﻿1
00:00:55,661 --> 00:00:59,661
แผนด้วยอะไรบ้าง และบ่งบอกมีความหมายอะไรบ้าง อีกนะคะ

2
00:01:04,878 --> 00:01:08,878
เราพูดไปแล้วนะคะ ว่าตัวเมื่อศาลไอ้นี่ก็จะเป็นการรวมตัวของวิศวกรนะคะ ของอเมริกานะคะ เกี่ยวกับ

3
00:01:10,045 --> 00:01:10,626
วิศวกรไฟฟ้าแล้วก็วิศวกรทำการร่วมมือกัน

4
00:01:10,626 --> 00:01:14,626
เกี่ยวกับการดำเนินการวิจัยพัฒนานะคะ

5
00:01:18,623 --> 00:01:19,626
การทำงานนะคะ ไม่ว่าจะเป็นระบบด้าน

6
00:01:19,626 --> 00:01:23,099
ไฟฟ้า

7
00:01:23,099 --> 00:01:23,715
โทรคมนาคม ไฟฟ้ากำลังแล้วก็ระบบแสง

8
00:01:23,715 --> 00:01:27,715
ระบบการสื่อสาร นี่ก็อยู่ภายใต้

9
00:01:28,322 --> 00:01:32,322
ระบบไฟฟ้าเช่นเดียวกันนะคะ ถือว่าเป็นแขนงนึงก็จะเป็น

10
00:01:36,340 --> 00:01:39,541
ไฟฟ้าสื่อสาร

11
00:01:39,541 --> 00:01:41,667
แน่นอนเพราะว่าการสื่อสารของเรานี่ต้องใช้

12
00:01:41,667 --> 00:01:45,667
กำลัง

13
00:01:46,554 --> 00:01:50,519
ไฟ ให้เป็นพลังงานถูกไหมคะ ถ้าไม่มีตัวไฟฟ้าตัวนี้ ก็ไม่สามารถที่จะ

14
00:01:50,519 --> 00:01:53,386
สื่อสารกันได้ ทุกวันไม่ว่าจะเป็นอุปกรณ์ต่าง ๆ

15
00:01:53,386 --> 00:01:54,444
ต้องมีพลังงานไฟฟ้านะคะ

16
00:01:54,444 --> 00:01:58,444
ตัว IEEE ก็จะเป็นตัวมาวัดตัวมาตรฐาน ว่า

17
00:02:02,034 --> 00:02:04,522
อุปกรณ์

18
00:02:04,522 --> 00:02:08,279
ข้อตกลงต่าง ๆ

19
00:02:08,279 --> 00:02:08,612
ของการใช้งานเกี่ยวกับการสื่อสารของเราไม่ว่าจะเป็นอิเล็กทรอ

20
00:02:08,612 --> 00:02:10,995

21
00:02:10,995 --> 00:02:14,995
นิกส์ วัดคุม มันจะเป็นระบบอีกระบบหนึ่งนะคะ ของวิศวกรนะคะ ที่ทำการควบคุมดูแลว่าจะมีตัวมาตรฐานตัวไหนมากำหนดเช่นเดียวกัน

22
00:02:21,557 --> 00:02:24,259
โดย

23
00:02:24,259 --> 00:02:28,259
มาจับของตัวประธานาธิบดีก็จะแบ่งตามความเชี่ยวชาญ

24
00:02:33,792 --> 00:02:36,067
ไฟฟ้าก็มีไฟฟ้าสื่อสารไฟฟ้ากำลัง

25
00:02:36,067 --> 00:02:38,304
ไฟฟ้าสื่อสารก็เหมือนโทรศัพท์

26
00:02:38,304 --> 00:02:42,304
นะคะ ก็จะเป็น

27
00:02:42,803 --> 00:02:43,992
ไฟฟ้าตามบ้านเราที่เราใช้งานอยู่ทั่วไปอันนี้น่าจะมองภาพ

28
00:02:43,992 --> 00:02:46,183
องค์การโทรศัพท์

29
00:02:46,183 --> 00:02:50,183
รอกไฟฟ้าส่วนภูมิภาคต่าง ๆ

30
00:02:50,411 --> 00:02:52,402
เช่นเดียวกันนะคะ โดยแต่ละกลุ่มก็จะได้รับหมายเลข

31
00:02:52,402 --> 00:02:52,849
ITP บอกว่า

32
00:02:52,849 --> 00:02:55,692
หมายเลขตัวนี้แทนด้วย

33
00:02:55,692 --> 00:02:59,692
มาตรฐานของการทำงานอะไรของอุปกรณ์ไหม

34
00:03:04,119 --> 00:03:04,929
ข้อปฏิบัติต่าง ๆ หรือเปล่านะคะ

35
00:03:04,929 --> 00:03:08,929
เราจะมาดูมาตรฐาน IEEE นะคะ โดยจะแบ่งโดยเริ่มจากมาตรฐาน

36
00:03:21,387 --> 00:03:22,181
8012 นะคะ 12 จะเป็นรูปแบบของการสื่อสาร

37
00:03:22,181 --> 00:03:26,181
นะคะ

38
00:03:27,778 --> 00:03:28,122
เริ่มด้วย 802.1 นะคะ จะเป็นการจัดการระบบเครือข่าย

39
00:03:28,122 --> 00:03:32,122
เช่นการตรวจสอบเวลาเราใช้งานระบบเครือข่ายในมหาลัย

40
00:03:36,645 --> 00:03:39,448
ต่าง ๆ นะคะ หรือเข้าไปใช้งานตาม

41
00:03:39,448 --> 00:03:43,448
access point

42
00:03:46,822 --> 00:03:50,268
true WiFi AIS WiFi นะคะ เขาจะมีรูปแบบการตรวจสอบและ

43
00:03:50,268 --> 00:03:53,762
รับรองผู้ใช้งานหรือว่า authentication

44
00:03:53,762 --> 00:03:57,762
anthenticanotation คืออะไร ก็คือเรามี

45
00:03:58,770 --> 00:04:01,405
username password ในการใช้งานเองเพื่อระบุตัวตนว่า

46
00:04:01,405 --> 00:04:03,967
นักศึกษาเป็นนักศึกษาคนไหน

47
00:04:03,967 --> 00:04:05,021
ชื่ออะไรรหัส ID อะไร

48
00:04:05,021 --> 00:04:06,360
เริ่ม

49
00:04:06,360 --> 00:04:07,854
เข้ามา

50
00:04:07,854 --> 00:04:09,517
ใช้งาน

51
00:04:09,517 --> 00:04:11,845
ตั้งแต่

52
00:04:11,845 --> 00:04:12,443
กี่โมงแล้วกี่โมงแล้วก็

53
00:04:12,443 --> 00:04:15,727
เลิกใช้งาน

54
00:04:15,727 --> 00:04:16,426
เท่าไหร่

55
00:04:16,426 --> 00:04:19,695
เท่าที่

56
00:04:19,695 --> 00:04:23,695
ค้นหาข้อมูล

57
00:04:24,170 --> 00:04:25,594
ดูที่เว็บไซต์อะไรบ้าง หรือว่าอัปโหลด ดาวน์โหลดข้อมูลอะไรบ้าง

58
00:04:25,594 --> 00:04:26,420
อันนี้จะเป็นการ

59
00:04:26,420 --> 00:04:30,420
บอก authencitiisation นะคะ บอกระบุว่าเป็นนักศึกษาเป็นเจ้าหน้าที่เป็นอาการนะคะ มี

60
00:04:36,871 --> 00:04:40,871
ระดับความสามารถในการใช้งานอะไรบ้าง 2.1 ผัดมาม่า

61
00:04:40,957 --> 00:04:41,633
80 2.2 กำหนดการเชื่อมต่อ

62
00:04:41,633 --> 00:04:44,900
l l c

63
00:04:44,900 --> 00:04:48,900
เทียบกับตัว Data Link Layer เราปี 2 กับที่ 3 เนาะ

64
00:04:52,757 --> 00:04:55,957
เบิกมาแล้ว

65
00:04:55,957 --> 00:04:57,945
OSI

66
00:04:57,945 --> 00:04:59,937
layer เรียนมาแล้ว

67
00:04:59,937 --> 00:05:00,942
คุ้น ๆ ไหม

68
00:05:00,942 --> 00:05:04,942
OSI นะคะ

69
00:05:11,399 --> 00:05:11,911
เราจะขอ logical Link Control นะคะ แต่ถ้า Link layer นะคะ ขอ OSI model

70
00:05:11,911 --> 00:05:15,911
เดี๋ยวตัว

71
00:05:16,217 --> 00:05:17,681
หลังสไลด์เดี๋ยวจะพูดถึงตัวเลยเด้อต่าง ๆ

72
00:05:17,681 --> 00:05:19,938
มีการเปรียบเทียบระหว่าง

73
00:05:19,938 --> 00:05:21,256
OSIต่าง ๆ ว่ามันมี

74
00:05:21,256 --> 00:05:25,256
ข้อจำกัดหรือว่า chunk การเชื่อมต่อแตกต่างกันอย่างไรนะคะ

