﻿1
00:00:17,936 --> 00:00:20,434
(อาจารย์ธิดารัตน์) สวัสดีค่ะ สวัสดีล่ามด้วยนะคะ

2
00:00:20,434 --> 00:00:24,434
วันนี้

3
00:00:25,050 --> 00:00:25,640
เราจะมาเริ่มเรียนตัวมาตรฐาน

4
00:00:25,640 --> 00:00:27,902
โดย

5
00:00:27,902 --> 00:00:28,345
ลงรายละเอียดนะคะ

6
00:00:28,345 --> 00:00:30,720
เป็นมาตรฐานตัวแรกนะคะ

7
00:00:30,720 --> 00:00:34,720
IEEE ของเรา IEEE นะคะ เดี๋ยวจะมาดูว่ามาตรฐาน IEEE

8
00:00:40,964 --> 00:00:42,366
นะคะ

9
00:00:42,366 --> 00:00:45,727
มันจะมีตัว

10
00:00:45,727 --> 00:00:46,207
มาตรฐานอะไรบ้างนะคะ

11
00:00:46,207 --> 00:00:50,207
ใช้รหัสตัวเลขอะไร พร้อมตัวสัญลักษณ์

12
00:00:51,337 --> 00:00:51,772
ตัวอักษร

13
00:00:51,772 --> 00:00:55,772
แทนด้วยอะไรบ้าง

14
00:00:56,956 --> 00:00:57,669
แล้วบ่งบอกมีความหมายอะไรบ้างนั่นเองนะคะ

15
00:00:57,669 --> 00:01:01,669
เราพูดไปแล้วนะคะ ว่าตัวมาตรฐานไอที่ดีก็คือการรวมตัวของวิศวกรนะคะ ของอเมริกา

16
00:01:07,772 --> 00:01:10,970
นะคะ เกี่ยวกับวิศวกรไฟฟ้า แล้วก็

17
00:01:10,970 --> 00:01:12,421
วิศวกรอิเล็กทรอนิกส์นะคะ ทำการร่วมมือกัน

18
00:01:12,421 --> 00:01:15,911
เกี่ยวกับการดำเนินการวิจัยพัฒนานะคะ

19
00:01:15,911 --> 00:01:19,911
การทำงานนะคะ ไม่ว่าจะเป็นระบบด้าน

20
00:01:20,308 --> 00:01:20,889
ไฟฟ้า

21
00:01:20,889 --> 00:01:24,540
โทรคมนาคม ไฟฟ้ากำลัง แล้วก็

22
00:01:24,540 --> 00:01:28,540
ระบบแสงนะคะ แล้วก็อยู่ภายใต้นะคะ

23
00:01:29,648 --> 00:01:33,648
ระบบไฟฟ้าเช่นเดียวกัน

24
00:01:34,101 --> 00:01:37,812
ถือว่าเป็น

25
00:01:37,812 --> 00:01:40,061
แขนงหนึ่งก็จะเป็นไฟฟ้าสื่อสารแน่นอนว่า

26
00:01:40,061 --> 00:01:40,921
การสื่อสารของเราต้องใช้

27
00:01:40,921 --> 00:01:43,587
กำลังไฟ

28
00:01:43,587 --> 00:01:44,397
มาให้

29
00:01:44,397 --> 00:01:44,975
พลังงาน

30
00:01:44,975 --> 00:01:48,975
ถ้าไม่มีตัวไฟฟ้าตัวนี้ก็ไม่สามารถที่จะ

31
00:01:49,707 --> 00:01:53,707
สื่อสารกันได้ถูกไหม

32
00:01:53,782 --> 00:01:57,782
ไม่ว่าจะเป็นอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ต่าง ๆ ต้องมีพลังงานไฟฟ้า

33
00:02:03,315 --> 00:02:00,531
นะคะ

34
00:01:54,306 --> 00:01:58,306
ตัว IEEE ก็จะเป็นตัวว

35
00:02:01,626 --> 00:02:01,918
ัดมาตรฐานว่า

36
00:02:01,918 --> 00:02:05,918
อุปกรณ์

37
00:02:09,398 --> 00:02:10,519
ข้อตกลงต่าง ๆ นะคะ ของการใช้งานของการสื่อสารของเรา ไม่ว่าจะเป็น

38
00:02:10,519 --> 00:02:11,939
อิเล็กทรอนิกส์

39
00:02:11,939 --> 00:02:12,145

40
00:02:12,145 --> 00:02:16,145
วัดคุมนะคะ ระบบวัดคุม  ก็คือ

41
00:02:16,676 --> 00:02:19,496
ของวิศวกร

42
00:02:19,496 --> 00:02:22,658
ที่ทำการควบคุมดูแล

43
00:02:22,658 --> 00:02:23,724
ไม่ว่าจะเป็นมาตรฐานตัวไหนมอดกำหนดเช่นกัน

44
00:02:23,724 --> 00:02:24,304
โดย

45
00:02:24,304 --> 00:02:26,077
กลุ่มที่

46
00:02:26,077 --> 00:02:30,077
มาจากมาตรฐาน IEEE ก็คือจะแบ่งตามความเชี่ยวชาญ อย่างไฟฟ้าก็จะเป็นไฟฟ้าสื่อสารไฟฟ้ากำลัง

47
00:02:35,102 --> 00:02:39,102
ไฟฟ้าสื่อสาร

48
00:02:39,653 --> 00:02:40,121
ก็จะเป็น

49
00:02:40,121 --> 00:02:44,121
อันนี้น่าจะมองภาพออกอยู่แล้ว

50
00:02:45,829 --> 00:02:49,829
องค์การโทรศัพท์

51
00:02:53,155 --> 00:02:54,601
ไฟฟ้าส่วนภูมิภาคเช่นเดียวกันนะคะ โดยแต่ละกลุ่มก็จะได้รับหมายเลข IEEE

52
00:02:54,601 --> 00:02:54,838
บอกว่า

53
00:02:54,838 --> 00:02:58,838
การหมายเลขตัวนี้แทนด้วย

54
00:03:05,968 --> 00:03:06,512
การทำงานอะไรของอุปกรณ์ไหมหรือข้อปฏิบัติต่าง ๆ หรือเปล่านะคะ

