﻿1
00:00:18,722 --> 00:00:18,723

2
00:00:18,723 --> 00:00:22,721

3
00:00:22,721 --> 00:00:26,721

4
00:00:27,881 --> 00:00:39,892
(อาจารย์ธิดารัตน์) สวัสดีค่ะ

5
00:00:26,739 --> 00:00:30,739

6
00:00:38,728 --> 00:00:42,728
(ล่าม) สวัสดีค่ะ (อาจารย์ธิดารัตน์) เดี๋ยรออาจารย์สักครู่นะคะ

7
00:00:45,779 --> 00:00:49,779

8
00:00:50,735 --> 00:00:52,527

9
00:00:52,527 --> 00:00:56,527

10
00:01:06,740 --> 00:01:10,740

11
00:01:14,744 --> 00:01:18,744

12
00:01:22,753 --> 00:01:24,567

13
00:01:24,567 --> 00:01:28,567

14
00:01:38,760 --> 00:01:40,069

15
00:01:40,069 --> 00:01:44,069

16
00:01:46,766 --> 00:01:50,766

17
00:01:54,771 --> 00:01:58,771

18
00:02:02,772 --> 00:02:06,772

19
00:02:10,775 --> 00:02:12,527

20
00:02:12,527 --> 00:02:16,527

21
00:02:26,788 --> 00:02:30,788

22
00:02:30,790 --> 00:02:34,790
(อาจารย์ธิดารัตน์) สวัสดีค่ะ

23
00:02:37,141 --> 00:02:37,397
ฮัลโหล

24
00:02:37,397 --> 00:02:40,593
ฮัลโหล

25
00:02:40,593 --> 00:02:44,593
ฮัลโหล ฮัลโหล ออกไหม

26
00:02:45,993 --> 00:02:48,835

27
00:02:48,835 --> 00:02:52,318

28
00:02:52,318 --> 00:02:56,248

29
00:02:56,248 --> 00:03:00,248

30
00:03:00,390 --> 00:03:04,390

31
00:03:06,789 --> 00:03:08,884
สวัสดีค่ะ

32
00:03:08,884 --> 00:03:12,884
สวัสดีพี่ล่ามนะคะ ได้ยินนะ (ล่าม) สวัสดีค่ะ (อาจารย์ธิดารัตน์)

33
00:03:17,154 --> 00:03:21,154
โอเคค่ะ ก็วันนี้เราก็จะ

34
00:03:21,470 --> 00:03:24,973
มาเริ่มเรียนนะคะ

35
00:03:24,973 --> 00:03:28,973
บทที่ 1 นะคะ เกี่ยวกับตัวมาตรฐานสากล

36
00:03:31,780 --> 00:03:35,780
ด้านเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์และดิจิทัล

37
00:03:42,407 --> 00:03:46,030
นะคะ วันนี้ก็จะมาพูดเป็นภาพองค์รวมนะคะ

38
00:03:46,030 --> 00:03:47,259
ว่ารายวิชานี้เราจะเรียน

39
00:03:47,259 --> 00:03:51,259
มาตรฐานอะไรบ้าง

40
00:03:54,911 --> 00:03:56,190
นะคะ แต่ละตัวมีมาตรฐานอะไรที่น่าสนใจ

41
00:03:56,190 --> 00:04:00,190

42
00:04:01,257 --> 00:04:05,257

43
00:04:05,685 --> 00:04:09,685
โอเคนะคะ เริ่มแรกก็จะพูดถึง

44
00:04:11,640 --> 00:04:15,640
บทนำของเราก่อนนะคะ ว่า ณ ปัจจุบันนี่ จะเห็นหน่วยงาน องค์กรของ

45
00:04:19,470 --> 00:04:19,706
เรา

46
00:04:19,706 --> 00:04:23,706
มหาวิทยาลัยของเราก็ได้ แต่ละตัวนี่

47
00:04:30,687 --> 00:04:33,454
ระบบสารสนเทศ คอมพิวเตอร์ การใช้งานต่าง ๆ เข้ามาเกี่ยวข้อง ดังนั้น การ

48
00:04:33,454 --> 00:04:36,387
บริหารงานด้าน IT หรือว่าเทคโนโลยีสารสนเทศนี่

49
00:04:36,387 --> 00:04:40,387
สำหรับประเทศไทยนี่ก็เข้ามามีบทบาท

50
00:04:44,279 --> 00:04:45,176
บริหารที่เข้ามาดูแล

51
00:04:45,176 --> 00:04:49,176
และก็บริหารไม่ว่าจะเป็นผู้บริหาร

52
00:04:53,534 --> 00:04:55,124
แล้วก็ทรัพยากรอุปกรณ์ด้วยนะคะ ดังนั้น

53
00:04:55,124 --> 00:04:59,124
นะคะ บางครั้งผู้บริหารนี่ บางครั้งอาจจะถูกปรับ

54
00:05:02,305 --> 00:05:02,962
ขึ้นมาโดยไม่ได้จบทางสาย

55
00:05:02,962 --> 00:05:06,962
เทคโนโลยีสารสนเทศ หรือว่า IT โดยเฉพาะ

56
00:05:08,190 --> 00:05:12,190
เราจะทำอย่างไร หรือจะมีตัวไหนที่เข้ามาช่วยผู้บริหารเหล่านั้นนี่เข้ามา

57
00:05:16,743 --> 00:05:18,849
บริหารงานด้านสารสนเทศให้มีประสิทธิภาพ

58
00:05:18,849 --> 00:05:20,812
มากที่สุดนะคะ เมื่อผู้บริหารนี่

59
00:05:20,812 --> 00:05:22,419
ไม่ได้จบหรือถูกพัฒนามาจาก

60
00:05:22,419 --> 00:05:26,419
สายคอมพิวเตอร์หรือเทคโนโลยีสารสนเทศ

61
00:05:34,733 --> 00:05:38,398
ดังนั้น เวลาเขาบริหารหรือว่าพัฒนาบุคคลนะคะ รวมถึงทรัพยากรต่าง ๆ ที่

62
00:05:38,398 --> 00:05:41,620
อยู่ในงาน องค์กรของเขานี่ เขาอาจจะไปดูแบบแผน

63
00:05:41,620 --> 00:05:45,620
มา จากบริษัทอื่น หรือว่าหน่วยงานอื่น

64
00:05:47,838 --> 00:05:51,838
หรือว่าตัวกรณีศึกษาอื่น ๆ มา ซึ่งตรงนั้นอาจจะไม่ใช่ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด ดั้งนั้น

65
00:05:52,140 --> 00:05:56,067
ทำอย่างไรให้หน่วยงาน หรือว่าองค์กร

66
00:05:56,067 --> 00:06:00,067
ของเรานี่ประสบความสำเร็จนะคะ

67
00:06:04,901 --> 00:06:08,901
การบริหารเทคโนโลยีสารสนเทศของไอทีนี่ ไม่ว่าจะเป็นที่ไทยหรือว่าต่างประเทศนะคะ หลักการบริหารก็

68
00:06:10,181 --> 00:06:11,923
มีรูปแบบที่คล้ายกัน รวมถึงตามชื่อของเรา

69
00:06:11,923 --> 00:06:15,923
คือ มาตรฐานสากล เพราะฉะนั้น เราก็จะเอา

70
00:06:22,894 --> 00:06:25,980
ทางด้านไอทีที่เป็นสากลนี่เข้ามาซัพพอร์ต ให้ผู้บริหารเหล่านั้นนี่ ได้เข้ามาเลือก

71
00:06:25,980 --> 00:06:29,147
หรือว่าจัดสรรตัวสารสนเทศหรือว่าตัวมาตรฐาน

72
00:06:29,147 --> 00:06:33,147
ที่มันสอดคล้องกับหน่วยงานหรือองค์กรของเรานั่นเอง

73
00:06:38,897 --> 00:06:42,435
ทำงานให้เกิดประสิทธิภาพมากที่สุดนะคะ ทำอย่างไรให้ลดระยะเวลา ประหยัดเวลา ประหยัดคน ประหยัดทรัพยากร

74
00:06:42,435 --> 00:06:46,387
พูดง่าย ๆ คือ ได้ผลกำไรที่ดีที่สุดนั่นเองนะคะ

75
00:06:46,387 --> 00:06:50,387
ไม่ว่าจะเป็นการบริการ หรือว่าการผลิตภัณฑ์นะคะ

76
00:06:54,213 --> 00:06:55,857
เหล่านี้ก็ต้องสามารถที่จะให้ประสิทธิภาพให้ดีที่สุด

77
00:06:55,857 --> 00:06:58,540
ให้กับหน่วยงานของเรานั่นเอง หรือว่าได้ผลกำไรนั่นเอ

78
00:06:58,540 --> 00:07:02,540
งนะคะ หัวข้อ

79
00:07:04,330 --> 00:07:08,330
ที่จะมาบรรยาย ก็จะเป็น

80
00:07:09,057 --> 00:07:13,057
พูดถึงมาตรฐาน ที่อาจารย์หยิบมา

81
00:07:16,251 --> 00:07:20,251
ที่คิดว่าน่าจะสำคัญแล้วก็สอดคล้องกับตัวรายวิชานี้นั่นเอง

82
00:07:24,314 --> 00:07:26,724
นะคะ เริ่มแรกก็จะพูดถึงมาตรฐานไอทีที่

83
00:07:26,724 --> 00:07:28,674
เลือกมา มาตรฐานและการจัดทำ

84
00:07:28,674 --> 00:07:29,427
มีหน่วยงานไหน มีองค์กรไหนนะคะ

85
00:07:29,427 --> 00:07:33,427
มาตรฐาน IEEE

86
00:07:41,937 --> 00:07:45,937
มาตรฐาน ITIL มาตรฐาน ISO มาตรฐาน

87
00:07:50,919 --> 00:07:52,682
มาตรฐาน COSO และมาตฐาน

88
00:07:52,682 --> 00:07:56,682
... ของมาตรฐานตัวนี้ นักศึกษาต้องจำได้ว่า

89
00:07:58,377 --> 00:08:00,139
แต่ละมาตรฐานนั้นคืออะไร

90
00:08:00,139 --> 00:08:04,139
มีรูปแบบ มีมาตรฐานอย่างไร

91
00:08:05,027 --> 00:08:08,033
นะคะ มีหน่วยงาน มีองค์กร แล้วก็เขาสนับสนุนทางด้านเรื่องไหนนั่นเองนะคะ

92
00:08:08,033 --> 00:08:12,033

93
00:08:16,995 --> 00:08:18,423
เริ่มมาพูดถึงตัวมาตรฐาน

94
00:08:18,423 --> 00:08:22,411
IT ในการปฏิบัติงานทุกรูปแบบ

95
00:08:22,411 --> 00:08:26,411
เป็นการทำงานของสถานที่ไหน หน่วยงานไหน

96
00:08:27,041 --> 00:08:29,109
บางทุกกิจกรรมก็ต้องมี

97
00:08:29,109 --> 00:08:33,109
การปฏิบัติงานที่ซ้ำ ๆ หรือ เป็นรูทีนนั่นเองนะคะ

98
00:08:38,934 --> 00:08:42,906
ดังนั้น การปฏิบัติงานซ้ำ ๆ นี่ ทำอย่างไร ให้มันลดข้อผิดพลาด

99
00:08:42,906 --> 00:08:46,906
ที่จะเกิดขึ้น ทำอย่างไร ให้ลดระยะเวลาในการทำงาน

100
00:08:48,216 --> 00:08:51,458
ทำอย่างไรให้ใช้ทรัพยากรให้

101
00:08:51,458 --> 00:08:55,458
คุ้มค่าที่สุดนั่นเองนะคะ ดังนั้นการปฏิบัติงานต่าง ๆ

102
00:09:02,715 --> 00:09:05,144
ก็ต้องให้ประสบความสำเร็จ แล้วก็ต้องมีตัวมาตรฐานเข้ามา ตอบโจทย์ตรงนี้นั่นเองนะคะ

103
00:09:05,144 --> 00:09:06,312
หากเราปฏิบัติงาน

104
00:09:06,312 --> 00:09:10,312
ปฏิบัติงานโดยไม่มีมาตรฐาน วันนี้

105
00:09:17,359 --> 00:09:20,040
อยากทำเท่านี้ วันนี้ไม่อยากทำ ใช้ระยะเวลาเท่าไหร่นะคะ เหมือนการให้บริการอย่างนี้

106
00:09:20,040 --> 00:09:22,161
กรณีที่มีผู้มาใช้บริการเยอะ แล้ว

107
00:09:22,161 --> 00:09:26,161
เราให้การบริการไปนี่ ระยะเวลาแต่ละที่นี

108
00:09:34,948 --> 00:09:35,734
่ไม่คาบเกี่ยวกัน ดังนั้น เราจะพึงพอใจไหม

109
00:09:35,734 --> 00:09:39,734
สมมติเราเป็นผู้รับบริการแล้วไปรับบริการ

110
00:09:40,391 --> 00:09:44,391
หน่วยงานหนึ่ง ให้การบริการที่รวดเร็วกว่าและก็ดีกว่า กับอีกหน่วยงานหนึ่งที่ให้เวลา

111
00:09:50,955 --> 00:09:53,255
เยอะกว่านั่นเอง เราก็ต้องเลือกสิ่งที่ดีกว่าอยู่แล้ว ดังนั้น เราก็ต้องปฏิบัติงาน

112
00:09:53,255 --> 00:09:57,089
ปฏิบัติงานนะคะ ให้เกิดความพึงพอใจของผู้รับ

113
00:09:57,089 --> 00:10:00,072
บริการ แล้วก็สามารถที่จะ

114
00:10:00,072 --> 00:10:04,072
ใช้งาน แล้วก็เชื่อมต่อ

115
00:10:06,103 --> 00:10:10,103
กับตัวระบบงานอื่นได้ด้วยนั่นเองนะคะ ไม่ใช่ทำออกมา

116
00:10:13,111 --> 00:10:17,111
แล้วผลลัพธ์ที่ได้ไม่สามารถที่จะไปทำงานต่อ หรือว่าทำงานข้ามกับตัวอื่นได้นั่นเอง

117
00:10:19,792 --> 00:10:23,792
อันนี้ก็ต้องคำนึงถึงแผนกอื่น ฝ่ายอื่นด้วย

118
00:10:23,792 --> 00:10:24,606
ที่จะทำให้การทำงานของหน่วยงาน หรือ

119
00:10:24,606 --> 00:10:26,585
บริษัทของเราดำเนินการอย่าง

120
00:10:26,585 --> 00:10:30,585
สอดคล้องกันนั่นเองนะคะ อย่างตัวนี้ก็คือการนำ

121
00:10:35,855 --> 00:10:39,855
ระบบอินเตอร์

122
00:10:40,950 --> 00:10:44,950
นะคะ ยกตัวอย่างการใช้งานง่าย ๆ เหมือนเวลาตอนนี้นักศึกษาเข้ามามหาวิทยาลัย เวลาเข้าสู่คะ ยกตัวอย่างการใช้งานง่าย ๆ เหมือนเวลาตอนนี้นักศึกษาเข้ามามหาวิทยาลัย เวลาเข้าสู่

123
00:10:46,117 --> 00:10:50,117
อินเทอร์เน็ตนะคะ ล็อกอินเข้ามา Username password

124
00:10:54,973 --> 00:10:55,528
ถูกไหมคะ เข้าไปใช้งาน Search ข้อมูล

125
00:10:55,528 --> 00:10:57,614
ทำรายงาน หรือว่าเข้าไป Facebook เข้าไปดู

126
00:10:57,614 --> 00:10:58,675
เข้าไปดูสิ่งที่ต้องการค้นหาต่าง ๆ นั่นเอง

127
00:10:58,675 --> 00:11:02,675
เขาจะมีมาตรฐาน HTML ขึ้นมา

128
00:11:09,382 --> 00:11:09,784
กดเข้าไปแล้วมี Response ในการทำงาน

129
00:11:09,784 --> 00:11:13,784
ค้นหาคีย์เวิร์ดต่าง ๆ ขึ้นมาเป็นระยะเวลา

130
00:11:15,127 --> 00:11:18,843
ที่รวดเร็วไหม Keyword ที่ค้นหากับตัว...

