--- title: (Revoice) มาตรฐานสากลด้านเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์และดิจิทัล subtitle: date: วันพฤหัสบดีที่ 24 พฤษจิกายน 2565 เวลา 12.50 น. --- (ข้อความสดจากระบบถอดความเสียงพูดทางไกล) สวัสดีค่ะ สวัสดีล่ามด้วยนะคะ วันนี้เราก็จะมาเริ่มเรียนตัวมาตรฐานโดยลงรายละเอียดเป็นมาตรฐานตัวแรกนะคะ IEEE ของเรา เราจะมาดูว่ามาตรฐาน IEEE เราจะเลือกตัวมาตรฐานที่ใกล้ตัวเรามากที่สุดนั่นเอง มันจะมีตัวมาตรฐานอะไรบ้างนะคะใช้รหัสตัวเลขอะไรพร้อมตัวสัญลักษณ์ตัวอักษรแทนด้วยอะไรบ้าง แล้วบ่งบอกมีความหมายอะไรบ้าง นั่นเองนะคะ เราพูดไปแล้วนะคะ ตัวมาตรฐานคือการรวมตัวของวิศวกรของอเมริกานะคะ เกี่ยวกับวิศวกรไฟฟ้าแล้วก็วิศวกรอิเล็กทรอนิกส์นะคะ ทำการร่วมมือกัน เกี่ยวกับการดำเนินการวิจัยและพัฒนาการทำงานนะคะ ไม่ว่าจะเป็นระบบด้านไฟฟ้า โทรคมนาคมไฟฟ้ากำลังแล้วก็ระบบแสงนะคะ ระบบการสื่อสารว่าอยู่ภายใต้นะคะ ระบบไฟฟ้าเช่นเดียวกันนะคะ หรือว่าเป็นแขนงหนึ่ง ถือว่าเป็นไฟฟ้าสื่อสารแน่นอนเพราะว่าการสื่อสารของเราต้องใช้กำลังไฟมาให้เป็น ถ้าไม่มีไฟฟ้าตัวนี้ก็ไม่สามารถที่จะสื่อสารกันได้ถูกไหนไม่ว่าจะเป็นอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ต้องมีพลังงานไฟฟ้านะคะ ตัว IEEE ก็จะเป นตัวมาวัดมาตรฐานอุปกรณ์ข้อตกลงต่าง ๆ นะคะ ของการใช้งานเกี่ยวกับการสื่อสารของเราไม่ว่าจะเป็นอิเล็กทรอนิกส์วัดคุ้มนะคะ IEEE ก็จะเป็นระบบอีกระบบหนึ่งนะคะ ของวิศวกรนะคะ ที่ทำการควบคุมดูแล ตัวไหนมากำหนดอยู่กันนะคะ โดยกลุ่มที่มากับตัวมาตรฐานที่ดีก็คือจะแบ่งตามความเชี่ยวชาญอย่างไฟฟ้าก็จะมีไฟฟ้าสื่อสารไฟฟ้ากำลัง ไฟฟ้าสื่อสาร ก็เหมือนไฟฟ้าโทรศัพท์ เหมือนไฟฟ้าตามบ้านเราที่เราใช้งานอยู่ทั่วไป อันนี้น่าจะมองภาพออกแล้วเหมือนองค์การโทรศัพท์ องค์การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคต่าง ๆ นะคะ โดยแต่ละกลุ่มนะคะ ก็จะได้รับหมายเลข IEEE บอกว่าหมายเลขตัวนี้แทนด้วยการวัดมาตรฐานของการทำงานอะไร ของอุปกรณ์ไหม หรือข้อปฏิบัติต่าง ๆ หรือเปล่านะคะ เราจะมาดูมาตรฐาน IEEE นะคะ โดยจะแบ่งโดยเริ่มจากมาตรฐาน 802 นะคะ 802 จะเป็นรูปแบบของการศึกษานะคะ เริ่มด้วย 802.1 นะคะ จะเป็นการจัดการระบบเครือข่าย เช่น การตรวจสอบเวลาเราใช้งานระบบเครือข่ายในมหาวิทยาลัยปากนะคะ เข้าไปใช้งาน asset point พวก tWiFi AIS WiFi นะคะ จะมีรูปแบบการตรวจสอบและรับรองผู้อำนวยการหรือว่า organisation authentication คืออะไร ก็คือเรามี username password ในการใช้งานเองระบุตัวตน นักศึกษาเป็นนักศึกษาคนไหนชื่ออะไร ID อะไร เริ่มเข้ามาใช้งานไปกี่โมง เลิกงานกี่โมง แล้วก็เลิกใช้งานเท่าไหร่นะคะ เท่าที่ค้นหาข้อมูลอยู่ที่เว็บไซต์อะไรบ้าง หรืออัปโหลด ดาวน์โหลดข้อมูลอะไรบ้างนะคะ อันนี้ก็จะเป็นการบวกภาพนักข่าวบอกระบุว่าเป็นเจ้าหน้าที่เป็นอาจารย์นะคะ มีระดับความสามารถในการใช้งานอะไรบ้าง ที่จะเป็น 802.1 อัตรา 802.2 กำหนดการเชื่อมต่อ เราปีต่อกับปี 3 นะ เรียนมาแล้วถูกไหม OSI layer เรียนมาแล้วคุ้น ๆ ไหม OSI นะคะ ว่าจะเป็นรถยี่ห้อ logical Link Control นะคะ ยิงเลเซอร์ 2 OSI Thai model ตอนหลังสไลด์อาจารย์จะพูดถึงต่าง ๆ ต่าง ๆ ว่ามันมีข้อจำกัด การเชื่อมต่อแตกต่างกันอย่างไรนั่นเองนะคะ ถัดมา IEEE ตัวที่ 3 ของเราก็ทำเป็น 802.3เป็นเครือข่ายอินเทอร์เน็ตเครือข่ายอินเตอร์เน็ตก็จะเป็นการเริ่มต้นของการเชื่อมต่อของระบบเครือข่ายภายในนั่นเองเวลาการเชื่อมต่ออุปกรณ์ ผู้รับแล้วก็ผู้ส่งในการส่งข้อมูลระหว่างกันไม่ว่าจะเป็นข้อมูลรูปภาพหรืออะไรก็แล้วแต่นะคะ เขาก็จะมีลักษณะการส่งข้อมูลจากต้นทางปลายทางอย่างไร แล้วส่งข้อมูลแล้วกรณีที่ข้อมูลไม่ถึงปลายทางเขามีเงื่อนไขหรือวิธีการนั่นเองนะคะ ส่งไปแล้วมีแอคชันกลับมาใหม่ว่าส่งกลับไป 20 ข้อความแล้วปลายทางเราไปได้ แล้วมันหรือว่าขาดหายระหว่างทางเช็กได้อย่างไรนั่นเองนะคะ ฃ802. 