55
00:03:06,512 --> 00:03:10,512
เราจะมาดูมาตรฐาน

56
00:03:17,361 --> 00:03:19,537
IEEE นะคะ โดยจะแบ่งโดยเริ่มจากมาตรฐาน

57
00:03:19,537 --> 00:03:19,896
802 นะคะ

58
00:03:19,896 --> 00:03:23,896
จะเป็นรูปแบบของการสื่อสารนะคะ เริ่มด้วย 802.1 นะคะ จะเป็นการจัดการระบบเครือข่าย

59
00:03:29,254 --> 00:03:33,254
เช่น การตรวจสอบเวลาเราใช้งานระบบเครือข่ายในมหาลัย

60
00:03:37,129 --> 00:03:41,129
ต่าง ๆ

61
00:03:42,274 --> 00:03:42,429
นะคะ หรือเข้าไปใช้งานตาม access point

62
00:03:42,429 --> 00:03:46,429
พวก True WiFi AIS

63
00:03:50,167 --> 00:03:51,221
WiFi นะคะ เขาจะมีรูปแบบการตรวจสอบ และรับรองผู้ใช้งาน

64
00:03:51,221 --> 00:03:55,221
หรือว่า

65
00:04:00,699 --> 00:04:02,130
authentication authentication คืออะไร เรามี username password ในการใช้งานนั่นเองเพื่อระบุตัวตนว่านักศึกษา

66
00:04:02,130 --> 00:04:05,395
เป็นนักศึกษาคนไหน

67
00:04:05,395 --> 00:04:06,996
ชื่ออะไรรหัส ID อะไรเริ่ม

68
00:04:06,996 --> 00:04:08,023
เข้ามา

69
00:04:08,023 --> 00:04:12,023
ใช้งานตั้งแต่กี่โมง

70
00:04:12,663 --> 00:04:12,878
ใช้งานกี่โมง แล้วก็

71
00:04:12,878 --> 00:04:16,878
เลิกใช้งานเท่าไรนะคะ

72
00:04:18,526 --> 00:04:18,746
เท่าที่

73
00:04:18,746 --> 00:04:22,746
ค้นหาข้อมูล

74
00:04:24,024 --> 00:04:24,209
หรือที่เว็บไซต์อะไรบ้าง หรือ

75
00:04:24,209 --> 00:04:27,167
ว่าอัปโหลดอันนี้ก็จะเป็นการ

76
00:04:27,167 --> 00:04:27,608
บอก

77
00:04:27,608 --> 00:04:31,608
o rganisation บอกระบุว่าเป็นนักศึกษาเป็นเจ้าหน้าที่เป็นอาจารย์นะคะ

78
00:04:39,333 --> 00:04:42,447
มีระดับความสามารถในการใช้งานอะไรบ้าง นะคะ อันนี้จะเป็น 802.1 ถัดมาจะเป็น

79
00:04:42,447 --> 00:04:43,229
ศูนย์ 2.2 กำหนดการเชื่อมต่อ

80
00:04:43,229 --> 00:04:45,568
l c

81
00:04:45,568 --> 00:04:49,568
เทียบกับ Data Link layer เราปี 2 กับปี 3 นะ

82
00:04:51,667 --> 00:04:54,496
เรียน Network มาแล้ว

83
00:04:54,496 --> 00:04:56,972
ถูกไหม

84
00:04:56,972 --> 00:04:59,611
OSI L

85
00:04:59,611 --> 00:05:00,741
ayer เรียนมาแล้วนะ

86
00:05:00,741 --> 00:05:03,422
คุ้น ๆ ไหม

87
00:05:03,422 --> 00:05:06,566
OSI นะ

88
00:05:06,566 --> 00:05:06,840
คะ ก็จะเป็น

89
00:05:06,840 --> 00:05:10,840
Logical Control นะคะ

90
00:05:11,953 --> 00:05:12,302
Data Link layer

91
00:05:12,302 --> 00:05:16,302
เดี๋ยวตัวหลังสไลด์เดี๋ยวอาจารย์จะพูดถึงตัวระยะต่าง ๆ เป็นการเปรียบเทียบระหว่าง OSI ต่าง ๆ นี่ว่ามันมี

92
00:05:21,479 --> 00:05:25,479
ข้อจำกัดหรือว่าชั้นการเชื่อมต่อที่แตกต่างกันอย่างไรนั่นเองนะคะ

93
00:05:28,271 --> 00:05:32,271
ถัดมา IEEE ตัวที่ 3 ของเราก็จะเป็น 802.3

94
00:05:36,692 --> 00:05:37,519
เครือข่ายอินเทอร์เน็ต

95
00:05:37,519 --> 00:05:41,519
อินเทอร์เน็ตก็เป็นการเริ่มต้นของการเชื่อมต่อของระบบภายในนั่นเอง

96
00:05:46,284 --> 00:05:47,182
นะคะ เวลาการเชื่อมต่อ

97
00:05:47,182 --> 00:05:47,482
อุปกรณ์

98
00:05:47,482 --> 00:05:51,482
ผู้รับแล้วก็ผู้ส่งในการส่งข้อมูลระหว่างกัน ไม่ว่าจะเป็นข้อมูล

99
00:05:52,686 --> 00:05:56,686
ตัวอักษร รูปภาพ หรืออะไรก็แล้วแต่นะคะ เขาก็จะมีลักษณะการส่งข้อมูลจากต้นทางปลายทางอย่างไร และส่งข้อมูลแล้ว กรณีที่ข้อมูลไม่ถึงปลายทางนี่