131
00:11:18,843 --> 00:11:22,843
กับ Search Engin กับแหล่งข้อมูลที่เราต้องการมันตรงกัน

132
00:11:25,063 --> 00:11:27,096
หรือเปล่า อาจจะ Search เป็นคีย์เวิร์ดหนึ่งแล้ว

133
00:11:27,096 --> 00:11:30,967
ผลลัพธ์ที่ออกมา ตรงกันไหม ข้อมูลมีเยอะ

134
00:11:30,967 --> 00:11:32,507
มีเยอะหรือเปล่าอะไรอย่างนี้นะคะ มันก็จะมีมาตรฐาน

135
00:11:32,507 --> 00:11:36,507
ขึ้นมา เพื่อให้รองรับสำหรับผู้ใช้

136
00:11:41,934 --> 00:11:45,717
นะคะ เดี๋ยวเรามาดูต่อ อาจารย์พูดเร็วพูดช้าบอกด้วยนะคะ

137
00:11:45,717 --> 00:11:49,717
ก็จะพูดไปเรื่อย ๆ มีปัญหาง่วงนอนอะไรยกมือถามได้นะคะ

138
00:11:51,103 --> 00:11:55,103
ถัดมาจะเป็นตัวอย่าง

139
00:11:56,061 --> 00:11:58,358
มาตรฐานในการใช้เว็บ อันนี้คุ้นเคย

140
00:11:58,358 --> 00:12:02,358
อยู่แล้ว เข้ามาใช้ทุกวันอยู่แล้ว อาจะวันหนึ่งอาจจะ

141
00:12:02,422 --> 00:12:06,422
หลาย ๆ รอบก็ได้นะคะ การใช้งานเว็บไซต์ต้องมีมาตรฐานอะไรมาซับพอร์ต เริ่มแรก

142
00:12:11,470 --> 00:12:13,114
มาตรฐานฮาร์ดแวร์ ซอฟต์แวร์ บางคนบอก

143
00:12:13,114 --> 00:12:17,114
เกี่ยวด้วยหรือ เราแค่เข้าไปใช้เว็บไซต์ แน่นอน เราต้องมีอุปกรณ์

144
00:12:20,502 --> 00:12:24,018
คอมพิวเตอร์ โน้ตบุ๊ก สมาร์ตโฟน แท็บเลต

145
00:12:24,018 --> 00:12:28,018
อะไรก็แล้วแต่ถูกไหมคะ ที่เราจะไปมาใช้ริการเว็บไซต์

146
00:12:31,003 --> 00:12:31,394
ฮาร์ดแวร์เสร็จต้องมี

147
00:12:31,394 --> 00:12:35,308
ซอร์ฟแวร์ คราวนี้นี่ เราเอาผลิตภัณฑ์

148
00:12:35,308 --> 00:12:39,308
ของบริษัทไหน หน่วยงานไหนมาใช้งาน หรือเรามาใช้แล้ว มันก็จะ

149
00:12:43,302 --> 00:12:47,302
มีแบบว่าเป็น License แท้ ไม่ Licese แท้

150
00:12:48,617 --> 00:12:49,886
ที่เรามาใช้งานนี่เป็นอย่างไรนะ มันก็จะเกี่ยวโยงกันไปเรื่อย ๆ

151
00:12:49,886 --> 00:12:51,778
นะคะ มาตรฐานระบบปฏิบัติการ

152
00:12:51,778 --> 00:12:55,778
ในอุปกรณ์ของเรา ไม่ว่าจะเป็นคอม

153
00:13:03,010 --> 00:13:03,362
พิวเตอร์ Tablet ระบบปฏิบัติการที่เราลงด้วย เขามีมาตรฐาน

154
00:13:03,362 --> 00:13:05,749
ไหม เราก็จะรู้ว่ามาตรฐานที่เราลงในอุปกรณ์

155
00:13:05,749 --> 00:13:09,749
ฮาร์ดแวร์ของเรานี่ มันรองรับกับอุปกรณ์ของเราในรุ่นไหน

156
00:13:09,827 --> 00:13:13,827
บ้าง กับอุปกรณ์ซอฟต์แวร์ไหนบ้าง

157
00:13:18,173 --> 00:13:18,423
ของ windows อย่างเดียว หรือว่าของ Linux

158
00:13:18,423 --> 00:13:22,423
นะคะ ก็แล้วแต่ว่าระบบปฏิบัติที่เราใช้งานนี่

159
00:13:27,018 --> 00:13:28,865
มัน Support หรือรองรับตัวไหนบ้างนั่นเอง

160
00:13:28,865 --> 00:13:32,865
มาตรฐานระบบเครือข่ายและการสื่อสาร

161
00:13:32,947 --> 00:13:33,420
เครือข่ายที่เราใช้เป็น

162
00:13:33,420 --> 00:13:37,420
รูปแบบอะไร เป็น Local network เป็นสาย

163
00:13:39,890 --> 00:13:41,236
LAN ไหม สาย LAN ธรรมดา สายไฟเบอร์หรือเปล่า

164
00:13:41,236 --> 00:13:45,236
หรือเป็นการเดินสานในอากาศนะคะ พวกไวไฟ

165
00:13:48,220 --> 00:13:50,548
พวก Satle lite

166
00:13:50,548 --> 00:13:54,548
ก็คือพวกดาวเทียม อันนี้ก็จะเป็นรูปแบบการสื่อสาร

167
00:13:57,381 --> 00:14:01,381
เช่นเดียวกัน มันก็จะแยกเป็นประเภทอีก แบบไร้สาย แบบไม่ไร้สาย มีอุปกรณ์แบบไหนที่ซับพอร์ต มันก็จะเกี่ยวกันไปทั้งหมด

168
00:14:07,029 --> 00:14:09,843
เหมือนเวลาเราใช้งานเว็บไซต์ เราอาจหลงลืมไปว่ามันมีอุปกรณ์ ตัวไหนที่มาเชื่อมต่อบ้าง

169
00:14:09,843 --> 00:14:13,843
แล้วมันมีเทคโนโลยีไหนบ้าง และมาตรฐานตัวไหนมา Support

170
00:14:16,438 --> 00:14:20,438
เดี๋ยวเราก็จะเข้าไปดูระบบเครือข่าย ก็จะเป็นสัปด

171
00:14:23,035 --> 00:14:26,393
ก็จะมาดูว่าระบบเครือข่ายมีอุปกรณ์ไหนบ้าง Support

172
00:14:26,393 --> 00:14:30,393
มีอุปกรณ์และมีมาตรฐานตัวไหน มาตรฐาน TCPIP

173
00:14:31,921 --> 00:14:35,921
อันนี้น่าจะคุ้น ปี 3 น่าจะเรียน

174
00:14:39,038 --> 00:14:43,038
นะ คุ้น ๆ ไหมคะ TCP/IP ส่ง IP ต่าง ๆ พวกเรียน Network มาแล้วน่าจะคุ้นอยู่

175
00:14:44,668 --> 00:14:47,505
TCP/IP

176
00:14:47,505 --> 00:14:51,505
เปลี่ยนชื่อ เปลี่ยนโฮสต์ต่าง ๆ

177
00:14:53,797 --> 00:14:54,845
Server ผู้ส่งและผู้รับ มาตรฐาน

178
00:14:54,845 --> 00:14:58,845
HTML เรียนการเขียนเว็บมา น่าจะได้เรียนกันแล้ว

179
00:15:00,132 --> 00:15:04,132
น่าจะได้เรียนกันแล้วนะคะ โอเค เป๊ะ หมดแล้วพวกนี้ มาตรฐาน Search

180
00:15:11,047 --> 00:15:13,028
การ Search Engine ต่าง ๆ ก็เหมือนเวลาเราเข้า

181
00:15:13,028 --> 00:15:17,028
Google นะ หรือว่าเข้าไป Search ข้อมูลต่าง ๆ

182
00:15:19,634 --> 00:15:23,634
ก็จะเป็นมาตรฐานตัวนี้ อย่างที่อาจารย์บอกไปแล

183
00:15:27,052 --> 00:15:27,776
้ว คีย์เวิร์ดกับคำที่ค้นหานี่มันตรงกันไหม

184
00:15:27,776 --> 00:15:30,201
แสดงหน้าจอ มันไปแหล่งข้อมูลที่ถูกต้องใช่หรือเปล่า

185
00:15:30,201 --> 00:15:33,841
แล้วก็มี Response ระยะเวลานำเสนอ

186
00:15:33,841 --> 00:15:37,841
เป็นเท่าไหร่ มาตรฐาน อักขระ

187
00:15:40,362 --> 00:15:41,632
นะคะ ในการสื่อสารนั่นเอง โอเค

188
00:15:41,632 --> 00:15:44,393

189
00:15:44,393 --> 00:15:48,393
ถัดมา เราจะมาดูมาตรฐานที่เรา

190
00:15:56,818 --> 00:16:00,818
สนใจนะคะ ยกตัวอย่าง มาตรฐานเกี่ยวกับบุคคล มาตรฐานความสามารถ แล้วก็

191
00:16:05,636 --> 00:16:09,636
ตำแหน่ง อย่างที่บอกไปนะคะ สมมติเราไปทำงงานนะคะ หน่วยงานหนึ่ง

192
00:16:12,643 --> 00:16:16,643
จบไปพร้อมกับนักเรียนจบใหม่ของห้องอื่น มหาวิทยาลัยอื่น หรือว่าที่อื่นนี่

193
00:16:21,010 --> 00:16:25,010
เราอยากไปสมัครงาน เราจะมีคุณสมบัติอย่างไรที่เป็นการบอกว่าเรานี่มีความสามารถ

194
00:16:28,225 --> 00:16:30,869
ดังนั้น มาจรฐานเกี่ยวกับบุคคลนี่ ก็จะบ่งบอกได้ว่าเรามีความ

195
00:16:30,869 --> 00:16:34,869
สามารถหรือมีทักษะอย่างไร พูดง่าย ๆ อย่างภาษาอังกฤษ

196
00:16:37,370 --> 00:16:41,370
เราก็ไปสอบ ถูกไหมคะ ว่ามีอะไรนะคะ ใบเซอร์ที่รองรับว่าเรามีทักษะอย่างไร

197
00:16:46,194 --> 00:16:47,353
ด้านเทคโนโลยีสารสนเทศหรือว่าไอทีของเรา ก็จะ

198
00:16:47,353 --> 00:16:51,353
มีตัวใบรับประกัน ว่าเรามีความสามารถทางไหนบ้าง

199
00:16:52,394 --> 00:16:53,024
นั่นเอง

200
00:16:53,024 --> 00:16:57,024
อย่างมาตรฐานของตัว

201
00:17:00,745 --> 00:17:04,688
บุคคล ยกตัวอย่างเหมือน IC3

202
00:17:04,688 --> 00:17:08,209
IC3 จะเป็นมาตรฐานที่

203
00:17:08,209 --> 00:17:12,209
บอกว่าคุณมีความสามารถในการใช้อุปกรณ์

204
00:17:14,488 --> 00:17:16,128
ฮาร์ดแวร์ ซอฟต์แวร์อย่างไร หรือว่า

205
00:17:16,128 --> 00:17:20,128
ซอร์ฟแวร์สำเร็จรูป ใช้ Word PowerPoint Exc

206
00:17:27,085 --> 00:17:29,257
el ได้ถึงขนาดไหน เหมือนเราไปเรียน Word PowerPoint Excel เรียนกัน

207
00:17:29,257 --> 00:17:33,257
ทุกคนนี่ในห้อง เราจะรู้ได้อย่างไร ว่าแต่ละคนมีทักษะในการใช้

208
00:17:35,088 --> 00:17:38,864
Excel ระดับไหน คนไหนใช้เก่งสุด คล่องสุด เร็วสุด แล้วก็สามารถใช้เปิดฟังก์ชันต่าง ๆ ได้

209
00:17:38,864 --> 00:17:41,074
ดังนั้น ตัวมาตรฐาน

210
00:17:41,074 --> 00:17:45,074
ของตัวบุคคลนี่ ก็จะมาเป็นตัวที่มาแสดงให้เห็นว่า

211
00:17:50,225 --> 00:17:51,904
แต่ละบุคคลนี่มีทักษะขนาดไหน เมื่อบุคคล หรือว่าบุคคลากรเรามีทักษะแล้ว

212
00:17:51,904 --> 00:17:55,081
ก็จะส่งผลให้องค์กรหรือว่าหน่วยงานนี่

213
00:17:55,081 --> 00:17:59,081
มีคุณภาพมากขึ้น เรามีบุคลากรที่มีคุณสมบัติแบบนี้

214
00:18:06,280 --> 00:18:10,280
สมมติอาจารย์มีใบเซอร์ มหาวิทยาลัยก็จะรองรับว่ามีการเรียนการสอนที่ดี

215
00:18:13,329 --> 00:18:14,499
บุคลากรที่ได้รับการรองรับมา มันก็จะส่งผล

216
00:18:14,499 --> 00:18:18,499
ต่อเนื่องกันไปนะคะ ถัดมา มาตรฐานเกี่ยวกับ

217
00:18:20,897 --> 00:18:22,615
อุปกรณ์เครือข่ายและก็การเชื่อมต่อ อุปกรณ์เราใช้ของ

218
00:18:22,615 --> 00:18:26,401
ของผลิตภัณฑ์อะไร

219
00:18:26,401 --> 00:18:30,401
มีมารตฐานตัวไหนมารองรับ มีตัวกลางเครือข่ายไหมนะคะ

