(อาจารย์ธิดารัตน์) สวัสดีค่ะ สวัสดีล่ามด้วยนะคะ วันนี้เราจะมาเริ่มเรียนตัวมาตรฐาน โดยลงรายละเอียดนะคะ เป็นมาตรฐานตัวแรกนะคะ IEEE ของเรา IEEE นะคะ เดี๋ยวจะมาดูว่ามาตรฐาน IEEE นะคะ มันจะมีตัวมาตรฐานอะไรบ้างนะคะ ใช้รหัสตัวเลขอะไร พร้อมตัวสัญลักษณ์ตัวอักษรแทนด้วยอะไรบ้าง แล้วบ่งบอกมีความหมายอะไรบ้างนั่นเองนะคะ เราพูดไปแล้วนะคะ ว่าตัวมาตรฐานไอที่ดีก็คือการรวมตัวของวิศวกรนะคะ ของอเมริกานะคะ เกี่ยวกับวิศวกรไฟฟ้า แล้วก็วิศวกรอิเล็กทรอนิกส์นะคะ ทำการร่วมมือกันเกี่ยวกับการดำเนินการวิจัยพัฒนานะคะ การทำงานนะคะ ไม่ว่าจะเป็นระบบด้านไฟฟ้า โทรคมนาคม ไฟฟ้ากำลัง แล้วก็ระบบแสงนะคะ แล้วก็อยู่ภายใต้นะคะ ระบบไฟฟ้าเช่นเดียวกัน ถือว่าเป็นแขนงหนึ่งก็จะเป็นไฟฟ้าสื่อสารแน่นอนว่าการสื่อสารของเราต้องใช้กำลังไฟมาให้พลังงาน ถ้าไม่มีตัวไฟฟ้าตัวนี้ก็ไม่สามารถที่จะสื่อสารกันได้ถูกไหม ไม่ว่าจะเป็นอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ต่าง ๆ ต้องมีพลังงานไฟฟ้านะคะ ตัว IEEE ก็จะเป็นตัววัดมาตรฐานว่าอุปกรณ์ ข้อตกลงต่าง ๆ นะคะ ของการใช้งานของการสื่อสารของเรา ไม่ว่าจะเป็นอิเล็กทรอนิกส์วัดคุมนะคะ ระบบวัดคุม ก็คือของวิศวกรที่ทำการควบคุมดูแล ไม่ว่าจะเป็นมาตรฐานตัวไหนมอดกำหนดเช่นกัน โดยกลุ่มที่มาจากมาตรฐาน IEEE ก็คือจะแบ่งตามความเชี่ยวชาญ อย่างไฟฟ้าก็จะเป็นไฟฟ้าสื่อสารไฟฟ้ากำลังไฟฟ้าสื่อสาร ก็จะเป็นอันนี้น่าจะมองภาพออกอยู่แล้วองค์การโทรศัพท์ไฟฟ้าส่วนภูมิภาคเช่นเดียวกันนะคะ โดยแต่ละกลุ่มก็จะได้รับหมายเลข IEEE บอกว่าการหมายเลขตัวนี้แทนด้วยการทำงานอะไรของอุปกรณ์ไหมหรือข้อปฏิบัติต่าง ๆ หรือเปล่านะคะ เราจะมาดูมาตรฐาน IEEE นะคะ โดยจะแบ่งโดยเริ่มจากมาตรฐาน 802 นะคะ จะเป็นรูปแบบของการสื่อสารนะคะ เริ่มด้วย 802.1 นะคะ จะเป็นการจัดการระบบเครือข่าย เช่น การตรวจสอบเวลาเราใช้งานระบบเครือข่ายในมหาลัยต่าง ๆ นะคะ หรือเข้าไปใช้งานตาม access point พวก True WiFi AISWiFi นะคะ เขาจะมีรูปแบบการตรวจสอบ และรับรองผู้ใช้งาน หรือว่า authentication authentication คืออะไร เรามี username password ในการใช้งานนั่นเองเพื่อระบุตัวตนว่านักศึกษาเป็นนักศึกษาคนไหนชื่ออะไรรหัส ID อะไรเริ่มเข้ามาใช้งานตั้งแต่กี่โมง ใช้งานกี่โมง แล้วก็เลิกใช้งานเท่าไรนะคะ เท่าที่ค้นหาข้อมูลหรือที่เว็บไซต์อะไรบ้าง