﻿1
00:00:09,498 --> 00:00:11,956
(อาจารย์ธิดารัตน์) โอเคพร้อม สวัสดีค่ะ

2
00:00:11,956 --> 00:00:15,956
สวัสดีล่ามด้วยนะคะ

3
00:00:22,649 --> 00:00:25,468
โอเคค่ะ วันนี้เราจะ

4
00:00:25,468 --> 00:00:25,850
มาเริ่มเรียนตัวมาตรฐาน

5
00:00:25,850 --> 00:00:28,234
โดยลงรายละเอียดนะคะ

6
00:00:28,234 --> 00:00:32,234
เป็นมาตรฐานตัวแรกนะคะ

7
00:00:33,099 --> 00:00:33,711
IEEE ของเรานะคะ

8
00:00:33,711 --> 00:00:36,801
IE

9
00:00:36,801 --> 00:00:37,332
EE เราจะมาดูว่า

10
00:00:37,332 --> 00:00:41,332
มาตรฐาน IEEE เราจะเลือกตัวมาตรฐาน

11
00:00:43,791 --> 00:00:46,306
ที่ตัวที่ใกล้ตัวกับเรามากที่สุดนั่นเอง

12
00:00:46,306 --> 00:00:46,781
มันจะมีตัวมาตรฐานอะไรบ้างนะคะ

13
00:00:46,781 --> 00:00:50,781
ใช้รหัสตัวเลขอะไรพร้อมตัวสัญลักษณ์

14
00:00:52,348 --> 00:00:56,348
ตัวอักษร

15
00:00:57,620 --> 00:00:58,295
แทนด้วยอะไรบ้าง และบ่งบอกมีความหมายอย่างไรบ้างนั่นเองนะคะ

16
00:00:58,295 --> 00:00:58,591
นักเรียน

17
00:00:58,591 --> 00:01:02,591
เราพูดกันแล้วนะคะ ว่าตัวมาตรฐานไอที่วัดอีกก็จะเป็นการรวมตัวของวิศวกรอเมริกานะคะ

18
00:01:10,583 --> 00:01:11,399
วิศวกรไฟฟ้าวิศวกรอิเล็กทรอนิกส์นะคะ ทำการ

19
00:01:11,399 --> 00:01:11,958
ร่วมกัน

20
00:01:11,958 --> 00:01:15,958
เกี่ยวกับการดำเนินการวิจัย

21
00:01:16,315 --> 00:01:19,353
พัฒนา

22
00:01:19,353 --> 00:01:20,598
การทำงานนะคะ ไม่ว่าจะเป็นระบบด้าน

23
00:01:20,598 --> 00:01:22,943
ไฟฟ้า

24
00:01:22,943 --> 00:01:23,583
โทรคมนาคม

25
00:01:23,583 --> 00:01:27,583
ฟ้ากำลังแล้วก็ระบบแสงนะคะ

26
00:01:27,724 --> 00:01:29,578
ระบบการสื่อสาร

27
00:01:29,578 --> 00:01:31,183
นี่ ก็อยู่ภายใต้

28
00:01:31,183 --> 00:01:35,183
ระบบไฟฟ้าเช่นเดียวกันนะคะ

29
00:01:35,990 --> 00:01:36,279
ถือว่าเป็นแขนง

30
00:01:36,279 --> 00:01:40,279
หนึ่ง ไฟฟ้าสื่อสารแน่นอนเพราะว่า

31
00:01:41,051 --> 00:01:42,599
การสื่อสารของเราต้องใช้

32
00:01:42,599 --> 00:01:43,352
กำลังไฟมา

33
00:01:43,352 --> 00:01:47,201
ให้เป็นพลังงานถูกไหมคะ

34
00:01:47,201 --> 00:01:51,201
ถ้าไม่มีตัวไฟฟ้าตัวนี้

35
00:01:51,649 --> 00:01:52,446
เราไม่สามารถที่จะสื่อสารกันได้ไม่ว่าจะเป็นอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์

36
00:01:52,446 --> 00:01:54,324
ต่าง ๆ

37
00:01:54,324 --> 00:01:55,431
ต้องมีพลังงานไฟฟ้านะคะ

38
00:01:55,431 --> 00:01:59,287
ตัว

39
00:01:59,287 --> 00:01:59,696
IEEE

40
00:01:59,696 --> 00:02:03,696
ก็จะเป็นตัววัดมาตรฐานว่าอุปกรณ์

41
00:02:03,757 --> 00:02:07,757
ข้อตกลงต่าง ๆ นะคะ ของการใช้งานเกี่ยวกับการสื่อสารของเรา ไม่ว่าจะเป็นอิเล็กทรอนิกส์

42
00:02:12,590 --> 00:02:14,257
การวัดคุมนะคะ

43
00:02:14,257 --> 00:02:17,444
ระบบวัดคุมก็จะเป็น

44
00:02:17,444 --> 00:02:19,801
อีกระบบหนึ่งนะคะ ของวิศวกร

45
00:02:19,801 --> 00:02:22,866
นะคะ ที่ทำการควบคุมดูแล

46
00:02:22,866 --> 00:02:23,838
ว่าจะมีตัวมาตรฐานตัวไหนมากำหนดเช่นเดียวกันนะคะ

47
00:02:23,838 --> 00:02:24,167
โดย

48
00:02:24,167 --> 00:02:25,888
กลุ่ม

49
00:02:25,888 --> 00:02:26,603
ที่

50
00:02:26,603 --> 00:02:30,603
มาจากตัวมาตรฐานของ

51
00:02:31,917 --> 00:02:32,395
IEEE จะแบ่งตามความความเชีชาญ

52
00:02:32,395 --> 00:02:36,395
ช่างไฟฟ้าก็จะมีไฟฟ้าสื่อสารไฟฟ้ากำลัง

53
00:02:39,734 --> 00:02:41,141
ไฟฟ้าสื่อสารก็เหมือนโทรศัพท์นะคะ ไฟฟ้ากำลังก็จะเป็น

54
00:02:41,141 --> 00:02:41,974
ไฟฟ้าตามบ้านเรา

55
00:02:41,974 --> 00:02:43,664
ก็จะเป็น

56
00:02:43,664 --> 00:02:47,664
ที่ใช้อยู่ทั่วไปนะคะ

57
00:02:48,598 --> 00:02:48,815
ก็จะมองภาพออกอยู่แล้วองค์การโทรศัพท์ก็จะเป็นองค์กรไฟฟ้าส่วนภูมิภาค

