﻿1
00:00:02,727 --> 00:00:06,727
(อาจารย์ธิดารัตน์) ไปยังผู้รับนั่นเองนะคะ เราก็ไม่รู้ว่า

2
00:00:07,597 --> 00:00:11,597
กลางตัวนี้นี่ มันจะมี

3
00:00:11,829 --> 00:00:12,187
ประเภทอะไรบ้าง แล้วแยกเป็นประเภทไหนบ้างนะคะ อาจจะเป็น

4
00:00:12,187 --> 00:00:16,187
สิ่งที่นักศึกษาใช้งานกันอยู่แล้วใกล้ตัวนะคะ เดี๋ยวเราก็จะมาจำแนกประเภทแล้วก็

5
00:00:22,756 --> 00:00:24,105
ปกติก็บอกว่าแต่ละประเภทเนี่ยเขาจะอยู่ในตัวมาตรฐานอะไรกันอีกนะคะ

6
00:00:24,105 --> 00:00:28,105
รูปภาพนะคะ อย่างที่บอกไปการสื่อสารนะคะ เหมือนอาจารย์พูด

7
00:00:34,872 --> 00:00:35,044
หน้าห้องกับนักเรียนนะคะ เขาจะเป็นผู้ส่งสารแล้วก็ไปทางเราจะเป็นนักศึกษาทุกคน

8
00:00:35,044 --> 00:00:39,044
เช่นเดียวกันกับการในการสื่อสารในตัวระบบคอมพิวเตอร์นะคะ ก็จะมี

9
00:00:39,936 --> 00:00:41,517
ผู้ส่ง

10
00:00:41,517 --> 00:00:45,517
กับผู้รับ Sender กับ Receiver นะคะ แน่นอนการใช้การสื่อสารในคอมพิวเตอร์ก็ต้องมีอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ไหมคะ

11
00:00:53,144 --> 00:00:53,590
เวลาเรา

12
00:00:53,590 --> 00:00:57,590
ใช้คอมพิวเตอร์ทำการบ้านนี่ หรือว่าส่ง Facebook คุยกับเพื่อนเนี่ย

13
00:00:58,555 --> 00:01:02,555
มันก็ต้องมีอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ต้นทางกับปลายทางไหมคะ ที่เราจะส่งข้อมูลกัน

14
00:01:06,725 --> 00:01:07,891
ดังนั้น คอมพิวเตอร์นะคะ ของผู้ส่ง

15
00:01:07,891 --> 00:01:11,891
ไม่ได้อยู่ฝั่งที่ผู้ส่งและผู้รับดังนั้นสายที่ใช้ในการสื่อสารอย่างสมุดในห้องแลปตัวนี้นะคะ สายที่อยู่หลังเครื่องคอมพิวเตอร์ก็จะเป็นสายแลนที่เป็นเส้นขาวในการเชื่อมต่อ

16
00:01:19,993 --> 00:01:21,758
คราวนี้

17
00:01:21,758 --> 00:01:25,681
กลาง

18
00:01:25,681 --> 00:01:28,437
มิสชันมีเดียตรงนี้

19
00:01:28,437 --> 00:01:29,385
จะเป็นสายหรือ

20
00:01:29,385 --> 00:01:33,385
อากาศ

21
00:01:35,154 --> 00:01:35,448
สายในการสื่อสารข้อมูลระหว่างกันเราจะมาดูว่า

22
00:01:35,448 --> 00:01:39,302
พูดไปเมื่อกี้ลืม

23
00:01:39,302 --> 00:01:43,302
ถามชื่อตัวกลางสื่อสารเรา physical layer จากที่เรียนไปสัปดาห์ที่แล้วนะคะ เราจะมีตัว

24
00:01:52,316 --> 00:01:53,886
OSI layer ราคากับ นะคะ มันก็มี

25
00:01:53,886 --> 00:01:57,886
ฉันชื่อล่างสุด

26
00:01:58,663 --> 00:02:01,780
ก็คืออันที่เป็น physical คือมองภาพได้จับต้องได้นะคะ

27
00:02:01,780 --> 00:02:03,082
ก็ใช้ทำการเชื่อมต่ออุปกรณ์คือชั้นขี้

28
00:02:03,082 --> 00:02:04,770
เอาสายแลน

29
00:02:04,770 --> 00:02:07,023
ข้างหลังนะคะ

30
00:02:07,023 --> 00:02:07,247
ในการเสียบ

31
00:02:07,247 --> 00:02:09,818
ส่งข้อมูล

32
00:02:09,818 --> 00:02:13,818
สายสื่อสารมาตรฐานของเรานะคะ อันนี้มันเป็น

33
00:02:19,869 --> 00:02:23,869
หลัก ๆ ก่อนนะคะ ที่บ้านอาจจะมีการเพิ่มตัว

34
00:02:26,906 --> 00:02:28,724
เพิ่มเติมของตัวฟังก์ชันนะคะ ของตัวใส่ชุดจ่ายขึ้นมานะคะ จะมีทั้งหมด 4 อันที่จะนำมา

35
00:02:28,724 --> 00:02:30,470
ตัวอย่างแล้วก็มา

36
00:02:30,470 --> 00:02:31,936
สอนในครั้งนี้ก็มี

37
00:02:31,936 --> 00:02:35,308

38
00:02:35,308 --> 00:02:38,008
มาตรฐาน  802.4

39
00:02:38,008 --> 00:02:38,316
มาตรฐาน ieee 802.5

40
00:02:38,316 --> 00:02:42,316
สถาน fddi

41
00:02:42,554 --> 00:02:45,513
เดี๋ยวเราจะมาดู

42
00:02:45,513 --> 00:02:47,549
แต่ละตัวแต่ละมาตรฐานนะคะ ว่ามันมี

43
00:02:47,549 --> 00:02:51,078
ลักษณะที่

44
00:02:51,078 --> 00:02:51,270
แตกต่างกันอย่างไรบ้างนั่นเองนะคะ

45
00:02:51,270 --> 00:02:55,270
เราจะมาดูมาตรฐาน IEEE ตัวแรกของเรา 802.3 ก็จะเป็นการ

46
00:03:01,822 --> 00:03:05,822
ส่งข้อมูลสื่อสารนะคะ ทั่วไปของตัวเองเน็ตมันเองนะคะ

47
00:03:06,799 --> 00:03:08,431
โดย

48
00:03:08,431 --> 00:03:09,385
จะแบ่งเป็นย่อย ๆ

49
00:03:09,385 --> 00:03:13,385
ตามนี้

50
00:03:14,496 --> 00:03:15,425
มันจะมีตัวอักษรด้านหน้านะคะ เพื่อแบ่งเป็นประเภท

51
00:03:15,425 --> 00:03:18,409
ตัวเลข 2 ด้านหลังนะคะ

52
00:03:18,409 --> 00:03:22,409
แบ่งเฉพาะรายละเอียดลงไปอีก

53
00:03:22,960 --> 00:03:23,515
ตัวแรกนะคะ

54
00:03:23,515 --> 00:03:25,750

55
00:03:25,750 --> 00:03:29,750
หรือว่าตัว Original

56
00:03:32,978 --> 00:03:33,853
802.3 นะคะ น่าจะเป็นการสื่อสารพวกอินเทอร์เน็ตทั่วไป

57
00:03:33,853 --> 00:03:34,301
นะคะ

58
00:03:34,301 --> 00:03:38,301
ถัดมาอันที่ 2

59
00:03:39,296 --> 00:03:39,479
tended to หรือว่า

60
00:03:39,479 --> 00:03:43,479
อันนี้

61
00:03:46,262 --> 00:03:46,577

62
00:03:46,577 --> 00:03:50,577
อันที่ 4 สุดท้าย

63
00:03:54,259 --> 00:03:58,259
หรือว่าจะบอกนะคะ

64
00:04:01,111 --> 00:04:04,860
อันนี้เราจะไม่ได้ลงลึกไปทั้งหมดจะเลือกมาแค่บางตัวมาตรฐานนะคะ

65
00:04:04,860 --> 00:04:08,860
เพื่อระบุแต่ละตัวที่มันใกล้ตัวแล้วก็

66
00:04:09,040 --> 00:04:11,238
คิดว่านักศึกษาน่าจะได้ใช้งานนะคะ ในชีวิตจริง

67
00:04:11,238 --> 00:04:12,785
มากที่สุดนั่นเองนะคะ

68
00:04:12,785 --> 00:04:16,785
เดี๋ยวเรามาดูตาราง

69
00:04:17,421 --> 00:04:17,615
นะคะ ของ

70
00:04:17,615 --> 00:04:20,744
ตารางสายมาตรฐาน 10BASE ของเรา

71
00:04:20,744 --> 00:04:24,744
ดูง่ายนะคะ ของเรา

72
00:04:26,770 --> 00:04:29,082
นี่ จะมี

73
00:04:29,082 --> 00:04:29,557
สายที่เราใช้งาน

74
00:04:29,557 --> 00:04:33,557
ส่วนมากก็จะเป็นถ้าในห้องแลปก็จะเป็นสายแลน

75
00:04:38,029 --> 00:04:39,152
ถูกไหมคะ การสื่อสารสีขาวของเราใช้สายแลน ก็จะแบ่งประเภทอีก

76
00:04:39,152 --> 00:04:43,152
เป็นแลนแบบไหน มี

77
00:04:44,107 --> 00:04:45,889
สายที่มัน

78
00:04:45,889 --> 00:04:46,315
เป็นการป้องกัน

79
00:04:46,315 --> 00:04:50,315
รบกวนกันของสัญญาณหรือเปล่าแล้วก็มีสา

80
00:05:00,991 --> 00:05:04,015
ย  Coaxial นะคะ 2 แบบตรงนี้นะคะ แล้วก็แบบมีเกลียวแล้วก็ไม่มีเกลียวอีกมันก็แยกเฉพาะของลงไปอีกว่ามีประเภทอะไร

81
00:05:04,015 --> 00:05:04,312
อันนี้ก็จะเป็นลักษณะตาราง

82
00:05:04,312 --> 00:05:08,312
ดูความเปรียบเทียบนะคะ

83
00:05:09,472 --> 00:05:09,766
พอจะมีสายโคแอกเชียล

84
00:05:09,766 --> 00:05:13,766
แล้วที่ต่างกัน ก็คือจะเป็น

85
00:05:15,272 --> 00:05:19,272
เทคนิคการส่ง

86
00:05:23,978 --> 00:05:24,511
อันนี้มันจะแยกประเภทลงไปอีกนะคะ ว่ากรณีเราส่งนี่ ส่งเป็นแบบวิธีไหนใช้ความถี่

87
00:05:24,511 --> 00:05:28,428
ใช้ค่าความถี่ไหม ถือว่าเป็นช่วงเวลาไหม

88
00:05:28,428 --> 00:05:32,428
อัตราความเร็วอยู่ที่เท่าไร แล้วก็ระยะทางนะคะ

89
00:05:35,593 --> 00:05:38,160
สูงสุดที่สามารถส่งตัว

90
00:05:38,160 --> 00:05:42,160
ข้อมูลไปได้โดยไม่ต้องใช้ตัว

91
00:05:43,662 --> 00:05:44,866
สายสัญญาณหรือว่าตัวเพิ่มสัญญาณขึ้นใหม่อีกรอบนึงเป็นตารางเขาคร่าว ๆ ให้ดูนะคะ

92
00:05:44,866 --> 00:05:48,866
ถ้าจะเรียน

93
00:05:49,560 --> 00:05:50,022
ละเอียดก็คือเราจะต้องเรียนตั้งแต่เทคนิคการส่งสัญญาณของแต่ละตัว

94
00:05:50,022 --> 00:05:52,553
เราก็มาดูประเภท

95
00:05:52,553 --> 00:05:56,553
อันนี้จะเป็นตารางสรุปรวมให้ดูแล้วกันนะคะ เดี๋ยวให้ไป

96
00:06:00,508 --> 00:06:03,421
จำเอาไว้นะคะ ว่า

97
00:06:03,421 --> 00:06:04,093
ตัวไหนที่ให้ระยะทาง

98
00:06:04,093 --> 00:06:05,179
ที่สุด

99
00:06:05,179 --> 00:06:09,179
เอาสังเกตง่าย ๆ นะคะ สายแลนกับ COAXIAL มีคนเชื่อจะให้

100
00:06:10,894 --> 00:06:11,111
การส่งสัญญาณขี้

101
00:06:11,111 --> 00:06:15,111
ระยะทางที่ใกล้กว่านี้ได้อยู่ที่ 36,00 นะคะ

102
00:06:16,375 --> 00:06:20,375
อัตราความเร็วในการส่งข้อมูล

103
00:06:23,156 --> 00:06:27,156
นะคะ แล้วก็จะมีตัว

104
00:06:28,186 --> 00:06:31,437
รูปแบบเทคนิคการส่ง

105
00:06:31,437 --> 00:06:33,270
เป็น bpsk นะคะ

106
00:06:33,270 --> 00:06:36,793
ตรงไปอีก

107
00:06:36,793 --> 00:06:37,251
ยกตัวอย่างเปรียบเทียบมาให้ดูเบื้องต้นก่อน

108
00:06:37,251 --> 00:06:41,251

109
00:06:49,423 --> 00:06:50,657
ถัดมาที่มีมาตรฐาน IEE802.4 นะคะ เป็นการมาตรฐานแบบ

110
00:06:50,657 --> 00:06:54,657
เป็นการสื่อสาร

111
00:06:55,332 --> 00:06:58,126
อยู่ 3 แบบ

112
00:06:58,126 --> 00:07:00,972
บอร์ดแบนนะคะ

113
00:07:00,972 --> 00:07:01,249
แบรนด์แล้วก็สายไฟเบอร์ออฟติก

114
00:07:01,249 --> 00:07:05,249
เราเรียน

115
00:07:08,063 --> 00:07:08,298
เสื้อขายมาแล้วการเชื่อมต่อพวกพวกลิงน่าจะได้เรียนมาแล้วเนาะ

116
00:07:08,298 --> 00:07:09,682
คุณคุณไหม

117
00:07:09,682 --> 00:07:13,682
หรือว่าคืนคืนอาจารย์ไปหมดแล้ว

118
00:07:15,632 --> 00:07:19,632
เดี๋ยวมันจะคุ้น ๆ นะคะ

119
00:07:24,705 --> 00:07:25,027
บอร์ดแบนด์เป็นสาย

120
00:07:25,027 --> 00:07:29,027
coaxial ไม่แน่ใจว่าให้แลปตัว

121
00:07:33,660 --> 00:07:35,786
เครือข่ายเราได้มีได้ดูสาย coaกันหรือเปล่า

122
00:07:35,786 --> 00:07:37,058
ให้ดูไหม

123
00:07:37,058 --> 00:07:41,058
ขอเลขออนไลน์ โอเคไม่เป็นไร ไม่เเดี๋ยวจะถ่ายให้ดู

124
00:07:42,500 --> 00:07:45,714
มีแต่ส่งสัญญาณที่แตกต่างกัน

125
00:07:45,714 --> 00:07:49,427
จะเป็นสายแลนสายโคแอกซ์หรือสายไฟเบอร์

126
00:07:49,427 --> 00:07:53,427
นี่ เขาสามารถที่จะมีการส่งสัญญาณที่

127
00:07:54,228 --> 00:07:58,228
อัตราความเร็วที่แตกต่างกันได้ตามอุปกรณ์ที่รับแล้วก็ส่งด้วยเช่นเดียวกัน

128
00:07:59,446 --> 00:08:03,446
นะคะ แล้วก็ช่องทาง bandwidth

129
00:08:05,162 --> 00:08:05,578
นะคะ

130
00:08:05,578 --> 00:08:09,578
bandwidth ก็คือช่องทางที่สามารถจะส่งข้อมูลไป

131
00:08:12,964 --> 00:08:13,192
คำว่า bandwidth อยู่เนาะ

132
00:08:13,192 --> 00:08:15,071
กวาง

133
00:08:15,071 --> 00:08:19,071
ถนนด้วยกาลเวลา

134
00:08:19,129 --> 00:08:22,962
เราขึ้น

135
00:08:22,962 --> 00:08:25,739
ถนนไปปลายทางนี่ แบตมันก็คือความกว้างของถนน

136
00:08:25,739 --> 00:08:29,515
ที่เราจะส่งข้อมูลไปก็เหมือนรถเมล์

137
00:08:29,515 --> 00:08:30,865
ขี่ได้กี่คันในถนนเส้นหนึ่งก็คือมันกว้างเยอะขนาดไหน

138
00:08:30,865 --> 00:08:31,784
การส่งข้อมูล

139
00:08:31,784 --> 00:08:33,037
ไม่งงนะ

140
00:08:33,037 --> 00:08:34,728
งงให้ถามนะคะ

141
00:08:34,728 --> 00:08:38,728
แบรนด์นะคะ ก็คือเป็น

142
00:08:40,349 --> 00:08:44,227
ก็คือตัวข้างบนนี่ช่องทางเดียว

143
00:08:44,227 --> 00:08:48,227
มีช่องทางเดียวต่อ 1 สาย

144
00:08:52,568 --> 00:08:53,971
เหมือนถนนนะมีเส้นเดียว รถสามารถ

145
00:08:53,971 --> 00:08:54,748
ขับได้แค่คันเดียว

146
00:08:54,748 --> 00:08:58,748
เหมือนขับอยู่ในซอย

147
00:08:59,036 --> 00:08:59,415
ไม่งงนะ

148
00:08:59,415 --> 00:09:03,415
ราคาสายจะถูกลงเพราะ

149
00:09:06,445 --> 00:09:07,713
ความกว้างมันก็ ก็จะน้อยลงนะคะ

150
00:09:07,713 --> 00:09:11,713
แล้วก็สามารถเลือกอัตราความเร็วได้ว่าจะขี่

151
00:09:18,122 --> 00:09:21,767
ขับรถส่งที่อัตราความเร็วเท่าไร

152
00:09:21,767 --> 00:09:21,922
อัตราความเร็วที่เราเลือกได้เล่นเองนะคะ ว่าจะสามารถ

153
00:09:21,922 --> 00:09:25,922
ส่งที่ความเร็วเท่าไร

154
00:09:27,383 --> 00:09:28,246
ที่ 3 ก็จะเป็น Fiber Optic นะคะ

155
00:09:28,246 --> 00:09:32,246
เอามา

156
00:09:32,453 --> 00:09:36,453
ตัวนี้นะคะ

157
00:09:37,228 --> 00:09:37,893
ความเร็วแล้วก็เห็นว่า Fiber จะมีอัตราความเร็วที่มันสูงขึ้น

158
00:09:37,893 --> 00:09:41,893
แล้วจะเป็นนะคะ แล้วก็ไฟเบอร์ตาม

159
00:09:45,385 --> 00:09:46,480
คุณภาพของตัวสายส่ง

160
00:09:46,480 --> 00:09:50,008
แล้วก็สามารถใช้กับแลน

161
00:09:50,008 --> 00:09:52,465
ในเครือข่าย

162
00:09:52,465 --> 00:09:56,465
ข้ามไปก่อนแล้วกันนะคะ ก็คือใช้กับตัวเครือข่ายของเราได้มันเอง

163
00:09:59,553 --> 00:10:03,553
โอเค token bus เห็นบ้านของเราก็จะมี 3 แบบ

164
00:10:04,956 --> 00:10:05,122
นะคะ

165
00:10:05,122 --> 00:10:09,122
หรือถ้าเรามาทำเป็นตารางสรุป

166
00:10:14,383 --> 00:10:17,214
2 อันนี้เป็น

167
00:10:17,214 --> 00:10:19,132
ตัวที่เป็น Fiber Optic

168
00:10:19,132 --> 00:10:21,108
ออกไปไฟเบอร์จะให้

169
00:10:21,108 --> 00:10:23,078
อัตราความเร็วที่

170
00:10:23,078 --> 00:10:23,264
ส่งที่ค่อนข้างสูงที่สุด

171
00:10:23,264 --> 00:10:27,264
แต่ว่าข้อดีข้อเสียของแต่ละอันก็จะแตกต่างกันไปนะคะ เดี๋ยวเราจะมาพูดแยกแต่ละประเภทอีกว่า

172
00:10:36,812 --> 00:10:36,977
coaxial ข้อดีอะไรข้อเสียอะไรไปปิดคดีอะไรข้อเสียนะคะ

173
00:10:36,977 --> 00:10:40,977
อันนี้ก็คือเทคนิคการส่งสัญญาณปกติโคแอกเชียลจะมีความค่าตัวต้านทานที่อยู่ 75 โอห์ม

174
00:10:50,338 --> 00:10:50,481
ค่าความต้านทานคืออะไร ในกรณีที่เราใช้จ่ายส่งที่เป็นทองแดง

175
00:10:50,481 --> 00:10:54,481
มันจะมีค่าความต้านทานเวลาส่งพวก

176
00:10:56,283 --> 00:11:00,283
ก็จะเป็นเสียงนะคะ หรือว่า

177
00:11:00,564 --> 00:11:04,564
ให้เป็นสายไฟก็คือกระแสไฟฟ้า มันจะมีค่าความต้านทาน

178
00:11:05,827 --> 00:11:06,295
ที่สามารถที่จะคำนวณมันก็จะมีคำนวณค่าอีกว่าโอมห์แล้วก็ส่งได้เท่าไร

179
00:11:06,295 --> 00:11:10,295
เทคนิคในการส่งสัญญาณนะคะ มันก็จะมี

180
00:11:10,849 --> 00:11:12,401
หลายแบบ

181
00:11:12,401 --> 00:11:16,401
แบบ ก็จะเป็น equation นะคะ

182
00:11:17,057 --> 00:11:21,057
เขานะคะ หนูจะเป็นซ

183
00:11:23,424 --> 00:11:24,130
อันนี้จะเป็นรูปแบบเทคนิคการส่งสัญญาณอีก

184
00:11:24,130 --> 00:11:28,130
เราเรียนเป็นภาพรวมนะ เราไม่ได้เรียนเป็น

185
00:11:30,615 --> 00:11:31,883
ลงลึกของเทคนิคการส่งสัญญาณ

186
00:11:31,883 --> 00:11:35,883
อธิบายละเอียดทั้งหมดนะคะ จะมีชื่อการส่งสัญญาณเทคนิค

187
00:11:36,206 --> 00:11:40,206
broadband แปลแล้วก็ไฟเบอร์ออฟติก

188
00:11:41,858 --> 00:11:42,193
เราก็จะเป็นอัตราความเร็วที่สามารถส่งได้

189
00:11:42,193 --> 00:11:46,021
เห็นว่า

190
00:11:46,021 --> 00:11:46,280
แต่ดีที่สุดนั่นเอง

191
00:11:46,280 --> 00:11:50,280
ระยะทางถ้าเป็น Fiber Optic นะคะ ที่ความเร็ว

192
00:11:52,435 --> 00:11:56,435
มากที่สุด สูงที่สุดแต่พอดีวันนี้มันไม่ได้ปะแป้งอ่ะค่ะ

193
00:11:57,109 --> 00:12:01,092
จัดมา

194
00:12:01,092 --> 00:12:04,224
ถามได้นะไหนอังง

195
00:12:04,224 --> 00:12:08,224
ถัดมาเป็นมาตรฐานจะมี IEEE80 2.5 นะคะ

196
00:12:12,362 --> 00:12:16,362
80205 ก็จะเป็นสายคู่บิดเกลียว

197
00:12:16,847 --> 00:12:20,847
ชื่อนะคะ เกี่ยวอยู่ 2 ลักษณะ

198
00:12:28,729 --> 00:12:28,813
ก็คือสามารถส่งที่อัตราความเร็วที่ 1 และก็ 4 เมกะบิตเปอร์เ

199
00:12:28,813 --> 00:12:32,813
ซก เป็น Lan แล้วก็ส่งให้ลิง

200
00:12:33,181 --> 00:12:37,181
ถ้าเป็น baก็คือ

201
00:12:38,639 --> 00:12:42,639
เป็นสายแล้วก็อุปกรณ์

202
00:12:45,137 --> 00:12:45,670
ต่อเสียบเข้าไปในตัวสวิตช์หรือ hubRouter

203
00:12:45,670 --> 00:12:49,670
ถ้าไปเล่นก็คืออุปกรณ์ทุกตัวต้องต่อเชื่อมกัน

204
00:12:52,542 --> 00:12:56,542
เวลาถ้าอันไหนล่มก็คือกันโรคทางระบบ

205
00:12:57,990 --> 00:13:00,896
ถามได้นะ

206
00:13:00,896 --> 00:13:04,896
มาตรฐานหนึ่งที่เรามาใช้ก็คือจะเป็นมาตรฐานของ IBM ก็จะเป็นพวก

207
00:13:12,234 --> 00:13:12,608
บริษัทที่ผลิตเกี่ยวกับอุปกรณ์

208
00:13:12,608 --> 00:13:16,608
อิเล็กทรอนิกส์ต่าง ๆ ในระบบเครือข่ายด้วยต่าง ๆ

209
00:13:17,317 --> 00:13:20,734
เขาก็จะมีเรื่อง

210
00:13:20,734 --> 00:13:24,734
2 แบบก็คือ

211
00:13:26,078 --> 00:13:26,223
แบบไม่มีชิวแล้วก็แบบนี้ชิวแล้วก็จะมีอัตราความเร็วในการส่งข้อมูล

212
00:13:26,223 --> 00:13:28,995
ด้วยเช่นเดียวกันนะคะ

213
00:13:28,995 --> 00:13:32,995
เดี๋ยวเราจะมาดูตารางถัดมานะคะ ที่ใช้

214
00:13:34,237 --> 00:13:34,641
เปรียบเทียบ

215
00:13:34,641 --> 00:13:38,641
802.5 นะคะ

216
00:13:46,007 --> 00:13:49,281
มีคู่เกี่ยวแล้วก็

217
00:13:49,281 --> 00:13:49,499
ก็จะแบบมีเกลียวแล้วก็ไม่มีเกลียว

218
00:13:49,499 --> 00:13:53,499
บางคนจะสงสัยว่าสายส่งสัญญาณทำไมมีทั้งแบบ

219
00:14:01,129 --> 00:14:01,661
กูไม่เกลียวก็ไม่เกลียวกรณีที่มันมีสีเดียวกับเสื้อ

220
00:14:01,661 --> 00:14:03,397
รถ

221
00:14:03,397 --> 00:14:04,465
สัญญาณรบกวน

222
00:14:04,465 --> 00:14:08,465
ปกติเวลาส่งสัญญาณข้อมูลนี่

223
00:14:11,739 --> 00:14:14,462
มันก็จะเป็นสายที่วันคู่ขนานกันไปเรื่อย ๆ นะคะ

224
00:14:14,462 --> 00:14:18,462
ถ้ามีการพูดเกลียวขึ้นมาหน่อยก็จะช่วยลด

225
00:14:19,631 --> 00:14:19,823
สัญญาณรบกวนระหว่างช่องสัญญาณที่อยู่ข้าง ๆ นั่นเองนะคะ ในการส่งข้อมูล

226
00:14:19,823 --> 00:14:23,823
อันนี้จะเป็นเทคนิคนะคะ แล้วก็จะเป็นอัตราความเร็ว

