--- title: (สำรอง3)งานวันคนพิการสากล ประจำปี 2565 ในระหว่างวันที่ 1-2 ธันวาคม 2565 เวลา 08:00 - 12:00 น. ภาคเช้า ณ ศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ ณ อาคารรัฐประศาสนภักดี (อาคาร B) subtitle: date: วันพฤหัสบดีที่ 1 ธันวาคม 2565 เวลา 09.19 น. --- (ข้อความสดจากระบบถอดความเสียงพูดทางไกล) [เสียงดนตรี]Ր [เสียงดนตรี]Րงานวันคนพิการสากล ประจำปี 2565 (คุณสิราสมินธิ์) สวัสดีค่ะ ขอต้อนรับแขกผู้มีเกียรติทุกท่าน เข้าสู่งานวันคนพิการสากล ประจำพุทธศักราช 2565 เราจะเข้าสู่สำหรับการจัดงานอย่างเป็นทางการ ดังนั้น ขอเรียนเชิญทุก ๆ ท่านค่ะ นั่งบริเวณด้านหน้าของเรา ไม่ว่าจะเป็น2 3 4 5 จนไปถึงด้านท้ายแถวของเรานะคะ ยังมีการจัดเตรียมเก้าอี้ว่างในทุก ๆ ตำแหน่ง สำหรับท่านแขกผู้มีเกียรติทุก ๆ ท่านค่ะ ต้อนรับเข้าสู่การจัดงานของเรา ในวันคนพิการสากล ประจำปีพุทธศักราช 2565 อีกสักครู่เดียวค่ะ ขอเรียนเชิญค่ะ [เสียงดนตรี] Րงานวันคนพิการสากล ประจำปี 2565 (คุณสิราสมินธิ์) อีกสักครู่เราจะเริ่มต้นเข้าสู่ งานวันคนพิการสากล ประจำปี 2565 ณ ขณะนี้ ท่านผู้บริหารกำลังเดินทางมาถึงในพิธีเรียบร้อยแล้วนะคะ ขอเรียนเชิญแขกผู้เกียรติทุก ๆ ท่านที่อยู่ในจุดต่าง ๆ ที่จะเข้าร่วมงาน เรียนเชิญเดินทางมาร่วมงานกันได้ พร้อมกับนั่งบริเวณประจำจุด เก้าอี้สีขาว ที่เราได้จัดเตรียมไว้ให้Րได้เลยค่ะ ณ ขณะนี้ ขอบคุณค่ะ [เสียงดนตรี] (คุณสิราสมินธิ์) กราบสวัสดีค่ะ ท่านอนุกนายอนุกูล ปีดแก้ว ปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ท่านสราญภัทร อนุมัติราชกิจ อธิบดีกรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ ท่านผู้บริหาร ท่านสื่อมวลชน และความมั่นคงของมนุษย์ ท่านสราญภัทร อนุมัติราชกิจ อธิบดีกรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ ท่านผู้บริหาร ท่านสื่อมวลชน และท่านแขกผู้มีเกียรติทุกท่านคะ ขอต้อนรับทุก ๆ ท่านค่ะ เข้าสู่งานวันคนพิการสากลประจำปี พุทธศักราช 2565 ในครั้งนี้ ซึ่งจัดขึ้นในระหว่างวันที่ 1-2 ธันวาคม 2565 ณ อาคารรัฐประศาสนภักดีซึ่งในปีนี้ค่ะ ทางด้านกระทรวงการพัฒนา โดยกรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ ร่วมกับทางแห่งประเทศไทย และภาคีเครือข่าย ได้ร่วมกันนะคะ ในการจัดงานวันคนพิการสากล เพื่อปฏิรูป พลังนวัตกรรมสู่โลกที่เข้าถึงได้และเป็นธรรมด้วยนั่นเองค่ะ ซึ่งการจัดงานในครั้งนี้ก็ได้รับความร่วมมือนะคะ จากหลากลายภาคีเครือข่าย ที่เข้ามาร่วมงาน กันอย่างคับคั่งกันเลยทีเดียวล่ะค่ะ และแน่นอนว่ารายละเอียดของงานครั้งจะจะเป็นอย่างไรนั้น ขอเรียนเชิญทุกท่านค่ะ ได้พบกับท่านสราญภัทร อนุมัติราชกิจ อธิบดีกรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ ในเกียรติกล่าวรายงานมาในโอกาสนี้ ขอเสียงปรบมือต้อนรับท่านด้วยค่ะ (คุณสราญภัทร) เรียน ท่านปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ท่านอนุกูล ปีดแก้ว ดิฉัน ในนามของสามาคมแห่งประเทศไทย และกรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ท่านปลัดกระทรวงเป็นอย่างสูง ที่ท่านกรุณาให้เกียรติมารับฟัง สมัชชาเครือข่ายครั้งที่ 2 ประจำปี 2565 ถึง 2567 ในปีนี้นะคะ ในวันนี้นะคะ ซึ่งกิจกรรมนี้เป็นหนึ่งในกิจกรรม ที่ทางกระทรวงร่วมกับสมาคมคนพิการทุกประเภทแห่งประเทศไทย ได้จัดขึ้น ในงานวันคนพิการประจำปี 2565 ซึ่งจะจัดในวันนี้ และในวันพรุ่งนี้ ซึ่งนายกรัฐมนตรีจะมาเป็นประธาน สำหรับการจัดงานในวันนี้จะเป็นการแลกเปลี่ยนความคิดเห็น การรับฟังคนพิการระดับชาติ ซึ่งกรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการได้ให้ความสำคัญในการมีส่วนร่วมของคนพิการ เราได้มรการรับฟังจำนวน 4 ครั้ง จากตัวแทนหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาสังคม เครือข่ายองค์กรคนพิการที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งสิ้น 803 คน ทั่วประเทศ โดยมีการกำหนดประเด็นข้อเสนอเชิงนโยบายในการจัดสมัชชาเครือข่ายฯ จำนวน 8 ประเด็น คือ ประเด็นที่ 1 การเข้าถึงสิทธิ สวัสดิการและใช้ประโยชน์จากสิ่งอำนวยความสะดวก สำหรับคนพิการ ประเด็นที่ 2 เรื่องของการพัฒนาและเชื่อมโยงระบบฐานข้อมูลด้านคนพิการ หรือ Big Data ประเด็นที่ 3 ในเรื่องของการพัฒนามาตรการคุ้มครองแรงงานคนพิการและส่งเสริมการทำงาน และอาชีพอิสระสำหรับคนพิการ ประเด็นที่ 4 ยกระดับบทบาทหน้าที่ศูนย์บริการคนพิการระดับจังหวัด และทั่วไป ประเด็นที่ 5 เป็นการสร้างเจตคติที่ดีของสังคมที่มีต่อคนพิการ ประเด็นที่ 6 การเข้าถึงระบบการศึกษาของคนพิการ ประเด็นที่ 7 การเข้าถึงระบบการรักษาพยาบาลและการฟื้นฟูสมรรถภาพคนพิการ และในประเด็นสุดท้าย ประเด็นที่ 8 การคุ้มครองและพิทักษ์สิทธิคนพิการซึ่งถูกกระทำความรุนแรงและคดีทางเพศ โดยจากการรับฟังประเด็นที่ได้รับความสำคัญเป็นอันดับหนึ่ง ก็คือ การเข้าถึงและใช้ประโยชน์จากสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับคนพิการ รองลงมาเป็นอันดับ 2 ได้แก่ ประเด็นเรื่องของการพัฒนามาตรการคุ้มครองแรงงานคนพิการและส่งเสริมการทำงานและอาชีพอิสระสำหรับคนพิการ รองลงมาเป็นอันดับสาม คือ การพัฒนาและเชื่อมโยงระบบฐานข้อมูลด้านคนพิการ สิ่งเหล่านี้เป็นการสะท้อนให้เห็นถึงความต้องการที่แท้จริงของคนพิการ ซึ่งกรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ จะได้มีการนำข้อคิดเห็นเหล่านี้ไปผนวกรวมในแผนปฏิบัติการด้านการพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการแห่งชาติ ฉบับที่ 6 พ.ศ. 2566-2570 ซึ่งเป็นการแสดงถึงการมีส่วนร่วมของคนพิการอย่างแท้จริง และในวันนี้จะเป็นการรับฟังและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นของทุกภาคส่วนในประเด็นสมัชชาเครือข่ายคนพิการระดับชาติ ซึ่งมีผู้เข้าร่วมประกอบด้วยภาคีเครือข่ายทั้งภาครัฐ ภาคประชาสังคม ครอบครัว และผู้ดูแลคนพิการจำนวน 1,500 คน โดยมีท่านอาจารย์ ปัณรส มาลากุล ณ อยุธยา นะคะ มาเป็นวิทยากรในวันนี้ด้วย และในวันนี้นะคะ ก็ขอกราบขอบพระคุณท่านปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ อีกครั้ง ที่จะมากล่าวนำ ของกระทรวง กับการส่งเสริมการมีส่วนรวมของคนพิการไทยกราบขอบพระคุณท่านแขกผู้มีเกียรติ ไม่ว่าจะเป็นท่านวิริยะ ท่าน สว. มนเฑียร บุญตัน ความมั่นคงของมนุษย์ทุกจังหวัด และผู้พิการที่สนใจทุกท่านนะคะ และทุกระดับที่ได้ให้เกียรติมาร่วมงานในวันนี้ด้วย ขอกราบขอบคุณและขอเรียนเชิญท่านปลัดกระทรวง ได้ให้เกียรติมากล่าวนำถึงบทบาทการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ การมีส่วนร่วมของคนพิการไทย (คุณสิราสมินธิ์) ดิฉันขอเรียนเชิญท่านอนุกูล ปีดแก้ว ปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ได้มากล่าวนำในงานครั้งนี้ค่ะ ขอเรียนเชิญค่ะ [เสียงดนตรี] (คุณอนุกูล) กราบเรียนท่านอธิบดีส่งเสริม และพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ ท่านสราญภัทร อนุมัติราชกิจ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ปัณรส มาลากุล ณ อยุธยา ที่ปรึกษาโครงการสมัชชาเครือข่ายคนพิการระดับชาติ ครั้งที่ 2 ท่านอาจารย์มนเฑียร บุญตัน สมาชิกวุฒิสภา ท่านศาสตราจารย์ กรรมการกิตติมศักดิ์คนพิการ นายกสมาคมเครือข่ายคนพิการผู้บริหารกระทรวง พม. ท่าน ภมจ หลายจังหวัด แขกผู้มีเกียรติทุกท่าน สื่อมวลชน วันนี้ต้องขอบคุณนะครับ ที่เครือข่ายคนพิการ กรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ ได้จัดงานในวันนี้และพรุ่งนี้เป็นวันสำคัญที่เป็นวันแห่งเกียรติยศประจำปีของคนพิการอีกวาระ ในรอบปีหนึ่ง ในบทบาทของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ก็เป็นความภาคภูมิใจ ไปกับงานของคนพิการในภาพรวม ซึ่งมีภารกิจไปเชื่อมโยงกับการขับเคลื่อนคนทุกช่วงวัย ไปสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ของกระทรวง ซึ่งกำหนดขึ้น ประชาชนเข้าถึงโอกาสและการคุ้มครองทางสังคม มีความมั่นคงในชีวิต มีประเด็นยุทธศาสตร์ขับเคลื่อนใน 4 ด้าน ซึ่งผมคิดว่าจะสอดรับกับการขับเคลื่อนงานของคนพิการที่ท่านอธิบดีกรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ ได้กล่าวแต่ต้น ประเด็นแรก เป็นเรื่องของการเสริมสร้างศักยภาพคนและความเข้มแข็งของสถาบันครอบครัวในประเด็นยุทธศาสตร์ที่ 2 เป็นเรื่องของการคุ้มครองทางสังคม อย่างเท่าเทียม ประเด็นที่ 3 เป็นเรื่องของการเป็นหุ้นส่วนอย่างยั่งยืนนะครับ เป็นหุ้นส่วนการพัฒนาอย่างยั่งยืน และประเด็นที่ 4 ผมคิดว่า ก็ประเด็นสำคัญ ในการขับเคลื่อนองค์กร ว่าด้วยเรื่องธรรมาภิบาลและเทคโนโลยี การขับเคลื่อนงานของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ก็มีกลไกที่จะเชื่อมร้อยไปในระดับพื้นที่ ที่อยากจะให้พี่น้องเครือข่ายคนพิการ สมาคมต่าง ๆ ได้เชื่อมโยงการทำงานทุกช่วงวัยร่วมกัน เรามีเรื่องของศูนย์ช่วยเหลือสังคม ที่อยู่ในระดับตำบลต้องการให้เป็นศูนย์ทุกช่วงวัย ร่วมดูแลสังคม ร่วมกัน นั่นหมายความว่าต้องมีความสะดวกและการเข้าถึงของคนพิการเป็นสำคัญอยู่ด้วย เรื่องของอาสาสมัคร ที่เรามีอาสาสมัครทั่วประเทศประมาณ 3 แสนคนเศษ ในนั้นก็มีอาสาสมัครที่ดูแลพี่น้องคนพิการ เรื่องของสภาเด็กและเยาวชน นี่ก็เป็นช่วงวัยต้น ที่ต้องเข้ามาดูแลสังคม ในอนาคตจำเป็นต้องเข้ามามีส่วนร่วมรับรู้การทำงานในสังคมร่วมกัน นี่ก็เป็นเครือข่ายในการดูแล และร่วมมือกับคนพิการเช่นเดียวกัน นอกจากนี้เรามีกลไก ที่เป็นหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง กระทรวงคาดหวังว่าทุกโหมดการทำงานที่เกี่ยวข้องกับกลุ่มเป้าหมาย ทุกช่วงวัย จะต้องเข้าใจ จะต้องเปิดพื้นที่ให้คนพิการได้เข้าถึงต้องยอมรับว่าการพัฒนาคุณภาพชีวิตหรือว่าการยกระดับคุณภาพชีวิตคนพิการในห้วงเวลา หลายปีที่ผ่านมา ประเทศไทยก็มีความก้าวหน้าในระดับต้น ๆ ของเอเชีย และผมคิดว่าความท้าทายของงานคนพิการ ในระดับพื้นที่ก็ยังคงมีอยู่ อันนี้เป็นข้อจำกัดเสมอเหมือนกันทั่วโลก เพราะยังคงเป็นการเข้าถึงสิทธิ์ โอกาส ต้องการให้สังคม เข้าใจ ให้โอกาสเพื่อคนพิการได้แสดงศักยภาพผมคิดว่าคนพิการไม่ได้ต้องการความช่วยเหลืออื่นใดเลย นอกจากโอกาสจากคนในสังคม แค่เพียงเข้าใจ คนพิการก็สามารถแสดงศักยภาพ ผมก็เชื่อว่าทุกคนที่อยู่ใน ห้องประชุมแห่งนี้ เป็นคนที่เข้าใจคนพิการอย่างไรก็ตามเรายังมีภาคีเครือข่ายที่อาจจะยังไม่เข้าใจ การเปิดพื้นที่ให้คนพิการเขาจัดการตนเอง จัดการครอบครัว ชุมชน ในบริบทของความเข้าใจความพิการ เพราะฉะนั้น ก็น่าจะเป็นบทบาทสำคัญในโอกาสต่อ ๆ ไปของท่านทั้งหลายที่จะต้องเปิดพื้นที่ความเข้าใจสำหรับคนพิการ อย่างไรก็ตาม ผมก็เชื่อมั่นว่าประเด็นที่ 2 ที่ท่านอธิบดีกรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการได้กล่าวถึง ก็คือเรื่องการเข้าถึงโอกาสการจ้างงานของคนพิการ นี่เป็น 