﻿1
00:00:10,739 --> 00:00:11,978
สวัสดีค่ะ

2
00:00:11,978 --> 00:00:15,978
สวัสดีค่ะ

3
00:00:17,138 --> 00:00:17,707
เดี๋ยวรออาจารย์สักครู่นะคะ

4
00:00:17,707 --> 00:00:21,707
สวัสดีค่ะ

5
00:00:42,046 --> 00:00:42,552
ฮัลโหล

6
00:00:42,552 --> 00:00:46,552
ฮัลโหล ฮัลโหล

7
00:00:48,246 --> 00:00:52,246
ฮัลโหล

8
00:00:52,690 --> 00:00:53,643
ออกไหม

9
00:00:53,643 --> 00:00:57,643
(อาจารย์ธิดารัตน์) สวัสดีค่ะ

10
00:01:15,919 --> 00:01:19,599
สวัสดีพี่ล่ามนะคะ

11
00:01:19,599 --> 00:01:21,790
ได้ยินนะ

12
00:01:21,790 --> 00:01:22,021
(ล่าม) ได้ยินค่ะ

13
00:01:22,021 --> 00:01:26,021
(อาจารย์ธิดารัตน์) ค่ะ

14
00:01:28,952 --> 00:01:31,919
ก็วันนี้เราก็จะ

15
00:01:31,919 --> 00:01:32,488
มาเด้อมาเรียนนะคะ

16
00:01:32,488 --> 00:01:36,488
บทที่ 1 นะคะ เกี่ยวกับตัวมาตรฐานสากล

17
00:01:37,838 --> 00:01:41,838
ด้านเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์และดิจิทัลนะคะ

18
00:01:43,016 --> 00:01:47,016
วันนี้ก็จะมาพูด

19
00:01:49,666 --> 00:01:53,666
เป็นภาพองค์รวมนะคะ ว่า

20
00:01:54,846 --> 00:01:55,697
รายวิชานี้เราจะเรียนมาตรฐานอะไรบ้างนะคะ

21
00:01:55,697 --> 00:01:59,697
แต่ละตัวมีมาตรฐานอะไรนะคะ ที่น่าสนใจ

22
00:02:01,378 --> 00:02:05,378
โอเคนะคะ

23
00:02:14,921 --> 00:02:18,921
เริ่มแรกก็จะพูดถึง

24
00:02:20,919 --> 00:02:21,505
บทนำของเราก่อนนะคะ ว่า ณ ปัจจุบันนี้

25
00:02:21,505 --> 00:02:25,505
เราจะเห็นว่าไม่ว่าจะเป็นหน่วยงานองค์กรมหาวิทยาลัยของเราก็ได้นะคะ

26
00:02:29,022 --> 00:02:31,424
คลังภาครัฐภาคเอกชน

27
00:02:31,424 --> 00:02:31,615
นี่ ก็มีตัวระบบสารสนเทศ

28
00:02:31,615 --> 00:02:35,615
คอมพิวเตอร์การใช้งานต่าง ๆ เข้ามาเกี่ยวข้องดังนั้นนะคะ ดังนั้นการบริหารงาน

29
00:02:38,168 --> 00:02:42,168
ด้านไอทีหรือว่าเทคโนโลยีสารสนเทศ

30
00:02:48,214 --> 00:02:51,683
นี่ สำหรับประเทศไทยนี่ก็เข้ามามีบทบาทรวมถึงผู้บริหารที่เข้ามาดูแล

31
00:02:51,683 --> 00:02:52,142
แล้วก็บริหารนอกจะเป็นบุคลากร

32
00:02:52,142 --> 00:02:56,142
ทรัพยากรคนแล้วก็ทรัพยากรอุปกรณ์ด้วยนะคะ

33
00:03:00,139 --> 00:03:04,139
ดังนั้นทางด้านผู้บริหารในบางท่านอาจจะถูก

34
00:03:06,217 --> 00:03:07,547
ปรับตำแหน่งหรือว่าเลื่อนตำแหน่งขึ้นมาโดยไม่ได้จบทางสายเทคโนโลยีสารสนเทศ

35
00:03:07,547 --> 00:03:10,943
ว่าไอทีโดยเฉพาะ

36
00:03:10,943 --> 00:03:11,505
ดังนั้นนี่เราจะทำอย่างไรหรือ

37
00:03:11,505 --> 00:03:12,659
จะ

38
00:03:12,659 --> 00:03:16,659
มีตัวไหนที่เข้ามาช่วยให้ผู้บริหารเหล่านั้นนี่ เข้ามา

39
00:03:17,454 --> 00:03:21,454
บริหารงานด้านสารสนเทศให้เกิดประสิทธิภาพมากที่สุดนะคะ

40
00:03:28,408 --> 00:03:29,512
เมื่อผู้บริหารนี่ไม่ได้จบหรือถูกพัฒนามาจาก

41
00:03:29,512 --> 00:03:30,342
สาย

42
00:03:30,342 --> 00:03:34,342
คอมพิวเตอร์หรือเทคโนโลยีสารสนเทศดังนั้นเวลาเขาบริหารหรือพัฒนาบุคคล

43
00:03:41,203 --> 00:03:42,908
นะคะ รวมถึงพยากรณ์ต่าง ๆ ที่อยู่ใน

44
00:03:42,908 --> 00:03:45,366
หน่วยงานองค์กรของเขานี่

45
00:03:45,366 --> 00:03:45,432
เขาอาจจะไปดูแบบแผนมา

46
00:03:45,432 --> 00:03:49,432
จากบริษัทอื่นหรือว่า

47
00:03:53,906 --> 00:03:56,810
จากหน่วยงานอื่นหรือว่าตัวกรณีศึกษาอื่นมาซึ่งตรงนั้นอาจจะไม่ใช่

48
00:03:56,810 --> 00:03:57,152
ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด ดังนั้น

49
00:03:57,152 --> 00:04:01,152
ทำอย่างไรให้หน่วยงานหรือองค์กรของเราประสบความสำเร็จนะคะ การบริหารทางเทคโนโลยีสารสนเทศของไอที

50
00:04:10,181 --> 00:04:10,707
ไม่ว่าจะเป็นที่ไทยหรือว่าต่างประเทศนะคะ

51
00:04:10,707 --> 00:04:14,707
หลักการหรือรูปแบบการบริหารก็ต้องมีรูปแบบที่คล้ายกันรวมถึงตามชื่อของเราคือ

52
00:04:23,549 --> 00:04:23,879
มาตรฐานสากลดังนั้นเราก็จะเอาตัวมาตรฐานทางด้านไอทีที่เป็นสากล

53
00:04:23,879 --> 00:04:27,879
นี่ เข้ามา support

54
00:04:27,890 --> 00:04:31,890
ให้ผู้บริหารเรานะนี่

55
00:04:37,942 --> 00:04:38,033
เข้ามาเลือกหัวจัดสรรตัวสารสนเทศและตัวมาตรฐานที่มันสอดคล้องกับหน่วยงานหรือองค์กรของเรานั่นเองนะคะ เพื่อให้หน่วยงานของเรานี่

56
00:04:38,033 --> 00:04:41,783
ทำงานให้เกิดประสิทธิภาพมากที่สุดนะคะ

57
00:04:41,783 --> 00:04:45,783
ทำอย่างไรให้ลด

58
00:04:48,806 --> 00:04:50,387
ระยะเวลาประหยัดเวลาประหยัดคนประหยัดทรัพยากรพูดง่าย ๆ คือได้ผลกำไรที่ดีที่สุดนั่นเองนะคะ

59
00:04:50,387 --> 00:04:51,447
ไม่ว่าจะเป็นการ

60
00:04:51,447 --> 00:04:52,798
บริการ

61
00:04:52,798 --> 00:04:53,950
หรือว่ากัน

62
00:04:53,950 --> 00:04:57,950
ผลิตภัณฑ์นะคะ

63
00:05:01,145 --> 00:05:01,892
หลังนี้ก็ต้องสามารถที่จะให้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุดให้กับหน่วยงานของเราด้วยตนเองเมื่อคืนได้ผลกำไรนั่นเองนะคะ

64
00:05:01,892 --> 00:05:05,892
หัวข้อ

65
00:05:10,789 --> 00:05:14,628
ที่จะมาบรรยายก็จะเป็นพูดถึงตัวมาตรฐาน

66
00:05:14,628 --> 00:05:17,530

67
00:05:17,530 --> 00:05:18,356
ที่อาจารย์หยิบมา

68
00:05:18,356 --> 00:05:22,356
คิดว่าน่าจะสำคัญแล้วก็

69
00:05:24,645 --> 00:05:24,962
สอดคล้องกับตัวรายวิชานี้นั่นเองนะคะ

70
00:05:24,962 --> 00:05:28,962
เริ่มแรกก็จะพูดถึงมาตรฐานไอทีที่เราจะเลือกมา

71
00:05:30,214 --> 00:05:34,214
มาตรฐานแล้วก็การจัดทำ มีหน่วยงานไหนมีองค์กรไหน

72
00:05:35,176 --> 00:05:36,848
นะคะ

73
00:05:36,848 --> 00:05:40,848
มาตรฐาน

74
00:05:41,556 --> 00:05:41,794
IEEE นะคะ

75
00:05:41,794 --> 00:05:44,364
มาตรฐาน itil

76
00:05:44,364 --> 00:05:48,364
มาตรฐาน ISO มาตรฐาน Chrome

77
00:05:48,379 --> 00:05:52,379
มาตรฐาน COSO แล้วก็มาตรฐาน cmmi ซึ่งแต่ละชื่อของมาตรฐานตัวนี้นักศึกษาต้อง

78
00:05:56,294 --> 00:06:00,294
จำให้ได้ว่า

79
00:06:01,611 --> 00:06:01,825
ตามมาตรฐานนั้นคืออะไร แล้วก็มีรูปแบบ

80
00:06:01,825 --> 00:06:05,825
ลักษณะแบบไหนนั่นเองนะคะ

81
00:06:11,073 --> 00:06:11,373
มีหน่วยงานในองค์กรแล้วก็เขาสนับสนุนทางด้านเรื่องไหนนั่นเองนะคะ

