--- title: มาตรฐานสากลด้านเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์และดิจิทัล subtitle: date: วันพฤหัสบดีที่ 17 พฤษจิกายน 2565 เวลา 12.50 น. --- (ข้อความสดจากระบบถอดความเสียงพูดทางไกล) (อาจารย์ธิดารัตน์) สวัสดีค่ะ (ล่าม) สวัสดีค่ะ (อาจารย์ธิดารัตน์) เดี๋ยรออาจารย์สักครู่นะคะ (อาจารย์ธิดารัตน์) สวัสดีค่ะ ฮัลโหล ฮัลโหล ฮัลโหล ฮัลโหล ออกไหม สวัสดีค่ะ สวัสดีพี่ล่ามนะคะ ได้ยินนะ (ล่าม) สวัสดีค่ะ (อาจารย์ธิดารัตน์) โอเคค่ะ ก็วันนี้เราก็จะมาเริ่มเรียนนะคะ บทที่ 1 นะคะ เกี่ยวกับตัวมาตรฐานสากลด้านเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์และดิจิทัลนะคะ วันนี้ก็จะมาพูดเป็นภาพองค์รวมนะคะ ว่ารายวิชานี้เราจะเรียนมาตรฐานอะไรบ้างนะคะ แต่ละตัวมีมาตรฐานอะไรที่น่าสนใจ โอเคนะคะ เริ่มแรกก็จะพูดถึงบทนำของเราก่อนนะคะ ว่า ณ ปัจจุบันนี่ จะเห็นหน่วยงาน องค์กรของเรา มหาวิทยาลัยของเราก็ได้ แต่ละตัวนี่ระบบสารสนเทศ คอมพิวเตอร์ การใช้งานต่าง ๆ เข้ามาเกี่ยวข้อง ดังนั้น การบริหารงานด้าน IT หรือว่าเทคโนโลยีสารสนเทศนี่ สำหรับประเทศไทยนี่ก็เข้ามามีบทบาทบริหารที่เข้ามาดูแลและก็บริหารไม่ว่าจะเป็นผู้บริหาร แล้วก็ทรัพยากรอุปกรณ์ด้วยนะคะ ดังนั้นนะคะ บางครั้งผู้บริหารนี่ บางครั้งอาจจะถูกปรับขึ้นมาโดยไม่ได้จบทางสายเทคโนโลยีสารสนเทศ หรือว่า IT โดยเฉพาะ เราจะทำอย่างไร หรือจะมีตัวไหนที่เข้ามาช่วยผู้บริหารเหล่านั้นนี่เข้ามาบริหารงานด้านสารสนเทศให้มีประสิทธิภาพมากที่สุดนะคะ เมื่อผู้บริหารนี่ ไม่ได้จบหรือถูกพัฒนามาจากสายคอมพิวเตอร์หรือเทคโนโลยีสารสนเทศ ดังนั้น เวลาเขาบริหารหรือว่าพัฒนาบุคคลนะคะ รวมถึงทรัพยากรต่าง ๆ ที่อยู่ในงาน องค์กรของเขานี่ เขาอาจจะไปดูแบบแผนมา จากบริษัทอื่น หรือว่าหน่วยงานอื่น หรือว่าตัวกรณีศึกษาอื่น ๆ มา ซึ่งตรงนั้นอาจจะไม่ใช่ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด ดั้งนั้น ทำอย่างไรให้หน่วยงาน หรือว่าองค์กรของเรานี่ประสบความสำเร็จนะคะ การบริหารเทคโนโลยีสารสนเทศของไอทีนี่ ไม่ว่าจะเป็นที่ไทยหรือว่าต่างประเทศนะคะ หลักการบริหารก็มีรูปแบบที่คล้ายกัน รวมถึงตามชื่อของเรา คือ มาตรฐานสากล เพราะฉะนั้น เราก็จะเอาทางด้านไอทีที่เป็นสากลนี่เข้ามาซัพพอร์ต ให้ผู้บริหารเหล่านั้นนี่ ได้เข้ามาเลือก หรือว่าจัดสรรตัวสารสนเทศหรือว่าตัวมาตรฐานที่มันสอดคล้องกับหน่วยงานหรือองค์กรของเรานั่นเอง ทำงานให้เกิดประสิทธิภาพมากที่สุดนะคะ ทำอย่างไรให้ลดระยะเวลา ประหยัดเวลา ประหยัดคน ประหยัดทรัพยากร พูดง่าย ๆ คือ ได้ผลกำไรที่ดีที่สุดนั่นเองนะคะ ไม่ว่าจะเป็นการบริการ หรือว่าการผลิตภัณฑ์นะคะ เหล่านี้ก็ต้องสามารถที่จะให้ประสิทธิภาพให้ดีที่สุดให้กับหน่วยงานของเรานั่นเอง หรือว่าได้ผลกำไรนั่นเองนะคะ หัวข้อที่จะมาบรรยาย ก็จะเป็นพูดถึงมาตรฐาน ที่อาจารย์หยิบมา ที่คิดว่าน่าจะสำคัญแล้วก็สอดคล้องกับตัวรายวิชานี้นั่นเองนะคะ เริ่มแรกก็จะพูดถึงมาตรฐานไอทีที่เลือกมา มาตรฐานและการจัดทำ มีหน่วยงานไหน มีองค์กรไหนนะคะ มาตรฐาน IEEE มาตรฐาน ITIL มาตรฐาน ISO มาตรฐาน มาตรฐาน COSO และมาตฐาน ... ของมาตรฐานตัวนี้ นักศึกษาต้องจำได้ว่าแต่ละมาตรฐานนั้นคืออะไร มีรูปแบบ มีมาตรฐานอย่างไรนะคะ มีหน่วยงาน มีองค์กร แล้วก็เขาสนับสนุนทางด้านเรื่องไหนนั่นเองนะคะ เริ่มมาพูดถึงตัวมาตรฐาน IT ในการปฏิบัติงานทุกรูปแบบ เป็นการทำงานของสถานที่ไหน หน่วยงานไหน บางทุกกิจกรรมก็ต้องมีการปฏิบัติงานที่ซ้ำ ๆ หรือ เป็นรูทีนนั่นเองนะคะ ดังนั้น การปฏิบัติงานซ้ำ ๆ นี่ ทำอย่างไร ให้มันลดข้อผิดพลาดที่จะเกิดขึ้น ทำอย่างไร ให้ลดระยะเวลาในการทำงาน ทำอย่างไรให้ใช้ทรัพยากรให้คุ้มค่าที่สุดนั่นเองนะคะ ดังนั้นการปฏิบัติงานต่าง ๆ ก็ต้องให้ประสบความสำเร็จ แล้วก็ต้องมีตัวมาตรฐานเข้ามา ตอบโจทย์ตรงนี้นั่นเองนะคะ หากเราปฏิบัติงาน ปฏิบัติงานโดยไม่มีมาตรฐาน วันนี้อยากทำเท่านี้ วันนี้ไม่อยากทำ ใช้ระยะเวลาเท่าไหร่นะคะ เหมือนการให้บริการอย่างนี้ กรณีที่มีผู้มาใช้บริการเยอะ แล้วเราให้การบริการไปนี่ ระยะเวลาแต่ละที่นี่ไม่คาบเกี่ยวกัน ดังนั้น เราจะพึงพอใจไหม สมมติเราเป็นผู้รับบริการแล้วไปรับบริการหน่วยงานหนึ่ง ให้การบริการที่รวดเร็วกว่าและก็ดีกว่า กับอีกหน่วยงานหนึ่งที่ให้เวลาเยอะกว่านั่นเอง เราก็ต้องเลือกสิ่งที่ดีกว่าอยู่แล้ว ดังนั้น เราก็ต้องปฏิบัติงานปฏิบัติงานนะคะ ให้เกิดความพึงพอใจของผู้รับบริการ แล้วก็สามารถที่จะใช้งาน แล้วก็เชื่อมต่อกับตัวระบบงานอื่นได้ด้วยนั่นเองนะคะ ไม่ใช่ทำออกมา แล้วผลลัพธ์ที่ได้ไม่สามารถที่จะไปทำงานต่อ หรือว่าทำงานข้ามกับตัวอื่นได้นั่นเอง อันนี้ก็ต้องคำนึงถึงแผนกอื่น ฝ่ายอื่นด้วย ที่จะทำให้การทำงานของหน่วยงาน หรือบริษัทของเราดำเนินการอย่างสอดคล้องกันนั่นเองนะคะ อย่างตัวนี้ก็คือการนำระบบอินเตอร์นะคะ ยกตัวอย่างการใช้งานง่าย ๆ เหมือนเวลาตอนนี้นักศึกษาเข้ามามหาวิทยาลัย เวลาเข้าสู่คะ ยกตัวอย่างการใช้งานง่าย ๆ เหมือนเวลาตอนนี้นักศึกษาเข้ามามหาวิทยาลัย เวลาเข้าสู่อินเทอร์เน็ตนะคะ ล็อกอินเข้ามา Username password ถูกไหมคะ เข้าไปใช้งาน Search ข้อมูล ทำรายงาน หรือว่าเข้าไป Facebook เข้าไปดู เข้าไปดูสิ่งที่ต้องการค้นหาต่าง ๆ นั่นเอง เขาจะมีมาตรฐาน HTML ขึ้นมากดเข้าไปแล้วมี Response ในการทำงาน ค้นหาคีย์เวิร์ดต่าง ๆ ขึ้นมาเป็นระยะเวลาที่รวดเร็วไหม Keyword ที่ค้นหากับตัว... กับ Search Engin กับแหล่งข้อมูลที่เราต้องการมันตรงกันหรือเปล่า อาจจะ Search เป็นคีย์เวิร์ดหนึ่งแล้วผลลัพธ์ที่ออกมา ตรงกันไหม ข้อมูลมีเยอะมีเยอะหรือเปล่าอะไรอย่างนี้นะคะ มันก็จะมีมาตรฐานขึ้นมา เพื่อให้รองรับสำหรับผู้ใช้นะคะ เดี๋ยวเรามาดูต่อ อาจารย์พูดเร็วพูดช้าบอกด้วยนะคะ ก็จะพูดไปเรื่อย ๆ มีปัญหาง่วงนอนอะไรยกมือถามได้นะคะ ถัดมาจะเป็นตัวอย่างมาตรฐานในการใช้เว็บ อันนี้คุ้นเคยอยู่แล้ว เข้ามาใช้ทุกวันอยู่แล้ว อาจะวันหนึ่งอาจจะหลาย ๆ รอบก็ได้นะคะ การใช้งานเว็บไซต์ต้องมีมาตรฐานอะไรมาซับพอร์ต เริ่มแรก มาตรฐานฮาร์ดแวร์ ซอฟต์แวร์ บางคนบอก เกี่ยวด้วยหรือ เราแค่เข้าไปใช้เว็บไซต์ แน่นอน เราต้องมีอุปกรณ์ คอมพิวเตอร์ โน้ตบุ๊ก สมาร์ตโฟน แท็บเลต อะไรก็แล้วแต่ถูกไหมคะ ที่เราจะไปมาใช้ริการเว็บไซต์ ฮาร์ดแวร์เสร็จต้องมีซอร์ฟแวร์ คราวนี้นี่ เราเอาผลิตภัณฑ์ของบริษัทไหน หน่วยงานไหนมาใช้งาน หรือเรามาใช้แล้ว มันก็จะมีแบบว่าเป็น License แท้ ไม่ Licese แท้ ที่เรามาใช้งานนี่เป็นอย่างไรนะ มันก็จะเกี่ยวโยงกันไปเรื่อย ๆ นะคะ มาตรฐานระบบปฏิบัติการในอุปกรณ์ของเรา ไม่ว่าจะเป็นคอมพิวเตอร์ Tablet ระบบปฏิบัติการที่เราลงด้วย เขามีมาตรฐานไหม เราก็จะรู้ว่ามาตรฐานที่เราลงในอุปกรณ์ฮาร์ดแวร์ของเรานี่ มันรองรับกับอุปกรณ์ของเราในรุ่นไหนบ้าง กับอุปกรณ์ซอฟต์แวร์ไหนบ้าง ของ windows อย่างเดียว หรือว่าของ Linux นะคะ ก็แล้วแต่ว่าระบบปฏิบัติที่เราใช้งานนี่ มัน Support หรือรองรับตัวไหนบ้างนั่นเอง มาตรฐานระบบเครือข่ายและการสื่อสาร เครือข่ายที่เราใช้เป็นรูปแบบอะไร เป็น Local network เป็นสาย LAN ไหม สาย LAN ธรรมดา สายไฟเบอร์หรือเปล่า หรือเป็นการเดินสานในอากาศนะคะ พวกไวไฟพวก Satle lite ก็คือพวกดาวเทียม อันนี้ก็จะเป็นรูปแบบการสื่อสารเช่นเดียวกัน มันก็จะแยกเป็นประเภทอีก แบบไร้สาย แบบไม่ไร้สาย มีอุปกรณ์แบบไหนที่ซับพอร์ต มันก็จะเกี่ยวกันไปทั้งหมดเหมือนเวลาเราใช้งานเว็บไซต์ เราอาจหลงลืมไปว่ามันมีอุปกรณ์ ตัวไหนที่มาเชื่อมต่อบ้าง แล้วมันมีเทคโนโลยีไหนบ้าง และมาตรฐานตัวไหนมา Support เดี๋ยวเราก็จะเข้าไปดูระบบเครือข่าย ก็จะเป็นสัปดก็จะมาดูว่าระบบเครือข่ายมีอุปกรณ์ไหนบ้าง Support มีอุปกรณ์และมีมาตรฐานตัวไหน มาตรฐาน TCPIP อันนี้น่าจะคุ้น ปี 3 น่าจะเรียนนะ คุ้น ๆ ไหมคะ TCP/IP ส่ง IP ต่าง ๆ พวกเรียน Network มาแล้วน่าจะคุ้นอยู่ TCP/IP เปลี่ยนชื่อ เปลี่ยนโฮสต์ต่าง ๆ Server ผู้ส่งและผู้รับ มาตรฐาน HTML เรียนการเขียนเว็บมา น่าจะได้เรียนกันแล้ว น่าจะได้เรียนกันแล้วนะคะ โอเค เป๊ะ หมดแล้วพวกนี้ มาตรฐาน Search การ Search Engine ต่าง ๆ ก็เหมือนเวลาเราเข้า Google นะ หรือว่าเข้าไป Search ข้อมูลต่าง ๆ ก็จะเป็นมาตรฐานตัวนี้ อย่างที่อาจารย์บอกไปแล้ว คีย์เวิร์ดกับคำที่ค้นหานี่มันตรงกันไหม แสดงหน้าจอ มันไปแหล่งข้อมูลที่ถูกต้องใช่หรือเปล่า แล้วก็มี Response ระยะเวลานำเสนอเป็นเท่าไหร่ มาตรฐาน อักขระ นะคะ ในการสื่อสารนั่นเอง โอเค ถัดมา เราจะมาดูมาตรฐานที่เราสนใจนะคะ ยกตัวอย่าง มาตรฐานเกี่ยวกับบุคคล มาตรฐานความสามารถ แล้วก็ตำแหน่ง อย่างที่บอกไปนะคะ สมมติเราไปทำงงานนะคะ หน่วยงานหนึ่ง จบไปพร้อมกับนักเรียนจบใหม่ของห้องอื่น มหาวิทยาลัยอื่น หรือว่าที่อื่นนี่ เราอยากไปสมัครงาน เราจะมีคุณสมบัติอย่างไรที่เป็นการบอกว่าเรานี่มีความสามารถ ดังนั้น มาจรฐานเกี่ยวกับบุคคลนี่ ก็จะบ่งบอกได้ว่าเรามีความสามารถหรือมีทักษะอย่างไร พูดง่าย ๆ อย่างภาษาอังกฤษเราก็ไปสอบ ถูกไหมคะ ว่ามีอะไรนะคะ ใบเซอร์ที่รองรับว่าเรามีทักษะอย่างไร ด้านเทคโนโลยีสารสนเทศหรือว่าไอทีของเรา ก็จะมีตัวใบรับประกัน ว่าเรามีความสามารถทางไหนบ้างนั่นเอง อย่างมาตรฐานของตัวบุคคล ยกตัวอย่างเหมือน IC3 IC3 จะเป็นมาตรฐานที่บอกว่าคุณมีความสามารถในการใช้อุปกรณ์ฮาร์ดแวร์ ซอฟต์แวร์อย่างไร หรือว่าซอร์ฟแวร์สำเร็จรูป ใช้ Word PowerPoint Excel ได้ถึงขนาดไหน เหมือนเราไปเรียน Word PowerPoint Excel เรียนกันทุกคนนี่ในห้อง เราจะรู้ได้อย่างไร ว่าแต่ละคนมีทักษะในการใช้ Excel ระดับไหน คนไหนใช้เก่งสุด คล่องสุด เร็วสุด แล้วก็สามารถใช้เปิดฟังก์ชันต่าง ๆ ได้ ดังนั้น ตัวมาตรฐานของตัวบุคคลนี่ ก็จะมาเป็นตัวที่มาแสดงให้เห็นว่า แต่ละบุคคลนี่มีทักษะขนาดไหน เมื่อบุคคล หรือว่าบุคคลากรเรามีทักษะแล้ว ก็จะส่งผลให้องค์กรหรือว่าหน่วยงานนี่มีคุณภาพมากขึ้น เรามีบุคลากรที่มีคุณสมบัติแบบนี้ สมมติอาจารย์มีใบเซอร์ มหาวิทยาลัยก็จะรองรับว่ามีการเรียนการสอนที่ดี บุคลากรที่ได้รับการรองรับมา มันก็จะส่งผลต่อเนื่องกันไปนะคะ ถัดมา มาตรฐานเกี่ยวกับอุปกรณ์เครือข่ายและก็การเชื่อมต่อ อุปกรณ์เราใช้ของของผลิตภัณฑ์อะไร มีมารตฐานตัวไหนมารองรับ มีตัวกลางเครือข่ายไหมนะคะ เพราะเดี๋ยวนี้มันก็จะมีบริษัทที่มาให้บริการนี่ค่อนข้างเยอะนะคะ ดังนั้น ก็ต้องดูว่าแต่ละที่นี่ Support แล้วก็ให้บริการเราดีไหมนะคะ อย่างแต่ละพื้นนี่ การให้บริการก็อาจจะเข้าถึงไม่เท่ากัน ถ้าเป็น พื้นที่ที่ค่อนข้างเข้าถึงยากหรือว่าเป็นพื้นที่ที่ยังไม่มีการให้บริการระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ต มันก็็จะมีแค่บางผู้บริการเท่านั้น ที่สามารถให้บริการเราได้นะคะ การจัดการเกี่ยวกับการให้บริการ IT การให้บริการ IT อย่างไรนะคะ อย่างพวกระบบเซลลูลาร์ ระบบให้บริการโทรศัพท์นั่นเอง เราไป AIS Dtac TrueMove ใช่ไหม เราอยากสมมติเราอยากเป็นเจ้าของบริษัท การจัดการเกี่ยวกับการให้บริการ IT ก็คือคล้าย ๆ กับการบริการให้ระบบเครือข่ายนั่นเอง หรือในรูปแบบโทรศัพท์บ้าน อาจจะเป็น TOT องค์การโทรศัพท์ หรือว่า 3BB CAT Telecom ต่าง ๆ อาจจะเป็นคำที่เราคุ้นเคย แต่เราแยกไม่ออกว่า พวกนี้ที่ให้บริการเกี่ยวกับสารสนเทศหรือว่า IT ของเรานั่นเองนะคะ มาตรฐานเกี่ยวกับการพัฒนาซอฟต์แวร์ ก่อนที่จะไปเป็นซอฟตNแวร์ที่เราใช้ ณ ปัจจุบันนี่ เขาก็ต้องมีการใช้งานแล้วก็ทดลอง มีการ Test นะคะ มีการนักพัฒนา Developer แล้วก็มี Testing นะคะ ของตัวซอฟต์แวร์เทสต์ติงต่าง ๆ Developer มีบุคลากรแต่ละตำแหน่งมา Support พวกนี้ เขาจะมีมาตรฐานมารองรับอีกว่า ทำ 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 ครบตามมารตรฐานเรียบร้อยนะคะ มาตรฐานมั่นคงรักษาความปลอดภัยนะคะ มาตรฐานเกี่ยวกับเอกสาร แบบฟอร์ม ข้อมูลนะคะ การเก็บแบบฟอร์มข้อมูลต่าง ๆ นะคะ สามารถเก็บไว้แล้ว สามารถที่จะดึงข้อมูลกลับมาค้นหา แล้วทำเป็นรูปแบบรายได้ไหม ระยะเวลาเท่าไหร่ เก็บข้อมูลไว้ที่หน่วยงานไหนนะคะ อันนี้ก็จะเป็นตัวอย่างมาตรฐานที่ยกมานะคะ ให้นักศึกษาเข้าใจนะคะ ถัดมา เราจะมาพูดถึงตัวมาตรฐาน ประเภทประเภทของมาตรฐานก่อนนะคะ ต้นกำเนิดของมัน อันแรกนะคะ De Juror นะคะ เป็นมาตรฐานนะคะ ที่กำหนด โดยเริ่มจากมาตรฐานแต่ละประเทศ แล้วก็กำหนดโดยองค์กรระหว่างประเทศนะคะ เช่น IOS ก็จะเป็นการร่วมมือกันระหว่างของประเทศนะคะ ว่ามาตรฐานตัวนี้ ใช้งานแล้วมันเกิดผลอย่างไร Support ตัวไหนบ้าง อันนี้ก็คือเป็นระหว่างประเทศคิดด้วยกัน คราวนี้De Facto Standard อันนี้เป็นมาตรฐานที่ใช้ภายในหน่วยงานก่อน มีการใช้งานภายในหน่วยงาน ภายในองค์กรเสร็จ ใช้เสร็จปุ๊บ เกิดความแพร่หลาย จากหน่วยงานหนึ่ง หน่วยงาน 2 หน่วยงาน 3 กระจายพื้นที่มากขึ้นจากพื้นที่ที่เล็ก ๆ ก็จะใหญ่ขึ้นนะคะ ก็จะเป็นมาตรฐานที่ใช้กันใช้กันมาสืบเนื่อง แล้วสุดท้ายก็จะเป็น Open Standard ก็จะเป็นมาตรฐานที่เรารู้จักกันอยู่แล้ว เป็นสากล อันนี้คือมาตรฐานที่เราใช้กันมา นับมาหลาย ๆ ปี อยู่แล้วนั่นเอง อันนี้ก็จะเป็นประเภทของมาตรฐานทั้ง 3 แบบนะคะ Faco stabdad ถัดมา เมื่อเรารู้ประเภทของตัวมาตรฐานเรียบร้อยแล้ว ทีนี้เราก็จะเราก็จะมาดูสไลด์ต่อไปของเรานะคะ องค์กรหรือว่าองค์การมาตรฐาน มาตรฐานระดับโลก ก็จะมีตัวองค์กรที่มารองรับ อันนี้จะเป็นบางส่วนที่ยกตัวอย่างขึ้นมานะคะ ให้ดู อย่าง ISO ตัวนี้นะคะ ก็จะเป็นตัวมาตรฐานที่หน่วยงาน พวกองค์กรต่าง ๆ นี่ ตามบริษัทต่าง ๆ นี่ ค่อนข้างใช้เยอะนะคะ รวมถึงถ้าเป็นพวกเกี่ยวกับโรงงานนี่ ตัว ISO นี่ ค่อนข้างจะสำคัญมันจะเป็นมาตรฐาน เกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมที่มารองรับว่าหน่วยงานหรือองค์กรขิงเราผลิตแล้ว ไม่ส่งผลต่อสิ่งแวดล้อม เวลาเราจะผลิตหรือว่าทำอะไรนี่ มันจะไม่มีผลกระทบต่อคนอื่นสืบเนื่องมานั่นเอง ยกตัวอย่างของเมื่อกี้ ISO แล้ว เราจะมาพูดถึง ANSI นะคะ ANSI เป็นตัวสถาบันสถาบันมาตรฐานแห่งอเมริกานั่นเอง เป็นองค์กรนะคะ ที่สนับสนุนการพัฒนามาตรฐาน สารสนเทศของอเมริกานะคะ ตัวนี้ก็จะเป็นผู้เริ่มนะคะ ในการสนับสนุน ISO นะคะ ที่ประเทศไทยก็นำมาใช้ ตัวมาตรฐานตัวนี้นะคะ หรือ W3C นะคะ W3C ตัวนี้ก็จะเป็น ต่อไปนี่ นักศึกษาน่าจะคุ้นกับคำนี้มากขึ้น สำหรับเวลาเราเข้าไปใช้เกี่ยวกับตัวพัฒนา หรือว่าเขียน Coding มากขึ้นนั่นเอง W3C ก็จะเป็นองค์กรระหว่างประเทศนะคะ เกี่ยวกับเทคโนโลยีเว็บ เมื่อกี้เราเรียนไปแล้วเราเรียนไปแล้ว สำหรับปี 3 ก็จะมีพวก Web HTML นะคะ XML XHHTML พวกเทคโนโลยีเว็บต่าง ๆ ก็จะอยู่ W3C นะคะ เหมือนเวลาเราเรียนเกี่ยวกับเกี่ยวกับการเขียนโค้ด HTML นี่ มันก็จะมีหน้าของ W3C เข้าไปดูว่า เหมือน Psudo Type มันไปรันเกิดผลลัพธ์อะไรขึ้นมา พวก CSS คุ้นไหมปี 3 ชื่นใจแทนอาจารย์ที่สอนนะคะ เดี๋ยวนะ เดี๋ยวนะ หายไปไหนแล้ว ยกตัวอย่างตรงนี้ ตัวอย่างนี้นะคะ ของตัว W3C มันก็จะมี เห็นไหมเอ่ย เวลาเราเขียนโค้ด เราก็ไป Testing ต่าง ๆ เดี๋ยวปี 2 คงจะได้เรียนเหมือนกัน พวกทำเว็บไซต์ต่าง ๆ เขียน Coding ขึ้นมา Run แล้วมันมีหน้าตาอย่างไร ใช่ไหมคะ มีตรงไหนที่เกิด Error หรือว่ามี Format รูปแบบการเขียนอย่างไรบ้างนั่นเองนะคะ โอเค กลับไปดูต่อของเรา มันสลับไม่ได้เปล่า หรือว่าอย่างไร มาแล้ว