﻿1
00:00:16,938 --> 00:00:20,490
สวัสดีล่ามด้วยนะคะ ตาม

2
00:00:20,490 --> 00:00:23,351
วันนี้เราจะมา

3
00:00:23,351 --> 00:00:25,783
โรงเรียนตัวมาตรฐาน

4
00:00:25,783 --> 00:00:28,953
ลงรายละเอียดนะคะ

5
00:00:28,953 --> 00:00:32,953
มาตรฐานตัวแรกนะคะ

6
00:00:32,984 --> 00:00:33,265
I EEE ของเรา

7
00:00:33,265 --> 00:00:37,265
IEEE นะคะ เราจะมาดูว่า

8
00:00:39,392 --> 00:00:43,043
มาตรฐาน

9
00:00:43,043 --> 00:00:45,890
IEEE เราจะเลือกมาตรฐานตัวที่ใกล้เรามากที่สุดนั่นเอง

10
00:00:45,890 --> 00:00:46,493
มันจะมีตัวมาตรฐานอะไรบ้างนะคะ

11
00:00:46,493 --> 00:00:48,498
ใช้รหัส

12
00:00:48,498 --> 00:00:49,081
ตัวเลข

13
00:00:49,081 --> 00:00:52,975
อะไร พร้อมตัวสัญลักษณ์ตัวอักษร

14
00:00:52,975 --> 00:00:56,975
แทนด้วยอะไรบ้าง และบ่งบอกมีความหมายอะไรบ้างนั่นเองนะคะ

15
00:00:57,608 --> 00:01:01,608
เราพูดไปแล้วนะคะ ว่าตัวมาตรฐานอาชีพนี้จะเป็นการรวมตัวของวิศวกรนะคะ ของอเมริกานะคะ เกี่ยวกับวิศวกรไฟฟ้าแล้วก็วิศวกรอิเล็กทรอนิกส์ทำการร่วมมือกัน

16
00:01:11,984 --> 00:01:15,984
เกี่ยวกับการดำเนินการวิจัยพัฒนา

17
00:01:19,642 --> 00:01:21,116
การทำงานนะคะ ไม่ว่าจะเป็นระบบ

18
00:01:21,116 --> 00:01:22,133
การไฟฟ้า

19
00:01:22,133 --> 00:01:25,636
คมนาคมไฟฟ้ากำลัง และก็แสงนะคะ

20
00:01:25,636 --> 00:01:28,766
ระบบการสื่อสารก็จะ

21
00:01:28,766 --> 00:01:29,931
อยู่ใต้

22
00:01:29,931 --> 00:01:33,931
ระบบไฟฟ้าเช่นเดียวกันนะคะ ถือว่าเป็นแขนงหนึ่ง

23
00:01:38,373 --> 00:01:40,114
น่าจะเป็นไฟฟ้าสื่อสารแน่นอนเพราะว่า

24
00:01:40,114 --> 00:01:42,530
การสื่อสารของเรานี่

25
00:01:42,530 --> 00:01:42,979
ต้องใช้กำลังไฟมา

26
00:01:42,979 --> 00:01:46,979
ให้เป็นพลังงานถูกไหมคะ ถ้าไม่มีตัวไฟฟ้าตัวนี้ก็ไม่สามารถที่จะสื่อสารกันได้ถูกไหม ไม่ว่าจะเป็นอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ต่าง ๆ

27
00:01:52,569 --> 00:01:56,569
ต้องมีพลังงานไฟฟ้านะคะ

28
00:01:56,854 --> 00:02:00,854
ตัว IEE ที่เป็นนี่ก็จะเป็นตัวมาวัดมาตรฐานว่า

29
00:02:03,334 --> 00:02:03,640
อุปกรณ์

30
00:02:03,640 --> 00:02:07,640
ข้อตกลงต่าง ๆ นะคะ

31
00:02:10,602 --> 00:02:10,908
ของการใช้งานเกี่ยวกับการสื่อสารของเราไม่ว่าจะเป็น อิเล็กทรอนิกส์

32
00:02:10,908 --> 00:02:12,287
วัดคุม

33
00:02:12,287 --> 00:02:16,287
ระบบวัดคุมก็จะเป็นระบบอีกระบบหนึ่งของวิศวกรนะคะ

34
00:02:17,483 --> 00:02:21,483
ที่ทำการควบคุมดูแล

35
00:02:22,604 --> 00:02:22,980
ไม่มีตัวมาตรฐานตัวไหนมากำหนดเช่นเดียวกันนะคะ

36
00:02:22,980 --> 00:02:24,657
โดย

37
00:02:24,657 --> 00:02:26,975
กลุ่มที่

38
00:02:26,975 --> 00:02:30,975
มาจากตัวของมาตรฐานมีก็จะแบ่งตามความเชี่ยวชาญ

39
00:02:31,329 --> 00:02:35,329
อย่าง

40
00:02:37,895 --> 00:02:41,231
ไฟฟ้าผลิตไฟฟ้าสื่อสารไฟฟ้ากำลังไฟฟ้าก็เหมือนโทรศัพท์

41
00:02:41,231 --> 00:02:41,589
ถ้าไฟฟ้ากำลังก็จะเป็นไฟฟ้าตามบ้านเรา

42
00:02:41,589 --> 00:02:45,589
ที่เราใช้กันอยู่ทั่วไปอันนี้น่าจะมาออกแล้วองค์การโทรศัพท์แล้วก็ไฟฟ้าส่วนภูมิภาคต่าง ๆ เช่นเดียวกันนะคะ

