[เสียงดนตรี] (คุณครูปฏิญญา) สวัสดีคุณครูปลายทางและนักเรียนปลายทางทุกคนค่ะ ยินดีต้อนรับเข้าสู่รายวิชาสุขศึกษาและพลศึกษาชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ค่ะ วันนี้เช่นเคยค่ะ กลับมาพบกับคุณครูปฏิญญา ประจันบาน หรือคุณครูบอสค่ะ และ... (คุณครูสุจิตรา) ค่ะ คุณครูสุจิตรา บุญธรรม หรือคุณครูซากิค่ะ (คุณครูปฏิญญา) และวันนี้ค่ะ เราขึ้นเรื่องใหม่แล้วนะคะ เด็ก ๆ อยากทราบแล้วหรือยังค่ะ ว่าเป็นเรื่องของอะไร ถ้าอย่าทราบแล้วก่อนอื่นเราไปดูจุดประสงค์การเรียนรู้ในวันนี้กันก่อนค่ะ สำหรับจุดประสงค์การเรียนรู้ในวันนี้นะคะ เริ่มที่ข้อที่ 1 นักเรียนจะต้องสามารถอธิบายการปฏิบัติตนตามสุขบัญญัติแห่งชาติข้อที่ 1 และข้อที่ 2 ได้ค่ะ (คุณครูสุจิตรา) ค่ะ และในข้อที่ 2 นะคะ นักเรียนนะคะ ก็จะสามารถปฏิบัติตนตามสุขบัญญัติที่ 1 และข้อที่ 2 ได้ค่ะ (คุณครูปฏิญญา) และในข้อที่ 3 นะคะ นักเรียนจะเห็นประโชน์ค่ะ การปฏิบัติตนตามสุขบัญญัติแห่งชาติข้อที่ 1 และข้อที่ 2 ค่ะ ซึ่งก็แน่นอนเลยนะคะ ว่าเป็นเรื่องของสุขบัญญัติแห่งชาติแน่นอนค่ะ ก่อนอื่นเลยนะคะ ครูบอสมีคำถามค่ะ มาถามเด็ก ๆ ถามว่านักเรียนคิดว่าการที่เราจะมีสุขภาพที่ดีจะต้องทำอย่างไรคะ นักเรียนคิดว่าการที่เราจะมีสุขภาพที่ดี ต้องทำอย่างไรคะ นักเรียนสามารถตอบคำถามคุณครูปลายทางได้เลยนะคะ หรือแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับเพื่อน ๆ ได้เลยค่ะ เอ๊ะ เราจะต้องทำอย่างไรนะ เราถึงจะมีสุขภาพดี (คุณครูสุจิตรา) ตอนนี้นะคะ เด็ก ๆ ก็อาจจะมีวิธีการที่หลากหลายนะคะ ในการที่จะทำให้เรามีสุขภาพที่ดี (คุณครูปฏิญญา) และคุณครูซากิล่ะคะ คุณครูซากิคิดว่าเราจะมีสุขภาพที่ดีนี่ ต้องทำอย่างไรให้มีสุขภาพที่ดีนี่ ต้องทำอย่างไรคะ (คุณครูสุจิตรา) เอ๊ะการที่เราจะมีสุขภาพดีนั้นนะคะ แน่นอนว่าต้องเริ่มที่ร่างกายของเราก่อนนั่นก็คือการดูแลรักษาร่างกายของเรา อันนี้คือการที่ทำให้เรามีสุขภาพดีไหมคะครูบอส (คุณครูปฏิญญา) ใช่แล้วค่ะ การดูแลรักษาร่ายกายของเรานะคะ มีหลายวิธีเลยไม่ว่าจะเป็นการรักษาความสะอาด การกินต่าง ๆ ส่งเสริมสุขภาพจิตที่ดี จะเห็นได้ว่านะคะ การกระทำเหล่านั้นนะคะ จะตรงกับหลักสุขบัญญัติแห่งชาติค่ะ ซึ่งหลักสุขบัญญัติแห่งชาตินี้นะคะ มีทั้งหมดนะคะ 10 ข้อด้วยกันเลยล่ะค่ะ (คุณครูสุจิตรา) ถือว่าเยอะมาก ๆ เลยนะคะ คุณครูบอส เอ๊ะ แล้วเด็ก ๆ ปลายทางจะจำไหวไหมล่ะคะ ว่าตั้ง 10 ข้อนี้จะมีอะไรบ้าง คิดว่าเด็ก ๆ จะจำหมดไหมคะ ว่า 10 ข้อนี้มีอะไรกันบ้าง(คุณครูปฏิญญา) ก็เยอะพอสมควรเลยนะคะ 10 ข้อนี้ครูบอสมีตัวช่วยค่ะ ครูซากิ เด็ก ๆ อย่กรู้ไหมว่าตัวช่วยของครูบอสคืออะไร เอ่ยตัวช่วยของครูบอสนะคะ ก็คือมีเพลงค่ะ มาให้เด็ก ๆ ร้องกัน ซึ่งถ้าเด็ก ๆ ร้องเพลงนี้ได้ค่ะ ครูซากิเด็ก ๆ ก็จะสามารถจำหลักบัญญัติแห่งชาติทั้ง 10 ประการนะคะ ได้ครบทุกข้อเลยค่ะ แต่ก่อนอื่นนะคะ คุณครูปลายทางรบกวนแจกเนื้อเพลงก่อนเลยนะคะ แล้วเดี๋ยวเรามาฝึกร้องเพลงนี้ไปด้วยกันค่ะ เด็ก ๆ เตรีบมเนื้อเพลงขึ้นมาเลยนะคะ ซึ่งเนื้อเพลงนี้นะคะ ครูบอสก็ได้แนบไปนะคะ ใน www.dltv.ac.th คุณครูปลายทางสามารถเตรียมพร้อมให้เด็ก ๆ ได้เลยค่ะ เด็ก ๆ พร้อมหรือยังคะถ้าพร้อมแล้วเดี๋ยวมามาฝึกร้องเพลงนี้กันทีละท่อนเลยนะคะ เริ่มที่ท่อนแรกค่ะ สุขบัญญัติ 10 ประการ (คุณครูสุจิตรา) สุขบัญญัติ 10 ประการ สุขบัญญัตมีปาฏิหาริย์ให้แสนสบาย (คุณครูสุจิตรา) มีปาฏิหาริย์ให้แสนสบายพร้อม (คุณครูสุจิตรา) มีดีพร้อม (คุณครูปฏิญญา) สิ่งแวดล้อมร่างกาย (คุณครูสุจิตรา) สิ่งแวดล้อมร่างกายสุขสบายทั้ง 10 ปราการสบายทั้ง 10 ประการ(คุณครูปฏิญญา) ข้อ 1 นั้นก็แสนง่าย (คุณครูสุจิตรา) ข้อ 1 นั้นก็แสนง่าย (คุณครูปฏิญญา) ดูแลร่างกายของใช้ให้ดูแลร่างกายให้สะอาด(คุณครูปฏิญญา) ข้อ 2 อยากให้ฟันแข็งแรง (คุณครูสุจิตรา) อยากให้ฟัน(คุณครูปฏิญญา) ต้องหมั่นแปรงฟันทุกวันอย่าให้ขาด (คุณครูสุจิตรา)ต้องหมั่นแปรงฟันทุกวันอย่างให้ขาด(คุณครูปฏิญญา) ข้อ 