﻿1
00:00:08,872 --> 00:00:12,872
(อาจารย์ธิดารัตน์) สวัสดีค่ะ

2
00:00:18,122 --> 00:00:18,559
สวัสดีล่ามด้วยนะคะ

3
00:00:18,559 --> 00:00:22,457
โอเคค่ะ วันนี้

4
00:00:22,457 --> 00:00:25,801
เราจะมาเริ่มเรียน

5
00:00:25,801 --> 00:00:26,059
มาตรฐาน

6
00:00:26,059 --> 00:00:30,059
โดยลงรายละเอียดนะคะ

7
00:00:30,081 --> 00:00:30,852
มาตรฐานตัวแรกนะคะ

8
00:00:30,852 --> 00:00:34,852
IEEE ของเรานะคะ

9
00:00:37,705 --> 00:00:41,705
สถานที่เขาจะเรียกตัวมาตรฐานที่ใกล้เคียงกับตัวเรามากที่สุดนะคะ

10
00:00:43,269 --> 00:00:46,147
มันจะมีตัวมาตรฐานอะไรบ้าง นะคะ

11
00:00:46,147 --> 00:00:50,147
ใช้รหัสตัวเลขอะไร

12
00:00:52,560 --> 00:00:54,238
พร้อมตัวสัญลักษณ์ตัวอักษร

13
00:00:54,238 --> 00:00:56,737
ทำด้วยอะไรบ้าง

14
00:00:56,737 --> 00:00:57,240
ระบบมีความหมายอะไรบ้าง นั่นเองนะคะ

15
00:00:57,240 --> 00:01:01,240
แล้วคุณไปแล้วนะคะ ว่าตัวมาตรฐาน

16
00:01:02,548 --> 00:01:05,823
วิศวกรนะคะ

17
00:01:05,823 --> 00:01:09,823
วิศวกรไฟฟ้าแล้วก็วิศวกรอิเล็กทรอนิกส์

18
00:01:10,952 --> 00:01:11,123
นะคะ ทำการร่วมมือกัน

19
00:01:11,123 --> 00:01:12,992
เกี่ยวกับ

20
00:01:12,992 --> 00:01:16,992
การวิจัยพัฒนานะคะ

21
00:01:18,601 --> 00:01:19,020
การทำงานนะคะ ไม่ว่าจะเป็นระบบ

22
00:01:19,020 --> 00:01:20,800
ด้านการไฟฟ้า

23
00:01:20,800 --> 00:01:24,800
โทรคมนาคม ไฟฟ้ากำลังและการระบบแสง

24
00:01:24,878 --> 00:01:28,878
การศึกษานี

25
00:01:29,156 --> 00:01:29,714
่ก็อยู่ภายใต้นะคะ

26
00:01:29,714 --> 00:01:33,714
ระบบไฟฟ้าเช่นเดียวกันนะคะ

27
00:01:36,000 --> 00:01:38,081
ถือว่าเป็นแขนงหนึ่งก็จะเป็น

28
00:01:38,081 --> 00:01:40,183
ไฟฟ้าสื่อสาร แน่นอน

29
00:01:40,183 --> 00:01:40,609
การสื่อสารของเราต้องใช้

30
00:01:40,609 --> 00:01:42,453
กำลังไ

31
00:01:42,453 --> 00:01:46,453
ฟ มาให้พลังงานถ้าไม่มีตัวไฟฟ้า

32
00:01:48,058 --> 00:01:52,058
ก็ไม่สามารถสื่อสารกันได้ถ้าเป็นอุปกรณ์ต่าง ๆ

33
00:01:52,580 --> 00:01:55,872
ไฟฟ้า

34
00:01:55,872 --> 00:01:59,872
ตัว IEEE นี่ก็เป็นตัววัดมาตรฐานว่า

35
00:02:05,813 --> 00:02:08,724
อุปกรณ์ข้อตกลงต่าง ๆ

36
00:02:08,724 --> 00:02:10,303
ของการใช้งานเกี่ยวกับการสื่อสาร ของเรา

37
00:02:10,303 --> 00:02:10,479
ไม่ว่าจะเป็นอิเล็กทรอนิกส์

38
00:02:10,479 --> 00:02:14,479
ระบบวัดคุมก็จะเป็นอีกระบบหนึ่งนะคะ ของวิศวกรนะคะ

39
00:02:17,194 --> 00:02:21,194
ที่ทำการควบคุมดูแล

40
00:02:22,324 --> 00:02:23,543
ว่าจะมีตัวมาตรฐานตัวไหนมากำหนด

41
00:02:23,543 --> 00:02:24,312
โดย

42
00:02:24,312 --> 00:02:27,135
กลุ่มที่

43
00:02:27,135 --> 00:02:31,135
มาจากของตัวมาตรฐาน IEEE ก็จะแบ่งตามความเชีชาญ

44
00:02:33,773 --> 00:02:37,773
ก็จะมีไฟฟ้ากำลัง

45
00:02:38,283 --> 00:02:42,283
ปิดโทรศัพท์

46
00:02:42,481 --> 00:02:44,449
ไฟฟ้ากำลัง ก็จะมีไฟฟ้าแต่บ้านเราที่เราใช้งานอยู่ทั่วไป