2 เรื่องแรกที่ข้อมูลสมัชชาคนพิการ ได้พูดถึงไว้ ว่าเป็นเรื่องสำคัญ เพราะการจ้างงานคนพิการ เป็นการเพิ่มโอกาสการแข่งขันในการพัฒนาประเทศต้องยอมรับนะครับ ว่าผลิตภาพทางแรงงานไม่พอสำหรับแรงงานปกติ ต้องมามองที่เป็นแรงงานที่เป็นสังคมสูงวัย ผู้สูงอายุ คนพิการ ซึ่งมีศักยภาพในเรื่องแรงงานเป็นอย่างยิ่ง ต้องชื่นชมคนพิการนะครับ ที่ยืนหยัด กล้าหาญ จนเป็นที่ยอมรับและสร้างแรงบันดาลใจให้กับคนในสังคม และท่านทั้งหลายได้ติดตามในสื่อทั้งหลาย จะเห็นว่าคนพิการได้สร้างแรงบันดาลใจให้คนเป็นปกติได้เป็นอย่างดียิ่ง ต้องชื่นชมคนที่เคียงข้างคนพิการ ผู้ดูแลคนพิการ ครอบครัวคนพิการ คนที่เข้าใจคนพิการ นี่ก็อีกกลุ่มสำคัญ ที่ควรจะได้รับคำชื่นชม ก็อย่างที่ผมกราบเรียนครับ อย่างไรก็ตามก็ยังมีความท้าทาย ที่จะให้คนพิการได้มีโอกาสซึ่งตาามข้อเสนอที่อธิบชีวคนที่ได้จัดทำขึ้นมานะคะที่วันนี้ได้มาร่วมยการ โดย รัฐเดียวนี่ ท่านจะเห็นมีขีดสีเหลือง ๆ นี่ นิดเดียวนะครับ ภาครัฐจะมีบทบาทน้อยลง แต่ใช้พลังทางสังคม พลังชุมชน ซึ่งมีอยู่มหาศาลนะครับ แล้วถ้าพลังชุมชน ตื่นขึ้นมา มีการเอ็มพาวเวอร์ ตื่นขึ้นมานี่ มันจะทำให้การขับเคลื่อนประเด็นสมัชชาฯ คนพิการนี่มันเกิดผล มันก้าวหน้า มันกว้างขวางไปได้มากกว่าเดิมเยอะเลยนะครับ เพราะฉะนั้น ก็จะเป็นหลักคิดที่ 2 นะครับ ถัดมาก็จะเป็นหลักคิดที่ 3 นะครับ อย่างไรก็ตามนี่ ในหลักคิดที่ 3 นี่ครับ ที่สำคัญ คือ เราคงต้องยึดยุทธศาสตร์นะครับ ของแผนพัฒนาคนพิการของเรานะครับ แผนชาติ คือยึดเรื่อง Equal เป็นสำคัญใช่ไหมครับ ครับ ไม่อย่างนั้น กรมจะไม่สามารถจัดสรรค์งบประมาณได้ เพราะมันจะออกมานอกยุทธศาสตร์มันก็ทำไม่ได้ ซึ่งในภาคนี้ครับ อาจจะดูยากนิดหนึ่งนะ แต่ถ้าท่านลองนึกถึงประเด็นแรกของเรา ที่เราจะขับเคลื่อนเรื่อง Big Data นะครับ ที่เมื่อกี้เป็นหลักคิดที่ 1 นี่ เรื่อง Big Data นี่ มันก็จะไปสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ของคนพิการนะครับ ซึ่งแต่ก่อนนี้ยุทธศาสตร์นี้เขามีตัว D E P ใช่ไหมครับ D คือ Development นะครับ การพัฒนา E คือ Empowerment Empowerment คือ การเสริมพลัง สร้างพลัง แล้ว P คือ Participation คือ การมีส่วนร่วม ถ้าในรุ่นใหม่ ถ้ายุทธศาสตร์รอบใหม่ของกรมฯ ก็เปลี่ยนเป็น DEP กำลัง 2 แล้ว ตัว D ไม่ได้มีแต่ Development นะครับ แต่ต้องมีเรื่อง Digital และ Data นะครับ อันนี้ก็จะสอดคล้องกันกับประเด็นที่เป็นหลักคิดสำหรับประเด็นขับเคลื่อนสมัชชาฯ ในรอบใหม่นี้นะครับ E เขาก็มี 2 E นะครับ ก็คือ Emppowerment กับ E Excellence นะครับ ถ้าเรามีฐานข้อมูลดี ๆ มีระบบข้อมูลดี ๆ นี่ เราจะมีข้อมูลเพื่อจะดูได้ว่า ที่จังหวัดไหน พื้นที่ไหน องค์กรไหนทำได้ดี เป็น Best Practices นะครับ เหมาะที่จะแชร์แบ่งปันต่อไปให้พื้นที่อื่น ๆ นี่ นะครับ ถ้ายกตัวอย่าง อาจจะโบราณนิดหนึ่งนะ สมัยก่อน ลำสนธิที่ลพบุรีนะครับ ทำขึ้นมาเป็น Best Practices การดูแลผู้ป่วยติดเตียงอยู่ตามบ้านนี่นะครับ ถ้าเรามีข้อมูลตรงนี้ เราขยายผลตรงนี้ต่อไปนี่ ทำให้การขับเคลื่อนประเด็นนี่ มันเป็นได้อย่างกว้างขวางและรวดเร็ว และมีพลังความรู้อยู่ในนั้นมากขึ้น ดังนั้น ประเด็นขับเคลื่อนสำหรับสมัชชาคนพิการรอบใหม่นี่นะครับ ทางทีมวิจัยได้นำเสนอว่าทางกรมฯ นะครับ และทางสมัชชานี่ ถ้าโฟกัสที่เรื่องดิจิทัล ที่เรื่อง Big Data ให้ได้นี่ ก็เชื่อว่าเราจะทำให้มันเกิดผลสำเร็จ ได้มากขึ้น ทีนี้ดิจิทัล หรือ Big Data นี่นะครับ มันไม่ได้กำจัดอยู่เฉพาะประเด็นที่ 2 ที่ 3 อะไรอยู่เรื่องเดียว แต่ประเด็นเรื่อง Dagital Big Data มันอาจจะช่วยในเรื่องของการสร้างการเข้าถึงก็ได้ เรื่องของการคุ้มครองแรงงานก็ได้ มันช่วยในด้านอื่น ๆ ได้นะครับ ถ้าเรามี Big Data ตรงนี้ครับ ก็จะขอไปในส่วนต่อไป ก็คือแล้วสมัชชาฯ ครั้งที่ 2 นี่ ที่เรากำลังจะมาฟัง มาคุยกันในวันนี้นะครับ มันได้มาอย่างไร แล้วมันมีประเด็นเป็นมาอะไรบ้างนะครับ เพื่อที่จะให้ท่านได้เห็นภาพเป็นตุ๊กตาที่ชัดเจนขึ้นนะครับ ก็ขออนุญาตนำเรียนความเป็นมานิดหนึ่งนะครับ สำหรับสมัชชาครั้งที่ 2 นี่ มันมาจากการประชุมรับฟังความคิดเห็นนะครับ ซึ่งส่วนใหญ่ก็จะเป็นทางออนไลน์นะครับ เพราะว่าก็เป็นช่วง COVID นะครับ เพราะว่าก็เป็นช่วง COVID แล้วก็การเดินทางต่าง ๆ ก็จะลำบาก ทั้งหมด 1 2 3 4 5 6 ครั้ง นะครับ 6 รอบ ทั่วทุกภูมิภาค แล้วก็มาอีก 2 ขยักนะครับ ก็เรียกว่าเป็นการรับฟัง ผู้ที่สนใจและก็ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องจริง ๆ แล้วก็จากการรับฟังนี่ครับ ขอสไลด์ต่อไปด้วยครับ ทำให้เราได้ประเด็นเพิ่มขึ้น จากเดิมมี 5 ประเด็น ประเด็นเดิมทางซ้ายนะครับ ที่เป็นสีชมพู ชมพูนี่นะครับ ก็จะมีเพิ่มมาอีก 3 ประเด็นนะครับ ก็คือเรื่องของการเข้าถึงระบบการศึกษาของคนพิการ การเข้าถึงของระบบการรักษาพยาบาล การคุ้มครองและพิทักษ์สิทธิคนพิการที่ถูกกระทำความรุนแรงและคดีทางเพศนะครับ ก็จะได้ประเด็นเพิ่มขึ้นมานะครับ แต่ว่าเมื่อต้องการ scope ประเด็นให้มันชัดเจนขึ้นนะครับ ก็มีการรับฟังความคิดเห็นโดยการลงคะแนน เพื่อนจะ scope ให้เหลือ 5 ประเด็นนะครับ เพราะฉะนั้น ก็ที่คะแนนอาจจะน้อยตกลงไป ลดความสำคัญลงไปเพราะทำได้ดีแล้วบ้าง หรือความสำคัญความเร่งด่วนอาจจะไม่ชัดบ้าง อาจจะมีการนำประเด็น เหล่านี้เข้ามานี่นะครับ ลงท้าย ก็ถ้า จะสรุปให้เหลือ 5 ประเด็นนี่ ประเด็นการขับเคลื่อนสำหรับสมัชชาคนพิการในรอบนี้นะครับ ข้อที่ 1 ยังเป็นเรื่องของการเข้าถึงนะครับ ก็เป็นเรื่องของ Accessibility ข้อที่ 2 นะครับ เลื่อนขึ้นมาก็จะเป็นเรื่องการพัฒนามาตรการพัฒนาและส่งเสริมการทำงานและอาชีพอิสระ สำหรับคนพิการ ประเด็นที่ 3 จะเป็นเรื่องของการพัฒนาและเชื่อมโยงฐานข้อมูลคนพิการหรือว่า Big Data นะครับ แล้วก็ 4 การเข้าถึงระบบรักษาพยาบาล และการฟื้นฟูสมรรถภาพคนพิการนะครับ อันนี้ก็จะถูกยกมาเป็นประเด็นที่ 4 และประเด็นที่ 5 คือการเข้าถึงระบบการศึกษาของคนพิการนะครับ ซึ่งตรงนี้ท่านจะสังเกตว่า เรื่อง Digital เรื่อง Big Data นี่ มันอยู่ในประเด็นที่ 3 นะครับ แต่อยากจะนำเรียนว่าจริง ๆ แล้วเรื่อง Big data เรื่อง Digital นี่ มันจะไปแทรกเป็นยาดำอยู่ในประเด็นอื่น ๆ ด้วยนะครับ เพราะมันจะต้องมี Big data กับการเข้าถึงการใช้ประโยชน์จากสิ่งอำนวยความสะดวก มันต้องมี Big data เกี่ยวกับมาตรการคุ้มครองกรมแรงงานคนพิการ มันต้องมีมาตรการ มี Big data ที่เกี่ยวกับเรื่องของการรักษาพยาบาลใช่ไหมครับ เดี๋ยวนี้มี Health link มีอะไรต่ออะไร เดี๋ยวนี้มีการเข้าถึงคนพิการ ตรงนี้ก็ต้องมี Big Data มารองรับด้วย เพราะฉะนั้น ตรงนี้ถึงได้เน้นว่าเรื่อง Big Data น่าจะเป็นธีมหลักในการขับเคลื่อน 5 ประเด็นเหล่านี้ครับ ให้มันเกิดผลนะครับ ฉะนั้น ก็ขอเขยิบมาแล้วนะครับ อันนี้คือหน้าจอนะครับ เพราะฉะนั้นตรงนี้นะครับ ก็คือคนพิการนะครับ น่าจะต้องมี Big Data เข้ามารองรับนะครับ ทีนี้ขอสไลด์ถัดมาด้วยครับ ทีนี้ เพราะฉะนั้นในข้อเสนอเชิงนโยบาย ที่บอกว่าเราจะเอา Big Data เข้ามาเป็นฐานรองรับนี่ ในแต่ละประเด็นขับเคลื่อนนี่ เราจะขับเคลื่อนกันอย่างไรบ้างนะครับ เราจะขับเคลื่อนกันอย่างไรบ้าง ประเด็นที่ 1 ในสมัชชาฯ รอบที่ 2 นี่ เรื่องอันดับ 1 คือ การเข้าถึงและอำนวยใช้ประโยชน์ ซึ่ง Big Data ที่จะเข้ามาช่วยตรงนี้นะครับ เราก็อยกาเห็นกรม พก. นี่นะครับ ร่วมมือกับองค์กรอื่น ๆ นี่นะครับ อย่างน้อยมีฐานข้อมูลเกี่ยวกับคนพิการ ตัวแทนคนพิการที่มีความเชี่ยวชาญเกี่ยวกับการออกแบบ Universal Design อย่างน้อย จังหวัดละ 10 คนนะครับ ใครต้องการออกแบบปรับปรุงอะไรตรงไหน ก็จะสามารถที่จะไปหาข้อมูลได้ว่าคนเหล่านี้อยู่ที่ไหนอย่างไรบ้างนะครับ แล้วก็อยากให้มีการรวบรวมผู้เชี่ยวชาญด้านการออกแบบ แล้วก็จะมีล่ามภาษามือด้วยนะครับ ถ้าเรามีฐานข้อมูล มีระบบข้อมูลตรงนี้ก็จะดี นอกจากนี้ก็จะมีฐานข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องผู้ช่วยคนพิการแล้วก็สถานที่ต่าง ๆ ว่าที่ไหนมีสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับคนพิการประเภทไหนบ้างนะครับ ฉะนั้น ตรงนี้ก็จะเป็นประเด็นเชิงนโยบายในข้อเสนอแนะแล้วก็ทางทีมวิจัยนะครับ ก็ได้เสนอตัวชี้วัดความสำเร็จไว้ให้ด้วยนะครับ ขอสไลด์ถัดมานะครับ เพราะฉะนั้น ในเรื่องของการส่งเสริมมาร่วมตรวจสอบ ให้คนพิการนี่มาร่วมตรวจสอบร่วมออกแบบการใช้งานระบบอำนวยความสะดวก UD ทั้งหลายนี่นะครับ ก็ทุกจังหวัดนี่ จะต้องมีตัวแทนคนพิการที่มีความเชี่ยวชาญเกี่ยวกับเพื่อคนทั้งมวลนี่ไม่น้อยกว่า 5 คนนะ แล้วก็มีชื่อ มีอะไรเผยแพร่บนเว็บไซต์ด้วย นะครับ หรือว่าอย่างเช่นการเข้าถึงบริการล่ามภาษามือนี่ได้อย่างมีประสิทธิภาพนี่นะครับ ก็อยากจะให้มีข้อมูล ฐานข้อมูลขล่ามภาษามือของทุกจังหวัด ที่เป็นปัจจุบันของทุกเว็บไซต์ แล้วอาจจะมีแอปพลิเคชันสำหรับจองล่ามภาษามือได้นะครับ อันนี้ก็มันก็จะช่วยให้การเข้าถึงนี่เป็นไปได้ดีขึ้นนะครับ ขอสไลด์ถัดไปแล้วกันนะครับ เดี๋ยวจะได้มีเวลารับฟังความคิดเห็นมาก ๆ นะครับ ประเด็นขับเคลื่อนอันดับที่ 2 นะครับ เรื่อง การพัฒนามาตรการคุ้มครองแรงงานคนพิการและส่งเสริมการทำงานและอาชีพอิสระของคนพิการ ในประเด็นนี้นี่ เราก็ถ้ามาดูในเรื่องของการขับเคลื่อนนี่ เราก็อยากให้มีการขับเคลื่อนนะครับ ในการรวบรวมข้อมูล จัดทำฐานข้อมูล แล้วก็เผยแพร่บนเว็บไซต์นี่ อย่างเช่น ข้อมูลคนพิการที่ต้องการประกอบอาชีพในแต่ละจังหวัดนี่ นะครับ คนพิการใครอยากทำงานอะไรบ้าง นะครับ ข้อมูลสถานประกอบการที่ต้องการรับคนพิการเข้ามาทำงานในแต่ละจังหวัดนะครับ ตรงนี้ก็อาจจะร่วมกับกระทรวงแรงงาน กรมจัดหางานต่าง ๆ เพื่อข้อมูลด้านดีมานและ Supply มาเจอกันนะครับ มีข้อมูล Job coach ของแต่ละจังหวัดด้วยนะครับ เพรราะว่าการที่คนพิการ มันอาจจะต้องมี Coach อยู่นะครับ จะทำให้คนพิการหางานทำได้ดีขึ้นนะครับ รวมถึงข้อมูลแหล่งทุนต่าง ๆ นะครับ แล้วก็ข้อ 2 นี่ ก็อยากจะเห็นกองทุนส่งเสริมคุณภาพชีวิตคนพิการนี่ สนับสนุนให้หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาสังคม จัดทำสื่อวิดีโอที่จะเผยแพร่ให้ผู้จ้างงานนะครับ หรือว่าคนพิการที่เข้าทำงานได้สะท้อนเกี่ยวกับการทำงานของคนพิการนะครับ เพราะคนพิการทำงานหลาย ๆ อย่างได้ดีกว่าคนปกตินะครับ หรือบางอย่างก็ใกล้เคียงไม่ต่างกันนะครับ ซึ่งตรงนี้ก็อยากให้มีสื่อเยอะ ๆ ซึ่งในข้อเสนอนโยบายแบบนี้เราก็มตัวชี้วัดความสำเร็จ ของมาตรการต่าง ๆ นะครับ ขอสไลด์ถัดมาด้วยนะครับ ฉะนั้น เรื่องการส่งเสริมการประกอบอาชีพคนพิการนี่ เมื่อกี้ก็พูดถึงแล้ว ฐานข้อมูลความต้องการการมีงานทำกับฐานข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องของการเปิดตำแหน่งเพื่อรับจ้างงาน หรือฐานข้อมูล Job ต่าง ๆ นะครับ หรือการเรื่อง Digital ก็อาจจะมีการทำสื่อวิดีโอนะครับ รวมถึงสร้างให้เป็นเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้เกี่ยวกับเรื่องคนพิการ หรือการไปทำงานของคนพิการต่าง ๆ นะครับ ตรงนี้ก็จะช่วยความตระหนักรู้มากขึ้นนะครับ ขอขยับไปประเด็นถัดมาเลยครับ สำหรับประเด็นอันดับที่ 3 นะครับ ก็จะเป็นเรื่องของการพัฒนาและเชื่อมโยงระบบฐานข้อมูลด้านคนพิการนะครับ ความจริงจะเรียก "Big Data" นี่ ทางวิชาการไม่ใช่ มันน่าจะเป็นเรื่อง data network มากกว่า นะครับ ก็คือให้กรมนี่นะครับ ร่วมกับองค์กรของคนพิการ หรือองค์กรเพื่อคนพิการนี่เชื่อมโยงข้อมูลต่าง ๆ นี่เข้าด้วยกัน เหมือนว่าเรามีโต๊ะกลาง ที่ทุกคนสามารถที่ทุกคนจะเข้าถึงข้อมูลตรงนี้นะครับ อย่างเช่น ข้อมูลสภาคนพิการ ทุกประเภท ชมรมต่าง ๆ นะครับ ข้อมูลมูลนิธิ สมาคมในแต่ละจังหวัด ข้อมูลสรุปผลการสรุปข้อมูลคนพิการในรายปี ในแต่ละจังหวัด ซึ่งมันต้องอัปเดตนะครับ แล้วก็ข้อมูลงานวิจัยเกี่ยวกับคนพิการแบบนี้มันน่าจะมีถังข้อมูลกลาง หรือโต๊ะข้อมูลกลางที่ทุกคนจะเข้ามาร่วมแชร์ ร่วมใช้นะครับ แล้วก็อยากจะเห็นกรมฯ นี่ครับ จัดทำเว็บไซต์ของศูนย์บริการคนพิการจังหวัดต่าง ๆ นี่ ให้เป็นปัจจุบัน แล้วก็เหมือนกับเป็นหน้าต่างที่จะเผยแพร่ข้อมูลต่าง ๆ ให้กับคนพิการด้วยนะครับ ขอขยับไปสไลด์ตัวชี้วัดเลยครับ ฉะนั้น ตรงนี้ก็จะมีตัวชี้วัดนะครับ อย่างเช่น ข้อมูลอะไรบ้าง ที่จะต้องเอาขึ้นจอ เอาขึ้นอัปเดตนะครับ ข้อมูลแกนนำนะครับ และประเภทของแต่ละจังหวัดที่เผยแพร่บนเว็บไซต์นะครับ เพราะฉะนั้น ตรงนี้ก็จะเช็กได้นะครับ มันมีข้อมูลเหล่านี้โผล่ขึ้นมาหรือเปล่า ภายในปี 2567 นะครับ ซึ่งต้องมาช่วยกันด้วยนะครับ ไม่ใช่ให้กรมฯ ทำอยู่คนเดียวนะครับ ถ้ากรมฯ ทำอยู่คนเดียวก็คงจะได้ไม่ถึงครั้งของโจทย์ทั้งหลายแหล่ เพราะฉะนั้น ใครมีศักยภาพตรงไหน ก็ช่วยกันนะครับ เพระาฉะนั้นอย่างเช่น ผมเคยไป... ผมเคยดูแลหลักสูตรของสถาบันพระปกเกล้านี่ ก็จะมีงานกลุ่มของสถาบันพระปกเกล้านี่ ช่วยกันพัฒนา Chat Bot ชื่อน้องปันกัน เพื่อที่จะทำให้การบริจาคช่วยเหลือคนพิการตามศูนย์พัฒนาหรือศูนย์บริการต่าง ๆ นี่ มันมีความทั่วถึงมากขึ้น เพราะฉะนั้น เราจะเลี้ยงงานวันเกิด คนกรุงเทพฯ ก็จะเลี้ยงแต่ศูนย์ที่กรุงเทพฯ นะ ในต่างจังหวัดนี้อาจจะไม่ได้ของบริจาค อาจจะไม่ได้แพมเพิสได้อะไรแบบนี้ แอปฯ ตรงนี้ก็จะทำให้เกิดการเชื่อมโยงกันเกิดขึ้น เพราะฉะนั้น ผมอยู่กรุงเทพฯ ผมอยากเลี้ยงอาหารคนพิการที่กรุงเทพฯ ทุกบ้านเต็มหมดแล้ว อาจจะไปกดไปที่จังหวัดสกลนคร นครพนม อะไรก็ได้นะครับ แล้วก็สั่งซื้ออาหารไปเลี้ยงคนพิการที่นั่นก็ได้ ตรงนี้ก็จะเป็นเรื่องการเชื่อมโยงข้อมูลนะครับ โอเคครับ เพราะฉะนั้น ถัดมา มันมีประเด็นที่ 4 แล้ว ขอประเด็นที่ 5 เลยครับ ครับ ประเด็นที่ 5 นี่ ก็จะเป็นเรื่องของการส่งเสริมการเข้าถึงระบบการศึกษาของคนพิการนี่นะครับ นะครับ เราก็ถ้านึกถึง เรื่อง Digital เรื่อง Big data เราก็อยากจะเห็นมีการรวบรวมข้อมูลแล้วเผยแพร่บนเว็บไซต์นี่ เกี่ยวกับศูนย์การเรียนสำหรับเด็กเจ็บป่วยในโรงพยาบาล ข้อมูลโรงเรียนเรียนรวม โรงเรียนเรียนร่วม แล้วก็ห้องเรียนคู่ขนานต่าง ๆ นะครับ ข้อมูลทุนการศึกษา... ขอโทษครับ การศึกษานี่ ตรงนี้ก็จะช่วยให้เราเอาดิจิทัลมาใช้ประโยชน์ทางการศึกษาที่ดีขึ้นได้นะครับ แล้วก็หน้าถัดไปก็จะเช่นเคยนะครับ เป็นตัวชี้วัดนะครับ ครับ ก็นะครับ จะมีศูนย์ข้อมูลอะไรบ้างนะครับ มีข้อมูลอะไรที่ Report ได้บ้าง ตัวนี้ก็จะมีตัวชี้วัดที่ค่อนข้างชัดเจน เราอาจจะใช้ตรงนี้เป็นหมุดหมายนะครับ ที่เราจะขับเคลื่อนกันใน 3 ปีข้างหน้านะครับ ฉะนั้น ก็ในประเด็นขับเคลื่อน สำหรับในปี 2565 ถึง 2567 นี่ อย่างที่เรียนให้ทราบมันจะเน้นเรื่องดิจิทัลเป็นฐาน แล้วถ้าเราขับเคลื่อนตรงนี้ มันจะเห็นผลชัดเจนนะครับ บางเรื่องมันขึ้นจอให้เราดูได้เลย บางเรื่องเราก็เรียนรู้วิธีการใช้ปรับปรุงฐานข้อมูลให้มันดีขึ้นไปเรื่อย ๆ นี่ครับ ผมคิดว่าถ้าเรามีฐานข้อมูลที่แน่นแล้วนี่ มาตรการอื่น ๆ เช่น เรื่องการศึกษา การคุ้มครองแรงงาน การสร้างระบบการเข้าถึงนี่ มันจะตรงเป้ามากขึ้นนะครับ แล้วมันจะประเมินผลได้ วัดผลได้มากขึ้น ตรงนี้ก็อยากฝากไว้เป็นประเด็นด้วยนะครับ ทีนี้ก่อนที่จะเปิดให้มีการรับฟังความคิดเห็นนี่นะครับ น่าจะมีเวลาเยอะเลยนะครับ ก็จะขอเขยิบไปที่แนวทางการติดตามประเมินผลนะครับ ว่าในการขับเคลื่อนสมัชชาฯ ตรงนี้นะครับ มันจะมีแนวทางไหมที่จะวัดผลสำเร็จว่าเราสำเร็จก้าวหน้าไปถึงไหน อะไรทำได้ดีแล้ว อะไรที่ยังต้องมานั่งคิดปรับปรุงกันอีกนะครับ ตรงนี้ก็คิดว่าอยากเสนอให้กรมส่งเสริมคนพิการนี่นะครับ เป็นเหมือนคนจัดให้มีผู้ที่จะรับผิดชอบนะครับ ที่จะเป็นหน่วยที่จะประสานรวบรวมข้อมูลต่าง ๆ นี่ ให้มันไหลมาเข้าฐานข้อมูลกลาง แล้วก็เผยแพร่ออกไปยังเว็บไซต์ต่าง ๆ อย่างต่อเนื่องนะครับ แล้วก็เป็นไปได้นะครับ ตรงนี้มันอาจจะมาจากการต้องมาระดมความคิดนี่ ไอ้ Dashboard นี่ วัดเรื่องของคนพิการนี่น่าจะมีหน้าปัด มันน่าจะมีตัวชี้วัดอะไรบ้าง ตรงนี้ก็อาจจะต้องมานั่งคิดกันดูแล้วถ้ามันเป็นดิจิทัลนี่ การติดตามข้อมูลต่าง ๆ อาจจะทำทำได้ง่ายขึ้น สะดวกขึ้น อาจจะเป็นรายวัน รายสัปดาห์ หรือบางเรื่องอาจจะเป็นเรียลไทม์ได้เลยนะครับ ซึ่งตรงนี้จะนำไปสู่การคิด การวิเคราะห์ การคิดอย่างมีเหตุผลมากขึ้นนะครับ ขอสไลด์ถัดมานะครับ สไลด์ถัดมาที่ 2 นี่นะครับ ก็คือเราอยากเห็นทางกองทุนนะครับ ให้สนับสนุนงบประมาณนี่ นะครับ ในการที่พัฒนาระบบ หรือพัฒนาโปรแกรมสื่อต่าง ๆ นี่ ขึ้นมานะครับ ก็อาจจะเปิดเป็นทุนวิจัย ทุนสำหรับ Start Up ต่าง ๆ นะครับ เข้ามาช่วยพัฒนาก็ได้นะครับ ตรงนี้ก็จะเป็นส่วนหนึ่ง ข้อที่ 3 คือส่วนของกองทุนนี่ นะครับ ให้นำเสนอความคืบหน้าของผลการดำเนินงานตามข้อ 2 นี่นะครับ ก็มีรายงานความก้าวหน้านะครับ ต่อคณะกรรมาธิการนี่ ได้รับทราบเป็นระยะ ๆ นะครับ ฉะนั้น ตรงนี้ก็เหมือนกันนะครับ เป็นการทำให้เราต้องมีฐานข้อมูลที่ดี ไม่อย่างนั้นจะรายงานผลไม่ได้นะครับ ก็จะเป็นงูกินหางกันหน่อยนะครับ ข้อที่ 4 ก็คือ กรมฯ นะครับ อยากให้มีการจัดประชุมนะครับ เพื่อที่จะขายไอเดียครับ นำเสนอเพื่อที่จะให้หน่วยงานที่เป็นเจ้าของข้อมูลนะครับ องค์กรคนพิการประเภทต่าง ๆ หรือเครือข่ายต่าง ๆ นี่ ได้เข้ามามีส่วนร่วมนะครับ Input ข้อมูลใส่เข้าไป ใช้ประโยชน์จากข้อมูลให้ได้มากขึ้นนะครับ นั่นก็คือจะขับเคลื่อนให้เราเป็นการทำงาน Database นะครับ ตรงนี้ก็จะได้ชัดเจนขึ้น แล้วก็ข้อที่ 5 นะครับ เราอยากเห็นหน่วยงานเจ้าของข้อมูลนี่ องค์กรคนพิการประเภทต่าง ๆ เครือข่ายนี่นะครับ ร่วมกันใช้ ร่วมกันตรวจสอบความถูกต้อง ร่วมกันอัปเดตนะครับ ฉะนั้น ตรงนี้ก็จะเป็นสมบัติของสมัชชาฯ ก็คือเป็นสมบัติที่ทุกคนจะต้องเข้ามามีส่วนร่วม ทั้งร่วมคิด ร่วมทำ ร่วมใช้ประโยชน์นะครับ โดยทางกรมฯ ก็จะเป็นเหมือนกับแกนที่จะเป็นผู้สนับสนุนหลักในส่วนหนึ่งด้วยนะครับ เพราะฉะนั้น ทั้งนี้ ทั้หมดนี้นะครับ ก็เป็นการสรุปนะครับ งานวิจัยเกี่ยวกับเรื่องของประเด็นขับเคลื่อนสำหรับสมัชชาฯ นะครับ เครือข่ายคนพิการระดับชาติครั้งที่ 2 นะครับ ปี 2565 ถึง 2567 นะครับ ท่านคงเห็นความเป็นมา ท่านคงเห็นประเด็นสำคัญที่เราจะขับเคลื่อนกัน แล้วก็เรามีตัวชี้วัดอยู่ในเอกสารให้ด้วย ที่เราจะได้ราวมกันติดตาม ร่วมกันขับเคลื่อนนะครับ ฉะนั้น ในช่วงนี้ คิดว่าอยากจะเปิดโอกาสให้ทางทุกท่านได้มีส่วนร่วมซักถามหรือแสดงความคิดเห็นได้อย่างเต็มที่นะครับ ผมได้คุยกับทาง Organizer เดี๋ยวมีคนวิ่งไมค์ไปให้นะครับ เพราะฉะนั้น ท่านจะเห็นคนวิ่งไมค์ยืนอยู่ 2 มุมนะครับ ท่านที่ต้องการร่วมเสนอความคิดเห็นขอเชิญยกมือเลย อาจารย์มณเฑียร ยกมืออยู่ข้างหน้าแล้วครับ ครับ ขออนุญาตทางกรมฯ ช่วยจดโน้ตไว้ด้วยครับ ความคิดเห็นต่าง ๆ นะครับ เชิญครับ ท่านอาจารย์มธเฑียรครับ // ครับ กราบเรียนท่านอาจารย์ปัณนรสนะครับ ตั้งแต่อยู่... ตั้งแต่เรียนไม่ได้เจออาจารย์มาหลายปีนะครับ ผมมณเฑียร บุญตัน ครับ จากสมาคมคนตาบอดแห่งประเทศไทย และสภาคนพิการทุกประเภทแห่งประเทศไทยนะครับ มันมีอยู่ 2 เรื่องที่ผมคิดว่าเป็นเรื่องสำคัญนะครับ เรื่องที่ 1 ก็คือสิ่งที่อาจารย์ได้กรุณาประมวลสรุปมาทั้งหมดนี่ อันนี้ก็คงเป็นเรื่องที่พวกเราคงพอจะเข้าใจกันอยู่ไม่มากก็น้อยอยู่แล้วนะครับ แต่ประเด็นที่ผมอยากจะหยิบยกขึ้นมาว่ามันเป็นเจตนารมย์ แล้วก็ได้ถูกถ่ายทอดไว้ในแผนการปฏิรูปประเทศอยู่ 3 ข้อ ซึ่งก็ปรากฏอยู่ในข้อสรุปของอาจารย์ด้วยเมื่อสักครู่นี้นะครับ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของ Big Rock ก็คือประเด็นการขึ้นทะเบียนคนพิการ แล้วก็การจัดทำฐานข้อมูล ซึ่งอันนี้เราเชื่อว่าจะเป็นพระเอกของทุกเรื่อง เพราะเหตุว่าถ้าเรามีคนพิการนี่ ตามความเป็นจริงมากที่สุดเท่าไร เรามีฐานข้อมูลที่ดีที่สุด เข้าถึงได้ด้วย เข้าถึงได้โดยสะดวกนี่ เท่าไร เราก็สามาาถพัฒนางานด้านคนพิการได้ดีขึ้นเป็นเงาตามตัว ปัญหาของเราว่าตอนนี้นี่คนพิการของเราที่จดทะเบียน มันมีอยู่แค่ 2 ล้านคนเศษ ก็คือประมาณ 2 เปอร์เซ็นต์ สำนักงานสถิติแห่งชาติสำรวจประมาณ 2 ถึง 3 ปีที่ผ่านมา บอกว่ามี 3.7 ล้านคน อันนี้เอาแค่ตามนิยามของเรานะครับ ซึ่งยังเป็นนิยามที่มองความพิการนี่ อิงเชิงการแพทย์มากไปหน่อยนะครับ ที่บอกว่ามากไปหน่อยก็เพราะว่าเรายังให้ความสำคัญกับลักษณะทางการแพทย์ของบุคคล เพราะฉะนั้น ถ้าแพทย์วินิจฉัยความพิการไม่ถึงขึ้น เขาก็ไม่ออกใบรับรองให้ ซึ่งไม่ออกใบรับรองให้ก็ไม่สามารถไปจดทะเบียนคนพิการได้ ซึ่งประเทศในโลกนี้นี่ หลายประเทศนี่ ยังติดกับดักอยู่ที่ Medical Maddle เชิงการแพทย์อยู่ พ.ร.บ. คุณภาพชีวิตคนพิการฉบับปี 2550 และที่แก้ไขล่าสุดปี 2556 นี่ พยายามไปไกลกว่านั้นแล้ว แต่ว่ามายด์เซ็ตของนโยบายก็ดี ฝ่ายบริการ และฝ่ายติดกับดักอยู่ที่ Medical Model หรือ Medical Modern นี่ เพราะฉะนั้น เวลาเราไปเขียนประกาศ ที่จะวินิจฉัยและขึ้นทะเบียนคนพิการนี่ เราจึงกรองเอาเฉพาะเอาคนที่มีอาการหนักล่อแล่แล้วครับอาจารย์ ถ้าเราสามารถขยายนะครับ คนพิการนี่ ให้ใกล้เคียงกับที่องค์การอนามัยโลก และธนาคารโลกประเมินไว้ในปี 2011 ในรายงานระดับโลกว่าด้วยคนพิการนะครับ เขาทำรายงานร่วมกัน WSO หรือว่า World Bank เราเรียกว่า ประมาณการว่าน่าจะมีคนพิการประมาณ 15 เปอร์เซ็นต์ ของประชากร 15 เปอร์เซ็นต์นี่เป็นไปได้ ถ้าเราสามารถเปลี่ยนวิธีการประเมิณความพิการเสียใหม่ นะครับ ก็คือประเมินความพิการ โดยเอาอุปสรรค ที่เกิดขึ้นจากภายนอก ก็คือสิ่งที่สังคมสร้างขึ้นนี่ เป็นปัจจัยสำคัญ แม้ว่าจะสอบไม่ผ่านจากใบรับรองแพทย์ เราก็ใช้ ตัวคนพิการเอง ก็คือ รอบข้าง ชุมชน ผู้เชี่ยวชาญสาขาต่าง ๆ ร่วมกันนี่ เอามา Weight แล้วก็สามารถขึ้นทะเบียนคนพิการได้ โดยที่ไม่ต้องเอาคำวินิจฉัยหรือใบรับรองแพทย์ นี่เป็นตัว Yes หรือ No เป็นแค่องค์ประกอบหนึ่งในการขึ้นทะเบียนคนพิการ เราจะเห็นได้ว่าจะสามารถมีคนพิการตามกฎหมายนี่ อัปขึ้นไปเป็น 10 ล้านคนได้ทันที 10 