มันต้องดู... สวัสดีค่ะ ไม่หมด เมื่อกี้ดู W3C ไปนะคะ มันก็เลยมีเทคนิคนิดหน่อย มันไม่ขึ้นจอ ถัดมานะคะ ก็จะมาดูตัวอย่างอีกอันหนึ่ง ที่จะพูดให้ฟัง CISA อันนี้ก็จะเป็นเหมือนการบริหาร วิเคราะห์ อันนี้จะแนว ๆ ออก เหมือนเป็นผู้บริหาร จะดูว่าหน่วยงานของเรานี่มีทรัพยากรเท่าไร เราจะบริหารจัดการอย่างไรให้เกิดการคุ้มทุนนั่นเอง ไม่เกิดความเสี่ยงนะคะ ตัว CISA นี่ คราวนี้เราก็ต้องมาดูอีกนะคะ ว่าบริษัท หน่วยงาน องค์กรของเรานี่ ผลิตบริการในในรูปแบบไหนนะคะ ให้บริการ เป็นอุปกรณ์ หรือผลิตเป็นผลิตภัณฑ์ออกมา หรือเป็นบริการของผู้ใช้นั่นเองนะคะ ดังนั้น การเลือกตัวตัวมาตรฐานที่จะมาใช้ในหน่วยงาน หรือว่าองค์กรของเรานี่ มันก็จะแตกต่างกัน ตามแต่ละหน่วยงานที่ให้บริการนั่นเองนะคะ ถัดมา เราจะมาพูดถึงการพัฒนามาตรฐานด้านสารสนเทศในประเทศไทยของเราก่อนนะคะ สำหรับประเทศไทย ก็จะมีสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์ อุตสาหกรรมของไทยนั่นเองนะคะ ที่จะมาเป็นผู้กำหนดนะคะ มาตรฐานแห่งชาติของเรานะคะ สำนักงานพัฒนามาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม ก็จะมีตัวย่อมา สมอ. ก็จะมีคณะกรรมการที่แต่งตั้งขึ้นมาแล้วก็แบ่งหน้าที่ในการรับผิดชอบ ในแต่ละของแต่ละหน่วยงานนะคะ ของแต่ละประเทศนะคะ โดยแต่งตั้งคณะกรรมการวิชาการภาค 36 ขึ้นมา เพื่อดูแลมาตรฐานของเทคโนโลยีสารสนเทศนะคะ เพราะว่ามาตรฐานทางอุตสาหกรรมนี่ มันก็จะมีหลากหลายประเภทนั่นเองนะคะ ว่าอุตสาหกรรมทางด้านนี้มีอะไรบ้าง มันก็จะไล่มาเป็นคณะ คณะ และปัจจุบันคณะกรรมการวิชาการ 5 3 6 นี่ ก็จะแบ่งเป็น 2 ทีมนะคะ โดยคณะที่ 1 หรือทีมที่ 1 ของเรานี่ ก็จะกำหนดเกี่ยวกับรูปแบบเป็นจังหวัดนั่นเองนะคะ แบ่งเป็นตัวรหัสย่อ Code ต่าง ๆ นะคะ แล้วก็ตามมาด้วย อำเภอ ส่วนทีมที่ 2 ก็จะกำหนดอักขระ การเขียนโปรแกรม และโครงการซอฟต์แวร์ ก็คือรูปแบบการเขียนโปรแกรม หน่วยงานที่ 2 ก็จะทำการดูแลนั่นเอง ว่าการเขียนซอร์ฟแวร์ที่ถูกพัฒนาขึ้น โดยหรือบริษัทในประเทศไทยนี่ มีมาตรฐานถูกต้องไหมนะคะ หรือการเขียนโปรแกรมต่าง ๆ มีมาตรฐานสอดคล้อง หรือว่ารองรับหรือเปล่านั่นเองนะคะ ถัดมา นอกจาก สวอ. แล้ว ก็ยังมีหน่วยงานไหน ที่เราน่าจะคุ้นเคยกันบ้าง อันแรก ก็คือราชบัณฑิต อันนี้น่าจะเป็นคำที่คุ้นเคย น่าจะได้ยินอยู่แล้ว ศัพท์เทคนิคทางคอมพิวเตอร์ บางทีเขียนทับศัพท์ไม่ถูก อย่างคีย์บอร์ด เมาส์ เราเขียนไม่ถูกเราก็ต้องไปเปิด เหมือนพจนานุกรมเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์นั่นเอง ดูสิ เขาใช้การสะกดคำอย่างไร มีอักขระอย่างไรนะคะ ต่างกัน คีย์บอร์ดอาจจะเขียนว่าเป็นแป้นพิมพ์ พวกนี้ก็จะถูกบัญญัติไปศึกษาตัวร่าง ตัวคำศัพท์พวกนี้ตัวคำศัพท์ตัวนี้ในราชบัณฑิตศัพท์คอมพิวเตอร์นะคะ ถัดมา หอสมุดแห่งชาติ หอสมุดก็เหมือนห้องสมุดของเรา ถ้าอยู่ในมหาวิทยาลัย ก็จะเป็นการเก็บรวบรวมข้อมูลหนังสือนะคะ อันนี้ก็จะเป็นห้องสมุดแห่งชาติ ก็จะเก็บหนังสือต่าง ๆ ของในประเทศไทยไว้ ก็จะมีตัวรหัส ISBN ก็คือรหัสที่อยู่หมวดหมู่หนังสือของเรานั่นเองว่าอยู่ลำดับที่เท่าไหร่ ตำแหน่งไหนนะคะ ถัดมา สภาอุตสาหกรรม สภาอุตสาหกรรม อุตสาหกรรมเกี่ยวกับเทคโนโลยีสารสนเทศ ก็จะเป็นอุตสาหกรรม ออุตสาหกรรมหนึ่ง ดังนั้น ก็อยู่ภายในสภาอุตสาหกรรม จะมีผลิตภัณฑ์อาจจะเป็นฮาร์ดแวร์หรือว่าซอฟต์แวร์ที่ผลิตมามันก็ต้องมีรหัสสินค้า ผลิตที่ปีเท่าไหร่ เป็นสินค้าประเภทไหน กำหนดออกมาเป็น Barcode ณ ปัจจุบันก็จะมี QR Code ที่ผลิตขึ้นมานั่นเองนะคะ อันนี้ก็จะเป็นตัวมาตรฐานของเรา ถัดมา ก็จะเกิดข้อคำถามขึ้นมา เราเป็นนักเรียน นักศึกษา หรือว่าผู้ใช้บริการต่าง ๆ นี่ เราจำเป็นไหมที่ต้องพัฒนา หรือใช้มาตรฐาน หรืออาจจะมีคำถามในใจว่า เราจำเป็นไหมที่จะต้องรู้ เกี่ยวกับตัวมาตรฐานพวกนี้ ท้ายที่สุดแล้ว ผลลัพธ์คืออะไร เริ่มแรกนะคะ อันที่หนึ่ง เราจะทำงานร่วมกันได้ มีภาษาที่เข้าใจตรงกัน ทำงานร่วมกันได้ มีภาษา แล้วก็เข้าใจตรงกันคืออย่างไร เวลาเราทำเกี่ยวกับอุปกรณ์นะคะ ไม่ว่าจะเป็นการใช้อุปกรณ์สำนักงานหรือว่าคอมพิวเตอร์ต่าง ๆ พวก Office ต่าง ๆ นี่ สมมติเราใช้แพลตฟอร์มหนึ่ง ไปใช้กับเพื่อนอีกแพลตฟอร์มหนึ่ง คนหนึ่งใช้ Linux ไม่รู้นักศึกษาเคยได้ยินไหม มันก็ยังมีอยู่ คนหนึ่งใช้ Linux คนหนึ่งใช้ Mac ใช้ OS Windows เราจะทำอย่างไรให้ผลลัพธ์ใช้พวก Office ลักษณะเป็นพวก Word ทุกอย่างนี่ มันต้องมีมาตรฐานแล้วก็สามารถมีแฟลตฟอร์มที่สามารถใช้ร่วมกันได้ ดังนั้น มันก็ต้องมีมาตรฐานมารองรับ ไม่ใช่ว่าคนหนึ่งใช้แพลตฟอร์มหนึ่ง อีกคนใช้แพลตฟอร์มหนึ่ง อันนี้ไม่สามารถที่จะใช้ร่วมกันได้ อันนี้จะไม่เกิดประโยชน์นั่นเองนะคะ มีเกณฑ์การทำงาน บริการ แลกเปลี่ยน แล้วก็รักษาความมั่นคงปลอดภัย เกณฑ์การทำงาน การบริการ การแลกเปลี่ยนข้อมูล สิ่งสำคัญ ก็คือเวลาเราปฏิบัติงานนี่ การส่งข้อมูลนะคะ บางทีหน่วยงานหนึ่งหลากหลายสาขา ถ้าเป็นข้อมูล ถ้าเป็นบริษัทใหญ่ ๆ บางทีนี้จะมีการโอนข้อมูล เหมือนทำงานเสร็จช่วงเที่ยงคืน อาจจะการโอนไปยังสาขาย่อยไปสาขาใหญ่ ดังนั้น เราจะเชื่อใจได้อย่างไร ว่าข้อมูลที่เราถ่ายโอนไปทุกวันนี่ มันจะไม่ตกหายไประหว่างทาง ดังนั้น ต้องมีความั่นคงปลอดภัยมารักษา เพื่อในการส่งข้อมูล นักศึกษาอาจจะงงว่า เอ๊ะ เวลาส่งข้อมูล สมมติ... เหมือนบริษัท เป็นธนาคารแล้วกัน แล้วก็จะมีสาขาสำนักงานใหญ่ อยู่กรุงเทพฯ ดังนั้น เวลาประมวลผล หรือว่าแต่ละไตรมาศของบริษัท หรือว่าของธนาคารนี่ จะมีการประมวลผลรวบยอดทั้งหมดของทุกสาขา ดังนั้น เราจะแน่ใจได้อย่างไรว่าแต่ละสาขาที่ส่งมา มันไม่ใช่ว่าเราใส่ Tumbdrive หรือว่าใส่ Harddisk ที่กรุงเทพนะคะ เวลาเราส่งข้อมูลเราก็จะส่งผ่านเครือข่าย ซึ่งแต่ละที่ ถ้าเป็นหน่วยงานที่ส่งบ่อย ๆ ที่สำคัญนี่เขาจะลากสายโดยตรงนะคะ ถ้าเป็นบริเวณในระยะที่ไกลมาก อาจจะสายเดิน อาจจะเป็นไฟเบอร์ออปติกหรืออะไรก็ตาม แล้วแต่ ตามหน่วยงานเพื่อไม่ให้ข้อมูลของเรานี่รั่วไหล เขาก็จะมีรอบในการส่งข้อมูลอยู่แล้วนะคะ ดังนั้น อันนี้ก็จะเป็นรูปแบบของการรักษาความมั่นคงปลอดภัย ในการสื่อสารนั่นเอง แล้วก็ส่งข้อมูลนั่นเอง สำหรับผู้ใช้และผู้ซื้อลดความเสี่ยง เราลองมองภาพง่าย ๆ ในการซื้อซอฟต์แหรือเราใช้ Microsoft Office ก็ได้ พูดง่าย ๆ ไปนี่ มันสามารถที่จะเปิดใช้งานได้มั้ย คนอื่นสามารถเอาไปแก้ไขต่อได้หรือเปล่า มันล็อกไหม อันนี้ก็คือลดความเสี่ยง ซื้อซื้อซอฟต์แวร์ที่มีการันตี ย่อมปลอดภัยกว่า เหมือนเราซื้อของน่ะ ซื้อสินค้าอะไรก็ได้ มีการันตี มีการเปลี่ยนเคลม อันนี้ย่อมมีเกิดความมั่นใจ แม้ว่าราคามันอาจจะเหลื่อมกันนิดหน่อย เราก็ต้องมองภาพองค์รวมด้วย ใช้งานได้ แล้วเกิดประโยชน์จริงหรือเปล่า ทำงานข้ามระบบกันได้หรือเปล่า แต่ละบริษัท แต่ละหน่วยงานนะคะ อาจจะมีอุปกรณ์ อาจจะมีซอฟต์แวร์ที่ไม่เหมือนกัน ดังนั้น สมมติถ้ามีการควบรวม หรือว่าการเทกโอเวอร์ หรือการซื้อบริษัทเข้ามาเพิ่ม พวกผลลัพธ์ข้อมูลต่าง ๆ ของแต่ละแผนก สามารถโอนย้ายข้อมูลต่าง ๆ ของแต่ละแผนกนี่ สามารถโอนย้ายระหว่างกันหรือไม่ ดังนั้น ซอฟต์แวร์ที่ใช้กันต่าง ๆ นี่ มันก็จะต้องดูว่าทำงานข้ามระบบกันได้ไหม แต่ ณ ปัจจุบันนี่ ซอฟต์แวร์ส่วนมาก ก็สามารถส่งได้นะคะ ลดอุปสรรค์ทางการค้า บริษัทเล็กซื้อวัตถุดิบมาจากบริษัทหนึ่ง ดังนั้น การส่งข้อมูลระหว่างบริษัทก็จะมีรูปแบบข้อมูลที่แตกต่างกัน ดังนั้น ถ้าเรามีมาตรฐานที่เป็นสากลตรงกลาง ก็คือสามารถส่งหากันได้ ตัวนี้ก็จะลดอุปสรรคก็ได้ หรือขายวัตถุดิบให้ใครก็ได้ โดยไม่เกิดอุปสรรค์ตรงนี้นะคะ ถัดมา ก็จะพูดถึงข้อดีแล้วกันนะคะ ตัวมาตรฐานของเรา ก็คือเมื่อเรามีมาตรฐานที่ดี มีวิธีการปฎิบัติที่ดี ผลลัพธ์ ประสิทธิภาพ ประสิทธิผล การทำงานก็ดีขึ้น ทำงานเร็วขึ้น ประหยัดเวลา ประหยัดคน ประหยัดงบประมาณ พูดง่าย ๆ มันก็จะเป็นการรวม รวบยอดทั้งหมดนะคะ ความสามารถ การทำงานร่วมกัน แล้วก็กำหนดระดับความยอมรับ ถัดมา อันนี้เราพูดไปแล้ว สัปดาห์ที่แล้ว คร่าว ๆ นะคะ แล้วก็เมื่อกี้พูดไปนิดหนึ่ง ของ CISA ที่บอกไปว่า System ตัว ซอฟต์แวร์ของแต่ละบุคคล สมมติว่าเราสนใจอยากเป็นนักพัฒนา นักทดสอบต่าง ๆ เราก็ต้องมีตัว Certificate ที่มารองรับ ทางด้านไอที หรือว่าด้านไหนก็ตาม ไม่ว่าจะเป็นภาษาอังกฤษนะคะ ความสามารถในการสื่อสารภาษาตัว Certificate ตัวนี้ก็เหมือนกัน มองภาพง่าย ๆ หรือว่าอยากมีทักษะอยากเป็นเชฟขึ้นมานี่ ก็ต้องมีใบรับรองว่าไปสอบที่ไหนจะเข้าไปที่ไหน การทำงานก็รองรับนี่ มันย่อมการันตีความสามารถอยู่แล้ว อยู่รวมที่เป็นสากลนะคะ อันนี้ก็จะเป็นตัว Certificate ของตัว Microsoft Specialist ทางด้านต่าง ๆ หรืออันนี้ก็ได้ มองภาพใกล้ตัวเรามากที่สุด เราจะเป็นนี่ Microsoft Certificate trainer เอาใกล้ตัวที่สุด ก็คือเราเข้าใจถึงการใช้งานของ Microsoft เก่งมากเลยเกี่ยวกับการใช้ Word PowerPoin Excel นะคะ ราสามารถไปเป็นวิทยากรสอนตามสถาบัน ตามหน่วยงาน ตามก็สามารถที่จะสอบ Certified Trainer นะคะ ไปต่อยอด แล้วก็ไปปฏิบัติงานติ่ได้นั่นเอง หรือ เอาที่แบบมองภาพง่ายที่สุด อีกอันหนึ่ง MCDST Microsoft Support technicians เหมือนเป็นซัพพอร์ตนั่นเอง เวลาเราอยู่ในหน่วยงานใช่ไหม มันจะมีทีม Support ของไอที เหมือนโรงพยาบาล หรือมหาวิทยาลัยก็ได้ คอมพิวเตอร์ใช้ไม่ได้ Network ใช้ไม่ได้ พรินเตอร์ใช้ไม่ได้ แต่ละแผนกนั่นเอง อาจจะเป็นแผนกบัญชี แผนกการเงินนะคะ แผนกบุคคลต่าง ๆ เราก็สามารถไปจัดการหรือว่า Word มีฟอนต์ไม่ครบทำอย่างไร Print งานไม่ได้นะคะ ถ้าเรามีตัว Certified Desktop Support Technicians ที่จะไปทำงานตรงนี้ แผนกนี้ของแต่ละบริษัท ที่เขารองรับการทำงานของเรานะคะ มันก็จะการันตีถึงความสามารถของเรานั่นเอง ตัวอื่นมันจะเป็นเฉพาะทางขึ้นมาครั้งก่อนก็พูดแล้วนะ เกี่ยวกับพวก Sun แล้วก็ Java Certified ต่าง ๆ นะคะ อันนี้น่าจะไม่ค่อยได้ใช้กันเท่าไหร่ ไม่ค่อยได้เห็นนะ ที่แต่ก่อนฮิตมาก ณ ปัจจุบันก็ยังที่ฮิตอยู่ ก็จะเป็นพวก Cisco ก็จะเป็นเกี่ยวกับ Network พื้นฐานนะคะ ของ CCNA Cisco Certified Network Associate นั่นเองนะคะ ตัวนี้ เหมือนเวลาเราเรียนคอร์ส network ขั้นต้น network ขั้นสูง แล้วก็สามารถสอบใบ Certificate ของของ Cisco CCNA ตัวนี้ได้นั่นเองนะคะ ค่ะ ตอนนั้น สมัยหลายปีก่อน ก็จะมีสอบของ ของ Microtic ก็จะเป็น Network คือ Network นี่ มันก็จะเป็นชื่อตามบริษัทผลิตภัณฑ์ที่เขาผลิตออกมา Microtic ก็จะเป็นพวก Switch เป็นเกี่ยวกับพวก Network Cisco ก็จะผู้ผลิตเหมือนกัน หน่วยงานบริษัทองค์กรของเราซื้อผลิตภัณฑ์ตัวไหน เราก็ต้องไปซับพอร์ตกับยี่ห้อนั้นนั่นเองนะคะ สมมติราชภัฏสกลนครซื้อ Microtic เจ้าหน้าที่ทุกคนก็ต้องมี ของ Cisco เกี่ยวกับ Cisco นั่นเองนะคะ ลักษณะก็จะเป็นเหมือนกันนะคะ ของที่สกลฯ ของเรา ก็จะมีเจ้าหน้าที่วิทยากรมาอบรมแล้วก็สอบ มันก็จะมี แล้วแต่ว่าเป็นรอบไป ว่าของมหาวิทยาลัยของเรานี่ ทำ MOU กับมหาวิทยาลัยไหน ของ Microsoft ของเรา ก็มีสอบเหมือนกัน เป็นสอบ ก็ให้ปีสูง ๆ มาสอบนั่นล่ะ ปี 3 ปี 4 ก็มาสอบ มาสอบด้วยกัน มานั่งอบรม ก็มาสอบ ก็จะได้ใบเซอร์ ใครที่ผ่านเกณฑ์ก็จะได้ใบเซอร์รองรับนะคะ ต้องดูว่าแต่ละรอบของมหาลัยนี่ ทำ MOU กับบริษัทไหนนั่นเองนะคะ ต่อไป เราจะมาพูดถึงตัวมารตฐานที่อาจารย์ยกตัวอย่างมาตอนแรกนะคะ ว่ามีตัวไหนบ้าง IEEE ตัวนี้น่าจะได้ใช้บ่อยกันแน่ ๆ ก็จะเป็นการก่อตั้งระหว่างสถาบันวิศวกรรมไฟฟ้า วิศวกรรมอิเล็กหรอนิกส์ นะคะ ก็จะร่วมกันของวิศวกรต่าง ๆ ทำการวิจัยและพัฒนานะคะ องค์ความรู้นะคะ โดยเน้นเกี่ยวกับไฟฟ้ากำลัง คอมพิวเตอร์ โทรคมนาคม ไฟฟ้ากำลัง ไฟฟ้าคอมพิวเตอร์ แล้วก็ไฟฟ้าสื่อสาร กับโทรคมนาคม จะเป็นเลขเดียวกันนะคะ และก็จะมีระบบอิเล็กทรอนิกส์ ระบบรัดกุม ตามกลุ่มที่เขาพัฒนาแล้วก็วิจัยนั่นเอง ก็จะเกิดมาตรฐานขึ้นมาขึ้นมา ก็เกี่ยวกับการสื่อสารของเรานั่นแหละนะคะ สายวัด สาย LAN ต่าง ๆ มีมาตรฐานต่าง ๆ อย่างไร Coax ไฟเบอร์ นู่นนี่นั่น การเข้าสายแบบไหน ก็จะเป็นมาตรฐานตัวนี้ เดี๋ยวมาดูกัน อุปกรณ์พวกนี้ เอามาตรฐานไหนมารองรับ เราน่าจะคุ้นชินมากที่สุดแล้วตัวนี้ ถัดมา ITIL Infrastructure Library นะคะ เป็นมาตรฐานเกี่ยวกับการให้บริการ IEEE นี่ เหมือนจะเป็นพวกอุปกรณ์ฮาร์ดแวร์ คราวนี้เป็นการให้บริการ การปฏิบัติ ต่อผู้มาใช้บริการนั่นเอง พวกศูนย์คอมพิวเตอร์ พวกศูย์ไอทีนะคะ เราจะมีให้บริการอย่างไร อย่างมหาวิทยาลัยของเรา มีการให้บริการระบบเครือข่ายสำหรับนักเรียน ถูกไหม มี Wifi มีฮอสปอต มี WiFi มีระบบเครือข่ายที่ให้บริการ มีบริการพร้อมใช้งานไหม ทุกจุดมีการคำนวณการกระจายสัญญาณครอบคลุมแต่ละตึกไหม อันนี้ก็จะเป็นรูปแบบการให้บริการต่าง ๆ เรามีไหม ในการสามารถที่จะเจาะระบบข้อมูลได้ไหม นะคะ มันก็จะมีกระบวนการ ขั้นตอนตรงนี้เข้ามา ในการให้บริการ ถัดมา ก็ต้องพูดถึงองค์ประกอบใช่ไหม ที่เน้นไปถึงไอทีของเรา พูดง่าย ๆ เลยโดยรวม 1. เขาพูดถึงเป็น Business ก็พูดถึงหน่วยงาน องค์กร เขาก็จะพูดถึงภาครัฐหรือเอกชน หรือมหาวิทยาลัยของเราก็อยู่ในองค์มรวมตรงนั้น เช่นเดียวกัน เริ่มแรกจากนะคะ เรามีเทคโนโลยี แล้วก็มีกลุ่มของธุรกิจ กลุ่มของหน่วยงาน เสร็จแล้วนะคะ มีการ implement เกี่ยวกับการให้บริการเกี่ยวกับเทคโนโลยีสารสนเทศ มีการจัดการอย่างไร เริ่มจากวัตถุประสงค์ วัตถุประสงค์ ก็คือวัตถุประสงค์หน่วยงานกับมีผู้บริหารเกี่ยวกับการจัดการสารสนเทศของเราของเรา และก็ผุ้บริหารที่ดูภาพองค์รวมของแอปพลิเคชันนะคะ ก็คือการใช้งานทั้งหมดของ IT จัดการนะคะ ก็จะมีพวก Support Support เกี่ยวกับ Service Support การให้บริการ การรักษาความปลอดภัย การส่งมอบ การให้บริการ Service Delivery การไปให้บริการที่หน่วยงาน การให้บริการที่แผนกนะคะ แล้วก็เป็น infastructure โครงสร้างของตัวระบบเครือข่ายหรือว่าของตัวระบบ IT นั่นเองนะคะ อันนี้ก็จะเป็นการรวมองค์ประกอบที่เอามาใช้เกี่ยวกับตัว ITIL หรือการให้บริการของเรานั่นเอง ก็คือนำไป แล้วก็ปรับใช้ให้ตรงกับหน่วยงาน และก็องค์กรของเรา เพราะแต่ละองค์กรก็จะมีแผนกไม่เหมือนกัน ทรัพยากรไม่เท่ากัน คนไม่เท่ากัน คนน้อย คนเยอะ อุปกรณ์ไม่เท่ากัน ระบบเครือข่ายไม่เท่ากัน ทุกอย่างสามารถปรับเปลี่ยนให้มันเหมาะสมกับหน่วยงานของเรานั่นเองนะคะ อย่างที่เน้นไป ก็คือเน้นกับกระบวนการและบุคคล ก็คือในหน่วยงานของเรามีทรัพยากรบุคคลเท่าไหร่ มีกระบวนการ นั่นเองนะคะ และก็มาดูเทคโนโลยีนะคะ แล้วก็นะคะ แล้วก็เวนเดอร์ ก็คือผู้ที่นำสินค้าเราไปให้บริการต่อนะคะ ถัดมา มาดู ITIL มาดูเรื่องของ PPPP 4 ตัว อันแรกเลย มีอะไรบ้าง People ก็คือบุคคล Product ก็คือผลิตภัณฑ์ที่เราผลิตออกมา แล้วก็ Partner คือ ผู้ที่ร่วมมือกับการทำงานกับเรา อาจจะเป็นบริษัทคู่ค้า ที่มาจับมือร่วมกันลงทุนนะคะ ก็จะมีองค์ประกอบอะไรบ้าง วัฒนธรรมขององค์กร Culture ของหน่วยงาน วัฒนธรรมหน่วยงานนะคะ เครือข่ายการจัดการเกี่ยวกับการให้บริการ แล้วก็ทำกระบวนการอย่างไรบ้าง ทำเมื่อไร ทำอย่างไร ทำที่ไหนนะคะ อันนี้ก็จะเป็นภาพรวมองค์กร เวลาเราให้บริการนั่นเอง มี Partner ไหม มีกระบวนการไหม มี Product ไหม แล้วก็มีบุคคลที่เข้ามาเกี่ยวข้องนั่นเอง เข้าไปดูว่าวัฒนธรรมเป็นอย่างไร ในองค์กร ทรัพยากรที่มีในองค์กรเป็นอย่างไร มีการจัดการที่ดีไหม