47
00:02:44,449 --> 00:02:46,070
น่าจะมองภาพออกอยู่แล้ว

48
00:02:46,070 --> 00:02:46,316
ภาพโทรศัพท์

49
00:02:46,316 --> 00:02:49,237
ไฟฟ้าส่วนภูมิภาคต่าง ๆ เช่นเดียวกันนะคะ

50
00:02:49,237 --> 00:02:53,237
แต่ละกลุ่มก็จะมีตัวเลขไปรษณีย์

51
00:02:54,734 --> 00:02:58,717
เอาตัวเลขตัวนี้แทนด้วย

52
00:02:58,717 --> 00:02:59,208
การ

53
00:02:59,208 --> 00:03:03,208
มาตรฐานของอะไรของอุปกรณ์ไหม

54
00:03:03,965 --> 00:03:05,382

55
00:03:05,382 --> 00:03:06,597
หรือข้อปฏิบัติต่าง ๆ นะคะ

56
00:03:06,597 --> 00:03:10,597
เราจะมาดูมาตรฐาน IEEE นะคะ โดยจะ

57
00:03:16,231 --> 00:03:17,565
แบ่งโดยเริ่มจาก

58
00:03:17,565 --> 00:03:19,356
มาตรฐาน

59
00:03:19,356 --> 00:03:19,564
802 นะคะ

60
00:03:19,564 --> 00:03:21,725
802 จะเป็น

61
00:03:21,725 --> 00:03:25,725
การสื่อสารนะคะ เริ่มด้วย 802.1 นะคะ

62
00:03:28,642 --> 00:03:31,706
จะเป็นการจัดการระบบเครือข่าย

63
00:03:31,706 --> 00:03:32,077
เช่นการตรวจสอบเวลา

64
00:03:32,077 --> 00:03:34,012
เราใช้

65
00:03:34,012 --> 00:03:37,730
งานระบบเครือข่ายในมหาวิทยาลัย

66
00:03:37,730 --> 00:03:38,348
ต่าง ๆ นะคะ

67
00:03:38,348 --> 00:03:42,348
คือไปใช้งานตาม

68
00:03:42,728 --> 00:03:44,199
access point พวก

69
00:03:44,199 --> 00:03:46,051
true wifi

70
00:03:46,051 --> 00:03:48,071
, ais wifi

71
00:03:48,071 --> 00:03:49,779
เขาก็จะมีรูปแบบการตรวจสอบ

72
00:03:49,779 --> 00:03:51,958
รับรอง

73
00:03:51,958 --> 00:03:55,142
occasion

74
00:03:55,142 --> 00:03:57,944
occasion คืออะไร ก็คือเรามี

75
00:03:57,944 --> 00:03:58,317
username password ในการใช้งานนั่นเอง

76
00:03:58,317 --> 00:04:02,089
เพื่อระบุตัวตนว่านักศึกษา

77
00:04:02,089 --> 00:04:04,568
เป็นนักศึกษาคนไหน

78
00:04:04,568 --> 00:04:04,970
ชื่ออะไร รหัส ID อะไร

79
00:04:04,970 --> 00:04:08,677
เริ่มเข้ามา

80
00:04:08,677 --> 00:04:09,284
ใช้งาน

81
00:04:09,284 --> 00:04:13,284
ตั้งแต่กี่โมงใช่ไหมกี่โมงแล้วก็

82
00:04:13,440 --> 00:04:17,440
เริ่มใช้งานเท่าไหร่นะคะ

83
00:04:17,462 --> 00:04:20,260
เอาที่

84
00:04:20,260 --> 00:04:22,670
ค้นหาข้อมูล

85
00:04:22,670 --> 00:04:23,411
ดูที่เว็บไซต์อะไรบ้าง

86
00:04:23,411 --> 00:04:27,411
อัปโหลด ดาวน์โหลดข้อมูลอะไร อันนี้ก็จะเป็นการบอก

87
00:04:29,293 --> 00:04:29,673
authentication นะคะ

88
00:04:29,673 --> 00:04:33,013
ระบบนักศึกษา

89
00:04:33,013 --> 00:04:33,298
เจ้าหน้าที่เป็น

90
00:04:33,298 --> 00:04:37,298
อาจารย์

91
00:04:38,620 --> 00:04:40,282
ลักษณะการใช้งานอย่างไรบ้างอันนี้เป็นจุดประสงค์ 1

92
00:04:40,282 --> 00:04:41,936

93
00:04:41,936 --> 00:04:44,437
ถัดมา 802.2

94
00:04:44,437 --> 00:04:45,210

95
00:04:45,210 --> 00:04:49,210
เช็คกับตัวดำ

96
00:04:49,367 --> 00:04:49,569
ยิงเลเซอร์

97
00:04:49,569 --> 00:04:53,569
เรามี 2 กับปี 3 นะ

98
00:04:54,804 --> 00:04:57,189
Network มาแล้วถูกไหม

99
00:04:57,189 --> 00:04:58,445
OSi

100
00:04:58,445 --> 00:05:00,263
ได้เยอะเลยมาแล้ว

101
00:05:00,263 --> 00:05:01,276
นะ

102
00:05:01,276 --> 00:05:01,686
คุ้น ๆ ไหม

103
00:05:01,686 --> 00:05:05,686
OSI

104
00:05:06,842 --> 00:05:07,423
ราคาก็จะเป็น

105
00:05:07,423 --> 00:05:11,334
จะเข้าลิงค์ Control นะคะ

106
00:05:11,334 --> 00:05:13,250
Link layer

107
00:05:13,250 --> 00:05:17,250
ของ OSI model

108
00:05:17,355 --> 00:05:20,291
ตัวหลังสไลด์ เดี๋ยวอาจารย์จะพูดถึงตัวเลขต่าง ๆ

109
00:05:20,291 --> 00:05:22,276
การเปรียบเทียบระหว่างตัว OSI

110
00:05:22,276 --> 00:05:26,022
ว่ามี

111
00:05:26,022 --> 00:05:27,978
ข้อจำกัดหรือว่าฉันการเชื่อมต่อ

112
00:05:27,978 --> 00:05:29,680
แตกต่างกันอย่างไรกันเองนะคะ

113
00:05:29,680 --> 00:05:33,680
ถัดมา IEEE ตัวที่ 3 ของเราก็จะเป็น 802.3

114
00:05:35,457 --> 00:05:39,457
ในเครือข่ายอินเทอร์เน็ต

115
00:05:41,187 --> 00:05:41,477
อินเทอร์เน็ต ก็จะเป็นการเริ่มต้นของการเชื่อมต่อ

116
00:05:41,477 --> 00:05:43,483
ของระบบเครือข่าย

117
00:05:43,483 --> 00:05:46,698
นั่นเองนะคะ

118
00:05:46,698 --> 00:05:47,754
เวลาในการเชื่อมต่อ

119
00:05:47,754 --> 00:05:51,754
อุปกรณ์ผู้รับและผู้ส่งในการส่งข้อมูลระหว่างกัน

120
00:05:56,074 --> 00:05:56,249
ไม่ว่าจะเป็นตัวอักษรรูปภาพหรืออะไรก็แล้วแต่

121
00:05:56,249 --> 00:06:00,249
จะมีลักษณะการส่งข้อมูลจากต้นทางปลายทาง

122
00:06:01,681 --> 00:06:04,650
ส่งข้อมูลแล้ว

123
00:06:04,650 --> 00:06:07,081
ในกรณีที่ข้อมูลไม่ถึงปลายทาง

124
00:06:07,081 --> 00:06:07,544
เขามีเงื่อนไขหรือวิธีการอย่างไร

125
00:06:07,544 --> 00:06:11,544
Action กลับมาไหม

126
00:06:13,201 --> 00:06:13,777
ข้อมูลที่ส่งมามี 10 ข้อความแล้ว ไปทางลับไป

127
00:06:13,777 --> 00:06:17,777
อธิบาย

128
00:06:18,186 --> 00:06:20,213
หรือว่าขาดหายระหว่างทางนั่นเอง

129
00:06:20,213 --> 00:06:20,744
ผัดมาม่

130
00:06:20,744 --> 00:06:24,744
กระทรวงที่ 4

131
00:06:25,401 --> 00:06:25,566
มาตรฐานแบบเล่นบาส

132
00:06:25,566 --> 00:06:29,566
802.4 กับ 802.5 จะเป็นการเชื่อมต่อระบบเครือข่าย

133
00:06:33,104 --> 00:06:35,928
เชื่อมต่อแบบไหน ที่ง่ายที่สุด

134
00:06:35,928 --> 00:06:39,928
transcript

135
00:06:39,960 --> 00:06:43,960
Open Ring

136
00:06:44,576 --> 00:06:46,736
ต่างกันอย่างไร ใช้สายสื่อสารในการเชื่อมต่อแบบไหน

137
00:06:46,736 --> 00:06:48,929
มีข้อดี ข้อเสียอย่างไร

138
00:06:48,929 --> 00:06:50,703
หาข้อมูลได้เร็วไหม

139
00:06:50,703 --> 00:06:50,995
ในกรณีที่อุปกรณ์

140
00:06:50,995 --> 00:06:54,995
เชื่อมต่อกันภายใน ระบบเสียง 1 ตัว

141
00:06:57,313 --> 00:07:01,313
เครือข่ายล่มไหม รวมเป็น

142
00:07:01,345 --> 00:07:02,597
ล่มโทรศัพท์มาใช้ในการสื่อสารเหล่านี้ได้อย่างไรบ้าง หรือเปล่า

143
00:07:02,597 --> 00:07:05,276
เดี๋ยวเราจะมาพูดกันเล็ก ๆ

144
00:07:05,276 --> 00:07:07,316
อุปกรณ์

145
00:07:07,316 --> 00:07:09,933
สวิตซ์ฮับนะคะ

146
00:07:09,933 --> 00:07:10,249
สัญญาณจะมีข้อมูลแบบไหน

147
00:07:10,249 --> 00:07:14,249
มันมีการเชื่อมต่อข้อมูลที่ดี

148
00:07:14,342 --> 00:07:16,909
มีข้อดีข้อเสียอย่างไร

149
00:07:16,909 --> 00:07:18,157
จะมาลงรายละเอียดแต่ละตัวนะคะ

150
00:07:18,157 --> 00:07:20,403
ถัดมา 802.6

151
00:07:20,403 --> 00:07:24,403
มาตรฐาน Man นะคะ menace

152
00:07:24,628 --> 00:07:27,787
การส่งข้อมูลภายในเมือง

153
00:07:27,787 --> 00:07:31,787
ก็คือการสื่อสารที่มีการ

154
00:07:32,411 --> 00:07:34,612
สวัสดีครับ บริการมากยิ่งขึ้น

155
00:07:34,612 --> 00:07:34,899
เริ่มแรกอาจจะอยู่ใน

156
00:07:34,899 --> 00:07:38,899
ถึงห้อง

157
00:07:40,152 --> 00:07:43,296
ไปตึก ตึกขยายเพิ่มขึ้นเป็นเมืองนั่นเองนะคะ

158
00:07:43,296 --> 00:07:45,032
ก็จะมาดูว่าข้อกำหนดในการสื่อสารระหว่างเมือง

159
00:07:45,032 --> 00:07:46,509
ของเรา

160
00:07:46,509 --> 00:07:48,039
มีการ

161
00:07:48,039 --> 00:07:48,359
จุดอับสัญญาณไหม

162
00:07:48,359 --> 00:07:51,333
ทำให้ครอบคลุมพื้นที่นั่นเอง

163
00:07:51,333 --> 00:07:55,333
ถัดมา

164
00:07:55,931 --> 00:07:57,197
802.7 ภาษาการส่งสัญญาณแบบ

165
00:07:57,197 --> 00:07:59,759
แบรนด์

166
00:07:59,759 --> 00:08:00,123
กับเบสแบบนั้นเองนะคะ

167
00:08:00,123 --> 00:08:02,468
แบรนด์

168
00:08:02,468 --> 00:08:04,153
บอร์ดแบน

169
00:08:04,153 --> 00:08:08,153
มีการส่งข้อมูลอย่างไร

170
00:08:08,502 --> 00:08:10,094
แบงค์กับเบสแบนมีกัน

171
00:08:10,094 --> 00:08:12,480
ข้อมูลอย่างไร

172
00:08:12,480 --> 00:08:12,659
วันที่เดียวกับคำที่พร้อมกัน

173
00:08:12,659 --> 00:08:16,659
มันต่างกันอย่างไร

174
00:08:18,477 --> 00:08:22,292
ถ้าเป็นเบสก็จะเป็นการส่งข้อมูล

175
00:08:22,292 --> 00:08:24,786
มันก็สามารถส่งข้อความถี่ได้พร้อมกันนะคะ

176
00:08:24,786 --> 00:08:24,915
มันก็จะสะดวกสบายมากยิ่งขึ้นนั่นเอง

177
00:08:24,915 --> 00:08:28,915
เราก็จะมาดูข้อแตกต่างของทางบอร์ดแบน

178
00:08:29,346 --> 00:08:33,346
กับเบสแบรนด์ ถัดมาประตู 802.8

179
00:08:35,956 --> 00:08:39,794
เคเบิ้ลใยแก้วนำแสงนะคะ

180
00:08:39,794 --> 00:08:41,580
ปัจจุบัน

181
00:08:41,580 --> 00:08:44,361
เมื่อก่อน

182
00:08:44,361 --> 00:08:44,979
เราใช้

183
00:08:44,979 --> 00:08:47,203
ระบบอินเทอร์เน็ต

184
00:08:47,203 --> 00:08:49,660
ภายในบ้าน

185
00:08:49,660 --> 00:08:52,351
ส่วนมากน่าจะเป็นสาย

186
00:08:52,351 --> 00:08:52,802
ทองแดง

187
00:08:52,802 --> 00:08:54,697
ที่ใช้ในการเชื่อมต่อนะคะ

188
00:08:54,697 --> 00:08:58,654
ปัจจุบันก็จะเพิ่มขึ้นหรือพัฒนาเป็น Fiber Optic

189
00:08:58,654 --> 00:09:02,654
ใยแก้วนำแสง

190
00:09:05,057 --> 00:09:06,409
จะมีการส่งข้อมูลที่ค่อนข้างระยะไกลกว

191
00:09:06,409 --> 00:09:07,590
่า แต่ข้อเสียของเขา

192
00:09:07,590 --> 00:09:08,085
