--- title: ASR+PE มาตรฐานสากลด้านเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์และดิจิทัล อ.ธิดารัตน์ วันที่ 24 พ.ย. 2565 subtitle: date: วันพุธที่ 30 พฤษจิกายน 2565 เวลา 09.25 น. --- (ข้อความสดจากระบบถอดความเสียงพูดทางไกล) แผนด้วยอะไรบ้าง และบ่งบอกมีความหมายอะไรบ้าง อีกนะคะ เราพูดไปแล้วนะคะ ว่าตัวเมื่อศาลไอ้นี่ก็จะเป็นการรวมตัวของวิศวกรนะคะ ของอเมริกานะคะ เกี่ยวกับวิศวกรไฟฟ้าแล้วก็วิศวกรทำการร่วมมือกัน เกี่ยวกับการดำเนินการวิจัยพัฒนานะคะ การทำงานนะคะ ไม่ว่าจะเป็นระบบด้านไฟฟ้า โทรคมนาคม ไฟฟ้ากำลังแล้วก็ระบบแสงระบบการสื่อสาร นี่ก็อยู่ภายใต้ระบบไฟฟ้าเช่นเดียวกันนะคะ ถือว่าเป็นแขนงนึงก็จะเป็นไฟฟ้าสื่อสารแน่นอนเพราะว่าการสื่อสารของเรานี่ต้องใช้กำลังไฟ ให้เป็นพลังงานถูกไหมคะ ถ้าไม่มีตัวไฟฟ้าตัวนี้ ก็ไม่สามารถที่จะสื่อสารกันได้ ทุกวันไม่ว่าจะเป็นอุปกรณ์ต่าง ๆ ต้องมีพลังงานไฟฟ้านะคะ ตัว IEEE ก็จะเป็นตัวมาวัดตัวมาตรฐาน ว่าอุปกรณ์ข้อตกลงต่าง ๆ ของการใช้งานเกี่ยวกับการสื่อสารของเราไม่ว่าจะเป็นอิเล็กทรอนิกส์ วัดคุม มันจะเป็นระบบอีกระบบหนึ่งนะคะ ของวิศวกรนะคะ ที่ทำการควบคุมดูแลว่าจะมีตัวมาตรฐานตัวไหนมากำหนดเช่นเดียวกันโดยมาจับของตัวประธานาธิบดีก็จะแบ่งตามความเชี่ยวชาญไฟฟ้าก็มีไฟฟ้าสื่อสารไฟฟ้ากำลัง ไฟฟ้าสื่อสารก็เหมือนโทรศัพท์นะคะ ก็จะเป็นไฟฟ้าตามบ้านเราที่เราใช้งานอยู่ทั่วไปอันนี้น่าจะมองภาพองค์การโทรศัพท์รอกไฟฟ้าส่วนภูมิภาคต่าง ๆ เช่นเดียวกันนะคะ โดยแต่ละกลุ่มก็จะได้รับหมายเลข ITP บอกว่าหมายเลขตัวนี้แทนด้วยมาตรฐานของการทำงานอะไรของอุปกรณ์ไหมข้อปฏิบัติต่าง ๆ หรือเปล่านะคะ เราจะมาดูมาตรฐาน IEEE นะคะ โดยจะแบ่งโดยเริ่มจากมาตรฐาน 8012 นะคะ 12 จะเป็นรูปแบบของการสื่อสารนะคะ เริ่มด้วย 802.1 นะคะ จะเป็นการจัดการระบบเครือข่ายเช่นการตรวจสอบเวลาเราใช้งานระบบเครือข่ายในมหาลัยต่าง ๆ นะคะ หรือเข้าไปใช้งานตาม access point true WiFi AIS WiFi นะคะ เขาจะมีรูปแบบการตรวจสอบและรับรองผู้ใช้งานหรือว่า authentication anthenticanotation คืออะไร ก็คือเรามี username password ในการใช้งานเองเพื่อระบุตัวตนว่านักศึกษาเป็นนักศึกษาคนไหนชื่ออะไรรหัส ID อะไร เริ่มเข้ามาใช้งานตั้งแต่กี่โมงแล้วกี่โมงแล้วก็เลิกใช้งานเท่าไหร่ เท่าที่ค้นหาข้อมูลดูที่เว็บไซต์อะไรบ้าง หรือว่าอัปโหลด ดาวน์โหลดข้อมูลอะไรบ้าง อันนี้จะเป็นการบอก authencitiisation นะคะ บอกระบุว่าเป็นนักศึกษาเป็นเจ้าหน้าที่เป็นอาการนะคะ มีระดับความสามารถในการใช้งานอะไรบ้าง 2.1 ผัดมาม่า80 2.2 กำหนดการเชื่อมต่อ l l cเทียบกับตัว Data Link Layer เราปี 2 กับที่ 3 เนาะเบิกมาแล้ว OSI layer เรียนมาแล้วคุ้น ๆ ไหม OSI นะคะ เราจะขอ logical Link Control นะคะ แต่ถ้า Link layer นะคะ ขอ OSI modelเดี๋ยวตัวหลังสไลด์เดี๋ยวจะพูดถึงตัวเลยเด้อต่าง ๆ มีการเปรียบเทียบระหว่างOSIต่าง ๆ ว่ามันมีข้อจำกัดหรือว่า chunk การเชื่อมต่อแตกต่างกันอย่างไรนะคะ มีตัวที่ 3 ของเราก็จะเป็น IEEE 802.3 เป็นเครือข่ายอินเทอร์เน็ต เครือข่ายอินเทอร์เน็ตก็จะเป็นการเริ่มต้นของการเชื่อมต่อของระบบเครือข่าย เวลาการเชื่อมต่ออุปกรณ์ผู้รับและผู้ส่งในการส่งข้อมูลระหว่างกัน ไม่ว่าจะเป็นข้อมูลตัวอักษรรูปภาพหรืออะไรก็แล้วแต่นะคะ เขาจะมีลักษณะการส่งข้อมูลจากต้นทางปลายทางยังไงแล้วส่งข้อมูล แล้วกรณีที่ข้อมูลไม่ถึงปลายทางนี่ เขามีเงื่อนไขและวิธีการใช้ยังไงคะส่งไปแล้วมี Action กลับมาไหมว่าข้อมูลที่ส่งไปสมมุติมี 10 ข้อความ แล้วทางกลับไปนี่ไอ้แปะที่มันร้อนหรือว่าหายระหว่างทางก็ยังได้ 2.4 มาตรฐานแบบ Token Bus 8278 2.5 จะเป็นรูปแบบของการเชื่อมต่อระบบเครือข่าย เชื่อมต่อแบบไหนที่ง่ายที่สุด Token Bus Token Ring ต่างกันยังไงมีการใช้อุปกรณ์แบบไหน ใช้สายสื่อสารในการเชื่อมต่อแบบไหน และตัวไหนมีข้อดีข้อเสียอย่างไร กระจายข้อมูลได้เร็วไหมนะคะ ในกรณีที่อุปกรณ์เชื่อมต่อภายในระบบเสีย 1 ตัวทำให้อุปกรณ์เครือข่ายล่มไหม หรือว่าไม่ล้มหรือว่าตังค์สามารถใช้งานการสื่อสารเหล่านี้ได้อยู่บ้างหรือเปล่าเดี๋ยวเราจะมาพูดอีกว่ามีอุปกรณ์ Switch Hub สัญญาณการส่งข้อมูลแบบไหนแล้วก็เชื่อมต่อแบบไหนที่มันมีส่งข้อมูลที่ดี ข้อดีข้อเสียอะไร เดี๋ยวจะลงรายละเอียดอีกแต่ละตัวนะคะ ถัดมาไกลถึง 2.6 ไม่ได้ฐาน Network ก็จะเป็นลักษณะการส่งข้อมูลนะภายในเมืองก็คือการสื่อสารที่มีการพื้นที่ให้บริการมากยิ่งขึ้นนะคะ โรงแรมจะอยู่ใน 1 ห้องขยายเป็นตึก ตึกขยายเพิ่มขึ้นเป็นเมืองเอกสาขาเขาจะมาดูว่าข้อกำหนดในการสื่อสารระหว่างเมืองของเรานี่ มีการจุดพักสัญญาณไหม กระจายสัญญาณยังไง ทำให้ครอบคลุมพื้นที่นั่นเอง มาตรฐาน 812.7 จะส่งสัญญาณแบบ Broadband กับนั่นเองอันนี้พูดถึงแบรนด์แบรนด์มีการส่งข้อมูลอย่างไรแบงค์กับปิดแบนด์ต่างกันยังไงมีการส่งข้อมูลความถี่เดียวหรือความถี่พร้อมกันมันจะต่างกันยังไงถ้าเป็น Wireless Lan ก็คือการส่งข้อมูลเนี่ก็สามารถที่จะส่งข้อมูลความถี่พร้อมกันราคามันก็จะสะดวกสบายมากยิ่งขึ้นนั่นเองเดี๋ยว เราจะมาดูข้อแตกต่างการส่งสัญญาณทั้ง Mbps แล้วก็บิดเบือนหญิงว่าต่างกันยังไงผัดมาม่า0218ราคากี่บาทเนี่ยก่อน เวลา เราใช้ระบบอินเตอร์เน็ตภายในบ้านนะคะ ส่วนมากจะเป็นสายทองแดงที่ใช้ในการเชื่อมต่อนะคะ ปัจจุบันก็จะเพิ่มขึ้นหรือพัฒนาเป็น Fiber Optic หรือว่าใยแก้วน้ำแข็งไฟเบอร์ปิดก็จะมีคุณสมบัติในการส่งข้อมูลระยะไกลกว่านะคะ แต่ข้อเสียของเขาก็จะมีเนื่องจากตามชื่อเป็นแก้วนะคะ ไฟเบอร์ออฟติกความเปราะบางนะคะ หรือว่าการแตกหักหรือการเข้าหัวในระดับค่อนข้างที่ใช้บุคคลเฉพาะนิยมใช้มากขึ้นเพราะว่าส่งสัญญาณให้ไกลมันก็จะค่อนข้างน้อยลงนั่นเอง พม่า12.9 ราคาก็จะเป็นการรวมเทคโนโลยี isbniscn ถ้ามองภาพง่าย ๆ ให้มองแบบการศึกษาในระบบโทรศัพท์บ้านเรานั่นเอง เวลาเราสื่อสารโทรศัพท์ก็จะมีสายในการเชื่อมต่อแต่ละจุดเหมือนสมมุติโทรศัพท์แต่ละก็มึงขึ้นข้างหน้าใช่ไหมบ้านเราจะเป็น 02 ก็จะมีจุดพักแล้วก็กระจาย อะไรงี้ใช่ไหมคะ ต่างประเทศหรือกรุงเทพฯไม่เป็น 02 ก็จะมีจุดกระจายสัญญาณแต่ละที่นะคะ ก็จะเป็นการส่งข้อมูลแบบตัว sema นะคะ ถัดมาตัวมาตรฐานแบบ 802.10 ความปลอดภัย ความปลอดภัยตรงนี้ก็จะค่อนข้างสำคัญ เดี๋ยวนี้เรามีลักษณะแบบใดการใช้เติมเงินนะคะ ออนไลน์เพิ่มมากขึ้น ความปลอดภัยตรงนี้มีได้อย่างไรในกรณีที่เรา กรอกรหัสบัตรเครดิตเข้าไปนะคะ ทำการโอนเงิน โอนเงินนะคะ หรือว่าชอปปิ้งออนไลน์ขึ้นมานี่ ความปลอดภัยตรงนี้โดนนำข้อมูลเหล่านี้ไปได้หรือเปล่านะคะ เพราะว่าบางที ไม่มีข่าว อยู่ดี ๆ ก็มีตัว sms เตือนมาว่าคุณใช้โอนเงินไปนี้ยสินค้าอาจจะเป็นที่เป็น US Dollar ต่างประเทศขึ้นมา เราจะจะได้อย่างไรแล้วตัวระบบที่เราใช้บนระบบเครือข่ายนี้จะมีความปลอดภัย ถัดมา 802.11 เป็นมาตรฐานที่ใกล้ตัวกับนักเรียน นักศึกษามากที่สุดนักเรียนนักศึกษานะ เพราะว่าเป็น Wireless หรือว่าตัว WiFiเ วลาเราเชื่อมต่อนะ ใช้สมาร์ทโฟนขึ้นมานี่ในการเชื่อมต่ออุปกรณ์นะคะ เข้าในรั้วมหาลัยหรือว่าจะอยู่ที่หอพัก มันก็จะมีอุปกรณ์เหล่านี้ขึ้นมา 802.12 นะคะ ความเข้าใจนะคะ ความสำคัญ ความต้องการของการใช้งานในระบบเครือข่ายลำดับความสำคัญของการใช้งาน บางทีเวลาเราเข้าไปดึงข้อมูลนะคะ เข้าสู่อินเตอร์เน็ต มันจะมีการเข้าถึงแบบเปลี่ยนรูปแบบตัวอักษร รูปภาพหรือว่าจะเป็นมัลติมีเดีย ความสัมพันธ์ในการใช้งานนี่ ก็จะค่อนข้างแตกต่างกัน เวลารับส่งข้อมูลถ้าเป็นคำพูดตัวอักษรให้เป็นตัวอักษรนี่ การไล่เรียงลำดับเนี่ยที่สุดแล้วก็สามารถประกอบ แล้วก็เป็นข้อมูลที่สามารถสื่อสารไปยังปลายทางได้ แต่ในกรณีที่รูปแบบของเสียงเรียงลำดับไม่ถูกต้อง แน่นอนที่สุดข้อมูลเสียงของเรามันก็จะไม่เป็นประโยคถูกไหมคะ อันหลังมาก่อนหน้ามาก่อนนะคะ มันก็จะรวมกันไม่ได้นะคะ เราก็ต้องมาดูลำดับความสำคัญแล้วก็ความต้องการของข้อมูลของเรามาตรฐาน ถัดมา 802.14 ก็จะเป็นโมเด็ม โมเด็มก็จะเป็นตัวอุปกรณ์ตัวแรกที่ใช้ในการสื่อสารนะคะ ก่อนที่เราจะมีการใช้อินเทอร์เน็ต ทั่วไปบ้านเราที่มีสวิตช์เสียบปุ๊บ สามารถที่จะ login เข้าไปใช้งานได้เลยนะคะ เริ่มแรกในการสื่อสารในระบบเครือข่ายจะมีตัวอุปกรณ์ที่เรียกว่าโมเด็มในการรับข้อมูลแล้วก็ส่งข้อมูลนะคะ เราจะกรอกข้อมูลในรูปแบบใดหรือว่าตัวเลขเข้าไปเหมือนหมายเลขโทรศัพท์เวลาทำการ Connect ที่เราจะใช้บริการไม่ว่าจะเป็นองค์การโทรศัพท์ ให้บริการเพื่อทำการ แล้วก็เชื่อมต่อไปยังปลายทางนั้นเองนะคะ เดี๋ยว สไลด์ถัด ๆ ไป อาจารย์ก็จะพูดถึงตัวโมเดลว่าเขามีการเชื่อมต่อแล้วก็ส่งข้อมูลอย่างไรถือว่าเป็นการสื่อสารเริ่มแรกเลยตัวโมเด็มตัวนี้ ถัดมาถึง 802.15 กำหนดพื้นที่เครือข่ายไร้สายส่วนบุคคล เวลาเราใช้อุปกรณ์สื่อสารพูดง่าย ๆ เหมือนเราใช้ระบบโทรศัพท์ มันก็จะมีช่วงที่อับสัญญาณถูกไหมคะ จะได้เข้าใจ เวลาใช้มือถือนี่ ขึ้นเขาลงห้วยหรือว่าพื้นที่ไม่ครอบคลุม มันก็จะมีคลื่นความถี่หรือว่าตัวสัญญาณที่มันน้อยลงนะคะ ถัดมากลับมามองที่เครือข่ายไร้สายส่วนบุคคล สมมุติว่าให้บริการระบบเครือข่ายในมหาลัยหรือว่าเป็นที่บ้านของเราเนี่ยมันก็ต้องมีพื้นที่ครอบคลุมนะคะ ว่าตัวกระจายสัญญาณของเราเนี่ย เขาให้พื้นที่เท่าไหร่ เวลาพวก Network ต้องการคำนวณ สมมุติชั้นหนึ่งเนี่ยมีตัว access point กี่ตัวที่จะครอบคลุมพื้นที่หรือว่า area ต้องมีการคำนวณก่อนว่าตรงไหนจุดอับสัญญาณ หรือว่าเราต้องวางอุปกรณ์ตัวไหนให้มันครอบคลุม แล้วที่ก็คือครอบคลุม แล้วก็ต้องมีไม่สิ้นเปลือง พูดง่าย ๆ ทั้งคุ้มทุนแล้วก็มันก็ต้องมาควบคู่กันนะคะ ถัดมา คราวนี้ไป 802.16 จะเป็นมาตรฐานบอร์ดแบน แบบไร้สายหรือว่า Y Maxก็คือเมื่อกี้มันเป็นรูปแบบของมีสาย เอารูปแบบไร้สายมีมาตรฐานตัวนี้เข้ามาก็คือ 802.16 แล้วก็ไร้สาย ถัดมา เราจะมาพูดถึงที่บอกว่าตัวที่ใกล้ที่สุดก็คือ 802.11 นะคะ ตัวนี้ก็จะเป็นลักษณะการโครงข่ายไร้สายของเรานะคะ โดยจะกำหนดตัวเลข 802.11 แล้วจะตามด้วยตัวอักษรภาษาอังกฤษ ทำมาเพื่อระบุหาว่าแต่ละตัวเนี่ย มีความหมายอะไรบ้าง a b c แล้วก็ล่าสุดก็จะเป็น A4 นั่นเอง เดี๋ยวเราจะมาดูนะคะ ตัวมาตรฐาน 802.11 นี่ เป็นมาตรฐานที่ใช้รับส่งข้อมูลทั่วไปอยู่ แล้วเราก็คุ้มเคย ลองใช้WiFi Wireless Lan เขาเรียกว่า Wireless Lan หรือว่า wifi เชื่อมต่อตัวระบบไร้สายของอุปกรณ์ทั้งผู้รับและผู้ส่งเข้าหากันเอง โดยอุปกรณ์ที่เราใช้งานนะคะ ก็จะมีตัว access point ที่รับข้อมูลแล้วก็ส่งข้อมูลนะคะ ระหว่างอุปกรณ์ทั้ง 2 ชนิด หรือจะมีการเชื่อมต่อในสายแลน ตัวรับ ตัวส่งก็ได้เช่นเดียวกัน อาจจะเป็นสาย Lan กับ WiFi หรือ WiFi กับสาย Lan ก็ได้เช่นเดียวกัน เมื่อมีตัวเครือข่ายตัวนี้ขึ้นมา เราก็ต้องมาเลือกตัวมาตรฐานแล้วก็เลือกอุปกรณ์ที่มันรองรับการใช้งาน ของเทคโนโลยีด้วย ว่าไหนเหมาะสม ซื้อมาจากต่างประเทศเนี่ยมันรองรับความถี่ที่ใช้ได้ในบ้านเราหรือเปล่า หรือว่ารอบรังแค่ในต่างประเทศ ต้องดูก่อนที่มันสามารถรองรับการใช้งานที่บ้านเราด้วยนั่นเอง ดูตัวแรกที่มาตรฐาน 802.11 a นะคะ ตัวนี้มีความสามารถในการรับส่งข้อมูล 54MB หรือว่าเมกะบิตต่อวินาทีนั่นเองนะคะ สัญญาณความถี่ ความถี่ที่เราใช้อยู่ที่ 5 ซึ่งความถี่นี้ไม่ได้รับอนุญาตใช้ในประเทศไทยประเทศอาจจะมีใช้บ้างแล้วแต่ แต่ข้อกำหนดข้อตกลงของแต่ละประเทศว่าใช้ได้หรือเปล่า บางคนอาจจะสงสัยว่าย่านคลื่นความถี่คืออย่างไร เป็นยังไง เหมือนเราฟังวิทยุ aM fm เนี่ยมันก็จะละครึ่งเขาก็จะจัดสรรความถี่นี้ให้ไปใช้อะไรได้บ้างนะคะ ในการรับส่งข้อมูลก็จะมีช่วงความถี่ต่าง ๆ หาว่าช่วงความถี่ไหนใช้ทางราชการ เกี่ยวกับงานข้าราชการไหม หรือว่าเกี่ยวกับธุรกิจ สำหรับประเทศไทยก็จะเอาย่านความถี่นะคะ ที่ 5 ghz มาใช้เกี่ยวกับดาวเทียม เดี๋ยวเราก็จะมาเรียนด้วยว่า การส่งข้อมูลแบบดาวเทียมเนี่ย ครอบคลุมระยะไหน กับพื้นโลกไหม ที่ความถี่เท่าไหร่ เป็นระยะทางไกลเท่าไหร่แล้วมีตัวกระจาย กับสัญญาณหรือว่าอุปกรณ์เนี่ย ใช้ขี้ช่วงที่เท่าไหร่ ข้อสี่ ข้อเสียอย่างที่บอกไปแล้ว 802.11 a เนี่ย เนื่องจากเป็นมาตรฐานที่ไม่ได้ใช้ทั่วไปแล้วก็ไม่ได้ใช้ในประเทศไทย มาตรฐานที่ใช้เชื่อมต่อกับความถี่สูง ๆ นะคะ ระยะทางที่ใช้ในการส่งข้อมูลก็จะค่อนข้างต่ำก็คือประมาณ 35 เมตรก็ไม่ไกลเท่าไหร่ หรือในโครงสร้างสู้ ถ้าเป็นตึกอาคาร ทำไมถึงพูดเป็นตึกอาคาร ก็คือกรณีที่ไม่มีสิ่งกีดขวาง ก็คือ 120 เมตร ทำไมต้องเป็นพื้นที่ปิด แล้วต่างกันยังไง ถ้าเป็นข้างนอกก็จะมีพวก รถก่อนสัญญานะว่าจะเป็นต้นไม้ ตึกอาคาร เวลาขึ้นความถี่เที่ยวไปไหนเขาจะซ้ำ คลื่นความถี่แล้วก็ทำให้พลังงานในการส่งข้อมูลเนี่ยลดน้อยลง ก็จะได้รับข้อมูลได้ไม่ครบถ้วนนะคะ อันนี้จะเป็นเหมือนอุปสรรคคลื่นความถี่ว่าจะเป็นตึกอาคารหรือว่าสภาพแวดล้อม กรณีฝนตกนะคะ คลื่นความถี่มันไปสะท้อนกับตัวเม็ดฝน พวกนี้ก็จะไปรถก่อนเช่นเดียวกันนะครับ ก็จะมีปัจจัยหลาย ๆ อย่างนะคะ ในการส่งคลื่นความถี่พรุ่งนี้แล้วก็มันไร้สายตัวมาตรฐาน 802.11 จะได้ความนิยมน้อย อย่างที่บอกไปว่าสามารถใช้กับใครได้มันเป็นซึ่งความถี่ที่กำหนดไว้ แล้วก็ไม่สามารถใช้เข้ากับอุปกรณ์ที่รองรับมาตรฐาน 802.11 B แล้วก็ 802.11g ก็คือใช้กับแค่กับเพื่อนมันเอง ไม่ได้ใช้กับตัวคือ 802.11 a เท่านั้น ข้อเสีย ถัดมาเมื่อเราพบถึงข้อเสียของมาตรฐาน 802.11 a แล้วก็จะเกิดมาตรฐานตัวใหม่ขึ้นมา 802.11 b โดยนะคะ เราจะใช้เทคโนโลยีที่เรียกว่า CCK Coachมันก็จะเป็นเทคนิคในการรับส่งข้อมูลเช่นเดียวกันเข้ามาเกี่ยวถ้าลงลึกอีกก็จะมีว่าการส่งสัญญานี้ส่งยังไงนะคะ ขอข้อมูลตัว clock ไปใส่ที่ช่วงไหน ร่วมกับ eds นะคะ เมื่อกี้เราส่งไปที่ความเร็วที่ 54 เปอร์เซ็นต์ความเร็วตัวนี้ที่ใช้ก็คือ 11 MB per sec วิธีใช้ 5 อันนี้ใช้ที่ย่านความถี่ 2.4 ghz เมื่อกี้เป็น 2.1 A ใช้ 5 ghz จะเห็นว่ามันจะลดลง ความถี่ที่ใช้งานสาธารณะ ก็คือทุกคนสามารถที่จะใช้งานได้แล้วนะคะ ไม่ได้เป็นข้อจำกัด