ครูสุจิตรา) ค่ะ และต่อมานะคะ นั่นก็คือการหมั่นรักษาความสะอาดตนเองอยู่ เสมอเลย ยกตัวอย่าง เด็ก ๆ นะคะ ก็ได้เรียนรู้กันไปแล้วนะคะ ว่าการล้างมือมีทั้งหมดกี่ขั้นตอนด้วยกัน ก็คือ มีทั้งหมด 7 ขั้นตอนด้วยกันดังนั้นแล้ว เราสามารถนำขั้นตอนนี้ไปใช้ล้างมือได้ ดังนั้น ในการล้างมือได้ นอกจากการล้างมือแล้วค่ะ เด็ก ๆ การดูแลรักษาความสะอาดนะคะ ร่างกายของเรา เรื่องที่สำคัญเลย รวมไปถึงนะคะ เสื้อผ้าหรือว่าอุปกรณ์ต่าง ๆ ที่เป็นของใช้ส่วนตัว เราควรที่จะทำความสะอาดนะคะ เพื่อที่จะทำให้ตัวเราเองป้องกันนะคะ อันตรายจากเชื้อโรคต่าง ๆ นะคะ (ครูปฏิญญา) ใช่แล้วล่ะค่ะ บางครั้งนะคะ เราไปในที่ชุมชนพบปะผู้คนมากมายนะคะ ถ้าหากเรากลับมาถึงบ้านแล้ว เราควรที่จะอาบน้ำ ชำระร่างกาย ป้องกันตนเองจากเชื้อโรคต่าง ๆ รวมไปถึงควรล้างมืออย่างที่ครูซากิบอกก็สำคัญ ถ้าหากเราจะรับประทานอาหาร อันนี้สำคัญมากเลยนะคะ หลาย ๆ คนชอบใช้ความเคยชินค่ะ หยิบอาหารหรือขนมนะคะ เข้าปากโดยที่ยังไม่ได้ล้างมือ แบบนี้นะคะนักเรียน นอกจากเชื้อโรคที่เราไปสัมผัสมาแล้วนะคะ ถ้าหากเราไม่ได้รักษาความสะอาดภายในเล็บของเรา ก็อาจจะมีเชื้อโรค หรือว่าขี้เล็บติดตามซอกเล็บทีนี้นอกจากโรคไข้หวัดใหญ่แล้ว ก็ทำให้เราป่วยเป็นโรคอื่น ๆ ได้จากเชื้อโรคที่อยู่ภายในเล็บของเรา (ครูสุจิตรา) ใช่แล้วล่ะค่ะ นอกจากนะคะ ที่เราจะรับประทานอาการ ควรที่จะล้างมือใช่ไหมคะ ทำธุระส่วนตัวในห้องน้ำ เมื่อทำธุระเสร็จเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เราก็ควรที่จะล้างมือ (ครูปฏิญญา) เห็นไหมล่ะคะ การล้างมือทำได้ไม่ยากเลยนะคะ เราก็สามารถทำได้บ่อยครั้งเลยล่ะค่ะ แล้วต่อมายังไม่หมดเพียงเท่านี้ค่ะ วิธีการป้องกันตนเอง ยังรวมไปถึง หลีกเลี่ยงการอยู่ในที่แออัดหรือว่าถ้าหากจำเป็นจริง ๆ นะคะ ก็ควรสวมใส่หน้ากากอนามัยค่ะ อย่างที่เคยบอกไป เราไม่ทราบว่าใครจะใครบ้างที่เขาจะป่วย ดังนั้นวิธีนี้ก็เป็นอีกหนึ่งวิธีที่สำคัญค่ะ (ครูสุจิตรา) ค่ะ และต่อมานะคะ รักษาสุขภาพตนเองนะคะ ให้แข็งแรงอยูเสมอนั่นเอง การรักษาสุขนั่นก็คือรวมไปถึงการออกกำลังกาย