4มาตรฐาน 802.5 เป็นรูปแบบการเชื่อมต่อเครือข่าย เชื่อมต่อแบบไหนที่ง่ายที่สุดนะคะ Token Bus Token Ring แตกต่างอย่างไรมีการใช้อุปกรณ์แบบไหนแบบไหนฐานข้อมูลได้เร็วหมายในกรณีที่อุปกรณ์ คำตอบภายในระบบเสีย 1 ตัว ทำให้อุปกรณ์ล่มไหมหรือว่าไม่ล่ม หรือว่าจะสามารถใช้งานการศึกษาเหล่านี้ได้อยู่บ้างหรือเปล่านะคะ เดี๋ยวเราจะมาพูดอีกว่ามีอุปกรณ์ภูมิวิทยานะคะ กระจายสัญญาณส่งข้อมูลแบบไหนแล้วก็เชื่อมต่อแบบไหน ที่มันมีการส่งต่อข้อมูลที่มีข้อเสียอะไร เราจะลงรายละเอียดแต่ละตัวนะคะ ถัดมา 802.6 มาตรฐาน Man นะคะ area Networkเป็นการส่งข้อมูลภายในเมืองก็คือการสื่อสารที่มีการมีให้บริการมากยิ่งขึ้นนะคะ เริ่มแรกอาจจะอยู่ใน 1 ห้องขยายเป็นตึก ตึกขยายเพิ่มขึ้นนะคะ เป็นเหมือนกันเองนะคะ เราก็จะมาดูว่าข้อกำหนดสื่อสารระหว่างเมืองในเมืองของเรานี่มีการสัญญาณใหม่สัญญาณอย่างไร ทำให้ครอบคลุมพื้นที่นั่นเองนะคะ จัดมา 802.7 มาตรฐานการส่งสัญญาณแบบ Broadband นั่นเองนะคะ วันนี้จะพูดถึงบอร์ดแนนนะคะ มีการส่งข้อมูลอย่างไรนะคะ Broadband ต่างกันอย่างไรก็จะมีการส่งข้อมูลนะคะ คัมภีร์พร้อมกันนะคะ จัดอะไรแบรนด์คือการส่งข้อมูล Broadband วัดสามารถรับส่งข้อมูลความถี่พบกันนะคะ มันก็จะสะดวกสบายมากยิ่งขึ้นนั่นเองเดี๋ยวเราจะมาดูความแตกต่างของการส่งข้อมูล Broadband และ Wireless Lan ต่างกันอย่างไร ถัดมาม่านำแสงนะคะ ปัจจุบันนี้เมื่อก่อนเวลาเราใช้ระบบอินเทอร์เน็ตภายในบ้าน ก็จะเป็นสายทองแดงที่ใช้ในการเชื่อมต่อนะคะ ปัจจุบันก็จะเพิ่มขึ้นพัฒนาเป็น Fiber Optic หรือว่าเป็นใยแก้วนำแสงนะคะ ไฟเบอร์ข้อเสียของเขาก็จะมีเนื่องจากแก้วนะคะ Fiber Optic หรือว่าการแตกหักรักษาหรือว่าการเข้าหัวก็สามารถที่จะใช้บุคคลเฉพาะนั่นเองนะคะ หรือว่านิยมใช้มากขึ้นเพราะว่าส่งสัญญาณได้ไกล แล้วก็พวกสัญญาณรบกวนก็จะค่อนข้างน้อยลงนั่นเองนะคะ ถัดมา 802.9 นะคะ ก็จะเป็นการรวมเทคโนโลยีเทคโนโลยีแลนด์นะคะ ภาพของภาคเหนือง่าย ๆ ให้มองแบบการศึกษาในระบบโทรศัพท์บ้านเรานั่นเองนะคะ เวลาเราผ่านโทรศัพท์นะคะ ก็จะมีชุมสายนะคะ ในการเชื่อมต่อแต่ละจุดนะคะ เหมือนสมมุติ โทรศัพท์แต่ละจังหวัดมันก็จะมีขึ้นข้างหน้าใช่ไหม บ้านเราก็จะเป็น 042 น ใช่ไหมคะ ต่างประเทศกรุงเทพฯจะเป็น 02 ก็จะมีจุดแล้วก็กระจายสัญญาณแต่ละที่จะเป็นการส่งข้อมูลแบบ isdn นั่นเองนะคะ ถัดมา ตัวมาตรฐานแท้ 802.10ความปลอดภัยปลอดภัยกว่านี้ก็ค่อนข้างสำคัญ สมมุติเดี๋ยวนี้เรามีลักษณะ internet banking มันใช้เติมเงินนะคะ ช้อปปิ้งออนไลน์ต่าง ๆ ที่ค่อนข้างเพิ่มมากขึ้น ความปลอดภัยตรงนี้จะมีได้อย่างไร ในกรณีที่เรากรอกรหัสบัตรเครดิตเข้าไปนะคะ ทำการโอนเงินถอนเงินนะคะ หรือว่าช้อปปิ้งออนไลน์เข้ามาความปลอดภัยตรงนี้ จะโดนผู้อื่นนำข้อมูลเหล่านี้ไปได้หรือเปล่านะครับ เพราะว่าบางทีจะเอาผ้าอยู่ดี ๆ ก็จะมี SMS แจ้งเตือนมาว่า คุณใช้โอนเงินไปนี้ ซื้อสินค้าอาจจะขึ้นเป็น US Dollar นะคะ ต่างประเทศขึ้นมาเราจะเช็กได้อย่างไร แล้วตัวระบบที่เราใช้บนเครือข่ายจะมีความปลอดภัยถึงระดับไหนนั่นเองนะคะ ถัดมา 802.11 เป็นมาตรฐานที่ใกล้ตัว นักเรียนมากที่สุดนักเรียนนักศึกษานะ เพราะว่าเป็น wireless หรือว่าตัว WiFi นะคะ เวลาเราเชื่อมต่อนะคะ ใช้สมาร์ทโฟน แท็บเล็ตนะคะ Notebook ขึ้นมานี่ ในการเชื่อมต่ออุปกรณ์สื่อสารนะคะ เข้าในรั้วมหาวิทยาลัยหรือว่าจะอยู่ที่หอพักต่าง ๆ มันก็จะมีอุปกรณ์เหล่านี้ขึ้นมา ถัดมา 802.12 นะคะ ความเข้าใจนะคะ ความสำคัญความต้องการของการเข้าใช้งานระบบเครือข่าย ลำดับความสำคัญของการใช้งาน เวลาเราดึงข้อมูลนะคะ เข้าสู่อินเทอร์เน็ตมันจะมีการเข้าถึงแบบ ที่เป็นรูปแบบตัวอักษรรูปภาพหรือว่าจะเป็นมัลติมีเดีย ความสำคัญในการใช้งานก็จะค่อนข้างแตกต่างกัน เวลารับส่งข้อมูลถ้าเป็น เป็นตัวอักษร การไล่เรียงลำดับที่สุด เราก็สามารถประกอบ แล้วก็เป็นข้อมูลที่สามารถสื่อสารไปยังปลายทาง แต่ในกรณีที่เป็นรูปแบบของเสียง