100
00:06:07,504 --> 00:06:08,113
เขามีเงื่อนไขหรือเขามีวิธีการเชอย่างไรส่งไปเลย

101
00:06:08,113 --> 00:06:12,027
ไหนว่าข้อมูลที่ส่งไป 3 ชุดมี 10 ข้อความ

102
00:06:12,027 --> 00:06:14,744
ได้ 8

103
00:06:14,744 --> 00:06:15,032
แล้วที่มัน

104
00:06:15,032 --> 00:06:19,032
Lost หรือขาดหาระหว่างทางบัญชีได้อย่างไร

105
00:06:20,576 --> 00:06:20,894
ถัดมา

106
00:06:20,894 --> 00:06:24,894
12.4

107
00:06:25,852 --> 00:06:26,180
มาตรฐานแบบ open Bus

108
00:06:26,180 --> 00:06:30,180
2.4 กับ 802.5 เชื่อมต่อแบบไหน

109
00:06:35,492 --> 00:06:36,442
ที่ง่ายที่สุด

110
00:06:36,442 --> 00:06:40,158

111
00:06:40,158 --> 00:06:44,158
การใช้อุปกรณ์แบบไหนใช้ใช้สื่อสารแบบไหนแล้วตัวไหนมีข้อดีข้อเสียอย่างไร กระจายข้อมูลได้เร็วไก็จะ

112
00:06:47,552 --> 00:06:50,101
อาจารย์คะ

113
00:06:50,101 --> 00:06:54,101
ในกรณีที่อุปกรณ์

114
00:06:54,301 --> 00:06:56,072
วิธีเชื่อมต่อภายในระบบเสีย 1 ตัวทำให้อุปกรณ์

115
00:06:56,072 --> 00:06:57,543
เครือข่ายเราล่มไหม

116
00:06:57,543 --> 00:06:57,906
หรือว่าไม่ร่วมหรือว่า

117
00:06:57,906 --> 00:07:01,906
ได้อยู่บ้างหรือเปล่านะคะ

118
00:07:02,849 --> 00:07:04,973
เดี๋ยวเราจะ

119
00:07:04,973 --> 00:07:05,862
ว่ามันมีอุปกรณ์

120
00:07:05,862 --> 00:07:06,243
Switch Hub

121
00:07:06,243 --> 00:07:08,568
นะคะ ตัวสัญญาณ

122
00:07:08,568 --> 00:07:12,568
เชื่อมต่อข้อมูลแบบไหน แล้วก็การเชื่อมต่อที่มันมีการขนส่งข้อมูลที่ดี ข้อดีข้อเสีย เราจะมาลงแต่ละตัวนะคะ

123
00:07:16,853 --> 00:07:20,853
580 2.6 มาตรฐาน MAN  ก็จะเป็นลักษณะงาน

124
00:07:25,569 --> 00:07:29,569
เมือง

125
00:07:32,799 --> 00:07:34,370
การสื่อสารที่มีการพื้นที่ให้บริการมากยิ่งขึ้นนะคะ

126
00:07:34,370 --> 00:07:36,094
เริ่มแรกอาจจะอยู่ใน 1 ห้อง

127
00:07:36,094 --> 00:07:38,160
ขยายเป็นตึก

128
00:07:38,160 --> 00:07:38,591
ตึกตักตึกขยายเพิ่มขึ้น

129
00:07:38,591 --> 00:07:42,377
ราคา Benz เมืองเอก

130
00:07:42,377 --> 00:07:45,600
เราก็จะมาดูอ่ะ

131
00:07:45,600 --> 00:07:49,600
ในเมืองของเราเนี่ย

132
00:07:50,679 --> 00:07:51,548
มีการจุดพักสัญญาณไหม กระจายสัญญาณอย่างไรทำให้ครอบคลุมพื้นที่นั่นเอง

133
00:07:51,548 --> 00:07:54,428
ถัดมา

134
00:07:54,428 --> 00:07:57,009
802.7

135
00:07:57,009 --> 00:07:57,262
การส่งสัญญาณแบบเปลี่ยนแปลง

136
00:07:57,262 --> 00:07:58,833
บอร์ดแบน

137
00:07:58,833 --> 00:08:02,833
เบสแบนนั่นเอง

138
00:08:03,530 --> 00:08:03,691
อันนี้จะพูดถึง baseband baseband

139
00:08:03,691 --> 00:08:07,691
การส่งข้อมูลอย่างไรบอร์ดแบนกับเบสต่าง ๆ กันอย่างไรก็จะมีการส่งข้อมูลความถี่เดียวหรือความถี่พร้อมกันนะนะ

140
00:08:12,279 --> 00:08:15,868
มันจะต่างกันอย่างไร

141
00:08:15,868 --> 00:08:19,868
นะคะ ถ้าเป็น Baseband ก็คือการส่งข้อมูล

142
00:08:22,589 --> 00:08:23,695
มันจะสามารถส่งข้อมูลความถี่พร้อมกันได้นะครับ

143
00:08:23,695 --> 00:08:27,695
มันก็จะ

144
00:08:30,062 --> 00:08:30,192
เดี๋ยวเราก็จะมาดูความแตกต่างการส่งข้อมูลทั้ง และเบสแบนมันแตกต่างกันอย่างไร

145
00:08:30,192 --> 00:08:34,192
ตัดมา 80 2.8

146
00:08:36,116 --> 00:08:40,094
เคเบิ้ลใยแก้วนำ แสงณปัจจุบันนี้

147
00:08:40,094 --> 00:08:41,988
แต่ก่อน

148
00:08:41,988 --> 00:08:45,004
เวลาเราใช้

149
00:08:45,004 --> 00:08:47,092
ระบบอินเทอร์เน็ต

150
00:08:47,092 --> 00:08:48,789
ภายในบ้าน

151
00:08:48,789 --> 00:08:51,233
นะคะ ส่วนมากจะเป็นสาย

152
00:08:51,233 --> 00:08:54,453
ทองแดง

153
00:08:54,453 --> 00:08:55,007
ที่ใช้ในการเชื่อมต่อ

154
00:08:55,007 --> 00:08:59,007
นะคะ ปัจจุบันก็จะเพิ่มขึ้นหรือพัฒนาเป็น

155
00:08:59,273 --> 00:09:02,699
fiber optic i

156
00:09:02,699 --> 00:09:03,683
ใยแก้วนำแสง Fiber Optic ก็จะมี

157
00:09:03,683 --> 00:09:05,093
นะคะ

158
00:09:05,093 --> 00:09:09,020
ข้อเสียก็จะมีเนื่องจาก

159
00:09:09,020 --> 00:09:09,366
ถามชื่อเป็นแก้วนะ

160
00:09:09,366 --> 00:09:13,366
คะ Fiber optic ความเปราะบางนะคะ หรือว่าการแตกหักการบำรุงรักษาหรือการเข้าหัวก็จะเป็นการค่อนข้างที่ใช้บุคคลเฉพาะนั่นเองนะคะ แต่ว่านิยมใช้มากขึ้น

161
00:09:24,393 --> 00:09:28,393
เพราะว่าส่งสัญญาณได้ไกล

162
00:09:28,554 --> 00:09:28,776
แล้วก็พวกสัญญาณรบกวนก็จะน้อยลงนั่นเองนะคะ

163
00:09:28,776 --> 00:09:32,402
ถัดมา

164
00:09:32,402 --> 00:09:36,402
802.9

165
00:09:37,283 --> 00:09:37,587
ก็จะเป็นการรวมเทคโนโลยี isbn

166
00:09:37,587 --> 00:09:39,887
เทคโนโลยี

167
00:09:39,887 --> 00:09:40,017
แลน

168
00:09:40,017 --> 00:09:44,017
ถ้ามองภาพง่าย ๆ ให้มองแบบ

169
00:09:45,333 --> 00:09:46,651
การสื่อสารในระบบโทรศัพท์บ้านเรานั่นเอง

170
00:09:46,651 --> 00:09:50,520
เวลาเราสื่อสารโทรศัพท์

171
00:09:50,520 --> 00:09:52,556
นะคะ ก็จะมีชุมสาย

172
00:09:52,556 --> 00:09:53,138
นะคะ ในการเชื่อมต่อ

173
00:09:53,138 --> 00:09:56,774
แต่ละจุดนะคะ เหมือน

174
00:09:56,774 --> 00:09:57,398
สมมติ

175
00:09:57,398 --> 00:09:59,190
โทรศัพท์

176
00:09:59,190 --> 00:10:02,154
แต่ละจังหวัดมันก็จะมีขึ้น

177
00:10:02,154 --> 00:10:06,154
ข้างหน้าใช่ไหม บ้านเราก็จะเป็น 042 ใช่ไหมคะ

178
00:10:06,587 --> 00:10:07,604
ต่างประเทศ

179
00:10:07,604 --> 00:10:08,103
หรือ

180
00:10:08,103 --> 00:10:11,569
กรุงเทพฯ ก็จะเป็น 02 ก็จะมี

181
00:10:11,569 --> 00:10:12,959
จุดพัก

182
00:10:12,959 --> 00:10:14,714
แล้วก็กระจายสัญญาณ

183
00:10:14,714 --> 00:10:18,328
แต่ละที่ ก็จะเป็นการ

184
00:10:18,328 --> 00:10:18,786
isdn นั่นเอง

185
00:10:18,786 --> 00:10:22,786
ถัดมาตัวมาตรฐานแบบ 802.10

186
00:10:26,277 --> 00:10:28,800
ความปลอดภัย

187
00:10:28,800 --> 00:10:32,800
ความปลอดภัยตัวนี้ก็ค่อนข้างสำคัญ

188
00:10:35,954 --> 00:10:36,277
สมมติเดี๋ยวนี้เรามีลักษณะแบบ internet Banking

189
00:10:36,277 --> 00:10:40,132
การใช้เติมเงินนะคะ ช้อปปิ้งออนไลน์ต่าง ๆ ที่ค่อนข้างเพิ่มมากขึ้น

190
00:10:40,132 --> 00:10:44,132
ความปลอดภัยตรงนี้

191
00:10:44,392 --> 00:10:44,598
จะมีได้อย่างไร ในกรณีที่เรา

192
00:10:44,598 --> 00:10:47,333

193
00:10:47,333 --> 00:10:51,333
กรอกรหัสบัตรเครดิตเข้าไปนะคะ ทำการโอนเงิน ถอนเงิน

194
00:10:51,598 --> 00:10:54,586
นะคะ หรือว่าช้อปปิ้งออนไลน์

195
00:10:54,586 --> 00:10:54,925
นี่ ความปลอดภัยตรงนี้

196
00:10:54,925 --> 00:10:57,131
กระโดน

197
00:10:57,131 --> 00:10:57,629
ผู้อื่น

198
00:10:57,629 --> 00:11:01,629
ถามข้อมูลไปได้หรือเปล่า เพราะว่า

199
00:11:04,175 --> 00:11:05,003
บางทีก็จะมีข่าวดี ๆ ก็มีตัว SMS เตือนมาว่าคุณใช้

200
00:11:05,003 --> 00:11:09,003
โอนเงินไปอันนี้ ซื้อสินค้า อาจจะ

201
00:11:11,688 --> 00:11:13,085
ขึ้นเป็น US Dollar ต่างประเทศขึ้นมา เราจะ

202
00:11:13,085 --> 00:11:14,794
เช็กได้อย่างไร

203
00:11:14,794 --> 00:11:15,380
แล้วตัวระบบที่เราใช้

204
00:11:15,380 --> 00:11:16,782
จะมี

205
00:11:16,782 --> 00:11:20,782
ความปลอดภัยระดับไหนนั่นเองนะคะ

206
00:11:20,884 --> 00:11:24,884
ถัดมา

207
00:11:27,286 --> 00:11:31,215
802.11 เป็นมาตรฐานที่

208
00:11:31,215 --> 00:11:33,098
ใกล้ตัว

209
00:11:33,098 --> 00:11:37,098
กับนักเรียนมากที่สุด นักเรียนนักศึกษานะ เพราะว่าเป็น

210
00:11:37,796 --> 00:11:41,134
Wireless หรือว่าตัว WiFi

211
00:11:41,134 --> 00:11:45,134
นะคะ เวลาเราเชื่อมต่อนะคะ ใช้สมาร์ตโฟน

212
00:11:45,161 --> 00:11:45,380
แท็บเล็ต

213
00:11:45,380 --> 00:11:49,380
นะคะ โน้ตบุ๊กขึ้นมาในการเชื่อมต่ออุปกรณ์สื่อสารนะคะ เข้าใน

214
00:11:58,333 --> 00:11:59,323
รั้วมหาลัยหรือว่าจะอยู่ที่หอพักมันก็จะมีอุปกรณ์เหล่านี้ขึ้นมา

215
00:11:59,323 --> 00:12:00,990
ถัดมา

216
00:12:00,990 --> 00:12:04,990
802.12 นะคะ

217
00:12:05,455 --> 00:12:09,455
ความเข้าใจนะคะ ความสำคัญความต้องการ

218
00:12:10,401 --> 00:12:13,242
การใช้งานเครือข่าย

219
00:12:13,242 --> 00:12:16,386
ลำดับความสำคัญของ

220
00:12:16,386 --> 00:12:17,887
การใช้งาน

221
00:12:17,887 --> 00:12:21,887
บางทีเวลาเราเข้าไปดึงข้อมูลนะคะ เข้าสู่อินเทอร์เน็ต

222
00:12:23,212 --> 00:12:27,212
มันจะมีการเข้าถึงแบบ

223
00:12:28,545 --> 00:12:31,170
ที่เป็นรูปแบบตัวอักษร รูปภาพ

224
00:12:31,170 --> 00:12:31,880
หรือว่าจะเป็นมัลติมีเดีย

225
00:12:31,880 --> 00:12:35,880
ความสำคัญในการใช้งานนี่ก็จะค่อนข้างแตกต่างกัน เวลาเรารับส่งข้อมูล ถ้าเป็น

226
00:12:39,892 --> 00:12:42,032
คำพูดตัวอักษร

227
00:12:42,032 --> 00:12:43,108
นะคะ เป็นตัวอักษรสอนนี่

228
00:12:43,108 --> 00:12:43,315
การเรียงลำดับ

229
00:12:43,315 --> 00:12:46,426
ท้ายที่สุดแล้วก็สามารถประกอบร่างได้

230
00:12:46,426 --> 00:12:50,426
กลายเป็นข้อความที่ 3

231
00:12:51,453 --> 00:12:51,990
สื่อได้แต่ถ้า

232
00:12:51,990 --> 00:12:55,398
รูปแบบของเสียง

233
00:12:55,398 --> 00:12:59,398
ถ้ามัน

234
00:13:02,063 --> 00:13:02,471
เรียงลำดับไม่ถูกต้องแน่นอนท้ายที่สุดแล้วข้อมูลเสียงของเรามันก็จะไม่เป็นประโยค ถูกไหมคะ

235
00:13:02,471 --> 00:13:04,445
อันหลังมาก่อน อันหน้า

236
00:13:04,445 --> 00:13:08,445
หน้ามาก่อนมันก็จะรวมไม่ได้เราก็จะไม่รู้ลำดับความสำคัญแล้วก็

237
00:13:10,057 --> 00:13:10,443
ความต้องการของข้อมูลของเรา

238
00:13:10,443 --> 00:13:14,443
ถัดมา

239
00:13:14,805 --> 00:13:15,957
มาตรฐาน

240
00:13:15,957 --> 00:13:16,771
802.14 โมเด็ม

241
00:13:16,771 --> 00:13:20,771
โมเด็มก็จะเป็นตัวอุปกรณ์ตัวแรกที่ใช้ในการสื่อสารนะคะ

242
00:13:25,632 --> 00:13:26,252
ก่อนที่เราจะมีการใช้อินเทอร์เน็ต

243
00:13:26,252 --> 00:13:30,057
ทั่วไป บ้านเราที่มีสวิตช์เสียบ

244
00:13:30,057 --> 00:13:34,057
ปุ๊บ สามารถที่จะ login เข้าไปใช้งานได้เลย เริ่มแรกในการสื่อสาร

245
00:13:36,025 --> 00:13:37,930
จะมีตัว

246
00:13:37,930 --> 00:13:41,930
การรับข้อมูลแล้วก็ส่งข้อมูลนะคะ โดยเราจะกรอกข้อมูลในรูปแบบอนาล็อก

247
00:13:43,597 --> 00:13:47,396
หรือหมายเลข

248
00:13:47,396 --> 00:13:47,732
จะทำการ Connect ไปยัง

249
00:13:47,732 --> 00:13:51,732
จุดที่เราใช้บริการไม่ว่าจะเป็น

250
00:13:58,994 --> 00:14:00,682
องค์การโทรศัพท์หรือว่าบริษัทที่ให้บริการ เพื่อทำการ Connect แล้วก็เชื่อมต่อไปยังปลายทางนั่นเอง

251
00:14:00,682 --> 00:14:00,885
นะคะ เดี๋ยวเรา

252
00:14:00,885 --> 00:14:04,885
สไลด์ถัดไปอาจารย์ก็จะพูดถึงตัวโมเด็มว่าเขามีการเชื่อมต่อแล้วก็ส่งข้อมูลอย่างไร

253
00:14:09,466 --> 00:14:13,466
นั่นเองนะคะ  ถือว่าเป็นการสื่อสารเริ่มแรกเลย ตัวโมเด็มตัวนี้

254
00:14:14,474 --> 00:14:18,474
ถัดมา 802.15

255
00:14:19,617 --> 00:14:23,617
การสื่อสารไร้สายส่วนบุคคลเวลาเราใช้อุปกรณ์สื่อสาร

256
00:14:25,276 --> 00:14:25,556
นะคะ

257
00:14:25,556 --> 00:14:28,027
พูดง่าย ๆ เหมือนกัน

258
00:14:28,027 --> 00:14:32,027
เราใช้ระบบโทรศัพท์ มันก็จะมีช่วงที่อับสัญญาณ ใช่ไหมคะ

259
00:14:32,388 --> 00:14:35,890
เพื่อจะได้เข้าใจเวลาเราใช้มือถือนี่

260
00:14:35,890 --> 00:14:39,890
ขึ้นเขาลงห้วยหรือว่าพื้นที่ที่ไม่ครอบคลุม มันก็จะมีคลื่นความถี่หรือว่าตัวสัญญาณที่มันน้อยลงนะคะ

261
00:14:43,526 --> 00:14:47,526
กลับมามองที่เครือข่ายไร้สายส่วนบุคคล

262
00:14:49,495 --> 00:14:49,725
นะคะ สมมติเราให้บริการ

263
00:14:49,725 --> 00:14:53,198
ระบบเครือข่าย สมมติอยู่ในมหาลัย

264
00:14:53,198 --> 00:14:57,198
หรือว่าเป็นที่บ้านของเรานี่ก็ต้องมีพื้นที่ครอบคลุมนะคะ ว่า