82
00:06:11,373 --> 00:06:15,373
เริ่มมาพูดถึงตัวมาตรฐานไอที ในการปฏิบัติงานในทุกรูปแบบไม่ว่าจะเป็น

83
00:06:26,453 --> 00:06:28,367
มาทำงาน

84
00:06:28,367 --> 00:06:28,631
ของสถาน

85
00:06:28,631 --> 00:06:32,631
ที่ไหนหน่วยงานไหน

86
00:06:33,346 --> 00:06:37,164
บันทึกกิจกรรมก็ต้องมีการ

87
00:06:37,164 --> 00:06:37,966
ปฏิบัติงานที่ทำซ้ำ ๆ หรือว่าเป็นรูทีนนั่นเอง

88
00:06:37,966 --> 00:06:41,966
ดังนั้นการปฏิบัติงานตามซ้ำ ๆ นี่ทำอย่างไรให้มันลด

89
00:06:44,433 --> 00:06:46,369
ข้อผิดพลาด

90
00:06:46,369 --> 00:06:49,368
ที่จะเกิดขึ้น

91
00:06:49,368 --> 00:06:53,368
ทำอย่างไรให้ลดระยะเวลา ทำอย่างไรให้ใช้ทรัพยากรให้คุ้มค่า

92
00:06:57,998 --> 00:06:59,207
ที่สุด

93
00:06:59,207 --> 00:07:03,207
นั่นเอง

94
00:07:04,366 --> 00:07:06,945
นะคะ ดังนั้นการปฏิบัติการต่าง ๆ นี่ต้องให้ประสบความสำเร็จแล้วก็ต้องมีตัว

95
00:07:06,945 --> 00:07:07,287
มาตรฐานเข้ามา

96
00:07:07,287 --> 00:07:10,529
ตอบโจทย์ตรงนี้นั่นเองนะคะ

97
00:07:10,529 --> 00:07:14,529
หากเราปฏิบัติงาน

98
00:07:16,240 --> 00:07:16,736
ปฏิบัติงานโดยไม่มีมาตรฐาน

99
00:07:16,736 --> 00:07:20,736
วันนี้อยากทำเท่านี้ วันนี้ไม่อยากทำใช้ระยะเวลาเท่าไหร

100
00:07:23,144 --> 00:07:24,704
นะคะ

101
00:07:24,704 --> 00:07:25,002
การให้บริการนี้

102
00:07:25,002 --> 00:07:29,002
กรณีที่มีผู้มาใช้บริการเยอะ

103
00:07:30,762 --> 00:07:33,116
แล้วเราให้บริการไปนี่

104
00:07:33,116 --> 00:07:34,174
ระยะเวลาตั้งแต่ที่นี่อาจจะ

105
00:07:34,174 --> 00:07:36,187
ไม่

106
00:07:36,187 --> 00:07:40,187
เท่ากัน ดังนั้นเราจะ

107
00:07:41,336 --> 00:07:44,784
พอใจไหมสมมติเราเป็นผู้รับบริการและผู้ใช้บริการ 1 วัน 1

108
00:07:44,784 --> 00:07:46,024
ให้การบริการที่รวดเร็วกว่านี้ก็ดีกว่า

109
00:07:46,024 --> 00:07:50,024
อีกหน่วยงานหนึ่ง

110
00:07:53,369 --> 00:07:53,521
ซึ่งให้ระยะเวลาที่ค่อนข้างเยอะกว่านั้นเองเราก็ต้องเลือกสิ่งที่ดีกว่าอยู่แล้วใช่ไหมคะ

111
00:07:53,521 --> 00:07:54,833
ดังนั้น

112
00:07:54,833 --> 00:07:58,833
แล้วก็ต้องปฏิบัติงานนะคะ ให้เกิดความพึงพอใจของผู้รับ

113
00:08:02,806 --> 00:08:03,047
บริการ แล้วก็

114
00:08:03,047 --> 00:08:07,047
สามารถที่จะ

115
00:08:08,386 --> 00:08:08,873
ใช้งานแล้วก็เชื่อมต่อ

116
00:08:08,873 --> 00:08:12,873
กับตัวระบบงานอื่นได้ด้วยนั่นเองนะคะ ไม่ใช่ว่าทำออกมาแล้วผลลัพธ์ที่ได้

117
00:08:15,881 --> 00:08:16,252
ไม่สามารถที่จะไป

118
00:08:16,252 --> 00:08:20,252
ทำงานต่อหรือว่า

119
00:08:25,199 --> 00:08:25,616
ทำงานข้ามกับระบบตัวอื่นได้นั่นเองนะคะ อันนี้ก็ต้องคำนึงถึงแผนกอื่น ฝ่ายอื่นด้วย

120
00:08:25,616 --> 00:08:29,616
ที่จะทำให้การทำงานของหน่วยงานหรือว่าบริษัทของเราดำเนินการ

121
00:08:31,453 --> 00:08:33,155
อย่าง

122
00:08:33,155 --> 00:08:37,155
สอดคล้องกับนั่นเองนะคะ อยากลดหนี้ก็คือการนำระบบ

123
00:08:38,650 --> 00:08:42,130
automated ที่ใช้เป็นมาตรฐานนะคะ

124
00:08:42,130 --> 00:08:46,130
ยกตัวอย่างการใช้งานง่าย ๆ เหมือนเวลาตอนนี้นักศึกษาเข้ามามหาวิทยาลัยเวลาเข้าสู่อินเทอร์เน็ต

125
00:08:53,364 --> 00:08:57,364
นะคะ login เข้ามาอยู่ใน Embassy

126
00:08:59,463 --> 00:09:00,721
รหัสนักศึกษาตุ่มคะเข้าไปใช้งาน Search ข้อมูลทำรายงานหรือว่าเข้าไป

127
00:09:00,721 --> 00:09:01,929
Facebook

128
00:09:01,929 --> 00:09:02,123
เข้าไปดู

129
00:09:02,123 --> 00:09:06,123
สิ่งที่ต้องการค้นหาต่าง ๆ

130
00:09:08,674 --> 00:09:12,674
พรุ่งนี้ก็จะมีมาตรฐาน html ขึ้นมาเป็นมาตรฐานของ

131
00:09:13,168 --> 00:09:13,646
เขาขึ้นมากดเข้าไปแล้วมี Response ในการทำงาน

132
00:09:13,646 --> 00:09:17,646
ค้นหา keyword ต่าง ๆ ขึ้นมาเป็นระยะเวลาที่รวดเร็วไหมที่ค้นหา

133
00:09:20,690 --> 00:09:21,980
ตัว

134
00:09:21,980 --> 00:09:25,980
search Engine และแหล่งข้อมูลที่เราต้องการ

135
00:09:26,818 --> 00:09:26,950
ตรงกันหรือเปล่า

136
00:09:26,950 --> 00:09:30,950
อาจจะ Search เป็น keyword 1 รับผลลัพธ์ที่ออกมา 1 ตรงกันไหม

137
00:09:31,815 --> 00:09:35,108
ข้อมูลมีเยอะหรือเปล่าอะไรอย่างนี้นะคะ

138
00:09:35,108 --> 00:09:38,065
มันก็จะมีมาตรฐานขึ้นมา

139
00:09:38,065 --> 00:09:42,065
เพื่อให้รองรับสำหรับ

140
00:09:42,475 --> 00:09:42,795
ผู้ใช้นะคะ

141
00:09:42,795 --> 00:09:46,795
เดี๋ยวเรามาดูต่อ อาจารย์พูดเร็วพูดช้า ๆ บอกได้นะคะ อาจารย์จะพูดไปเรื่อย ๆ ปัญหาง่วงนอนอะไรยกมือถามได้นะคะ

142
00:09:53,180 --> 00:09:57,180
ถัดมาจะเป็นตัวอย่างมาตรฐานในการใช้เว็บ

143
00:09:59,767 --> 00:10:03,767
อันนี้คุ้นเคยอยู่แล้ว

144
00:10:04,159 --> 00:10:06,196
เข้ามาใช้ทุกวันอยู่แล้ว

145
00:10:06,196 --> 00:10:06,436
วันหนึ่งอาจจะหลาย ๆ รอบก็ได้นะคะ

146
00:10:06,436 --> 00:10:10,436
การใช้งานเว็บไซต์ต้องมีมาตรฐานอะไรมา support

147
00:10:11,736 --> 00:10:15,736
เริ่มแรก

148
00:10:24,621 --> 00:10:28,621
มาตรฐานฮาร์ดแวร์ ซอฟต์แวร์คนบอกเกี่ยวด้วยหรือคะ เราแค่เข้าใช้เว็บไซต์แนะนำต้องมีอุปกรณ์อาจจะเป็นคอมพิวเตอร์โน๊ตบุ๊คสมาร์ทโฟนแท็บเล็ต

149
00:10:36,223 --> 00:10:36,309
อะไรก็แล้ว

150
00:10:36,309 --> 00:10:37,266
ฮาร์ดแวร์เ

151
00:10:37,266 --> 00:10:39,541
สร็จก็มีซอฟต์แวร์คราวนี้นี่

152
00:10:39,541 --> 00:10:39,786
เราเอาผลิตภัณฑ์ของบริษัทไหนหน่วยงานไหน

153
00:10:39,786 --> 00:10:42,826
มาใช้งาน

154
00:10:42,826 --> 00:10:45,137
หรือ

155
00:10:45,137 --> 00:10:46,509
เรามาใช้แล้ว

156
00:10:46,509 --> 00:10:50,509
มันก็จะมีแบบว่า

157
00:10:52,368 --> 00:10:54,743
เป็น License แท้ไม่ License แท้ที่เรามาใช้งานเป็นอย่างไรนะคะ มันก็จะ

158
00:10:54,743 --> 00:10:54,948
เดี๋ยวดูกันไปเรื่อย ๆ นะคะ

159
00:10:54,948 --> 00:10:58,191
มาตรฐานระบบปฏิบัติการ

160
00:10:58,191 --> 00:11:02,191
ในอุปกรณ์ของเราไม่ว่าจะเป็นคอมพิวเตอร์สมาร์ทโฟนแท็บเล็ต และระบบปฏิบัติการที่เราลงด้วยเขามีมาตรฐานไหม