220
00:18:35,359 --> 00:18:38,157
เพราะเดี๋ยวนี้มันก็จะมีบริษัทที่มาให้บริการ

221
00:18:38,157 --> 00:18:42,157
นี่ค่อนข้างเยอะนะคะ ดังนั้น ก็ต้องดูว่า

222
00:18:43,401 --> 00:18:44,450
แต่ละที่นี่ Support แล้วก็ให้บริการเราดีไหม

223
00:18:44,450 --> 00:18:48,450
นะคะ อย่างแต่ละพื้นนี่ การให้บริการ

224
00:18:52,711 --> 00:18:56,711
ก็อาจจะเข้าถึงไม่เท่ากัน ถ้าเป็น พื้นที่ที่ค่อนข้างเข้าถึงยาก

225
00:18:59,009 --> 00:19:03,009
หรือว่าเป็นพื้นที่ที่ยังไม่มีการให้บริการระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ต

226
00:19:05,862 --> 00:19:09,712
มันก็็จะมีแค่บางผู้บริการเท่านั้น ที่สามารถให้บริการเราได้

227
00:19:09,712 --> 00:19:13,712
นะคะ การจัดการเกี่ยวกับการให้บริการ

228
00:19:14,007 --> 00:19:18,007
IT การให้บริการ IT อย่างไร

229
00:19:19,798 --> 00:19:23,614
นะคะ อย่างพวกระบบเซลลูลาร์ ระบบให้บริการโทรศัพท์นั่นเอง

230
00:19:23,614 --> 00:19:27,614
เราไป AIS Dtac TrueMove

231
00:19:29,309 --> 00:19:30,127
ใช่ไหม เราอยากสมมติเราอยากเป็น

232
00:19:30,127 --> 00:19:33,602
เจ้าของบริษัท การจัดการเกี่ยวกับการให้บริการ IT

233
00:19:33,602 --> 00:19:37,602
ก็คือคล้าย ๆ กับการบริการให้ระบบเครือข่ายนั่นเอง

234
00:19:42,776 --> 00:19:46,776
หรือในรูปแบบโทรศัพท์บ้าน อาจจะเป็น TOT องค์การโทรศัพท์ หรือว่า 3BB

235
00:19:48,528 --> 00:19:49,722
CAT Telecom ต่าง ๆ อาจจะเป็นคำ

236
00:19:49,722 --> 00:19:53,722
ที่เราคุ้นเคย แต่เราแยกไม่ออกว่า พวกนี้

237
00:19:58,168 --> 00:20:02,168
ที่ให้บริการเกี่ยวกับสารสนเทศหรือว่า IT ของเรานั่นเองนะคะ มาตรฐานเกี่ยวกับการพัฒนาซอฟต์แวร์

238
00:20:04,970 --> 00:20:08,970
ก่อนที่จะไปเป็นซอฟตNแวร์ที่เราใช้

239
00:20:14,781 --> 00:20:16,373
ณ ปัจจุบันนี่ เขาก็ต้องมีการใช้งานแล้วก็ทดลอง มีการ Test

240
00:20:16,373 --> 00:20:18,579
นะคะ มีการนักพัฒนา Developer

241
00:20:18,579 --> 00:20:21,722
แล้วก็มี Testing นะคะ ของตัว

242
00:20:21,722 --> 00:20:25,722
ซอฟต์แวร์เทสต์ติงต่าง ๆ Developer

243
00:20:30,734 --> 00:20:33,311
มีบุคลากรแต่ละตำแหน่งมา Support พวกนี้

244
00:20:33,311 --> 00:20:36,079
เขาจะมีมาตรฐานมารองรับอีกว่า ทำ 1 2 3 4 5

245
00:20:36,079 --> 00:20:36,900
6 7 8 9 10 ครบตามมารตรฐานเรียบร้อยนะคะ

246
00:20:36,900 --> 00:20:40,900
มาตรฐานมั่นคงรักษาความปลอดภัย

247
00:20:46,645 --> 00:20:48,606
นะคะ มาตรฐานเกี่ยวกับเอกสาร แบบฟอร์ม ข้อมูลนะคะ

248
00:20:48,606 --> 00:20:52,606
การเก็บแบบฟอร์มข้อมูลต่าง ๆ นะคะ สามารถเก็บไว้แล้ว

249
00:20:54,300 --> 00:20:58,300
สามารถที่จะดึงข้อมูลกลับมาค้นหา แล้วทำเป็นรูปแบบรายได้ไหม ระยะเวลาเท่าไหร่

250
00:21:00,294 --> 00:21:03,128
เก็บข้อมูลไว้ที่หน่วยงาน

251
00:21:03,128 --> 00:21:04,949
ไหนนะคะ อันนี้ก็จะเป็นตัวอย่างมาตรฐาน

252
00:21:04,949 --> 00:21:05,746
ที่ยกมานะคะ ให้นักศึกษา

253
00:21:05,746 --> 00:21:08,844
เข้าใจนะคะ

254
00:21:08,844 --> 00:21:12,844
ถัด

255
00:21:15,471 --> 00:21:19,471
มา เราจะมาพูดถึงตัวมาตรฐาน ประเภท

256
00:21:23,862 --> 00:21:26,132
ประเภทของมาตรฐานก่อนนะคะ ต้นกำเนิดของมัน

257
00:21:26,132 --> 00:21:30,132
อันแรกนะคะ De Juror นะคะ

258
00:21:37,654 --> 00:21:38,690
เป็นมาตรฐานนะคะ ที่กำหนด โดยเริ่มจากมาตรฐานแต่ละประเทศ แล้วก็กำหนด

259
00:21:38,690 --> 00:21:42,690
โดยองค์กรระหว่างประเทศนะคะ เช่น IOS

260
00:21:50,822 --> 00:21:53,917
ก็จะเป็นการร่วมมือกันระหว่างของประเทศนะคะ ว่ามาตรฐานตัวนี้ ใช้งานแล้ว

261
00:21:53,917 --> 00:21:54,547
มันเกิดผลอย่างไร Support ตัวไหนบ้าง

262
00:21:54,547 --> 00:21:58,547
อันนี้ก็คือเป็นระหว่างประเทศคิดด้วยกัน คราวนี

263
00:22:06,398 --> 00:22:07,616
้De Facto Standard อันนี้เป็น

264
00:22:07,616 --> 00:22:11,616
มาตรฐานที่ใช้ภายในหน่วยงานก่อน

265
00:22:12,478 --> 00:22:14,590
มีการใช้งานภายในหน่วยงาน ภายในองค์กรเสร็จ ใช้เสร็จ

266
00:22:14,590 --> 00:22:18,590
ปุ๊บ เกิดความแพร่หลาย จากหน่วยงานหนึ่ง หน่วยงาน 2 หน่วยงาน 3

267
00:22:20,684 --> 00:22:23,883
กระจายพื้นที่มากขึ้นจากพื้นที่ที่เล็ก ๆ ก็จะ

268
00:22:23,883 --> 00:22:27,883
ใหญ่ขึ้นนะคะ ก็จะเป็นมาตรฐานที่ใช้กันใช้กันมาสืบเนื่อง แล้วสุดท้ายก็จะเป็น Open Standard ก็จะเป็น

269
00:22:30,533 --> 00:22:34,533
มาตรฐานที่เรารู้จักกันอยู่แล้ว เป็นสากล

270
00:22:36,460 --> 00:22:40,460
อันนี้คือมาตรฐานที่เราใช้กันมา นับมาหลาย ๆ ปี อยู่แล้วนั่นเอง อันนี้ก็จะเป็นประเภท

271
00:22:46,461 --> 00:22:50,461
ของมาตรฐานทั้ง 3 แบบนะคะ Faco stabdad

272
00:22:55,181 --> 00:22:59,181
ถัดมา เมื่อเรารู้ประเภทของตัวมาตรฐานเรียบร้อยแล้ว  ทีนี้เราก็จะ

273
00:23:01,854 --> 00:23:05,854
เราก็จะมาดูสไลด์ต่อไปของเรานะคะ องค์กร

274
00:23:06,340 --> 00:23:07,539
หรือว่าองค์การมาตรฐาน

275
00:23:07,539 --> 00:23:10,451
มาตรฐาน

276
00:23:10,451 --> 00:23:14,451
ระดับโลก ก็จะมีตัวองค์กรที่มารองรับ

277
00:23:15,108 --> 00:23:19,108
อันนี้จะเป็นบางส่วนที่ยกตัวอย่างขึ้นมานะคะ

278
00:23:24,533 --> 00:23:28,533
ให้ดู อย่าง ISO ตัวนี้นะคะ ก็จะเป็น

279
00:23:30,836 --> 00:23:32,333
ตัวมาตรฐานที่หน่วยงาน พวกองค์กร

280
00:23:32,333 --> 00:23:36,333
ต่าง ๆ นี่ ตามบริษัทต่าง ๆ นี่

281
00:23:40,067 --> 00:23:44,067
ค่อนข้างใช้เยอะนะคะ รวมถึงถ้าเป็นพวกเกี่ยวกับโรงงานนี่ ตัว ISO นี่ ค่อนข้างจะสำคัญ

282
00:23:48,269 --> 00:23:51,389
มันจะเป็นมาตรฐาน เกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมที่มารองรับว่า

283
00:23:51,389 --> 00:23:55,389
หน่วยงานหรือองค์กรขิงเราผลิตแล้ว ไม่ส่ง

284
00:23:59,202 --> 00:24:01,580
ผลต่อสิ่งแวดล้อม เวลาเราจะผลิตหรือว่าทำอะไรนี่ มันจะไม่มีผลกระทบต่อคนอื่นสืบเนื่องมานั่นเอง

285
00:24:01,580 --> 00:24:04,362
ยกตัวอย่าง

286
00:24:04,362 --> 00:24:08,362
ของเมื่อกี้ ISO แล้ว เราจะมาพูดถ

287
00:24:15,206 --> 00:24:16,906
ึง ANSI นะคะ

288
00:24:16,906 --> 00:24:17,448
ANSI เป็นตัวสถาบัน

289
00:24:17,448 --> 00:24:20,596
สถาบันมาตรฐานแห่งอเมริกานั่นเอง

290
00:24:20,596 --> 00:24:24,596
เป็นองค์กรนะคะ ที่สนับสนุนการพัฒนามาตรฐาน สารสนเทศของ

291
00:24:30,467 --> 00:24:32,852
อเมริกานะคะ ตัวนี้ก็จะเป็นผู้เริ่มนะคะ ในการสนับสนุน ISO นะคะ

292
00:24:32,852 --> 00:24:35,764
ที่ประเทศไทยก็นำมาใช้ ตัวมาตรฐานตัวนี้นะคะ

293
00:24:35,764 --> 00:24:39,764
หรือ W3C

294
00:24:42,490 --> 00:24:44,437
นะคะ W3C ตัวนี้ก็จะเป็น

295
00:24:44,437 --> 00:24:48,437
ต่อไปนี่ นักศึกษาน่าจะคุ้นกับ

296
00:24:51,356 --> 00:24:55,356
คำนี้มากขึ้น สำหรับเวลาเราเข้าไปใช้เกี่ยวกับตัวพัฒนา หรือว่าเขียน Coding

297
00:25:03,218 --> 00:25:05,221
มากขึ้นนั่นเอง W3C ก็จะเป็นองค์กรระหว่างประเทศนะคะ เกี่ยวกับเทคโนโลยีเว็บ เมื่อกี้เราเรียนไปแล้ว

298
00:25:05,221 --> 00:25:09,221
เราเรียนไปแล้ว สำหรับปี 3 ก็จะมีพวก Web HTML

299
00:25:11,125 --> 00:25:14,657
นะคะ XML XHHTML

300
00:25:14,657 --> 00:25:18,657
พวกเทคโนโลยีเว็บต่าง ๆ ก็จะอยู่ W3

301
00:25:22,382 --> 00:25:24,726
C นะคะ เหมือนเวลาเราเรียนเกี่ยวกับเกี่ยวกับการเขียนโค้ด HTML นี่ มันก็จะมี

302
00:25:24,726 --> 00:25:28,726
หน้าของ W3C เข้าไปดูว่า

303
00:25:34,658 --> 00:25:36,017
เหมือน Psudo Type มันไปรันเกิดผลลัพธ์อะไรขึ้นมา พวก CSS

304
00:25:36,017 --> 00:25:38,115
คุ้นไหมปี 3

305
00:25:38,115 --> 00:25:42,115
ชื่นใจแทนอาจารย์ที่สอนนะคะ

306
00:25:46,298 --> 00:25:46,511

307
00:25:46,511 --> 00:25:48,690
เดี๋ยวนะ

308
00:25:48,690 --> 00:25:52,690
เดี๋ยวนะ หายไปไหนแล้ว

309
00:25:53,227 --> 00:25:57,227
ยกตัวอย่างตรงนี้

310
00:26:00,545 --> 00:26:03,430
ตัวอย่างนี้นะคะ

311
00:26:03,430 --> 00:26:06,163
ของตัว W3C มันก็จะมี

312
00:26:06,163 --> 00:26:10,163
เห็นไหมเอ่ย เวลาเรา

313
00:26:10,956 --> 00:26:14,956
เขียนโค้ด เราก็ไป Testing ต่าง ๆ

314
00:26:21,433 --> 00:26:25,179
เดี๋ยวปี 2 คงจะได้เรียนเหมือนกัน พวกทำเว็บไซต์ต่าง ๆ

315
00:26:25,179 --> 00:26:29,179
เขียน Coding ขึ้นมา Run แล้วมันมีหน้าตาอย่างไร

316
00:26:30,838 --> 00:26:33,290
ใช่ไหมคะ มีตรงไหนที่เกิด Error

317
00:26:33,290 --> 00:26:37,290
หรือว่ามี Format รูปแบบการเขียนอย่างไรบ้าง

318
00:26:37,333 --> 00:26:40,709
นั่นเองนะคะ

319
00:26:40,709 --> 00:26:44,709
โอเค กลับไปดูต่อของเรา

320
00:26:48,121 --> 00:26:52,121

321
00:26:58,488 --> 00:27:02,488
มันสลับไม่ได้เปล่า หรือว่าอย่างไร

322
00:27:08,290 --> 00:27:08,459

323
00:27:08,459 --> 00:27:12,459

324
00:27:13,124 --> 00:27:17,124

325
00:27:20,144 --> 00:27:24,144
มาแล้ว

326
00:27:26,010 --> 00:27:28,042
มันต้องดู... สวัสดีค่ะ

327
00:27:28,042 --> 00:27:28,949
ไม่หมด

328
00:27:28,949 --> 00:27:32,949

329
00:27:36,824 --> 00:27:37,803

330
00:27:37,803 --> 00:27:40,842

331
00:27:40,842 --> 00:27:44,842

332
00:27:44,869 --> 00:27:48,848

333
00:27:48,848 --> 00:27:52,848

334
00:28:03,285 --> 00:28:07,284

335
00:28:07,284 --> 00:28:11,284

336
00:28:11,287 --> 00:28:15,287

337
00:28:19,292 --> 00:28:22,967

338
00:28:22,967 --> 00:28:26,967

339
00:28:35,301 --> 00:28:39,301

340
00:28:47,306 --> 00:28:51,306

341
00:28:55,312 --> 00:28:59,312
เมื่อกี้ดู W3C ไปนะคะ มันก็เลยมีเทคนิคนิดหน่อย มันไม่ขึ้นจอ