จะมีฟัจาก

193
00:09:08,085 --> 00:09:10,859
ชื่อเป็นแก้วนะคะ ไฟเบอร์ออฟติก

194
00:09:10,859 --> 00:09:12,392
กรอบบางราคา

195
00:09:12,392 --> 00:09:15,022
แล้วก็ความแตกหัก

196
00:09:15,022 --> 00:09:15,335
การบำรุงรักษา

197
00:09:15,335 --> 00:09:18,793
เข้าหัว เขาจะมีการเข้าที่ช้า

198
00:09:18,793 --> 00:09:22,411
บุคคลเฉพาะนั่นเอง

199
00:09:22,411 --> 00:09:22,728
นิยมใช้มากขึ้นเพราะว่า

200
00:09:22,728 --> 00:09:26,728
ส่งสัญญาณได้ไกล แล้วก็

201
00:09:29,072 --> 00:09:29,704
สัญญาณรบกวนก็จะค่อย ๆ น้อยลงนั่นเอง

202
00:09:29,704 --> 00:09:32,778
ถัดมา

203
00:09:32,778 --> 00:09:36,778
802.9 ราคาก็จะเป็นการรวมเทคโนโลยี isdn แล้วก็

204
00:09:38,864 --> 00:09:42,519
CP Land

205
00:09:42,519 --> 00:09:42,724
cm ให้มองแบบ

206
00:09:42,724 --> 00:09:46,724
เวลาเราสื่อสารโทรศัพท์นะคะ ก็จะมีสุดสายนะคะ

207
00:09:53,284 --> 00:09:53,507
ในการเชื่อมต่อแต่ละจุด

208
00:09:53,507 --> 00:09:54,922
นะคะ

209
00:09:54,922 --> 00:09:56,503
เหมือน

210
00:09:56,503 --> 00:09:57,672
สมมุติ

211
00:09:57,672 --> 00:10:00,789
โทรศัพท์

212
00:10:00,789 --> 00:10:02,366
แต่ละจังหวัด

213
00:10:02,366 --> 00:10:03,532
มันก็จะมีขึ้น

214
00:10:03,532 --> 00:10:06,633
ข้างหน้าใช่ไหม

215
00:10:06,633 --> 00:10:08,007
บ้านเราก็จะเป็น 042 อย่างนี้ใช่ไหมคะ

216
00:10:08,007 --> 00:10:10,142
ต่างประเทศหรือ

217
00:10:10,142 --> 00:10:10,427
กรุงเทพฯ ก็จะไป 02

218
00:10:10,427 --> 00:10:13,332
ก็จะมี

219
00:10:13,332 --> 00:10:15,969
จุดพัก

220
00:10:15,969 --> 00:10:17,780
แล้วก็กระจายสัญญาณแต่ละที่นะคะ

221
00:10:17,780 --> 00:10:19,351
ก็จะเป็นการส่งข้อมูลแบบ

222
00:10:19,351 --> 00:10:20,911

223
00:10:20,911 --> 00:10:24,911
นั่นเอง ถัดมาตรวจมาตรฐานแบบ

224
00:10:25,436 --> 00:10:28,489
802.10

225
00:10:28,489 --> 00:10:29,479
ความปลอดภัย

226
00:10:29,479 --> 00:10:33,479
ความปลอดภัยที่ดีก็สำคัญ

227
00:10:34,736 --> 00:10:38,736
หมดเรามี

228
00:10:39,608 --> 00:10:42,014
internet banking เราใช้เติมเงินนะคะ shopping online ต่าง ๆ นะคะ

229
00:10:42,014 --> 00:10:44,738
เพิ่มมากขึ้นเข้าไปตรงนี้

230
00:10:44,738 --> 00:10:47,162
จะมีได้อย่างไร ในกรณีที่เรา

231
00:10:47,162 --> 00:10:50,469
กรอกรหัสบัญชีเข้าไปนะคะ

232
00:10:50,469 --> 00:10:54,469
ทำการถอนเงิน ร้อนเงินหรือว่าช้อปปิ้งออนไลน์ขึ้นมานี่

233
00:10:56,406 --> 00:10:56,549
ความปลอดภัยของเราตรงนี้จะโดน

234
00:10:56,549 --> 00:10:59,458
ปืนนำเข้า

235
00:10:59,458 --> 00:10:59,732
ข้อมูลนี้ไปได้หรือเปล่า

236
00:10:59,732 --> 00:11:03,732
พอจะมีข่าวว่าอยู่ดี ๆ ก็จะมี US ขึ้นมา ว่าคุณใช้

237
00:11:05,459 --> 00:11:09,459
โอนเงินตรงนี้ไปซื้อสินค้า

238
00:11:09,853 --> 00:11:11,236
น่าจะเป็น US Dollar

239
00:11:11,236 --> 00:11:12,970
ขึ้นมา

240
00:11:12,970 --> 00:11:14,779
เราจะเช็กได้อย่างไร

241
00:11:14,779 --> 00:11:16,042
ของเราที่ใช้

242
00:11:16,042 --> 00:11:18,406
เครือข่าย

243
00:11:18,406 --> 00:11:19,442
มีความปลอดภัย ถึงรับในนั่นเองนะคะ

244
00:11:19,442 --> 00:11:23,442
จัดมา

245
00:11:26,724 --> 00:11:30,724
802.11

246
00:11:31,455 --> 00:11:31,598

247
00:11:31,598 --> 00:11:33,566
เป็นมาตรฐานที่ใกล้ตัวกับ

248
00:11:33,566 --> 00:11:36,055
นักเรียนมากที่สุด

249
00:11:36,055 --> 00:11:38,448
เพราะว่าเป็น

250
00:11:38,448 --> 00:11:41,528
Wireless หัวต่อไวไฟนะคะ

251
00:11:41,528 --> 00:11:45,528
เวลาเราเชื่อมต่อเราใช้สมาร์ทโฟน

252
00:11:45,648 --> 00:11:47,008
แท็บเล็ตนะคะ

253
00:11:47,008 --> 00:11:51,008
ขึ้นมานี่ ในการเชื่อมต่ออุปกรณ์สื่อสารนะคะ เข้ามาใน

254
00:11:53,429 --> 00:11:56,087
รั้วมหาวิทยาลัย

255
00:11:56,087 --> 00:11:58,734
หรือว่าที่หอพัก

256
00:11:58,734 --> 00:11:59,839
มันจะมีอุปกรณ์เหล่านี้ ขึ้นมา

257
00:11:59,839 --> 00:12:01,129
ผัดมา

258
00:12:01,129 --> 00:12:05,129
12.12 นะคะ

259
00:12:11,065 --> 00:12:12,336
ความเข้าใจนะคะ ความสำคัญความต้องการในการใช้งานระบบเครือข่าย

260
00:12:12,336 --> 00:12:16,336
ลำดับความสำคัญของการใช้งาน

261
00:12:16,716 --> 00:12:20,716
บางทีเราเข้าไปดึงข้อมูลนะคะ

262
00:12:21,650 --> 00:12:24,608
เข้าสู่อินเทอร์เน็ตมันจะมี

263
00:12:24,608 --> 00:12:25,949
การเข้าถึงแบบ

264
00:12:25,949 --> 00:12:29,949
เปลี่ยนรูปแบบตัวอักษรรูปภาพ หรือว่ามัลติมีเดีย

265
00:12:32,759 --> 00:12:34,602
ข้อสำคัญในการใช้งานนี้

266
00:12:34,602 --> 00:12:37,693
ก็จะค่อนข้างแตกต่างกัน

267
00:12:37,693 --> 00:12:40,161
เวลารับส่งข้อมูลถ้าเป็น

268
00:12:40,161 --> 00:12:41,715
คำพูดตัวอักษร

269
00:12:41,715 --> 00:12:42,376
เป็นตัวอักษรนี่

270
00:12:42,376 --> 00:12:44,467
การเรียงลำดับ

271
00:12:44,467 --> 00:12:48,467
นี่ ท้ายที่สุด เราก็สามารถก็จะประกอบร่างกันแล้วก็เป็นข้อมูลที่สามารถสื่อสารไปทางได้

272
00:12:50,497 --> 00:12:54,357
แต่ในกรณีที่เป็นรูปแบบ ของเสียง

273
00:12:54,357 --> 00:12:56,471
ทำอะไรลำดับ

274
00:12:56,471 --> 00:12:58,274
แน่นอน

275
00:12:58,274 --> 00:13:01,808
ข้อมูลของเราก็จะ

276
00:13:01,808 --> 00:13:05,488
ไม่เป็นประโยชน์นะคะ

277
00:13:05,488 --> 00:13:06,227
กำลังมาก่อนหน้าวันหลังนะคะ

278
00:13:06,227 --> 00:13:10,227
ลดระดับความสำคัญรู้ความต้องการข้อมูล

279
00:13:12,322 --> 00:13:15,729
ของเรา ดมา

280
00:13:15,729 --> 00:13:15,897
มาตรฐาน 802.11 4 เป็นโมเด็ม

281
00:13:15,897 --> 00:13:19,897
โมเด็มก็จะเป็นตัวอุปกรณ์ตัวแรกที่ใช้ในการ

282
00:13:23,738 --> 00:13:25,097
สู้ ๆ นะคะ

283
00:13:25,097 --> 00:13:29,097
ก่อนที่เราจะมีการใช้อินเทอร์เน็ตทั่วไป บ้านเรา

284
00:13:30,033 --> 00:13:30,514

285
00:13:30,514 --> 00:13:33,130
มันจะสามารถ login เข้าไปใช้ได้เลยนะคะ

286
00:13:33,130 --> 00:13:37,130
เริ่มแรกในการสื่อสารระบบเครือข่ายจะมีตัวอุปกรณ์ ที่เรียกว่า "โมเด็ม

287
00:13:40,287 --> 00:13:40,502
" การเอาข้อมูลแล้วก็รับส่งข้อมูลนะคะ

288
00:13:40,502 --> 00:13:43,098
เราจะกรอกข้อมูลใน

289
00:13:43,098 --> 00:13:43,758
ระบบ

290
00:13:43,758 --> 00:13:45,121

291
00:13:45,121 --> 00:13:46,306
ตัวเลขโทรศัพท์

292
00:13:46,306 --> 00:13:47,467
คุณต้องการ connect

293
00:13:47,467 --> 00:13:50,808
ไปยังจุด

294
00:13:50,808 --> 00:13:51,077
ที่เราใช้บริการ

295
00:13:51,077 --> 00:13:53,138
ไม่ว่าจะเป็นองการโทรศัพท์

296
00:13:53,138 --> 00:13:57,138
หรือว่าโทรศัพท์ที่ให้บริการเพื่อ

297
00:13:57,243 --> 00:13:57,613
connect

298
00:13:57,613 --> 00:14:00,960
เตรียมไปทางนั่นเอง

299
00:14:00,960 --> 00:14:01,243
นะคะ

300
00:14:01,243 --> 00:14:05,243
เดี๋ยว slash ไป

301
00:14:07,160 --> 00:14:11,160
อาจารย์ก็จะพูดถึงตัวโมเด็ม

302
00:14:13,669 --> 00:14:15,805
มีการเชื่อมต่อ และรับส่งข้อมูลอย่างไร หรือว่าเป็นตัวการศึกษาเริ่มแรกในตัวโมเด็มนั่นเอง

303
00:14:15,805 --> 00:14:19,580
ถัดมา 802.15

304
00:14:19,580 --> 00:14:19,934
กำหนด

305
00:14:19,934 --> 00:14:23,934
พื้นที่เครือข่ายไร้สายส่วนบุคคล

306
00:14:25,670 --> 00:14:28,726
ถ้าเวลาเราใช้อุปกรณ์สื่อสารนะคะ

307
00:14:28,726 --> 00:14:31,338
พูดง่าย ๆ เหมือนบ้านเราชาร์จแบตโทรศัพท์

308
00:14:31,338 --> 00:14:32,931
มันก็จะมีช่วงที่อับสัญญาณนะคะ

309
00:14:32,931 --> 00:14:36,179
เอาภาพง่าย ๆ ก่อน

310
00:14:36,179 --> 00:14:38,956
เพื่อจะได้เข้าใจเวลาเราใช้มือถือ

311
00:14:38,956 --> 00:14:41,492
ขึ้นเขาลงห้วย หรือว่าพื้นที่ไม่ควบคุม

312
00:14:41,492 --> 00:14:41,858
มันก็จะมีคลื่นความถี่ หรือว่าตัว

313
00:14:41,858 --> 00:14:44,003
สัญญาณที่มัน

314
00:14:44,003 --> 00:14:44,658
น้อยลงนะคะ

315
00:14:44,658 --> 00:14:48,658
ถัดมา

316
00:14:50,329 --> 00:14:50,587
เครือข่ายไร้สายส่วนบุคคล

317
00:14:50,587 --> 00:14:54,587
ระบบเครือข่ายในรั้วมหาวิทยาลัย

318
00:14:55,924 --> 00:14:57,754
ตัวที่บ้านของเรา ก็จะมีพื้นที่ ที่

319
00:14:57,754 --> 00:15:01,406
ตัวกระจายสัญญาณของเรานี

320
00:15:01,406 --> 00:15:01,554
่ เขาให้พื้นที่เท่าไร

321
00:15:01,554 --> 00:15:03,468
เวลา

322
00:15:03,468 --> 00:15:06,026
พวก

323
00:15:06,026 --> 00:15:07,691
Network

324
00:15:07,691 --> 00:15:08,031
ต้องการคำนวณสมมุติ

325
00:15:08,031 --> 00:15:11,166
ชั้น 1

326
00:15:11,166 --> 00:15:12,364
มีตัว access point

327
00:15:12,364 --> 00:15:16,364
เดินตรวจพื้นที่อะไร ก็จะมีการคำนวณก่อนว่าจะ

328
00:15:18,009 --> 00:15:20,206
จุดไหนเป็นชุดเอากันยาน

329
00:15:20,206 --> 00:15:20,409
อุปกรณ์นั้นให้มันครอบคลุม

330
00:15:20,409 --> 00:15:24,409
ครอบคลุมแล้วก็ต้องมีไม่สิ้นเปลืองพูดง่าย ๆ

331
00:15:25,581 --> 00:15:25,999
บังคมทูลแล้วก็คุ้ม

332
00:15:25,999 --> 00:15:28,282
เมื่อนั้นเองมันจะมาคู่กัน

333
00:15:28,282 --> 00:15:32,282
ตอนนี้ปะ 802.16

334
00:15:35,026 --> 00:15:37,734
สถานแบบไร้สายตัว y Max

335
00:15:37,734 --> 00:15:40,952
ก็คือ

336
00:15:40,952 --> 00:15:44,952
รูปแบบของมีสาย แบบไร้สายจะมีมาตรฐานตัวนี้เข้ามา

337
00:15:48,179 --> 00:15:50,391
ก็คือไป 2016

338
00:15:50,391 --> 00:15:50,671
มีทั้งมีสายและไร้สาย

339
00:15:50,671 --> 00:15:54,671
ตัดหน้าเราจะมาพูดถึง

340
00:16:00,944 --> 00:16:04,323
ที่บอกว่าตัวที่ใกล้ที่สุดคือ

341
00:16:04,323 --> 00:16:07,358
802.11 นะคะ

342
00:16:07,358 --> 00:16:08,410
ตัวนี้ก็จะเป็นลักษณะการ

343
00:16:08,410 --> 00:16:11,412
โครงข่ายไร้สายของเรานะคะ

344
00:16:11,412 --> 00:16:15,412
น่าจะกำหนดที่ตัวเลข

345
00:16:17,071 --> 00:16:20,235
802.11 แล้วจะตามด้วยตัวอักษรภาษาอังกฤษ

346
00:16:20,235 --> 00:16:24,235
ทำมาเพื่อระบุนะคะ ว่า

347
00:16:24,736 --> 00:16:25,614
แล้วตัวมีความหมายอย่างไรบ้าง A B C N แล้วก็ล่าสุด

348
00:16:25,614 --> 00:16:26,619
มันจะเป็นตัว

349
00:16:26,619 --> 00:16:30,010
เดี๋ยวเราจะมาดูนะคะ

350
00:16:30,010 --> 00:16:34,010
มาตรฐาน 802.11

351
00:16:34,600 --> 00:16:38,600
เป็นมาตรฐานที่ใช้รับส่งข้อมูลทั่วไปอยู่แล้ว

352
00:16:40,468 --> 00:16:40,680
คุณก็คุ้นเคยอยู่แล้วเราใช้ WiFi

353
00:16:40,680 --> 00:16:44,036
หรือว่า Wireless Lan นะ

354
00:16:44,036 --> 00:16:45,456
restylane หรือว่า

355
00:16:45,456 --> 00:16:45,751

356
00:16:45,751 --> 00:16:49,751
เชื่อมต่อระบบ WiFi ของอุปกรณ์ทั้งผู้รับและผู้ส่ง

357
00:16:54,156 --> 00:16:56,192
เข้าหากันนั่นเอง

358
00:16:56,192 --> 00:16:58,311
โดย

359
00:16:58,311 --> 00:17:02,311
อุปกรณ์ที่เราใช้งานนะคะ

360
00:17:05,855 --> 00:17:09,855
ก็จะมีตัว access point

361
00:17:11,422 --> 00:17:13,335
ที่รับข้อมูลแล้วก็รับส่งข้อมูลนะคะ

362
00:17:13,335 --> 00:17:15,183
อุปกรณ์ทั้ง 2 ช

363
00:17:15,183 --> 00:17:17,843
นิด หรือ

364
00:17:17,843 --> 00:17:19,215
ไม่มีการเชื่อมต่อในสาย Lan นะคะ

365
00:17:19,215 --> 00:17:19,449
ตัวรับตัวส่ง

366
00:17:19,449 --> 00:17:23,449
ก็ได้เช่นเดียวกัน

367
00:17:26,303 --> 00:17:26,871
มันจะเป็นสาย Lan กับ WiFi หรือ WiFi กับสายแลนก็ได้นะคะ