161
00:11:11,210 --> 00:11:13,732
เราก็จะรู้ว่ามาตรฐานที่เราลงในอุปกรณ์ฮาร์ดแวร์ของเรานี่ มันต้องรองรับ

162
00:11:13,732 --> 00:11:17,594
อุปกรณ์ของเราในรุ่นไหนบ้าง

163
00:11:17,594 --> 00:11:18,389
ครับผม อุปกรณ์ซอฟต์แวร์ไหนบ้างนะคะ

164
00:11:18,389 --> 00:11:19,558
อาจจะแบบ

165
00:11:19,558 --> 00:11:23,115
ของ Windows

166
00:11:23,115 --> 00:11:27,115
อย่างเดียวหรือของ Linux อะไรอย่างนี้นะคะ ว่าแล้วแต่ว่า

167
00:11:28,117 --> 00:11:28,698
ระบบปฏิบัติการที่ใช้มานี่มัน Supหรือว่ารองรับเท่านั้นเอง

168
00:11:28,698 --> 00:11:32,698
มาตรฐานระบบ

169
00:11:33,451 --> 00:11:33,999
เผื่อข่ายและการสื่อสาร

170
00:11:33,999 --> 00:11:37,999
เครือข่ายที่เราใช้เป็นรูปแบบอะไรเป็น Local Network เป็นสายแลนไหมสายแลนธรรมดาเป็นไฟเบอร์หรือเปล่าแต่ใช้เบอร์ที่ใช้ในการสื่อสารหรือเป็น

171
00:11:50,303 --> 00:11:51,591
การเดินสายในอากาศนะคะ พวกไวไฟ

172
00:11:51,591 --> 00:11:52,206
satellite

173
00:11:52,206 --> 00:11:56,206
ก็คือพวกดาวเทียม

174
00:12:02,417 --> 00:12:03,233
อันนี้จะเป็นรูปแบบการสื่อสารเช่นเดียวกันมันก็จะแยกเป็นประเภทอีกแบบไร้สายไม่ไร้สายมีอุปกรณ์แบบไหนที่ซัพพอร์ต

175
00:12:03,233 --> 00:12:04,833
มันก็จะ

176
00:12:04,833 --> 00:12:05,938
เกี่ยวโยงกันไปทั้งหมด

177
00:12:05,938 --> 00:12:09,938
นะคะ

178
00:12:10,996 --> 00:12:14,996
เหมือนเวลาเราใช้งานเว็บไซต์ บางทีเราอาจจะหลงลืมไปว่ามันอุปกรณ์

179
00:12:17,403 --> 00:12:18,623
ตัวไหนที่มาเชื่อมต่อบ้างแล้วมันมีเทคโนโลยีไหนบ้างรวมถึงตัวมาตรฐานตัวไหนที่มา support นั่นเอง

180
00:12:18,623 --> 00:12:22,623
เดี๋ยวเราก็จะไป

181
00:12:25,224 --> 00:12:28,088
ดูตัวเครือข่ายมันจะเป็นด้านหลัง ๆ ก็จะมาดูว่าระบบเครือข่ายมีอุปกรณ์ตัวไหนบ้าง support

182
00:12:28,088 --> 00:12:28,319
มีอุปกรณ์และมีมาตรฐานตัวไหนนะคะ

183
00:12:28,319 --> 00:12:32,319
มาตรฐาน tcpIP อันนี้น่าจะคุ้น

184
00:12:35,240 --> 00:12:39,240
ปี 3 น่าจะได้เรียนมาแล้วนะคุ้น ๆ ไหมคะ tcp IP ก็ส่งข้อมที่ต่าง ๆ ยกเว้นไอ้พวกมาแล้วนี่น่าจะคุ้น ๆ อยู่

185
00:12:45,872 --> 00:12:49,872
tcp IP IP Address การเปลี่ยนชื่อต่าง ๆ การส่งข้อมูลระหว่าง

186
00:12:55,679 --> 00:12:55,904
Server ผู้ส่งกับผู้รับ

187
00:12:55,904 --> 00:12:59,904
มาตรฐาน html เรียนการเขียนเว็บมา

188
00:13:01,831 --> 00:13:02,422
น่าจะได้เห็นกันแล้ว

189
00:13:02,422 --> 00:13:03,198
นะคะ

190
00:13:03,198 --> 00:13:06,413
OK

191
00:13:06,413 --> 00:13:07,167
เต็มหมดแล้วพรุ่งนี้

192
00:13:07,167 --> 00:13:09,948
มาตรฐานเสิร์ชเอ็นจิ้น

193
00:13:09,948 --> 00:13:13,948
การฝึกที่หน้าต่างก็เหมือนเวลาเราเข้า

194
00:13:15,168 --> 00:13:15,399
Google

195
00:13:15,399 --> 00:13:18,631
Google นะหรือว่า

196
00:13:18,631 --> 00:13:21,258
เอาไป Search ข้อมูลต่าง ๆ

197
00:13:21,258 --> 00:13:25,258
ก็จะเป็นมาตรฐานตัวนี้อาจารย์บอกว่า Search ไปแล้วแบบคำที่ค้นหานี่มันตรงกันไหม ที่แสดงหน้าจอ