ก็คือสามารถใช้กับทางวิทยาศาสตร์ อุตสาหกรรม การแพทย์นะคะ มันก็จะมีย่านความถี่ที่สามารถนิยมเอาไปใช้ ก็คือใช้กับอุปกรณ์ตัวอื่นก็ได้ ใครก็สามารถไปใช้ในด้านต่าง ๆ นั่นเองนะคะ ข้อดี เนื่องจากตัวนี้เนี่ยใช้คลื่นความถี่นะคะ ที่ไม่ได้ใช้พลังเยอะนะคะ ทำให้การส่งสัญญาณนี้ก็จะมีระยะทางที่ไกลกว่าเดิมนะคะ จะเป็น 38 เมตรนะคะ แล้วก็โครงสร้างปิดเมื่อกี้อยู่ที่ร้อยหน่อย ๆ อันนี้จะเป็น 140 เมตร ในที่โล่งแจ้งนะคะ แล้วก็สามารถใช้กับอุปกรณ์ รองรับตัวอื่นได้นะคะ ไม่ว่า เป็น a หรือ b นะคะ หรืออุปกรณ์ที่มีเครื่องหมาย wi-fi หรือว่า WiFi ก็คือสามารถใช้กับอุปกรณ์เหล่านี้ได้ รองรับการทำงานแล้วก็การเชื่อมต่อระหว่างกันได้นี่เอง มันก็คือแบบใช้กับเพื่อนได้ ไม่ค่อยมีปัญหาไม่ต้องบอกว่าจำเป็นต้องซื้อตัวมาตรฐานเดียวกันก่อนหน้าก็เอามาใช้ได้นั่นเอง ก็คือ จาก a ก็พัฒนาให้มันดีขึ้นให้มันหลากหลาย แล้วก็ใช้งานได้มากขึ้นนั่นเอง ถัดมามาตรฐาน 802.11 e ก็จะรองรับการใช้งาน Application บนด้านมัลติมีเดีย ตามชื่อก็คือ Voice Over IP voice ก็คือสื่อมัลติมีเดียเป็นเสียงที่สามารถเคลื่อนที่พร้อมไปกับตัว i t แต่ก่อนเราจะส่งสัญญาณหรือว่าส่งข้อมูลได้เฉพาะ IP โดยยังไม่มีเสียง สื่อสารคอมพิวเตอร์กับคอมพิวเตอร์ ส่งตัวอักษร การสื่อสารข้อมูลทั่วไป คราวนี้ส่งเป็นแบบ Real Time คือสามารถส่งเสียงเข้าไปด้วย ส่งไปกลับก็คือสามารถที่จะเอาเสียงให้ขี่ไปกลับ Ip ของเราก่อนนะคะ สมัยก่อนเนี่ยจะเป็นที่นิยมค่อนข้างสูงนะคะ ว่าจะช่วยลดปัญหาในการใช้งานการสื่อสารสมัยก่อนนะคะ ยังไม่มีตัว VIP แล้วก็ใช้ระบบโทรศัพท์ใช่ไหม โทรไปต่างประเทศ โทรไปแต่ละที่ ตามจังหวัดอำเภอต่าง ๆ นะคะ หรือว่ามหาลัยที่นี่หลายวิทยาเขต หรือว่าบริษัทที่มีหลายสาขานะคะ ตัวนี้ก็จะเข้ามาช่วยแก้ปัญหา ในกรณีที่เราต้องการโทรไปสาขาอื่น ๆ ก็จะไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายเชื่อมต่ออ่านตัวระบบ IP หรือว่าสาย Lan ของเรา ตอนนี้ต่างประเทศก็จะเป็นการเชื่อมต่อระหว่างประเทศหรือว่าทวีปนั่นเอง อันนี้จะค่อนข้างนิยมสำหรับที่มีลูกค้าค่อนข้างเยอะ มันจะช่วยประหยัด เราไม่ต้องกดหมายเลขที่ระบบถึงจังหวัดหรือว่าระบุถึงประเทศ เราสามารถใช้เหมือนเบอร์ภายในโทรหากัน มหาลัยของเราตอนนี้ก็ใช้ตัวระบบ voip เช่นเดียวกัน ระบบโทรศัพท์สำนักงานนะคะ ก็จะเป็น VIP จะมีตัวสายแลนเข้ามาระบบโทรศัพท์ภายในองค์กรของเรา จะโทรเข้าสาขาหรือว่าแผนกบัญชีธุรการการเงินต่าง ๆ ก็สามารถโทรเข้า โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย ในกรณีที่มีวิทยาเขต ถ้าเป็นพวกอุปกรณ์ที่จันทร์ไปให้บริการก็จะมีพวกศิลปากรที่มีสาขาต่าง ๆ ทางพระจันทร์นู่นนี่นั่น เขาใช้ระบบตัว เพื่อให้ประหยัดค่าใช้จ่าย