58
00:02:48,815 --> 00:02:52,815
ต่าง ๆ โดยแต่ละกลุ่มก็จะได้รับหมายเลข

59
00:02:53,246 --> 00:02:54,072
ได้รับ

60
00:02:54,072 --> 00:02:57,432
หมายเลขตัวนี้ IEEE แทนด้วย

61
00:02:57,432 --> 00:03:01,432
การวัดมาตรฐานของการทำงานอะไร

62
00:03:03,492 --> 00:03:06,349
ของอุปกรณ์ไหม

63
00:03:06,349 --> 00:03:07,294
หรือข้อจำกัดต่าง ๆ หรือเปล่านะคะ

64
00:03:07,294 --> 00:03:11,294
เราจะมาดูมาตรฐาน IEEE นะคะ

65
00:03:14,903 --> 00:03:15,404

66
00:03:15,404 --> 00:03:17,845
โดยจะแบ่ง โดยเริ่มจาก

67
00:03:17,845 --> 00:03:19,964
มาตรฐาน

68
00:03:19,964 --> 00:03:23,964
802 นะคะ

69
00:03:24,606 --> 00:03:26,243
802 ก็จะเป็นรูปแบบของการสื่อสารนะคะ เริ่มด้วย

70
00:03:26,243 --> 00:03:26,800
802.1

71
00:03:26,800 --> 00:03:30,203
การจัดการระบบเครือข่าย

72
00:03:30,203 --> 00:03:34,203
เช่นการตรวจสอบเวลา

73
00:03:35,916 --> 00:03:36,110
เราใช้งานระบบเครือข่ายในมหาวิทยาลัย

74
00:03:36,110 --> 00:03:40,110
ต่าง ๆ

75
00:03:40,217 --> 00:03:40,647
หรือเข้าไปใช้งานตาม

76
00:03:40,647 --> 00:03:44,647
Access point

77
00:03:45,841 --> 00:03:49,247
พวก True WiFi AIS wifi

78
00:03:49,247 --> 00:03:50,401
เขาก็จะมีรูปแบบการตรวจสอบและรับรอง

79
00:03:50,401 --> 00:03:52,432
ผู้ใช้งาน

80
00:03:52,432 --> 00:03:53,278
หรือว่า Authentication

81
00:03:53,278 --> 00:03:54,689
ว่า

82
00:03:54,689 --> 00:03:55,751
เรามี

83
00:03:55,751 --> 00:03:59,751
Username Password อะไรในการใช้งานนั้นเอง

84
00:04:00,398 --> 00:04:01,721
เพื่อเป็นการระบุ

85
00:04:01,721 --> 00:04:04,960
ตัวตน

86
00:04:04,960 --> 00:04:07,054
นักศึกษาเป็นนักศึกษาคนไหนชื่ออะไร

87
00:04:07,054 --> 00:04:08,717
อะไร ID อะไร

88
00:04:08,717 --> 00:04:12,717
เริ่มเข้ามาใช้งาน

89
00:04:13,129 --> 00:04:13,565
ตั้งแต่กี่โมงใช้งานกี่โมงแล้วก็

90
00:04:13,565 --> 00:04:17,565
เลิกใช้งานเท่าไหร่นะคะ

91
00:04:18,770 --> 00:04:20,623
เข้าที่

92
00:04:20,623 --> 00:04:24,623
ค้นหาข้อมูล

93
00:04:25,664 --> 00:04:27,386
อยู่ที่เว็บไซต์อะไรบ้าง หรือว่าอัพโหลดดาวน์โหลดอะไรบ้างนะคะ

94
00:04:27,386 --> 00:04:27,791
อันนี้ก็จะเป็นการบอก

95
00:04:27,791 --> 00:04:30,143
Shenzhen

96
00:04:30,143 --> 00:04:34,143
ขอเป็นนักศึกษาเป็นเจ้าหน้าที่เป็นอาจารย์มีระบบ

97
00:04:34,381 --> 00:04:36,887
ความสามารถในการใช้งานอะไรบ้าง

98
00:04:36,887 --> 00:04:38,588

99
00:04:38,588 --> 00:04:41,431
ใน 802.1  ถัดมา 80.2

100
00:04:41,431 --> 00:04:43,483
กำหนดการเชื่อมต่อ

101
00:04:43,483 --> 00:04:45,660
l l c

102
00:04:45,660 --> 00:04:49,660
เทียบกับตัว Data Link layer

103
00:04:52,130 --> 00:04:54,078
เราปี 2 กับปี 3 นะ

104
00:04:54,078 --> 00:04:55,799
เรียน Network มาแล้ว

105
00:04:55,799 --> 00:04:57,090
ถูกไหม

106
00:04:57,090 --> 00:04:59,070
OSi

107
00:04:59,070 --> 00:04:59,975
layer เรียนมาแล้ว

108
00:04:59,975 --> 00:05:01,589
คุ้น ๆ ไหม

109
00:05:01,589 --> 00:05:05,589
OSI นะคะ ก็จะเป็น

110
00:05:06,987 --> 00:05:10,987
referral Link Control นะคะ Link layer นะคะ

111
00:05:19,297 --> 00:05:19,477
ของ OSI model เดี๋ยวตัวหลังสไลด์อาจารย์จะพูดถึงตัวเลขต่าง ๆ มีการเปรียบเทียบระหว่าง

112
00:05:19,477 --> 00:05:22,064
OSI ต่าง ๆ และมี

113
00:05:22,064 --> 00:05:26,064
ข้อจำกัด

114
00:05:26,193 --> 00:05:28,336
หรือว่าฉันการเชื่อมต่อ

115
00:05:28,336 --> 00:05:29,966
ต่างกันอย่างไรนั่นเองนะคะ

116
00:05:29,966 --> 00:05:33,683
จัดมา

117
00:05:33,683 --> 00:05:37,061
IEEEตัวที่ 3 ของเรา

118
00:05:37,061 --> 00:05:40,521
802.3 เป็นเครือข่ายอินเทอร์เน็ต

119
00:05:40,521 --> 00:05:42,018
เครือข่ายอินเตอร์เน็ตก็จะเป็นการเริ่มต้น

120
00:05:42,018 --> 00:05:42,850
ของการเชื่อมต่อ

121
00:05:42,850 --> 00:05:45,265
ของ

122
00:05:45,265 --> 00:05:45,436
ระบบเครือข่ายภายในนั่นเองนะคะ

123
00:05:45,436 --> 00:05:48,130
เวลาการเชื่อมต่ออุปกรณ์

124
00:05:48,130 --> 00:05:52,130
ผู้รับแล้วก็ผู้ส่งในการ

125
00:05:52,943 --> 00:05:53,152
ส่งข้อมูลระหว่างกัน

126
00:05:53,152 --> 00:05:57,152
เป็นตัวอักษรรูปภาพอะไรก็แล้วแต่ ก็จะมีลักษณะ

127
00:05:57,843 --> 00:06:01,843
ในการส่งต้นทางปลายทางอย่างไรส่งข้อมูลแล้วในกรณีที่ข้อมูลไม่ถึง

