--- title: (สำรอง)(Revoice) หลักการและระบบการจัดการฐานข้อมูล subtitle: date: วันอังคารที่ 15 พฤษจิกายน 2565 เวลา 12.50 น. --- (ข้อความสดจากระบบถอดความเสียงพูดทางไกล) ปีนี้นะ อยู่วัดหน้าต่างนะคะ อาจเป็นอะไรก็ได้เกิดขึ้นสะเปะสะปะไปหมด ห้ามเข้า อาจจะไม่ใช่เครื่องหมายคูณก็ได้ อันนี้คือข้อมูล แต่พอเราให้เป็นสารสนเทศหรือ information มันจะต้องเริ่มรู้ว่าข้อหนึ่งคืออะไร ข้อ 2 คืออะไร มันจะมีการกำหนดหรือระเบียบตัวอักษร ตัวเลข หรือรูปภาพให้เราเข้าใจได้ง่ายหรือเข้าใจตรงกัน หลังการที่เราได้สารสนเทศ แล้วเราจะเกิดองค์ความรู้นะคะ คือเราก็จะมีการจัดเรียงตัวอักษรเยอะ ๆ รวมกันจนกลายเป็นหนังสือ หรือเป็นเรียงความหรือเป็นบทความใดก็ตามเพราะเรามีความรู้มากขึ้นนะคะ อ่านหนังสือเยอะขึ้นมีข้อมูลเยอะขึ้น ข่าวสารสุดท้ายก็คือภูมิปัญญาหรือว่า vision ;นี้เราจะเรียนลำดับไม่รู้อะไรเลยจนได้ภูมิปัญญาความรู้ขึ้นมานะคะ ก็มาคุณลักษณะของระบบข้อมูลและระบบสารสนเทศที่พึงประสงค์ของทุกหน่วยงาน การจัดเก็บข้อมูลจะต้องถูกต้องนะคะ เหมือนชื่อของพวกคุณในระบบการศึกษา ชื่อภาษาไทยต้องถูกนะคะ รหัสบัตรประชาชนต้องถูก ที่อยู่ต้องถูก สามารถเรียกดูข้อมูลได้อย่างถูกต้องแม่นยำ คีย์รหัสนักศึกษาเข้าไปนะคะ ว่าจะต้องขึ้นชื่อให้ถูก ชื่อใครขึ้นมารหัส 206 ชื่อทัตเทพจะต้องขึ้นมานะคะ ตรงตามความต้องการที่อาจารย์จะดู เราอยากดูเกรดก็ต้องดูได้ สามารถสืบค้นข้อมูลได้อย่างรวดเร็วนะคะ แสดงผลออกมาได้อย่างเหมาะสม ไม่ใช่ไม่มีว่างไม่มีการเว้นวรรค ตารางเกรดไม่มีเส้นตาราง เกรดควรจะเป็นตารางต้องมาเป็นข้อความยาว ๆ รวมกันหมดเลยไม่มีการจัดระเบียบอย่างนี้ก็ไม่ได้นะคะ ตัวข้อมูลอย่างที่บอกนะคะ จะเป็นหน่วยที่ยังไม่มีการเขาเรียกว่ายังไม่มีการจัดระเบียบนะคะ อาจจะเป็นข่าวสารพูดขึ้นมาลอย ๆ อาจจะเป็นเอกสารที่แจกกันไปโดยที่ยังไม่มีการยืนยันว่าเป็นเรื่องจริงหรือเรื่องเท็จ หรืออาจจะเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับบุคคลสิ่งของต่าง ๆ ที่อยู่อาจจะเป็นตัวเลขเป็นภาษาแปลก ๆ หรือภาษาที่เราอ่านได้ภาพ หรือสัญลักษณ์ต่าง ๆ ที่อาจจะมีความหมายเฉพาะตัวนะคะ แต่ยังไม่มีการไปประมวลผล ยังไม่รู้ว่าข้อมูลที่ได้มานี่เป็นจริงหรือเปล่า เอามาใช้ได้จริงไหม รูปที่ส่งต่อ ๆ กันมาเป็นรูปจริงหรือเปล่านะคะ อันนี้คือข้อมูลหรืออีกภาษาหนึ่งเรียกว่าข้อมูลดิบ เรียกว่าภาษาอังกฤษนะคะ ในพจนานุกรมเราจะเรียกข้อมูลว่าจริงหรือสิ่งที่เราอาจจะยอมรับว่าเป็นข้อเท็จจริงก็ได้อาจจะอนุมานจากความจริงหรือจากการคำนวณนะคะ โดยสรุปก็คือ ถ้าข้อมูลตัวไหนนะคะ อาจจะเป็นสิ่งที่พูดมา เขาว่ากันว่า คนนั้นพูดว่า คนนี้พูดว่า เราจะยังไม่ถือว่าเป็นความรู้ เราจะยังไม่ถือว่าเป็นสารสนเทศนะคะ ถ้ามันยังไม่ผ่านการพิสูจน์หรือถ้ามันยังไม่มีอ่ะ การประมวลผล เพื่อนเขาบอกว่า 2 * 3 ได้ 8 เราจะถือว่าเป็นการให้ข้อมูลยังไม่รู้ว่ามันจริงไหมนะคะ เพราะฉะนั้นข้อมูลข้อเท็จจริงอาจจะดีก็ได้ หรืออาจจะไม่จริงก็ได้ ยังไม่ผ่านการประมวลผล ยังไม่มีการกลั่นกรองในความคิดใด ๆ ก็ตามนะคะ โดยลักษณะของข้อมูลนะคะ ก็จะมีอยู่ 2 ประเภทนะคะ ข้อมูลที่ยังคำนวณไม่ได้ ก็คือตัวอักษร เหมือนชื่อนามสกุลเรานี่ มาคำนวณเป็นตัวเลขไม่ได้นะคะ อาจจะเป็นรหัสรูปภาพนะคะ รหัสประจำตัว เราจะไม่เอารหัสประจำตัวนักศึกษากับเลขบัตรประชาชนมารวมกัน เราได้เลขเป็นหมื่นล้าน ก็คือตัวเลขที่มีความหมายในการคำนวณ ตัวเลข ทำไมข้อมูลที่คำนวณไม่ได้ต้องมีตัวเลขด้วยล่ะ อย่างเช่นอาจารย์บอก 10 10 เทอมที่แล้วเราเรียนเลขฐาน 2 นะคะ มันอาจจะเป็นความหมายของก ไก่ก็ได้นะคะ ก ไก่ก็ได้หรือหมายถึง 1,010 ก็ได้ การเขียนมาโดด ๆ อย่างนี้ยังไม่รู้เลยว่ามันคืออะไรนะคะ ตัวเลขที่มันคำนวณได้คือตัวเลขที่มีความหมายในการคำนวณ อาจารย์ใส่ตัวจุลภาคอย่างนี้ให้ด้วย ว่าจะรู้ว่าเป็นตัวเลขที่ใช้ในการคำนวณนะคะ ถ้าอาจารย์ไม่ใส่อาจจะเป็นเลขฐานสองก็ได้ ถ้าการพูดมาเลยอาจจะเป็นรหัสก็ได้ ต้องสังเกตด้วยว่าข้อมูลที่เรากำลังใช้งานอยู่มันเป็นข้อมูลประเภทไหนนะคะ ประเภทของข้อมูลเราก็จะมีการใช้งานหลาย ๆ รูปแบบ อาจจะเป็นข้อมูลสำหรับการวางแผนนะคะ เช่น การใช้แบบแผนนำมาบริหารนะคะ อาจจะมีงานการจัดการที่บ้าน เราจะลองประเมินดูว่า อย่างเช่นเราจะจัดงานปีใหม่ เราจะต้องเตรียมอาหารสำหรับคนกี่คนนะคะ มีกี่มื้อนะคะ เลี้ยงกี่วันนะคะ มันก็จะเป็นตัวเลขที่ไม่ได้ มีการจัดเรียงลำดับ พอเรามาจัด ข้อมูลเกี่ยวกับการปฏิบัติงานนะคะ ก็หมายถึงข้อมูลที่เราทำงานแล้วเกิดขึ้นเป็นประจำ อย่างเช่นมาทำงานกี่โมง กลับกี่โมง มาทำงานครบ 8 ชั่วโมงหรือเปล่า พักทานข้าวเที่ยงตอนไหนนะคะ วันนี้ทำงานได้กี่ชิ้นนะคะ งานแต่ละชิ้นใช้เวลาในการทำงานเท่าไหร่ ตามมาตรฐานหรือเปล่า อย่างเช่นบางคนทำงานเกี่ยวกับการแพ็คสินค้า วันหนึ่งต้องแพ็คได้ 100 กล่อง ก่อนเที่ยง ทำถึง 50 กล่องไหม แล้ววันนี้จะครบ 100 กล่อง จะมีการจดบันทึกไว้ กับข้อมูลอ้างอิงว่าจะเป็นข้อมูลที่เก็บไว้สำหรับอ้างอิงนะคะ เช่นการเก็บสถิติพยากรณ์อากาศ อย่าง วันนี้เมื่อปีที่แล้ว อุณหภูมิเท่าไหร่ วันนี้ที่เกิดขึ้นมันร้อนกว่ากันเริ่มสงสัยแล้วว่ามันเป็นภาวะโลกร้อนเปล่า มีข้อมูลอ้างอิงย้อนหลังอุณหภูมิเริ่มเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ภายในวันนี้ อันนี้เป็นข้อมูลที่เรานำมาใช้อ้างอิงได้นะคะ ต่อมาข้อมูลจะมีขนาดใหญ่ขึ้น เราจะเก็บข้อมูลเหล่านี้ เราจะเรียกข้อมูลว่าฐานข้อมูลหรือ database โดย database เป็นแหล่งที่ใช้สำหรับรวบรวมข้อมูล อยู่ในแฟ้มข้อมูลที่เก็บไว้ในที่เดียวกัน อย่างเช่นเราใช้คอมพิวเตอร์เวลาคนเก็บข้อมูล มันจะเป็นหรือจะเป็นสัญลักษณ์ไอคอนสีเหลืองเราจะสร้างสัญลักษณ์นี้ไว้เก็บข้อมูล เช่น รายงานวิชา มีหลายสี เราจะเก็บรวบรวมไว้ในโฟลเดอร์เดียวกัน อยู่ในแฟ้มเดียวกันนะคะ โดยที่ฐานข้อมูล มันจะต้องมีข้อมูลที่เราจะต้องทำด้วยในฐานะคอมพิวเตอร์ เราจะเรียกว่าอนุกรมด้านข้อมูล เราจะทำไว้สำหรับคำอธิบายเกี่ยวกับโครงสร้างข้อมูล เช่น ถ้าเป็นนักเรียนเราจะเขียนว่านักเรียนนอหนูไม้หันอากาศกไก่สระเอรเรือยอยักษ์นอหนู แต่ถ้าฐานข้อมูลคำว่านักเรียนอย่างนี้ คุณอาจจะเขียนย่อเป็นน หนู ร เรือ อันนี้คือพจนานุกรมอย่างหนึ่งอย่างในเวลาเราเขียนโปรแกรม ถ้าสมมุติคนอื่นมาทำงานไม่เข้าใจว่านร คุณหมายความว่าอย่างไรดูว่าตัวย่อที่คุณใช้มันอะไร เพราะฉะนั้นเวลาเราทำงาน database ข้อมูลในไหนก็ตามต้องมีการจัดทำพจนานุกรมข้อมูลขึ้น เพื่อให้รู้ว่าคำแต่ละคำระบบของคุณมันหมายความว่าอะไร เพราะว่าต่อไปถ้าเกิดคุณย้ายที่ทำงาน หรือว่าเป็นตัวคุณเองที่ไปทำงานกับคนอื่นแล้วเขาไม่ได้เขียนให้ คุณต้องรื้องานใหม่เกือบหมดเลยนะคะ เพราะว่าไม่เข้าใจว่าเขาย่อว่าอะไร อันนี้คือข้อดีหรือข้อสำคัญในการทำพจนานุกรมส่งข้อมูลนะคะ และเนื่องจากฐานข้อมูล ที่จัดเก็บนี่ จะต้องมีความสัมพันธ์ซึ่งกันและกันนะคะ จะทำให้เราสามารถค้นหาข้อมูลได้ง่าย แก้ไขข้อมูลก็ง่ายนะคะ มีการปรับปรุง เปลี่ยนแปลงข้อมูลก็ได้นะคะ อย่างเช่น บางคนรู้สึกว่าชื่อไม่มงคล ไปเปลี่ยนชื่อ ถามว่าเปลี่ยนได้ไหม ได้ ถามว่าต้องลบคุณออกจากมหาวิทยาลัยเลยไหม ไม่จำเป็นมันเป็นแค่การปรับปรุงข้อมูลเฉย ๆ ไม่ต้องไปสมัครเรียนใหม่ อุ้ย ชื่อเปลี่ยน ต้องไปสมัครเรียนใหม่ไหม ไม่ใช่ มันสามารถเปลี่ยนแปลงทุกได้ หรือต่อไปถ้าผู้หญิงแต่งงานหรือจะเปลี่ยนนามสกุล ขอเลขบัตรประชาชนใหม่ไหม ไม่ต้อง แค่ไปเปลี่ยนแปลงนามสกุลเฉย ๆ นะคะ รวมถึงเป็นการจัดเรียงสังเกต อาจารย์จะเรียงอันดับชื่อ เพื่อความเป็นระเบียบ เลขรหัสนักศึกษาก็ขึ้นก่อนนะคะ เป็นการจัดเรียงไปเรื่อย ๆ นะคะ ทั้งนี้มันจะทำให้เราสะดวก ถ้าเรามีฐานข้อมูล อาจารย์ถามว่าเลขลงท้ายด้วย 2 กลุ่มไปอาจารย์ ก็คนอ่านง่ายหรือว่าอาจจะมีการเปลี่ยนแปลงแก้ไขที่อยู่แก้ไขได้นะคะ 2 อย่างในมหาวิทยาลัยนี้ ที่เปลี่ยนไม่ได้ ก็คือเลขรหัสบัตรประชาชนกับรหัสบัตรประชาชน เกิดมาจากเป็นเลขเดียวเท่านั้น เปลี่ยนไม่ได้นะคะ โดยการทำงานทุกอย่างที่พูดมา การค้นหาการแก้ไข การเปลี่ยนแปลงข้อมูล การจัดลำดับข้อมูล เราจะใช้ซอฟต์แวร์นะคะ ข้อมูล ซึ่งหลังมิดเทอมเราจะให้ทุกคนมาเขียนโปรแกรมง่าย