หรือว่าอัปโหลดอันนี้ก็จะเป็นการบอกo rganisation บอกระบุว่าเป็นนักศึกษาเป็นเจ้าหน้าที่เป็นอาจารย์นะคะ มีระดับความสามารถในการใช้งานอะไรบ้าง นะคะ อันนี้จะเป็น 802.1 ถัดมาจะเป็นศูนย์ 2.2 กำหนดการเชื่อมต่อl c เทียบกับ Data Link layer เราปี 2 กับปี 3 นะ เรียน Network มาแล้วถูกไหม OSI Layer เรียนมาแล้วนะ คุ้น ๆ ไหม OSI นะคะ ก็จะเป็น Logical Control นะคะ Data Link layer เดี๋ยวตัวหลังสไลด์เดี๋ยวอาจารย์จะพูดถึงตัวระยะต่าง ๆ เป็นการเปรียบเทียบระหว่าง OSI ต่าง ๆ นี่ว่ามันมีข้อจำกัดหรือว่าชั้นการเชื่อมต่อที่แตกต่างกันอย่างไรนั่นเองนะคะ ถัดมา IEEE ตัวที่ 3 ของเราก็จะเป็น 802.3 เครือข่ายอินเทอร์เน็ต อินเทอร์เน็ตก็เป็นการเริ่มต้นของการเชื่อมต่อของระบบภายในนั่นเองนะคะ เวลาการเชื่อมต่ออุปกรณ์ ผู้รับแล้วก็ผู้ส่งในการส่งข้อมูลระหว่างกัน ไม่ว่าจะเป็นข้อมูลตัวอักษร รูปภาพ หรืออะไรก็แล้วแต่นะคะ เขาก็จะมีลักษณะการส่งข้อมูลจากต้นทางปลายทางอย่างไร และส่งข้อมูลแล้ว กรณีที่ข้อมูลไม่ถึงปลายทางนี่เขามีเงื่อนไขหรือเขามีวิธีการเชอย่างไรส่งไปเลยไหนว่าข้อมูลที่ส่งไป 3 ชุดมี 10 ข้อความได้ 8 แล้วที่มัน Lost หรือขาดหาระหว่างทางบัญชีได้อย่างไรถัดมา12.4 มาตรฐานแบบ open Bus 2.4 กับ 802.5 เชื่อมต่อแบบไหนที่ง่ายที่สุด การใช้อุปกรณ์แบบไหนใช้ใช้สื่อสารแบบไหนแล้วตัวไหนมีข้อดีข้อเสียอย่างไร กระจายข้อมูลได้เร็วไก็จะอาจารย์คะในกรณีที่อุปกรณ์วิธีเชื่อมต่อภายในระบบเสีย 1 ตัวทำให้อุปกรณ์เครือข่ายเราล่มไหมหรือว่าไม่ร่วมหรือว่าได้อยู่บ้างหรือเปล่านะคะ เดี๋ยวเราจะว่ามันมีอุปกรณ์ Switch Hub นะคะ ตัวสัญญาณเชื่อมต่อข้อมูลแบบไหน แล้วก็การเชื่อมต่อที่มันมีการขนส่งข้อมูลที่ดี ข้อดีข้อเสีย เราจะมาลงแต่ละตัวนะคะ 580 2.6 มาตรฐาน MAN ก็จะเป็นลักษณะงานเมืองการสื่อสารที่มีการพื้นที่ให้บริการมากยิ่งขึ้นนะคะ เริ่มแรกอาจจะอยู่ใน 1 ห้อง ขยายเป็นตึกตึกตักตึกขยายเพิ่มขึ้นราคา Benz เมืองเอกเราก็จะมาดูอ่ะในเมืองของเราเนี่ยมีการจุดพักสัญญาณไหม กระจายสัญญาณอย่างไรทำให้ครอบคลุมพื้นที่นั่นเองถัดมา 802.7 การส่งสัญญาณแบบเปลี่ยนแปลงบอร์ดแบน เบสแบนนั่นเองอันนี้จะพูดถึง baseband baseband การส่งข้อมูลอย่างไรบอร์ดแบนกับเบสต่าง ๆ กันอย่างไรก็จะมีการส่งข้อมูลความถี่เดียวหรือความถี่พร้อมกันนะนะ มันจะต่างกันอย่างไรนะคะ ถ้าเป็น Baseband ก็คือการส่งข้อมูลมันจะสามารถส่งข้อมูลความถี่พร้อมกันได้นะครับ มันก็จะเดี๋ยวเราก็จะมาดูความแตกต่างการส่งข้อมูลทั้ง และเบสแบนมันแตกต่างกันอย่างไรตัดมา 80 2.8เคเบิ้ลใยแก้วนำ แสงณปัจจุบันนี้แต่ก่อนเวลาเราใช้ระบบอินเทอร์เน็ตภายในบ้านนะคะ ส่วนมากจะเป็นสายทองแดงที่ใช้ในการเชื่อมต่อนะคะ ปัจจุบันก็จะเพิ่มขึ้นหรือพัฒนาเป็น fiber optic iใยแก้วนำแสง Fiber Optic ก็จะมีนะคะ ข้อเสียก็จะมีเนื่องจากถามชื่อเป็นแก้วนะคะ Fiber optic ความเปราะบางนะคะ หรือว่าการแตกหักการบำรุงรักษาหรือการเข้าหัวก็จะเป็นการค่อนข้างที่ใช้บุคคลเฉพาะนั่นเองนะคะ แต่ว่านิยมใช้มากขึ้น เพราะว่าส่งสัญญาณได้ไกล แล้วก็พวกสัญญาณรบกวนก็จะน้อยลงนั่นเองนะคะ ถัดมา 802.9 ก็จะเป็นการรวมเทคโนโลยี isbn เทคโนโลยีแลน ถ้ามองภาพง่าย ๆ ให้มองแบบการสื่อสารในระบบโทรศัพท์บ้านเรานั่นเอง เวลาเราสื่อสารโทรศัพท์นะคะ ก็จะมีชุมสายนะคะ ในการเชื่อมต่อแต่ละจุดนะคะ เหมือนสมมติโทรศัพท์แต่ละจังหวัดมันก็จะมีขึ้นข้างหน้าใช่ไหม บ้านเราก็จะเป็น 042 ใช่ไหมคะ ต่างประเทศหรือกรุงเทพฯ ก็จะเป็น 02 ก็จะมีจุดพักแล้วก็กระจายสัญญาณแต่ละที่ ก็จะเป็นการ isdn นั่นเอง ถัดมาตัวมาตรฐานแบบ 802.10 ความปลอดภัย ความปลอดภัยตัวนี้ก็ค่อนข้างสำคัญ สมมติเดี๋ยวนี้เรามีลักษณะแบบ internet Banking การใช้เติมเงินนะคะ ช้อปปิ้งออนไลน์ต่าง ๆ ที่ค่อนข้างเพิ่มมากขึ้น ความปลอดภัยตรงนี้จะมีได้อย่างไร ในกรณีที่เรากรอกรหัสบัตรเครดิตเข้าไปนะคะ ทำการโอนเงิน ถอนเงินนะคะ หรือว่าช้อปปิ้งออนไลน์นี่ ความปลอดภัยตรงนี้กระโดนผู้อื่นถามข้อมูลไปได้หรือเปล่า เพราะว่าบางทีก็จะมีข่าวดี ๆ ก็มีตัว SMS เตือนมาว่าคุณใช้โอนเงินไปอันนี้ ซื้อสินค้า อาจจะขึ้นเป็น US Dollar ต่างประเทศขึ้นมา เราจะเช็กได้อย่างไร แล้วตัวระบบที่เราใช้จะมีความปลอดภัยระดับไหนนั่นเองนะคะ ถัดมา 802.11 เป็นมาตรฐานที่ใกล้ตัวกับนักเรียนมากที่สุด นักเรียนนักศึกษานะ เพราะว่าเป็น Wireless หรือว่าตัว WiFi นะคะ เวลาเราเชื่อมต่อนะคะ ใช้สมาร์ตโฟน แท็บเล็ตนะคะ โน้ตบุ๊กขึ้นมาในการเชื่อมต่ออุปกรณ์สื่อสารนะคะ เข้าในรั้วมหาลัยหรือว่าจะอยู่ที่หอพักมันก็จะมีอุปกรณ์เหล่านี้ขึ้นมา ถัดมา 802.12 นะคะ ความเข้าใจนะคะ ความสำคัญความต้องการการใช้งานเครือข่าย ลำดับความสำคัญของการใช้งาน