(อาจารย์ธิดารัตน์) สวัสดีค่ะ (ล่าม) สวัสดีค่ะ (อาจารย์ธิดารัตน์) เดี๋ยรออาจารย์สักครู่(อาจารย์ธิดารัตน์) สวัสดีค่ะ ฮัลโหลฮัลโหล ฮัลโหฮัลโหล ออกไหมสวัสดีค่ะ สวัสดีพี่ล่ามนะคะ ได้ยินนะ (ล่าม) ได้ยินค่ะ (อาจารย์ธิดารัตน์) โอเคค่ะ ก็วันนี้เราก็จะมาเริ่มเรียนนะคะบทที่ 1 นะคะ เกี่ยวกับตัวมาตรฐานสากลด้านเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์และดิจิทัลนะคะ วันนี้ก็จะมาพูดเป็นภาพองค์รวมนะคะ ว่ารายวิชานี้เราจะเรียนมาตรฐานอะไรบ้างนะคะ ที่น่าสนใจนะคะ เริ่มแรกก็จะพูดถึงบทนำของเราก่อนนะคะ ว่าหน่วยงานของเราจะเห็นว่าไม่ว่าจะเป็นหน่วยงาน องค์กร มหาวิทยาลัยของเราก็ได้ แต่ละตัวนี่ระบบสารสนเทศ คอมพิวเตอร์ การใช้งานต่าง ๆ เข้ามาเกี่ยวข้อง ดังนั้น การบริหารงานด้าน IT หรือว่าเทคโนโลยีสารสนเทศนี่ สำหรับประเทศไทยนี่ก็เข้ามามีบทบาทบริหารที่เข้ามาดูแลและก็บริหารไม่ว่าจะเป็นผู้บริหาร แล้วก็ทรัพยากรอุปกรณ์ด้วยนะคะ ดังนั้นนะคะ บางครั้งผู้บริหารนี่ บางครั้งอาจจะถูกปรับขึ้นมาโดยไม่ได้จบทางสายเทคโนโลยีสารสนเทศ หรือว่า IT โดยเฉพาะ เราจะทำอย่างไร หรือจะมีตัวไหนที่เข้ามาช่วยผู้บริหารเหล่านั้นน่เข้ามาบริหารงานด้านสารสนเทศให้มีประสิทธิภาพมากที่สุดนะคะ เมื่อผู้บริหารนี่ ไม่ได้จบหรือถูกพัฒนามาจากสายคอมพิวเตอร์หรือเทคโนโลยีสารสนเทศเวลาเขาบริหารหรือว่าพัฒนาบุคคลนะคะ รวมถึงทรัพยากรต่าง ๆ ที่อยู่ในงาน องค์กรของเขานี่ เขาอาจจะไปดูแบบแผนมาจากบริษัทอื่น หรือว่าหน่วยงานอื่น กรณีศึกษาอื่น ๆ มาซึ่งตรงนั้นอาจจะไม่ใช่ ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด ดั้งนั้นทำอย่างไรให้หน่วยงานหรือว่าองค์กรของเรานี่ประสบความสำเร็จนะคะ ของไอทีนี่ไม่ว่าจะเป็นที่ไทยหรือว่าต่างประเทศนะคะ หลักการบริหารก็มีรูปแบบที่คล้ายกัน รวมถึงตามชื่อของเรา คือมาตรฐานสากล เพราะฉะนั้นเราก็จะเอาทางด้านไอทีที่เป็นสากลนี่เข้ามาซัพพอร์ต ให้ผู้บริหารเหล่านั้นนี่ ได้เข้ามาเลือก หรือว่าจัดสรรตัวสารสนเทศหรือว่าตัวมาตรฐานที่มันสอดคล้องกับหน่วยงานหรือองค์กรของเรา ทำงานให้เกิดประสิทธิภาพมากที่สุดนะคะ ทำอย่างไรให้ลดระยะเวลา ประหยัดเวลา ประหยัดคน พูดง่าย ๆ คือ ได้ผลกำไรที่ดีที่สุดนั่นเองนะคะ ไม่ว่าจะเป็นการบริการ หรือว่าการผลิตภัณฑ์นะคะเหล่านี้ก็ต้องสามารถที่จะให้ประสิทธิภาพให้ดีที่สุดให้กับหน่วยงานของเรานั่นเอง หรือว่าได้ผลกำไรนั่นเองหัวข้อที่จะมาบรรยายก็จะเป็นพูดถึงมาตรฐานที่หยิบมา ที่คิดว่าน่าจะสำคัญแล้วก็สอดคล้องกับตัวรายวิชานี้นั่นเองเริ่มแรกก็จะพูดถึงมาตรฐานไอทีที่เลือกมา มาตรฐานและการจัดทำ มีหน่วยงานไหน มีองค์กรไหนนะคะ มาตรฐาน ANSI มาตรฐาน ITIL มาตรฐาน ISO มาตรฐาน มาตรฐาน COSO และมาตฐาน ของมาตรฐานตัวนี้ นักศึกษาต้องจำได้ว่าแต่ละมาตรฐานนั้นคืออะไร มีรูปแบบ มีมาตรฐานอย่างไรนะคะ มีหน่วยงาน มีองค์กร แล้วก็เขาสนับสนุนทางด้านเรื่องไหนนั่นเองนะคะ เริ่มมาพูดถึงตัวมาตรฐานตัวมาตรฐาน IT ในการปฏิบัติงานทุกรูปแบบ เป็นการทำงานของสถานที่ไหน หน่วยงานไหนบางทุกกิจกรรมก็ต้องมีการปฏิบัติงานที่ซ้ำ ๆ หรือ เป็น ดังนั้น การปฏิบัติงานซ้ำ ๆ นี่ ทำอย่างไร ให้มันลดข้อผิดพลาดที่จะเกิดขึ้น ทำอย่างไร ให้ลดระยะเวลาในการทำงานในการทำงาน ทำอย่างไรให้ใช้ทรัพยากรให้คุ้มค่าที่สุดนั่นเองนะคะ ดังนั้นการปฏิบัติงานต่าง ๆก็ต้องให้ประสบความสำเร็จแล้วก็ต้องมีตัวมาตรฐานเข้ามา ตอบโจทย์ตรงนี้นั่นเอง หากเราปฏิบัติงาน ปฏิบัติงานโดยไม่มีมาตรฐาน วันนี้อยากทำเท่านี้ วันนี้ไม่อยากทำ ใช้ระยเวลาเท่าไหร่นะคะ เหมือนการให้บริการอย่างนี้กรณีที่มีผู้มาใช้บริการเยอะ แล้วเราให้การบริการไปนี่ ระยะเวลาแต่ละที่นีไม่คาบเกี่ยวกัน ดังนั้น เราจะพึงพอใจไหมสมมติเราเป็นผู้รับบริการแล้วไปรับบริการให้การบริการที่รวดเร็วกว่าและก็ดีกว่า กับอีกหน่วยงานหนึ่งที่ให้เวลาเยอะกว่านั่นเอง เราก็ต้องเลือกสิ่งที่ดีกว่าอยู่แล้ว ดังนั้น เราก็ต้องปฏิบัติงานปฏิบัติงานนะคะ ให้เกิดความพึงพอใจของผู้รับบริการ แล้วก็สามารถที่จะใช้งานแล้วก็เชื่อมต่อกับตัวระบบงานอื่นได้ด้วยนั่นเอง แล้วผลลัพธ์ที่ได้ไม่สามารถที่จะไปทำงานต่อ หรือว่าทำงานข้ามกับตัวอท่นได้นั่นเองอันนี้ก็ต้องคำนึงถึงแผนกอื่น ฝ่ายอื่นด้วยที่จะทำให้การทำงานของหน่วยงาน หรือบริษัทของเราดำเนินการอย่างสอดคล้องกันนั่นเอง อย่างตัวนี้ก็คือการนำระบบอินเตอร์นะคะ ยกตัวอย่างการใช้งานง่าย ๆ เหมือนเวลาตอนนี้นักศึกษาเข้ามามหาวิทยาลัย เวลาเข้าสู่อินเทอร์เน็ตนะคะ ล็อกอินเข้ามา ถูกไหมคะ เข้าไปใช้งาน Search ข้อมูล ทำรายงาน หรือว่าเข้าไป Facebook เข้าไปดูเข้าไปดูสิ่งที่ต้องการค้นหาต่าง ๆ นั่นเอง เขาจะมีมาตรฐาน HTML