43
00:02:48,707 --> 00:02:52,707
โดยแต่ละกลุ่มก็จะได้รับหมายเลข IEEE บอกว่า

44
00:02:53,502 --> 00:02:57,282
เลขตัวนี้แทนด้วย

45
00:02:57,282 --> 00:03:01,282
การวัดมาตรฐานของการทำงานอะไร

46
00:03:02,900 --> 00:03:05,725
อุปกรณ์ไหม

47
00:03:05,725 --> 00:03:09,184
หรือข้อปฏิบัติต่าง ๆ หรือเปล่านะคะ

48
00:03:09,184 --> 00:03:13,184
เราจะมาดูมาตรฐาน IEEE นะคะ

49
00:03:13,479 --> 00:03:17,479
โดยจะแบ่งโดยเริ่มจากมาตรฐาน

50
00:03:17,760 --> 00:03:21,760
802 นะคะ

51
00:03:22,670 --> 00:03:22,726
802 จะเป็นรูปแบบของการสื่อสารนะคะ

52
00:03:22,726 --> 00:03:26,726
เริ่มด้วย 802.1 นะคะ

53
00:03:28,603 --> 00:03:29,229
จะเป็นการจัดการระบบเครือข่าย

54
00:03:29,229 --> 00:03:33,229
เช่นการตรวจสอบเวลาเราใช้งานระบบเครือข่ายในมหาวิทยาลัย

55
00:03:36,847 --> 00:03:38,365
ต่าง ๆ นะคะ

56
00:03:38,365 --> 00:03:40,829
หรือเข้าไปใช้งานตาม

57
00:03:40,829 --> 00:03:44,829
access point

58
00:03:45,603 --> 00:03:45,896
พวก True WiFi AIS wifi

59
00:03:45,896 --> 00:03:49,896
นะคะ เขาจะมีรูปแบบการตรวจสอบและรับรองผู้ใช้งานหรือว่าอ

60
00:03:52,720 --> 00:03:55,376

61
00:03:55,376 --> 00:03:59,376
อนมันคืออะไร ก็คือเรามี

62
00:04:02,778 --> 00:04:03,712
username password ในการใช้งานนั้นเองเพื่อระบุตัวตนว่านักศึกษาเป็นนักศึกษาคนไหน

63
00:04:03,712 --> 00:04:05,313
ชื่ออะไร

64
00:04:05,313 --> 00:04:08,511
รหัส ID อะไร

65
00:04:08,511 --> 00:04:10,081
เริ่มเข้ามาใช้งาน

66
00:04:10,081 --> 00:04:14,081
ตั้งแต่กี่โมง ใช้งานกี่โมง แล้วก็

67
00:04:14,378 --> 00:04:18,378
เลิกใช้งานเท่าไรนะคะ

68
00:04:20,637 --> 00:04:24,637
เท่าที่ค้นหาข้อมูล

69
00:04:25,620 --> 00:04:29,421
ดูที่เว็บไซต์อะไรบ้าง หรือว่าอัปโหลดดาวน์โหลดข้อมูลอะไรบ้างนะคะ

70
00:04:29,421 --> 00:04:32,887
อันนี้ก็จะเป็นการบอก otengisation

71
00:04:32,887 --> 00:04:33,455
บอกระบุว่าเป็นนักศึกษาเป็นเจ้าหน้าที่เป็นอาจารย์

72
00:04:33,455 --> 00:04:37,455
ราคามีระบบในการใช้งานอะไรบ้าง อันนี้จะเป็น 802.1

73
00:04:41,263 --> 00:04:42,930
ถัดบมา 802.2

74
00:04:42,930 --> 00:04:44,926
กำหนดการเชื่อมต่อ

75
00:04:44,926 --> 00:04:45,301
llc

76
00:04:45,301 --> 00:04:49,301
เกี่ยวกับตัว Data Link layer

77
00:04:50,258 --> 00:04:52,376
เราปี 2 กับปี 3 นะ

78
00:04:52,376 --> 00:04:55,088
เย็นนี้เบิกมาแล้ว

79
00:04:55,088 --> 00:04:59,088
ถูกไหม

80
00:04:59,198 --> 00:04:59,761
OSI layer เรียนมาแล้ว

81
00:04:59,761 --> 00:05:02,713
คุ้น ๆ ไหม

82
00:05:02,713 --> 00:05:06,713
OSI นะคะ

83
00:05:07,213 --> 00:05:11,213
ว่าจะเป็น logical Controller

84
00:05:12,265 --> 00:05:12,756
DataLink layer

85
00:05:12,756 --> 00:05:16,756
เดี๋ยวตัวหลังสไลด์เดี๋ยวอาจารย์จะพูดถึงตัว layer ต่าง ๆ ในการเปรียบเทียบระหว่าง OSI ต่าง ๆ ว่ามันมี

86
00:05:22,655 --> 00:05:26,655
ข้อจำกัดหรือว่าชั้นการเชื่อมต่อแตกต่างกันอย่างไรนั่นเองนะคะ

87
00:05:29,025 --> 00:05:33,025
ถัดมาเป็น IEEE ตัวที่ 3 ของเราจะเป็น 802.3 เป็นเครือข่ายอินเทอร์เน็ต

88
00:05:38,592 --> 00:05:42,592
เค

89
00:05:45,207 --> 00:05:47,625
รือข่ายอินเทอร์เน็ต ก็จะเป็นเริ่มต้นของการเชื่อมต่อของระบบเครือข่ายในภายในนั่นเอง

90
00:05:47,625 --> 00:05:49,286
เวลาการเชื่อมต่ออุปกรณ์

91
00:05:49,286 --> 00:05:53,274
ผู้รับแล้วก็พูด

92
00:05:53,274 --> 00:05:57,274
ส่งข้อมูลระหว่างกันไม่ว่าจะเป็นข้อมูล

93
00:06:01,871 --> 00:06:04,596
รูปภาพหนึ่งอะไรก็แล้วแต่เขาก็จะมีลักษณะการส่งข้อมูลจากปลายทางปลายทางอย่างไร แล้วส่งข้อมูลแล้ว

