﻿1
00:00:00,000 --> 00:00:04,000

2
00:00:04,004 --> 00:00:08,004

3
00:00:08,009 --> 00:00:12,009

4
00:00:12,013 --> 00:00:16,013

5
00:00:16,018 --> 00:00:20,018

6
00:00:20,020 --> 00:00:24,020

7
00:00:24,022 --> 00:00:28,022

8
00:00:28,024 --> 00:00:32,024

9
00:00:32,028 --> 00:00:36,028

10
00:00:36,031 --> 00:00:40,031

11
00:00:40,034 --> 00:00:44,034

12
00:00:44,036 --> 00:00:48,036

13
00:00:48,038 --> 00:00:52,038

14
00:00:52,040 --> 00:00:56,040

15
00:00:56,044 --> 00:01:00,044
ทดสอบเสียงนะครับ ทางฝั่งนั้นได้ยินเสียงล่ามไหมครับผม

16
00:01:00,047 --> 00:01:04,047

17
00:01:04,048 --> 00:01:08,048

18
00:01:08,050 --> 00:01:12,050

19
00:01:12,051 --> 00:01:16,051

20
00:01:16,053 --> 00:01:20,053

21
00:01:20,054 --> 00:01:24,054

22
00:01:24,057 --> 00:01:28,057

23
00:01:28,058 --> 00:01:32,058

24
00:01:32,060 --> 00:01:36,060
(อาจารย์) สวัสดีค่ะ

25
00:01:36,063 --> 00:01:40,063
ได้ยินไหมคะ

26
00:01:40,064 --> 00:01:44,064

27
00:01:44,065 --> 00:01:48,065
(ล่าม) ได้ยินครับ ล่ามได้ยินครับ

28
00:01:48,067 --> 00:01:52,067

29
00:01:52,068 --> 00:01:56,068

30
00:01:56,070 --> 00:02:00,070

31
00:02:00,074 --> 00:02:04,074

32
00:02:04,076 --> 00:02:08,076

33
00:02:08,079 --> 00:02:12,079

34
00:02:12,081 --> 00:02:16,081

35
00:02:16,083 --> 00:02:20,083

36
00:02:20,086 --> 00:02:24,086

37
00:02:24,090 --> 00:02:28,090

38
00:02:28,091 --> 00:02:32,091

39
00:02:32,094 --> 00:02:36,094

40
00:02:36,095 --> 00:02:40,095

41
00:02:40,097 --> 00:02:44,097

42
00:02:44,099 --> 00:02:48,099

43
00:02:48,100 --> 00:02:52,100
(อาจารย์สุธาสินี) โอเคนะคะ

44
00:02:52,102 --> 00:02:56,102
เดี๋ยววันนี้นะคะ เราจะมาพูดถึงการวัดประสิทธิภาพ

45
00:02:56,103 --> 00:03:00,103
ของอัลกอริทึมเดี๋ยวค

46
00:03:00,105 --> 00:03:04,105
สัปดาห์ที่แล้วเราพูดถึงอัลกอริทึม

47
00:03:04,108 --> 00:03:08,108
อัลกอริทึมคืออะไร อัลกอริทึม ก็คือ

48
00:03:08,108 --> 00:03:12,108
กระบวนการของการแก้ไขปัญหา เรามีโจทย์ใช่ไหมคะ

49
00:03:12,109 --> 00:03:16,109
เรามีโจทย์นะคะ

50
00:03:16,110 --> 00:03:20,110
คือ output เราคืออะไร เราต้องหากระบวนการ

51
00:03:20,111 --> 00:03:24,111
หรือขั้นตอนในการแก้ไขปัญหานะคะ

52
00:03:24,112 --> 00:03:28,112
ไอ้กระบวนการหรือขั้นตอนตัวนั้นล่ะ เรียกว่า "อัลกอริทึม"

53
00:03:28,113 --> 00:03:32,113

54
00:03:32,114 --> 00:03:36,114

55
00:03:36,115 --> 00:03:40,115

56
00:03:40,118 --> 00:03:44,118
คราวนี้นะคะ เราพูดอัลกอริทึมของการต้มไข่

57
00:03:44,121 --> 00:03:48,121
มีต่้มไข่มีมาม่า

58
00:03:48,122 --> 00:03:52,122
ทุกคนจะเห็นว่า แต่ละคนนี่ จะ

59
00:03:52,123 --> 00:03:56,123
กระบวนการของการต้มมาม่าไม่เหมือนกัน

60
00:03:56,124 --> 00:04:00,124
แต่สิ่งที่ได้เราได้มาม่าเหมือนกัน พร้อมรับประทาน

61
00:04:00,125 --> 00:04:04,125

62
00:04:04,126 --> 00:04:08,126
โจทย์

63
00:04:08,129 --> 00:04:12,129
โจทย์ 1 โจทย์เราสามารถมีวิธีการแก้ไข

64
00:04:12,132 --> 00:04:16,132
แตกต่างกันได้หลายรูปแบบ

65
00:04:16,134 --> 00:04:20,134

66
00:04:20,135 --> 00:04:24,135
เราแสดงอัลกอริทึมที่เป็นขั้นตอน

67
00:04:24,137 --> 00:04:28,137
1 2 3 นะคะ นอกจากนั้นแล้ว

68
00:04:28,139 --> 00:04:32,139
เรายังเขียนในลักษณะที่เป็นFlowchart หรือว่าผังงาน

69
00:04:32,140 --> 00:04:36,140

70
00:04:36,141 --> 00:04:40,141
ค่ะ

71
00:04:40,143 --> 00:04:44,143
โอเค โดยผังงานตัวนั้นนี่เราเริ่มต้น

72
00:04:44,144 --> 00:04:48,144
ถูกไหมคะ เราจะมีสัญญาสำหรับการเริ่มต้น

73
00:04:48,146 --> 00:04:52,146
การสิ้นสุดนะคะ สิ่งที่อยู่ข้างในก็คือ Process

74
00:04:52,148 --> 00:04:56,148
นะคะ จะแทนด้วยสี่เหลี่ยม

75
00:04:56,149 --> 00:05:00,149
นะคะ สี่เหลี่ยมผืนผ้า จะแทนด้วย Process นะคะ

76
00:05:00,150 --> 00:05:04,150
กระบวนการไหนที่เราใช้การตัดสินใจ

77
00:05:04,151 --> 00:05:08,151
สี่เหลี่ยมข้าวหลามตัด และการตัดสินใจของเรา

78
00:05:08,151 --> 00:05:12,151
นี่ ก็คือตัดสินใจว่าจริงหรือไม่จริง

79
00:05:12,152 --> 00:05:16,152
ถ้าจริงให้ทำอะไร ไม่จริงให้ทำ

80
00:05:16,153 --> 00:05:20,153
อะไรนะคะ

81
00:05:20,154 --> 00:05:24,154
แล้วก็ คราวที่แล้วเราพูดถึงการเดิน

82
00:05:24,155 --> 00:05:28,155
นะ เดินของนกนะคะ ที่ไปกินหมู

83
00:05:28,156 --> 00:05:32,156
อันนี้ทุกคนสามารถเดินได้

84
00:05:32,157 --> 00:05:36,157
โดยการเดินไหนที่เราเดินซ้ำ ๆ

85
00:05:36,158 --> 00:05:40,158
ถูกไหมคะ อะไรที่เราเดินซ้ำ ๆ เราทำเหมือนกันเลย

86
00:05:40,160 --> 00:05:44,160
เราไม่จำเป็นต้องเขียนขั้นตอนเหล่านั้นซ้ำ ๆ

87
00:05:44,161 --> 00:05:48,161
เราจะใช้การวนลูปหรือว่าทำซ้ำ

88
00:05:48,162 --> 00:05:52,162
ถ้าจำได้เราจะเขียนการวนซ้ำ

89
00:05:52,163 --> 00:05:56,163
ซ้ำ แล้วข้างในนี่ ก็ใช้สัญลักษณะหรือคำสั่งที่

90
00:05:56,164 --> 00:06:00,164
เขียนหลาย ๆ บรรทัดนั่นล่ะ เหลือแค่ 1 คำสั่ง

91
00:06:00,164 --> 00:06:04,164
นะคะ เสร็จแล้วเราก็ระบุว่าเราทำซ้ำคำสั่งนั้นกี่

92
00:06:04,165 --> 00:06:08,165
ครั้งอันนี้ก็คือการวน Loop หรือกา

93
00:06:08,166 --> 00:06:12,166
นะคะ คราวนี้

94
00:06:12,167 --> 00:06:16,167
จากอัลกอริทึมที่เราเขียนไป

95
00:06:16,167 --> 00:06:20,167
แล้วเราจะรู้ได้อย่างไรว่าอัลกอริทึมที่เราเขียน

96
00:06:20,168 --> 00:06:24,168
นี่มันมีประสิทธิภาพมันดีหรือเปล่า

97
00:06:24,170 --> 00:06:28,170
มันทำงานได้เร็วหรือเปล่านะคะ เราต้องมี

98
00:06:28,171 --> 00:06:32,171
วิธีการวัดนะ เราต้องมีวิธีการ

99
00:06:32,173 --> 00:06:36,173
วัดนะคะ เราวัดจากอะไรได้บ้าง 1. วัดจาก

100
00:06:36,174 --> 00:06:40,174
เวลาที่ใช้ในการประมวลผลโปรแกรม

101
00:06:40,175 --> 00:06:44,175
เขียนขึ้น ใช้เวลาในการประมวลผลเป็นอย่างไร

102
00:06:44,176 --> 00:06:48,176
ใช้หน่วยความจำในคอมพิวเตอร์

103
00:06:48,178 --> 00:06:52,178
เป็นอย่างไรนะคะ เหมือนกับ

104
00:06:52,179 --> 00:06:56,179
เทียบกับการเรียนในชั้นเรียนพอเรียนเสร็จเราก็ต้อง

105
00:06:56,180 --> 00:07:00,180
การวัดผล ใช่ไหมคะ ทุกคน

106
00:07:00,184 --> 00:07:04,184
รับข้อมูลเหมือนกัน ครูสอนเหมือนกันทุกคนเลย

107
00:07:04,186 --> 00:07:08,186
แต่การวัดผล

108
00:07:08,187 --> 00:07:12,187
ทุกคนก็อาจจะแตกต่างกันบางคนได้ A ได้ b

109
00:07:12,188 --> 00:07:16,188
เหมือนกันนะคะ อัลกอริทึมก็มี

110
00:07:16,189 --> 00:07:20,189
วิธีการวัดประสิทธิภาพ เราจะได้รู้ว่า

111
00:07:20,190 --> 00:07:24,190
สิ่งที่เราเขียนนี่มีประสิทธิภาพมากแค่ไหน

112
00:07:24,190 --> 00:07:28,190
มันคือวัดจากเวลากับหน่วยความจำใน

113
00:07:28,191 --> 00:07:32,191
คลาสนี้ ครูจะใช้วิธีการในการ

114
00:07:32,192 --> 00:07:36,192
ประมวลผล เราจะเรียน

115
00:07:36,192 --> 00:07:40,192
การวิเคราะห์เวลาที่ใช้ในการประมวลผลนะคะ

116
00:07:40,193 --> 00:07:44,193
คราวนี้

117
00:07:44,194 --> 00:07:48,194
เวลาที่ใช้ในการประมวณผล จะใช้เป็นการประมาณเวลา

118
00:07:48,199 --> 00:07:52,199
โดยการใช้ตัววัดที่

119
00:07:52,200 --> 00:07:56,200
มีชื่อว่า Big-O Big-O เขียนอย่างนี้นะ

120
00:07:56,202 --> 00:08:00,202
b-i-g แล้วก็ - แล้วก

121
00:08:00,203 --> 00:08:04,203
ตอนนี้ก็คือ Big-O จริง ๆ ตอนนี้ก็มีตัววัด

122
00:08:04,204 --> 00:08:08,204
ประสิทธิภาพหลายตัวนะคะ มี Big-O,

123
00:08:08,206 --> 00:08:12,206
Big-Omega Big-Teta นะคะ แต่ที่เราจะใช้กัน

124
00:08:12,207 --> 00:08:16,207
วันนี้ใน Class นี้

125
00:08:16,208 --> 00:08:20,208
หา Big-O จากอัลกอริทึม 1

126
00:08:20,210 --> 00:08:24,210
ตัว จะดูว่าเราจะใช้เวลาในการ

127
00:08:24,212 --> 00:08:28,212
ประมวลผลคิดเป็นเท่าไรนะคะ

128
00:08:28,213 --> 00:08:32,213
เขาบอกว่า

129
00:08:32,214 --> 00:08:36,214
Big-O ก็คือหน่วยวัดความเร็วของการทำงานของ

130
00:08:36,215 --> 00:08:40,215
โปรแกรม โดยที่เราวัดจาก

131
00:08:40,216 --> 00:08:44,216
จำนวนรอบของการทำงานกับข้อมูล

132
00:08:44,217 --> 00:08:48,217
นับจำนวนรอบ

133
00:08:48,219 --> 00:08:52,219
หมายความว่าอะไร เราเขียนโปรแกรมใช่ไหมคะ

134
00:08:52,219 --> 00:08:56,219
ใช่ไหมคะ แต่ละบรรทัดเราเขียนโปรแกรม

135
00:08:56,220 --> 00:09:00,220
แต่ละบรรทัดเรียงลำดับลงมา เวลาเรากดปุ่ม

136
00:09:00,221 --> 00:09:04,221
Run ปุ๊บ มันจะค่อย ๆ ทำงานทีละ

137
00:09:04,222 --> 00:09:08,222
บรรทัดใช่ไหมคะ มันจะทำงานทีละบรรทัด

138
00:09:08,223 --> 00:09:12,223
ไล่ลงมาจากบนลงล่างนะคะ

139
00:09:12,224 --> 00:09:16,224
ถ้าเราเขียนโค้ดเรียงลำดับลงมาเรื่อย ๆ นะคะ

140
00:09:16,225 --> 00:09:20,225
จะทำงานเพียง 1 ครั้ง ทำบรรทัดที่ 1 ทำ

141
00:09:20,226 --> 00:09:24,226
ที่ 2 ทำบรรทัดที่ 3 ที่ 4 ตามไปเรื่อย ๆ

142
00:09:24,227 --> 00:09:28,227
ไม่ได้วนกลับขึ้นไปข้างบนนะ

143
00:09:28,228 --> 00:09:32,228
แต่เมื่อไหร่ก็ตามที่เราใช้ลูป

144
00:09:32,229 --> 00:09:36,229
หรือว่าการทำงานแบบวนซ้ำที่เราเคยพูด

145
00:09:36,230 --> 00:09:40,230
ไปแล้วนะ ตัวนี้ อย่างเช่น

146
00:09:40,232 --> 00:09:44,232
ตรงนี้นะคะ เป็นการทำงานแบบวนซ้ำ

147
00:09:44,232 --> 00:09:48,232
แสดงว่าเราทำงาน

148
00:09:48,233 --> 00:09:52,233
มากกว่า 1 รอบใช่ไหมคะ เมื่อไหร่ก็

149
00:09:52,234 --> 00:09:56,234
ตามที่มีการใช้Loop หรือว่ามีการวนซ้ำ

150
00:09:56,235 --> 00:10:00,235
คำสั่งนั้นนี่ อาจจะมีการทำงาน

151
00:10:00,236 --> 00:10:04,236
มากกว่า 1 ครั้ง เราจะต้องรู้ว่าแล้ว

152
00:10:04,239 --> 00:10:08,239
มันทำงานกี่ครับ

153
00:10:08,240 --> 00:10:12,240
ถ้าไม่มีการวน Loop มันจะทำงาน 1 ครั้ง

154
00:10:12,241 --> 00:10:16,241
นะคะ แต่เมื่อไรก็ตามที่มีการทำซ้ำ

155
00:10:16,244 --> 00:10:20,244
หรือวนลูป มันจะทำงานตามจำนวนรอบที่เรากำหนด

156
00:10:20,245 --> 00:10:24,245
ว่าเรากำหนดให้มันทำงานกี่ครั้งแล้วเราถึงจะนำมาสรุปว่า

157
00:10:24,246 --> 00:10:28,246
เอามาหาความเร็วของการทำงานของโปรแกรม

158
00:10:28,247 --> 00:10:32,247

159
00:10:32,248 --> 00:10:36,248
คราวนี้สัญลักษณ์ของ Big-O คืออะไร ก็คือ O ใหญ่

160
00:10:36,249 --> 00:10:40,249
นะคะ เราจะใช้ตัว O ใหญ่เป็นสัญล

161
00:10:40,250 --> 00:10:44,250
หาความเร็วนะคะ ของการทำงาน

162
00:10:44,253 --> 00:10:48,253
เราเริ่มต้นอย่างที่ครู

163
00:10:48,254 --> 00:10:52,254
บอกว่า Big-O คือ การวัดความเร็วของการ

164
00:10:52,256 --> 00:10:56,256
ทำงานโดยวัดจากจำนวนรอบ

165
00:10:56,256 --> 00:11:00,256
ฉะนั้นเราจะมาดูว่า แล้วจะนับจำนวนครั้งของการทำงาน

166
00:11:00,257 --> 00:11:04,257
หรือจำนวนรอบของการทำงานนี่

167
00:11:04,258 --> 00:11:08,258
นับอย่างไร มีอยู่ 2 แบบนะคะ

168
00:11:08,259 --> 00:11:12,259
แบบค่าคงทีก็คือแบบที่ครูบอก

169
00:11:12,260 --> 00:11:16,260
ทำเรียงลำดับลงมาเรื่อย ๆ หรือทำงานแบบ Loop

170
00:11:16,260 --> 00:11:20,260
ลำดับ ก็คือวนซ้ำ

171
00:11:20,261 --> 00:11:24,261
เราใช้ลูปอะไรบ้างในการเขียนโปรแกรม

172
00:11:24,262 --> 00:11:28,262
ในการวนซ้ำเราใช้ Loop อะไรบ้า

173
00:11:28,263 --> 00:11:32,263
เราใช้ Loop อะไรบ้างเอ่ย จำได้ไหม

174
00:11:32,264 --> 00:11:36,264
จำได้ไหมคะ ลูปอะไร

175
00:11:36,266 --> 00:11:40,266
ในการวนลูปในภาษา Python น่ะค่ะ เราใช้

176
00:11:40,267 --> 00:11:44,267
Loop อะไรบ้าง

177
00:11:44,268 --> 00:11:48,268

178
00:11:48,270 --> 00:11:52,270
ใช่ เราใช้อะไรคะ

179
00:11:52,273 --> 00:11:56,273
ใน Python ที่เราเขียน ตัวแรก คือ Loop

180
00:11:56,274 --> 00:12:00,274
For ใช่

181
00:12:00,275 --> 00:12:04,275
มี While ใช่ไหมคะ

182
00:12:04,278 --> 00:12:08,278

183
00:12:08,279 --> 00:12:12,279

184
00:12:12,280 --> 00:12:16,280
มี While อีกตัวหนึ่ง

185
00:12:16,284 --> 00:12:20,284
คืออะไร For นะคะ

186
00:12:20,284 --> 00:12:24,284
เราจะคุ้นเคยนะ การทำงานแบบวนซ้ำหรือลูปนี่

187
00:12:24,285 --> 00:12:28,285
จะมี for กับ While for กับ While

188
00:12:28,287 --> 00:12:32,287
ต่างกันอย่างไรคะ ทราบไหม

189
00:12:32,288 --> 00:12:36,288
เมื่อไหร่เราจะใช้ For เมื่อไหร่เราจะใช้ While

190
00:12:36,289 --> 00:12:40,289

191
00:12:40,290 --> 00:12:44,290
1

192
00:12:44,291 --> 00:12:48,291

193
00:12:48,293 --> 00:12:52,293

194
00:12:52,295 --> 00:12:56,295

195
00:12:56,297 --> 00:13:00,297

196
00:13:00,301 --> 00:13:04,301
เราสันนิษฐาน

197
00:13:04,306 --> 00:13:08,306
ได้เลย อาจจะทำงาน 1 ครั้งหรือมากกว่า 1 ครั้ง

198
00:13:08,308 --> 00:13:12,308
นะคะ ขึ้นอยู่กับเงื่อนไข แสดงว่า

199
00:13:12,309 --> 00:13:16,309
ถ้าเราต้องการวนซ้ำ เราสามารถใช้ for หรือใช้ While

200
00:13:16,310 --> 00:13:20,310
ได้เมื่อไหร่ที่เราทราบจำนว

201
00:13:20,311 --> 00:13:24,311
รอบที่แน่นอนของการวนซ้ำ เราจะใช้

202
00:13:24,312 --> 00:13:28,312
for นะคะ  เพื่อความง่าย เมื่อไรก็ตาม

203
00:13:28,313 --> 00:13:32,313
ที่เรารู้จำนวนรอบของการวนซ้ำเราจะใช้ for

204
00:13:32,314 --> 00:13:36,314
เช่นเขาบอกว่สให้วิ่งรอบ

205
00:13:36,315 --> 00:13:40,315
แสดงว่าต้องวิ่ง 10 รอบใช่ไหม เราจะวิ่ง 11 รอบได้ไหม

206
00:13:40,315 --> 00:13:44,315
ไม่นับถูกไหม ครูบอกว่า 10 รอบ

207
00:13:44,316 --> 00:13:48,316
ก็ต้อง 10 รอบ เพราะฉะนั้น ต้องใช้ for ถูกไหมคะ

208
00:13:48,317 --> 00:13:52,317
แต่ถ้าครูบอกว่าวิ่งจนกระทั้ง

209
00:13:52,318 --> 00:13:56,318
เพื่อน นาย A มา รู้ไหม

210
00:13:56,319 --> 00:14:00,319
ไม่รู้เพราะว่าไม่รู้นายเอมาตอนไหน

211
00:14:00,320 --> 00:14:04,320
วิ่งไปเรื่อย ๆ จนกว่านาย A จะมา นาย A มาเมื่อไรถึง

212
00:14:04,321 --> 00:14:08,321
หยุดนะคะ เพราะฉะนั้น Ehile

213
00:14:08,322 --> 00:14:12,322
เราไม่รู้จำนวนรอบที่แน่นอน

214
00:14:12,324 --> 00:14:16,324
ให้คิดว่าเรารู้จำนวนรอบที่แน่นอนนะคะ

215
00:14:16,325 --> 00:14:20,325
เช่น

216
00:14:20,326 --> 00:14:24,326
แม่ให้เงินมานะ มาโรงเรียน

217
00:14:24,327 --> 00:14:28,327
ไม่ใช่

218
00:14:28,328 --> 00:14:32,328
มาโรงเรียนหรอก แม่ให้ไปซื้อของนะคะ

219
00:14:32,332 --> 00:14:36,332
ไปซื้อหมูปิ้ง ให้เงิน 100 บาท ไปซื้อหมูปิ้ง

220
00:14:36,333 --> 00:14:40,333
เรารู้ไหมต้องซื้อได้กี่ไม้

221
00:14:40,333 --> 00:14:44,333

222
00:14:44,334 --> 00:14:48,334
ไม่รู้เหมือนกันนะ เราก็ใช้ while ก็ได้นะ

223
00:14:48,335 --> 00:14:52,335
ซื้อไปจนกระทั่งเงินหมดน่ะ เงินหมดเมื่อไรถึงหยุด

224
00:14:52,336 --> 00:14:56,336
นะคะ ไม่อย่างนั้นก็ซื้อไปเรื่อย ๆ

225
00:14:56,338 --> 00:15:00,338
หวยถูกไหม ซื้อไปเรื่อย ๆ ไม่ถูก

226
00:15:00,339 --> 00:15:04,339
ไม่รู้ว่าจำนวนรอบต้องซื้อกี่งวดใช่ไหมคะ

227
00:15:04,340 --> 00:15:08,340
คราวนี้เราแยก Loop While กับ Loop for

228
00:15:08,341 --> 00:15:12,341
พอได้นะคะ คราวนี้การนับตัว

229
00:15:12,342 --> 00:15:16,342
นับดำเนินการ นับ 1 2 3 4 นับ

230
00:15:16,343 --> 00:15:20,343
นะคะ การนับ ก็คือจำนวนรอบนะคะ

231
00:15:20,345 --> 00:15:24,345
ในการทำงาน ในกรณีที่ไม่มีลูป

232
00:15:24,346 --> 00:15:28,346
การวนซ้ำเป็นคำสั่งเรียงกันมานะคะ

233
00:15:28,347 --> 00:15:32,347
เป็นคำสั่งเรียงกันมาเรื่อย ๆ นะคะ เช่น

234
00:15:32,348 --> 00:15:36,348
ครูมีคำสั่งอยู่ 2 บรรทัด

235
00:15:36,349 --> 00:15:40,349
คำสั่งอยู่ 2 บรรทัด ไม่ใช่การวนลูปใช่ไหม เพราะไม่มีคำว่า "for"

236
00:15:40,351 --> 00:15:44,351
กับไม่มีคำว่า "While

237
00:15:44,351 --> 00:15:48,351
คำสั่งแรก

238
00:15:48,352 --> 00:15:52,352
count = 0 คืออะไร

239
00:15:52,352 --> 00:15:56,352
เราให้ค่ากับตัวแปร

240
00:15:56,353 --> 00:16:00,353
mี่ชื่อว่า Count C-o-u-n-t

241
00:16:00,354 --> 00:16:04,354
ตอนนี้ เมื่อเรา รันคำสั่งนี้ปุ๊บ

242
00:16:04,355 --> 00:16:08,355
คำสั่งนี้ถูกประมวลผล count จะมีค่าเป็น 0

243
00:16:08,356 --> 00:16:12,356
ใช่ไหมคะ ทำงาน 1 รอบนี่ บรรทัดที่ 1 นี่

244
00:16:12,356 --> 00:16:16,356
เมื่อผ่านบรรทัดที่ 1 ไป Count

245
00:16:16,356 --> 00:16:20,356
นะคะ Count จะมีค่าเป็น 0

246
00:16:20,357 --> 00:16:24,357
เสร็จแล้วทำงานบรรทัดที่ 2

247
00:16:24,358 --> 00:16:28,358
บรรทัดที่ 2 คือ การคำนวณใช่ไหมคะ คำนวณ

248
00:16:28,360 --> 00:16:32,360
คำนวณเสร็จแล้วก็เก็บในคัวแปรที่ชื่อว่า

249
00:16:32,361 --> 00:16:36,361
เวลา

250
00:16:36,362 --> 00:16:40,362
เรากด Run ถูกไหมคะ เวลาเรากดโปรแกรม Python

251
00:16:40,363 --> 00:16:44,363
แล้วเรากด Run นี่ มันจะอ่านบรรทัดที่ 1 เสร็จ ใน

252
00:16:44,364 --> 00:16:48,364
กรณีที่ไม่มี Error นะ

253
00:16:48,364 --> 00:16:52,364
ก็มาบรรทัดที่ 2 มันหมดแล้วไม่มีอะไร

254
00:16:52,365 --> 00:16:56,365
มันก็จบการทำงานใช่ไหมคะ

255
00:16:56,366 --> 00:17:00,366
เพราะฉะนั้น ครูเลยถามว่าไอ้คำสั่งของบรรทัดที่ 1

256
00:17:00,367 --> 00:17:04,367
มันทำงานกี่ครั้งคิดว่ามันทำงานกี่ครั้ง

257
00:17:04,369 --> 00:17:08,369
ทำงานกี่ครั้ง

258
00:17:08,369 --> 00:17:12,369
ครูกดปุ่ม Run ปุ๊บ

259
00:17:12,371 --> 00:17:16,371
มันมาอ่านบรรทัดที่ 1 ใส่ค่าให้กับตัวแปร Count

260
00:17:16,372 --> 00:17:20,372
เสร็จแล้วก็มาทำบรรทัดที่ 2 เพราะ

261
00:17:20,373 --> 00:17:24,373
แล้วก็จบ เพราะฉะนั้นบรรทัดที่ 1 ทำงานกี่ครั้ง

262
00:17:24,374 --> 00:17:28,374
1 ครั้งใช่ไหมคะ ทำงาน

263
00:17:28,375 --> 00:17:32,375
แค่ 1 ครั้ง ต่อการ Run ต่อการ Run

264
00:17:32,376 --> 00:17:36,376
บรรทัดที่ 2 ทำงานกี่ครั้ง

265
00:17:36,377 --> 00:17:40,377
กด Run ครั้งหนึ่ง

266
00:17:40,378 --> 00:17:44,378
ถูกไหมคะ มันอ่านบรรทัดที่ 1 1 ครั้ง บรรทัดที่ 2

267
00:17:44,381 --> 00:17:48,381
1 ครั้งเหมือนกัน แล้วก็จบใช่ไหมคะ

268
00:17:48,382 --> 00:17:52,382
เพราะฉะนั้นเมื่อไหร่ก็ตาม

269
00:17:52,384 --> 00:17:56,384
โปรแกรมของเราไม่มีการวน

270
00:17:56,385 --> 00:18:00,385
ลูป การทำงานแต่ละบรรทัด

271
00:18:00,386 --> 00:18:04,386
จะทำงาน 1 ครั้งเท่านนั้นนะคะ จะทำงาน 1 ครั้ง

272
00:18:04,387 --> 00:18:08,387
เท่านั้น เราจะถึงเป็นการนับตัวดำเนินการ

273
00:18:08,388 --> 00:18:12,388
นี้คือ 1 ก็คือ 1 ครั้งตัวนี้ 1 ครั้ง

274
00:18:12,390 --> 00:18:16,390
ถ้าเรา

275
00:18:16,392 --> 00:18:20,392
จะหาค่า Big-O นะคะ เรานับตัวดำเนินการได้แล้ว

276
00:18:20,393 --> 00:18:24,393
ต่อไปเราจะหาค่า Big-O เราต้อง

277
00:18:24,394 --> 00:18:28,394
หาค่า ฟังก์ชันก่อนคือ f f คือฟังก์ชัน

278
00:18:28,395 --> 00:18:32,395
f =

279
00:18:32,396 --> 00:18:36,396
ตัวเลขตัวนี้มาจากไหน 1 ตัวนี้ ก็คือ 1 ตัวนี้นะคะ

280
00:18:36,397 --> 00:18:40,397
ของบรรที่ 1 บวกด้วย

281
00:18:40,398 --> 00:18:44,398
ก็คือ จำนวนรอบของบรรทัด

282
00:18:44,399 --> 00:18:48,399
ที่ 2 นะคะ ทำงาน 1 ครั้ง

283
00:18:48,400 --> 00:18:52,400
ทำงาน 1 ครั้ง บวกกันเป็น 2 ครั้งนะคะ

284
00:18:52,401 --> 00:18:56,401
เราถือว่าค่า Big-O

285
00:18:56,402 --> 00:19:00,402
เป็น O 1 เขียน O วงเล็บเปิดก็คือ

286
00:19:00,404 --> 00:19:04,404
เลข 1 นะคะ เป็น o1

287
00:19:04,404 --> 00:19:08,404

288
00:19:08,405 --> 00:19:12,405
แล้ว

289
00:19:12,407 --> 00:19:16,407
ถ้าเป็นเงื่อนไขบ้าง

290
00:19:16,410 --> 00:19:20,410
เป็นเงื่อนไขคืออะไร เป็นการตัดสินใจ

291
00:19:20,411 --> 00:19:24,411
เมื่อไรก็ตามที่เราตัดสินใจใช่ไหมคะ คือ การเลือก

292
00:19:24,412 --> 00:19:28,412
การตัดสินใจคือการเลือก

293
00:19:28,413 --> 00:19:32,413
เลือกว่าจะไปทางซ้ายหรือจะไปทางขวา

294
00:19:32,414 --> 00:19:36,414
เวลาเราเจอสี่แยกใช่ไหม เรา

295
00:19:36,415 --> 00:19:40,415
ต้องตัดสินใจก่อนว่าเราตรงไป เลี้ยวซ้าย เลี้ยวขวา

296
00:19:40,415 --> 00:19:44,415
เพราะฉะนั้นการตัดสินในเราใช้คำสั่ง

297
00:19:44,417 --> 00:19:48,417
ใช้คำสั่ง if i-f นะคะ

298
00:19:48,418 --> 00:19:52,418
คำสั่ง if ใน Python

299
00:19:52,419 --> 00:19:56,419
if คือ ถ้า ถ้า แล้วตามด้วย

300
00:19:56,420 --> 00:20:00,420
เงื่อนไขใช่ไหมคะ ข้างในตรงนี้คือเงื่อนไห

301
00:20:00,421 --> 00:20:04,421

302
00:20:04,422 --> 00:20:08,422

303
00:20:08,424 --> 00:20:12,424
เงื่อนไขที่ครูกำหนด คือ ค่า n

304
00:20:12,428 --> 00:20:16,428
น้อยกว่า 0 ถ้า N

305
00:20:16,431 --> 00:20:20,431
น้อยว่า 0  N เป็นตัวเลข เดี๋ยวเราจะมาแทนค่า N

306
00:20:20,432 --> 00:20:24,432
กัน จากโค้ดตัวนี้นะคะ

307
00:20:24,433 --> 00:20:28,433
ถ้า n น้อยกว่า 0 ให้ทำอะไร

308
00:20:28,434 --> 00:20:32,434
ถ้าเงื่อนไขตัวนี้เป็นจริง

309
00:20:32,434 --> 00:20:36,434
โอเค มาทำบรรทัดที่ 3 นะคะพูดผิด เป็นบรรทัดที่ 3

310
00:20:36,435 --> 00:20:40,435
ถ้าเงื่อนไขตรงนี้เป็นจริง จะมา

311
00:20:40,436 --> 00:20:44,436
ทำบรรทัดที่ 3 ก็คือให้ print คำว่า Negative Integer

312
00:20:44,439 --> 00:20:48,439
ก็คือตัวเลขติดลบ

313
00:20:48,442 --> 00:20:52,442
else คืออะไรคะ ถ้าเงื่อนไข

314
00:20:52,443 --> 00:20:56,443
ตรงนี้เงื่อนไขตัวนี้ไม่จริง

315
00:20:56,444 --> 00:21:00,444

316
00:21:00,446 --> 00:21:04,446
ก็คือ n มันมากกว่า

317
00:21:04,448 --> 00:21:08,448
เท่ากับ 0

318
00:21:08,449 --> 00:21:12,449
ใช่ไหมคะ เงื่อนไขตรงนี้

319
00:21:12,450 --> 00:21:16,450
ไม่จริงคืออะไร คือ n มากกว่าหรือเท่ากับ 0

320
00:21:16,453 --> 00:21:20,453
เป็นนิเศษจากตัวนี้

321
00:21:20,455 --> 00:21:24,455
เงื่อนไขข้างบน ถ้าข้างบนนี่

322
00:21:24,455 --> 00:21:28,455
ไม่จริง ก็แสดงว่า n มากกว่าหรือเท่ากับ 0

323
00:21:28,456 --> 00:21:32,456
เราจะทำอะไร เราก็จะแสดงคำว่า Positive Integer

324
00:21:32,457 --> 00:21:36,457
นะคะ คราวนี้

325
00:21:36,458 --> 00:21:40,458
ทุกคนช่วยครูดู สิ่งที่เราจะต้องตอบครู

326
00:21:40,459 --> 00:21:44,459
ให้ได้ว่าจะทำงานบรรทัดที่ 3

327
00:21:44,460 --> 00:21:48,460
หรือทำงานบรรทัดที่ 7 นะคะ

328
00:21:48,461 --> 00:21:52,461
เดี๋ยวให้ยกมีนะ ยกมือ

329
00:21:52,462 --> 00:21:56,462
ตัวเลข ครูจะแทนค่า n ใด ๆ ให้

330
00:21:56,464 --> 00:22:00,464
ลองบอกครูหน่อยว่าเราจะทำงานบรรทัดที่ 3

331
00:22:00,465 --> 00:22:04,465
หรือบรรทัดที่ 7 ด้วยเงื่อนไข

332
00:22:04,467 --> 00:22:08,467
ตัวนี้ ถ้า n น้อยกว่า 0 จะ

333
00:22:08,468 --> 00:22:12,468
ทำบรรทัดที่ 3 ถ้า n มากกว่าเท่ากับ

334
00:22:12,472 --> 00:22:16,472
0 จะทำบรรทัดที่ 7 ครู

335
00:22:16,472 --> 00:22:20,472
กำหนดให้ n เท่ากับ

336
00:22:20,473 --> 00:22:24,473
20 ทำบรรทัดไหนเอ่ย

337
00:22:24,474 --> 00:22:28,474
บรรทัดไหนดี

338
00:22:28,476 --> 00:22:32,476
อันนี้ n = 20 นะ

339
00:22:32,476 --> 00:22:36,476

340
00:22:36,479 --> 00:22:40,479
คำถามคือจาก Code

341
00:22:40,479 --> 00:22:44,479
ตัวนี้ใช่ไหมคะ Code ตัวนี้ที่ครูให้มา

342
00:22:44,480 --> 00:22:48,480
ครูอยากรู้ว่าเมื่อครูแทน n ด้วยจำนวน

343
00:22:48,481 --> 00:22:52,481
ใด ๆ ด้วยตัวเลขนี้ แทนค่า n

344
00:22:52,482 --> 00:22:56,482
ด้วยตัวเลขนี้เมื่อ N เท่ากับ 20

345
00:22:56,483 --> 00:23:00,483
เอา 20 ไปแทน n นี่ เมื่อเรารันคำสั่ง

346
00:23:00,486 --> 00:23:04,486
นี้ครูจะทำบรรทัดที่ 3 หรือบรรทัดที่ 7

347
00:23:04,487 --> 00:23:08,487
อันไหนคะ น้อยกว่า

348
00:23:08,488 --> 00:23:12,488
ครูก็เลยอยากรู้ว่าเราจะโชว์

349
00:23:12,489 --> 00:23:16,489
บรรทัดที่ 3 ที่หน้าจอ หรือว่า Show บรรทัดที่ 7

350
00:23:16,490 --> 00:23:20,490
คนอื่นบรรทัดที่

351
00:23:20,491 --> 00:23:24,491
เท่าไหร่เอ่ย อันนี้ n น้อยกว่า 0

352
00:23:24,493 --> 00:23:28,493
เราจะทำบรรทัดไหนดีคะ

353
00:23:28,495 --> 00:23:32,495

354
00:23:32,496 --> 00:23:36,496

355
00:23:36,497 --> 00:23:40,497

356
00:23:40,500 --> 00:23:44,500

357
00:23:44,501 --> 00:23:48,501
เดี๋ยวนะ ครูลองกด 14 นะ

358
00:23:48,502 --> 00:23:52,502
ครูลองกด...

359
00:23:52,503 --> 00:23:56,503

360
00:23:56,505 --> 00:24:00,505

361
00:24:00,506 --> 00:24:04,506

362
00:24:04,508 --> 00:24:08,508

363
00:24:08,509 --> 00:24:12,509

364
00:24:12,514 --> 00:24:16,514

365
00:24:16,516 --> 00:24:20,516

366
00:24:20,518 --> 00:24:24,518

367
00:24:24,519 --> 00:24:28,519

368
00:24:28,521 --> 00:24:32,521

369
00:24:32,523 --> 00:24:36,523

370
00:24:36,526 --> 00:24:40,526

371
00:24:40,528 --> 00:24:44,528

372
00:24:44,530 --> 00:24:48,530

373
00:24:48,532 --> 00:24:52,532

374
00:24:52,534 --> 00:24:56,534

375
00:24:56,538 --> 00:25:00,538

376
00:25:00,542 --> 00:25:04,542

377
00:25:04,546 --> 00:25:08,546

378
00:25:08,551 --> 00:25:12,551

379
00:25:12,553 --> 00:25:16,553

380
00:25:16,555 --> 00:25:20,555

381
00:25:20,557 --> 00:25:24,557

382
00:25:24,558 --> 00:25:28,558

383
00:25:28,559 --> 00:25:32,559

384
00:25:32,561 --> 00:25:36,561

385
00:25:36,563 --> 00:25:40,563
นะคะ จาก Code ตัวนี้นะนะคะ

386
00:25:40,565 --> 00:25:44,565
ครูกำหนดให้ n = 20 เมื่อ

387
00:25:44,567 --> 00:25:48,567
เรา Run โปรแกรมตามเงื่อนไขนี้แล้ว จะแสดงข้อความ