ขึ้นมากดเข้าไปแล้วมี Response ในการทำงาน ค้นหาคีย์เวิร์ดต่าง ๆ เป็นระยะเวลาที่รวดเร็วไหม Keyword ที่ค้นหากับตัว... กับ Search Engin มันตรงกันหรือเปล่า อาจจะ Search เป็นคีย์เวิร์ดหนึ่งแล้วผลลัพธ์ที่ออกมา ตรงกันไหม ข้อมูลมีเยอะมีเยอะหรือเปล่าอะไรอย่างนี้นะคะ มันก็จะมีมาตรฐานขึ้นมา เพื่อให้รองรับสำหรับผู้ใช้เดี๋ยวเรามาดูต่อ อาจารย์พูดเร็วพูดช้าบอกด้วยนะคะ ก็จะพูดไปเรื่อย ๆ มีปัญหาง่วงนอนอะไรยกมือถามได้นะคะ ถัดมาจะเป็นตัวอย่างมาตรฐานในการใช้เว็บอันนี้คุ้นเคยอยู่แล้ว เข้ามาใช้ทุกวันอยู่แล้ว วันหนึ่งอาจจะเข้ามาหลาย ๆ รอบก็ได้นะคะ การใช้งานเว็บไซต์ต้องมีมาตรฐานอะไรมาซับพอร์ต เริ่มแรกมาตรฐานฮาร์ดแวร์ ซอฟต์แวร์บางคนบอกเราแค่เข้าไปใช้เว็บไซต์ แน่นอนเราต้องมีอุปกรณ์ คอมพิวเตอร์ โน้ตบุ๊ก สมาร์ตโฟน แท็บเลต อะไรก็แล้วแต่ถูกไหมคะ ที่เราจะไปมช้ยริการเว็บไซต์ไฮาร์ดแวร์เสร็จต้องมีซอร์ฟแวร์ คราวนี้นี่ เราเอาผลิตภัณฑ์ของบริษัทไหน หน่วยงานไหนมาใช้งาน หรือเรามาใช้แล้ว มันก็จะมีแบบว่าเป็น License แท้ ไม่ Licese แท้ มาใช้งานนี่เป็นอย่างไรนะ มันก็จะเกี่ยวโยงกันไปเรื่อย ๆ กันไปเรื่อย ๆ นะคะ มาตรฐานระบบปฏิบัติการในอุปกรณ์ขจองเราไม่ว่าจะเป็นคอมTablet ระบบปฏิบัติการที่เราลงด้วย เขามีมาตรฐานไหม เราก็จะรู้ว่ามาตรฐานที่เราลงในอุปกรณ์ฮาร์ดแวร์ของเรานี่มันรองรับกับอุปกรณ์ของเราในรุ่นไหนบ้าง กับอุปกรณ์ซอฟต์แวร์ไหนบ้างของ windows อย่างเดียวหรือว่าของ Linux นะคะ ก็แล้วแต่ว่าระบบปฏิบัติที่เราใช้งานนี่มัน Support หรือรองรับตัวไหนบ้างนั่นเอง มาตรฐานระบบเครือข่ายและการสื่อสารเครือข่ายที่เราใช้เป็นรูปแบบอะไร เป็น Local network เป็นสาย สาย LAN ธรรมดา สายไฟเบอร์หรือเปล่า หรือเป็นการเดินสานในอากาศนะคะ พวกไวไฟพวก Satle lite ก็คือพวกดาวเทียม อันนี้ก็จะเป็นรูปแบบการสื่อสารมันก็จะแยกเป็นประเภทอีก แบบไร้สาย แบบไม่ไร้สาย มีอุปกรณ์แบบไหนที่ซับพอร์ต มันก็จะเกี่ยวกันไปทั้งหมดเหมือนเวลาเราใช้งานเว็บไซต์เราอาจหลงลืมไปว่า มันมีอุปกรณ์ ตัวไหนที่มาเชื่อมต่อบ้าง แล้วมันมีเทคโนโลยีไหนบ้าง และมาตรฐานตัวไหนมา Support เดี๋ยวเราก็จะเข้าไปดูระบบเครือข่าย ก็จะเป็นสัปดก็จะมาดูว่าระบบเครือข่ายมีอุปกรณ์ไหนบ้าง Support มีอุปกรณ์และมีมาตรฐานตัวไหน มาตรฐาน TSPIP อันนี้น่าจะคุ้น ปี 3 น่าจะเรียนแนะ คุ้น ๆ ไหมคะ TCP/IP ส่ง IP ต่าง พวกเรียน Network มาแล้วน่าจะคุ้นอยู่TCP/IP เปลี่ยนชือ่ เปลี่ยนโฮสต่าง ๆ Server ผู้ส่งและผู้รับ HTML เรียนการเขียนเว็บมา น่าจะได้เรียนกันแล้วน่าจะได้เรียนกันแล้วนะคะ โอเค เป๊ะ หมดแล้วพวกนี้ มาตรฐาน Searchการ Search Engine ต่าง ๆ ก็เหมือนเวลาเราเข้า Google นะ หรือว่าเข้าไป Search ข้อมูลต่าง ๆ ก็จะเป็นมาตรฐานตัวนี้ อย่าที่อาจารย์บอกไปแลคีย์เวิร์ดกับคำที่ค้นหานี่มันตรงกันไหม แสดงหน้าจอ มันไปแหล่งข้อมูลที่ถูกต้องใช่หรือเปล่าแล้วก็มี Respon ระยะเวลานำเสนอเป็นเท่าไร มาตรฐาน อักขระ นะคะ โอเคถัดมา เราจะมาดูมาตรฐานที่เราสนใจนะคะ ยกตัวอย่าง มาตรฐานเกี่ยวกับบุคคล มาตรฐานความสามารถ แล้วก็ตำแหน่ง อย่างที่บอกไปนะคะ สมมติเราไปทำงงานนะคะ หน่วยงานหนึ่ง พร้อมกับนักเรียนจบใหม่ของห้องอื่น มหาวิทยาลัยอื่น หรือว่าที่อื่นนี่ เราอยากไปสมัครงาน เราจะมีคุณสมบัติอย่างไรที่เป็นการบอกว่าเรมีความสามารถเกี่ยวกับบุคคลนี่ก็จะบ่งบอกได้ว่าเรามีความสามารถหรือมีทักษะอย่างไร พูดง่าย ๆ อย่างภาษาอังกฤษที่เราก็ไปสอบ ถูกไหมคะ ว่ามีอะไรนะคะ ใบเซอร์ที่รองรับว่าเรมีทักษะอย่างไร ด้านเทคโนโลยีสารสนเทศหรือว่าไอทีของเรา ก็จะมีตัวใบ รับประกันว่าเราว่าเรามีความสามารถทางไหนบ้างนั่นเอง อย่างมาตรฐานของตัวบุคคล ยกตัวอย่างเหมือน IC3IC3 IC3 จะเป็นมาตรฐานที่บอกว่าคุณมีความสามารถในการใช้อุปกรณ์ฮาร์ดแวร์ ซอฟต์แวร์อย่างไร หรือว่าซอร์ฟแวร์สำเร็จรูป Word PowerPoint Exccเหมือนเราไปเรียน Word PowerPoint Excel เรียนกันทุกคนนี่ในห้อง เราจะรู้ได้อย่างไร ว่าแต่ละคนมีทักษะในการใช้Excel ระดับไหน คนไหนใช้เก่งสุด คล่องสุด เร็วสุด แล้วก็สามารถใช้เปิดฟังก์ชันต่าง ๆ ได้ดังนั้น ตัวมาตรฐานของตัวบุคคลนี่ ก็จะมาเป็นตัวที่มาแสดงให้เห้นว่าบุคคลนี่มีทักษะขนาดไหน เมื่อบุคคล หรือว่าบุคคลากรเรามีทักษะแล้ว ก็จะส่งผลให้องค์กรหรือหน่วยงานนี่มีคุณภาพมากขึ้น เรามีบุคลากรที่มีมีใบ Cer มหาวิทยาลัยก็จะรองรับว่ามีการเรียนการสอนที่ดี บุคลากรที่ได้รับการรองรับมา มันก็จะส่งผลต่อเนื่องกันไปนะคะ ถัดมามาตรฐานเกี่ยวกับอุปกรณ์เครือข่ายและก็การเชื่อมต่อ อุปกรณ์เราใช้ของของผลิตภัณฑ์อะไร มีมารตฐานตัวไหนมารองรับ เพราะเดี๋ยวนี้มันก็จะมีบริษัทที่มาให้บริการนี่ค่อนข้างเยอะนะคะ ดังนั้นก็ต้องดูว่าแต่ละที่นี่ Support แล้วก็ให้บริการเราดีไหมนะคะ อย่างแต่ละพื้นนี่ การให้บริการก็อาจจะเข้าถึงไม่เท่ากัน ถ้าเป็น พื้นที่ ที่ค่อนข้างเข้าถึงยากเข้าถึงยาก หรือว่าเป็นพื้นที่ที่ยังไม่มีการให้บริการระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ต ก็็จะมีแค่บางผู้บริการเท่านั้นทีสามารถให้บริการเราได้นะคะ การจัดการเกี่ยวกับการให้บริการ IT การให้บริการ IT อย่างไรนะคะ อย่างพวกระบบ ไป AIS Dtac TrueMove ใช่ไหม เราอยากสมมติเราอยากเป็นเจ้าของบริษัท การจัดการเกี่ยวกับการให้บริการ IT ก็คือคล้าย ๆ กับการบริการให้ระบบเครือข่ายนั่นเอง หรือในรูปแบบโทรศัพท์บ้าน อาจจะเป็น TOT ให้บริการ CAT Telecom ต่าง ๆ อาจจะเป็นคำที่เราคุ้นเคย แต่เราแยกไม่ออกว่า พวกนี้ที่ให้บริการเกี่ยวกับสารสนเทศหรือว่า IT ของเรานั่นเองนะคะ มาตรฐานเกี่ยวกับการพัฒนาซอฟต์แวร์ ก่อนที่จะไปเป็นซอฟตืแวร์ที่เราใช้เขาก็ต้องมีการใช้งานแล้วก็ทดลอง มีการ Test นะคะ มีการนักพัฒนา Developer แล้วก็มี Testing นะคะ ของตัวซอฟต์แวร์เทสต์ติงต่าง ๆ มีบุคลากรแต่ละตำแหน่งมา Support พวกนี้ เขาจะมีมาตรฐานมารองรับอีกว่า ทำ 12 3 4 56 7 8 9 10 ครบตามมารตรฐานเรียบร้อย มาตรฐานมั่นคงรักษาความปลอดภัย นะคะ มาตรฐานเกี่ยวกับเอกสาร แบบฟอร์ม ข้อมูล การเก็บแบบฟอร์มข้อมูลต่าง ๆ นะคะ สามารถเก็บไว้แล้ว สามารถที่จะดึงข้อมูลกลับมาค้นหา เก็บข้อมูลไว้ที่หน่วยงานไหนนะคะ อันนี้ก็จะเป็นตัวอย่างมาตรฐานที่ยกมานะคะ ให้นักศึกษาเข้าใจนะคะ ถัดมา เราจะมาพูดถึงตัวประเภทประเภทของมาตรฐานก่อนนะคะ ต้นกำเนิดของมัน อันแรกนะคะ De Juror นะคะ เป็นมาตรฐานนะคะ ที่กำหนดมาตรฐานแต่ละประเทศ แล้วก็กำหนดโดยองค์กรระหว่างระเทสนะคะ เช่น IOSก็จะเป็นการร่วมมือกันระหว่างของประเทศนะคะ ว่า มาตรฐานตัวนี้ใช้งานแล้ว มันเกิดผลอย่างไร Support ตัวไหนบ้าง อันนี้ก็คือเป็นระหว่างประเทศ ทันี้De Facto Standard อันนี้เป็นมาตรฐานที่ใช้ภายในหน่วยงานก่อน มีการใช้งานภายในหน่วยงาน ภายในองค์กรเสร็จ ใช้เสร็จปุ๊บ เกิดความแพร่หลาย จากหน่วยงานหนึ่ง กระจายพื้นที่มากขึ้นจากพื้นที่ที่เล็ก ๆ ก็จะใหญ่ขึ้นนะคะ ก็จะเป็นมาตรฐานที่ใช้กันใช้กันมาสืบเนื่อง แล้วสุดท้ายก็จะเป็น Open Standard มาตรฐานที่เรารู้จักกันอยู่แล้ว เป็นสากลอันนี้คือมาตรฐานที่เราใช้กันมานับมาหลาย ๆ ปี อยู่แล้วนั่นเอง ก็จะเป็นประเภทของมาตรฐานทั้ง 3 แบบนะคะ Faco stabdad ถัดมาเมื่อเรารู้ประเภทของตัวมาตรฐานเรียบร้อยแล้ว เราก็จะเราก็จะมาดูสไลด์ต่อไปของเรานะคะ องค์กรหรือว่าองค์การมาตรฐานมาตรฐานระดับโลก ก็จะมีตัวองค์กรที่มารองรับ อันนี้จะเป็นบางส่วนที่ยกตัวอย่าวงขึ้นมานะคะ ให้ดู อย่าง ISO ตัวนี้นะคะก็จะเป็นตัวมาตรฐานที่หน่วยงาน พวกองค์กรต่าง ๆ นี่ ตามบริษัทต่าง ๆ นี่ใช้เยอะนะคะ รวมถึงถ้าเป็นพวกเกี่ยวกับโรงงานนี่ ISO นี่ค่อนข้างจะสำคัญมันจะเป็นมาตรฐานเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมที่มารองรับว่าหน่วยงานหรือองค์กรขิงเราผลิตแล้ว ไม่ส่งเวลาเราจะผลิตหรือว่าทำอะไรนี่ มันจะไม่มีผลกระทบต่อคนอื่นสืบเนื่องมานั่นเองยกตัวอย่างของเมื่อกี้ ISO แล้ว เราจะมาพูดถุนะคะ ANSI เป็นตัวสถาบันสถาบันมาตรฐานแห่งอเมริกานั่นเอง เป็นองค์กรนะคะที่สนับสนุน สารสนเทศของอเมริกานะคะ ตัวนี้ก็จะเป็นผู้เริ่มนะคะ ในการสนับสนุน ISO นะคะ ที่ประเทศไทยก็นำมาใช้ ตัวมาตรฐานตัวนี้นะคะ หรือ W3CW3C ตัวนี้ก็จะเป็น ต่อนี่ นักศึกษาน่าจะคุ้นกับคำนี้มากขึ้น สำหรับเวลาเราเข้าไปใช้เกี่ยวกับตัวพัฒนา หรือว่าเขียนCodeding W3C ก็จะเป็นองค์กรระหว่างประเทศนะคะ เกี่ยวกับเทคโนโลยีเว็บ เมื่อกี้เราเรียนไปแล้วเราเรียนไปแล้ว สำหรับปี 3 ก็จะมีพวก Web HTML นะคะ XML XHMLพวกเทคโนโลยีเว็บต่าง ๆ ก็จะอยู่ W3C นะคะ เหมือนเวลาเราเรียนเกี่ยวกับเกี่ยวกับการเขียนโค้ด HTML นี่ มันก็จะมีหน้าของ W3C เข้าไป เหมือน Psudo Type มันไปรันเกิดผลลัพธ์อะไรขึ้นมาพวก CSS คุ้นไหมปี 3 กลุ้มใจแทนอาจารย์ที่สอน เดี๋ยวนะ เดี๋ยวนะ หายไปไหนแล้ว ยกตัวอย่างตรงนี้อย่างนี้นะคะ ของตัว W3C มันก็จะมีเห็นไหมเอ่ย เวลาเราเขียนโค้ด เราก็ไป Testing ต่าง ๆเดี๋ยวปี 2 คงจะได้เรียนเหมือนกัน พวกทำเว็บไซต์ต่าง ๆ เขียน Coding ขึ้นมา Run แล้วมันมีหน้าตาอย่างไร มีตรงไหนที่เกิด Eror หรือว่ามี Format รูปแบบการเขียนอย่างไรบ้างนั่นเองนะคะ โอเค กลับไปดูต่อของเรามันสลับไม่ได้หรือว่ายังไง มาแล้ว มันต้องดู... สวัสดีค่ะไม่หมด เมื่อกี้ดู W3C ไปนะคะ มันก็เลยมีเทคนิกนิดหน่อย ถัดมานะคะ ก็จะมาดูตัวอย่างอีกอันหนึ่งที่จะพูดให้ฟัง CISA อันนี้ก็จะเป็นเหมือนการบริหารวิเคราะห์ อันนี้จะแนว