75
00:05:27,850 --> 00:05:31,850
มีตัวที่ 3 ของเราก็จะเป็น IEEE 802.3 เป็นเครือข่ายอินเทอร์เน็ต

76
00:05:36,341 --> 00:05:40,341
เครือข่ายอินเทอร์เน็ตก็จะเป็นการเริ่มต้นของการเชื่อมต่อ

77
00:05:41,881 --> 00:05:45,374
ของระบบเครือข่าย

78
00:05:45,374 --> 00:05:46,810
เวลาการเชื่อมต่อ

79
00:05:46,810 --> 00:05:50,810
อุปกรณ์

80
00:05:55,468 --> 00:05:59,468
ผู้รับและผู้ส่งในการส่งข้อมูลระหว่างกัน ไม่ว่าจะเป็นข้อมูลตัวอักษรรูปภาพหรืออะไรก็แล้วแต่นะคะ เขาจะมี

81
00:06:00,012 --> 00:06:04,012
ลักษณะการส่งข้อมูลจากต้นทางปลายทางยังไงแล้วส่งข้อมูล แล้ว

82
00:06:10,615 --> 00:06:10,701
กรณีที่ข้อมูลไม่ถึงปลายทางนี่ เขามีเงื่อนไขและวิธีการใช้ยังไงคะส่งไปแล้วมี Action กลับมาไหมว่าข้อมูลที่ส่งไปสมมุติมี 10 ข้อความ แล้ว

83
00:06:10,701 --> 00:06:14,395
ทางกลับไปนี่ไอ้แปะ

84
00:06:14,395 --> 00:06:17,553
ที่มันร้อนหรือว่า

85
00:06:17,553 --> 00:06:17,895
หายระหว่างทางก็ยังได้

86
00:06:17,895 --> 00:06:21,895
2.4 มาตรฐานแบบ

87
00:06:24,003 --> 00:06:28,003
Token Bus 8278 2.5 จะเป็นรูปแบบของการเชื่อมต่อระบบเครือข่าย

88
00:06:32,097 --> 00:06:35,689
เชื่อมต่อแบบไหนที่ง่ายที่สุด

89
00:06:35,689 --> 00:06:39,689
Token Bus Token Ring ต่างกันยังไงมีการใช้อุปกรณ์แบบไหน ใช้

90
00:06:48,566 --> 00:06:49,654
สายสื่อสารในการเชื่อมต่อแบบไหน และตัวไหนมีข้อดีข้อเสียอย่างไร กระจายข้อมูลได้เร็วไหมนะคะ ในกรณีที่

91
00:06:49,654 --> 00:06:53,609
อุปกรณ์

92
00:06:53,609 --> 00:06:55,118
เชื่อมต่อภายในระบบเสีย 1 ตัวทำให้อุปกรณ์

93
00:06:55,118 --> 00:06:58,449
เครือข่ายล่มไหม

94
00:06:58,449 --> 00:07:00,247
หรือว่าไม่ล้มหรือว่าตังค์สามารถใช้งานการสื่อสาร

95
00:07:00,247 --> 00:07:03,250
เหล่านี้ได้อยู่บ้างหรือเปล่า

96
00:07:03,250 --> 00:07:04,082
เดี๋ยวเราจะมาพูดอีกว่ามี

97
00:07:04,082 --> 00:07:05,223
อุปกรณ์

98
00:07:05,223 --> 00:07:05,994
Switch Hub

99
00:07:05,994 --> 00:07:09,994
สัญญาณการส่งข้อมูลแบบไหนแล้วก็เชื่อมต่อแบบไหนที่มันมี

100
00:07:15,259 --> 00:07:17,190
ส่งข้อมูลที่ดี ข้อดีข้อเสียอะไร เดี๋ยวจะลงรายละเอียดอีกแต่ละตัวนะคะ

101
00:07:17,190 --> 00:07:21,190
ถัดมาไกลถึง 2.6 ไม่ได้ฐาน

102
00:07:23,299 --> 00:07:26,863
Network ก็จะเป็นลักษณะการ

103
00:07:26,863 --> 00:07:28,751
ส่งข้อมูลนะภายในเมืองก็คือ

104
00:07:28,751 --> 00:07:32,008
การสื่อสารที่มีการ

105
00:07:32,008 --> 00:07:35,133
พื้นที่ให้บริการมากยิ่งขึ้นนะคะ

106
00:07:35,133 --> 00:07:37,348
โรงแรมจะอยู่ใน 1 ห้องขยายเป็นตึก

107
00:07:37,348 --> 00:07:41,348
ตึกขยายเพิ่มขึ้น

108
00:07:42,911 --> 00:07:44,183
เป็นเมืองเอกสาขาเขาจะมาดูว่าข้อกำหนดในการสื่อสารระหว่างเมือง

109
00:07:44,183 --> 00:07:48,183
ของเรานี่

110
00:07:49,473 --> 00:07:50,126
มีการจุดพักสัญญาณไหม กระจายสัญญาณยังไง ทำให้ครอบคลุมพื้นที่นั่นเอง

111
00:07:50,126 --> 00:07:54,126
มาตรฐาน 812.7 จะส่งสัญญาณแบบ

112
00:08:04,597 --> 00:08:07,790
Broadband กับนั่นเองอันนี้พูดถึงแบรนด์แบรนด์มีการส่งข้อมูลอย่างไร

113
00:08:07,790 --> 00:08:10,781
แบงค์กับปิดแบนด์ต่างกันยังไงมีการส่งข้อมูล

114
00:08:10,781 --> 00:08:11,842
ความถี่เดียวหรือความถี่พร้อมกัน

115
00:08:11,842 --> 00:08:14,218
มันจะต่างกันยังไง

116
00:08:14,218 --> 00:08:17,830
ถ้าเป็น Wireless Lan ก็คือการส่งข้อมูลเนี่

117
00:08:17,830 --> 00:08:21,830
ก็สามารถที่จะส่งข้อมูลความถี่พร้อมกัน

118
00:08:25,072 --> 00:08:28,420
ราคามันก็จะสะดวกสบายมากยิ่งขึ้นนั่นเองเดี๋ยว เราจะมาดูข้อแตกต่าง

119
00:08:28,420 --> 00:08:30,671
การส่งสัญญาณทั้ง Mbps แล้วก็บิดเบือนหญิงว่าต่างกันยังไง

120
00:08:30,671 --> 00:08:34,621
ผัดมาม่า

121
00:08:34,621 --> 00:08:38,621
0218

122
00:08:38,652 --> 00:08:40,168
ราคากี่บาทเนี่ย

123
00:08:40,168 --> 00:08:40,972
ก่อน

124
00:08:40,972 --> 00:08:44,468
เวลา เราใช้

125
00:08:44,468 --> 00:08:46,361
ระบบอินเตอร์เน็ต

126
00:08:46,361 --> 00:08:49,467
ภายในบ้าน

127
00:08:49,467 --> 00:08:51,570
นะคะ ส่วนมากจะเป็นสาย

128
00:08:51,570 --> 00:08:53,631
ทองแดง

129
00:08:53,631 --> 00:08:57,631
ที่ใช้ในการเชื่อมต่อนะคะ

130
00:08:58,952 --> 00:08:59,285
ปัจจุบันก็จะเพิ่มขึ้นหรือพัฒนาเป็น Fiber Optic หรือว่าใยแก้วน้ำแข็ง

131
00:08:59,285 --> 00:09:03,285
ไฟเบอร์ปิดก็จะมีคุณสมบัติในการส่งข้อมูลระยะไกลกว่านะคะ

132
00:09:09,295 --> 00:09:13,295
แต่ข้อเสียของเขาก็จะมีเนื่องจากตามชื่อเป็นแก้วนะคะ ไฟเบอร์ออฟติก

133
00:09:16,401 --> 00:09:20,401
ความเปราะบางนะคะ หรือว่าการแตกหักหรือการเข้าหัวในระดับค่อนข้างที่ใช้

134
00:09:21,389 --> 00:09:23,285
บุคคลเฉพาะนิยมใช้มากขึ้นเพราะว่า

135
00:09:23,285 --> 00:09:24,235
ส่งสัญญาณให้ไกล

136
00:09:24,235 --> 00:09:27,881
มันก็จะค่อนข้างน้อยลงนั่นเอง

137
00:09:27,881 --> 00:09:31,881
พม่า

138
00:09:36,095 --> 00:09:36,929
12.9 ราคาก็จะเป็นการรวมเทคโนโลยี isbn

139
00:09:36,929 --> 00:09:40,929
iscn ถ้ามองภาพง่าย ๆ

140
00:09:41,603 --> 00:09:41,986
ให้มองแบบ

141
00:09:41,986 --> 00:09:45,986
การศึกษาในระบบโทรศัพท์บ้านเรานั่นเอง

142
00:09:46,919 --> 00:09:48,147
เวลาเราสื่อสารโทรศัพท์

143
00:09:48,147 --> 00:09:51,592
ก็จะมี

144
00:09:51,592 --> 00:09:52,733
สายในการเชื่อมต่อ

145
00:09:52,733 --> 00:09:53,652
แต่ละจุด

146
00:09:53,652 --> 00:09:55,413
เหมือน

147
00:09:55,413 --> 00:09:58,509
สมมุติ

148
00:09:58,509 --> 00:09:59,731
โทรศัพท์

149
00:09:59,731 --> 00:10:01,368
แต่ละ

150
00:10:01,368 --> 00:10:04,861
ก็มึงขึ้น

151
00:10:04,861 --> 00:10:06,185
ข้างหน้าใช่ไหมบ้านเราจะเป็น 02 ก็จะมีจุดพักแล้วก็กระจาย อะไรงี้ใช่ไหมคะ

