﻿1
00:00:18,668 --> 00:00:18,669

2
00:00:18,669 --> 00:00:22,669

3
00:00:26,658 --> 00:00:30,658

4
00:00:30,659 --> 00:00:34,659

5
00:00:34,661 --> 00:00:38,661

6
00:00:42,667 --> 00:00:46,667

7
00:00:46,669 --> 00:00:50,669

8
00:00:50,673 --> 00:00:54,673

9
00:00:58,676 --> 00:01:02,676

10
00:01:02,678 --> 00:01:06,678

11
00:01:06,680 --> 00:01:10,680

12
00:01:14,547 --> 00:01:15,691
สัญญาณวิดีโอ

13
00:01:15,691 --> 00:01:19,691
ไม่ได้หรือเปล่าพลอย สัญญาณวิดีโอไม่ได้หรือเปล่าพลอย

14
00:01:20,166 --> 00:01:24,166

15
00:01:29,879 --> 00:01:33,879

16
00:01:33,880 --> 00:01:37,880

17
00:01:37,885 --> 00:01:41,885

18
00:01:45,887 --> 00:01:49,887
สวัสดีค่ะ (ล่าม) โอเคค่ะ (อาจารย์สุธิรา) โอเคค่ะ เดี๋ยว

19
00:01:51,883 --> 00:01:53,284
เรามาดูกันนะคะ ว่าเทอมนี้นะคะ วิชาที่เราจะเรียนในวันนี้

20
00:01:53,284 --> 00:01:57,284
มันก็จะเป็นวิชาที่

21
00:01:58,334 --> 00:02:02,334
ต่อเนื่องมาจากเทอมที่แล้ว ก็คือ

22
00:02:04,442 --> 00:02:08,442
หลักการเขียนโปรแกรมนะคะ เทอมนี้ก็เลยเป็น

23
00:02:17,187 --> 00:02:21,187
การเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์นะคะ ในส่วนเนื้อหาที่เรา

24
00:02:23,562 --> 00:02:27,562
จะใช้ในการเรียนในวิชานี้

25
00:02:30,094 --> 00:02:34,094
ในวิชานี้นะคะ จะไม่เขียนแบบเขียนระบบหรืออะไร ก็คือก็อยากให้เด็ก ๆ

26
00:02:36,642 --> 00:02:39,978
เข้าใจได้ง่าย ๆ ไม่ซับซ้อนมากนะคะ ก็เลยจะ

27
00:02:39,978 --> 00:02:43,978
พาเขียนเกมนะคะ

28
00:02:49,237 --> 00:02:53,237
มี 2 แบบ ก็คือแบบแรกเกม 2D หรือ 2 มิติ

29
00:02:56,585 --> 00:03:00,585
อันนี้ 2 มิติ ก็คือเราจะเห็นแค่ภาพที่เป็นลักษณะในด้านเดียว

30
00:03:00,613 --> 00:03:03,658
นะคะ เหมือนถ้าเป็นคนก็จะเป็นแค่ด้านข้างที่เป็น

31
00:03:03,658 --> 00:03:07,658
แบน ๆ นะคะ มันจะเป็น

32
00:03:08,618 --> 00:03:12,618
เกมแบบรุ่นเก่าว่าอย่างนั้นเถอะเขาบอก แล้วอีกตัวหนึ่ง

33
00:03:12,893 --> 00:03:16,893
การเขียนเกมแบบ 3D

34
00:03:20,278 --> 00:03:20,714
ตัวปัจจุบันนะคะ ส่วนใหญ่เขาหันมา

35
00:03:20,714 --> 00:03:24,714
ใช้เขียนเกมแบบ 3D เพราะเวลาเล่น

36
00:03:28,426 --> 00:03:29,378
จะดูสมจริงกว่า เขาว่านะคะ แต่เราก็มี

37
00:03:29,378 --> 00:03:33,378
ข้อจำกัด เรื่องทรัพยากรที่เราใช้

38
00:03:36,668 --> 00:03:40,610
อย่างน้อย เราก็ต้องรู้พื้นฐาน เขียนเกมได้ ผ่าน

39
00:03:40,610 --> 00:03:43,042
การเขียนแบบ 2D นะคะ 2 มิติก่อน

40
00:03:43,042 --> 00:03:46,124
นะคะ ทีนี้เราจะเขียนโปรแกรม

41
00:03:46,124 --> 00:03:50,124
เกมนี่ได้ เราก็จะต้องมี

42
00:03:52,722 --> 00:03:56,722
โปรแกรมที่เราจะเอามาใช้ในการเขียนนะ และภาษา

43
00:04:01,393 --> 00:04:05,393
ที่จะใช้นะคะ ซึ่งก็เป็นตัวเดียวกับภาษาที่เราเรียนในเทอมที่แล้วก็คือ

44
00:04:05,625 --> 00:04:06,265
python นะคะ แต่

45
00:04:06,265 --> 00:04:10,265
ทีนี้ ในเทอมที่แล้วนี่ Python เราน่ะ

46
00:04:16,049 --> 00:04:17,489
เราใช้ Colab นะคะ ในการเขียนโค้ด

47
00:04:17,489 --> 00:04:20,437
หรือเขียนโปรแกรมนั่นเองนะคะ แต่

48
00:04:20,437 --> 00:04:24,437
ในวิชานี้นะคะ เราจะไม่ใช้ Colab เราจะใช้โปรแกรม

49
00:04:26,727 --> 00:04:27,841
ดังต่อไปนี้นะคะ มาดูกันว่า

50
00:04:27,841 --> 00:04:28,714
จะใช้โปรแกรมอะไรบ้าง โปรแกรม

51
00:04:28,714 --> 00:04:32,714
ที่เราจะใช้นะคะ เมื่อกี้พูดถึง python ไปแล้วนะคะ

52
00:04:41,523 --> 00:04:45,523
จะมีอีกตัวหนึ่ง มันไม่เชิงเป็นโปรแกรมหรอก มันเรียกว่า

53
00:04:47,081 --> 00:04:51,081
เป็น Library ของภาษา Python  นั่นก็คือ PyGame นั่นเองนะคะ

54
00:04:51,898 --> 00:04:55,898
ตัวแรกนี่คือภาษาที่เราใช้เขียนตั้งแต่

55
00:04:57,453 --> 00:05:01,453
เทอมที่แล้วนะคะ ต่อเนื่องมาจากเทอมที่แล้ว คือ

56
00:05:05,530 --> 00:05:09,443
ตัว Pygame นี่มันจะเป็น Library ก็คือมันจะช่วย

57
00:05:09,443 --> 00:05:12,792
ให้เราเขียนเกมได้ง่ายขึ้นนะคะ ไม่ต้อง

58
00:05:12,792 --> 00:05:16,792
เขียนทีละคำสั่ง อาจจะเป็นการเรียกใช้

59
00:05:20,298 --> 00:05:24,298
เลย เหมือนไม่ต้องไปเขียนโปรแกรมควบคุมเมาส์ อย่างนี้นะคะ เพราะ Pygame ก็จะมีให้เลย

60
00:05:26,174 --> 00:05:28,474
คำสั่งนี้กดเมาส์ไปทางไหน

61
00:05:28,474 --> 00:05:32,474
แบบนี้นะคะ คือมันจะลดขั้นตอน

62
00:05:37,234 --> 00:05:41,234
ในการเขียนของเราลงไปอีกนะคะ ถ้าเป็นในยุคแรก ๆ คือเวลาเขียนเกมนี่ ก็คือต้องเขียนทุกอย่างเลย

63
00:05:41,635 --> 00:05:45,635
นะคะ ยุคใหม่นี่ เขาจะเรียกว่ามี Library

64
00:05:46,565 --> 00:05:50,565
เพื่อช่วยในการเขียนนะคะ และ

65
00:05:51,816 --> 00:05:55,116
อีกตัวหนึ่งที่เราจะใช้ช่วย เป็นโปรแกรมที่ชื่อว่า Sublime Text

66
00:05:55,116 --> 00:05:59,116
Sublime Text ไอ้ตัวสีส้ม ๆ โลโกสีส้ม ๆ นี่

67
00:06:01,285 --> 00:06:05,285
นะคะ มันจะช่วยให้การเขียนโปรแกรม

68
00:06:09,979 --> 00:06:13,979
ของเรานี่สะดวกมากขึ้น ก็คือจำได้นะ เหมือนตอนเราเขียนในเทอมก่อน Colab ในตัว

69
00:06:14,252 --> 00:06:18,252
p ลงไป มันจะมีตัวคำสั่งของแต่ละโปรแกรมขึ้นมาให้เราเลือก

70
00:06:21,168 --> 00:06:23,876
Sublime นี่ก็เหมือนกัน ช่วยอย่างไร 1. ให้

71
00:06:23,876 --> 00:06:26,916
เราพิมพ์คำสั่ง

72
00:06:26,916 --> 00:06:30,916
ได้ผิดพลาดน้อยลง ลดข้อผิดพลาดในการพิมพ์

73
00:06:33,823 --> 00:06:37,823
คำสั่งนะคะ แล้วมันก็จะวางโครงไว้ให้

74
00:06:39,559 --> 00:06:41,934
นึกออกนะ ตอนเขียน Python นี่เขียนตามโครงสร้าง

75
00:06:41,934 --> 00:06:41,954
ไม่ใช่ว่าเราจะเขียนชิดย่อหน้าทั้งหมด

76
00:06:41,954 --> 00:06:45,954
ใช่ไหม เหมือนเขียนตัวหนึ่งก็จะมีวรรคเข้าไปหน่อย

77
00:06:46,927 --> 00:06:50,927
วรรคเข้าไปหน่อย เขามีโครงสร้าง

78
00:06:57,988 --> 00:07:01,988
ตรงนี้เป็นอะไร ส่วนของเงื่อนไขเขียนอย่างไร มีโครงสร้างอยู่ตรงไหน ซับย่อยอยู่

79
00:07:05,173 --> 00:07:09,173
อย่างไรมีโครงสร้างอย่างไรนะคะ Sublime จะช่วยได้ และตัวสุดท้

80
00:07:13,784 --> 00:07:17,784
าย PANDA3D นะคะ ตัวนี้ก็คือถ้าเราเขียน 2D เสร็จ เรามีเวลา

81
00:07:20,457 --> 00:07:22,864
แล้วเรามีเวลาเหลือ เราก็จะลองเขียนแบบ 3D ดู

82
00:07:22,864 --> 00:07:26,864
นะคะ โปรแกรม 3D ดู

83
00:07:28,231 --> 00:07:30,316
นะคะ ทีนี้ก่อนที่เราจะไปเริ่มต้นเขียนได้นะคะ

84
00:07:30,316 --> 00:07:34,316

85
00:07:34,631 --> 00:07:38,631

86
00:07:44,429 --> 00:07:46,602

87
00:07:46,602 --> 00:07:50,602