ๆ ออก เป็นผู้บริหารจะดูว่าหน่วยงานของเรานี่มีทรัพยากรเท่าไร เราจะบริหารจัดการอย่างไรให้เกิดการคุ้มทุน ไม่เกิดความเสี่ยงนะคะ ตัว CISA นี่ คราวนี้เราก็ต้องมาดูอีกนะคะ ว่าบริษัท องค์กรของเรานี่ ผลิตบริการในในรูปแบบไหนนะคะ ให้บริการเป็นอุปกรณ์หรือเป็นผลิตภัณฑ์ออกมาหรือเป็นบริการของผู้ใช้นั่นเองนะคะ ดังนั้นการเลือกตัวตัวมาตรฐานที่มาใช้ในหน่วยงานหรือองค์กรของเรานี่ มันก็จะแตกต่างกัน ตามแต่ละหน่วยงานที่ให้บริการนั่นเองนะคะ ถัดมาเราจะเราจะมาพูดถึงการพัฒนามาตรฐานสารสนเทศในประเทศไทยของเราก่อนนะคะ สำหรับประเทศไทยสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์ อุตสาหกรรมของไทยนั่นเองนะคะ ซึ่งจะมาเป็นผู้กำหนดนะคะ มาตรฐานแห่งชาติของเรานะคะ สำนักงานพัฒนาผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมก็จะมีตัวย่อมา มสอก็จะมีคณะกรรมการที่แต่งตั้งขึ้นมาแล้วก็แบ่งหน้าที่ในการรับผิดชอบในแต่ละของแต่ละหน่วยงานนะคะ ของแต่ละประเทศนะคะ โดยแต่งตั้งคณะกรรมการวิชาการภาค 36 ขึ้นมาเพื่อดูแลมาตรฐานของเทคโนโลยีสารสนเทศนะคะเพราะว่ามาตรฐานทางอุตสาหกรรมนี่ก็จะมีหลากหลายประเภทนั่นเอง ว่า อุตสาหกรรมทางด้านนี้มีอะไรบ้าง มันก็จะไล่มาเป็นปัจจุบันคณะกรรมการวิชาการ 5 3 6 ก็จะแบ่งเป็น 2 ทีม นะคะ โดยคณะที่ 1 หรือทีมที่ 1 ของเรานี่ ก็จะกำหนดเกี่ยวกับรูปแบบเป็นจังหวัดนั่นเองนะคะ แบ่งเป็นตัวรหัสย่อ Code ต่าง ๆ ตามมาด้วย อำเภอ ส่วนทีมที่ 2 ก็จะกำหนดอักขระ การเขียนโปรแกรม และโครงการซอฟต์แวร์ ก้คือหน่วยงก็จะทำการดูแลนั่นเองว่า การเขียนซอร์ฟแวร์ที่ถูกพัฒนาขึ้น โดยหรือบริษัทในประเทศไทยนี่มีมาตรฐานถูกต้องไหมนะคะ หรือการเขียนโปรแกรมต่าง ๆมีมาตรฐานสอดคล้องหรือว่ารองรับหรือเปล่านั่นเองนะคะ ถัดมา นอกจาก สวอ. แล้ว มีหน่วยงานไหนที่เราน่าจะคุ้นเคยกันบ้าง อันแรกก็คือราชบัณฑิต อันนี้น่าจะได้ยินอยู่แล้ว ศัพท์เทคนิคทางคอมพิวเตอร์ บางทีเขียนทับศัพท์ไม่ถูก อย่างคีย์บอร์ด เมาส์ เราเขียนไม่ถูกเราก็ต้องไปเปิด เหมือนพจนานุกรมนั่นเอง ดูสิเขาใช้การสะกดคำอย่างไร มีอักขระอย่างไรนะคะ บางอัน คีย์บอร์ดอาจจะเขียนว่าเป็น แป้นพิมพ์พวกนี้ก็จะถูกบัญญัติไปศึกษาตัวร่าง ตัวคำศัพท์พวกนี้ตัวคำศัพท์ตัวนี้ในราชบัณฑิต ศัพท์คอมพิวเตอร์นะคะ ถัดมาหอสมุดแห่งชาติ หอสมุดก็เหมือนห้องสมุดของเรา ถ้าอยู่ในมหาวิทลัยก็จะเป็นการเก็บรวบรวมข้อมูลหนังสือนะคะ อันนี้ก็จะเป็นห้องสมุดแห่งชาติ ก็จะเก็บหนังสือต่าง ๆ ของในประเทศไทยไว้ ก็จะมีรหัส ISVN ก็คือรหัสที่อยู่หมวดหมู่หนังสือของเรานั่นเองว่าอยู่ลำดับที่เท่าไหร่ ตำแหน่งไหน นะคะ ถัดมา สภาอุตสาหกรรมสภาอุตสาหกรรม อุตสาหกรรมเกี่ยวกับเทคโนโลยีสารสนเทดังนั้น ก็อยู่ภายในสภาอุตสาหกรรม จะมีผลิตภัณฑ์อาจจะเป็นฮาร์ดแวร์หรือว่าซอฟต์แวร์ที่ผลิตมามันก็ต้องมีรหัสสินค้า ผลิตที่ปีเท่าไหร่ เป็นสินค้าประเภทไหน กำหนดออกมาเป็น Bar code ณ ปัจจุบันก็จะมี QR Code ที่ผลิตขึ้นมานั่นเองนะคะอันนี้ก็จะเป็นตัวมาตรฐานของเรา ถัดมาก็จะเกิดข้อคำถามขึ้นมา เราเป็น นักเรียนนักศึกษาหรือว่าผู้ใช้บริการต่าง ๆ นี่ เราจำเป็นไหมที่ต้องพัฒนาหรือใช้มาตรฐาน หรืออาจจะมีคำถามในใจว่า เราจำเป็นไหมที่เกี่ยวกับตัวมาตรฐานพวกนี้ ท้ายที่สุดแล้ว ผลลัพธ์คืออะไร เริ่มแรกนะคะ อันที่หนึ่ง ทำงานร่วมกันได้ มีภาษาที่เข้าใจตรงกัน ทำงานร่วมกันได้ มีภาษาแล้วก็เข้าใจตรงกันคืออย่างไร เวลาเราทำเกี่ยวกับอุปกรณ์นะคะ ไม่ว่าจะเป็นการใช้อุปกรณ์สำนักงานหรือว่าคอมพิวเตอร์ต่าง ๆ พวก Office สมมติเราใช้แพลตฟอร์มหนึ่ง ไปใช้กับเพื่อนอีกแพลตฟอร์มหนึ่ง ไม่รู้นักศึกษาเคยได้ยินไหม มันก็ยังมีอยู่ คนหนึ่งใช้ Linux คนหนึ่ง ใช่ Mac ใช้ Windows เราจะทำอย่างไรให้ผลลัพธ์ใช้พวก Office ลักษณะเป็นพวก Word ทุกอย่างนี่มันต้องมีมาตรฐานแล้วก็สามารถมีแฟลตฟอร์มที่สามารถใช้ร่วมกันได้ ดังนั้น มันก็ต้องมีมาตรฐานมารองรับ ไม่ใช่ว่าคนหนึ่งใช้แพลตฟอร์มหนึ่ง อีกคนใช้แพลตฟอร?มหนไม่สามารถที่จะใช้ร่วมกันได้ อันนี้จะไม่เกิดประโยชน์นั่นเองนะคะ มีเกณฑ์การทำงาน บริการ แลกเปลี่ยน แล้วก็รักษาความมั่นคงปลอดภัยเกณฑ์การทำงาน การบริการ การแลกเปลี่ยนข้อมูลสิ่งสำคัญ ก็คือเวลาเราปฏิบัติงานนี่ การส่งข้อมูลนะคะ บางทีหน่วยงานหนึ่งหลากหลายสาขา ถ้าเป็นข้อมูล ถ้าเป็นบริษัทใหญ่ ๆ บริษัทใหญ่ ๆ บางทีนี้จะมีการโอนข้อมูล เหมือนทำงานเสร็จช่วงเที่ยงคืน อาจจะมีย่อยไปสาขาใหญ่ ดังนั้น เราจะเชื่อใจได้อย่างไร ว่าข้อมูลที่เราถ่ายโอนไปทุกวันนี่มันจะไม่ตกหายไประหว่างทาง ดังนั้นต้องมีความั่นคงปลอดภัยมารักษา ข้อมูล นักศึกษาอาจจะงงว่า เอ เวลาส่งข้อมูล สมมติ... เหมือนบริษัท เป็นธนาคารแล้วกัน