3 ล้างมือเสียก่อน(คุณครูสุจิตรา) ข้อ 3 ล้างมือเสียก่อน ก่อนทานอาหารและหลังการขับถ่าย (คุณครูสุจิตรา) ก่อนทานอาหารและหลังการขับถ่าย (คุณครูปฏิญญา) ข้อ 4 ทานอาหารสุก(คุณครูสุจิตรา) ข้อ 4 ทานอาหารสุก(คุณครูปฏิญญา) ไม่ทานรสจัดและมีสารอันตราย (คุณครูปฏิญญา) ไม่ทานรสจัดและมีสารอันตราย (คุณครูปฏิญญา) ข้อ 5 นี่แหละสำคัญ (คุณครูสุจิตรา) ข้อ 5 นี่แหละสำคัญ (คุณครูปฏิญญา)ไม่เล่นการพนันและใช้สารเสพติด (คุณครูสุจิตรา) ไม่เล่นการพนันและใช้สารเสพติด (คุณครูปฏิญญา) ข้อ 6 ครอบครัวอบอุ่น (คุณครูสุจิตรา) ข้อ 6 ครอบครัวอบมาเชเชื่อมกันให้สนิท (คุณครูสุจิตรา) สร้างให้สนิท (คุณครูปฏิญญา) ข้อ 7 ระวังระไว (คุณครูสุจิตรา) ข้อ 7 ระวัง ระไว (คุณครูปฏิญญา) ป้องกันอุบัติภัยด้วยการไม่ประมาท (คุณครูสุจิตรา) ป้องกันอุบัติภัย สร้างความไม่ประ(คุณครูปฏิญญา) ข้อ 8 ตรวจสุขภาพหน่อย (คุณครูสุจิตรา) ข้อ 8หน่อย (คุณครูปฏิญญา) ออกกำลังกายกันไว้อย่าให้ขาด(คุณครูสุจิตรา) ออกกำลังกายกันไว้อย่าให้ขาด (คุณครูปฏิญญา) ข้อ 9นั้นอยู่ที่ใจ (คุณครูสุจิตรา) ข้อ 9 นั่นอยู่ที่ใจ (คุณครูปฏิญญา) ทำจิตแจ่มใสร่าเริงทุก ๆ วัน(คุณครูสุจิตรา) ทำจิตแจ่มใส ร่าเริงทุก ๆ วัน (คุณครูปฏิญญา) ข้อ 10 มีสำนึกดี (คุณครูสุจิตรา) ข้อ 10 มีสำนึกดี (คุณครูปฏิญญา)มีต่อส่วนรวมมาร่วมกันสร้างสรรค์ (คุณครูสุจิตรา)ส่วนรวมมาร่วมกันสร้างสรรค์ (คุณครูปฏิญญา) สุขบัญญัติ 10 ประการ (คุณครูสุจิตรา) สุขบัญญัติ 10 ประการ (คุณครูปฏิญญา) มีปฏิหารย์ให้แสนสบาย (คุณครูปฏิญญา) มีดีพร้อม (คุณครูสุจิตรา) มีดีพร้อม (คุณครูปฏิญญา) สิ่งแวดล้อมร่างกาย (คุณครูสุจิตรา) สิ่งแวดล้อมร่างกาย (คุณครูปฏิญญา) สุขสบายทั้ง 10 ประการ (คุณครูสุจิตรา) สุขสบายทั้ง 10ประการ (คุณครูปฏิญญา) เรื่องดี ๆ นะเออ (คุณครูปฏิญญา) เรื่องดี ๆ นะเออ (คุณครูปฏิญญา) อยู่ที่เธอคนดี (คุณครูสุจิตรา)ที่เธอคนดี (คุณครูปฏิญญา) ถามใจเธอดูสิ (คุณครูสุจิตรา) ถามใจเธอดูสิ (คุณครูปฏิญญา) ทำได้ใช่ไหม (คุณครูสุจิตรา) ทำได้ใช่ไหม (คุณครูปฏิญญา) ทำได้ (คุณครูสุจิตรา) ทำได้ ทำได้ (คุณครูปฏิญญา) เป็นอย่างไรกันบ้างคะนักเรียน เนื้อเพลงของครูบอสและครูซากิไม่ยากเลยใช่ไหมคะ เด็ก ๆ พอจะร้องกันได้หรือเปล่าเอ่ย สามารถลองฝึกร้องช้า ๆ กันก่อนนะคะ (คุณครูสุจิตรา) ใช่ค่ะ (คุณครูปฏิญญา) ครูบอสเชื่อว่าเด็ก ๆ พร้อมแล้ว อยากร้องประกอบดนตรีแล้วแน่ ๆ เลย ถ้าเด็ก ๆ พร้อมแล้วนะคะ คุณครูซากิคะ วันนี้ค่ะ เรามีคลิปวิดีโอนะคะ เป็นการร้องเพลงนะคะ สุขบัญญัติ 10 ประการ ประกอบดนตรีนะคะ มาให้เด็ก ๆ นะคะ ไปร้องพร้อม ๆ กันได้เลยถ้าเด็ก ๆ พร้อมแล้วนะคะ เดี๋ยวเราไปร้องเพลงกันเลยค่ะ [เพลงสุขบัญญัติ 10 ประการ] (คุณครูปฏิญญา) นักเรียนล่ะคะ ร้องเพลงกันได้หรือเปล่าเอ่ย ครูบอสเชื่อว่าเด็ก ๆ จะต้องร้องเพลงกันเพราะมาก ๆ เลย (คุณครูสุจิตรา) ใช่ค่ะ ค่ะ เด็ก ๆ นะคะ ก็ได้ไปฝึกร้องเพลงมาแล้วนะคะ ในเนื้อเพลงนะคะ ที่คุณครูซากิและคุณครูบอสนะคะ ได้พูดให้กับเด็ก ๆ ฟังไปในช่วงแรกนะคะ ให้เด็ก ๆ ได้ร้องช่วงแรกมีเนื้อเพลงที่ค่อนข้างยาวนิดหนึ่ง แต่พอไปร้องเข้ากับจังหวะเพลงอันนี้จะทำให้เด็ก ๆ ร้องง่ายยิ่งขึ้นนะคะ แล้วก็สามารถจำเนื้อเพลงได้ยิ่งขึ้นค่ะ (คุณครูปฏิญญา) ใช่แล้วล่ะค่ะ แบบนี้เด็ก ๆ ก็จะจำสุขบัญญัติได้ทั้ง 10 ข้อได้อย่างง่าย ๆ เลยค่ะ เพราะว่านักเรียนสักเกดูนะคะ เวลาที่เราไปร้องเพลงนี้กับดนตรีเพลงก็จะจบไวมากเลยค่ะ ไม่นานเหมือนตอนที่เราฝึกร้องตอนเนื้อร้องเลยล่ะคเราลองฝึกร้องเนื้อร้องเลยนะคะ หวังว่าเด็ก ๆ นะคะ จะลองไปฝึกร้องนะคะ หลังเลิกเรียน หรือบ้านนะคะ เพื่อที่เด็ก ๆ นั้นจะจำเพราะทั้ง 10 ข้อนี้นะคะ เป็นการปฏิบัติตนที่ดีค่ะ ครูซากิ ทำให้สุขภาพกายและสุขภาพจิตของเราดีค่ะ ซึ่งในวันนี้นะคะ สิ่งที่เราจะมาเรียนรู้กันนะคะ ในข้อแรก ๆ เลยสุขบัญญัติแห่งชาติข้อที่ 1 และข้อที่ 2 ค่ะ เดี๋ยวเราไปดูกันเลยนะคะ ว่าสุขบัญญัติแห่งชาติ ข้อที่ 1 และข้อที่ 2 จะประกอบด้วย อะไรบ้างและปฏิบัติตนอย่างไร เริ่มที่ ข้อที่ 1 เลยนะคะ ข้อที่ 1บอกว่าดูแลรักษาร่างกายและของใช้ให้สะอาด ซึ่งการดูและรักษาร่างกายและของใช้ให้สะอาดนะคะ เบื้องต้นเลย ก็คืออาบน้ำชำระล้างร่างกาย ด้วยสบู่และน้ำสะอาด พร้อมเช็ดตัวให้แห้งอย่างน้อยนะคะ วันละ 2 ครั้ง เด็ก ๆ คะเชื่อว่าในทุก ๆ วันนะคะ หลังที่เราตื่นนอนมานะคะ และก่อนที่เราจะกลับเข้านอนนะคะ เราก็ต้องอาบน้ำชำระร่างกาย เพราะตอนเช้าก่อนที่เราจะออกไปทำกิจกรรมนะคะ ในช่วงกลางคืนนี่เราก็นอนพักผ่อน อาจจะมีเหงื่อนะคะ หรือมีอะไรทำให้เรานะคะ เหนียวตัวได้ เราก็ควรอาบน้ำชำระร่างกายค่ะ ซึ่งเด็ก ๆ คะที่จำเป็นต้องถูสบู่ให้ร่างกายชำระล้างร่างกายให้สะอาดค่ะ เพื่อที่จะให้เราสดชื่นพร้อมที่จะไปทำกิจกรรมนะคะ ทั้งวันเลย และก่อนที่เราจะกลับเข้านอนนะคะ เด็ก ๆ ไม่อาบน้ำได้ไหมคะ ถูกต้องค่ะ ไม่ได้เลยนะคะ ทั้งวันนี่เราไปทำกิจกรรมมาเยอะแยะมากมายเลย บางคนนะคะ ไปเล่นกิจกรรมต่าง ๆ กับเพื่อน อาจจะเกิดเหงื่อไคลนะคะ คราบสิ่งสกปรกต่าง ๆ และปัจจุบันนะคะ มีเชื้อโรคปะปนกับสิ่งของสาธารณะมากมาย อาจจะทำให้เรานะคะ สะสมเชื้อโรคนั้นนะคะ แล้วก็เข้าสู่ร่างกายทำให้เกิดการเจ็บปวดได้ ฉะนั้นแล้วนะคะ การอาบน้ำชำระล้างร่างกายเป็นสิ่งสำคัญเลยนะคะ ครูซากิรู้ไหมคะ ว่าเราต้องทำอะไรต่อ (คุณครูสุจิตรา) เอ๊ะ ทำอะไรหรือคะคุณครูบอส (คุณครูปฏิญญา) เราจะต้องเช็ดตัวค่ะ เด็ก ๆ คะ สื่งนี้เป็นสิ่งสำคัญเลยนะคะ เราจะต้องเช็ดตัวให้แห้งนะคะ อยู่เสมอ ไม่ใช่อาบน้ำเสร็จแล้วก็ปล่อยให้ตัวเปียกอยู่แบบนั้นค่ะ เพราะว่านะคะ จะทำให้ผิดหนังของเราเกิดการอับชื้นได้แบบนี้นะคะ ไม่ดีเลย ฉะนั้นนะคะ ข้อแรกก็คือการอาบน้ำนะคะ ชำระล้างร่างกายอย่างน้อยวันละ 2 ครั้งค่ะ (คุณครูสุจิตรา) เอ๊ะ คุณครูบอสคะ เด็ก ๆ สงสัยว่าถ้าใน 1 วันนี้ เราอาบน้ำมากกว่า 2 ครั้งได้ไหมคะ (คุณครูสุจิตรา) ได้ค่ะ ถ้าหากในระหว่างวัน เด็ก ๆ ไปทำกิจกรรมต่าง ๆ อย่างเล่นกีฬา แล้วเกิดคราบเหงื่อไคลหรือสิ่งสกปรก หรือร้อนค่ะ ก็สามารถอาบน้ำได้ค่ะ แค่คุณครูบอสนะคะ บอกว่าอย่างน้อยวันหนึ่ง ๅค่ะ อย่างน้อยนะคะ และก่อนเข้านอน แต่ระหว่างวันหรือว่าสกปรกร่างกายนะคะ ก็สามารถอาบน้ำได้ค่ะ (คุณครูสุจิตรา) ค่ะ และต่อมาค่ะ นั่นก็คือการสระผมนะคะสระผมด้วยน้ำเปล่าให้สะอาด แล้วเช็ดผมให้แห้งด้วยนะคะ นอกจากการดูแลรักษาร่างกายให้สะอาด นอกจากจะเป็นการอาบน้ำ ชำระล้างร่างกายให้สะอาด สำคัญนะคะ เด็ก ๆ เราก็ควรที่จะสระผมด้วยนะคะ โดยการสระผมนั้นนะคะ เวลาเราสระผมเสร็จแล้วนี่ แน่นอนว่าก็ควรที่จะเช็ดให้แห้งเหมือนกันคุณครูบอสได้บอกไปนะคะ ถ้าผมของเรานะคะ ยังเกิดมีเป็นน้ำที่เปียกกอยู่แล้วเราไปนอนเลยแบบนี้ก็อาจจะเกิดการหมักหมมของแบคทีเรียนะคะ รวมไปถึงอาจจะทำให้เราไม่สบายได้ค่ะ (คุณครูปฏิญญา)ใช่แล้วล่ะค่ะ ถ้าเราไม่ซับผมให้แห้งนะคะ ก็อาจจะเป็นบ่อเกิดนะคะ แห่งการเกิดรังแคค่ะ เด็ก ๆ คงไม่อยากเป็นรังแคใช่ไหมคะ แล้วเด็ก ๆ ทราบไหมคะ ว่าเราไม่ควรสระผมทุก ๆ วัน เพราะบางคนนะคะ ทั้งเช้าและเย็น สระผมทั้งเช้าและเย็น ซึ่งการสระผมที่บ่อยเกินไปนะคะ อาจจะทำให้หนังศีรษะของเราเกิดการแห้งจนเกินไป แล้วก็เป็นสาเหตุของการเกิดรังแคได้เช่นกัน ฉะนั้้นแล้วนะคะ ควรสระผมให้อยู่พอเหมาะอย่างเช่นนะคะ วันเว้นวันนะคะ ในบางครั้งนะคะ เรามีการทำกิจกรรมแล้วเหงื่อออกสามารถสระได้เลยค่ะ และข้อต่อมานะคะ ในการดูแลรักษาร่างกาย ร่างกายของเราไม่ใช่เพียงแค่อาบน้ำและสระผมเท่านั้น นักเรียนลองชูมือขึ้นมาค่ะ บนนิ้วมือของเรามีอะไรคะ ปลายนิ้วมือของเรา ใช่แล้วค่ะ นั่นก็คือเล็บนั่นเอง เด็ก ๆ คะ คุณครูประจำชั้นของเราคงบอกอยู่เสมอ ให้หมั่นตัดเล็บให้สั้น แล้วก็ให้สะอาดอยู่เสมอ เพราะว่าภายในเล็บของเรานะคะ ถ้าเล็บเรายาว ก็อาจจะทำให้อะไรคะเด็ก ๆ ถูกต้องค่ะ อาจจะมีสิ่งสกปรกต่าง ๆ มาติดที่เล็บของเราทำให้นะคะ เมื่อเราใช้มือไปหยิบจับสิ่งของหรือว่าหยิบจับของเข้ามารับประทานนะคะ อาจจะทำให้เชื้อโรคเหล่านั้นนะคะ เข้าสู่ร่างกายเราได้ค่ะ ครูซากิ เด็ก ๆ คงไม่อยากให้เชื้อโรคเข้าไปสู่ร่างกายเราใช่ไหมคะ ฉะนั้นแล้วนะคะ เราก็ควรหมั่นตัดเล็บมือแล้วก็เล็บเท้าด้วยนะคะ ให้สั้นและดูแลความสะอาดทั้งนิ้วมือและนิ้วเท้าอยู่เสมอค่ะ (คุณครูสุจิตรา)ค่ะ แล้วต่อมาค่ะ นั่นก็คือเมื่อเรานะคะ ให้ขับถ่ายอุจจาระให้เป็นเวลา หลังขับถ่ายเราก็ควรที่จะทำความสะอาดร่างกายนะคะ แล้วก็ล้างมือทุก ๆ ครั้งค่ะ แน่นอนว่าการขับถ่ายอุจจาระให้เป็นเวลานะคะ อันนี้ก็เป็นสิ่งที่สำคัญในแต่ละวันนะคะ เราก็ควรขับถ่ายอย่างน้อยวันละ 1 ครั้ง เอ๊ะ เด็ก ๆ คงจะสงสัยว่าช่วงเวลาไหน ที่เราควรจะขับถ่าย ทราบกันไหมเอ่ยนะคะ เด็ก ๆ (คุณครูปฏิญญา) เอ๊ะ ช่วงเวลาไหนนะ เราควรจะขับถ่ายเวลาไหนหรือคะครูซากิ (คุณครูสุจิตรา) จริง ๆ แล้วนะคะ การขับถ่ายนะคะ มันจะมีช่วงเวลาอยู่นะคะ ช่วงเวลาที่เราควรจะขับถ่ายนั้นก็คือในช่วงตอนเช้าค่ะ เด็ก ๆ หลังจากที่เราตื่นนอนแล้วนะคะ หลังจากที่เราทำภารกิจต่าง ๆ นะคะ ในห้องน้ำ เราก็ควรที่จะขับถ่ายด้วยเช่นกัน อันนี้นะคะ ก็จะทำให้สิ่งต่าง ๆ นะคะที่เวลาที่เรารับประทานอาหารเข้าไป เกิดเป็นของเสียงต่าง ๆ ก็จะออกมาจากร่างกายของเรานะคะ (คุณครูปฏิญญา) ใช่แล้วล่ะค่ะ อย่างที่เราทราบกันเลยนะคะ อาหารต่าง ๆ เมื่อถูกดูดซึมเรียบร้อยแล้ว ก็จะกลายเป็นกากอาหารซึ่งกากอาหารนั้น ก็คืออาจอุจจาระของเรา หากเราไม่ขับถ่ายเป็นประจำทุกวัน เราสะสมของเสียไว้ในร่างกายจะทำให้ส่งผลเสียต่อร่างกายเลยล่ะค่ะ ไม่ว่าจะส่งผลเสียต่อด้านสุขภาพ หรือบางครั้งอาจจะเกิดกลิ่นตัวได้นะคะ ฉะนั้นนะคะ เด็ก ๆ นะคะ ควรเลยนะคะ ควรฝึกให้เป็นนิสัยการขับถ่ายนะคะ เป็นประจำสม่ำเสมอเลยค่ะ (คุณครูสุจิตรา) ใช่แล้วล่ะค่ะ เพราะว่าบางคนนะคะ ไม่ขับถ่ายหรือว่าเมื่อเกิดอาการรู้สึกปวดท้อง หแต่ว่าอั้นเอาไว้กลั้นเอาไว้อันนั้นก็เป็นสิ่งที่ไม่ดีนะคะ อันนี้อาจะทำให้เกิดเป็นโรคท้องผูกได้นั่นเอง (คุณครูปฏิญญา) ใช่แล้วล่ะค่ะ เด็ก ๆ คงไม่อยากท้องผูกหรือว่ารู้สึกอุจระหรือปัสสาวะไม่ออกใช่ไหมคะ ฉะนั้นนะคะ เด็ก ๆ ไม่ควรเลยนะคะ ถ้าเกิดรู้สึกปวดปัสสาวะหรือปวดอุจจาระไม่ควรอั้นไว้นะคะ (คุณครูสุจิตรา) ค่ะ แล้วก็อีก 1 เรื่องที่สำคัญนะคะ หลังจากที่ี่ขับถ่ายอุจจาระแล้วแล้วนี่เราก็ควรที่จะทำความสะอาดนะคะ ให้เรียบร้อย แล้วก็ล้างมือให้สะอาดด้วยค่ะ (คุณครูปฏิญญา) ซึ่งการล้างมือเด็ก ๆ จำกันได้ไหมคะ ว่าอยู่ในข้อใดเอ่ยใช่แล้วล่ะค่ะ อยู่ในข้อที่ 3 นั้นเอง ซึ่งเราจะเรียนกันในสัปดาห์หน้านะคะ และข้อต่อมาค่ะ สำหรับการดูแลรักษาร่างกาย แน่นอนค่ะ ในข้อนี้นะคะ ไม่ใช่แค่เพียงร่างกายเท่านั้น รวมไปถึงของใช้ของเราด้วยนะคะ ก็ต้องสะอาด ฉะนั้น ในข้อนี้นะคะ ควรที่จะสวมใส่เสื้อผ้าให้สะอาด ไม่อับชื้น ไม่สวมใส่เสื้อผ้าซ้ำ ของใช้ของเรานะคะ ให้สะอาดค่ะ เด็ก ๆ เคยไปตากผ้ากับคุณแม่ หรือคุณพ่อไปคะเวลาที่เราไปตากผ้านะคะ เราก็ควรให้ผ้าของเราได้โดดแดด โดนลม เพื่อให้ผ้าของเรานะคะ ให้แห้งสนิทผ้าที่เราจะนำมาสวมใส่นะคะ เกิดความอับชื้น ก็จะทำให้เรานะคะ เกิดกลิ่นไม่พึงประสงค์ค่ะ หรือว่าบางครั้งเป็นกลิ่นตัวด้วยนั่นเอง ซึ่งเด็ก ๆ คงไม่อยากให้มีกลิ่นไม่พึงประสงค์ติดตัวใช่ไหมคะ เพราะฉะนั้นนะคะ เสื้อผ้าที่เราจะมาสวมใส่นะคะ ทุกส่วนเลย ก็ควรนะคะ ที่จะแห้งสนิทเลย ไม่อับชื้นค่ะ และที่สำคัญนะคะ ไม่ควรใส่ซ้ำนะคะ เด็ก ๆ ไหนมีใครชอบใส่ถุงเท้าซ้ำ ๆ บ้างไหมเอ่ย มีไหมนะ เด็ก ๆ รู้ไหมคะ ว่าการที่เรานะคะ สวมเสื้อผ้าซ้ำหรือใส่เสื้อผ้าซ้ำ หรือถุงเท้าซ้ำ อาจจะทำให้เกิดกลิ่นตัวได้ หรือว่าการใส่ถุงเท้าซ้ำนะคะ เด็ก ๆ คิดว่าเกิดอะไรขึ้นคะ ใช่แล้วล่ะค่ะ เท้าของเรามีกลิ่นเหม็น ซึ่งกลิ่นนี้นะคะ ก็จะติดไปที่รองเท้าเราถึงแม้เราจะเปลี่ยนถุงเท้าแล้ว ก็อาจจะทำให้เกิดกลิ่นเหม็นติดอยู่ เด็ก ๆ คงไม่อยากมีกลิ่นไม่พึงประสงค์ติดตัวเองและคนรอบข้างไม่ชอบใช่ไหมล่ะคะ เพราะฉะนั้น