152
00:10:06,185 --> 00:10:06,980
ต่างประเทศ

153
00:10:06,980 --> 00:10:10,980
หรือ

154
00:10:17,625 --> 00:10:19,759
กรุงเทพฯไม่เป็น 02 ก็จะมีจุดกระจายสัญญาณแต่ละที่นะคะ ก็จะเป็นการส่งข้อมูลแบบตัว sema นะคะ

155
00:10:19,759 --> 00:10:23,759
ถัดมาตัวมาตรฐานแบบ

156
00:10:24,562 --> 00:10:24,719
802.1

157
00:10:24,719 --> 00:10:28,719
0 ความปลอดภัย

158
00:10:28,882 --> 00:10:32,882
ความปลอดภัยตรงนี้ก็จะค่อนข้างสำคัญ

159
00:10:34,589 --> 00:10:38,589
เดี๋ยวนี้เรามีลักษณะแบบใด

160
00:10:39,193 --> 00:10:40,800
การใช้เติมเงินนะคะ ออนไลน์เพิ่มมากขึ้น

161
00:10:40,800 --> 00:10:41,012
ความปลอดภัยตรงนี้

162
00:10:41,012 --> 00:10:43,715
มีได้อย่างไรในกรณีที่เรา

163
00:10:43,715 --> 00:10:47,715
กรอกรหัสบัตรเครดิตเข้าไปนะคะ ทำการโอนเงิน โอนเงินนะคะ หรือว่าชอปปิ้งออนไลน์ขึ้นมานี่

164
00:10:53,621 --> 00:10:55,402
ความปลอดภัยตรงนี้

165
00:10:55,402 --> 00:10:59,402
โดน

166
00:10:59,703 --> 00:11:03,435
นำข้อมูลเหล่านี้ไปได้หรือเปล่านะคะ เพราะว่าบางที ไม่มีข่าว

167
00:11:03,435 --> 00:11:04,553
อยู่ดี ๆ ก็มีตัว sms เตือนมาว่าคุณใช้

168
00:11:04,553 --> 00:11:08,553
โอนเงินไปนี้ย

169
00:11:09,728 --> 00:11:10,962
สินค้าอาจจะเป็นที่เป็น US Dollar ต่างประเทศขึ้นมา

170
00:11:10,962 --> 00:11:14,962
เราจะ

171
00:11:17,181 --> 00:11:17,496
จะได้อย่างไรแล้วตัวระบบที่เราใช้บนระบบเครือข่ายนี้จะมีความปลอดภัย

172
00:11:17,496 --> 00:11:21,496

173
00:11:25,848 --> 00:11:29,848
ถัดมา 802.11 เป็นมาตรฐานที่

174
00:11:36,353 --> 00:11:39,693
ใกล้ตัวกับนักเรียน นักศึกษามากที่สุดนักเรียนนักศึกษานะ เพราะว่าเป็น

175
00:11:39,693 --> 00:11:43,266
Wireless หรือว่าตัว WiFi

176
00:11:43,266 --> 00:11:44,416
เ วลาเราเชื่อมต่อนะ ใช้สมาร์ทโฟน

177
00:11:44,416 --> 00:11:48,416
ขึ้นมานี่ในการเชื่อมต่ออุปกรณ์นะคะ เข้าใน

178
00:11:55,001 --> 00:11:57,705
รั้วมหาลัยหรือว่าจะอยู่ที่หอพัก

179
00:11:57,705 --> 00:11:57,985
มันก็จะมีอุปกรณ์เหล่านี้ขึ้นมา

180
00:11:57,985 --> 00:12:01,985
802.12 นะคะ

181
00:12:05,130 --> 00:12:09,130
ความเข้าใจนะคะ ความสำคัญ ความต้องการของการใช้งานในระบบเครือข่าย

182
00:12:11,328 --> 00:12:15,328
ลำดับความสำคัญของการใช้งาน

183
00:12:16,200 --> 00:12:20,200
บางทีเวลาเราเข้าไปดึงข้อมูลนะคะ เข้าสู่อินเตอร์เน็ต

184
00:12:22,851 --> 00:12:25,298
มันจะมีการเข้าถึงแบบ

185
00:12:25,298 --> 00:12:29,298
เปลี่ยนรูปแบบตัวอักษร รูปภาพหรือว่าจะเป็นมัลติมีเดีย

186
00:12:29,670 --> 00:12:33,670
ความสัมพันธ์ในการใช้งานนี่ ก็จะค่อนข้างแตกต่างกัน

187
00:12:36,619 --> 00:12:37,113
เวลารับส่งข้อมูลถ้าเป็น

188
00:12:37,113 --> 00:12:41,113
คำพูดตัวอักษรให้เป็นตัวอักษรนี่

189
00:12:42,158 --> 00:12:45,549
การไล่เรียงลำดับเนี่ย

190
00:12:45,549 --> 00:12:48,607
ที่สุดแล้วก็สามารถประกอบ แล้วก็เป็น

191
00:12:48,607 --> 00:12:49,015
ข้อมูลที่สามารถสื่อสารไปยังปลายทางได้

192
00:12:49,015 --> 00:12:50,963
แต่ในกรณีที่

193
00:12:50,963 --> 00:12:54,963
รูปแบบของเสียงเรียงลำดับไม่ถูกต้อง แน่นอนที่สุด

194
00:13:00,964 --> 00:13:04,964
ข้อมูลเสียงของเรามันก็จะไม่เป็นประโยคถูกไหมคะ

195
00:13:08,465 --> 00:13:10,020
อันหลังมาก่อนหน้ามาก่อนนะคะ มันก็จะรวมกันไม่ได้นะคะ เราก็ต้องมาดูลำดับความสำคัญแล้วก็ความต้องการของข้อมูลของเรา

196
00:13:10,020 --> 00:13:14,020
มาตรฐาน ถัดมา 802.14 ก็จะเป็นโมเด็ม

197
00:13:14,856 --> 00:13:18,856
โมเด็มก็จะเป็นตัวอุปกรณ์ตัวแรกที่ใช้ในการสื่อสารนะคะ ก่อนที่เราจะมีการใช้อินเทอร์เน็ต

198
00:13:28,953 --> 00:13:32,953
ทั่วไปบ้านเราที่มีสวิตช์เสียบปุ๊บ

199
00:13:38,803 --> 00:13:42,473

200
00:13:39,583 --> 00:13:43,583
สามารถที่จะ login เข้าไปใช้งานได้เลยนะคะ เริ่มแรกในการสื่อสารในระบบเครือข่ายจะมีตัวอุปกรณ์ที่เรียกว่าโมเด็มในการรับข้อมูลแล้วก็ส่งข้อมูลนะคะ

201
00:13:43,656 --> 00:13:45,057
เราจะกรอกข้อมูลในรูปแบบใดหรือว่าตัวเลขเข้าไปเหมือนหมายเลขโทรศัพท์

202
00:13:45,057 --> 00:13:45,676
เวลาทำการ Connect

203
00:13:45,676 --> 00:13:49,676
ที่เราจะใช้บริการไม่ว่าจะเป็นองค์การโทรศัพท์

204
00:13:52,466 --> 00:13:56,466
ให้บริการเพื่อทำการ

205
00:13:58,124 --> 00:13:58,871
แล้วก็เชื่อมต่อไปยังปลายทางนั้นเอง

206
00:13:58,871 --> 00:14:00,360
นะคะ

207
00:14:00,360 --> 00:14:00,690
เดี๋ยว

208
00:14:00,690 --> 00:14:04,690
สไลด์ถัด ๆ ไป อาจารย์ก็จะพูดถึงตัวโมเดลว่าเขามีการเชื่อมต่อแล้วก็ส่งข้อมูลอย่างไร