แล้วก็จะมีสาขาสำนักงานใหญ่อยู่กรุงเทพฯ เวลาประมวลผล หรือว่าแต่ละ ไตรมาศของบริษัท หรือว่าของธนาคารนี่จะมีการประมวลผลรวบยอดทั้งหมดของทุกสาขา ดังนั้นแต่ละสาขาที่ส่งมา มันไม่ใช่ว่าเราใส่ Tumbdrive หรือว่าใส่ Hardที่กรุงเทพนะคะ เวลาเราส่งข้อมูลเราก็จะส่งผ่านเครือข่าย ซึ่งแต่ละที่ ถ้าเป็นหน่วยงานที่ส่งบ่อย ๆ ที่สำคัญนี่เขาจะลากสายโดยตรงนะคะ ถ้าเป็นบริเวณในระยะที่ไกลมาก อาจจะสายเดิน อาจจะเป็นไฟเบอร์ออปติกหรืออะไรก็ตามแล้วแต่ ตามหน่วยงานเพื่อไม่ให้ข้อมูลของเรานี่รั่วไหล เขาก็จะมีรอบในการส่งข้อมูลอยู่แล้วนะคะ ดังนั้น อันนี้ก็จะเป็นรูปแบบของการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของการสื่อสารนั่นเอง สำหรับผู้ใช้และผู้ซื้อลดความเสี่ยงผู้ซื้อลดความเสี่ยง เราลองมองภาพง่าย ๆ ในการซื้อซอฟต์แหรือเราใช้ Microsoft Office ก็ได้ พูดง่าย ๆ ไปนี่ มันสามารถที่จะเปิดใช้งานได้มั้ย คนอื่นสามารถเอาไปแก้ไขต่อได้หรือเปล่า มันล็อกไหม อันนี้ก็คือลดความเสี่ยง ซื้อซื้อซอฟต์แวร์ที่มีการันตีย่อมปลอดภัยกว่า เหมือนเราซื้อของน่ะ ซื้อสินค้าอะไรก็ได้ มีการันตี มีการเปลี่ยนเคลม อันนี้ย่อมมีการเปลี่ยนใจ แม้ว่าราคามันอาจจะเหลื่อมกันนิดหน่อย เราก็ต้องมองภาพองค์รวมด้วย ใช้งานได้ เกิดประโยชน์จริงหรือเปล่า ทำงาน ข้ามระบบกันได้หรือเปล่า แต่ละบริษัท แต่ละหน่วยงานนะคะ อาจจะมีอุปกรณ์ที่ไม่เหมือนกัน ดังนั้น สมมติถ้ามีการควบรวมหรือว่าการเทคโอเวอร์หรือการซื้อบริษัทเข้ามาเพิ่ม พวกผลลัพธ์ข้อมูลต่าง ๆของแต่ละแผนกสามารถข้อมูลต่าง ๆ ของแต่ละแผนกนี่ สามารถโอนย้ายระหว่างกันหรือไม่ ดังนั้นซอฟต์แวร์ที่ใช้กันต่าง ๆ นี่ มันก็จะต้องดูว่าทำงานข้ามระบบกันได้ไหม แต่ปัจจุบันนี่ ซอฟต์แวร์ส่วนมาก ก็มนะคะ ลดอุปสรรค์ทางการค้า บริษัทเล็กซื้อวัตถุดิบมาจ่ากบริษัทหนึ่ง แดังนั้น การส่งข้อมูลระหว่างบริษัทก็จะมีรูปแบบข้อมูลที่แตกต่างกันดังนั้นถ้าเรามีมาตรฐานที่เป็นสากลตรงกลาง คือ สามารถส่งหากันได้ ตัวนี้ก็จะเลาะอุปสรรคก็ได้ หรือขายวัตถุดิบให้ใครก็ได้ โดยไม่เกิดอุปสรรค์ตรงนี้นะคะ ถัดมา เราพูดถึงข้อดีแล้วกันนะคะ ตัวมาตรฐานของเรา ก็คือเมื่อเรามีมาตรฐานที่ดีมีวิธีการปฎิบัติที่ดี ผลลัพธ์ ประสิทธิภาพ ประสิทธิผลก็ดีขึ้น ทำงานเร็วขึ้น ประหยัดเวลา ประหยัดคน ประหยัดงบประมาณพูดง่าย ๆ มันก็จะเป็นการรวม รวบยอดทั้งหมดนะคะ การทำงาน แล้วก็กำหนดระดับความยอมรับ ถัดมา อันนี้เราพูดไปแล้ว สัปดาห์ที่แล้วคร่าว ๆ นะคะ แล้วก็เมื่อกี้พูดไปนิดหนึ่งของซีซาร์ที่บอกไปว่า System ตัว ซอฟต์แวร์ของแต่ละบุคคล สมมติว่าเราสนใจ อยากเป็นนักพัฒนา นักทดสอบต่าง ๆ เราก็ต้องมีตัว Certificate ที่มารองรับ ทางด้านไอทีหรือว่าด้านไหนก็ตาม ด้านอังกฤษนะคะ ความสามารถในการสื่อสารภาษาตัว CertifiCATE ตัวนี้ก็เหมือนกัน มองภาพง่าย ๆ หรือว่าอยากมีทักษะอยากเป็นเชฟขึ้นมานี่ ก็ต้องมีใบรับรองว่าไปสอบที่ไหนมจะเข้าไปที่ไหน การทำงานก็รองรับนี่ ก็การันตีความสามารถอยู่แล้ว อยู่รวมที่เป็นสากลนะคะ อันนี้ก็จะเป็นตัว Certificate ของตัว Microsoft Special ในด้านต่าง ๆ หรืออันนี้ก็ได้ มองภาพใกล้ตัวเรามากที่สุด เราจะเป็นนี่ Microsoft Certificate trainer เทรนเนอร์ เอาใกล้ตัวที่สุด เข้าใจถึงการใช้งานของ Microsoft เก่งมากเลยเกี่ยวกับการใช้ Word Power poin Exเราสามารถไปเป็นวิทยากรสอนตามสถาบัน ตามหน่วยงาน ตามก็สามารถที่จะสอบ Certified Trainer นะคะ ไปต่อยอด แล้วก็ไปปฏิบัติงานต่ิได้นั่นเิงหรือ เอาที่แบบมองภาพง่ายที่สุด มองภาพง่ายที่สุด อีกอันหนึ่ง Microsoft Support technicians ซัพพอร์ต นั่นเอง เวลาเราอยู่ในหน่วยงานใช่ไหม มันจะมีทีม Support ของไอที เหมือนโรงพยาบาล หรือมหาวิทยาลัยก็ได้ใช้ไม่ได้ Network ใช้ไม่ได้ ปริ้นเตอร์ใช้ไม่ได้ แต่ละแผนกนั่นเอง อาจจะเป็นแผนกบัญชี แผนกการเงินนะคะ แผนกบุคคลต่าง ๆ เราก็สามารถไปจัดการหรือว่าเปิดมีฟอนต์ไม่ครบทำอย่างไร Print งานไม่ได้นะคะ ถ้าเรามีตัว Subport ที่จะไปทำงานตรงนี้ แผนกนี้ของแต่ละบริษัท ที่เขารองรับการทำงานของเรานะคะ มันก็จะการันตีถึงความสามารถของเรานั่นเอง ตัวอื่นมันจะเป็นเฉพาะทางขึ้นมาครั้งก่อนก็พูดแล้วนะ เกี่ยวกับพวก Sun แล้วก็ Java Certified ต่าง ๆ นะคะ อันนี้น่าจะไม่ค่อยได้ใช้กันเท่าไรไม่ค่อยได้เห็นนะ ที่แต่ก่อนฮิตมากนะคะ ปัจจุบันก็ยังที่ฮิตอยู่ ก็จะเป็นพวก ก็จะเป็นเกี่ยวกับ Network พื้นฐานนะคะ ของ CCNA Cisco นั่นเองนะคะ ตัวนี้ เหมือนเวลาเราเรียนคอร์สnetwork ขั้นต้น network ขั้นสูง แล้วก็สามารถสอบใบ Certificate ของของ Cisco CCNA ตัวนี้ได้นั่นเอง ค่ะ ตอนนั้นสมัยหลายปีก่อนก็จะมีสอบของ ของ Microtic ก็จะเป็น