94
00:06:04,596 --> 00:06:07,692
กรณีที่ข้อมูลไม่ถึงปลายทางนี่

95
00:06:07,692 --> 00:06:08,938
เขามีเงื่อนไขหรือวิธีการเช็คอย่างไรนักเรียน

96
00:06:08,938 --> 00:06:11,069
ส่งไปแล้ว

97
00:06:11,069 --> 00:06:11,935
ข้อมูลที่ส่ง

98
00:06:11,935 --> 00:06:14,144
สมมุติว่า

99
00:06:14,144 --> 00:06:17,401
ข้อความแล้วไปทางเรียบ

100
00:06:17,401 --> 00:06:19,081
ที่มันรถหรือว่าขาดหายระหว่างทางนี่

101
00:06:19,081 --> 00:06:21,253
ไปเช็คอย่างไรนั่นเอง

102
00:06:21,253 --> 00:06:25,253
ขับมา 802.4

103
00:06:26,072 --> 00:06:26,863
Open Bus

104
00:06:26,863 --> 00:06:30,863
802.4 กับ 802.5 จะเป็นรูปแบบการเชื่อมต่อระบบเครือข่ายเชื่อมต่อแบบไหน

105
00:06:36,710 --> 00:06:37,048
ที่สุดนะคะ

106
00:06:37,048 --> 00:06:40,478
โทรเล่น

107
00:06:40,478 --> 00:06:44,478
Token Token ring ต่างกันอย่างไรมีการใช้อุปกรณ์อย่างแบบไหน

108
00:06:44,566 --> 00:06:48,566
แล้วตัวไหนมีข้อดีข้อเสียอย่างไร

109
00:06:51,118 --> 00:06:55,118
ข้อมูลได้เร็วไหม ในกรณีที่อุปกรณ์

110
00:06:56,132 --> 00:06:56,318
ต่อไปในระบบทำให้อุปกรณ์เครือข่ายล่มไหม

111
00:06:56,318 --> 00:07:00,318
หรือว่าจะสามารถใช้งานการสื่อสารเหล่านี้ได้อยู่บ้างหรือเปล่านะคะ

112
00:07:02,003 --> 00:07:06,003
เดี๋ยวเราจะมาพูดลึก ๆ อีกว่ามันมีอุปกรณ์ switch

113
00:07:06,868 --> 00:07:09,784
hub ตัวกระจายสัญญาณ

114
00:07:09,784 --> 00:07:13,784
การเชื่อมต่อแบบไหนที่มีการส่ง

115
00:07:15,427 --> 00:07:15,959
ดีข้อดีข้อเสียอะไรเดี๋ยวเราจะมาลงรายละเอียด

116
00:07:15,959 --> 00:07:18,483
อีกแต่ละตัวนะคะ

117
00:07:18,483 --> 00:07:22,483
ฉันมาประชุม 802.6 มาตรฐาน Man area Network

118
00:07:26,742 --> 00:07:27,553
ว่าจะเป็นลักษณะการส่งข้อมูล

119
00:07:27,553 --> 00:07:31,553
สื่อสารที่มีพื้นที่ให้บริการมากยิ่งขึ้นสุด

120
00:07:32,606 --> 00:07:36,606
เริ่มแรกอาจจะอยู่ในห้องขยายเป็น

121
00:07:38,400 --> 00:07:40,283
ขยายเพิ่มขึ้น

122
00:07:40,283 --> 00:07:43,754
เป็นเหมือนเองนะคะ

123
00:07:43,754 --> 00:07:45,315
แล้วก็จะมีดูว่าข้อกำหนดในการสื่อสารระหว่างเมือง

124
00:07:45,315 --> 00:07:49,315
เบอร์ของเรานี่

125
00:07:51,062 --> 00:07:51,458
มีการติดตั้งสัญญาณไหมกระจายสัญญาณอย่างไรทำให้ครอบคลุมพื้นที่นั่นเองนะคะ

126
00:07:51,458 --> 00:07:55,458
ถัดมา 802.7 มาตรฐาน

127
00:07:55,783 --> 00:07:57,943
ส่งสัญญาณแบบ

128
00:07:57,943 --> 00:07:58,218

129
00:07:58,218 --> 00:08:00,864
บอร์ดแบนกับเบสแบนนั่นเอง

130
00:08:00,864 --> 00:08:04,864
นะคะ วันนี้จะพูดถึงบอร์ดแบนนะคะ เบสแบนมีการส่งข้อมูลอย่างไร

131
00:08:10,807 --> 00:08:12,659
แบนกับแบนต่างกันอย่างไรก็จะมีการส่งข้อมูลความถี่เดียว

132
00:08:12,659 --> 00:08:13,041
มีความถี่พร้อมกันนะคะ

133
00:08:13,041 --> 00:08:15,782
มันจะต่างกันอย่างไร

134
00:08:15,782 --> 00:08:19,782
ถ้าเป็นเบสแบนก็คือการส่งข้อมูล

135
00:08:22,595 --> 00:08:26,595
นี่มันก็สามารถจัดส่งข้อมูลความถี่พร้อมกัน

136
00:08:26,977 --> 00:08:29,972
มันก็จะสะดวกสบายมากยิ่งขึ้นนั่นเอง เดี๋ยวเราก็จะมาดูข้อแตกต่างกันส่ง

137
00:08:29,972 --> 00:08:31,103
สัญญาณทางบอดแบนแล้วก็แบรนด์นั่นเอง

138
00:08:31,103 --> 00:08:31,852
ต่างกันอย่างไร

139
00:08:31,852 --> 00:08:34,390
ถัดมา

140
00:08:34,390 --> 00:08:38,390
802.8

141
00:08:38,610 --> 00:08:39,040
เคเบิ้ลใยแก้วนำแสง

142
00:08:39,040 --> 00:08:42,982
ในปัจจุบันมีอุปกรณ์

143
00:08:42,982 --> 00:08:45,009
เวลาเราใช้

144
00:08:45,009 --> 00:08:48,862
ระบบอินเทอร์เน็ต

145
00:08:48,862 --> 00:08:49,113
ภายในบ้านนะคะ

146
00:08:49,113 --> 00:08:51,469
ส่วนมากจะเป็นสาย

147
00:08:51,469 --> 00:08:54,692
ทองแดง

148
00:08:54,692 --> 00:08:55,127
ที่ใช้ในการเชื่อมต่อนะคะ

149
00:08:55,127 --> 00:08:59,127
ปัจจุบันก็จะเพิ่มขึ้นหรือพัฒนาเป็น Fiber Optic

150
00:09:00,050 --> 00:09:00,309
หรือว่าใยแก้วนำแสง

151
00:09:00,309 --> 00:09:04,309
ไฟเบอร์ออฟติก ก็จะมีคุณสมบัติในการส่งข้อมูลค่อนข้างระยะไกลกว่าแต่ข้อเสียของเขาก็จะมี

152
00:09:10,400 --> 00:09:10,597
เนื่องจากตามชื่อเป็นแก้วนะคะ ไฟเบอร์ออฟติก

153
00:09:10,597 --> 00:09:14,597
ความเปราะบางนะคะ หรือว่า

154
00:09:16,314 --> 00:09:17,386
การแตกหัก การบำรุงรักษาหรือว่าการเข้าหัวนี่ก็ค่อนข้างที่จะ

155
00:09:17,386 --> 00:09:17,785
ใช้

156
00:09:17,785 --> 00:09:21,785
บุคคลเฉพาะนั่นเองนะคะ แต่ว่า

157
00:09:22,423 --> 00:09:25,712
นิยมใช้มากขึ้นเพราะว่า

158
00:09:25,712 --> 00:09:28,721
ส่งสัญญาณได้ไกล แล้วก็

159
00:09:28,721 --> 00:09:29,888
พวกปัญญารบกวนก็จะค่อนข้างน้อยลงนั่นเองนะคะ

160
00:09:29,888 --> 00:09:32,906
ถัดมา 802.9

161
00:09:32,906 --> 00:09:36,906

162
00:09:38,716 --> 00:09:42,716
เป็นการรวม isdn ถ้ามองภาพง่าย ๆ ให้มองแบบการสื่อสารในระบบโทรศัพท์บ้านเรานั่นเอง

163
00:09:46,114 --> 00:09:49,560
เวลาเราสื่อสารโทรศัพท์นะคะ ก็จะมี

164
00:09:49,560 --> 00:09:51,122
ชุมสายนะคะ

165
00:09:51,122 --> 00:09:54,199
ในการเชื่อมต่อ

166
00:09:54,199 --> 00:09:54,592
แต่ละจุดนะคะ

167
00:09:54,592 --> 00:09:58,024
เหมือนสมมติ

168
00:09:58,024 --> 00:10:01,308
โทรศัพท์แต่ละ

169
00:10:01,308 --> 00:10:05,308
จังหวัด

170
00:10:06,086 --> 00:10:07,720
ก็จะมีคลื่นข้างหน้าใช่ไหมบ้านเราก็จะเป็น 042 ใช่ไหม

171
00:10:07,720 --> 00:10:08,147
คะ ต่างประเทศหรือ

172
00:10:08,147 --> 00:10:12,012
กรุงเทพฯก็จะเป็น 02 ก็จะมี

173
00:10:12,012 --> 00:10:16,012
จุดพักแล้วก็กระจายสัญญาณแต่ละที่

174
00:10:19,098 --> 00:10:19,676
ว่าจะเป็นการส่งข้อมูลแบบ isdn นั้นเอง

175
00:10:19,676 --> 00:10:23,676
ถัดมาตัวมาตรฐานแบบ

176
00:10:25,595 --> 00:10:26,595
802.10

177
00:10:26,595 --> 00:10:29,446
ความปลอดภัย

178
00:10:29,446 --> 00:10:33,446
ความปลอดภัยตัวนี้ก็ค่อนข้างสำคัญ

179
00:10:37,532 --> 00:10:39,237
สมมุติเรามีลักษณะ internet banking การใช้เติมเงิน

180
00:10:39,237 --> 00:10:42,123
ชอปปิงออนไลน์ต่าง ๆ

181
00:10:42,123 --> 00:10:43,631
สินค้าเพิ่มมากขึ้นความปลอดภัยตรงนี้

182
00:10:43,631 --> 00:10:44,471
ว่าจะมีอย่างไร

183
00:10:44,471 --> 00:10:46,501
ในกรณีที่เรากรอก

184
00:10:46,501 --> 00:10:49,481
รหัสบัตรเครดิตเข้าไป

185
00:10:49,481 --> 00:10:53,481
นะคะ ทำการโอนเงินถอนเงิน

186
00:10:53,602 --> 00:10:55,254
หรือว่าชอปปิงออนไลน์ขึ้นมานี่

187
00:10:55,254 --> 00:10:55,771
ความปลอดภัยตรงนี้

188
00:10:55,771 --> 00:10:59,771
ตรงนี้จะโดนผู้อื่นนำข้อมูลตรงนี้ไปได้หรือเปล่า เพราะบางทีจะมีข่าวว่าอยู่ดี ๆ ก็จะมีตัว SMS เตือนมาว่าคุณใช้

189
00:11:05,548 --> 00:11:07,323
โอนเงินไปนี่

190
00:11:07,323 --> 00:11:11,323
ซื้อสินค้าอาจจะขึ้นเป็น US dollar ด้านล่างต่างประเทศขึ้นมา

191
00:11:11,828 --> 00:11:15,828
เราจะเช็คได้อย่างไร และตัวระบบที่เราใช้ระบบเครือข่ายมีความปลอดภัย

192
00:11:18,583 --> 00:11:19,152
ถึงระดับไหนนั่นเอง

193
00:11:19,152 --> 00:11:23,152
นะคะ ถัดมา

194
00:11:29,078 --> 00:11:29,446
802.11

195
00:11:29,446 --> 00:11:33,126
เป็นมาตรฐานที่ใกล้ตัว

196
00:11:33,126 --> 00:11:37,126
กับนักเรียนมากที่สุดนักเรียนนักศึกษานะ

197
00:11:38,360 --> 00:11:42,360
เพราะว่าเป็น Wireless หรือว่าตัว WiFi นะคะ

198
00:11:44,533 --> 00:11:45,084
เวลาเราเชื่อมต่อใช้สมาร์ทโฟน

199
00:11:45,084 --> 00:11:46,902
แท็บเล็ตนะคะ

200
00:11:46,902 --> 00:11:50,902
Notebook ขึ้นมานี่ในการเชื่อมต่ออุปกรณ์สื่อสารนะคะ เข้าใน