ข้อนี้สำคํญเไม่ควรสวมใส่เสื้อผ้าซ้ำ หรือว่าอับชื้นรวมไปถึงของใช้ทุกอย่างของเราควรจะ นอกจากการใส่เสื้อผ้าซ้ำ ๆ แล้วนะคะ ทำให้เราเกิดกลิ่นตัวแล้วนะคะ แน่นอนว่าอาจเกิดแหล่งสะสมนะคะ ของเชื้อโรคต่าง ๆ ด้วย เมื่อเราใส่เสื้อผ้าซ้ำแบบนี้นะคะ ก็อาจจะทำให้ผิวหนังของเรานี่ เกิดอาการแพ้นะคะ เกิดอาการระคายเคืองได้ไม่ควรใส่เสื้อผ้าซ้ำ ๆ (คุณครูปฏิญญา) หรือที่เรียกว่าเป็นโรคผิวหนังใช่ไหมคะครูซากิ (คุณครูสุจิตรา) ใช่แล้วค่ะ (คุณครูปฏิญญา) ซึ่งในการรักษาที่ยาวนานเลย เด็ก ๆ คงจะไม่อยากเป็นโรคผิวหนังใช่ไหมคะ ฉะนั้นแล้ว ข้อนี้สำคัญมากเลยค่ะ อย่าลืมเลยค่ะ (คุณครูสุจิตรา) ค่ะ และต่อมาค่ะ ในข้อที่ 2นะคะ สุขบัญญัติแห่งชาติ ข้อที่ 2 นั่นก็คือรักษาฟันให้แข็งแรงและการแปรงฟันอย่างถูกวิธีนะคะ เราควรจะแปรงฟันอย่างน้อยวันละ 2 ครั้งนะคะ โดยเรานะคะ ก็จะเลือกยาสีฟันนะคะ ที่มีส่วนผสมนะคะ ของฟลูออลายเราก็ควรเลือกให้เหมาะสมกับช่องปากของเรา ที่มีความนุ่มไม่แข็งจนเกินไปนะคะ อันนี้ก็จะทำให้เราแปรงฟันนี่ ไม่เกิดการบาดเจ็บของเหงือกและฟันด้วยค่ะ (คุณครูปฏิญญา) เอ๊ะ คุณครูซากิคะ มีเด็ก ๆ หลาย ๆ คนเข้าใจผิดค่ะ ว่าวันวันหนึ่งเราควรแปรงฟันแค่ 2 ครั้งใช่ไหมคะ แล้วถ้าเขาแปรงฟันเสร็จแล้วครบ 2 ครั้งแล้ว ไม่ต้องแปรงฟันแล้วใช่ไหม (คุณครูสุจิตรา)-เอ๊ะ เป็นความเชื้อที่ผิด ๆ นะคะ เวลาที่เราแปรงฟันนะคะ ครบแล้วทั้ง 2 ครั้ง แต่เราไปกินอาหาร ไปรับประทานอาหารอย่างอื่นต่ออีก แล้วเราก็ไม่แปรงอีกเลย แบบนี้นะคะ ไม่ดี เพราะว่ามันก็จะทำให้เรานะคะ เกิดอาการโดยจริง ๆ แล้วนะคะ เราก็ควรที่จะแปรงฟันทุก ๆ ครั้ง หลังทานอาหารทุก ๆ ครั้ง แต่ที่เราบอกว่าควรที่จะแปรงฟันอย่างน้อยวันละ 2 ครั้ง เพราะอะไร นั้นก็คือเวลาที่เราตื่นเช้ามานะคะ อันนี้เราก็ควรที่จะแปรงฟัน เพราะระหว่างตอนกลางคืนที่เรานอนนี่ ก็อาจจะเกิดแบคทีเรียเกิดขึ้นที่ปากเรานะคะ เราก็ควรที่จะแปรงฟัน 1 ครั้งแล้ว หลังจากนั้นเราก็อาจจะไปทำกิจกรรมต่าง ๆ ค่ะเด็ก ๆ ไปทำกิจกรรมต่าง ๆ ไปรับประทานอาหารนะคะ ในระหว่างวันนะคะ และหลังจากนั้นเมื่อเรากลับบ้านก่อนจะนอน อันนี้เราก็แปรงอีก 1 ครั้ง แล้วก็เข้านอนเลย เราไม่ควรที่จะรับประทานอะไรแล้ว แต่ถ้าในระหว่างวันนี่ ถ้ามีเวลาค่ะ ถ้าหากเรามีเวลาเราก็จะสามารถแปรงฟันได้ นะคะ (คุณครูปฏิญญา) ใช่แล้วล่ะค่ะ ถ้าในระหว่างวันเราก็สามารถแในการแปรงฟันติดตัวไว้ได้นะคะ ก็สามารถในระหว่างวันได้ แต่ถ้าไม่ได้พกนะคะ ก็ใช้เป็นการบ้วนน้ำเปล่าได้ค่ะ ก็เป็นการบ้วนนะคะ เอาเศษอาหารตามซอกฟันออกไปนั่นเอง เมื่อเรากลับไปบ้านเราอาบน้ำก่อนเข้านอน เราก็แปรงฟันซึ่งนี่นะคะ ก็เป็นการดูแลช่องปากในข้อที่ 2 นั่นเอง และต่อมาค่ะ นอกจากเราจะแปรงฟันแล้วนะคะ ให้สะอาด เลือกใช้ยาสีฟันนะคะ ที่มีส่วนผสมของฟลูออไรด์ ใช้ขนาดแปรงสีฟันที่เหมาะสมกับช่องปากของเรา อีก 1 อย่างที่สำคัญหลีกเลี่ยงขนมที่มีรสหวานจัดหรือว่าเหนียวติดฟัน เพราะว่านะคะ การที่มีขนมที่มีรสที่หวานจนเกินไปนะคะ อาจจะทำให้เราเกิดอาการฟันผุได้ค่ะ แล้วก็ไม่ใช้ฟันนะคะ ในการไปกัดฉีดของแข็งหรือว่าเหนียว ไหนมีใครชอบใช้ฟันกัดฉีกซองขนมบ้างคะ มีหรือเปล่าเอ่ย หลายคนเลยใช่ไหมล่ะคะ ซึ่งนี่นะคะ เป็นพฤติกรรมที่ผิดนะคะ ฟันของเราแข็งแรงมากก็จริง แต่เมื่อเรานะคะ เราใช้ฟันของเราไม่ถูกวิธี ไปใช้ฟันของเราไปกัดฉีกของที่แข็งก็อาจจะให้ฟันของเราหัก หรือบิ่นได้นะคะ และฟันของเราบาดเจ็บได้ซึ่งเด็ก ๆ คงไม่อยากฟันหัก ฟันบิ่น หรือฟันหลอใช่ไหมล่ะคะ ฉะนั้นแล้ว ไม่ควรเลยนะคะ ทีจะใช้ฟันอย่างผิดวิธีรวมไปถึงขนมหวานค่ะ รับประทานได้คะ่ครูบอสไม่ได้ห้ามให้เด็ก ๆ รับประทานของหวานเลยแต่เราควรรับประทานแต่น้อยนะคะ ไม่ควรรับประทานมากจนเกินไป หรือว่านำไปรับประทานก่อนนอนใช่ไหมคะครูซากิ (คุณครูสุจิตรา) ใช่แล้วล่ะค่ะ การที่เรานะคะ แปรงฟันแล้วแต่ว่าบังเอิญหิวหยิบขนมขึ้นมาทานนะคะ แน่นอนว่า ถึงแม้ว่าเราจะแปลงฟัน ก็ไม่ช่วยเราสักเท่าไหร่นะคะ เพราะเราก็กินขนมอยู่ดี ก่อนที่เราจะนอน ดังนั้นนะคะ หลังจากที่เราแปรงฟันแล้ว ก็ไม่ควรรับประทานอาหารอะไรแล้วนะคะ แล้วก็อย่างที่คุณครูบอสได้บอกไปนะคะ ขนมหวานต่าง ๆ หรือแม้กระทั่งน้ำหวาน น้ำอัดลม อันนี้ถ้าเด็ก ๆ หลีกเลี่ยงได้ก็ควรที่จะหลีกเลี่ยง ควรที่จะรับประทานให้น้อย ๆ หน่อย เพราะสิ่งเหล่านี้นะคะ ก็อาจจะทำให้เกิดเป็นโรคฟันผุนั่นเอง หรือรวมไปถึงการทำให้เกิดโรคอ้วนต่าง ๆ ด้วยค่ะ (คุณครูปฏิญญา) ใช่แล้วล่ะค่ะ ไม่ดีต่อสุขภาพเลยนะคะ และสำหรับข้อต่อมาค่ะ (คุณครูสุจิตรา) ค่ะ ในข้อต่อมานะคะ นั่นก็คือการตรวจสุขภาพปากและฟันนะคะ เป็นประจำนะคะ เป็นประจำเลย ซึ่งเราก็ควรที่จะพบทันตแพทย์ทุก ๆ 6 เดือนค่ะ หรือว่าอย่างน้อยปีละ 2 ครั้ง นะคะ เพื่อที่จะให้เขาตรวจดูว่าฟันของเราเป็นอย่างไร มีฟันผุกี่ซี่เอ่ย ขูดหินปูนไหม อันนี้ก็เป็นการรักษาฟันของเราค่ะ (คุณครูปฏิญญา) เอ๊ะ คุณครูซากิคะ ทันตแพทย์ไม่เหมือนแพทย์หรือหมอทั่วไปหรือคะ (คุณครูสุจิตรา) เด็ก ๆ หลายคนอาจจะสงสัยว่า เอ๊ะ ทันตแพทย์คืออะไร ทันตแพทย์เขาก็จะเป็นคุณหมอฟันเขาก็จะเรียกว่า "ทันตแพทย์" (คุณครูปฏิญญา)เด็ก ๆ บางคนอาจจะไปพบคุณหมอปกตินะคะ เป็นประจำแต่เด็ก ๆ คะ เราก็ต้องไปพบคุณหมอฟันหรือทันตแพทย์ด้วยนะคะ เป็นการรักษาสุขภาพภายในช่องปากของเรานั่นเองค่ะ ที่เรานะคะ เกิดฟันผุนั้น บางครั้งผุอยู่ในตามซอกฟันค่ะ เรามองเห็นนะคะ ไม่สะดวก เพราะซอกฟันด้านใน แบบนี้เราก็ไม่สามารถมองเห็นได้ง่ายนะคะ เราก็ต้องให้คุณหมอนะคะ หรือทันตแพทย์ไปช่วยดูว่าเรามีฟันผุหรือว่ามีโรคภายในช่องปากหรือไม่ค่ะ แบบนี้นะคะ เด็ก ๆ จำไว้เลยนะคะ ในทุก ๆ 6 เดืิอนอย่างน้อย 2 ครั้งต่อปีค่ะ ครูบอสก็มีอีก 1 กิจกรรมที่มาดูแลช่องปากของเรานั่นก็คือกิจกรรม Let's brush our teeth หรือว่ามาแปรงฟันกันเถอะ เด็ก ๆ พร้อมหรือยังคะ วันนี้นะคะครูบอสและคุณครูซากินะคะ จะมาสอนมีวิธีการแปลงฟันอย่างถูกวิธีค่ะ เราบางคนนะคะ อาจจะคิดว่าเราแปรงฟันกันถูกแล้ว บางคนแค่นำแปรงสีฟันเข้าไปขัด ๆ ถู ๆ ภายในช่องปากยังไม่ทั่วถึง ก็อาจจะทำให้เราเกิดฟันผุได้อยู่ดี (คุณครูสุจิตรา) ค่ะ (คุณครูปฏิญญา) ฉะนั้นแล้วนะคะ วันนี้ค่ะ เราจะมีดูวิธีการแปรงฟันอย่างไร ให้ถูกวิธีค่ะ ถ้าพร้อมแล้ว ไปกันเลยค่ะ เดี๋ยวเรามาดูนะคะ [เสียงดนตรี] (คุณครูปฏิญญา) ค่ะ เรามาดูวิธีการแปลงฟันนะคะ อย่างถูกวิธีอย่างแรกเลยที่คุณครูซากิบอกจะต้องทำอย่างไรคะ (คุณครูสุจิตรา) เราจะต้องเลือกแปรงสีฟันนคะ ให้เหมาะช่องปากของเราแล้วก็รวมไปถึงของขนแปรงด้วยนะคะ ต้องมีความอ่อนนุ่มไม่แข็งจนเกินไปค่ะ (คุณครูปฏิญญา) ใช่แล้วล่ะค่ะ ขนาดของแปรงนะคะ นะคะ ให้เราสามารถใส่เข้าไปในช่องปากรวมไปถึงนะคะ ยาสีฟันที่เราเลือกก็ต้องมีผสมของฟูออไลน์ บีบให้เท่าเมล็ดถั่วเขียวนะคะ ไม่มากหรือไม่น้อยเกินไปนั่นเองค่ะ เมื่อเรียบร้อยแล้วนะคะ เราจะต้องแปรงฟันอย่างแรกนะคะ เราจะต้องเอียงแปรงสีฟันของเรานะคะ 45 องศาค่ะ แล้วก็ใส่เข้าไปในช่องปากของเรานะคะ เริ่มถูแบบนี้เลยค่ะ แล้วก็ถูนะคะ เมื่อเราถู ๆ นะคะ เด็ก ๆ เราก็ปัดลงค่ะ ถู แล้วปัดลงค่ะ ปัดลงค่ะ ถูปัดลงค่ะ แล้วปัดลงค่ะ มาทีละซี่แบบนี้เลยนะคะ เด็ก ๆ ไม่ต้องรีบนะคะ พอเข้าข้างฝั่งนี้นะคะ ถูปัดลง เพราะว่าเราควรทำความสะอาดไปทีละซี่เลยนะคะ เพราะบางครั้งนะคะ เศษอาหารก็จะอยู่ภายในช่องปากของเรา ตามซอกฟันนี่ล่ะค่ะ พอครบแล้วนะคะ ด้านนอกของฟันนะคะ เราก็เข้าสู่ด้านในค่ะ ด้านในฟันแบบนี้เลยนะคะ ทำเหมือนเดิมเลยค่ะ ถู ๆ และสะบัดลง ถู ๆ และปัดลงปัดลงค่ะ ซึ่งตรงนี้เราก็จะถูแบบนี้เลยแล้วก็ปัดลอง ถูแล้วปัดลงก็ถูแล้วปัดลงค่อย ๆ ทำทีละซี่แบบนี้เลยนะคะ เราก็จะเสร็จแล้วสำหรับฟันบนทีนี้ค่ะ เราก็ต่อด้วนฟันล่างถูนะคะ ทีนี้เราจะไม่ปัดลงแล้วนะคะ เราจะปัดขึ้นค่ะ ถูแล้วปัดขึ้นถูแล้วปัดขึ้น ถู... (คุณครูสุจิตรา)ให้ครบทุกซี่เลยค่ะ เราจะสังเกตเห็นว่าถ้าเป็นฟันบนนี่เราจะปัดลงใช่ไหมคะครูบอส (คุณครูปฏิญญา) ใช่แล้วค่ะ ถ้าเป็นฟันล่างเราทำอย่างไรคะ (คุณครูสุจิตรา) เราก็จะปัดขึ้น(คุณครูปฏิญญา) ซึ่งเด็ก ๆ จะเห็นเลยนะคะ ว่าแปรงของเรานะคะ จะเข้าไปตามซอกฟันเลยค่ะ แล้วก็ปัดขึ้นแบบนี้นะคะ เมื่อเราแปรงด้านนอกเสร็จแล้ว เราจะเข้าไปด้านใน ปัดขึ้นแบบนี้นะคะ แล้วค่อย ๆ แปรงเลยนะคะเด็ก ๆ เราให้เวลากับการแปรงฟันหน่อยนะคะ ไม่ต้องรีบนะคะ เด็ก ๆ ในความเป็นจริงนะคะ เราสามารถให้ลิ้นของเรานะคะ หลบได้ แล้วเราก็ปัดขึ้น แบบนี้ค่ะ ซึ่งเมื่อแปรงเสร็จแล้วเด็ก ๆ คะ ฟันของเราไม่ได้มีด้านนอกและด้านในเท่านั้น ซี่บริเวณด้านในที่เป็นฟันกราม ก็จะมีด้านในค่ะกับฟัน ด้านบนของฟันนะคะ เราก็ไปแบบนี้เหมือนกันค่ะ (คุณครูสุจิตรา) แปรงด้านบนนะคะ ให้ครบทุกซี่เลยที่เป็นฟันกราม (คุณครูปฏิญญา) เสร็จแล้วก็อีกข้างหนึ่ง ทั้งซ้ายและขวาเลยนะคะ เมื่อฟันบมาฟันบเสร็จแล้วเราก็มาฟันล่างค่ะ เพราะว่าบริเวณหลุ่มร่องฟันของฟันกรามนะคะ ถ้าเราไม่ดู๔แลทำความสะอาดให้ดี อาจจะทำให้เฟันผุได้บริเวณนี้ค่ะ แบบนี้นะคะ ทีนี้เมื่อเราแปรงฟันจนครบทุกซี่แล้วเด็ก ๆ คิดว่าเสร็จหรือยังคะ (คุณครูสุจิตรา) ใช่แล้วล่ะค่ะ ยังไม่เสร็จนะคะ (คุณครูปฏิญญา) ในช่องปากของเรานะคะ ยังมีอวัยวะส่วนอื่นอีกเราควรดูความสะอาดให้ครบถ้วน ถ้าเราทำความสะอาดไม่ครบถ้วน อาจจะทำให้เกิดกลิ่นปากได้หรือว่าเชื้อแบคทีเรียสะสมได้ค่ะ นั่นก็คือลิ้นค่ะ เริ่มแรกเลยนะคะ ิปรงสีฟันบางชนิดนะคะ อาจจะมีอยู่ด้านหลัง แต่ถ้าไม่มีเราสามารถใช้ขนแปลงนี้นะคะ ถูเบา ๆ ได้นะคะ แต่อย่าทำแรงนะคะ เด็ก ๆ อาจเกิดการบาดเจ็บได้ค่ะ ปัดออกแบบนี้เลยค่ะ ปัดออกเบา ๆ ที่บริเวณลิ้นของเรานะคะ ให้สะอาดปัดแบบนี้เลยนะคะ และเมื่อเราแปรงลิ้นสะอาดแล้วนะคะ อย่าลืมนะคะ ที่จะแปรงกระพุงแก้มค่ะ เพราะเราจะมีกระพุงแก้มใช่ไหมคะ เด็ก ๆ บริเวณกระพุ้งแก้มจะมีเศษอาหารต่าง ๆ นะคะ สะสมอยู่ด้วย เราก็ต้องแปรงกระพุ้งแก้มด้วย ทั้ง 2 ข้างเลย ถูเบา ๆ นะคะ แบบนี้นะคะ เมื่อเสร็จเรียบร้อยแล้วทีนี้นะคะ ช่องปากของเราก็จะสะอาดแล้วใช่ไหมคะครูซาก ิ(คุณครูสุจิตรา) ใช่แล้วล่ะค่ะ ค่ะ จากวิธีการแปรงฟันนะคะ ที่ได้รู้กันไปนะคะ เด็ก ๆ จะสังเกตเห็นว่าคุณครูบอสนะคะ ขยับแปรงสีฟันนะคะ รวมถึงการปัดขึ้นปัดลงด้วยค่ะ เขาเรียกว่าเป็นวิธีการแบบไหนคะครูบอส (คุณครูปฏิญญา) เป็นวิธีการขยับปัดค่ะ ซึ่งเด็ก ๆ ก็สามารถทำได้เลยนะคะ แล้วก็ปัดขึ้นแบบนี้ค่ะ ซึ่งเรานะคะ ก็ควรฝึกทำเป็นประจำและให้เวลาในการแปรงฟันนะคะ เด็ก ๆ เพราะครูบอสเคยเห็นเด็ก ๆแปรงฟันแบบถู ๆ แป๊บเดียว ไม่ถึงนาทีเลยค่ะ เสร็จแล้ว แบบนี้ฟันของเรายังไม่ทันที่จะสะอาดเลยค่ะ ก็เสร็จแล้ว ฉะนั้นแล้ว วันนี้เราได้เรียนรู้วิธีที่ถูกต้องแล้วอย่าลืมแปรงฟันด้วยนะคะ นักเรียนคงแปรงฟัน ฝึกแปรงฟันกันเสร็จแล้วเรามาเข้าสู่กิจกรรมต่อมาเลยค่ะ ซึ่งกิจกรรมนี้ก็เกี่ยวช่องปากของเราเช่นเดิมค่ะ ครูซากิกิจกรรมนี้ใบงานที่ 2 ค่ะ สำรวจฟันฉันซึ่งกิจกรรมนี้นะคะ จะให้นักเรียนสำรวจฟันตนเองค่ะ พร้อมตอบคำถามต่อไปนี้ ซึ่งใบงานนี้คุณครูปลายทางสามารถเตรียมได้ที่ไหนคะ (คุณครูสุจิตรา) ค่ะ คุณครูปลายทางก็สามารถดาวน์โหลดใบงานนี้นะคะ ได้ที่ www.dltv.ac.th ค่ะ (คุณครูปฏิญญา) และคุณครูปลายทางก็อย่าลืมแจกใบงานให้กับนักเรียน ไม่ว่าจะเป็นนะคะ ใบงานนี้หรือกระกจอันเล็ก ๆ หรือว่าจะให้เด็ก ๆ นะคะ เตรียมมาจากบ้านได้ค่ะ ดูฟันในช่องปากของเรานะคะ หรือทางโรงเรียนสามารถให้นักเรียนจับคู่กับเพื่อน ซึ่งใบงานนี้นะคะ เดิมทีแรกเลยนะคะ ภายในช่องปากของฉัน ประกอบไปด้วยฟันจำนวน...