ว่าเวลาโทรหาแต่ละเขต ยังไม่ต้องเสียเงิน ก็สามารถกดหมายเลขภายในเหมือนเลขโทรศัพท์ทั่วไปเลยนะคะ โดยไม่เสียเงินหรือจะโทรข้ามระหว่างประเทศก็ใช้ได้ บางบริษัทที่เป็นบริษัทต่างชาตินะคะ ก็จะมีบริษัทแต่ละทวีปที่เป็นประเทศใหญ่ ๆ หากัน การเชื่อมต่อก็ใช้แล้วแต่ VIP แล้วก็การคุยระหว่างโทรศัพท์ภายในก็ใช้ VIP เพื่อลดหย่อนค่าใช้จ่ายนะคะ การเชื่อมต่อแบบนี้มันก็ต้องมีตัวบอกไปว่านู่นนี่นั่นมาเชื่อมต่ออีก เป็นการป้องกันแล้วก็ยืนยันต้นทางกับปลายทางว่าคุณก็สามารถที่จะส่งข้อมูลกันได้ไหม เราจะมีลักษณะการตามหลักการเขียนหรือว่า proteus ว่าการเชื่อมต่อ การให้บริการแบบนี้ มีคุณภาพดีไหม ตรงตามเงื่อนไขอะไรหรือเปล่า โดยการปรับปรุงโดย Mac layer เดี๋ยวค่อยว่ากันตัว layer หรือว่า chunk การทำงานต่าง ๆ นะคะ เรามาดูตัวต่อมา มาตรฐาน aiap interests access Point ปตทนะคะ จะเป็นมาตรฐานที่ออกแบบสำหรับผู้ใช้งานการเคลื่อนที่ข้ามขอบเขต สมมุติ แรก ๆ เนี่ย เวลาเราใช้งานระบบเครือข่ายโทรศัพท์ ตัวกระจายสัญญาณก็จะเป็นเสาโทรศัพท์ เราน่าจะเคยเห็นเป็น Power ขาวแดงเพื่อให้บริการ ดังนั้นเวลาเราขับรถหรือว่าเคลื่อนย้ายตัว Smartphone ตัว update หรืออะไรก็ตามที่เราใช้ในการสื่อสาร ไปเสาในการสื่อสารจากเสาที่อยู่บริเวณ สมมุติเราไปอุดรธานีอยู่สกลก็ไม่มีทางไปอุดรธานีจะไปเซ็นทรัล การจับตัวเสาสัญญาณจากสกลมันก็ไปต่างอำเภอแล้วก็ย้ายไปที่อุดรธานี เสาสัญญาณจะทำการจับแล้วก็ปรับเปลี่ยนเมื่อเข้าเขตพื้นที่ 1 เพราะว่าตัวกระจายสัญญาณหรือจะให้บริการเฉพาะพื้นที่ที่เขาครอบคลุม ถ้ามีการเคลื่อนที่หรือว่าย้ายตัวพื้นที่เนี่ยมันก็จะไปเกาะตัวเสาสัญญาณใหม่ที่ให้พลังมากกว่าหรือว่ามีคลื่นที่ค่อนข้างแรงมากกว่าเพื่อให้บริการเคลื่อนเชื่อมต่อได้ทั่วถึงแล้วก็ไม่หลุดไม่มีค่ะ ลักษณะเดียวกันเหมือนตัว access point นะคะ การโรมมิ่งตัวสัญญาณระหว่างกันนั้นเอง มันก็เลยเป็นตัวมาตรฐาน 802.11 f นั่นเองนะคะ ค่าตัวมาตรฐาน 802.11 g นะคะ ก็ถูกพัฒนามาจาก a มาเป็น d แล้วก็ d มาเป็นที่มาตรฐาน เ นะคะ โดยเราจะใช้ความถี่ที่ 2.4 ghz 2.4 ghz ก็คือจะเป็นตัวมาตรฐานของ 802 จำได้เนาะ แล้วก็รับส่งข้อมูลนะคะ อยู่ที่ 54 mb เขากลับตัวมาตรฐาน 802.11 Aความถี่อยู่ที่ 24 เหมือนกับตัว ก็ส่งข้อมูลอยู่ที่ 2 จุดก็คือก็ปิดเปิดสิ โดยจะมีรัศมีการทำงานมากกว่า 802.11 A นะคะ แล้วก็สามารถร่วมกับ มาตรฐาน 802.11 B แล้วก็เป็น 802.1 1 a นั่นเอง คือพัฒนานำข้อดีของทั้ง 802.11 a แล้วก็ 802.11 B มาให้ใช้บริการแล้วก็สามารถสถานะการส่งข้อมูลที่เพิ่มขึ้นมากมาย พูดง่าย ๆ ตัวแรก ๆ น่าจะเป็นต้นแบบ ในการออกแบบและพัฒนาตัวอักษรเพิ่มมากขึ้นให้มันมีที่มันดีขึ้นนั่นเอง อากาศเราใช้คลื่นความถี่อยู่ที่ 2.4 มันจะเป็น 