--- title: ฝึกแบ่งพิมพ์+PE (DLTV สุขศึกษา ป.5 หน่วยที่ 4) ๓ โรคไข้เลือดออกและโรคลมพิษ 4 มี.ค 65 (มีใบงาน) subtitle: date: วันพุธที่ 2 พฤษจิกายน 2565 เวลา 09.00 น. --- (ข้อความสดจากระบบถอดความเสียงพูดทางไกล) [เสียงดนตรี] (ครูปฏิญญา) สวัสดีคุณครูปลายทางและนักเรียนปลายทางยินดีต้อนรับเข้าสู่รายวิชาสุขศึกษา ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ค่ะพบกับคุณครูปฏิญญา ประจันบาน หรือว่าคุณครูบอสค่ะ และ (ครูสุจิตรา) คุณครูสุจริตรา บุญธรรมหรือคุณครูซากิค่ะ (ครูปฏิญญา) วันนี้นะคะครูซากิ เรายังอยู่ในเรืองของโรค (ครูสุจิตรา) ค่ะ (ครูปฏิญญา) เป็นในเรื่องของโรคไข้และโรคลมพิษค่ะ วันนี้ค่ะ เราจะเรียนกัน 2 โรคด้วยกันเลยนะคะ ก่อนอื่นเลยเรามาทราบจุดประสงค์ในวันนี้ก่อนค่ะ โดยจุดประสงค์การเรียนรู้ข้อที่ 1 นะคะ นักเรียนจะต้องสามารถวิเคราะห์สาเหตุเป็นโรคไข้เลือดออกและโรคลมพิษได้ค่ะ (ครูสุจิตรา) ในข้อที่ 2 นักเรียนจะทราบข้อปฏิบัติตนเพื่อป้องกัไข้เลือดออกและโรคลมพิษได้ค่ะ (ครูปฏิญญา) ในข้อที่ 3 นะคะ นักเรียนจะเห็นประโยชน์ของการปฏิเพื่อป้องกันโรคไข้เลือดออกและโรคลมพิษค่ะ เอ๊ะ อยู่ตรงไหนนะ ต้องอยู่แถวโพรงหญ่านี้หรือเปล่า มีหรือเปล่านะ ไหนนะอยู่ตรงไหน หาไม่เจอหาไม่เจอเลยนี่ (ครูสุจิตรา) ครูบอสทำอะไรอยู่คะนี่ หาอะไรอยู่คะ (ครูปฏิญญา) กำลังหาแหล่งน้ำที่เป็นนอง ๆ ค่ะครูซ่น่าจะมียุงตรงนี้มาวางไข่แน่เลยค่ะ เพราะว่าช่วงนี่ เด็กถูกยุงกัดกันเยอะมากเลยค่ะครูซากิ (ครูสุจิตรา) จริงหรือคะคุณครูบอส (ครูปฏิญญา) ใช่ค่ะ (ครูสุจิตรา) ไม่ได้เลยนะคะ เพราะว่ายุงลายนะคะจะเป็นพาหะของไเด็ก ๆ หลาย ๆ คนของเราโดนกัดจะเป็นโรคไข้เลือดออกด้วยค่ะ (ครูปฏิญญา) แบบนี้น่ากลัวมากเลยนะคะ ยุงที่มาวางไข่แถว ๆ นี้เป็นยุงลายหรือเปล่า แล้วเด็ก ๆ ไม่ได้สังเกต เขาก้ไม่ได้สังเกตกันด้วยสิคะ ว่ายุงที่เป็นยุงลายหรือไม่ แบบนี้อันตรายมากเลยนะคะ คงต้องหาให้เจอ และต้องกำจัดเพราะไม่อย่างนั้นจะเป็นยุงลาย แล้วก็เป็นพาหะเลือดออก แล้วก็มียุงมากัดเด็ก ๆ แน่เลยค่ะเราไปเรียนรู้กันดีกว่าค่ะ ว่าโรคไข้เลือดออกเขามีสาเหตุมาจากอะไร แน่นอนว่าต้องเป็นยุงลายแน่ ๆ แล้วเราจะกำจัดแหล่งเพาะพันธุ์มันอย่างไรค่ะ อย่างนั้นเรามาสังเกตกันเลยนะคะ นักเรียนลองสังเกตภาพต่อไปนี้ได้เลยค่ะ เมื่อสักครู่นี้เราก็ได้พูดถึงนะคะ ครูบอสนี่ ก็ไปตามหาแหล่งเพาะพันในโรงเรียนก็ไม่เจอเลยค่ะ น่าจะอยู่สักมุมหนึ่งนะคะ ที่มีน้ำขังอยู่แน่นอนเลย ทีนี้ถ้าเราพูดถึงยุงกัน ในภาพนี่ก็มียุงหลกหลายตัวเลยนะคะ เอ๊ะ แต่ละตัวหน้าตาเหมือนกันไหมคะครูซากิ (ครูสุจิตรา) ใช่ค่ะ หน้าตาก็คล้าย ๆ กันนะคะนักเรียนลองสักเกตุดูสิคะ ว่ายุงในภาพนี้มีความแตกต่างกันอย่างไรบ้าง (ครูปฏิญญา) ถ้าเมื่อนักเรียนสังเกตแล้วนะคะ ครูบอสก็มีคำถามค่ะ ว่าจากภาพยุงทั้ง 4 ภาพในข้อใดบ้างคะ ที่เป็นภาหะของโรคไข้เลือดออกได้ เมื่อสักครู่นี่เราก็ได้พูดถึงยุงกันไปนะคะ แล้วเราก็เห็นแล้วยุงมีหลากหลายชนิดเลย แล้วเรยุงแต่ละชนิดนี่ นักเรียนคิดว่าที่สามารถเป็นพาหะของโรคไข้เลือดออกได้ ตอบคุณครูปลายทางได้เลยค่ะคุณครูซากิคิดว่าภาพไหนคะ (ครูสุจิตรา) เมื่อสักครู่นี้ ถเานักเรียนสังเกตตอนที่เรานะคะ ไปหานะคะ นักเรียนได้ยินไหมค่ะ ว่ายุงลายเป็นพาหะของโรคไข้เลือดออก แต่ เอ๊ะ ภาพไหนคะ เป็นยุงลายนะคะ คุณครูซากิคิดว่าเป็นภาพนี้เลยค่ะ เพราะว่าลักษณะในภาพนี้นะคะ ใช่ไหมคะครูบอส (ครูสุจิตรา) ถ้าเราสังเกตนะคะ แต่ละภาพ แต่ละตัวก็จะแตกต่างกันออกไปนะคะ ส่วนยุงในภาพที่ครูซากิเลือกนี่ เป็นยุงลายนะคะ จะมีลักษณะเป็นตัวสีดำนะคะ แล้วก็มีข้อปล้อง 4 ขาสลับกันนะคะ ซึ่งยุงลายนี้นะคะ ก็จะลักษณะแตกต่างจากชนิดอื่นเลยค่ะ แต่เราต้องสังเกตดี ๆ นะคะ ว่ายุงมีตัวเล็กมากมาย ถ้าเราโดนยุงกัดนะคะ ก็ควรระมัดระวัง ไม่ควรถูกยุงกัดดีที่สุดค่ะ แต่ถ้าถูกกัดแล้ว ให้นักเรียนสังเกตดูนะคะ ว่ายุงชนิดนั้นนี่ เป็นยุงอะไร เดี๋ยวเราจะมาเรียนรู้กันค่ะ ว่าโรคไข้เลือดออกนี้มีสาเหตุมาจากอะไร แล้วเรานี้จะป้องกันยุงลายนะคะ แล้วเราจะกำจัดแหล่งเพาะยุงลายได้อย่างไรค่ะ ก่อนอื่นเรามาทราบสาเหตุกันก่อนเลยนะคะ สาเหตุของโรคไข้เลือดออกนั่นก็คือ เกิดจากเชื้อไวรัสเดงกีค่ะโดยเชื้อไวรัสเดงกีนะคะ จะมียุงลายเป็นพาหะนำโรค โดยเจ้ายุงลายนี่ล่ะจะสามารถติดต่อจากคนสู่คนได้นี่ ยุงลายนี้นะคะ เป็นพาหะเชื้อโรคนำไปติดต่อค่ะ (ครูสุจิตรา) ค่ะ เดี๋ยวเราจะมาดูการติดต่อของโรคไข่เลือดออกกันเลยนะคะ อันดับแรกเลยนะคะดูดเลือดผู้ป่วยที่มีเชื้อไวรัสค่ะ จากนั้นค่ะ เชื้อตัวนี้แล้วนะคะ จะไปฝังตัวอยู่ภายในกระเพาะ และต่อมน้ำลายของยุงค่ะ การติดต่อนะคะ จะเป็นไปตามลำดับขั้นเลยค่ะ ยุงดูดเลือด ดูดเลือดของผู้ป่วยที่มีเชื้อไวรัส เชื้อนี้ก็เข้าไปฝักตัว เชื้อนะคะจะมีระยะฟักตัวนะคะ ประมาณ 8-12 วันค่ะ แล้วเมื่อครบระยะเวลาที่ฟักตัวแล้วนะคะ ยุงนะคะ ก็จะออกไปหากิน เพราะยุงก็ดูดเลือดของเราเป็นอาหารใช่ไหมคะ เมื่อยุงไปกัดคนอื่น ๆ ค่ะ ทีนี้เชื้อไวรัสเดงกีจะเข้าสู่กระแสเลือดของผู้ที่ถูกกัด การติดต่อนี่ง่ายมากเลย ถ้าถูกยุงลายกัด จะต้องเป็นไข้เลือดออกเลย จะต้องเป็นยุงลายตัวที่มีเชื้อไวรัสค่ะ ฉะนั้นแล้ง เด็ก ๆ จะเห็นภาพได้ง่ายมากเลย ยุงไปกัดผู้มีเชื้อ เสร็จแล้วผู้มีเชื้อจะไปฟักในตัวยุง หลังจากนั้น ยุงก็ไปกัดผู้อื่นเชื้อก็จะไปติดต่อกับผู้อื่นค่ะ ทีนี้ก็จะเป็นการเท่านั้นแหละค่ะ (ครูสุจิตรา) ค่ะ ต่อมานะคะ อาการของผู้ที่เป็นไข้เลือดออกนี่นะคะ จะมีอาการเป็นอย่างไร เริ่มแรกเลยก็จะมไข้นะคะ เกิด 38 องศาเซลเซียสค่ะ คนไข้นะคะ ก็จะมีไข้สูง ติดต่อกันประมาณ 2-7 วันเลยล่ะค่ะ (ครูปฏิญญา) เป็นระยะเวลาที่นานมากเลยนะคะ นั้นค่ะ ก็จะมีอาการคลื่นไส้ อาเจียนหรือว่าการเบื่ออาหารร่วมด้วยค่ะ โดยอาการนี้นะคะ ก็จะรุนแรง บางครั้งก็จะแตกต่างกันตามความรุนแรง (ครูสุจิตรา) ค่ะ และต่อมานะคะ เราก็อาจจะไปพบนะคะ บริเวณร่างกายของผู้ป่วย ว่า บริเวณของร่างกายผู้ป่วยนะคะ มีจุหรือว่าจุดเลือดสีแดงเล็ก ๆ ตามผิวหนังค่ะ หรือว่ามีเลือดออกตามบริเวณอื่น ๆ เลย ยกตัวอย่างเช่นนะคะ บริเวณที่เราขับถ่ายนะคะ อุจจาระของเรานะคะมีเลือดออกมา (ครูปฏิญญา) ใช่แล้วนะคะ หรืออาจจะมีเป็นสีดำ หรือว่าการที่มีเลือดออกภายในร่างกายของเรานะคะ ฉะนั้นแล้วนะคะ เราจึงเรียกโรคนี้ว่าโรคไข้เลือดออกนั่นเองค่เพราะว่ามีเลือดออกบริเวณต่าง ๆ นั่นเองและอาการยังไม่หมดเพียงเท่านี้ค่ะ บางรายนะคะ ที่มีอาการรุนแรงมาก ๆ นะคะ อาจจะช็อกแล้วก็เสียชีวิตได้เลยค่ะ ถ้าเด็ก ๆ เคยสำรวจนะคะ และรับฟังข่าวสารนะคะ ว่าแต่ละปีนะคะ ก็จะมีผู้เจ็บป่วยนะคะ ด้วยโรคไข้เลือดออก และมีผู้เสียชีวิตค่ะ เราก็จะเห็นได้เลยว่า เพียงแค่โดนยุงกัดนี่ก็อาจจะเสียชีวิตได้แล้วนะคะ (ครูสุจิตรา) น่ากลัวมาก ๆ เลยค่ะ (ครูปฏิญญา) ทีนี้นะคะนักเรียนเราจะป้องกันตนเองจากโรคไข้เลือดออกได้อย่างไรคะ เราจะป้องกันตนเองจสกไข้เลือดออกได้อย่างไรคะ นักเรียนลองตอบคำถามคุณครูปลายทางได้เลยนะคะ เมื่อสักครู่นี่ไข้เลือดออกนี่มีอาการที่ค่อนข้างรุนแรงเลย โดยเฉพาะกับบุคคลที่ร่างกายไม่แข็งแรงนะคะ หรือว่าเจ็กบป่วยง่าย อาการรุนแรงถึงขั้นเสียชีวิตได้เลย นักเรียนก็เห็นแล้วว่าโรคนี้มีอาการรุนแรง แค่ถูกยุงกัดเท่านั้น นักเรียนจะป้องกันตนเองจากโรคไข้เลือดออกได้อย่างไรคะคุณครูซากิคะ ปกติแล้วคุณครูซากิโดนยุงกันบ่อยไหมคะ (ครูสุจิตรา) ก็โดนยุงกัดบ่อยอยู่นะคะ (ครูปฏิญญา) แล้ววันนี้คุณครูซากิก็เห็นแล้ว คุณครูซากิจะป้องกันตนเองจากไข้เลือดออกเราก็ต้องมีการกำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลายใช่ไหมคะ (ครูปฏิญญา) ใช่แล้วล่ะค่ะ ครูซากิ เจ้ายุงลายนี่ เป็นภาหะนำโรคไข้เลือดออก ฉะนั้นแล้ว การป้องกันที่ดีที่สุด คือ กำจัดแหล่งเพาะพันธนั่นเองค่ะ นักเรียนพอจะทราบไหมคะ ว่าเราจะทราบแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลายได้อย่างไร ถูกต้อง ยุงค่ะ ยุงนะคะ ชอบวางไข่ในน้ำที่นิ่ง แล้วนักเรียนรู้ไหมคะ ยุงไม่วางไข่ตามน้ำเน่านะคะ ยุงนี่ชอบวางไข่ไว้ในน้ำสะอาดค่ะครูซากิ บางคนบางคนบอกเห็นแหล่งน้ำเน่าอยู่นะคะ จะมีวางไข่ไหม ไม่นะคะ แต่ยุงนี่จะไม่วางตามน้ำที่ไหลไปเรื่อย ๆ นะคะ จะวางไข่ในแหล่งน้ำนิ่ง ๆ เท่านั้น เดี๋ยวเรามาดูกันดีกว่าค่ะ ว่าขั้นตอนการกำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลายโดยเริ่มที่อย่างแรกเลยค่ะ นั่นก็คือมาตรการ 5 ป 1 ข เดี๋ยวเรามาดูกันนะคะ ทั้ง 5 ป มีอะไรกันบ้าง และ 1 ข มีอะไรบ้าง เริ่มที่ ป.