ล้านคนนี่ อาจจะต้องการบริการเฉพาะสำหรับคนพิการนี่ 3 ล้านคนเศษ เหมือนที่สำนักงานสถิติกำหนดไว้ แต่ว่า 10 ล้านนี่ จะเป็นปัจจัยสำคัญในการนำเอาคำนวณเพื่อออกแบบนโยบายสาธารณะที่ครอบคลุมและไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลังมากขึ้น คือ จะต้องเป็น Inclusive Development มากขึ้นนั่นเอง ประการที่ 2 ครับ ในแผนปฏิรูปประเทศนี่ กองทุนส่งเพื่อให้คนพิการเข้าถึงได้ง่ายขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งศูนย์บริการคนพิการ คำตอบที่ไม่มีอยู่ในกระดาษ แต่พวกเราปรารถนามานาน กองทุนต้องเป็นนิติบุคคลครับอาจารย์ ส่วนราชการเหมือนในปัจจุบันนี่มันถึงก็ช่างไม่ถึงก็ช่างนะครับ เพราะฉะนั้น เราต้องใจกล้าต้องทำให้กองทุน เป็นนิติบุคคลให้ได้นะครับ แล้วมันมีอะไรตามมาอีกเยอะนะครับ เรื่องที่ 3 ก็คือเรื่องของอันนี้นี่ ก็อีกแล้วนะครับ ว่าถ้าเรายังอยู่ติดกำกับอยู่กับคำว่าสิ่งอำนวยความสะดวกให้กับสำหรับคนพิการนี่ นักการเมืองเขาไม่ซื้อครับ แต่ถ้าเมื่อใดมันเป็นสภาพแวดล้อมเพื่อทุกคนหรือเพื่อคนทั้งมวล โดยมีคนพิการเป็นเพียงตัดชี้วัด เป็นเพียง Bench mark เท่านั่นเองนะครับ เมื่อสภาพแวดล้อมเพื่อทุกคนนี่ มันจะทำให้ Volume ในการขับเคลื่อนนี่สังคม เพื่อให้มันเกิดการอยู่ดีมีสุขร่วมกัน หรืออยู่เย็นเป็นสุขร่วมกัน มันมีความเป็นได้สูงนะครับ 3 เรื่องนี้ มันกำลังจะหมดอายุเดือนธันวาคมนี้แล้วครับ อาจารย์ครับ แต่ว่าคณะอนุกรรมการกิจการคนพิการในวุฒิสภานี่ ได้ประสานไปยัง พก. แล้วว่าขอช่วยสืบชะตาสาระสำคัญแผนการปฏิรูปทั้ง 3 ข้อนี่ โดยเอาไปอยู่ในอลัมพาบท หรือว่าเอาไปอยู่ในสาระสำคัญของแผนพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการฉบับที่ 6 ผมก็เลยต้องตามมานำเสนอในงานสรุปนะครับ สมัชชาเครือข่ายคนพิการระดับชาติแห่งนี้ เพื่อสืบต่ออายุ สืบต่อเจตนารมย์นะครับ จริง ๆ มันมีอีก 2 เรื่องนะครับ ก็คือเรื่องการผนวกรวมคนพิการเข้ากับกระแสหลัก เราเสนองบประมาณแต่ละปีนี่ทุกคนก็จะบอกว่า ไปที่ พก. สิ ทั้ง ๆ ที่ พก. นี่เป็นองค์กรประสานงาน ปฏิบัติการแท้ที่จริงแล้วเรื่องคนพิการควรจะอยู่ในทุกกระทรวงทบวงกรม inclusive development ครับ ไปคิดว่าถนนทุกสาย จะต้องมา พก. อันนี้มันผิดที่ผิดทางจริง ๆ เพราะฉะนั้น ลการผนวกรวมหรือเข้าไปในการพัฒนากระแสหลักทุกกระทรวงทบวงกรมจึงสำคัญอย่างยิ่ง สุดท้ายครับ ที่จะเสนอและต้องถามด้วยนะครับ ว่ามีข้อเสนอแนะที่จะทำอย่างไรให้ของรัฐจ้างงานคนพิการอย่างมีนัยสำคัญ รัฐบาลครับ ท่านพลเอก ประยุทธ์ อุตส่าห์มี 2 รอบ ปี 2558 1 ครั้ง ปี 2560 ปีก 1 ครั้ง ปี 2558 จะต้องทำให้ครบถ้วนภายในปี 2561 ปี 2560 บอกว่าการจ้างงานคนพิการเป็น KPI สำหรับผู้บริการ หน่วยงานของรัฐทุกแห่ง แต่ตอนนี้ปรากฏว่าติดหนี้จ้างาน 14,000 ตำแหน่งครับ อาจารย์ มันย้อนแย้งกับบทบัญญัติกฎหมาย มันย้อนแย้งกับ ครม. ของมติ ของรัฐบาล พลเอกประยุทธ์ 2 จะหมดอายุแล้ว ไม่กี่เดือนแล้วนี่ แต่ปรากฎว่าหน่วยงานของรัฐยังคนพิการถึงหมื่นกว่าตำแหน่ง ทั้งที่บังคับให้เอกชนให้จ้างงานนี่ แล้วเอกชนทำตามตั้ง 90 เปอร์เซ็นต์ อันนี้เป็นปัญหาหนักอกเลยครับ ต้องสามารถบังคับหรือสามารถจูงใจให้หน่วยงานของรัฐจ้างงานคนพิการให้ได้ ถ้าไม่จ้างอาจจะต้องขนานหั่นเอา งบมาเข้ากองทุน แบบเดียวกับที่เราหั่นเสียค่าปรับเข้ากองทุนด้วย อาจจะหั่นเอามาขู่นะครับ รัฐบาลจะต้องจ่ายเงินเข้ากองทุนเท่าจำนวนตำแหน่งงานที่หน่วยงานของรัฐไม่จ้างงานคนพิการ สมมติติดหนี้กองทุน ก็ต้อง 14,000 คูณ 100,000 ต่อปี แล้วจ่ายเงินสมทบกองทุน เอาไหมล่ะครับ นะครับ ผมคิดว่าอันนี้ 3 4 5 ประเด็นนี่นะครับ ไม่แน่ใจเหมือนกันว่า... โดยเฉพาะ 4 กับ 5 อยู่ในสรุปแล้วหรือยัง ผมได้ยินอาจารย์พูด 3 ประเด็นที่ผ่านมา ประเด็นการปฏิรูปนี่ รายงานฉบับนี้แล้ว แต่ว่าอาจจะยังไม่ถูกไฮไลต์ แต่อาจารย์พูดทั้ง 3 ประเด็นบ่อย ผมเชื่อว่าได้รับเสียงสะท้อนมาเยอะอยู่แล้ว แต่ประเด็นที่ 4 กับที่ 5 ก็คือการผนวกรวมหรือบูรณาการเรื่องคนพิการเข้ากับแผนการพัฒนากระแสหลัก ทุกมิตินี่ ยังไม่เราพูดสั้น ๆ ว่า DID ครับ Dissibility development โดยหน่วยงานของรัฐนี่ พูดไปก็อับอายนะคัรบ รัฐสภาของผมก็ไม่มีเลย รัฐสภาของผมนี่ ไม่มีเลย ทั้งที่ต้องจ้างอย่างน้อย 30 ตำแหน่ง ต้องไปหาท่านชวน ไปยื่นหนังสือไป 2 รอบแล้ว ก็คงได้เวลาต้องไปเยี่ยมท่าน ไปคารวะท่านอีกแล้วนะครับ ก็เรียน ทั้งฝาก ทั้งถาม ไปในคราวเดียวครับ ขอบพระคุณครับ อาจารย์ครับ อาจารย์ครับ (ผู้ช่วยศาสตราจารย์ปัณรส) เชิญนะครับ มีท่านไหนยกมืออีกไหมครับ ที่จะซักถามแลกเปลี่ยน ท่านอาจารย์มณเฑียร ก็ได้สอบถาม เพิ่มประเด็นที่สำคัญครับ กำลังสงสัยครับ ให้ 157 ใช่ไหมครับ สวัสดีครับผม เผชิญโชค เสนาการ นะครับ เขตหลัก 4 นะครับ ก็อยากจะเรียนถามท่านวิทยากรว่าวันคนพิการสากลมีที่ไปที่มาอย่างไรนะครับ แล้วประเทศไทยนี่เริ่มเข้าร่วมกิจกรรมนี้ตั้งแต่เมื่อไรครับ ขอบคุณครับ (คุณอนุกูล) ขออภัยครับ เรื่องนี้น่าจะต้องถามทางกรมฯ นะครับ พอดีก็ไม่ได้รู้ประวัติศาสตร์มากเท่าไรนะครับ เพิ่งมาช่วยงานวิจัยนี้ก็ครั้งนี้ล่ะครับ (ผู้สอบถาม) ครับ ขอบคุณมากครับ ครับ ชมรมเราก็ตั้งไม่ถึง 6 เดือนครับ ขอบคุณครับ (ผู้ช่วยศาสตราจารย์ปัณรส) ครับผม ขอบคุณครับ เดี๋ยวอย่างไรจะให้เจ้าหน้าที่ Google มาให้นะครับ (คุณอนุกูล) เชิญนะครับ เผื่อท่านจะมีข้อสักถาม ข้อเสนอแนะเกี่ยวกับเรื่องของเรานี่ จริง ๆ มีอีกหลายประเด็นนะครับ แล้วก็ท่านจะเห็นว่าบางประเด็นนี่คนที่จะต้องไปขับเคลื่อนนี่อาจจะเป็นตัวกลม แต่ไม่ใช่ทุกประเด็นที่กรมจะต้องเป็นพระเอก เป็นตัวหลัดกสมควร ครับ โดยความคิดเห็นส่วนตัวนี่ อย่างเช่น อุบัติเหตุบนท้องถนน การกู้ภัยทั้งหลายแหล่ ทุกวันนี้เราก็มีพลังชุมชนใช่ไหมครับ ในการเก็บศพจากท้องถนน ในการกู้ภัยต่าง ๆ เยอะแยะนี่ อันนี้ก็เป็นตัวอย่างของพลังชุมชนนะครับ แล้วก็ผมคิดว่าการดูแล สนับสนุนส่งเสริมคนพิการนี่นะครับ ก็พลังชุมชนน่าจะเป็นเรื่องที่สำคัญเหมือนกัน เป็นพลังสำคัญที่เราจะต้องช่วยกัน ทีนี้ พลังชุมชนมันจะเกิดขึ้นได้นี่ เราต้องรู้ข้อมูลรู้ข้อเท็จจริงนะครับ แล้วก็เราต้องมาร่วมกันคิดนะครับ เป็นโจทย์ของเรา อย่างเช่น ที่ท่านอาจารย์มณเฑียรได้กรุณาเรียนประเด็นที่ 4 นะครับ ที่ผมคิดว่าข้อ 4 กับข้อ 5 นี่มันพันกันหน่อย ถ้ากระทรวงต่าง ๆ 20 กระทรวงนี่ ยังไม่เข้าใจเรื่องของคนพิการ เรื่องความพิการนี่นะครับ เช่น กระทรวงเกษตรนี่ ลูกค้าเขาคือเกษตรกร แต่ว่าเกษตรกรที่พิการกับไม่พิการนี่ การส่งเสริมการเกษตร มันอาจจะใช้คนละวิธีกันก็ได้ใช่ไหมครับ หรือว่ากระทรวงศึกษาธิการอันนี้ก็ดีหน่อย ก็มีการรับคนพิการเข้าไปเรียนแล้ว แต่อีกหลายกระทรวงก็ยังมองไม่เห็นนะครับ แล้วยังไม่มีมาตรการอะไรตรงนี้ ทีนี้ พอเมื่อมองไม่เห็นก็เลยไม่ได้ มีมาตรการอย่างเช่น เรื่องของการจ้างงานคนพิการนะครับ เพราะฉะนั้น บางทีสมัชชาเรานี่ ถ้าเรารวมรวมข้อมูลอย่างเมื่อกี้ครับ นายจ้างที่เขาจ้างคนพิการ เขาทำอะไรกันบ้าง เป็นช่วงพัฒนาใช่ไหมครับ ที่จ้างคนพิการนะ และคนพิการที่เข้าไปทำงานนะครับทำอะไรได้บ้าง ครับผม เคยเห็นในต่างประเทศ ที่ประเทศเดนมาร์กนี่ บริษัทซอฟต์แวร์ครับ โปรแกรมเมอร์เขาไปจ้างเด็กออทิสติกเป็นโปรแกรมเมอร์ให้ เขียน Coding ให้ ปรากฏว่าเก่งกว่าคนปกติอีกนะครับ เพราะว่าน้องมีความสามารถมากอะไรอย่างนี้ แล้วก็เขียนโปรแกรมจากบ้านได้ ไม่ต้องเดินทาง ไม่ต้องมาที่ออฟฟิศอะไรอย่างนี้ครับ ก็เป็นอะไรที่น่าสนใจเหมือนกัน เชิญนะครับ เวทีเปิดแล้วนะครับ เพื่อจะรับฟังความคิดเห็นครับ มีไหมครับ มีท่านไหนต้องการซักถาม แลกเปลี่ยนแสดงความคิดเห็นครับ เรียนเชิญนะครับ เขาให้เวลาผมถึงเที่ยงนี่ ผมก็เปิดให้ท่านทั้งหมดเท่าไรนะครับ 50 นาทีนะครับ เต็มที่เลยนะครับ ถ้าอย่างนั้นจะขอเรียนถามทางท่านผู้จัดครับ ว่าถ้าไม่มีท่านใดแสดงความคิดเห็นเพิ่มเติมนะครับ ในเวทีวันนี้นะครับ อยากจะเรียนว่าท่านสามารถที่จะเสนอความคิดเห็นต่อไปที่กรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการได้นะครับ จะโทรไปแสดงความคิดเห็น จะส่งเป็นจดหมาย เป็นอีเมล เป็นอะไรต่าง ๆ ก็ตาม ก็คงเข้าไปถึงทางกรมด้วย ก็เป็นการทดสอบขีดความสามารถด้านฐานข้อมูลของกรมเหมือนกันนะครับ ว่าสามารถที่จะจัดการความคิดเห็นจากท่านได้มากน้อยแค่ไหนนะครับ แล้วก็ถ้าไม่มีอะไรนะครับ ผมก็ขออนุญาตจบการบรรยายแล้วก็รับฟังความคิดเห็นเพียงเท่านี้นะครับ ท่านจะได้ไป Shopping ต่อนะครับ ขอบพระคุณครับ (คุณสิราสมินธิ์) ต้องขอกราบขอบพระคุณท่านผู้ช่วยศาสตราจารย์ปัณรส มาลากุล ณ อยุธยา เป็นอย่างสูงนะคะ และแน่นอนนะคะ ในช่วงนี้ค่ะ ทุกท่านก็ได้รับฟังนะคะ สำหรับทางด้านหัวข้อ การขับเคลื่อนในประเด็นสมัชชาเครือข่ายคนพิการระดับชาติครั้งที่ 2 กันไปเรียบร้อยแล้วนะคะ ท่านยังสามารถที่จะพบกันได้นะคะ กับหน้าเวทีของเรา กับอีก 1 ช่วงเวลา นั่นก็คือเวลา 13.00 น. ก็คือบ่ายโมงตรงค่ะ ซึ่งแน่นอนว่าเราจะมีหัวข้อที่น่าสนใจค่ะ เกี่ยวกับการวางแผนเพื่อออมพร้อมสร้างอนาคตนะคะ ซึ่งวันนี้นะคะ เราได้รับเกียรติค่ะ จากท่านเลขาธิการกองทุนการออมแห่งชาตินะคะ ที่จะมาให้เกียรติในการพูดคุยแล้วก็แนะแนวทางนะคะ สำหรับในโอกาสออมเงินในปี 2565 ก่อนที่เราจะก้าวเข้าสู่ปี 2566 อีกด้วยนั่นเองค่ะ พร้อมทั้งเวลา 14.00 น. - 15.00 น. นะคะ ก็จะมีการเปิดเวทีแสดงศักยภาพคนพิการค่ะ ด้านหน้าเวทีของเราด้วย จะเป็นอย่างไรนั้น เดี๋ยวรอติดตามกันด้วย ในช่วงภาคบ่ายนะคะ อย่างไรก็ตาม เรียนเชิญทุกท่านค่ะ กลับมารับฟังการเสวนา การพูดคุยกันด้านหน้าเวที ซึ่งเรียกได้ว่าเป็นโอกาสดี ๆ นะคะ ที่เราไม่ได้พบกันบ่อย ๆ ดังนั้นนี่ อยากให้ทุกท่านค่ะ ได้กลับมาเจอะเจอกันด้วย ในช่วงหน้า เวลา 13.30 น. ในช่วงนี้ เรียนเชิญทุกท่านค่ะ แวะชอป ชิม ชิว กับร้านอาหาร หรือว่าจะเป็นของฝากนะคะ หรือจะเป็นบูธนะคะ ที่มาแสดงศักยภาพของคนพิการนะคะ ที่ในวันนี้ได้นำผลงานค่ะ มาให้กับทุก ๆ ท่านได้รับชมค่ะ ได้เปิดโอกาส ให้กับทางด้านคนพิการได้มอบนะคะ สำหรับความสวยงามในครั้งนี้ให้ทุก ๆ ท่านอีกด้วย อย่างไรเรียนเชิญเลยนะคะ สามารถเดินทางไปรับชมกันได้ ในแต่ละจุดแต่ละโซนของเรา รวมไปถึงวันที่ 2 ธันวาคมนะคะ เราจะมีการเปิดงานอย่างเป็นทางการนะคะ โดยทางท่านพลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีจะเป็นประธานในพิธี พร้อมคณะท่านผู้บริหาร เดินทางมาถึงเข้าสู่บริเวณของเราด้วยนั่นเองนะคะ ช่วงเวลาประมาณตั้งแต่ 09.45 น. ขอเรียนเชิญทุก ๆ ท่านพร้อมเพรียงกันได้วันพรุ่งนี้อีกครั้งหนึ่งด้วยนั่นเองนะคะ เอาล่ะค่ะ เดี๋ยวตอนนี้เราให้ทุกท่านได้พักรับประทานอาหารหลางวันนะคะ อิ่มท้อง อิ่มอร่อย เรามาพบกันอีกครั้งหนึ่ง ช่วงเวลา 13.30 น. เรามีนัดกันแล้วนะคะ ด้านหน้าเวที อย่าลืมกลับมาเจอะเจอกัน ช่วงนี้พักกันสักครู่ ขอบคุณค่ะ [เสียงดนตรี] [สิ้นสุดการถอดความ] Ր