--- title: มาตรฐานสากลด้านเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์และดิจิทัล subtitle: date: วันพฤหัสบดีที่ 1 ธันวาคม 2565 เวลา 13.00 น. --- (ข้อความสดจากระบบถอดความเสียงพูดทางไกล) (อาจารย์ธิดารัตน์) ไปยังผู้รับนั่นเองนะคะ เราก็ไม่รู้ว่ากลางตัวนี้นี่ มันจะมีประเภทอะไรบ้าง แล้วแยกเป็นประเภทไหนบ้างนะคะ อาจจะเป็นสิ่งที่นักศึกษาใช้งานกันอยู่แล้วใกล้ตัวนะคะ เดี๋ยวเราก็จะมาจำแนกประเภทแล้วก็ปกติก็บอกว่าแต่ละประเภทเนี่ยเขาจะอยู่ในตัวมาตรฐานอะไรกันอีกนะคะ รูปภาพนะคะ อย่างที่บอกไปการสื่อสารนะคะ เหมือนอาจารย์พูดหน้าห้องกับนักเรียนนะคะ เขาจะเป็นผู้ส่งสารแล้วก็ไปทางเราจะเป็นนักศึกษาทุกคน เช่นเดียวกันกับการในการสื่อสารในตัวระบบคอมพิวเตอร์นะคะ ก็จะมีผู้ส่งกับผู้รับ Sender กับ Receiver นะคะ แน่นอนการใช้การสื่อสารในคอมพิวเตอร์ก็ต้องมีอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ไหมคะ เวลาเราใช้คอมพิวเตอร์ทำการบ้านนี่ หรือว่าส่ง Facebook คุยกับเพื่อนเนี่ยมันก็ต้องมีอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ต้นทางกับปลายทางไหมคะ ที่เราจะส่งข้อมูลกัน ดังนั้น คอมพิวเตอร์นะคะ ของผู้ส่งไม่ได้อยู่ฝั่งที่ผู้ส่งและผู้รับดังนั้นสายที่ใช้ในการสื่อสารอย่างสมุดในห้องแลปตัวนี้นะคะ สายที่อยู่หลังเครื่องคอมพิวเตอร์ก็จะเป็นสายแลนที่เป็นเส้นขาวในการเชื่อมต่อคราวนี้กลางมิสชันมีเดียตรงนี้จะเป็นสายหรืออากาศสายในการสื่อสารข้อมูลระหว่างกันเราจะมาดูว่าพูดไปเมื่อกี้ลืมถามชื่อตัวกลางสื่อสารเรา physical layer จากที่เรียนไปสัปดาห์ที่แล้วนะคะ เราจะมีตัว OSI layer ราคากับ นะคะ มันก็มีฉันชื่อล่างสุดก็คืออันที่เป็น physical คือมองภาพได้จับต้องได้นะคะ ก็ใช้ทำการเชื่อมต่ออุปกรณ์คือชั้นขี้เอาสายแลนข้างหลังนะคะ ในการเสียบส่งข้อมูลสายสื่อสารมาตรฐานของเรานะคะ อันนี้มันเป็นหลัก ๆ ก่อนนะคะ ที่บ้านอาจจะมีการเพิ่มตัวเพิ่มเติมของตัวฟังก์ชันนะคะ ของตัวใส่ชุดจ่ายขึ้นมานะคะ จะมีทั้งหมด 4 อันที่จะนำมาตัวอย่างแล้วก็มาสอนในครั้งนี้ก็มีมาตรฐาน 802.4มาตรฐาน ieee 802.5สถาน fddiเดี๋ยวเราจะมาดูแต่ละตัวแต่ละมาตรฐานนะคะ ว่ามันมีลักษณะที่แตกต่างกันอย่างไรบ้างนั่นเองนะคะ เราจะมาดูมาตรฐาน IEEE ตัวแรกของเรา 802.3 ก็จะเป็นการส่งข้อมูลสื่อสารนะคะ ทั่วไปของตัวเองเน็ตมันเองนะคะ โดยจะแบ่งเป็นย่อย ๆ ตามนี้มันจะมีตัวอักษรด้านหน้านะคะ เพื่อแบ่งเป็นประเภทตัวเลข 2 ด้านหลังนะคะ แบ่งเฉพาะรายละเอียดลงไปอีกตัวแรกนะคะ หรือว่าตัว Original 802.3 นะคะ น่าจะเป็นการสื่อสารพวกอินเทอร์เน็ตทั่วไปนะคะ ถัดมาอันที่ 2tended to หรือว่าอันนี้ อันที่ 4 สุดท้ายหรือว่าจะบอกนะคะ อันนี้เราจะไม่ได้ลงลึกไปทั้งหมดจะเลือกมาแค่บางตัวมาตรฐานนะคะ เพื่อระบุแต่ละตัวที่มันใกล้ตัวแล้วก็คิดว่านักศึกษาน่าจะได้ใช้งานนะคะ ในชีวิตจริงมากที่สุดนั่นเองนะคะ เดี๋ยวเรามาดูตารางนะคะ ของตารางสายมาตรฐาน 10BASE ของเราดูง่ายนะคะ ของเรานี่ จะมีสายที่เราใช้งานส่วนมากก็จะเป็นถ้าในห้องแลปก็จะเป็นสายแลนถูกไหมคะ การสื่อสารสีขาวของเราใช้สายแลน ก็จะแบ่งประเภทอีกเป็นแลนแบบไหน มีสายที่มันเป็นการป้องกันรบกวนกันของสัญญาณหรือเปล่าแล้วก็มีสาย Coaxial นะคะ 2 แบบตรงนี้นะคะ แล้วก็แบบมีเกลียวแล้วก็ไม่มีเกลียวอีกมันก็แยกเฉพาะของลงไปอีกว่ามีประเภทอะไรอันนี้ก็จะเป็นลักษณะตารางดูความเปรียบเทียบนะคะ พอจะมีสายโคแอกเชียลแล้วที่ต่างกัน ก็คือจะเป็นเทคนิคการส่ง อันนี้มันจะแยกประเภทลงไปอีกนะคะ ว่ากรณีเราส่งนี่ ส่งเป็นแบบวิธีไหนใช้ความถี่ใช้ค่าความถี่ไหม ถือว่าเป็นช่วงเวลาไหมอัตราความเร็วอยู่ที่เท่าไร แล้วก็ระยะทางนะคะ สูงสุดที่สามารถส่งตัวข้อมูลไปได้โดยไม่ต้องใช้ตัวสายสัญญาณหรือว่าตัวเพิ่มสัญญาณขึ้นใหม่อีกรอบนึงเป็นตารางเขาคร่าว ๆ ให้ดูนะคะ ถ้าจะเรียนละเอียดก็คือเราจะต้องเรียนตั้งแต่เทคนิคการส่งสัญญาณของแต่ละตัวเราก็มาดูประเภทอันนี้จะเป็นตารางสรุปรวมให้ดูแล้วกันนะคะ เดี๋ยวให้ไปจำเอาไว้นะคะ ว่าตัวไหนที่ให้ระยะทางที่สุดเอาสังเกตง่าย ๆ นะคะ สายแลนกับ COAXIAL มีคนเชื่อจะให้การส่งสัญญาณขี้ระยะทางที่ใกล้กว่านี้ได้อยู่ที่ 36,00 นะคะ อัตราความเร็วในการส่งข้อมูลนะคะ แล้วก็จะมีตัวรูปแบบเทคนิคการส่งเป็น bpsk นะคะ ตรงไปอีกยกตัวอย่างเปรียบเทียบมาให้ดูเบื้องต้นก่อน ถัดมาที่มีมาตรฐาน IEE802.4 นะคะ เป็นการมาตรฐานแบบเป็นการสื่อสารอยู่ 3 แบบบอร์ดแบนนะคะ แบรนด์แล้วก็สายไฟเบอร์ออฟติก เราเรียนเสื้อขายมาแล้วการเชื่อมต่อพวกพวกลิงน่าจะได้เรียนมาแล้วเนาะคุณคุณไหมหรือว่าคืนคืนอาจารย์ไปหมดแล้วเดี๋ยวมันจะคุ้น ๆ นะคะ บอร์ดแบนด์เป็นสาย coaxial