198
00:13:30,681 --> 00:13:34,681
มันไปแหล่งข้อมูลที่ถูกต้องเหมือนกันใช่หรือเปล่าแล้วก็มี

199
00:13:39,011 --> 00:13:43,011
Response และระยะเวลาที่นำเสนอเป็นเท่าใดมาตรฐานอักขระ

200
00:13:43,012 --> 00:13:43,853
คือตัวอักษรในการสื่อสารข้อมูลนั่นเองนะคะ

201
00:13:43,853 --> 00:13:47,853
OK

202
00:13:51,955 --> 00:13:55,955
ถัดมาเราจะมาดูมาตรฐาน

203
00:14:00,172 --> 00:14:04,172
ที่เราสนใจนะคะ ยกตัวอย่าง

204
00:14:05,426 --> 00:14:05,839
มาตรฐานเกี่ยวกับบุคคลมาตรฐานความสามารถแล้วก็ตำแหน่ง

205
00:14:05,839 --> 00:14:09,839
อย่างที่บอกไปนะคะ สมมุติเราไปทำงานนะคะ

206
00:14:10,725 --> 00:14:14,725
หน่วยงานหนึ่ง จบไปพร้อม

207
00:14:15,656 --> 00:14:17,845
นักเรียนจบใหม่

208
00:14:17,845 --> 00:14:21,678
ของห้องอื่นมหาวิทยาลัยอื่น ๆ ที่อื่นนี่

209
00:14:21,678 --> 00:14:25,678
เราอยากไปสมัครงานเราจะมีคุณสมบัติอย่างไรที่เป็น

210
00:14:35,065 --> 00:14:38,055
การบ่งบอกว่าเรานี่มีความสามารถดังนั้นมาตรฐานเกี่ยวกับบุคคลก็จะเป็นตัวที่บ่งบอกได้ว่าเรามีความสามารถหรือมีลักษณะอย่างไร

211
00:14:38,055 --> 00:14:42,055
พูดง่าย ๆ ถ้าเป็นภาษาอังกฤษแล้วก็ไปสอบ

212
00:14:45,457 --> 00:14:46,790
ถูกไหมคะ ว่ามีไอเอวมีอะไรนะคะ ที่เรามีทักษะภาษาอังกฤษอย่างไรบ้าง

213
00:14:46,790 --> 00:14:50,790
ทางด้าน

214
00:14:51,156 --> 00:14:51,398
เทคโนโลยีสารสนเทศหรือไอทีของเราจะมีตัวใบ

215
00:14:51,398 --> 00:14:55,398
รับประกันว่าเรามีความสามารถ

216
00:14:56,861 --> 00:14:57,137
ทางไหนบ้าง

217
00:14:57,137 --> 00:14:59,724
นั่นเอง

218
00:14:59,724 --> 00:15:03,724
อย่างมาตรฐาน

219
00:15:06,141 --> 00:15:06,353
ของตัวบุคคล

220
00:15:06,353 --> 00:15:10,353
ยกตัวอย่างเหมือน IC 3 IC3 เป็นมาตรฐานที่บอกว่า

221
00:15:16,575 --> 00:15:20,575
คุณมีความสามารถในการใช้

222
00:15:21,848 --> 00:15:25,848
อุปกรณ์ฮาร์ดแวร์ซอฟแวร์อย่างไรคะหรือว่า

223
00:15:28,639 --> 00:15:32,639
ซอฟต์แวร์สำเร็จรูปใช้ Word PowerPoint Excel ได้ถึงระดับไหนเหมือนกันเข้าไปเรียน

224
00:15:41,293 --> 00:15:41,614
Excel มาเหมือนกันทุกคนในห้องเราจะรู้ได้อย่างไรว่าทุกคนมีทักษะการใช้งาน PowerPoint Excel ระดับไหนคนไหนเก่งสุด ใช้งานคล่องสุดเร็วสุดแล้วก็สามารถใช้เปิดสามารถปิดหน้าต่างได้

225
00:15:41,614 --> 00:15:45,614
ดังนั้นตัวมาตรฐานของตัวบุคคลนี่มันจะเป็นตัวที่มาแสดงให้เห็นว่าแต่ละบุคคลนี่มีทักษะขนาดไหน

226
00:15:52,712 --> 00:15:56,712
เมื่อ

227
00:15:56,784 --> 00:15:56,880
คนเห็นว่าบุคลากรเรามีทักษะแล้ว

228
00:15:56,880 --> 00:16:00,880
ก็จะส่งผลให้องค์กรหรือหน่วยงานนี้

229
00:16:01,491 --> 00:16:03,294
มีคุณภาพมากขึ้น

230
00:16:03,294 --> 00:16:07,294
เรามีบุคลากรที่มีคุณสมบัติแบบนี้สมมติอาจารย์มีใบเซอร์