128
00:06:08,132 --> 00:06:11,011
ปลายทางมีเงื่อนไขวิธีการเช็คอย่างไร

129
00:06:11,011 --> 00:06:11,395
ส่งไปแล้วมี Action Reset กลับมาไหม

130
00:06:11,395 --> 00:06:14,274
ปลายทางรับไปเนี่ยไปแปะ

131
00:06:14,274 --> 00:06:15,746
แล้วที่มันร้อน

132
00:06:15,746 --> 00:06:19,746
บัตรหายระหว่างทางเช็คได้อย่างไรนั้นเองนะคะ

133
00:06:20,049 --> 00:06:21,308
ส่งไปแล้วจัดมา

134
00:06:21,308 --> 00:06:24,286
802.4

135
00:06:24,286 --> 00:06:27,740
มัด

136
00:06:27,740 --> 00:06:31,740
802.4 กับ 802.5

137
00:06:32,639 --> 00:06:36,639
เชื่อมต่อระบบเครือข่ายเชื่อมต่อแบบ

138
00:06:37,149 --> 00:06:37,404
ไหนที่ง่ายที่สุด

139
00:06:37,404 --> 00:06:41,404
Open bargaining แตกต่างกันอย่างไรใช้อุปกรณ์อย่างไร

140
00:06:45,562 --> 00:06:47,453
ใช้สายในการสื่อสารแบบไหน

141
00:06:47,453 --> 00:06:47,861
มีข้อดีข้อเสียอย่างไร

142
00:06:47,861 --> 00:06:51,861
การเชื่อมต่อรวดเร็วไหมในกรณีที่อุปกรณ์

143
00:06:54,656 --> 00:06:55,010
ที่เชื่อมต่อภายในระบบเสีย 1 ตัวทำอุปกรณ์เครือข่ายของเราล่มไหม

144
00:06:55,010 --> 00:06:59,010
หรือว่าไม่ล่มหรือว่ายังใช้งานการสื่อสาร

145
00:07:00,353 --> 00:07:03,739
ใช้งานเหล่านี้ได้อยู่บ้างหรือเปล่า

146
00:07:03,739 --> 00:07:07,637
สวิตซ์ฮับนะคะ

147
00:07:07,637 --> 00:07:11,637
ตัวกระจายสัญญาณ

148
00:07:11,678 --> 00:07:15,678
การส่งข้อมูลแบบไหน เชื่อมต่อแบบไหนที่มันมี

149
00:07:17,670 --> 00:07:18,536
การส่งข้อมูลที่มันดีข้อดีข้อเสียอย่างไรเราจะมาลงรายละเอียดกันอีกทีนะคะ

150
00:07:18,536 --> 00:07:22,536
ศูนย์ 2.6 mantis

151
00:07:24,682 --> 00:07:25,758
area Network

152
00:07:25,758 --> 00:07:28,713
ส่งข้อมูลภายในเมือง

153
00:07:28,713 --> 00:07:29,581
ก็คือ

154
00:07:29,581 --> 00:07:30,971
วิธีการ

155
00:07:30,971 --> 00:07:34,971
พื้นที่ให้บริการมากยิ่งขึ้นเริ่มแรกอาจจะอยู่

156
00:07:35,158 --> 00:07:39,158
เป็น 1 ห้องขยายเป็นตึก

157
00:07:41,058 --> 00:07:44,430
ตึกขยายเพิ่มขึ้น ขยายเป็นเมืองนั่นเอง

158
00:07:44,430 --> 00:07:45,503
จะมาดูกันว่าข้อกำหนดในการสื่อสารระหว่างเมือง

159
00:07:45,503 --> 00:07:45,875
เมืองของเรานี่

160
00:07:45,875 --> 00:07:49,875
วิธีการ

161
00:07:51,365 --> 00:07:53,539
ชุดอับสัญญาณไมค์มีการกระจายสัญญาณทำให้ครอบคลุม

162
00:07:53,539 --> 00:07:55,044
พื้นที่นั่นเองนั่นเอง

163
00:07:55,044 --> 00:07:55,245
นะคะ ถัดมา 802.7

164
00:07:55,245 --> 00:07:59,245
มาตรฐานการส่งสัญญาณแบบ

165
00:08:01,093 --> 00:08:01,617
แบรนด์กับบอร์ดเบสนั่นเองนะคะ

166
00:08:01,617 --> 00:08:05,617
แบรนด์นะคะ มีการส่งข้อมูลอย่างไรบอดแบนกับเบสแบนแตกต่างกันอย่างไรในการส่งข้อมูล

167
00:08:10,083 --> 00:08:14,083
ความถี่เดียวหรือความถี่พร้อมกันนะคะ

168
00:08:15,234 --> 00:08:17,229
มันจะต่างกันอย่างไรนะคะ

169
00:08:17,229 --> 00:08:17,564
ถ้าเป็น

170
00:08:17,564 --> 00:08:21,564
Baseband การส่งข้อมูล

171
00:08:23,218 --> 00:08:24,884
ก็สามารถส่งข้อมูลส่งข้อมูลความถี่พร้อมกัน

172
00:08:24,884 --> 00:08:25,857
จะสะดวกสบายมาก

173
00:08:25,857 --> 00:08:26,841
ยิ่งขึ้นนั่นเอง

174
00:08:26,841 --> 00:08:30,841
เดี๋ยวเรามาดูการส่งสัญญาณทั้ง Broadband และ Baseband นั่นเองนะคะ

