--- title: ทดสอบ (Revoice) 5169 หลักการและระบบการจัดการฐานข้อมูล 15/11/65 subtitle: date: วันพฤหัสบดีที่ 17 พฤษจิกายน 2565 เวลา 09.30 น. --- (ข้อความสดจากระบบถอดความเสียงพูดทางไกล) (อาจารย์เกวลี) ได้นะคะ อันนี้คือข้อมูลพ่อร้องไหก็คือเราก็จะมีการจัดเรียงตัวอักษรเยอะ ๆ รวมกันจนกลายเป็นหนังสือ หรือเป็นเรียงความ หรือเป็นบทความใด ๆ ก็ตามเรามีความรู้มากขึ้นนะคะ อ่านหนังสือเยอะขึ้น มีข้อมูลข่าวสารที่เยอะขึ้น มันจะเกิดสิ่งสุดท้าย ก็คือภูมิปัญญาหรือว่า Wisdom ตัวนี้นะคะ มาตราเรียงลำดับสักที่เราไม่รู้อะไรเลยนะคะ จนได้ภูมิปัญญาความรู้เกิดขึ้นมานะคะ ต่อมาคุณลักษณะระบบข้อมูล และก็สารสนเทศที่พึงประสงค์ขององค์กรทุกหน่วยงานนะคะ การจัดเก็บข้อมูลจะต้องถูกต้องนะคะ เหมือนชื่อของพวกคุณในระบบการศึกษา ชื่อภาษาไทยต้องถูกนะคะ รหัสบัตรประชาชนต้องถูก ที่อยู่ต้องถูก สามารถเรียกดูข้อมูลได้อย่างถูกต้องแม่นยำนะคะ คีย์รหัสนักศึกษาเข้าไปนะคะ จะต้องขึ้นชื่อให้ถูกนะคะ คีย์ชื่อใครขึ้นมา รหัส206 ชื่อทัตเทพ ก็ต้องขึ้นมานะคะ ตรงตามความต้องการแก้ต้องการจะดูอาจารย์อยากดูเกรดก็ดูได้ สามารถสืบค้นข้อมูลได้อย่างรวดเร็วนะคะ แสดงผลออกมาได้อย่างเหมาะสมไม่ใช่ไม่มีว่าไม่มีการเว้นวรรคตารางเกรด ไม่มีเส้นตาราง ควรจะเป็นตารางแต่ก็มาเป็นข้อความยาว ๆ รวมกันมาหมดเลย ไม่มีการจัดระเบียบ อย่างนี้ก็ไม่ได้นะคะ ตัวข้อมูลนี้อย่างที่บอกนะคะ จะเป็นหน่วยที่ไม่ยังไม่มีการจัดระเบียบนะคะ เขาเรียกว่ามีการจัดระเบียบนะคะ อาจจะเป็นข่าวสารขึ้นมาเลย ๆ อาจจะเป็นเอกสารที่แตกต่างกันไปโดยที่ยังไม่มีการยืนยันว่าเป็นเรื่องจริงหรือเรื่องเท็จ หรืออาจจะเกี่ยวข้องกับบุคคลหรือสิ่งของต่าง ๆ ที่มีอยู่จะเป็นตัวเลขเป็นภาษาหรือภาษาที่เราอ่านได้เป็นภาพสัญลักษณ์ต่าง ๆ ที่อาจจะมีความหมายเฉพาะตัวนะคะ แต่ยังไม่มีการไปประมวลผล ยังไม่รู้ว่าข้อมูลที่ได้มานี่จริงหรือเปล่า เอามาใช้ได้จริงไหม ราคารูปที่ส่งต่อ ๆ กันมาเป็นรูปจริงหรือเปล่านะคะ อันนี้นะคะ คือ ข้อมูล หรืออีกภาษาหนึ่งจะเรียกว่าข้อมูลดิบนะคะ ในพจนานุกรมนี่เราจะเรียกข้อมูลว่าข้อเท็จจริงหรือสิ่งที่เราอาจจะยอมรับว่าเป็นข้อเท็จจริงก็ได้ อาจจะหนุมานจากความจริงหรือการคำนวณนะคะ โดยสรุปก็คือหาข้อมูลตัวไหนนะคะ อาจจะสิ่งที่พูดมา เขาว่ากันว่าคนนั้นพูดว่า คนนี้พูดว่า เราจะยังไม่ถือว่าเป็นความรู้เราจะยังไม่ถือว่าเป็นสารสนเทศนะคะ ถ้ามันไม่ผ่านการพิสูจน์ หรือยังไม่มีการประมวลผล อย่างเช่น เขาบอกว่า 2 x 3 ได้ 8 เราจะถือว่าเป็นแค่ข้อมูล ยังไม่รู้ว่ามันจริงไหมนะคะ เพราะฉะนั้นแล้ว ข้อมูลก็คือข้อเท็จจริง อาจจะจริงก็ได้ ไม่จริงก็ได้ แต่มันยังไม่ผ่านการประมวลผลนะคะ ยังไม่มีการกลั่นกลองมันจะเปลี่ยนความคิดได้แล้วก็ตามนะคะ โดยลักษณะของข้อมูลนะคะ ก็จะมีอยู่ 2 ประเภทข้อมูลที่คำนวณไม่ได้ ก็คือตัวอักษร เหมือนเปลี่ยนชื่อ-นามสกุลเรานี่มาคำนวณเป็นตัวเลขไม่ได้นะคะ อาจจะเป็นรหัสรูปภาพนะคะ รหัสประจำตัว เราจะไม่เอารหัสประจำตัวนักศึกษากับเลขบัตรประชาชนเรามาบวกกัน แล้วได้เลขอีกเป็นหมื่นล้าน เราไม่เอามาบวกกัน ก็คือตัวเลขที่มีความหมายในการคำนวณ ตัวเลข ทำไมข้อมูลพี่คำนวณไม่ได้ด้วยล่ะ อย่างเช่น อาจารย์บอก 10 10 เดือนที่แล้วเราเรียนเลขฐาน 2 มันอาจจะเป็นความหมายก. ไก่ ก็ได้นะคะ ก. ไก่ ก็ได้ หรือหมายถึง1,000 ก็ได้นะคะ อาจารย์เขียนมาโดด ๆ อย่างนี้ ยังไม่รู้เลยว่ามันคืออะไรนะคะ หรือตัวเลขคำนวณได้ ก็คือตัวเลขที่มีความหมายในการคำนวณอย่างเช่นอาจารย์ใส่ตัวนะคะ อย่างนี้ให้ด้วยสรุปว่าเป็นตัวเลขที่ใช้ในการคำนวณนะคะ ถ้าฉันไม่ใส่มันอาจจะเป็นเลขฐานสองก็ได้ รหัสสินค้าก็ได้ ต้อวงสังเกตได้ว่าข้อมูลที่เรากำลังใช้งานกันอยู่นี่มันเป็นข้อมูลประเภทไหนนะคะ ทั้งหมดนี้เราก็จะมีการใช้งานได้หลายรูปแบบ อาจจะเป็นข้อมูลสำหรับการวางแผนนะคะ เช่น เกี่ยวกับการวางแผนการบริหารนะคะ อาจจะมีการจัดงานที่บ้านเราจะลองประเมินดูแล้วว่า อย่างเช่น เราจะจัดงานปีใหม่ เราจะต้องเตรียมอาหารสำหรับคนกี่คนนะคะ มีกี่มื้อนะคะ เลี้ยงกี่วัน มันก็เป็นตัวเลขที่... เอามาไว้ในการมีการจัดเรียงลำดับ พอเรามาจัด... ข้อมูลเกี่ยวกับการปฏิบัติงานนะคะ ก็หมายถึง ข้อมูลที่เราทำงานแล้วเกิดขึ้นเป็นประจำ อย่างเช่น มาทำงานกี่โมง กลับกี่โมง ทำงานครบ 8 ชั่วโมงหรือเปล่า พักทานข้าวเที่ยงตอนไหนนะคะ วันนี้ทำงานได้กี่ชิ้นนะคะ งานแต่ละชิ้นใช้เวลาในการทำงานเท่าไหร่ ตามมาตรฐานหรือเปล่านะคะ อย่างเช่น บางคนทำงานเกี่ยวกับการแพ็คสินค้าวันหนึ่งต้องแพ็กได้ 100 กล่อง ก่อนเที่ยงทำถึง 50 กล่องไหมแล้ววันนี้ทำครบ 100 กล่องหรือเปล่า จะต้องมีการจดบันทึกไว้ ข้อมูลอ้างอิงจะเป็นข้อมูลไว้สำหรับอ้างอิงนะคะ เช่น การเก็บสถิติพยากรณ์อากาศนะคะ วันนี้เมื่อปีที่แล้วอุณหภูมิเท่าไหร่ วันนี้มันร้อนต่างกันเริ่มสงสัยแล้วว่าภาวะโลกร้อนหรือเปล่ามีข้อมูลอ้างอิง 10 ปีย้อนหลัง อุณหภูมิมันเริ่มสูงขึ้นเรื่อย ๆ ภายในวันนี้ของทุำกอันนี้ก็เป็นประเภทของข้อมูลที่เราเอามาใช้อ้างอิงด้นะคะ เราจะเก็บข้อมูลเหล่านี้ เรียกว่าฐานข้อมูลหรือว่า database นะคะ มันจะเป็นที่ใช้สำหรับเก็บรวบรวมข้อมูลอยู่ในรูปแบบข้อมูลที่เก็บไว้ที่เดียวกัน อย่างเช่นเวลาเราใช้คอมพิวเตอร์ เวลาคุณเก็บข้อมูล มันจะเป็นโฟลเดอร์ หรือเป็นสัญลักษณ์ไอคอนสีเหลืองข้อมูลอย่างเช่นรายงานอาจารย์มีหลายชิ้นมากอยากเก็บข้อมูลรวมไว้ในโฟลเดอร์เดียวกันหรือแฟ้มข้อมูลเดียวกันนะคะ โดยที่ถ้าเป็นฐานข้อมูลนี้มันจะต้องมีส่วนหนึ่งที่เราจะต้องทำด้วยในฐานะที่ทำงานด้านคอมพิวเตอร์ เราจะเรียกว่า "พจนานุกรม" ข้อมูล มันจะไว้สำหรับคำอธิบายเกี่ยวกับโครงสร้างฐานข้อมูล เช่น ถ้าเป็นนักเรียนเราก็จะเขียนคำว่า "นักเรียน" นั-ก-เนอหนูไม้หันอากาศกไก่รเรือสระอียอยักษ์หนู แต่ในฐานข้อมูลคำว่า "นักเรียน" แบบนี้คุณอาจจะเขียนย่อเป็น น พจนานุกรมอย่างหนึ่งการเขียนอธิบาย ก็คืออย่างไร เวลาเราเขียนโปรแกรมตัวยาตัวนี้นอนแปลว่านักเรียนเอาสมุดคนอื่นมาทำงานต่อคุณล่ะ เขาไม่เข้าใจว่า นร. ของคุณหมายความว่าอะไร ต้องกลับมาพจนานุกรมข้อมูลดูว่าตัวย่อที่คุณใช้นี่มันหมายถึงอะไร ฉะนั้น ถ้าเราทำงานเกี่ยวกับ database ข้อมูลใด ๆ ก็ตามเปิดโปรแกรมใด ๆ ก็ตามต้องมีการจัดทำข้อมูลขึ้น เพื่อให้รู้ว่าคำในแต่ละคำในระบบของคุณหมายความว่าอะไร เพราะว่าต่อไปย้ายที่ทำงาน หรือว่าเป็นตัวคุณเองที่ไปทำงานต่อจากคนอื่น แล้วเขาไม่ได้เขียนให้ คุณต้องรื้องานใหม่เกือบหมดเลยนะคะ เพราะไม่เข้าใจว่าเขาย่อว่าอะไร อันนี้ก็คือข้อดีข้อสำคัญของการทำพจนานุกรมข้อมูลนะคะ และเนื่องจากข้อมูลที่จัดเก็บนี่ข้อมูลที่จัดเก็บในนั้นจะต้องมีความสัมพันธ์ซึ่งกันและกันนะคะ มันจะทำให้เราสามารถค้นข้อมูลได้ง่ายแก้ไขข้อมูลได้ง่ายนะคะ มีการปรับเปลี่ยนแปลงข้อมูลได้อย่างเช่นบางคนที่ไม่มงคลชื่อมาเปลี่ยนได้ไหม ได้ ทำไมต้องลบคุณออกจากงานวิทยาลัยเลยไหม ไม่จำ เไม่ต้องไปสมัครเรียนใหม่ หรือเปลี่ยนเปลี่ยนใหม่ ไม่ใช่ ไม่สามารถเปลี่ยนแปลง แค่ชื่อได้ผู้หญิงแต่งงานขอเลขบัตรประชาชนใหม่ ๆ ไม่ต้องแก้ไขเปลี่ยนแปลงนามสกุลเฉย ๆ นะคะ รวมถึงเป็นการจัดเรียง สังเกตได้ว่าเราจะเรียงเวลาเอาเกรด หรือลำดับเรียกชื่อ เรียงลำดับจากน้อยไปหามาก เพื่อความเป็นระเบียบ เลขรหัสนักศึกษาขึ้นก่อนนะคะ เป็นการจัดเรียงไปเรื่อย ๆ นะคะ ทั้งนี้ทุกอย่างนี่มันจะทำให้เราสะดวกเรามีข้อมูลถามว่าเลขรหัสนักศึกษาลงท้ายด้วย 204 คือใคร อาจารย์ก็ค้นหาได้ง่าย หรือว่าอาจจะมีแปลงแก้ไขที่อยู่ แก้ไขได้ อย่างในมหาวิทยาลัยมีที่เปลี่ยนไม่ได้ ก็คือเลขรหัสบัตรประชาชนกับรหัสนักศึกษา รหัสบัตรประชาชนเกิดมาแล้วต้องเป็นเลขเดียวเท่านั้น เปลี่ยนไม่ได้นะคะ เปิดการทำงานทุกอย่างที่พูดมาแก้ไขการเปลี่ยนแปลงข้อมูล การจัดลำดับข้อมูล เราจะใช้ซอฟต์แวร์ยนะคะ สำหรับการจัดการฐานข้อมูล ซึ่งหลังมิดเทอมให้ทุกคนมาลองเขียนโปรแกรมง่าย ๆ ในการทำงานฐานข้อมูลด้วยนะคะ อย่างวิชานี้ภาษาอังกฤษระบบจัดการข้อมูลต้องใช้ภาษาอังกฤษนะคะ ราคา พยายามพยายามทำความเข้าใจคำศัพท์ง่าย ๆ นะคะ เขาว่ามันสำคัญ เพราะเราเขียนใช้ภาษาไทยไม่ได้ แต่ข้อมูลที่เก็บภาษาไทยได้ แต่สั่งที่ใช้งานต้องเป็นภาษาอังกฤษเท่านั้นนะคะ ระบบฐานข้อมูลนะคะ ก็จะเป็นกลุ่มของข้อมูลที่มีความสำคัญกัน เก็บไว้ในที่เดียวกัน แบบเดียวกันแยกเก็บอะไรซ้ำกันได้นะคะ แต่จะต้องมีการสร้างความสัมพันธ์ระหว่างข้อมูล อย่างเช่น ข้อมูลของบุคคลนี้เก็บอยู่ในฐานข้อมูลมหาวิทยาลัยก็จริง แต่อาจจะอยากเก็บไว้ที่คณะสาขาได้ด้วย โอเค ระบบจัดเก็บข้อมูลนะคะ ได้แล้ว ด้วยคอมพิวเตอร์นี่ มันก็จะมีวัตถุประสงค์ ก็คือมันสามารถบำรุงรักษาได้ง่าย สามารถเรียกใช้ได้มีที่ต้อง เดี๋ยวนี้ฐานข้อมูลนี่มันออนไลน์ได้ทั่วโลกนะคะ ราคามันสามารถเรียกใครที่ไหนก็ได้ตอนนี้ทุกคนดู YouTube ใช่ไหมคะ ไมที่หยุดหรือได้หรือยังได้ยินนะคะ ล่ามได้ยินไหม ได้ยินแล้วนะ โอเค ทำไมล่ะ ไม่ได้ ล่ามได้ยินไหมคะ ล่ามหลุดอีกแล้ว ล่ามได้ยินไหมคะ (ล่าม) ได้ยินแล้วค่ะ (อาจารย์เกวลี) โอเคค่ะ มาคิดว่าคนดู YouTube นะคะ อ่านข้อมูลมันไม่ได้อยู่ที่บ้านเรานะ บริษัทอยู่อยู่ที่อเมริกาหลาย ๆ อย่างที่ทุกคนดูนี่มันจะอยู่เมืองนอกนะคะ แต่เราได้ทำการเรียกข้อมูลจากอเมริกานี่มาเปิดดูที่บ้านเรา เพราะมันเก็บไว้ในฐานข้อมูลที่สามารถเรียกใช้ที่ไหนได้ แต่มันก็มีจะมีสิ่งที่เรียกว่า "Server" มาตั้ง เพื่อให้การเชื่อมต่อข้อมูลนี่มันไม่ต้องไกลขนาดนั้น เราเรียกคืนข้อมูลระยะทางมันไกลมันจะใช้เว้ยระยะเวลานานมากนะคะ ทุกอย่างที่เราใช้ตอนนี้นี่มันเลยเก็บไว้ด้วยคอมพิวเตอร์ เพราะมันสามารถเรียกดูได้ง่ายบำรุงรักษาก็ง่ายสามารถ นำไปใช้ที่ไหนก็ได้อยากดูตอนไหนก็ได้ 24 ชั่วโมงนะคะ ระบบฐานข้อมูลหนี้การรวบรวมข้อมูลหลาย ๆ ข้อมูลมาเข้าไว้ด้วยกันนะคะ แต่จะต้องไม่ซ้ำซ้อนกัน ถ้ามันซ้ำซ้อนกันปุ๊บ จะมีการกำจัดออก เพราะถือว่าเป็นข้อมูลชุดเดียวกัน ให้เซ็ตระบบใหม่ ๆ ไม่อย่างนั้นก็ไม่ต่อเนื่องเลย หรือว่าสอนไปก่อน หรือว่าอย่างไรดี ได้ยิน โอเค ต่อมา ลำดับชั้นของการเก็บข้อมูลนะคะ เราจะเรียนหน่วยที่เล็กที่สุดไปหาหน่วยที่ใหญ่ที่สุด เปรียบเสมือนเป็นตู้เก็บเอกสารตู้นี้นะคะ ส่วนที่เล็กที่สุดเราจะเรียกว่า "Bit" เหมือนที่เราเคยเรียนว่าเทอมที่แล้ว ให้แปลงเป็นเลขฐาน 2 คอมพิวเตอร์จะรู้จักตั้งตัวชื่อ-นามสกุลตรงนี้มันจะถูกแปลงเป็นเลข 0 และเลข 1 ก่อนเก็บข้อมูลนะคะ แล้วก็พอเลข 0 เลข 1 ไม่อย่างนั้นมันก็ไม่เสร็จสักทีวันนี้ เมื่อเช้าเป็นไหม ไม่อย่างนั้นขอเขารีสตาร์ทก่อนไหม สัก 5 นาที แชต ไปบอกเขาก็ได้ค่ะ เดี๋ยวขอรีสตาร์ทเครื่องสัก 5 นาทีนะคะ ล่ามมันมีปัญหา ไม่อย่างนั้นก็ไม่เสร็จสักที เบรกแป๊บนึง (เจ้าหน้าที่) Test Test Test Test Test ได้ยินไหมคะ Test Test Test เสียงออกอยู่ (อาจารย์เกวลี) โอเคค่ะ เดี๋ยวต่อเลยนะ หน่วยที่เล็กที่สุดนะคะ ก็จะเป็นเลข 0 กับเลข 1 นะคะ ใหญ่ไป ใหญ่ไป ใหญ่ไป หน่วยที่เล็กที่สุดนะคะคือ 0 กับ 1 ตัวหนังสือ 1 ตัว เราจะแปลงออกมาเป็นเลข 0 กับเลข 1 ได้ 8 ตัว เราจะเรียกว่า "Bit" การเอาเลข 0 กับเลข 1 รวมกัน 8 ตัวเช่น อยากได้ตัว ก ไก่ 3 ตัว 1 กไก่ขอไข่คอควายเอาเลขสูตรรวมกัน 8 กว่าเราจะได้เป็นไม้นะคะ ในรูปนี้ไม่มี เพราะฉะนั้น ในเวลาก็ตอบถามว่าหน่วยที่เล็กที่สุดนะคะ คืออะไร คือ B นะคะ bit ต่อมาจะเป็น Byte ข้อมูลหลาย ๆ ไปรวมกัน เราจะเรียกว่า "Field" ตรงนี้โอเคนะคะ ภาษาอังกฤษที่แปลว่าโทรศัพท์เอาหลาย ๆ ตัวมารวมกันเราจะเรียกหรือว่าเราจะเรียกเป็นเขตข้อมูลนะคะ เช่น ข้อมูลเบอร์โทรศัพท์ พอใส่ข้อมูลโทรศัพท์ลงไปตรงนี้เราจะเรียกว่า "1 Record" อย่างห้องนี้มีเรียน 8 คน ชื่อกับนามสกุลนักศึกษา 8 คน มีอยู่ 8 Record นะคะ ข้อมูล... นะคะ เราจะเรียกว่า "ฐานข้อมูลนักศึกษา" สาขาวิชาคอมพิวเตอร์ชั้นปีที่ 1 ถึงปีที่ 4 อันนี้เราจะเรียกว่า "ฐานข้อมูล" เราจะเรียงข้อมูลไปเรื่อย ๆ จากเล็กไปใหญ่ ข้อมูลทั้งคู่ก็คือ database นั่นเองนะคะ อันนี้พูดไปแล้ว อันนี้คือสิ่งที่เราพูดไปแล้วเมื่อกี้นี้นะ เราอธิบายได้ทั้งหมดนะคะ อันนี้เราก็จะข้ามไป เพราะเราพูดไปหมดแล้ว รูปแบบการเก็บข้อมูลแบบเดิมเป็นอย่างไรนะคะ แบบเดิมที่เราใช้กันเราจะเรียกว่า "ระบบแฟ้มข้อมูล" นะคะ อาจจะเป็นชุดของโปรแกรมมีคนเอาไปใช้จะนำไปใช้นี่ เพื่อประมวลผลงานที่เขาต้องการ โดยแต่ละโปรแกรมนี่ก็จะมีการเก็บข้อมูลของตัวเองนะคะ อย่างเช่น โปรแกรมคำนวณเกรด แต่ละมหาวิทยาลัยอาจจะไม่เหมือนกันก็ได้นะคะ แต่แบบภายในมหาวิทยาลัยเดียวกันจะต้องใช้ระบบเดียวกัน เมื่อก่อนนี้เวลาเราเก็บข้อมูลเราจะแยกข้อมูลเป็นเอกเทศของใครของมันนะคะ อาจจะไม่มีความสัมพันธ์กันมีข้อมูล ส่วนใหญ่อยู่ในรูปแบบของแฟ้มข้อมูลนะคะ ลักษณะงานเมื่อก่อนว่าแล้วทำไมเราจำเป็นต้องมีการใช้ Database เกิดขึ้นนะคะ เมื่อก่อนสมมติมีบริษัทบริษัทหนึ่ง มีฝ่ายขาย ฝ่ายบัญชี ฝ่ายบุคคล แต่ละฝ่ายก็จะมีโปรแกรมในการทำงานของแต่ละฝ่ายของตัวเองไม่ได้เอามารวมกันนะคะ แต่เราสังเกตเห็นแล้วว่าฝ่ายบัญชีก็มีข้อมูลการขาย ฝ่ายขายก็มีข้อมูลการขาย ฝ่ายบัญชีมีข้อมูลลูกค้าขายก็มีข้อมูลลูกค้าเริ่มซ้ำซ้อนกันแล้วนะคะ อย่างเช่น สมมติวันหนึ่งฝ่ายขายขายของให้หาคนหนึ่ง อาจจะขายรถยนต์ ก็เก็บข้อมูลลูกค้าเบ็ดเสร็จเรียบร้อยนะคะ ส่งข้อมูลการขายให้ฝ่ายบัญชีด้วยนะคะ แล้วก็ฝ่ายในแฟ้มข้อมูลของลูกค้าด้วย เพื่ออะไร เอาไว้สำหรับส่งใบแจ้งหนี้อาจจะเป็นการผ่อนใด ๆ ก็ตามนะคะ แน่นอนจะเป็นการดูแลลูกค้าลูกค้าก็จะรู้จักฝ่ายขายเราจะรู้จักเซลล์ที่ขายรถให้เรา เราจะไม่รู้ฝ่ายบัญชีอันนี้เป็นเรื่องปกตินะคะ อยู่มาวันหนึ่งลูกค้า... ที่อยู่ลูกค้าในฝ่ายขายเปลี่ยนแปลงเรียบร้อย อัปเดตเรียบร้อย ย้ายจากสกลนครไปนครพนม แต่ฝ่ายบัญชีไม่รู้ที่อยู่ไม่ได้เปลี่ยนส่งใบแจ้งหนี้ส่งไปที่เดิม ไม่มีการเปลี่ยนแปลง ลูกค้าก็รอว่าใบที่ต้องไปจ่ายเงินอยู่ไหนยังไม่ได้ ก็รอไปเรื่อย ๆ บัญชีก็นึกว่าลูกค้าหาตัวไม่เจอ เบี้ยวหนี้หรือเปล่า ฟ้องตำรวจ ฟ้องศาล ทั้ง ๆ ที่ลูกค้าแจ้งฝ่ายขายแล้วว่าเปลี่ยนที่อยู่ แต่ฝ่ายขายลืมไปบอกฝ่ายบัญชี สรุปลูกค้าได้รับความเสียหายนะคะ แล้วถามว่าเป็นความผิดลูกค้าไหม ที่เข้ามาแจ้งไปขายนะ แจ้งฝ่ายบัญชีนะ ไม่ใช่ อันนี้คือสาเหตุที่ทำไมมันถึงเกิดความเสียหายขึ้นถ้าเราแยกกันเก็บข้อมูลนะคะ อันนี้คือเรื่องง่าย ๆ เลยแค่ลูกค้าเปลี่ยนแปลงที่อยู่แล้วไม่ได้รับใบแจ้งหนี้นะคะ อันนี้ก็เป็นปัญหาง่าย ๆ ปัญหาแรกที่ทำให้รู้ว่าทำไมเราต้องเก็บข้อมูลไว้ที่เดียวกัน ถ้ามีการเปลี่ยนข้อมูลแปลงแค่ที่เดียวสามารถเรียกดูได้ ถามว่าเอาการขายของบัญชีกับฝ่ายขาย ลูกค้าพรุ่งนี้เอามารวมกันได้ไหม ได้แล้ว ทำไมไม่รวมกันล่ะนะคะ อันนี้คือเหตุผลนะคะ โดยที่อย่างที่บอกนะค่ะ ข้อจำกัดของการแยกกันเก็บข้อมูลก่อนข้อมูลแยกออกกัน มีความซ้ำซ้อนกัน มีความขึ้นต่อกันของข้อมูล เช่น ชุดสรุปแล้วข้อมูลของใครอัปเดตที่สุดข้อมูล ของคนไหนเป็นปัจจุบันที่สุดนะคะ รูปแบบข้อมูลไม่ตรงกัน อย่างเช่น เวลาค้นหาข้อมูลของฝ่ายขายอาจจะค้นหาโดยข้อมูลเลขบัตรประชาชน แต่ฝ่ายบัญชีค้นหาเลขลูกค้า ไม่ตรงกันแล้ว แล้วจะหาข้อมูลตรงกันไหมนะคะ เมันอาจจะซ้ำกันชายมีเป็นร้อยคนสรุปสมชายคนไหนนะคะ โปรแกรมที่ใช้ไม่มีความยืดหยุ่น อาจจะไม่มีการ... อาจจะไม่สามารถเพิ่มขอบเขตของข้อมูลได้ในอนาคตนะคะ ถ้าจะเพิ่มขอบเขตของข้อมูล เช่น อาจจะเพิ่มว่าลูกค้ามาซื้อรถเพิ่มอีกคันหนึ่ง จำเป็นจะต้องใส่ข้อมูลลูกค้าอีกครั้งไหม ไม่จำเป็น แต่ระบบอาจจะบอกว่าต้องใส่ อย่างนี้เป็นต้นนะคะ ทั้งที่จริงอาจจะเป็นลูกค้าคนเดิมเพิ่มก็ไม่จำเป็นต้องใส่ข้อมูลก็ได้ เหมือนเวลาเราไปซื้อของในห้าง เราเป็นสมาชิกอยู่แล้ว เราต้องสมัครสมาชิกใหม่ทุกครั้งหรือเปล่า ก็ไม่ แต่ถ้าเป็นระบบเดิมจะบอกเรื่องเดิม ๆ ซ้ำ ๆ อยู่นั่นแหละ แต่เดี๋ยวนี้มันมีระบบที่ดีขึ้น เราแค่บอกเบอร์โทรศัพท์ที่เราเหรืออะไรใด ๆ ก็ตาม มันก็ขึ้นมาหมด อันนี้คือระบบแบบใหม่นะคะ อันนี้อธิบายไปแล้วนะ ต่อมา ข้อมูลถ้ามันใหญ่ขึ้นล่ะ คำว่า "Big Data" มีเกิดขึ้นในปัจจุบันเราเห็นเยอะมากนะคะ Big Data หรืออภิมหาข้อมูลนี่ มันเป็นคำศัพท์ใหม่ที่เพิ่งเริ่มใช้เมื่อปี 1990 นะคะ โดยที่ความหมายของ Big Data หรือข้อมูลจำนวนมหาศาลนี่ มันจะเป็นข้อมูลจำนวนที่มีปริมาณใหญ่มากนะคะ ข้อมูลมากจนซอฟต์แวร์รุ่นเก่า ๆ ไม่สามารถประมวลผลได้นะคะ หรือประมวลผลได้แหละ แต่นาน อย่างเช่น ประมวลผลชื่อคนสัก... ในประเทศอาเซียน ชื่อทุกคนนะคะ ไม่ได้เว้นใคร เป็นชื่อประชากรทั้งหมดในประเทศอาเซียน ใช้เวลานานประมวลผลว่ามีผู้ชายกี่คนมีผู้หญิงกี่คน อันนี้คือลักษณะของ Big Data เราจะไม่พูดข้อมูลเป็นล้านคน มีทั้งข้อมูลที่เป็นโครงสร้างนะคะ โครงสร้างแล้วก็ไม่มีโครงสร้าง ก็คือข้อมูลที่ยังไม่ได้จัดเรียงนะคะ ลดขนาดของ Data จะเพิ่มข้อมูลเข้าไปเรื่อย ๆ เพิ่มเป็นเยอะเพิ่มขึ้นไปเรื่อย ๆ นะคะ ลักษณะสำคัญของ Big Data น่าจะเป็นลักษณะของ 4V ภาษาอังกฤษนั่นแหละ ถ้ามีลักษณะต่อไปนี้เราถึงจะเรียกว่ามี Data อันแรกปริมาณนะคะ หรือว่ามี Volume จะเป็นปริมาณข้อมูลที่ผลิตจัดเก็บได้มีขนาดใหญ่เพียงพอนะคะ ปริมาณข้อมูลจะเป็นสิ่งที่ไว้บ่งบอกคุณภาพแล้วก็ประสิทธิภาพของข้อมูลด้วยนะคะ ว่าข้อมูลตัวนั้น Big จริงหรือเปล่า ถ้าแค่ข้อมูลระดับพันคนนี่เราจะไม่เรียกว่า