[เสียงดนตรี] [เสียงดนตรี] (ครูปฏิญญา) สวัสดีคุณครูปลายทางและนักเรียนปลายทางทุกคนค่ะ ยินดีต้อนรับเข้าสู่รายวิชาสุขศึกษาและพลศึกษา ชั้นประถมศึกปีที่ 5 ค่ะ วันนี้เช่นเคยค่ะ พบกับคุณครูปฏิญญา ประจัญบาน หรือคุณครูบอสค่ะ และและคุณครูสุจิตรา บุญธรรม หรือ "คุณครูซากิ" ซากิ เราก็ยังอยู่ในเรื่องของโรคต่าง ๆ แต่โรคในวันนี้นี่เป็นโรคที่ใกล้ตัวเรามากเลยนะคะ หลาย ๆ คนนี่อาจจะเคยเป็นโรคนี้ค่ะครูซากิ หลาย ๆ คนไม่เรียกว่า "โรค" หรือบางคนเรียกว่าเป็นอาการหนึ่งหรือเปล่า นับเป็ตโรคหนึ่งค่ะ นั่นก็คือ โรคในช่ีอบปากนั่นเอง นักเรียนคิดว่าตัวเองเคยเป็นโรคในช่องปากบ้างไหมคะ ไม่คะ ครูซากิคิดว่าตัวเองเคยเกิดโรคในช่องปากขึ้นบ้างไหมคะ (ครูสุจิตรา) เคยค่ะ แต่ไม่บ่อย (ครูปฏิญญา) เช่นโรคฟันผุนั่นเอง บางคนนี่ในช่วงวัยเด็กอาจจะเคยมีฟันผุบ้างนะคะ แต่การรักษาฟันผุนี่ก็เป็นเรื่องที่สำคัญนะคะ จริง ๆ แล้วนี่ การเกิดฟันผุอาจจะเกิดปัญหาอื่น ๆ ตามมาได้เลยล่ะค่ะ และในวันนี้เราจะมาเรียนรู้กัน ช่องปาก แต่ก่อนอื่นเลยเรามาทราบจุดประสงค์การเรียนรู้ในวันนี้ก่อนค่ะ จุดประสงค์ข้อที่ ๑ นะคะ นั่นก็คือนักเรียนจะต้องสามารถวิเคราะห์สาเหตุการป่วยเป็นโรคในช่องปากได้ค่ะ (ครูสุจิตรา) ค่ะ ในข้อที่ 2 จะสามารถดูแลสุขภาพภายในช่องปากของตัวเองได้ค่ะ (ครูปฏิญญา) และในข้อที่ ๓ นะคะ นักเรียนจะเห็นประโยนช์ของการดูแลสุขภาพในช่องปากได้ค่ะ ซึ่งในวันนี้นะคะ เราก็ได้เรียนรู้ไปแล้ว วันนี้ เราจะมาเรียนกันโรคในช่องปากค่ะ ซึ่งก่อนอื่นเลย ครูบอสก็มีรูปมาให้เด็ก ๆ ดูค่ะ นักเรียนลองสักเกตภาพนี้เลยนะคะ ในภาพนี้นี่ นักเรียนคิดว่าเด็กในภาพนี่กำลังเป็นอะไรคะ จากที่เราได้สังเกตแล้วนี่ นักเรียนลองดูอาการของนักเรียนคิดว่าเด็กในภาพนี้เขากำลังเป็นอะไรคะ ตอบคำถามกับคุฯครูปลายทางได้เลยค่ะคุณครูซากิคะ คุณครูซากิคิดว่าเด็กในภาพเขากำลังเป็นอะไรคะ (ครูสุจิตรา) โอโห เด็กคนนี้นะคะ น่าจะกำลังปวดฟันอยู่แน่ ๆ เลยค่ะครูบอส (ครูปฏิญญา) เอ๊ะ ปวดฟันแบบนรแล้วนักเรียนคะ นักเรียนเคยมีอาการแบบนี้หรือเปล่าคะ ลองตอบคุณครูปลายทางได้เลยนะคะ จากในภาพนี่เราก็เห็นได้ว่าเด็กในภาพนี่ เขากำลังปวดฟันอยู่ นี่ เคยมีอาการแบบเด็กคนนี้หรือไม่ยกมือตอบคุณครูปลายทางได้เลยค่ะ บอกเล่าประสบการณ์หรืออาการที่เราได้เป็นกันเลยนะคะ คุณครูซากิล่ะคะ เคยมีอาการแบบนี้หรือไม่คะ (ครูสุจิตรา) มีค่ะคุณครูบอส ครูซากิปวดฟันคุดมากเลยค่ะ ครูซากิก็เลยไปหาหมอแล้วถอนออกค่ะ (ครูปฏิญญา) ซึ่งอาการปวดฟันนี่ก็มีได้จากหลายสาเหตุเลยค่ะ บางคนนี่อาจจะปวดฟัน เกิดจากฟันผุ หรือบางคนอาจจะเป็นโรคช่องหรืออย่างเช่นคุณครูซากินะคะ มีฟันคุตทำให้ปวดฟันได้ ก็จะต้องไปถอนฟันครุฑออก และนักเรียนล่ะคะ ตอนนั้นที่นักเรียนมีอาการปวดฟันเกิดจากสาเหตุใดเอ่ย ซึ่งก่อนอื่นเลยนะคะนะคะ ถ้าเราจะรู้ได้ว่าเราจะมีอาการปวดฟันนะคะ จากอาการฟันผุหรือไม่ วันนี้ค่ะ เรามาสังเกตฟันของเรากันดีกว่าค่ะ ว่าในช่องปากของเรานี่ มีอาการผิดปกติหรือไม่เอ่ย