ๆ เกี่ยวกับฐานข้อมูลด้วยนะคะ อย่างหนึ่งวิชานี้ภาษาอังกฤษจะเยอะเพราะระบบจัดการฐานข้อมูลต้องใช้ภาษาอังกฤษนะคะ พยายามจำ พยายามทำความเข้าใจคำศัพท์ง่าย ๆ นะคะ เพราะว่ามันสำคัญ เพราะเราเขียนโปรแกรมเราใช้ภาษาไทยไม่ได้ แต่ข้อมูลที่เก็บ เก็บภาษาไทยได้นะคะ แต่คำสั่งที่ใช้งานเป็นภาษาอังกฤษเท่านั้นนะคะ ระบบฐานข้อมูลก็จะเป็นกลุ่มของข้อมูลที่มีความสัมพันธ์กัน เก็บไว้ในที่เดียวกันเอาไว้ในแผ่นเดียวกันหรือแยกเก็บไว้หลาย ๆ ปั๊มก็ได้ จะต้องมีการสร้างความสัมพันธ์ระหว่างข้อมูล ข้อมูลของทุกคนเก็บอยู่ในฐานข้อมูลมหาวิทยาลัยก็จริง อาจจะแยกเก็บไว้ที่คณะสาขาได้ด้วย OK ระบบจะเก็บข้อมูลนะคะ ได้แล้ว ด้วยคอมพิวเตอร์นี่ มันก็จะมีวัตถุประสงค์ก็คือมันสามารถบำรุงรักษาได้ง่าย สามารถเรียกใช้ได้ทุกที่ที่ต้องการ เดี๋ยวนี้ฐานข้อมูลมันออนไลน์ได้ทั่วโลกนะคะ มันสามารถเรียกใช้ที่ไหนก็ได้ เหมือนตอนนี้ทุกคนดูอยู่ฐานข้อมูลมันไม่ได้อยู่ที่ได้ หรือยัง ล่ามได้ยินนะคะ ล่ามได้ยินไหม ได้ยินแล้วนะ OK ทำไมล่าม ล่ามได้ยินไหมคะ ล่ามหลุด หลุดอีกแล้ว ล่ามได้ยินไหมคะ (เจ้าหน้าที่) ได้ยินแล้วค่ะ (อาจารย์เกวลี) OK ต่อมาเหมือนที่ทุกคนดู YouTube นะคะ ฐานข้อมูลมันไม่ได้อยู่ที่บ้านเรานะ บริษัท YouTube มันอยู่ที่อเมริกานะ คลิปที่ทุกคนดูมันอยู่ที่เมืองนอกนะคะ เราได้ทำการเรียกข้อมูลจากอเมริกามาเปิดดูข้อมูลที่บ้านเรา เพราะมันเก็บในข้อมูลที่สามารถเรียกใช้อันไหนก็ได้บนโลกนะคะแต่มันก็จะมีสิ่งที่เรียกว่า Server มาตั้งเพื่อให้การเชื่อมต่อข้อมูลมันไม่ต้องไกลขนาดนั้นนะคะ เพราะไม่อย่างนั้นเวลาเราเรียกดูข้อมูล ด้วยระยะเวลามันไกลมันอาจจะใช้เวลามากนะคะ ทุกอย่างที่เราใช้ตอนนี้มันก็เลยเก็บไว้ด้วยคอมพิวเตอร์ เพราะมันทั้งสามารถเรียกดูได้ง่าย บำรุงรักษาได้ง่ายที่ไหนก็ได้ หรืออยากไปดูที่ไหนก็ได้ 24 ชั่วโมงนะคะ โดยระบบฐานข้อมูลมันก็จะเป็นการรวบรวมแฟ้มข้อมูลหลาย ๆ ข้อมูลเข้าไว้ด้วยกัน แต่จะต้องไม่ซ้ำซ้อนกัน ถ้ามันซ้ำซ้อนกันปุ๊บ มันจะมีการกำจัดออกเพราะมันเป็นข้อมูล สอนไปก่อนแล้วอย่างไรดี ได้ยินโอเคค่ะ ต่อมาลำดับขั้นตอนเก็บข้อมูลเราจะเรียนสักหน่อยที่สุดไปหาหน่วยที่ใหญ่ที่สุดเป็นตู้เก็บเอกสารตู้นี้นะคะ ส่วนที่เล็กที่สุดเราจะเรียกว่าเหมือนที่เราเคยเขียนว่าเทอมที่แล้วที่เราแปลงเป็นเลขฐาน 2 คอมพิวเตอร์จะรู้จักหน่วยที่เล็กที่สุด อย่างตัวชื่อนามสกุลตรงนี้แปลงเป็นเลข 0 กับเลข 1 ก่อนที่จะเก็บข้อมูลนะคะแล้วก็ พอเลข 0 กับเลข 1 ไม่อย่างนั้นก็ไม่เสร็จสักทีวันนี้ เมื่อเช้าเป็นไหม อย่างนั้นขอเขารีสตาร์ทก่อนไหมขอสัก 5 นาที บอกเขาก็ได้ เดี๋ยว ๆ ขอวิธีสตาร์ทเครื่องสัก 5 นาทีนะคะ ล่ามจะได้ไม่มีปัญหา ไม่อย่างนั้นมันไม่เสร็จสักที โอเคค่ะ เบรคแป๊บนึง TestTest Test Test ได้ยินไหมคะ Test Test Test เสียงออกอยู่ โอเคค่ะ เดี๋ยวต่อเลยนะ หน่วยที่เล็กที่สุดนะคะ ก็จะเป็น เลข 0 กับเลข 1 ใหญ่ไป ใหญ่ไป ใหญ่ไป ส่วนที่เล็กที่สุดนะคะ ก็คือตัวหนังสือกับเลข 1 ตัว เราจะเรียกว่าเอาเลข 1 กับเลข 0 รวมกัน 8 ตัวได้ วันหนึ่งกไก่ขไข่คควายเอาเลข 0 กับเลข 1 เราจะในรูปนี้ไม่มี b y t e เพราะฉะนั้นในข้อสอบเวลาถามว่าหน่วยที่เล็กนะคะ ของคอมพิวเตอร์คืออะไร คือบิตนะคะ b i t ต่อมาจะเป็น B ข้อมูลหลาย ๆ ใบรวมกันเราจะเรียกว่าฟิวส์นิ่วในที่นี้เราจะเรียกว่า phone ที่เรียกว่าเบอร์โทรศัพท์คือเป็นตาหลายตัวรวมกันเรียกว่าฟิวส์ หรือภาษาไทยเรียกว่าเขตข้อมูลนะคะ ข้อมูลเบอร์โทรศัพท์นะคะ ข้อมูลเบอร์โทรศัพท์ลงไป 1 เบอร์ตรงนี้เราจะเรียกว่า 1 Record อย่างห้องนี้มีเรียน 8 คน ชื่อกับนามสกุลนักศึกษา 8 คน จะมีอยู่ 8 เรคคอร์ดนะคะ ข้อมูล นะคะ เราจะเรียกว่าฐานข้อมูลนักศึกษา สาขาวิชาคอมพิวเตอร์ ชั้นปีที่ 1 ถึงปีที่ 4 อันนี้เราจะเรียกว่าฐานข้อมูลล เราจะเรียงฐานข้อมูลไปเรื่อย ๆ จากเล็กไปใหญ่ก็คือ database นั่นเองนะคะ อันนี้คือพูดไปแล้วสิ่งที่เราพูดไปแล้วเมื่อกี้กับรูปเดียว เราอธิบายได้ทั้งหมดนะคะ อันนี้เราก็จะข้ามไปเพราะเราพูดหมดแล้ว รูปแบบการจัดเก็บข้อมูลแบบเดิมเป็นอย่างไรนะคะ แบบเดิมที่เราใช้กันเราจะเรียกว่าระบบแฟ้มข้อมูลนะคะ อาจจะเป็นชุดของโปรแกรม ที่มีคนเอาไปใช้ จะนำไปใช้เพื่อประมวลผลงานที่เขาต้องการ โดยแต่ละโปรแกรมมันก็จะมีการข้อมูลของตัวเองโปรแกรม อย่างเช่นโปรแกรมคํานวณเกรดแต่ละมหาวิทยาลัยอาจจะไม่เหมือนกันก็ได้นะคะ แต่ไปในมหาวิทยาลัยเดียวกันต้องใช้ระบบเดียวกัน เมื่อก่อนนี้เวลาเราเก็บข้อมูล เราจะแยกออกจากกัน เป็นเอกเทศของใครของมันนะคะ ข้อมูลมันอาจจะไม่มีความสัมพันธ์กัน โดยที่ข้อมูลส่วนใหญ่นี่ เมื่อก่อนจะอยู่ในรูปแบบของแฟ้มข้อมูลนะคะ ลักษณะงานเมื่อก่อน แล้วทำไมเราจะต้องจำเป็นในการใช้ database เกิดขึ้นนะคะ เมื่อก่อนสมมุติมีบริษัทอยู่บริษัทหนึ่งมีฝ่ายขาย ฝ่ายบัญชี ฝ่ายบุคคล แต่ละฝ่ายก็จะมีโปรแกรมในการทำงานของแต่ละฝ่ายของตัวเอง ไม่ได้เอามารวมกันนะคะ แต่เราสังเกตเห็นแล้วว่าฝ่ายบัญชีก็มีข้อมูลการขาย ฝ่ายขายก็มีข้อมูลการขาย บัญชีลูกค้า ลูกค้าเริ่มซ้ำซ้อนกันแล้วนะคะ อย่างเช่นสมมุติวันหนึ่งฝ่ายขายขับลูกคนหนึ่งอาจจะขายรถยนต์เก็บข้อมูลลูกค้า เสร็จเรียบร้อยนะคะ ส่งข้อมูลการขายให้ฝ่ายบัญชีด้วยนะคะแฟ้มข้อมูลของลูกค้าด้วย เท่าไหร่เอาไว้สำหรับเป็นหนี้ เขาอาจจะเป็นการหรือใด ๆ ก็ตามนะคะ ฝ่ายขายแน่นอนมันจะเป็นการดูแลลูกค้า ลูกค้าก็จะรู้จักฝ่ายขาย เราจะรู้จักเซลล์ขายรถให้เรา เราจะไม่รู้จักฝ่ายบัญชี อันนี้จะเป็นเรื่องปกตินะคะ อยู่มาวันหนึ่งลูกค้า ที่อยู่ลูกค้าในฝ่ายขายเปลี่ยนแปลงเรียบร้อย อัปเดตเรียบร้อยย้ายจากสกล ไปนครพนม ไปนครพนม ฝ่ายบัญชีไม่รู้ ที่อยู่ไม่ได้เปลี่ยน ส่งใบแจ้งหนี้ยังส่งไปที่เดิมไม่มีการเปลี่ยนแปลงลูกค้า ก็รอว่าไปที่จะต้องการไปจ่ายเงินอยู่ไหน ยังไม่ได้ ก็รอไปเรื่อย ๆ ฝ่ายบัญชีก็นึกว่าลูกค้าหาตัวไม่เจอ เบี้ยวหนี้หรือเปล่า ฟ้องตำรวจ ฟ้องศาล ทั่งที่ลูกค้าแจ้งไปขายแล้ว ว่าเปลี่ยนที่อยู่ ฝ่ายขายลืมไปบอก มันอีกสรุปลูกค้าได้รับความเสียหายแล้วถามว่าเป็นความผิดลูกค้าไหมที่ต้องมาแจ้งฝ่ายขายนะ ฝ่ายบัญชีนะอันนี้คือสาเหตุพี่ทำไมเกิดความเสียหาย ถ้าเราแยกกันเก็บข้อมูล อันนี้คือเรื่องง่าย ๆ เลยแค่ลูกค้าเปลี่ยนแปลงที่อยู่ แล้วได้รับใบแจ้งหนี้อันนี้ก็เป็นปัญหาง่าย ๆ ปัญหาแน่ทำให้รู้ว่าทำไง เราต้องเก็บข้อมูลไว้ที่เดียวกัน ถ้าเปลี่ยนแปลงข้อมูลเราต้องเปลี่ยนแปลงที่เดียว สามารถเรียกกูได้ว่าเอากันขายของกันทีกันขายออกไปขายของลูกค้าพวกนี้เอามารวมกันได้ไหม ได้แล้วทำไมไม่เอามารวมกันล่ะ อันนี้คือ โดยที่เมื่อกี้อย่างที่บอกเมื่อกี้น่ะค่ะ ข้อจำกัดอาจจะแยกออกจากกันมีความซ้ำซ้อนกันมีความขึ้นต่อกันของข้อมูล เช่น สรุปแล้วข้อมูลของใครอัปเดตมากที่สุด ข้อมูลคนไหนเป็นปัจจุบันที่สุดนะคะอย่างเช่น รูปแบบข้อมูลไม่ตรงกัน เส้นเวลาค้นหาข้อมูลของฝ่ายขายอาจจะค้นหาโดยข้อมูลเลขบัตรประชาชน ค้นหาจากเลขลูกค้า หาข้อมูลเท่ากันไหม รูปสำคัญสมชายมีเป็นร้อยคน สรุปสมชายคนไหนนะคะ โปรแกรมที่ใช้ไม่มีความยืดหยุ่น อาจจะไม่มีการ อาจจะไม่สามารถเพิ่มขอบเขตของข้อมูลได้ในอนาคตนะคะ ถ้าจะเพิ่มขอบเขตของข้อมูล เช่น อาจจะเพิ่มว่าลูกค้ามาซื้อรถเพิ่มอีกคันหนึ่งจำเป็นจะต้องใส่ข้อมูลลูกค้าอีกครั้งไหม ไม่จำเป็น แต่ระบบอาจจะบอกว่าต้องใส่อย่างนี้เป็นต้นนะคะ ทั้งที่จริงอาจจะเป็นลูกค้าคนเดิมซื้อเพิ่ม อาจจะไม่ต้องใส่ข้อมูล เช่น เวลาเราไปซื้อของในห้าง เราเป็นสมาชิกอยู่แล้ว เราต้องสมัครสมาชิกใหม่ทุกครั้งหรือเปล่า ไม่นะคะ แต่ถ้าเป็นระบบเดิม ต้องบอกเรื่องคำถามอยู่นั่นแหละ แต่เดี๋ยวนี้มันมีระบบที่ดีขึ้น เราแค่บอกเบอร์โทรศัพท์ที่เราเคยสมัครไว้หรือไม่ได้ก็ตามมันก็จะขึ้นมาหมด อันนี้คือระบบแบบใหม่นะคะ อันนี้อธิบายไปแล้วนะ ต่อมา ข้อมูลถ้ามันใหญ่ขึ้นล่ะ คำว่า Big Data มีเกิดขึ้นในปัจจุบันเราเห็นเยอะมากนะคะ Big Data หรืออภิมหาข้อมูลนี่ มันเป็นคำศัพท์ใหม่ที่เพิ่มใช้เมื่อปี ... โดยที่ความหมายของ Big Data หรือข้อมูลจำนวนมหาศาลเป็นข้อมูลที่มีปริมาณใหญ่มากนะคะ ข้อมูลมากจนซอฟต์แวร์รุ่นเก่า ๆ ไม่สามารถประมวลผลได้นะคะ หรือประมวลผลได้น่ะ แต่นาน