Network มันก็จะเป็นชื่อตามบริษัท ผลิตภัณฑ์ Microtic ก็จะเป็นพวก Switch เป็นเกี่ยวกับพวก Network Cisco ก็จะผู้ผลิตเหมือนกัน หน่วยงานบริษัทองค์กรของเราซื้อผลิตภัณฑ์ตัวไหน เราก็ต้องไปซับพอร์ตกับยี่ห้อนั้นนั่นเองราชภัฏสกลนครซื้อ Microtic เจ้าหน้าที่ทุกคนก็ต้องมี ของ Cisco เกี่ยวกับ Cisco นั่นเองนะคะ ลักษณะก็จะเป็นอย่างนั้น ของที่สกลฯ ของเรา ก็จะมีเจ้าหน้าที่วิทยากรมาอบรมแล้วก็สอบ มันก็จะมีแล้วแต่ว่าเป็นรอบไปว่าของมหาวิทยาลัยของเรานี่ทำ MOU กับมหาลัยไหน ของ Microsoft ของเราก็มีสอบเหมือนกัน เป็นสอบก็ให้ปีสูง ๆ มาสอบนั่นล่ะ ปี 3 ปี 4 ก็มาสอบ มาสอบด้วยกัน มานั่งอบรม ก็จะได้ใบเซอร์ ใครที่ผ่านเกณฑ์ก้ต้องดูว่าแต่ละรอบของมหาลัยนี่ ทำ MOU กับบริษัทไหนนั่นเองนะคะ ต่อไปเราจะมาพุดถึงตัวมารตฐานที่อาจารย์ยกตัวอย่างมาตอนแรกนะคะ ว่ามีตัวไหนบ้าง IEEE ตัวนี้น่าจะได้ใช้บ่อยกันแน่ ๆ ก้จะเป็นการก่อตั้งระหว่างสถาบันวิศวกรรมไฟฟ้า วิศวกรรมอิเล็กหรอนิกส์ ก็จะร่วมกันของวิศวกรต่าง ๆ ร่วมกันวิจัยและพัฒนานะคะ องค์ความรู้นะคะ โดยเน้นเกี่ยวกับไฟฟ้าคอมพิวเตอร์ โทรคมนาคม การไฟฟ้ากำลัง แล้วก็ไฟฟ้าสื่อสาร กับโทรคมนาคมจะเป็นเลขเดียวกันนะคะ และจะมีระบบอิเล็กทรอนิกส์ ระบบวัตามกลุ่มที่เขาพัฒนาแล้วก็วิจัยนั่นเอง ก็จะเกิดมาตรฐานขึ้นมาขึ้นมา ก็เกี่ยวกับการสื่อสารของเรานั่นแหละนะคะ สายวัด สายแลนต่าง ๆ มีมาตรฐานอย่างไร Coax ไฟเบอร์ นู้นนี่นั่น การเข้าสายแบบไหน ก็จะเป็นมาตรฐานตัวนี้ เดี๋ยวมาดูกัน อุปกรณ์พวกนี้ เอามาตรฐานไหนมารองรับ คุ้นชินมากที่สุดแล้วตัวนี้ ถัดมา IInfrastructure Library นะคะ เป็นมาตรฐานเกี่ยวกับการให้บริการ IEEE นี่เหมือนจะเป็นพวกอุปกรณ์ฮาร์ดแวร์ คราวนี้เป็นการให้บริการ การปฏิบัติ ต่อผู้มาใช้บริการนั่นเอง พวกศูนย์คอมพิวเตอร์ พวกศูย์ไอที นะคะ เราจะมีให้บริการอย่างไร อย่างมหาลัยของเรามีการให้บริการระบบเครือข่ายสำหรับนักเรียนถูกไหม มี Wifi มีฮอยสปอต มีไวไฟ มีระบบเครือข่ายที่ให้บริการ มีบริการพร้อมใช้งานไหม ทุกจุดมีการคำนวณการกระจายสัญญาณครอบคลุมแต่ละตึกไหม อันนี้ก็จะเป็นรูปแบบการให้บริการต่าง ๆ เรามีไหมในการสามารถที่จะเจาะระบบข้อมูลได้ไหมนะคะ มันก็จะมีกระบวนการขั้นตอนตรงนี้เข้ามาในการให้บริการ ถัดมาก็พูดถึงก็พูดถึงองค์ประกอบที่เน้นไปถึงไอทีของเรา พูดง่าย ๆ เลยโดยรวม 1. เขาพูดถึงเป็น Business เขาก็จะพูดถึงภาครัฐหรือเอกชน หรือมหาวิทยาลัยของเราก็อยู่ในองค์มรวมตรงนั้น เช่นเดียวกัน เริ่มแรกจากนะคะ เรามีเทคโนโลยี แล้วก็จะมีกลุ่มของธุรกิจ กลุ่มของหน่วยงาน เสร็จแล้วนะคะ มีการ impremเกี่ยวกับการให้บริการเกี่ยวกับเทคโนโลยีสารสนเทศ มีการจัดการอย่างไร เริ่มจากวัตถุประสงค์ วัตถุประสงค์ ก็คือวัตถุประงค์กับมีผู้บริหารเกี่ยวกับการจัดการสารสนเทศของเราของเรา และก็ผุ้บริหารที่มีภาพองค์รวมนะคะ ก็คือการใช้งานทั้งหมดของ IT จัดการนะคะ ก็จะมีพวก SupportSupport เกี่ยวกับ Service Support การให้บริการ การรักษาความปลอดภัยการส่งมอบ การให้บริการ Service Delivery การไปให้บริการที่หน่วยงาน การให้บริการที่แผนกนะคะ แล้วก็เป็นโครงสร้างของตัวระบบเครือข่ายหรือว่าของตัวระบบ IT นั่นเองนะคะ อันนี้ก็จะเป็นการรวมองค์ประกอบที่เอามาใช้เกี่ยวกับตัว ITIL หรือการให้บริการของเรานั่นเอง ก็คือนำไปแล้วก็ปรับใช้ให้ตรงกับหน่วยงานและก็องค์กรของเรา เพราะแต่ละองค์กรก็จะมีแผนกไม่เหมือนกัน ทรัพยากรไม่เท่ากัน คนไม่เท่ากัน คนน้อย คนเยอะ อุปกรณ์ไม่เท่ากัน ระบบเครือข่ายไม่เท่ากัน ทุกอย่างสามารถปรับเปลี่ยนให้มันเหมาะสมกับหน่วยงานของเรานั่นเองนะคะ อย่างที่เน้นไปก็คือ เน้นกับกระบวนการและบุคคก็คือในหน่วยงานของเรามีทรัพยากรบุคคลเท่าไหร่ มีกระบวนการและก็มาดูเทคโนโลยีนะคะ แล้วก็นะคะ แล้วก็เวนเดอร์ก็คือผู้ทีไปให้บริการต่อนะคะ ถัดมามาดุ Itill ของ PPPP 4 ตัว อันแรกเลย มีอะไรบ้าง Peoper หกProduct ก็คือผลิตภัณฑ์ที่เราผลิตออกมา แล้วก็ Partner คือผู้ที่ร่วมมือกับการทำงานกับเรา อาจจะเป็นบริษัทคู่ค้าที่มาจับมือร่วมกันลงทุน ก็จะมีองค์ประกอบอะไรบ้าง วัฒนธรรมขององค์กร Culture ของหน่วยงาน วัฒนธรรม หน่วยงานนะคะ เครือข่าย การจัดการเกี่ยวกับการให้บริการแล้วก็ทำกระบวนการอย่างไรบ้าง ทำเมื่อไร ทำอย่างไร ทำที่ไหน นะคะ อันนี้ก็จะเป็นภาพรวมองค์กรเวลาเราให้บริการนั่นเอง มี Partner ไหมมีกระบวนการไหมมีกระบวนการไหม มี Product ไหม แล้วก็มีบุคคลที่เข้ามาเกี่ยวข้องนั่นเอง เข้าไปดูว่าวัฒนธรรมในองคทรัพยากรที่มีในองค์กรเป็นอย่างไร มีการจัดการที่ดีไหม เราจะเริ่มทำที่ไหนทำเมื่อไร ทำอย่างไรนั่นเอง นี่ก็จะเป็นกระบวนการการให้บริการ ถัดมา ISO นะคะ ก็จะเป็นมาตรฐานตัวถัดมา เมื่อกี้เรามี IEEE ITill แล้วก็ ISOก็จะเป็นองค์กรสากลนะคะ ที่ตั้งขึ้น ระหว่างประเทศ ว่าด้วยการมาตรฐานที่สร้างขึ้น แล้วก้ให้ประเทศต่าง ๆ เข้ามาใช้งานInternational Organization for Standardization ตัว ISO ของเราสำหรับสารสนเทศของเราที่จะมาใช้นี่อาจารย์จะยกขึ้นมาอันนี้ก็ยิ่งใกล้ตัวเช่นกัน วัตถุประสงค์ของเราคืออะไร กำหนดมาตรฐานระหว่างประเทศขึ้นมาไม่ว่าจะเป็นพัฒนาอุตสาหกรรมนะคะ การกิจการทางการความร่วมมือไม่ว่าจะเป็นด้านวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีนะคะ ก็คือพัฒนาให้พัฒนาให้สินค้าและบริการของหน่วยงาน ของบริษัท ของแต่ละประเทศที่อยู่ในตัวสมาคมพวกนี้ได้รับมาตรฐานหรือว่าเป็นที่ยอมรับนั่นเองนะคะ พัฒนาและก็ส่งเสริม พูดง่าย ๆ โดย เราจะนำแนวคิดนะคะ TDCA PDCA ตามคือก็คือ PLAN DO CHECK วางแผน วางแผนการทำงาน มีการหยุดพักไหม มีตารางหรือเปล่า หรือมีอะไรทที่มาเพิ่มเติมอีกไหม DO ก็คือเริ่มทำ Excecute ก็คือก็คือเริ่มที่จะลงมือทำเมื่อไร เช็กนะคะ ก็คือ Process ประเมินระหว่างกิจกรรมว่าที่เราทำไปนี่ มันโอเคไหม ไม่ใช่ว่าทำไปเรื่อย ๆ ต้องมีการเช็กอยู่ทำตาม Process นี้มันโอเคหรือไม่โอเค มีของเสียไหม หรือว่าเสียระยะเวลาเท่าไหร่นั่นเองนะคะ ม CHECK ประเมินกิจกรรมระหว่างทำงานlopp problem resolution ก็คือเราก็ต้องเช็กกระบวนการทั้งหมดดูสิ ว่ากระบวนการที่ทำมาถูกต้องตามกระบวนการไหม และก็ Check อีกรอบหนึ่งให้ครบตามลูปนะคะ Acur input ก็คือเหมือนเราไปเช็กแล้วก็เรามีข้อบกพร่องตรงนี้นะคะ ใช้ทรัพยากรที่มาเกิดไป แล้วก็ไปปรับปรุงให้มันดีขึ้นนั่นเอง ก็จะเป็นกระบวนการ Plan Do Check Act เช็กนั่นเอง วางแผนทำงาน เริ่ม Check Check แล้วก็มาดูมาตรฐานให้มันดีที่สุด ให้มันครบกระบวนการนะคะ เหมือนเวลาเราทำทั่วไปเลยอันนี้เป็น PDCA ที่สามารถเอาไปใช้กับงานทุก ๆ อย่างได้ ไม่ว่าจะกเ็นสารสนเทศนะคะ หรือว่าจะเป็นการทำ Project รายงานอันนี้ก็สามารถเอาไปใช้ได้ถัดมามาตรฐาน คุ้นนะคะ เดี๋ยวฟังไปบ่อย ๆ ก็จะคุ้นเองนะคะ จะเป็นกรอบแนวความคิดกรอบแนวความคิดคืออย่างไร กรอบแนวความคิดที่จะมาควบคุมการทำงานด้านเทคโนโลยีสารสนเทศของเรา เชื่อมโยงเป้าหมายทางธุรกิจแล้วก็เป้าหมายทางเทคเป้าหมายทางธุรกิจกับเป้าหมายทางสารสนเทศ สมมติเป้าหมายทางธุรกิจของเราอยากได้ผลกำไร ไตรมาสนี้หรือว่าภายใน 3-6 เดือนนี้กี่บาท แล้วเป้าหมายทางเทคโนโลยีสารสนเทศ สมมติต้องการลดการย้ายทรัพยากรแล้วให้เกิดผลกำไร ก็คือต้องไปควบคู่กัน ก็คือเป้าหมายต้องไปในทิศทางเดียวกัน ทั้งลดทรัพยากรและลดผลกำไร ลด Corse เป้าหมายทางธุรกิจก็ต้องเพิ่มขึ้น ต้องถูกเป้าหมาย เทคโนโลยีสารสนเทศ ก็ต้องถูกต้องเช่นเดียวกัน ดังนั้น ตัว COBIT ก็เลยจะเป็นวิธีการนำความคิดตัวน้มาใช้นั่นเอง เน้น แบบกระบวนการพยายามทำให้ตัวสารสนเทศของเราอยู่ภายใต้การควบคุมการใช้สารสนเทศตามกฎตามเกณฑ์ตามกระบวนการ ทำตามระยะเวลาที่กำหนดก็จะถูกต้องตามแผนที่เราวางไว้ เหมือนเวลาเราวางแผน สมมติว่าจะทำการวางแผน ลงคอมพิวเตอร์เครื่องใหม่ในห้อง Lab ใช้ระยะเวลาประมาณ 3 วัน สมมติเราวาง Preries time ไวเราก็ต้องควบคุมทุกอย่างที่มัน ให้ครบ ใน 3 วัน จำนวนคน จำนวนรายงานถูกไหมคะ อุปกรณ์ทุกอย่างต้อง Support ให้ทัน ถ้ามันช้าไปทุกอย่างมีผลกระทบ ผลเสียต่อหน่วยงาน ผลเสียต่อกระบวนการต่าง ๆ อย่างไรมันก็จะเป็นผลกระทบที่เกี่ยวเนื่องกันนั่นเอง ดังนั้น เราต้องควบคุมทุก ๆ อย่าง รวมถึงความเสี่ยงที่จะทำให้เกิดปัญหา อิญการไฟฟ้าแห่งจังหวัดของเราเกิดไฟดับมันก็ใช้ไม่ได้ ถูกไหมคะ มีการวางแผนเผื่อไว้ มีการใช้ไฟสำรองโน่นนี่นั่น มีการเทสต์ระบบหรือเปล่า อันนี้ก็เป็นกรอบแนวความคิดที่นำมาใช้ ก็เลยเป็นกระบวนการที่นำมาใช้ทางด้านไอทีหรือว่าเทคโนโลยีสารสนเทศของเรา ใกล้จะหมดแล้ว COBIT ไปเรียบร้อยแล้ว ถัดมา COSOตัว C จะเยอะหน่อย COSO COBIT CMMI COSO ก็จะเป้กรอบแนวควงามคิด คิดอย่างไรนะคะ ให้ปฏิบัติงานบรรลุตามเป้าหมายอย่างมีประสิทธิภาพและมีประสิทธิผล วางแผนไปแล้ว มีประสิทธิภาพ แต่ผลลัพธ์ไม่ได้ มันก็จะขัดแย้งกันตัวนี้ก็ย่อมาจาก Committee of Sponsoring of the Treadway และจะเป็นการทำงานนะคะ ของคณะกรรมการของอเมริกานั่นเองนะคะ พัฒนาจากความเสี่ยง การควบคุมภายใน รวมถึงกเยอะเหลือเกินตัวมาตรฐานนะคะ อันนี้ก็จะเป็นกรอบแนวความคิด เมื่อกี้เป็น COBIT กรอบแนวความคิดนะคะ ว่าปผฏิบัติแนวความคิดธุรกิจ แนวปฏิบัติทางด้าน IT ต้องไปด้วยกัน ส่วน COSO เป็นกรอบแนวความคิดที่มีการพัฒนาประสิทธิภาพและประสิทธิผลเกิดขึ้น ก็จะเป็นกสอดคล้อง หรือคล้อยตามกัน ความคิดทั้ง 2 อันเลย ถัดมามาตรฐาน CMMI MotionModel integration