(ครูสุจิตรา) ไม่มีแล้วนะคะ เด็ก ๆ ถ้าเกิดว่าเป็นอาการแบบนี้นะคะ อาการรุนแรงมาก ๆ นี่ ซึ่งอาจจะต้องถอนฟันออกไปเลยค่ะ (ครูปฏิญญา) ใช่แล้วล่ะค่ะ คุณหมออาจจะต้องดูและนะคะ อาจจะต้องถอนฟัน หรืออาจจะต้องรักนะคะ หรือบางคนนี่อาจจะต้องสวมใส่ฟันปลอมแทน แบบนี้นะคะ ก็จะมีค่าใช้จ่ายนี่ที่ค่อนข้างสูงเลย นักเรียนคงไม่อยากให้ค่าใช้จ่ายไปเกิดเป็นภาระของผู้ปกครองใช่ไหมคะ ซึ่งนะคะ เราก็ได้เรียนรู้แล้วว่าโรคฟันผุมีอะไรบ้าง นะคะ เดี๋ยวเรามารู้อีก 1 อาการกันดีกว่าค่ะ นั่นก็คือในเรื่องของเหงือกอับเสบค่ะ หลาย ๆ คนนี่ อาจจะไม่ทราบว่าโรคเหงือกอักเสบเป็นอย่างไร แต่บางคนอาจจะเกิดโรคนี้แล้วล่ะค่ะ เป็นอาการนะคะ เริ่มต้นของโรคเหงือกอักเสบนั่นเองฉะนั้นแล้ว เดี๋ยวเรามาดูสาเหตุของการเกิดโรคเหงือกอับเสบกันก่อนค่ะ โดยสาเหตุของโรคเหงือกอักเสบนะคะ ก็คือการแปรงฟันไม่สะอาดนั่นเองค่ะ ซึ่งการแปรงฟันไม่สะอาด หรือว่าแปรงฟันไม่ถูกวิธี ทำให้เกิดจนเกิดเป็นคราบจุลินทรีย์สะสมบนฟันนั่นเองนะคะ ชอบที่จะแปรงฟัน ด้วยระยะเวลาเพียงแป๊บเดียวเท่านั้น และใช้ระยะเวลาเพียงสั้น ๆ แปรงฟันไม่ทั่วฟันทุกซี่นะคะ ไม่เข้าไปถึงฟันด้านในหรือว่าบางคนนี่ เวลาอาบน้ำค่ะ คุณครูซากิ ใช้เวลาทบทวนกันนะคะ ว่าวิธีที่เราป้องกันโรคในช่องปากมีอะไรบ้าง โดยวิธีแรกเลยนะคะ นั่นก็คือที่บอกเมื่อสักครู่ค่ะ ก็คือแปรงฟันค่ะ ดดยอย่าลืมนะคะ แปรงฟันอย่างน้อยวันลั 2 ครั้งวันละ 2 ครั้ง จำกันได้หรือเปล่าเอ่ย อย่างน้อยวันละ 2ครั้ง หมายถึงเวลาไหนเก่งมากเลยค่ะ นั่นก็คือในช่วงเช้านะคะ หลังจากที่เราตื่นนอน และในช่วงเย็นนะคะ ก่อนที่เราจะเข้านอนค่ะ เอ่อ คุณครูซากิค่ะ ถ้าเด็ก ๆ บอกว่านักเรียนแปรงฟันครบ 2 ครั้งแล้ว แต่ยังไปทานอาหารอีก เราต้องแปรงฟันอีกครั้งไหมคะ (ครูสุจิตรา)แน่นอนนะคะ ถ้าเราไปรับประทานอีก 1 ครั้ง แน่นอนว่าเราควรจะแปรงฟันอีกแน่นอนนะคะ เพราะว่าการแปรงฟันหลังอาการก็จะช่วยนะคะ ขจัดคราบนะคะ เศษอาหารต่าง ๆ ได้นั่นเอง ดังนั้นนะคะ ถ้าใน 1 วันนะคะ นักเรียนสามาาแปรงฟันนะคะ เกิน 2 ครั้งได้ก็จะดีค่ะ (ครูปฏิญญา) ใช่ค่ะ ไม่จำเป็นนะคะ ว่าเราจะแปรงฟันแปรงฟันได้แค่ 2 ครั้ง แต่จริง ๆ แล้วเรารับประมทานอาหารเรียบร้อยแล้ว แต่ที่ 2 ครั้งนะคะ ก็คือยกเว้นไว้ในระหว่างวันที่เราออกไปทำธุระด้านนอก ไม่สะดวกที่จะพกแปรงสีฟันและยาสีฟัน ไปแปรงฟันนั่นเอง เราสามารถทำได้ค่ะ ถ้าเรารับประมานอาหารระหว่างวัน ก็ใช้วิธีการบ้วนปบ้วนเศษอาหารออกไปนั่นเองค่ะ (ครูสุจิตรา) ค่ะ และวิธีการป้องกันต่อมานะคะ นั่นก็คือการใช้ยาสีฟันนะคะ ที่มีส่วนผสมของสารฟลูออไรด์ตัวนี้นะคะ ก็จะช่วยปกป้องฟันของเราด้วยลดอาการฟันผุนั่นเองค่ะ (ครูปฏิญญา) ก็ง่าย ๆ นะคะ ส่วนใหญ่แล้วนะคะ เวลาเราเลือกซื้อยาสีฟันนะคะในการป้องกันฟันผุนั่นเอง ทำให้ฟันของเราแข็งแรงมากขึ้นค่ะ และวิธีป้องกัน วิธีต่อมาเลยนะคะ ก็คือ สิ่งนี้สำคัญมากเลยนะคะ การเลือกใช้แปรวสีฟันที่มีคุณภาพค่ะ หมายความว่าแปรงสีฟันนี้นะคะ จะสามารถเข้าไปทำความสะอาดนะคะ ทำความสะอาดของเราได้ทั่วถึงนั่นเองได้ทั่วถึงนั่นเอง รวมไปถึงนะคะ ขนแปรงนี่ ต้องอ่อน นุ่ม ไม่ทำอันตรายต่อเหงือกและฟัน ขนแปรงนี่ ไม่แข็งจนเกินไป เพราะจะทำให้เกิดอันตรายต่อตัวผิวฟันนะคะ ต่อผิวฟัน รวมไปถึงนะคะ บริเวณเหงือกได้ อาจจะทำให้เกิดการบาดเจ็บ หรือทำให้มีเลือดออกขณะแปรงฟันได้ค่ะ ฉะนั้นแล้ว เราความให้ความสำคัญนะคะ กับแปรงสีฟันของเรา เลือกที่สามารถเข้าไปทำความสะอาดได้ทั่วถึง และก็มีขนแปรงที่อ่อน นุ่มค่ะ แล้วเด็ก ๆ คะ อย่าลืมที่จะเปลี่ยนแปรงสีฟันเป็นประจำด้วยนะคะ อย่างน้อย ๆ เลยนะคะ ก็ควรเปลี่ยนแปรงสีฟันทุก ๆ 3 เดือนค่ะ นักเรียนคะ หรือแม้กระทั่วว่า การที่เราสังเกตแปรงสีฟันของเราค่ะ เด็ก ๆ แล้วนะคะ ว่าบริเวณแปรงสีฟันของเรา มีคราบสกปรก มีคราบฝังแน่นอยู่ หรือว่าขนแปรงบานแล้ว ก็ให้เราสามารถเปลี่ยนแปรงสีฟันได้เลยค่ะ ไม่ควรใช้ติดต่อกันนะคะ เกิน 3 เดือนนะคะนักเรียน (ครูสุจิตรา) ก็เป็นเรื่องที่สำคัญนะคะ เรื่องของแปรงสีฟันนะคะ ทีนี้นะคะ วิธีการป้องกันต่อมานะคะ ก็คือการหลีกเลี่ยงนะคะ การอาหารประเภทของหวานค่ะ หรือว่าของที่เหนียวจนเกิดไป เพราะว่าอาจจะทำให้เกิดตกค้างบริเวณตามซอกฟันนะคะ และแน่นอนว่าของหวาน ๆ เหล่านี้นะคะ ก็จะเป็น(ครูปฏิญญา) เอ๊ะ แล้วถ้าเด็ก ๆ อยากรับประทานจริง ๆ ก็รับประทานได้ไหมคะ ครูซากิ เราไม่ได้ห้ามเด็ก ๆ รับประทานของหวาน นะคะ แต่ถ้าหากว่าเด็ก ๆ ควรที่จะแปรงฟันนั่นเอง (ครูปฏิญญา) ถูกต้องค่ะ และอย่าลืมนะคะ เราไม่ควรของหวานและของเหนียวก่อนนอนค่ะ เราควรรับประทานในระหว่างวันได้นะคะ แต่ก็อย่าลืมที่จะแปรงฟัน แล้วก็ไม่ควรรับประทานใมากจนไป เพราะนอกจากจะเป็นสาเหตุของโรคฟันผุ แล้วก็อาจจะเป็นสาเหตุของโรคอ้วนแล้วก็เบาหวานอีกด้วยนะคะ ถ้าหากรับประมานของหวานมากจนเกิดไป หลาย ๆ คนอาจจะคิดว่าเบาหวานเกิดในคนอายุมากเท่านั้น แต่จริง ๆ แล้วปัจจุบันนี่ พบคนที่ป่วบเป็นเบโดนคนที่อายุน้อย ๆ แล้วค่ะ การรับประทาน ไม่ได้ห้ามนะคะ สามารถรับประทานได้ แต่ควรรับประทานในบริมาณที่เหมาะสม และไมมากเกินไปค่ะ และวิธีปป้องกันนะคะ วิธีต่อมาวิธีนี้นะคะ เป็นวิธีที่เราป้องกันโรคในช่องปากได้ นั่นก็คือ หลีกหลีกเลี่ยงการดื่มเครื่องดื่มชาและกาแฟนี่ จะมีสารที่ทำลายสารเคลือบฟัน และก็ทำให้เกิดคาบฝังแน่น คนที่ชอบนะคะ คนที่ชอบดื่มกาแฟนะคะ เขานะคะ จะมีฟันมีสีที่เหลืองขึ้นค่ะ บางทีการดื่มชากาแฟเป็นประจำ จะทนั่นเอง เพราะว่าเกิดคราบฝังแน่นจากชาและกาแฟค่ะ (ครูสุจิตรา) ค่ะ และอีกวิธีป้องกันค่ะ และอีกวิธีป้องกันนะคะ ก็คือการตรวจสุขภาพฟันกับทันตแพทย์นะคะ ทุก ๆ 6 เดือนนะคะ นั่นก็คือคุณหมอฟันนั่นเอง เพราะฉะนั้น เด็ก ๆ ต้องเห็นความสำคัญก็จะต้องเห็นความสำคัญนะคะ เด็ก ๆ การที่เรานะคะ ไปตรวจฟันทุก ๆ 6 เดือน ทำให้เรานะคะ มีปัญหา หรือว่าเป็นโรคในช่องปากของของเราหรือเปล่านั่นเองค่ะ (ครูปฏิญญา) เอ๊ะ และถ้าเด็ก ๆ ถามว่าเราไปตรวจเฉพาะเวลาที่เราปวดฟัน หรือ(ครูสุจิตรา) เอ๊ะ แบบนี้นะคะ ก็ไม่จำเป็นนะคะ ถึงแม้ว่าไม่มีอาการปวดฟัน หรือฟันผุ ก้สามารไปหาคุณหมอฟันได้ค่ะ (ครูปฏิญญา)ใช่แล้วล่ะค่ะ แพทย์หรือว่าหมอฟันนะคะ เขาจะสามารถดูนะคะ การเจริญเติบโต หรือพัฒนาการโดยเฉพาะในวัยเด็กนะึะ ฟันต่าง ๆ ขึ้นนะคะ ตามวัยหรือไม่นะคะ หรือบางคนนะคะ มีความผิดปกติภายในช่องปาก หรือไม่จำเป็นนะคะ จะต้องมีอาการปวดฟันแล้วจะต้องไปพบคุณหมอเท่าฟันผุเท่านั้น ถึงจะไป เราสาใารหรือว่าควรเลยค่ะ ไปพบทุก ๆ 6 เดือนหรือปีละ 2 ครั้งนั่นเองค่ะ และในวันนี้นะคะ เราก็ได้เราก็ได้เรียนรู้ไปแล้วนะคะ ว่าโรคในช่องปากนี่ โรคฟันผุ แล้วก้โรคเหงือกอักเสบนี่และมีอาการอย่างไร รวมไปถึงเราจะป้องกันโรคในช่องปากได้อย่างไร วันนี้ค่ะ ที่เราย้ำเตือนกันเลยว่าวิธีง่าย ๆ ที่เราจะนั่นก็คือ การแปรงฟัน ฉะนั้นกิจกรรมประจำวันนี้ค่ะ ฟันสวยยิ้มสวยค่ะ และเราจะมีฟันที่สวย หรือว่ารอยยิ้มที่สดใสได้นะคะ เราก็ควรที่จะแปรงฟันนั่นเองค่ะ อย่างที่บอกนะคะ ครูบอสได้บอกให้คุณครูปลายทางนะคะ เตรียมพร้อมสำหรับแปรงสีฟันประจำตัวของนักเรียน และยาสีฟันค่ะ เพื่อที่จะทำกิจกรรมประจำวันนี้นั่นเอง ก็คือ1.ให้นักเรียนเตรียมอุปกรณ์ในการแปรงฟันของตนเองนะคะ เราจะยืมแปรงสีฟันของเพื่อนได้ไหมคะ ครูซากิ (ครูสุจิตรา) ไม่ได้เลยนะคะ เพราะว่าแปรงสีฟันนะคะ เป็นของใช้ส่วนตัวค่ะ ห้ามยืมกันเด็ดขาดเลยนะคะ รวมไปถึงแก้วน้ำที่เราจะนำมาบ้วนปากด้วยนะคะ ดดยเฉพาะช่วงทีมีการแพร่ระบาดของโรคต่าง ๆ นี่เราก็ควรแยกใช้เลยนะคะ โดยเฉพาะพวกของใช้ส่วนตัวค่ะ ซึ่งปฏิบัติกิจกรรมการแปรงฟันอย่างถูกวิธี ซึ่งการแปรงฟันอย่างถูกวิธีนี้ เราก็ได้เรียนไปแล้วนะคะ ในเรื่องของสุขบัญญัติแห่งชาติค่ะ เด็ก ๆ จำกันได้หรือเปล่าเอ่ย ถ้านักเรียนจำกันได้แล้วนะคะ ในวันนี้นะคะ เราจะให้นักเรียนนะคะ ไปทำกิจกรรมฟันสวย ยิ้มใส โดยการแปรงหูหนฟันอย่างถูกวิธีค่ะ (ครูสุจิตรา) ค่ะ ในส่วนของคุณครูปลายทางนะคะ รบกวนคุณครูปลายทางนะคะ อธิบายขั้นตอนในการทำกิจกรรมให้ละเอียด และแล้วก็ให้คำแนะนำ แล้วก็รวมไปถึงค่ะ ควบคุมนักเรียนนะึะ ระหว่างทีนักเรียนทำกิจกรรมประจำวันนี้นะคะ คุณครูปลายทางสามารถควบคุมนักเรียนไปแปรงฟันในบริเวณห้องน้ำของโรงเรียน หรือบริเวณที่มีอ่างล้างหน้าและคุณครูอย่าลืมที่จะแนะนำเพิ่มเติม ในขณะที่นักเรียนแปรงฟันด้วยนะคะ และในวันนี้นะคะ เดี๋ยวครูบอสและครูซากิให้เวลาไปทำกิจกรรมแล้วเดี๋ยวเรามาสรุปบทเรียนไปพร้อมกันค่ะ [เสียงดนตรี]