บางทีเวลาเราเข้าไปดึงข้อมูลนะคะ เข้าสู่อินเทอร์เน็ตมันจะมีการเข้าถึงแบบที่เป็นรูปแบบตัวอักษร รูปภาพ หรือว่าจะเป็นมัลติมีเดีย ความสำคัญในการใช้งานนี่ก็จะค่อนข้างแตกต่างกัน เวลาเรารับส่งข้อมูล ถ้าเป็นคำพูดตัวอักษรนะคะ เป็นตัวอักษรสอนนี่การเรียงลำดับท้ายที่สุดแล้วก็สามารถประกอบร่างได้กลายเป็นข้อความที่ 3 สื่อได้แต่ถ้ารูปแบบของเสียงถ้ามันเรียงลำดับไม่ถูกต้องแน่นอนท้ายที่สุดแล้วข้อมูลเสียงของเรามันก็จะไม่เป็นประโยค ถูกไหมคะ อันหลังมาก่อน อันหน้าหน้ามาก่อนมันก็จะรวมไม่ได้เราก็จะไม่รู้ลำดับความสำคัญแล้วก็ความต้องการของข้อมูลของเรา ถัดมามาตรฐาน 802.14 โมเด็ม โมเด็มก็จะเป็นตัวอุปกรณ์ตัวแรกที่ใช้ในการสื่อสารนะคะ ก่อนที่เราจะมีการใช้อินเทอร์เน็ตทั่วไป บ้านเราที่มีสวิตช์เสียบปุ๊บ สามารถที่จะ login เข้าไปใช้งานได้เลย เริ่มแรกในการสื่อสารจะมีตัวการรับข้อมูลแล้วก็ส่งข้อมูลนะคะ โดยเราจะกรอกข้อมูลในรูปแบบอนาล็อกหรือหมายเลขจะทำการ Connect ไปยังจุดที่เราใช้บริการไม่ว่าจะเป็นองค์การโทรศัพท์หรือว่าบริษัทที่ให้บริการ เพื่อทำการ Connect แล้วก็เชื่อมต่อไปยังปลายทางนั่นเองนะคะ เดี๋ยวเราสไลด์ถัดไปอาจารย์ก็จะพูดถึงตัวโมเด็มว่าเขามีการเชื่อมต่อแล้วก็ส่งข้อมูลอย่างไรนั่นเองนะคะ ถือว่าเป็นการสื่อสารเริ่มแรกเลย ตัวโมเด็มตัวนี้ถัดมา 802.15 การสื่อสารไร้สายส่วนบุคคลเวลาเราใช้อุปกรณ์สื่อสารนะคะ พูดง่าย ๆ เหมือนกันเราใช้ระบบโทรศัพท์ มันก็จะมีช่วงที่อับสัญญาณ ใช่ไหมคะ เพื่อจะได้เข้าใจเวลาเราใช้มือถือนี่ขึ้นเขาลงห้วยหรือว่าพื้นที่ที่ไม่ครอบคลุม มันก็จะมีคลื่นความถี่หรือว่าตัวสัญญาณที่มันน้อยลงนะคะ กลับมามองที่เครือข่ายไร้สายส่วนบุคคลนะคะ สมมติเราให้บริการระบบเครือข่าย สมมติอยู่ในมหาลัยหรือว่าเป็นที่บ้านของเรานี่ก็ต้องมีพื้นที่ครอบคลุมนะคะ ว่าตัวกระจายสัญญาณของเรานี่เขาให้พื้นที่เท่าไร เวลาพวก Network นึกว่าต้องการคำนวณสมมุติว่าชั้น 1 ต้องมี access point กี่ตัวที่จะครอบคลุมพื้นที่หรือว่า area ต้องมีการคำนวณก่อนว่าตรงไหนจุดอับสัญญาณ หรือว่าเราต้องวางแล้วเราก็ต้องมีไม่สิ้นเปลืองพูดง่าย ๆ ทั้งคุ้มทุนแล้วก็ครอบคลุมด้วยนั่นเองมันก็ต้องมาควบคู่กันนะคะ คราวนี้ 802.16 ก็จะเป็นมาตรฐาน Broadband แบบไร้สาย หรือว่า wimax เมื่อกี้มันเป็นรูปแบบของมีสาย