หรือฟันที่อยู่ในช่องปากของเรานี่มีร่องรอยของการมีฟันผุหรือไม่ เดี๋ยวเรามาดูกันเลยค่ะ จากสัปดาห์ที่แล้วค่ะ ที่ครูบอกให้เด็ก ๆ และครูปลายทางเตรียมกระจกมาค่ะ วันนี้ครูบอสก็ได้เตรียมกระจกมาค่ะ กระจอันเล็กค่ะ ที่จะสามารถดูภายในช่องปากของเราได้ง่าย นักเรียนเตรียมขึ้นมาเลยนะคะ ถ้านักเรียนหยิบกระจกขึ้นมาแล้วนะคะ ขออนุญาตนะคะ เดี๋ยววันี่ครูบอสจะถอดแมสค่ะ เพราะว่าเราจะดูภายในช่องปากของเรานะคะ เราก็ควรที่จะถอดแมสก์ โดยใช้กระจกอันเล็กแบบนี้นะคะ ดูในช่องปากของเรานะคะ เราสามารถอ้าปาก ส่องดูได้เลย ว่าเรานี่มีฟันผุหรือไม่ค่ะ คุณครูคุณครูซากิคะ ลองส่องดูไหมคะ (ครูสุจิตรา) ขอบคุณค่ะ เด็ก ๆสามาารถนะคะ ดูฟันของตนเองนะคะ แบบที่ครูบอสบอกไปนะคะให้เรานะคะ อ้าปากนะคะ ว่าภายในปากของเรานะคะ ฟันของเรานี่ เป็นอย่างไรบ้างนะคะ ลองสังเกตดูได้เลยค่ะ (ครูปฏิญญา) ซึ่งเมื่อเราสังเกตเสร็จแล้วนะคะ นักเรียนก็ลองนับดูเลยนะคะ ถ้าใคนี่มีสุขภาพภายในช่องปากที่ดี ไม่มีฟันผุเลย ครูบอสขอชื่นชมเลยนะคะ แต่ถ้าใครนะคะ ที่เกิดฟันผุขึ้น เดี๋ยววันนี้ค่ะ เราจะมาเรียนรู้กัน ถ้าเกิดฟันผุเราจะต้องปฎิตนอย่างไร เพื่อที่เราจะได้ดูตัวเองได้ถูกต้องค่ะ ซึ่งก็ยังมีอีกหนึ่งคำถามนะคะ นั่นก็คือนั่นก็คือถ้าพูดถึงโรคในช่องปากนี่ นักเรียนจะนึกถึงโรคใดบ้าคะ ถ้าพูดถึงโรคในช่องปากนักเรียนจะนึกถึงโรคใดบ้างคะ จากเมื่อสักครู่นี่ เราได้สังเกตฟันในช่องปากเรา หรือลักษณะภายในช่องปากของเราแล้ว มีใครพบความผิดปกติบ้างหรือไม่เอ่ย อาจจะไม่ได้เกิดขึ้นแค่บริเวณฟันของเรานะคะ บริเวณเหงือกหรือฟัน หรือลิ้นก็เกิดขึ้นได้ นักเรียนพบความผิดปกติบ้างหรือไม่เอ่ย แล้วถ้าพูดถึงโรคในช่องปาก เด็ก ๆ นึกถึงโรคอะไรได้บ้างคะ ตอบคุณครูปลายทางได้เลยค่ะคุณครูซากิคะ ถ้าพูดถึงโรคในช่องปากนี่ คุณครูซากินึกถึงโรคใดได้บ้างคะ (ครูสุจิตรา) เอ๊ะ โรคในช่องปาก น่าจะเป็นโรคฟันผุ หรือเปล่าคะครูบอส (ครูปฏิญญา) ใช่แล้วค่ะ ถ้าพูดถึงในช่องปากนี่ แน่นอนเลยทุก ๆ คนต้องพูดถึงเรื่องฟันผุค่ะ ฉะนั้นแล้วนะคะโรคที่เราจะมาเรียนนะคะ จริง ๆ แล้วมีหลากหลายโรคเลยค่ะ แต่โรคที่พบได้บ่อยครั้วนะคะ นั่นก็คือโรคฟันผุค่ะ และอีก 1 โรคนะคะ ที่จะเกิดขึ้นได้ นั่นก็คือ โรคเหงือกอักเสบค่ะ และโดยวันนี้นะคะ โรคในช่องปากที่เราจะเรียนรู้กันก็คือโรคฟัผุ ค่ะ เป็นอวัยวะที่สำคัญในช่องปากนโดยก่อนอื่นเลยนะคะ เราไปเริ่มที่โรคฟันผุค่ะ ซึ่งโรคฟันผุค่ะ เราต้องรู้สาเหตุของโรคก่อน หลาย ๆ คนอาจจะเคยทราบอยู่แล้วนะคะ ว่าโรคฟันผุเกิดจากอะไร โดยโรคฟันผุนะคะ ในช่องปากของเรานะคะ ทำการย่อยสลายอาหารประเภทแป้งและน้ำตาลค่ะ โดยทำให้อาหารจำพวกนี้นะคะ เกิดเป็นกรด ซึ่งทำให้เกิดการทำลายโครงสร้างของฟัน ฉะนั้นแล้วนี่ ถ้าเราแปรงฟัรนไม่สะอาด มีอาหารนะคะ หรือว่าเศษอาหารติดอยู่ตามซอกฟันนะคะ ในช่องปากของเราจะทำการย่อยสลายค่ะ แล้วก็กัดกินนะคะ ทำลายโครงสร้างของฟันนะคะ ซึ่งเป็นลักษณะที่เราเห็นได้บ่อยคชฟันของเรานะคะ ผุเป็นรูเป็นช่องลงไปนั่นเอง (ครูสุจิตรา) ค่ะและต่อมาค่ะ อีก 1 