368
00:17:26,871 --> 00:17:30,871
มันมีตัวนี้ขึ้นมาเราก็จะมาเลือกตัวมาตรฐาน

369
00:17:35,511 --> 00:17:36,766
อุปกรณ์ที่มันจะมารองรับ

370
00:17:36,766 --> 00:17:37,104
การใช้งานนะคะ

371
00:17:37,104 --> 00:17:41,104
หลักการเข้ากันของเทคโนโลยีด้ว

372
00:17:41,658 --> 00:17:42,539
ยนะคะ

373
00:17:42,539 --> 00:17:46,377
อาจจะซื้อมาจากต่างประเทศอาจจะรองรับ

374
00:17:46,377 --> 00:17:49,757
ความถี่ที่ใช้ได้ในบ้านหรือเปล่า

375
00:17:49,757 --> 00:17:52,621
หรือใช้เฉพาะต่างประเทศนะคะ

376
00:17:52,621 --> 00:17:56,621
อุปกรณ์ที่มันสามารถรองรับการใช้งานที่บ้านเราได้ด้วยนั่นเอง

377
00:18:01,527 --> 00:18:02,407
ตัวแรกที่มาตรฐาน

378
00:18:02,407 --> 00:18:06,407
ไอทีเทคโนโลยี

379
00:18:11,010 --> 00:18:11,384
IEEE 802.11 a ตัวนี้มีความสามารถในการรับส่งข้อมูล

380
00:18:11,384 --> 00:18:13,678
ที่ 54

381
00:18:13,678 --> 00:18:14,205
MB

382
00:18:14,205 --> 00:18:18,205
หรือว่าเมกะบิตต่อวินาทีนั่นเองนะคะ

383
00:18:19,925 --> 00:18:23,925
ใช้ย่านความถี่

384
00:18:25,491 --> 00:18:26,613
ความถี่ที่เราใช้อยู่ที่ 5 ghz

385
00:18:26,613 --> 00:18:30,613
ความถี่นี้ ไม่ได้รับอนุญาตใช้ในประเทศไทย

386
00:18:32,434 --> 00:18:36,434
นะคะ ก็คือ

387
00:18:37,243 --> 00:18:37,562
ต่างประเทศอาจจะมีใข้บ้าง แล้วแต่

388
00:18:37,562 --> 00:18:41,562
ข้อกำหนดหรือข้อตกลงของแต่ละประเทศ

389
00:18:42,585 --> 00:18:44,182
มีใช้

390
00:18:44,182 --> 00:18:46,037
คลื่นความถี่ดีไหมนะคะ

391
00:18:46,037 --> 00:18:49,240
บางคนอาจจะสงสัยยืมความถี่

392
00:18:49,240 --> 00:18:53,240
เหมือนเราฟังวิทยุ AM FM

393
00:18:54,833 --> 00:18:57,474
ความถี่ก็จะมีคนละคลื่นนะคะ

394
00:18:57,474 --> 00:19:00,630
ก็จะจัดสรรความถี่นี้

395
00:19:00,630 --> 00:19:02,288
ต่าง ๆ

396
00:19:02,288 --> 00:19:02,828
ว่าให้ไปใช้อะไรได้บ้าง

397
00:19:02,828 --> 00:19:06,828
อันนี้ก็จะเป็นลักษณะ

398
00:19:08,201 --> 00:19:08,301
ส่งข้อมูลก็จะมีช่วงความถี่ต่าง ๆ นะคะ ว่า

399
00:19:08,301 --> 00:19:10,657
ช่องความถี่ไหน

400
00:19:10,657 --> 00:19:14,657
ใช้ทางข้าราชการเกี่ยวกับงานข้าราชการไหม หรือว่าเกี่ยวกับ

401
00:19:15,603 --> 00:19:16,508
ธุรกิจ

402
00:19:16,508 --> 00:19:19,776
พานิชย์ทั้งต่าง ๆ นั่นเอง

403
00:19:19,776 --> 00:19:23,776
สำหรับประเทศไทยก็จะเอาย่านความถี่นะคะ

404
00:19:26,257 --> 00:19:27,085
ที่ 5 ghz นะคะ

405
00:19:27,085 --> 00:19:29,279
วันนี้

406
00:19:29,279 --> 00:19:33,279
ใช้เกี่ยวกับดาวเทียม

407
00:19:33,998 --> 00:19:36,380
เดี๋ยวเราก็จะมาเรียนกันว่าการรับส่งข้อมูลแบบดาวเทียม

408
00:19:36,380 --> 00:19:37,610
ครอบคลุมระยะไหนนะคะ

409
00:19:37,610 --> 00:19:38,260
พื้นโลกไหม

410
00:19:38,260 --> 00:19:42,260
ความถี่เท่าไร เป็น

411
00:19:42,537 --> 00:19:44,917
ระยะทางไกลเท่าไร เราก็

412
00:19:44,917 --> 00:19:46,487
ตัวกระจายสัญญาณอุปกรณ์

413
00:19:46,487 --> 00:19:47,381
จ่ายที่ช่วง

414
00:19:47,381 --> 00:19:49,543
ที่เท่าไรนั่นเองนะคะ

415
00:19:49,543 --> 00:19:53,543
อย่างที่บอกไปแล้ว

416
00:19:55,399 --> 00:19:55,630
802.1 A

417
00:19:55,630 --> 00:19:58,418
จะเป็นมาตรฐานที่ไม่ได้ใช้ทั่วไป

418
00:19:58,418 --> 00:20:01,852
ก็ไม่ได้ใช้ในประเทศไทยนะคะ

419
00:20:01,852 --> 00:20:05,852
สถานที่เชื่อมต่อกับความถี่สูง ๆ นะคะ

420
00:20:11,414 --> 00:20:12,497
ระยะทางที่ใช้ในการส่งต่อข้อมูลก็จะมี

421
00:20:12,497 --> 00:20:14,047
ค่อนข้าง

422
00:20:14,047 --> 00:20:18,047
ต่ำ ก็คือประมาณ 35 เมตรนะคะ

423
00:20:19,224 --> 00:20:21,004
ก็ไม่ไกลเท่าไ

424
00:20:21,004 --> 00:20:22,379
ร หรือว่าในโครงสร้างปิด

425
00:20:22,379 --> 00:20:22,763
เป็นตึกอาคาร

426
00:20:22,763 --> 00:20:26,557
ทำไมถึงโทรไม่ติดอาคารในกรณีที่ไม่มี

427
00:20:26,557 --> 00:20:27,744
สิ่ง

428
00:20:27,744 --> 00:20:31,744
มากีดขวางนะคะ

429
00:20:31,988 --> 00:20:32,873
ก็จะได้ที่ 120

430
00:20:32,873 --> 00:20:36,873
บางคนบอกว่าทำไมต้องเป็นตัวเป็นที่ปิด

431
00:20:37,442 --> 00:20:39,342
แตกต่างอย่างไร

432
00:20:39,342 --> 00:20:43,342
ข้างนอกก็จะมีพวกตัวลดทอนสัญญาณ ว่าจะเป็นต้นไม้ ตึก อาคาร