ถ้ามันเรียงลำดับไม่ถูกต้องแน่นอนท้ายที่สุด แล้วข้อมูลเสียงของเราก็จะไม่คุ้มประโยชน์ถูกไหมคะ อันหลังมาก่อน อันหน้ามาก่อนเรา เข้ามาดูลำดับความสำคัญและความต้องการของข้อมูลของเรามาตรฐาน 802.14 เป็นโมเด็ม เป็นอุปกรณ์ตัวแรกที่ใช้ในการสื่อสารนะคะ ประเทศเราก่อนจที่จะมีการใช้อินเทอร์เน็ตทั่วไปบ้านเราที่มีสวิตช์เสียงปุ๊บ สามารถที่จะ login เข้าไปใช้งานได้เลยนะคะ เริ่มแรกนะคะ คือผ่านระบบเครือข่ายมีตัวอุปกรณ์ที่เรียกว่าระบบโมเด็มในการรับส่งข้อมูลหรือว่าตัวได้เข้าไปหรือหมายเลขโทรศัพท์เพื่อทำการ Connect ไปยังที่เราใช้บริการไม่ว่าจะเป็นองค์การโทรศัพท์หรือว่าโทรศัพท์ที่ให้บริการ เชื่อมต่อไปยังปลายทางนั่นเองนะคะ เดี๋ยวสไลด์ถัด ๆ ไป อาจารย์ก็จะพูดถึงตัวโมเด็ม ว่าเขามีการเชื่อมต่อและส่งข้อมูลอย่างไรนั่นเองนะคะ ถือว่าเป็นการสื่อสารเริ่มแรกเลยตัวโมเด็มตัวนี้ ถัดมา 802.15 กำหนดพื้นที่เครือข่ายไร้สายส่วนบุคคลเวลาใช้อุปกรณ์สื่อสารนะคะ ระบบโทรศัพท์รับสมัครงานใช่ไหมคะ ใกล้ ๆ ก่อนเพื่อจะได้เข้าใจว่าเวลาเราใช้มือถือ ขึ้นเขาลงพื้นที่วัดบนเขาสัญญาณที่มันน้อยลงนะคะ กลับมามองที่เครือข่ายไร้สายส่วนบุคคลนะคะ สมมุติเราให้บริการระบบเครือข่าย สมมุติอยู่ในมหาวิทยาลัยหรือว่าเป็นที่บ้านของเราก็ต้องมีพื้นที่ที่ครอบคลุมนะคะ ว่าตัวกระจายสัญญาณของเราเขาให้พื้นที่ครอบคลุมเท่าไหร่ เวลาพวก Network ต้องการคำนวณสมมุติชั้น 1 มีตัว access point ที่จะครอบคลุมพื้นที่ area network ว่าแล้วที่สำคัญก็คือครอบคลุมแล้วก็ไม่ พูดง่าย ๆ ทั้งคุ้มทุนแล้วก็ครอบคลุมด้วยนั่นเอง มันก็ต้องมาควบคู่กันนะคะ คราวนี้ 802.16 จะเป็นมาตรฐานบอร์ดแบนแบบไร้สายหรือว่า คือเมื่อกี้มันเป็นรูปแบบของนิสัย ถ้ารูปแบบของไร้สายจะมีมาตรฐานตัวนี้เข้ามาก็คือ 802.16มีทั้งมีสายเราก็ไร้สายตัดมาแล้วจะมาพูดถึงพี่บอกว่าตัวที่ใกล้ที่สุดก็คือ 802.11 นะคะ ตัวนี้ก็จะเป็นลักษณะการโครงข่ายไร้สายของเรานะคะ โดยจะกำหนดที่ตัวเลข 80 11แล้วจะตามด้วยตัวอักษรภาษาอังกฤษตามมาก็ระบุว่าแต่ละตัวขายอะไรบ้าง a b c n ล่าสุดก็จะเป็น AC นั่นเองกำลัง เดี๋ยวเราจะมาดูนะคะ มาตรฐาน 802.11 ที่ใช้อยู่แล้ว แล้วก็คุ้นเคยอยู่แล้ว เชื่อมต่อตัวระบบไร้สายของอุปกรณ์นะคะ โดยนะคะ อุปกรณ์ที่เราใช้กันงาน รับข้อมูลแล้วก็ส่งข้อมูลนะคะ ระหว่างอุปกรณ์ 2 ชนิดนะคะ ตัวรับตัวส่งก็ได้เช่นเดียวกัน อาจจะเป็นสาย Lan กับ WiFi หรือว่า WiFi กับสายแลนก็ได้นะคะ เมื่อมีตัวเครือข่ายตัวนี้ที่มา เราก็ต้องมาเลือกมาตรฐานแล้วก็พอที่มารองรับการใช้งานนะคะ และการเข้ากันของเทคโนโลยีด้วย อันไหนมันเหมาะสมนะคะ ซื้อมาจากต่างประเทศมันรองรับกับความถี่ในบ้านเราหรือเปล่า หรือว่าใช้ได้ในเฉพาะต่างประเทศนะคะ ต้องดูอุปกรณ์ที่เราสามารถรองรับการใช้งานที่บ้านเราได้ด้วยนั่นเอง เรามาดูที่มาตรฐาน IEEE 802.1a นะคะ ตัวนี้มีความสามารถในการรับส่งข้อมูลปี 54 MB เปอร์เซ็นหรือว่าเมกะบิตต่อวินาทีนั่นเองนะคะ ใช้ย่านความถี่ ความถี่ที่เราใช้ 5 ghz ซึ่งความถี่นี้ไม่ได้รับอนุญาตใช้ในประเทศไทย นะคะ ก็คือต่างประเทศอาจจะมีใช้บ้างแล้วแต่ แต่ละประเทศได้หรือเปล่านะคะ บางคนอาจจะสงสัยว่าย่านคลื่นความถี่เป็นอย่างไรเหมือนฟังวิทยุเอเอ็ม เอฟเอ็ม คลื่นความถี่ก็จะขึ้นคนละคลื่นนะคะ เขาก็จัดสรรความถี่ ว่าไปใช้อะไรได้บ้าง ขณะเดียวในการรับส่งข้อมูลต่าง ๆ นะคะ ความจริงใช้ทางราชการ ไหม หรือเกี่ยวกับธุรกิจพาณิชย์อย่างนั้นเอง สำหรับประเทศไทยก็จะเอาย่านความถี่นะคะ ที่ 5 ghz ตรงนี้มาใช้เกี่ยวกับดาวเทียม เดี๋ยวเราก็จะมาเรียนด้วย ส่งข้อมูลแบบดาวเทียมครอบคลุมระยะไหนนะคะ พื้นโลกใหม่นะคะ ที่ความถี่เท่าไหร่ เป็นระยะทางไกลเท่าไหร่ แล้วมีตัวกระจายสัญญาณหรือว่าอุปกรณ์กระจายที่ช่วงนะคะ ที่เท่าไหร่นั่นเอง ข้อเสียอย่างที่บอกไปแล้ว 802.11 a เนื่องจากเป็นบรรทัดฐานที่ไม่ได้ใช้ทั่วไปแล้วก็ไม่ได้ใช้ในประเทศไทยนะคะ มาตรฐานที่เชื่อมต่อกับความถี่สูง ๆ นะคะ ระยะทางที่ใช้ในการส่งข้อมูลนี่ จะค่อนข้างต่ำ ก็คือประมาณ 35 เมตรนะคะ ไม่ไกลเท่าไหร่ หรือในโครงสร้างปิด ถ้าเป็นตึกอาคาร ทำไมถึงพูดเป็นตึกอาคารก็คือในกรณีที่ไม่มีสิ่งกีดขวางนะคะ ก็จะได้ที่ 120 เมตร บางคนบอกว่า ทำไมต้องเป็นพื้นที่ปิดแล้วต่างกันอย่างไรถ้าเป็นข้างนอกตัวรถมันสัญญาณไม่ว่าจะเป็นต้นไม้ตึกอาการเวลาคลื่นความถี่ทั่วไปเขาจะใช้แล้วทำให้พลังงานในการส่งข้อมูลลดน้อยลงนะคะ ดังนั้นผู้รับก็จะได้รับข้อมูลได้ไม่ครบถ้วนนะคะ อันนี้ก็จะเป็นเหมือนอุปสรรคต่าง ๆ คลื่นความถี่นึกว่าเป็นตึกอาคารหรือว่าสภาพแวดล้อม กรณีฝนตกนะคะ ไม่สะท้อนกับตัวนะคะ พวกนี้จะลดทอนให้นะคะ ก็จะมีปัจจัยหลาย ๆ อย่างนะคะ ในการส่งคลื่นความถี่นี้ แล้วก็ผลิตภัณฑ์ไร้สาย ตัวมาตรฐาน 802.11 a จะได้รับความนิยมน้อย อย่างที่ พี่บอกไปว่า สามารถใช้กับไทยได้นะ มันเป็นเหมือนคลื่นความถี่ที่กำหนดไว้นะคะ แล้วก็ไม่สามารถใช้กับอุปกรณ์ที่รองรับมาตรฐาน 1802.11 a ก็ใช้กับเพื่อนมันเองนะคะ ใช้กับเพื่อนไม่ได้ขับตัว Series เดียวกันก็คือ 802.11 a เท่านั้น ข้อเสีย ถัดมาเมื่อเราพบถึงข้อเสียของมาตรฐาน 802.11 เอ แล้วจะเกิดตัวมาตรฐานตัวใหม่ขึ้นมาก็คือ 802.11 B โดยนะคะ เราจะใช้เทคโนโลยีที่เรียกว่า cck นะคะ Complimentary Code Keying com มันก็จะเป็นเทคนิคนะคะ ในการส่งข้อมูลเช่นเดียวกัน เพราะเข้ามาเกี่ยวอีกว่าจะมีว่าการส่งสัญญานี้ส่งอย่างไรนะคะ เอากตัว clock มาใส่ที่ช่วงไหนล่ะคะ ร่วมกับเทคโนโลยี dsss นะคะ Direc ซีเควนเป็ดสเปกตรัมนะคะ พอดีเข้าไปนะคะ มดที่เราส่งไปที่อยู่ที่ 54 นะคะ B ความเร็วตอนนี้ที่ใช้ก็คือ 11 MB อันนี้ที่ใช้ที่ย่านความถี่ 2.4 ghz นะคะ เมื่อกี้ 802. 1 A นะคะ จะเห็นว่าจะลดลงนะคะ เห็นว่าเป็นย่านที่ความถี่สาธารณะทุกคนสามารถที่จะใช้งานได้แล้ว ไม่เหมือนกับ 802.11a นั่นเองก็คือสามารถใช้ทางวิทยาศาสตร์อุตสาหกรรมการแพทย์นะคะ ย่านความถี่ที่สามารถนิยมเอาไปใช้นั่นเองนะคะ ใช้กับอุปกรณ์ตัวอื่นก็ได้ ใครก็สามารถเอามาใช้ในด้านต่าง ๆ ได้นั่นเองนะคะ ข้อดี เนื่องจากตัวนี้นี่ ใช้คลื่นความถี่นะคะ ที่ไม่ได้ใช้พลังเยอะนะคะ ทำให้การส่งสัญญาณดีก็จะมีระยะทางที่ไกลกว่าเดิมนะคะ เมื่อกี้ 34 อันนี้ก็จะเป็น 38 เมตร เมื่อกี้อยู่ที่ 100 หน่อย ๆ อันนี้ถ้าเป็น 140 เมตรนะคะ ในที่โล่งแจ้งนะคะ แล้วก็สามารถใช้กับอุปกรณ์ รองรับตัวอื่นได้นะคะ ไม่ว่าจะเป็น a หรือ B นะคะ หรืออุปกรณ์ที่มีเครื่องหมาย wi-fi หรือว่า wifi สามารถใช้กับอุปกรณ์เหล่านี้ได้ รับการทำงานแล้วก็การเชื่อมต่อระหว่างกันได้นั่นเองนะคะ มันก็คือใช้กับเพื่อนไ ไม่มีปัญหา ไม่จำเป็นต้องซื้อตัวมาตรฐานเดียวกัน มาตรฐานก่อน ก็เอามาใช้ได้นั่นเองนะคะ เอามาพัฒนาให้ดีขึ้นแล้วให้มันหลากหลาย แล้วก็ใช้งานได้มากขึ้นนั่นเองนะคะ ถัดมามาตรฐาน 802.11 e ก็จะรองรับการใช้งาน Application ได้มาติมีเดีย Voice Over IP ก็คือสื่อมัลติมีเดียเป็นถามว่าวันที่พร้อมไปกับตัวส่งสัญญาณหรือว่าส่งข้อมูลได้เฉพาะ IP ไม่มีเสียงใช่ไหมคะ กับคอมพิวเตอร์ตัวอักษรการสื่อสารข้อมูลทั่วไปคราวนี้ส่งเป็นแบบ Real Time ก็คือสามารถส่งเสียงได้ด้วย ส่งไปรับกลับนะคะ พวกคือสามารถที่จะเอาเสียงติดกับตัว IP ของเรานะคะ ก่อนนะครับ ถ้าสมัยก่อน voip จะเป็นความนิยมค่อนข้างสูงนะคะ ช่วยลดปัญหาในการใช้งานในก่อนนะคะ ยังไม่มีตัว IP เขาจะใช้ระบบโทรไปต่างประเทศไปแต่ละที่จังหวัด อำเภอต่าง ๆ มหาวิทยาลัยที่มีหลายวิทยาเขต โทรศัพท์ที่มีหลายสาขานะคะ ตัวนี้ก็จะเข้ามาแก้ปัญหา เมื่อต้องการโทรไปยังสาขาอื่นนะคะ ยังไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายก็สามารถที่จะเชื่อมต่อผ่านตัวระบบไอทีหรือว่าสายแลนของเราตัวนี้อากาศประเทศเป็นการเชื่อมต่อระหว่างประเทศหรือว่าทวีปนั่นเองนะคะ อันนี้ค่อนข้างจะนิยมเกี่ยวกับบริษัทที่มีข่ายค่อนข้างเยอะ มันจะช่วยประหยัดกดหมายเลขที่ระบบถึงจังหวะหรือว่าระบุถึงประเทศเราสามารถใช้เบอร์ภายในโทรหากัน