227
00:14:26,377 --> 00:14:29,749
และก็จำนวน repeater

228
00:14:29,749 --> 00:14:33,749
จำนวน repeater ก็คือ

229
00:14:36,542 --> 00:14:39,078
กรณีเราส่งสัญญาณข้อมูล

230
00:14:39,078 --> 00:14:42,819
เข้ามานะคะ แล้ว

231
00:14:42,819 --> 00:14:43,629
สัญญาณข้อมูลนี่ เราสามารถส่งได้ที่ระยะทางเท่าไร

232
00:14:43,629 --> 00:14:44,315
นะคะ

233
00:14:44,315 --> 00:14:47,724
มองภาพง่าย

234
00:14:47,724 --> 00:14:47,903
ๆ เวลาเราส่ง

235
00:14:47,903 --> 00:14:51,903
มองภาพง่ายที่สุดถ้าเราน่าจะเข้าใจนะ ถ้าเป็นแบบ

236
00:14:54,964 --> 00:14:55,795
องค์การโทรศัพท์มันก็จะมีชุมสาย

237
00:14:55,795 --> 00:14:57,977
เครือข่ายอินเตอร์เน็ตก็เหมือนกัน

238
00:14:57,977 --> 00:15:01,977
ก็จะมีจุดพักสัญญาณเช่นเดียวกัน

239
00:15:04,524 --> 00:15:08,022
นะคะ ไม่ว่าจะเป็น TOT

240
00:15:08,022 --> 00:15:12,022
Treboard banนะคะ Cat Telecom อะไรต่าง ๆ เนี่ย

241
00:15:14,210 --> 00:15:15,849
จะมีชุมสายในการกระจายสัญญาณเช่นเดียวกันว่าเราส่งสัญญาณมาถึงระดับนี้แล้วต้องมี

242
00:15:15,849 --> 00:15:17,114
ตู้พักกระจายสัญญาณชีพ

243
00:15:17,114 --> 00:15:17,888
ไหน

244
00:15:17,888 --> 00:15:20,170
เพื่อจะ

245
00:15:20,170 --> 00:15:21,349
ทำการทวนสัญญาณเพื่อให้สัญญาณมัน

246
00:15:21,349 --> 00:15:25,349
ชัดเจนแล้วก็ส่งไปยังปลายทางได้ครบ

247
00:15:25,446 --> 00:15:25,681
ข้อมูลที่

248
00:15:25,681 --> 00:15:28,627
พูดกันเองนะคะ

249
00:15:28,627 --> 00:15:32,627
ตัวนี้ไม่ได้ระบุตัว repeaต่อเข้ามานะคะ

250
00:15:38,430 --> 00:15:39,474
ระยะทางที่สูงสุด

251
00:15:39,474 --> 00:15:43,474
ที่เราสามารถส่งนะคะ อัตราความเร็วแล้วก็ที่จะทวนสัญญาณ

252
00:15:47,127 --> 00:15:47,970
ให้ถึงปลายทาง

253
00:15:47,970 --> 00:15:51,970
ได้นั่นเอง ถัดมาตัวที่ 3 ของเรามาตรฐาน

254
00:15:58,420 --> 00:15:58,902
fddi นะคะ

255
00:15:58,902 --> 00:16:02,902
ตามชื่อก

256
00:16:11,385 --> 00:16:11,678
Fiber Distributed Data Interface นะคะ ก็จะเป็นโปรโตคอลของตัวแทนนะคะ ก็คือเราก็เร็วและเบิกของเรานะคะ แบบ

257
00:16:11,678 --> 00:16:14,379
แคริ่ง

258
00:16:14,379 --> 00:16:18,379
อัตราการส่งข้อมูลที่ 100 นะคะ เมกะบิตเปอร์

259
00:16:21,341 --> 00:16:25,341
เซก มันก็จะเยอะกว่าเมื่อกี้

260
00:16:27,526 --> 00:16:31,526
อันนี้จะเพิ่มขึ้นนะ เป็น 100 นะคะ

261
00:16:35,679 --> 00:16:36,107
เราก็มีตาราง

262
00:16:36,107 --> 00:16:40,107
นี่อัตราความเร็วมันจะเพิ่มขึ้นนะคะ แต่เทคนิคสัญญาในการส่งต่างไป

263
00:16:45,198 --> 00:16:47,303
fddi จากชื่อก็ตัวเองก็ต้องมาจากตัวไฟเบอร์

264
00:16:47,303 --> 00:16:47,678
ออกไปไฟเบอร์จะส่งสัญญาณ

265
00:16:47,678 --> 00:16:51,493
ได้ระยะไกลกว่า แล้วก็สัญญาณดีกว่า

266
00:16:51,493 --> 00:16:55,493
นะคะ repeater แล้วทางระหว่างปีเตอร์นะคะ

267
00:16:57,664 --> 00:16:57,815
200 เมตรก็จะมีตัว register เพื่อ

268
00:16:57,815 --> 00:17:01,815
กวนสัญญาณทำให้สัญญาณเนี่ชัดเจนยิ่งขึ้นนั่นเอง

269
00:17:02,157 --> 00:17:06,157
งงกันไหมถ้าเงียบ ๆ จะถือว่าเข้าใจนะ ถ้าไม่เข้าใจยกมือถามได้นะคะ

270
00:17:10,363 --> 00:17:14,363
คราวนี้เราจะมาดูประเภทตัวกลางสื่อสาร

271
00:17:20,146 --> 00:17:24,146
ประเภทของมันก็จะมีแบบ

272
00:17:26,820 --> 00:17:27,180
wire ก็คือมีสาย

273
00:17:27,180 --> 00:17:31,180
Wireless ก็คือมีสายเนาะตามชื่อเลย

274
00:17:32,400 --> 00:17:36,400
มีสายแบบไหนบ้าง ก็คือพันคู่ตีเกลียว

275
00:17:40,371 --> 00:17:44,371
Fiber Optic

276
00:17:47,181 --> 00:17:50,152
แล้วก็พวกอากาศที่เรา

277
00:17:50,152 --> 00:17:51,248
ส่งสัญญาณไปหากันอย่างพวก

278
00:17:51,248 --> 00:17:55,248
WiFi

279
00:17:55,756 --> 00:17:57,221
หรือว่าใช้สัญญาณดาวเทียมนะคะ หน้าต่าง ๆ

280
00:17:57,221 --> 00:17:59,326
กรรไกร

281
00:17:59,326 --> 00:18:03,326
เรามาดูต่อ

282
00:18:07,348 --> 00:18:08,104
สายสื่อสารแบบใช้สาย

283
00:18:08,104 --> 00:18:09,743
ที่มีท่อนำ

284
00:18:09,743 --> 00:18:13,693
คืนมีอุปกรณ์

285
00:18:13,693 --> 00:18:15,226
เหมือนเรามีถนน

286
00:18:15,226 --> 00:18:15,946
เดินทางไป

287
00:18:15,946 --> 00:18:19,946
ว่าจะมีการเชื่อมอุปกรณ์นะคะ

288
00:18:24,308 --> 00:18:28,308
จากต้นทางไปยังปลายทาง จากอุปกรณ์หนึ่งไปยังอีกก้อนนึงนะคะ

289
00:18:28,856 --> 00:18:32,856
โดยมีสวิตซ์แพร์เราก็ไฟเบอร์ออฟติก

290
00:18:35,236 --> 00:18:38,166
คือจะเป็นสามัญที่พูดไปอยู่ฝั่งขวาที่มันเป็น นะคะ เดี๋ยวเราจะไปดูอันแรกของเรานะคะ

291
00:18:38,166 --> 00:18:38,464
ที่มีสายส่งของอุปกรณ์

292
00:18:38,464 --> 00:18:42,464
ตัวสายคู่าเกลียวนะคะ

293
00:18:51,876 --> 00:18:53,624
ยางเหมือนสาย Lan สมมติว่าแกออกมาจะเห็นว่า

294
00:18:53,624 --> 00:18:53,954
มันจะตีเกลียวคู่กัน

295
00:18:53,954 --> 00:18:57,954
Network น่าจะได้เรียนแล้ว

296
00:19:03,931 --> 00:19:05,057
อันนี้อาจารย์เขาน่าจะสอน Illustrator ก็คืออุปกรณ์ที่

297
00:19:05,057 --> 00:19:05,624
ฉนวนหุ้ม

298
00:19:05,624 --> 00:19:08,443
ของ

299
00:19:08,443 --> 00:19:12,443
สายทองแดงที่อยู่แต่ละคู่นั่นเองนะคะ

300
00:19:13,347 --> 00:19:17,347
สายคู่ตีเกลียวจะมี 2 อันอยู่ดี ๆ กับ

301
00:19:27,929 --> 00:19:28,304
ก็คือ

302
00:19:28,304 --> 00:19:32,304
Unshielded

303
00:19:34,043 --> 00:19:35,539
คิดว่าคือไม่มีตัว

304
00:19:35,539 --> 00:19:35,797
เขาเรียก

305
00:19:35,797 --> 00:19:39,797
อีกรอบหนึ่งเพื่อช่วยลดสัญญาณรบผ่อนนะคะ

306
00:19:41,127 --> 00:19:45,127
ก็จะมีสระ

307
00:19:45,835 --> 00:19:46,143
ตรงนี้

308
00:19:46,143 --> 00:19:50,143
ลักษณะก็จะต่างกัน

309
00:19:50,708 --> 00:19:54,708
รายการของเราก็จะเป็นส่วนมากจะใช้เป็น utp ธรรมดา

310
00:19:55,936 --> 00:19:56,617
ที่อยู่ในห้องแลป

311
00:19:56,617 --> 00:20:00,617
ถ้าไม่ใช่อุปกรณ์ที่ต้องการ

312
00:20:01,946 --> 00:20:02,323
ส่งข้อมูลแล้วไม่มีสัญญาณรบกวนนะคะ ถ้าต้องการ

313
00:20:02,323 --> 00:20:06,323
แบบว่ามีตัวยิ่งหรือว่าตัวป้องกันสัญญาณรบกวนนะคะ ก็จะเป็นตัว

314
00:20:09,774 --> 00:20:10,151
SCG ของเรา

315
00:20:10,151 --> 00:20:14,151
อันนี้ก็จะเป็นลักษณะของแต่ละแบรนด์

316
00:20:17,619 --> 00:20:21,619
ที่เราเห็นใช้ทั่วไปจะเป็นตัวนี้

317
00:20:22,758 --> 00:20:25,096
เข้าสายนะคะ เรียนมาแล้วนะ

318
00:20:25,096 --> 00:20:29,096
โอเคเดี๋ยวมาแล้วจะรู้ว่าเข้าสายได้คู่ไหนเป็น

319
00:20:32,976 --> 00:20:35,914
ตรงตัวครอส

320
00:20:35,914 --> 00:20:37,837
สลับสายกันอย่างไร สีอะไร

321
00:20:37,837 --> 00:20:38,027
อันนี้เป็น

322
00:20:38,027 --> 00:20:42,027
shield มันจะเป็นเหมือนปอย

323
00:20:43,944 --> 00:20:47,944
ต้องการไว้อีกรอบนึงแต่ว่าทั่วไปที่เราใช้

324
00:20:52,053 --> 00:20:52,120
ไม่ค่อยเก่งนะ ก็ใช้กับอุปกรณ์ที่เฉพาะนิดหนึ่งเราก็ราคาก็จะเพิ่มขึ้น

325
00:20:52,120 --> 00:20:56,120
อันไหนที่มันมีคุณภาพดีกว่าแน่นอนราคาก็จะสูงขึ้น

326
00:20:56,382 --> 00:21:00,367
ก็ดีขึ้นตามไปด้วยกันอีกนะคะ

327
00:21:00,367 --> 00:21:04,367
ไม่ไป

328
00:21:05,028 --> 00:21:09,028
อันนี้ก็จะเป็นสายนะคะ

329
00:21:10,932 --> 00:21:14,932
คู่ตีเกลียวของเรานะ

330
00:21:16,922 --> 00:21:17,594
มีทั้งหมด 4 คู่

331
00:21:17,594 --> 00:21:21,594
ขาวฟ้าฟ้า

332
00:21:25,821 --> 00:21:27,191
ข้าวส้มส้ม ขาวน้ำตาล น้ำตาล เอาตรง ๆ เขาเขียว ๆ ขำกับน้ำตาลนะคะ

333
00:21:27,191 --> 00:21:31,191
ก็จะสามารถส่งข้อมูลได้ทางที่ไม่ค่อย

334
00:21:33,289 --> 00:21:35,462
ไกลเท่าไหร่ก็จะเห็นว่า

335
00:21:35,462 --> 00:21:37,467
อุปกรณ์ตามห้องนะคะ

336
00:21:37,467 --> 00:21:38,626
ที่ไม่ค่อยไกล

337
00:21:38,626 --> 00:21:42,626
ก็พูดไปแล้วนะ 4 คู่ 8 เส้น

338
00:21:47,733 --> 00:21:51,733
คราวนี้นะคะ ถ้าเราจะมาพูดถึงการก

339
00:21:54,543 --> 00:21:58,543
กหนดปลายสาย ก็คือในกรณีที่เราต้องการต่ออุปกรณ์ 2

