(อาจารย์ธิดารัตน์) สวัสดีค่ะ เดี๋ยวรออาจารย์สักครู่นะคะ สวัสดีค่ะ ฮัลโหล ฮัลโหล ฮัลโหล ฮัลโหล ออกไหม สวัสดีค่ะ สวัสดีพี่ล่ามนะคะ ได้ยินนะ (ล่าม) สวัสดีค่ะ OK ค่ะ ก็วันนี้เราก็จะมาเริ่มเรียนนะคะ บทที่ 1 นะคะ เกี่ยวกับตัวมาตรฐานสากลด้านเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์และดิจิทัลนะคะ วันนี้ก็จะมาพูดเป็นภาพองค์รวมนะคะ ว่าอะไรวิชานี้เราจะเรียนมาตรฐานอะไรบ้าง นะคะ แต่ละตัวมีมาตรฐานอะไรนะคะ ที่น่าสนใจ โอเคนะคะ เริ่มแรกก็จะพูดถึงบทนำของเราก่อนนะคะ ว่า ณ ปัจจุบันนี้ เราจะเห็นว่าไม่ว่าจะเป็นหน่วยงานองค์กร หรือมหาวิทยาลัยของเรานี่ ก็ได้ภาครัฐภาคเอกชนจะต้องมีตัวระบบสารสนเทศการใช้งานต่าง ๆ เข้ามาเกี่ยวข้อง ดังนั้นนะคะ การบริหารงานด้านไอทีหรือว่าเทคโนโลยีสารสนเทศนี่ สำหรับประเทศไทยนี่ ก็เข้ามามีบทบาทรวมถึงผู้บริหารที่เข้ามาดูแล แล้วก็บริหาร ไม่ว่าจะเป็นบุคลากร ทรัพยากรคน ก่อนด้วยนะคะ ทางด้านผู้บริหารจะถูกปรับตำแหน่งหรือว่าเลื่อนตำแหน่งขึ้นมาโดยไม่ได้จบทางสายเทคโนโลยีสารสนเทศหรือว่าไอทีโดยเฉพาะ ดังนั้นเราจะทำอย่างไรหรือจะมีตัวไหนที่เข้ามาช่วยให้ผู้บริหารเหล่านั้นเข้ามาบริหารงานด้านสารสนเทศให้เกิดประสิทธิภาพมากที่สุดนะคะ เมื่อผู้บริหารนี่ไม่ได้จบหรือถูกพัฒนามาจากสายคอมพิวเตอร์หรือเทคโนโลยีสารสนเทศ ดังนั้น เวลาเขาบริหารหรือว่าพัฒนาบุคคลนะคะ รวมถึงทรัพยากรต่าง ๆ ที่อยู่ในหน่วยงานของเขานี่ เขาอาจจะไปดูแบบแผนมาจากบริษัทอื่นหรือว่าจากหน่วยงานอื่นนะคะ หรือว่าตัวกรณีศึกษาอื่นมา ซึ่งตรงนั้นอาจจะไม่ใช่ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด ดังนั้น ทำอย่างไรให้หน่วยงานหรือว่าองค์กรของเรานี่ประสบความสำเร็จนะคะ การบริหารทางเทคโนโลยีสารสนเทศของไอทีนี่ ไม่ว่าจะเป็นที่ไทยหรือว่าจะเป็นต่างประเทศนะคะ หลักการงานบริหารต้องมีรูปแบบที่คล้ายกันรวมถึงความเชื่อของเรา คือ มาตรฐานสากล ดังนั้น เราก็จะเอาตัวมาตรฐานทางด้านไอทีที่เป็นสากลเข้ามา support ให้ผู้บริหารเหล่านั้นนี่ เข้ามาเลือกหรือว่าจัดสรรตัวสารสนเทศ และตัวมาตรฐานที่มันร้องกับหน่วยงานหรือว่าองค์กรของเรานั่นเองนะคะ เพื่อให้หน่วยงานของเราทำงานให้เกิดประสิทธิภาพมากที่สุดนะคะ ทำอย่างไรให้ระยะเวลาประหยัดเวลา ประหยัดคน ประหยัดทรัพยากร พูดง่าย ๆ คือได้ผลกำไรที่ดีที่สุดนั่นเองนะคะ ไม่ว่าจะเป็นการบริการ การผลิตภัณฑ์นะคะ เหล่านี้ก็ต้องสามารถที่จะให้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุดให้กับหน่วยงานของเราด้วยนั่นเอง พูดง่าย ๆ ก็คือได้ผลกำไรนั่นเองนะคะ หัวข้อที่จะมาบรรยายก็จะเป็นพูดถึงตัวมาตรฐาน ที่อาจารย์หยิบมาที่คิดว่าน่าจะสำคัญ แล้วก็คล้องกับตัวรายวิชานี้นั่นเองนะคะ เริ่มแรกว่าจะพูดถึงมาตรฐาน IT ที่เราเลือกมา มาตรฐานแล้วก็การจัดหน่วยงานไหนมีองค์กรไหนนะคะ มาตรฐาน และคะมาตรฐาน มาตรฐาน ISO มาตรฐานครบ มาตรฐานโคโซแล้วก็มาตรฐาน cmmi ซึ่งแต่ละชื่อของมาตรฐานตัวนี้ นักศึกษาต้องทำให้ได้ว่าแต่ละมาตรฐานคืออะไร แล้วก็มีรูปแบบลักษณะแบบไหนนั่นเองนะคะ มีหน่วยงานมีองค์กร แล้วก็เขาสนับสนุนทางด้านเรื่องไหนนั่นเองนะคะ เริ่มจะพูดถึงตัวมาตรฐานไอที ในการปฏิบัติงานในทุกรูปแบบไม่ว่าจะเป็นการทำงานของสถานที่ไหน หน่วยงานไหน บางกิจกรรมก็จะมีการปฏิบัติงานที่ซ้ำ ๆ หรือว่าเป็น Routine นั่นเองนะคะ ดังนั้น การปฏิบัติงานซ้ำซ้ำนี่ ทำอย่างไรให้มันลดข้อผิดพลาด ที่จะเกิดขึ้น ทำอย่างไรให้ลดระยะเวลาในการทำงาน ทำอย่างไรให้ใช้ทรัพยากรให้คุ้มค่าที่สุดนั่นเองนะคะ ดังนั้น การปฏิบัติงานต่าง ๆ นี่ ก็ต้องให้ประสบความสำเร็จ ก็จะต้องมีตัวมาตรฐานที่เข้ามาตอบโจทย์ตรงนี้นั่นเองนะคะ หากเราปฏิบัติงาน ปฏิบัติงานโดยไม่มีมาตรฐาน วันนี้อยากทำเท่านี้ วันนี้ไม่อยากทำ ใช้ระยะเวลาเท่าไหร่นะคะ เหมือนการให้บริการนี่ อย่างนี้กรณีที่มีผู้ใช้บริการเยอะ แล้วเราให้การบริการไประยะเวลาแต่ละที่อาจจะไม่เท่าเทียมกัน ดังนั้น เราจะพึงพอใจไหมสมุดเราเป็นผู้รับบริการ แล้วไปใช้บริการ หน่วยงานหนึ่งให้การบริการที่รวดเร็วกว่าแล้วก็ดีกว่ากับอีกหน่วยงานหนึ่งซึ่งให้ระยะเวลาที่ค่อนข้างเยอะกว่านั่นเอง เราก็ต้องเลือกสิ่งที่ดีกว่าอยู่แล้วใช่ไหมคะ ดังนั้น เราต้องปฏิบัติงานนะคะ ให้เกิดความพึงพอใจของผู้รับบริการ แล้วก็สามารถที่จะใช้งานแล้วก็เชื่อมต่อ กับตัวระบบงานอื่นได้ด้วยนั่นเองนะคะ ไม่ใช่ว่าทำแล้วออกมาผลลัพธ์ที่ได้ไม่สามารถที่จะไปทำงานต่อหรือว่าทำงานข้ามกับระบบตัวอื่นได้นั่นเองนะคะ อันนี้ก็ต้องคำนึงถึงแผนกอื่นฝ่ายอื่นด้วยที่จะทำให้การทำงานของหน่วยงาน หรือว่าบริษัทของเราดำเนินการอย่างสอดคล้องกันนั่นเองนะคะ อย่างตัวนี้ก็คือการนำระบบ Operator บริษัทที่มาใช้มาตรฐานนะคะ ยกตัวอย่างการใช้งานง่าย ๆ เหมือนตอนนี้นักศึกษาเข้ามามหาวิทยาลัยเข้าสู่อินเทอร์เน็ตนะคะ ล็อกอินเข้ามา username password รหัสนักศึกษา เห็นไหมคะ เข้าไปใช้งานข้อมูลทำรายงาน หรือว่าเข้าไป Facebook เข้าไปดูสิ่งที่ต้องการค้นหาต่าง ๆ เขาจะมีมาตรฐาน html ขึ้นมา เป็นมาตรฐานของเว็บขึ้นมา กดเข้าไปแล้วมี Response ในการทำงานค้นหา keyword ต่าง ๆ ขึ้นมาเป็นระยะเวลาที่รวดเร็วไหม keyword ที่ค้นหากับตัวกับ search engine แล้วก็แหล่งข้อมูลที่เราต้องการนี่ มันตรงกันหรือเปล่า search เป็น keyword 1 แล้วผลลัพธ์ที่ออกมาตรงกันไหม ข้อมูลมีเยอะหรือเปล่าอะไรอย่างนี้นะคะ มันก็จะมีมาตรฐานขึ้นมาเพื่อให้รองรับสำหรับผู้ใช้นะคะ เดี๋ยวเรามาดูต่อ อาจารย์พูดเร็วพูดช้าบอกได้นะคะ อาจารย์จะพูดไปเรื่อย ๆ มีปัญหาง่วงนอนอะไรยกมือถามได้นะคะ ถัดมาจะเป็นตัวอย่างมาตรฐานในการใช้เว็บ อันนี้คุ้นเคยอยู่แล้วเข้ามาใช้ทุกวันอยู่แล้วอาจจะวันหนึ่งอาจจะหลาย ๆ รอบก็ได้นะคะ การใช้งานเว็บไซต์ต้องมีมาตรฐานอะไรมา support เริ่มแรกมาตรฐานซอฟต์แวร์ ฮาร์ดแวร์ บางคนบอกเกี่ยวด้วยหรือคะ เราแค่ไปกดใช้แน่นอนเราต้องมีอุปกรณ์ อาจจะเป็นคอมพิวเตอร์ โน๊ตบุ๊ก สมาร์ทโฟนแท็บเล็ตอะไรก็แล้วแต่นะคะ ที่เราจะสามารถเข้าไปใช้ในสมัยนั้นได้ ฮาร์ดแวร์ เสร็จต้องมีซอฟต์แวร์ คราวนี้นี่เราเอาผลิตภัณฑ์ของบริษัทไหนหน่วยงานไหนมาใช้งานหรือเราเอามาใช้แล้วมันก็จะมีแบบว่าเป็นลายเส้นแท้ ไม่ลายเส้นแท้ ที่เรามาใช้งานที่เป็นอย่างไรนะคะ มันก็จะเกี่ยวโยงกันไปเรื่อย ๆ นะคะ มาตรฐานระบบปฏิบัติการในอุปกรณ์ของเรา ไม่ว่าจะเป็นคอมพิวเตอร์ สมาร์ทโฟน แท็บเล็ต ระบบปฏิบัติการที่เราลงด้วยนะคะ ว่ามีมาตรฐานไหม เราก็จะรู้ว่ามาตรฐานที่เราลงในอุปกรณ์ฮาร์ดแวร์ของเรามันรองรับอุปกรณ์ของเราในรุ่นไหนบ้าง กับอุปกรณ์ซอฟต์แวร์ไหนบ้างนะคะ บางอันก็จะแบบของ Windows ว่าจะเอาอย่างเดียวหรือว่าของ Linux อย่างนี้นะคะ ก็แล้วแต่ว่าระบบปฏิบัติการที่ใช้มามัน support หรือว่ารองรับตัวไหนบ้างนั่นเองมาตรฐานระบบเครือข่ายและการสื่อสาร เครือข่ายที่เราใช้เป็นรูปแบบอะไร Local Network เป็นสายแลนไหม เป็นสายแลนธรรมดา เป็นไฟเบอร์หรือเปล่า ไฟเบอร์ในการสื่อสารหรือเป็นการเดินสายในอากาศนะคะ พวก WiFi หรือพวก นะคะ หรือพวกดาวเทียมอันนี้ก็เป็นพวกรูปแบบการสื่อสารเช่นเดียวกัน มันก็จะแยกเป็นประเภทอีกแบบไร้สาย ไม่ไร้สายมีอุปกรณ์แบบไหนที่ support มันก็จะเกี่ยวโยงกันไปทั้งหมดนะคะ เหมือนเวลาเราใช้งานเว็บไซต์บางทีเราอาจจะหลงลืมไปว่ามันมีอุปกรณ์ตัวไหนที่มาเชื่อมต่อบ้างแล้วมีเทคโนโลยีไหลบ้างแล้วตัวมาตรฐานตัวไหนที่มา support อีกเดี๋ยวเราเข้าไปดูระบบเครือข่ายมันก็จะเป็นสัปดาห์หลังก็จะมาดูระบบเครือข่ายมีตัวไหนบ้างที่ support มีอุปกรณ์และมาตรฐานตัวไหนนะคะ มาตรฐาน TCP/IP อันนี้น่าจะคุ้น ปี 3 น่าจะได้เรียนมาแล้วนะคะ คุ้น ๆ ไหมคะ tcp พวกเรียนเน็ตเวิร์คมาแล้วน่าจะคุ้น ๆ อยู่tcp IP IP Address ตั้งต่างการเปลี่ยนชื่อเปลี่ยน Host ต่าง ๆ การส่งข้อมูลระหว่าง Server ผู้ส่งกับผู้รับมาตรฐาน html เรียนการเขียนเว็บมา น่าจะได้เรียนกันแล้วถูกไหมคะ OK เป๊ะกันหมดแล้วพวกนี้ มาตรฐานเสิร์ชจิ Engine ต่าง ๆ ก็คือเหมือนเวลาเราเข้า Google Google นะหรือว่าเข้าไปเสิร์ชข้อมูลต่าง ๆ ก็จะเป็นมาตรฐานตัวนี้อย่างที่อาจารย์บอกไปแล้ว อย่างตัวเองเสิร์ชไปแล้วกับคำที่ค้นหามันตรงกันไหมที่แสดงหน้าจอ มันไปแหล่งข้อมูลที่ถูกต้องใช่หรือเปล่าแล้วก็มีมีระยะเวลาที่นำเสนอเป็นเท่าไร มาตรฐานอักขระ ก็คือตัวอักษรในการสื่อสารข้อมูลนั่นเองนะคะ OK ถัดมาเราจะมาดูมาตรฐานที่เราสนใจนะคะ ยกตัวอย่าง มาตรฐานเกี่ยวกับบุคคล มาตรฐานความสามารถ แล้วก็ตำแหน่ง อย่างที่บอกไปนะคะ สมมุติเราไปทำงานนะคะ หน่วยงานหนึ่งจบไปพร้อมกับนักเรียนจบใหม่ ของห้องอื่น มหาวิทยาลัยอื่น หรือว่าที่อื่นนี่ เราอยากไปสมัครงานเราจะมีคุณสมบัติอย่างไรที่เป็นการบ่งบอกว่าเรามีความสามารถ ดังนั้นมาตรฐานเกี่ยวกับบุคคลก็จะเป็นตัวที่บ่งบอกได้ว่าว่าเรามีความสามารถมีทักษะอย่างไร พูดง่าย ๆ เหมือนเป็นภาษาอังกฤษเราก็ไปสอบถูกไหมคะ ว่ามี IELF อะไรนะคะ มีใบเซอร์ที่รองรับว่าเรามีทักษะภาษาอังกฤษอย่างไรบ้างทางด้านเทคโนโลยีสารสนเทศหรือไอทีของเราก็จะมีตัวใบรับประกันว่าเรามีความสามารถทางไหนบ้างนั่นเอง อย่างมาตรฐานของตัวบุคคล ยกตัวอย่าง เหมือน ic3 ic3 จะเป็นมาตรฐานที่บอกว่าคุณมีความสามารถในการใช้อุปกรณ์ฮาร์ดแวร์ ซอฟต์แวร์ อย่างไร หรือว่าซอฟต์แวร์สำเร็จรูป ใช้ Word PowerPoint Excel ใช้ถึงระดับไหน เหมือนเราไปเรียน Word PowerPoint Excel เหมือนกันมาในห้องเราจะรู้ได้อย่างไรว่าทุกคนในแต่ละห้องมีการใช้งาน Word PowerPoint Excel ในระดับไหนใช้งานคล่องสุดเร็วสุดแล้วก็ใช้งานเปิดฟังก์ั่นฟีเจอร์ต่าง ๆ ได้ดังนั้นตัวมาตรฐานของตัวบุคคลก็จะเป็นที่มาแสดงให้เห็นว่าแต่ละบุคคลมีทักษะขนาดไหนเมื่อบุคคลหรือว่าบุคลากรเรามีทักษะแล้ว ก็จะส่งผลให้องค์กรหรือว่าหน่วยงานนี่ มีคุณภาพมากขึ้นเรามีบุคลากรที่มีคุณสมบัติแบบนี้สมมุติอาจารย์มีใบเซอร์มหาวิทยาลัยก็จะได้การยอมรับว่ามีการเรียนการสอนที่ดีมีการใช้อุปกรณ์รวมถึงมันก็จะส่งผลต่อเนื่องกันไปนะคะ ถัดมามาตรฐานเกี่ยวกับอุปกรณ์เครือข่ายแล้วก็การเชื่อมต่อ อุปกรณ์เราใช้ของผลิตภัณฑ์อะไร มีมาตรฐานตัวไหนมารองรับ มีตัวกันเครือข่ายไหมนะคะ เพราะว่าเดี๋ยวนี้มันก็จะมีตัวบริษัทที่จะมาให้บริการค่อนข้างเยอะนะคะ ดังนั้น ก็จะต้องดูว่าแต่ละที่นี่ support แล้วก็ให้บริการเราดีใหม่นะคะ อย่างแต่ละพื้นที่การให้บริการก็อาจจะเขาถึงไม่เท่ากัน ถ้าเป็นพื้นที่ที่ต้องการเข้าถึงยาก หรือเป็นพื้นที่ที่ยังไม่มีบริการให้ระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ต มันก็จะมีแค่บางผู้ให้บริการเท่านั้นที่สามารถให้บริการเราได้นะคะ การจัดการเกี่ยวกับการให้บริการไอที การให้บริการไอทีอย่างไรนะคะ อย่างพวกระบบเซลลูลาร์ ก็คือระบบโทรศัพท์นั่นเองเวลาเราไป AIS Dtac ไหมเราอยากไปสมมุติถ้าเป็นเจ้าของบริษัทการจัดการเกี่ยวกับการให้บริการไอที ก็คือคล้าย ๆ กับการให้บริการตัวระบบเครือข่ายนั่นเอง หรือในรูปแบบโทรศัพท์บ้าน จะเป็น TOT องค์การโทรศัพท์หรือว่า 3BB Cat Telecom ต่าง ๆ พวกนี้ก็จะเป็นการให้บริการเช่นเดียวกันอาจจะเป็นคำที่เราคุ้นเคยแต่เราแยกไม่ออกว่าพวกนี้ก็จะเป็นหน่วยงานที่ให้บริการเกี่ยวกับสารสนเทศหรือว่าไอทีของเรานั่นเองนะคะ มาตรฐานเกี่ยวกับการพัฒนาซอฟต์แวร์ ก่อนที่จะไปเป็นซอฟต์แวร์ที่เราใช้ ณ ปัจจุบันนี่ เขาก็จะต้องมีการใช้งานแล้วก็ทดลองในการเทสต์นะคะ มีการนักพัฒนา Oppo แล้วก็มีของตัวซอฟต์แวร์ Software testing ต่างมันจะมีบุคลากรแต่ละตำแหน่งเข้ามา support ตรงนี้เขาจะมีมาตรฐานมารองรับว่าทำ 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 ครบเรียบร้อยนะคะ มาตรฐานความรักษาความมั่นคงปลอดภัยข้อมูลไม่รั่วไหลนะคะ มาตรฐานเกี่ยวกับเอกสารแบบฟอร์มข้อมูลนะคะ การเก็บแบบฟอร์มข้อมูลต่าง ๆ นะคะ สามารถเก็บไว้แล้วสามารถที่จะดึงข้อมูลกลับมาค้นหา แล้วทำเป็นรูปแบบรายงานได้ไหม ในระยะเวลาเท่าไหร่เก็บข้อมูลไปที่หน่วยงานไหนนะคะ อันนี้จะเป็นตัวอย่างมาตรฐานนะคะ ที่ยกมานะคะ ให้นักศึกษาเข้าใจนะคะ ถัดมา เราจะมาพูดถึงตัวมาตรฐาน ประเภทของมาตรฐานก่อนนะคะ พวกตัวกำเนิดของมัน อันแรกนะคะ นะคะ เป็นมาตรฐานนะคะ เริ่มจากแต่รับประกันมาตรฐานแต่ละประเภท แล้วก็กำหนดโดยองค์กรระหว่างประเทศนะคะ เช่น ISO นะคะ ก็จะเป็นการร่วมมือกันของระหว่างประเทศนะคะ ว่ามาตรฐานตัวนี้ใช้งานแล้วมันเกิดผลอย่างไรครับ spport ตัวไหนบ้างอันนี้ก็คือเป็นระหว่างเพศ คราวนี้ Standard ตัวนี้จะเป็นมาตรฐานพูดง่าย ๆ คือมีการใช้งานภายในหน่วยงานภายในองค์กรเสร็จใช้เสร็จปุ๊บ เกิดการแพร่หลายจากหน่วยงานหนึ่งเป็น 2 ใน 3แล้วก็กระจายพื้นที่มากขึ้นจากพื้นที่เล็ก ๆ ก็เป็นพื้นที่ใหญ่ขึ้นว่าจะเป็นมาตรฐานที่ใช้กันมาสืบเนื่องสุดท้ายก็จะเป็น Open Standard ก็จะเป็นมาตรฐานที่เรารู้จักกันอยู่แล้ว เป็นสากลที่เกิดขึ้นแล้ว อันนี้เป็นมาตรฐานที่เราใช้มารับมาหลาย ๆ ปีอยู่แล้วนั่นเองนะคะ อันนี้มันจะเป็นประเภทของมาตรฐานทั้ง 3 แบบนะคะ De Juror De Facto Standard แล้วก็ Open Standard นะคะ 3 อันถัดมาเมื่อเรารู้ประเภทของตัวมาตรฐานเรียบร้อยแล้วคราวนี้เราก็จะมาดู สไลด์ต่อไปของเรานะคะ องค์กรหรือว่าองค์การมาตรฐาน มาตรฐานระดับโลกก็จะมีตัวองค์กรที่มารองรับ อันนี้จะเป็นบางส่วนที่ยกตัวอย่างขึ้นมานะคะ ให้ดู อย่าง ISO ตัวนี้นะคะ ก็จะเป็นตัวมาตรฐานที่หน่วยงานหรือองค์กรต่าง ๆ นี่ ตามบริษัทต่าง ๆ นี่ ค่อนข้างใช้เยอะนะคะ รวมถึงเป็นพวกเดียวกับโรงงานนี่ ตัว ISO จะเป็นตัวสำคัญจะเห็นว่าเป็นมาตรฐานเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมที่เข้ามารองรับว่าหน่วยงานหรือองค์กรของเราผลิตแล้วไม่ส่งผลสิ่งแวดล้อมเวลาเราจะผลิตหรือว่าทำอะไรนี่มันจะไม่มีผลกระทบกับคนอื่นสืบเนื่องมานั่นเอง ยกตัวอย่าง ของเมื่อกี้ ISO แล้วเราจะมาพูดถึง ก็คือตัวสถาบันมาตรฐานแห่งอเมริกานั่นเองเป็นองค์กรนะคะ ที่สนับสนุนการพัฒนามาตรฐานเทคโนโลยีสารสนเทศของอเมริกานะคะ ตัวนี้ก็จะเป็นผู้เริ่มนะคะ ในการสนับสนุน ไม่ว่าจะเป็น ISO ที่ประเทศไทยก็นำมาใช้ตัวมาตรฐานตัวนี้นะคะ หรือ W3C นะคะ w3c ตัวนี้ก็จะเป็นต่อไปนี้นักศึกษาน่าจะได้คุ้นกับคำนี้มากขึ้น สำหรับเวลาเราเข้าไปใช้เกี่ยวกับตัวพัฒนา หรือว่าเขียน มากขึ้นเองw3c ก็จะเป็นองค์กรระหว่างประเทศที่ทำงานนะคะ เกี่ยวกับเทคโนโลยีเว็บเมื่อกี้เราเรียนไปแล้วสำหรับ ปก็จะมีพวกเว็บhtml นะคะ ML นะคะ html นะคะ พวกเทคโนโลยีเว็บต่าง ๆ เขาจะอยู่กับ w3c นะคะ เหมือนเวลาเราเรียนเกี่ยวกับการเขียนโค้ด html นี่ มันก็จะมีหน้าของ w3c เข้ามาเวลาเราเขียนโค้ดและบริการเหมือนมันเกิดผก็คือเวลาโพสในนั้นแล้วมันสามารถเกิดผลลัพธ์อะไรขึ้นมาพวก css คุไหม ชื่นใจแทนอาจารย์ที่สอนเดี๋ยวนะ เดี๋ยวนะ หายไปไหนแล้ว ยกตัวอย่าง ตรงนี้ อย่างนี้นะคะ ของตัว w3c มันก็จะมี... เห็นไหมเอ่ยเวลาเราเขียนโค้ดแล้วก็ไป testing ต่าง ๆ ก็จะมี Copdingขึ้นมาเดี๋ยวปี 