Big พี่การ์ต้าหลักล้านขึ้นไปเราจะเรียกว่า Big Data ความเร็วนะคะ ปีที่ 2 Vivoityเป็นความเร็วในการประมวลผลแล้วก็ผลิตข้อมูลเพื่อให้ทันต่อความต้องการของผู้ใช้งาน Big Data นะคะ จะเป็นข้อมูลแบบ Real Time เวลาเราดูไลฟ์สด ดู YouTube ดูไลก์ใด ๆ ก็ตามข้อมูลจะเกิดขึ้นตลอดเวลานะคะ มีการประมวลผลตลอดเวลาเช่นเดียวกัน หรือข้อมูลทั่วไปนะคะ ก็คือ Small Data ตอนไหนก็ได้ แต่ถ้าเป็น Realtime ข้อมูลเพียงทุกอย่างต้องเกิดขึ้นเป็นปัจจุบัน หรืออาจจะเป็นการแพร่เข้าไปดูไลฟ์สดใด ๆ ก็ตามที่คนดูทีละเป็นแสนเป็นล้านนะคะ Server ที่ต้องการประมวลผลส่งภาพให้ทุกคนได้พร้อมกันจะต้องทำงานมากนะคะ ไม่ว่าจะเป็นข้อมูลในการสนทนา ข้อมูลในการบันทึกเสียง ข้อมูลถ่ายภาพวิดีโอ อัตราการสั่งซื้อสินค้า โปรโมชั่นต่าง ๆ ทุกอย่างที่เกิดขึ้นระยะทางจะถือว่าเป็น Big Data ทั้งหมดนะคะ มีตัวที่ 3 Variety หรือว่าความหลากหลายนะคะ ความหลากหลายของข้อมูล อาจจะเกิดจากการที่สิ่งที่เกิดขึ้นแตกต่างกัน มันจะสามารถนำข้อมูลไปวิเคราะห์ต่อยอดได้ อย่างที่บอกค่ะ ไม่ว่าจะเป็นตัวหนังสือ ภาพ ข้อมูลเสียงวิดีโอ สามารถไปตัดต่อ หรือสามารถในการวิเคราะห์ หรือช่วยให้ทำให้ Big Data นี่สามารถประมวลผลได้ดีขึ้นนะคะ กับ V สุดท้ายนะคะ เราคือคุณภาพของข้อมูลคุณภาพของข้อมูลมันยังสามารถไปวิเคราะห์ต่อได้ บางครั้งข้อมูลที่ยังไม่ผ่านการวิเคราะห์นี่ก็เอามาทำ Big Data ได้เหมือนกัน เพราะว่าถือว่าเป็นข้อมูลดิบนะคะ ข้อมูลดิบนี่จะมาจากหลายแหล่ง เพื่อไปประมวลผล Facebook YouTube แล้วที่นิยมตอนนี้ก็คือ WQเธอเอาข้อมูลตัวอักษรในคอมพิวเตอร์มาประมวลผลนะคะ Google บ้างเป็นอะไรบ้าง เป็นการส่งต่อข้อมูลซึ่งกันและกันมีการรีทวิตอย่างนี้ พวกคุณน่าจะเข้าใจนะคะ ในการเล่นโซเชียลพวกนี้นะคะ ข้อมูลจะต้องมีการคัดลองความน่าเชื่อถือของข้อมูลก่อนนะคะ อันนี้ก็จะเป็นสิ่งที่จะเอามาประกอบกัน จนเรียกว่าเป็น Big Data นะคะ ทวิตเตอร์นี่เยอะนะคะ ว่าแต่ละคนให้ข้อมูลมายิ่งกว่าสำนักข่าวอีกก็มีนะคะ กระบวนการทำงานของ Big Data มี 3 ขั้นตอนหลัก ๆ นะคะ ก็คือการจัดเก็บข้อมูล หลังจากนั้นออกมาประมวลผล แล้วก็มีสิ่งที่เรียกว่าการวิเคราะห์ข้อมูล พอเราได้กราฟหนึ่งมาจาก Big Data เราต้องมาวิเคราะห์แล้วว่าข้อมูลที่ได้มันบอกอะไรเราได้บ้างนะคะ เช่น ดูข้อมูล Real Time อย่างเช่นเวลา 01:00 น. ถึง 02:00 น. สถิติการใช้อินเทอร์เน็ตการใช้ราชภัฏสกลนครในเวลาเรียนเว็บไซต์ไหนที่นักศึกษาเข้าเยอะที่สุด Big Data ไหม Big Data นะคะ เพราะข้อมูลเราเก็บเป็นหน่วยวินาทีแล้วคอมพิวเตอร์กี่เครื่องล่ะในมหาวิทยาลัย แล้วใช้รหัสอินเทอร์เน็ตนักศึกษา 1 ชั่วโมง มีคนใช้งานกี่คนเข้าเว็บไซต์อะไรบ้าง ถามว่ามหาวิทยาลัยเก็บไหม เก็บนะคะ เพราะว่าอินเทอร์เน็ตมหาวิทยาลัยก็จะเหมือนมีประตูประตูหนึ่ง อยู่ว่ามีเว็บไซต์อะไรผ่านเข้าออกในมหาวิทยาลัยบ้าง อันนี้ก็เอามาทำให้เหมือนกันสรุป แล้วในเวลาเรียนไหนได้มากที่สุดจะเป็นอันดับ 1. Google รองลงมาเป็นรองลงมาเป็น YouTube Instagram อะไรพวกนี้นะคะ ก็สามารถดูข้อมูลพวกนี้ได้ก็ถือว่าเป็น Big Data เช่นเดียวกัน ประโยชน์ของการใช้งาน Big Data นะคะ Big Data มันก็นำไปประยุกต์ใช้ในหลายภาพฝันแน่นอนภาคเอกชนขายหมดนะคะ สามารถเข้าใจหรือเข้าใจผู้ใช้งานเก่าลูกค้าได้มากขึ้นเป็นอะไร สังเกตไหมคะ ว่าเวลาเราดูคลิปใน YouTube หรือ Search อะไรใด ๆ ก็ตามใน Google หรือแค่นั่งดูคลิปสักอย่าง มันจะต้องมีโฆษณาแนะนำสินค้าที่เรากำลังสนใจอยู่พอดีเลย ทำไมเขารู้ เช่น คุณอยู่อาจจะค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ดูแลรักษารถยนต์ใน Google หลังจากนั้นโฆษณาใน Facebook จะเป็นเกี่ยวกับน้ำยาล้างรถน้ำยาเคลือบสีรถ ขัดเงาล้อ เขารู้ได้อย่างไรนะคะ เพราะว่าระบบพวกนี้นี่เขาก็จะติดตามพฤติกรรมผู้บริโภคนะคะ ก็จะมาศึกษาว่าลักษณะของผู้บริโภคแบบนี้มีลักษณะการตัดสินใจซื้อขายอย่างไร เขาก็เริ่มมีการโฆษณาสินค้าที่เราค้นหาเยอะขึ้นนะคะ กับอีกอย่างหนึ่ง บางทีที่มันเข้าตรงเถียงกัน ก็คือเขาแอบดักฟังเราหรือเปล่า เราแค่คุยกับเพื่อนว่าเราอยากไปคาเฟ่ แล้วสักพักเล่น Facebook มีแต่แนะนำคาเฟ่เต็มไปหมดเลย อันนี้ก็เป็นเรื่องที่เขาถกเถียงกันว่ามันมีฟังก์ชันเปิดไมโครโฟนของเราอัตโนมัติหรือเปล่า