ไม่แน่ใจว่าให้แลปตัวเครือข่ายเราได้มีได้ดูสาย coaกันหรือเปล่าให้ดูไหมขอเลขออนไลน์ โอเคไม่เป็นไร ไม่เเดี๋ยวจะถ่ายให้ดูมีแต่ส่งสัญญาณที่แตกต่างกันจะเป็นสายแลนสายโคแอกซ์หรือสายไฟเบอร์นี่ เขาสามารถที่จะมีการส่งสัญญาณที่อัตราความเร็วที่แตกต่างกันได้ตามอุปกรณ์ที่รับแล้วก็ส่งด้วยเช่นเดียวกันนะคะ แล้วก็ช่องทาง bandwidth นะคะ bandwidth ก็คือช่องทางที่สามารถจะส่งข้อมูลไป คำว่า bandwidth อยู่เนาะกวางถนนด้วยกาลเวลาเราขึ้นถนนไปปลายทางนี่ แบตมันก็คือความกว้างของถนนที่เราจะส่งข้อมูลไปก็เหมือนรถเมล์ขี่ได้กี่คันในถนนเส้นหนึ่งก็คือมันกว้างเยอะขนาดไหนการส่งข้อมูลไม่งงนะ งงให้ถามนะคะ แบรนด์นะคะ ก็คือเป็นก็คือตัวข้างบนนี่ช่องทางเดียวมีช่องทางเดียวต่อ 1 สาย เหมือนถนนนะมีเส้นเดียว รถสามารถขับได้แค่คันเดียว เหมือนขับอยู่ในซอยไม่งงนะ ราคาสายจะถูกลงเพราะความกว้างมันก็ ก็จะน้อยลงนะคะ แล้วก็สามารถเลือกอัตราความเร็วได้ว่าจะขี่ขับรถส่งที่อัตราความเร็วเท่าไรอัตราความเร็วที่เราเลือกได้เล่นเองนะคะ ว่าจะสามารถส่งที่ความเร็วเท่าไร ที่ 3 ก็จะเป็น Fiber Optic นะคะ เอามาตัวนี้นะคะ ความเร็วแล้วก็เห็นว่า Fiber จะมีอัตราความเร็วที่มันสูงขึ้นแล้วจะเป็นนะคะ แล้วก็ไฟเบอร์ตามคุณภาพของตัวสายส่งแล้วก็สามารถใช้กับแลนในเครือข่ายข้ามไปก่อนแล้วกันนะคะ ก็คือใช้กับตัวเครือข่ายของเราได้มันเอง โอเค token bus เห็นบ้านของเราก็จะมี 3 แบบนะคะ หรือถ้าเรามาทำเป็นตารางสรุป 2 อันนี้เป็นตัวที่เป็น Fiber Opticออกไปไฟเบอร์จะให้อัตราความเร็วที่ส่งที่ค่อนข้างสูงที่สุดแต่ว่าข้อดีข้อเสียของแต่ละอันก็จะแตกต่างกันไปนะคะ เดี๋ยวเราจะมาพูดแยกแต่ละประเภทอีกว่า coaxial ข้อดีอะไรข้อเสียอะไรไปปิดคดีอะไรข้อเสียนะคะ อันนี้ก็คือเทคนิคการส่งสัญญาณปกติโคแอกเชียลจะมีความค่าตัวต้านทานที่อยู่ 75 โอห์ม ค่าความต้านทานคืออะไร ในกรณีที่เราใช้จ่ายส่งที่เป็นทองแดงมันจะมีค่าความต้านทานเวลาส่งพวกก็จะเป็นเสียงนะคะ หรือว่าให้เป็นสายไฟก็คือกระแสไฟฟ้า มันจะมีค่าความต้านทานที่สามารถที่จะคำนวณมันก็จะมีคำนวณค่าอีกว่าโอมห์แล้วก็ส่งได้เท่าไร เทคนิคในการส่งสัญญาณนะคะ มันก็จะมีหลายแบบแบบ ก็จะเป็น equation นะคะ เขานะคะ หนูจะเป็นซอันนี้จะเป็นรูปแบบเทคนิคการส่งสัญญาณอีกเราเรียนเป็นภาพรวมนะ เราไม่ได้เรียนเป็นลงลึกของเทคนิคการส่งสัญญาณอธิบายละเอียดทั้งหมดนะคะ จะมีชื่อการส่งสัญญาณเทคนิค broadband แปลแล้วก็ไฟเบอร์ออฟติกเราก็จะเป็นอัตราความเร็วที่สามารถส่งได้เห็นว่าแต่ดีที่สุดนั่นเอง ระยะทางถ้าเป็น Fiber Optic นะคะ ที่ความเร็วมากที่สุด สูงที่สุดแต่พอดีวันนี้มันไม่ได้ปะแป้งอ่ะค่ะ จัดมาถามได้นะไหนอังง ถัดมาเป็นมาตรฐานจะมี IEEE80 2.5 นะคะ 80205 ก็จะเป็นสายคู่บิดเกลียวชื่อนะคะ เกี่ยวอยู่ 2 ลักษณะก็คือสามารถส่งที่อัตราความเร็วที่ 1 และก็ 4 เมกะบิตเปอร์เซก เป็น Lan แล้วก็ส่งให้ลิงถ้าเป็น baก็คือเป็นสายแล้วก็อุปกรณ์ต่อเสียบเข้าไปในตัวสวิตช์หรือ hubRouter ถ้าไปเล่นก็คืออุปกรณ์ทุกตัวต้องต่อเชื่อมกันเวลาถ้าอันไหนล่มก็คือกันโรคทางระบบถามได้นะมาตรฐานหนึ่งที่เรามาใช้ก็คือจะเป็นมาตรฐานของ IBM ก็จะเป็นพวกบริษัทที่ผลิตเกี่ยวกับอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ต่าง ๆ ในระบบเครือข่ายด้วยต่าง ๆ เขาก็จะมีเรื่อง2 แบบก็คือแบบไม่มีชิวแล้วก็แบบนี้ชิวแล้วก็จะมีอัตราความเร็วในการส่งข้อมูลด้วยเช่นเดียวกันนะคะ เดี๋ยวเราจะมาดูตารางถัดมานะคะ ที่ใช้เปรียบเทียบ 802.5 นะคะ มีคู่เกี่ยวแล้วก็ ก็จะแบบมีเกลียวแล้วก็ไม่มีเกลียวบางคนจะสงสัยว่าสายส่งสัญญาณทำไมมีทั้งแบบกูไม่เกลียวก็ไม่เกลียวกรณีที่มันมีสีเดียวกับเสื้อรถสัญญาณรบกวนปกติเวลาส่งสัญญาณข้อมูลนี่มันก็จะเป็นสายที่วันคู่ขนานกันไปเรื่อย ๆ นะคะ ถ้ามีการพูดเกลียวขึ้นมาหน่อยก็จะช่วยลดสัญญาณรบกวนระหว่างช่องสัญญาณที่อยู่ข้าง ๆ นั่นเองนะคะ ในการส่งข้อมูลอันนี้จะเป็นเทคนิคนะคะ แล้วก็จะเป็นอัตราความเร็วและก็จำนวน repeater จำนวน repeater ก็คือกรณีเราส่งสัญญาณข้อมูลเข้ามานะคะ แล้วสัญญาณข้อมูลนี่ เราสามารถส่งได้ที่ระยะทางเท่าไรนะคะ มองภาพง่าย ๆ เวลาเราส่ง มองภาพง่ายที่สุดถ้าเราน่าจะเข้าใจนะ ถ้าเป็นแบบองค์การโทรศัพท์มันก็จะมีชุมสายเครือข่ายอินเตอร์เน็ตก็เหมือนกัน ก็จะมีจุดพักสัญญาณเช่นเดียวกันนะคะ ไม่ว่าจะเป็น TOT Treboard banนะคะ Cat Telecom อะไรต่าง ๆ เนี่ยจะมีชุมสายในการกระจายสัญญาณเช่นเดียวกันว่าเราส่งสัญญาณมาถึงระดับนี้แล้วต้องมีตู้พักกระจายสัญญาณชีพไหนเพื่อจะทำการทวนสัญญาณเพื่อให้สัญญาณมันชัดเจนแล้วก็ส่งไปยังปลายทางได้ครบข้อมูลที่พูดกันเองนะคะ ตัวนี้ไม่ได้ระบุตัว repeaต่อเข้ามานะคะ ระยะทางที่สูงสุดที่เราสามารถส่งนะคะ อัตราความเร็วแล้วก็ที่จะทวนสัญญาณให้ถึงปลายทางได้นั่นเอง ถัดมาตัวที่ 3 ของเรามาตรฐาน fddi นะคะ ตามชื่อก Fiber Distributed Data Interface นะคะ ก็จะเป็นโปรโตคอลของตัวแทนนะคะ ก็คือเราก็เร็วและเบิกของเรานะคะ แบบแคริ่งอัตราการส่งข้อมูลที่ 100 นะคะ เมกะบิตเปอร์เซก มันก็จะเยอะกว่าเมื่อกี้ อันนี้จะเพิ่มขึ้นนะ เป็น 100 นะคะ เราก็มีตาราง นี่อัตราความเร็วมันจะเพิ่มขึ้นนะคะ แต่เทคนิคสัญญาในการส่งต่างไป fddi จากชื่อก็ตัวเองก็ต้องมาจากตัวไฟเบอร์ออกไปไฟเบอร์จะส่งสัญญาณได้ระยะไกลกว่า แล้วก็สัญญาณดีกว่านะคะ repeater แล้วทางระหว่างปีเตอร์นะคะ 200 เมตรก็จะมีตัว register เพื่อกวนสัญญาณทำให้สัญญาณเนี่ชัดเจนยิ่งขึ้นนั่นเองงงกันไหมถ้าเงียบ ๆ จะถือว่าเข้าใจนะ ถ้าไม่เข้าใจยกมือถามได้นะคะ คราวนี้เราจะมาดูประเภทตัวกลางสื่อสาร ประเภทของมันก็จะมีแบบ wire ก็คือมีสาย Wireless ก็คือมีสายเนาะตามชื่อเลยมีสายแบบไหนบ้าง ก็คือพันคู่ตีเกลียวFiber Opticแล้วก็พวกอากาศที่เราส่งสัญญาณไปหากันอย่างพวก WiFi หรือว่าใช้สัญญาณดาวเทียมนะคะ หน้าต่าง ๆ กรรไกรเรามาดูต่อสายสื่อสารแบบใช้สายที่มีท่อนำ คืนมีอุปกรณ์เหมือนเรามีถนนเดินทางไปว่าจะมีการเชื่อมอุปกรณ์นะคะ จากต้นทางไปยังปลายทาง จากอุปกรณ์หนึ่งไปยังอีกก้อนนึงนะคะ โดยมีสวิตซ์แพร์เราก็ไฟเบอร์ออฟติกคือจะเป็นสามัญที่พูดไปอยู่ฝั่งขวาที่มันเป็น นะคะ เดี๋ยวเราจะไปดูอันแรกของเรานะคะ ที่มีสายส่งของอุปกรณ์ ตัวสายคู่าเกลียวนะคะ ยางเหมือนสาย Lan สมมติว่าแกออกมาจะเห็นว่ามันจะตีเกลียวคู่กัน Network น่าจะได้เรียนแล้วอันนี้อาจารย์เขาน่าจะสอน Illustrator ก็คืออุปกรณ์ที่ฉนวนหุ้มของสายทองแดงที่อยู่แต่ละคู่นั่นเองนะคะ สายคู่ตีเกลียวจะมี 2 อันอยู่ดี ๆ กับ ก็คือ Unshielded คิดว่าคือไม่มีตัวเขาเรียกอีกรอบหนึ่งเพื่อช่วยลดสัญญาณรบผ่อนนะคะ ก็จะมีสระตรงนี้ลักษณะก็จะต่างกันรายการของเราก็จะเป็นส่วนมากจะใช้เป็น utp ธรรมดาที่อยู่ในห้องแลปถ้าไม่ใช่อุปกรณ์ที่ต้องการส่งข้อมูลแล้วไม่มีสัญญาณรบกวนนะคะ ถ้าต้องการแบบว่ามีตัวยิ่งหรือว่าตัวป้องกันสัญญาณรบกวนนะคะ ก็จะเป็นตัว SCG ของเราอันนี้ก็จะเป็นลักษณะของแต่ละแบรนด์ที่เราเห็นใช้ทั่วไปจะเป็นตัวนี้เข้าสายนะคะ เรียนมาแล้วนะ โอเคเดี๋ยวมาแล้วจะรู้ว่าเข้าสายได้คู่ไหนเป็นตรงตัวครอสสลับสายกันอย่างไร