5 ghz ก็จะเป็นคลื่นความถี่สาธารณะก็คือสามารถใช้กับมาตรฐานตัวเก่าได้องศาเป็นความถี่นะ ก็คือจะมีคนเข้ามาใช้ค่อนข้างเยอะ มาใช้ตั้งเยอะ แต่สัญญาณรบกวนที่จะเกิดก็จะมีแน่นอนในการส่งข้อมูล ระหว่างมาตรฐาน 802.11 h อันนี้ก็จะเป็นคลื่นความถี่ที่ 5 ghz ก็จะเท่ากับตัว 802.11 h จุดส่วนมากคลื่นความถี่นี้จะถูกนำมาใช้กับประเทศทวีปยุโรป ก็คือบ้านเราไม่ได้ความถี่ 5 ghz ตัวนี้เข้ามาใช้งานนั่นเอง อันนี้บอกไว้ว่าเป็นตัวมาตรฐานที่เขานำมาใช้ ถัดมา 802.11 i ก็จะเป็นการรักษาความปลอดภัยของตัวระบบเครือข่าย เนื่องจากตัวระบบเครือข่ายไร้สายเนี่ย ค่อนข้างมีการใช้งานเนี่ย ค่อนข้างเยอะ สมาร์ทโฟนเดี๋ยวนี้เรามีทุกคนนะคะ เชื่อมต่อระบบเครือข่ายก็ง่ายมากนะคะ ไม่งั้นการเข้าฟังก์ชั่น รหัสที่เราถูกนำมาใช้ก็จะเป็นอยู่ที่ 6 4/5 128 ตรงนี้ซึ่งไม่เพียงพอ ต่อการใช้งานนะคะ การรักษาความปลอดภัยตัวนี้นะคะ ก็จะถูกตัวมาตรฐาน 802.11 i ตัวนี้นี่ เข้ามาควบคุมดูแล เนื่องจากมีการใช้งานมากขึ้นคนใช้งานมากขึ้นตัวมาตรฐานตัวนี้จะมีข้อกำหนดอะไรเพิ่มมาแล้วก็มีการเข้ารหัส 5:00 น ส่งข้อมูลไม่ว่าจะบิน BA นะคะ แล้วก็ kef นะคะ ตรงนี้เข้ามา ว่าตัวระบบที่เราใช้งานของตัวอุปกรณ์นะเนี่ย เราจะใช้ตัวระบบเข้ารหัสในรูปแบบไหน ดับบลิวพีเอน่าจะเคยได้ยินอยู่นะ ถ้าเคยได้เรียนไอ้ตัวเครือข่ายมาก่อน แปลว่าอาจารย์เป็นการทบทวนให้นะ ว่ามีการใช้งานแบบไหนบ้างนะคะ ถัดมา ตัวอักษรเราเยอะเหลือเกินมาถึงตัว k ของเราแล้ว 802.11 k ว่าจะเป็นระบบเครือข่ายไร้สายจัดการเกี่ยวกับคลื่นวิทยุ เราจะเลือกช่องสัญญาณ เราจะเลือกช่องสัญญาณอย่างไร การโรมมิ่งควบคุมกำลังส่ง เราจะมีวิธีการคิดนิดนึง ว่าช่องสัญญาณไหนที่มันเหมาะสมนะคะ การโรมมิ่งทำอย่างไร การหารัศมีการใช้งานของเครื่อง client ระยะห่างนะคะ เท่าไหร่ถึงจะเหมาะสมที่จะวางตัว client นะคะ ในการเชื่อมต่อในการรับส่งสัญญาณให้มันเหมาะสม กับตัวอุปกรณ์ที่มีแล้วก็ตัว client จำนวน client นั้นเองนะคะ ฟังไปเข้าคร่าว ๆ ก่อนเนาะ อันไหนที่คิดว่าใช้งานบ่อยเดี๋ยวจะจะอธิบายเพิ่มเติมเป็น 8 0 2.11 k ยังไม่หมดนะคะ 802.11 เนี่ยค่อนข้างเยอะ 802.1 x ตกไปตัวนึง ก็คือ 11 ก็เป็นระบบรักษาความปลอดภัยก่อนเข้าใช้งาน ระบบเครือข่ายบอกว่าต้องมีสิทธิ์ ตรวจสอบสิทธิ์ก่อน มาตรฐานปตทไม่ว่าจะเป็น LED ตัวย่อเยอะมากตัวนี้ พูดง่าย ๆ คือ ไปเช็คสิทธิ์ก่อน OT เข้ามาผ่านการเชื่อมต่ออุปกรณ์แบบไหนนะคะ ไปเช็คสิทธิ์ที่เรามี นี่ไงสามารถใช้งานได้ไหม นะคะ แล้วใช้งานได้ถึงขั้นหรือว่าระดับไหน เข้ามาดูแลความปลอดภัยของตัวไร้สายของเรา มี A B ตัดมาก็จะเป็นตัวนี้นะคะก็จะเป็นการพัฒนาจะเป็นความถี่การใช้ช่องสัญญาณที่ใช้ในการส่งระยะทางเยอะขึ้นกว่าเดิมลองย้อนกวน