สาเหตุของโรคฟันผุ นั่นก็คือถ้าหากว่าเราปล่อยนะคะ ปล่อยรอยนั้นทิ้งไว้ ดดยไม่รักษานะคะ ก็อาจจะเพิ่มนะคะ เพิ่มความรุนแรงหรือว่าสามารถลุกลามนะคะ ทำให้ฟันของเราไปรูแล้วก็เป็นช่องได้เลย (ครูปฏิญญา) ซึ่งเราจะเห็นได้ว่าช่วงแรก ๆ ที่ฟันผุ ก้เป็นแค่สีขุ่น ๆ นะคะ เป็นร่องสีดำนะคะ จนสุดท้ายแล้วนี่ถ้าเรายังไม่ไปอุดฟันกับคุณหมอนะคะ หรือว่าทันตแพทย์นะคะ ฟันของเราก็จะเกิดการแตกนะคะ แล้วเป็นรู เป็นช่องค่ะ นักเรียนค่ะ นักเรียนลองดูสังเกตฟันตัวเองนะคะ บางคนครูบอสเคยเห็นค่ะ หายไปทั้งซี่เลยค่ะครูซากิ แบบนี้นะคะ อันตรายมาก ๆ เลย หลาย ๆ คนเคยเกิดอาการปวดฟันใช่ไหมล่ะค่ะ มันทรมานมาก ๆ ใช่ไหมคะครูซากิ (ครูสุจิตรา) ทรม(ครูปฏิญญา) ซึ่งอาการนี้นะคะ หลาย ๆ คน ไม่อยา่กเปฉะนั้นแล้วนี่ ก็ต้องดูแลรักษาฟันของเราไว้ให้ดีนะคะ และที่นี้ค่ะ เราจะมาดูอาการของโรคฟันผุนี่มีอะไรบ้าง โดยอาการนี้นะคะ เราจะแบ่งออกเป็น 4 ระยะด้วยกัน ดดยเราจะมาสังเกตได้จากระยะฟันของเรานั่นเองค่ะ ระยะที่ ๑ นะคะ บริเวณที่ผุจะเริ่มเปลี่ยนเป็นสีชาวขุ่นค่ะ แต่ในระยะนี้จะไม่มีอาการปวดค่ะ เราจะลองสังเกตได้เลยใครนะคะ ยังมีกระจกอยู่ที่ตัวลองสังเกตได้เลย ถ้าฟันของเรานะคะ เริ่มมีสีขาวขุ่นนะคะ เป็นจุด ๆ นะคะ ที่แตกต่างบริเวณฟันทั้งซี่นะคะ ตรงบริเวณนั้น อาจจะกำลังเกิดฟันผุได้ค่ะ ซึ่งในระยะนี้ยังไม่มีอาการปวดค่ะ (ครูสุจิตรา) ต่อมาค่ะ ในระยะที่ ๒ นะคะ บริเวณฟันผุของเรานะคะ จะเริ่มมีการเปลี่ยนสีค่ะ จากสีนะคะ ที่เป็นขาวขุ่น จะเปลี่ยนเป็นสีขาวก็จะเปลี่ยนเป็นสีเทาดำหรือว่าสีน้ำตาล ถ้าเราสังเกต โดยการส่องกระจกดูนะคะ จะเห็นได้ชัดเจนเลยนะคะ แล้วก็ฟันของเราก็จะเริ่มมีรูผุนะคะ แล้วก้บางคนนะคะ ก็จะมีอาการเสียวฟันเกิดขึ้นจากภาพที่เราเห็นนะคะ ก็จะเป็นรูเล็ก ๆเกิดขึ้นแล้ว และก็เกิดเปลี่ยนเป็นสีดำ หรือน้ำตาลแล้วโดยในระยะนี่นี้ บางคนอาจจะเกิดอาการเสียวฟันใช่ไหมคะ อาจจะเกิดการระหว่างรับประทานอาหาร ก็เกิดอาการเสียวฟันได้ ซึ่งอาการนี้ก็ไม่ดีนะคะ เหมือนอาการปวดฟันเลยล่ะค่ะ และต่อมา ในระยะที่ 3 เริ่มรุนแรงขึ้นแล้วล่ะค่ะ ในระยะที่ 3 นี้นะคะ จะเกิดการทำลายค่ะ ทำลายผิวฟัน เนื้อฟันรวมถึงชั้นโครงประสาทฟันค่ะ และเมื่อถึงชั้นโพรงประสาทฟันนะคะ จะทำให้เรามีอาการปวดค่ะ บางคนอาจจะปวดตลอดเวลาเลย หรืออาจจะปวดอยู่เป็นช่วง ๆ นะคะ จะทำให้เรานะคะ มีปัญหากับการใช้ชีวิตประจำมากเลยนะคะ นักเรียนลองคิดดูสิคะ เราจะใช้ชีวิตหรือทำกิจกรรมต่าง ๆ ได้อย่างมีความสุขไหมคะ ถ้าหากเรามีอาการปวดฟัน ใช่แล้วล่ะค่ะ ก็คงรู้สึกไม่ดีนะคะ ทำกิจกรรมหรือเล่นอะไรกับเพื่อนนะคะ ก็ไม่มีความสุข เพราะรู้สึกปวดฟันอยู่ตลอดเวลานั่นเองค่ะ (ครูสุจิตรา) ค่ะ แล้วต่อมานะคะ ในระยะที่ 4 ค่ะ ในระยะนี้นะคะ เริ่มมีความรุนแรงเริ่มมากขึ้นแล้วนะคะ เพราะว่าเนื้อเยื่อในโพรงประสาทฟันนะคะ ถูกทำลายซึ่งอาจจะรุกรามค่ะ เข้าไปถึงประสาทฟันได้เลย ดังนั้นนะคะ เราก็จะรู้สึกนะคะ เจ็บ ๆ นะคะ เป็น ๆ หลาย ๆ แบบนี้ หรือบางคนนะคะ เกิดเป็นฝีหนอง