342
00:29:02,649 --> 00:29:03,264
ถัดมานะคะ ก็จะมาดูตัวอย่างอีกอันหนึ่ง ที่

343
00:29:03,264 --> 00:29:06,618
จะพูดให้ฟัง CISA อันนี้ก็จะเป็น

344
00:29:06,618 --> 00:29:08,301
เหมือนการบริหาร

345
00:29:08,301 --> 00:29:12,301
วิเคราะห์ อันนี้จะแนว ๆ ออก เหมือนเป็นผู้บริหาร

346
00:29:17,745 --> 00:29:19,908
จะดูว่าหน่วยงานของเรานี่มีทรัพยากรเท่าไร

347
00:29:19,908 --> 00:29:23,908
เราจะบริหารจัดการอย่างไรให้เกิดการคุ้มทุนนั่นเอง

348
00:29:24,234 --> 00:29:27,390
ไม่เกิดความเสี่ยงนะคะ ตัว CISA นี่

349
00:29:27,390 --> 00:29:29,255
คราวนี้

350
00:29:29,255 --> 00:29:33,255
เราก็ต้องมาดูอีกนะคะ ว่าบริษัท

351
00:29:35,935 --> 00:29:37,345
หน่วยงาน องค์กรของเรานี่ ผลิตบริการใน

352
00:29:37,345 --> 00:29:39,094
ในรูปแบบไหนนะคะ ให้บริการ

353
00:29:39,094 --> 00:29:43,094
เป็นอุปกรณ์ หรือผลิตเป็น

354
00:29:46,479 --> 00:29:49,510
ผลิตภัณฑ์ออกมา หรือเป็นบริการของ

355
00:29:49,510 --> 00:29:51,001
ผู้ใช้นั่นเองนะคะ ดังนั้น การเลือกตัว

356
00:29:51,001 --> 00:29:55,001
ตัวมาตรฐานที่จะมาใช้ในหน่วยงาน หรือว่าองค์กร

357
00:29:57,263 --> 00:30:01,263
ของเรานี่ มันก็จะแตกต่างกัน ตามแต่ละ

358
00:30:01,919 --> 00:30:03,240
หน่วยงานที่ให้บริการนั่นเองนะคะ

359
00:30:03,240 --> 00:30:07,240
ถัดมา

360
00:30:07,400 --> 00:30:11,400
เราจะมาพูดถึงการพัฒนามาตรฐานด้านสารสนเทศในประเทศ

361
00:30:13,921 --> 00:30:17,921
ไทยของเราก่อนนะคะ สำหรับประเทศไทย

362
00:30:21,801 --> 00:30:23,640
ก็จะมีสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์

363
00:30:23,640 --> 00:30:27,640
อุตสาหกรรมของไทยนั่นเองนะคะ ที่จะมาเป็นผู้กำหนด

364
00:30:27,937 --> 00:30:31,423
นะคะ มาตรฐานแห่งชาติของเรานะคะ สำนักงานพัฒนา

365
00:30:31,423 --> 00:30:35,423
มาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม ก็จะมีตัวย่อมา สมอ

366
00:30:38,846 --> 00:30:42,846
. ก็จะมีคณะกรรมการที่แต่งตั้งขึ้นมาแล้วก็แบ่งหน้าที่ในการรับผิดชอบ ในแต่ละ

367
00:30:45,711 --> 00:30:49,711
ของแต่ละหน่วยงานนะคะ ของแต่ละประเทศนะคะ โดยแต่งตั้งคณะกรรมการวิชาการ

368
00:30:53,968 --> 00:30:55,793
ภาค 36 ขึ้นมา เพื่อดูแล

369
00:30:55,793 --> 00:30:57,944
มาตรฐานของเทคโนโลยีสารสนเทศนะคะ

370
00:30:57,944 --> 00:31:01,728
เพราะว่ามาตรฐานทางอุตสาหกรรมนี่ มันก็จะมีหลากหลายประเภทนั่นเองนะคะ

371
00:31:01,728 --> 00:31:05,728
ว่าอุตสาหกรรมทางด้านนี้มีอะไรบ้าง มันก็จะไล่มาเป็น

372
00:31:10,754 --> 00:31:12,136
คณะ คณะ และปัจจุบันคณะกรรมการวิชาการ

373
00:31:12,136 --> 00:31:16,063
5 3 6 นี่ ก็จะแบ่งเป็น 2 ทีมนะคะ โดยคณะที่ 1 หรือทีมที่ 1 ของเรานี่ ก็จะกำหนด

374
00:31:16,063 --> 00:31:20,063
เกี่ยวกับรูปแบบเป็นจังหวัดนั่นเอง

375
00:31:24,975 --> 00:31:27,043
นะคะ แบ่งเป็นตัวรหัสย่อ Code ต่าง ๆ นะคะ แล้วก็

376
00:31:27,043 --> 00:31:31,043
ตามมาด้วย อำเภอ ส่วนทีมที่ 2

377
00:31:31,152 --> 00:31:32,181
ก็จะกำหนดอักขระ การเขียนโปรแกรม

378
00:31:32,181 --> 00:31:36,181
และโครงการซอฟต์แวร์ ก็คือรูปแบบการเขียนโปรแกรม หน่วยง

379
00:31:43,359 --> 00:31:47,087
านที่ 2 ก็จะทำการดูแลนั่นเอง ว่าการเขียนซอร์ฟแวร์ที่ถูกพัฒนาขึ้น โดย

380
00:31:47,087 --> 00:31:48,199
หรือบริษัทในประเทศไทยนี่ มีมาตรฐานถูกต้องไหม

381
00:31:48,199 --> 00:31:52,199
นะคะ หรือการเขียนโปรแกรมต่าง ๆ  มีมาตรฐาน

382
00:31:58,830 --> 00:31:59,038
สอดคล้อง หรือว่ารองรับหรือเปล่านั่นเองนะคะ ถัดมา

383
00:31:59,038 --> 00:32:03,038
นอกจาก สวอ. แล้ว ก็ยังมีหน่วยงาน

384
00:32:03,982 --> 00:32:07,982
ไหน ที่เราน่าจะคุ้นเคยกันบ้าง อันแรก ก็คือ

385
00:32:12,351 --> 00:32:16,351
ราชบัณฑิต อันนี้

386
00:32:17,629 --> 00:32:21,629
น่าจะเป็นคำที่คุ้นเคย น่าจะได้ยินอยู่แล้ว ศัพท์เทคนิคทางคอมพิวเตอร์ บางที

387
00:32:23,670 --> 00:32:27,670
เขียนทับศัพท์ไม่ถูก อย่างคีย์บอร์ด เมาส์

388
00:32:29,198 --> 00:32:29,427
เราเขียนไม่ถูกเราก็ต้องไปเปิด

389
00:32:29,427 --> 00:32:33,427
เหมือนพจนานุกรมเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์นั่นเอง ดูสิ เขาใช้

390
00:32:35,439 --> 00:32:36,855
การสะกดคำอย่างไร มีอักขระอย่างไรนะคะ

391
00:32:36,855 --> 00:32:40,855
ต่างกัน คีย์บอร์ดอาจจะเขียนว่าเป็นแป้นพิมพ์

392
00:32:46,479 --> 00:32:49,687
พวกนี้ก็จะถูกบัญญัติ

393
00:32:49,687 --> 00:32:53,687
ไปศึกษาตัวร่าง ตัวคำศัพท์พวกนี้

394
00:32:54,776 --> 00:32:56,297
ตัวคำศัพท์ตัวนี้ในราชบัณฑิต

395
00:32:56,297 --> 00:32:57,077
ศัพท์คอมพิวเตอร์นะคะ ถัดมา

396
00:32:57,077 --> 00:32:59,060
หอสมุดแห่งชาติ

397
00:32:59,060 --> 00:33:03,060
หอสมุดก็เหมือนห้องสมุดของเรา ถ้าอยู่ในมหาวิทยาลัย

398
00:33:09,345 --> 00:33:13,345
ก็จะเป็นการเก็บรวบรวมข้อมูลหนังสือนะคะ อันนี้ก็จะเป็นห้องสมุดแห่งชาติ ก็จะเก็บ

399
00:33:18,821 --> 00:33:20,875
หนังสือต่าง ๆ ของในประเทศไทยไว้ ก็จะมีตัวรหัส ISBN

400
00:33:20,875 --> 00:33:24,875
ก็คือรหัสที่อยู่หมวดหมู่หนังสือ

401
00:33:25,087 --> 00:33:29,087
ของเรานั่นเองว่าอยู่ลำดับที่เท่าไหร่ ตำแหน่งไหน

402
00:33:33,590 --> 00:33:36,998
นะคะ ถัดมา สภาอุตสาหกรรม

403
00:33:36,998 --> 00:33:39,302
สภาอุตสาหกรรม

404
00:33:39,302 --> 00:33:43,302
อุตสาหกรรมเกี่ยวกับเทคโนโลยีสารสนเท

405
00:33:51,076 --> 00:33:55,076
ศ ก็จะเป็นอุตสาหกรรม ออุตสาหกรรมหนึ่ง ดังนั้น ก็อยู่ภายในสภาอุตสาหกรรม จะมีผลิตภัณฑ์อาจจะเป็นฮาร์ดแวร์หรือว่าซอฟต์แวร์ที่ผลิตมา

406
00:33:58,751 --> 00:34:02,751
มันก็ต้องมีรหัสสินค้า ผลิตที่ปีเท่าไหร่ เป็นสินค้าประเภทไหน

407
00:34:05,534 --> 00:34:07,375
กำหนดออกมาเป็น Barcode ณ ปัจจุบันก็จะมี

408
00:34:07,375 --> 00:34:08,127
QR Code ที่ผลิตขึ้นมานั่นเองนะคะ

409
00:34:08,127 --> 00:34:11,680
อันนี้ก็จะเป็นตัวมาตรฐานของเรา

410
00:34:11,680 --> 00:34:12,700

411
00:34:12,700 --> 00:34:16,700
ถัดมา ก็จะเกิดข้อคำถามขึ้นมา

412
00:34:18,964 --> 00:34:22,964
เราเป็นนักเรียน นักศึกษา

413
00:34:24,775 --> 00:34:28,775
หรือว่าผู้ใช้บริการต่าง ๆ นี่ เราจำเป็นไหมที่ต้องพัฒนา หรือใช้

414
00:34:32,546 --> 00:34:36,546
มาตรฐาน หรืออาจจะมีคำถามในใจว่า เราจำเป็นไหมที่จะต้องรู้

415
00:34:39,417 --> 00:34:43,417
เกี่ยวกับตัวมาตรฐานพวกนี้ ท้ายที่สุดแล้ว ผลลัพธ์คืออะไร เริ่มแรก

416
00:34:44,183 --> 00:34:48,183
นะคะ อันที่หนึ่ง เราจะทำงานร่วมกันได้ มีภาษา

417
00:34:53,893 --> 00:34:57,893
ที่เข้าใจตรงกัน ทำงานร่วมกันได้ มีภาษา

418
00:34:59,053 --> 00:35:03,053
แล้วก็เข้าใจตรงกันคืออย่างไร เวลาเราทำเกี่ยวกับอุปกรณ์นะคะ

419
00:35:08,499 --> 00:35:12,009
ไม่ว่าจะเป็นการใช้อุปกรณ์

420
00:35:12,009 --> 00:35:16,009
สำนักงานหรือว่าคอมพิวเตอร์ต่าง ๆ พวก Office ต่าง ๆ นี่

421
00:35:16,645 --> 00:35:19,041
สมมติเราใช้แพลตฟอร์มหนึ่ง ไปใช้กับ

422
00:35:19,041 --> 00:35:23,041
เพื่อนอีกแพลตฟอร์มหนึ่ง คนหนึ่งใช้ Linux

423
00:35:27,446 --> 00:35:29,097
ไม่รู้นักศึกษาเคยได้ยินไหม มันก็ยังมีอยู่

424
00:35:29,097 --> 00:35:31,886
คนหนึ่งใช้ Linux คนหนึ่งใช้ Mac

425
00:35:31,886 --> 00:35:33,777
ใช้ OS Windows เราจะทำอย่างไรให้ผลลัพธ์

426
00:35:33,777 --> 00:35:37,777
ใช้พวก Office ลักษณะเป็นพวก Word

427
00:35:43,076 --> 00:35:44,957
ทุกอย่างนี่ มันต้องมีมาตรฐานแล้วก็สามารถมีแฟลตฟอร์มที่สามารถใช้

428
00:35:44,957 --> 00:35:48,957
ร่วมกันได้ ดังนั้น มันก็ต้องมีมาตรฐานมารองรับ ไม่ใช่ว่าคนหนึ่ง

429
00:35:50,458 --> 00:35:54,458
ใช้แพลตฟอร์มหนึ่ง อีกคนใช้แพลตฟอร์มหน

430
00:35:59,458 --> 00:35:59,749
ึ่ง อันนี้ไม่สามารถที่จะใช้ร่วมกันได้ อันนี้จะไม่เกิดประโยชน์นั่นเองนะคะ

431
00:35:59,749 --> 00:36:03,749
มีเกณฑ์การทำงาน บริการ แลกเปลี่ยน

432
00:36:06,539 --> 00:36:10,539
แล้วก็รักษาความมั่นคงปลอดภัย

433
00:36:11,997 --> 00:36:12,051
เกณฑ์การทำงาน

434
00:36:12,051 --> 00:36:16,051
การบริการ การแลกเปลี่ยนข้อมูล

435
00:36:16,190 --> 00:36:20,080
สิ่งสำคัญ ก็คือเวลาเราปฏิบัติ

436
00:36:20,080 --> 00:36:24,080
งานนี่ การส่งข้อมูลนะคะ บางทีหน่วยงานหนึ่ง

437
00:36:29,924 --> 00:36:33,124
หลากหลายสาขา ถ้าเป็นข้อมูล ถ้าเป็นบริษัทใหญ่  ๆ

438
00:36:33,124 --> 00:36:34,600
บางทีนี้จะมีการโอน

439
00:36:34,600 --> 00:36:38,600
ข้อมูล เหมือนทำงานเสร็จช่วงเที่ยงคืน อาจจะการโอนไปยังสาขา

440
00:36:47,472 --> 00:36:51,472
ย่อยไปสาขาใหญ่ ดังนั้น เราจะเชื่อใจได้อย่างไร ว่าข้อมูลที่เราถ่ายโอนไป