388
00:25:48,568 --> 00:25:52,568
ในบรรทัดที่ 3 หรือบรรทัดที่

389
00:25:52,569 --> 00:25:56,569
7 เราต้อง Check เงื่อนไข

390
00:25:56,572 --> 00:26:00,572
ถูกไหมคะ เอา 20 ไปแทน n

391
00:26:00,572 --> 00:26:04,572

392
00:26:04,573 --> 00:26:08,573

393
00:26:08,575 --> 00:26:12,575

394
00:26:12,576 --> 00:26:16,576

395
00:26:16,578 --> 00:26:20,578

396
00:26:20,579 --> 00:26:24,579

397
00:26:24,584 --> 00:26:28,584

398
00:26:28,586 --> 00:26:32,586

399
00:26:32,588 --> 00:26:36,588
ได้ไหมคะ

400
00:26:36,590 --> 00:26:40,590

401
00:26:40,591 --> 00:26:44,591
โอเค

402
00:26:44,592 --> 00:26:48,592
น้องตอบแล้วนะ คือ

403
00:26:48,597 --> 00:26:52,597
บรรทัดที่ 7 นะคะ ใช่ ถ้าเราแทน

404
00:26:52,598 --> 00:26:56,598
n ด้วย 20 ใช่ไหมคะ

405
00:26:56,599 --> 00:27:00,599
20 น้อยกว่า 0 จริงไหม

406
00:27:00,600 --> 00:27:04,600
20 น้อยกว่า 0 จริงไหม ไม่จริง

407
00:27:04,603 --> 00:27:08,603
ถ้าไม่จริงให้มาทำอะไร ให้มาทำหลัง else

408
00:27:08,604 --> 00:27:12,604
ใช่ไหมคะ เพราะฉะนั้นจะต้อง Print

409
00:27:12,606 --> 00:27:16,602
ออกมาที่หน้าจอ โอเค

410
00:27:16,607 --> 00:27:20,607

411
00:27:20,608 --> 00:27:24,608

412
00:27:24,610 --> 00:27:28,610

413
00:27:28,611 --> 00:27:32,611

414
00:27:32,613 --> 00:27:36,613

415
00:27:36,617 --> 00:27:40,617

416
00:27:40,620 --> 00:27:44,620

417
00:27:44,622 --> 00:27:48,622

418
00:27:48,623 --> 00:27:52,623
เอาใหม่นะ

419
00:27:52,625 --> 00:27:56,625
เอาทีละตัวนะคะ

420
00:27:56,627 --> 00:28:00,627

421
00:28:00,629 --> 00:28:04,629
เอาใหม่นะ

422
00:28:04,630 --> 00:28:08,630
สมมติว่าเดี๋ยวครูถามอย่างนี้แล้วกันนะ

423
00:28:08,630 --> 00:28:12,630
ถ้า ถ้าคิดว่า

424
00:28:12,631 --> 00:28:16,631
ถามทุกคนเลยนะคะ ถ้าทำงาน

425
00:28:16,632 --> 00:28:20,632
บรรทัดที่ 3 นี่ เดี๋ยวจะให้ยกมือซ้าย ถ้าทำงาน

426
00:28:20,632 --> 00:28:24,632
บรรทัดที่ 7 ยกมือขวา เดี๋ยวครู

427
00:28:24,634 --> 00:28:28,634
เขียนให้ ถ้าตัวนี้นะ

428
00:28:28,635 --> 00:28:32,635

429
00:28:32,636 --> 00:28:36,636
ให้ยกมือขวา ถ้าทำงานตรงนี้

430
00:28:36,637 --> 00:28:40,637
ให้ยกมือ

431
00:28:40,638 --> 00:28:44,638
ซ้ายนะค

432
00:28:44,641 --> 00:28:48,641
เอาใหม่

433
00:28:48,642 --> 00:28:52,642
ทุกคนดูนะ ถ้าครู

434
00:28:52,643 --> 00:28:56,643
กำหนดให้ n =

435
00:28:56,643 --> 00:29:00,643
6 n เท่ากับ 6

436
00:29:00,644 --> 00:29:04,644
ยกมือซ้ายหรือมือความ

437
00:29:04,647 --> 00:29:08,647
n = 6

438
00:29:08,648 --> 00:29:12,648
มีใครยกอีก

439
00:29:12,649 --> 00:29:16,649
ยกมือให้ครูดูหน่อยเร็ว n เท่ากับ

440
00:29:16,652 --> 00:29:20,652
6 6 น้อยกว่า 0 จริงไหม

441
00:29:20,655 --> 00:29:24,655
6 น้อยว่า 0 จริงไหมคะ

442
00:29:24,656 --> 00:29:28,656
6 น้อยกว่า 0

443
00:29:28,657 --> 00:29:32,657
ไม่จริงใช่ไหม

444
00:29:32,659 --> 00:29:36,659
แล้วที่จริงแล้วแสดงว่า 6 มากกว่า 0

445
00:29:36,660 --> 00:29:40,660
ยกมืออะไรคะ ต้องยกมือขวา ยก

446
00:29:40,659 --> 00:29:44,659
มือขวา เอาใหม่เดี๋ยวทุกคนต้องยกมือนะ

447
00:29:44,660 --> 00:29:48,660
เปลี่ยนใหม่ เปลี่ยนใหม่ ตัวเลข

448
00:29:48,662 --> 00:29:52,662

449
00:29:52,662 --> 00:29:56,662
25

450
00:29:56,664 --> 00:30:00,664

451
00:30:00,665 --> 00:30:04,665
ยก ใครไม่ยก ยกมือด้วย

452
00:30:04,667 --> 00:30:08,667

453
00:30:08,666 --> 00:30:12,666
25 มากว่า 0 ไหม

454
00:30:12,668 --> 00:30:16,668
มากกว่าเพราะฉะนั้น ยกมือ

455
00:30:16,669 --> 00:30:20,669
ยกมือขวาใช่ไหม

456
00:30:20,670 --> 00:30:24,670
ใช่เพื่อนตอบถูกยกมือขวา

457
00:30:24,671 --> 00:30:28,671
เอาใหม่

458
00:30:28,672 --> 00:30:32,672
-10

459
00:30:32,674 --> 00:30:36,674
-10

460
00:30:36,677 --> 00:30:40,677
-10 - มันน้อยกว่า 0 ไหม

461
00:30:40,679 --> 00:30:44,679
น้อยกว่า

462
00:30:44,680 --> 00:30:48,680

463
00:30:48,680 --> 00:30:52,680

464
00:30:52,683 --> 00:30:56,683
เพื่อนตอบถูกยกมือ

465
00:30:56,684 --> 00:31:00,684
ซ้ายนะ

466
00:31:00,685 --> 00:31:04,685
ใช่ยกมือซ้าย

467
00:31:04,688 --> 00:31:08,688

468
00:31:08,690 --> 00:31:12,690

469
00:31:12,691 --> 00:31:16,691

470
00:31:16,693 --> 00:31:20,693

471
00:31:20,695 --> 00:31:24,695

472
00:31:24,697 --> 00:31:28,697

473
00:31:28,698 --> 00:31:32,698

474
00:31:32,700 --> 00:31:36,700

475
00:31:36,702 --> 00:31:40,702

476
00:31:40,704 --> 00:31:44,704

477
00:31:44,706 --> 00:31:48,706

478
00:31:48,708 --> 00:31:52,708

479
00:31:52,710 --> 00:31:56,710

480
00:31:56,712 --> 00:32:00,712

481
00:32:00,713 --> 00:32:04,713

482
00:32:04,716 --> 00:32:08,716

483
00:32:08,718 --> 00:32:12,718

484
00:32:12,723 --> 00:32:16,723

485
00:32:16,725 --> 00:32:20,725

486
00:32:20,727 --> 00:32:24,727

487
00:32:24,729 --> 00:32:28,729

488
00:32:28,731 --> 00:32:32,731
สมมติว่าครูมีโจทย์ใหม่

489
00:32:32,733 --> 00:32:36,733
ยกมือซ้าย หรือมือขวาครูแทนตัวเลขให้แล้ว

490
00:32:36,733 --> 00:32:40,733

491
00:32:40,736 --> 00:32:44,736

492
00:32:44,737 --> 00:32:48,737

493
00:32:48,739 --> 00:32:52,739

494
00:32:52,743 --> 00:32:56,743
ได้ไหมคะ

495
00:32:56,744 --> 00:33:00,744
ถ้า 25 มันน้อยกว่า 0 มันจริงไหม

496
00:33:00,745 --> 00:33:04,745
ไม่จริง 25 มันไม่ได้น้อยกว่า 0

497
00:33:04,746 --> 00:33:08,746
เพราะฉะนั้นทำบรรทัด

498
00:33:08,748 --> 00:33:12,748
ไม่จริง

499
00:33:12,749 --> 00:33:16,749
ถูกไหม ไม่จริง เพราะฉะนั้น บรรทัดนี้ไม่ทำ

500
00:33:16,750 --> 00:33:20,750
ต้องย้ายมาทำตัวนี้

501
00:33:20,752 --> 00:33:24,752
25 มากกว่าเท่า 0 ใช่ไหม ใช่

502
00:33:24,753 --> 00:33:28,753
ก็เลยต้องยกมือซ้าย

503
00:33:28,754 --> 00:33:32,754

504
00:33:32,755 --> 00:33:36,755

505
00:33:36,758 --> 00:33:40,758

506
00:33:40,760 --> 00:33:44,760

507
00:33:44,763 --> 00:33:48,763

508
00:33:48,765 --> 00:33:52,765

509
00:33:52,770 --> 00:33:56,770

510
00:33:56,771 --> 00:34:00,771

511
00:34:00,772 --> 00:34:04,772

512
00:34:04,779 --> 00:34:08,779

513
00:34:08,782 --> 00:34:12,782
ดูเส้น อันนี้คือ 0 นะ

514
00:34:12,784 --> 00:34:16,784
-10 ใช่ไหมคะ

515
00:34:16,785 --> 00:34:20,785
มากกว่า 0 มาทางขวา

516
00:34:20,786 --> 00:34:24,786
มากกว่า 0 อันนี้ไปทางซ้ายคือน้อยกว่า 0

517
00:34:24,787 --> 00:34:28,787

518
00:34:28,788 --> 00:34:32,788
ถ้าตัวเลขอยู่ในช่วงนี้

519
00:34:32,789 --> 00:34:36,789
ถูกไหมคะ ให้ทำอะไร

520
00:34:36,789 --> 00:34:40,789
ยกมือซ้ายใช่ไหม

521
00:34:40,791 --> 00:34:44,791
ถ้าตัวเลขอยู่ในช่วงนี้นะคะ

522
00:34:44,792 --> 00:34:48,792
คือรวมถึงตัวนี้ด้วยนะ

523
00:34:48,793 --> 00:34:52,793

524
00:34:52,794 --> 00:34:56,794

525
00:34:56,796 --> 00:35:00,796

526
00:35:00,799 --> 00:35:04,799
ได้ไหม

527
00:35:04,801 --> 00:35:08,801
ดูเส้นจำนวนตัวนี้นะ ครูแปลงจากตัวนั้นมาเป็นเส้น

528
00:35:08,802 --> 00:35:12,802
จำนวนตัวนี้แล้ว 0 ตั้งแต่ 0

529
00:35:12,803 --> 00:35:16,803
มาทางขวา ให้ยกมือ

530
00:35:16,804 --> 00:35:20,804
ซ้าย เห็นไหม ถ้า 0

531
00:35:20,805 --> 00:35:24,805
ย้อนไปทางซ้าย คือ ตัวเลขมันติดลบน่ะ ตัวเลขมัน

532
00:35:24,806 --> 00:35:28,806
ติดลบ ทำไมมันไมมันไม่ลบ

533
00:35:28,807 --> 00:35:32,807
เอาใหม่นะคะ

534
00:35:32,808 --> 00:35:36,808
ตัวเลขติดลบนะ

535
00:35:36,809 --> 00:35:40,809
ถ้ามีตัวเลขติดลบแบบนี้ ให้ยกมือ

536
00:35:40,810 --> 00:35:44,810
ขวา เอาไหมนะ สมมติว่าครู

537
00:35:44,811 --> 00:35:48,811
บอกว่า เลข -1

538
00:35:48,812 --> 00:35:52,812
ถ้า -1 จะยกมือขวาหรือยกมือซ้าย

539
00:35:52,815 --> 00:35:56,815
ลบ ๆ

540
00:35:56,816 --> 00:36:00,816
-1 จะยก ขวา  หรือ ซ้าย

541
00:36:00,816 --> 00:36:04,816
ขวา

542
00:36:04,817 --> 00:36:08,817
-1 ขวา

543
00:36:08,818 --> 00:36:12,818
ใช่ไหม

544
00:36:12,819 --> 00:36:16,819

545
00:36:16,820 --> 00:36:20,820

546
00:36:20,825 --> 00:36:24,825
เอาใหม่ ถ้าครูเปลี่ยน

547
00:36:24,830 --> 00:36:28,830
เลขตัวนี้เป็น 9 มันเกินนะ 15

548
00:36:28,831 --> 00:36:32,831
15

549
00:36:32,834 --> 00:36:36,834
ยกซ้ายหรือขวา 15

550
00:36:36,835 --> 00:36:40,835
15

551
00:36:40,838 --> 00:36:44,838

552
00:36:44,840 --> 00:36:48,840

553
00:36:48,843 --> 00:36:52,843

554
00:36:52,845 --> 00:36:56,845

555
00:36:56,846 --> 00:37:00,846

556
00:37:00,852 --> 00:37:04,852

557
00:37:04,854 --> 00:37:08,854

558
00:37:08,855 --> 00:37:12,855

559
00:37:12,861 --> 00:37:16,861

560
00:37:16,865 --> 00:37:20,865

561
00:37:20,868 --> 00:37:24,868

562
00:37:24,872 --> 00:37:28,872

563
00:37:28,874 --> 00:37:32,874

564
00:37:32,876 --> 00:37:36,876
อันนี้โอเคขึ้นนะ อันนี้ครูเปลี่ยนใหม่

565
00:37:36,878 --> 00:37:40,878
คือซ้าย ติดลบคือซ้าย

566
00:37:40,879 --> 00:37:44,879
เป็น + มากกว่า 0 ก็คือขวานะคะ

567
00:37:44,880 --> 00:37:48,880
คราวนี้จะได้ไม่งงนะ 19

568
00:37:48,881 --> 00:37:52,881
ยกมือไหน

569
00:37:52,884 --> 00:37:56,884
คนอื่นล่ะ

570
00:37:56,886 --> 00:38:00,886
ใช่ ๆ

571
00:38:00,887 --> 00:38:04,887

572
00:38:04,889 --> 00:38:08,889

573
00:38:08,890 --> 00:38:12,890

574
00:38:12,891 --> 00:38:16,891
ครูขีดฆ่าแล้ว

575
00:38:16,892 --> 00:38:20,892
เส้นจำนวน ได้ไหม

576
00:38:20,893 --> 00:38:24,893
โอเคเอาใหม่นะอีกครั้งหนึ่ง

577
00:38:24,894 --> 00:38:28,894
-5 -5

578
00:38:28,895 --> 00:38:32,895
ซ้ายหรือขวา

579
00:38:32,896 --> 00:38:36,896
ใช่ คือ ซ้ายใช่ไหมคะ

580
00:38:36,898 --> 00:38:40,898
เรารู้ได้อย่างไรเราเอาตัวเลขนั้นมาเทียบ

581
00:38:40,898 --> 00:38:44,898
ถูกไหมคะ เรากำลังตัดสินใจอยู่ตอนนี้ จะยกซ้ายหรือจะ

582
00:38:44,899 --> 00:38:48,899
ยกขวา ใช่ไหม นี่คือการตัดสินใจนะคะ

583
00:38:48,900 --> 00:38:52,900
จะยกมือไหนดี โดยมีเงื่อนไขอย่างที่ครูบอกว่า

584
00:38:52,901 --> 00:38:56,901
ถ้ามากกว่า =0

585
00:38:56,902 --> 00:39:00,902
เพราะฉะนั้นเมื่อไหร่ก็ตามที่ครูบอกตัวเลขเราไป ต้อง

586
00:39:00,903 --> 00:39:04,903
คิดตัดสินใจ เอ๊ะ มันมากกว่า 0 หรือเปล่า

587
00:39:04,904 --> 00:39:08,904
ใช่ไหม ถ้ามันมากกว่า 0 นี่ เราต้องยกมือซ้าย

588
00:39:08,905 --> 00:39:12,905
แต่ถ้าไม่ใช่มันน้อยกว่า 0

589
00:39:12,906 --> 00:39:16,906
มากกว่า 0 ต้องยกมือขวา น้อยกว่า 0 เราต้องยกมือซ้าย

590
00:39:16,907 --> 00:39:20,907
นะคะ อันนี้คือการตัดสินใจ

591
00:39:20,907 --> 00:39:24,907
นะคะ ตัดสินใจจะยกซ้ายหรือยกมือขวาดี

592
00:39:24,908 --> 00:39:28,908
เทียบกับอะไร

593
00:39:28,909 --> 00:39:32,909
ก็ต้องมีเงื่อน ใช่ไหม ต้องมีเงื่อนไข

594
00:39:32,909 --> 00:39:36,909
ของการตัดสินใจนะคะ จะ

595
00:39:36,911 --> 00:39:40,911
ยกมือซ้ายเมื่อไร จะยกมือขวาเมื่อไร

596
00:39:40,912 --> 00:39:44,912
เวลาเราเอาไปเขียนโปรแกรม

597
00:39:44,914 --> 00:39:48,914
เราจะใช้คำสั่ง if ตัวนี้ล่ะ

598
00:39:48,915 --> 00:39:52,915
นะคะ แล้วข้างใน

599
00:39:52,916 --> 00:39:56,916
วงเล็บ ก็คือเงื่อนไขที่เรากำหนดขึ้นนะคะ

600
00:39:56,917 --> 00:40:00,917
เป็นเงื่อนไขที่เรากำหนดขึ้น

601
00:40:00,918 --> 00:40:04,918
เสร็จแล้วถ้ามันจริงให้เราทำอะไร

602
00:40:04,919 --> 00:40:08,919
ถ้าไม่จริง ให้ทำอะไร

603
00:40:08,920 --> 00:40:12,920
นะคะ

604
00:40:12,921 --> 00:40:16,921

605
00:40:16,922 --> 00:40:20,922
โอเค ถัดมา

606
00:40:20,924 --> 00:40:24,924

607
00:40:24,927 --> 00:40:28,927
จะเห็นว่าการตัดสินใจตรงนี้

608
00:40:28,928 --> 00:40:32,928
เราจะทำงานแค่ 1 ครั้งเท่านั้น

609
00:40:32,929 --> 00:40:36,929
ตรวจสอบเงื่อนไขถูกไหม แล้วก็ยกมือ

610
00:40:36,930 --> 00:40:40,930
ถูกไหมคะ ตามโจทย์นี่ ตรวจสอบเงื่อนไข

611
00:40:40,931 --> 00:40:44,931
1 ครั้ง แล้วมันเป็นจริงหรือเปล่า

612
00:40:44,932 --> 00:40:48,932
ถ้าจริงก็มายกมือในบรรทัดนี้

613
00:40:48,934 --> 00:40:52,934
เห็นไหมคะ หรือตรวจสอบเงื่อนไข

614
00:40:52,935 --> 00:40:56,935
ตรวจสอบเงื่อนไขตัวนี้แล้วไม่จริง ก็

615
00:40:56,936 --> 00:41:00,936
มายกมือในบรรทัดยกมือซ้าย

616
00:41:00,937 --> 00:41:04,937
เพราะฉะนั้นเวลาเรานั้บการ

617
00:41:04,937 --> 00:41:08,937
ทำงานนะคะ เราก็จะนับ

618
00:41:08,939 --> 00:41:12,939
เฉพาะบรรทัดที่เราทำงาน

619
00:41:12,940 --> 00:41:16,940
เท่านั้น ทำงานเพียง 1 ครั้งเท่านั้น

620
00:41:16,941 --> 00:41:20,941
นะคะ ทำงานเพียง 1 ครั้งเท่านั้น

621
00:41:20,942 --> 00:41:24,942
เพราะฉะนั้น เช่น เราเปรียบเทียบที่เงื่อนไข

622
00:41:24,943 --> 00:41:28,943
ทำงาน 1 ครั้งนะคะ

623
00:41:28,944 --> 00:41:32,944
ถ้ามันเป็นจริงจะมาทำบรรทัดที่ 3 แล้วก็จบ

624
00:41:32,945 --> 00:41:36,945
การทำงาน ข้างล่างนี้จะไม่ทำต่อ

625
00:41:36,946 --> 00:41:40,946
นะคะ จะไม่ทำต่อ เพราะเราตัดสินใจ

626
00:41:40,947 --> 00:41:44,947
แล้วนะคะ เพราะเราตัดสินใจแล้ว

627
00:41:44,948 --> 00:41:48,948
ตัดสินใจให้แสดงข้อความนี้แล้วก็จบ

628
00:41:48,949 --> 00:41:52,949
เพราะฉะนั้นการทำงาน มันก็จพทำงานบรรทัดที่ 1

629
00:41:52,950 --> 00:41:56,950
ทำงาน 1 ครั้ง ทำงานบรรทัดที่ 3 ทำงาน

630
00:41:56,951 --> 00:42:00,951
อีก 1 ครั้งนะคะ ก็จบการทำงาน

631
00:42:00,952 --> 00:42:04,952
เพราะฉะนั้น ถ้า Big-O ที่ได้

632
00:42:04,954 --> 00:42:08,954
เราก็เอา 1 นะคะ + 1 เป็น 2

633
00:42:08,956 --> 00:42:12,956
เวลาเราเขียนค่า Big-O จะแทนค่าด้วย 1

634
00:42:12,957 --> 00:42:16,957
เพราะมันไม่มีสัมประสิทธิ์อะไรเลย

635
00:42:16,958 --> 00:42:20,958
มันเป็นตัวเลขนะ เราก็แทนมันเป็น 1 นะคะ

636
00:42:20,959 --> 00:42:24,959

637
00:42:24,962 --> 00:42:28,962

638
00:42:28,964 --> 00:42:32,964

639
00:42:32,966 --> 00:42:36,966

640
00:42:36,970 --> 00:42:40,970
ตราวนี้

641
00:42:40,975 --> 00:42:44,975

642
00:42:44,976 --> 00:42:48,976

643
00:42:48,978 --> 00:42:52,978

644
00:42:52,982 --> 00:42:56,982

645
00:42:56,984 --> 00:43:00,984

646
00:43:00,988 --> 00:43:04,988

647
00:43:04,989 --> 00:43:08,989

648
00:43:08,990 --> 00:43:12,990

649
00:43:12,992 --> 00:43:16,992

650
00:43:16,994 --> 00:43:20,994

651
00:43:20,996 --> 00:43:24,996

652
00:43:24,997 --> 00:43:28,997

653
00:43:28,999 --> 00:43:32,999

654
00:43:33,000 --> 00:43:37,000

655
00:43:37,001 --> 00:43:41,001

656
00:43:41,004 --> 00:43:45,004

657
00:43:45,006 --> 00:43:49,006

658
00:43:49,008 --> 00:43:53,008

659
00:43:53,010 --> 00:43:57,010

660
00:43:57,011 --> 00:44:01,011

661
00:44:01,013 --> 00:44:05,013

662
00:44:05,015 --> 00:44:09,015

663
00:44:09,016 --> 00:44:13,016

664
00:44:13,017 --> 00:44:17,017

665
00:44:17,019 --> 00:44:21,019

666
00:44:21,024 --> 00:44:25,024

667
00:44:25,025 --> 00:44:29,025

668
00:44:29,026 --> 00:44:33,026

669
00:44:33,028 --> 00:44:37,028

670
00:44:37,028 --> 00:44:41,028

671
00:44:41,030 --> 00:44:45,030

672
00:44:45,035 --> 00:44:49,035

673
00:44:49,036 --> 00:44:53,036

674
00:44:53,038 --> 00:44:57,038

675
00:44:57,040 --> 00:45:01,040

676
00:45:01,042 --> 00:45:05,042

677
00:45:05,044 --> 00:45:09,044

678
00:45:09,049 --> 00:45:13,049

679
00:45:13,050 --> 00:45:17,050

680
00:45:17,052 --> 00:45:21,052

681
00:45:21,055 --> 00:45:25,055

682
00:45:25,057 --> 00:45:29,057

683
00:45:29,061 --> 00:45:33,061
ไม่ได้ใช่ไหม ไม่เป็นอะไรค่ะ

684
00:45:33,065 --> 00:45:37,065

685
00:45:37,066 --> 00:45:41,066
เราจำอย่างไรให้ขึ้นมาอีกทีหนึ่ง

686
00:45:41,069 --> 00:45:45,069

687
00:45:45,071 --> 00:45:49,071

688
00:45:49,071 --> 00:45:53,071

689
00:45:53,072 --> 00:45:57,072

690
00:45:57,076 --> 00:46:01,076

691
00:46:01,080 --> 00:46:05,080

692
00:46:05,082 --> 00:46:09,082

693
00:46:09,086 --> 00:46:13,086

694
00:46:13,088 --> 00:46:17,088

695
00:46:17,091 --> 00:46:21,091

696
00:46:21,097 --> 00:46:25,097
เ

697
00:46:25,100 --> 00:46:29,100
ได้แล้ว

698
00:46:29,102 --> 00:46:33,102

699
00:46:33,103 --> 00:46:37,103

700
00:46:37,105 --> 00:46:41,105

701
00:46:41,107 --> 00:46:45,107

702
00:46:45,110 --> 00:46:49,110
คราวนี้

703
00:46:49,115 --> 00:46:53,115
เมื่อกี้คือเงื่อนไขใช่ไหมคะ คือ

704
00:46:53,116 --> 00:46:57,116
เงื่อนไขคือการตัดสินใจ

705
00:46:57,117 --> 00:47:01,117
ถัดมา เมื่อกี้ครูบอกแล้วว่าถ้าเรามีคำสั่งซ้ำ ๆ

706
00:47:01,118 --> 00:47:05,118
นะคะ เราจะไม่เขียนคำสั่งเดิม ๆ

707
00:47:05,119 --> 00:47:09,119
หลาย ๆ ครั้ง เราก็จะใช้การ

708
00:47:09,120 --> 00:47:13,120
วนซ้ำนะคะ หรือการใช้ Loop แทน

709
00:47:13,121 --> 00:47:17,121
การเขียนแบบเดิม ๆ เหมือน ๆ กัน

710
00:47:17,122 --> 00:47:21,122
แล้วการใช้ลูป

711
00:47:21,123 --> 00:47:25,123
นะคะ เราจะพูดถึง Loop for นะคะ ที่ง่ายที่สุด

712
00:47:25,124 --> 00:47:29,124
การใช้ Loop For คือการ

713
00:47:29,125 --> 00:47:33,125
ที่แน่นอน เรานับจำนวนรอบได้ว่าทำงาน

714
00:47:33,126 --> 00:47:37,126
กี่ครั้งนะคะ

715
00:47:37,126 --> 00:47:41,126
จากโจทย์

716
00:47:41,127 --> 00:47:45,127
ที่ครูกำหนดให้เราใช้ For แสดงว่า

717
00:47:45,128 --> 00:47:49,128
เราอาจจะทำงานมากกว่า 1 ครั้งอาจจะทำงาน 1 ครั้ง 2 ครั้ง 3 ครั้ง 4 ครั้

718
00:47:49,128 --> 00:47:53,128
ก็แล้วแต่เงื่อนไขที่เรากำหนด แล้ว

719
00:47:53,129 --> 00:47:57,129
เราอยากรู้ว่าแล้วจำนวนรอบของการทำงานน่ะ

720
00:47:57,130 --> 00:48:01,130
เมื่อเราวัดประสิทธิภาพเวลา

721
00:48:01,131 --> 00:48:05,131
ที่ใช้นะคะ เราจะวัดอย่างไรมันจะได้ค่าอะไรออกมา

722
00:48:05,132 --> 00:48:09,132
ในการทำงานนะ เรากำหนด

723
00:48:09,133 --> 00:48:13,133
ให้เป็น n ใด ๆ นะคะ เป็นตัว n ใด ๆ

724
00:48:13,134 --> 00:48:17,134
นั่นหมายความว่าเมื่อแทน n

725
00:48:17,135 --> 00:48:21,135
ด้วยตัวเลขอะไรก็ตาม จะมี

726
00:48:21,136 --> 00:48:25,136
ประสิทธิภาพในเรื่องของความเร็ว

727
00:48:25,137 --> 00:48:29,137
มีค่า Big-O เท่ากันนะคะ

728
00:48:29,138 --> 00:48:33,138
เช่นครูมีคำสั่งท

729
00:48:33,139 --> 00:48:37,139
ถ้าทุกคนเห็นหน้าจอ ครูมีอยู่ 3 บรรทัด

730
00:48:37,140 --> 00:48:41,140
นะคะ บรรทัดแรกไม่ได้อยู่ในลูป For นะ

731
00:48:41,141 --> 00:48:45,141
บรรทัดแรกเป็นการกำหนดค่าเริ่มต้น

732
00:48:45,143 --> 00:48:49,143
ให้กับตัวแปรที่ชื่อว่า Total

733
00:48:49,144 --> 00:48:53,144
เมื่อเรา Run หรือทำงาน

734
00:48:53,145 --> 00:48:57,145
ผ่านบรรทัดที่ 1 ไป

735
00:48:57,146 --> 00:49:01,146
total จะมีค่าเป็น 0 นะคะ total จะมีค่าเป็น 0

736
00:49:01,147 --> 00:49:05,147
เป็นตัวเลขนะเป็นตัวเลข

737
00:49:05,148 --> 00:49:09,148
ถัดมา

738
00:49:09,148 --> 00:49:13,148
เจอคำสั่งบรรทัดที่ 2 มีการใช้ลูป for แ

739
00:49:13,149 --> 00:49:17,149
เราก็คาดเดาได้เลยว่ามันน่าจะทำงานมากกว่า

740
00:49:17,150 --> 00:49:21,150
1 ครั้งนะคะ แล้ว

741
00:49:21,151 --> 00:49:25,151
มันทำงานกี่ครั้งล่ะ เขากำหนดให้

742
00:49:25,153 --> 00:49:29,153
For i in range

743
00:49:29,154 --> 00:49:33,154
(n) นะคะ หมายความว่า

744
00:49:33,155 --> 00:49:37,155
ตัว i ตัวนี้ตัวแปร i นี่

745
00:49:37,156 --> 00:49:41,156
มันสามารถเป็นค่าอะไรได้บ้าง

746
00:49:41,157 --> 00:49:45,157
เมื่อเราแทน

747
00:49:45,158 --> 00:49:49,158
ค่าตัวเลขที่แทน n

748
00:49:49,159 --> 00:49:53,159
ตัวนี้

749
00:49:53,160 --> 00:49:57,160
ถ้ามันอยู่ภายใต้จำนวน

750
00:49:57,162 --> 00:50:01,162
รอบที่เรากำหนด เมื่อเรากำหนดค่า n แล้ว

751
00:50:01,163 --> 00:50:05,163
มันจะมาทำงานคำสั่งบรรทัดที่ 3

752
00:50:05,165 --> 00:50:09,165
นะคะ จะ

753
00:50:09,168 --> 00:50:13,168
วนรอบตามจำนวนที่กำหนดจนครบ

754
00:50:13,169 --> 00:50:17,169
แล้วก็หลุดออกจาก

755
00:50:17,170 --> 00:50:21,170
การวนซ้ำนะคะ มันก็หลุดออกจากการวนซ้ำ

756
00:50:21,171 --> 00:50:25,171
นะคราวนี้สมมติ

757
00:50:25,172 --> 00:50:29,172
ครูกำหนดให้ n = 3

758
00:50:29,173 --> 00:50:33,173
n = 3 นะคะ

759
00:50:33,174 --> 00:50:37,174
1 2 3 n เท่ากับ 3

760
00:50:37,177 --> 00:50:41,177
แล้ว i มีค่าเป็นอะไรได้บ้าง

761
00:50:41,178 --> 00:50:45,178
ตัวนี้ครูใช้เป็น python

762
00:50:45,179 --> 00:50:49,179
ถูกไหมคะ คำสั่งตัวนี้เป็นภาษา Python

763
00:50:49,180 --> 00:50:53,180
for i in range 3

764
00:50:53,181 --> 00:50:57,181
ครูแทน n ตัวนี้ด้วย 3 ครู

765
00:50:57,182 --> 00:51:01,182
ไม่ใช่ล่ะ ครูใช้ 3 แทน

766
00:51:01,184 --> 00:51:05,184
ครูถามว่าค่า i ควรจะเป็น

767
00:51:05,185 --> 00:51:09,185
ตัวเลขอะไรได้บ้าง ใน Python

768
00:51:09,185 --> 00:51:13,185
นะคะ Index หรือตัวเลขแรก

769
00:51:13,188 --> 00:51:17,188
ของ list ของ Range ตัวนี้จะเริ่มต้น

770
00:51:17,189 --> 00:51:21,189
ที่ 0 เสมอนะคะ

771
00:51:21,191 --> 00:51:25,191
range 3 จะเริ่มต้นที่ 0 1

772
00:51:25,192 --> 00:51:29,192
แล้วก็ 2 คือมี 3 ตัว

773
00:51:29,193 --> 00:51:33,193
ถูกไหมคะ 0 1 2 หรือ

774
00:51:33,196 --> 00:51:37,196
จำแบบเร็ว ๆ เริ่มต้น

775
00:51:37,199 --> 00:51:41,199
ที่ 3 เริ่มต้นที่ 0 ใช่ไหมคะ ตัวเลขตัวนี้มันเป็น

776
00:51:41,202 --> 00:51:45,202
3 แสดงว่าต้องแค่ 2

777
00:51:45,203 --> 00:51:49,203
จำเร็ว ๆ ลดลงมา 1 เพราะฉะนั้น Range

778
00:51:49,205 --> 00:51:53,205
3 คือ 0 1 2 คราวนี้ครูถาม

779
00:51:53,206 --> 00:51:57,206
เพิ่มใหม่

780
00:51:57,207 --> 00:52:01,207
เ

781
00:52:01,209 --> 00:52:05,209
เป็นอะไรได้บ้าง

782
00:52:05,211 --> 00:52:09,211
ตรงนี้ควรมีค่าอะไรได้บ้าง

783
00:52:09,212 --> 00:52:13,212
ดูตัวนี้เป็นตัวอย่างนะ ครูบอกว่าตัวแรกต้องขึ้นต้นด้วยตัว

784
00:52:13,213 --> 00:52:17,213
อะไร 0, เลขอะไรคะ

785
00:52:17,215 --> 00:52:21,215
1 ไปต่อไหม

786
00:52:21,216 --> 00:52:25,216
ปิดได้หรือยัง ต้องมี 2 ไหม

787
00:52:25,217 --> 00:52:29,217
ดูเทียบกับตัวนี้ มีแค่

788
00:52:29,218 --> 00:52:33,218
0 กับ 1 แล้วก็ปิด

789
00:52:33,218 --> 00:52:37,218

790
00:52:37,219 --> 00:52:41,219

791
00:52:41,221 --> 00:52:45,221
ทุกคนมีกระดาษที่ครูให้แล้วใช่ไหม ผลิกไป

792
00:52:45,224 --> 00:52:49,224
ด้านหลัง หน้าหลังมันจะเป็นกร

793
00:52:49,224 --> 00:52:53,224
พลิกกระดาษที่ครูแจกให้

794
00:52:53,224 --> 00:52:57,224
ทุกคนคลิกเป็นกระดาษ

795
00:52:57,226 --> 00:53:01,226
ที่ครูแจกให้

796
00:53:01,227 --> 00:53:05,227

797
00:53:05,228 --> 00:53:09,228

798
00:53:09,228 --> 00:53:13,228

799
00:53:13,230 --> 00:53:17,230

800
00:53:17,233 --> 00:53:21,233

801
00:53:21,237 --> 00:53:25,237

802
00:53:25,240 --> 00:53:29,240

803
00:53:29,242 --> 00:53:33,242

804
00:53:33,243 --> 00:53:37,243

805
00:53:37,244 --> 00:53:41,244

806
00:53:41,246 --> 00:53:44,161

807
00:53:45,247 --> 00:53:49,247

808
00:53:49,248 --> 00:53:53,248
คราวนี้

809
00:53:53,250 --> 00:53:57,250

810
00:53:57,252 --> 00:54:01,252
range 3 กับ range 2

811
00:54:01,254 --> 00:54:05,254
ทำที่เหลืออีก 3 ข้อให้ครูหน่อยสิ

812
00:54:05,255 --> 00:54:09,255
ด้วย ตัวเลขที่อยู่ใน list มีค่าอะไรบ้าง

813
00:54:09,256 --> 00:54:13,256
range 1 range 10

814
00:54:13,257 --> 00:54:17,257
มันควรมีค่าอะไ

815
00:54:17,258 --> 00:54:21,258
ใช่ไหมคะ

816
00:54:21,258 --> 00:54:25,258
มันควรจะ

817
00:54:25,259 --> 00:54:29,259
เป็นตัวเลขอะไรได้บ้างต้องอยู่ใน

818
00:54:29,260 --> 00:54:33,260
list นะคะ

819
00:54:33,261 --> 00:54:37,261

820
00:54:37,262 --> 00:54:41,262

821
00:54:41,263 --> 00:54:45,263

822
00:54:45,267 --> 00:54:49,267

823
00:54:49,269 --> 00:54:53,269
ว่าที่อยู่ใน list ตัวนี้มันมี

824
00:54:53,273 --> 00:54:57,273
กี่ตัว เราก็จะรู้จำนวนรอบของการทำงาน

825
00:54:57,275 --> 00:55:01,275
ของการทำงาน

826
00:55:01,277 --> 00:55:05,277

827
00:55:05,278 --> 00:55:09,278

828
00:55:09,280 --> 00:55:13,280

829
00:55:13,281 --> 00:55:17,281

830
00:55:17,282 --> 00:55:21,282

831
00:55:21,283 --> 00:55:25,283

832
00:55:25,285 --> 00:55:29,285

833
00:55:29,287 --> 00:55:33,287

834
00:55:33,289 --> 00:55:37,289

835
00:55:37,291 --> 00:55:41,291

836
00:55:41,294 --> 00:55:45,294

837
00:55:45,296 --> 00:55:49,296

838
00:55:49,298 --> 00:55:53,298

839
00:55:53,300 --> 00:55:57,300

840
00:55:57,302 --> 00:56:01,302

841
00:56:01,304 --> 00:56:05,304

842
00:56:05,306 --> 00:56:09,306

843
00:56:09,308 --> 00:56:13,308

844
00:56:13,310 --> 00:56:17,310

845
00:56:17,311 --> 00:56:21,311

846
00:56:21,314 --> 00:56:25,314

847
00:56:25,316 --> 00:56:29,316

848
00:56:29,317 --> 00:56:33,317

849
00:56:33,319 --> 00:56:37,319

850
00:56:37,321 --> 00:56:41,321

851
00:56:41,323 --> 00:56:45,323

852
00:56:45,325 --> 00:56:49,325

853
00:56:49,326 --> 00:56:53,326

854
00:56:53,329 --> 00:56:57,329

855
00:56:57,331 --> 00:57:01,331

856
00:57:01,333 --> 00:57:05,333

857
00:57:05,335 --> 00:57:09,335

858
00:57:09,337 --> 00:57:13,337

859
00:57:13,338 --> 00:57:17,338

860
00:57:17,340 --> 00:57:21,340

861
00:57:21,342 --> 00:57:25,342

862
00:57:25,344 --> 00:57:29,344

863
00:57:29,346 --> 00:57:33,346

864
00:57:33,348 --> 00:57:37,348

865
00:57:37,350 --> 00:57:41,350

866
00:57:41,352 --> 00:57:45,352

867
00:57:45,354 --> 00:57:49,354

868
00:57:49,356 --> 00:57:53,356

869
00:57:53,358 --> 00:57:57,358

870
00:57:57,360 --> 00:58:01,360

871
00:58:01,361 --> 00:58:05,361

872
00:58:05,362 --> 00:58:09,362

873
00:58:09,364 --> 00:58:13,364

874
00:58:13,366 --> 00:58:17,366

875
00:58:17,369 --> 00:58:21,369

876
00:58:21,371 --> 00:58:25,371

877
00:58:25,372 --> 00:58:29,372

878
00:58:29,374 --> 00:58:33,374

879
00:58:33,375 --> 00:58:37,375

880
00:58:37,377 --> 00:58:41,377

881
00:58:41,379 --> 00:58:45,379

882
00:58:45,381 --> 00:58:49,381

883
00:58:49,383 --> 00:58:53,383

884
00:58:53,387 --> 00:58:57,387

885
00:58:57,391 --> 00:59:01,391

886
00:59:01,393 --> 00:59:05,393
(อาจารย์สุธาสินี)

887
00:59:05,395 --> 00:59:09,395
คราวนี้เมื่อกี้ครูเดินดูแล้ว ทุกคนได้นะ

888
00:59:09,398 --> 00:59:13,398
ตัวนี้รู้ว่า range 5 นะคะ

889
00:59:13,399 --> 00:59:17,399
มีค่าเป็นอะไรได้บ้างนะ ก็คือ 0 1 2 3

890
00:59:17,400 --> 00:59:21,400
4 นะคะ range 1

891
00:59:21,401 --> 00:59:25,401
ก็คือเลข 0 นะคะ range 10 ก็คือ

892
00:59:25,402 --> 00:59:29,402
0, 1, 2, 3, 4, 5 ,

893
00:59:29,403 --> 00:59:33,403
ก็คือมี 10 ตัว เริ่มจาก 0 นะคะ

894
00:59:33,404 --> 00:59:37,404
นับไปให้ได้ 10 ตัวก็ถึง 0 ถึง 9

895
00:59:37,405 --> 00:59:41,405
คราวนี้ range ตัวนี้นะ

896
00:59:41,406 --> 00:59:45,406
ครูไม่มีจุดเริ่มต้นครูไม่ได้บอกว่าเริ่มต้น

897
00:59:45,408 --> 00:59:49,408
เราจะเริ่มด้วย index ที่เป็น 0 เสมอ

898
00:59:49,409 --> 00:59:53,409
แต่

899
00:59:53,410 --> 00:59:57,410
ถ้าครูอยากจะระบุตัวเลขเริ่มต้นว่า

900
00:59:57,411 --> 01:00:01,411
ควรเริ่มต้นด้วยตัวเลขอะไร

901
01:00:01,412 --> 01:00:05,412
ควรด้วยเริ่มต้นด้วยตัวเลขอะไรที่ไม่ใช่ 0 เราจะ

902
01:00:05,413 --> 01:00:09,413
ไม่เริ่มต้นจากตัวแรกที่เป็น 0 นะคะ เราอยากเริ่มต้น

903
01:00:09,414 --> 01:00:13,414
จากตัวเลขตัวอื่นบ้าง เราจะกำหนด range ตัวนี้

904
01:00:13,416 --> 01:00:17,416
อย่างไรเช่น

905
01:00:17,417 --> 01:00:21,417
Range คือช่วงถูกไหมคะ

906
01:00:21,419 --> 01:00:25,419
range (1:

907
01:00:25,420 --> 01:00:29,420
แสดงว่าตัวเลขตัวแรกที่เราเขียน คือ

908
01:00:29,421 --> 01:00:33,421
1 นะคะ เป็น 1 ตามที่เรากำหนด

909
01:00:33,422 --> 01:00:37,422
ตัวแรก เสร็จแล้วนี่ข้างหลังมันถึง

910
01:00:37,423 --> 01:00:41,423
4 ใช่ไหม ลดลงไป 1

911
01:00:41,425 --> 01:00:45,425
นะคะ เป็น 1 2 3

912
01:00:45,426 --> 01:00:49,426
เห็นไหมตัวเลขข้างหลังมือคือ 3 มันจะ

913
01:00:49,427 --> 01:00:53,427
น้อยกว่า ตัวเลข 4 1 ตัวให้จำแบบนี้

914
01:00:53,428 --> 01:00:57,428
ถัดมา range 1, 3

915
01:00:57,429 --> 01:01:01,429
เราเริ่มต้นที่เลข 1 นะคะ

916
01:01:01,430 --> 01:01:05,430
, 2

917
01:01:05,431 --> 01:01:09,431
เห็นไหมมันน้อยกว่าเลข 3 1 ตัว

918
01:01:09,432 --> 01:01:13,432
ถัดมาคราวนี้มาดูด้วยกัน

919
01:01:13,434 --> 01:01:17,434
3 กับ 7 เราควรใช้อะไร

920
01:01:17,434 --> 01:01:21,434
เริ่มต้นตัวแรกเป็นอะไรคะ  3

921
01:01:21,435 --> 01:01:25,435
แล้วเลขอะไรอีก

922
01:01:25,436 --> 01:01:29,436
4 5

923
01:01:29,437 --> 01:01:33,437
6 มี 7 ไหม ไม่มีใช่ไหมคะ

924
01:01:33,438 --> 01:01:37,438
3, 4, 5, 6

925
01:01:37,439 --> 01:01:41,439
ทำให้ครูหน่อยเร็ว Range 1 ,

926
01:01:41,440 --> 01:01:45,440
2 ต้องมีตัวเลขอะไรบ้าง

927
01:01:45,442 --> 01:01:49,442
range 2, 6 มีตัวเลขอะไรบ้าง ต้องอยู่ในลิสต์ใช่ไหม

928
01:01:49,444 --> 01:01:53,444
ทุกอันต้องอยู่ใน List นะ เราต้องมีก

929
01:01:53,444 --> 01:01:57,444
เปิด

930
01:01:57,446 --> 01:02:01,446
มีตัวเลขอะไรบ้าง

931
01:02:01,447 --> 01:02:05,447

932
01:02:05,448 --> 01:02:09,448

933
01:02:09,450 --> 01:02:13,450

934
01:02:13,453 --> 01:02:17,453

935
01:02:17,455 --> 01:02:21,455

936
01:02:21,457 --> 01:02:25,457

937
01:02:25,459 --> 01:02:29,459

938
01:02:29,462 --> 01:02:33,462

939
01:02:33,464 --> 01:02:37,464

940
01:02:37,465 --> 01:02:41,465

941
01:02:41,467 --> 01:02:45,467

942
01:02:45,469 --> 01:02:49,469

943
01:02:49,471 --> 01:02:53,471

944
01:02:53,472 --> 01:02:57,472

945
01:02:57,475 --> 01:03:01,475

946
01:03:01,476 --> 01:03:05,476

947
01:03:05,478 --> 01:03:09,478

948
01:03:09,480 --> 01:03:13,480

949
01:03:13,481 --> 01:03:17,481

950
01:03:17,484 --> 01:03:21,484

951
01:03:21,487 --> 01:03:25,487

952
01:03:25,494 --> 01:03:29,494

953
01:03:29,499 --> 01:03:33,499
คราวนี้ดู เมื่อกี้ครู

954
01:03:33,500 --> 01:03:37,500
เดินดูแล้วตอบถูกนะ range 1,2

955
01:03:37,501 --> 01:03:41,501
ได้เลขอะไรคะ เลข 1

956
01:03:41,502 --> 01:03:45,502
ใช่ไหมทุกคนได้เลข 1 นะ

957
01:03:45,503 --> 01:03:49,503
2 , 6 ก็คือ 2 3 4

958
01:03:49,504 --> 01:03:53,504
แล้วก็ 5

959
01:03:53,505 --> 01:03:57,505
ใช่ไหมคะ ถามต่อ

960
01:03:57,506 --> 01:04:01,506

961
01:04:01,508 --> 01:04:05,508
บรรทัดนี้

962
01:04:05,510 --> 01:04:09,510
สมมติ for i in range 3-7

963
01:04:09,512 --> 01:04:13,512
ทำงานกี่รอบ ลองดูสิคะ ข้อนี้

964
01:04:13,513 --> 01:04:17,513
ทำงานกี่รอบ มันได้ 3 3,

965
01:04:17,514 --> 01:04:21,514
4 5 6 ทำงานทั้งหมดกี่รอบ

966
01:04:21,515 --> 01:04:25,515
มีกี่ตัว 4 ตัว

967
01:04:25,516 --> 01:04:29,516
ถูกหรือเปล่า มีอยู่ 4 ตัว เพราะฉะนั้น ทำงานกี่ตัว... ทำงานกี่

968
01:04:29,517 --> 01:04:33,517
รอบ 4 รอบ เขียนให้ครูหน่อย

969
01:04:33,519 --> 01:04:37,519
ทุกอันเลยนี่ ทำงานกี่รอบ เขียนเพิ่มให้ครู

970
01:04:37,520 --> 01:04:41,520
หน่อยที่เราทำไปแล้วน่ะ เขียนเพิ่มว่า

971
01:04:41,521 --> 01:04:45,521
ทำงานกี่รอบ เท่ากับ... รอบ

972
01:04:45,522 --> 01:04:49,522

973
01:04:49,523 --> 01:04:53,523
นับจากไหน นับว่ามันมีกี่ตัว List

974
01:04:53,526 --> 01:04:57,526
เรานี่ มีกี่ตัว ก็คืองานเท่านั้นรอบ

975
01:04:57,528 --> 01:05:01,528

976
01:05:01,529 --> 01:05:05,529

977
01:05:05,530 --> 01:05:09,530

978
01:05:09,532 --> 01:05:13,532

979
01:05:13,535 --> 01:05:17,535

980
01:05:17,537 --> 01:05:21,537

981
01:05:21,539 --> 01:05:25,539

982
01:05:25,542 --> 01:05:29,542

983
01:05:29,544 --> 01:05:33,544

984
01:05:33,546 --> 01:05:37,546

985
01:05:37,548 --> 01:05:41,548

986
01:05:41,551 --> 01:05:45,551

987
01:05:45,555 --> 01:05:49,555

988
01:05:49,556 --> 01:05:53,556

989
01:05:53,558 --> 01:05:57,558

990
01:05:57,560 --> 01:06:01,560

991
01:06:01,562 --> 01:06:05,562

992
01:06:05,563 --> 01:06:09,563

993
01:06:09,565 --> 01:06:13,565

994
01:06:13,567 --> 01:06:17,567

995
01:06:17,570 --> 01:06:21,570

996
01:06:21,571 --> 01:06:25,571

997
01:06:25,573 --> 01:06:29,573

998
01:06:29,575 --> 01:06:33,575

999
01:06:33,577 --> 01:06:37,577

1000
01:06:37,579 --> 01:06:41,579

1001
01:06:41,580 --> 01:06:45,580

1002
01:06:45,584 --> 01:06:49,584

1003
01:06:49,587 --> 01:06:53,587

1004
01:06:53,591 --> 01:06:57,591

1005
01:06:57,593 --> 01:07:01,593
จาก Code โปรแกรมตัวนี้นะคะ

1006
01:07:01,596 --> 01:07:05,596
เดี๋ยวเราจะเอาไปรวมในลูป For

1007
01:07:05,599 --> 01:07:09,599
นะคะ เราแยกส่วนมาเฉย ๆ นะ เพื่อให้

1008
01:07:09,603 --> 01:07:13,603
ว่าถ้าขอบเขตของค่า

1009
01:07:13,604 --> 01:07:17,604
ที่เรากำหนดมันสามารถเป็นตัวเลขอะไรได้บ้าง

1010
01:07:17,606 --> 01:07:21,606
นะคะ ก็อย่างที่เราเขียน และ

1011
01:07:21,607 --> 01:07:25,607
มันทำงานกี่รอบ ก็คือนับว่ามันมีกี่ตัว

1012
01:07:25,608 --> 01:07:29,608
นะคะ คือจำนวนรอบ

1013
01:07:29,609 --> 01:07:33,609

1014
01:07:33,610 --> 01:07:37,610

1015
01:07:37,612 --> 01:07:41,612

1016
01:07:41,614 --> 01:07:45,614

1017
01:07:45,616 --> 01:07:49,616

1018
01:07:49,620 --> 01:07:53,620

1019
01:07:53,622 --> 01:07:57,622

1020
01:07:57,624 --> 01:08:01,624

1021
01:08:01,626 --> 01:08:05,626

1022
01:08:05,630 --> 01:08:09,630

1023
01:08:09,632 --> 01:08:13,632
ย้อนกลับมาดูตัวโปรแกรมตัวนี้นะคะ

1024
01:08:13,634 --> 01:08:17,634

1025
01:08:17,635 --> 01:08:21,635
ครูมี Code อยู่ 3 บรรทัดนะอย่างที่บอก

1026
01:08:21,637 --> 01:08:25,637
บรรทัดแรก

1027
01:08:25,638 --> 01:08:29,638
กำหนดค่าเริ่มต้นนะคะ กำหนดค่าเริ่มต้นให้กับ total