265
00:14:59,877 --> 00:15:01,679
ตัวกระจายสัญญาณของเรานี่

266
00:15:01,679 --> 00:15:03,059
เขาให้พื้นที่เท่าไ

267
00:15:03,059 --> 00:15:03,708
ร เวลา

268
00:15:03,708 --> 00:15:04,179

269
00:15:04,179 --> 00:15:06,476
พวก Network นึกว่า

270
00:15:06,476 --> 00:15:10,476
ต้องการคำนวณสมมุติว่าชั้น 1 ต้อง

271
00:15:18,716 --> 00:15:19,108
มี access point กี่ตัวที่จะครอบคลุมพื้นที่หรือว่า area ต้องมีการคำนวณก่อนว่าตรงไหนจุดอับสัญญาณ หรือว่าเราต้องวาง

272
00:15:19,108 --> 00:15:21,455
แล้ว

273
00:15:21,455 --> 00:15:21,800
เราก็ต้องมี

274
00:15:21,800 --> 00:15:25,800
ไม่สิ้นเปลืองพูดง่าย ๆ ทั้งคุ้มทุนแล้วก็ครอบคลุมด้วยนั่นเองมันก็ต้องมาควบคู่กันนะคะ

275
00:15:27,736 --> 00:15:31,736
คราวนี้ 802.16 ก็จะเป็นมาตรฐาน Broadband แบบไร้สาย หรือว่า wimax

276
00:15:38,701 --> 00:15:42,701
เมื่อกี้มันเป็นรูปแบบของมีสาย ถ้ารูปแบบแบบไร้สาย

277
00:15:46,127 --> 00:15:50,113
จะมีมาตรฐานตัวนี้เข้ามา

278
00:15:50,113 --> 00:15:50,482
ก็คือ 802.16 มีทั้งมีสายและไร้สาย

279
00:15:50,482 --> 00:15:54,482
ถัดมาเราจะมาพูดถึงที่บอกว่าตัวที่ใกล้ที่สุด ก็คือ

280
00:16:03,357 --> 00:16:04,257
802.11

281
00:16:04,257 --> 00:16:04,530

282
00:16:04,530 --> 00:16:08,530
นะคะ ตัวนี้ก็จะเป็นลักษณะการโครงข่ายไร้สายของเรา

283
00:16:10,742 --> 00:16:12,369

284
00:16:12,369 --> 00:16:16,145
นะคะ แล้วจะตามด้วย

285
00:16:16,145 --> 00:16:20,145
ตัวอักษรภาษาอังกฤษตามมาเพื่อ

286
00:16:20,480 --> 00:16:20,598
ระบุ

287
00:16:20,598 --> 00:16:22,781
ว่าแต่ละตัวมี

288
00:16:22,781 --> 00:16:26,781
นี่ มีความหมายอย่างไร แล้วก็

289
00:16:26,867 --> 00:16:28,866
ล่าสุดก็จะเป็น AC นั่นเอง

290
00:16:28,866 --> 00:16:29,085
เดี๋ยวเราจะมาดูนะคะ

291
00:16:29,085 --> 00:16:33,085
ตัวมาตรฐาน 802.11 นี่เป็นมาตรฐานที่ใช้

292
00:16:39,335 --> 00:16:39,846
รับส่งข้อมูลทั่วไปอยู่แล้ว เราก็คุ้นเคยอยู่แล้ว

293
00:16:39,846 --> 00:16:43,000
WiFi หรือว่า Wireless Lan

294
00:16:43,000 --> 00:16:47,000
หรือว่าจะเป็น W-i-f-i uif นะคะ

295
00:16:47,366 --> 00:16:51,366
เชื่อมต่อตัวกับระบบไร้สายของอุปกรณ์

296
00:16:54,907 --> 00:16:55,944
นะคะ ทั้งผู้รับแล้วก็ผู้ส่งเข้าหากัน

297
00:16:55,944 --> 00:16:56,350
นั่นเอง

298
00:16:56,350 --> 00:16:58,366
โดย

299
00:16:58,366 --> 00:17:02,366
อุปกรณ์ที่เราใช้งานนะคะ ก็จะมีตัว Access Point

300
00:17:08,630 --> 00:17:12,630
ที่รับข้อมูลแล้วก็ส่งข้อมูลนะคะ ระหว่าง

301
00:17:13,886 --> 00:17:14,451
อุปกรณ์ทั้ง 2 ช

302
00:17:14,451 --> 00:17:18,451
นิด หรือจะมีการเชื่อมต่อข้อมูลทางสายแลน

303
00:17:18,855 --> 00:17:21,303
ตัวรับ-ตัวส่งก็ได้เช่นเดียวกัน

304
00:17:21,303 --> 00:17:25,303
อาจจะเป็นตัวสาย Lan กับ WiFi หรือ WiFi กับสาย Lan ก็ได้นะคะ

305
00:17:27,478 --> 00:17:31,478
เมื่อมีตัวเครือข่ายตัวนี้เข้ามาเราก็ต้องมาเลือกตัวมาตรฐานแล้วก็เลือกอุปกรณ์ที่มันรองรับ