เราจะเริ่มทำที่ไหนทำเมื่อไร ทำอย่างไรนั่นเอง นี่ก็จะเป็นกระบวนการการให้บริการ ถัดมา ISO นะคะ ก็จะเป็นมาตรฐานตัวถัดมา เมื่อกี้เรามี IEEE ITIL แล้วก็ ISO นะคะ ISO ก็จะเป็นองค์กรสากลนะคะ ที่ตั้งขึ้น ระหว่างประเทศ ว่าด้วยการมาตรฐานที่ได้สร้างขึ้น แล้วก้ให้ประเทศต่าง ๆ เข้ามาใช้งาน International Organization for Standardization ตัว ISO ของเรา สำหรับสารสนเทศของเราที่จะมาใช้นี่ อาจารย์จะยกขึ้นมา อันนี้ก็ยิ่งใกล้ตัวเช่นเดียวกันนะคะ วัตถุประสงค์ของเขาคืออะไร กำหนดมาตรฐานระหว่างประเทศขึ้นมา ไม่ว่าจะเป็นพัฒนาอุตสาหกรรมนะคะ การกิจการทางการค้า ความร่วมมือ ไม่ว่าจะเป็นด้านวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีนะคะ ก็คือพัฒนาให้พัฒนาให้สินค้า และบริการของหน่วยงาน ของบริษัท ของแต่ละประเทศ ที่อยู่ในตัวสมาคมพวกนี้ ได้รับมาตรฐาน หรือว่าเป็นที่ยอมรับนั่นเองนะคะ พัฒนาและก็ส่งเสริม พูดง่าย ๆ โดยเราจะนำแนวคิดนะคะ PDCA PDCA ตามคือก็คือ PLAN DO Act แล้วก็ CHECK วางแผน วางแผนการทำงาน มีการหยุดพักไหม มีตารางหรือเปล่า หรือมีอะไรที่มาเพิ่มเติมอีกไหม DO ก็คือเริ่มทำ Excecute to plan ก็คือก็คือเริ่มที่จะลงมือทำเมื่อไร check นะคะ ก็คือ Process ประเมินระหว่างกิจกรรมว่าที่เราทำไปนี่ มันโอเคไหม ไม่ใช่ว่าทำไปเรื่อย ๆ ต้องมีการเช็กอยู่ทำตาม Process นี้ มันโอเคหรือไม่โอเค มีของเสียไหม หรือว่าเสียระยะเวลาเท่าไหร่นั่นเองนะคะ มา CHECK ประเมินกิจกรรมระหว่างทำงาน loop problem resolution ก็คือเราก็ต้องเช็กกระบวนการทั้งหมดดูสิ ว่ากระบวนการที่ทำมาถูกต้องตามกระบวนการไหม และก็ Check อีกรอบหนึ่ง ให้ครบตามลูปนะคะ Act to inprove inputก็คือเหมือนเราไปเช็กแล้วก็เรามีข้อบกพร่องตรงนี้นะคะ ใช้ทรัพยากรที่มาเกิดไป แล้วก็ไปปรับปรุงให้มันดีขึ้นนั่นเอง ก็จะเป็นกระบวนการ Plan Do Check Act เช็กนั่นเอง วางแผนทำงาน เริ่ม Check Check แล้วก็มาดูมาตรฐานให้มันดีที่สุด ให้มันครบกระบวนการนะคะ เหมือนเวลาเราทำทั่วไปเลย อันนี้เป็น PDCA ที่สามารถเอาไปใช้กับงานทุก ๆ อย่างได้ ไม่ว่าจะเป็นงานสารสนเทศนะคะ หรือว่าจะเป็นการทำ Project รายงาน อันนี้ก็สามารถเอาไปใช้ได้ถัดมามาตรฐาน คุ้นนะคะ เดี๋ยวฟังไปบ่อย ๆ ก็จะคุ้นเองนะคะ จะเป็นกรอบแนวความคิดกรอบแนวความคิดคืออย่างไร กรอบแนวความคิดที่จะมาควบคุมการทำงานด้านเทคโนโลยีสารสนเทศของเรา เชื่อมโยงเป้าหมายทางธุรกิจ แล้วก็เป้าหมายทางเทคโลยีสารสนเทศ เป้าหมายทางธุรกิจกับเป้าหมายทางเทคโนโลยีสารสนเทศ สมมติเป้าหมายทางธุรกิจของเราอยากได้ผลกำไร ไตรมาสนี้หรือว่าภายใน 3-6 เดือนนี้กี่บาท แล้วเป้าหมายทางเทคโนโลยีสารสนเทศคืออะไร สมมติต้องการลดการย้ายทรัพยากร แล้วให้เกิดผลกำไร อันนี้ก็คือต้องไปควบคู่กัน ก็คือเป้าหมายต้องไปในทิศทางเดียวกัน ทั้งลดทรัพยากรแล้วก็เพิ่มผลกำไร แน่นอน ลด Corse เป้าหมายทางธุรกิจก็ต้องเพิ่มขึ้น ต้องถูกเป้าหมาย เทคโนโลยีสารสนเทศ ก็ต้องถูกต้องเช่นเดียวกัน ดังนั้น ตัว COBIT ก็เลยจะเป็นวิธีการนำความคิดตัวนี้มาใช้นั่นเอง เน้นแบบกระบวนการ พยายามทำให้ตัวสารสนเทศของเรา อยู่ภายใต้การควบคุมการใช้สารสนเทศตามกฎตามเกณฑ์ตามกระบวนการ ทำตามระยะเวลาที่กำหนด ก็จะถูกต้องตามแผนที่เราวางไว้ เหมือนเวลาเราวางแผน สมมติว่าจะทำการวางแผน ลงคอมพิวเตอร์เครื่องใหม่ในห้อง Lab นี้ ใช้ระยะเวลาประมาณ 3 วัน สมมติเราวาง Preries time ไว้ 3 วัน ดังนั้น เราก็ต้องควบคุมทุกอย่างที่มัน ให้ครบ ใน 3 วัน ไม่ว่าจะเป็นจำนวนคน จำนวนแรงงาน ถูกไหมคะ อุปกรณ์ทุกอย่างต้อง Support ให้ทัน ถ้ามันช้าไปทุกอย่างมีผลกระทบ ผลเสียต่อหน่วยงาน ผลเสียต่อกระบวนการต่าง ๆ อย่างไร มันก็จะเป็นผลกระทบที่เกี่ยวเนื่องกันนั่นเอง ดังนั้น เราต้องควบคุมทุก ๆ อย่าง รวมถึงความเสี่ยงที่จะทำให้เกิดปัญหา อยู่ดี ๆ การไฟฟ้าแห่งจังหวัดของเราเกิดไฟดับมันก็ใช้ไม่ได้ ถูกไหมคะ กระบวนการต่าง ๆ ต้องมีการวางแผนเผื่อไว้ มีการใช้ไฟสำรองโน่นนี่นั่น มีการเทสต์ระบบหรือเปล่า อันนี้ก็เป็นกรอบแนวความคิดที่นำมาใช้ ก็เลยเป็นกระบวนการที่นำมาใช้ทางด้านไอที หรือว่าเทคโนโลยีสารสนเทศของเรา ใกล้จะหมดแล้ว COBIT ไปเรียบร้อยแล้ว ถัดมา COSO ตัว C จะเยอะหน่อย COSO COBIT CMMI COSO ก็จะเป็นกรอบแนวความคิดเช่นเดียวกัน คิดอย่างไรนะคะ ให้ปฏิบัติงานบรรลุตามเป้าหมายอย่างมีประสิทธิภาพและมีประสิทธิผล วางแผนไปแล้ว มีประสิทธิภาพ แต่ผลลัพธ์ไม่ได้ มันก็จะขัดแย้งกัน ตัวนี้ก็ย่อมาจาก Committee of Sponsoring of the Treadway Commision และจะเป็นการทำงานนะคะ ของคณะกรรมการของอเมริกานั่นเองนะคะ พัฒนาจากความเสี่ยง การควบคุมภายใน รวมถึงการป้องกันการทุจริตขึ้นมา เยอะเหลือเกินตัวมาตรฐานนะคะ อันนี้ก็จะเป็นกรอบแนวความคิด เมื่อกี้เป็น COBIT กรอบแนวความคิดนะคะ ว่าปผฏิบัติแนวความคิดธุรกิจ แล้วก็แนวปฏิบัติทางด้าน IT ต้องไปด้วยกัน ส่วน COSO จะเป็นกรอบแนวความคิดที่มีการพัฒนาประสิทธิภาพและประสิทธิผลเกิดขึ้น ลักษณะ... ก็จะเป็นกสอดคล้อง หรือคล้อยตามกัน