441
00:36:51,535 --> 00:36:55,535
ทุกวันนี่ มันจะไม่ตกหายไประหว่างทาง ดังนั้น ต้องมีความั่นคงปลอดภัยมารักษา

442
00:37:02,347 --> 00:37:06,347
เพื่อในการส่งข้อมูล นักศึกษาอาจจะงงว่า เอ๊ะ เวลาส่งข้อมูล

443
00:37:10,136 --> 00:37:14,136
สมมติ... เหมือนบริษัท เป็นธนาคารแล้วกัน

444
00:37:17,748 --> 00:37:19,957
แล้วก็จะมีสาขาสำนักงานใหญ่ อยู่กรุงเทพฯ

445
00:37:19,957 --> 00:37:21,582
ดังนั้น เวลาประมวลผล หรือว่าแต่ละไตรมาศ

446
00:37:21,582 --> 00:37:25,582
ของบริษัท หรือว่าของธนาคารนี่ จะมีการ

447
00:37:26,547 --> 00:37:30,547
ประมวลผลรวบยอดทั้งหมดของทุกสาขา ดังนั้น

448
00:37:34,915 --> 00:37:38,915
เราจะแน่ใจได้อย่างไรว่าแต่ละสาขาที่ส่งมา มันไม่ใช่ว่าเราใส่ Tumbdrive หรือว่าใส่ Hard

449
00:37:43,491 --> 00:37:47,491
disk ที่กรุงเทพนะคะ เวลาเราส่งข้อมูลเราก็จะส่งผ่านเครือข่าย ซึ่งแต่ละที่ ถ้าเป็นหน่วยงานที่ส่งบ่อย ๆ

450
00:37:50,243 --> 00:37:54,243
ที่สำคัญนี่เขาจะลากสายโดยตรงนะคะ ถ้าเป็นบริเวณในระยะที่ไกลมาก อาจจะ

451
00:37:57,605 --> 00:37:57,906
สายเดิน อาจจะเป็นไฟเบอร์ออปติก

452
00:37:57,906 --> 00:38:01,906
หรืออะไรก็ตาม แล้วแต่ ตาม

453
00:38:06,931 --> 00:38:10,931
หน่วยงานเพื่อไม่ให้ข้อมูลของเรานี่รั่วไหล เขาก็จะมีรอบในการส่งข้อมูลอยู่แล้วนะคะ ดังนั้น

454
00:38:12,589 --> 00:38:16,589
อันนี้ก็จะเป็นรูปแบบของการรักษาความมั่นคงปลอดภัย ในการสื่อสาร

455
00:38:18,092 --> 00:38:22,092
นั่นเอง แล้วก็ส่งข้อมูลนั่นเอง สำหรับผู้ใช้และผู้ซื้อลดความเสี่ยง

456
00:38:23,066 --> 00:38:27,066
เราลองมองภาพง่าย ๆ ในการซื้อซอฟต์แ

457
00:38:31,503 --> 00:38:31,914
หรือเราใช้ Microsoft Office ก็ได้ พูดง่าย ๆ

458
00:38:31,914 --> 00:38:35,914
ไปนี่ มันสามารถที่จะเปิดใช้งานได้มั้ย คนอื่นสามารถ

459
00:38:39,509 --> 00:38:43,509
เอาไปแก้ไขต่อได้หรือเปล่า มันล็อกไหม อันนี้ก็คือลดความเสี่ยง ซื้อซื้อซอฟต์แวร์ที่มีการันตี

460
00:38:46,105 --> 00:38:50,105
ย่อมปลอดภัยกว่า เหมือนเราซื้อของน่ะ

461
00:38:52,427 --> 00:38:55,721
ซื้อสินค้าอะไรก็ได้ มีการันตี

462
00:38:55,721 --> 00:38:59,721
มีการเปลี่ยนเคลม อันนี้ย่อมมีเกิดความมั่นใจ

463
00:39:00,381 --> 00:39:01,835
แม้ว่าราคามันอาจจะเหลื่อมกันนิดหน่อย

464
00:39:01,835 --> 00:39:05,835
เราก็ต้องมองภาพองค์รวมด้วย ใช้งานได้ แล้วเกิด

465
00:39:11,228 --> 00:39:13,508
ประโยชน์จริงหรือเปล่า ทำงานข้ามระบบกันได้หรือเปล่า

466
00:39:13,508 --> 00:39:16,601
แต่ละบริษัท

467
00:39:16,601 --> 00:39:20,601
แต่ละหน่วยงานนะคะ อาจจะมีอุปกรณ์

468
00:39:25,122 --> 00:39:29,122
อาจจะมีซอฟต์แวร์ที่ไม่เหมือนกัน ดังนั้น สมมติถ้ามีการควบรวม หรือว่าการเทกโอเวอร์ หรือ

469
00:39:30,028 --> 00:39:34,028
การซื้อบริษัทเข้ามาเพิ่ม พวกผลลัพธ์ข้อมูลต่าง ๆ ของแต่ละแผนก สามารถ

470
00:39:43,521 --> 00:39:44,491
โอนย้ายข้อมูลต่าง ๆ ของแต่ละแผนกนี่ สามารถโอนย้าย

471
00:39:44,491 --> 00:39:46,299
ระหว่างกันหรือไม่ ดังนั้น ซอฟต์แวร์ที่ใช้กัน

472
00:39:46,299 --> 00:39:49,092
ต่าง ๆ นี่ มันก็จะต้องดูว่าทำงานข้ามระบบกันได้ไหม

473
00:39:49,092 --> 00:39:53,092
แต่ ณ ปัจจุบันนี่ ซอฟต์แวร์ส่วนมาก ก็

474
00:39:59,529 --> 00:40:02,859
สามารถส่งได้นะคะ ลดอุปสรรค์ทางการค้า บริษัทเล็กซื้อ

475
00:40:02,859 --> 00:40:06,859
วัตถุดิบมาจากบริษัทหนึ่ง

476
00:40:15,258 --> 00:40:17,005
ดังนั้น การส่งข้อมูลระหว่างบริษัทก็จะมีรูปแบบข้อมูลที่แตกต่างกัน ดังนั้น ถ้า

477
00:40:17,005 --> 00:40:21,005
เรามีมาตรฐานที่เป็นสากลตรงกลาง ก็คือสามารถส่งหากันได้

478
00:40:23,942 --> 00:40:27,942
ตัวนี้ก็จะลดอุปสรรค

479
00:40:31,315 --> 00:40:32,076
ก็ได้ หรือขายวัตถุดิบให้ใครก็ได้ โดยไม่เกิดอุปสรรค์ตรงนี้นะคะ

480
00:40:32,076 --> 00:40:34,435

481
00:40:34,435 --> 00:40:38,435
ถัดมา ก็จะพูดถึง

482
00:40:42,451 --> 00:40:46,451
ข้อดีแล้วกันนะคะ ตัวมาตรฐานของเรา ก็คือ

483
00:40:46,709 --> 00:40:49,932
เมื่อเรามีมาตรฐานที่ดี มีวิธี

484
00:40:49,932 --> 00:40:53,932
การปฎิบัติที่ดี ผลลัพธ์ ประสิทธิภาพ ประสิทธิผล การทำงานก็ดีขึ้น

485
00:40:56,200 --> 00:41:00,200
ทำงานเร็วขึ้น ประหยัดเวลา ประหยัดคน ประหยัดงบประมาณ

486
00:41:03,396 --> 00:41:07,396
พูดง่าย ๆ มันก็จะเป็นการรวม รวบยอดทั้งหมดนะคะ ความสามารถ การทำงานร่วมกัน

487
00:41:08,982 --> 00:41:12,982
แล้วก็กำหนดระดับความยอมรับ ถัดมา

488
00:41:14,444 --> 00:41:18,444
อันนี้เราพูดไปแล้ว สัปดาห์ที่แล้ว

489
00:41:20,446 --> 00:41:24,446
คร่าว ๆ นะคะ แล้วก็เมื่อกี้พูดไปนิดหนึ่ง

490
00:41:26,414 --> 00:41:30,414
ของ CISA ที่บอกไปว่า

491
00:41:34,482 --> 00:41:38,482
System

492
00:41:39,554 --> 00:41:43,554
ตัว ซอฟต์แวร์ของแต่ละบุคคล สมมติว่าเราสนใจอยากเป็นนักพัฒนา

493
00:41:47,443 --> 00:41:51,443
นักทดสอบต่าง ๆ เราก็ต้องมีตัว Certificate ที่มารองรับ

494
00:41:51,878 --> 00:41:55,878
ทางด้านไอที หรือว่าด้านไหนก็ตาม

495
00:41:59,103 --> 00:42:03,103
ไม่ว่าจะเป็นภาษาอังกฤษนะคะ ความสามารถในการสื่อสารภาษา

496
00:42:06,979 --> 00:42:10,185
ตัว Certificate ตัวนี้ก็เหมือนกัน

497
00:42:10,185 --> 00:42:11,981
มองภาพง่าย ๆ หรือว่า

498
00:42:11,981 --> 00:42:14,440
อยากมีทักษะอยากเป็นเชฟขึ้นมา

499
00:42:14,440 --> 00:42:18,440
นี่ ก็ต้องมีใบรับรองว่าไปสอบที่ไหน

500
00:42:23,573 --> 00:42:27,573
จะเข้าไปที่ไหน การทำงานก็รองรับนี่ มันย่อมการันตีความสามารถอยู่แล้ว

501
00:42:31,058 --> 00:42:35,058
อยู่รวมที่เป็นสากลนะคะ อันนี้ก็จะเป็นตัว Certificate ของตัว Microsoft

502
00:42:42,404 --> 00:42:46,404
Specialist ทางด้านต่าง ๆ

503
00:42:46,765 --> 00:42:50,765
หรืออันนี้ก็ได้ มองภาพใกล้ตัวเรามากที่สุด

504
00:42:53,883 --> 00:42:57,883
เราจะเป็นนี่ Microsoft Certificate trainer

505
00:42:58,992 --> 00:43:01,621
เอาใกล้ตัวที่สุด ก็คือเราเข้าใจถึงการใช้งานของ Microsoft

506
00:43:01,621 --> 00:43:05,621
เก่งมากเลยเกี่ยวกับการใช้ Word PowerPoin E

507
00:43:11,586 --> 00:43:15,586
xcel นะคะ ราสามารถไปเป็นวิทยากรสอนตามสถาบัน ตามหน่วยงาน ตาม

508
00:43:18,135 --> 00:43:22,127
ก็สามารถที่จะสอบ Certified Trainer

509
00:43:22,127 --> 00:43:26,127
นะคะ ไปต่อยอด แล้วก็ไปปฏิบัติงานติ่ได้นั่นเอง

510
00:43:27,591 --> 00:43:31,342
หรือ เอาที่แบบมองภาพง่ายที่สุด

511
00:43:31,342 --> 00:43:35,342
อีกอันหนึ่ง MCDST

512
00:43:35,450 --> 00:43:39,450
Microsoft

513
00:43:41,331 --> 00:43:43,364
Support technicians

514
00:43:43,364 --> 00:43:47,057
เหมือนเป็นซัพพอร์ตนั่นเอง เวลาเราอยู่ในหน่วยงานใช่ไหม

515
00:43:47,057 --> 00:43:50,672
มันจะมีทีม Support ของไอที

516
00:43:50,672 --> 00:43:54,672
เหมือนโรงพยาบาล หรือมหาวิทยาลัยก็ได้

517
00:43:59,228 --> 00:44:03,228
คอมพิวเตอร์ใช้ไม่ได้ Network ใช้ไม่ได้ พรินเตอร์ใช้ไม่ได้

518
00:44:05,782 --> 00:44:09,782
แต่ละแผนกนั่นเอง อาจจะเป็นแผนกบัญชี แผนกการเงินนะคะ แผนกบุคคลต่าง ๆ เราก็สามารถไป

519
00:44:14,645 --> 00:44:18,645
จัดการหรือว่า Word มีฟอนต์ไม่ครบทำอย่างไร Print งานไม่ได้

520
00:44:20,046 --> 00:44:24,046
นะคะ ถ้าเรามีตัว

521
00:44:25,105 --> 00:44:29,105

522
00:44:31,244 --> 00:44:35,244
Certified Desktop Support Technicians ที่จะไปทำงานตรงนี้ แผนกนี้ของแต่ละบริษัท ที่เขารองรับการทำงานของเรา

523
00:44:35,784 --> 00:44:39,784
นะคะ มันก็จะการันตีถึงความสามารถของเรานั่นเอง ตัวอื่นมันจะ

524
00:44:41,755 --> 00:44:45,012
เป็นเฉพาะทางขึ้นมา

525
00:44:45,012 --> 00:44:49,012
ครั้งก่อนก็พูดแล้วนะ เกี่ยวกับพวก Sun แล้วก็ Java

526
00:44:54,281 --> 00:44:58,281
Certified ต่าง ๆ นะคะ อันนี้น่าจะไม่ค่อยได้ใช้กันเท่าไ

527
00:45:01,053 --> 00:45:02,806
หร่ ไม่ค่อยได้เห็นนะ ที่

528
00:45:02,806 --> 00:45:06,806
แต่ก่อนฮิตมาก ณ ปัจจุบันก็ยัง

529
00:45:14,117 --> 00:45:18,117
ที่ฮิตอยู่ ก็จะเป็นพวก Cisco

530
00:45:18,397 --> 00:45:18,754
ก็จะเป็นเกี่ยวกับ Network พื้นฐาน

531
00:45:18,754 --> 00:45:22,754
นะคะ ของ CCNA

532
00:45:29,738 --> 00:45:33,421
Cisco Certified Network Associate นั่นเองนะคะ ตัวนี้ เหมือนเวลาเราเรียนคอร์ส

533
00:45:33,421 --> 00:45:37,421
network ขั้นต้น network ขั้นสูง

534
00:45:38,922 --> 00:45:40,718
แล้วก็สามารถสอบใบ Certificate ของ

535
00:45:40,718 --> 00:45:41,844
ของ Cisco CCNA ตัวนี้ได้นั่นเอง

536
00:45:41,844 --> 00:45:45,772
นะคะ ค่ะ

537
00:45:45,772 --> 00:45:47,608
ตอนนั้น

538
00:45:47,608 --> 00:45:51,608
สมัยหลายปีก่อน ก็จะมีสอบของ

539
00:45:52,911 --> 00:45:56,911
ของ Microtic ก็จะเป็น Network คือ Network นี่

540
00:45:59,291 --> 00:46:03,291
มันก็จะเป็นชื่อตามบริษัทผลิตภัณฑ์ที่เขาผลิตออกมา

541
00:46:07,293 --> 00:46:09,161
Microtic ก็จะเป็นพวก Switch

542
00:46:09,161 --> 00:46:13,161
เป็นเกี่ยวกับพวก Network Cisco ก็จะผู้ผลิตเหมือนกัน