1028
01:08:29,639 --> 01:08:33,639
เหมือนแม่ให้เงินเรา 100 บาท

1029
01:08:33,640 --> 01:08:37,640
สำหรับวันนี้นะคะ เราก็จะมีวันนี้ทั้งวันนี่ มี

1030
01:08:37,642 --> 01:08:41,642
เงินอยู่ในกระเป๋านี่ เริ่มต้นอยู่ที่

1031
01:08:41,643 --> 01:08:45,643
100 บาท แล้วทั้งวันเราจะใช้กี่บาทนะคะ

1032
01:08:45,644 --> 01:08:49,644
ก็แล้วแต่ แต่ละคนแต่เริ่มต้นเรามี 100 บาท

1033
01:08:49,645 --> 01:08:53,645
ใช่ไหมคะ ตอนนี้ครูกำหนดค่าเริ่มต้นให้กับ total

1034
01:08:53,646 --> 01:08:57,646
นี่ มีค่าเป็น 0 นะคะ เริ่มต้น

1035
01:08:57,647 --> 01:09:01,647
มีค่าเป็น 0 ทำงานไปเรื่อย ๆ total จะเปลี่ยนเป็นอะไร

1036
01:09:01,648 --> 01:09:05,648
ก็แล้วแต่เราสั่งให้มันมีค่าเป็นอะไร

1037
01:09:05,649 --> 01:09:09,649
บรรทัดที่ 2 ที่เราเจอนี่

1038
01:09:09,650 --> 01:09:13,650
เราเจอ Loop for แล้ว

1039
01:09:13,651 --> 01:09:17,651
ทำงานหลายรอบ เหมือนอย่างที่ครูถาม ทำงานกี่

1040
01:09:17,653 --> 01:09:21,653
รอบนะคะ เราต้องหาคำตอบให้ได้แล้วทำงานกี่รอบ

1041
01:09:21,653 --> 01:09:25,653
for i in range ,

1042
01:09:25,654 --> 01:09:29,654
(n

1043
01:09:29,656 --> 01:09:33,656
i in range นะคะ ที่เราเจอไปเมื่อกี้นี้เอง

1044
01:09:33,658 --> 01:09:37,658
ตัวนี้นะคะ วงเล็บเปิด แล้วก็ตัว

1045
01:09:37,659 --> 01:09:41,659
n ตัวนี้อาจจะเป็นตัวเลขอะไรก็ได้

1046
01:09:41,661 --> 01:09:45,661
เหมือนที่เราทำเมื่อกี้นี้ครูยังเปลี่ยนไปเยอะเลย

1047
01:09:45,662 --> 01:09:49,662
3 2 5 1 ถูกไหมคะ เพราะฉะนั้นแล้วนี่

1048
01:09:49,664 --> 01:09:53,664
n ตัวนี้เป็น n อะไรก็ได้

1049
01:09:53,665 --> 01:09:57,665
ให้นะคะ ถ้ามันอยู่ในขอบ

1050
01:09:57,666 --> 01:10:01,666
เขตของข้อมูล list

1051
01:10:01,667 --> 01:10:05,667
ตัวเลขที่เรากำหนดมันก็จะทำงานบรรทัดที่ 3 ต่อ

1052
01:10:05,668 --> 01:10:09,668
นะคะ คือการบวกค่า Total

1053
01:10:09,669 --> 01:10:13,669

1054
01:10:13,671 --> 01:10:17,671
เมื่อกี้เราเพิ่งทำไป

1055
01:10:17,672 --> 01:10:21,672
ครูแทน n ตัวนี้ด้วย 3 เราต้องทำ

1056
01:10:21,671 --> 01:10:25,671
งานกี่รอบ range 3

1057
01:10:25,672 --> 01:10:29,672
ทำงานกี่รอบคะ ดูในกระดาษสิ ดูว่า

1058
01:10:29,674 --> 01:10:33,674
มีไหม range 3 ที่เราทำไปเมื่อกี้

1059
01:10:33,675 --> 01:10:37,675
เราต้องทำงานกี่รอบคะ 3 ถูกไหม หาเจอไหม

1060
01:10:37,676 --> 01:10:41,676
เจอที่เราเขียนไปเมื่อกี้

1061
01:10:41,677 --> 01:10:45,677
นี่ไงคะ ถ้าเรายังจำได้ นี่ไง Range 3

1062
01:10:45,677 --> 01:10:49,677
เราทำงานกี่รอบคะ 3 รอบ

1063
01:10:49,678 --> 01:10:53,678
เพราะฉะนั้น ตอบครูได้แล้วว่าคำสั่ง

1064
01:10:53,679 --> 01:10:57,679
นี่จะต้องทำงานกี่รอบ 3 รอบ

1065
01:10:57,680 --> 01:11:01,680
ใช่ไหม ดูจากไหน ดูจาก Range

1066
01:11:01,681 --> 01:11:05,681
range ที่เรากำหนดให้นี่ range เราเป็น

1067
01:11:05,682 --> 01:11:09,682
ค่าอะไรได้บ้าง 0 1 2

1068
01:11:09,683 --> 01:11:13,683
เพราะฉะนั้นทำงานกี่รอบคะ 3 รอบ

1069
01:11:13,684 --> 01:11:17,684

1070
01:11:17,685 --> 01:11:21,685
3 รอบ เพราะฉะนั้น i

1071
01:11:21,687 --> 01:11:25,687
มีค่าเป็นอะไรได้บ้าง i ตัวนี้มีค่าเป็นอะไรได้บ้างคะ

1072
01:11:25,688 --> 01:11:29,688
มีค่า

1073
01:11:29,689 --> 01:11:33,689
0 1 2

1074
01:11:33,690 --> 01:11:37,690
ใช่ไหมคะ i ตัวนี้ สามารถมีค่า

1075
01:11:37,692 --> 01:11:41,692
เป็น 0 1 2

1076
01:11:41,692 --> 01:11:45,692
นั่นหมายความว่า

1077
01:11:45,694 --> 01:11:49,694
บอกว่าเราทำงาน 3 รอบใช่ไหมคะ ทำงานรอบที่ 1

1078
01:11:49,695 --> 01:11:53,695
มีค่าเป็นอะไร เป็น 0 รู้ได้อย่าง

1079
01:11:53,696 --> 01:11:57,696
นี่ไง เราเป็นคนลิสต์ค่าไว้อยู่แล้ว

1080
01:11:57,697 --> 01:12:01,697
ทำงานรอบที่ 2 i มีค่าเป็นอะไรคะ

1081
01:12:01,698 --> 01:12:05,698
เป็น 1 ทำงานรอบที่ 3

1082
01:12:05,699 --> 01:12:09,699
i มีค่าเป็น 2

1083
01:12:09,700 --> 01:12:13,700
ใช่ไหมคะ ตามนี้นะ ตามที่เราขยาย

1084
01:12:13,701 --> 01:12:17,701
บอกว่า range 3 มีค่าเป็นอะไรได้บ้าง

1085
01:12:17,702 --> 01:12:21,702
2 เห็นไหมคะ i มีค่าเป็นอะไรได้บ้าง

1086
01:12:21,704 --> 01:12:25,704
0 1 2

1087
01:12:25,705 --> 01:12:29,705

1088
01:12:29,705 --> 01:12:33,705
แสด

1089
01:12:33,707 --> 01:12:37,707
นี่มีค่าเป็น 0 1 2 นะคะ

1090
01:12:37,708 --> 01:12:41,708
แสดงว่ามันต้องทำงานทั้ง 2 บรรทัดนี้

1091
01:12:41,709 --> 01:12:45,709
ใช่ไหมคะ มันต้องทำงานทั้งบรรทัดที่ 2 และบรรทัดที่ 3

1092
01:12:45,710 --> 01:12:49,710
ทำงานอย่างละ 3

1093
01:12:49,711 --> 01:12:53,711
ครั้ง หรือว่า 3 รอบ บรรทัดที่ 2

1094
01:12:53,711 --> 01:12:57,711
ก็คือตรวจสอบเงื่อนไข i นี่ก็คือต้องทำ 3 ครั้ง

1095
01:12:57,712 --> 01:13:01,712
อันนี้คือบรรทัดที่ 3 ถูกไหมคะ

1096
01:13:01,713 --> 01:13:05,713
อันนี้คือบรรทัดที่ 2

1097
01:13:05,714 --> 01:13:09,714
อันนี้คือ

1098
01:13:09,715 --> 01:13:13,715
บรรทัด 3

1099
01:13:13,716 --> 01:13:17,716
มันก็ทำงาน 3 ครั้ง

1100
01:13:17,718 --> 01:13:21,718
เหมือนกัน

1101
01:13:21,721 --> 01:13:25,721
ถ้าครูเปลี่ยนดู

1102
01:13:25,722 --> 01:13:29,722
นะคะ ถ้าครูเปลี่ยนจาก range ตัวนี้

1103
01:13:29,723 --> 01:13:33,723

1104
01:13:33,724 --> 01:13:37,724

1105
01:13:37,726 --> 01:13:41,726
ถ้าครูเปลี่ยน Range ตัวนี้นี่

1106
01:13:41,730 --> 01:13:45,730
n n เป็น

1107
01:13:45,731 --> 01:13:49,731
2 ครูต้องทำงานกี่รอบ

1108
01:13:49,732 --> 01:13:53,732
ครูเปลี่ยนให้ n ตัวนี้เป็ย

1109
01:13:53,733 --> 01:13:57,733
ครูต้องทำงานกี่รอบคะ

1110
01:13:57,735 --> 01:14:01,735
เป็น 2 ทำงานกี่รอบ เราทำงานกี่รอบนี่

1111
01:14:01,736 --> 01:14:05,736
range 2 เราทำงานกี่รอบคะ

1112
01:14:05,737 --> 01:14:09,737
กี่รอบเอ่ย 2

1113
01:14:09,738 --> 01:14:13,738
รอบ นะคะ นี่ไง Range 2 i

1114
01:14:13,740 --> 01:14:17,740
มีค่าเป็น 0 กับ 1 เพราะฉะนั้น

1115
01:14:17,743 --> 01:14:21,743
เราทำงานกี่รอบคะ 2 รอบ n เป็น

1116
01:14:21,744 --> 01:14:25,744
2 เราทำงาน 2 รอบ n เป็น 3 เราทำง

1117
01:14:25,745 --> 01:14:29,745
คะ 3 รอบ ถ้า n เป็น

1118
01:14:29,746 --> 01:14:33,746
5 เราทำงานกี่รอบ n เป็น 5

1119
01:14:33,748 --> 01:14:37,748
เราทำงานกี่รอบคะ 5

1120
01:14:37,749 --> 01:14:41,749
รอบใช่ไหม n เป็น 1 เราทำงานกี่รอบ

1121
01:14:41,750 --> 01:14:45,750
1 รอบ ก็คือ i เป็น 0 ถูกไหม

1122
01:14:45,751 --> 01:14:49,751
ทำงานแค่ 1 รอบ i เป็น... พูดผิด

1123
01:14:49,752 --> 01:14:53,752
n เป็น 10 เราต้องทำงานกี่รอบ

1124
01:14:53,753 --> 01:14:57,753
กี่รอบคะ 10 รอบตามที่เรา

1125
01:14:57,754 --> 01:15:01,754
เขียนเลยนี่ n สมมติแทน n เป็น

1126
01:15:01,755 --> 01:15:05,755
10 เพราะฉะนั้น ต้องทำงานทั้งหมด 10 รอบ

1127
01:15:05,756 --> 01:15:09,756
เราสามารถบอกได้ไหมคะ ว่า

1128
01:15:09,757 --> 01:15:13,757
เมื่อ n ใด ๆ จะทำงาน n

1129
01:15:13,758 --> 01:15:17,758
n ครั้ง ได้ใช่ไหม เพราะเมื่อกี้ที่

1130
01:15:17,759 --> 01:15:21,759
เราทำกันนี่

1131
01:15:21,759 --> 01:15:25,759
n เป็น 3 ก็ 3 รอบ n เป็น 2 ก็ 2 รอบ n เป็น

1132
01:15:25,760 --> 01:15:29,760
5 ก็ทำงาน 5 รอบ n เป็น 10 ก็

1133
01:15:29,762 --> 01:15:33,762
ทำงาน 10 รอบ เพราะฉะนั้น n เป็น

1134
01:15:33,763 --> 01:15:37,763
999 ต้องทำงานกี่รอบ

1135
01:15:37,764 --> 01:15:41,764
ถ้า n เป็น 999

1136
01:15:41,765 --> 01:15:45,765
ต้องทำงานกี่รอบคะ ทำงาน

1137
01:15:45,766 --> 01:15:49,766
ทำงานกี่รอบเอ่ย 9

1138
01:15:49,767 --> 01:15:53,767
99 รอบใช่ไหม

1139
01:15:53,768 --> 01:15:57,768

1140
01:15:57,769 --> 01:16:01,769
n เป็น 1 ก็ทำงาน 1 รอบ

1141
01:16:01,773 --> 01:16:05,773
เพราะฉะนั้น เราจึงบอกได้

1142
01:16:05,775 --> 01:16:09,775
ว่าการทำงาน n ครั้งนี่ หมายความว่า

1143
01:16:09,776 --> 01:16:13,776
ไม่ว่าจะแทนด้วย n เป็นตัวเลขอะไรก็ตาม

1144
01:16:13,777 --> 01:16:17,777
ก็จะทำงาน n ครั้ง

1145
01:16:17,778 --> 01:16:21,778
เราจึงสามารถสรุปได้

1146
01:16:21,779 --> 01:16:25,779
นะคะ ว่าในบรรทัดที่ 2 นี่

1147
01:16:25,780 --> 01:16:29,780
เราจะทำงาน n ครั้ง

1148
01:16:29,781 --> 01:16:33,781
บรรทัดที่ 3

1149
01:16:33,783 --> 01:16:37,783
ก็ทำงาน n ครั้งนะคะ

1150
01:16:37,784 --> 01:16:41,784
แต่ใน

1151
01:16:41,785 --> 01:16:45,785
บรรทัดที่ 1 นี่ มันอยู่นอกลูปใช่ไหมคะ มันไม่ได้อยู่

1152
01:16:45,787 --> 01:16:49,787
ใน Loop Total นี่มันอยู่ข้าง

1153
01:16:49,788 --> 01:16:53,788
เข้ามาแต่การกำหนดค่าตัวแปรข้างบน

1154
01:16:53,789 --> 01:16:57,789
Total = 0 นี่มันอยู่นอกลูป

1155
01:16:57,790 --> 01:17:01,790
มันทำงานกี่ครั้ง 1 ครั้ง

1156
01:17:01,791 --> 01:17:05,791
เราจึงสามารถเขียนข้างหลังได้ว่า

1157
01:17:05,792 --> 01:17:09,792
บรรทัดที่ 1 ทำงาน 1 ครั้ง บรรทัดที่ 2

1158
01:17:09,793 --> 01:17:13,793
ทำงาน n ครั้ง บรรทัดที่ 3

1159
01:17:13,794 --> 01:17:17,794
ก็ทำงาน n ครั้งนะคะ เราจะ

1160
01:17:17,795 --> 01:17:21,795
หาค่า Big-O ทำอย่างไร เอา

1161
01:17:21,796 --> 01:17:25,796
สิง่ที่เราเขียนด้านหลังนี่ เอามาบวกกัน

1162
01:17:25,797 --> 01:17:29,797
ตัวแรกเป็น 1 ตัวที่ 2

1163
01:17:29,798 --> 01:17:33,798
เป็นอะไรคะ เป็น n ตัวที่ 3

1164
01:17:33,799 --> 01:17:37,799
ก็เป็น n บวกกันได้เท่าไหร่

1165
01:17:37,800 --> 01:17:41,800
n + n

1166
01:17:41,801 --> 01:17:45,801
ข้างหน้า n ตัวนี้

1167
01:17:45,802 --> 01:17:49,802
ดูนะ ข้างหน้า n ตัวนี้มันคือเลข 1 นะ

1168
01:17:49,803 --> 01:17:53,803
ข้างหน้า n คือ เลข 1

1169
01:17:53,804 --> 01:17:57,804
บวกกันแล้วได้กี่ n 1 n + 1 n

1170
01:17:57,805 --> 01:18:01,805
ได้เป็น 2 n อันนี้มัน 1

1171
01:18:01,806 --> 01:18:05,806
เฉย ๆ ไหม ใช่ไหม ไม่ได้มีตัวอื่นเลยนะคะ ก็คือ 1

1172
01:18:05,807 --> 01:18:09,807
มันไม่มีตัวไหนบวกเลยก็บวก 1

1173
01:18:09,808 --> 01:18:13,808
อันนี้มันบวกด้วยกันได้เพราะมันเป็น

1174
01:18:13,809 --> 01:18:17,809
ค่า n มันเลยกลายเป็น 2 n มันบวกไม่ได้

1175
01:18:17,810 --> 01:18:21,810
เพราะมันไม่มี n อะไรเลย มันเอาเข้ามารวมกับพวกนี้ไม่ได้

1176
01:18:21,811 --> 01:18:25,811
เราจึงสรุปได้ว่าค่า

1177
01:18:25,812 --> 01:18:29,812
Big-O เราสนใจเฉพาะค่า

1178
01:18:29,813 --> 01:18:33,813
โดยตัดสัมประสิทธิ์ออก

1179
01:18:33,813 --> 01:18:37,813
เพราะฉะนั้น ก็เหลือแค่ 1 นะคะ เพราะฉะนั้น Big-O ก็คือ on

1180
01:18:37,814 --> 01:18:41,814
โปรแกรม

1181
01:18:41,815 --> 01:18:45,815
นี้จะรันในเวลา O n

1182
01:18:45,816 --> 01:18:49,816

1183
01:18:49,817 --> 01:18:53,817

1184
01:18:53,819 --> 01:18:57,819

1185
01:18:57,820 --> 01:19:01,820
เดี๋ยว

1186
01:19:01,822 --> 01:19:05,822
ครูให้เบรกก่อนนะ เบรก 5 นาที

1187
01:19:05,826 --> 01:19:09,826
นะคะ เดี๋ยวเราจะมาหัดทำด้วยกันนะ มีโจทย์ 1 โจทย์