ถ้ารูปแบบแบบไร้สายจะมีมาตรฐานตัวนี้เข้ามา ก็คือ 802.16 มีทั้งมีสายและไร้สาย ถัดมาเราจะมาพูดถึงที่บอกว่าตัวที่ใกล้ที่สุด ก็คือ 802.11 นะคะ ตัวนี้ก็จะเป็นลักษณะการโครงข่ายไร้สายของเรานะคะ แล้วจะตามด้วยตัวอักษรภาษาอังกฤษตามมาเพื่อระบุว่าแต่ละตัวมีนี่ มีความหมายอย่างไร แล้วก็ล่าสุดก็จะเป็น AC นั่นเอง เดี๋ยวเราจะมาดูนะคะ ตัวมาตรฐาน 802.11 นี่เป็นมาตรฐานที่ใช้รับส่งข้อมูลทั่วไปอยู่แล้ว เราก็คุ้นเคยอยู่แล้ว WiFi หรือว่า Wireless Lan หรือว่าจะเป็น W-i-f-i uif นะคะ เชื่อมต่อตัวกับระบบไร้สายของอุปกรณ์นะคะ ทั้งผู้รับแล้วก็ผู้ส่งเข้าหากันนั่นเอง โดยอุปกรณ์ที่เราใช้งานนะคะ ก็จะมีตัว Access Point ที่รับข้อมูลแล้วก็ส่งข้อมูลนะคะ ระหว่างอุปกรณ์ทั้ง 2 ชนิด หรือจะมีการเชื่อมต่อข้อมูลทางสายแลน ตัวรับ-ตัวส่งก็ได้เช่นเดียวกัน อาจจะเป็นตัวสาย Lan กับ WiFi หรือ WiFi กับสาย Lan ก็ได้นะคะ เมื่อมีตัวเครือข่ายตัวนี้เข้ามาเราก็ต้องมาเลือกตัวมาตรฐานแล้วก็เลือกอุปกรณ์ที่มันรองรับการใช้งานนะคะ การเข้ากันของเทคโนโลยีด้วยว่าอันไหนมันเหมาะสมนะคะ อาจจะซื้อมาจากต่างประเทศนี่มันรองรับกับความถี่ที่ใช้ในบ้านเราหรือเปล่า หรือว่าใช้ในได้เฉพาะต่างประเทศนะคะ ต้องดูอุปกรณ์ที่มันสามารถรองรับใช้งานที่บ้านของเราได้ด้วยนั่นเอง เรามาดูตอนแรกที่มาตรฐาน IEEE 802.11A ตัวนี้มีความสามารถในการรับส่งข้อมูลที่ 54 Mbps หรือว่า Meผิดต่อนาทีนั้นเองใช้ย่านความถี่ความถี่ที่เราใช้อยู่ที่ 5 Ghz คลื่นความถี่นี้ไม่ได้รับอนุญาตใช้ในประเทศไทยนะคะ ก็คือต่างประเทศอาจจะมีใช้บ้างแล้วแต่ข้อกำหนด หรือว่าตกลงของแต่ละประเทศว่าใช้ย่านความถี่ได้หรือเปล่านะคะ บางคนอาจจะสงสัยว่าย่านคลื่นความถี่อย่างไร เป็นอย่างไร เหมือนเราฟังวิทยุ AM FM นี่ คลื่นความถี่มันก็จะคนละคลื่นเขาก็จะจัดสรรความถี่นี้ต่าง ๆ นี้ให้ไปใช้อะไรได้บ้าง อันนี้ก็จะเป็นลักษณะเดียวกันนะคะ ในการรับส่งข้อมูลก็จะมีช่วงความถี่ต่าง ๆ นะคะ ว่าช่วงความถี่ไหนใช้ทางข้าราชการ เกี่ยวกับงานข้าราชการไหม หรือว่าเกี่ยวกับธุรกิจพาณิชย์ต่าง ๆ นั่นเอง สำหรับประเทศไทยก็จะเอาย่านความถี่ที่นะคะ ที่ 5 ghz พวนี้มาใช้เกี่ยวกับดาวเทียม เดี๋ยวเราก็จะมีเรียนด้วยว่าการเข้าส่งข้อมูลแบบดาวเทียมและครอบคลุมระยะไหนนะคะ กับพื้นโลกไหมนะคะ ที่ความถี่เท่าไร เป็นระยะทางเท่าไร แล้วมีตัวกระจายสัญญาณกระจายที่ช่วงที่เท่าไรนั่นเอง ข้อเสียอย่างที่บอกไปแล้ว 802.11a นี่เนื่องจากเป็นมาตรฐานที่ไม่ได้ใช้ทั่วไป แล้วก็ไม่ได้ใช้ในประเทศนะคะ มาตรฐานที่เชื่อมต่อกับความถี่สูง ๆ นะคะ ระยะทางที่ใช้ในการส่งข้อมูลนี่ก็จะค่อนข้างต่ำ ก็คือประมาณ 35 เมตรนะคะ ก็ไม่ไกลเท่าไร หรือในโครงสร้างปิด ถ้าเป็นตึกอาคาร ทำไมถึงพูดเป็นตึกอาคาร ก็คือในกรณีที่สิ่งมาที่ขวางนะคะ ว่าจะได้ที่ 20 เมตร บางคนบอกว่าทำไมต้องเป็นพื้นที่ปิดแล้วต่างกันอย่างไร ถ้าเป็นข้างนอกก็จะมีพวกตัวรบกวนสัญญาณไม่ว่าจะเป็นต้นไม้ตึกอาคารเวลาคลื่นความถี่ที่เข้ามาเขาก็จะเศร้าคลื่นความถี่นั้น แล้วก็พลังงานในการส่งข้อมูลนี่ลดน้อยลงนะคะ ดังนั้น ผู้รับก็จะลบข้อมูลนี้ได้ไม่ครบถ้วนนะคะ อันนี้ก็จะเป็นเหมือนอุปสรรคต่าง ๆ ความผิดไม่ว่าจะเป็นอังคารหรือว่าสภาพบ้านล้อมกรณีฝนตกคลื่นความถี่มันไปสะท้อนกับตัวเม็ดฝนนะคะ พวกนี้ก็จะไปลดทอนเช่นเดียวกันนะคะ มันก็จะมีปัจจัยหลาย ๆ อย่างในการส่งคลื่นความถี่พวกนี้นะคะ แล้วก็ผลิตภัณฑ์ไร้สายตัวมาตรฐาน 802.11a จะได้ความนิยมน้อย อย่างที่บอกไปไม่สามารถใช้กับไทยได้นะมันเป็นเหมือนคลื่นความถี่ที่กำหนดไว้ แล้วก็ไม่สามารถใช้เข้ากับอุปกรณ์ที่รองรับมาตรฐาน 802.11b จุด 802.11g ใช้กับเพื่อนไม่ได้ ต้องใช้กับตัวที่อยู่ในซีรี่ส์เดียวกันก็คือ 802.11 a เท่านั้นนะคะ ข้อเสีย ถัดมาเมื่อเราพบถึงข้อเสียมาตรฐาน 802.111a แล้ว ก็จะเกิดมาตรฐานใหม่ขึ้นมา ก็คือ 802.11b โดยนะคะ เราจะใช้เทคโนโลยีที่เรียกว่า CCK นะคะ Pimary Code Keying มันก็จะเป็นเทคนิคนะคะ ในการรับส่งข้อมูลเช่นเดียวกันเอาครับ เข้าไม่เกี่ยวถ้าลงอีกก็จะมีว่าการส่งสัญญาณนี้ส่งอย่างไรเอาข้อมูลตัว Clock ไปใส่ที่ช่วงไหนร่วมกับเทคโนโลยีที่ dss Direct sequenceสเปกตรัมเข้าไปเมื่อกี้เราส่งไปที่ความเร็วที่ 54 Mbps แต่ความเร็วตัวนี้ที่ใช้ก็คือ Mbps เมื่อกี้ใช้ 5 ตอนนี้ใช้ 2.4 ghz เมื่อกี้ 802.11ฟ 2 จุดใช้ 5 ghz ก็เห็นว่ามันลดลงซึ่งเป็นย่านความถี่ที่ใช้งานสาธารณะสาธารณะ ก็คือทุกคนสามารถใช้งานได้แล้วนะครับ ไม่ได้เป็นข้อจำกัดแบบ 802.11a นั่นเอง ก็คือสามารถใช้กับทางวิทยาศาสตร์ อุตสาหกรรม การแพทย์นะคะ มันก็จะมีย่านความถี่ที่สามารถนิยมเอาไปใช้นั่นเองนะคะ ก็คือใช้กับอุปกรณ์ตัวอื่นก็ได้ ใครก็สามารถมาใช้ในด้านต่าง ๆ ได้นั่นเองนะคะ