บวมหรือว่าฟันโยกและเชื้อตัวนี้นะคะ ก็จะลุกลามไปยังส่วนอื่นด้วย บางคนนี้อาจจะถึงขั้นป่วยนะคะ อาจจะป่วยเป็นไข้ได้เลยนะคะ ืเพราะว่า ฟันนี่เกิดการอักเสบเชื้อนี่ลุกลามและทำให้เกิดอาการปวด เกิดหนองนี่ ทำให้เกิดอาการรุนแรกขึ้นในระยะนี้ บางครั้งถ้าปล่อยไว้นาน ๆ นะคะ สุดท้าย ฟันซี่นั้นก็ไม่สามารถอุดได้แล้วล่ะค่ะ นักเรียนคงไม่อยากเป็นเด็กฟันหลอใช่ไหมคะ ถ้าเกิดว่าฟันซี่นั้นเป็นฟันแท้ ซึ่งฟันแท้นี่ ไม่สามารถอุดได้แล้วนี่ เด็ก ๆ คะ คิดว่าฟันแท้จะมีฟันอื่นขึ้นมาแทนที่ไหมคะ มีอีกไหมคะครูซากิ(ครูสุจิตรา) ไม่มีแล้วนะคะเด็ก ๆ ถ้าเกิดว่าเป็นอาการแบบนี้นะคะ อาการรุนแรงมาก ๆ นี่ ซึ่งอาจจะต้องถอนฟันออกไปเลยค่ะ (ครูปฏิญญา) ใช่แล้วล่ะค่ะ คุณหมออาจจะต้องดูและนะคะ อาจจะต้องถอนฟัน หรืออาจจะต้องรักนะคะ หรือบางคนนี่อาจจะต้องสวมใส่ฟันปลอมแทน แบบนี้นะคะ ก็จะมีค่าใช้จ่ายนี่ ที่ค่อนข้างสูงเลย นักเรียนคงไม่อยากให้ค่าใช้จ่ายไปเกิดเป็นภาระของผู้ปกครองใช่ไหมคะซึ่งนะคะ เราก็ได้เรียนรู้แล้วว่าโรคฟันผุมีอะไรบ้างนะคะ เดี๋ยวเรามารู้อีก 1 อาการกันดีกว่าค่ะ นั่นก็คือในเรื่องของเหงือกอับเสบค่ะ หลาย ๆ คนนี่ อาจจะไม่ทราบว่าโรคเหงือกอักเ้เป็นอย่างไร แต่บางคนอาจจะเกิดโรคนี้แล้วล่ะค่ะ เป็นอาการนะคะ เริ่มต้นของโรคเหงือกอักเสบนั่นเอง ฉะนั้นแล้ว เดี๋ยวเรามาดูสาเหตุของการเกิดโรคเหงือกอับเสบกันก่อนค่ะ โดยสาเหตุของโรคเหงือกอักเสบนะคะ ก็คือการแปรงฟันไม่สะอาดนั่นเองค่ะ ซึ่งการแปรงฟันไม่สะอาด หรือว่าแปรงฟันไม่ถูกวิธี ทำให้เกิดจนเกิดเป็นคราบจุลินทรีย์สะสมบนฟันนั่นเองนะคะ ชอบที่จะแปรงฟัน ด้วยระยะเวลาเพียงแป๊บเดียวเท่านั้น และใช้ระยะเวลาเพียงสั้น ๆ แปรงฟันไม่ทั่วฟันทุกซี่นะคะ ไม่เข้าไปถึงฟันด้านในหรือว่าบางคนนี่ เวลาอาบน้ำค่ะคุณครูซากิ ใช้เวลาไม่ถึง 2 นาทีเลยค่ะ เด็ก ๆ บางคนไม่ชอยวิ่งเข้าไปแปรงฟันแป๊บเดียว แล้วก็วิ่งออกมาข้างนอก แบบนี้นะคะ ไม่ใช่แค่เพียงแปรงฟันไม่สะอาดนะคะ อาบน้ำก็อาจจะไม่สะอาดด้วย ซึ่งการที่เราแปรงหันไม่สะอาด แน่นอนค่ะ เกิดเป็นคราบจุลินทรีย์อยู่บนผิวฟันค่ะ (ครูสุจิตรา) ค่ะ และอีก ๑ สาเหตุ ต่อมานะคะ อาจจะมีการเกิดคราบหินปูนตามร่องเหงือก เกิดการระคาบเคืองได้ ถ้าหากเราแปรงฟันไม่สะอาดนะคะ แน่นอนว่าคราบอาหารนะคะ ก็จะไปสะสม อยู่บริเวณนะคะ ตามร่องฟันนะคะ ติดบริเวณตามเหงือนของเรา ซึ่งเกิดปัญหาการเป็นโรคเหงือกอักเสบได้ (ครูปฏิญญา) ใช่แล้วลา่ะค่ะ ในช่วงเช้านี่เราก็นอนทั้งคืนไม่ได้ทานอะไร ไม่แปรงฟันได้ไหม นักเรียนค่ะ บางครั้งนี่ หินปูนนี่ ก็เกิดจากคราบน้ำลายเรานะคะ จากจุลินทรีย์ที่เรานอนหลับ นอกจากจะทำให้เกิดกลิ่นปากแล้ว ก็ทำเกิดคราบหินปูน ตามซอกฟัน ซึ่งเราไม่สามารถแปรงฟันออกไปได้ ถ้าเป็นหินปูนหาทันตแพทย์นะคะ แล้วก็ทำการขูดหินปูนนั่นเองและต่อมานะคะ อีก ๑ สาเหตุเลยนะคะ นั่นก็คือการสูบบุหรี่ นอกจากจะเป็นสาเหตุของโรคร้ายแรงต่าง ๆ แล้วนี่ ก็ยังเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดโรคเหงือกอักเสบได้เช่นกัน