433
00:20:43,830 --> 00:20:47,830
และคลื่นความถี่ที่บอกไปมันก็จะไปเอาสีนั้น

434
00:20:49,738 --> 00:20:50,410
ทำให้การรับส่งข้อมูล

435
00:20:50,410 --> 00:20:54,355
ฉะนั้นผู้รับ

436
00:20:54,355 --> 00:20:56,204
ก็จะได้รับข้อมูลไม่ครบถ้วนนะคะ

437
00:20:56,204 --> 00:20:57,152
อันนี้ก็จะเป็นอุปสรรคต่าง ๆ

438
00:20:57,152 --> 00:21:01,152
คลื่นความถี่นี้ ก็จะไม่ว่าจะเป็นตึก อาคารกับสภาพแวดล้อม

439
00:21:01,871 --> 00:21:03,465
ฝนตกนะคะ

440
00:21:03,465 --> 00:21:07,465
สัญญาณกระทบกับเม็ดฝนนะคะ

441
00:21:10,894 --> 00:21:11,318
ก็มีปัจจัยต่าง ๆ

442
00:21:11,318 --> 00:21:15,318
แล้วก็ผลิตภัณฑ์ไร้สาย

443
00:21:16,548 --> 00:21:20,548
มาตรฐาน 802.11 a จะได้ความนิยมน้อย

444
00:21:26,299 --> 00:21:26,660
อย่างที่บอกไปว่าไม่สามารถใช้งานกับไทยได้นะ

445
00:21:26,660 --> 00:21:30,660
มันเป็นเหมือนตัวเชื่อมความถี่ ที่กำหนดไว้แล้วก็ไม่สามารถใช้เข้ากับอุปกรณ์ที่รองรับมาตรฐาน

446
00:21:38,010 --> 00:21:38,396
802.11 B แล้วก็ 802.11 4

447
00:21:38,396 --> 00:21:41,154
คือใช้กับแค่

448
00:21:41,154 --> 00:21:45,154
เองนะคะ คือต้องใช้กับตัวที่อยู่ในซีรีส์เดียวกัน ก็คือ 802.11 a เท่านั้น

449
00:21:47,534 --> 00:21:48,788
ข้อเสีย

450
00:21:48,788 --> 00:21:52,788
ถัดมาเมื่อเราพูดถึง

451
00:21:55,687 --> 00:21:59,687
ข้อเสียของมาตรฐาน

452
00:21:59,964 --> 00:22:00,436
802.11 a แล้ว

453
00:22:00,436 --> 00:22:04,436
ถ้าเกิดมาตรฐานตัวใหม่ขึ้นมา ก็คือ

454
00:22:05,791 --> 00:22:09,791
802.11 B นะคะ

455
00:22:10,362 --> 00:22:14,362
เราจะใช้เทคโนโลยีที่เรียกว่า cck นะคะ

456
00:22:16,011 --> 00:22:18,252
committed

457
00:22:18,252 --> 00:22:22,252
มันก็จะเป็นเทคนิคนะคะ ในการ

458
00:22:23,253 --> 00:22:26,804
รับส่งข้อมูลเช่นเดียวกัน

459
00:22:26,804 --> 00:22:27,074
เอาเขามาเกี่ย

460
00:22:27,074 --> 00:22:31,074
วก็จะมีอยู่ว่าก็ส่งเคราะห์

461
00:22:31,127 --> 00:22:32,387
ข้อมูลแบบนี้

462
00:22:32,387 --> 00:22:34,523
บริการ

463
00:22:34,523 --> 00:22:37,680
ส่งตัวนี้

464
00:22:37,680 --> 00:22:39,136
รวมกับเทคโนโลยี dss นะคะ

465
00:22:39,136 --> 00:22:40,774
Galaxy French

466
00:22:40,774 --> 00:22:43,128
ตัวนี้เข้าไป

467
00:22:43,128 --> 00:22:46,308
เมื่อกี้เราส่งไปที่

468
00:22:46,308 --> 00:22:50,308
ความเร็วที่ 54 นะคะ

469
00:22:50,377 --> 00:22:53,870
Mega Bit persec

470
00:22:53,870 --> 00:22:55,754
ความเร็วนี้มีให้ใช้คือ 11 MB

471
00:22:55,754 --> 00:22:59,220
persecGTA 5

472
00:22:59,220 --> 00:23:03,220
อันนี้ใช้ที่ย่านความถี่ 2.4 ghz

473
00:23:03,383 --> 00:23:03,596
2.1 A ใช้ 5 ghz นะคะ

474
00:23:03,596 --> 00:23:07,596
ที่ว่ามันจะลดลงซึ่งด้วยความถี่ ที่ใช้งานสาธารณะ

475
00:23:11,762 --> 00:23:14,854
สาธารณะก็คือทุกคนจะสามารถใช้งานได้แล้ว

476
00:23:14,854 --> 00:23:18,854
ข้อมูลชุดหนึ่ง a นั่นเอง

477
00:23:19,522 --> 00:23:21,234
เมื่อคืนสามารถใช้ได้ทั้งทางวิทยาศาสตร์อุตสาหกรรม

478
00:23:21,234 --> 00:23:24,703
การแพทย์นะคะ

479
00:23:24,703 --> 00:23:25,976
มันก็จะมีย่านความถี่ ที่สามารถนิยมเอาไปใช้

480
00:23:25,976 --> 00:23:28,498
นะคะ ก็คือ

481
00:23:28,498 --> 00:23:29,866
อุปกรณ์อื่นก็ได้

482
00:23:29,866 --> 00:23:31,965
Thai Smile ไปใช้

483
00:23:31,965 --> 00:23:35,965
ต้องต่าง ๆ นั่นเองนะคะ

484
00:23:36,301 --> 00:23:40,301