นะคะ อันนี้ก็จะเป็นมาตรฐานที่พัฒนาขึ้นมา ของวิศกรรมซอฟต์แวร์ก็คือคนที่พัฒนาเกี่ยวกับตัวซอฟตก็จะพัฒนาซอฟต์แวร์ให้มันดีขึ้น แล้วก็ให้มันมีประสิทธิภาพและเป็นที่ยอมรับ บางทีซอฟต์แวร์ที่เราใช้อยู่เขาจะพัฒนาอย่างไรให้มันดีขึ้นเหมือนเราใช้ Word PowerPoint Excel มีซอฟต์แวร์ตัวไหนที่เป็นคู่แข่ง พัฒนาให้มันดีขึ้นนั่นเอง แล้วก็เป็นที่ยอมรับ เป็นที่ยอมรับคืออะไร ทุกหน่วยงานทุกบริษัท ทุกประเทศทั่วโลก ยอมรับ แล้วก็ใช้ซอฟต์แวร์ของเรา เมื่อเขายอมรับ ผลที่ตามมา ก็คือเงิน ก็คือเขาจะซื้อซอฟต์แวร์ของเราไใช้ทุกคนและก็ส่งผลลัพธ์ทางธุรกิจของเรานั่นเองนะคะ CMMI เชื่อมั่นในผลิตภัณฑ์ของเรานะคะ เป็นที่เขื่อถือของลูกค้า มีการการันตี แล้วกซื้อตัวซอฟต์แวร์ ของเราไปใช้งานนั่นเองCMMI เมื่อกี้ก็จะเป็นพวกพัฒนาซอฟต์แวร์นะคะ คราวนี้เราก็จะมาสรุปมาตรฐานของเรา ที่อาจารย์พูดไปเมื่อกี้นะคะ มีหลายตัวไม่ว่าจะเป็นกรอบแนวความคิดหรือว่ามาตรฐานที่พัฒนาซอฟต์แวร์ พัฒนาเกี่ยวกับฮาร์ดแวร์นะคะ หรือพัฒนา ITEL ของเราเมื่อกี้ เริ่มแรก การที่จะใช้ตัวมาตรฐานเราก็ต้องกลับมาดูที่ องค์กรของเราว่ามีบุคลากรแบบไหน มีการให้บริการไหม หรือว่าผลิตออกมาเป็นผลิตภัณฑ์เมื่อมีมาตรฐานพวกนี้ขึ้นมาเราก็ต้องมารองรับกับบริษัท หรือว่าหน่วยงานของเรา เสร็จแล้วนะคะ เลือก Best Practices Best activ ก็คือที่หน่วยงานต่าง ๆ เขาใช้มาแล้ว เข้าใช้มาตรฐานตัวนี้ ส่งผลให้เกิดผลกำไรมากี่ปี กี่เดือน หรือเป็นที่รู้จักของทั่วโลก แล้วก็ลูกค้ามา เอามาละ เห็นมีคนใช้ดีเราก็หยิบมาใช้บ้าง ถูกไหมคะ เหมือนมีคนมาลองใช้ แล้วก็มั่นใจเหมือนเราจะซื้อสินค้าชนิดหนึ่ง อย่าง Shoppee Lazada เราก็ต้องไปดูรีวิวสินค้ามีมีคอมเมนต์ไหม ว่าสินค้าตัวนี้เขาดีจริงไหม มีคนใช้แล้ว ใช้ไปกี่วัน กี่เดือน กี่ปี ไม่เสีย ใช้แล้วมันเกิดสนิมหรือว่าส่งเคลมอะไรได้ เป็นลักษณะเดียวกัน ไปดูก่อน ไปดูเพื่อนก่อน เพื่อนใช้ดี เราก็ใช้ตามถัดมา COBIT กับ COSO COVIT กับ COSO มันเป็ยอย่างไรทำอย่างไรให้บริหาร ทำอย่างไรให้บริหารจัดการหน่วยงาน มีผลลัพธ์เกี่ยวกับธุรกิจ ผลลัพธ์เกี่ยวกับเทคโนโลยีสารสนเทศคล้อยตามไปในทิศทางเดียวกัน แล้วเกิดประโยชน์เกี่ยวกับหน่วยงานองค์กรของเรา ถัดมามาตรฐานสำคัญที่จำเป็นเกี่ยวกับการให้บริการทาง IT การให้บริการของเราก็จะมี ITIL เมื่อกี้ที่มี 4P ใช่ไหมคะ People process ต่าง ๆ เข้ามา ISO ISO แล้วก็ CMMI การให้บริการต่าง ๆ ถัดมาการพัฒนาซอฟต์แวร์ เราจะเห็นตัว ISO นี่มันไปอยู่หลายที่มาก ให้บริการทางด้าน IT ก็อยู่ พัฒนาทางด้าน IT มันจะเป็นมาตรฐานที่มีตัวเลขระบุอีกว่าตัว ISO นี้ เป็นมาตรฐานทางมันยิบย่อยลงไปอีกรายละเอียดยิบย่อยลงไปนะคะ บริหารซอฟต์แวร์ CMMI ก็เหมือนกัน ซอฟต์แวร์ก็มี ให้บริการก็มีเหมือนกัน แล้วก็มาตรฐานการรักษาความปลอดภััยของ ISO 27000 หรือ DS7799 มันก็จะเป็นชื่อย่อยลงไปอีกนะคะ เหมือนแต่ละมมาตรฐานที่อาจารย์พูดมาISO IEEE ITIL CO COSO COVIT พวกนี้นะคะ มันก็จะมีเลขมากำกับข้างหลังอีก ว่าเป็นมาตรฐานเกี่ยวกับด้านไหน แล้วตัวเลขก็จะบอกความหมายอีกว่าเป็นอย่างไรนะคะ โอเค วันนี้เราก็จะรู้ถึงมาตรฐาน มันเกิดจากอะไร มีกี่ประเภท อะไรบ้างและมีมาตรฐานตัวไหนเป็นการให้บริการไหมหรือว่าเป็นผลิตภัณฑ์ หรือเป็นกรอบความคิด ถ้ายกไปใช้ หรือนำไปประยุกต์กับหน่วยงาน กับองค์กรเราได้อย่างไร ก็ต้องมาดูตรงนี้อีกนะคะ ต่อไปก็จะลงลึกแต่ละตัวแต่ละมาตรฐานแล้วก็จะมีตัวเลขย่อยข้างหลังอีก ว่าแต่คืออะไรลงละเอียดนะคะ เข้าไปอีก สัปดาหฺนี้นะคะ เป็นอย่างไร อาจารย์พูดง่วงนอนไหใ(นักศึกษาชาย) ไม่ครับ (อาจารย์ธิดารัตน์) ดูอย่างอื่นอยู่ ดูอย่างอื่น โอเค ไม่ง่วงนะ วันนี้เดี๋ยวจะมีงานให้ทำในห้อง เพื่อจะได้ไม่ต้องกลับไปทำเป็นการบ้าน จะได้ทำเสร็จส่งเลย ส่วนมากลืม เวลาอาจารย์เช็กท้ายบทมันจะไม่ครบ มันจะได้มีส่วนช่วย ไม่ถืออะไรมา อาจารย์ถือกระดษามามีถือมาให้ ถถือมาให้ โอเค มันเป็นง่าย ๆ มาก เอาให้เขียน เขียนสิ่งที่เราสนใจ ง่าย ๆ ให้นักศึกษาเลือกมาตรฐานสากลที่นักศึกษาสนใจ หรือ มาตรฐานที่นักศึกษาเคยพบเจอ ลงงานไป แม็กโคร โลตัสนี่ ตัว Honda Masda อาจจะไม่สังเกต มา ๆ มาทันพอดี อย่างน้อย 3 มาตรฐานที่เราเคยเห็นหรือมาตรฐานที่เราสนใจน่ะคืออะไร หรือเอาจริง ๆ เลยหรือว่าไม่สนใจ ก็ไปหาข้อมูลใน Search Engin อินเทอร์เน็ต มาให้ส่งเป็นงานท้ายบทของวันนี้จะได้ไม่เกิดปัญหาการหลงลืมการบ้านของสัปดาห์นี้แล้วกันนะคะ เดี๋ยวจะแจกกระดาษให้นะคะ 3 มาตรฐานนะ มาตรฐาน 3 อันแล้วก็เขียนรายละเอียดด้วยนะคะ สำหรับคาบนี้ก็ขอบคุณพี่ล่าม ให้น้อง ๆ เขาทำในห้องแล้วก็ขอบคุณพี่ล่ามมากนะคะ สวัสดีค่ะ [สิ้นสุดการถอดความ]