201
00:11:53,343 --> 00:11:55,417
รั้วมหาวิทยาลัยหรือว่า

202
00:11:55,417 --> 00:11:59,417
อยู่ที่หอพักต่าง ๆ

203
00:11:59,654 --> 00:12:01,117
มีอุปกรณ์เหล่านี้ขึ้นมา

204
00:12:01,117 --> 00:12:02,388
ถัดมา

205
00:12:02,388 --> 00:12:06,388
802.12 นะคะ

206
00:12:06,495 --> 00:12:10,495
ความเข้าใจนะคะ ความ

207
00:12:12,584 --> 00:12:12,892
สำคัญกับความต้องการของระบบเครือข่าย

208
00:12:12,892 --> 00:12:16,892
ลำดับความสำคัญของ

209
00:12:17,398 --> 00:12:18,342
การใช้งาน

210
00:12:18,342 --> 00:12:21,803
บางทีเวลาเราเข้าไปดึงข้อมูลนะคะ

211
00:12:21,803 --> 00:12:24,437
เข้าสู่อินเทอร์เน็ต

212
00:12:24,437 --> 00:12:25,978
มันจะมี

213
00:12:25,978 --> 00:12:26,209
การเข้าถึงแบบ

214
00:12:26,209 --> 00:12:30,209
ที่เป็นรูปแบบตัวอักษรรูปภาพ หรือว่าจะเป็นมัลติมีเดีย

215
00:12:31,314 --> 00:12:35,314
ความสัมพันธ์ในการใช้งานนี่

216
00:12:35,557 --> 00:12:38,034
ก็จะค่อนข้างแตกต่างกัน

217
00:12:38,034 --> 00:12:38,495
เวลารับส่งข้อมูลถ้าเป็น

218
00:12:38,495 --> 00:12:42,495
คำพูดตัวอักษรนะคะ

219
00:12:43,425 --> 00:12:43,750
ตัวอักษรนี่การไล่เรียงลำดับ

220
00:12:43,750 --> 00:12:47,750
นี่ ท้ายที่สุดแล้วเราก็จะสามารถประกอบภาพกันแล้วก็เป็นข้อมูลที่สามารถสื่อสารไปยังปลายทางได้

221
00:12:52,247 --> 00:12:53,711
แต่ในกรณีที่เป็น

222
00:12:53,711 --> 00:12:57,511
รูปแบบของเสียง

223
00:12:57,511 --> 00:12:57,933
ถ้ามาเรียงลำดับไม่ถูกต้องแน่นอนว่าท้ายที่สุดแล้ว

224
00:12:57,933 --> 00:13:01,933
ข้อมูลเสียงของเรามันจะไม่เป็นประโยคถูกไหมคะ

225
00:13:02,542 --> 00:13:06,542
อันหลังมาก่อนได้หน้ามาก่อนมันก็จะรวมกันไม่ได้

226
00:13:10,195 --> 00:13:10,664
ก็จะมาดูลำดับความสำคัญแล้วก็ความต้องการของข้อมูลของเรา

227
00:13:10,664 --> 00:13:14,664
ถัดมา มาตรฐาน 802.14 เป็นโมเด็ม

228
00:13:17,272 --> 00:13:21,272
โมเด็มก็จะเป็นตัวอุปกรณ์ตัวแรกที่ใช้ในการสื่อสารนะคะ

229
00:13:25,994 --> 00:13:27,487
ก่อนที่เราจะมีการใช้อินเทอร์เน็ต

230
00:13:27,487 --> 00:13:31,487
ทั่วไปบ้านเราที่มีสวิตช์เสียบปุ๊บสามารถที่จะ login เข้าไปใช้งานได้เลยนะคะ

231
00:13:33,244 --> 00:13:37,244
เริ่มแรกในการสื่อสารในระบบเครือข่ายจะมีอุปกรณ์ที่เรียกว่าโมเด็ม ในการรับข้อมูลแล้วก็ส่งข้อมูลนะคะ โดยเราจะกรอกข้อมูลในรูปแบบ ไดอะล็อกหรือว่า

232
00:13:48,149 --> 00:13:48,598
ตัวเล็กเข้าไปหรือว่าหมายเลขโทรศัพท์เพื่อเป็นการ Connect เข้าไปยัง

233
00:13:48,598 --> 00:13:52,598
ที่จุดเราใช้บริการไม่ว่าจะเป็นองค์การโทรศัพท์

234
00:13:52,614 --> 00:13:56,614
หรือว่า

235
00:13:59,466 --> 00:13:59,654
บริษัทที่ให้บริการเพื่อทำการ Connect แล้วก็เชื่อมต่อไปยังปลายทางนั่นเองนะคะ

236
00:13:59,654 --> 00:14:02,414
เดี๋ยว

237
00:14:02,414 --> 00:14:06,414
สไลด์ไปอาจารย์ก็จะพูดถึงตัวโมเด็มว่าเขามีการเชื่อมต่อแล้วก็

238
00:14:10,475 --> 00:14:14,475
ส่งข้อมูลอย่างไรนั่นเองนะคะ

239
00:14:14,992 --> 00:14:16,007
ถือว่าเป็นการส่งสารเริ่มแรกเลยตัวโมเด็มตัวนี้

240
00:14:16,007 --> 00:14:19,373
ถัดมา

241
00:14:19,373 --> 00:14:22,202
802.15

242
00:14:22,202 --> 00:14:23,091
พื้นที่ส่วนไร้สายส่วนบุคคล

243
00:14:23,091 --> 00:14:26,367
เวลาเราใช้อุปกรณ์สื่อสารนะคะ

244
00:14:26,367 --> 00:14:30,367
พูดง่าย ๆ ว่าเราใช้ระบบโทรศัพท์มันก็จะมีช่วงที่อับสัญญาณถูกไหมคะ

245
00:14:31,866 --> 00:14:35,866
มองภาพง่าย ๆ ก่อนเพื่อที่จะได้เข้าใจเวลาเราใช้มือถือนี่

246
00:14:40,821 --> 00:14:43,425
ขึ้นเขาลงห้วยหรือว่าพื้นที่ไม่ควบคุมมันก็จะมีคลื่นความถี่