209
00:14:08,479 --> 00:14:12,479
ถือว่าเป็นการสื่อสารเริ่มแรกเลยตัวโมเด็มตัวนี้

210
00:14:13,900 --> 00:14:17,900
ถัดมาถึง 802.15

211
00:14:19,893 --> 00:14:20,176
กำหนดพื้นที่เครือข่ายไร้สายส่วนบุคคล

212
00:14:20,176 --> 00:14:23,959
เวลาเราใช้อุปกรณ์สื่อสาร

213
00:14:23,959 --> 00:14:27,959
พูดง่าย ๆ เหมือนเราใช้ระบบโทรศัพท์

214
00:14:30,463 --> 00:14:31,448
มันก็จะมีช่วงที่อับสัญญาณถูกไหมคะ

215
00:14:31,448 --> 00:14:34,829
จะได้เข้าใจ

216
00:14:34,829 --> 00:14:35,157
เวลาใช้มือถือนี่

217
00:14:35,157 --> 00:14:39,157
ขึ้นเขาลงห้วยหรือว่าพื้นที่ไม่ครอบคลุม มันก็จะมีคลื่นความถี่

218
00:14:42,069 --> 00:14:46,069
หรือว่าตัวสัญญาณที่มันน้อยลงนะคะ ถัดมา

219
00:14:46,546 --> 00:14:48,797
กลับมามองที่เครือข่ายไร้สายส่วนบุคคล

220
00:14:48,797 --> 00:14:51,825
สมมุติว่าให้บริการ

221
00:14:51,825 --> 00:14:55,622
ระบบเครือข่ายในมหาลัย

222
00:14:55,622 --> 00:14:56,476
หรือว่าเป็นที่บ้านของเราเนี่ยมันก็ต้องมีพื้นที่ครอบคลุมนะคะ

223
00:14:56,476 --> 00:14:56,730
ว่า

224
00:14:56,730 --> 00:15:00,730
ตัวกระจายสัญญาณของเราเนี่ย เขาให้พื้นที่เท่าไหร่

225
00:15:01,671 --> 00:15:02,933
เวลา

226
00:15:02,933 --> 00:15:04,153
พวก

227
00:15:04,153 --> 00:15:08,109
Network

228
00:15:08,109 --> 00:15:09,734
ต้องการคำนวณ สมมุติชั้นหนึ่งเนี่ย

229
00:15:09,734 --> 00:15:13,734
มีตัว access point

230
00:15:18,198 --> 00:15:20,212
กี่ตัวที่จะครอบคลุมพื้นที่หรือว่า area ต้องมีการคำนวณก่อนว่าตรงไหนจุดอับสัญญาณ หรือว่าเราต้องวางอุปกรณ์ตัวไหนให้มันครอบคลุม แล้วที่

231
00:15:20,212 --> 00:15:23,601
ก็คือครอบคลุม แล้วก็ต้องมี

232
00:15:23,601 --> 00:15:27,601
ไม่สิ้นเปลือง พูดง่าย ๆ ทั้งคุ้มทุนแล้วก็

233
00:15:27,968 --> 00:15:31,968
มันก็ต้องมาควบคู่กันนะคะ

234
00:15:38,374 --> 00:15:51,730
ถ

235
00:15:29,841 --> 00:15:33,841
ัดมา คราวนี้ไป 802.16 จะเป็นมาตรฐานบอร์ดแบน แบบไร้สายหรือว่า Y Max

236
00:15:37,452 --> 00:15:41,452
ก็คือเมื่อกี้มันเป็นรูปแบบของมีสาย

237
00:15:41,620 --> 00:15:45,620
เอารูปแบบไร้สาย

238
00:15:46,872 --> 00:15:47,261
มีมาตรฐานตัวนี้เข้ามาก็คือ 802.16

239
00:15:47,261 --> 00:15:50,825
แล้วก็ไร้สาย

240
00:15:50,825 --> 00:15:54,825
ถัดมา เราจะมาพูดถึง

241
00:15:59,967 --> 00:16:03,967
ที่บอกว่าตัวที่ใกล้ที่สุดก็คือ

242
00:16:04,056 --> 00:16:04,332
802.11

243
00:16:04,332 --> 00:16:06,611
นะคะ ตัวนี้ก็จะเป็นลักษณะ

244
00:16:06,611 --> 00:16:08,277
การ

245
00:16:08,277 --> 00:16:12,277
โครง

246
00:16:16,255 --> 00:16:18,394
ข่ายไร้สายของเรานะคะ โดยจะกำหนดตัวเลข 802.11 แล้วจะตามด้วยตัวอักษรภาษาอังกฤษ

247
00:16:18,394 --> 00:16:22,394
ทำมาเพื่อระบุ

248
00:16:22,437 --> 00:16:25,000
หาว่าแต่ละตัวเนี่ย มีความหมายอะไรบ้าง a b c

249
00:16:25,000 --> 00:16:27,887
แล้วก็ล่าสุดก็จะเป็น A4 นั่นเอง

250
00:16:27,887 --> 00:16:31,887
เดี๋ยวเราจะมาดูนะคะ

251
00:16:32,964 --> 00:16:33,756
ตัวมาตรฐาน 802.11 นี่

252
00:16:33,756 --> 00:16:37,756
เป็นมาตรฐานที่ใช้รับส่งข้อมูลทั่วไปอยู่ แล้ว

253
00:16:38,665 --> 00:16:42,279
เราก็คุ้มเคย ลองใช้

254
00:16:42,279 --> 00:16:44,100
WiFi Wireless Lan เขาเรียกว่า Wireless Lan หรือว่า

255
00:16:44,100 --> 00:16:44,732

256
00:16:44,732 --> 00:16:48,732
wifi เชื่อมต่อตัวระบบไร้สายของอุปกรณ์ทั้งผู้รับและผู้ส่ง

257
00:16:54,604 --> 00:16:55,036
เข้าหากันเอง

258
00:16:55,036 --> 00:16:59,036
โดย

259
00:16:59,762 --> 00:17:03,762
อุปกรณ์ที่เราใช้งานนะคะ ก็จะมีตัว access point

260
00:17:09,670 --> 00:17:10,185
ที่รับข้อมูลแล้วก็ส่งข้อมูล

261
00:17:10,185 --> 00:17:14,185
นะคะ ระหว่างอุปกรณ์ทั้ง 2 ชนิด

262
00:17:18,924 --> 00:17:31,108

263
00:17:12,886 --> 00:17:16,886
หรือจะมีการเชื่อมต่อในสายแลน

264
00:17:18,198 --> 00:17:18,857
ตัวรับ ตัวส่ง

265
00:17:18,857 --> 00:17:20,471
ก็ได้เช่นเดียวกัน

266
00:17:20,471 --> 00:17:24,471
อาจจะเป็นสาย Lan กับ WiFi หรือ WiFi กับสาย Lan ก็ได้เช่นเดียวกัน

267
00:17:36,388 --> 00:17:43,727

268
00:17:25,411 --> 00:17:29,411
เมื่อมีตัวเครือข่ายตัวนี้ขึ้นมา เราก็ต้องมาเลือกตัวมาตรฐานแล้วก็เลือกอุปกรณ์ที่มันรองรับ

269
00:17:35,719 --> 00:17:38,276
การใช้งาน

270
00:17:38,276 --> 00:17:40,279
ของเทคโนโลยีด้วย

271
00:17:40,279 --> 00:17:41,279
ว่าไหนเหมาะสม

272
00:17:41,279 --> 00:17:45,278
ซื้อมาจากต่างประเทศเนี่ยมันรองรับ

273
00:17:45,278 --> 00:17:49,278
ความถี่ที่ใช้ได้ในบ้านเราหรือเปล่า

274
00:17:50,117 --> 00:17:54,117
หรือว่า

275
00:17:56,543 --> 00:17:56,990
รอบรังแค่ในต่างประเทศ ต้องดูก่อนที่มันสามารถรองรับการใช้งานที่บ้านเราด้วยนั่นเอง

276
00:17:56,990 --> 00:18:00,990
ดูตัวแรกที่มาตรฐาน

277
00:18:01,111 --> 00:18:05,111
802.11 a นะคะ ตัวนี้

278
00:18:06,901 --> 00:18:10,901
มีความสามารถในการรับส่งข้อมูล

279
00:18:11,539 --> 00:18:12,165
5

280
00:18:12,165 --> 00:18:13,768
4MB

281
00:18:13,768 --> 00:18:17,768
หรือว่าเมกะบิตต่อวินาที

282
00:18:18,255 --> 00:18:21,225
นั่นเองนะคะ สัญญาณความถี่

283
00:18:21,225 --> 00:18:25,225
ความถี่ที่เราใช้อยู่ท

284
00:18:25,411 --> 00:18:29,411
ี่ 5 ซึ่งความถี่นี้ไม่ได้รับอนุญาตใช้ในประเทศไทย

285
00:18:31,781 --> 00:18:35,781
ประเทศอาจจะมีใช้บ้างแล้วแต่

286
00:18:37,466 --> 00:18:41,226
แต่ข้อกำหนด

287
00:18:41,226 --> 00:18:42,591
ข้อตกลงของแต่ละประเทศว่าใช้ได้หรือเปล่า

288
00:18:42,591 --> 00:18:46,591
บางคนอาจจะสงสัยว่าย่านคลื่นความถี่คืออย่างไร เป็นยังไง เหมือน

289
00:18:48,569 --> 00:18:52,569
เราฟังวิทยุ

290
00:18:53,656 --> 00:18:55,503
aM fm เนี่ย

291
00:18:55,503 --> 00:18:58,932
มันก็จะละครึ่ง

292
00:18:58,932 --> 00:19:02,932
เขาก็จะจัดสรรความถี่นี้

293
00:19:06,488 --> 00:19:07,392
ให้ไปใช้อะไรได้บ้างนะคะ ในการรับส่งข้อมูลก็จะมีช่วงความถี่ต่าง ๆ

294
00:19:07,392 --> 00:19:10,546
หาว่า

295
00:19:10,546 --> 00:19:14,546
ช่วงความถี่ไหนใช้ทาง

296
00:19:14,597 --> 00:19:15,272
ราชการ เกี่ยวกับงานข้าราชการไหม หรือว่าเกี่ยวกับ

297
00:19:15,272 --> 00:19:16,036
ธุรกิจ

298
00:19:16,036 --> 00:19:20,036
สำหรับประเทศไทยก็จะเอาย่านความถี่นะคะ ที่ 5 ghz

299
00:19:25,777 --> 00:19:28,527
มาใช้เกี่ยวกับ

300
00:19:28,527 --> 00:19:32,527
ดาวเทียม

301
00:19:33,113 --> 00:19:37,113
เดี๋ยวเราก็จะมาเรียนด้วยว่า การส่งข้อมูลแบบดาวเทียมเนี่ย

302
00:19:37,258 --> 00:19:38,846
ครอบคลุมระยะไหน กับพื้นโลกไหม

303
00:19:38,846 --> 00:19:41,229
ที่ความถี่เท่าไหร่

304
00:19:41,229 --> 00:19:44,025
เป็นระยะทางไกลเท่าไหร่แล้วมีตัว

305
00:19:44,025 --> 00:19:44,999
กระจาย กับสัญญาณหรือว่าอุปกรณ์เนี่ย

306
00:19:44,999 --> 00:19:47,665
ใช้ขี้

307
00:19:47,665 --> 00:19:51,665
ช่วงที่เท่าไหร่ ข้อสี่

308
00:19:59,076 --> 00:20:00,104
ข้อเสียอย่างที่บอกไปแล้ว 802.11 a เนี่ย เนื่องจากเป็นมาตรฐานที่ไม่ได้ใช้ทั่วไปแล้วก็ไม่ได้ใช้ในประเทศไทย

309
00:20:00,104 --> 00:20:04,104
มาตรฐานที่ใช้เชื่อมต่อกับความถี่สูง ๆ นะคะ

310
00:20:11,432 --> 00:20:13,114
ระยะทางที่ใช้ในการส่งข้อมูลก็จะค่อนข้าง

311
00:20:13,114 --> 00:20:16,098
ต่ำก็คือประมาณ 35 เมตร

312
00:20:16,098 --> 00:20:20,098
ก็ไม่ไกลเท่าไหร่

313
00:20:21,628 --> 00:20:24,860
หรือในโครงสร้างสู้ ถ้าเป็นตึกอาคาร

314
00:20:24,860 --> 00:20:26,256
ทำไมถึงพูดเป็นตึกอาคาร ก็คือกรณีที่ไม่มี

315
00:20:26,256 --> 00:20:28,740
สิ่งกีดขวาง

316
00:20:28,740 --> 00:20:32,740
ก็คือ 120 เมตร

317
00:20:37,228 --> 00:20:38,759
ทำไมต้องเป็นพื้นที่ปิด แล้วต่างกันยังไง ถ้าเป็น

318
00:20:38,759 --> 00:20:42,759
ข้างนอกก็จะมีพวก

319
00:20:44,450 --> 00:20:45,544
รถก่อนสัญญานะว่าจะเป็นต้นไม้ ตึกอาคาร เวลาขึ้นความถี่เที่ยวไปไหนเขาจะซ้ำ

320
00:20:45,544 --> 00:20:49,519
คลื่นความถี่

321
00:20:49,519 --> 00:20:50,220
แล้วก็ทำให้พลังงานในการส่งข้อมูลเนี่ยลดน้อยลง

322
00:20:50,220 --> 00:20:54,220
ก็จะได้รับข้อมูลได้ไม่ครบถ้วนนะคะ อันนี้จะเป็นเหมือนอุปสรรค

323
00:20:55,530 --> 00:20:59,530
คลื่นความถี่ว่าจะเป็นตึกอาคารหรือว่าสภาพแวดล้อม กรณีฝนตกนะคะ คลื่นความถี่มันไปสะท้อนกับตัวเม็ด

324
00:21:06,957 --> 00:21:10,787
ฝน พวกนี้ก็จะไปรถก่อนเช่นเดียวกันนะครับ

325
00:21:10,787 --> 00:21:11,338
ก็จะมีปัจจัยหลาย ๆ อย่างนะคะ ในการส่งคลื่นความถี่พรุ่งนี้

326
00:21:11,338 --> 00:21:14,001
แล้วก็

327
00:21:14,001 --> 00:21:18,001
มันไร้สาย

328
00:21:18,469 --> 00:21:21,151
ตัวมาตรฐาน 802.11

329
00:21:21,151 --> 00:21:21,470
จะได้ความนิยมน้อย

330
00:21:21,470 --> 00:21:25,270
อย่างที่บอกไปว่า

331
00:21:25,270 --> 00:21:26,219
สามารถใช้กับใครได้

332
00:21:26,219 --> 00:21:26,790
มันเป็น

333
00:21:26,790 --> 00:21:30,790
ซึ่งความถี่ที่กำหนดไว้

334
00:21:33,474 --> 00:21:37,474
แล้วก็ไม่สามารถใช้เข้ากับอุปกรณ์ที่รองรับมาตรฐาน

335
00:21:38,316 --> 00:21:39,285
802.11 B แล้วก็ 802.11g ก็คือใช้กับแ

336
00:21:39,285 --> 00:21:43,285
ค่กับเพื่อนมันเอง ไม่ได้ใช้กับตัว

337
00:21:45,108 --> 00:21:45,630
คือ 802.11 a เท่านั้น

338
00:21:45,630 --> 00:21:47,796
ข้อเสีย

339
00:21:47,796 --> 00:21:51,796
ถัดมาเมื่อเราพบถึงข้อเสียของมาตรฐาน 802.11

340
00:22:01,794 --> 00:22:02,405
a แล้วก็จะเกิดมาตรฐานตัวใหม่ขึ้นมา

341
00:22:02,405 --> 00:22:06,405
802.11 b

342
00:22:07,142 --> 00:22:11,142
โดยนะคะ

343
00:22:13,647 --> 00:22:14,380
เราจะใช้เทคโนโลยีที่เรียกว่า CCK

344
00:22:14,380 --> 00:22:17,534
Coach

345
00:22:17,534 --> 00:22:21,534
มันก็จะเป็นเทคนิค

346
00:22:21,699 --> 00:22:22,050
ในการ

347
00:22:22,050 --> 00:22:26,042
รับส่งข้อมูลเช่นเดียวกันเข้ามาเกี่ยว

348
00:22:26,042 --> 00:22:30,042
ถ้าลงลึกอีกก็จะมีว่าการส่งสัญญานี้ส่งยังไงนะคะ ขอข้อมูลตัว clock ไปใส่ที่ช่วงไหน

349
00:22:33,662 --> 00:22:37,662
ร่วมกับ

350
00:22:37,816 --> 00:22:37,824
eds นะคะ

351
00:22:37,824 --> 00:22:41,801

352
00:22:41,801 --> 00:22:45,335
เมื่อกี้เราส่งไปที่

353
00:22:45,335 --> 00:22:49,335
ความเร็วที่ 54 เปอร์เซ็นต์ความเร็วตัวนี้ที่ใช้ก็คือ 11 MB

354
00:22:52,510 --> 00:22:56,510
per sec วิธีใช้ 5 อันนี้ใช้ที่ย่านความถี่ 2.4 ghz

355
00:23:02,071 --> 00:23:03,594
เมื่อกี้เป็น 2.1 A ใช้ 5 ghz

356
00:23:03,594 --> 00:23:07,066
จะเห็นว่ามันจะ

357
00:23:07,066 --> 00:23:11,066
ลดลง ความถี่ที่ใช้งานสาธารณะ

358
00:23:12,620 --> 00:23:13,598
ก็คือทุกคนสามารถที่จะใช้งานได้แล้วนะคะ ไม่ได้เป็นข้อจำกัด

359
00:23:13,598 --> 00:23:17,598
ก็คือสามารถใช้กับทางวิทยาศาสตร์ อุตสาหกรรม การแพทย์นะคะ

360
00:23:24,102 --> 00:23:28,102
มันก็จะมีย่านความถี่ที่สามารถนิยมเอาไปใช้

361
00:23:32,001 --> 00:23:35,940

362
00:23:24,854 --> 00:23:28,854
ก็คือใช้กับอุปกรณ์ตัวอื่นก็ได้ ใครก็สามารถไป

363
00:23:30,652 --> 00:23:31,505
ใช้ในด้านต่าง ๆ

364
00:23:31,505 --> 00:23:35,505
นั่นเองนะคะ ข้อดี

365
00:23:39,314 --> 00:23:42,714
เนื่องจากตัวนี้เนี่ย

366
00:23:42,714 --> 00:23:45,668
ใช้คลื่นความถี่นะคะ

367
00:23:45,668 --> 00:23:49,668
ที่ไม่ได้ใช้พลังเยอะนะคะ ทำให้การส่งสัญญาณนี้ก็จะมีระยะทางที่