อย่างเช่นประมวลผล ชื่อคน สักในประเทศอาเซียน ชื่อทุกคนนะคะ ไม่เว้นใคร ประชากรทั้งหมดในประเทศอาเซียน อาจจะใช้เวลานาน การประมวลผลว่ามีผู้ชายกี่คน มีผู้หญิงกี่คน อันนี้คือลักษณะของ Big Data เราจะไม่พูดข้อมูลเป็นล้านคนมีทั้งข้อมูลที่เป็นโครงสร้างนะคะ โครงสร้างที่มีโครงสร้างก็คือข้อมูลที่ยังไม่จัดเรียงนะคะ ขนาดของ Big Data มันจะเพิ่มข้อมูลเข้าไปเรื่อย ๆ เพิ่มเป็น ... เยอะเพิ่มขึ้นไปเรื่อย ๆ นะคะ ลักษณะสำคัญของ big data เป็นลักษณะของ ภาษาอังกฤษนี่แหละ มี 4 ลักษณะต่อไปนี้เราจะเรียกว่า Big Data อันแรกปริมาณหรือ ก็จะเป็นปริมาณหรือข้อมูลที่ผลิตและจัดเก็บไว้ได้ที่ใหญ่เพียงพอนะคะ ปริมาณข้อมูลสีที่ไว้บ่งบอกคุณภาพแล้วก็ประสิทธิภาพของข้อมูลด้วยนะคะ ข้อมูลตัวนั้น Big จริงหรือเปล่า หาถ้าแค่ข้อมูลระดับพันคนเราจะไม่เรียกระดับ Big Data นะคะ หลักล้านขึ้นไปจะเป็น Big Data ความเร็วนะคะ วิธีที่ 2 นะคะ เป็นความเร็วในการประมวลผลต่อการผลิตข้อมูลเพื่อให้ทันต่อความต้องการของผู้ใช้งานนะคะ Big Data จะเป็นข้อมูลแบบ Real Time เช่น เวลาเราดูไลฟ์สด ดู YouTube หรือดูไลฟ์ตามข้อมูลจะเกิดขึ้นตลอดเวลานะคะ มีการประมวลผลตลอดเวลาเช่นเดียวกัน แตกต่างกับ small data หรือข้อมูลธรรมดาต่างหรือข้อมูลทั่วไปนะคะ ก็คือคุณตอนไหนก็ได้แต่ถ้าเป็นข้อมูลจะต้องเกิดขึ้นในปัจจุบันนะคะ หรืออาจจะเป็นการแพร่ เช่น เข้าไปดูไลฟ์สดที่คนดูที่แสนเป็นล้านนะคะ Server ที่ต้องทำการประมวลผล ส่งภาพ ต้องทำงานมากนะคะ ไม่ว่าจะเป็นข้อมูลในการสนทนาข้อมูลบันทึกเสียง ข้อมูลถ่ายภาพวีดีโอ อัตราการสั่งซื้อสินค้าโปรโมชั่นต่าง ๆ ทุกอย่างที่เกิดขึ้นจะถือว่าเป็น Big Data ทั้งหมด V ตัวที่ 3 คือ V Variety ความหลากหลายนะคะ ความหลากหลายของข้อมูลอาจจะเกิดจากการที่มีสิ่งที่เกิดขึ้นแตกต่างกัน มันจะสามารถนำข้อมูลไปวิเคราะห์ต่อยอดได้ อย่างที่บอก ไม่ว่าจะเป็นตัวหนังสือภาพ ข้อมูลเสียงวีดีโอ สามารถไปสามารถนำมาวิเคราะห์สามารถทำให้ Big Data มันสามารถเห็นผลได้ดีขึ้นนะคะ v สุดท้าย ก็คือคุณภาพของข้อมูล คุณภาพของข้อมูลมันยังสามารถไปวิเคราะห์ต่อได้ บางครั้งข้อมูลที่ยังไม่ผ่านการวิเคราะห์ได้เหมือนกัน เพราะว่าถือว่าเป็นข้อมูลดิบ นะคะ ...ในเวลาเรียน เว็บไซต์ไหนที่นักศึกษาเข้าเยอะ big data ไหม ขอข้อมูลรถเก็บเป็นหน่วยวินาที แล้วเครื่องคอมพิวเตอร์กี่เครื่องล่ะ ในมหาลัยแล้วใช้รหัสอินเทอร์เน็ตนักศึกษา 1 ชั่วโมง มีคนใช้งานกี่คน เข้าเว็บไซต์อะไรบ้าง เข้ามหาลัยเก็บไหม อินเทอร์เน็ตมหาลัยมันก็จะมีอีกประตูหนึ่ง ดูเว็บไซต์มีอะไรเข้าออกในมหาลัยบ้าง อันนี้ก็มาทำ Big Data ได้เหมือนกัน สรุปแล้ว ในเวลาเรียนเข้าเว็บไซต์ไหนมากที่สุดจะเป็นอันดับ 1 อาจจะเป็น Google อันดับที่ 2ตกลงมาเป็นติ๊กต๊อก YouTube Instagramอะไรพวกนี้นะคะ สามารถดูข้อมูลพวกนี้ได้ ก็สามารถถือว่าเป็น Big Data ได้เหมือนกันประโยชน์ ของการใช้งาน big Data นะคะ จัดการนะคะ สามารถเอาไปประยุกต์ใช้ในหลายภาคส่วน ส่วนภาครัฐ เอกชนใช้มาก สามารถเข้าใจ User หรือผู้ใช้งานกับลูกค้ามากขึ้น อย่างเช่นอะไร สังเกตไหมคะ เวลาเราดูคลิปใน YouTube หรือเสิร์ชอะไรใด ๆ ก็ตามใน Google หรือแค่นั่งดูคลิปสักอย่าง มันจะต้องมีโฆษณาแนะนำสินค้าที่เรากำลังสนใจ พอดีเลย ทำไมเขารู้ เช่น คุณดู คุณอาจจะค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ดูแลรักษารถยนต์ใน Google หลังจากนั้นโฆษณาใน Facebook จะเป็นจะมาเกี่ยวกับน้ำยาล้างรถ น้ำยาเคลือบสีรถ ขัดเงาล้อ เขารู้ได้อย่างไร เพราะว่าระบบพวกนี้นี่เขาก็จะติดตามพฤติกรรมของผู้บริโภค ก็จะมาศึกษาว่าจะมาศึกษาว่าลักษณะของผู้บริโภคแบบนี้มีการันตีสินค้าอย่างไร เขาก็จะมีการโฆษณาสินค้าที่เราค้นหาเยอะขึ้นนะคะ กับอีกอย่างหนึ่ง บางทีที่มันเป็นข้อถกเถียงกันก็คือเขาแอบดักฟังเราหรือเปล่า เราแค่คุยกับเพื่อนว่าเราอยากไปคาเฟ่ แล้วสักพักเล่น facebook มีแต่แนะนำคาเฟ่เต็มไปหมดเลย อันนี้ก็เป็นเรื่องที่เขาถกเถียงกันว่า มันจะฟังก์ชันเปิดไมค์โคโฟนของเราอัตโนมัติหรือเปล่าทำไมเขารู้รวมถึงวิเคราะห์ความต้องการในอนาคต อย่างเช่นเรารู้แล้วว่าฤดูนี้มันไม่ได้หนาวมาก เสื้อผ้าที่จะเหมาะ บางทีตอนเช้าก็หนาว กลางวันก็ร้อน มันควรจะเป็นอะไร มันก็จะเลิกมีโฆษณาเสื้อกันหนาวที่กัน UV ได้ด้วย โฆษณาให้เราข้างใน Facebook อินสตาแกรม โฆษณา YouTube อยู่ดี ๆ ก็เข้ามาวิเคราะห์ความต้องการ และว่าตอนนี้คนไทยบางทีก็ร้อนบางทีก็หนาวอยากได้กันแดดด้วยนะคะ รวมถึงวางแผนในอนาคตให้มีการทำงานให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ข้อมูลที่เรามีอยู่นี่สามารถเอามาวิเคราะห์อนาคตด้านประกอบการตัดสินใจได้นะคะ อย่างเช่นถ้าเรารู้แล้วว่ามีคนเล่นอินเทอร์เน็ตเยอะมากในมหาลัย อาจจะมีการวางแผนสำหรับการจัดการอุปกรณ์ที่ทำให้เราเล่นอินเทอร์เน็ตได้เร็วขึ้น พอเรารู้แล้วนี่ มันลดงบประมาณอย่างไร เพราะว่าเราไม่ต้องซื้อสินค้า เผื่อเรารู้แล้วว่าเราต้องการอะไรในการทำให้อินเตอร์เน็ตเร็วขึ้นนะคะ นักศึกษาใช้งานเว็บไหนมากที่สุด ก็ซื้ออุปกรณ์ที่ดูแลอินเทอร์เน็ตได้ตรงตามความต้องการมากขึ้น ไม่ต้องซื้อมาเผื่อ ซื้อมาแต่พอดี ตัวดีอุปกรณ์พอดีสำหรับการใช้งานอาจจะไม่ซื้อเครื่องที่อยู่ในได้อย่างมหาศาลขนาดนั้น เอาแค่พอใช้งาน ก็ได้เพื่อประหยัดงบลงทุนนะคะ ระบบฐานข้อมูลนะคะ อย่างที่บอกฐานข้อมูลมันจะเป็นโครงสร้างของการเก็บข้อมูลที่มีความสัมพันธ์กันไว้ด้วยกัน เช่น ข้อมูลนักศึกษาจะถูกเก็บไว้แน่นอน ว่าข้อมูลของคุณจะไม่มีข้อมูลของเพื่อนมาเกี่ยวข้องด้วย ของใครของมันนะคะ แล้วก็จะเป็นการจัดการการใช้ซอฟต์แวร์ ประเภทจัดการฐานข้อมูลหรือว่า Database Management System แล้วแต่แบบเป็นเม็ดเลือกซื้อของเล่นจะเรียกง่าย ๆ ว่า dbms ฐานข้อมูลนี้จะมีฐานข้อมูลทำหน้าที่อธิบายขอรายการที่เก็บอยู่โดยที่ในนั้นจะเรียกว่าเป็นบัญชีของระบบ พจนานุกรมของข้อมูล metadata เดี๋ยวนี้ในบทต่อ ๆ ไป อาจารย์จะลงรายละเอียดลึกกว่านี้ อันนี้แนะนำไปก่อนในฐานข้อมูลหนี้โครงสร้างของข้อมูลอาจจะถูกแยกออกจากโปรแกรมประยุกต์เก็บไว้ นะคะ ทำไมต้องแยกข้อมูลจะถูกแยกเก็บออกจากโปรแกรม เพราะถ้าวันใดวันหนึ่งคุณเปลี่ยนโปรแกรมข้อมูลที่อยู่ในฐานข้อมูลจะไม่ได้รับความเสียหาย เพราะถ้าระบุติดทุกอย่างไว้กับโปรแกรม ไม่ว่าจะเป็นใช้โปรแกรม Ai ขอสัก 5 ปี เปลี่ยนเป็นโปรแกรม B ไม่ได้โดนผูกขาดว่าต้องใช้ a เท่านั้น จะเป็นเรื่องที่ยอมรับไม่ได้ ถ้ามีการเพิ่มหรือมีการปรับลงโปรแกรมหรือโครงสร้างของข้อมูล จะต้องไม่ได้รับผลกระทบการเปลี่ยนโปรแกรม วันนี้คุณอยากจะใช้โปรแกรมเอก็ได้ เป็นพรุ่งนี้จะใช้บีก็ย่อมได้ ข้อมูลคุณจะไม่หายไปไหน อันนี้คือลักษณะการใช้ฐานข้อมูล รูปนี้คุ้น ๆ ไหมกับที่ผ่านมาแล้ว จะสังเกตได้ว่า แต่ละฝ่ายจะมีโปรแกรมในการทำงานแยกกัน แต่จะมีระบบจัดการฐานข้อมูลอยู่ตรงกลาง เพื่อให้เราสามารถเรียกใช้ข้อมูลทั้งข้อมูลลูกค้า ข้อมูลพนักงาน การขายสินค้า บัญชีรู้ ฝ่ายขายรู้ ฝ่ายบุคคลอยากดูก็ดูได้นะคะ มีพนักงานขายเข้ามาใหม่ ฝ่ายบุคคลก็ มีการปรับปรุงสินค้า ราคาสินค้า รหัสสินค้าทุ กอย่างทำที่เดียว สามารถเรียกดูได้ทุกโปรแกรมนะคะ อันนี้คือข้อดีของการใช้ระบบจัดการฐานข้อมูล ระบบจัดการฐานข้อมูลมีหน้าที่อะไรบ้าง ตั้งแต่การเขียนพจนานุกรมข้อมูล อย่างที่อาจารย์บอกว่าสมมุติว่า ต่อไปคุณเขียนโปรแกรม ภาษาอังกฤษของนักเรียนก็คือ Student ใน พจนานุกรมของคุณอาจจะเขียนแค่ s t d แทนคำว่า student ก็ได้เป็นอย่างสั้นอย่างย่อนะคะ หรือการจัดเก็บข้อมูลอาจจะเพิ่มลบแก้ไขข้อมูลได้ง่ายนะคะ มีการเปลี่ยนแปลงข้อมูล แล้วก็เป็นการนำเสนอข้อมูล เช่น เอาข้อมูลที่มีทั้งหมดออกมาเป็นกราฟ ให้ดูเพื่อให้ผู้บริหารดูได้ง่าย ผู้บริหารไม่ชอบดูตัวเลขค่ะ เขาชอบดูที่แบบเป็นภาพ ไม่เห็นเลยว่ายอดขายปีนี้ 10 ล้านก่อน 8 ล้านเขาอาจจะมองภาพไม่ค่อยชัด พอคุณทำเป็นกราฟแท่ง โอเคเขาจะรู้แล้วว่ายอดขายมันเพิ่มขึ้นจริง ของผู้ใช้พร้อมกัน อย่างเช่นระบบดูเกรด เคยเข้าไปดูแล้ว ระบบอนิเลูกเกดทุกวิชา ถามว่าอาจารย์ใช้ระบบ Connect ไหม ใช้พวกคุณก็ใช้แต่การใช้งานไม่เท่ากัน เข้าใช้งานพร้อมกัน