340
00:22:02,456 --> 00:22:05,197
อุปกรณ์ จะเป็นคอมกับ switch

341
00:22:05,197 --> 00:22:07,523
คอมพิวเตอร์กับคอมพิวเตอร์นี่เราจะใช้

342
00:22:07,523 --> 00:22:08,142
การต่อสายในรูปแบบไหน

343
00:22:08,142 --> 00:22:12,142
มันจะมีอยู่ 2 รูปแบบ t568a กับ t568b

344
00:22:16,362 --> 00:22:20,085
2 ลักษณะ

345
00:22:20,085 --> 00:22:20,406
เดี๋ยวมาดูรูปแบบแรกของเรานะคะ

346
00:22:20,406 --> 00:22:24,406
ตามตรง

347
00:22:24,584 --> 00:22:26,019
ชื่อตรง ๆ เลย

348
00:22:26,019 --> 00:22:26,254
ไม่ได้ขอ

349
00:22:26,254 --> 00:22:30,254
น่าจะเป็น t568a น

350
00:22:31,122 --> 00:22:31,485
อกจาก

351
00:22:31,485 --> 00:22:35,485
การเข้าสาย 2 ฝั่งจะสีเดียวกันนะคะ

352
00:22:35,987 --> 00:22:37,680
เริ่มจาก

353
00:22:37,680 --> 00:22:39,480
ขาวส้มเขียว

354
00:22:39,480 --> 00:22:39,839
ขาวส้มส้มขาวเขียวน้ำเงิน

355
00:22:39,839 --> 00:22:43,839
ขาวน้ำเงินเขียวขาวน้ำตาลน้ำตาลนะคะ

356
00:22:46,907 --> 00:22:47,466
จะเป็นสายที่ต่อหัว 2 กัน 2 ฝั่งเหมือนกัน

357
00:22:47,466 --> 00:22:51,466
เหมือนกันทั้ง 2 ฝั่ง

358
00:22:51,969 --> 00:22:52,730
อันนี้ก็คือการต่อตรง

359
00:22:52,730 --> 00:22:56,730
ขาวส้มส้ม ขาวเขียวน้ำเงิน

360
00:22:59,597 --> 00:23:03,597
ขาวน้ำเงินเขียว ขาวน้ำตาลน้ำตาล จะเหมือนกันทั้ง 2 ฝั่ง

361
00:23:04,677 --> 00:23:08,677
พื้นฐานต่อสายต้องทำได้

362
00:23:08,732 --> 00:23:12,732
เรียนคอม

363
00:23:12,773 --> 00:23:13,661
ได้ต่อตรง

364
00:23:13,661 --> 00:23:17,661
ทำได้ใช่ไหมต่อได้แต่ว่าต้องเช็กแล้ว

365
00:23:21,950 --> 00:23:23,009
มันอ่านอยู่ใช่ไหม

366
00:23:23,009 --> 00:23:27,009
OK

367
00:23:27,377 --> 00:23:28,142
แปลว่าให้เขียนใส่ตรงใส่ cross ได้ถูก

368
00:23:28,142 --> 00:23:28,580
OK

369
00:23:28,580 --> 00:23:31,507
OK ถัดมา

370
00:23:31,507 --> 00:23:35,507
เมื่อกี้ก็คือใส่ตรงก็คือการต่ออุปกรณ์คอมพิวเตอร์ไปยัง

371
00:23:41,416 --> 00:23:43,574
router ต่าง ๆ

372
00:23:43,574 --> 00:23:47,574
2 ฝั่งจะเข้าสายลักษณะเดียวกัน

373
00:23:51,882 --> 00:23:52,387
ลำดับสีเหมือนกัน

374
00:23:52,387 --> 00:23:56,387
อุปกรณ์ที่ใช้ในการต่อ

375
00:23:59,251 --> 00:23:59,468
น่าจะเป็นพวกเข้ากับคอมพิวเตอร์ก็คืออุปกรณ์ที่มันต่างกัน

376
00:23:59,468 --> 00:24:03,468
คอมพิวเตอร์ Router คอมพิวเตอร์หรือเป็นสวิตช์ก็ได้เช่นเดียวกัน

377
00:24:04,423 --> 00:24:08,124
เหมือนในห้องแลปเขาจะมีคอม

378
00:24:08,124 --> 00:24:08,456
กับ

379
00:24:08,456 --> 00:24:12,456
switch อยู่ตรงนี้ใช่ไหมคะ

380
00:24:13,057 --> 00:24:16,540
ข้อต่อลากสายเข้าหากัน

381
00:24:16,540 --> 00:24:17,462
นะคะ

382
00:24:17,462 --> 00:24:20,407

383
00:24:20,407 --> 00:24:24,407
ต่อมาเมื่อกี้จากขาวส้ม ๆ จะเรื่องขึ้นมาเราจะสลับกัน 3 ตัวแรกและก่อนตัว

384
00:24:32,477 --> 00:24:36,286
ลำดับสุดท้ายก็คือตัวที่ 6

385
00:24:36,286 --> 00:24:36,789
1 2 3 แล้วก็ตัวที่ 6 ที่สลับสี

386
00:24:36,789 --> 00:24:39,959
เมื่อกี้จะเป็นขาวส้มส้ม ใช่ไหมคะ

387
00:24:39,959 --> 00:24:43,793
อันนี้ก็จะเป็นขาวเขียวเขียว

388
00:24:43,793 --> 00:24:45,555
ขาวส้ม

389
00:24:45,555 --> 00:24:47,589
ต้ม

390
00:24:47,589 --> 00:24:47,921
น้ำเงิน

391
00:24:47,921 --> 00:24:51,378
ขาวน้ำเงิน

392
00:24:51,378 --> 00:24:54,111
ส้ม ขาวน้ำตาลน้ำตาล

393
00:24:54,111 --> 00:24:54,367
ก็จะเป็นเหมือนเดิม

394
00:24:54,367 --> 00:24:58,367
2 ฝั่งจะไม่เหมือนกัน

395
00:24:58,405 --> 00:24:58,980
ในการเข้าหัว

396
00:24:58,980 --> 00:25:02,980
ก็จะเป็นลักษณะแบบนี้

397
00:25:04,942 --> 00:25:06,593
ตัวนี้แทนด้วย

398
00:25:06,593 --> 00:25:10,593
568A

399
00:25:12,441 --> 00:25:12,656
ถ้าสีที่ขึ้นด้วยขาวส้มจะเป็น 568B โอเค

400
00:25:12,656 --> 00:25:16,656

401
00:25:19,028 --> 00:25:23,028
อุปกรณ์ในการเชื่อมต่อของเรานะคะ ของสาย cross นะคะ ก็คือ

402
00:25:31,736 --> 00:25:35,481
การต่ออุปกรณ์กับอุปกรณ์เข้าหากันได้เลยนะคะ

403
00:25:35,481 --> 00:25:35,623
อย่างเท่ากับ Hub Switch กับ Switch หรือว่าคุยกับใคร

404
00:25:35,623 --> 00:25:39,623
คอมพิวเตอร์กับคอมพิวเตอร์คือสามารถที่จะ

405
00:25:47,541 --> 00:25:49,933
โอนถ่ายข้อมูลหากันได้ก็รีบเราใช้ในกรณีไหนสมมุติว่ามีข้อมูลในคอมพิวเตอร์ต้องการที่จะโอนใส่คอมพิวเตอร์

406
00:25:49,933 --> 00:25:53,933
แล้วเราไม่มี wireless

407
00:25:56,197 --> 00:25:58,960
ระบบเครือข่ายทางเราสามารถใช้สายเชื่อมต่อระหว่างอุปกรณ์ทั้ง 2 อันแล้วก็ทำการ

408
00:25:58,960 --> 00:25:59,409
โอนย้ายข้อมูลระหว่างกันได้

409
00:25:59,409 --> 00:26:02,195
นั่นเองนะคะ โอเคนะ สาย cross

410
00:26:02,195 --> 00:26:06,195
อันนี้

411
00:26:08,525 --> 00:26:12,525
เดี๋ยวผ่านเลยแล้วกันนะคะ ละเอียดเกินไปนะคะ มันจะเยอะ

412
00:26:12,705 --> 00:26:16,705
อันนี้ต้องบอกลักษณะของประเภทของ utp ก็คือ

413
00:26:20,719 --> 00:26:21,247
อันจิ๋วก็คือสายที่เราใช้เมื่อกี้นั่นล่ะค่ะ

414
00:26:21,247 --> 00:26:25,247

415
00:26:28,592 --> 00:26:29,259
ถัดมาอันนี้เคยเข้าสายแล้วน่าจะรู้ว่า RJ-45 นะคะ ตัวผู้ตัวเมีย

416
00:26:29,259 --> 00:26:33,259
หาตัวเมียตัวผู้ของเรานะคะ เราจะเห็นพวก

417
00:26:37,082 --> 00:26:37,365
ทองแดงหน้าที่

418
00:26:37,365 --> 00:26:41,365
เชื่อมมานะคะ

419
00:26:41,898 --> 00:26:45,898
เข้ากับตัวหัวเพื่อให้อุปกรณ์

420
00:26:47,586 --> 00:26:47,816
กลับตัวสายส่งสัญญาณนี่สามารถที่จะเชื่อมต่อเข้าหากันได้นะคะ

421
00:26:47,816 --> 00:26:51,816
ถัดมาจะมาพูดถึงประสิทธิภาพของสาย

422
00:26:57,772 --> 00:26:57,875
UTP หรือ Unshielded ที่ของเราอยู่ดี ๆ ของเรานะคะ

423
00:26:57,875 --> 00:27:01,875
ก็เห็นว่า

424
00:27:05,178 --> 00:27:09,178

425
00:27:11,683 --> 00:27:15,683
ความถี่นะคะ ที่ใช้นะคะ มี

426
00:27:23,923 --> 00:27:24,012
ความถี่เยอะนะคะ มันก็สามารถที่จะส่งไปทางนะคะ ส่งข้อมูลได้

427
00:27:24,012 --> 00:27:26,448

428
00:27:26,448 --> 00:27:30,448
เป็นดูภาพรวมคร่าว ๆ แล้วกันนะคะ

429
00:27:30,494 --> 00:27:34,494
เมื่อกี้ไปที่สายทองแดงอันแรกของเราแล้วนะคะ สาย cross ของเรา

430
00:27:37,937 --> 00:27:41,937
สายตรงของเรานะคะ

431
00:27:47,622 --> 00:27:48,042
มาจะเป็นสายโคแอกเชียล

432
00:27:48,042 --> 00:27:52,042
ข้างในก็เป็นทองแดงเหมือนกัน ก็เป็นทองแดงเหมือนกัน

433
00:27:58,108 --> 00:27:58,495
รวมถึงสายไฟบ้านเราก็ทองแดงเหมือนกัน

434
00:27:58,495 --> 00:28:01,286
ความต้านทานก็จะมีเหมือนกัน

435
00:28:01,286 --> 00:28:05,286
อุปกรณ์สื่อสารหรือว่าส่ง

436
00:28:06,209 --> 00:28:06,889
พวกกระแสไฟฟ้

437
00:28:06,889 --> 00:28:10,889
านะคะ เวลาคำนวณคู่กับค่าต้านทานนะคะ ต่าง ๆ ดูตัว

438
00:28:13,103 --> 00:28:17,054
ภายในที่ใช้ในการส่งสัญญาณ

439
00:28:17,054 --> 00:28:21,054
น่าจะเป็นอุปกรณ์ตัวที่ 2 ที่ใช้ในการส่งสัญญาณในรูปแบบมีสายของเรา

440
00:28:24,754 --> 00:28:28,754
นะคะ ด้านในสุด

441
00:28:32,369 --> 00:28:32,891
เป็นทองแดงนะคะ inner นะคะ แล้วก็จะเป็น

442
00:28:32,891 --> 00:28:36,891
insulator ก็คือพวกปกคลุมต่าง ๆ มันจะมีทั้งพลาสติกนะคะ

443
00:28:46,108 --> 00:28:48,759
แล้วก็จะมีเลข 3 นะคะ เป็นแบบพวกทองแดงมีรอบนึงแล้วก็จะมีพลาสติกหุ้มอีกรอบหนึ่งแล้วก็จะมี

444
00:28:48,759 --> 00:28:51,326
ท่อส่งอีกรอบหนึ่งนะคะ

445
00:28:51,326 --> 00:28:51,612
แล้วเราจะมาดูรูปภาพจริงนี่

446
00:28:51,612 --> 00:28:54,362
บางคนอาจจะมองภาพไม่ชัดเจน

447
00:28:54,362 --> 00:28:57,668
ลักษณะแบบนี้นะคะ

448
00:28:57,668 --> 00:29:01,668
การเข้าสายก็จะ

449
00:29:04,039 --> 00:29:08,039
ยากกว่าการเข้าสายแบบ rj-45 นะคะ

450
00:29:09,206 --> 00:29:11,478
อุปกรณ์หัวต่อชิ้นก็จะแพงกว่า rj-75 ตามลำดับนะ อันไหนที่มัน

451
00:29:11,478 --> 00:29:12,292
คุณภาพในการส่งค่อนข้างเยอะ

452
00:29:12,292 --> 00:29:16,292
ก็คือจะตั้งแต่ทำการตรงนี้นะ จะเอามันจะมีหัวทองแดงเข้ามาให้เราย้ำสายก่อนนะคะ แล้วก็เอาตัวคอนเนคเป็น bnc connector หรือว่า

453
00:29:25,276 --> 00:29:25,806
แล้วแต่ประเภทนะคะ ของตัว

454
00:29:25,806 --> 00:29:29,806
เข้าสายอีกรอบนะคะ แล้วก็

455
00:29:30,415 --> 00:29:34,415
ทำการ

456
00:29:36,373 --> 00:29:40,126
ป้องกันในกรณีที่จะมีพวกความชื้นหรืออะไรเข้ามาเขาก็จะมีพลาสติกที่ไว้

457
00:29:40,126 --> 00:29:40,376
ทำการครอบคลุมอีกรอบนึงก็เรียกข้อหดนะคะ ในการที่จะ