เหมือนมหาลัยเราตอนนี้ voip เช่นเดียวกัน ก็ต่อสายแลนเข้ากับตัวระบบโทรศัพท์ในองค์กรของเรา จะโทรเข้าสาขา บัญชี หรือว่าแผนก ใช้คู่ละกันนะคะ การเดินทางนะคะ ก็ถามว่าจะต้องเสียค่าใช้จ่ายนะคะ ในกรณีที่วิทยาถ้าเป็นพวกอุปกรณ์นะคะ ที่อาจารย์เคยเข้าไปให้บริการนู่นนี่นั่นใช้ระบบ voip ใช้เพื่อให้ประหยัด ค่าใช้จ่ายเวลาโทรไปละวิทยาเขต ไม่ต้องเสียเงิน ไม่เสียเงินค่าโทรข้ามระหว่างประเทศอันนั้นก็ใช้ได้ด้วยกัน บริษัท บริษัทแต่ละทวีปที่เป็นประเทศใด ๆ นะคะ การเชื่อมต่อก็จะคือจะใช้ลักษณะ VIP การคุยระหว่างโทรศัพท์ภายในก็ใช้ VIP เพื่อลดค่าใช้จ่าย อาชีพแบบนี้มันก็ต้องมีพวกไปเอาตัวนี้นั่นมาเชื่อมต่ออีกเพื่อเป็นการป้องกันแล้วก็ยืนยันต้นทางกับปลายทางคุณมาถูกทางแล้วก็สามารถส่งข้อมูลถึงกันได้นั่นเอง โดยเราจะมีลักษณะการนำหลักการ หรือว่า of service ขึ้นมานะคะ ว่าการเชื่อมต่อหรือการให้บริการแบบนี้มีคุณภาพดีไหมตรงการเลือกใช้อะไรหรือเปล่า โดยปรับปรุง โดย Mac layer นะคะ เดี๋ยวค่อยว่ากันว่า layer หรือว่าชั้นในการทำงานต่าง ๆ ถัดมาเรามาดูตัวมาตรฐานเทคโนโลยีตัวต่อมานะคะ มาตรฐาน aiap interests Inter Access Point Protocol ว่าจะเป็นมาตรฐานที่ออกแบบสำหรับผู้ใช้งานการเคลื่อนที่ข้ามเขต สมมุตินะคะ แรก ๆ นี่เวลาเราใช้งานระบบเครือข่ายโทรศัพท์ ตัวกระจายสัญญาณก็จะเป็นเสาโทรศัพท์ที่เราน่าจะเคยเห็นเป็น Tower ขาวแดง ที่ปักตามที่บริการ ดังนั้นเวลาเราขับรถหรือว่าเคลื่อนย้ายตัว Smartphone หรือว่าแท็บเล็ตหรืออะไรก็ตามที่เราใช้ในการสื่อสารข้ามเขตไป ในการสื่อสารจากเสาที่อยู่บริเวณสมมุติเราไปอุดรธานีเอาง่าย ๆ สกลจะเดินทางไปอุดรธานีไปเซ็นทรัลใช่ไหมคะ การจับตัวเสาสัญญาณจากสกล มันก็ไปต่างอำเภอ แล้วก็ย้ายไปที่อุดรธานี เสาสัญญาณจะทำการจับแล้วก็ปรับเปลี่ยน เมื่อเข้าเขตพื้นที่ 1 นะคะ เพราะว่าตัวกระจายสัญญาณนี่จะให้บริการเฉพาะพื้นที่เขาควบคุม ถ้ามีการเคลื่อนที่ หรือย้ายตัวพื้นที่นี่ มันเสาสัญญาณใหม่ที่ให้หรือว่ามีคลื่นที่ข้างแรงกว่า เพื่อให้บริการเคลื่อนที่เชื่อมต่อได้ทั่วถึงแล้วก็ไม่หลุดนั่นเองนะคะ ลักษณะเดียวกันกับตัว access point หรือการโรมมิ่งตัวสัญญาณระหว่างกัน อันนี้ก็จะเป็นตัวมาตรฐาน 802.11 a นะคะ ถัดมาตัวมาตรฐาน 802.11 g นะคะ ก็ถูกพัฒนามาจาก A มาเป็นบี แล้วก็มาบี มาเป็นมาตรฐาน 1 g นะคะ โดยเราจะใช้ความถี่ที่ 2.4 ghz 2.4 ghz ก็คือตัวมาตรฐาน 802.11 g นะ ถ้าจำได้นะ แล้วก็รับส่งข้อมูลอยู่ที่ 54 เมกะบิตเปอร์เซ็นต์ ซึ่งเท่ากับตัวมาตรฐาน 2.1 A ความจริงอยู่ที่ 2.4 เหมือนกับมาตรฐาน B นะคะ แล้วก็ส่งข้อมูลอยู่ที่ 82.11 Aก็คือ โดยจะมีรัศมีการทำงานที่มากกว่า 802.11 A นะคะ แล้วก็สามารถร่วมกับมาตรฐาน 802.11 B นั้นเองแล้วก็ 12.1 มีนั่นเองก็คือผู้พัฒนาทำข้อดีทั้ง 802.11 A 802.11 d มาทำงานร่วมกันส่งข้อมูลที่เพิ่มมากขึ้นนั่นเอง ตัวแรก ๆ จะเป็นต้นในการออกแบบ แล้วก็พัฒนาตัวอักษรเพิ่มมากขึ้น เพื่อให้สภาพที่ดีมากขึ้นนั่นเองนะคะ เนื่องจากเราใช้คลื่นความถี่อยู่ที่ 1.4 เปอร์เซ็นต์ก็จะเป็นคลื่นความถี่สาธารณะก็จะสามารถใช้กับตัวมาตรฐานตัวเก่า ๆ ได้นะคะ ต่เนื่องจากเป็นความถี่สาธารณะก็คือจะมีคนที่ค่อนข้างมาใช้ความถี่นี้ค่อนข้างเยอะ ดังนั้นสัญญาณรบกวนที่จะเกิดขึ้น ก็จะมีแน่นอนในการส่งข้อมูลระหว่างกันนะคะ ถัดมามาตรฐาน 802.11 h นะคะ อันนี้ก็จะเป็นคลื่นความถี่ที่ 5 ghz 5 ghz ก็เท่ากับตัว 802.11 A ส่วนมากคลื่นความถี่นี้ จะถูกนำมาใช้กับประเทศ แถบทวีปยุโรปก็คือแถบบ้านเราไม่ได้นำความ 5 ghz ตัวนี้มาใช้งานนั่นเองนะคะ วันนี้ครูจะบอกไว้เป็นตัวมาตรฐานที่เขานำมาใช้ ถัดมา 802.11 i ว่าจะเป็นการรักษาความปลอดภัยของตัวระบบเครือข่ายนะคะ เนื่องจากระบบเครือข่ายไร้สายนี่ค่อนข้างมีผู้ใช้งานนี่ค่อนข้างเยอะ ถูกไหมคะ สมาร์ทโฟนเดี๋ยวนี้เรามีทุกคนนะคะ การเชื่อมต่อระบบเครือข่ายก็ง่ายมาก