368
00:23:53,556 --> 00:23:54,257
ไกลกว่าเดิมนะคะ

369
00:23:54,257 --> 00:23:58,257
จะเป็น 38 เมตรนะคะ แล้วก็โครงสร้างปิดเมื่อกี้อยู่ที่

370
00:24:03,697 --> 00:24:04,379
ร้อยหน่อย ๆ อันนี้จะเป็น 140 เมตร

371
00:24:04,379 --> 00:24:08,379
ในที่โล่งแจ้งนะคะ

372
00:24:15,056 --> 00:24:22,004

373
00:24:06,435 --> 00:24:10,435
แล้วก็สามารถใช้กับอุปกรณ์ รองรับตัวอื่นได้นะคะ ไม่ว่า

374
00:24:22,638 --> 00:24:25,425
เป็น a หรือ b นะคะ หรืออุปกรณ์ที่มีเครื่องหมาย wi-fi หรือว่า WiFi ก็คือสามารถใช้กับอุปกรณ์เหล่านี้ได้

375
00:24:25,425 --> 00:24:27,566
รองรับการทำงานแล้วก็การเชื่อมต่อ

376
00:24:27,566 --> 00:24:28,203
ระหว่างกันได้นี่เอง

377
00:24:28,203 --> 00:24:32,203
มันก็คือแบบ

378
00:24:32,328 --> 00:24:36,328
ใช้กับเพื่อนได้ ไม่ค่อยมีปัญหาไม่ต้องบอกว่าจำเป็นต้องซื้อตัวมาตรฐานเดียวกัน

379
00:24:37,668 --> 00:24:40,508
ก่อนหน้าก็เอามาใช้ได้นั่นเอง

380
00:24:40,508 --> 00:24:44,508
ก็คือ

381
00:24:47,538 --> 00:24:49,104
จาก a ก็พัฒนาให้มันดีขึ้นให้มันหลากหลาย แล้วก็

382
00:24:49,104 --> 00:24:49,741
ใช้งานได้มากขึ้นนั่นเอง

383
00:24:49,741 --> 00:24:53,202
ถัดมา

384
00:24:53,202 --> 00:24:56,906
มาตรฐาน 802.11

385
00:24:56,906 --> 00:25:00,906
e ก็จะรองรับการใช้งาน Application บนด้านมัลติมีเดีย

386
00:25:06,595 --> 00:25:09,507
ตามชื่อก็คือ Voice Over IP

387
00:25:09,507 --> 00:25:13,028
voice ก็คือสื่อมัลติมีเดียเป็นเสียง

388
00:25:13,028 --> 00:25:13,947
ที่สามารถเคลื่อนที่พร้อมไปกับตัว i t

389
00:25:13,947 --> 00:25:17,947
แต่ก่อนเราจะส่งสัญญาณหรือว่าส่งข้อมูลได้เฉพาะ IP

390
00:25:19,521 --> 00:25:20,425
โดยยังไม่มีเสียง

391
00:25:20,425 --> 00:25:23,313

392
00:25:23,313 --> 00:25:25,616
สื่อสารคอมพิวเตอร์กับคอมพิวเตอร์

393
00:25:25,616 --> 00:25:29,616
ส่งตัวอักษร

394
00:25:36,299 --> 00:25:35,640

395
00:25:33,091 --> 00:25:34,775
การสื่อสารข้อมูลทั่วไป คราวนี้ส่งเป็นแบบ Real Time คือสามารถส่งเสียงเข้าไปด้วย

396
00:25:34,775 --> 00:25:37,761
ส่งไป

397
00:25:37,761 --> 00:25:39,971
กลับก็คือสามารถที่จะเอาเสียงให้ขี่ไปกลับ

398
00:25:39,971 --> 00:25:40,975
Ip ของเรา

399
00:25:40,975 --> 00:25:44,975
ก่อนนะคะ สมัยก่อนเนี่ยจะเป็นที่นิยมค่อนข้างสูงนะคะ

400
00:25:49,060 --> 00:25:49,239
ว่าจะช่วยลดปัญหา

401
00:25:49,239 --> 00:25:53,239
ในการใช้งาน

402
00:25:57,244 --> 00:25:58,943
การสื่อสารสมัยก่อนนะคะ ยังไม่มีตัว VIP แล้วก็ใช้ระบบโทรศัพท์ใช่ไหม

403
00:25:58,943 --> 00:25:59,146
โทรไปต่างประเทศ

404
00:25:59,146 --> 00:26:03,146
โทรไปแต่ละที่ ตามจังหวัดอำเภอต่าง ๆ นะคะ

405
00:26:05,766 --> 00:26:06,702
หรือว่ามหาลัย

406
00:26:06,702 --> 00:26:07,759
ที่นี่

407
00:26:07,759 --> 00:26:11,759
หลายวิทยาเขต หรือว่าบริษัทที่มี

408
00:26:17,771 --> 00:26:21,137
หลายสาขานะคะ ตัวนี้ก็จะเข้ามาช่วยแก้ปัญหา ในกรณีที่เราต้องการโทรไปสาขาอื่น ๆ

409
00:26:21,137 --> 00:26:23,140
ก็จะไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย

410
00:26:23,140 --> 00:26:26,169
เชื่อมต่อ

411
00:26:26,169 --> 00:26:30,169
อ่านตัวระบบ IP หรือว่าสาย Lan ของเรา ตอนนี้

412
00:26:31,849 --> 00:26:32,357
ต่างประเทศก็จะเป็นการเชื่อมต่อระหว่างประเทศหรือว่าทวีปนั่นเอง

413
00:26:32,357 --> 00:26:36,357
อันนี้จะค่อนข้างนิยมสำหรับ

414
00:26:38,370 --> 00:26:38,960
ที่มีลูกค้าค่อนข้างเยอะ มันจะช่วยประหยัด

415
00:26:38,960 --> 00:26:42,960
เราไม่ต้องกดหมายเลข

416
00:26:43,002 --> 00:26:47,002
ที่ระบบถึง

417
00:26:47,147 --> 00:26:49,543
จังหวัดหรือว่าระบุถึงประเทศ เราสามารถใช้

418
00:26:49,543 --> 00:26:50,296
เหมือนเบอร์ภายในโทรหากัน

419
00:26:50,296 --> 00:26:54,296
มหาลัยของเราตอนนี้ก็ใช้ตัวระบบ voip เช่นเดียวกัน

420
00:27:01,497 --> 00:27:01,699
ระบบโทรศัพท์สำนักงานนะคะ ก็จะเป็น VIP จะมีตัวสายแลนเข้ามา

421
00:27:01,699 --> 00:27:04,708
ระบบโทรศัพท์ภายในองค์กรของเรา

422
00:27:04,708 --> 00:27:07,791
จะโทรเข้า

423
00:27:07,791 --> 00:27:11,791
สาขาหรือว่าแผนก

424
00:27:14,496 --> 00:27:16,358
บัญชีธุรการการเงินต่าง ๆ ก็สามารถ

425
00:27:16,358 --> 00:27:18,564
โทรเข้า โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย

426
00:27:18,564 --> 00:27:22,100
ในกรณีที่มีวิทยาเขต

427
00:27:22,100 --> 00:27:22,834
ถ้าเป็นพวกอุปกรณ์ที่จันทร์

428
00:27:22,834 --> 00:27:26,834
ไปให้บริการก็จะมีพวกศิลปากรที่มีสาขาต่าง ๆ ทางพระจันทร์นู่นนี่นั่น เขาใช้ระบบตัว

429
00:27:29,205 --> 00:27:33,205
เพื่อให้ประหยัดค่าใช้จ่าย ว่าเวลาโทรหาแต่ละ

430
00:27:35,242 --> 00:27:35,306
เขต ยังไม่ต้องเสียเงิน ก็สามารถกด

431
00:27:35,306 --> 00:27:39,306
หมายเลขภายในเหมือนเลขโทรศัพท์ทั่วไปเลยนะคะ

432
00:27:43,936 --> 00:27:44,815
โดยไม่เสียเงินหรือจะโทรข้ามระหว่างประเทศก็ใช้ได้

433
00:27:44,815 --> 00:27:48,815
บางบริษัทที่เป็นบริษัท

434
00:27:49,249 --> 00:27:49,938
ต่างชาตินะคะ ก็จะมี

435
00:27:49,938 --> 00:27:53,449
บริษัทแต่ละ

436
00:27:53,449 --> 00:27:57,449
ทวีปที่เป็น

437
00:27:59,264 --> 00:28:00,639
ประเทศใหญ่ ๆ หากัน การเชื่อมต่อก็ใช้แล้วแต่ VIP แล้วก็