ทำไมเขารู้นะคะ รวมถึงวิเคราะห์สในอนาคตอย่างเช่นเรารู้แล้วว่าฤดูนี้มันไม่ได้หนาวมากเสื้อผ้าที่จะเหมาะบางทีตอนเช้าก็หนาวมันก็ร้อนมันเป็นอะไร เริ่มมีโฆษณากันหนาวกัน UV ได้ด้วยมาขาย มาโฆษณาให้เราทั้งใน Facebook Instagram โฆษณา YouTube อยู่ดี ๆ ก็เข้ามา เพราะวิเคราะห์ความต้องการแล้วว่าตอนนี้คนไทยบางทีก็ร้อนบางทีก็หนาว อยากได้กันแดดด้วยนะคะ รวมถึงวางแผนในอนาคตการทำงานให้มีประสิทธิภาพมากขึ้นนะคะ เพราะข้อมูลที่เรามีอยู่นี่มันสามารถนำมาวิเคราะห์อนาคตได้ ประกอบการตัดสินใจได้นะคะ อย่างเช่น ถ้าเรารู้แล้วว่ามีคนเล่นอินเทอร์เน็ตเยอะมากในมหาวิทยาลัย มันอาจจะมีการวางแผนการจัดการอุปกรณ์ที่ทำให้เราเล่นอินเทอร์เน็ตได้เร็วขึ้น เพราะเรารู้แล้วนี่มันลดงบประมาณอย่างไร เพราะว่าเราไม่ต้องซื้อสินค้าเผื่อเรารู้แล้วว่าเราต้องการอะไรในการทำให้อินเตอร์เน็ตเร็วขึ้นนะคะ นักศึกษาใช้งานเว็บไหนมากที่สุด ก็ซื้ออุปกรณ์ที่ดูแลอินเตอร์เน็ตได้ตรงตามความต้องการมากขึ้น ไม่ต้องซื้อมาเผื่อ ซื้อมาแต่พอดี อุปกรณ์พอดีสำหรับการใช้งาน อาจจะไม่ต้องซื้อเครื่องที่ดูแลได้อย่างมหาศาลขนาดนั้นพอใช้งานก็ได้ เพื่อประหยัดงบลงทุนนะคะ ระบบฐานข้อมูลนะคะ อย่างที่บอกฐานข้อมูลมันจะเป็นโครงสร้างของการเก็บข้อมูลที่มีความสัมพันธ์กันไว้ด้วยกัน เช่น ข้อมูลนักศึกษาก็จะถูกเก็บไว้ แน่นอนข้อมูลของคุณกับไม่มีข้อมูลของเพื่อนมาเกี่ยวข้องก็ได้ของใครของมันนะคะ มันเป็นการจัดการประเภทตามข้อมูลหรือว่า Database Management .oหนังสือบางทีมันจะเรียกว่า dbms นะคะ ซึ่งฐานข้อมูลหนี้มันก็จะมีที่ไหนกันอธิบายนะคะ ความหมายของรายการที่เก็บอยู่ ซึ่งที่อยู่ในนั้นก็อาจจะเรียกว่าเป็นบัญชีของระบบพจนุกรมของข้อมูล Meta Dataอันนี้เดี๋ยวปลดทักไปลงรายละเอียดลึกกว่านี้นะคะ แนะนำไปก่อน โดยฐานข้อมูลนี่ ถ้าโครงสร้างของข้อมูลอาจจะถูกแยกจากโปรแกรมประยุกต์เก็บไว้นะคะ ถ้าไม่ต้องแยก ข้อมูลจะถูกแยกเก็บออกจากโปรแกรม เพราะถ้าวันใดวันหนึ่งคุณเปลี่ยนโปรแกรม ข้อมูลที่อยู่ในฐานข้อมูลจะไม่ได้รับความเสียหาย เพราะถ้าเราผูกติดทุกอย่างไว้กับโปรแกรม ไม่ว่าอยู่ดี ๆ วันนี้ ขอสัก 5 ปีอยากเปลี่ยนโปรแกรม D ไม่ได้ เพราะโดนผขาดว่าต้องใช้ a เท่านั้นเรื่องที่ยอมรับไม่ได้นะคะ ถ้ามีการเพิ่มหรือมีการเปลี่ยนโปรแกรมโครงสร้างของข้อมูลเอาไม่ได้รับผลกระทบการเปลี่ยนโปรแกรม วันนี้คุณอยากจะใช้โปรแกรม A ก็ได้พรุ่งนี้คุณอยากใช้ D ก็ได้ เพราะข้อมูลคุณจะไม่หายไปไหน คือ ประโยชน์ของการใช้ระบบจัดการฐานข้อมูลนะคะ พรุ่งนี้คุ้น ๆ ไหมที่ผ่านมาแล้วนะคะ จะสังเกตได้ว่าแต่ละฝ่ายจะมีโปรแกรมในการทำงานแยกกัน แต่จะมีฐานข้อมูลอยู่ตรงกลาง เพื่อให้เราสามารถเรียกใช้ข้อมูลทั้งข้อมูลลูกค้าข้อมูลพนักงาน การขายสินค้าบัญชีรู้ ฝ่ายขายรู้ ฝ่ายบุคคลอยากดูก็ดูได้นะคะ มีพนักงานขายเข้ามาใหม่ ฝ่ายบุคคลก็... มีการปรับปรุงสินค้า ราคาสินค้า รหัสสินค้า ทุกอย่างทำที่เดียว สามารถเรียกดูได้ทุกโปรแกรมนะคะ อันนี้คือข้อดีการใช้ระบบจัดการ... ฐานข้อมูลการหันข้อมูลมีหน้าที่อะไรบ้างนะคะ ตั้งแต่เขียนบรรณานุกรมข้อมูล อย่างที่อาจารย์บอกว่าสมมติว่าต่อไปคุณเขียนโปรแกรมภาษาอังกฤษของนักเรียนก็คือ Student ในพจนานุกรมของคุณอาจจะเขียนแค่ STD แทนคำว่า "Student" ก็ได้นะคะ เป็นอย่างสั้นอย่างย่อนะคะ บริการจัดเก็บข้อมูลเราอาจจะแก้ไขข้อมูลได้ง่ายนะคะ มีการเปลี่ยนข้อมูลแล้วก็เป็นการนำเสนอข้อมูล เช่น เอาข้อมูลที่มีทั้งหมดเอามาเป็นกราฟให้ดู เพื่อให้ผู้บริหารดูได้ง่ายก็ได้ ผู้บริหารไม่ชอบดูตัวเลขค่ะ เขาจะชอบดูที่เป็นภาพ เอามาให้เห็นเลยว่ายอดขายปีนี้ 10 ล้านปีก่อน 8 ล้าน เขาอาจจะมองภาพไม่ค่อยชัด พอคุณทำเป็นกราฟแท้ง โอเคเขาจะรู้แล้วว่ายอดขายมันเพิ่มขึ้นจริง ๆ นะคะ รวมถึง... ของผู้ใช้พร้อมกัน เช่น ระบบเรารู้เคยเข้าไปดูแล้วระบบ Connect ดูเกรดทุกวิชา ถามว่าอาจารย์ก็ใช้ระบบ Connect ไหม ใช่ พวกคุณก็ใส่การใช้งานไม่เท่ากันเ ข้าใช้งานพร้อมกันได้ แต่สิทธิ์ในการเข้าถึงข้อมูลไม่เท่ากันนะคะ ดูข้อมูลได้ไม่เหมือนกัน อาจารย์ดูได้มากกว่าสุดท้ายก็จะดูเฉพาะของตัวเองนะคะ อันนี้ก็คือควบคุมการเข้าใช้งานของ User การสำรองข้อมูล การกู้คืนข้อมูล อย่างเช่น ย้ายเครื่องคอมพิวเตอร์ ถามว่าข้อมูลเราจะหายไปใหม่ต้องเก็บสำรองข้อมูลไว้ในของเราเนี่ยไม่สามารถแยกเครื่องได้ย้ายไปที่ไหนก็ได้นะคะ รวมถึงการจัดการการคงสภาพของข้อมูล เช่น รหัสบัตรประชาชนทุกคนจะต้องมี 13 หลัก แต่คุณเข้าไปแก้ไขข้อมูล แล้วบังเอิญลืมว่าใส่ตัวเลข 0 ตกไปตัวหนึ่ง ถ้าคุณใส่ไม่ถูกต้อง ของกฎความคงสภาพของข้อมูล คุณใส่ไป 12 ตัว ระบบจะไม่ยอมให้คุณบันทึก เพราะว่ามันไม่ถูกต้องตามสภาพของข้อมูลที่ควรจะเป็น บัตรประชาชนจะต้องมี 13 หลัก ต้องใส่ให้ครบ ไม่อย่างนั้นระบบจะไม่ทำงานนะคะ อันนี้ก็เป็นของความคงสภาพของข้อมูล ชื่อของเราจะกรอกเป็นตัวเลขไม่ได้นะคะ ไม่มีใครชื่อเป็นตัวเลขอยู่แล้วใช่ไหม อันนี้ก็คือความคงสภาพของข้อมูล กับภาษาที่ใช้ในการเข้าถึงข้อมูลนะคะ ภาษาที่ใช้ในการเข้าถึงข้อมูลของวิชานี้จะเป็นภาษา SQL เดี๋ยวเราจะได้เรียนหลังมิดเทอมนะคะ อันนี้แนะนำไว้ก่อน การประยุกต์ใช้งานของฐานข้อมูลเยอะมาก รอบตัวคุณเลย เยอะทุกอย่าง ใช้ฐานข้อมูลเบอร์โทรศัพท์ของคุณที่เก็บไว้ในเครื่อง ก็คือฐานข้อมูลเมมเบอร์พ่อ เมมเบอร์แม่ เมมเบอร์เพื่อนไว้ แอดไลน์เพื่อนแอด LINE อาจารย์แอด LINE พี่เจ้าหน้าที่ เป็นเพื่อนกันในเฟซฯ ลงคลิปใน YouTube ทุกอย่างฐานข้อมูลหมดเลยราคาเงินในบัญชีก็ฐานข้อมูลผ่อนเท่าไหร่ แม่สั่งให้เท่าไหร่ จะถูกเก็บ Record ไว้หมด เก็บบันทึกไว้หมดนะคะ อันนี้คือไม่ว่าอะไรใด ๆ ในรอบตัวเราตอนนี้ใช้ฐานข้อมูลหมดนะคะ องค์ประกอบของสิ่งที่จะต้องมีในระบบฐานข้อมูลนะคะ สิ่งที่เชื่อมระหว่างคอมพิวเตอร์กับคน ก็คือข้อมูลนะคะ ในส่วนของคอมพิวเตอร์มีอะไรบ้าง มีอุปกรณ์ มีคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์รอบข้างที่เกี่ยวข้องกับการใช้งานฐานข้อมูลทั้งหมดนะคะ จอก็ใช่ คีย์บอร์ดก็ใช่ กล้องก็ใช่นะคะ อันนี้คือสิ่งที่เราต้องใช้ Software นะคะ ก็จะทั้งที่เราใช้งานปัจจุบัน ก็คือระบบปฏิบัติงานในห้องแล้วพรุ่งนี้ก็จะเป็น Windows นะคะ ระบบจัดการฐานข้อมูลที่เราจะใช้นี่จะเป็น Microsoft Access นะคะ จะมีโปรแกรมประยุกต์อื่นที่เราจะใช้บ้างก็ได้นะคะ พื้นฐานใช้ภาษาเดียวกัน ก็คือ SQL บางคนจบไปแล้วไปทำงานอาจจะใช้ระบบจัดการฐานข้อมูลชนิดอื่นก็ได้ แต่ภาษาโปรแกรมเดียวกันนะคะ แต่ว่าตอนนี้เรามีลิขสิทธิ์ของ Windows เราก็ใส่อุปกรณ์ของพวก Microsoft License แล้วกันนะคะ ข้อมูลก็จะเป็นสิ่งที่จัดเก็บอยู่ในระบบจัดการฐานข้อมูลนะคะ จะเอาไว้ประมวลผลต่อไปนะคะ ในระบบจัดการฐานข้อมูลก็มีส่วนที่ไว้สำหรับอธิบายฐานข้อมูลด้วย บรรยายลักษณะของข้อมูลด้วยนะคะ Procedure ก็เป็นคำสั่งเราก็กดต่าง ๆ นี่เป็นขั้นตอนการปฏิบัติงานนะคะ เราก็เขียนไว้ซึ่งมีเสน่ห์ต้องได้วาดรูปด้วยนะคะ เคยวาด Mind Map มาแล้ว ใกล้เคียงกันรูปที่เราจะว่าเราจะเขียนว่าแผนภาพ ER อีอาร์เดี๋ยวทักหาเราจะได้วาดรูปด้วยนะคะ สัญลักษณ์แต่ละอย่างในรูปมีความหมายลูกศรมีความหมายเส้นตรงเส้นประ ทุกอย่างจะแทนความหมายหมด เพราะฉะนั้น ถ้าวันไหนว่ารูป ตั้งใจนะคะ บุคลากรที่เกี่ยวข้องว่าจะเป็นคนที่ทำงานเกี่ยวกับการข้อมูลทั้งหมด ทั้งออกแบบการใช้งานนะคะ อาจจะเป็น User หรือว่าผู้ใช้งานทั่วไป Database Admin หรือว่านักออกแบบระบบดูแลระบบทุกอย่างนะคะ อาจจะเป็นทั้งผู้บริหารควรพัฒนาโปรแกรม อันนี้ก็คือคนที่มีส่วนเกี่ยวข้องในการใช้งาน ข้อดีของการใช้งานฐานข้อมูลนะคะ ก็คือเป็นอิสระจากโปรแกรมกับข้อมูล ถ้าเราอัปเดตโปรแกรม เปลี่ยนโปรแกรม ข้อมูลเราจะไม่เสียหายนะคะ ความสำคัญของข้อมูลจัดเก็บข้อมูลที่เดียวกัน ถ้าข้อมูลตัวไหนซ้ำจะถูกตัดออกนะคะ มีความตรงกันของข้อมูลนะคะ ค้นหาข้อมูลเข้าไปแล้วก็จะเจอข้อมูลที่ตรงกันนะคะ สามารถใช้งานข้อมูลร่วมกันได้ ข้อมูลเป็นมาตรฐานเดียวกัน สามารถเรียกดูแล้วก็เข้าใช้งานได้ง่าย ป้องกันเราก็ควบคุมการใช้งานได้ง่าย ลดปัญหาในการปรับปรุงรักษาโปรแกรมนะคะ เพราะว่าถ้าใช้เหมือนกัน การบำรุงรักษาก็จะเข้าใจตรงกันดูแลง่ายนะคะ แต่ข้อจำกัดที่บางคนไม่ค่อยอยากจะใช้งานระบบจัดการฐานข้อมูลที่มีราคาแพง แต่ว่าความสามารถมันสูง บางคนก็จะเลือกตาม... ข้อจำกัดมันก็จะมีอาจจะซับซ้อน ฟังก์ชั่นมันยากนะคะ รูปแบบในการเรียกดูข้อมูลมันยาก ขนาดมันใหญ่นะคะ ราคาก็แพงขึ้นเช่นเดียวกัน ราคา โปรแกรมแพง ฮาร์ดแวร์หรืออุปกรณ์ที่ใช้งานก็จะแพงขึ้นไปด้วยเหมือนกัน ค่าใช้จ่ายก็แพงขึ้นในการผลกระทบต่อการเสียหายก็ค่อนข้างสูง