543
00:46:14,898 --> 00:46:15,155
หน่วยงานบริษัทองค์กรของเราซื้อผลิตภัณฑ์ตัวไหน

544
00:46:15,155 --> 00:46:19,155
เราก็ต้องไปซับพอร์ตกับยี่ห้อนั้นนั่นเอง

545
00:46:20,860 --> 00:46:24,860
นะคะ สมมติราชภัฏสกลนครซื้อ Microtic

546
00:46:26,909 --> 00:46:30,031
เจ้าหน้าที่ทุกคนก็ต้องมี ของ Cisco

547
00:46:30,031 --> 00:46:30,277
เกี่ยวกับ Cisco นั่นเองนะคะ ลักษณะก็จะเป็นเหมือนกันนะคะ

548
00:46:30,277 --> 00:46:34,277
ของที่สกลฯ ของเรา ก็จะมี

549
00:46:38,539 --> 00:46:41,736
เจ้าหน้าที่วิทยากรมาอบรมแล้วก็สอบ มันก็จะมี

550
00:46:41,736 --> 00:46:45,206
แล้วแต่ว่าเป็นรอบไป ว่าของมหาวิทยาลัยของเรานี่

551
00:46:45,206 --> 00:46:49,206
ทำ MOU กับมหาวิทยาลัยไหน

552
00:46:55,656 --> 00:46:59,656
ของ Microsoft ของเรา ก็มีสอบเหมือนกัน เป็นสอบ ก็ให้ปีสูง ๆ มาสอบนั่นล่ะ

553
00:47:00,111 --> 00:47:02,676
ปี 3 ปี 4 ก็มาสอบ มาสอบด้วยกัน มานั่งอบรม ก็มาสอบ

554
00:47:02,676 --> 00:47:06,676
ก็จะได้ใบเซอร์ ใครที่ผ่านเกณฑ์ก

555
00:47:11,660 --> 00:47:14,967
็จะได้ใบเซอร์รองรับนะคะ ต้องดูว่าแต่ละรอบของมหาลัยนี่ ทำ MOU กับ

556
00:47:14,967 --> 00:47:18,967
บริษัทไหนนั่นเองนะคะ ต่อไป เราจะมาพูดถึงตัวมารตฐาน

557
00:47:26,005 --> 00:47:30,005
ที่อาจารย์ยกตัวอย่างมาตอนแรกนะคะ ว่ามีตัวไหนบ้าง IEEE ตัวนี้

558
00:47:31,035 --> 00:47:35,035
น่าจะได้ใช้บ่อยกันแน่ ๆ ก็จะเป็นการ

559
00:47:39,997 --> 00:47:43,039
ก่อตั้งระหว่างสถาบันวิศวกรรม

560
00:47:43,039 --> 00:47:47,039
ไฟฟ้า วิศวกรรมอิเล็กหรอนิกส์ นะคะ ก็จะ

561
00:47:47,896 --> 00:47:50,175
ร่วมกันของวิศวกรต่าง ๆ ทำการวิจัยและพัฒนานะคะ

562
00:47:50,175 --> 00:47:54,175
องค์ความรู้นะคะ โดยเน้นเกี่ยวกับไฟฟ้า

563
00:47:59,356 --> 00:47:59,647
กำลัง คอมพิวเตอร์ โทรคมนาคม

564
00:47:59,647 --> 00:48:02,319
ไฟฟ้ากำลัง ไฟฟ้าคอมพิวเตอร์ แล้วก็ไฟฟ้าสื่อสาร

565
00:48:02,319 --> 00:48:05,854
กับโทรคมนาคม จะเป็นเลขเดียวกันนะคะ และก็จะมี

566
00:48:05,854 --> 00:48:09,854
ระบบอิเล็กทรอนิกส์ ระบบ

567
00:48:15,682 --> 00:48:17,431
รัดกุม ตามกลุ่มที่เขาพัฒนาแล้วก็วิจัยนั่นเอง ก็จะเกิดมาตรฐานขึ้นมา

568
00:48:17,431 --> 00:48:21,431
ขึ้นมา ก็เกี่ยวกับการสื่อสารของเรานั่นแหละ

569
00:48:21,879 --> 00:48:25,879
นะคะ สายวัด สาย LAN ต่าง ๆ มีมาตรฐาน

570
00:48:30,717 --> 00:48:34,717
ต่าง ๆ อย่างไร Coax ไฟเบอร์ นู่นนี่นั่น

571
00:48:36,943 --> 00:48:38,903
การเข้าสายแบบไหน ก็จะเป็นมาตรฐานตัวนี้ เดี๋ยวมาดูกัน

572
00:48:38,903 --> 00:48:42,903
อุปกรณ์พวกนี้ เอามาตรฐานไหนมารองรับ เราน่าจะ

573
00:48:46,867 --> 00:48:50,867
คุ้นชินมากที่สุดแล้วตัวนี้ ถัดมา ITIL

574
00:48:55,692 --> 00:48:59,692
Infrastructure Library นะคะ เป็นมาตรฐานเกี่ยวกับการให้บริการ

575
00:49:03,076 --> 00:49:04,128
IEEE นี่ เหมือนจะเป็นพวกอุปกรณ์ฮาร์ดแวร์

576
00:49:04,128 --> 00:49:08,128
คราวนี้เป็นการให้บริการ การปฏิบัติ

577
00:49:08,200 --> 00:49:12,200
ต่อผู้มาใช้บริการนั่นเอง พวกศูนย์คอมพิวเตอร์ พวกศูย์ไอที

578
00:49:18,939 --> 00:49:19,759
นะคะ เราจะมีให้บริการอย่างไร อย่างมหาวิทยาลัยของเรา

579
00:49:19,759 --> 00:49:23,759
มีการให้บริการระบบเครือข่ายสำหรับนักเรียน ถูกไหม มี Wifi มี

580
00:49:29,776 --> 00:49:33,776
ฮอสปอต มี WiFi

581
00:49:34,618 --> 00:49:37,683
มีระบบเครือข่ายที่ให้บริการ มีบริการ

582
00:49:37,683 --> 00:49:38,422
พร้อมใช้งานไหม ทุกจุดมีการคำนวณ

583
00:49:38,422 --> 00:49:42,422
การกระจายสัญญาณครอบคลุมแต่ละตึกไหม

584
00:49:44,087 --> 00:49:48,087
อันนี้ก็จะเป็นรูปแบบการให้บริการต่าง ๆ เรามี

585
00:49:51,712 --> 00:49:51,757
ไหม ในการสามารถที่จะเจาะระบบข้อมูลได้ไหม

586
00:49:51,757 --> 00:49:55,757
นะคะ มันก็จะมีกระบวนการ ขั้นตอนตรงนี้เข้ามา

587
00:49:56,722 --> 00:49:59,131
ในการให้บริการ

588
00:49:59,131 --> 00:50:03,131

589
00:50:11,716 --> 00:50:15,494
ถัดมา ก็ต้องพูดถึง

590
00:50:15,494 --> 00:50:19,494
องค์ประกอบใช่ไหม ที่เน้นไปถึงไอทีของเรา พูดง่าย ๆ เลย

591
00:50:19,964 --> 00:50:20,676
โดยรวม 1. เขาพูดถึง

592
00:50:20,676 --> 00:50:24,676
เป็น Business ก็พูดถึงหน่วยงาน องค์กร เขาก็จะพูดถึง

593
00:50:27,455 --> 00:50:31,273
ภาครัฐหรือเอกชน หรือมหาวิทยาลัยของเราก็อยู่ใน

594
00:50:31,273 --> 00:50:34,995
องค์มรวมตรงนั้น เช่นเดียวกัน

595
00:50:34,995 --> 00:50:37,019
เริ่มแรกจากนะคะ

596
00:50:37,019 --> 00:50:40,606
เรามีเทคโนโลยี แล้วก็มีกลุ่ม

597
00:50:40,606 --> 00:50:44,606
ของธุรกิจ กลุ่มของหน่วยงาน เสร็จแล้วนะคะ

598
00:50:45,354 --> 00:50:49,354
มีการ implement

599
00:50:55,733 --> 00:50:59,733
เกี่ยวกับการให้บริการเกี่ยวกับเทคโนโลยีสารสนเทศ มีการจัดการอย่างไร

600
00:50:59,855 --> 00:51:02,375
เริ่มจากวัตถุประสงค์

601
00:51:02,375 --> 00:51:06,375
วัตถุประสงค์ ก็คือวัตถุประสงค์หน่วยงานกับ

602
00:51:11,741 --> 00:51:13,327
มีผู้บริหารเกี่ยวกับการจัดการสารสนเทศของเรา

603
00:51:13,327 --> 00:51:17,327
ของเรา

604
00:51:17,336 --> 00:51:21,336
และก็ผุ้บริหารที่ดูภาพองค์รวม

605
00:51:26,372 --> 00:51:28,295
ของแอปพลิเคชันนะคะ ก็คือการใช้งานทั้งหมดของ IT

606
00:51:28,295 --> 00:51:28,302
จัดการนะคะ ก็จะมีพวก Support

607
00:51:28,302 --> 00:51:32,302
Support เกี่ยวกับ Service Support การ

608
00:51:34,376 --> 00:51:38,376
ให้บริการ การรักษาความปลอดภัย

609
00:51:40,163 --> 00:51:41,311
การ

610
00:51:41,311 --> 00:51:45,311
ส่งมอบ การให้บริการ Service Delivery

611
00:51:47,684 --> 00:51:50,666
การไปให้บริการที่หน่วยงาน การให้บริการที่แผนก

612
00:51:50,666 --> 00:51:54,666
นะคะ แล้วก็เป็น infastructure โครงสร้าง

613
00:51:58,179 --> 00:51:59,594
ของตัวระบบเครือข่ายหรือว่าของตัวระบบ IT นั่นเอง

614
00:51:59,594 --> 00:52:01,869
นะคะ อันนี้ก็จะเป็นการรวมองค์ประกอบ

615
00:52:01,869 --> 00:52:05,869
ที่เอามาใช้เกี่ยวกับตัว ITIL หรือการให้บริการของเรานั่นเอง

616
00:52:06,323 --> 00:52:07,290
ก็คือ

617
00:52:07,290 --> 00:52:11,290
นำไป แล้วก็ปรับใช้ให้ตรง

618
00:52:16,130 --> 00:52:18,447
กับหน่วยงาน และก็องค์กรของเรา เพราะ

619
00:52:18,447 --> 00:52:22,447
แต่ละองค์กรก็จะมีแผนกไม่เหมือนกัน ทรัพยากร

620
00:52:24,291 --> 00:52:28,291
ไม่เท่ากัน คนไม่เท่ากัน คนน้อย คนเยอะ อุปกรณ์ไม่เท่ากัน

621
00:52:31,155 --> 00:52:32,222
ระบบเครือข่ายไม่เท่ากัน ทุกอย่างสามารถปรับเปลี่ยนให้มันเหมาะสมกับหน่วยงานของเรานั่นเองนะคะ

622
00:52:32,222 --> 00:52:33,152

623
00:52:33,152 --> 00:52:37,152
อย่างที่เน้นไป ก็คือเน้นกับกระบวนการและบุคคล

624
00:52:47,775 --> 00:52:51,775
ก็คือในหน่วยงานของเรามีทรัพยากรบุคคลเท่าไหร่ มีกระบวนการ

625
00:52:54,712 --> 00:52:57,449
นั่นเองนะคะ และก็มาดูเทคโนโลยีนะคะ แล้วก็

626
00:52:57,449 --> 00:53:01,449
นะคะ แล้วก็เวนเดอร์ ก็คือผู้ที

627
00:53:03,779 --> 00:53:06,952
่นำสินค้าเราไปให้บริการต่อนะคะ

628
00:53:06,952 --> 00:53:10,952
ถัดมา มาดู ITIL มาดูเรื่อง

629
00:53:19,785 --> 00:53:23,402
ของ PPPP

630
00:53:23,402 --> 00:53:25,193
4 ตัว อันแรกเลย มีอะไรบ้าง

631
00:53:25,193 --> 00:53:29,193
People ก็คือบุคคล

632
00:53:35,788 --> 00:53:36,855
Product ก็คือผลิตภัณฑ์ที่เราผลิตออกมา แล้วก็ Partner คือ ผู้ที่ร่วมมือกับ

633
00:53:36,855 --> 00:53:40,855
การทำงานกับเรา อาจจะเป็นบริษัทคู่ค้า

634
00:53:42,924 --> 00:53:46,765
ที่มาจับมือร่วมกันลงทุนนะคะ

635
00:53:46,765 --> 00:53:47,547
ก็จะมีองค์ประกอบอะไร

636
00:53:47,547 --> 00:53:48,941
บ้าง

637
00:53:48,941 --> 00:53:52,941
วัฒนธรรมขององค์กร Culture

638
00:54:01,539 --> 00:54:05,539
ของหน่วยงาน

639
00:54:06,674 --> 00:54:10,674
วัฒนธรรมหน่วยงานนะคะ เครือข่ายการจัดการเกี่ยวกับการให้บริการ แล้วก็

640
00:54:10,861 --> 00:54:12,259
ทำกระบวนการอย่างไรบ้าง ทำเมื่อไร

641
00:54:12,259 --> 00:54:16,259
ทำอย่างไร ทำที่ไหนนะคะ

642
00:54:16,522 --> 00:54:20,522
อันนี้ก็จะเป็นภาพรวมองค์กร เวลาเราให้

643
00:54:23,814 --> 00:54:26,503
บริการนั่นเอง มี Partner ไหม มีกระบวนการไหม

644
00:54:26,503 --> 00:54:29,356
มี Product ไหม แล้วก็มีบุคคล

645
00:54:29,356 --> 00:54:33,356
ที่เข้ามาเกี่ยวข้องนั่นเอง เข้าไปดูว่าวัฒนธรรมเป็นอย่างไร ในองค

646
00:54:39,813 --> 00:54:43,813
์กร ทรัพยากรที่มีในองค์กรเป็นอย่างไร มีการจัดการที่ดีไหม เราจะเริ่มทำที่ไหน

647
00:54:44,397 --> 00:54:48,397
ทำเมื่อไร ทำอย่างไรนั่นเอง นี่ก็จะเป็นกระบวนการการให้บริการ

648
00:54:49,490 --> 00:54:50,318
ถัดมา

649
00:54:50,318 --> 00:54:54,318
ISO นะคะ

650
00:54:54,358 --> 00:54:58,358
ก็จะเป็นมาตรฐานตัวถัดมา เมื่อกี้เรามี IEEE

651
00:55:02,861 --> 00:55:06,861
ITIL แล้วก็ ISO

652
00:55:07,954 --> 00:55:10,206
นะคะ ISO ก็จะเป็นองค์กรสากลนะคะ ที่ตั้งขึ้น

653
00:55:10,206 --> 00:55:14,206
ระหว่างประเทศ ว่าด้วยการมาตรฐานที่ได้สร้างขึ้น

654
00:55:15,540 --> 00:55:19,540
แล้วก้ให้ประเทศต่าง ๆ เข้ามาใช้งาน

655
00:55:22,083 --> 00:55:26,083
International Organization for Standardization

656
00:55:31,826 --> 00:55:35,621
ตัว ISO ของเรา สำหรับสารสนเทศของเราที่จะมาใช้นี่ อาจารย์จะยกขึ้น