438
00:28:00,639 --> 00:28:04,639
การคุยระหว่าง

439
00:28:08,695 --> 00:28:12,695
โทรศัพท์ภายในก็ใช้ VIP เพื่อลดหย่อนค่าใช้จ่ายนะคะ การเชื่อมต่อแบบนี้มันก็ต้องมีตัวบอกไปว่านู่นนี่นั่นมาเชื่อมต่ออีก

440
00:28:15,155 --> 00:28:15,383
เป็นการป้องกันแล้วก็ยืนยันต้นทางกับปลายทางว่าคุณก็สามารถที่จะส่งข้อมูลกันได้ไหม

441
00:28:15,383 --> 00:28:19,383
เราจะมีลักษณะการตามหลักการเขียนหรือว่า proteus

442
00:28:23,266 --> 00:28:27,039
ว่าการเชื่อมต่อ การให้บริการแบบนี้

443
00:28:27,039 --> 00:28:30,704
มีคุณภาพดีไหม ตรงตามเงื่อนไขอะไรหรือเปล่า

444
00:28:30,704 --> 00:28:34,704
โดยการปรับปรุงโดย Mac layer

445
00:28:38,501 --> 00:28:41,652
เดี๋ยวค่อยว่ากัน

446
00:28:41,652 --> 00:28:42,391
ตัว layer หรือว่า chunk การทำงานต่าง ๆ นะคะ

447
00:28:42,391 --> 00:28:46,391
เรามาดู

448
00:28:47,120 --> 00:28:47,647
ตัวต่อมา

449
00:28:47,647 --> 00:28:51,647
มาตรฐาน aiap interests access Point ปตทนะคะ

450
00:28:55,429 --> 00:28:59,429
จะเป็นมาตรฐานที่ออกแบบสำหรับผู้ใช้งาน

451
00:29:01,882 --> 00:29:03,868
การเคลื่อนที่

452
00:29:03,868 --> 00:29:07,868
ข้ามขอบเขต สมมุติ

453
00:29:08,926 --> 00:29:12,926
แรก ๆ เนี่ย เวลาเราใช้งานระบบเครือข่ายโทรศัพท์

454
00:29:15,590 --> 00:29:19,590
ตัวกระจายสัญญาณก็จะเป็นเสาโทรศัพท์

455
00:29:23,036 --> 00:29:23,931
เราน่าจะเคยเห็นเป็น Power ขาวแดงเพื่อ

456
00:29:23,931 --> 00:29:25,478
ให้บริการ

457
00:29:25,478 --> 00:29:26,103
ดังนั้นเวลาเราขับ

458
00:29:26,103 --> 00:29:30,103
รถ

459
00:29:31,172 --> 00:29:32,433
หรือว่าเคลื่อนย้ายตัว Smartphone ตัว update หรืออะไรก็ตามที่เราใช้ในการสื่อสาร

460
00:29:32,433 --> 00:29:36,433
ไป

461
00:29:37,248 --> 00:29:38,007
เสาในการสื่อสารจากเสาที่อยู่บริเวณ สมมุติเราไปอุดรธานี

462
00:29:38,007 --> 00:29:42,007
อยู่สกลก็ไม่มีทางไปอุดรธานีจะไปเซ็นทรัล

463
00:29:42,169 --> 00:29:46,130
การจับตัวเสาสัญญาณจากสกล

464
00:29:46,130 --> 00:29:50,130
มันก็ไปต่างอำเภอแล้วก็ย้ายไปที่อุดรธานี

465
00:29:51,229 --> 00:29:55,229
เสาสัญญาณจะ

466
00:29:55,662 --> 00:29:59,662
ทำการจับแล้วก็ปรับเปลี่ยนเมื่อเข้าเขตพื้นที่ 1

467
00:30:04,449 --> 00:30:04,848

468
00:30:01,480 --> 00:30:05,480
เพราะว่าตัวกระจายสัญญาณหรือจะให้บริการเฉพาะพื้นที่ที่เขาครอบคลุม

469
00:30:05,851 --> 00:30:09,851
ถ้ามีการเคลื่อนที่หรือว่าย้ายตัวพื้นที่เนี่ยมันก็จะไป

470
00:30:12,270 --> 00:30:12,346
เกาะตัวเสาสัญญาณใหม่ที่ให้พลังมากกว่าหรือว่ามีคลื่นที่ค่อนข้างแรงมากกว่าเพื่อให้บริการเคลื่อน

471
00:30:12,346 --> 00:30:16,346
เชื่อมต่อได้ทั่วถึงแล้วก็ไม่หลุดไม่มีค่ะ

472
00:30:16,418 --> 00:30:20,418
ลักษณะเดียวกันเหมือนตัว access point นะคะ

473
00:30:22,292 --> 00:30:26,292
การโรมมิ่งตัวสัญญาณระหว่างกันนั้นเอง

474
00:30:27,945 --> 00:30:28,809
มันก็เลยเป็นตัวมาตรฐาน 802.11 f นั่นเองนะคะ

475
00:30:28,809 --> 00:30:32,809
ค่าตัวมาตรฐาน 802.11 g นะคะ

476
00:30:41,576 --> 00:30:45,576
ก็ถูกพัฒนามาจาก

477
00:30:47,474 --> 00:30:59,627

478
00:30:42,444 --> 00:30:46,444
a มาเป็น d แล้วก็ d มาเป็นที่มาตรฐาน

479
00:30:49,456 --> 00:30:49,663
เ นะคะ

480
00:30:49,663 --> 00:30:53,663
โดยเราจะใช้ความถี่ที่ 2.4 ghz 2.4 ghz ก็คือจะเป็นตัวมาตรฐานของ 802

481
00:30:58,637 --> 00:31:02,637
จำได้เนาะ

482
00:31:03,345 --> 00:31:05,873
แล้วก็รับส่งข้อมูลนะคะ อยู่ที่

483
00:31:05,873 --> 00:31:08,102
54

484
00:31:08,102 --> 00:31:10,328
mb เขากลับตัว

485
00:31:10,328 --> 00:31:13,016
มาตรฐาน 802.11 A

486
00:31:13,016 --> 00:31:16,851
ความถี่อยู่ที่ 24

487
00:31:16,851 --> 00:31:18,131
เหมือน

488
00:31:18,131 --> 00:31:22,028
กับตัว ก็

489
00:31:22,028 --> 00:31:25,577
ส่งข้อมูลอยู่ที่ 2 จุด

490
00:31:25,577 --> 00:31:27,035
ก็คือ

491
00:31:27,035 --> 00:31:27,532
ก็ปิดเปิดสิ

492
00:31:27,532 --> 00:31:31,532
โดยจะมีรัศมีการทำงานมากกว่า 802.11 A

493
00:31:35,927 --> 00:31:39,927
นะคะ แล้วก็สามารถร่วมกับ

494
00:31:43,184 --> 00:31:43,758
มาตรฐาน 802.11 B แล้วก็เป็น 802.1 1 a นั่นเอง

495
00:31:43,758 --> 00:31:47,758
คือพัฒนานำข้อดีของทั้ง 802.11 a แล้วก็ 802.11 B มาให้

496
00:31:53,495 --> 00:31:54,461
ใช้บริการแล้วก็

497
00:31:54,461 --> 00:31:57,697
สามารถ

498
00:31:57,697 --> 00:31:58,271
สถานะการส่งข้อมูลที่เพิ่มขึ้นมากมาย

499
00:31:58,271 --> 00:32:02,271
พูดง่าย ๆ ตัวแรก ๆ น่าจะเป็นต้น

500
00:32:08,644 --> 00:32:08,779
แบบ ในการออกแบบและพัฒนาตัวอักษรเพิ่มมากขึ้นให้มันมีที่มันดีขึ้นนั่นเอง

501
00:32:08,779 --> 00:32:12,779
อากาศเราใช้คลื่นความถี่อยู่ที่ 2.4 มันจะเป็น 5 ghz

502
00:32:21,247 --> 00:32:21,805
ก็จะเป็นคลื่นความถี่สาธารณะก็คือสามารถใช้กับมาตรฐานตัวเก่าได้

503
00:32:21,805 --> 00:32:25,805
องศาเป็นความถี่นะ

504
00:32:29,016 --> 00:32:32,198
ก็คือจะมีคนเข้ามาใช้ค่อนข้างเยอะ มาใช้

505
00:32:32,198 --> 00:32:33,104
ตั้งเยอะ แต่สัญญาณรบกวน

506
00:32:33,104 --> 00:32:33,611
ที่จะเกิด

507
00:32:33,611 --> 00:32:37,270
ก็จะมีแน่นอน

508
00:32:37,270 --> 00:32:38,165
ในการส่งข้อมูล ระหว่าง

509
00:32:38,165 --> 00:32:42,165
มาตรฐาน 802.11

510
00:32:48,876 --> 00:32:50,762

511
00:32:50,762 --> 00:32:54,762
h อันนี้ก็จะเป็นคลื่นความถี่ที่ 5 ghz ก็จะเท่ากับตัว 802.11 h จุด