และนักเรียนก็ได้เรียนไปแล้วว่าในทุก ๆ ระดับชั้นเลย ว่าการสูบบุหรี่นี่ ส่งผลเสียทั้งต่อตัวเราเอง และต่อคนรอบข้าง ฉะนั้นแล้ววันนี้ ก็ได้รู้อีก 1 ผลเสียแล้วนะคะ ก็อาจจะเป็นสาเหตุของการเกิดโรคอักเสบได้ด้วยค่ะ (ครูปฏิญญา) ค่ะ ทีนี้นะคะ เดี๋ยวเราจะมาดูกันนะคะ ว่าอาการของโรคเหงือกอักเสบนั้นอาการเป็นอย่างไร อย่างแรกก็คือจะมีเลือดออกนะคะ ขณะที่เราแปรงฟันนะคะ และในบางครั้งนะคะ ก็จะมีอาการเหงือกบวม แดง อีกด้วยดังนั้นนะคะ เด็ก ๆ ลองสังเกตดูนะคะ เวลาเราแปรงฟัน นะคะ มีเลือดออกหรือเปล่า มีอาการบวมแดงหรือเปล่าค่ะ (ครูปฏิญญา) นักเรียนเคยแปรงฟันแล้วมีเลือดออกหรือไม่คะ ลองยกมือให้คุณครูดูหน่อยค่ะ ซึ่งบางคนนะคะ การแปรงฟันที่ผิดวิธีนะคะ อาทำให้เรานะคะ มีเลือดออกได้ รวมไปถึงถ้าเริ่มเกิดนะคะ ระยะแรก ๆ ของการแปรงฟัน ก็อาจจะมีเลือดออกระหว่างแปรงฟันได้ ซึ่งส่วนในสิ่งที่สังเกตเห็นได้ชัดเลย ก็คือเหงือกของเรานะคะผิดปกติค่ะ บวมแล้วกถ้าเราพบนะคะ ควรรีบไปพบทันตแพทย์ได้เลย รักษาได้ทันเวลาค่ะ (ครูสุจิตรา) ใช่ค่ะ แล้วต่อมานะคะ ก็คืออาการเหงือกร่นว่าก็เกิดการขยับค่ะ ในขณะที่เราเคี้ยวอาหาร ลองสังเกตได้ชัดเลยนะคะ เริ่มไม่ติดกับตัวฟันแล้วนะคะ แล้วเวลาเคี้ยวอาหารอยู่นี่ แล้วรู้สึกนี่ฟันของเราเกิดอาการโยกโดยที่เด็ก ๆ นะคะ ไม่ได้เกิดอาการโยกที่หันแท้แท้กำลังจะขึ้นมาแบบนั้น ให้เราสังเกตเลยนะคะ แล้วก็ควรที่จะบอกผู้ปกครองค่ะ (ครูสุจิตรา) ค่ะ และอีกอาการหนึ่งต่อมานะคะ ในบางคนค่ะ ก็อาจจะมีนะคะ มีหนองนะคะ หรือว่ามีฝีนะคะ บริเวณร่องเหงือก ฝีหนองตัวนี้ ก็จะทำให้เกิดกลิ่นปากนั่นเองค่ะ ซึ่งน่ากลัวมาก ๆ เลยนะคะ เด็ก ๆ ดังนั้น นะคะ หรือว่าเวลาที่เรารับประทานอาหารนะคะ เราควรหมั่นที่จะสังเกตฟันของตัวเองนะคะ อยู่ตลอดเวลาเลย ว่าฟันของมีความผิดปกติอะไรหรือเปล่า (ครูปฏิญญา) ซึ่งถ้าเกิดฝีเกิดหนองในบริเวณร่องเหงือกนี่ คงน่ากลัวมาก ๆ และฝีและหนองเหล่านี้ทำให้เกิดกลิ่นปาก นักเรียนลองคิดดูสิคะ ถ้าเพื่อนเรามีกลิ่นปาก เราก็คไม่อยากเข้าไปพูดคุยด้วย แล้วถ้าตัวเราเองเกิดกลิ่นปากเราจะทำอย่างไรคะ ก็คงรู้สึกแย่ใช่ไหมล่ะคะ ฉะนั้นแล้วนี่ เน้นย้ำเลยนะค แปรงฟันให้ถูกวิธี แล้วก็แปรงฟันให้สะอาดนะคะ ทีนี้ค่ะ ครูบอสก็มีคำถามค่ะ ว่าเราจะป้องกันโรคในช่องปากนี้ ได้อย่างไรคะ เมื่อสักครู่นี้เราย้ำเตือนกันอยู่นะคะครูวากิ ว่าวิธีที่ดีที่สุดคืออะไร นักเรียนลองตอบคุณครูปลายทางได้เลยค่ะ ว่าเราจะป้องกันโรคในช่องปากได้อย่างไร เมื่อสักเมื่อสักครู่นะคะครูซากิเราได้ดูไปแล้ว โรดเหงือกอักเสบนี่ เขาเกิดจากอะไรได้บ้างเป็นสาเหตุง่าย ๆ นะคะ ที่บางคนก็ทราบแล้ว นักเรียนลองตอบคุณครูปลายทางได้เลยค่ะ ว่าเราจะว่าเราจะป้องกันได้อย่างไรคะ คุณครูซากิคิดว่าเราจะป้องกันได้อย่างไรคะ (ครูสุจิตรา) แน่นอนค่ะครูบอส เราต้องแปรงฟันนะคะ ให้สะอาดแล้วที่สำคัญนะคะ แปรงฟันให้ถูกวิธีด้วยใช่ไหมคะ (ครูปฏิญญา) ใช่แล้วล่ะค่ะ อย่างที่เราได้เรียนกันไปแล้วนะคะ ในเรื่องของวิธีการแปรงฟัน หลาย ๆ คนได้นำไปปฏิบัติบ้างหรือไม่คะ ซึ่งวันนี้เราจะมาทบทวนกันนะคะ ว่าวิธีที่เราป้องกันโรคในช่องปากมีอะไรบ้าง โดยวิธีแรกเลยนะคะ นั่นก็คือที่บอกเมื่อสักครู่ค่ะ ก็คือแปรงฟันค่ะ ดดยอย่าลืมนะคะ แปรงฟันอย่างน้อยวันลั 2 ครั้งวันละ 2 ครั้ง จำกันได้หรือเปล่าเอ่ย อย่างน้อยวันละ 2 ครั้ง หมายถึงเวลาไหนเก่งมากเลยค่ะ นั่นก็คือในช่วงเช้านะคะ หลังจากที่เราตื่นนอน และในช่วงเย็นนะคะ ก่อนที่เราจะเข้านอนค่ะ เอ่อ คุณครูซากิค่ะ ถ้าเด็ก ๆ บอกว่านักเรียนแปรงฟัน ครบ 2 ครั้งแล้ว แต่ยังไปทานอาหารอีก เราต้องแปรงฟันอีกครั้งไหมคะ (ครูสุจิตรา) แน่นอนนะคะ ถ้าเราไปรับประทานอีก 1 ครั้ง แน่นอนว่าเราควรจะแปรงฟันอีกแน่นอนนะคะ เพราะว่าการแปรงฟันหลังอาการก็จะช่วยนะคะ ขจัดคราบนะคะ เศษอาหารต่าง ๆ ได้นั่นเอง ดังนั้นนะคะ ถ้าใน 1 วันนะคะ นักเรียนสามาาแปรงฟันนะคะ เกิน 2 ครั้งได้ก็จะดีค่ะ (ครูปฏิญญา) ใช่ค่ะ ไม่จำเป็นนะคะ ว่าเราจะแปรงฟัน แปรงฟันได้แค่ 2 ครั้ง แต่จริง ๆ แล้วเรารับประมทานอาหารเรียบร้อยแล้ว แต่ที่ 2 ครั้งนะคะก็คือยกเว้นไว้ในระหว่างวันที่เราออกไปทำธุระด้านนอก ไม่สะดวกที่จะพกแปรงสีฟันและยาสีฟัน ไปแปรงฟันนั่นเอง เราสามารถทำได้ค่ะ ถ้าเรารับประมานอาหารระหว่างวัน ก็ใช้วิธีการบ้วนปบ้วนเศษอาหารออกไปนั่นเองค่ะ (ครูสุจิตรา) ค่ะ และวิธีการป้องกันต่อมานะคะ นั่นก็คือ การใช้ยาสีฟันนะคะ ที่มีส่วนผสมของสารฟลูออไรด์ ตัวนี้นะคะ ก็จะช่วยปกป้องฟันของเราด้วยลดอาการฟันผุนั่นเองค่ะ (ครูปฏิญญา) ก็ง่าย ๆ นะคะ ส่วนใหญ่แล้วนะคะ เวลาเราเลือกซื้อยาสีฟันนะคะ ว่าเขาเขียนว่ายาสีฟันกล่องนี้นะคะ ของฟลูออไรด์หรือไม่ ในการป้องกันฟันผุนั่นเอง ทำให้ฟันของเราแข็งแรงมากขึ้นค่ะ และวิธีป้องกันแล้ววิธีป้องกันต่อมาเลยนะคะ ก็คือ สิ่งนี้สำคัญมากเลยนะคะ การเลือกใช้แปรวสีฟันที่มีคุณภาพค่ะหมายความว่าแปรงสีฟันนี้นะคะ สามารถเข้าไปทำความสะอาดนะคะ ทำความสะอาดของเราได้ทั่วถึงนั่นเองได้ทั่วถึงนั่นเอง รวมไปถึงนะคะ ขนแปรงต้องอ่อน นุ่ม ไม่ทำอันตรายต่อเหงือกและฟัน ไมแข็งจนเกินไป เพราะจะทำให้เกิดอันตรายต่อตัวผิวฟันนะคะ ต่อผิวฟัน รวมไปถึงนะคะบริเวณเหงือก อาจจะทำให้เกิดการบาดเจ็บ หรือทำให้มีเลือดออกขณะแปรงฟันได้ค่ะ ฉะนั้นแล้ว เราควรมให้ความสำคัญนะคะกับแปรงสีฟันของเรา เลือกที่สามารถเข้าไปทำความสะอาดได้ทั่วถึง และก็มีขนแปรงที่อ่อนนุ่มค่ะ แล้วเด็ก ๆ คะ อย่าลืมที่จะเปลี่ยนแปรงสีฟันเป็นประจำด้วยนะคะ อย่างน้อย ๆ เลยนะคะ ก็ควรเปลี่ยนแปรงสีฟันทุก ๆ 3 เดือนค่ะ นักเรียนคะ ถึงแม้นะคะ การที่เราสังเกต แปลงสีฟันของเราค่ะ เด็ก ๆ แล้วนะคะ ว่าบริเวณแปรงสีฟันของเรา มีคราบสกปรก มีคราบฝังแน่นอยู่ หรือว่าขนแปรงบานแล้ว ก็ให้เราสามารถเปลี่ยนแปรงสีฟันได้เลยค่ะ ไม่ควรใช้ติดต่อกันนะคะ เกิน 3 เดือนนะคะ นักเรียน (ครูสุจิตรา) ก็เป็นเรื่องที่สำคัญนะคะ เรื่องของแปรงสีฟันนะคะ ทีนี้นะคะ วิธีการป้องกันต่อมานะคะ ก็คือ การหลีกเลราการหลีกเลี่ยงนะคะ อาหารประเภทของหวานค่ะ หรือว่าของที่เหนียวจนเกิดไป เพราะว่า