ดังนั้นการเข้าฟังก์ชันรหัสที่เรานำมาใช้ก็จะเป็น WBC นะคะ ที่ 64/1 128 bit นะคะ ตรงนี้ซึ่งไม่เพียงพอต่อการใช้งานนะคะ การรักษาความปลอดภัยตัวนี้นะคะ ก็จะถูกตัว มาตรฐานตัว 802.11 i ตัวนี้นี่เข้ามาควบคุมดูแล จะมีการใช้งานมากขึ้น คนใช้งานมากขึ้นตัวมาตรฐานตัวนี้จะมีข้อกำหนดอะไรเพิ่มมานะคะ แล้วก็มีการเข้ารหัสนะคะ ในการส่งข้อมูล ไม่ว่าจะเป็น wp ฃa นะคะ WPA2 แล้วก็ AES นะคะ ตอนนี้เข้ามาว่าตัวระบบที่เราใช้งานนี่ ของตัวอุปกรณ์นี่เราจะใช้ตัวระบบเข้ารหัสในรูปแบบไหน wpa น่าจะเคยได้ยินอยู่นะ ถ้าเคยเรียนตัวเครือข่ายมาก่อนนะ ตัวนี้ แปลว่าอาจารย์ไปกันทบทวนให้นะก็มีการใช้งานแบบไหนบ้างนะคะ ถัดมา ตัวอักษรเราเยอะเหลือเกินมาถึงตัว k ของเราแล้ว 802.11 k นะคะ ก็จะเป็นระบบเครือข่ายไร้สายนะคะ จัดการเกี่ยวกับคลื่นวิทยุเลือกช่องสัญญาณ เราจะเลือกช่องสัญญาณอย่างไร มีการโรมมิ่งควบคุมกำลังส่ง ก็จะมีการคิดนิดหนึ่งว่าช่องสัญญาณไหนที่มันเหมาะสม การโรมมิ่งทำอย่างไร การหารัศมีการใช้งานของเครือข่ายแอมป์ ระยะห่างเท่าไหร่ถึงจะเหมาะสมที่จะวางตัว client ในการเชื่อมต่อนั่นเอง ในการรับส่งสัญญาณให้มันเหมาะสมกับตัวอุปกรณ์ที่มีและตัว client จำนวน client นั่นเองนะคะ ฟังไปเข้าคร่าว ๆ ก่อนนะ อันไหนที่คิดว่านักศึกษาน่าจะใช้งานบ่อย เดี๋ยวอาจารย์จะอธิบายเพิ่มเติมนะคะ ของตัวมาตรฐานขึ้นมา ตอนนี้ก็จะเป็น 80 2.11k ยังไม่หมดนะคะ 802.11 นี่ค่อนข้างเยอะขับมานะครับ 802.1x น่าจะเป็นระบบรักษาความปลอดภัย ก่อนเข้าใช้ระบบเครือข่ายที่เราบอกว่าต้องมีสิทธิ์ตรวจสอบสิทธิ์ก่อน มันใช้ตัวมาตรฐานโปรโตคอลไม่ว่าจะเป็น l e a p ตัวย่อเยอะมากพตัวนี้ พูดง่าย ๆ คือไปเช็กสิทธิ์ก่อนข้อมูลที่เข้ามาผ่านการเชื่อมต่ออุปกรณ์แบบไหน ไปเช็กว่าสิ่งที่เรามีนี่สามารถใช้งานได้ไหมนะคะ แล้วใช้งานได้ถึงขั้นหรือว่าระดับไหนนั่นเองนะคะ วันนี้ก็จะเข้ามาดูแลความปลอดภัยของตัวไร้สายของเรา มี a b g ถัดมาก็จะเป็น n มาตรฐานตัวนี้นะคะ ก็จะเป็นตัวพัฒนาไม่ว่าจะเป็นการความถี่ที่ใช้ ที่ในการใช้ช่องสัญญาณที่ใช้ในการส่ง แล้วก็ระยะทางที่สามารถส่งตัวสื่อสารเข้าไปตัวเองนี่ก็จะเป็นประสิทธิภาพนะคะ ในการส่งสัญญาณ ในการสื่อสารระหว่างตัว WiFi ต้นทางกับปลายทางนั่นเองนะคะ คราวนี้มี n แล้ว ก็มีการพัฒนาจากตัวอักษรตัวเดียว ก็จะเป็นตัวอักษรที่มีสองตัวนั่นเอง ก็จะเป็น AC เดี๋ยวพูดถึงตัว n ก่อนว่ามันมีคุณสมบัติอย่างไร โดยมาตรฐาน 802.11 n ก็จะมีความเร็วอยู่ที่ 300 MB เปอร์เซ็นต์ พูดง่าย ๆ ก็คือใช้ความเร็วนี้เยอะที่สุดนะคะ มีพื้นที่ให้บริการก็คือระยะทางในการส่งนี่ค่อนข้างเยอะขึ้นนะคะ ใช้เทคโนโลยีรีโมทหรือว่า m i m o นะคะ คือมีการรับส่งสัญญาณหลายเสาพร้อม ๆ กัน แต่ก่อนจะมีการรับจากเสา 1ไปยังส่งข้อมูลเรื่อย ๆ แต่ตัวนี้ก็คือสามารถที่จะรับข้อมูล ได้จากหลาย ๆ เสาส่งสัญญาณได้แล้วก็มาประมวลผลแล้วก็ส่งข้อมูลไปได้นั่นเอง ทำให้ความเร็วในการส่งข้อมูลก็จะเพิ่มขึ้นแล้วก็ยังสามารถใช้คลื่นความถี่แบบ Dual Band Dual Band ของเราก็จะมีที่ทาง a และ b ก็คือยึด 4 2.4 ghz แล้วก็ 5 ghz แล้วก็รวมถึงมี A B นะคะ g แล้วก็ตัว n นะคะ มันรวมคลื่นความถี่ของสัญญาณนั่นเองก็คือสามารถใช้งานกับตัวที่มีความถี่พวกนี้ ตัวที่อุปกรณ์เก่า ๆ ก็คือสามารถนำมาใช้งานร่วมกันได้นั่นเองนะคะ Dual Band 2 คลื่นความถี่ก็จะเป็นที่ 5 ghz ถ้าเป็น 2.4 แล้วก็จะมี a b แล้วก็มี G นะคะ แล้วก็มี n ต่อไปก็จะเป็น 802.11 AC เยอะขึ้นกว่าเดิมจากตัวเดียวมีตัวอักษรเพิ่มมาอีก 2 ตัว มาตรฐานเครือข่ายไร้สายเหมือนกันนั่นเอง รูปแบบของตัวเครือข่ายไร้สายทั้งหมดนะคะ ต่อยอดมาจากนะคะ การพัฒนาเขียนผิดแล้วนี่ถ้าเป็น nGB นะคะ รองรับ acess point ที่มากขึ้น มีตัวมักเกิ้ลสามารถส่งข้อมูลได้ในระยะที่ครอบคลุม แต่ก่อนตัวกระจายสัญญาณอาจจะได้จำกัดกี่ตัว เนื่องจากคลื่นความถี่และความยาวที่สามารถส่งข้อมูลได้ ระยะที่จะส่งข้อมูลและระยะทางนะคะ แล้วก็สามารถส่งข้อมูลพร้อมกันได้บนช่องสัญญาณที่กว้างขึ้น พื้นที่ในการส่ง bandwidth ไม่เข้าใจศัพท์ตัวไหนให้ถามนะคะ เพราะว่าอาจารย์ดูตัวรายวิชามาแล้วคิดว่าน่าจะมีเบิกมาน่าจะมีศัพท์เกี่ยวกับมานะอันไหนที่เหมาะสมกับการศึกษาที่บ้านนักศึกษาน่าจะเรียนมาบ้างแล้วน่าจะทำกันได้พอจำนะคะ การส่งข้อมูลพร้อมกันนั้นเอง OK อันนี้ก็จะเป็นตัวสถานะ 802.11 ในรูปแบบเครื่อข่ายไร้สายทั้งหมดนะคะ เดี๋ยวต่อไปอาจจะมีการพัฒนาที่มีมาตรฐานที่เพิ่มมากขึ้นจากเดิม ก็เห็นมาแล้วมี ac แล้วก็มีอะไรแล้วแต่ตัว IEEE ที่เขาร่วมมือแล้วก็พัฒนาขึ้นมานั่นเองนะคะ ถัดมาเดี๋ยวอาจารย์จะขอทบทวนเกี่ยวกับ อาจารย์จะขอทบทวนเกี่ยวกับถือตัว layer หรือการส่ง ในการส่งข้อมูล เดี๋ยวอาจารย์เขากด CP ก่อน IP ก่อนนะคะ เดี๋ยวเรามาพูดถึงตัวเอง เรามีปี 2 ปี 3 Network เรียนมาแล้ว เว็บไซต์น่าจะเคยเรียนมาแล้ว เซเว่นได้เยอะ 7 ชั้นถูกนะ ผ่านนะ ปกติต้องท่องให้ได้ Local Network Connection แล้วก็ Application ปกติการท่อง ท่องเลเซอร์หรือ chunk เขาก็จะใช้ไม่ว่าการเรียนวิชาไหนที่เป็นท่องจำก็จะมีการใช้แบบคำย่อนะคะ เพื่อให้จำได้ว่าแต่ละชั้นนี่มันมีอะไร อย่างตัวอย่างนี้มันก็จะมี 7 ชั้นนะคะ อาจารย์จะใช้เทคนิคก็คือจะจำเฉพาะตัวด้านหน้า จะมี P B N T S T A นะคะ ส่วนมากท่อง ก็จะเป็นคำย่อสั้น ๆ นะคะ อย่างตัว 7 layer ก็จะเป็นอันนี้ก็คือได้สูตรมา ไปดูดน้ำที่สภา ก็จะเป็นตามภาษาไทยแปลภาษาอังกฤษ ไปก็จะเป็นฟิสิคอล ดื่มก็จะเป็นตัวดี น้ำก็จะเป็น Network ที่ว่าจะเป็นตัว T Spa ก็จะเป็น STA Station แล้วก็ Edition แล้วก็ Application โอเคนะ 7 ชั้น คราวนี้เรามาดูตัว OSI มันจะเป็นตัวลักษณะของตัว ฝั่งการเชื่อมต่องานคอมพิวเตอร์ของเรานะคะ ส่วนอีกฝั่งหนึ่ง tcp IP model IG Model ก็จะมี 4 ชั้น คราวนี้เขาจะมาเชื่อมกันระหว่างตัวโมเดลทั้ง 2 อัน ว่ามันมีส่วนที่เหมือนแล้วก็แตกต่างกันอย่างไรนะคะ อันนี้จะเป็นเชิงทฤษฎี อันนี้ก็จะเป็นลักษณะการเชื่อมต่อหรือว่าการส่งข้อมูลที่เข้าถึงได้ง่าย ๆ นะคะ ตามชื่อนะครับ psycial กับ Data Linkcritical ก็จะเป็นรูปแบบของตัวอุปกรณ์การเชื่อมต่อหรือว่าจะเป็นสาย Lan port LAN จากคอมพิวเตอร์หรือยังอีกเครื่องหนึ่ง มันจะเป็นรูปแบบของอินเตอร์เน็ตในการเชื่อมต่อ ไปก็จะเป็นจะได้ลิงค์กับ ส่วนทางด้านจิตนี่ VIP ก็จะเป็น Network Interface ตามชื่อเลยมองง่าย ๆ นะคะ การเชื่อมต่อเป็นโครงสร้างแล้วกัน ที่สามารถจับต้องแล้วก็มองภาพได้นะคะ ถัดมาจะเป็นชั้นแรกถัดมาสถานที่ 2 ที่เป็นตรงนั้นก็คือ Network นะคะ อินเทอร์เน็ต Network ของ OSI ถ้าเป็น VIP จะเป็นตัวอินเทอร์เน็ตคือการใช้การส่งข้อมูลเชื่อมต่อระหว่างกัน เอาคร่าว ๆแล้วกันนะ ถ้าลงลึกเดี๋ยวจะยาว ถัดมาอันนี้ก็จะมีการส่งข้อมูลนะ B B เปอร์เซ็นต์แพ็คเกจต่าง ๆ อันนี้จะเรียนมาแล้วถูกต้องนะโอเคมันก็จะเป็น b เป็นเฟรมแล้วก็จะเป็น segment ส่งข้อมูลเชื่อม IP มีอัปจากเชื่อมข้อมูลต่าง ๆ ว่าต้นทางปลายทางถามกันนะคะ ตรงนี้ คราวนี้ชั้นที่ตรงการของ OSI กับตัวของ VIP จะเป็นตัวของ Transport layer ทั้งสองฝั่งเลย ก็จะเป็นชั้นที่ 3 ของ SI กับ tcp IP ก็จะเป็น กับ utp ตัวนี้ในการส่ง เป็นโปรโตคอลในการเชื่อมต่อในการส่งข้อมูลนะคะ ว่าใช้ภาษาเดียวกันไหม ส่งข้อมูลได้หรือเปล่านะคะ แล้วก็สุดท้ายก็จะเป็นลักษณะของ Application ที่เราจะใช้นั่นเอง จะเป็น http http ก็พวกเข้าเว็บไซต์ น่าจะมองภาพง่ายที่สุดถ้าเป็น tale net นะสมัยก่อนใช้เทคนิคก็จะเป็นการเชื่อมต่อระบบโทรศัพท์ในการ Connect เข้าตัว Application หรือว่า Server ต่าง ๆ ซึ่งสมัยก่อนก็ใช้ตัวนี้เข้าไปร่วมใส่ตัวค่าปลายทาง ลักษณะเหมือนตัวip แล้วก็เชื่อมเข้าไปวิธีการปิดการเชื่อมต่อว่านึกว่าของเรานี่เข้าไปในตัวเน็ตเวิร์ก หรือว่าเปิดตัวนี้ได้ไหม มีการเชื่อมต่อหรือว่า Connect กันหรือเปล่า มันเป็น Application แล้ว ฝั่งนี้ก็จะเป็น