และการรับประทานอาหารนั่นเองหมั่นดูแลรักษาสุขภายร่างกายของเราอย่างสม่ำเสมอ แน่นอนว่า เราก็จะห่างไกลจากเชื้อไวรัสต่าง ๆ และรวมไปถึงโรคต่าง ๆ ด้วยค่ะ (ครูปฏิญญา) เพราะการที่ร่างกายของเราแข็งแรงก็เป็นภูมิคุ้มกันที่ดีที่สุดนั่นเองค่ะ เมื่อเราร่างกายแข็งแรงเราก็จะเจ็บป่วยได้ยากนั่นเองนะคะนักเรียน และต่อมาค่ะ ข้อนี้สำคัญเลยค่ะ มีการรณรงค์ทุกครั้ง เรื่อง การฉีดวัคซีนป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่ค่ะ โดยนะคะ เราก็จะมีวัคซีนสำหรับป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่นะคะ แต่หลาย ๆ คน บางคนอาจจะยังไม่ทราบวัคซีนนี้นะคะ ก็ต้องฉีดเป็นประจำทุกปี ปี ละ 1 ครั้งนั่นเองค่ะ แล้วเมื่อครบ 1 ปี ก็จะฉีดอีกครั้งหนึ่ง ก็จะเป็นการป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่ได้ดีอีก 1 วิธีค่ะ ทีนี้นะคะ เราได้ทราบกันไปแล้วนะคะ ว่าโรคไข้หวัดใหญ่ไข้หวัดไข้นี่มีสาเหตุมาจากอะไร ติดต่อได้อย่างไร ดูแลคนเองอย่างไร แล้วก็จะป้องกันได้อย่างไร วันนี้ค่ะ กิจกรรมที่จะทำกัน คือ ใบงานที่ 2 เรื่อง โรคไข้หวัดใหญ่ค่ะ โดยใบงานนี้นะคะ ก็จะให้นักเรียนนะคะ ตอบคำถามที่กำหนดให้นั่นเองค่ะ (ครูสุจิตรา) ค่ะ โดยนักเรียนนะคะ ก็สามารถตอบคำถามนะคะ ลงในใบงานนี้ได้เลยนะคะ มีทั้งหมด 3 ข้อด้วยกันใช่ไหมคะ ครูบอส (ครูปฏิญญา) อย่างเช่นนะคะ ในข้อที่ 1 ค่ะ เขาก็จะถามว่านักเรียนคิดว่าโรคไข้หวัดใหญ่นี้อันตรายเพียงใดโดยนักเรียนสามารถระบายสีลงไปในดาว ตามระดับความรุนแรงในความคิดของนักเรียนคิดว่าอันตรายน้อย ก็อาจจะระบายดาวตามจพนวนที่นักเรียนคิดว่าอันตราย อันตรายมากก็ระบายจำนวนเยอะขึ้นนะคะ ตามดาวได้เลยค่ะ (ครูสุจิตรา) ค่ะ ในส่วนข้อที่ 2 นะคะ การติดโรคไข้หวัดใหญ่นะคะ นักเรียนจะมีวิธีการดูแลตนเองเบื้องต้นอย่างไรบ้าง นักเรียนสามารถเขียนบรรยายหรือว่าเขียนเป็นข้อ ๆ ได้เลยค่ะ (ครูปฏิญญา) และข้อสุดท้ายนะคะ นักเรียนจะปฏิบัติตนเองไร ในการป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่นี่นะคะ ก็จะให้นักเรียนนะคะ ตอบคำถามที่กำหนดให้ทั้ง 3 ข้อ (ครูสุจิตรา) ใช่แล้วล่ะค่ะ คุณครูปลายทางค่ะ ก็สามารถดาวน์โหลดได้ที่ www.dltv.ac.th ค่ะ (ครูปฏิญญา) และกิจกรรมประจำวันนี้นะคะ ก็จะให้นักเรียนทำใบงานที่ 2 เรื่อง โรคไข้หวัดใหญ่นั่นเองค่ะ (ครูสุจิตรา) ค่ะ ในส่วนของครูปลายทางนะคะ ให้ครูปลายทางอธิบายขั้นตอนในการทำกิจกรรมอย่างละเอียด แล้วก็ให้คำแนะนำนะคะ หรือว่าควบคุมนักเรียนระหว่างที่นักเรียนทำกิจกรรมค่ะ พร้อมแล้วเดี๋ยวครูบอสและครูซากิให้เวลาในการทำกิจกรรมนะคะ และเดี๋ยวเรามาสรุปบทเรียนพร้อมกันค่ะ [เสียงดนตรี] (ครูปฏิญญา) หมดเวลาแล้วนะคะ นักเรียน เป็นอย่างไรบ้างค่ะ ทำกันได้บ้างหรือเปล่าเอ่ย เรียกวิธีการปฏิบัติตนที่ถูกต้องหรือไม่คะ คุณครูปลายทางอย่าลืมตรวจสอบ และเพิ่มเติมสำหรับบางคนที่ยังปฏิบัติไม่ถูกต้องด้วยนะคะ และเดี๋ยวในวันนี้ค่ะ เรามาสรุปบทเรียนไปพร้อมกันเลยค่ะ ในวันนี้นะคะ เราก็เรียนกันในเรื่องของไข้หวัดใหญ่ค่ะ ซึ่งก็เป็นโรคที่หลาย ๆ คนนะคะ พบได้บ่อยบางคนอาจจะเคยเจ็บป่วยจากโรคนี้แล้ว และในวันนี้นะคะ เราก็ได้รู้กันไปแล้วค่ะ ว่าสาเหตุของโรคก็เกิดจากการติดเชื้อไว้รัส ที่เรียกว่าอิฟูลเอนซาซึ่งเชื้อไวรัสก็พบได้บ่อยค่ะ หลากหลายสายพันธุ์เลยค่ะ แต่สายพันธุ์ที่พบบ่อย ๆ ก็จะเป็นสายพันธุ์ A และก็สายพันธุ์ B ค่ะ และก็จะมีอีก 1 สายพันธุ์ ก็คือสายพันธุ์ C ซึ่งบางคนอาจจะไม่ได้ทราบว่าเราเป็นสายพันไม่ได้หนักมากนั่นเองค่ะ และหลัง ๆ นะคะ ก็ได้พบเชื้อนะคะ เป็นเชื้อไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ที่ก็จะมีการเจ็บป่วยที่รุนแรงขึ้นมากกว่าปกตินั่นเองค่ะ นอกจากนี้ เราก็จะได้เรียนรู้การติดต่อนะคะ ซึ่งการติดต่อนะคะ ก็ติดต่อกันได้ง่าย ๆ มากเลย ถ้าหากตัวเราเองอยู่ใกล้ชิดกับผู้ป่วยหรือว่าคลุกคลีกับผู้ป่วยนะคะ การใช้สิ่งของต่าง ๆ ร่วมกัน เป็นสิ่งที่ใช้ส่วนตัวนะคะ อย่างเช่น ผ้าเช็ดหน้า อาจจะมีการสัมผัสโดนเชื้อเข้าสู่ร่างกายได้ เพราะว่าการติดต่อโรคนี้นี่ ก็ผ่านละอองฝอยนะคะ ก็คือไอจาม ไปนั่นเอง การคลุกคลีกับผู้ป่วยอาจจะทำให้เราติดเชื้อได้ง่ายด้วยล่ะค่ะ และต่อมานั่นก็คืออาการของโรค ซึ่งวันนี้เราก็ได้ดูไปแล้ว อาการของโรคไข้หวัดธรรมดา หรือว่าโรคไข้หวัดใหญ่นะคะ แตกต่างกันอย่างไรระหว่าง 