1188
01:19:09,827 --> 01:19:13,827
ตัวนี้หลังจากเบรก

1189
01:19:13,828 --> 01:19:17,828
แล้วนะ เราจะมาทำโจทย์นี้ด้วยกัน

1190
01:19:17,830 --> 01:19:21,830
นะคะ

1191
01:19:21,831 --> 01:19:25,831

1192
01:19:25,832 --> 01:19:29,832

1193
01:19:29,836 --> 01:19:33,836

1194
01:19:33,841 --> 01:19:37,841

1195
01:19:37,842 --> 01:19:41,842

1196
01:19:41,844 --> 01:19:45,844

1197
01:19:45,845 --> 01:19:49,845

1198
01:19:49,847 --> 01:19:53,847

1199
01:19:53,849 --> 01:19:57,849

1200
01:19:57,851 --> 01:20:01,851

1201
01:20:01,854 --> 01:20:05,854

1202
01:20:05,856 --> 01:20:09,856

1203
01:20:09,858 --> 01:20:13,858

1204
01:20:13,860 --> 01:20:17,860

1205
01:20:17,863 --> 01:20:21,863

1206
01:20:21,865 --> 01:20:25,865

1207
01:20:25,867 --> 01:20:29,867

1208
01:20:29,870 --> 01:20:33,870

1209
01:20:33,872 --> 01:20:37,872

1210
01:20:37,874 --> 01:20:41,874

1211
01:20:41,876 --> 01:20:45,876

1212
01:20:45,878 --> 01:20:49,878

1213
01:20:49,880 --> 01:20:53,880

1214
01:20:53,883 --> 01:20:57,883

1215
01:20:57,887 --> 01:21:01,887

1216
01:21:01,894 --> 01:21:05,894

1217
01:21:05,896 --> 01:21:09,896

1218
01:21:09,900 --> 01:21:13,900

1219
01:21:13,902 --> 01:21:17,902

1220
01:21:17,904 --> 01:21:21,904

1221
01:21:21,905 --> 01:21:25,905

1222
01:21:25,907 --> 01:21:29,907

1223
01:21:29,907 --> 01:21:33,907

1224
01:21:33,910 --> 01:21:37,910

1225
01:21:37,914 --> 01:21:41,914

1226
01:21:41,915 --> 01:21:45,915

1227
01:21:45,917 --> 01:21:49,917

1228
01:21:49,919 --> 01:21:53,919

1229
01:21:53,920 --> 01:21:57,920

1230
01:21:57,924 --> 01:22:01,924

1231
01:22:01,927 --> 01:22:05,927

1232
01:22:05,931 --> 01:22:09,931

1233
01:22:09,935 --> 01:22:13,935

1234
01:22:13,940 --> 01:22:17,940

1235
01:22:17,943 --> 01:22:21,943

1236
01:22:21,945 --> 01:22:25,945

1237
01:22:25,947 --> 01:22:29,947

1238
01:22:29,950 --> 01:22:33,950

1239
01:22:33,952 --> 01:22:37,952

1240
01:22:37,954 --> 01:22:41,954

1241
01:22:41,956 --> 01:22:45,956

1242
01:22:45,957 --> 01:22:49,957

1243
01:22:49,959 --> 01:22:53,959

1244
01:22:53,960 --> 01:22:57,960

1245
01:22:57,962 --> 01:23:01,962

1246
01:23:01,963 --> 01:23:05,963

1247
01:23:05,965 --> 01:23:09,965

1248
01:23:09,966 --> 01:23:13,966

1249
01:23:13,968 --> 01:23:17,968

1250
01:23:17,971 --> 01:23:21,971

1251
01:23:21,974 --> 01:23:25,974

1252
01:23:25,978 --> 01:23:29,978

1253
01:23:29,980 --> 01:23:33,980

1254
01:23:33,981 --> 01:23:37,981

1255
01:23:37,983 --> 01:23:41,983

1256
01:23:41,987 --> 01:23:45,987

1257
01:23:45,989 --> 01:23:49,989

1258
01:23:49,990 --> 01:23:53,990

1259
01:23:53,994 --> 01:23:57,994

1260
01:23:57,998 --> 01:24:01,998

1261
01:24:02,000 --> 01:24:06,000

1262
01:24:06,002 --> 01:24:10,002

1263
01:24:10,004 --> 01:24:14,004

1264
01:24:14,006 --> 01:24:18,006

1265
01:24:18,007 --> 01:24:22,007

1266
01:24:22,009 --> 01:24:26,009

1267
01:24:26,011 --> 01:24:30,011

1268
01:24:30,013 --> 01:24:34,013

1269
01:24:34,015 --> 01:24:38,015

1270
01:24:38,018 --> 01:24:42,018

1271
01:24:42,019 --> 01:24:46,019

1272
01:24:46,020 --> 01:24:50,020

1273
01:24:50,022 --> 01:24:54,022

1274
01:24:54,024 --> 01:24:58,024

1275
01:24:58,026 --> 01:25:02,026

1276
01:25:02,027 --> 01:25:06,027

1277
01:25:06,029 --> 01:25:10,029

1278
01:25:10,032 --> 01:25:14,032

1279
01:25:14,034 --> 01:25:18,034

1280
01:25:18,035 --> 01:25:22,035

1281
01:25:22,037 --> 01:25:26,037

1282
01:25:26,039 --> 01:25:30,039

1283
01:25:30,041 --> 01:25:34,041

1284
01:25:34,043 --> 01:25:38,043

1285
01:25:38,045 --> 01:25:42,045

1286
01:25:42,047 --> 01:25:46,047

1287
01:25:46,051 --> 01:25:50,051

1288
01:25:50,052 --> 01:25:54,052

1289
01:25:54,054 --> 01:25:58,054

1290
01:25:58,056 --> 01:26:02,056

1291
01:26:02,058 --> 01:26:06,058

1292
01:26:06,060 --> 01:26:10,060

1293
01:26:10,062 --> 01:26:14,062

1294
01:26:14,064 --> 01:26:18,064

1295
01:26:18,065 --> 01:26:22,065

1296
01:26:22,068 --> 01:26:26,068

1297
01:26:26,070 --> 01:26:30,070

1298
01:26:30,071 --> 01:26:34,071

1299
01:26:34,073 --> 01:26:38,073

1300
01:26:38,075 --> 01:26:42,075

1301
01:26:42,076 --> 01:26:46,076

1302
01:26:46,078 --> 01:26:50,078

1303
01:26:50,079 --> 01:26:54,079

1304
01:26:54,081 --> 01:26:58,081

1305
01:26:58,084 --> 01:27:02,084

1306
01:27:02,085 --> 01:27:06,085

1307
01:27:06,087 --> 01:27:10,087

1308
01:27:10,089 --> 01:27:14,089

1309
01:27:14,091 --> 01:27:18,091

1310
01:27:18,093 --> 01:27:22,093

1311
01:27:22,094 --> 01:27:26,094

1312
01:27:26,096 --> 01:27:30,096

1313
01:27:30,098 --> 01:27:34,098

1314
01:27:34,100 --> 01:27:38,100

1315
01:27:38,102 --> 01:27:42,102

1316
01:27:42,105 --> 01:27:46,105

1317
01:27:46,106 --> 01:27:50,106

1318
01:27:50,108 --> 01:27:54,108

1319
01:27:54,111 --> 01:27:58,111

1320
01:27:58,113 --> 01:28:02,113

1321
01:28:02,115 --> 01:28:06,115

1322
01:28:06,117 --> 01:28:10,117

1323
01:28:10,120 --> 01:28:14,120

1324
01:28:14,122 --> 01:28:18,122

1325
01:28:18,124 --> 01:28:22,124

1326
01:28:22,125 --> 01:28:26,125

1327
01:28:26,126 --> 01:28:30,126

1328
01:28:30,127 --> 01:28:34,127

1329
01:28:34,128 --> 01:28:38,128

1330
01:28:38,130 --> 01:28:42,130

1331
01:28:42,131 --> 01:28:46,131

1332
01:28:46,134 --> 01:28:50,134

1333
01:28:50,136 --> 01:28:54,136

1334
01:28:54,138 --> 01:28:58,138

1335
01:28:58,140 --> 01:29:02,140

1336
01:29:02,140 --> 01:29:06,140

1337
01:29:06,142 --> 01:29:10,142

1338
01:29:10,146 --> 01:29:14,146

1339
01:29:14,149 --> 01:29:18,149

1340
01:29:18,151 --> 01:29:22,151

1341
01:29:22,154 --> 01:29:26,154

1342
01:29:26,156 --> 01:29:30,156

1343
01:29:30,158 --> 01:29:34,158

1344
01:29:34,160 --> 01:29:38,160

1345
01:29:38,161 --> 01:29:42,161

1346
01:29:42,162 --> 01:29:46,162

1347
01:29:46,163 --> 01:29:50,163

1348
01:29:50,165 --> 01:29:54,165

1349
01:29:54,167 --> 01:29:58,167

1350
01:29:58,169 --> 01:30:02,169

1351
01:30:02,171 --> 01:30:06,171

1352
01:30:06,173 --> 01:30:10,173

1353
01:30:10,175 --> 01:30:14,175

1354
01:30:14,175 --> 01:30:18,175

1355
01:30:18,177 --> 01:30:22,177

1356
01:30:22,179 --> 01:30:26,179

1357
01:30:26,181 --> 01:30:30,181

1358
01:30:30,183 --> 01:30:34,183

1359
01:30:34,185 --> 01:30:38,185

1360
01:30:38,187 --> 01:30:42,187

1361
01:30:42,188 --> 01:30:46,188

1362
01:30:46,188 --> 01:30:50,188

1363
01:30:50,190 --> 01:30:54,190

1364
01:30:54,192 --> 01:30:58,192

1365
01:30:58,193 --> 01:31:02,193

1366
01:31:02,196 --> 01:31:06,196

1367
01:31:06,198 --> 01:31:10,198

1368
01:31:10,200 --> 01:31:14,200

1369
01:31:14,202 --> 01:31:18,202

1370
01:31:18,204 --> 01:31:22,204

1371
01:31:22,206 --> 01:31:26,206

1372
01:31:26,208 --> 01:31:30,208

1373
01:31:30,209 --> 01:31:34,209

1374
01:31:34,211 --> 01:31:38,211

1375
01:31:38,213 --> 01:31:42,213

1376
01:31:42,217 --> 01:31:46,217

1377
01:31:46,221 --> 01:31:50,221

1378
01:31:50,223 --> 01:31:54,223
(อาจารย์สุธาสินี)

1379
01:31:54,223 --> 01:31:58,223
คราวนี้มาดูต่อ

1380
01:31:58,225 --> 01:32:02,225

1381
01:32:02,228 --> 01:32:06,228

1382
01:32:06,229 --> 01:32:10,229
โจทย์

1383
01:32:10,232 --> 01:32:14,232
ตัวนี้นะคะ เหมือนถ้าเราดูนะ

1384
01:32:14,234 --> 01:32:18,234
ตัวโปรแกรมบันทัดที่ 1 บรรทัดที่ 2 บรรทัดที่ 3 นี่

1385
01:32:18,236 --> 01:32:22,236
เหมือนกับโจทย์ข้อนี้เลย เหมือนกันเลย

1386
01:32:22,237 --> 01:32:26,237
แต่สิ่งที่ต่างกันคืออะไร

1387
01:32:26,239 --> 01:32:30,239
คือ จำนวนตัวแปร ค่านะ ค่าของตัวแปร

1388
01:32:30,241 --> 01:32:34,241
n นะคะ จากข้อนี้

1389
01:32:34,242 --> 01:32:38,242
ครูบอกว่า ครูให้ n = 2

1390
01:32:38,243 --> 01:32:42,243
ครูแทน n ตัวนี้ด้วย 2

1391
01:32:42,244 --> 01:32:46,244
นะ

1392
01:32:46,245 --> 01:32:50,245
ขออภัยแป๊บหนึ่งต้องเขียนเลข 2

1393
01:32:50,247 --> 01:32:54,247

1394
01:32:54,248 --> 01:32:58,248
ครูแทน n

1395
01:32:58,249 --> 01:33:02,249
ด้วย 2 นะคะ

1396
01:33:02,250 --> 01:33:06,250
เพราะฉะนั้นครูถามว่า

1397
01:33:06,252 --> 01:33:10,252
บรรทัดนี้ทำงานกี่รอบ

1398
01:33:10,253 --> 01:33:14,253
จำนวนกี่รอบ  เมื่อเราแทน n ด้วย 2

1399
01:33:14,254 --> 01:33:18,254
เมื่อแทน n ตัวนี้ด้วย 2 range

1400
01:33:18,255 --> 01:33:22,255
2 ตัวนี้ทำงานกี่รอบ

1401
01:33:22,256 --> 01:33:26,256
ทำงานกี่รอบคะ

1402
01:33:26,257 --> 01:33:30,257
คนอื่นทำงานกี่รอบเอ่ย

1403
01:33:30,258 --> 01:33:34,258
range 2 มีค่าเป็นอะไรได้บ้าง

1404
01:33:34,259 --> 01:33:38,259
ดูที่เราเขียนเมื่อกี้นะ range 2

1405
01:33:38,260 --> 01:33:42,260
มีค่าเป็น

1406
01:33:42,261 --> 01:33:46,261
0 แล้วก็ 1 เพราะฉะนั้น เราทำงาน

1407
01:33:46,262 --> 01:33:50,262
กันกี่รอบ 2 รอบใช่ไหมคะ

1408
01:33:50,264 --> 01:33:54,264
เราทำงานกัน 2 รอบเพราะฉะนั้น i ตัวนี้

1409
01:33:54,265 --> 01:33:58,265
มีค่าเป็นอะไรได้บ้าง

1410
01:33:58,266 --> 01:34:02,266
i ตัวนี้มีค่าเป็นอะไรได้บ้าง

1411
01:34:02,267 --> 01:34:06,267
i มีค่าเป็น 0 แล้วก็

1412
01:34:06,268 --> 01:34:10,268
1 ใช่ไหมตาม ตามนี้เลย

1413
01:34:10,269 --> 01:34:14,269
นี้เลย เห็นไหมคะ อันนี้ทุกคนแยกได้อยู่แล้วว่า Range 2

1414
01:34:14,270 --> 01:34:18,270
คืออะไร เพราะฉะนั้น ค่า i

1415
01:34:18,271 --> 01:34:22,271
มันก็ต้องมีค่าตามที่เราเขียนข้างบน ถูกไหมคะ

1416
01:34:22,271 --> 01:34:26,271
เป็น 0 กับ 1

1417
01:34:26,272 --> 01:34:30,272
แค่นั้นนะ เป็น 0 กับ 1

1418
01:34:30,273 --> 01:34:34,273
มันทำเงื่อนไขตรงนี้ด้วย

1419
01:34:34,274 --> 01:34:38,274
ใช่ไหมคะ เราก็ติ๊กถูกเลย

1420
01:34:38,275 --> 01:34:42,275
จำนวนครั้งที่ทำตรงนี้ทำกี่รอบคะ

1421
01:34:42,276 --> 01:34:46,276
2 รอบ เราก็ใส่ 2 รอบ

1422
01:34:46,277 --> 01:34:50,277
ดูนะคะ นี่ครูจะมี

1423
01:34:50,277 --> 01:34:54,277
กระดาษให้ทำต่างหาก เป็น

1424
01:34:54,279 --> 01:34:58,279
2 รอบนะ เราทำ 2 รอบ

1425
01:34:58,280 --> 01:35:02,280
เพราะฉะนั้นเรามองด้านบนสิ

1426
01:35:02,281 --> 01:35:06,281
เมื่อครูแทน n = 2 2 ตัวนี้

1427
01:35:06,282 --> 01:35:10,282
เท่ากับค่า n เลยนะ เพราะฉะนั้น ครูก็เลย

1428
01:35:10,284 --> 01:35:14,284
สามารถเขียนตรงนี้ได้เป็นเลข n นี่เลย

1429
01:35:14,284 --> 01:35:18,284
2 นี่เห็นไหม n = 2

1430
01:35:18,284 --> 01:35:22,284
นี่สามารถแทนด้วย n ได้

1431
01:35:22,284 --> 01:35:26,284
ครูก็ขึ้นมาดูข้างบนนะคะ และการทำงานแต่ละครั้งทำงาน

1432
01:35:26,285 --> 01:35:30,285
กี่รอบ บรรทัดที่ 1

1433
01:35:30,286 --> 01:35:34,286
ทำงาน 1 รอบใช่ไหม มันไม่ได้อยู่ใน Loop น่ะ

1434
01:35:34,287 --> 01:35:38,287
ต้องทำงานแค่ 1 ครั้งเท่านั้น

1435
01:35:38,288 --> 01:35:42,288
บรรทัดที่ 2 ทำงานเท่าไหร่คะ ทำงาน 2 รอบ

1436
01:35:42,288 --> 01:35:46,288
แต่เมื่อแทนด้วย n ใด ๆ มันก็คือทำงาน n

1437
01:35:46,289 --> 01:35:50,289
ครั้ง นะคะ บรรทัดที่ 3 คือ n ครั้งเหมือนกัน

1438
01:35:50,290 --> 01:35:54,290
หาค่า fn ทำอย่างไร

1439
01:35:54,293 --> 01:35:58,293
เอาตัวนี้ 3 ตัวนี้มาบวกกัน

1440
01:35:58,296 --> 01:36:02,296
เป็น 1 + n

1441
01:36:02,297 --> 01:36:06,297
แล้วก็บวก n ได้เท่าไหร่คะตรงนี้

1442
01:36:06,299 --> 01:36:10,299
กี่ n 1 n

1443
01:36:10,300 --> 01:36:14,300
2 n ได้ 2 n แล้วก็บวก

1444
01:36:14,301 --> 01:36:18,301
1 ใช่ไหมคะ มันมี 1 ว่าตรงนี้

1445
01:36:18,302 --> 01:36:22,302
จะมี 1 อีกตัวหนึ่งตรงนี้

1446
01:36:22,303 --> 01:36:26,303
เพราะฉะนั้น Big-O คืออะไร ตัดสัมประสิทธิ์ออก

1447
01:36:26,304 --> 01:36:30,304
ถูกไหมคะ เอาค่า n ที่มากที่สุด คือ ตัวนี้

1448
01:36:30,305 --> 01:36:34,305
ก็จะกลายเป็น O

1449
01:36:34,306 --> 01:36:38,306
n นะคะ ก็จะเป็น o n

1450
01:36:38,307 --> 01:36:42,307

1451
01:36:42,308 --> 01:36:46,308

1452
01:36:46,309 --> 01:36:50,309

1453
01:36:50,312 --> 01:36:54,312
อันนี้

1454
01:36:54,314 --> 01:36:58,314
เราลองเริ่ม

1455
01:36:58,318 --> 01:37:02,318
ค่า range อย่างที่เราเขียนไปนะ range ตัวนี้ที่เราทำไป

1456
01:37:02,320 --> 01:37:06,320
เริ่มจาก 0 ถ้าเราไม่เริ่มจาก

1457
01:37:06,322 --> 01:37:10,322
0 นี่ เราต้องกำหนดค่าเริ่มต้นใน Range ให้

1458
01:37:10,323 --> 01:37:14,323
แล้วเราจะทำงานกี่ครั้งนะ

1459
01:37:14,324 --> 01:37:18,324
เราดูนะ อันนี้ range 1-4 ทำงาน 3

1460
01:37:18,326 --> 01:37:22,326
ครั้งถูกไหมคะ  range 3-7 3, 7

1461
01:37:22,328 --> 01:37:26,328
, 7 ทำงาน 4 ครั้งหรือทำงาน 4 รอบ

1462
01:37:26,329 --> 01:37:30,329
คราวนี้มาดูโจทย์นี้บ้าง

1463
01:37:30,330 --> 01:37:34,330
ตรงนี้นะคะ

1464
01:37:34,331 --> 01:37:38,331
ครูมีตัวอย่างให้ดูข้างบนนี้ด้วยนะตรงมุมขวา

1465
01:37:38,334 --> 01:37:42,334

1466
01:37:42,335 --> 01:37:46,335
คำสั่งแรกนี่ range 1,4

1467
01:37:46,336 --> 01:37:50,336
ทำงานกี่ครั้งคะ ทำงานกี่ครั้ง

1468
01:37:50,337 --> 01:37:54,337
ทำงานกี่รอบ กี่รอบตัวนี้ ๆ

1469
01:37:54,338 --> 01:37:58,338
Range 1 ถึง 4 ทำงานกี่รอบ

1470
01:37:58,340 --> 01:38:02,340
3 รอบเพราะมีตัวเลขกี่ตัว

1471
01:38:02,341 --> 01:38:06,341
3 ตัว บรรทัดที่ 2 ทำงานกี่รอบ

1472
01:38:06,342 --> 01:38:10,342
2 รอบ นะคะ อันนี้คือ

1473
01:38:10,343 --> 01:38:14,343
2 รอบ อันนี้คือ 3 รอบนะ ร เรือ รอบ

1474
01:38:14,345 --> 01:38:18,345
นะคะ

1475
01:38:18,346 --> 01:38:22,346
ในโจทย์นะคะ ในโจทย์ คำสั่งคล้าย ๆ

1476
01:38:22,348 --> 01:38:26,348
เดิมเลยสิ่งที่ต่างกันคืออะไร

1477
01:38:26,349 --> 01:38:30,349
For i in range , วงเล็บเปิด

1478
01:38:30,350 --> 01:38:34,350
1,n เห็นไหมคะ เ

1479
01:38:34,352 --> 01:38:38,352
เริ่มเห็นความต่างแล้ว ค่า i เรานี่ไม่ได้เริ่ม

1480
01:38:38,353 --> 01:38:42,353
ต้นจาก 0 แล้วเราเริ่มต้นที่เลขอะไรคะ

1481
01:38:42,354 --> 01:38:46,354
เลข 1 ถูกไหม เริ่มต้นจากเลข 1 ถูกไหมคะ

1482
01:38:46,355 --> 01:38:50,355
เพราะฉะนั้น

1483
01:38:50,356 --> 01:38:54,356
ถ้าครูกำหนดให้

1484
01:38:54,357 --> 01:38:58,357
n = 3 ครูเปลี่ยนตรงนี้เป็น

1485
01:38:58,357 --> 01:39:02,357
3 บรรทัดที่ 2

1486
01:39:02,358 --> 01:39:06,358
ทำงานกี่รอบ

1487
01:39:06,359 --> 01:39:10,359

1488
01:39:10,361 --> 01:39:14,361
ครูเปลี่ยนค่า n

1489
01:39:14,363 --> 01:39:18,363
for i in rang 1,3

1490
01:39:18,364 --> 01:39:22,364
ครูแทน n ด้วยเลข 3

1491
01:39:22,365 --> 01:39:26,365
เห็นไหมคะ range (1,3

1492
01:39:26,366 --> 01:39:30,366
บรรทัดที่ 2 นี่

1493
01:39:30,366 --> 01:39:34,366
ค่า i มีค่า

1494
01:39:34,367 --> 01:39:38,367
เป็นอะไรได้บ้าง และ

1495
01:39:38,368 --> 01:39:42,368
ทำงานกี่รอบ เห็นไหม

1496
01:39:42,369 --> 01:39:46,369
นี่ไงที่เราเขียนข้างบนไง

1497
01:39:46,370 --> 01:39:50,370
2 รอบนี่ไง 1,3 เหมือนกันเลย

1498
01:39:50,370 --> 01:39:54,370
ค่า  i ที่เป็นไปได้คือเลขอะไรคะ

1499
01:39:54,371 --> 01:39:58,371
เลข 1 แล้วก็เลข 2 มันทำงานกี่

1500
01:39:58,372 --> 01:40:02,372
รอบ 2 รอบ ก็มันมีเลข

1501
01:40:02,374 --> 01:40:06,374
2 ตัว มันก็ทำงาน 2 รอบใช่ไหมคะ

1502
01:40:06,375 --> 01:40:10,375
เพราะฉะนั้น มันทำงาน 2 รอบ

1503
01:40:10,376 --> 01:40:14,376
หรือ 2 ครั้งนะคะ ค่า i ที่เป็นไปได้ คือ

1504
01:40:14,378 --> 01:40:18,378
1 แล้วก็

1505
01:40:18,380 --> 01:40:22,380
2 ใช่ไหมคะ แล้วมันก็ทำงาน

1506
01:40:22,381 --> 01:40:26,381
ติ๊กถูกได้เลย ทำงานทั้ง 2 บรรทัดนี้ ก็คือ

1507
01:40:26,382 --> 01:40:30,382
ทำงาน 2 ครั้ง

1508
01:40:30,383 --> 01:40:34,383
ครูจะแปรงนะคะ

1509
01:40:34,384 --> 01:40:38,384
เมื่อเป็น n ใด ๆ เมื่อเป็น n ใด ๆ

1510
01:40:38,385 --> 01:40:42,385
สังเกตนะคะ

1511
01:40:42,387 --> 01:40:46,387
ตัวนี้คือเลข 4 นะ มันคือค่า n

1512
01:40:46,388 --> 01:40:50,388
ถ้าครูแทน n เป็น 4

1513
01:40:50,389 --> 01:40:54,389
ทำงานกี่รอบ ตรงนี้ทำงาน

1514
01:40:54,390 --> 01:40:58,390
กี่รอบคะ 3 รอบ

1515
01:40:58,390 --> 01:41:02,390
ทุกคน

1516
01:41:02,391 --> 01:41:06,391
1, 5

1517
01:41:06,393 --> 01:41:10,393
ทำงานกี่รอบคะ

1518
01:41:10,397 --> 01:41:14,397
มีค่าที่เป็นไปได้คือ 1

1519
01:41:14,396 --> 01:41:18,396
2 3 แล้วก็

1520
01:41:18,397 --> 01:41:22,397
4 ถูกไหมคะ ใช่

1521
01:41:22,397 --> 01:41:26,397
4 รอบ n เป็น 4 ทำงาน

1522
01:41:26,398 --> 01:41:30,398
3 รอบ n เป็น 5

1523
01:41:30,399 --> 01:41:34,399
ทำงาน 4 รอบ เห็นไหมคะ ว่าจะนวนรอบมัน

1524
01:41:34,400 --> 01:41:38,400
ลดลง 1 เมื่อทเียบกับ n

1525
01:41:38,401 --> 01:41:42,401

1526
01:41:42,401 --> 01:41:46,401
เพราะฉะนั้น เมื่อเราเขียนแทน

1527
01:41:46,405 --> 01:41:50,405
สมการมันเป็น

1528
01:41:50,406 --> 01:41:54,406
2 ถูกไหมทำอย่างไรถึงจะได้เลข 2

1529
01:41:54,407 --> 01:41:58,407
n - 1 n - 1

1530
01:41:58,408 --> 01:42:02,408
ถูกไหม n เราคืออะไร n ที่ครูกำหนดให้เป็น

1531
01:42:02,409 --> 01:42:06,409
3 - 1 เป็นเท่าไหร่คะ เป็น 2

1532
01:42:06,410 --> 01:42:10,410
ตรงกันเพราะฉะนั้น

1533
01:42:10,411 --> 01:42:14,411
เมื่อแทน n ด้วย 2 ก็ทำงาน 1 ครั้ง หรือแทน n

1534
01:42:14,411 --> 01:42:18,411
ด้วย 4 ก็จะทำงาน 3 ครั้ง ดังนั้น

1535
01:42:18,412 --> 01:42:22,412
เมื่อแทน n ใด ๆ จะทำงาน n

1536
01:42:22,413 --> 01:42:26,413
- 1 ครั้ง

1537
01:42:26,414 --> 01:42:30,414
เมื่อ Code ตัวนี้นะคะ เมื่อโปรแกรม

1538
01:42:30,415 --> 01:42:34,415
ตัวนี้ ครูแทน n

1539
01:42:34,416 --> 01:42:38,416
ด้วย 10 ครูแทน n ด้วย 10

1540
01:42:38,418 --> 01:42:42,418
จะทำงานกี่รอบ

1541
01:42:42,419 --> 01:42:46,419
9 รอบ คือ 10 - 1

1542
01:42:46,420 --> 01:42:50,420
ใช่ไหมคะ

1543
01:42:50,421 --> 01:42:54,421
คือ 9 รอบ

1544
01:42:54,423 --> 01:42:58,423
เพราะฉะนั้น

1545
01:42:58,424 --> 01:43:02,424
เราจึงแทนจำนวนตัวแทนของการทำงาน

1546
01:43:02,425 --> 01:43:06,425
นะคะ บรรทัดที่ 1 คือทำ 1 ครั้ง

1547
01:43:06,427 --> 01:43:10,427
1 รอบ เพราะมันไม่ได้อยู่ในลูป มันเลยทำงาน 1 ครั้ง

1548
01:43:10,428 --> 01:43:14,428
บรรทัดที่ 2 มันทำงาน

1549
01:43:14,429 --> 01:43:18,429
n - 1 ครั้ง เมื่อ n ใด ๆ

1550
01:43:18,430 --> 01:43:22,430
มันทำ n-1 ครั้งนะคะ

1551
01:43:22,431 --> 01:43:26,431
บรรทัดที่ 3 ก็เหมือนกัน ก็เป็น n - 1

1552
01:43:26,432 --> 01:43:30,432
มันจะต้องเท่ากันนะ อันนี้ให้ดู

1553
01:43:30,433 --> 01:43:34,433
เขียนเหมือนกันนะคะ มาหาค่า

1554
01:43:34,434 --> 01:43:38,434
ฟังก์ชัน ก็เอาตัวข้างหลัง

1555
01:43:38,436 --> 01:43:42,436
มาบวกกัน 1 + (n

1556
01:43:42,438 --> 01:43:46,438
- 1) Z

1557
01:43:46,439 --> 01:43:50,439
n- 1 ) นะคะ คำตอบ

1558
01:43:50,440 --> 01:43:54,440
ที่ได้ครูกระจายตัวนี้

1559
01:43:54,440 --> 01:43:58,440
นะคะ จะได้เป็น 1 + n

1560
01:43:58,441 --> 01:44:02,441
- 1 + n -1 +n

1561
01:44:02,442 --> 01:44:06,442
1 n

1562
01:44:06,443 --> 01:44:10,443
+1n ได้เป็น 2n

1563
01:44:10,445 --> 01:44:14,445
1 - 1 - 1

1564
01:44:14,446 --> 01:44:18,446
1 กับ -1

1565
01:44:18,447 --> 01:44:22,447
gsเหลือ - n ก็เป็น 2 -

1566
01:44:22,448 --> 01:44:26,448
1 เพราะฉะนั้น Big-O ก็คือ

1567
01:44:26,448 --> 01:44:30,448
เอา n ที่มากที่สุด ก็คือ n ตัวนี้ แล้วตัดสัมประสิทธิ์ออก

1568
01:44:30,450 --> 01:44:34,450
ก็จะได้เป็น O n

1569
01:44:34,450 --> 01:44:38,450

1570
01:44:38,451 --> 01:44:42,451

1571
01:44:42,451 --> 01:44:46,451

1572
01:44:46,453 --> 01:44:50,453

1573
01:44:50,455 --> 01:44:54,455

1574
01:44:54,457 --> 01:44:58,457

1575
01:44:58,458 --> 01:45:02,458

1576
01:45:02,459 --> 01:45:06,459

1577
01:45:06,461 --> 01:45:10,461

1578
01:45:10,463 --> 01:45:14,463

1579
01:45:14,465 --> 01:45:18,465

1580
01:45:18,467 --> 01:45:22,467

1581
01:45:22,469 --> 01:45:26,469
ค่อย ๆ ดูนะ

1582
01:45:26,471 --> 01:45:30,471

1583
01:45:30,473 --> 01:45:34,473

1584
01:45:34,475 --> 01:45:38,475
ถ้าว่าเริ่มต้นเรารู้ว่าทำงานกี่นอบนะ

1585
01:45:38,477 --> 01:45:42,477
ขอให้นับให้ได้ว่า

1586
01:45:42,478 --> 01:45:46,478
i นี่

1587
01:45:46,479 --> 01:45:50,479
มีค่าเป็นอะไรได้บ้าง แล้วมันทำงาน

1588
01:45:50,480 --> 01:45:54,480
ทั้งหมดกี่รอบโอเค

1589
01:45:54,481 --> 01:45:58,481
เข้าใจตัว Basic ตัวนี้ก่อน

1590
01:45:58,483 --> 01:46:02,483
ก็ได้นะคะ

1591
01:46:02,483 --> 01:46:06,483

1592
01:46:06,484 --> 01:46:10,484

1593
01:46:10,485 --> 01:46:14,485

1594
01:46:14,487 --> 01:46:18,487
อย่างนี้ดีกว่า

1595
01:46:18,488 --> 01:46:22,488
ก่อนที่ครูจะไป range

1596
01:46:22,488 --> 01:46:26,488
สัญลักษณ์ตัวอื่นเป็น n-1 n+

1597
01:46:26,491 --> 01:46:30,491
เดี๋ยว ๆ ครูแบบฝึกหัดให้ทำก่อน

1598
01:46:30,492 --> 01:46:34,492
นะคะ เดี๋ยวลองทำตัวนี้ดูก่อน

1599
01:46:34,493 --> 01:46:38,493
ครูมีชีตแจกให้ในห้องนะ

1600
01:46:38,494 --> 01:46:42,494
มันจะเป็นคำอธิบายสิ่งที่สอนวันนี้แหละ

1601
01:46:42,495 --> 01:46:46,495
นะคะ โจทย์ตัวเป็น Range n กับ

1602
01:46:46,496 --> 01:46:50,496
1,n นะ ที่เราเรียนผ่านไปเมื่อกี้นี้

1603
01:46:50,497 --> 01:46:54,497
2 โจทย์นะคะ ครูจะเขียนอธิบายไว้ในชีตที่แจกเพิ่ม

1604
01:46:54,498 --> 01:46:58,498
สามารถนั่งดูตัวนีัได้นะ

1605
01:46:58,499 --> 01:47:02,499
เดี๋ยวครูให้ทำแบบฝึกหัดตรงนี้ก่อนเลย จะได้รู้ว่าทำได้

1606
01:47:02,500 --> 01:47:06,500
ไหมนะคะ คนละ 1 แผ่นแล้ว

1607
01:47:06,501 --> 01:47:10,501
เขียนลงไปในนี้เลยนะคะ

1608
01:47:10,502 --> 01:47:14,502

1609
01:47:14,505 --> 01:47:18,505
ลองทำในแบบ

1610
01:47:18,507 --> 01:47:22,507
ฝึกหัดที่ครูแจกให้นะคะ แล้ว

1611
01:47:22,508 --> 01:47:26,508
ลองดูกระดาษเพิ่ม หรือในสไลด์ที่เรียนกัน

1612
01:47:26,509 --> 01:47:30,509
เมื่อกี้

1613
01:47:30,510 --> 01:47:34,510
โจทย์น่าจะเป็นตัวนี้

1614
01:47:34,512 --> 01:47:38,512
โอเค

1615
01:47:38,513 --> 01:47:42,513

1616
01:47:42,514 --> 01:47:46,514

1617
01:47:46,515 --> 01:47:50,515
ได้

1618
01:47:50,518 --> 01:47:54,518
โจทย์จะคล้าย ๆ กับตัวนี้เลย

1619
01:47:54,520 --> 01:47:58,520
โจทย์จะคล้าย ๆ กับสิ่งที่ครูโชว์บน

1620
01:47:58,521 --> 01:48:02,521
กระดานนี้บนสไลด์

1621
01:48:02,523 --> 01:48:06,523
ค่อย ๆ ดูนะคะ ลองดู แล้วดู Sheet ประกอบ

1622
01:48:06,524 --> 01:48:10,524
แล้วลองทำนะคะ ลองทำ

1623
01:48:10,525 --> 01:48:14,525
อย่างไร ครูให้โจทย์ตัวนี้มา ตัวโค้ดข้างบน

1624
01:48:14,526 --> 01:48:18,526
แต่ครูเปลี่ยนค่า nm

1625
01:48:18,527 --> 01:48:22,527
ครูกำหนดให้ n = 4

1626
01:48:22,528 --> 01:48:26,528
อันนี้ครูเปลี่ยนให้ n = 4

1627
01:48:26,530 --> 01:48:30,530
เพราะฉะนั้น ค่า i นี่มันเป็นค่าอะไรได้บ้าง

1628
01:48:30,531 --> 01:48:34,531
เขียนให้ครบรู้ได้อย่างไร

1629
01:48:34,532 --> 01:48:38,532
ถ้าเรายังจำไม่ได้ เราก็มาเขียนตรงนี้ก่อน

1630
01:48:38,535 --> 01:48:42,535
ก็ได้นะคะ range (4

1631
01:48:42,535 --> 01:48:46,535
มันมีค่าเป็นอะไรได้บ้าง พอเราเขียนลิสต์ตรงนี้แล้ว

1632
01:48:46,537 --> 01:48:50,537
เราก็เอามาเขียนในคอลัมที่ 1

1633
01:48:50,538 --> 01:48:54,538
มีค่าเป็นอะไรได้บ้าง แล้วก็ติ๊กถูกเลย

1634
01:48:54,539 --> 01:48:58,539
เพราะว่าติ๊กเครื่องหมายถูกคือมันทำงานที่

1635
01:48:58,540 --> 01:49:02,540
คำสั่งนั้น แล้วนับ มันทำงานกี่ครั้ง

1636
01:49:02,541 --> 01:49:06,541
แลเวก็นับมันมีเครื่องหมายถูกกี่ครั้ง

1637
01:49:06,544 --> 01:49:10,544
แล้วเทียบว่าไอ้ตัว

1638
01:49:10,546 --> 01:49:14,546
ที่เรานับได้นี่ เมื่อเทียบกับ n

1639
01:49:14,547 --> 01:49:18,547
แล้วนี่ มันควรแทนด้วย n อะไร n + 1 n

1640
01:49:18,548 --> 01:49:22,548
-1 หรือ n เฉย ๆ

1641
01:49:22,549 --> 01:49:26,549
จากนั้นเอากลับขึ้นมาเขียน

1642
01:49:26,550 --> 01:49:30,550
ด้านบนเพื่อบอกว่าแต่ละบรรทัด

1643
01:49:30,551 --> 01:49:34,551
ทำงานกี่ครั้งหรือกี่รอบ

1644
01:49:34,552 --> 01:49:38,552

1645
01:49:38,553 --> 01:49:42,553
ได้แล้ว มาหาค่า ฟังก์ชั่น เอา

1646
01:49:42,555 --> 01:49:46,555
แต่ละตัวมาบวกกัน แล้ว

1647
01:49:46,555 --> 01:49:50,555
ก็หาค่า Big-O เป็นตัวสุดท้าย

1648
01:49:50,556 --> 01:49:54,556

1649
01:49:54,559 --> 01:49:58,559
ลอง

1650
01:49:58,561 --> 01:50:02,561
ทำดูสิคะ ไม่ได้เดี๋ยวบอกเดี๋ยวครูลองเดิน

1651
01:50:02,568 --> 01:50:06,568

1652
01:50:06,570 --> 01:50:10,570

1653
01:50:10,571 --> 01:50:14,571

1654
01:50:14,572 --> 01:50:18,572

1655
01:50:18,574 --> 01:50:22,574

1656
01:50:22,576 --> 01:50:26,576

1657
01:50:26,578 --> 01:50:30,578

1658
01:50:30,580 --> 01:50:34,580

1659
01:50:34,582 --> 01:50:38,582

1660
01:50:38,583 --> 01:50:42,583

1661
01:50:42,584 --> 01:50:46,584

1662
01:50:46,586 --> 01:50:50,586

1663
01:50:50,588 --> 01:50:54,588

1664
01:50:54,589 --> 01:50:58,589

1665
01:50:58,591 --> 01:51:02,591

1666
01:51:02,593 --> 01:51:06,593

1667
01:51:06,594 --> 01:51:10,594

1668
01:51:10,596 --> 01:51:14,596

1669
01:51:14,597 --> 01:51:18,597

1670
01:51:18,600 --> 01:51:22,600

1671
01:51:22,602 --> 01:51:26,602

1672
01:51:26,604 --> 01:51:30,604

1673
01:51:30,606 --> 01:51:34,606

1674
01:51:34,608 --> 01:51:38,608

1675
01:51:38,610 --> 01:51:42,610

1676
01:51:42,611 --> 01:51:46,611

1677
01:51:46,613 --> 01:51:50,613

1678
01:51:50,615 --> 01:51:54,615

1679
01:51:54,616 --> 01:51:58,616

1680
01:51:58,619 --> 01:52:02,619

1681
01:52:02,621 --> 01:52:06,621

1682
01:52:06,623 --> 01:52:10,623

1683
01:52:10,625 --> 01:52:14,625

1684
01:52:14,627 --> 01:52:18,627

1685
01:52:18,629 --> 01:52:22,629

1686
01:52:22,631 --> 01:52:26,631

1687
01:52:26,633 --> 01:52:30,633

1688
01:52:30,637 --> 01:52:34,637

1689
01:52:34,641 --> 01:52:38,641

1690
01:52:38,642 --> 01:52:42,642

1691
01:52:42,644 --> 01:52:46,644

1692
01:52:46,646 --> 01:52:50,646

1693
01:52:50,648 --> 01:52:54,648

1694
01:52:54,650 --> 01:52:58,650

1695
01:52:58,652 --> 01:53:02,652

1696
01:53:02,652 --> 01:53:06,652

1697
01:53:06,654 --> 01:53:10,654

1698
01:53:10,655 --> 01:53:14,655

1699
01:53:14,656 --> 01:53:18,656

1700
01:53:18,657 --> 01:53:22,657

1701
01:53:22,658 --> 01:53:26,658

1702
01:53:26,661 --> 01:53:30,661

1703
01:53:30,663 --> 01:53:34,663

1704
01:53:34,665 --> 01:53:38,665

1705
01:53:38,667 --> 01:53:42,667

1706
01:53:42,669 --> 01:53:46,669

1707
01:53:46,671 --> 01:53:50,671

1708
01:53:50,673 --> 01:53:54,673

1709
01:53:54,675 --> 01:53:58,675

1710
01:53:58,677 --> 01:54:02,677

1711
01:54:02,678 --> 01:54:06,678

1712
01:54:06,680 --> 01:54:10,680

1713
01:54:10,682 --> 01:54:14,682

1714
01:54:14,684 --> 01:54:18,684

1715
01:54:18,686 --> 01:54:22,686

1716
01:54:22,688 --> 01:54:26,688

1717
01:54:26,690 --> 01:54:30,690

1718
01:54:30,692 --> 01:54:34,692

1719
01:54:34,694 --> 01:54:38,694

1720
01:54:38,696 --> 01:54:42,696

1721
01:54:42,699 --> 01:54:46,699

1722
01:54:46,701 --> 01:54:50,701

1723
01:54:50,702 --> 01:54:54,702

1724
01:54:54,703 --> 01:54:58,703

1725
01:54:58,706 --> 01:55:02,706

1726
01:55:02,707 --> 01:55:06,707

1727
01:55:06,710 --> 01:55:10,710

1728
01:55:10,714 --> 01:55:14,714

1729
01:55:14,716 --> 01:55:18,716

1730
01:55:18,720 --> 01:55:22,720

1731
01:55:22,724 --> 01:55:26,724

1732
01:55:26,726 --> 01:55:30,726

1733
01:55:30,728 --> 01:55:34,728

1734
01:55:34,730 --> 01:55:38,730

1735
01:55:38,733 --> 01:55:42,733

1736
01:55:42,735 --> 01:55:46,735

1737
01:55:46,739 --> 01:55:50,739

1738
01:55:50,743 --> 01:55:54,743

1739
01:55:54,747 --> 01:55:58,747

1740
01:55:58,752 --> 01:56:02,752

1741
01:56:02,756 --> 01:56:06,756

1742
01:56:06,758 --> 01:56:10,758

1743
01:56:10,762 --> 01:56:14,762

1744
01:56:14,766 --> 01:56:18,766

1745
01:56:18,770 --> 01:56:22,770

1746
01:56:22,773 --> 01:56:26,773

1747
01:56:26,775 --> 01:56:30,775

1748
01:56:30,777 --> 01:56:34,777

1749
01:56:34,778 --> 01:56:38,778

1750
01:56:38,780 --> 01:56:42,780

1751
01:56:42,782 --> 01:56:46,782

1752
01:56:46,783 --> 01:56:50,783

1753
01:56:50,785 --> 01:56:54,785

1754
01:56:54,786 --> 01:56:58,786

1755
01:56:58,788 --> 01:57:02,788

1756
01:57:02,790 --> 01:57:06,790

1757
01:57:06,792 --> 01:57:10,792

1758
01:57:10,794 --> 01:57:14,794

1759
01:57:14,796 --> 01:57:18,796

1760
01:57:18,798 --> 01:57:22,798

1761
01:57:22,799 --> 01:57:26,799

1762
01:57:26,801 --> 01:57:30,801

1763
01:57:30,803 --> 01:57:34,803

1764
01:57:34,806 --> 01:57:38,806

1765
01:57:38,809 --> 01:57:42,809

1766
01:57:42,811 --> 01:57:46,811

1767
01:57:46,813 --> 01:57:50,813

1768
01:57:50,815 --> 01:57:54,815

1769
01:57:54,817 --> 01:57:58,817

1770
01:57:58,822 --> 01:58:02,822

1771
01:58:02,823 --> 01:58:06,823

1772
01:58:06,825 --> 01:58:10,825

1773
01:58:10,826 --> 01:58:14,826

1774
01:58:14,829 --> 01:58:18,829

1775
01:58:18,831 --> 01:58:22,831

1776
01:58:22,833 --> 01:58:26,833

1777
01:58:26,835 --> 01:58:30,835

1778
01:58:30,836 --> 01:58:34,836

1779
01:58:34,837 --> 01:58:38,837

1780
01:58:38,839 --> 01:58:42,839

1781
01:58:42,841 --> 01:58:46,841

1782
01:58:46,843 --> 01:58:50,843

1783
01:58:50,846 --> 01:58:54,846

1784
01:58:54,850 --> 01:58:58,850

1785
01:58:58,852 --> 01:59:02,852

1786
01:59:02,853 --> 01:59:06,853

1787
01:59:06,855 --> 01:59:10,855

1788
01:59:10,856 --> 01:59:14,856

1789
01:59:14,858 --> 01:59:18,858

1790
01:59:18,860 --> 01:59:22,860

1791
01:59:22,862 --> 01:59:26,862

1792
01:59:26,864 --> 01:59:30,864

1793
01:59:30,866 --> 01:59:34,866

1794
01:59:34,868 --> 01:59:38,868

1795
01:59:38,871 --> 01:59:42,871

1796
01:59:42,872 --> 01:59:46,872

1797
01:59:46,875 --> 01:59:50,875

1798
01:59:50,875 --> 01:59:54,875

1799
01:59:54,877 --> 01:59:58,877

1800
01:59:58,879 --> 02:00:02,879

1801
02:00:02,881 --> 02:00:06,881

1802
02:00:06,882 --> 02:00:10,882

1803
02:00:10,884 --> 02:00:14,884

1804
02:00:14,887 --> 02:00:18,887

1805
02:00:18,889 --> 02:00:22,889

1806
02:00:22,890 --> 02:00:26,890

1807
02:00:26,892 --> 02:00:30,892

1808
02:00:30,894 --> 02:00:34,894

1809
02:00:34,896 --> 02:00:38,896

1810
02:00:38,899 --> 02:00:42,899

1811
02:00:42,902 --> 02:00:46,902

1812
02:00:46,906 --> 02:00:50,906

1813
02:00:50,911 --> 02:00:54,911

1814
02:00:54,913 --> 02:00:58,913

1815
02:00:58,917 --> 02:01:02,917

1816
02:01:02,920 --> 02:01:06,920

1817
02:01:06,924 --> 02:01:10,924

1818
02:01:10,928 --> 02:01:14,928

1819
02:01:14,931 --> 02:01:18,931

1820
02:01:18,935 --> 02:01:22,935

1821
02:01:22,939 --> 02:01:26,939

1822
02:01:26,941 --> 02:01:30,941

1823
02:01:30,942 --> 02:01:34,942

1824
02:01:34,944 --> 02:01:38,944

1825
02:01:38,946 --> 02:01:42,946

1826
02:01:42,948 --> 02:01:46,948

1827
02:01:46,952 --> 02:01:50,952

1828
02:01:50,955 --> 02:01:54,955

1829
02:01:54,957 --> 02:01:58,957

1830
02:01:58,959 --> 02:02:02,959

1831
02:02:02,961 --> 02:02:06,961

1832
02:02:06,964 --> 02:02:10,964

1833
02:02:10,966 --> 02:02:14,966

1834
02:02:14,968 --> 02:02:18,968

1835
02:02:18,970 --> 02:02:22,970

1836
02:02:22,971 --> 02:02:26,971

1837
02:02:26,973 --> 02:02:30,973

1838
02:02:30,975 --> 02:02:34,975

1839
02:02:34,977 --> 02:02:38,977

1840
02:02:38,978 --> 02:02:42,978

1841
02:02:42,979 --> 02:02:46,979

1842
02:02:46,981 --> 02:02:50,981

1843
02:02:50,983 --> 02:02:54,983

1844
02:02:54,984 --> 02:02:58,984

1845
02:02:58,986 --> 02:03:02,986

1846
02:03:02,988 --> 02:03:06,988

1847
02:03:06,990 --> 02:03:10,990

1848
02:03:10,991 --> 02:03:14,991
เดี๋ยวครูฝากอันนี้นะ

1849
02:03:14,992 --> 02:03:18,992

1850
02:03:18,993 --> 02:03:22,993
เอกสารที่ครูให้ไปมีอยู่ 3 แผ่นนะคะ มีอยู่

1851
02:03:22,994 --> 02:03:26,994
3แผ่นมีอยู่ 3 ตัวอย่สา

1852
02:03:26,995 --> 02:03:30,995
นะ ฝากไปอ่านแล้วก็ทำความเข้าใจอีกครั้งหนึ่ง

1853
02:03:30,996 --> 02:03:34,996
นะคะ ครูฝากไปอ่าน

1854
02:03:34,997 --> 02:03:38,997
แล้วก็ทำความเข้าใจอีกครั้งหนึ่งนะคะ มีอยู่ 3 ตัวอย่าง

1855
02:03:38,999 --> 02:03:42,999
ด้วยกันนะคะ

1856
02:03:42,999 --> 02:03:46,999

1857
02:03:47,000 --> 02:03:51,000

1858
02:03:51,002 --> 02:03:55,002
เดี๋ยวเรามาดูด้วยกันอีก 1 ข้อ เมื่อกี้

1859
02:03:55,003 --> 02:03:59,003
คือ คือเราสามารถนับจำนวนรอบได้

1860
02:03:59,004 --> 02:04:03,004
เราสามารถรู้ได้ว่าค่า i นี่เป็นจำนวนอะไรได้บ้าง