ซี่ ให้เด็ก ๆ นับเลยนะคะ ว่าภายในช่องปากของตนเองนะคะ ประกอบด้วย ฟันจำนวนกี่ซี่ เพราะแต่ละคนมีจะมีจำนวนฟันนะคะ ที่แตกต่างกันออกไป ซึ่งในวัยของนักเรียนนะคะ เริ่มเข้าสู่วัยฟันหลุดร่วงแล้ว เมื่อฟันน้ำนมหลุดล่วงแต่บางคนค่ะ ฟันยังไม่ขึ้นเลยค่ะครูซากิเป็นฟันหลอไว้ แบบนี้นะคะ ก็ให้นับจำนวนฟันที่มีภายในช่องปากของเราค่ะ เสร็จแล้วนะคะ ก็จะแบ่งค่ะ ว่าเป็นฟันบนจำนวนกี่ซี่ และฟันล่างจำนวนกี่ซี่ค่ะ เมื่อนับฟันเสร็จเรียบร้อยแล้วนะคะ ภายในช่องปากข้อที่ 2 นะคะ ภายในช่องปากของฉันมีฟันผุหรือไม่ ให้ช่วยกันสังเกตเลยนะคะ อาจจะสังเกตถ้าในช่องปากของเรามีฟันผุหรือไม่ อาจจะเป็นได้ทั้งคราบฟันผุนะคะ ที่เป็นสีเหลือง ๆ อยู่ หรือบางคนนนะคะ เริ่มมีสีดำแล้วนะคะนักเรียน ซึ่งเราก็ติ๊กได้เลยนะคะ ถ้ามีไม่มีหรือว่ามี ถ้ามีนี่จำนวนกี่ซี่ และข้อต่อมาค่ะครูซากิ (คุณครูสุจิตรา) ค่ะ และข้อต่อมาค่ะครูซากิ (คุณครูสุจิตรา) ค่ะ ข้อที่ 3 นะคะ เมื่อนักเรียนสำรวจฟันตนเองเสร็จแล้สรนะคะ ให้นักเรียนนะคะ ดูว่านักเรียนนี้มีวิธีดูแลช่องปากของเรานี่อย่างไรบ้าง เขียนลงมาเลยนะคะ อาจจะเขียนเป็นข้อ ๆ หรือการอธิบายยาว ๆ ก็ได้ (คุณครูปฏิญญา) การดูแลในช่องปากของตนเองได้เลยค่ะ ซึ่งกิจกรรมภายในวันนี้นะคะ เพราะเดี๋ยวกิจกรรมวันนี้จะให้เด็ก ๆ ทำในห้องเรียนของนักเรียนทำใบงานที่ 2 นี้ล่ะค่ะ ที่คุณครูบอสและครูซากิอธิบายให้ฟังซึ่งจะให้นักเรียนนะคะ อธิบายวิธีการแปรงฟันซึ่งครูบอสและครูซากินะคะ ได้อธิบายไปเมื่อสักครู่ค่ะ (คุณครูสุจิตรา) ค่ะ ในส่วนของคุณครูปลายทางนะคะ รบกวนคุณครูปลายทางให้คำอธิบายขั้นตอนในการทำกิจกรรมให้นักเรียนฟังอย่างละเอียดอีก 1 ครั้งนะคะ แล้วก็ดูแลนักเรียนให้คำแนะนำในการทำกิจกรรมค่ะ (คุณครูปฏิญญา) และเดี๋ยวครูบอสนะคะ จะให้นักเจะให้เวลานักเรียนในการทำนะคะ แล้วเดี๋ยวกลับมาสุขบัญญัติสุขบัญญัติ10 ประการ มีปฏิหาริยืที่แสนสบายมีดีพร้อมสิ่งแวดล้อมร่างกาย สุขสบายทั้ง 10 ประการข้อ 1 นั้นก็แสนง่าย ดุแลร่างกาย ของใช้ ให้สะอาด ข้อ 2 อยากให้ฟันแข็งแรงทุกวันอย่างให้ขาด ข้อ 3 ล้างมือเสียก่อนก่อนทานอาหารและหลังการขับถ่าย ข้อ 4ทานอาหารสุก อย่าทานรสจัด และสารอันตรายข้อ 5 นี่ละ สำคัญไม่เล่นการพนันและใช้สารเสะพข้อ 6 ครอบครัวอบอุ่น มาสร้างความให้สนิท ข้อ 7 ระวังระไว ป้องกันอุบติภัย สร้างความไม่ออกกำลังกายนั้นอยู่ที่ใจทำจิตแจ่มใจข้อ 10 มีสำนึกดีต่อส่วนรวมและร่วมกันสร้างสรรค์สุขบัญญัติ 10 ประการมีปาฏิหาริย์ให้แสนสบายให้แสนสบาย มีดีพร้อมสิ่งแวดล้อมร่างกาย สุขสบายทั้ง 10 ประการเรื่อง ดีดีนะเอออยู่ที่เธอคนดีถามใจเธอดูสิ ทำได้ใช่ไหมทำได้ ทำได้[เสียงดนตรี]นักเรียน เดี๋ยวเราไปสรุปบทเรียนไปพร้อม ๆ กันเลยค่ะ โดยในวันนี้นะคะ ที่เราเรียนกันในเรื่องสุขบัญญัติแห่งชาติค่ะ โดยนะคะ สุขบัญญัติแห่งขชติมีกี่ข้อคะ ถูกต้องค่ะ มีทั้งหมด 10 ข้อด้วยกัน ซึ่งวันนี้นะคะ เด็ก ๆ ก็ได้ฝึกร้องเพลงไปแล้วทั้งหมด 10 ข้อเลยนะคะ กลับไปฝึกร้องได้ที่บ้านเลยค่ะ และในวันนี้นะคะ เราได้เรียนไป2 ข้อด้วยกัน เริ่มที่ข้อแรกนะคะ ข้อที่ 1 ดูแลรักษาร่างกายให้สะอาดค่ะ ก็จะเป็ฯทั้งการอาบน้ำสระผมสระผม ดูแลรักษาความสะอาดของมือและเล็บรวมไปถึงเล็บมือเล็บเท้าด้วยนะคะ ของใช้ต่าง ๆ เลย ก็คือดูแลให้สะอาดนั่นเองและในข้อที่ 2 นะคะ นั้นก็คือรักษาการรักษาฟันให้แข็งแรงและแปรงฟันก็ได้รู้วิธีการแปรงฟันนะคะ ที่ถูกต้องแล้วเด็ก ๆ ก็จะสามารถนำไปปรับเปลี่ยนพฤติกรรไปปฏิบัติใช้ได้ค่ะ (คุณครูปฏิญญา) และอ่าไปปรับใช้ในชีวิตประจำวันนะคะ เพราะว่าสิ่งที่เราเรียนเป็นสิ่งที่มีประโยชน์ทั้งนั้นเลย จะทำให้เรามีสุขภาพกายของเราแข็งแรงค่ะ แล้วสำหรับสัปดาห์ที่เราจะมาเรียนกันในต่อเนื่องเลยสุขบัญญัติแห่งชาติ ข้อที่ 3 - 6 ค่ะ วันนี้เราเรียนข้อที่ 1 และข้อที่ 2 ไปแล้วสัปดาห์หน้า เราจะมาเรียนกันตั้งแต่ข้อที่ 3 จนถ(คุณครูสุจิตรา) ค่ะ โดยสิ่งที่นักเรีนและนักเรียนปลายทางจะต้องเตรียมนะคะ ก็คือเนื้อเพลงสุขบัญญัติ 10 ประการเรื่อง กิจกรรมสร้างสัมพันธ์กับคนในครอบซึ่งคุณครูปลายทางนะคะ สามารถดาวน์โหลกและใบงานนี้นะคะ ได้ที่ www.dltv.ac.th ค่ะ เนื้อเพลงนี้นะคะ คุณครูปลายทางสามารถใช้เน้อเพลงที่ใช้วันนี้ได้เลยนะคะ ไม่ต้องเตรียมใหม่แต่ว่าใบงานอย่าลืมการทำกิจกรรมในสัปดาห์หน้า วันนี้ครูบอสและครูซากิก็ขอลากันไปเพียงเท่านี้ และเดี๋ยวเรามาพบกันใหม่ในสัปดาหืหน้า สำหรับวันนี้ สวัสดีค่ะ บ๊ายบาย[เสียงดนตรี]