เป็นความคิดทั้ง 2 อันเลย ถัดมา มาตรฐาน CMMI Capability Maturity Model Integration นะคะ อันนี้ก็จะเป็นมาตรฐานที่พัฒนาขึ้นมา ของวิศกรรมซอฟต์แวร์ ก็คือคนที่พัฒนาเกี่ยวกับตัวซอฟต์แวร์ขึ้นมานั่นเองนะคะ ก็จะพัฒนาซอฟต์แวร์ให้มันดีขึ้น แล้วก็ให้มันมีประสิทธิภาพ และเป็นที่ยอมรับ บางทีซอฟต์แวร์ที่เราใช้อยู่ เขาจะพัฒนาอย่างไรให้มันดีขึ้น เหมือนใช้ Word PowerPoint Excel นะคะ มีซอฟต์แวร์ตัวไหนที่เป็นคู่แข่ง พัฒนาให้มันดีขึ้นนั่นเอง แล้วก็เป็นที่ยอมรับ เป็นที่ยอมรับคืออะไร ก็คือทุกหน่วยงานทุกบริษัท ทุกประเทศทั่วโลก ยอมรับ แล้วก็ใช้ซอฟต์แวร์ของเรา เมื่อเขายอมรับ ผลที่ตามมา ก็คือเงิน ก็คือเขาจะซื้อซอฟต์แวร์ของเราไปใช้ทุกคน และก็ส่งผลลัพธ์ทางธุรกิจของเรานั่นเองนะคะ CMMI เชื่อมั่นในผลิตภัณฑ์ของเรานะคะ เป็นที่เชื่อถือของลูกค้า ก็จะมีการการันตี แล้วก็ซื้อตัวซอฟต์แวร์ ของเราไปใช้งานนั่นเอง CMMI เมื่อกี้ก็จะเป็นพวกพัฒนาซอฟต์แวร์นะคะ คราวนี้เราก็จะมาสรุปมาตรฐานของเรา ที่อาจารย์พูดไปเมื่อกี้นะคะ มีหลายตัวไม่ว่าจะเป็นกรอบแนวความคิดหรือว่ามาตรฐานที่เอามาใช้งาน พัฒนาซอฟต์แวร์ พัฒนาเกี่ยวกับฮาร์ดแวร์นะคะ หรือพัฒนา ITEL ของเราเมื่อกี้ เริ่มแรก การที่จะใช้ตัวมาตรฐาน เราก็ต้องกลับมาดูที่องค์กรของเราว่ามีบุคลากรแบบไหน มีการให้บริการไหม หรือว่าเป็นผลิต... ออกมาเป็นผลิตภัณฑ์ เมื่อมีมาตรฐานพวกนี้ขึ้นมา เราก็ต้องมารองรับกับบริษัท หรือว่าหน่วยงานของเรา เสร็จแล้วนะคะ เลือก Best Practices ก็คือเลือกแนวปฏิบัติที่นี่ ที่หน่วยงานต่าง ๆ เขาใช้มาแล้ว เข้าใช้มาตรฐานตัวนี้ ส่งผลให้เกิดผลกำไรมากี่ปี กี่เดือน หรือเป็นที่รู้จักของทั่วโลก แล้วก็ลูกค้ามาก เอามาแล้ว เห็นมีคนใช้ดี เราก็หยิบมาใช้บ้าง ถูกไหมคะ เหมือนมีคนมาลองใช้ แล้วก็มั่นใจ เหมือนเราจะซื้อสินค้าชนิดหนึ่ง อย่าง Shoppee Lazada เราก็ต้องไปดูรีวิวสินค้าถูกไหมคะ ว่ามีคอมเมนต์ไหม ว่าสินค้าตัวนี้เขาดีจริงไหม มีคนใช้แล้ว ใช้ไปกี่วัน กี่เดือน กี่ปี ไม่เสีย ใช้แล้วมันเกิดสนิมหรือว่าส่งเคลมอะไรได้ อันนี้ก็เป็นลักษณะเดียวกัน ไปดูก่อน ไปดูเพื่อนก่อน เพื่อนใช้ดี เราก็ใช้ตาม ถัดมา COBIT กับ COSO COBIT กับ COSO มันเป็นอย่างไร ทำอย่างไรให้บริหาร ทำอย่างไรให้บริหารจัดการหน่วยงาน มีผลลัพธ์เกี่ยวกับธุรกิจ ผลลัพธ์เกี่ยวกับเทคโนโลยีสารสนเทศคล้อยตามไปในทิศทางเดียวกัน แล้วเกิดประโยชน์สูงสุดเกี่ยวกับหน่วยงานองค์กรของเรา ถัดมา มาตรฐานสำคัญที่จำเป็นเกี่ยวกับการให้บริการทาง IT การให้บริการของเราก็จะมี ITIL เมื่อกี้ที่มี 4P ใช่ไหมคะ People process ต่าง ๆ เข้ามา ISO แล้วก็ CMMI การให้บริการต่าง ๆ ถัดมา การพัฒนาซอฟต์แวร์ เราจะเห็นตัว ISO นี่ มันจะอยู่หลายที่มาก ให้บริการทางด้าน IT ก็อยู่ พัฒนาทางด้านซอฟต์แวร์ก็อยู่ มันจะเป็นมาตรฐานที่มีตัวเลขระบุอีกว่าตัว ISO นี้ เป็นมาตรฐานทางไหน มันยิบย่อยลงไปอีก รายละเอียดยิบย่อยลงไปนะคะ บริหารซอฟต์แวร์ CMMI ก็เหมือนกัน ซอฟต์แวร์ก็มี ให้บริการก็มีเหมือนกัน แล้วก็มาตรฐานการรักษาความมั่นคง ปลอดภััย ของ ISO 27000 หรือ DS 7799 นะคะ มันก็จะเป็นชื่อย่อยลงไปอีกนะคะ เหมือนแต่ละมมาตรฐานที่อาจารย์พูดมา ISO IEEE ITIL CO COSO COBIT พวกนี้นะคะ มันก็จะมีเลขมากำกับข้างหลังอีก ว่าเป็นมาตรฐานเกี่ยวกับด้านไหน แล้วตัวเลขก็จะบอกความหมายอีกว่าคืออะไรนั่นเองนะคะ โอเค วันนี้เราก็จะรู้ถึงมาตรฐาน มันเกิดจากอะไร มีกี่ประเภท อะไรบ้าง และมีมาตรฐานตัวไหน เป็นการให้บริการไหม หรือว่าเป็นผลิตภัณฑ์ หรือเป็นกรอบแนวความคิด เราจะยกไปใช้ หรือนำไปประยุกต์กับหน่วยงาน กับองค์กรเราได้อย่างไร ก็ต้องมาดูตรงนี้อีกนะคะ ต่อไปก็จะลงลึกแต่ละตัว แต่ละมาตรฐาน แล้วก็จะมีตัวเลขย่อยข้างหลังอีก ว่าแต่ละอันคืออะไร มันก็จะลงละเอียดเข้าไปอีกนะคะ อีก สัปดาหฺนี้นะคะ เป็นอย่างไร อาจารย์พูดง่วงนอนไหมคะ (นักศึกษาชาย) ไม่ครับ (อาจารย์ธิดารัตน์) ดูอย่างอื่นอยู่ ดูอย่างอื่นอยู่ โอเค ไม่ง่วงนะ วันนี้เดี๋ยวจะมีงานให้ทำในห้อง เพื่อจะได้ไม่ต้องกลับไปทำเป็นการบ้าน จะได้ทำเสร็จส่งเลย กลับบ้านไปส่วนมากลืม เวลาอาจารย์เช็กท้ายบทมันจะไม่ครบ มันจะได้มีส่วนช่วย ไม่ถืออะไรมา อาจารย์ถือกระดาษมาใช่อยู่ มีถือมาให้ ถือมาให้ โอเค มันเป็นง่าย ๆ ง่ายมาก เอาให้เขียน เขียนสิ่งที่เราสนใจ ง่าย ๆ ให้นักศึกษาเลือกมาตรฐานสากลที่นักศึกษาสนใจ หรือมาตรฐานที่นักศึกษาเคยพบเจอ ขี่ผ่านโรงงานไป แม็กโคร โลตัสนี่ ตัว Honda Masda อาจจะไม่สังเกต มา ๆ มาทันพอดี อย่างน้อย 3 มาตรฐานที่เราเคยเห็นหรือมาตรฐานที่เราสนใจน่ะคืออะไร หรือเอาจริง ๆ เลย หรือว่าไม่สนใจ ก็ไปหาข้อมูลใน Search Engine อินเทอร์เน็ต มาให้ส่งเป็นงานท้ายบทของวันนี้ จะได้ไม่เกิดปัญหาการหลงลืมการบ้านนะคะ ของสัปดาห์นี้แล้วกันนะคะ เดี๋ยวจะแจกกระดาษให้นะคะ 3 มาตรฐานนะ นะคะ มาตรฐาน 3 อัน แล้วก็เขียนรายละเอียดด้วยนะคะ สำหรับคาบนี้ก็ขอบคุณพี่ล่าม ให้น้อง ๆ เขาทำในห้องแล้ว ก็ขอบคุณพี่ล่ามมากนะคะ สวัสดีค่ะ [สิ้นสุดการถอดความ]