Section presentation แล้วก็ Application นั่นเองหลัก ๆ ก็จะเป็นประมาณนี้ เป็นการเชื่อมต่อของอุปกรณ์เหมือนกันนะคะ ในการส่งข้อมูล ท้ายที่สุดเราก็จะได้ข้อมูลที่เราส่งจากต้นทางจากปลายทางนั่นเองภาพนี้ก็จำเอาไว้นะคะ เผื่อได้ใช้งานแน่ ๆ ตัวนี้ว่าแต่ละชั้น layer เขาทำงานอย่างไรส่งอะไรไหม ที่จริงปกติถ้าเรียนกับ Network ก็จะเรียนแต่ละชั้นไปเลย ว่าแต่ละชั้นทำงานกับอะไร Application ตัวไหนให้ผลลัพธ์แบบไหน กับอุปกรณ์ตัวไหนได้บ้างเช่นเดียวกัน นั่นเอง วันนี้เป็นอย่างไรคะ อาจารย์พูดศัพท์เยอะไปไหม หรือว่าเร็วไปหรือเปล่า หรือว่าศัพท์เยอะมากเลย สุดยอดไปเลย ตัวย่อ เดี๋ยวคราวหน้านะจะมาใส่ตัวตัวย่อแล้วก็คาดหวังไว้ ว่าแล้วตัวนี้หมายถึงอะไรเวลากลับไปอ่าน จะได้จำได้ว่าเมื่อกี้อาจจะคุ้น ๆ แต่อาจจะความหมายไม่ตรงกับที่อาจารย์สื่อก็ได้ อันนี้ก็จะเป็นตัวย่อเยอะนิดหนึ่ง ใครไม่เข้าใจตรงไหนให้ถามนะคะ ทฤษฎีมันจะฟังไป บางทีมันผ่านมาก็จะจำไม่ได้ ต้องกลับไปทบกวนนิดหนึ่ง อันนี้น่าจะเคยเรียนอยู่แล้ว ถือว่าทบทวนแล้วกัน ที่ใหม่วันนี้ก็จะเป็นตัวมาตรฐานตัว i single ชื่อละเอียดก็จะเป็นตัวมาตรฐาน 802.11 ที่ได้นำตัวอักษรว่าแต่ละตัวนี่ทำงานที่ความถี่เท่าไหร่ มีแรงบิตเท่าไหร่ สามารถส่งข้อมูลได้แบบไหน เป็นมาตรฐานที่ใช้กับชื่อตัวใหม่ให้รู้ว่าเป็นมาตรฐานสากลหรือเปล่า หรือว่าเฉพาะประเทศนั่นเองนะคะ มีสงสัยคำถามอาจารย์พูดใคร พูดเร็วไปง่ วงนอนไหม ถามได้นะคะ ทักได้วันนี้ก็จัดไป IEEE เป็นมาตรฐานอื่นเปลี่ยนไปเรื่อย ๆ แล้วก็จะมีตัวมาตรฐานที่เจาะลึกอาจารย์ เลือกมาคิดว่าน่าจะได้ใช้งานกับพวกเรานี่มากที่สุด OKวันนี้เราก็จะมี ทำในคาบนะถ้าใครเปิดสไลด์มาก็จะเห็นแล้วบางคนอาจจะเห็นน่าจะมีการเตรียมตัวมาแล้วก็ได้มีงานในคาบงานกลุ่ม ที่อาจารย์ให้ทำ อันแรกเป็นอันเมื่อกี้ที่อาจารย์พูดไป มาตรฐานของ OSI 7 layer เมื่อกี้ที่บอกไปมี 7 layer แล้วก็ นั่นเอง เมื่อกี้อาจารย์สอนสูตรท่องสุดไปแล้ว ใครผ่านหูไปก็จะท่องได้ ตัวนี้ง่าย ๆ เลย 2 อัน อันนี้ก็คือให้เขียนในคาบเพราะว่าเอาจริง ๆ เซเว่นเลยเด้อกับ tcp IP layer นี่มันต้องได้ใช้งานอยู่แล้วนะ งงไหม ไม่งง วันนี้ง่าย ๆ ก็ไม่เปิดค้น Google มาเลบ เสร็จแล้ว คราวนี้เนื่องจากเป็นรายวิชาบรรยายต้องมีการทำงานร่วมกับเพื่อนนิดหนึ่ง เราจะได้ทบทวนไปด้วยนะคะ เดี๋ยวจะมีงานกลุ่มนะคะ เนื่องจากเรามีทั้งหมด 30 กว่าคนไหม ถูกนะ 20 กว่า ๆ เกือบ 30 นะคะ OK อันนี้ผ่านไป งานในคาบ งานกลุ่ม จะให้กลุ่มละ 4 คน เราจะกลุ่มแบบไหนดี คละกันไหม เรารู้จักกันหมดนะ ปฏิเสธอย่างรวดเร็ว ไม่รู้จักเราจะได้รู้จักกันไง กลุ่มละ 4 คนนะคะ แล้วก็อาจารย์จะมีตัวมาตรฐานให้ไปช่วยกันหา ไม่ยากหรอกพวกนี้น่ะ อาจารย์ดูมาแล้วก่อนที่มันจะเป็นหัวข้อ ก็ไปค้นคว้ามา แล้วก็ไปบอกว่าแต่ละมาตรฐานของเรานี่ อย่าง Man Network นี่การสื่อสารภายในเมืองเขาทำอย่างไร ใช้อุปกรณ์แบบไหน ได้ระยะทางใกล้ไกลขนาดไหนนะคะ baseband ส่งรายชื่อความถี่เดียวไหม ระยะทางไกลขนาดไหน Fiber Optic ที่ว่าส่งไกล ๆ ไกลได้ขนาดไหนนะคะ 802.9 ตัวนี้ก็จะเป็นการส่งรวมเสียงข้อมูลบนระบบเครือข่าย 802.10 ความปลอดภัย 802.14 ที่บอกไปว่าเป็นโมเด็มในการใช้อุปกรณ์เริ่มแรกในการทำงานระบบเครือข่ายของเรานั่นเองนะคะ แล้วก็ไป 802.15 ก็จะเป็นเครือข่ายไร้สายส่วนบุคคล แล้วก็ 802.16 ก็จะเป็นแบบ Broadband แบบไร้สายหรือเปล่า iMac งั้นเองก็จะมีทั้งหมดถ้ามี 8 หัวข้อ ก็ของเรามี 30 กว่าคนนะคะ ก็น่าจะได้ประมาณ 8 กลุ่ม กลุ่มจะให้อาจารย์จัดการให้ไหมหรือว่าจะไปจัดการกันเอง จัดเลยใช่ไหม เราจะคละกันไหม โอเคคละกันนะ เราจะได้รู้จักกัน ว่าเราจะทำเป็นรูปแบบรูปแบบรายงานว่าจะมีปัญหาก็จะสามารถช่วยกันได้ OK ก็เดี๋ยวให้นักเรียนนักศึกษาทำงานในกลุ่มก่อนนะคะ ก็สำหรับที่ล่ามก็จะคาบนี้ก็ขอบคุณนะคะ เดี๋ยวเจอกันคาบหน้าแล้วกันนะคะ เรียบร้อยแล้วค่ะ ขอบคุณค่ะ มันตัดเสียงเองของหนูตอนเช้า