247
00:14:43,425 --> 00:14:43,645
หรือว่าตัวส่งสัญญาณที่มันน้อยลงนะคะ

248
00:14:43,645 --> 00:14:47,645
กลับมามองที่เครือข่ายไร้สายส่วนบุคคลนะคะ สมมติ

249
00:14:51,334 --> 00:14:55,334
เราให้บริการระบบเครือข่าย

250
00:14:57,031 --> 00:14:57,250
อยู่ในมหาวิทยาลัย หรือว่าเป็นที่ของเราก็จะมีพื้นที่ควบคุมนะคะ

251
00:14:57,250 --> 00:14:59,936
ว่า

252
00:14:59,936 --> 00:15:01,891
ตัวกระจายสัญญาณของเรา

253
00:15:01,891 --> 00:15:03,695
เขาให้พื้นที่เท่าไร

254
00:15:03,695 --> 00:15:04,724
เวลาพวก

255
00:15:04,724 --> 00:15:06,633
Network

256
00:15:06,633 --> 00:15:10,633
ต้องการคำนวณ

257
00:15:17,853 --> 00:15:20,697
สมมุติชั้น 1 นี่มีตัว access point กี่ตัวที่จะควบคุมพื้นที่หรือว่า area ต้องมีการควบคุมฝันว่าตั้งในจุดอับสัญญาณหรือว่าเราต้องวา

258
00:15:20,697 --> 00:15:23,313
งอุปกรณ์ตรงไหนให้มันครอบคลุมและที่สำคัญ

259
00:15:23,313 --> 00:15:27,313
ครอบคลุมแล้วก็ต้องมีไม่สิ้นเปลือง

260
00:15:28,349 --> 00:15:29,426
ทางคุ้มทุนแล้วก็ครอบคลุมด้วยนั่นเองมันก็ต้องมาควบคู่กัน

261
00:15:29,426 --> 00:15:33,426
คราวนี้ 802.16 จะเป็นมาตรฐาน Broadband แบบไร้สายหรือว่า Y Max

262
00:15:38,391 --> 00:15:42,391
ก็คือรูปแบบของนิสาย

263
00:15:48,180 --> 00:15:48,343
รูปแบบไร้สายจะมีมาตรฐานตัวนี้เข้ามาก็คือ 802.16

264
00:15:48,343 --> 00:15:51,875
มีทั้งมีสายแล้วก็ไร้สายนะคะ

265
00:15:51,875 --> 00:15:55,875
ถัดมาเราจะมาพูดถึงที่บอกว่าตัวที่ใกล้ที่สุด

266
00:16:01,499 --> 00:16:05,252
802.11 นะคะ

267
00:16:05,252 --> 00:16:09,252
ตัวนี้ก็จะเป็นลักษณะการ

268
00:16:11,349 --> 00:16:14,715
โครงข่ายไร้สายของเรานะคะ

269
00:16:14,715 --> 00:16:17,495
โดยจะกำหนดอยู่ที่ตัวเลข 802.11

270
00:16:17,495 --> 00:16:18,047
แล้วจะตามด้วยตัวอักษรภาษาอังกฤษ

271
00:16:18,047 --> 00:16:22,047
ตามมาเพื่อระบุว่า

272
00:16:23,703 --> 00:16:26,675
แต่ละตัวนี่มีความหมายอะไรบ้าง a b g n

273
00:16:26,675 --> 00:16:26,943
แล้วก็ล่าสุดก็จะเป็น AC นั่นเอง

274
00:16:26,943 --> 00:16:29,953
นะคะ เดี๋ยวเราจะมาดูนะคะ

275
00:16:29,953 --> 00:16:33,953
ตัว

276
00:16:35,045 --> 00:16:35,821
มาตรฐาน 802.11 นี่

277
00:16:35,821 --> 00:16:39,821
มาตรฐานที่ใช้

278
00:16:43,472 --> 00:16:43,821
รับส่งข้อมูลทั่วไปอยู่แล้วเราก็คุ้นเคยอยู่แล้วรับส่ง WiFi หรือว่า Wireless Lan หรือว่า

279
00:16:43,821 --> 00:16:46,512
w-i-f-i นะคะ

280
00:16:46,512 --> 00:16:50,512
เชื่อมต่อระบบไร้สายของอุปกรณ์นะคะ ทั้งผู้รับและผู้ส่ง

281
00:16:55,824 --> 00:16:56,506
เข้าหากันนั่นเอง

282
00:16:56,506 --> 00:16:58,875
โดย

283
00:16:58,875 --> 00:17:02,875
อุปกรณ์ที่เราใช้งานนะคะ

284
00:17:05,968 --> 00:17:08,228
ก็จะมีตัว access Point

285
00:17:08,228 --> 00:17:11,123
ที่รับข้อมูล

286
00:17:11,123 --> 00:17:14,217
และส่งข้อมูล ระหว่างอุปกรณ์ทั้ง 2 ชนิด

287
00:17:14,217 --> 00:17:18,217
หรือจะมีการเชื่อมต่อในสายแลนนะคะ ตัวรับตัวส่ง

288
00:17:19,769 --> 00:17:22,171
ก็ได้เช่นเดียวกัน

289
00:17:22,171 --> 00:17:26,171
อาจจะเป็นสาย Lan กับ WiFi หรือว่า WiFi กับสายแลนก็ได้นะคะ

290
00:17:28,080 --> 00:17:32,080
เมื่อมีตัวเครือข่ายตัวนี้ขึ้นมาเราก็ต้องมีเลือกตัวมาตรฐานแล้วก็เลือกอุปกรณ์ที่มันรองรับ

291
00:17:35,592 --> 00:17:39,592
การใช้งานนะคะ

292
00:17:39,909 --> 00:17:40,284
และการเข้ากันของเทคโนโลยีด้วย

293
00:17:40,284 --> 00:17:44,284
ว่าอันไหนเหมาะสมนะคะ

294
00:17:49,645 --> 00:17:52,194
อาจจะซื้อมาจากต่างประเทศนี่มันรองรับกับความถี่ที่ใช้ได้ในบ้านเราหรือเปล่า

295
00:17:52,194 --> 00:17:52,824
หรือว่าใช้ได้เฉพาะต่างประเทศนะคะ

296
00:17:52,824 --> 00:17:56,824
ต้องอุปกรณ์ที่วัดสามารถรองรับกับการใช้งานที่บ้านเราด้วยนั่นเองนะคะ

297
00:17:59,149 --> 00:18:03,149
เรามาดูตัวเลขที่มาตรฐาน

298
00:18:03,202 --> 00:18:07,202
802.11a นะคะ ตัวนี้

299
00:18:08,009 --> 00:18:12,009
มีความสามารถในการรับส่งข้อมูลที่

300
00:18:13,430 --> 00:18:14,174
54

301
00:18:14,174 --> 00:18:14,777
M

302
00:18:14,777 --> 00:18:16,778

303
00:18:16,778 --> 00:18:20,778
bps รือว่าเมกะบิตต่อวินาทีนั่นเองใช้ได้ย่านความถี่

304
00:18:22,590 --> 00:18:26,590
ความถี่ที่เราใช้อยู่ที่ 5 ghz

305
00:18:26,602 --> 00:18:30,602
ซึ่งความถี่นี้

306
00:18:31,713 --> 00:18:32,546
ไม่ได้รับอนุญาตใช้ในประเทศไทย

307
00:18:32,546 --> 00:18:36,546
นะคะ ก็คืออ่างต่างประเทศอาจจะมีใช้บ้างแล้วแต่

308
00:18:39,125 --> 00:18:41,192
แล้วข้อกำหนด

309
00:18:41,192 --> 00:18:45,086
ข้อตกลงต่างประเทศว่าใช้ได้หรือเปล่า

310
00:18:45,086 --> 00:18:49,086
นะคะ บางคนอาจจะสงสัยว่าย่านคลื่นความถี่อย่างไรเป็นอย่างไร

311
00:18:53,626 --> 00:18:54,243
เหมือนต้องฟังวิทยุ

312
00:18:54,243 --> 00:18:58,243
AM FM นี่

313
00:19:01,131 --> 00:19:05,131
คลื่นความถี่มันก็จะคนละคลื่น เขาก็จะจัดสรรความถี่นี้ต่าง ๆ

314
00:19:05,286 --> 00:19:07,248
ให้ไปใช้อะไรได้บ้างอันนี้ก็จะเป็นลักษณะเดียวกัน

315
00:19:07,248 --> 00:19:09,068
ในการรับส่งข้อมูล

316
00:19:09,068 --> 00:19:10,732
ความถี่ต่าง ๆ นะคะว่า

317
00:19:10,732 --> 00:19:11,138
ช่วงความถี่ไหน

318
00:19:11,138 --> 00:19:15,138
ใช้ทางข้าราชการเกี่ยวกับงานข้าราชการไหมหรือว่าเกี่ยวกับธุรกิจพาณิชย์ต่าง ๆ

319
00:19:19,308 --> 00:19:20,730
นั่นเอง

320
00:19:20,730 --> 00:19:24,730
สำหรับประเทศไทยก็จะเอาย่านความถี่นะคะ ที่ 5 ghz นะคะ ตรงนี้

321
00:19:29,558 --> 00:19:31,103
มาใช้เกี่ยวกับดาวเทียม

322
00:19:31,103 --> 00:19:35,103
เราก็จะมาเรียนด้วยว่าการส่งข้อมูลแบบดาวเทียมที่ครอบคลุมระยะไหน

323
00:19:36,548 --> 00:19:40,548
พื้นโลกไหม

324
00:19:40,590 --> 00:19:42,304
นะคะ ที่ความถี่เท่าไร

325
00:19:42,304 --> 00:19:46,010
ระยะทางไกลเท่าไร

326
00:19:46,010 --> 00:19:46,189
และมีตัวกระจายสัญญาณหรืออุปกรณ์นี่ กระจายสัญญาณ

327
00:19:46,189 --> 00:19:49,669
อุปกรณ์ที่ช่วงที่เท่าไรนั่นเองนะคะ

328
00:19:49,669 --> 00:19:52,276
ข้อเสีย

329
00:19:52,276 --> 00:19:56,276
อย่างที่บอกไปแล้ว 802.11a นี่เนื่องจากเป็นมาตรฐานที่ไม่ได้ใช้ทั่วไปแล้วก็ไม่ได้ใช้ในประเทศไทยนะคะ

330
00:20:02,631 --> 00:20:05,923
มาตรฐานที่เชื่อมต่อ

331
00:20:05,923 --> 00:20:07,905
กับความถี่สูง

332
00:20:07,905 --> 00:20:11,905
ๆ นะคะ ระยะทางที่ใช้ในการส่งข้อมูล

333
00:20:12,681 --> 00:20:13,509
นี่ก็ค่อนข้าง

334
00:20:13,509 --> 00:20:15,500
ต่ำ

335
00:20:15,500 --> 00:20:19,500
ก็คือประมาณ 35 เมตร

336
00:20:26,267 --> 00:20:29,637
น

337
00:20:23,590 --> 00:20:27,590
ะคะ ก็ไม่ไกลเท่าไรอยู่ในโครงสร้างปิดถ้าเป็นตึกอาคาร

338
00:20:28,784 --> 00:20:29,400
ทำไมถึงพูดเป็นตึกอาคารก็คือในกรณีที่ไม่มีสิ่งมากีดขวาง

339
00:20:29,400 --> 00:20:29,629
นะคะ

340
00:20:29,629 --> 00:20:33,629
ก็จะได้ที่ 120 เมตร บางคนบอกว่า

341
00:20:35,007 --> 00:20:39,007
ทำไมต้องเป็นพื้นที่ปิดแล้วต่างกันอย่างไรถ้าเป็นข้างนอกก็จะมีพวกตัวลดทอนสัญญาณ ไม่ว่าจะเป็นต้นไม้ตึกอาคารเวลาคลื่นความถี่ขึ้นไปเขาจะซ