175
00:08:31,560 --> 00:08:35,405
ผัดมา

176
00:08:35,405 --> 00:08:36,227
80 2.8

177
00:08:36,227 --> 00:08:39,847
เคเบิ้ลใยแก้วนำแสง

178
00:08:39,847 --> 00:08:42,575
เพลงนะคะ

179
00:08:42,575 --> 00:08:44,112
แต่ก่อน

180
00:08:44,112 --> 00:08:45,123
เวลาเราใช้

181
00:08:45,123 --> 00:08:47,074
ระบบอินเทอร์เน็ต

182
00:08:47,074 --> 00:08:51,055
ภายในบ้านนะคะ ส่วนมากก็จะเป็นสาย

183
00:08:51,055 --> 00:08:54,453
ทองแดง

184
00:08:54,453 --> 00:08:57,642
ที่ใช้ในการเชื่อมต่อนะคะ

185
00:08:57,642 --> 00:08:59,113
ปัจจุบันก็จะเพิ่มขึ้นหรือพัฒนาเป็น

186
00:08:59,113 --> 00:08:59,807
เป็น Fiber Optic

187
00:08:59,807 --> 00:09:00,187
หรือว่า

188
00:09:00,187 --> 00:09:02,181
แก้วนำแสง

189
00:09:02,181 --> 00:09:06,181
Fiber Optic ก็

190
00:09:06,961 --> 00:09:07,474
จะมีคุณสมบัติในการส่งข้อมูลได้ไกลกว่าแต่ข้อเสียก็จะเป็น

191
00:09:07,474 --> 00:09:09,998
ตามชื่อเป็นแก้วนะคะ

192
00:09:09,998 --> 00:09:10,885
ไป

193
00:09:10,885 --> 00:09:14,885
ความเปราะบางนะคะ หรือว่าการแตก

194
00:09:19,903 --> 00:09:20,977
หัก การบำรุงรักษาหรือการเข้าหัวนะคะ ค่อนข้างใช้บุคคลเฉพาะนั่นเองนะคะ

195
00:09:20,977 --> 00:09:22,878
แปลว่า

196
00:09:22,878 --> 00:09:24,494
นิยมใช้มากขึ้นเพราะว่า

197
00:09:24,494 --> 00:09:25,502
ส่งสัญญาณได้ไกล

198
00:09:25,502 --> 00:09:25,668
แล้วก็

199
00:09:25,668 --> 00:09:29,462
พวกสัญญาณลบ

200
00:09:29,462 --> 00:09:29,970
อ้วนค่อนข้างน้อยนั่นเองนะคะ

201
00:09:29,970 --> 00:09:33,970
จัดมา

202
00:09:37,367 --> 00:09:38,850
802.9 นะคะ ก็จะเป็นการรวม

203
00:09:38,850 --> 00:09:39,343
ISB กับเทคโนโลยีแลนด์

204
00:09:39,343 --> 00:09:43,322
isdn มองภาพง่าย ๆ ให้มองแบบ

205
00:09:43,322 --> 00:09:47,322
สื่อสารแบบโทรศัพท์นั่นเองเวลาเรา

206
00:09:49,600 --> 00:09:53,486
สื่อสารโทรศัพท์นะคะ ก็จะมี

207
00:09:53,486 --> 00:09:54,365
กลุ่มสายนะคะ ในการเชื่อมต่อแต่ละจุด

208
00:09:54,365 --> 00:09:54,671
นะคะ

209
00:09:54,671 --> 00:09:55,863
เหมือน

210
00:09:55,863 --> 00:09:58,154
สมมุติ

211
00:09:58,154 --> 00:10:01,384
โทรศัพท์

212
00:10:01,384 --> 00:10:03,825
แต่ละจังหวัด

213
00:10:03,825 --> 00:10:07,825
จะมีขึ้นข้างหน้าใช่ไหม บ้า

214
00:10:11,363 --> 00:10:11,816
นเราก็จะเป็น 042 ใช่ไหม หรือกรุงเทพฯก็จะเป็น 02 ก็จะมี

215
00:10:11,816 --> 00:10:15,816
แล้วก็กระจายสัญญาณแต่ละที่ก็จะเป็นการส่งข้อมูล

216
00:10:18,066 --> 00:10:20,499
i.s.a. นั้นเอง

217
00:10:20,499 --> 00:10:24,499
ตัวมาตรฐานแบบ

218
00:10:25,539 --> 00:10:26,601
802.10

219
00:10:26,601 --> 00:10:29,544
ความปลอดภัย

220
00:10:29,544 --> 00:10:33,544
ความปลอดภัยตัวนี้ก็ค่อนข้างสำคัญ

221
00:10:34,560 --> 00:10:38,560
สมมติตัวนี้

222
00:10:39,460 --> 00:10:40,109
เรามี internet banking การใช้เติมเงินช้อปปิ้งออนไลน์ต่าง ๆ