231
00:16:13,530 --> 00:16:15,498
มหาวิทยาลัยก็จะให้การยอมรับว่ามีการเรียนการสอนที่ดีมีการใช้อุปกรณ์เขารวมถึง

232
00:16:15,498 --> 00:16:18,737
บุคลากรที่ได้รับการรองรับมา

233
00:16:18,737 --> 00:16:19,391
มันก็จะส่งผลต่อเนื่องกันไปนะคะ

234
00:16:19,391 --> 00:16:23,391
ขนาดมาตรฐานเกี่ยวกับอุปกรณ์เครือข่ายและการเชื่อมต่อ

235
00:16:25,299 --> 00:16:29,299
อุปกรณ์เราใช้ของ

236
00:16:31,972 --> 00:16:33,095
ผลิตภัณฑ์อะไร

237
00:16:33,095 --> 00:16:37,095
มีมาตรฐานตัวไหนมารองรับ

238
00:16:37,503 --> 00:16:38,141
มีตัวการเครือข่ายไหม

239
00:16:38,141 --> 00:16:40,379
นะคะ

240
00:16:40,379 --> 00:16:43,207
เพราะเดี๋ยวนี้ก็จะมีบริษัท

241
00:16:43,207 --> 00:16:44,975
ที่มาให้บริการค่อนข้างเยอะนะคะ

242
00:16:44,975 --> 00:16:48,975
มันก็ต้องดูว่า

243
00:16:50,043 --> 00:16:52,861
แต่ละที่นี่ support แล้วก็ให้บริการเราดีไหมนะคะ

244
00:16:52,861 --> 00:16:54,696
อย่างแต่ละพื้นที่นี่

245
00:16:54,696 --> 00:16:56,331
การให้บริการก็อาจจะ

246
00:16:56,331 --> 00:16:57,198
เขาถึงไม่เท่ากัน

247
00:16:57,198 --> 00:17:01,198
ถ้าเป็น

248
00:17:02,153 --> 00:17:06,153
พื้นที่ ที่ค่อนข้างเข้าถึงยาก

249
00:17:11,012 --> 00:17:11,619
หรือว่าเป็นพื้นที่ที่ยังไม่มีการให้บริการระบบเครือข่ายอินเตอร์เน็ตก็มีแค่บางผู้ให้บริการเท่านั้นที่สามารถให้บริการเราได้นะคะ

250
00:17:11,619 --> 00:17:15,619
การจัดการเกี่ยวกับการให้บริการไอที

251
00:17:22,175 --> 00:17:25,151
การให้บริการไอทีอย่างไรนะคะ อย่างพวก

252
00:17:25,151 --> 00:17:29,151
ระบบเซลลูลาร์ก็คือระบบ

253
00:17:29,805 --> 00:17:31,371
คนโทรศัพท์นั่นเองเวลาเราไป AIS Dtac Truemove

254
00:17:31,371 --> 00:17:33,549
เราอยาก

255
00:17:33,549 --> 00:17:34,699
สมมุติเราเป็น

256
00:17:34,699 --> 00:17:34,982
เจ้าของบริษัท

257
00:17:34,982 --> 00:17:38,982
การจัดการเกี่ยวกับการให้บริการไอทีก็คือคล้าย ๆ กับการให้บริการตัวระบบเครือข่าย

258
00:17:49,043 --> 00:18:00,534
นั่นเอง

259
00:17:48,736 --> 00:17:51,971
หรือจะในรูปแบบโทรศัพท์บ้านอาจจะเป็น TOT องค์การโทรศัพท์ ทรีบอร์ดแบนด์

260
00:17:51,971 --> 00:17:55,971
Cat Telecom ต่าง ๆ พรุ่งนี้ก็เชิญ

261
00:17:59,068 --> 00:18:02,700
การให้บริการที่เดียวกันเป็นคำที่เราคุ้นเคยแต่เราจะแบ่งแยกไม่ออกว่าพวกนี้เขาจะเป็นหน่วยงานที่ให้บริการ

262
00:18:02,700 --> 00:18:02,797
กับสารสนเทศหรือว่าไอทีของเรานั่นเอง

263
00:18:02,797 --> 00:18:05,613
นะคะ

264
00:18:05,613 --> 00:18:09,613
มาตรฐานเกี่ยวกับการพัฒนาซอฟต์แวร์

265
00:18:10,789 --> 00:18:14,333
ก่อนที่

266
00:18:14,333 --> 00:18:15,250
เป็นซอฟต์แวร์ที่เราใช้ณปัจจุบัน

267
00:18:15,250 --> 00:18:19,250
เขาจะมี

268
00:18:19,773 --> 00:18:20,060
การใช้งานแล้วก็ทดลอง มีการ Test นะคะ มีการ

269
00:18:20,060 --> 00:18:23,000
นักพัฒนาและก็มี testing

270
00:18:23,000 --> 00:18:27,000
ของตัวซอฟต์แวร์ Software testing ต่าง ๆ Software developer มันจะมีกระบวนการแล้วก็มีบุคลากรแต่ละตำแหน่งเข้ามาซัพพอร์ต ตรงนี้

271
00:18:38,561 --> 00:18:39,185
เขาจะมีมาตรฐานรองรับอีกว่าถ้า 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10