1861
02:04:03,005 --> 02:04:07,005
และรู้ว่า Loop for

1862
02:04:07,007 --> 02:04:11,007
จะทำงานกี่รอบ อันนี้ทุกคนทำได้นะคะ

1863
02:04:11,008 --> 02:04:15,008
แต่อาจจะสับสนกับการ

1864
02:04:15,009 --> 02:04:19,009
แปลงให้เป็นค่า n นะ

1865
02:04:19,010 --> 02:04:23,010
เดี๋ยวค่อย ๆ ดูนะคะ อาจจะสับสน

1866
02:04:23,011 --> 02:04:27,011
เรื่องของการแปลงให้เป็นค่า n

1867
02:04:27,012 --> 02:04:31,012
พอเราแปรงให้เป็นค่า n

1868
02:04:31,013 --> 02:04:35,013
กลับขึ้นไปดูตัว Code อีกครั้งหนึ่งและเขียน

1869
02:04:35,014 --> 02:04:39,014
นะคะ บอกว่าบรรทัด

1870
02:04:39,015 --> 02:04:43,015

1871
02:04:43,016 --> 02:04:47,016
บรรทัดแรกทำงานกี่ครั้ง บรรทัด

1872
02:04:47,017 --> 02:04:51,017
ที่ 2 ทำงานกี่ครั้ง และบรรทัดที่ 3

1873
02:04:51,018 --> 02:04:55,018
ทำงานกี่ครั้งแล้วจึง

1874
02:04:55,019 --> 02:04:59,019
เอาจำนวนครั้งเหล่านั้นมาบวกกัน

1875
02:04:59,020 --> 02:05:03,020
ตรงค่าฟังก์ชันตรงนี้

1876
02:05:03,021 --> 02:05:07,021
ตัวนี้มากจากไหน มาจากจำนวนครั้ง

1877
02:05:07,022 --> 02:05:11,022
ของการทำงานในแต่ละคำสั่ง

1878
02:05:11,024 --> 02:05:15,024
เห็นไหม บรรทัดแรกทำงาน 1 ครั้ง

1879
02:05:15,025 --> 02:05:19,025
บรรทัดที่ 2 เราดูจากตรงนี้ก็ได้

1880
02:05:19,026 --> 02:05:23,026
ทำงานเหมือนกัน ทำงาน n ครั้ง

1881
02:05:23,028 --> 02:05:27,028
ก็ n ครั้ง ก็เลยเอาทั้ง 3 บรรทัด

1882
02:05:27,029 --> 02:05:31,029
มาบวกกัน

1883
02:05:31,030 --> 02:05:35,030
โอเค

1884
02:05:35,031 --> 02:05:39,031

1885
02:05:39,033 --> 02:05:43,033

1886
02:05:43,034 --> 02:05:47,034
คราวนี้มาดูโจทย์นี้พร้อมกัน มาดูโจทย์บนกระดานพร้อมกัน

1887
02:05:47,036 --> 02:05:51,036
ครูมี

1888
02:05:51,037 --> 02:05:55,037
3 บรรทัดเหมือนกัน โจทย์มี 3 บรรทัด

1889
02:05:55,038 --> 02:05:59,038
โค้ดน่ะมีอยู่ 3 บรรทัดใช่ไหมคะ

1890
02:05:59,039 --> 02:06:03,039
คล้าย ๆ ของเดิมเลยนะ แต่สังเกต

1891
02:06:03,040 --> 02:06:07,040
เห็นไหมคะ ว่าตรง range

1892
02:06:07,041 --> 02:06:11,041
ครูใช้ Range ( n + 1 )

1893
02:06:11,043 --> 02:06:15,043
นะคะ วงเล็บ n+1

1894
02:06:15,043 --> 02:06:19,043
เช่น ครูกำหนด

1895
02:06:19,044 --> 02:06:23,044
ให้ n = 3 เพราะฉะนั้น range

1896
02:06:23,045 --> 02:06:27,045
ตรงนี้ มันคือ 3 + 1

1897
02:06:27,046 --> 02:06:31,046
เป็น range 4 ใช่ไหมคะ range (4

1898
02:06:31,046 --> 02:06:35,046
) ค่าที่เป็นไปได้จะมีทั้งหมด

1899
02:06:35,047 --> 02:06:39,047
4 ค่า อันนี้ตามที่เราเข้าใจ range

1900
02:06:39,049 --> 02:06:43,049
4 จะเริ่มต้นจาก 0 วงเล็บ 1

1901
02:06:43,051 --> 02:06:47,051
0 1 2 3 เป็น

1902
02:06:47,054 --> 02:06:51,054
ลิสต์ข้อมูลนะคะ มีอยู่ทั้งหมด 4 ตัว

1903
02:06:51,055 --> 02:06:55,055
เราต้องทำงานกี่รอบ 4 รอบ

1904
02:06:55,056 --> 02:06:59,056
ใช่ไหมคะ เขามีข้อมูลอยู่ 4 ตัว

1905
02:06:59,060 --> 02:07:03,060
จะต้องทำงานทั้งหมด

1906
02:07:03,060 --> 02:07:07,060
4 รอบ i เป็นอะไรได้บ้าง

1907
02:07:07,062 --> 02:07:11,062
เป็น 0 ตามที่เราเขียนด้านบนนี้เลย

1908
02:07:11,063 --> 02:07:15,063
0 1 2

1909
02:07:15,064 --> 02:07:19,064
3 i จะมีค่าที่เป็นไปได้

1910
02:07:19,065 --> 02:07:23,065
อยู่ 4 ค่าด้วยกัน คือ

1911
02:07:23,066 --> 02:07:27,066
0, 1, 2, 3

1912
02:07:27,067 --> 02:07:31,067
จากนั้น

1913
02:07:31,068 --> 02:07:35,068
เราหาจำนวนรอบใช่ไหมคะ

1914
02:07:35,070 --> 02:07:39,070
อันนี้คือค่าที่เป็นไปได้ ตรงนี้เราก็ติ๊กถูกหมดเลย

1915
02:07:39,071 --> 02:07:43,071
เพราะฉะนั้นจำนวนครั้งที่ทำคือ 4 ครั้ง

1916
02:07:43,072 --> 02:07:47,072
บรรทัด total ก็ทำ 4 ครั้ง

1917
02:07:47,073 --> 02:07:51,073
คำสั่ง Total นี่จะทำอยู่ 4 ครั้ง

1918
02:07:51,074 --> 02:07:55,074
คำสั่ง for i in range ก็ทำอยู่ 4 ครั้ง

1919
02:07:55,076 --> 02:07:59,076
แล้วเมื่อแทนด้วย

1920
02:07:59,077 --> 02:08:03,077
n ใด ๆ เห็นไหมคะ n เดิมเรา

1921
02:08:03,078 --> 02:08:07,078
เป็น 3 ทำอย่างไรจึงจะเป็น 4 ได้ ก็ต้องทำอย่างไรคะ

1922
02:08:07,080 --> 02:08:11,080
บวก 1 ใช่หรือเปล่า 3 + 1 เป็น 4

1923
02:08:11,081 --> 02:08:15,081
เท่ากับข้างบนเลยตรงนี้นะคะ เป็น

1924
02:08:15,082 --> 02:08:19,082
3 + 1

1925
02:08:19,084 --> 02:08:23,084

1926
02:08:23,086 --> 02:08:27,086
ทำไมเท่ากับ 4

1927
02:08:27,088 --> 02:08:31,088
เพราะฉะนั้นตรงนี้กล่นเป็น N

1928
02:08:31,091 --> 02:08:35,091
เพราะเมื่อแทน n ด้วย 3 3+1 เท่ากับ

1929
02:08:35,093 --> 02:08:39,093
4 มันเท่ากับตัวข้างบนเลย

1930
02:08:39,095 --> 02:08:43,095
เพราะฉะนั้น

1931
02:08:43,096 --> 02:08:47,096
เราจึงบอกได้นะคะ ว่า

1932
02:08:47,097 --> 02:08:51,097
คำสั่งแต่ละคำสั่ง

1933
02:08:51,099 --> 02:08:55,099
ในโค้ด 3 บรรทัดนี้จะทำกี่รอบ

1934
02:08:55,100 --> 02:08:59,100
บรรทัดที่ 1 ทำงาน 1 รอบ ถูกไหมคะ เราเขียนไว้ก่อน

1935
02:08:59,103 --> 02:09:03,103
เชียนไว้ก่อนมันอยู่นอก Loop ทำงาน

1936
02:09:03,104 --> 02:09:07,104
บรรทัดที่ 2 ทำงานกี่ครั้งนี่

1937
02:09:07,106 --> 02:09:11,106
มันทำงาน n+1 ครั้ง

1938
02:09:11,107 --> 02:09:15,107
เราก็เขียนไว้ข้างหลังก่อนถูกไหมคะ บรรทัดที่ 3 ทำงาน

1939
02:09:15,110 --> 02:09:19,110
กี่ครั้งนี่ไง n+1 ครั้ง

1940
02:09:19,111 --> 02:09:23,111

1941
02:09:23,112 --> 02:09:27,112

1942
02:09:27,114 --> 02:09:31,114
เมื่อเราหาค่า n ตรงนี้ได้แล้ว ย้อนกลับ

1943
02:09:31,116 --> 02:09:35,116
ขึ้นไปเขียนตรงหลังคำสั่งแต่ละคำสั่งด้วย

1944
02:09:35,117 --> 02:09:39,117
อันนี้คือ ทำงาน n+1 ครั้งอันนี้

1945
02:09:39,117 --> 02:09:43,117
ทำงาน n+1 ครั้ง เราลอง

1946
02:09:43,118 --> 02:09:47,118
แทนค่า n ด้วย 3 เห็นไหมคะ ถ้า

1947
02:09:47,119 --> 02:09:51,119
ครูแทน n ด้วย 3 เห็นหรือเปล่า

1948
02:09:51,120 --> 02:09:55,120
คือทำงาน 4 ครั้ง ตรงกันเลย เห็นไหมคะ

1949
02:09:55,121 --> 02:09:59,121
ค่านี้คือทำงาน 4 ครั้ง

1950
02:09:59,123 --> 02:10:03,123

1951
02:10:03,124 --> 02:10:07,124

1952
02:10:07,126 --> 02:10:11,126
เสร็จครูจะหาค่า fn ก็เอาแต่ละ

1953
02:10:11,130 --> 02:10:15,130
บรรทัดมาเขียน 1 +

1954
02:10:15,133 --> 02:10:19,133
n + 1 + n + 1 นะคะ

1955
02:10:19,135 --> 02:10:23,135
ครูก็กระจ่ายค่าออกมาก 1

1956
02:10:23,136 --> 02:10:27,136
+ n + 1

1957
02:10:27,138 --> 02:10:31,138
จะได้เท่ากับ 1 n + 1 n

1958
02:10:31,140 --> 02:10:35,140
ก็กลายเป็น 2 n นะคะ 1 + 1

1959
02:10:35,141 --> 02:10:39,141
+1 ก็กลายเป็น 3

1960
02:10:39,142 --> 02:10:43,142
ค่า Big-O เล

1961
02:10:43,143 --> 02:10:47,143
ก็คือตัวนี้ ก็เลยได้เป็น on

1962
02:10:47,144 --> 02:10:51,144
นะคะ

1963
02:10:51,145 --> 02:10:55,145
เราเลือกค่า n ที่มากที่สุดก็

1964
02:10:55,146 --> 02:10:59,146

1965
02:10:59,147 --> 02:11:03,147

1966
02:11:03,148 --> 02:11:07,148

1967
02:11:07,148 --> 02:11:11,148

1968
02:11:11,149 --> 02:11:15,149

1969
02:11:15,154 --> 02:11:19,154
ตัวสุดท้าย

1970
02:11:19,156 --> 02:11:23,156
ก่อนเลิกนะ เดี๋ยวช่วยครูทำหน่อยก่อนเลิก

1971
02:11:23,158 --> 02:11:27,158

1972
02:11:27,158 --> 02:11:31,158
ครูมีโจทย์ Range ( n-1)

1973
02:11:31,159 --> 02:11:35,159
ให้ n = 3 ช่วยครูหน่อย

1974
02:11:35,163 --> 02:11:39,163
หาว่าค่า i ที่เป็นไปได้ จะมีค่า

1975
02:11:39,163 --> 02:11:43,163
เป็นอะไรได้บ้าง 3 - 1 ได้เท่ากับเท่าไหร

1976
02:11:43,164 --> 02:11:47,164
2 เพราะฉะนั้นค่าที่เป็นไปได้เป็นอะไรบ้างคะ

1977
02:11:47,165 --> 02:11:51,165
เริ่มต้นที่ 0

1978
02:11:51,167 --> 02:11:55,167
เพราะว่าไม่มีอะไรนี่ ครูไม่ได้บอกว่าเริ่มต้นที่เท่าไร ถูกหรือเปล่า

1979
02:11:55,168 --> 02:11:59,168
ครูไม่ได้กำหนดก็เริ่มต้น

1980
02:11:59,168 --> 02:12:03,168
1 มี 2 ไหม

1981
02:12:03,169 --> 02:12:07,169
ไม่มีใช่ไหมคะ

1982
02:12:07,170 --> 02:12:11,170
range (2)

1983
02:12:11,171 --> 02:12:15,171
จะได้ค่าเป็น 0 กับ 1 จะได้กี่รอบ

1984
02:12:15,172 --> 02:12:19,172
2 รอบถูกไหม ทำงาน 2 รอบ

1985
02:12:19,173 --> 02:12:23,173
ตอนนี้ทุกคนทำงาน 2 รอบ ตอนนี้ทุกคน

1986
02:12:23,174 --> 02:12:27,174
รู้ว่าทำงาน 2 รอบ ติ๊กถูกไปก่อน

1987
02:12:27,175 --> 02:12:31,175
ใ่ไหมคะ ค่าที่ได้คือ 0 กับ 1 ค่า i ที่ได้

1988
02:12:31,176 --> 02:12:35,176
1 ทำงาน 2 รอบ

1989
02:12:35,177 --> 02:12:39,177
n ต้องทำ n

1990
02:12:39,178 --> 02:12:43,178
ต้องลบเท่าไหร่คะ ถึงจะเป็น 2

1991
02:12:43,179 --> 02:12:47,179
ตอนนี้ n เป็น 3 3 - อะไร

1992
02:12:47,180 --> 02:12:51,180
2 3 - 1 เท่ากับ 1 เพราะฉะนั้น

1993
02:12:51,182 --> 02:12:55,182
แทน 3 ก็คือ n ถูกหรือเปล่า ก็

1994
02:12:55,182 --> 02:12:59,182
กลายเป็น n - 1

1995
02:12:59,183 --> 02:13:03,183
โอเค

1996
02:13:03,183 --> 02:13:07,183
ทันไหมคะ n - 1 มาจากไหน

1997
02:13:07,185 --> 02:13:11,185

1998
02:13:11,187 --> 02:13:15,187
เดิม n เท่ากับ 3 ถูกหรือเปล่า

1999
02:13:15,190 --> 02:13:19,190

2000
02:13:19,193 --> 02:13:23,193
ทำอย่างไร ให้ n = 2 n-1

2001
02:13:23,194 --> 02:13:27,194
มันก็เลยจะเป็น = 2

2002
02:13:27,195 --> 02:13:31,195
เพราะฉะนั้น บรรทัดที่ 1 ทำงาน 1 ครั้ง บรรทัดที่ 2

2003
02:13:31,196 --> 02:13:35,196
ทำงาน n - 1 ครั้ง

2004
02:13:35,196 --> 02:13:39,196
บรรทัด 3 ก็จะเป็น n - 1 ครั้ง

2005
02:13:39,197 --> 02:13:43,197
ตัวเลขมาบวกกัน 1 +

2006
02:13:43,198 --> 02:13:47,198
n - 1 + n - 1

2007
02:13:47,200 --> 02:13:51,200
เท่ากับเท่าไหร่ครูกระจายก่อน

2008
02:13:51,200 --> 02:13:55,200
1 + n - 1

2009
02:13:55,201 --> 02:13:59,201
+ n - 1 =

2010
02:13:59,202 --> 02:14:03,202
2 n

2011
02:14:03,203 --> 02:14:07,203
ตัวนี้ตัดได้ถูกไหม 1 - 1 ได้ 0

2012
02:14:07,204 --> 02:14:11,204
แล้วก็ - 2 เพราะฉะนั้น Big-O เท่ากับอะไรคะ

2013
02:14:11,206 --> 02:14:15,206
on

2014
02:14:15,209 --> 02:14:19,209

2015
02:14:19,209 --> 02:14:23,209

2016
02:14:23,210 --> 02:14:27,210

2017
02:14:27,211 --> 02:14:31,211

2018
02:14:31,213 --> 02:14:35,213

2019
02:14:35,216 --> 02:14:39,216
มีใคร งง ไหม เริ่ม งง ตรงไหนไหม

2020
02:14:39,218 --> 02:14:43,218
ตรงไหนไหมคะ

2021
02:14:43,219 --> 02:14:47,219

2022
02:14:47,222 --> 02:14:51,222

2023
02:14:51,223 --> 02:14:55,223

2024
02:14:55,225 --> 02:14:59,225

2025
02:14:59,228 --> 02:15:03,228

2026
02:15:03,230 --> 02:15:07,230

2027
02:15:07,235 --> 02:15:11,235

2028
02:15:11,237 --> 02:15:15,237

2029
02:15:15,238 --> 02:15:19,238

2030
02:15:19,240 --> 02:15:23,240

2031
02:15:23,247 --> 02:15:27,247

2032
02:15:27,249 --> 02:15:31,249

2033
02:15:31,251 --> 02:15:35,251

2034
02:15:35,252 --> 02:15:39,252

2035
02:15:39,256 --> 02:15:43,256

2036
02:15:43,258 --> 02:15:47,258

2037
02:15:47,260 --> 02:15:51,260

2038
02:15:51,263 --> 02:15:55,263

2039
02:15:55,266 --> 02:15:59,266
ิบาส

2040
02:15:59,269 --> 02:16:03,269
เดี๋ยวกลับไปทวน

2041
02:16:03,272 --> 02:16:07,272
อีกครั้งหนึ่งนะคะ เดี๋ยวพรุ่งนี้

2042
02:16:07,276 --> 02:16:11,276
ครูจะฝากแบบฝึกหัด เดี๋ยวครูจะพรินต์แบบนี้มาให้

2043
02:16:11,277 --> 02:16:15,277
ให้ลองทำอีกนะสัก 2 ข้อ

2044
02:16:15,278 --> 02:16:19,278
นะคะ คนละ 1 แผ่นด้านหลัง

2045
02:16:19,279 --> 02:16:23,279
เดี๋ยวครูจะเอาไปฝากไว้ให้ที่ DSS

2046
02:16:23,279 --> 02:16:27,279
พรุ่งนี้เช้า

2047
02:16:27,280 --> 02:16:31,280
พรุงนี้เช้าเสร็จแล้ว

2048
02:16:31,282 --> 02:16:35,282

2049
02:16:35,283 --> 02:16:39,283
เสร็จแล้วฝาก

2050
02:16:39,284 --> 02:16:43,284
ไปอ่านชีตนี้ดีกว่า คืนนี้ไป

2051
02:16:43,286 --> 02:16:47,286
อ่าชีสที่ครูให้หน่อยนะ

2052
02:16:47,287 --> 02:16:51,287
ไม่เข้าใจ ถามพี่เขานะคะ พรุ่งนี้

2053
02:16:51,288 --> 02:16:55,288
หลังจากที่อ่านมาแล้วนี่ ไม่เข้าใจประเด็นตรงไหน

2054
02:16:55,288 --> 02:16:59,288
ไม่เข้าใจบรรทัดไหนให้วงนะ วงมาเลย

2055
02:16:59,290 --> 02:17:03,290
เดี๋ยวให้พี่อุ๋ยเขาบอกให้ วง

2056
02:17:03,292 --> 02:17:07,292
ตรงที่ เราไม่เข้าใจนะคะ

2057
02:17:07,293 --> 02:17:11,293
เสร็จแล้วนี่ เรา

2058
02:17:11,294 --> 02:17:15,294
ทำแบบฝึกหัดนะคะ เดี๋ยวครูให้โจทย์

2059
02:17:15,295 --> 02:17:19,295
2 โจทย์ เดี๋ยวครูทำแบบฝึกหัด

2060
02:17:19,295 --> 02:17:23,295
แล้วก็ลองทำดูนะคะ ว่า

2061
02:17:23,296 --> 02:17:27,296
ถ้าครูกำหนดค่า n มาให้แบบนี้

2062
02:17:27,297 --> 02:17:31,297
จะทำงาน... มีค่า i ที่เป็นไปได้มี

2063
02:17:31,298 --> 02:17:35,298
ค่าอะไรบ้างแล้วทำงานกี่รอบ

2064
02:17:35,299 --> 02:17:39,299
เอาเริ่มต้นทำงานกี่รอบให้ได้ก่อน

2065
02:17:39,301 --> 02:17:43,301
แล้วกันนะคะ ว่าน่าจะได้แล้วล่ะ

2066
02:17:43,302 --> 02:17:47,302
อาจจะมาลงตาราง อาจจะสับสนนิดหน่อย

2067
02:17:47,303 --> 02:17:51,303
นะคะ

2068
02:17:51,304 --> 02:17:55,304
ต้องลองทำแบบฝึกหัด

2069
02:17:55,305 --> 02:17:59,305
นะคะ มันน่าจะเข้าใจมากขึ้น

2070
02:17:59,306 --> 02:18:03,306

2071
02:18:03,309 --> 02:18:07,309

2072
02:18:07,311 --> 02:18:11,311

2073
02:18:11,312 --> 02:18:15,312

2074
02:18:15,313 --> 02:18:19,313

2075
02:18:19,318 --> 02:18:23,318
เดี๋ยวครูเช็คชื่อหน่อย อุ๋ย

2076
02:18:23,320 --> 02:18:27,320
ศิริลักษณ์

2077
02:18:27,321 --> 02:18:31,321
(อาจารย์สุธาสินี) อ๋อ อดิศร

2078
02:18:31,322 --> 02:18:35,322
มาค่ะ นพกิต

2079
02:18:35,324 --> 02:18:39,324
พงษ์พร จันทการณ์

2080
02:18:39,326 --> 02:18:43,326

2081
02:18:43,327 --> 02:18:47,327
ไหน

2082
02:18:47,328 --> 02:18:51,328
กัญญานัต

2083
02:18:51,331 --> 02:18:55,331
ธัญญารัตน์ ติด COVID

2084
02:18:55,332 --> 02:18:59,332
ค่ะ

2085
02:18:59,333 --> 02:19:03,333
วลิศา

2086
02:19:03,334 --> 02:19:07,334
ภัทรดา

2087
02:19:07,335 --> 02:19:11,335
อ๋อ เทพอักษร

2088
02:19:11,337 --> 02:19:15,337
ค่ะ พณพัฒน์

2089
02:19:15,338 --> 02:19:19,338

2090
02:19:19,341 --> 02:19:23,341
ภากร

2091
02:19:23,342 --> 02:19:27,342
อ๋อเป็น

2092
02:19:27,343 --> 02:19:31,343
ค่ะ

2093
02:19:31,344 --> 02:19:35,344
เดี๋ยวเจอกันสัปดาห์หน้านะ

2094
02:19:35,346 --> 02:19:39,346
ค่ะ

2095
02:19:39,347 --> 02:19:43,347
ค่ะสวัสดีค่ะ

2096
02:19:43,349 --> 02:19:47,349

2097
02:19:47,350 --> 02:19:51,350
เรียบร้อยแล้วค่ะ ขอบคุณค่ะล่าม

2098
02:19:51,351 --> 02:19:55,351

2099
02:19:55,352 --> 02:19:59,352

2100
02:19:59,353 --> 02:20:03,353

2101
02:20:03,355 --> 02:20:07,355

2102
02:20:07,357 --> 02:20:11,357

2103
02:20:11,360 --> 02:20:15,360

2104
02:20:15,361 --> 02:20:19,361

2105
02:20:19,362 --> 02:20:22,364

2106
02:20:23,364 --> 02:20:23,364

2107
02:20:27,365 --> 02:20:27,369

2108
02:20:31,370 --> 02:20:31,374