657
00:55:35,621 --> 00:55:39,621
มา อันนี้ก็ยิ่งใกล้ตัวเช่นเดียวกันนะคะ

658
00:55:39,786 --> 00:55:43,786
วัตถุประสงค์ของ

659
00:55:44,847 --> 00:55:48,847
เขาคืออะไร กำหนดมาตรฐานระหว่างประเทศขึ้นมา ไม่ว่าจะเป็นพัฒนาอุตสาหกรรมนะคะ

660
00:55:52,620 --> 00:55:56,620
การกิจการทางการค้า

661
00:55:59,838 --> 00:56:03,838
ความร่วมมือ ไม่ว่าจะเป็นด้านวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีนะคะ ก็คือพัฒนาให้พัฒนาให้สินค้า และบริการของหน่วยงาน ของบริษัท

662
00:56:07,263 --> 00:56:11,263
ของแต่ละประเทศ ที่อยู่ใน

663
00:56:13,554 --> 00:56:15,558
ตัวสมาคมพวกนี้ ได้รับมาตรฐาน หรือว่าเป็นที่ยอมรับนั่นเองนะคะ

664
00:56:15,558 --> 00:56:19,444
พัฒนาและก็ส่งเสริม พูดง่าย ๆ

665
00:56:19,444 --> 00:56:23,444
โดยเราจะนำแนวคิดนะคะ PDCA

666
00:56:29,642 --> 00:56:32,481
PD

667
00:56:32,481 --> 00:56:36,481
CA ตามคือก็คือ PLAN DO Act แล้วก็ CHECK

668
00:56:39,849 --> 00:56:43,849
วางแผน วางแผนการทำงาน มีการหยุดพักไหม มีตารางหรือเปล่า หรือมีอะไร

669
00:56:47,853 --> 00:56:51,853
ที่มาเพิ่มเติมอีกไหม DO ก็คือเริ่มทำ Excecute to plan ก็คือ

670
00:56:54,253 --> 00:56:55,198
ก็คือเริ่มที่จะลงมือทำเมื่อไร

671
00:56:55,198 --> 00:56:59,198
check นะคะ ก็คือ Process

672
00:57:00,931 --> 00:57:03,645
ประเมินระหว่างกิจกรรมว่าที่เราทำไปนี่

673
00:57:03,645 --> 00:57:06,197
มันโอเคไหม ไม่ใช่ว่าทำไปเรื่อย ๆ

674
00:57:06,197 --> 00:57:10,197
ต้องมีการเช็กอยู่ทำตาม Process นี้ มันโอเคหรือไม่

675
00:57:13,767 --> 00:57:17,767
โอเค มีของเสียไหม หรือว่าเสียระยะเวลาเท่าไหร่

676
00:57:19,027 --> 00:57:23,027
นั่นเองนะคะ มา

677
00:57:23,862 --> 00:57:27,862
CHECK ประเมินกิจกรรมระหว่างทำงาน  loop problem resolution

678
00:57:31,461 --> 00:57:35,402
ก็คือเราก็ต้องเช็กกระบวนการ

679
00:57:35,402 --> 00:57:39,402
ทั้งหมดดูสิ ว่ากระบวนการที่ทำมาถูกต้องตามกระบวนการไหม และก็ Check

680
00:57:41,302 --> 00:57:43,253
อีกรอบหนึ่ง ให้ครบตามลูปนะคะ

681
00:57:43,253 --> 00:57:47,253
Act to inprove inputก็คือ

682
00:57:51,867 --> 00:57:51,973
เหมือนเราไปเช็กแล้วก็เรามีข้อบกพร่องตรง

683
00:57:51,973 --> 00:57:53,781
นี้นะคะ ใช้ทรัพยากรที่มาเกิดไป

684
00:57:53,781 --> 00:57:57,781
แล้วก็ไปปรับปรุงให้มันดีขึ้นนั่นเอง ก็จะเป็นกระบวนการ Plan Do Check Act

685
00:58:03,525 --> 00:58:07,525
เช็กนั่นเอง วางแผนทำงาน

686
00:58:07,873 --> 00:58:11,821
เริ่ม Check Check แล้วก็มาดูมาตรฐานให้มันดีที่สุด

687
00:58:11,821 --> 00:58:15,334
ให้มันครบกระบวนการนะคะ เหมือนเวลาเราทำทั่วไปเลย

688
00:58:15,334 --> 00:58:19,334
อันนี้เป็น PDCA ที่สามารถเอาไปใช้กับงานทุก ๆ อย่างได้ ไม่ว่าจะเป็นงานสารสนเทศ

689
00:58:23,571 --> 00:58:24,586
นะคะ หรือว่าจะเป็นการทำ Project

690
00:58:24,586 --> 00:58:27,908
รายงาน อันนี้ก็สามารถเอาไปใช้ได้

691
00:58:27,908 --> 00:58:31,908
ถัดมามาตรฐาน

692
00:58:39,882 --> 00:58:42,006
คุ้นนะคะ เดี๋ยวฟังไปบ่อย ๆ ก็จะคุ้นเองนะคะ จะเป็นกรอบแนวความคิดกรอบแนวความคิดคืออย่างไร

693
00:58:42,006 --> 00:58:46,006
กรอบแนวความคิดที่จะมาควบคุม

694
00:58:53,249 --> 00:58:57,249
การทำงานด้านเทคโนโลยีสารสนเทศของเรา เชื่อมโยงเป้าหมายทางธุรกิจ

695
00:58:57,404 --> 00:58:57,838
แล้วก็เป้าหมายทางเทค

696
00:58:57,838 --> 00:59:01,838
โลยีสารสนเทศ เป้าหมายทางธุรกิจกับเป้าหมายทางเทคโนโลยีสารสนเทศ

697
00:59:11,892 --> 00:59:15,543
สมมติเป้าหมายทางธุรกิจของเราอยากได้ผลกำไร ไตรมาสนี้หรือว่าภายใน 3-6 เดือนนี้

698
00:59:15,543 --> 00:59:19,543
กี่บาท แล้วเป้าหมายทางเทคโนโลยีสารสนเทศคืออะไร

699
00:59:27,898 --> 00:59:29,222
สมมติต้องการลดการย้ายทรัพยากร แล้วให้เกิดผลกำไร อันนี้

700
00:59:29,222 --> 00:59:33,222
ก็คือต้องไปควบคู่กัน ก็คือเป้าหมายต้องไปในทิศทางเดียวกัน

701
00:59:35,224 --> 00:59:39,224
ทั้งลดทรัพยากรแล้วก็เพิ่มผลกำไร แน่นอ

702
00:59:43,903 --> 00:59:45,817
น ลด Corse เป้าหมายทางธุรกิจก็ต้องเพิ่มขึ้น

703
00:59:45,817 --> 00:59:49,817
ต้องถูกเป้าหมาย เทคโนโลยีสารสนเทศ

704
00:59:50,469 --> 00:59:54,469
ก็ต้องถูกต้องเช่นเดียวกัน ดังนั้น ตัว COBIT ก็เลยจะเป็นวิธีการนำความคิดตัวนี้มาใช้

705
00:59:59,585 --> 01:00:02,822
นั่นเอง เน้นแบบกระบวนการ พยายามทำให้

706
01:00:02,822 --> 01:00:06,822
ตัวสารสนเทศของเรา อยู่ภายใต้การ

707
01:00:13,218 --> 01:00:17,218
ควบคุมการใช้สารสนเทศตามกฎตามเกณฑ์ตามกระบวนการ ทำ

708
01:00:20,246 --> 01:00:21,511
ตามระยะเวลาที่กำหนด ก็จะถูกต้องตามแผนที่เรา

709
01:00:21,511 --> 01:00:25,511
วางไว้ เหมือนเวลาเราวางแผน สมมติ

710
01:00:29,410 --> 01:00:33,410
ว่าจะทำการวางแผน ลงคอมพิวเตอร์เครื่องใหม่ในห้อง Lab นี้

711
01:00:36,253 --> 01:00:40,253
ใช้ระยะเวลาประมาณ 3 วัน สมมติเราวาง Preries time ไว้ 3 วัน ดังนั้น

712
01:00:47,917 --> 01:00:51,917
เราก็ต้องควบคุมทุกอย่างที่มัน ให้ครบ ใน 3 วัน ไม่ว่าจะเป็นจำนวนคน

713
01:00:54,711 --> 01:00:57,224
จำนวนแรงงาน ถูกไหมคะ อุปกรณ์ทุกอย่างต้อง Support

714
01:00:57,224 --> 01:01:01,224
ให้ทัน ถ้ามันช้าไปทุกอย่างมี

715
01:01:02,832 --> 01:01:06,832
ผลกระทบ ผลเสียต่อหน่วยงาน ผลเสียต่อกระบวนการต่าง ๆ อย่างไร มันก็จะเป็นผลกระทบที่เกี่ยวเนื่องกัน

716
01:01:09,373 --> 01:01:13,373
นั่นเอง ดังนั้น เราต้องควบคุมทุก ๆ อย่าง รวมถึงความเสี่ยงที่จะทำให้เกิดปัญหา

717
01:01:19,927 --> 01:01:21,836
อยู่ดี ๆ การไฟฟ้าแห่งจังหวัดของเราเกิดไฟดับมันก็ใช้ไม่ได้ ถูกไหมคะ กระบวนการต่าง ๆ ต้อง

718
01:01:21,836 --> 01:01:25,836
มีการวางแผนเผื่อไว้ มีการใช้ไฟสำรองโน่นนี่นั่น มีการเทสต์ระบบ

719
01:01:29,106 --> 01:01:30,808
หรือเปล่า อันนี้ก็เป็นกรอบ

720
01:01:30,808 --> 01:01:31,877
แนวความคิดที่นำมาใช้

721
01:01:31,877 --> 01:01:35,877
ก็เลยเป็นกระบวนการ

722
01:01:39,124 --> 01:01:43,124
ที่นำมาใช้ทางด้านไอที หรือว่าเทคโนโลยีสารสนเทศของเรา

723
01:01:44,050 --> 01:01:48,050
ใกล้จะหมดแล้ว

724
01:01:48,416 --> 01:01:48,646
COBIT ไปเรียบร้อยแล้ว

725
01:01:48,646 --> 01:01:52,646
ถัดมา COSO

726
01:01:56,691 --> 01:01:58,120
ตัว C จะเยอะหน่อย COSO COBIT

727
01:01:58,120 --> 01:02:02,120
CMMI COSO ก็จะเป็นกรอบแนวความคิดเช่นเดียวกัน

728
01:02:07,447 --> 01:02:11,447
คิดอย่างไรนะคะ ให้ปฏิบัติงานบรรลุตามเป้าหมาย

729
01:02:11,852 --> 01:02:12,489
อย่างมีประสิทธิภาพและมีประสิทธิผล

730
01:02:12,489 --> 01:02:16,489
วางแผนไปแล้ว มีประสิทธิภาพ

731
01:02:21,825 --> 01:02:25,825
แต่ผลลัพธ์ไม่ได้ มันก็จะขัดแย้งกัน ตัวนี้ก็ย่อมาจาก Committee of Sponsoring of the Treadway Commision

732
01:02:33,647 --> 01:02:33,814

733
01:02:33,814 --> 01:02:37,814
และจะเป็นการทำงานนะคะ ของคณะกรรมการ

734
01:02:38,759 --> 01:02:41,978
ของอเมริกานั่นเองนะคะ

735
01:02:41,978 --> 01:02:45,978
พัฒนาจากความเสี่ยง การควบคุมภายใน

736
01:02:49,746 --> 01:02:53,746
รวมถึงการป้องกันการทุจริตขึ้นมา

737
01:02:55,969 --> 01:02:59,969
เยอะเหลือเกินตัวมาตรฐานนะคะ อันนี้ก็จะเป็นกรอบแนวความคิด เมื่อกี้เป็น COBIT กรอบแนวความคิด

738
01:03:04,753 --> 01:03:08,753
นะคะ ว่าปผฏิบัติแนวความคิดธุรกิจ แล้วก็

739
01:03:09,887 --> 01:03:11,733
แนวปฏิบัติทางด้าน IT ต้องไปด้วยกัน ส่วน COSO

740
01:03:11,733 --> 01:03:14,786
จะเป็นกรอบแนวความคิดที่มีการพัฒนา

741
01:03:14,786 --> 01:03:16,368
ประสิทธิภาพและประสิทธิผลเกิดขึ้น ลักษณะ...