แรก เลยค่ะ คือปิดฝาภาชนะที่มีน้ำขังให้มิดชิดค่ะ ในบ้านของเรานะคะ หรือว่าตามโรงเรียน ก็อาจจะมีภาชนะไว้ใส่น้ำไว้ใช้นะคะ ในการอุปโภค บริโภค เมื่อเราเลี่ยงไม่ได้ที่จะไม่มีภาชนะใส่น้ำ เราก็ต้องหาฝาค่ะ มาปิดภาชนะ ให้มิดชิด ที่ใส่น้ำแบบนี้นะคะ ก็จะเป็นน้ำนิ่งแล้วก็เป็นน้ำสะอาดแบบนี้นะคะ เป็นสถานที่ที่ยุงจะชอบวางไข่เมื่อเราปิดฝามิดชิดแล้วนะคะ ยุงก็ไม่สามารถได้ค่ะ (ครูสุจิตรา) ค่ะ และ ป ต่อมานั่นก็คือเปลี่ยนนะคะ เปลี่ยนอะไรเอ่ย เปลี่ยนน้ำในภาชนะ ที่มีน้ำขังอยู่เสมอเลยเพื่อป้องกันยุงลายที่จะมาวางไข่นั่นเองนะคะ ซึ่งในภาชนะนะคะ ในบ้านของเราที่เอาไว้สำหรับใส่น้ำกินน้ำใช้นะคะ อาจจะมีการใส่ถังน้ำนะคะ ในโอ่งน้ำแบบนี้ เราก็ควรที่จะเปลี่ยนน้ำอยู่บ่อย ๆ นั่นเองนะคะ ทิ้งไว้นาน ๆ นะคะ อาจจะมียุงลายเข้าไปข (ครูปฏิญญา) ใช่แล้วล่ะค่ะ ภาชะบางชนิดก็ไม่สามารถปิดฝาได้ อย่างเช่นอ่างน้ำขนาดใหญ่นะคะ หรือว่านะคะ แจกันดอกไม้ เราก็ไปปิดฝาแจกันไม่ได้ฉะนั้นแล้วนี่ เราก็ปรับเปล่ยนวิธีเปลี่ยนน้ำบ่อย ๆ นั่นเองค่ะ และ ป ต่อมาค่ะ นั่นก็คือ ปล่อยค่ะ บางครั้งนี่ ภาชนะหลาย ๆ อย่างนี้ มีขนาดที่ใหญ่มาก ๆ จนเราไม่สามารถทั้งปิด หรือว่าเปลี่ยนน้ำได้บ่อย ๆ ฉะนั้นแล้วนี่ เราก็ใช้วิธีเป็นปล่อยปลาค่ะ ปล่อยปลาไปกินลูกน้ำ ในภาชนะที่ไม่สามารถปิดฝาได้นั่นเองโดยปลานนะคะ ที่เราเลือกไปปล่อยนะคะ น้ำใช้ที่เราต้องเราจะนำเป็นปลาตัวใหญ่ ๆ ไปปล่อยก็ไม่ได้นะคะ อาจจะทำให้น้ำตรงนั้นสกปรกได้ ปลาสอดนะคะ ปลาหางนกยูงนะคะ ตัวเล็ก ๆ ไปปล่อยนั่นเองค่ะ (ครูสุจิตรา) ค่ะ และ ป ต่อมานะคะ ก็คือปรับค่ะ ปรับสิ่งแวดล้อมไม่ให้เป็นแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลายนั่นเอง บ้านของเรานะคะ หรือว่าภายในบ้านของเรา เราก็ควรที่มีจัดนะคะ อุปกรณ์ต่าง ๆ นะคะ เข้าที่ให้เรียบร้อย ไม่ปล่อยให้บ้านของเรานะคะ ลกจนเกินไป ถ้าหากบริเวณบ้านของเรานะคะ มีโพรงหญ้านะคะ หรือว่าเป็นป่าขึ้นรกนี่ เราก็ควรถางให้เตียนนะคะ เพราะว่ายุงนะคะ ชอบอยู่ที่เป็นที่ทึบ ๆ นั่นเอง (ครูปฏิญญา) แบบนี้นี่เองนะคะ ถ้าหากเป็นบริเวณห้องนอนนะคะ หรือห้องนั่งเล่น ก็ควรมีการปรับสิ่งแวดล้อมนะค จัดบ้านของเรา รวมไปถึงนะคะ บริเวณประตูนี่ ถเาเปิดโล่งไว้กลางคืนยุงก็อาจจะเข้ามาบ้านของเราได้นะคะ กลางวันนี่ ยุงก็เข้ามานะคะ เพราะเจ้ายุงลายนี่หากินเวลากลางวันนะคะ นักเรียนค่ะ ฉะนั้นแล้วนี่ เราก็ควรมีการดูแลตนเอง ไม่ให้ยุงกัด เพราะเวลาในขณะที่เรานอนหลับนะคะ อาจจะถูกยุงกัดโดยไม่รู้ตัวได้ค่ะ และทีนี้ค่ะ ป นี่ ยังไม่หมดเพียงเท่านี้ ป ต่ามา ก็คือปฏิบัติค่ะ ปฏิบัติอย่างไร แหล่งเพาะพันธุ์ยุงลายทุก ๆ 7 วันนะคะ เพราะว่ายุงลายนะคะ ส่วนใหญ่แล้วนี่ จะมีวงจรชีวิตนะคะ อยู่ที่ประมาณ 7 วันนะคะ โดยที่เรานี่ กำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลายทุก ๆ 7 ยุงนี้นะคะ ไข่ของยุงก็ไม่สามารถฟักออกมาเป็นลูกน้ำ เป็นตัวโม่งได้นะคะ ทีนี้จะไม่เป็นยุงลายมากัดเรานั่นเองค่ะ โดยนะคะ เขาก็ทำกับทุก 7 วัน โดยส่วจใหญ่แล้ว เขาก็จะรณรงค์ทำกัน (ครูสุจิตรา) ต่อมานะคะ ก็หมดไปแล้วนะคะ ทั้ง 5 ป นะคะ ที่นี้เรามาดู ๑ ขนั่นก็คือขัดค่ะ ขัดอะไรเอ่ย ขัดภาชนะฃนะคะ ที่ใส่นำ้อยู่เป็นปของเรานะคะ เราก็ควรที่จะทำความสะอาดอยู่เสมอนะคะ เพราะในบางบ้านนะคะ มีขัหรือว่าบริโภค ดังนั้น เราก็ควรที่จะขัดทำความสะอาดค่ะ เพราะบางครั้งนี่ถ้าหากมีคราบนะคะ บริเวณขอบของอ่างนะคะ หรือว่าถังใส่น้ำนะคะ ในวันนึงเราเททิ้งไปแล้ว หรือถ้าหากบริเวณนั้นนะคะ เราไม่ได้ขัดออก ไข่ก็จะเกาะบริเวณนั้นได้ แล้วเมื่อเราเติมน้ำเข้าไปใหม่ สุดท้ายไข่ก็ยังจะฟักออกมาเป็นลูฏน้ำได้ค่ะ รู้ 5 ป แล้วก็อย่าลืม ๑ ข นะคะ ว่าวิธีการกำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลายทำอย่างไร เด็ก ๆ อย่าลืมนะคะว่านอกจากกำจัดแหล่งเพาะพันธุ์เราก็ต้องดูแลตนเองด้วยค่ะ ในขณะนอนหลับก็ระมัดระวังนะคะ ก็ปิดให้มิดชิดนะคะ ไม่ให้ยุงเข้ามากัดเราได้ ขณะเวลาเรานอนหลับ รวมไปถึงนะคะ ไม่ไปนั่งในที่มืด ๆ นะคะ อับ ๆ ยุงก็อาจจะมากัดเราได้นั่นเองค่ะ ทีนี้นี่เราก็ได้ทราบกันแล้วนะคะ ว่าทั้งโรคไข้เลือดออก สาเหตุของโรค อาการนะคะ เป็นอย่างไร เราจะได้ดูแลตนเองได้ รวมไปถึงที่สำคัญที่สุดการกำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลายค่ะ ทีนี้นะคะครูซากิ เราก็ได้กำจัดยุงลายกันเรียบร้อยแล้วล่ะค่ะ ในโรงเรียนเราก็ไม่น่าจะเหลือนะคะ แหล่งน้ำขังนี่ (ครูสุจิตรา) ใช่แล้วค่ะ ถ้ามีอีกก็จะมียุงนะคะ พอมียุงก็ไปกัดเด็ก ๆ เด็ก ๆ ก็จะเป็นไข้เลือดออกกันได้ ดีมากเลยนะคะ ทีนี้ก็จะไม่เหลือยุงลายไปกัดเด็ก ๆ ของเรา โรงเรียนเรานี่ก็จะไม่มีไข้เลือดออกนะคะ (นักเรียน) คุณครูคะ คุณครู หนูคันไปหมดเลย เป็นอะไรคะลูก อย่าเพิ่งเกานะคะอย่างเพิ่งเกาะนะคะ (ครูสุจิตรา) ไปทำอะไรมาคะนี่ หนูจะไเก็บดอกไม้มาใหเคุณครูดู แต่พอไปถึงแล้วหนูก็คันทั้งตัวเลย (ครูปฏิญญา) ดูสิคะ เป็นลักษณะเหมือนเป็นลักษณะของลมพิษเลยนะคะ อย่างเพิ่งเกาค่ะ นะคะ เดี่ญวเราค่อยไปรักษากันนะคะ ไม่เป็นไรค่ะ เดี๋ยวก็หาย (นักเรียน) หนูจะสวยเหมือนเดิมไหม (ครูปฏิญญา) วันหลังอย่าเดินเข้าไปอีกนะคะ หนูน่าจะแพ้หรือเกสรดอกไม้แน่ ๆ เลยค่ะ [เสียงดนตรี] จากสถานการณ์เรากำจัดแหล่งเพราะพันธุ์ยุงลายกันเรียบร้อยแล้ว แต่มีเหตุการณ์ใหม่เกิดขึ้นค่ะครูซากิ นั่นก็คือเด็กนั่งเรียนของเราไปวิ่งเล่นในสวนดอกไม้ แล้วก็น่าจะแพ้เกสรดอกไม้ค่ะ จากที่เราเห็นนี่ดูมีผื่นขึ้นเต็มตัวเลยนะคะ ถ้าหากสังเกตดี ๆ นี่น่าจะเป็นอาการของโรคลมพิษค่ะ ถ้าอย่างนั้นแล้วนะคะ วันนี้เราจะไปเรียนรู้กันค่้ะ ว่าโรคลมพิษเกิดจากอะไร เราก็มีอาการแบบใดค่ะ โดยอย่างแรกเลยนะคะ สาเหตุของโรคลมพิษนะคะ เกิดได้หลากหลายสาดเหตุเลยคะ เมื่อร่างกายมีปฏนะคะ กับสารก่อภูมิแพ้ค่ะ จนเกิดผื่น นูนแดงที่ผิวหนังค่ะ (ครูสุจิตรา) และต่อมานะคะ นั่นก็คือเกิดจากการแพ้อาหารนะคะ หรือว่าแพ้ยา การติดเชื้อไวรัส แบคทีเรีย เชื้อรานะคะ หรือว่าพยาธิค่ะ หรืิอว่าบก็อาจจะแพ้สิ่งที่สัมผัสนะคะ ตัวอย่างเช่น ขนสัตว์นะคะ หรือพืชบางชนิด สารเคมี หรือว่าอาจจะแพ้พิษของสัตว์หรือว่าแมลง หรือว่าบางคนอาจจะมีการพักผ่อนไม่เพียงพอค่ะ (ครูปฏิญญา) ใ้แล้วล่ะค่ะ เราจะเห็นว่าลมพิษเกิดได้หลายสาเหตุเลย ถ้าพักผ่อนไม่เพียงพอ ในช่วงนั้นร่างกายไม่แข็งแรง ก็อาจจะเกิดลมพิษได้ค่ะ แต่ส่วนใหญ่ที่เราจะเห็นนะคะ แพ้สิ่งต่าง ๆ แพ้สืิ่งที่มากระตุ้นอย่างเช่น บางคนแพ้ขนสัตว์ แพ้เกสรดอกไม้เหมือนนักเรียนเมื่อสักครู่ ก็จะเห็นได้เลย ว่าจะเป็นผื่นนูนแดงขึ้นตามร่างกาย ซึ่งอาการของโรคนะคะ เป็นผื่นนูนแดง ขนาดของผื่นนี่ก็แตกต่างกันไปนะคะ มีเล็กบ้างใหญ่บ้างนะคะ แล้วแต่นะคะการแพ้ที่รุนแรงมาก น้อย ต่างกันค่ะ รวมไปถึงนะคะ ผื่นนี้นะคะ จะเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วเลย ตามลำตัวค่ะ เต็มตัวไปหมดเลย แล้วที่สำคัญค่ะ ผื่นลม มีอาการคันค่ะ ถ้าจากที่เราสังเกตจากสถานการณ์เมื่อสักครู่ ลมพิษขึ้นนี่ เขาก้จะคันตามตัวไปไหมดเลย แต่ทางที่ดีเด็ก ๆ ไม่ควรเกานะคะ เพราะจะทำให้อาการรุนแรงมากขึ้นได้ค่ะ (ครูสุจิตรา) และอาการต่อมานะคะ นั่นก็คือ หากมีอาการรุนแรง ก็จะมีอาการบวมบริเวณใบหน้า ปาก คอรวมถึงแขนขาด้วยค่ะ และบางคนนะคะ แพ้มากก็อาจจะหายใจไม่สะดวกนะคะ ส่วนมากก็จะหายภายใน 24 ชั่วโมงค่ะ (ครูปฏิญญา) ใช่แล้วล่ะค่ะ ผื่นจะขึ้นไวก็จริงค่ะ แต่ส่วนใหญ่อากา่รก็จะหา่ยไปผื่นจะหายไปนะคะ ภายใน 24 ชั่วโมงค่ะ เราไม่ควรไปเกานะคะ ก็อาจจะทำให้นะคะ เป็นแผลอะไรอย่างอื่นเพิ่มขึ้นได้ค่ะ แล้วก็จะเห็นนะคะ ก็จะมีความรุนแรงแตกต่างกันของแต่ละบุคคล แตมีอาการรุนแรงมาก ๆ จนหายใจไม่สะดวกก็ควรไปพบแพทย์นะคะ เราจะมาดูกันว่าเราจะดูตนเองอย่างไร เมื่อป่วยเป็นโรคลมพิษ หรือเมื่อเราสังเกตเห็นนะคะว่าเรามีผื่นลมพิษขึ้นค่ะ นั่นก็คือในข้อแรกนะคะ ก็คือให้ทายาแก้ผดผืนคันค่ะ บริเวณที่เป็นหรือว่าบริเวณที่มีผดผื่นขึ้นนะคะ เพื่อให้เรานะคะ ลดวคามคันนั่นเอง โดยยาทาแก้ผด ผื่น คัน รูปแบบ เป็นแบบน้ำนะคะ หรือว่าเป็นแบบโลชเราก็จะทาได้เลยค่ะ (ครูสุจิตรา) วิธีการดูแลขั้นต่อไปนั่นก็คือไม่สัมผัสนะคะ หรือว่าเกาบริเวณที่เป็นลมพิษนั่นเอง อย่างที่ครูบอสได้บอกไป ถ้าเรามีผื่นแล้วมีอาการคันนี่ ห้ามเกาเด็ดขาดเลย มีอาการคันห้ามเกาเด็ดขาด หรือทำให้บาดแผลนะคะหรือว่าอาการของโรคนะคะ รุนแรงมากยิ่งขึ้นนั่นเอง และต่อมาเลยนะคะ ถ้าหากนักเรียนนะคะมีอาการรุนแรงมาก ๆ อย่างที่บอกเมื่อสักครู่ ถ้าหายใจไม่ออกนะคะ หรือว่ามีอาการอื่น ๆ ร่วมด้วย แม้กระทั่งทายาแล้วยังไม่รู็สึกดีขึ้นเลยอย่างนี้นะคะ ให้รีบไปพบแพทย์ค่ะ เพื่อที่คุณหมอจะได้ดูแลต่อไปนะคะ แล้วก็อย่าลืมที่จะบอกคุณหมอด้วย ว่าอาการของเรานะคะ เกิดจากอะไร เราไปทำสิ่งใดมา มีการรับประทานสิ่งใดนะคะ ที่แปลก ผิดไปำจากทุก ๆ วัน หรือแม้กระทั่งเด็กเมื่อสักครู่ค่ะ อยู่ในทุ่งดอกไม้ คุณหมอจะได้วินิจฉัยนะคะ ว่าเป็นอะไรค่ะ (ครูสุจิตรา) และต่อมาค่ะ ก็เป็นการป้องกันนะคะ วิธีการป้องกันตนเองจากโรคลมพิษ เราจะมีวิธีการป้องกันอย่างไรบ้าง หลีกเลี่ยงนะคะ สาเหตุที่ทำให้เกิดลมพิษนั่นเอง ซึ่งสาเหตุที่ทำให้เกิดลมพิษนะคะ เราก็เรียนรู้กันไปแล้วนะคะ ไม่ว่าจะเป็นสิ่งที่เกิดมากระตุ้นนั้่นเออง บางคนนะคะ อาจจะแพ้ขนสัหรือว่าแก้เกสรดอกไม้ค่ะ ต้องดูให้ดีให้ดีนะคะ และต่อมาค่ะ ก็หมั่นสังเกตอาการของตนเองค่ะ เพราะบางครั้งนี่ อาการเกิดเราไม่รู้ตัวนะคะ ว่าเาสแพ้สิ่งใด ให้เราสังเกตอาการ เมื่อมีอาการ เช่นการทายา หรือว่าการไปพบแพทย์นั่นเอง (ครูสุจิตรา) ค่ะ และต่อมานะคะ นั่นก็คือการดูแลสุขภาพร่างกายของตนเองนะคะ ให้แข็งแรงเสมอเลยนั่นก็แสดงว่าเราควรดูแลร่างกายของเราให้แข็งแรงก็จะช่วยป้องกันนี่ โรคต่าง ๆ อย่างที่บอกเลยนะคะ โรคลมพิษ หรือผื่นลมพิษนี่ อาจจะเกิดขึ้นเพียงเพราะเราพักผ่อนไม่เพียงพอ อาการร่างกายของเรานะคะ ไม่แข็งแรงค่ะ และในวันนี้นะคะ เราก็ได้เรียนรู้กันไปแล้วนะคะ ว่าโรคลมพิษ หรือโรคไข้เลือดออกที่เราเรียนกันในช่วงแรกนี่ มีสาเหตุมีอาการอย่างไร แล้วป้องกันตัวเองให้ปลอดภัยจากโรคได้อย่างไรค่ะ กิจกรรมประจำวันนี้ค่ะ จะให้นะเรียนทำใบงานที่ ๓ เรื่อง โรคไข้เลือดออก และโรคลมพิษค่ะ โดยนี่นะคะ จะเป็นหน้าตาของใบงานที่ 3 นะคะ ให้นักเรียนตอบคำถามที่กำหนดให้ค่ะ (ครูสุจิตรา) โดยคุณครูปลายทางสามารถดาวน์โหลดใบงานนี้นะคะ ได้ที่ www.dltv.ac.th ได้เลยค่ะ (ครูปฏิญญา) นี่ก็จะเป็นแต่ละข้อนะคะ เขาจะถามว่านักเรียนนี่ เคยเป็นโรคไข้เลือดออกหรือไม่ ตอบตามความจริงได้เลยค่ะ ว่าเคยเป็นหรือไม่เคยเป็น และในข้อที่ 2 นักเรียนจะป้องกันตนเองได้อย่างไรวันนี้เราก็ได้เรียนรู้กันไปแล้วนะคะ (ครูสุจิตรา) และต่อมานะคะ เกี่ยวกับโรคของลมพิษนะคะ นักเรียนก็ตอบได้เลยนะคะ ว่านักเรียนเคยป่วยเป็นโรคลมพิษหรือเปล่า เคยหรือไม่เคย ตอบตามความเป็นจริงและในข้อต่อไปนะคะ หากนักเรียนป่วยเป็นโรคลมพิษนักเรีตัวเองเบื้องต้นได้อย่างไร ถ้าเราเป็นโรคลมพิษได้อย่างไร (ครูปฏิญญา) ซึ่งในวันนี้เราก็ได้เรียนรู้ไปแล้วนะคะ ทั้งโรคไข้เลือดออกและโรคลมพิษหวังว่านักเรียนจะสามาารถนำไปปฏิบัติค่ะ และกิจกรรมประจำวันนี้นะคะ ให้นักเรียนทำใบงานที่ 3 เรื่อง โรคไข้เลือดออกและโรคลมพิษ ค่ะ คุณครูปลายทางนะคะ รบกวนคุณครูปลายทางค่ะ อธิบายขั้นตอนการทำกิจกรรมอย่างละเอียดนะคะ แล้วก็ให้คำแนะนำระหว่างที่นักเรียนทำกิจกรรมค่ะ ถ้านักเรียนและคุณครูพร้อมแล้วนะคะ เดี๋ยวครูบอสและครูซากิ จะให้เวลาทำกิจกรรมและเดี๋ยวเรากลับมาสรุปบทเรียนไปพร้อมกันค่ะ [เสียงดนตรี] (ครูปฏิญญา) หมดเวลาแล้วนะคะนักเรียน คุณครูปลายทางอย่าลืมและแนะนำนักเรียนเพิ่มเติมด้วยนะคะ เดี๋ยวเรามาสรุปบทเรียนไปพร้อมกันเลยดีกว่าค่ะ โดยในวันนี้นะคะ เราได้เรียนกันไปนะคะ เรื่องแรกก็คือโรคไข้เลืดซึ่งโรคไข้เลือดออกนี้นะคะ เป็นโรคที่มีประวัตการเจ็บป่วยนะคะ และประวัติการเสียชีวิตนะคะทุกปีเราจะพบเห็นนะคะ การแพร่ระบาดของโรค ในพื้นที่อยู่อาศัย ในบริเวณโรงเรียนกันบ่อยครั้งเลยค่ะ ซึ่งวันนี้เราได้เรียนรู้แล้วว่าสาเหตุของโรคเกิดจากยุงลาย รวมไปถึงนะคะ วิธีการกำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลายจะทำได้อย่างไร นักเรียนอย่าลืมนะคะ มาตรการ 5 ป 1 ข ค่ะ (ครูสุจิตรา) ค่ะ นอกจากโรคไข้เลือเด็ก ๆ ก็ได้เรียนรู้ไปนะคะ เกี่ยวกับโรคผลพิษนะคะ ซึ่งโรคลมพิษนะคะ เป็นสาเหตุให้เกิดอาการคัน หรือผื่นคันนั่นเอง ดังนั้นนะคะ เมื่อนักเรียนนะคะ เกิดเป็นโรคลมพิษ อย่าเกาเด็ดขาดเลย เพราะอาจจะทำให้อาการรุนแรงมากยิ่งขึ้ (ครูปฏิญญา) ใช่แล้วล่ะค่ะ ในวันนี้นะคะ เราก็ได้เรียนรู้กันไป 2 โรคด้วยกัน ในสัปดาห์หน้าค่ะ เรื่องที่เราจะมาเรียนกันต่อนั่นก็คือในเรื่องของโรคในช่องปากค่ะ (ครูสุจิตรา) และสิ่งที่นักเรียนปลายทางและสิ่งที่คุรครูปลายทาง และนักเรียนปลายทางจะต้องเตรียมนะคะกระจกค่ะ และ 2. ค่ะ แปรงสีฟัน ยาสีฟัน แก้วน้ำส่วนตัวด้วยค่ะ (ครูปฏิญญา) และสำหรับวันนี้นะคะครูบอสนะคะ และคุณครูซากินะคะ ก็ขอลากันไปเพียงเท่านี้นะคะ และเดี่ยวเรากลับมาพบกันใหม่ในสัปดาห์หน้าสำหรับวันนี้สวัสดีค่ะ [เสียงดนตรี] [เสียงดนตรี]