2 โรคนี้ เพราะบางคนนะคะ ไม่ได้ไปพบคุณหมอ พบแพทย์ เพียงเพราะแค่คิดว่าเราเป็นแค่ไข้หวัดธรรมดาแต่จริง ๆ แล้วนะคะ ถ้าหากเราสังเกตอาการดี ๆ ก็มีความแตกต่างกันอยู่ค่ะ ถ้าเราพบว่าเรามีอาการคล้ายคลึงกับโรคไข้หวัดใหญ่ เราควรไปพบแพทย์ เพื่อที่คุณหมอจะได้ดูแล หรือว่าตรวจสอบอาการแล้วก็ให้ยานะคะ ในการรักษาต่อมานั่นเองค่ะ ต่อมานะคะ นั่นก็คือการวิธีรักษาตนเองนะคะ แล้วก็การป้องกันนั่นเอง ถ้าเรารู้นะคะ ว่าเราป่วยนะคะ เป็นโรคไข้หวัดใหญ่นี่ เราจะได้ดูแลรักษาตนเองแล้วนะคะ ว่าเราควรจะทำอย่างไรบ้างนะคะ ทั้งในเรื่องของอาหารการกินต่าง ๆ ก็ควรที่จะทานอาหาอ่อน ๆ นะคะ ควรที่จะดูแลตนเองพักผ่อนให้เพียงพอนะคะ แล้วที่สำคัญเลยนะคะ นั่นก็คือการรับประทานยาตามที่แพทย์แนะนำนั่นเองนะคะ เราก็ต้องทำอย่างเคร่งครัดเลยนะคะ อย่างที่ครูบอสบอกไปเด็ก ๆ หลาย ๆ คนนะคะ ถ้าหากรับประทานยาไปแล้วนะคะ หายแล้ว แต่ว่ายังมียาเหลืออยู่ อย่างนี้อันตรายนะคะ ควรที่จะรับประทานยานะคะ ให้ครบตามที่แพทย์สั่งนั่นเอง รวมไปถึงการป้องกันตนเองนะคะ ไม่ให้ติดเชื้อเราสามารถทำอย่างไรได้บ้าง ง่าย ๆ เลยนะคะ การดูแลรักษาสุขภาพตนเองนะคะ ให้แข็งแรงอยู่เสมอ พร้อมทั้งการป้องกันตนเอง เวลาเราออกไปที่อื่นนี่เราก็ต้องมีการสวมหน้ากากอนามัยและรวมไปถึงนะคะ การล้างมือด้วย (ครูปฏิญญา) ใช่แล้วล่ะค่ะ ไม่ว่าจะเป็นการดูแลสุขภาพ ไม่ว่าจะเป็นสุขภาพกายและสุขภาพจิต และที่สำคัญความสะอาดนั่นเองค่ะ ถ้าหากเรานะคะ หมั่นดูแลตนเองและรักษาความสะอาด เราก็จะสามารถปลอดภัยจากโรคไข้หวัดใหญ่ได้ค่ะ ในสัปดาห์หน้านะคะ เราจะกลับมาพบกัน ในเรื่องของ โรคไข้เลือดออก และโรคลมพิษค่ะ โรคเหล่านี้เราพบได้บ่อยเลยในชีวิตประจำวัน (ครูสุจิตรา) ค่ะ และสิ่งที่คุณครูปลายทางและนักเรียนปลายทางจะต้องเตรียม ที่ 3 เรื่องโรคไข้เลือดออกและโรคลมพิษค่ะ โดยใบงานนี้นะคะ คุณครูปลายทางสามารถดาวน์โหลดได้ที่ www.dltv.ac.th ค่ะ .th ค่ะ (ครูปฏิญญา) และสำหรับวันนี้ค่ะ ครูบอสและครูซากินะคะ ก็ขอลากันไปเพียงเท่านี้และเดี๋ยวเรากลับมาพบกันใหม่ในสัปดาห์หน้า สำหรับวันนี้สวัสดีค่ะ [บ๊ายบาย] [เสียงดนตรี]