458
00:29:40,376 --> 00:29:44,376
หัวต่อที่ให้ยึดติดกับตัวสายนี่

459
00:29:44,925 --> 00:29:47,873
ให้มั่นคงพูดง่าย ๆ นะคะ

460
00:29:47,873 --> 00:29:51,873
มันก็จะมีแบบผอมนะคะ

461
00:29:55,461 --> 00:29:59,461
ก็คือผอมแบบแล้วก็หนาขึ้นนั่นเองนะคะ

462
00:29:59,567 --> 00:30:02,555
มันก็จะเป็นลักษณะของตัวขนาด

463
00:30:02,555 --> 00:30:05,813
ที่บอกที่ 4 มิล แล้วก็ 10 มิล นั่นเอง

464
00:30:05,813 --> 00:30:09,813
สายโคแอกเชียลก็จะมีหลากหลายประเภทอีกเหมือนกัน

465
00:30:10,093 --> 00:30:14,093
ตามอุปกรณ์ด้วยตาม

466
00:30:14,374 --> 00:30:15,599
ยี่ห้อตามประเภท

467
00:30:15,599 --> 00:30:16,304
สาย

468
00:30:16,304 --> 00:30:20,304
ของเรา

469
00:30:20,601 --> 00:30:24,601
คราวนี้

470
00:30:29,461 --> 00:30:32,676
เมื่อกี้เราต่อสายแลนไปเรียบร้อยก็ดูถึง rj-45 นะคะ ถ้าเป็น

471
00:30:32,676 --> 00:30:33,253
สายต่อที่เป็นของโครเอเชียจะเรียกว่า

472
00:30:33,253 --> 00:30:36,589
bnc connector

473
00:30:36,589 --> 00:30:40,589
เวลาเชื่อมต่อกับอุปกรณ์จะใช้การหมุนเพื่อให้มันลงล็อ

474
00:30:43,509 --> 00:30:46,715
dก็จะยึดอุปกรณ์ไม่ให้หลุด

475
00:30:46,715 --> 00:30:50,715
ตัว bnc ของเราก็มี

476
00:30:57,072 --> 00:30:57,452
หลายประเภทก็เหมือน 3 ประเภทใหญ่ ๆ เหมือนเราจะต่อท่อประปาเคยต่อท่อประปาเองหรือเปล่า

477
00:30:57,452 --> 00:31:00,211
มันจะมีอะไรบ้าง

478
00:31:00,211 --> 00:31:03,303
ธรรมดานะ เป็นหัวที่ต่อ

479
00:31:03,303 --> 00:31:06,777
สำหรับให้

480
00:31:06,777 --> 00:31:08,307
อันนี้เรียกว่าตัวผ

481
00:31:08,307 --> 00:31:12,291
ู้แล้วกันนะ จะเป็นพวกตัวเมียที่ไป

482
00:31:12,291 --> 00:31:16,291
t connector ก็จะเป็นรูปตัวทีที่จะมีตัว I connector ด้วยนะคะ พอดีไม่มีรูปในนี้นะคะ

483
00:31:18,693 --> 00:31:21,560
แล้วก็ T connector ก็คือเวลาปิด

484
00:31:21,560 --> 00:31:25,560
ต่อท่อประปาก็ไม่มีทั้งตัว T ตัว I แล้วก็ตัวที่ปิด

485
00:31:25,960 --> 00:31:29,631
ท่อ ไม่ทำการส่งสัญญาณไปนั่นเอง

486
00:31:29,631 --> 00:31:33,631
อันนี้ก็จะมีกาววายกรณีที่

487
00:31:34,501 --> 00:31:38,501
เปิดไฟรั่ว

488
00:31:41,237 --> 00:31:44,191
โทรไปได้รออุปกรณ์ไฟฟ้าอุปกรณ์โทรคมนาคมทุกอย่างนะคะ ต้องมีไฟในการสื่อสาร

489
00:31:44,191 --> 00:31:45,081
ใช้ไฟในการหล่อเลี้ยงอุปกรณ์ก็ต้องมี

490
00:31:45,081 --> 00:31:45,839
การป้องกัน

491
00:31:45,839 --> 00:31:48,099
สัญญาณไฟ

492
00:31:48,099 --> 00:31:50,699
ขึ้นมานั้นเอง

493
00:31:50,699 --> 00:31:54,699
ก็จะมี 50 วัตต์ตรงนี้นะคะ

494
00:31:55,376 --> 00:31:59,376

495
00:32:05,513 --> 00:32:05,750
ถัดมาพูดถึงข้อดีข้อเสีย

496
00:32:05,750 --> 00:32:09,750
อย่างที่บอกไปถ้าเปรียบเทียบกับอุปกรณ์ที่เป็นสายแลนของเรานะคะ

497
00:32:17,845 --> 00:32:19,865
ตัว coaxial ก็จะมีราคาที่ค่อนข้างสูงกว่าไม่ว่าจะเป็นอุปกรณ์เข้าสาย

498
00:32:19,865 --> 00:32:23,865
เดินทั่วไปนะคะ

499
00:32:24,478 --> 00:32:24,795
สายจะค่อนข้างมีขนาดใหญ่กว่า

500
00:32:24,795 --> 00:32:28,795
จะหนาหนักแล้วก็ใหญ่

501
00:32:29,654 --> 00:32:33,654
การติดตั้งก็จะค่อนข้างยุ่งยาก

502
00:32:38,491 --> 00:32:41,602
สายแลนของเราเวลาเข้าหัวก็แค่เรียงแล้วก็ย้ำสายก็เสร็จเรียบร้อยนะคะ ถ้าเป็น coaxial ก็คือจะย้ำ

503
00:32:41,602 --> 00:32:45,028
ตัวทองแดงข้างในก่อนแล้วก็หัว bnc

504
00:32:45,028 --> 00:32:49,028
เชื่อมกับ  ย้ำอีกรอบนึงนะคะ

505
00:32:49,028 --> 00:32:49,590
ถ้ายังไม่ได้ก็คือเสียต้องตัดทิ้งใหม่นะคะ ก็เริ่มใหม่

506
00:32:49,590 --> 00:32:53,590
หัวใหม่แล้วก็ต้องย้ำเสร็จทั้ง 2 รอบเรียบร้อยนะคะ ต้องใช้ท่อหด

507
00:32:59,161 --> 00:33:00,305
เชื่อมอีกรอบนึงแล้วก็ค่อยเทสสายว่าโทรศัพท์ไอ้เนี่ยมันรับส่งสัญญาณได้หรือเปล่า

508
00:33:00,305 --> 00:33:03,044
ข้อดี

509
00:33:03,044 --> 00:33:06,292
ระยะทางที่ในการส่งสัญญาณชีพ

510
00:33:06,292 --> 00:33:07,007
อะไรขึ้นป้องกันสัญญาณรบกวนได้ดี

511
00:33:07,007 --> 00:33:10,455
จะสังเกตว่าไอ้ตัว coaxial

512
00:33:10,455 --> 00:33:14,455
จะมีแค่สายทองแดงเส้นเดียวที่อยู่ตรงกลางแต่ว่าถ้าเป็นสายคู่บิดเกลียวนี่มันจะมีคู่ส่งสัญญาณที่เป็นคู่ 4 คู่นะจำได้แล้วที่เรา

513
00:33:21,461 --> 00:33:25,461
เอาสีไปเมื่อกี้

514
00:33:30,181 --> 00:33:32,036
จะมีคู่ไปทั้งนั้นน่ะสัญญาณที่ใช้ในการส่งเนี่ยมันก็จะมีที่มันอยู่ด้วยกันนะคะ มันจะเกิดปัญญารบกวนได้อันนี้ก็เลยจะส่งสัญญาณได้

515
00:33:32,036 --> 00:33:32,597
ระยะที่ไกลกว่านั้นเอง

516
00:33:32,597 --> 00:33:36,597
ประสิทธิภาพนะคะ ของ coaxial นะคะ

517
00:33:47,724 --> 00:33:47,975
อันนี้ต้องดูความถี่ในการส่งยิ่งความถี่เยอะนะคะ

518
00:33:47,975 --> 00:33:51,490
ระยะทางในการส่งก็จะเพิ่มมากขึ้นนั่นเอง

519
00:33:51,490 --> 00:33:55,490
มองภาพง่าย ๆ เลย

520
00:33:57,110 --> 00:34:01,110

521
00:34:01,320 --> 00:34:05,320
ถัดมา เอาภาพมาให้ดูคร่าว ๆ

522
00:34:07,329 --> 00:34:11,329
อันนี้เป็นการลักษณะการส่งสัญญาณข้าง

523
00:34:16,644 --> 00:34:17,635
อันนี้ขอข้ามแล้วกันนะเดี๋ยวมันจะ

524
00:34:17,635 --> 00:34:21,635
มาดูลำแสงของเรานะคะ

525
00:34:29,422 --> 00:34:32,128
สายใยแก้วนำแสงอย่างที่บอกไปว่าเป็นอุปกรณ์ที่สามารถส่งสัญญาณนะคะ

526
00:34:32,128 --> 00:34:33,462
ต้นทางไปปลายทางได้ระยะที่

527
00:34:33,462 --> 00:34:37,462
ไกลที่สุด

528
00:34:38,084 --> 00:34:39,899
ดีสุดดีสุดจะตามมาด้วยราคาที่

529
00:34:39,899 --> 00:34:39,973
ที่สุด

530
00:34:39,973 --> 00:34:43,973
จะมีอะไรบ้าง มีคอ

531
00:34:47,217 --> 00:34:48,043
เส้นใยแก้วที่อยู่ข้างในนะคะ ก็จะผลิตจากแก้ว

532
00:34:48,043 --> 00:34:50,912
ชื่อ

533
00:34:50,912 --> 00:34:52,398
เอาแก้วมาผลิตเป็นเส้นมันต้องเปราะ

534
00:34:52,398 --> 00:34:53,156
แตกง่าย

535
00:34:53,156 --> 00:34:57,156
จะมีการส่งจะส่งเป็นสัญญาเลเซอร์นะคะ หรือว่า

536
00:34:58,492 --> 00:35:02,492
เพื่อส่งสัญญาณจากต้นทางไปปลายทางแล้วก็มีผู

537
00:35:03,629 --> 00:35:07,629
้รับนะคะ แล้วก็มีตัวหุ้มถ

538
00:35:08,136 --> 00:35:12,027

539
00:35:12,027 --> 00:35:16,027
ัดไป คราวนี้เราจะมาแบ่งประเภทของตัว

540
00:35:16,376 --> 00:35:16,523
สัญญาณ

541
00:35:16,523 --> 00:35:18,503
Fiber Optic ก็จะมี

542
00:35:18,503 --> 00:35:22,503
ตัวส่งสัญญาณมันจะแบ่งประเภทอีกว่ามีประเภทอะไรบ้างนะคะ

543
00:35:28,122 --> 00:35:28,221
มีรูปแบบอะไรบ้าง Multi Mode กับ Single Mode ก็คือกรณีที่เราต้องการส่งสัญญาณเนี่ย

544
00:35:28,221 --> 00:35:32,221
สามารถส่งสัญญาณไปพร้อมกันโดยใช้แสงลงไปพร้อมกันครั้งเดียวไหมหรือว่าส่งไปแค่ครั้งเดียวแล้วมันต่างกันยังไงอันไหนดีกว่ากัน

545
00:35:36,010 --> 00:35:40,010
ก็จะแบ่งออกเป็นอีก

546
00:35:41,108 --> 00:35:41,967
set index ตามชื่อเราก

547
00:35:41,967 --> 00:35:43,840
็ Index

548
00:35:43,840 --> 00:35:47,840
เราจะมาดูกันว่า

549
00:35:50,616 --> 00:35:50,799
แต่ละตัวเนี่ยมันต่างกันยังไงและตัวไหนนี่ มันเหมาะกับการส่งข้อมูลแบบไหนบ้างอีก

550
00:35:50,799 --> 00:35:54,799
ดูจากรูปนี่พอเข้าใจไหมคะ

551
00:35:57,126 --> 00:36:01,126
อันนี้ก็จะเป็น Multi mode ทั้ง 2 อัน multi-mode ก็คือการส่งสัญญาณ

552
00:36:06,719 --> 00:36:07,852
หลาย ๆ ลำแสง

553
00:36:07,852 --> 00:36:10,407
พร้อมกัน

554
00:36:10,407 --> 00:36:12,206
เข้าสู่

555
00:36:12,206 --> 00:36:13,472
สายใยแก้วนำแสงนั่นเอง

556
00:36:13,472 --> 00:36:17,310
สมมติเราส่งคลื่นสัญญาณ

557
00:36:17,310 --> 00:36:20,713
มาเป็นเหลี่ยม ๆ อย่าง

558
00:36:20,713 --> 00:36:24,713
นี้ ปกติเวลาเราส่งข้อมูลสมมุติเป็นเสียงพูด

559
00:36:26,153 --> 00:36:27,526
1 2 3 4 5 6 7 9 10 ไปทางก็ต้องได้รับ 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10

560
00:36:27,526 --> 00:36:27,954
เราจะเห็นว่า

561
00:36:27,954 --> 00:36:31,582
แล้วส่งคลื่นเป็นคลื่นเหลี่ยม

562
00:36:31,582 --> 00:36:35,582

563
00:36:38,314 --> 00:36:40,155

564
00:36:40,155 --> 00:36:41,881
ปุ๊บ ๆ

565
00:36:41,881 --> 00:36:45,153
เป็นเป็นคลื่น

566
00:36:45,153 --> 00:36:46,679
ถ้าเป็น Single Mode นะคะ

567
00:36:46,679 --> 00:36:47,641
มันจะเปลี่ยนแค่ตรง

568
00:36:47,641 --> 00:36:49,618
ความสูง

569
00:36:49,618 --> 00:36:52,552
ตรงนี้นิดเดียวตรงหัวมัน ambitude นะคะ

570
00:36:52,552 --> 00:36:56,552
สูตรความสูงให้มันโค้งลงมา

571
00:36:59,836 --> 00:37:01,113
เราก็จะรู้ได้ไงว่าสัญญาณที่ดีที่สุดในการส่ง

572
00:37:01,113 --> 00:37:05,113
ว่าจะเป็นรูป

573
00:37:05,239 --> 00:37:05,381
ถูกไหมดูภาพแบบสักรูปเลยง่าย ๆ

574
00:37:05,381 --> 00:37:08,767
ไว้ข้างบนนี่

575
00:37:08,767 --> 00:37:12,767
มันก็จะลดทอนลงมาอันนี้ก็จะเริ่มมีสัญญาณที่ดีขึ้นนะคะ