223
00:10:40,109 --> 00:10:44,109
ความปลอดภัยตรงนี้จะมีได้อย่างไรในกรณีที่เรา

224
00:10:45,458 --> 00:10:49,458
กรอกรหัสบัตรเครดิต

225
00:10:50,516 --> 00:10:53,749
เข้าไปนะคะ ทำการโอนเงิน

226
00:10:53,749 --> 00:10:55,436
ถอนเงินหรือว่าช้อปปิ้งออนไลน์นั่นเองนะคะ

227
00:10:55,436 --> 00:10:56,164
ความปลอดภัยตรงนี้

228
00:10:56,164 --> 00:10:56,459

229
00:10:56,459 --> 00:11:00,459
จะโดนผู้อื่นนำข้อมูลไปได้หรือเปล่า

230
00:11:01,805 --> 00:11:03,323
เพราะว่าบางทีจะมีข่าวว่า

231
00:11:03,323 --> 00:11:04,942
ตัวมี SMS

232
00:11:04,942 --> 00:11:05,166
เตือนมาว่าคุณใช้

233
00:11:05,166 --> 00:11:08,322
โอนเงินไป

234
00:11:08,322 --> 00:11:11,783
ซื้อสินค้า

235
00:11:11,783 --> 00:11:11,950
อาจจะเป็น US Dollar ต่างประเทศขึ้นมา

236
00:11:11,950 --> 00:11:14,741
เราจะเช็คได้อย่างไร

237
00:11:14,741 --> 00:11:18,741
ระบบเครือข่ายนี้จะมีความปลอดภัย

238
00:11:19,016 --> 00:11:23,016
ระดับไหนนั่นเองนะคะ

239
00:11:23,257 --> 00:11:26,112

240
00:11:26,112 --> 00:11:30,112
ถัดมา 802.11

241
00:11:31,516 --> 00:11:31,761
เป็นมาตรฐานที่

242
00:11:31,761 --> 00:11:33,360
ใกล้ตัว

243
00:11:33,360 --> 00:11:37,075
นักเรียนมากที่สุด

244
00:11:37,075 --> 00:11:38,645
นักเรียน นักศึกษานะ

245
00:11:38,645 --> 00:11:41,337
เพราะว่าเป็น

246
00:11:41,337 --> 00:11:41,581
Wireless หรือว่าเป็นตัว WiFi

247
00:11:41,581 --> 00:11:45,581
เชื่อมต่อ WiFi Smart Phone Smart

248
00:11:46,322 --> 00:11:50,322
Tablet ขึ้นมาในการเชื่อมต่อ

249
00:11:50,722 --> 00:11:54,528
อุปกรณ์ในการสื่อสารเข้าใน

250
00:11:54,528 --> 00:11:54,994
รั้วมหาลัย

251
00:11:54,994 --> 00:11:58,994
หรือว่าอยู่ที่หอพักต่าง ๆ ก็จะมี

252
00:11:59,647 --> 00:12:00,163
อุปกรณ์ต่าง ๆ เหล่านี้

253
00:12:00,163 --> 00:12:02,390
มา

254
00:12:02,390 --> 00:12:06,107
802.12

255
00:12:06,107 --> 00:12:10,107
นะคะ ความเข้าใจนะคะ ความสัมพันธ์

256
00:12:14,187 --> 00:12:14,442
การใช้ระบบเครือข่าย

257
00:12:14,442 --> 00:12:18,324
ลำดับความสำคัญของการใช้งาน

258
00:12:18,324 --> 00:12:22,324
ในเวลาเราเข้าไปดึงข้อมูลนะคะ เข้าสู่อินเทอร์เน็ต มันจะมี

259
00:12:24,247 --> 00:12:26,796
การเข้าถึงแบบ

260
00:12:26,796 --> 00:12:30,796
รูปแบบตัวอักษรรูปภาพหรือว่าจะเป็นมัลติมีเดีย

261
00:12:33,728 --> 00:12:34,081
ความสัมพันธ์ในการใช้งาน

262
00:12:34,081 --> 00:12:35,586
ก็จะมี

263
00:12:35,586 --> 00:12:37,561
ค่อนข้างแตกต่างกัน

264
00:12:37,561 --> 00:12:41,561
รับส่งข้อมูลเป็นคำพูดตรวจสอบ

265
00:12:43,079 --> 00:12:43,400
การเรียงลำดับนี้

266
00:12:43,400 --> 00:12:45,141
ขายที่สุด

267
00:12:45,141 --> 00:12:48,527
ประกอบร่างกาย

268
00:12:48,527 --> 00:12:49,088
เป็นข้อมูล

269
00:12:49,088 --> 00:12:53,088
สื่อสารไปยังปลายทางได้ ในกรณีที่รูปแบบของเสียง

270
00:12:55,225 --> 00:12:59,225
ถ้ามันเรียงลำดับไม่ถูกต้องในที่สุดแล้ว

271
00:13:02,118 --> 00:13:02,591
ข้อมูลเสียงของเราก็จะไม่เป็นประโยคถูกไหมคะ

272
00:13:02,591 --> 00:13:06,591
อันหลังมาก่อน อันหน้ามาก่อน มันก็จะรวมกันไม่ ได้

273
00:13:07,274 --> 00:13:11,274
ถัดมา

274
00:13:12,827 --> 00:13:16,827
802.4 เป็น

275
00:13:17,244 --> 00:13:21,244
Modem

276
00:13:21,329 --> 00:13:21,545
Modem จะเป็นตัวอุปกรณ์ตัวแรก

277
00:13:21,545 --> 00:13:25,367
ใช้ในการสื่อสารนักนะ

278
00:13:25,367 --> 00:13:26,576
ก่อนที่เราจะมี

279
00:13:26,576 --> 00:13:27,012
การใช้อินเทอร์เน็ต

280
00:13:27,012 --> 00:13:31,012
ทั่วไปบ้านเราที่มีสวิตช์เสียงบ้านเราสามารถ

281
00:13:33,446 --> 00:13:34,832
login เข้าไปใช้งานได้เลย

282
00:13:34,832 --> 00:13:35,826
เริ่มแรก

283
00:13:35,826 --> 00:13:39,826
อุปกรณ์ที่เรียกว่า Modem ในการรับข้อมูลแล้วก็ส่งข้อมูลนะคะ

284
00:13:45,929 --> 00:13:45,999
โดยเราจะกรอกข้อมูลในรูปแบบใด

285
00:13:45,999 --> 00:13:46,322
หมายเลขโทรศัพท์

286
00:13:46,322 --> 00:13:48,226
ทำการ Connect ไปยัง

287
00:13:48,226 --> 00:13:52,226
ที่เราใช้บริการไม่ว่าจะเป็นองค์การโทรศัพท์ หรือว่า

288
00:13:53,477 --> 00:13:57,477
บริษัทที่ให้บริการเพื่อทำการ

289
00:13:59,984 --> 00:14:00,659
Connect แล้วก็เชื่อมต่อไปยังปลายทางนั่นเองนะคะ

290
00:14:00,659 --> 00:14:01,300
เดี๋ยว

291
00:14:01,300 --> 00:14:05,300
สไลด์ถัด ๆ ไปอาจารย์ก็จะพูดถึงตัว Modem ว่ามีการเชื่อมต่อแล้วก็มีการส่งข้อมูลอย่างไรนั่นเองนะคะ

292
00:14:12,133 --> 00:14:13,197
ถือว่าเป็นการซื่อสัตย์

293
00:14:13,197 --> 00:14:14,113
เริ่มแรก

294
00:14:14,113 --> 00:14:14,877
ด้วยนะคะ

295
00:14:14,877 --> 00:14:18,877

296
00:14:19,476 --> 00:14:20,385
ถัดมา 802.15

297
00:14:20,385 --> 00:14:24,385
การสื่อสารไร้สายส่วนบุคคลเวลาเราใช้อุปกรณ์

298
00:14:26,334 --> 00:14:27,501
ไร้สาย

299
00:14:27,501 --> 00:14:30,786
พูดง่าย ๆ

300
00:14:30,786 --> 00:14:34,786
เหมือนเราใช้ระบบโทรศัพท์มันก็จะมีช่วงที่

301
00:14:34,952 --> 00:14:36,546
สัญญาณใช่ไหมคะ มองภาพง่าย ๆ ก่อนเพื่อจะได้เข้าใจ

302
00:14:36,546 --> 00:14:38,068
เวลาเราใช้มือถือนี่

303
00:14:38,068 --> 00:14:38,499
ขึ้นเขาลงห้วย

304
00:14:38,499 --> 00:14:42,499
มันก็จะมีคลื่นความถี่ตัวส่งสัญญาณที่มันน้อยลงนะคะ