342
00:20:46,144 --> 00:20:50,144
ับคลื่นความถี่นั้นแล้วก็ทำให้พลังงานในการส่งข้อมูลหนี้ลดน้อยลง

343
00:20:56,862 --> 00:20:58,409
ดังนั้นผู้รับก็จะได้รับข้อมูลได้ไม่ครบถ้วนนะคะ อันนี้ก็จะเป็นอุปสรรคต่าง ๆ

344
00:20:58,409 --> 00:21:02,409
พวกคลื่นความถี่ว่าจะเป็นตึกอาคารหรือว่าสภาพแวดล้อมกรณีฝนตกนะคะ คลื่นความถี่มันไป

345
00:21:05,672 --> 00:21:08,438
พร้อมกับเม็ดฝน

346
00:21:08,438 --> 00:21:12,438
ช่วงนี้ก็จะไปลดทอน เช่นเดียวกัน

347
00:21:12,853 --> 00:21:14,559
มันก็จะมีปัจจัยอะไรหลาย ๆ อย่างในการส่งคลื่นความถี่พวกนี้นะคะ

348
00:21:14,559 --> 00:21:14,887
แล้วก็

349
00:21:14,887 --> 00:21:17,509
ผลิตภัณฑ์ไร้สาย

350
00:21:17,509 --> 00:21:21,509
มาตรฐาน 802.11

351
00:21:22,502 --> 00:21:22,754
a จะได้ความนิยมน้อย

352
00:21:22,754 --> 00:21:24,810
อย่างที่บอกไปว่า

353
00:21:24,810 --> 00:21:28,810
ไม่สามารถใช้กับไทยได้ เพราะว่า

354
00:21:34,785 --> 00:21:38,785
มันเป็นเหมือนคลื่นความถี่ที่กำหนดไว้นะคะ แล้วก็ไม่สามารถใช้เข้ากับอุปกรณ์ที่รองรับมาตรฐาน

355
00:21:39,616 --> 00:21:41,989
802.11b และ 802.11

356
00:21:41,989 --> 00:21:42,149
g ก็คือใช้ได้แค่กับเพื่อนมันเอง

357
00:21:42,149 --> 00:21:46,149
นะคะ ใช้กับเพื่อนไม่ได้ต้องใช้ตัวที่อยู่ในซีรี่ส์เดียวกันก็คือ 802.11

358
00:21:48,179 --> 00:21:51,346
a เท่านั้นนะคะ ข้อเสีย

359
00:21:51,346 --> 00:21:54,850
ถัดมา

360
00:21:54,850 --> 00:21:58,146
เมื่อเราพบ

361
00:21:58,146 --> 00:21:58,494
ถึงข้อเสียของมาตรฐาน 802.11

362
00:21:58,494 --> 00:22:02,494
a แล้วก็จะเกิดมาตรฐานตัวใหม่ขึ้นมา ก็คือ

363
00:22:06,133 --> 00:22:07,526
802.11

364
00:22:07,526 --> 00:22:10,232
b โดยนะคะ

365
00:22:10,232 --> 00:22:14,232
เราจะใช้เทคโนโลยีที่เรียกว่า

366
00:22:15,695 --> 00:22:15,927
CCK

367
00:22:15,927 --> 00:22:18,886

368
00:22:18,886 --> 00:22:19,437

369
00:22:19,437 --> 00:22:23,437
มันก็จะเป็นเทคนิคในการ

370
00:22:25,354 --> 00:22:27,120
รับส่งข้อมูลเช่นเดียวกัน

371
00:22:27,120 --> 00:22:27,602
เอาClock เข้ามาเกี่ยว

372
00:22:27,602 --> 00:22:31,602
ถ้าลงลึกอีกก็จะมีว่าการส่งสัญญาณที่ส่งอย่างไร

373
00:22:31,806 --> 00:22:35,017
ข้อมูลตัวป๊อปไปไส

374
00:22:35,017 --> 00:22:37,866
ช่วงไหน

375
00:22:37,866 --> 00:22:39,193
ร่วมกับเทคโนโลยี

376
00:22:39,193 --> 00:22:39,495

377
00:22:39,495 --> 00:22:42,565
สเปกตรัมตัวนี้

378
00:22:42,565 --> 00:22:46,389
เมื่อกี้เราส่งไปที่

379
00:22:46,389 --> 00:22:50,389
ความเร็วที่ 54 นะคะ mbps แต่ความเร็วตัวนี้

380
00:22:54,142 --> 00:22:54,828
ที่ใช้ 11 MB

381
00:22:54,828 --> 00:22:58,828
เมื่อกี้ใช้ 5 อันนี้ใช้ที่ย่านความถี่ 2.4

382
00:22:59,821 --> 00:23:00,078
ghz

383
00:23:00,078 --> 00:23:03,981
เมื่อกี้เป็น 2.1 A เป็น

384
00:23:03,981 --> 00:23:07,981
5 ghz

385
00:23:09,181 --> 00:23:13,112
เห็นว่ามันจะลดลงซึ่งเป็นย่านความถี่ที่ใช้งานสาธารณะ

386
00:23:13,112 --> 00:23:16,745
สาธารณะก็คือทุกคนสามารถที่จะใช้งานได้แล้วนะคะ ไม่ได้เป็น

387
00:23:16,745 --> 00:23:20,626
ข้อจำกัดเหมือนกับ 802.11a นั่นเอง

388
00:23:20,626 --> 00:23:21,739
ก็คือสามารถใช้ได้ทั้งเกี่ยวกับทางวิทยาศาสตร์อุตสาหกรรม

389
00:23:21,739 --> 00:23:21,960
การแพทย์นะคะ

390
00:23:21,960 --> 00:23:25,960
มันก็จะมีย่านความถี่ที่สามารถนิยมเอาไปใช้นั่นเองนะคะ

391
00:23:26,072 --> 00:23:30,072
ก็คือใช้กับอุปกรณ์ตัวอื่นก็ได้

392
00:23:32,388 --> 00:23:32,757
ใครก็สามารถมาใช้ในด้านต่าง ๆ ได้นั่นเองนะคะ

393
00:23:32,757 --> 00:23:36,757