576
00:37:18,147 --> 00:37:20,128
หน้าตาที่มันเหมือนกับต้นทางมากที่สุดก็คือ

577
00:37:20,128 --> 00:37:21,131
การส่งสัญญาณที่ดีที่สุด

578
00:37:21,131 --> 00:37:25,131
ไม่งงนะ

579
00:37:25,960 --> 00:37:29,960
step index วันนี้ก็จะเห็นว่าขนส่งแล้วก็

580
00:37:32,671 --> 00:37:34,350
อาจจะมีการ

581
00:37:34,350 --> 00:37:38,350
ในการ

582
00:37:38,450 --> 00:37:39,004
ส่งข้อมูลในช่องสัญญาณของการก็จะเกิดลดทอนได้

583
00:37:39,004 --> 00:37:43,004
สัญญาณของเรา นี่มันก็จะ

584
00:37:49,285 --> 00:37:49,631
มีขนาดที่ถูกปรับเล็กลงนะคะ แล้วก็การเปลี่ยนรูปของตัวสัญญาณของปลายทางที่ได้

585
00:37:49,631 --> 00:37:53,631
ไม่ค่อยมี

586
00:37:57,886 --> 00:37:58,162
การหักเหของสัญญานะคะ

587
00:37:58,162 --> 00:38:02,162
ทำให้การเปลี่ยนรูปนี่ก็จะเพิ่มขึ้น ก็คือไม่เปลี่ยนเยอะเท่าไหร่

588
00:38:06,458 --> 00:38:06,653
สัญญาณมันก็จะดีขึ้นกระจกข้างบนนะคะ

589
00:38:06,653 --> 00:38:10,653
เป็น Single Mode มันก็ส่งมาเป็นลำแสงเดียวแน่นอนมันก็จะไม่ค่อย

590
00:38:11,573 --> 00:38:13,071
โดด

591
00:38:13,071 --> 00:38:16,892
พ่อ

592
00:38:16,892 --> 00:38:19,493
ในการส่งก็คือตัวยาแก้ของเรานี่ ไม่มีการหักเหของสัญญาณ

593
00:38:19,493 --> 00:38:20,213
ทำให้รูปทรงในปลายทางที่ได้รับนี่

594
00:38:20,213 --> 00:38:22,934
ก็จะเหมือน

595
00:38:22,934 --> 00:38:23,408
ต้นทางที่เราส่งมานั่นเองนะคะ ถัดมา

596
00:38:23,408 --> 00:38:27,408

597
00:38:29,113 --> 00:38:33,113
ไฟเบอร์ออฟติกของเราก็จะแบ่งออกเป็น 2 ประเภทนะคะ เมื่อกี้ที่เราบอกไปนะคะ

598
00:38:38,453 --> 00:38:38,715
ชื่อ multi-mode ก็เป็นตัว MMF

599
00:38:38,715 --> 00:38:42,715
ถ้าเป็นตัว Single ก็เป็น FMF ก็เป็น Single mode

600
00:38:47,388 --> 00:38:50,308
Fiber Optic

601
00:38:50,308 --> 00:38:54,308
เดี๋ยวลงรายละเอียดของเรานะคะ เนื่องจาก

602
00:38:56,421 --> 00:39:00,421
ยาแก้ของเรานะคะ ก็จะมีลำแสงนะคะ ที่ส่งจากต้นทางไปปลายทางน่าจะเป็น

603
00:39:04,718 --> 00:39:05,464
เล็บหนูจะไปเลเซอร์ก็แล้วแต่นะคะ

604
00:39:05,464 --> 00:39:09,274
ตัว multi-mode ของเราแบ่งเป็น 2 ชนิด

605
00:39:09,274 --> 00:39:13,274
เป็น step index หรือ grade Index

606
00:39:13,760 --> 00:39:15,860
ตัวนี้นะคะ

607
00:39:15,860 --> 00:39:19,172
เนื่องจากนะคะ

608
00:39:19,172 --> 00:39:22,845
มีความเบาบางของสัญญาณแล้วก็การแต่งตัวของ

609
00:39:22,845 --> 00:39:26,183
สัญญาณที่อยู่ในช่อง

610
00:39:26,183 --> 00:39:30,020
Fiber Optic ของเราจะทำให้ความเร็ว

611
00:39:30,020 --> 00:39:32,698
กล่องสัญญาณที่ใช้ในการส่งนี่

612
00:39:32,698 --> 00:39:35,745
ถูกลดลงนะคะ

613
00:39:35,745 --> 00:39:39,745
แล้วก็มีข้อจำกัดระยะทางค่ะ อยู่ที่

614
00:39:41,011 --> 00:39:45,011
500 เมตร อยากรู้ก็เห็นว่ามัน

615
00:39:45,091 --> 00:39:45,894
คุณภาพที่ดีที่สุดถัดมา

616
00:39:45,894 --> 00:39:48,033

617
00:39:48,033 --> 00:39:52,033
พยายามที่จะให้ส่งตัวสัญญาณมีอยู่ในท่อกลางมากที่สุดมันจะได้ไม่เกิดการ

618
00:39:57,205 --> 00:40:01,205
หรือไปชนกับท่อนะคะ หรือว่าตัว

619
00:40:02,852 --> 00:40:06,286
สายส่งของเรา

620
00:40:06,286 --> 00:40:10,286
นี่ ทำให้การส่งสัญญาณนี่

621
00:40:10,978 --> 00:40:11,985
ปลายทางพร้อมกันแล้วก็ได้ระยะที่

622
00:40:11,985 --> 00:40:15,985
ได้ไกลกว่า 1 กิโลเมตรมีคิวที่ 500 เมตร

623
00:40:20,093 --> 00:40:21,488
เพิ่มประสิทธิภาพในการส่งสัญญาณที่

624
00:40:21,488 --> 00:40:21,989
มาขึ้นเอง

625
00:40:21,989 --> 00:40:25,989
ถ้าเป็น Multi Mode นะ เป็น MMF นะคะ

626
00:40:27,239 --> 00:40:31,239
คราวนี้ตัวสุดท้ายที่บอกไปว่า Single mode มีการส่งสัญญาณนี่ค่อนข้างได้

627
00:40:35,486 --> 00:40:39,486
สัญญาณเหมือนกับต้นแบบมากที่สุด

628
00:40:45,709 --> 00:40:46,123
จะส่งสัญญาณที่อยู่ในเส้นทางของเรานะคะ เราก็ระยะทาง

629
00:40:46,123 --> 00:40:50,123
ไกลสูงสุดถึง 100 กิโลเมตร

630
00:40:50,488 --> 00:40:54,488
ราคาก็จะค่อนข้างสูงนะคะ เดี๋ยวเราไปดูรูป

631
00:40:58,203 --> 00:40:58,691
ครั้งหนึ่งนะคะ เราจะได้เข้าใจมากยิ่งขึ้น

632
00:40:58,691 --> 00:41:02,691
step index

633
00:41:09,041 --> 00:41:12,324
แล้วก็ grade index อันนี้ก็คือพยายามให้มันอยู่ตรงกลางมันจะได้ไม่เกิดการ

634
00:41:12,324 --> 00:41:12,657
ท่อหรือหักเหนะคะ ของตัวสัญญาณอันนี้ก็คือ

635
00:41:12,657 --> 00:41:16,657
ส่งเป็น Single ก็คือลำแสงเดียวแน่นอนมันก็จะไม่โดนการลดทอน

636
00:41:19,728 --> 00:41:19,893
ข้อมูลปลายทางก็จะค่อนข้างได้รับ

637
00:41:19,893 --> 00:41:22,733
เกือบครบถ้วนทั้งเองนะคะ

638
00:41:22,733 --> 00:41:26,733
ถัดมาดูประเภท

639
00:41:30,548 --> 00:41:32,302
รวม

640
00:41:32,302 --> 00:41:36,302
มันก็จะดูที่ขนาดของ

641
00:41:36,423 --> 00:41:40,423
ก็คือเวลาตัวสายไฟเบอร์ออฟติกนี่จะเป็นเส้นใยแก้วนำแสงนะคะ

642
00:41:45,334 --> 00:41:46,885
แล้วค่อนข้างมีขนาดที่เล็กแล้วก็เบาแล้วก็บางที่สุด

643
00:41:46,885 --> 00:41:47,702
น้ำหนักเบาที่สุดเลย

644
00:41:47,702 --> 00:41:51,702
ขนาด

645
00:41:54,199 --> 00:41:58,199
ของแต่ละประเภทแล้วก็สามารถใช้กับ

646
00:42:00,399 --> 00:42:00,671
เป็น Multi Mode ประเภทไหนบ้างก็คือสามารถใช้ส่งสัญญาณกับอุปกรณ์ประเภทไหน

647
00:42:00,671 --> 00:42:04,671
ถ้าเป็นที่ Single Mode เราจะเห็นว่า

648
00:42:04,903 --> 00:42:08,903
ขนาดของตัวคอร์นะคะ และ grade index

649
00:42:16,141 --> 00:42:17,815
อยู่ที่ 7 ต่อ 125 นะคะ เวลาเขาเขียนก็จะเป็นตัวทับนะคะ เป็น 7 ครับ

650
00:42:17,815 --> 00:42:18,435
125

651
00:42:18,435 --> 00:42:22,435
ตัวกลางนะคะ ส่วนตัวของนี่มีขนาดเท่าไร่

652
00:42:22,444 --> 00:42:26,444
เห็นว่าจะมีค่าเท่ากันหมดอยู่ที่ 125 ดังนั้น ตัวที่เราสังเกตก็คือเราจะมาดูที่ตัวคอร์ก็คือ

653
00:42:37,662 --> 00:42:38,197
กลางของตัวใยแก้วนำแสงของเรานี่ว่ามีขนาดที่แตกต่างอะไรบ้าง นะคะ

654
00:42:38,197 --> 00:42:42,197
OK

655
00:42:42,895 --> 00:42:46,895
เดี๋ยวดูถัดมานะคะ

656
00:42:47,013 --> 00:42:51,013
โอเคแล้วดูอุปกรณ์ต่อ

657
00:42:53,371 --> 00:42:56,970
ดีกว่า คราวนี้

658
00:42:56,970 --> 00:43:00,970
สายแลน rj-45 นะค

659
00:43:16,998 --> 00:43:29,101
ะ

660
00:42:57,167 --> 00:43:01,167

661
00:43:07,657 --> 00:43:11,657

662
00:43:15,666 --> 00:43:16,236
แบรนด์สินค้าที่ผลิตก็จะขายหัวต่อที่แต่ละประเทศไม่เหมือนกันด้วยนะ

663
00:43:16,236 --> 00:43:20,236
ยาง SC connector

664
00:43:20,978 --> 00:43:22,198
แล้วก็

665
00:43:22,198 --> 00:43:22,773
mgrs

666
00:43:22,773 --> 00:43:26,773
จะมีสั่ง GX ก็คือภาครับ แล้วก็พักส่ง

667
00:43:29,111 --> 00:43:31,301
คู่กัน

668
00:43:31,301 --> 00:43:35,301
ทั้ง 2 ตัว

669
00:43:36,482 --> 00:43:39,986
ก็จะยากยิ่งกว่าการเข้าสายของ

670
00:43:39,986 --> 00:43:43,986
coaxial เพิ่มระดับขึ้นไปอีกเนื่องจากตัวแก้วเนี่ยจะค่อนข้าง

671
00:43:44,884 --> 00:43:45,008
บาง ๆ นะคะ คือต้องทำการเชื่อมต่อก็ค่อยใส่อุปกรณ์เชื่อมต่อมา

672
00:43:45,008 --> 00:43:49,008
ให้นั่นเองนะคะ ปัจจุบันนี่

673
00:43:53,910 --> 00:43:56,864
นะคะ

674
00:43:56,864 --> 00:43:57,015
น่าจะเป็นสายแลนหรือว่าไฟเบอร์ออฟติกนี่

675
00:43:57,015 --> 00:44:01,015
ไม่เหมือนสมัยก่อนนะ เขาสามารถซื้อที่เป็นหัวก่อนที่เข้าสายสำเร็จรูปมาแล้วก็สามารถเลือกระยะทางได้แต่ว่าถ้า

676
00:44:06,780 --> 00:44:10,780
ถ้าเป็นในตัว

677
00:44:11,759 --> 00:44:12,035
ชิ้นงานหรือว่าหน้างานจริง ๆ การต่อเชื่อมอุปกรณ์เนี่ยเราก็ต้องมีอยู่

678
00:44:12,035 --> 00:44:16,035
อุปกรณ์สัญญาณว่าส่งสัญญาณจากต้นทางไปทางก็เหมือนนะคะ อุปกรณ์เคส

679
00:44:18,741 --> 00:44:22,116
แตกต่างกันไป

680
00:44:22,116 --> 00:44:24,616
สามารถเชื่อมต่อกับหัว

681
00:44:24,616 --> 00:44:24,810
แล้วสามารถส่งสัญญาณได้จริงหรือเปล่า

682
00:44:24,810 --> 00:44:28,810
อันนี้จะเป็นเหล็กนะคะ ถ้าจำไม่ผิดน่าจะเป็นพลาสติก