305
00:14:43,720 --> 00:14:47,720
กลับมา

306
00:14:48,648 --> 00:14:52,648
มองที่เครือข่ายไร้สายส่วนบุคคล

307
00:14:53,446 --> 00:14:55,440
การให้บริการระบบเครือข่ายอยู่ในมหาวิทยาลัย

308
00:14:55,440 --> 00:14:55,679
หรือว่าเป็นที่บ้านของเรา

309
00:14:55,679 --> 00:14:57,742
เป็นพื้นที่ที่ครอบคลุม

310
00:14:57,742 --> 00:15:01,742
ตัวกระจายของเรานี่เขาให้พื้นที่ที่เท่าไร เวลาพวก

311
00:15:04,039 --> 00:15:06,362
Network

312
00:15:06,362 --> 00:15:10,362
ต้องการคำนวณ

313
00:15:17,400 --> 00:15:18,677
สมมุติชั้น 1 นี่มีตัว Access point มีกี่ตัวที่จะครอบครัวพื้นที่หรือ Area ต้องมีการควบคุมก่อนจุดไหนมีตัว

314
00:15:18,677 --> 00:15:20,013
สัญญาณ

315
00:15:20,013 --> 00:15:22,065
ต้องมีการครอบคลุม

316
00:15:22,065 --> 00:15:26,065
ต้องไม่สิ้นเปลืองพูดง่าย ๆ ทั้งคุ้มทุนแล้วก็ครอบคลุมด้วยนั่นเอง

317
00:15:28,947 --> 00:15:29,794
ต้องมาควบคู่กันนั่นเองนะคะ

318
00:15:29,794 --> 00:15:33,794
ถัดมาคราวนี้

319
00:15:35,600 --> 00:15:37,419
802.16

320
00:15:37,419 --> 00:15:38,851
เป็นมาตรฐาน Broadband แบบ

321
00:15:38,851 --> 00:15:39,076
ไร้สาย

322
00:15:39,076 --> 00:15:43,076
เมื่อกี้เป็นรูปแบบของมีสาย

323
00:15:44,209 --> 00:15:48,209
ถ้าเป็นรูปแบบของไร้สาย

324
00:15:48,606 --> 00:15:48,794
จะมีมาตรฐานตัวนี้

325
00:15:48,794 --> 00:15:52,486
น่าจะเป็น 802.16

326
00:15:52,486 --> 00:15:56,486
ถัดมาเราจะมาพูดถึง

327
00:16:01,492 --> 00:16:03,680
ที่บอกว่าตัวที่ใกล้ที่สุดก็คือ

328
00:16:03,680 --> 00:16:03,862
802.11

329
00:16:03,862 --> 00:16:07,698
นะคะ

330
00:16:07,698 --> 00:16:08,364
วันนี้ก็จะเป็นลักษณะการ

331
00:16:08,364 --> 00:16:10,218
โครงข่าย

332
00:16:10,218 --> 00:16:12,507
ไร้สายของเรา

333
00:16:12,507 --> 00:16:16,507
กำหนด

334
00:16:17,189 --> 00:16:18,526
ตัวเลขที่ 802.11 แล้วตามด้วย

335
00:16:18,526 --> 00:16:21,232
ตัวอักษรภาษาอังกฤษ

336
00:16:21,232 --> 00:16:23,188
ตามมาเพื่อระบุว่าแต่ละตัวนี่

337
00:16:23,188 --> 00:16:24,750
มีความหมายอย่างไรบ้าง

338
00:16:24,750 --> 00:16:27,387
a b g n

339
00:16:27,387 --> 00:16:27,670
แล้วก็ล่าสุดก็จะเป็น AC นั่นเองนะคะ

340
00:16:27,670 --> 00:16:30,750
เดี๋ยวเราจะมาดูนะคะ

341
00:16:30,750 --> 00:16:33,011
ตัวมาตรฐาน

342
00:16:33,011 --> 00:16:36,585
802.11

343
00:16:36,585 --> 00:16:36,890
นี่ เป็นมาตรฐานที่ใช้

344
00:16:36,890 --> 00:16:39,748
รับส่ง

345
00:16:39,748 --> 00:16:40,235
ข้อมูลที่ใช้ทั่วไปอยู่แล้ว

346
00:16:40,235 --> 00:16:42,693
เราก็คุ้นเคยอยู่แล้วเราใช้ WiFi หรือว่าไว้

347
00:16:42,693 --> 00:16:46,602
Wireless Lan

348
00:16:46,602 --> 00:16:50,602
เชื่อมต่อตัวระบบ

349
00:16:52,213 --> 00:16:53,231
ไร้สายของอุปกรณ์

350
00:16:53,231 --> 00:16:54,266
ทั้ง

351
00:16:54,266 --> 00:16:56,911
ผู้รับและผู้ส่ง

352
00:16:56,911 --> 00:16:57,915
เข้าหากันนั่นเอง

353
00:16:57,915 --> 00:16:58,867
โดย

354
00:16:58,867 --> 00:17:02,867
อุปกรณ์ที่เราใช้งานนะคะ

355
00:17:09,778 --> 00:17:10,433
ก็จะมีตัว Access point ที่รับข้อมูล

356
00:17:10,433 --> 00:17:11,854
และรับ

357
00:17:11,854 --> 00:17:15,854
ส่งข้อมูลกับตัวอุปกรณ์ทั้ง 2 ชนิด หรือ

358
00:17:19,337 --> 00:17:19,757
จะมีการเชื่อมต่อในสายแลนนะคะ ตัวรับตัวส่ง

359
00:17:19,757 --> 00:17:22,226
ก็ได้เช่นเดียวกัน

360
00:17:22,226 --> 00:17:24,818
จะเป็นสาย แลน กับ WiFi

361
00:17:24,818 --> 00:17:28,065
จะเป็น WiFi กับสายแลนก็ได้นะคะ

362
00:17:28,065 --> 00:17:32,065
เมื่อมีตัวเครือข่ายตัวนี้เราก็ต้องมาเลือกตัวมาตรฐานแล้วก็เลือกอุปกรณ์

363
00:17:35,284 --> 00:17:35,965
ที่มันรองรับ

364
00:17:35,965 --> 00:17:37,820
การใช้งานนะคะ

365
00:17:37,820 --> 00:17:41,811
การเข้ากันของเทคโนโลยีด้วย

366
00:17:41,811 --> 00:17:41,979
ว่าอันไหนมันเหมาะสม

367
00:17:41,979 --> 00:17:45,979
นะคะ จะซื้อมาจากต่างประเทศนี่มันรองรับ

368
00:17:49,651 --> 00:17:50,894
กับความถี่ที่ใช้ได้ในบ้านเราหรือเปล่า

369
00:17:50,894 --> 00:17:52,302
หรือว่าใช้ได้ใน

370
00:17:52,302 --> 00:17:52,927
ต่างประเทศนะคะ

371
00:17:52,927 --> 00:17:55,706
ต้องดูอุปกรณ์ที่มัน

372
00:17:55,706 --> 00:17:58,787

373
00:17:58,787 --> 00:17:59,068
รองรับกับรายการใช้งานที่บ้านเราได้ด้วย

374
00:17:59,068 --> 00:18:02,458
มาดูตัวแรกที่มาตรฐาน

375
00:18:02,458 --> 00:18:06,416
IEEE 802

376
00:18:06,416 --> 00:18:07,401
.11 A

377
00:18:07,401 --> 00:18:11,401
มีความสำ

378
00:18:11,414 --> 00:18:12,302
มาตรในการรับส่งข้อมูล

379
00:18:12,302 --> 00:18:14,907
ที่ 54 MB

380
00:18:14,907 --> 00:18:16,383

381
00:18:16,383 --> 00:18:20,383
pz หรือ

382
00:18:20,499 --> 00:18:21,020
เมกะบิตต่อวินาทีนั่นเองนะคะ

383
00:18:21,020 --> 00:18:25,020
ใช้ย่านความถี่ความถี่ที่เราใช้อยู่ที่ 5 ghz

384
00:18:26,046 --> 00:18:30,046
ซึ่งความถี่นี้ไม่ได้รับอนุญาตให้ใช้ในประเทศไทย

385
00:18:32,600 --> 00:18:33,601
นะคะ

386
00:18:33,601 --> 00:18:37,601
ก็คือ

387
00:18:38,455 --> 00:18:41,070
ต่างประเทศอาจจะมีใช้บ้างแล้วแต่ข้อกำหนด

388
00:18:41,070 --> 00:18:43,701
หรือว่าข้อตกลงแต่ละประเทศ

389
00:18:43,701 --> 00:18:44,400
ว่าใช้ย่านคลื่นความถี่นี้ได้หรือเปล่านะคะ

390
00:18:44,400 --> 00:18:48,400
บางคนอาจจะสงสัยว่าใช้ความถี่นี้อย่างไร เป็นยังไงหมายถึง

391
00:18:51,671 --> 00:18:55,671
เหมือนเราฟังวิทยุ

392
00:19:01,413 --> 00:19:05,413
AM FM คลื่นความถี่มันก็จะคนละครึ่งนะคะ เขาก็จะจัดสรรความถี่นี้ต่าง ๆ นี่

393
00:19:06,493 --> 00:19:07,941
ให้ใช้อะไรได้บ้างอันนี้ก็จะเป็นลักษณะเดียวกันในการรับส่งข้อมูล