ได้สิทธิ์ในการเข้าถึงข้อมูลไม่เท่ากันนะคะ ดูข้อมูลได้ไม่เหมือนกันอาจารย์ดูได้มากกว่า ศึกษาข้อมูลเฉพาะของตนเอง อันนี้คือควบคุมการเข้าใช้งานของ User สำรองข้อมูลการกู้คืนข้อมูล อย่างเช่น ย้ายเครื่องคอมพิวเตอร์ ถามว่าข้อมูลของเราจะหายไปไหนไหม ไม่หายนะคะ สมมุติว่าสำรองข้อมูลของเราไม่สามารถย้ายเครื่องได้ ย้ายไปที่ไหนก็ได้นะคะ รวมถึงการจัดการสภาพของข้อมูล รหัสบัตรประชาชนทุกคนจะต้องมี 13 หลัก แต่คุณเข้าไปแก้ไขข้อมูล แล้วบังเอิญลืมว่าใส่ตัวเลข 0 ตกไปตัวหนึ่ง ถ้าคุณใส่ไม่ถูกต้อง กฏความคงสภาพของข้อมูล คุณใส่ไป 12 ตัว ระบบจะไม่ยอมให้คุณบันทึก เพราะว่ามันไม่ถูกต้องตามสภาพข้อมูล ควรจะเป็นประชาชนจะต้องมี 13 หลัก ไม่อย่างนั้นระบบจะไม่ทำงานนะคะ อันนี้ก็เป็นลักษณะของความคงสภาพข้อมูล ชื่อของเรา จะกรอกเป็นตัวเลขไม่ได้ ไม่มีใครชื่อเป็นตัวเลขอยู่แล้ว อันนี้ก็คือความคงสภาพของข้อมูล กับภาษาที่ใช้ในการเข้าถึงข้อมูลนะคะ ภาษาที่ใช้ในการเข้าถึงข้อมูลของวิชานี้จะเป็นภาษา SQL เดี๋ยวเราจะได้เรียนหลังมิดเทอม อันนี้แนะนำไว้ก่อน การประยุกต์ใช้งานของฐานข้อมูลเยอะมาก รอบตัวคุณเลย อย่างเช่นข้อมูลโทรศัพท์ของคุณ เบอร์โทรศัพท์ที่เก็บไว้ในเครื่อง ก็คือฐานข้อมูล เมมเบอร์พ่อแม่ เมมเบอร์เพื่อนไว้ แอดไลน์เพื่อน แอดไลน์อาจารย์ Add LINE พี่เจ้าหน้าที่เป็นเพื่อนกันในเฟซ คลิปใน YouTube ทุกอย่างฐานข้อมูลหมดเลย เงินในบัญชีก็ฐานข้อมูล ถอนเท่าไหร่ แม่ฝากให้เท่าไหร่ จะถูกเก็บ Records ไว้หมด อันนี้คือนึกว่าอะไรดี ๆ ในรอบตัวเราตอนนี้ฐานข้อมูลเก็บไว้หมด องค์ประกอบของสิ่งที่ต้องมีในระบบฐานข้อมูล สิ่งที่เชื่อมระหว่างคอมพิวเตอร์กับคนก็คือข้อมูล ส่วนของคอมพิวเตอร์มีอะไรบ้าง มีอุปกรณ์ มีคอมพิวเตอร์ มีอุปกรณ์รอบข้างเกี่ยวข้องการใช้ฐานข้อมูลทั้งหมดนะคะ ทั้งหมดก็ใช่ กล้องก็ใช่นะคะ อันนี้คือสิ่งที่เราต้องใช้ Software เราใช้งานปัจจุบันก็คือระบบปฏิบัติการในห้องแลปห้องนี้ ก็จะเป็น windows ระบบฐานข้อมูลที่เราจะใช้ในเทอมนี้ก็จะเป็น Microsoft Access อาจจะมีโปรแกรมอื่น ๆ ที่เราใช้บ้างก็ได้ แต่ว่าพื้นฐานใช้ภาษาเดียวกันก็คือภาษา html จบไปแล้วไปทำงานอาจจะใช้ระบบฐานข้อมูลชนิดอื่นก็ได้ ภาษาโปรแกรมเหมือนกันนะคะ แต่ว่าตอนนี้เรามีลิขสิทธิ์ของ Windows เราก็ใช้ก็ส่งพวก Microsoft ละกันข้อมูลก็จะเป็นสิ่งที่เก็บในระบบประมวลผลต่อไปนะคะ ในระบบของข้อมูลก็จะมีส่วนที่ไว้สำหรับอธิบายข้อมูลด้วยบรรยายลักษณะของข้อมูลด้วยนะคะ โพสิเยอร์อาจจะเป็นคำสั่งต่างขั้นตอนการปฏิบัติงาน เราก็จะเขียนไว้วิชานี้วาดรูปด้วยนะคะ อาจจะเคยวาด Mind Map มาแล้ว ใกล้เคียงกัน รูปที่เราจะวาดเขียนว่าแผนภาพอีอาร์นะคะ เดี๋ยวถัดไปเราจะได้วาดรูปด้วยนะคะ สัญลักษณ์แต่ละอย่างในรูป มีความหมายหัวลูกศรมีความหมาย เป็นเส้นตรง เส้นประ ทุกอย่างจะแทนความหมายหมด เพราะฉะนั้นวันไหนวาดรูปตั้งใจนะคะ บุคลากรที่เกี่ยวข้องก็จะเป็นคนที่ทำงานเกี่ยวกับฐานข้อมูลทั้งหมด ทั้งออกแบบการใช้งานอาจจะเป็น User หรือผู้ใช้งานทั่วไป หรือว่าระบบดูแลระบบ ทุกอย่าง อาจจะเป็นเพราะผู้บริหาร คนพัฒนาโปรแกรม อันนี้ก็คือคนที่มีส่วนเกี่ยวข้องในการใช้งาน ข้อดีของการใช้งานฐานข้อมูลนะคะ เป็นอิสระ ถ้าเราอัปเดตโปรแกรม โปรแกรมข้อมูลของเราจะไม่เสียหาย ขอข้อมูลจัดเก็บข้อมูลที่เดียวกัน ถ้าข้อมูลตัวไหนซ้ำจะถูกตัดออกนะคะ มีความโครงการของข้อมูลนะคะ ค้นหาข้อมูลเข้าไป แล้วก็จะส่งข้อมูลที่ตรงกัน สามารถใช้งานข้อมูลร่วมกันได้ ข้อมูลเป็นมาตรฐานเดียวกัน สามารถเรียกดูแล้วก็เข้าใช้งานได้ง่าย ป้องกันและควบคุมการใช้งานได้ง่าย ลดปัญหาในการปรับปรุงรักษาโปรแกรมนะคะ ถ้าใช้โปรแกรมการบำรุงรักษาเหมือนกัน จะดูแลง่าย ข้อจำกัดที่บางคนไม่ค่อยอยากจะใช้งานระบบอุปถัมภ์สังคม พื้นที่มีราคาแพง แต่ว่าความสามารถสูง บางคนก็จะเลือกตาม ข้อจำกัดมันก็จะมีอาจจะซับซ้อน ใช้ฟังก์ชันมันยากนะคะ รูปแบบในการเรียกดูข้อมูลมันยาก ขนาดมันใหญ่นะคะ ราคาก็แพงขึ้นเช่นเดียวกัน ถ้าราคาโปรแกรมแพง ตัวฮาร์ดแวร์หรืออุปกรณ์ใช้งานก็จะแพงขึ้นไปด้วย