2 คงจะได้เรียนเหมือนกันนะคะ พวกทำเว็บไซต์ต่าง ๆ เป็นคนดีขึ้นมานานแล้วไม่มีหน้าตาอย่างไรมีตรงไหนที่เกิดหรือว่ามี แบบรูปแบบการเขียนอย่างไรบ้างนั่นเอง OK กลับไปดูต่อของเรา มันสลับไม่ได้หรือเปล่า ว่าอย่างไร มาแล้ว มันต้องดู... สวัสดีค่ะ ไม่หมด [เสียงหัวเราะ] (อาจารย์ธิดารัตน์) เมื่อกี้ดู w3c ไปนะคะ มันก็เลยมีเทคนิคนิดหน่อยนะ มันไม่ขึ้นจอ ถัดมานะคะ เราจะมาดูตัวใหญ่ ๆ หนึ่งที่อาจารย์จะพูดให้ฟัง ก็คือ sisa sah อันนี้ก็จะเป็นเหมือนกันบริหาร วิเคราะห์อันนี้จะแนวออกผู้บริหารจะดูว่าหน่วยงานของเรานี่มีทรัพยากรเท่าไหร่ เราจะบริการเราจะจัดการอย่างไรไม่ให้เกิดความเสี่ยงนะคะ ตัวซนี่คราวนี้เราก็ต้องมาดูอีกว่าบริษัทหน่วยองค์กรของเรานี่ ผลิตบริการในรูปแบบใดนะคะ ให้บริการ เป็นอุปกรณ์ผลิต เป็นผลิตภัณฑ์ ออกมาหรือว่าเป็นให้บริการของผู้ใช้นั่นเองนะคะ ดังนั้น การเลือกตัวมาตรฐานที่จะมาใช้ในหน่วยงานหรือว่าองค์กรของเรานี่ มันก็จะแตกต่างกันตามแต่ละหน่วยงานที่ให้บริการนั่นเองนะคะ ถัดมาจะมาพูดถึงการพัฒนามาตรฐานด้านสารสนเทศในประเทศไทยของเราก่อนนะคะ สำหรับประเทศไทยก็จะมีสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมของไทยนั่นเอง นะคะ ที่จะมาเป็นผู้กำหนดมาตรฐานแห่งชาติของเรา อุตสาหกรรมก็จะเรียกตัวย่อว่า สมอ. ก็จะมีคณะกรรมการที่แต่งตั้งขึ้นมาแล้วก็แบ่งหน้าที่ในการรับผิดชอบของแต่ละหน่วยงานนะคะ ของแต่ละประเทศนะคะ โดยแต่งตั้งคณะกรรมการวิชาการนะคะ 536 ขึ้นมา เพื่อดูแลทางมาตรฐานของเทคโนโลยีสารสนเทศนะคะ เพราะว่ามาตรฐานทางอุตสาหกรรมที่มันก็จะมีหลากหลายประเภทนั่นเอง อุตสาหกรรมทางด้านนี้มีอะไรบ้าง มันก็จะไล่มาเป็นขนาด แล้วปัจจุบันคณะกรรมการหรือ 536 นี่จะแบ่งเป็น 2 ทีมโดยคณะชนิดว่าทีมที่ 1 ของเรานี่ก็จะกำหนดนะคะ เกี่ยวกับรูปแบบ เป็นจังหวัดนั่นเอง รหัสย่อโค้ดต่าง ๆ แล้วก็ตามมาด้วยอำเภอ ส่วนทีมที่ 2 นะคะ ก็จะกำหนดอักขระการเขียนโปรแกรม และโครงการซอฟต์แวร์ ก็คือรูปแบบการเขียนโปรแกรม แล้วก็ซอฟแวร์นะคะ หน่วยงานที่ 2 นี้ก็จะทำการดูแลนั่นเอง ว่าการใช้ซอฟต์แวร์ที่ถูกพัฒนาขึ้นในหน่วยงานหรือบริษัทในประเทศไทยนี่ มีมาตรฐานถูกต้องไหม หรือการเขียนโปรแกรมต่าง ๆ นี่ มีมาตรฐานสอดคล้องหรือว่ารองรับหรือเปล่านั่นเองนะคะ ถัดมานอกจาก สวอ. แล้วก็จะมีหน่วยงานไหนที่เราน่าจะคุ้นเคยกันบ้าง อันแรกก็คือราชบัณฑิต อันนี้น่าจะเป็นคำที่คุ้นเคยคุณเคย ทุกคนได้ยินอยู่แล้วเวลาเราเขียนคำศัพท์ที่เป็นศัพท์เทคนิคทางคอมพิวเตอร์ บางทีก็จะเขียนทับศัพท์ไม่ถูก อย่าง คีย์บอร์ด เมาส์ เราเขียนไม่ถูกก็ต้องไปเปิดพจนานุกรมเกี่ยวกับทางคอมพิวเตอร์นั่นเองไปดูซิเขาใช้อย่างการสะกดอย่างไรมีอักขระอย่างไร bunga เขียนว่าเป็นแป้นพิมพ์ซึ่งคำศัพท์พวกนี้ก็จะถูกบัญญัติไว้เกี่ยวกับคอมพิวเตอร์จริง ๆ เราก็สามารถไปศึกษาตัวร่างคำศัพท์นี้ในราชบัณฑิตสภา และตัวราชบัณฑิตคอมพิวเตอร์นะคะ ถัดมาหอสมุดแห่งชาติ หอสมุดก็เหมือนห้องสมุดของเรา ถ้าเป็นอยู่ในมหาวิทยาลัยก็จะเป็นการเก็บรวบรวมข้อมูลหนังสือเป็นห้องสมุดแห่งชาติ ก็จะเป็นลักษณะที่เก็บข้อมูลรวบรวมของหนังสือต่าง ๆ ของในประเทศไทยไว้ก็จะมีตัวรหัส isbn ก็คือรหัสที่อยู่หมวดหมู่ของหนังสือของเรานั่นเอง ว่าอยู่ลำดับที่เท่าไหร่อยู่หมวดหมู่ไหนให้ตำแหน่งที่เท่าไหร่นั่นเองนะคะ ถัดมาสภาอุตสาหกรรม สภาอุตสาหกรรม อุตสาหกรรมเกี่ยวกับเทคโนโลยีสารสนเทศ ที่จะเป็นอุตสาหกรรมอุตสาหกรรมหนึ่งในนั้นก็อยู่ภายใต้สภาอุตสาหกรรม ว่าเราผลิตภัณฑ์อาจจะเป็นตัวฮาร์ดแวร์ ซอฟต์แวร์ ขึ้นมานี่ก็ต้องมีรหัสสินค้าผลิตที่มีเท่าไหร่ เป็นสินค้าประเภทไหนอาจจะกำหนดออกมาเป็นบาร์โค้ด หรือปัจจุบันก็จะมี QR Code ที่ผลิตขึ้นมานั่นเองนะคะ อันนี้ก็จะเป็นตัวมาตรฐานของเรา ถัดมา ก็จะเกิดข้อคำถามขึ้นมาเราเป็นนักเรียนศึกษาหรือว่าผู้ใช้บริการต่าง ๆ นี่ เราจำเป็นไหมที่จะต้องพัฒนาหรือว่าต้องใช้มาตรฐาน หรืออาจจะมีคำถามในใจว่าเราจำเป็นไหมที่จะต้องรู้เกี่ยวกับตัวมาตรฐานพวกนี้ ท้ายที่สุดแล้วผลลัพธ์คืออะไร เริ่มแรกนะคะ อันที่ 1 ก็คือเราจะทำงานร่วมกันได้ เราก็มีภาษาที่ต้องเข้าใจตรงกันทำงานร่วมกันได้ มีภาษาแล้วก็เข้าใจตรงกันคืออย่างไรเวลาเราทำเกี่ยวกับอุปกรณ์นะคะ ไม่ว่าจะเป็นการใช้อุปกรณ์สำนักงาน หรือว่าคอมพิวเตอร์ต่าง ๆ พวก Offiต่าง ๆ นี่สมมุติเราใช้platform 1ไม่ใช่ก็เพื่อนอีก platform 1คนหนึ่งใช้ Linux ไม่รู้ว่านักศึกษาคือได้ยินไหมมันก็จะมีการใช้งานอยู่ใช้ Linux คนนี้ใช้ MacOS คนหนึ่งใช้วินโดว์เราจะใช้อย่างไรให้ผลลัพธ์ในการใช้กฎออฟฟิศลักษณะเป็นพวก Word นี่ ใช้งานร่วมกันได้ ดังนั้น ทุกอย่างนี่มันต้องมีมาตรฐานแล้วก็สามารถมีแพลตฟอร์มที่สามารถใช้งานร่วมกันได้ มันก็ต้องมีมาตรฐานรองรับไม่ใช่ว่าคนหนึ่งใช้แพลต์ฟอร์มหนึ่งคนหนึ่งใช้แพลตฟอร์มหนึ่งแล้วท้ายที่สุดงานที่ส่งต่อระหว่างกันไม่สามารถที่จะใช้งานร่วมกันได้อันนี้ก็จะไม่เกิดประโยชน์นั่นเองนะคะ มีเกณฑ์การทำงานบริการแลกเปลี่ยน แล้วก็รักษาความมั่นคงปลอดภัย เกณฑ์การทำงาน การบริการการแลกเปลี่ยนข้อมูล สิ่งสำคัญก็คือเวลาเราปฏิบัติงานนี่ การส่งข้อมูลนะคะ บางทีหน่วยงานหนึ่งอาจจะมีหลากหลายสาขา ถ้าเป็นข้อมูลบริษัทใหญ่ ๆ บางทีนี่จะมีการโอนข้อมูล เหมือนทำงานเสร็จช่วงเที่ยงคืน จะมีการโอนข้อมูลจากสาขาย่อยไปสาขาใหญ่ ดังนั้น เราจะเชื่อใจได้อย่างไรว่าข้อมูลที่เราถ่ายโอนไปทุกวันนี่ มันจะไม่ตกหายไประหว่างทาง ดังนั้น มันต้องมีความมั่นคงปลอดภัยมารักษา เพื่อให้การส่งข้อมูล นักศึกษาอาจจะงงว่า เอ๊เวลาส่งข้อมูลสมมุติเหมือนบริษัทไปธนาคารแล้วกันธนาคารจะมีหลายสาขาทั่วประเทศถูกไหมคะ ก็จะมีสาขาสำนักงานใหญ่อยู่กรุงเทพฯ ดังนั้น เวลาประมวลผลหรือว่าแต่ล่ะไตรมาสของบริษัทหรือว่าของธนาคารนี่ จะมีการประมวลผลรวมยอดของทั้งหมดสาขาไม่ เราจะมั่นใจได้อย่างไรว่าข้อมูลแต่ละสาขาที่ส่งมาไม่ใช่ว่าเราใส่ทั้ง Drive ใส่ hdd แล้วขับรถมาที่กรุงเทพฯ นะคะ ส่งข้อมูลเราต้องส่งผ่านตัวเครือข่ายเช่นถ้าเป็นหน่วยงานส่งข้อมูลที่สำคัญ เขาจะลากสายโดยตรงนะคะ ถ้าเป็นบริเวณที่ไม่ระยะทางที่ไกลมากจะเป็นสาวแล้วเดิน อาจจะเป็น Fiber Optic หรือว่าอะไรก็ตามแล้วแต่หน่วยงาน เพื่อส่งข้อมูลระหว่างกันเพื่อไม่ให้ข้อมูลของเรารั่วไหลนะคะ เขาก็จะมีรอบในการส่งข้อมูลอยู่แล้วนะคะ อันนี้ก็จะเป็นรูปแบบของการรักษาความมั่นคงปลอดภัยในการสื่อสารและส่งข้อมูลนั่นเอง สำหรับผู้ใช้และผู้ซื้อ ลดความเสี่ยง มองภาพง่าย ๆ เวลาเราซื้อซอฟต์แวร์มาใช้งาน หรือว่าเราใช้ Microsoft Office ก็ได้ เราก็ใช้ไปนี่ มันสามารถที่จะเปิดใช้งานได้ไหม เอามาแก้ไขได้ไหม คนอื่นเอาไปแก้ไขต่อได้หรือเปล่า มันล็อคไหมอะไรแบบนี้ อันนี้ก็คือลดความเสี่ยงซื้อซอฟต์แวร์ที่มีการันตีย่อมปลอดภัยกว่า เหมือนเราซื้อของน่ะ มารับซื้อของสั่งซื้อสินค้าอะไรก็ได้มีการตีการเปลี่ยนเคลมอันนี้ย่อมมีการฝึกความมั่นใจแม้ว่าราคามันอาจจะเรื่องกันนิดหน่อยนะคะ แล้วก็ต้องมองภาพองค์รวมด้วยว่า ใช้งานได้แล้วเกิดประโยชน์จริงหรือเปล่า ทำงานข้ามระบบกันได้หรือเปล่าบริษัทจะระบุงานนะคะ อาจจะมีอุปกรณ์ อาจจะมีซอฟต์แวร์ที่ไม่เหมือนกัน ดังนั้น สมมุติถ้ามีการควบรวมหรือว่าการเทคโอเวอร์ การซื้อบริษัท เข้ามาเพิ่มพวกผลลัพธ์ข้อมูลต่าง ๆ ของแต่ละแผนกสามารถโอนย้ายข้อมูลระหว่างกันหรือไม่ ดังนั้น ซอฟโปรแกรมที่ใช้ต่าง ๆ นี่ต้องดูว่าสามารถทำเงินค่าประกันได้ไหม แต่ณปัจจุบันซอฟต์แวร์ที่เราใช้งานส่วนมากก็สามารถที่จะทำไมเข้าระบบกันได้นะคะ ลดอุปสรรคทางการค้า บริษัทเล็กซื้อวัตถุดิบมาจากอีกบริษัทหนึ่ง แล้วก็มาผลิตอีกสินค้าหนึ่ง เพราะฉะนั้น การส่งข้อมูลระหว่างบริษัทมันก็จะมีรูปแบบข้อมูลที่แตกต่างกันถ้าเรามีมาตรฐานที่เป็นสากลตรงกลางคืนสามารถส่งข้อมูลระหว่างกันได้ตัวนี้ก็จะสามารถใช้ข้อมูลให้ใครก็ได้ทุกคนหรือว่าขายผลิตภัณฑ์ก็ได้ขายวัตถุดิบแก้ไขก็ได้นะคะ โดยไม่เกิดอุปสรรคตรงนี้นะคะ ถัดมาก็จะพูดถึงข้อดีแล้วกันนะคะ ตัวมาตรฐานของเรา ก็คือเมื่อเรามีมาตรฐานที่ดีมีวิธีการปฏิบัติที่ดีผลลัพธ์ ประสิทธิภาพประสิทธิผล การทำงานก็จะดีขึ้น ทำงานเร็วขึ้น ประหยัดเวลาเพื่อนทรัพยากร ประหยัดงบประมาณ พูดง่าย ๆ มันก็จะเป็นการรวบยอดทั้งหมดนะคะ ความสามารถการทำงานร่วมกัน แล้วก็กำหนดลำดับความยอมรับ ถัดมา อันนี้เราพูดไปแล้ว สัปดาห์ที่แล้วคร่าว ๆ นะคะ เมื่อกี้พูดไปคิด 150 บอกไปว่า Certificate อันนี้ก็จะเป็นหลักทรัพย์ตรวจสอบแล้วของแต่ละบุคคลสมมุติว่าเราสนใจอยากเป็นนักพัฒนา นักทดสอบต่าง ๆ เราก็ต้องมี Certificate ที่มายอมรับไม่ว่าจะเป็นอาชีพหรือว่าด้านไหนก็ตามว่าจะเป็นภาษาอังกฤษ ค่าความสามารถในการสื่อสารภาษาอังกฤษ ภาษาจีน ก็ต้องมีอันนี้ก็เหมือนกันถ้าเป็นด้านทางเทคโนโลยีสารสนเทศข้าง ๆ หรือว่าอยากมีทักษะ อยากเป็นเชฟขึ้นมานี่ก็มีใบรับรองว่าเราไปสอบเทียบของที่ไหนมาจะไปสอบ Certificate ทำไมนี่การันตีในความสามารถอยู่แล้วที่เป็นสากล