394
00:19:07,941 --> 00:19:09,317
จะมีช่วงในการ

395
00:19:09,317 --> 00:19:11,876
ความถี่ต่าง ๆ

396
00:19:11,876 --> 00:19:13,018
ช่วงความถี่ไหนใช้ทาง

397
00:19:13,018 --> 00:19:14,369
ข้าราชการ

398
00:19:14,369 --> 00:19:16,754
เกี่ยวกับงาน

399
00:19:16,754 --> 00:19:18,084
ข้าราชการไหม หรือว่าเกี่ยวกับธุรกิจ

400
00:19:18,084 --> 00:19:18,462
พาณิชย์ต่าง ๆ

401
00:19:18,462 --> 00:19:20,291
งานเอง

402
00:19:20,291 --> 00:19:24,291
สำหรับประเทศไทยก็จะเอาย่านความถี่ที่ 5 ghz

403
00:19:27,564 --> 00:19:28,656
พวกนี้

404
00:19:28,656 --> 00:19:29,734
มาใช้เกี่ยวกับ

405
00:19:29,734 --> 00:19:30,106
ดาวเทียม

406
00:19:30,106 --> 00:19:33,839
เดี๋ยวเราก็จะมาเรียนด้วยว่าการ

407
00:19:33,839 --> 00:19:35,134
รับส่ง

408
00:19:35,134 --> 00:19:36,479
ข้อมูลแบบดาว

409
00:19:36,479 --> 00:19:36,829
เทียมนี่

410
00:19:36,829 --> 00:19:40,560
ครอบคลุมระยะไหนนะคะ เหมาะสมกับพื้นโลกไหม

411
00:19:40,560 --> 00:19:43,079
เป็นระยะ

412
00:19:43,079 --> 00:19:43,529
ทางไกลเท่าไ

413
00:19:43,529 --> 00:19:45,880
ร แล้วมี

414
00:19:45,880 --> 00:19:46,256
ปกรณ์

415
00:19:46,256 --> 00:19:48,901
ช่วง

416
00:19:48,901 --> 00:19:49,912
ที่เท่าไรนั่นเอง

417
00:19:49,912 --> 00:19:53,912

418
00:19:55,958 --> 00:19:59,166
อย่างที่บอกไปแล้ว 802.11 a

419
00:19:59,166 --> 00:19:59,419
นี่ เนื่องจากเป็นมาตรฐานที่ไม่ได้ใช้ทั่วไป

420
00:19:59,419 --> 00:20:02,753
ก็ไม่ได้ใช้ที่ประเทศไทยนะคะ

421
00:20:02,753 --> 00:20:06,753
มาตรฐานที่เชื่อมต่อกับ

422
00:20:07,169 --> 00:20:07,636
ความถี่สูง ๆ นะคะ

423
00:20:07,636 --> 00:20:11,636
ระยะทางที่ใช้ใน

424
00:20:11,642 --> 00:20:12,846
การส่งข้อมูล

425
00:20:12,846 --> 00:20:13,077
นี่ ก็จะค่อนข้าง

426
00:20:13,077 --> 00:20:17,077
ต่ำ ก็คือประมาณ 35 เมตรนะคะ

427
00:20:19,398 --> 00:20:21,643
ก็ไม่ไกลเท่าไ

428
00:20:21,643 --> 00:20:22,166
ร หรือถ้าเป็นโครงสร้างปิด

429
00:20:22,166 --> 00:20:26,166
ถ้าเป็นในอาคารทำไมถึงพูด

430
00:20:29,751 --> 00:20:31,503
ธนาคารในกรณีที่ไม่มีสิ่งกีดขวาง

431
00:20:31,503 --> 00:20:33,243
เข้ามานะคะ ก็จะได้ที่

432
00:20:33,243 --> 00:20:34,967
120 เมตรนะคะ

433
00:20:34,967 --> 00:20:38,741
บางคนก็จะบอกว่า

434
00:20:38,741 --> 00:20:39,267
ทำไมต้องเป็นพื้นที่ปิดแล้วแตกต่างกันอย่างไร

435
00:20:39,267 --> 00:20:42,776
ข้างนอกก็จะมี

436
00:20:42,776 --> 00:20:44,184
พวกตัวลดทอนสัญญาณ

437
00:20:44,184 --> 00:20:45,013
ปลูกต้นไม้

438
00:20:45,013 --> 00:20:48,073
เขาจะซ้ำคลื่นความถี่นั้น

439
00:20:48,073 --> 00:20:51,810
ก็ทำ

440
00:20:51,810 --> 00:20:52,936
พลังงานในการส่งข้อมูลลดน้อยลง

441
00:20:52,936 --> 00:20:56,936
รับได้ข้อมูลไม่ครบถ้วน

442
00:20:57,724 --> 00:20:59,129
อันนี้ก็จะเป็นอุปสรรคต่าง ๆ

443
00:20:59,129 --> 00:21:00,736
พวกคลื่นความ

444
00:21:00,736 --> 00:21:01,808
พิธีต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น

445
00:21:01,808 --> 00:21:02,093
อาคาร

446
00:21:02,093 --> 00:21:04,844
หรือในกรณีฝนตก

447
00:21:04,844 --> 00:21:08,844
พวกนี้ก็จะไปลดทอนเช่นเดียวกัน

448
00:21:10,442 --> 00:21:10,944
มีปัจจัยหลายอย่าง

449
00:21:10,944 --> 00:21:14,431
ในการส่งคลื่นความถี่พวกนี้นะคะ

450
00:21:14,431 --> 00:21:14,945
แล้วก็

451
00:21:14,945 --> 00:21:17,038
ผลิตภัณฑ์ไร้สาย

452
00:21:17,038 --> 00:21:21,038
ตัวมาตรฐาน

453
00:21:23,596 --> 00:21:24,952
802.11a ก็จะได้รับความนิยมน้อยอย่างที่บอก

454
00:21:24,952 --> 00:21:27,262
ไปว่า

455
00:21:27,262 --> 00:21:27,561
ไม่สามารถใช้กับไทยได้นะ

456
00:21:27,561 --> 00:21:31,561
เหมือนกับ

457
00:21:33,028 --> 00:21:35,123
คลื่นความถี่ที่กำหนดไว้และก็ไม่สามารถใช้ได้กับ

458
00:21:35,123 --> 00:21:35,534
อุปกรณ์ที่ใช้

459
00:21:35,534 --> 00:21:38,757
802.11

460
00:21:38,757 --> 00:21:41,740
b แล้วก็ 802.11

461
00:21:41,740 --> 00:21:45,155
c ใช้กับตัว Series เดียวกัน

462
00:21:45,155 --> 00:21:49,155
ก็คือ 802.1

463
00:21:50,484 --> 00:21:51,386
1a เท่านั้น ข้อเสีย

464
00:21:51,386 --> 00:21:55,386
ถัดมาเมื่อเราพบถึงข้อเสียของมาตรฐาน 802.1

465
00:22:05,103 --> 00:22:06,147
1a แล้วก็จะเกิดมาตรฐานตัวใหม่ขึ้นมาก็คือ 802

466
00:22:06,147 --> 00:22:09,587
.11

467
00:22:09,587 --> 00:22:10,273
b โดยเฉพาะนะคะ

468
00:22:10,273 --> 00:22:14,273
เราจะใช้เทคโนโลยีที่เรียกว่า cck

469
00:22:15,515 --> 00:22:19,492
คอมพรีเม้นเทอร์รี่

470
00:22:19,492 --> 00:22:23,492
มันก็จะเป็นเทคนิค

471
00:22:26,963 --> 00:22:27,639
ในการรับส่งข้อมูลเช่นเดียวกันเอาครกเข้ามาเกี่ยว

472
00:22:27,639 --> 00:22:31,639
การส่งสัญญาณนี้ส่งอย่างไรนะคะ

473
00:22:33,417 --> 00:22:37,417
ร่วมกับเทคโนโลยี

474
00:22:39,342 --> 00:22:39,548
dss นะคะ Direct sequence

475
00:22:39,548 --> 00:22:41,607
Play Store

476
00:22:41,607 --> 00:22:42,110
สเปกตรัม

477
00:22:42,110 --> 00:22:46,110
เข้าไปนะคะ เมื่อกี้เราส่งไปที่

478
00:22:46,549 --> 00:22:49,873
ความเร็วที่ 54

479
00:22:49,873 --> 00:22:50,970
MB

480
00:22:50,970 --> 00:22:51,868

481
00:22:51,868 --> 00:22:54,638
pz  กรณี

482
00:22:54,638 --> 00:22:55,389
นี้ที่ใช้คือ 11 MB

483
00:22:55,389 --> 00:22:55,485
เปอร์เซ็น

484
00:22:55,485 --> 00:22:59,485
เมื่อกี้ใช้ 5 อันนี้ใช้

485
00:23:00,765 --> 00:23:01,675
ย่านความถี่ 2.4

486
00:23:01,675 --> 00:23:05,675
จะเห็นว่ามันจะลดลงซึ่งเป็นย่านความถี่ที่ใช้งานสาธารณะสาธารณะก็คือทุกคนสามารถใช้งานได้แล้ว

487
00:23:13,930 --> 00:23:17,930
ก็คือสามารถ

488
00:23:21,991 --> 00:23:25,991
ใช้กับทางวิทยาศาสตร์อุตสาหกรรมทางการแพทย์นะคะ มันก็จะมีย่านความถี่

489
00:23:27,148 --> 00:23:29,280
ที่สามารถนิยมเอาไปใช้นั่นเองนะคะ นั่นก็คือ

490
00:23:29,280 --> 00:23:31,367
ใช้กับอุปกรณ์ตัวอื่นก็ได้

491
00:23:31,367 --> 00:23:33,153
ไปก็สามารถใช้กับ

492
00:23:33,153 --> 00:23:34,073
ด้านต่าง ๆ นั่นเองนะคะ

493
00:23:34,073 --> 00:23:38,073