ค่าใช้จ่ายก็แพงขึ้น ในการติดตั้ง ผลกระทบจากการเสียหายก็ค่อนข้างสูง อย่างเช่นถ้าเราเก็บข้อมูลไว้ที่เดียวนี่ เกิดวันที่ขึ้นที่อาจจะเป็นน้ำท่วมไฟไหม้ ถ้าข้อมูลเก็บไว้ที่เดียว ดูไฟไหม้ความเสียหายก็สูง เช่นเดียวกันแล้วก็จะมีแผน สรุปการสำรองข้อมูลอีกเยอะ เดี๋ยวเราจะเรียนในบทถัดไปนะคะ ชนิดของข้อมูลเราจะแบ่งออกเป็น 3 ชนิด แบ่งนะคะ แบ่งตามลักษณะการใช้งานอย่างแรกเลย การใช้งานถ้าเป็นฐานข้อมูลที่มีคนใช้งานคนเดียวนะคะ เราจะเรียกว่าเป็น Single User หรือ stand alone อย่างเช่เราใช้คอมพิวเตอร์ที่บ้านระบบบัญชีที่บ้านที่บ้านแม่อาจจะเปิดร้านขายของเล็ก ๆ นะคะ ข้อมูลบัญชีอาจจะใช้ Excel ใช้คนเดียวนะคะ เราจะเรียกว่า stand alone ไม่ต้องแชร์ข้อมูลกับใคร อีกแบบหนึ่งคือเป็น Multi User ได้งานพร้อมกันหลายคน องค์กรที่มีขนาดใหญ่ขึ้น มีพนักงาน มีลูกจ้าง ส่วนมากถ้าเป็นตามบ้านเราจะใช้เป็นผู้ใช้คนเดียว ถ้าเริ่มเป็นมีลูกน้องมีแต่ใดก็ตามเรียกว่าเป็น Multi User คืออาจจะมีเครื่องคอมพิวเตอร์สำหรับเก็บข้อมูล 1 เครื่องและอีก 4 คนนี้ก็แชร์ข้อมูลร่วมกัน สถานที่ตั้งฐานข้อมูลตอนแรกจะเป็นฐานข้อมูลแบบศูนย์รวมนะคะ เก็บข้อมูลที่เดียว แล้วก็ให้สาขาย่อย ๆ เชื่อมต่อเข้ามา อย่างเช่นในมหาลัยเรา แล้วจะมีฐานข้อมูลที่เดียวอาจจะที่ตึก 10 อยากดูข้อมูลพวก login เข้ามา ดูข้อมูลได้ แต่จะไม่เก็บที่อื่น เก็บที่เดียว อันนี้ก็แบบศูนย์รวม กับแบบกระจาย เหมือนที่อาจารย์อธิบาย ว่า YouTube เวลาคุณดูนี่ ฐานข้อมูลหลักมันจะอยู่ที่อเมริกา แต่เขาอาจจะมีการกระจายฐานข้อมูลไว้ใกล้ ๆ เราอีกทีหนึ่ง แถวฮ่องกงหรือแถวเวียดนาม ตั้งไว้เพื่อให้เราสามารถดูข้อมูลได้เร็วขึ้น เป็นจุดที่ตัวสัญญาณแบบนี้เราเรียกว่าฐานข้อมูลแบบกระจาย ตรงนี้นี่ส่วนใหญ่ทุกคนจะเริ่มเข้าใจแล้วว่าข้อมูลที่เราใช้กันมันคืออะไร ทำไมต้องเรียน เราเริ่มรู้สึกตัวแล้วว่าจริง ๆ แล้วรอบ ๆ ตัวเรานี่ มีอะไรที่เกี่ยวกับฐานข้อมูลเยอะมาก ๆ เลย อาจารย์เลยจะเอางานให้ทำ อันนี้เป็นการบ้าน กลับไปทำที่บ้านนะคะ มีอยู่ 2 ข้อ เดี๋ยวอธิบายก่อน ก็คือยกตัวอย่างข้อมูลในแต่ละระดับชั้น ของการเก็บข้อมูลนะคะ เอามาสัก 3 ตัวอย่าง เป็นอย่างไรเดี๋ยวจะอธิบายให้ฟัง กับให้ยกตัวอย่างข้อมูลที่อยู่ในชีวิตประจำวันของเรา นี่คือมันไม่สามารถซ้ำกับคนอื่นได้ เอามาไม่ซ้ำแน่นอน ยังแลกบัตรประชาชนคุณไม่ซ้ำแน่ ๆ รหัสนักศึกษาไหม บริษัทเบอร์โทรศัพท์ ซ้ำไหม ไม่ซ้ำ โทรหาปืน กดเงินโทรหาครู แต่ไม่ขึ้นของคนอื่นนี่มันเป็นไปไม่ได้ 3 ตัวอย่างและน้องทะเบียนรถยนต์ซ้ำกันได้ไหม ทะเบียนรถมอเตอร์ไซค์ซ้ำกันได้ไหม ไม่ได้ 5 ตัวอย่างแล้ว หามาอีก 4-5 ตัวอย่างที่มาซ้ำกันไม่ได้ ต้องมี ห้ามซ้ำกัน รหัสสินค้าซ้ำกันได้ไหม ลองไปคิดดูซิ รหัสสินค้าซ้ำกันไม่ได้ มีอะไรอีก มีอะไรอีก ที่ซ้ำไม่ได้ เอ้า เล่น facebook จำกันได้ไหม อีเมลซ้ำกันได้ไหม ลองไปคิดดูก่อนนะคะ ตัวอย่างที่มันไม่ซ้ำกัน ส่วนข้อ 1 นี้ยกตัวอย่างลำดับชั้นข้อมูล มาดูตัวอย่างในเดือน ตัวอย่างจะเป็นหน้าที่เป็นรูปแฟ้ม แบบนี้ ลำดับชั้นให้หามา จะให้ดูตัวอย่าง เรียงลำดับจากน้อยไปหามากแบบนี้ อันนี้เป็นรูปตัวอย่างภาษาไทยกำกับด้วย เราเขียนมาเวลารถชนกันแล้วใช้การเก็บข้อมูลนี้แล้วจะเก็บข้อมูลอะไรบ้าง บางคนอาจจะเขียนจากมากไปน้อยหรือน้อยไปมากก็แล้วแต่นะคะ เอาที่สะดวกเลยคนอื่นจะทำตามสไลด์ที่ 19 นะข้อ 1 ตอนที่ 19 จะได้ไปเก็บข้อมูลง่าย ๆ 3 ตัวอย่าง เอง เดียวรอไปหามาซิ เป็นอย่างไรตัวอย่างข้อมูลที่อยู่ในชีวิตประจำวันที่ไม่ซ้ำกับคนอื่น ตัวอย่างพูดไปแล้ว หาตัวอย่าง ไปหา ไม่ให้ครบสิ ไม่น่าจะยากสำหรับวันแรกงาน ครั้งนี้ ส่งวันไหนดี วันศุกร์มีเรียนไหมคะ ส่งวันศุกร์แล้วกัน มีเรียนไหม ส่งวันศุกร์แล้วกัน ทำใส่กระดาษ รายงานเขียนด้วยลายมือตัวเองกระดาษรายงานนะคะ ไม่ต้องใส่สมุด ส่งที่ตู้ส่งงานอาจารย์ ตึกเก้าเหมือนเดิม ตู้สีฟ้าทุกตู้นะ มีชื่ออาจารย์อยู่ วันศุกร์ ภายในวันศุกร์นะ โอเคค่ะ สัปดาห์นี้ประมาณนี้ค่ะ ขอบคุณค่ะ ขอบคุณล่ามค่ะ ขอบคุณถอดความด้วยนะคะ ขอบคุณค่ะ สวัสดีค่ะ