อาจจะทำให้เกิดตกค้างบริเวณตามซอกฟันนะคะ และแน่นอนว่าของหวาน ๆ เหล่านีนะคะ ก้จะเป้(ครูปฏิญญา) เอ๊ะ แล้วถ้าเด็ก ๆ อยากรับประทานจริง ๆ ก็รับประทานได้ไหมคะครูซากิ เราไม่ได้ห้ามเด็ก ๆ รับประทานของหวาน แต่ถ้าหากว่าเด็หก็ควรที่จะแปรงฟันนั่นเอง (ครูปฏิญญา) ถูกต้องค่ะ และอย่าลืมนะคะ เราไม่ควรของหวานและของเหนียวก่อนนอนค่ะ เราควรรับประทานในระหว่างวันแต่ก็อย่าลืมที่จะแปรงฟัน แล้วก็ไม่ควรรับประทานในปริมาณที่มากจนไป เพระานอกจากจะเป็นสาเหตุของโรคฟันผุแล้วก็อาจจะเป็นสาเหตุของโรคอ้วนแล้วก็เบาหวานอีกด้วยนะคะ ถ้าหากรับประมานของหวานมากจนเกิดไป หลาย ๆ คนอาจจะคิดว่าเบาหวานเกิดในคนอายุมากเท่านั้น แต่จริงๆ แล้วปัจจุบันนี่ พบคนที่ป่วบเป็นเบโดนคนที่อายุน้อย ๆ แล้วค่ะ การรับประทาน ไม่ได้ห้ามนะคะ สามารถรับประทานได้ แต่ควรรับประทานในบริมาณที่เหมาะสม และไมมากเกินไปค่ะ และวิธีปป้องกันนะคะ วิธีต่อมาวิธีนี้นะคะ เป็นวิธีที่เราป้องกันโรคในช่องปากได้ นั่นก็คือ หลีกหลีกเลี่ยงการดื่มเครื่องดื่ม ชาและกาแฟนี่ จะมีสารที่ทำลายสารเคลือบฟันและก็ทำให้เกิดคาบฝังแน่น คนที่ชอบนะคะ คนที่ชอบดื่มกาแฟนะคะ เขานะคะ จะมีฟันมีสีที่เหลืองขึ้นค่ะ บางที การดื่มชากาฟฟเป็นประจำ จะทนั่นเอง เพราะว่าเกิดคราบฝังแน่นจากชาและกาแฟค่ะ (ครูสุจิตรา) ค่ะ และอีกวิธีป้องกันค่ะ และอีกวิธีป้องกันนะคะ ก็คือการตรวจสุขภาพฟันกับทันตแพทย์นะคะ ทุก ๆ 6 เดือนนะคะนั่นก็คือคุณหมอฟันนั่นเอง เพราะฉะนั้น เด็ก ๆ ต้องเห็นความสำคัญ ก็จะต้องเห็นความสำคัญนะคะ เด็ก ๆ การที่เรานะคะ ไปตรวจฟันทุก ๆ 6 เดือน ทำให้เรานะคะ มีปัญหา หรือว่าเป็นโรคในช่องปากของของเราหรือเปล่านั่นเองค่ะ (ครูปฏิญญา) เอ๊ะ และถ้าเด็ก ๆ ถามว่าเราไปตรวจเฉพาะเวลาที่เราปวดฟัน หรือ (ครูสุจิตรา) เอ๊ะ แบบนี้นะคะ ก็ไม่จำเป็นนะคะ ถึงแม้ว่าไม่มีอาการปวดฟัน หรือฟันผุ ก้สามารไปหาคุณหมอฟันได้ค่ะ (ครูปฏิญญา) ใช่แล้วล่ะค่ะ แพทย์หรือว่าหมอฟันนะคะเขาจะสามารถดูนะคะ การเจริญเติบโต หรือพัฒนาการ โดยเฉพาะในวัยเด็กนะึะ ฟันต่าง ๆขึ้นนะคะ ตามวัยหรือไม่นะคะ หรือบางคนนะคะ มีความผิดปกติภายในช่องปาก หรือไม่จำเป็นนะคะ จะต้องมีอาการปวดฟันแล้วจะต้องไปพบคุณหมอเท่าฟันผุเท่านั้น ถึงจะไป เราสาใารหรือว่าควรเลยค่ะ ไปพบทุก ๆ 6 เดือนหรือปีละ 2 ครั้งนั่นเองค่ะ และในวันนี้นะคะ เราก็ได้เราก็ได้เรียนรู้ไปแล้วนะคะ ว่าโรคในช่องปากนี่ โรคฟันผุ แล้วก้โรคเหงือกอักเสบนี่และมีอาการอย่างไร รวมไปถึงเราจะป้องกันโรคในช่องปากได้อย่างไร วันนี้ค่ะที่เราย้ำเตือนกันเลยว่าวิธีง่าย ๆ ที่เราจะนั่นก็คือ การแปรงฟัน ฉะนั้นกิจกรรมประจำวันนี้ค่ะ ฟันสวยยิ้มสวยค่ะ และเราจะมีฟันที่สวย หรือว่ารอยยิ้มที่สดใสได้นะคะ เราก็ควรที่จะแปรงฟันนั่นเองค่ะ อย่างที่บอกนะคะ ครูบอสได้บอกให้คุณครูปลายทางนะคะ เตรียมพร้อมสำหรับแปรงสีฟันประจำตัวของนักเรียน และยาสีฟันค่ะ เพื่อที่จะทำกิจกรรมประจำวันนี้นั่นเอง ก็คือ 1.