306
00:17:37,066 --> 00:17:38,356
การใช้งานนะคะ

307
00:17:38,356 --> 00:17:41,663
การเข้า

308
00:17:41,663 --> 00:17:43,581
กันของเทคโนโลยีด้วยว่าอันไหนมันเหมาะสมนะคะ

309
00:17:43,581 --> 00:17:47,581
อาจจะซื้อมาจากต่างประเทศนี่มันรองรับกับ

310
00:17:50,636 --> 00:17:52,272
ความถี่ที่ใช้ในบ้านเราหรือเปล่า หรือว่าใช้ใน

311
00:17:52,272 --> 00:17:52,491
ได้เฉพาะต่างประเทศนะคะ

312
00:17:52,491 --> 00:17:56,491
ต้องดูอุปกรณ์ที่มันสามารถรองรับ

313
00:17:56,612 --> 00:18:00,612
ใช้งานที่บ้านของเราได้ด้วย

314
00:18:01,154 --> 00:18:01,640
นั่นเอง เรามาดูตอนแรกที่มาตรฐาน

315
00:18:01,640 --> 00:18:04,517

316
00:18:04,517 --> 00:18:06,993
IEEE 802.11A

317
00:18:06,993 --> 00:18:08,249
ตัวนี้

318
00:18:08,249 --> 00:18:11,885
มีความสามารถในการรับส่งข้อมูลที่

319
00:18:11,885 --> 00:18:14,029
54

320
00:18:14,029 --> 00:18:14,265

321
00:18:14,265 --> 00:18:16,912
Mbps

322
00:18:16,912 --> 00:18:20,059
หรือว่า Meผิด

323
00:18:20,059 --> 00:18:20,332
ต่อนาทีนั้นเอง

324
00:18:20,332 --> 00:18:24,332
ใช้ย่านความถี่ความถี่ที่เราใช้อยู่ที่ 5 Ghz

325
00:18:25,361 --> 00:18:29,361
คลื่นความถี่นี้ไม่ได้รับอนุญาตใช้ใน

326
00:18:31,331 --> 00:18:31,562
ประเทศไทย

327
00:18:31,562 --> 00:18:32,855
นะคะ

328
00:18:32,855 --> 00:18:36,855
ก็คือต่างประเทศอาจจะมีใช้บ้างแล้วแต่ข้อกำหนด

329
00:18:38,349 --> 00:18:40,852
หรือว่าตกลง

330
00:18:40,852 --> 00:18:44,136
ของแต่ละประเทศว่าใช้

331
00:18:44,136 --> 00:18:44,634
ย่านความถี่ได้หรือเปล่านะคะ

332
00:18:44,634 --> 00:18:48,634
บางคนอาจจะสงสัยว่าย่านคลื่นความถี่อย่างไร

333
00:18:49,019 --> 00:18:50,208
เป็นอย่างไร เหมือน

334
00:18:50,208 --> 00:18:54,208
เราฟังวิทยุ AM FM นี่

335
00:18:55,929 --> 00:18:59,929
คลื่นความถี่มันก็จะคนละคลื่นเขาก็จะจัดสรรความถี่นี้ต่าง ๆ นี้ให้ไปใช้อะไรได้บ้าง อันนี้ก็จะเป็นลักษณะเดียวกันนะคะ

336
00:19:07,957 --> 00:19:08,287
ในการรับส่งข้อมูลก็จะมีช่วงความถี่ต่าง ๆ นะคะ ว่า

337
00:19:08,287 --> 00:19:12,287
ช่วงความถี่ไหนใช้ทาง

338
00:19:12,733 --> 00:19:15,038
ข้าราชการ

339
00:19:15,038 --> 00:19:16,886
เกี่ยวกับงานข้าราชการไหม หรือว่า

340
00:19:16,886 --> 00:19:17,249
เกี่ยวกับธุรกิจพาณิชย์

341
00:19:17,249 --> 00:19:19,053
ต่าง ๆ

342
00:19:19,053 --> 00:19:19,301
นั่นเอง

343
00:19:19,301 --> 00:19:23,301
สำหรับประเทศไทยก็จะเอาย่านความถี่ที่นะคะ ที่ 5 ghz

344
00:19:26,029 --> 00:19:29,515
พวนี้

345
00:19:29,515 --> 00:19:29,751
มาใช้เกี่ยวกับดาวเทียม

346
00:19:29,751 --> 00:19:33,751
เดี๋ยวเราก็จะมีเรียนด้วยว่าการเข้าส่งข้อมูลแบบดาวเทียมและครอบคลุมระยะไหนนะคะ กับพื้นโลกไหม

347
00:19:38,615 --> 00:19:42,201
นะคะ

348
00:19:42,201 --> 00:19:43,594
ที่ความถี่เท่าไร เป็นระยะทางเท่าไร แล้วมีตัว

349
00:19:43,594 --> 00:19:43,921
กระจายสัญญาณ

350
00:19:43,921 --> 00:19:47,921
กระจายที่

351
00:19:48,461 --> 00:19:49,112
ช่วงที่เท่าไรนั่นเอง

352
00:19:49,112 --> 00:19:53,112
ข้อเสีย

353
00:19:59,941 --> 00:20:00,637
อย่างที่บอกไปแล้ว 802.11a นี่เนื่องจากเป็นมาตรฐานที่ไม่ได้ใช้ทั่วไป แล้วก็ไม่ได้ใช้ในประเทศ

354
00:20:00,637 --> 00:20:00,950
นะคะ

355
00:20:00,950 --> 00:20:04,950
มาตรฐานที่เชื่อมต่อกับความถี่สูง ๆ นะคะ

356
00:20:07,336 --> 00:20:11,336
ระยะทางที่ใช้ในการส่งข้อมูล

357
00:20:12,512 --> 00:20:12,923
นี่ก็จะค่อนข้าง

358
00:20:12,923 --> 00:20:16,923
ต่ำ ก็คือ

359
00:20:17,302 --> 00:20:17,506
ประมาณ 35 เมตรนะคะ

360
00:20:17,506 --> 00:20:21,506
ก็ไม่ไกลเท่าไร หรือในโครงสร้างปิด ถ้าเป็นตึกอาคาร

361
00:20:27,820 --> 00:20:29,227
ทำไมถึงพูดเป็นตึกอาคาร ก็คือในกรณีที่สิ่งมา

362
00:20:29,227 --> 00:20:29,582
ที่ขวางนะคะ

363
00:20:29,582 --> 00:20:33,130
ว่าจะได้ที่ 20 เมตร

364
00:20:33,130 --> 00:20:37,130
บางคนบอกว่าทำไมต้องเป็นพื้นที่ปิดแล้วต่างกันอย่างไร

365
00:20:40,113 --> 00:20:44,113
ถ้าเป็นข้างนอกก็จะมีพวกตัว

366
00:20:45,925 --> 00:20:46,431
รบกวนสัญญาณไม่ว่าจะเป็นต้นไม้ตึกอาคารเวลาคลื่นความถี่ที่เข้ามาเขาก็จะเศร้า

367
00:20:46,431 --> 00:20:50,431
คลื่นความถี่นั้น แล้วก็พลังงานในการส่งข้อมูลนี่ลดน้อยลงนะคะ ดังนั้น

368
00:20:57,213 --> 00:20:57,373
ผู้รับก็จะลบข้อมูลนี้ได้ไม่ครบถ้วนนะคะ อันนี้ก็จะเป็นเหมือนอุปสรรคต่าง ๆ

369
00:20:57,373 --> 00:21:01,373
ความผิดไม่ว่าจะเป็นอังคารหรือว่าสภาพบ้าน

370
00:21:11,816 --> 00:21:14,066
ล้อมกรณีฝนตกคลื่นความถี่มันไปสะท้อนกับตัวเม็ดฝนนะคะ พวกนี้ก็จะไปลดทอนเช่นเดียวกันนะคะ มันก็จะมีปัจจัยหลาย ๆ อย่างในการส่งคลื่นความถี่

371
00:21:14,066 --> 00:21:14,297
พวกนี้นะคะ แล้วก็

372
00:21:14,297 --> 00:21:16,857
ผลิตภัณฑ์ไร้สาย

373
00:21:16,857 --> 00:21:20,857
ตัวมาตรฐาน 802.11a จะได้ความนิยมน้อย

374
00:21:24,015 --> 00:21:24,624
อย่างที่บอกไป

375
00:21:24,624 --> 00:21:26,906
ไม่สามารถใช้กับไทยได้นะ

376
00:21:26,906 --> 00:21:30,906
มันเป็นเหมือนคลื่นความถี่ที่กำหนดไว้ แล้วก็ไม่สามารถใช้เข้ากับอุปกรณ์ที่

377
00:21:33,964 --> 00:21:35,658
รองรับมาตรฐาน

378
00:21:35,658 --> 00:21:38,407
802.11b จุด

379
00:21:38,407 --> 00:21:39,535
802.11g

380
00:21:39,535 --> 00:21:42,027

381
00:21:42,027 --> 00:21:46,027
ใช้กับเพื่อนไม่ได้

382
00:21:46,726 --> 00:21:48,340
ต้องใช้กับตัวที่อยู่ในซีรี่ส์เดียวกันก็คือ 802.11 a เท่านั้น

383
00:21:48,340 --> 00:21:48,824
นะคะ ข้อเสีย

384
00:21:48,824 --> 00:21:52,824
ถัดมาเมื่อเราพบถึงข้อเสียมาตรฐาน 802.11

385
00:21:57,872 --> 00:22:00,234
1a แล้ว

386
00:22:00,234 --> 00:22:04,234
ก็จะเกิด

387
00:22:04,305 --> 00:22:05,726
มาตรฐานใหม่ขึ้นมา ก็คือ 8

388
00:22:05,726 --> 00:22:06,193
02.11

389
00:22:06,193 --> 00:22:10,193
b โดยนะคะ

390
00:22:10,613 --> 00:22:13,570
เราจะใช้เทคโนโลยีที่

391
00:22:13,570 --> 00:22:15,341
เรียกว่า CCK นะคะ

392
00:22:15,341 --> 00:22:19,341

393
00:22:19,710 --> 00:22:22,711
Pimary Code Keying มันก็จะเป็นเทคนิคนะคะ ในการ

394
00:22:22,711 --> 00:22:26,711
รับส่งข้อมูลเช่นเดียวกัน

395
00:22:27,303 --> 00:22:29,166
เอาครับ เข้าไม่เกี่ยว

396
00:22:29,166 --> 00:22:32,252
ถ้าลงอีกก็จะมีว่า

397
00:22:32,252 --> 00:22:32,515
การส่งสัญญาณนี้ส่งอย่างไรเอาข้อมูลตัว

398
00:22:32,515 --> 00:22:36,515
Clock ไปใส่ที่ช่วงไหนร่วมกับเทคโนโลยีที่ dss

399
00:22:37,141 --> 00:22:39,772
Direct sequence

400
00:22:39,772 --> 00:22:41,785
สเปกตรัม

401
00:22:41,785 --> 00:22:43,993
เข้าไป

402
00:22:43,993 --> 00:22:47,135
เมื่อกี้เราส่งไปที่

403
00:22:47,135 --> 00:22:51,135
ความเร็วที่ 54 Mbps แต่ความเร็วตัวนี้ที่ใช้ก็คือ

404
00:22:53,823 --> 00:22:57,226

405
00:22:57,226 --> 00:22:57,464
Mbps เมื่อกี้ใช้ 5 ตอนนี้ใช้

406
00:22:57,464 --> 00:22:59,436
2.4 ghz

407
00:22:59,436 --> 00:23:01,821
เมื่อกี้ 802.11ฟ 2 จุด

408
00:23:01,821 --> 00:23:03,497
ใช้ 5 ghz

409
00:23:03,497 --> 00:23:07,497
ก็เห็นว่ามันลดลงซึ่งเป็นย่านความถี่ที่ใช้งานสาธารณะสาธารณะ ก็คือ

410
00:23:15,176 --> 00:23:15,642
ทุกคนสามารถใช้งานได้แล้วนะครับ ไม่ได้เป็นข้อจำกัดแบบ 802.11a นั่นเอง

411
00:23:15,642 --> 00:23:19,642
ก็คือสามารถใช้

412
00:23:20,809 --> 00:23:24,509
กับทางวิทยาศาสตร์ อุตสาหกรรม การแพทย์นะคะ

413
00:23:24,509 --> 00:23:25,463
มันก็จะมีย่านความถี่ที่สามารถนิยมเอาไปใช้

414
00:23:25,463 --> 00:23:28,898
นั่นเองนะคะ

415
00:23:28,898 --> 00:23:31,028
ก็คือใช้กับอุปกรณ์ตัวอื่นก็ได้ ใครก็สามารถ

416
00:23:31,028 --> 00:23:31,730
มาใช้ในด้านต่าง ๆ

417
00:23:31,730 --> 00:23:35,730
ได้นั่นเองนะคะ

418
00:23:37,981 --> 00:23:41,981