742
01:03:16,368 --> 01:03:20,368
ก็จะเป็นกสอดคล้อง หรือคล้อยตามกัน

743
01:03:24,791 --> 01:03:27,201
เป็นความคิดทั้ง 2 อันเลย ถัดมา

744
01:03:27,201 --> 01:03:31,201
มาตรฐาน CMMI

745
01:03:32,385 --> 01:03:36,385

746
01:03:43,977 --> 01:03:45,805
Capability Maturity Model Integration นะคะ อันนี้ก็จะเป็นมาตรฐาน

747
01:03:45,805 --> 01:03:48,244
ที่พัฒนาขึ้นมา ของวิศกรรมซอฟต์แวร์

748
01:03:48,244 --> 01:03:48,816

749
01:03:48,816 --> 01:03:52,816
ก็คือคนที่พัฒนาเกี่ยวกับตัวซอฟต์แวร์ขึ้นมานั่นเองนะคะ

750
01:03:59,984 --> 01:04:00,690
ก็จะพัฒนาซอฟต์แวร์ให้มันดีขึ้น แล้วก็ให้มัน

751
01:04:00,690 --> 01:04:04,690
มีประสิทธิภาพ และเป็นที่ยอมรับ บางทีซอฟต์แวร์

752
01:04:05,971 --> 01:04:09,971
ที่เราใช้อยู่ เขาจะพัฒนาอย่างไรให้มันดีขึ้น

753
01:04:13,600 --> 01:04:17,600
เหมือนใช้ Word PowerPoint Excel นะคะ

754
01:04:18,614 --> 01:04:22,614
มีซอฟต์แวร์ตัวไหนที่เป็นคู่แข่ง พัฒนาให้มันดีขึ้นนั่นเอง

755
01:04:23,204 --> 01:04:27,204
แล้วก็เป็นที่ยอมรับ เป็นที่ยอมรับคืออะไร ก็คือ

756
01:04:31,593 --> 01:04:35,593
ทุกหน่วยงานทุกบริษัท ทุกประเทศทั่วโลก ยอมรับ แล้วก็ใช้ซอฟต์แวร์ของเรา

757
01:04:36,690 --> 01:04:40,690
เมื่อเขายอมรับ ผลที่ตามมา ก็คือเงิน ก็คือเขาจะซื้อซอฟต์แวร์ของเราไปใช้ทุกคน

758
01:04:46,312 --> 01:04:50,312
และก็ส่งผลลัพธ์ทางธุรกิจของเรานั่นเองนะคะ CMMI เชื่อมั่นในผลิตภัณฑ์ของเรานะคะ

759
01:04:51,704 --> 01:04:55,704
เป็นที่เชื่อถือของลูกค้า ก็จะมีการการันตี แล้วก

760
01:05:04,006 --> 01:05:08,006
็ซื้อตัวซอฟต์แวร์ ของเราไปใช้งานนั่นเอง

761
01:05:08,993 --> 01:05:12,899
CMMI เมื่อกี้ก็จะเป็นพวกพัฒนาซอฟต์แวร์นะคะ คราวนี้เราก็จะมา

762
01:05:12,899 --> 01:05:15,030
สรุปมาตรฐานของเรา

763
01:05:15,030 --> 01:05:16,012
ที่อาจารย์พูดไปเมื่อกี้นะคะ มีหลายตัว

764
01:05:16,012 --> 01:05:20,012
ไม่ว่าจะเป็นกรอบแนวความคิดหรือว่ามาตรฐานที่เอามาใช้งาน

765
01:05:26,861 --> 01:05:30,861
พัฒนาซอฟต์แวร์ พัฒนาเกี่ยวกับฮาร์ดแวร์นะคะ หรือพัฒนา ITEL

766
01:05:31,188 --> 01:05:33,406
ของเราเมื่อกี้ เริ่มแรก การที่จะใช้ตัว

767
01:05:33,406 --> 01:05:37,406
มาตรฐาน เราก็ต้องกลับมาดูที่องค์กรของเรา

768
01:05:39,882 --> 01:05:41,204
ว่ามีบุคลากรแบบไหน มีการให้บริการไหม หรือว่าเป็นผลิต

769
01:05:41,204 --> 01:05:45,204
... ออกมาเป็นผลิตภัณฑ์ เมื่อมีมาตรฐาน

770
01:05:48,254 --> 01:05:52,254
พวกนี้ขึ้นมา เราก็ต้องมารองรับกับบริษัท หรือว่าหน่วยงานของเรา เสร็จแล้ว

771
01:05:54,571 --> 01:05:58,571
นะคะ เลือก Best Practices

772
01:06:02,200 --> 01:06:06,200
ก็คือเลือกแนวปฏิบัติที่นี่

773
01:06:08,020 --> 01:06:12,020
ที่หน่วยงานต่าง ๆ เขาใช้มาแล้ว เข้าใช้มาตรฐานตัวนี้ ส่งผลให้

774
01:06:13,745 --> 01:06:15,316
เกิดผลกำไรมากี่ปี กี่เดือน หรือเป็นที่รู้จักของ

775
01:06:15,316 --> 01:06:19,316
ทั่วโลก แล้วก็ลูกค้ามาก เอามาแล้ว

776
01:06:21,950 --> 01:06:25,950
เห็นมีคนใช้ดี เราก็หยิบมาใช้บ้าง ถูกไหมคะ เหมือนมีคนมาลองใช้ แล้วก็มั่นใจ

777
01:06:26,657 --> 01:06:30,657
เหมือนเราจะซื้อสินค้าชนิดหนึ่ง อย่าง Shoppee Lazada

778
01:06:36,006 --> 01:06:39,350
เราก็ต้องไปดูรีวิวสินค้าถูกไหมคะ ว่ามีคอมเมนต์ไหม ว่า

779
01:06:39,350 --> 01:06:43,350
สินค้าตัวนี้เขาดีจริงไหม มีคนใช้แล้ว ใช้ไปกี่วัน กี่เดือน กี่ปี ไม่เสีย ใช้แล้ว

780
01:06:47,387 --> 01:06:51,387
มันเกิดสนิมหรือว่าส่งเคลมอะไรได้ อันนี้ก็เป็นลักษณะเดียวกัน ไปดูก่อน ไปดูเพื่อนก่อน เพื่อนใช้ดี เราก็ใช้ตาม

781
01:06:53,583 --> 01:06:56,368
ถัดมา COBIT กับ COSO

782
01:06:56,368 --> 01:07:00,368
COBIT กับ COSO มันเป็นอย่างไร

783
01:07:03,858 --> 01:07:07,858
ทำอย่างไรให้บริหาร ทำอย่างไรให้บริหารจัดการหน่วยงาน

784
01:07:11,814 --> 01:07:12,937
มีผลลัพธ์เกี่ยวกับธุรกิจ ผลลัพธ์เกี่ยวกับ

785
01:07:12,937 --> 01:07:16,937
เทคโนโลยีสารสนเทศคล้อยตามไปในทิศทางเดียวกัน แล้วเกิดประโยชน์

786
01:07:23,370 --> 01:07:26,805
สูงสุดเกี่ยวกับหน่วยงานองค์กรของเรา ถัดมา

787
01:07:26,805 --> 01:07:27,802
มาตรฐานสำคัญที่จำเป็นเกี่ยวกับการให้บริการทาง IT

788
01:07:27,802 --> 01:07:31,802
การให้บริการของเราก็จะมี ITIL เมื่อกี้

789
01:07:34,259 --> 01:07:38,259
ที่มี 4P ใช่ไหมคะ

790
01:07:41,789 --> 01:07:44,272
People process ต่าง ๆ

791
01:07:44,272 --> 01:07:45,064
เข้ามา ISO

792
01:07:45,064 --> 01:07:47,906
แล้วก็ CMMI การให้บริการต่าง ๆ

793
01:07:47,906 --> 01:07:51,906
ถัดมา การพัฒนาซอฟต์แวร์ เราจะเห็น

794
01:08:00,050 --> 01:08:01,043
ตัว ISO นี่ มันจะอยู่หลายที่มาก

795
01:08:01,043 --> 01:08:05,043
ให้บริการทางด้าน IT ก็อยู่ พัฒนาทางด้านซอฟต์แวร์ก็อยู่

796
01:08:08,054 --> 01:08:12,054
มันจะเป็นมาตรฐานที่มีตัวเลขระบุอีกว่าตัว ISO นี้ เป็นมาตรฐานทาง

797
01:08:16,055 --> 01:08:20,055
ไหน มันยิบย่อยลงไปอีก รายละเอียดยิบย่อยลงไปนะคะ บริหารซอฟต์แวร์ CMMI ก็เหมือนกัน ซอฟต์แวร์ก็มี ให้บริการก็

798
01:08:22,197 --> 01:08:26,197
มีเหมือนกัน แล้วก็มาตรฐานการรักษาความมั่นคง ปลอดภััย

799
01:08:30,311 --> 01:08:34,311
ของ ISO 27000 หรือ DS 7799

800
01:08:34,478 --> 01:08:36,803
นะคะ มันก็จะเป็นชื่อย่อยลงไปอีกนะคะ

801
01:08:36,803 --> 01:08:40,803
เหมือนแต่ละมมาตรฐานที่อาจารย์พูดมา

802
01:08:44,862 --> 01:08:48,862
ISO IEEE ITIL

803
01:08:51,754 --> 01:08:52,198
CO COSO COBIT พวกนี้นะคะ มันก็จะมีเลขมากำกับข้างหลังอีก

804
01:08:52,198 --> 01:08:56,198
ว่าเป็นมาตรฐานเกี่ยวกับด้านไหน แล้วตัวเลขก็จะบอก

805
01:09:03,854 --> 01:09:04,397
ความหมายอีกว่าคืออะไรนั่นเองนะคะ

806
01:09:04,397 --> 01:09:08,389
โอเค วันนี้เราก็จะรู้ถึงมาตรฐาน

807
01:09:08,389 --> 01:09:12,389
มันเกิดจากอะไร มีกี่ประเภท อะไรบ้าง

808
01:09:18,374 --> 01:09:20,533
และมีมาตรฐานตัวไหน เป็นการให้บริการไหม

809
01:09:20,533 --> 01:09:24,533
หรือว่าเป็นผลิตภัณฑ์ หรือเป็นกรอบแนวความคิด

810
01:09:26,554 --> 01:09:27,454
เราจะยกไปใช้ หรือนำไปประยุกต์กับหน่วยงาน กับองค์กรเราได้อย่างไร

811
01:09:27,454 --> 01:09:31,454
ก็ต้องมาดูตรงนี้อีกนะคะ ต่อไปก็จะลงลึกแต่ละตัว

812
01:09:34,189 --> 01:09:36,774
แต่ละมาตรฐาน แล้วก็จะมีตัว

813
01:09:36,774 --> 01:09:38,532
เลขย่อยข้างหลังอีก ว่าแต่ละอันคืออะไร มันก็จะลงละเอียดเข้าไปอีกนะคะ อีก

814
01:09:38,532 --> 01:09:42,532
สัปดาหฺนี้นะคะ เป็นอย่างไร อาจารย์พูดง่วงนอนไห

815
01:09:52,077 --> 01:09:56,077
มคะ (นักศึกษาชาย) ไม่ครับ (อาจารย์ธิดารัตน์) ดูอย่างอื่นอยู่ ดูอย่างอื่นอยู่ โอเค ไม่ง่วงนะ วันนี้เดี๋ยวจะ

816
01:09:56,676 --> 01:10:00,676
มีงานให้ทำในห้อง เพื่อจะได้ไม่ต้องกลับไปทำ

817
01:10:07,047 --> 01:10:09,807
เป็นการบ้าน จะได้ทำเสร็จส่งเลย กลับบ้านไปส่วนมากลืม เวลาอาจารย์

818
01:10:09,807 --> 01:10:12,398
เช็กท้ายบทมันจะไม่ครบ มันจะได้มีส่วน

819
01:10:12,398 --> 01:10:16,398
ช่วย ไม่ถืออะไรมา อาจารย์ถือกระดาษมา

820
01:10:24,089 --> 01:10:24,944
ใช่อยู่ มีถือมาให้ ถือมาให้ โอเค มันเป็นง่าย ๆ ง่ายมาก

821
01:10:24,944 --> 01:10:26,444
เอาให้เขียน เขียนสิ่งที่เราสนใจ

822
01:10:26,444 --> 01:10:30,444
ง่าย ๆ ให้นักศึกษาเลือกมาตรฐาน

823
01:10:38,365 --> 01:10:42,365
สากลที่นักศึกษาสนใจ หรือมาตรฐานที่นักศึกษาเคยพบเจอ ขี่ผ่านโรงงานไป

824
01:10:46,616 --> 01:10:50,616
แม็กโคร โลตัสนี่ ตัว Honda Masda

825
01:10:54,555 --> 01:10:55,695
อาจจะไม่สังเกต มา ๆ

826
01:10:55,695 --> 01:10:59,695
มาทันพอดี อย่างน้อย

827
01:11:00,846 --> 01:11:04,846
3 มาตรฐานที่

828
01:11:10,235 --> 01:11:14,235
เราเคยเห็นหรือมาตรฐานที่เราสนใจน่ะคืออะไร หรือเอาจริง ๆ เลย

829
01:11:15,216 --> 01:11:17,133
หรือว่าไม่สนใจ ก็ไปหาข้อมูล

830
01:11:17,133 --> 01:11:21,133
ใน Search Engine อินเทอร์เน็ต มาให้

831
01:11:28,110 --> 01:11:30,752
ส่งเป็นงานท้ายบทของวันนี้ จะได้ไม่เกิดปัญหาการหลงลืมการบ้าน

832
01:11:30,752 --> 01:11:34,752
นะคะ ของสัปดาห์นี้แล้วกันนะคะ เดี๋ยวจะแจกกระดาษให้

833
01:11:34,983 --> 01:11:37,028
นะคะ 3 มาตรฐานนะ

834
01:11:37,028 --> 01:11:41,028
นะคะ มาตรฐาน 3 อัน แล้วก็เขียนรายละเอียดด้วยนะคะ

835
01:11:41,417 --> 01:11:45,417

836
01:11:48,668 --> 01:11:52,668

837
01:12:00,118 --> 01:12:04,118

838
01:12:04,118 --> 01:12:08,118

839
01:12:08,119 --> 01:12:12,119

840
01:12:16,125 --> 01:12:20,125

841
01:12:20,126 --> 01:12:24,126

842
01:12:24,127 --> 01:12:25,869

843
01:12:25,869 --> 01:12:26,307

844
01:12:26,307 --> 01:12:30,307

845
01:12:36,131 --> 01:12:40,131

846
01:12:40,134 --> 01:12:44,134

847
01:12:44,136 --> 01:12:48,135

848
01:12:48,135 --> 01:12:52,135

849
01:12:52,137 --> 01:12:56,137

850
01:12:56,137 --> 01:13:00,137

851
01:13:00,140 --> 01:13:04,140

852
01:13:04,143 --> 01:13:08,143

853
01:13:08,143 --> 01:13:12,143

854
01:13:12,147 --> 01:13:16,147

855
01:13:16,150 --> 01:13:20,149

856
01:13:20,149 --> 01:13:24,149

857
01:13:24,153 --> 01:13:28,153

858
01:13:28,154 --> 01:13:32,154

859
01:13:32,154 --> 01:13:36,154

860
01:13:36,157 --> 01:13:40,157

861
01:13:40,159 --> 01:13:44,159

862
01:13:44,162 --> 01:13:44,189

863
01:13:44,189 --> 01:13:45,794

864
01:13:45,794 --> 01:13:49,766
สำหรับ

865
01:13:49,766 --> 01:13:53,766
คาบนี้ก็ขอบคุณพี่ล่าม

866
01:13:55,313 --> 01:13:58,784
ให้น้อง ๆ เขาทำในห้องแล้ว ก็ขอบคุณพี่ล่ามมากนะคะ สวัสดีค่ะ

867
01:13:58,784 --> 01:14:00,473

868
01:14:00,473 --> 01:14:02,196
[สิ้นสุดการถอดความ]

869
01:14:02,196 --> 01:14:06,196

870
01:14:16,173 --> 01:14:20,173

871
01:14:20,175 --> 01:14:24,175

872
01:14:24,178 --> 01:14:28,178

873
01:14:28,178 --> 01:14:28,181

874
01:14:28,181 --> 01:14:32,181

875
01:14:32,183 --> 01:14:36,183

876
01:14:36,186 --> 01:14:40,186

877
01:14:40,187 --> 01:14:40,188

878
01:14:40,188 --> 01:14:44,188

879
01:14:44,192 --> 01:14:48,192

880
01:14:48,194 --> 01:14:52,194

881
01:14:56,197 --> 01:15:00,197

882
01:15:00,200 --> 01:15:04,200