อย่างเช่น ถ้าเราเก็บข้อมูลไว้ที่เดียวนี่ เกิดวันดีคืนดีอาจจะเป็นน้ำท่วม ไฟไหม้ ถ้าข้อมูลเก็บไว้ที่เดียว โดนไฟไหม้ ความเสียหายก็สูงเช่นเดียวกันนะคะ มันก็จะมีแผนสำหรับการจัดการฐานข้อมูลสำรองไว้อีก เดี๋ยวเราจะเรียนในบทถัด ๆ ไปนะคะ ชนิดของระบบฐานข้อมูล Data แบ่งออกเป็น 2 ชั้น มีเกณฑ์แบ่งหน่อยนะคะ ตอนแรก ก็คือแบ่งตามลักษณะการใช้งานกับแบ่งตามสถานที่ตั้ง อย่างแรกเลยลักษณะการใช้งาน ถ้าฐานข้อมูลที่มีคนใช้งานคนเดียวนะคะ เราจะเรียกว่าเป็น "Single User" หรือ Standalone เช่นเราใช้คอมพิวเตอร์ที่บ้านทำระบบบัญชี เช่น ที่บ้านแม่อาจจะเปิดร้านขายของเล็ก ๆ นะคะ ทำข้อมูลบัญชีอาจจะใช้ Excel ใช้คนเดียวนะคะ เราจะเรียกว่าเป็น Stand alone ไม่ต้องใช้ข้อมูลแชร์กับใคร อีกแบบหนึ่ง คือ เป็นแบบ User ทำงานพร้อมกันหลาย ๆ คนส่วนมากจะเป็นองค์กรที่มีขนาดใหญ่ขึ้น พนักงานมีลูกจ้างนะคะ ส่วนมากถ้าเป็นตามบ้านเราจะใช้เป็นผู้ใช้คนเดียว มีลูกน้องหรือมีใด ๆ ก็ตามเราจะเรียกว่าเป็น MultiUser อาจจะมีเครื่องคอมพิวเตอร์สำหรับเก็บข้อมูล 1 เครื่องแล้วอีก 4 คนนี้ก็แชร์ข้อมูลร่วมกันนะคะ แบ่งตามสถานที่ตั้งฐานข้อมูลนะคะ จะเป็นฐานข้อมูลแบบศูนย์รวมนะคะ เก็บข้อมูลที่เดียวเดี๋ยวก็ค่อยให้สาขาย่อย ๆ นี่เชื่อมต่อมา อย่างเช่น ในมหาวิทยาลัยเรา เราจะมีฐานข้อมูลอย่างเช่นที่ตึกสิอยากดูข้อมูลก็ดูข้อมูลได้ แต่ไม่เก็บไว้ที่อื่นเก็บที่เดียวนะคะ นี่ก็เป็นแบบรวมแบบกระจาย เหมือนที่อาจารย์อธิบายว่า YouTube คนดูนี่ ฐานข้อมูลมันจะอยู่ที่อเมริกา แต่เขาอาจจะมีการกระจายข้อมูลออกมาไว้ใกล้ ๆ เราอีกทีหนึ่ง ก็น่าจะเป็นแถวฮ่องกง หรือแถวเวียดนาม ตั้งไว้เพื่อให้เราสามารถเรียกดูข้อมูลได้เร็วขึ้น เป็นจุดที่ทวนสัญญาณนะคะ แบบนี้เรียกว่า "ฐานข้อมูลแบบกระจาย" แล้ววันนี้นี่ทุกคนจะเริ่มเข้าใจแล้วว่าฐานข้อมูลที่เราใช้กันนี่มันคืออะไร ทำไมต้องเปลี่ยนแล้วเริ่มรู้สึกตัวแล้วว่าจริง ๆ แล้วเราก็กลัวเรานี่มีอะไรที่เกี่ยวข้องกับฐานข้อมูลเยอะมาก ๆ เลยนะคะ อาจารย์เลยจะเอางานให้ทำ อันนี้เป็นการบ้าน กลับไปทำที่บ้านนะคะ มีอยู่ 2 ข้ออธิบายก่อน คือ ยกตัวอย่างข้อมูลในแต่ละลำดับชั้นของการเก็บข้อมูลเอามาสัก 3 ตัวอย่าง เป็นอย่างไรนะคะ เดี๋ยวจะอธิบายให้ฟัง ให้ยกตัวอย่างข้อมูลที่อยู่ในชีวิตประจำวันของเรานี่ ที่มันไม่สามารถซ้ำกับคนอื่นได้ เอามาสัก 10 ตัวอย่าง อย่างแรกบัตรประชาชนคุณไม่ทำแน่ใช่ไหมรหัสนักศึกษาซ้ำไหมไม่ซ้ำนะ โทรศัพท์ไหนไม่ซ้ำ ไม่ใช่ โทรหาคุณกดเบอร์เดียวกันจะโทรหาคุณมันขึ้นของคนอื่นนี่มันเป็นไปไม่ได้ถามตัวอย่างแล้วนะ ทะเบียนรถยนต์ซ้ำกันได้ไหม ไม่ได้ทะเบียนรถมอเตอร์ไซค์ซ้ำกันได้ไหม ไม่ได้ ให้ตัวอย่างแล้วไปหามาอีกแค่ตัวอย่างที่เหลืออะไรที่มันซ้ำกันไม่ได้อีก มันต้องมีนะคำสำคัญรหัสสินค้าซ้ำกันได้ไหม ลองไปคิดดูสิ รหัสสินค้าซ้ำกันไม่ได้ มีอะไรอีก มีอะไรอีกที่ซ้ำกันไม่ได้ Accout เล่น Facebook ซ้ำกันได้ไหม สำคัญหรือเปล่า อีเมลซ้ำกันได้ไหม ลองไปคิดดูก่อนนะคะ ยกตัวอย่างที่มันไม่ซ้ำกันส่วนข้อ 1 นี้ ยกตัวอย่างลำดับชั้นของข้อมูล มาดูตัวอย่างใน... เดี๋ยวนะคะ ตัวอย่างจะเป็นหน้าที่เป็นรูปแฟ้ม อย่างนี้ ลำดับชั้นไปหามาเมื่อกี้อาการได้กี่ตัวอย่าง จำไม่ได้แล้ว ให้เรียงลำดับน้อยหามากแบบนี้อันนี้เป็นรูปตัวอย่างภาษาไทยมีกำกับด้วยให้ลองเขียนมานะคะ ว่าเวลาเราทำการลำดับชั้นการเก็บข้อมูลนี่เราจะเก็บข้อมูลอะไรบ้าง คนบางคนอาจจะเขียนมากน้อยหรือน้อยไปมากก็แล้วแต่นะคะ เอาที่สะดวกเลย อันนี้เป็นตัวอย่างอยู่ในสไลด์ที่ 19 จะทำตามใจที่ 19 ถึงนะข้อ 1 ตามสไลด์ที่ 19 เผื่อจะได้ไปแต่ข้อมูลง่าย ๆ 3 ตัวอย่างเอง ลองไปหามาสิเป็นอย่างไรนะคะ ตัวอย่างข้อมูลที่อยู่ในชีวิตประจำวันที่ไม่ซ้ำกับคนอื่น 10 ตัวอย่าง เมื่อกี้พูดไปแล้ว 5-6 ตัวอย่างแล้ว ไปหามาเพิ่มให้ ไม่น่าจะยากสำหรับวันแรกงานครั้งนี้ ส่งวันไหนดี วันศุกร์มีเรียนไหมคะ ส่งวันศุกร์แล้วกันนะจะได้ไม่ต้องค้างไปเสาร์-อาทิตย์ ทำใส่กระดาษรายงาน เขียนด้วยลายมือตัวเองส่ง ใส่กระดาษรายงานนะคะ ไม่ต้องใส่สมุด ที่ตู้ส่งงานอาจารย์ฃ ตึก 9 เหมือนเดิมถูกตู้นะ ขาทุกตู้นะตาลอยู่ ส่งวันศุกร์ให้ในวันศุกร์นะ โอเคค่ะ สัปดาห์นี้ประมาณนี้ค่ะ ขอบคุณมากค่ะ ขอบคุณค่ะ ขอบคุณถอดความด้วยนะคะ ขอบคุณค่ะ สวัสดีค่ะ