ให้นักเรียนเตรียมอุปกรณ์ในการแปรงฟันของตนเองนะคะ เราจะยืมแปรงสีฟันของเพื่อนได้ไหมคะครูซากิ (ครูสุจิตรา) ไม่ได้เลยนะคะ เพราะว่าแปรงสีฟันนะคะ เป็นของใช้ส่วนตัวค่ะ ห้ามยืมกันเด็ดขาดเลยนะคะ รวมไปถึงแก้วน้ำที่เราจะนำมาบ้วนปากด้วยนะคะ ดดยเฉพาะช่วงทีมีการแพร่ระบาดของโรคต่าง ๆ นี่เราก็ควรแยกใช้เลยนะคะ โดยเฉพาะพวกของใช้ส่วนตัวค่ะ ซึ่งปฏิบัติกิจกรรมการแปรงฟันอย่างถูกวิธี ซึ่งการแปรงฟันอย่างถูกวิธีนี้ เราก็ได้เรียนไปแล้วนะคะในเรื่องของสุขบัญญัติแห่งชาติค่ะ เด็ก ๆ จำกันได้หรือเปล่าเอ่ย ถ้านักเรียนจำกันได้แล้วนะคะ ในวันนี้นะคะ เราจะให้นักเรียนนะคะ ไปทำกิจกรรมฟันสวย ยิ้มใส โดยการแปรงหูหนฟันอย่างถูกวิธีค่ะ(ครูสุจิตรา) ค่ะ ในส่วนของคุณครูปลายทางนะคะ รบกวนคุณครูปลายทางนะคะ อธิบายขั้นตอนในการทำกิจกรรมให้ละเอียด และแล้วก็ให้คำแนะนำ แล้วก็รวมไปถึงค่ะ ควบคุมนักเรียนนะึะ ระหว่างทีนักเรียนทำกิจกรรมประจำวันนี้นะคะ คุณครูปลายทางสามารถควบคุมนักเรียนไปแปรงฟันในบริเวณห้องน้ำของโรงเรียน หรือบริเวณที่มีอ่างล้างหน้า และคุณครูอย่าลืมที่จะแนะนำเพิ่มเติม ในขณะที่นักเรียนแปรงฟันด้วยนะคะ และในวันนี้นะคะ เดี๋ยวครูบอสและครูซากิให้เวลาไปทำกิจกรรมแล้วเดี๋ยวเรามาสรุปบทเรียนไปพร้อมกันค่ะ [เสียงดนตรี] (ครูปฏิญญา) หมดเวลาแล้วนะคะนักเรียน เป็นอย่างไรกันบ้างคะ ทุกคนก็คงจะไปแปรงกันมา เสร็จเรียบร้อยแล้ว ตอนนี้เด็ก ๆ ก็คงมีฟันที่สวย ยิ้มที่สดใสแล้วใช่ไหมล่ะคะ อย่าลืมที่จะทำความสะอาดอุปกรณ์นำมาใช้ในวันนี้กันด้วยนะคะ และที่สำคัญค่ะ อุปกรณ์ที่เราใช้ในวันนี้ เป็นอุปกรณ์ส่วนตัวนะคะ ม่ควรใช้ร่วมกัน และเดี๋ยวเรามาสรุปทบเรียนไปพร้อมกันเลยดีกว่าค่ะ สำหรับวันนี้นะคะ เราเรียนกันเรื่องโรคในช่องปากค่ะ ซึ่งโรคในช่องปากนี้นะคะ เป็นโรคที่พบบ่อยในชีวิตประจำวันนั้น ฉะนั้นแล้วนี่ เราควรรู้สาเหตุของโรค อาการของโรค รวมไปถึงวิธีป้องกันโรคค่ะ วิธีปฏิบัติตนในการป้องกันโรคได้อย่างถูกต้องและเป็นการสร้างเสริมสุขภาพในช่องปากที่ดีด้วยค่ะ (ครูสุจิตรา) ใช่แล้วค่ะ ในวันนี้นะคะ เด็ก ๆ ก็ได้เรียนรู้ ใกล้ตัวมาก ๆ เลยนะคะ ได้เรียนรู้กันไปแล้วนะคะสาเหตุหรือว่าอาการเกิดจากอะไรรวมไปถึงวิธีการป้องกันนะคะ เด็ก ๆ ก็สามารถนำวิธีการป้องกันนี้นะคะ ไปปฏิบัติใช้ได้เลย และที่สำคัญ อย่าลืมไปตรวจสุขภาพฟันนะคะ กับทันตแพทย์ทุก ๆ 6 เดือนเลยน่ะค่ะ เรื่องนี้เป็นเรื่องที่สำคัญมากเลยค่ะ (ครูปฏิญญา) และสุดท้ายแล้วนะคะ ย้ำเตือนกันอยู่เสมอ แปรงฟันให้ถูกวิธี แปรงฟันให้สะอาด เป็นประจำทุกวันนะคะ อย่างน้อยวันละ 2 ครั้งค่ะและในสัปดาห์หน้านะคะ เราจะมาพบกันในเรื่องใหม่แล้ว ก็คือเรื่องของ "สารเสพติด" ค่ะ (ครูสุจิตรา) สิ่งที่คุณครูปลายทาง และนักเรียนปลายทางจะต้องเตรียมนะคะ ก็คือสมุดนะคะ แล้วก็อุปกณ์การเรียนค่ะสามารถดูเนื้อหานะคะ ที่จะเรียนในสัปดาห์หน้านะคะ เนื้อหากิจกรรม ได้ที่ www.dltv.ac.thdltv.ac.th ค่ะ และสำหรับวันนี้นัะคะ ครูบอสและครูซากิก็ขอลากันไปเพียงเท่านี้ แล้วเดี๋ยวเรากลับมาพบกันใหม่ในสัปดาห์หน้า สำหรับวันนี้สวัสดีค่ะ บ๊ายบายบ๊ายบาย [เสียงดนตรี]