683
00:44:33,937 --> 00:44:35,740
เวลาปิดเข้าไปเชื่อมกับอุปกรณ์

684
00:44:35,740 --> 00:44:39,740
ก็จะมี 3 รูปแบบ

685
00:44:43,419 --> 00:44:43,799
ที่ใช้ในการเชื่อมต่อของอุปกรณ์ไฟเบอร์ออฟติกของเรา

686
00:44:43,799 --> 00:44:47,799
ฝันว่า

687
00:44:52,294 --> 00:44:52,498
มาดูประสิทธิภาพนะคะ

688
00:44:52,498 --> 00:44:54,885
ในการเชื่อมต่ออุปกรณ์นะคะ

689
00:44:54,885 --> 00:44:58,686
ความถี่

690
00:44:58,686 --> 00:45:01,933
ความยาวคลื่น Wave

691
00:45:01,933 --> 00:45:05,125
lenge นาโนเมตร คลื่นเท่าไร

692
00:45:05,125 --> 00:45:09,125
การลดทอนของสัญญาณ Los เดซิเบล

693
00:45:15,432 --> 00:45:15,604
ต่อกิโลเมตร

694
00:45:15,604 --> 00:45:19,604
ก็แล้วแต่ว่า

695
00:45:20,490 --> 00:45:20,700
ตรงนี้

696
00:45:20,700 --> 00:45:24,700
คลื่นความถี่ตรงนี้นี่ค่อนข้างมีการลดอ่อนค่อนข้างเยอะ

697
00:45:24,756 --> 00:45:28,756
มีเป็นประสิทธิภาพในการส่งสัญญาณ ดังนั้น

698
00:45:31,072 --> 00:45:35,072
การส่งสัญญาณเป็นช่วงไหนนะคะ พี่จะดีว่าดูว่าตรงไหนที่มันลดทอนให้น้อยนะคะ ก็คือสามารถ

699
00:45:40,665 --> 00:45:44,258
ของข้อมูลจากต้นทางไปยังปลายทางหรือยัง

700
00:45:44,258 --> 00:45:48,258
เมื่อกี้พูดไปถึงสายส่งสัญญาณเรียบร้อยแล้วคราวนี้ก็จะเป็นรูปแบบของ

701
00:45:59,296 --> 00:45:59,474
อุปกรณ์

702
00:45:59,474 --> 00:46:01,320
ไร้สายบ้าง

703
00:46:01,320 --> 00:46:05,320
ก็คืออุปกรณ์ในการส่งสัญญาณของเรานะคะ

704
00:46:10,437 --> 00:46:11,824
น่าจะเป็นพวกคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าที่ได้ทำการส่ง

705
00:46:11,824 --> 00:46:14,011
จะเป็นเสียง

706
00:46:14,011 --> 00:46:14,793
หรือข้อมูล

707
00:46:14,793 --> 00:46:18,793
พวก data พวก voice พวกมัลติมีเดีย

708
00:46:19,790 --> 00:46:20,400
ไปให้เรานั่นเอง

709
00:46:20,400 --> 00:46:24,400
ใช้เป็นอุปกรณ์ไร้สายก็คือ

710
00:46:24,572 --> 00:46:28,572
คลื่นประเภทวิทยุ คลื่นวิทยุ

711
00:46:30,276 --> 00:46:31,583
อินฟราเรด

712
00:46:31,583 --> 00:46:35,080
เราน่าจะเคยใช้กันทั้งหมด

713
00:46:35,080 --> 00:46:37,337
อยู่แล้วนะคะ

714
00:46:37,337 --> 00:46:41,337
อันนี้มันเป็นสเปกตรัมของคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า อยู่ที่

715
00:46:44,177 --> 00:46:48,177
กี่กิโลเฮิร์ตถึงถึงเท่าไรอันนี้ 3 ถึง 300

716
00:46:50,190 --> 00:46:52,860
3 กิโลเมตรถึง

717
00:46:52,860 --> 00:46:56,860
300 ghz ก็จะเป็นคลื่นความถี่ของ

718
00:47:00,409 --> 00:47:01,476
คลื่นวิทยุกับคลื่นไมโครเวฟนะคะ

719
00:47:01,476 --> 00:47:05,476
เดี๋ยวนี้น่าจะ

720
00:47:08,474 --> 00:47:08,836
ไม่ค่อยได้ใช้นะคะ ถ้าจะเป็นอุปกรณ์สื่อสารสมัยก่อนนะคะ เวลาเราส่งข้อมูลหาการส่งรูปภาพ

721
00:47:08,836 --> 00:47:12,836
ต่าง ๆ สามารถที่จะใช้ตัวอินฟราเรดนะคะ เปิดช่อง

722
00:47:13,601 --> 00:47:15,373
ไอ้ตัว

723
00:47:15,373 --> 00:47:19,373
ช่องสัญญาณของอินฟราเรดนี่อยู่ในระยะมีโอกาสแล้วก็ไม่มี

724
00:47:20,844 --> 00:47:24,844
สิ่งรบกวนก็สามารถส่งอุปกรณ์เข้าหากันได้นะคะ ไม่เป็นกัน

725
00:47:31,331 --> 00:47:31,494
โทรศัพท์รุ่นแรก ๆ เลยนะคะ ถ้าใครทานแล้วจะเห็นว่า 3 ที่ใช้อินฟาเรด

726
00:47:31,494 --> 00:47:35,125
การส่งสัญญาณแล้วก็จะมีคลื่นความถี่ต่าง ๆ

727
00:47:35,125 --> 00:47:39,125
อาจารย์มองเป็นภาพรวมคร่าว ๆ นะ พูดให้ฟัง

728
00:47:43,311 --> 00:47:46,141
วิธีการแพร่สัญญาณ

729
00:47:46,141 --> 00:47:50,141
ในการส่งข้อมูล

730
00:47:50,346 --> 00:47:54,346
การส่งข้อมูลที่เป็นรูปแบบไร้สายเนี่ยมันก็จะมีหลากหลายรูปแบบ

731
00:47:56,714 --> 00:48:00,714
ground

732
00:48:07,130 --> 00:48:08,824
propagation ลักษณะที่เราใช้อยู่ในปัจจุบันคือเสาสัญญาณที่อยู่แต่ละที่นะคะ เหมือนเราใช้

733
00:48:08,824 --> 00:48:12,664
สโทรศัพท์

734
00:48:12,664 --> 00:48:12,701
ใครขึ้น Dtac AIS

735
00:48:12,701 --> 00:48:14,089
มีอะไรอีกล่ะ

736
00:48:14,089 --> 00:48:15,710
True

737
00:48:15,710 --> 00:48:19,710
Cat Telecom

738
00:48:21,046 --> 00:48:21,601
จริงมันก็มีขึ้นอีกนะแต่จำชื่อไม่ได้

739
00:48:21,601 --> 00:48:25,601
จะมีการส่งสัญญาณนะคะ ภาคพื้นดิน

740
00:48:29,827 --> 00:48:30,049
การส่งสัญญาณนะคะ เราจะเห็นว่าเราจะใช้เสาสัญญาณในการส่งข้อมูล

741
00:48:30,049 --> 00:48:34,049
ไม่ได้ถ้าเป็นระบบเครือข่ายโทรศัพท์จะเป็น Tower ขาวแดง ที่เราเห็นตามจุดต่าง ๆ

742
00:48:38,689 --> 00:48:40,710
กระจายสัญญาณนะคะ

743
00:48:40,710 --> 00:48:40,901
แล้วก็จะมีสิทธิ์ว่าเป็น

744
00:48:40,901 --> 00:48:44,901
บริษัทไหนเป็นผู้ให้บริการของ AIS ไหม ของ True ไหมนะคะ

745
00:48:54,063 --> 00:48:56,021
ก็จะมีเจ้าหน้าที่มาเช็กนะคะ ว่าจะสามารถส่งแล้วก็ให้สัญญาณครอบคลุมพื้นที่

746
00:48:56,021 --> 00:48:59,231
เราอย่างไร

747
00:48:59,231 --> 00:48:59,686
ครอบคลุมพื้นที่ของประเทศไทยภาคอีสานอะไรก็ว่ากันไป

748
00:48:59,686 --> 00:49:01,708
เรียกว่า

749
00:49:01,708 --> 00:49:04,193
ground

750
00:49:04,193 --> 00:49:06,860
propก็คือ

751
00:49:06,860 --> 00:49:08,328
การส่งสัญญาณภาคพื้นดิน

752
00:49:08,328 --> 00:49:11,705
อันนี้

753
00:49:11,705 --> 00:49:15,705
Sky

754
00:49:24,071 --> 00:49:28,071
propagationตามชื่อสกายก็คือท้องฟ้าก็จะเป็นพวกสัญญาณดาวเทียมนะคะ ที่ยิงลงมา

755
00:49:29,891 --> 00:49:29,940
หาแล้วข้อมูลจากข้างบนแล้วก็ยิงข้อมูลกลับมาพวก

756
00:49:29,940 --> 00:49:33,940
การใช้กันส่งโทรศัพท์ที่ข้าม

757
00:49:35,154 --> 00:49:39,154
ภูมิภาค

758
00:49:40,209 --> 00:49:40,265
หรือว่าการใช้โทรศัพท์ในกรณีที่อยู่ในถิ่นทุรกันดารที่ไม่มี

759
00:49:40,265 --> 00:49:44,265
สายส่งสัญญาณมันก็ใช้ตัวนี้นะคะ Sky propagation ใช้ดาวเทียมในการสื่อสาร

760
00:49:45,691 --> 00:49:48,137
แล้วก็อันนี้ 3

761
00:49:48,137 --> 00:49:52,137
จะเป็นการส่งข้อมูลระหว่างการส่งสัญญาณจากจุดหนึ่งไปยังจุดหนึ่ง

762
00:50:00,237 --> 00:50:03,676
อาจจะเป็นกรณีที่

763
00:50:03,676 --> 00:50:07,676
อุปกรณ์มี

764
00:50:07,871 --> 00:50:10,724
สัญญาณกีดขวางค่อนข้างเยอะนะคะ

765
00:50:10,724 --> 00:50:12,310
สามารถที่จะส่งนะคะ

766
00:50:12,310 --> 00:50:13,371
เสาอ

767
00:50:13,371 --> 00:50:13,632
ารจันทร์

768
00:50:13,632 --> 00:50:17,632
รับสัญญาณต่าง ๆ

769
00:50:25,018 --> 00:50:25,134
อาจจะติดตั้งบริเวณที่บนที่สูงบนตึกบนอาคารแล้วก็หันหน้าตัวอุปกรณ์สัญญาณนี่ อยู่ในพื้นที่

770
00:50:25,134 --> 00:50:29,134
ระดับเดียวกันเพื่อจะได้ส่งสัญญาณแล้วก็ไม่มีสิ่งกีดขวางเอง

771
00:50:29,346 --> 00:50:33,346
ดูจากรูปได้เลยนะคะ มันก็จะ

772
00:50:34,130 --> 00:50:35,989
รูป

773
00:50:35,989 --> 00:50:36,386
ให้เราเข้าใจเบื้องต้นก่อน

774
00:50:36,386 --> 00:50:40,386
มันก็จะมีระยะว่า

775
00:50:41,290 --> 00:50:42,693
การส่งสัญญาณแบบ

776
00:50:42,693 --> 00:50:46,693
Line-of-sight แบบนี้นี่

777
00:50:47,326 --> 00:50:50,021
ส่งได้ที่ละเท่าไร แล้วก็ต้องเพิ่ม

778
00:50:50,021 --> 00:50:53,149
ใช้กี่ตัวเพื่อจะส่ง

779
00:50:53,149 --> 00:50:53,283
สัญญาณไปยังปลายทางได้อย่างถูกต้องนั่นเอง

780
00:50:53,283 --> 00:50:57,283
อันนี้ย่านความถี่

781
00:51:01,663 --> 00:51:05,663
เยอะไปนะ เดี๋ยวอาจารย์ให้ไปดูไปอ่านเล่นแล้วกัน

782
00:51:09,690 --> 00:51:12,591
พวก mmm

783
00:51:12,591 --> 00:51:16,591
มีสไลด์ ada

784
00:51:17,749 --> 00:51:18,224
ว่าจะแบ่งประเภทออกไปนะคะ

785
00:51:18,224 --> 00:51:22,224
อย่างที่บอกไปว่ามันจะมี

786
00:51:33,195 --> 00:51:34,777
สายสื่อสารแบบไร้สายก็ได้แบ่งออกเป็น 3 ประเภท Radio Wave ไมโครเวฟ แล้วก็อินฟาเรด

787
00:51:34,777 --> 00:51:38,777
อันนี้เป็นเสาส่งสัญญาณ

788
00:51:42,294 --> 00:51:46,294
เอาแบบง่าย ๆ สรุปแบบง่าย ๆ แล้วกันนะคะ

789
00:51:49,222 --> 00:51:52,258
ถ้าเป็นคลื่นวิทยุ

790
00:51:52,258 --> 00:51:53,018
Multi task

791
00:51:53,018 --> 00:51:57,018

792
00:51:57,945 --> 00:52:00,322
ก็คือกระจาย

793
00:52:00,322 --> 00:52:04,322
เสียงโทรทัศน์

794
00:52:09,310 --> 00:52:12,035
เสียงตามสายประกาศเวลาตื่นเช้าตามหมู่บ้านจะมีเสียง