272
00:18:39,185 --> 00:18:40,879
ตรงนี้แล้ว

273
00:18:40,879 --> 00:18:41,509
มาตรฐานเรียบร้อยนะคะ

274
00:18:41,509 --> 00:18:45,509
มาตรฐานรักษาความมั่นคงปลอดภัยข้อมูลไม่รั่วไหล

275
00:18:46,286 --> 00:18:47,843
นะคะ

276
00:18:47,843 --> 00:18:51,843
มาตรฐานเกี่ยวกับเอกสารแบบฟอร์มข้อมูลนะคะ กาแบบฟอร์มข้อมูลต่าง ๆ นะคะ สามารถเก็บไว้แล้ว

277
00:19:02,982 --> 00:19:04,372
สามารถที่จะดึงข้อมูลกลับมาค้นหาทำเป็นรูปแบบรายงานได้ไหม ในระยะเวลาเท่าไหร่

278
00:19:04,372 --> 00:19:04,900
ข้อมูล

279
00:19:04,900 --> 00:19:08,900
ไปที่หน่วยงานไหนนะคะ อันนี้จะเป็นตัวอย่างมาตรฐานนะคะ

280
00:19:11,054 --> 00:19:11,275
ที่บอกมานะคะ

281
00:19:11,275 --> 00:19:13,781
ให้นักศึกษา

282
00:19:13,781 --> 00:19:15,724
เข้าใจนะคะ

283
00:19:15,724 --> 00:19:19,724
ถัดมาเราจะมาพูดถึงตัวมาตรฐาน

284
00:19:24,479 --> 00:19:28,479
ประเภทของมาตรฐานก่อนนะคะ พวกตัวกำเนิดของมันอันแรกนะคะ

285
00:19:30,628 --> 00:19:34,628
เดอร์จูโล นะคะ

286
00:19:36,784 --> 00:19:40,784
เป็นมาตรฐานนะคะ ที่กำหนดโดยเริ่มจากมาตรฐานแต่ละประเท

287
00:19:44,622 --> 00:19:46,219
ศแล้วก็

288
00:19:46,219 --> 00:19:50,219
กำหนดโดย

289
00:19:51,795 --> 00:19:52,613
องค์กรระหว่างประเทศนะคะ เช่น ISO นะคะ เป็นการร่วมมือกัน

290
00:19:52,613 --> 00:19:56,613
ของ

291
00:19:56,664 --> 00:20:00,188
ระหว่างประเทศนะคะ ว่ามาตรฐานตัวนี้ใช้งานแล้ว

292
00:20:00,188 --> 00:20:00,937
มันเกิดผลอย่างไร Support ตัวไหนบ้าง

293
00:20:00,937 --> 00:20:04,937
อันนี้ก็คือเป็นระหว่าง

294
00:20:06,353 --> 00:20:08,145
ด้วยกันคราวนี้

295
00:20:08,145 --> 00:20:08,669
The Factor Standard

296
00:20:08,669 --> 00:20:12,669
ตัวนี้จะเป็นมาตรฐานที่ใช้ภายในหน่วยงานก่อนพูดง่าย ๆ คือการใช้งานภายในหน่วยงานภายในองค์กรเสร็จใช้เสร็จปุ๊บ

297
00:20:17,841 --> 00:20:21,841
เจอกันแพร่หลาย

298
00:20:25,072 --> 00:20:28,824
จากนั้น 1 ไป 1200 1300 แล้วก็กระจายพื้นที่มากขึ้นจากพื้นที่เล็ก ๆ

299
00:20:28,824 --> 00:20:32,824
เป็นพื้นที่ใหญ่ขึ้นนะคะ ก็จะเป็นมาตรฐานที่

300
00:20:35,316 --> 00:20:37,930
ใช้กันมาสืบเนื่อง และสุดท้ายก็จะเป็น Open Standard มันเป็นมาตรฐานที่เรารู้จักกันอยู่แล้ว

301
00:20:37,930 --> 00:20:38,552
เป็นสากล จัดขึ้นแล้ว

302
00:20:38,552 --> 00:20:42,552
มาตรฐานที่เขาใช้ขึ้นมา

303
00:20:43,825 --> 00:20:45,343
นับมาหลาย ๆ ปีอยู่แล้วนั่นเองนะคะ

304
00:20:45,343 --> 00:20:49,343
เขตของมาตรฐานทั้ง 3 แบบนะคะ The expanded defects Standard แล้วก็

305
00:20:54,160 --> 00:20:54,723
Open Standard ราคา 3 อัน

306
00:20:54,723 --> 00:20:57,443
ถัดมาเมื่อเรารู้

307
00:20:57,443 --> 00:21:01,443
ประเภทของตัวมาตรฐานเรียบร้อยแล้ว คราวนี้เราก็จะมาดู

308
00:21:02,667 --> 00:21:06,667
สไลด์ต่อไปของเรานะคะ

309
00:21:06,817 --> 00:21:10,817
องค์กร

310
00:21:12,578 --> 00:21:13,586
หรือว่าองค์การมาตรฐาน

311
00:21:13,586 --> 00:21:17,586