512
00:33:01,352 --> 00:33:05,352
ส่วนมากคลื่นความถี่นี้จะถูกนำมาใช้กับประเทศ

513
00:33:13,916 --> 00:33:15,083
ทวีปยุโรป ก็คือบ้านเราไม่ได้

514
00:33:15,083 --> 00:33:18,938
ความถี่

515
00:33:18,938 --> 00:33:19,310
5 ghz ตัวนี้เข้ามาใช้งานนั่นเอง

516
00:33:19,310 --> 00:33:23,310
อันนี้บอกไว้ว่าเป็นตัวมาตรฐานที่เขานำมาใช้

517
00:33:24,521 --> 00:33:28,521
ถัดมา 802.11 i

518
00:33:39,694 --> 00:33:39,992
ก็จะเป็นการรักษาความปลอดภัยของตัวระบบเครือข่าย

519
00:33:39,992 --> 00:33:43,992
เนื่องจาก

520
00:33:46,486 --> 00:33:48,956
ตัวระบบเครือข่ายไร้สายเนี่ย ค่อนข้างมี

521
00:33:48,956 --> 00:33:50,742
การใช้งานเนี่ย ค่อนข้างเยอะ

522
00:33:50,742 --> 00:33:54,742
สมาร์ทโฟนเดี๋ยวนี้เรามีทุกคนนะคะ เชื่อมต่อระบบเครือข่ายก็

523
00:33:55,677 --> 00:33:59,677
ง่ายมากนะคะ ไม่งั้นการเข้าฟังก์ชั่น รหัส

524
00:34:02,052 --> 00:34:02,905
ที่เราถูกนำมาใช้ก็จะเป็น

525
00:34:02,905 --> 00:34:06,905
อยู่ที่ 6 4/5 128

526
00:34:07,855 --> 00:34:11,855
ตรงนี้

527
00:34:12,096 --> 00:34:14,161
ซึ่งไม่เพียงพอ

528
00:34:14,161 --> 00:34:17,553
ต่อการใช้งานนะคะ

529
00:34:17,553 --> 00:34:19,281
การรักษาความปลอดภัยตัวนี้นะคะ

530
00:34:19,281 --> 00:34:21,580
ก็จะถูก

531
00:34:21,580 --> 00:34:24,506
ตัวมาตรฐาน 802.11

532
00:34:24,506 --> 00:34:28,506
i ตัวนี้นี่ เข้ามาควบคุมดูแล

533
00:34:32,769 --> 00:34:44,986

534
00:34:29,673 --> 00:34:32,077
เนื่องจากมีการใช้งานมากขึ้นคนใช้งานมากขึ้นตัวมาตรฐานตัวนี้จะมี

535
00:34:32,077 --> 00:34:34,048
ข้อกำหนดอะไรเพิ่มมา

536
00:34:34,048 --> 00:34:35,097
แล้วก็มีการเข้ารหัส

537
00:34:35,097 --> 00:34:39,097
5:00 น

538
00:34:41,067 --> 00:34:43,864
ส่งข้อมูลไม่ว่าจะบิน BA นะคะ แล้วก็

539
00:34:43,864 --> 00:34:47,864
kef นะคะ ตรงนี้เข้ามา

540
00:34:50,520 --> 00:34:50,674
ว่าตัวระบบที่เราใช้งานของตัวอุปกรณ์นะเนี่ย

541
00:34:50,674 --> 00:34:53,002
เราจะใช้ตัว

542
00:34:53,002 --> 00:34:54,861
ระบบ

543
00:34:54,861 --> 00:34:56,217
เข้ารหัสในรูปแบบไหน

544
00:34:56,217 --> 00:35:00,217
ดับบลิวพีเอน่าจะเคยได้ยินอยู่นะ ถ้าเคยได้เรียนไอ้ตัวเครือข่ายมาก่อน

545
00:35:02,340 --> 00:35:06,340
แปลว่าอาจารย์เป็นการทบทวนให้นะ

546
00:35:09,658 --> 00:35:11,642
ว่ามี

547
00:35:11,642 --> 00:35:14,319
การใช้งานแบบไหนบ้างนะคะ

548
00:35:14,319 --> 00:35:18,319

549
00:35:20,048 --> 00:35:24,048
ถัดมา ตัวอักษรเราเยอะเหลือเกินมาถึงตัว k ของเราแล้ว

550
00:35:27,986 --> 00:35:28,486
802.11

551
00:35:28,486 --> 00:35:32,457
k ว่าจะเป็นระบบเครือข่าย

552
00:35:32,457 --> 00:35:34,854
ไร้สาย

553
00:35:34,854 --> 00:35:36,429
จัดการเกี่ยวกับคลื่นวิทยุ

554
00:35:36,429 --> 00:35:38,984
เราจะเลือกช่องสัญญาณ

555
00:35:38,984 --> 00:35:42,984
เราจะเลือกช่องสัญญาณอย่างไร

556
00:35:52,607 --> 00:35:54,049
การโรมมิ่งควบคุมกำลังส่ง เราจะมีวิธีการคิดนิดนึง ว่าช่องสัญญาณไหนที่มันเหมาะสมนะคะ การโรมมิ่งทำอย่างไร

557
00:35:54,049 --> 00:35:58,049
การหารัศมีการใช้งานของเครื่อง client

558
00:35:58,462 --> 00:36:02,462
ระยะห่างนะคะ

559
00:36:06,007 --> 00:36:06,992
เท่าไหร่ถึงจะเหมาะสมที่จะวางตัว client นะคะ ในการ

560
00:36:06,992 --> 00:36:07,632
เชื่อมต่อ

561
00:36:07,632 --> 00:36:11,632
ในการรับส่งสัญญาณให้มันเหมาะสม

562
00:36:15,147 --> 00:36:15,879
กับตัวอุปกรณ์ที่มีแล้วก็ตัว client จำนวน client นั้นเองนะคะ

563
00:36:15,879 --> 00:36:19,879
ฟังไปเข้าคร่าว ๆ ก่อนเนาะ อันไหนที่คิดว่า

564
00:36:21,848 --> 00:36:24,464
ใช้งานบ่อยเดี๋ยวจะจะ

565
00:36:24,464 --> 00:36:28,013
อธิบายเพิ่มเติม

566
00:36:28,013 --> 00:36:31,907
เป็น 8 0 2.11 k

567
00:36:31,907 --> 00:36:35,907
ยังไม่หมดนะคะ 802.11 เนี่ยค่อนข้างเยอะ

568
00:36:41,955 --> 00:36:45,955
802.1 x ตกไปตัวนึง

569
00:36:47,086 --> 00:36:51,086
ก็คือ 11 ก็เป็นระบบรักษาความปลอดภัยก่อนเข้าใช้งาน ระบบเครือข่าย

570
00:36:53,141 --> 00:36:57,134
บอกว่าต้องมีสิทธิ์ ตรวจสอบสิทธิ์ก่อน

571
00:36:57,134 --> 00:37:01,134
มาตรฐานปตทไม่ว่าจะเป็น LED

572
00:37:05,299 --> 00:37:06,101
ตัวย่อเยอะมาก

573
00:37:06,101 --> 00:37:10,101
ตัวนี้ พูดง่าย ๆ คือ ไปเช็คสิทธิ์ก่อน

574
00:37:15,406 --> 00:37:16,177
OT เข้ามาผ่านการเชื่อมต่ออุปกรณ์แบบไหนนะคะ ไปเช็ค

575
00:37:16,177 --> 00:37:20,177
สิทธิ์ที่เรา

576
00:37:20,553 --> 00:37:24,314
มี นี่ไงสามารถใช้งานได้ไหม นะคะ

577
00:37:24,314 --> 00:37:25,477
แล้วใช้งานได้ถึงขั้นหรือว่าระดับไหน

578
00:37:25,477 --> 00:37:29,477
เข้ามาดูแล

579
00:37:29,776 --> 00:37:31,252
ความปลอดภัยของตัว

580
00:37:31,252 --> 00:37:35,252
ไร้สายของเรา

581
00:37:42,022 --> 00:37:48,954

582
00:37:31,532 --> 00:37:35,532
มี A B

583
00:37:41,437 --> 00:37:41,868
ตัดมาก็จะเป็น

584
00:37:41,868 --> 00:37:45,868
ตัวนี้นะคะ

585
00:37:48,411 --> 00:37:50,068
ก็จะเป็นการพัฒนา

586
00:37:50,068 --> 00:37:52,128
จะเป็นความถี่

587
00:37:52,128 --> 00:37:54,453
การใช้

588
00:37:54,453 --> 00:37:57,121
ช่องสัญญาณที่ใช้ในการส่ง

589
00:37:57,121 --> 00:38:01,121
ระยะทาง

590
00:39:47,852 --> 00:39:51,852
เยอะขึ้นกว่าเดิม

591
00:40:23,887 --> 00:40:27,887
ลองย้อนกวน

592
00:40:49,241 --> 00:40:53,241