795
00:52:12,035 --> 00:52:12,429
ตอนเช้ามาประกาศอันนี้จะเป็นประชาชน

796
00:52:12,429 --> 00:52:16,429
ส่งไปอย่างเดียวให้ผู้รับ ผู้รับ

797
00:52:16,869 --> 00:52:20,114
ข้อมูลของเรา

798
00:52:20,114 --> 00:52:24,114
หรือ

799
00:52:25,393 --> 00:52:27,475
ไป ๆ เสียงโทรทัศน์อยู่บ้านเราก็ตอบเขาไม่ได้ใช่ไหมเขาดูได้อย่างเดียวถูกไหมคะ

800
00:52:27,475 --> 00:52:31,018
จะเป็นการ

801
00:52:31,018 --> 00:52:32,244
pager เดี๋ยวนี้ไม่มีแล้วครับ แต่ข้อความ

802
00:52:32,244 --> 00:52:35,162

803
00:52:35,162 --> 00:52:39,099

804
00:52:39,099 --> 00:52:43,099
อันนี้เอามารูปให้ดูให้เฉย ๆ นะคะ มันจะเป็น

805
00:52:43,657 --> 00:52:47,657
เวลารับส่งสัญญาณที่ตาม

806
00:52:47,671 --> 00:52:51,671
เสาเขาแดงทาวเวอร์ต่าง ๆ เขาจะมีการรับส่งสัญญาณพรุ่งนี้

807
00:52:56,697 --> 00:52:57,319
มันจะมีรูปแบบลักษณะที่แตกต่างกันนะคะ

808
00:52:57,319 --> 00:53:01,319
พื้นที่ในการรับ

809
00:53:01,693 --> 00:53:04,423
สัญญานี่สมมติเป็นแบบจานนะคะ

810
00:53:04,423 --> 00:53:07,231
หรือว่าจะเป็นห่อที่เป็นรูปแบบนี้

811
00:53:07,231 --> 00:53:11,231
พื้นที่ในการรับข้อมูลอยู่ที่เท่าไร

812
00:53:13,428 --> 00:53:13,558
แล้วก็ต้องหมุนองศาไปที่เท่าไร เพื่อที่จะรับข้อมูลได้นะคะ มันจะมีการคำนวณ

813
00:53:13,558 --> 00:53:17,558
หันไปที่องศาเท่าไร แล้วรับข้อมูลมาแล้วจะได้

814
00:53:20,614 --> 00:53:21,564
สัญญาณที่มันดีที่สุด

815
00:53:21,564 --> 00:53:24,697
เอารูปตัวอย่างมาให้ดูเฉย ๆ

816
00:53:24,697 --> 00:53:28,697
อันนี้จะเป็นพวก

817
00:53:32,126 --> 00:53:35,706
รับส่งสัญญาณนะคะ อาจจะเป็นลักษณะของเราหรือ

818
00:53:35,706 --> 00:53:35,960
ไอ้ตัว line of Sight ในการส่งข้อมูล

819
00:53:35,960 --> 00:53:39,676
คลื่นไมโครเวฟ

820
00:53:39,676 --> 00:53:43,676
พ่อเป็นแบบ

821
00:53:47,184 --> 00:53:47,676
Uni hard เมื่อกี้มันติดชาร์ต

822
00:53:47,676 --> 00:53:51,597
ออกไป

823
00:53:51,597 --> 00:53:51,772
อันนี้อยู่นี่นะคะ

824
00:53:51,772 --> 00:53:54,506
โทรศัพท์กับ Cellular

825
00:53:54,506 --> 00:53:58,506
เหมือนโทรศัพท์บ้านโทรศัพท์มือถือแถวชายแล้วก็ลาออกไปซะ

826
00:54:04,931 --> 00:54:05,894
พื้นที่ที่ให้การครอบคลุม

827
00:54:05,894 --> 00:54:06,203
เช่นเดียวกัน

828
00:54:06,203 --> 00:54:10,122
ว่า

829
00:54:10,122 --> 00:54:11,469
ออกไปแล้วให้บริการถึง

830
00:54:11,469 --> 00:54:11,825
พื้นที่ไหน

831
00:54:11,825 --> 00:54:15,825

832
00:54:16,002 --> 00:54:18,312
ครอบคลุมเขตพื้นที่อะไรบ้างนั่นเอง

833
00:54:18,312 --> 00:54:22,312
นะคะ

834
00:54:22,647 --> 00:54:22,838
วันนี้ใกล้แล้วใกล้แล้วใกล้จะหมดแล้วนะคะ อินฟาเรดก็จะเป

835
00:54:22,838 --> 00:54:25,671

836
00:54:25,671 --> 00:54:29,671
็นการส่งสัญญาณช่วงสั้น ๆ ปัจจุบันยังมีไหมสมัยก่อนก็จะมีพวก

837
00:54:35,177 --> 00:54:35,454
อินเตอร์

838
00:54:35,454 --> 00:54:39,454
เน็ตก็ใช้อินฟาเรดเหมือนกัน

839
00:54:40,766 --> 00:54:41,408
ถ้าเคยเห็นรุ่นมันก่อนมันจะมีช่องดำ

840
00:54:41,408 --> 00:54:45,301
เป็นการ

841
00:54:45,301 --> 00:54:46,694
ไว้รับส่งสัญญาณในการส่งข้อมูล

842
00:54:46,694 --> 00:54:47,057
อินฟราเรด

843
00:54:47,057 --> 00:54:51,057
มือถือ

844
00:54:52,035 --> 00:54:55,608
มือถือที่ใช้อินเทอร์เน็ตได้

845
00:54:55,608 --> 00:54:58,640
นักเรียนก็มีเครื่องมือถือที่ใช้อินเทอร์เน็ตได้

846
00:54:58,640 --> 00:55:02,640
เราก็สามารถที่จะส่งข้อมูลหากันเหมือนสมัยก่อนนี่

847
00:55:07,096 --> 00:55:11,096
ก็อยากส่งรูปหากันนี่นะคะ ระบบเครือข่ายมันก็จะค่อนข้างแพงน้สมัยก่อนนะคะ เราสามารถใช้อินฟาเรดเปิด

848
00:55:11,367 --> 00:55:14,717
ตรวจช่องสัญญาณแล้วก็หันหน้าตัวปกรณ์ที่เป็นช่องสัญญาณ

849
00:55:14,717 --> 00:55:17,293
เชื่อมต่อกันแล้วก็ส่งสัญญาณข้อมูล

850
00:55:17,293 --> 00:55:21,293
ก็จะเป็นส่ง

851
00:55:21,496 --> 00:55:25,496
ช่วงสัญญาณแบบสั้น ๆ จริง ๆ ต้องใกล้ ๆ กันแล้วก็ไม่มี

852
00:55:27,587 --> 00:55:28,980
อุปกรณ์มาปิดขวางการส่งสัญญาณข้อมูลนะคะ

853
00:55:28,980 --> 00:55:32,757
โดยใช้การแพร่ของสัญญาณนะคะ

854
00:55:32,757 --> 00:55:34,385
line of sight ก็คือก็คือเป็นเส้นระนาบเดียวกัน

855
00:55:34,385 --> 00:55:36,198
จะได้ส่งข้อมูล

856
00:55:36,198 --> 00:55:36,739
กันอีกนะคะ

857
00:55:36,739 --> 00:55:40,739
คราวนี้เราจะมาเปรียบเทียบดู

858
00:55:41,616 --> 00:55:45,046
สิ อุปกรณ์ที่พูดกันไปทั้งหมด

859
00:55:45,046 --> 00:55:49,046
utp stp โคแอกเชียลนะ

860
00:55:50,043 --> 00:55:54,043
คะ ไฟเบอร์นะคะ

861
00:55:55,305 --> 00:55:57,288
Radio

862
00:55:57,288 --> 00:55:58,049
ไมโครเวฟ satel

863
00:55:58,049 --> 00:56:02,049
lite อย่างที่บอกไปเราก็น่าจะเข้าใจนะคะ ว่าตัวคลื่นไมโครเวฟนะคะ

864
00:56:06,759 --> 00:56:10,759
ส่งสัญญาณนะคะ พวก line of sight ต่าง ๆ หรือเป็นพวกดาวเทียมนี่

865
00:56:15,902 --> 00:56:17,522
ค่อนข้างให้การส่งสัญญาณข้อมูลไกลที่สุด

866
00:56:17,522 --> 00:56:21,522
ระยะไกลที่สุด ราคาก็สูงตามไปด้วย

867
00:56:30,278 --> 00:56:33,897
ราคาถูกสุดแล้วก็ไล่คุณสมบัติมาแล้วก็ส่งสัญญาณได้ไกลนะคะ

868
00:56:33,897 --> 00:56:34,303
รบกวนก็จะลดน้อยลงตามตัวอุปกรณ์ตั้งเอง

869
00:56:34,303 --> 00:56:38,303
ถ้าเป็นอุปกรณ์ที่แพงมากขึ้นนะคะ ในการส่งสัญญาณก็

870
00:56:42,242 --> 00:56:42,953
มาคืนทีเดียวกัน

871
00:56:42,953 --> 00:56:46,953
อันนี้ก็จะทำให้เราทราบถึงมาตรฐาน

872
00:56:48,443 --> 00:56:52,443
ตัวกลางที่ใช้ในการสื่อสารหรือว่า

873
00:56:54,451 --> 00:56:58,451
คมนาคมของเรานะคะ

874
00:57:00,694 --> 00:57:02,814
ไม่ว่าจะเป็นเครือข่าย  Network นะคะ หรือว่าการส่งนะคะ เกี่ยวกับดาวเทียม

875
00:57:02,814 --> 00:57:06,814
หรือว่าตัวไมโครเวฟต่าง ๆ

876
00:57:07,437 --> 00:57:11,437
อันนี้สรุปตารางนะคะ บทที่ 3 ของเราก็จะ

877
00:57:12,736 --> 00:57:12,970
เป็นประมาณนี้นะคะ มีทั้งแบบมีสายและไร้สายนะคะ

878
00:57:12,970 --> 00:57:16,970
ที่จริงถ้าเป็นคุณสมบัติจริง ๆ นะคะ สามารถแตกไปแต่ละตัว สามารถแตกเป็นแต่ละรายวิชาได้เลย

879
00:57:19,343 --> 00:57:23,343
OK

880
00:57:23,765 --> 00:57:25,429
วันนี้ไม่ได้ทำ

881
00:57:25,429 --> 00:57:26,660
มาให้จริง ๆ ด้วย

882
00:57:26,660 --> 00:57:30,062
อาจจะมี

883
00:57:30,062 --> 00:57:33,417
รอบหน้าจะพยายามทำคำสั่งมาเพิ่มให้นะคะ ว่า

884
00:57:33,417 --> 00:57:34,146
ตัวคำสั่งที่อาจารย์พูดไปแล้วมันหมายความว่าอย่างไร

885
00:57:34,146 --> 00:57:38,146
ใครมีข้อคำถามอะไรไหมคะ

886
00:57:43,025 --> 00:57:44,988
เงียบ อาจารย์พูดอะไรไม่รู้นะคะ แต่รู้ว่าตอนนี้

887
00:57:44,988 --> 00:57:45,492
เสร็จแล้วเรียบร้อย

888
00:57:45,492 --> 00:57:49,492
ก็เหมือนเดิมนะคะ วันนี้จะเป็นวันที่ 3 เราพูดไปแล้วนะคะ มาตรฐานโดยรวมนะ

889
00:57:52,718 --> 00:57:56,718
วันที่ 2 แล้วนี่จะเป็นสายสัญญาณสายส่งแล้วก็

890
00:57:56,854 --> 00:58:00,854
Wireless Lan แล้วก็เป็นนะคะ

891
00:58:03,158 --> 00:58:07,158
เดี๋ยวเราจะมีงานให้หมดให้ทำแล้วก็จะมี

892
00:58:08,854 --> 00:58:12,854
คลิปออนไลน์

893
00:58:14,167 --> 00:58:18,167
เดี๋ยวจะให้ทุกคนทำเป็นออนไลน์ทุกคนนะคะ

894
00:58:19,215 --> 00:58:20,006
คนมีเครื่องคอมประจำคอมหรือว่ามีโทรศัพท์มือถือทุกคนอยู่แล้ว

895
00:58:20,006 --> 00:58:20,970
สำหรับ

896
00:58:20,970 --> 00:58:24,970
เสือหรือเปล่าเดี๋ยวจะมีเดี๋ยวให้พี่เขามาช่วยอ่านนะคะ เดี๋ยวจะทดสอบกันก่อนเพราะว่า

897
00:58:29,038 --> 00:58:31,117
เรา

898
00:58:31,117 --> 00:58:35,117
มีคนหลายคนในกลุ่มนะ ก็ลองดูนะคะ เข้าเน็ตหรือมือถือก็ได้นะคะ เดี๋ยวจะให้ใช้

899
00:58:39,386 --> 00:58:40,122

900
00:58:40,122 --> 00:58:42,195
Kahoot โอเคงั้น

901
00:58:42,195 --> 00:58:46,195
เดี๋ยวพี่ล่ามก็เนื้อหาก็จะประมาณนี้นะคะ ก็เดี๋ยวจะขอบคุณพี่ล่ามแล้วกันนะคะ

902
00:58:52,740 --> 00:58:56,740
เดี๋ยวก็เจอกันสัปดาห์หน้าแล้วกันนะคะ

903
00:58:58,564 --> 00:59:01,527
เดี๋ยวอาจารย์ขอ

904
00:59:01,527 --> 00:59:05,096
Stop หยุดไอ้ตัวสไลด์นี้ก่อนนะคะ

905
00:59:05,096 --> 00:59:09,096
แป๊บหนึ่งนะ

906
00:59:27,438 --> 00:59:50,229
[สิ้นสุดการถอดความ]

907
00:59:08,414 --> 00:59:12,414