สีอะไรอันนี้เป็น shield มันจะเป็นเหมือนปอยต้องการไว้อีกรอบนึงแต่ว่าทั่วไปที่เราใช้ไม่ค่อยเก่งนะ ก็ใช้กับอุปกรณ์ที่เฉพาะนิดหนึ่งเราก็ราคาก็จะเพิ่มขึ้นอันไหนที่มันมีคุณภาพดีกว่าแน่นอนราคาก็จะสูงขึ้น ก็ดีขึ้นตามไปด้วยกันอีกนะคะ ไม่ไป อันนี้ก็จะเป็นสายนะคะ คู่ตีเกลียวของเรานะ มีทั้งหมด 4 คู่ ขาวฟ้าฟ้า ข้าวส้มส้ม ขาวน้ำตาล น้ำตาล เอาตรง ๆ เขาเขียว ๆ ขำกับน้ำตาลนะคะ ก็จะสามารถส่งข้อมูลได้ทางที่ไม่ค่อยไกลเท่าไหร่ก็จะเห็นว่าอุปกรณ์ตามห้องนะคะ ที่ไม่ค่อยไกลก็พูดไปแล้วนะ 4 คู่ 8 เส้น คราวนี้นะคะ ถ้าเราจะมาพูดถึงการกกหนดปลายสาย ก็คือในกรณีที่เราต้องการต่ออุปกรณ์ 2 อุปกรณ์ จะเป็นคอมกับ switch คอมพิวเตอร์กับคอมพิวเตอร์นี่เราจะใช้การต่อสายในรูปแบบไหนมันจะมีอยู่ 2 รูปแบบ t568a กับ t568b 2 ลักษณะเดี๋ยวมาดูรูปแบบแรกของเรานะคะ ตามตรงชื่อตรง ๆ เลยไม่ได้ขอน่าจะเป็น t568a นอกจากการเข้าสาย 2 ฝั่งจะสีเดียวกันนะคะ เริ่มจากขาวส้มเขียวขาวส้มส้มขาวเขียวน้ำเงินขาวน้ำเงินเขียวขาวน้ำตาลน้ำตาลนะคะ จะเป็นสายที่ต่อหัว 2 กัน 2 ฝั่งเหมือนกันเหมือนกันทั้ง 2 ฝั่งอันนี้ก็คือการต่อตรง ขาวส้มส้ม ขาวเขียวน้ำเงิน ขาวน้ำเงินเขียว ขาวน้ำตาลน้ำตาล จะเหมือนกันทั้ง 2 ฝั่ง พื้นฐานต่อสายต้องทำได้เรียนคอมได้ต่อตรง ทำได้ใช่ไหมต่อได้แต่ว่าต้องเช็กแล้วมันอ่านอยู่ใช่ไหม OK แปลว่าให้เขียนใส่ตรงใส่ cross ได้ถูก OK OK ถัดมาเมื่อกี้ก็คือใส่ตรงก็คือการต่ออุปกรณ์คอมพิวเตอร์ไปยัง router ต่าง ๆ 2 ฝั่งจะเข้าสายลักษณะเดียวกันลำดับสีเหมือนกันอุปกรณ์ที่ใช้ในการต่อน่าจะเป็นพวกเข้ากับคอมพิวเตอร์ก็คืออุปกรณ์ที่มันต่างกันคอมพิวเตอร์ Router คอมพิวเตอร์หรือเป็นสวิตช์ก็ได้เช่นเดียวกัน เหมือนในห้องแลปเขาจะมีคอมกับ switch อยู่ตรงนี้ใช่ไหมคะ ข้อต่อลากสายเข้าหากันนะคะ ต่อมาเมื่อกี้จากขาวส้ม ๆ จะเรื่องขึ้นมาเราจะสลับกัน 3 ตัวแรกและก่อนตัวลำดับสุดท้ายก็คือตัวที่ 6 1 2 3 แล้วก็ตัวที่ 6 ที่สลับสี เมื่อกี้จะเป็นขาวส้มส้ม ใช่ไหมคะ อันนี้ก็จะเป็นขาวเขียวเขียว ขาวส้มต้มน้ำเงิน ขาวน้ำเงินส้ม ขาวน้ำตาลน้ำตาล ก็จะเป็นเหมือนเดิม 2 ฝั่งจะไม่เหมือนกันในการเข้าหัว ก็จะเป็นลักษณะแบบนี้ตัวนี้แทนด้วย 568A ถ้าสีที่ขึ้นด้วยขาวส้มจะเป็น 568B โอเค อุปกรณ์ในการเชื่อมต่อของเรานะคะ ของสาย cross นะคะ ก็คือการต่ออุปกรณ์กับอุปกรณ์เข้าหากันได้เลยนะคะ อย่างเท่ากับ Hub Switch กับ Switch หรือว่าคุยกับใครคอมพิวเตอร์กับคอมพิวเตอร์คือสามารถที่จะโอนถ่ายข้อมูลหากันได้ก็รีบเราใช้ในกรณีไหนสมมุติว่ามีข้อมูลในคอมพิวเตอร์ต้องการที่จะโอนใส่คอมพิวเตอร์แล้วเราไม่มี wireless ระบบเครือข่ายทางเราสามารถใช้สายเชื่อมต่อระหว่างอุปกรณ์ทั้ง 2 อันแล้วก็ทำการโอนย้ายข้อมูลระหว่างกันได้นั่นเองนะคะ โอเคนะ สาย cross อันนี้เดี๋ยวผ่านเลยแล้วกันนะคะ ละเอียดเกินไปนะคะ มันจะเยอะอันนี้ต้องบอกลักษณะของประเภทของ utp ก็คืออันจิ๋วก็คือสายที่เราใช้เมื่อกี้นั่นล่ะค่ะ ถัดมาอันนี้เคยเข้าสายแล้วน่าจะรู้ว่า RJ-45 นะคะ ตัวผู้ตัวเมียหาตัวเมียตัวผู้ของเรานะคะ เราจะเห็นพวกทองแดงหน้าที่เชื่อมมานะคะ เข้ากับตัวหัวเพื่อให้อุปกรณ์กลับตัวสายส่งสัญญาณนี่สามารถที่จะเชื่อมต่อเข้าหากันได้นะคะ ถัดมาจะมาพูดถึงประสิทธิภาพของสาย UTP หรือ Unshielded ที่ของเราอยู่ดี ๆ ของเรานะคะ ก็เห็นว่าความถี่นะคะ ที่ใช้นะคะ มีความถี่เยอะนะคะ มันก็สามารถที่จะส่งไปทางนะคะ ส่งข้อมูลได้เป็นดูภาพรวมคร่าว ๆ แล้วกันนะคะ เมื่อกี้ไปที่สายทองแดงอันแรกของเราแล้วนะคะ สาย cross ของเรา สายตรงของเรานะคะ มาจะเป็นสายโคแอกเชียลข้างในก็เป็นทองแดงเหมือนกัน ก็เป็นทองแดงเหมือนกันรวมถึงสายไฟบ้านเราก็ทองแดงเหมือนกันความต้านทานก็จะมีเหมือนกันอุปกรณ์สื่อสารหรือว่าส่งพวกกระแสไฟฟ้านะคะ เวลาคำนวณคู่กับค่าต้านทานนะคะ ต่าง ๆ ดูตัวภายในที่ใช้ในการส่งสัญญาณน่าจะเป็นอุปกรณ์ตัวที่ 2 ที่ใช้ในการส่งสัญญาณในรูปแบบมีสายของเรา นะคะ ด้านในสุดเป็นทองแดงนะคะ inner นะคะ แล้วก็จะเป็น insulator ก็คือพวกปกคลุมต่าง ๆ มันจะมีทั้งพลาสติกนะคะ แล้วก็จะมีเลข 3 นะคะ เป็นแบบพวกทองแดงมีรอบนึงแล้วก็จะมีพลาสติกหุ้มอีกรอบหนึ่งแล้วก็จะมีท่อส่งอีกรอบหนึ่งนะคะ แล้วเราจะมาดูรูปภาพจริงนี่ บางคนอาจจะมองภาพไม่ชัดเจนลักษณะแบบนี้นะคะ การเข้าสายก็จะยากกว่าการเข้าสายแบบ rj-45 นะคะ อุปกรณ์หัวต่อชิ้นก็จะแพงกว่า rj-75 ตามลำดับนะ อันไหนที่มันคุณภาพในการส่งค่อนข้างเยอะก็คือจะตั้งแต่ทำการตรงนี้นะ จะเอามันจะมีหัวทองแดงเข้ามาให้เราย้ำสายก่อนนะคะ แล้วก็เอาตัวคอนเนคเป็น bnc connector หรือว่าแล้วแต่ประเภทนะคะ ของตัวเข้าสายอีกรอบนะคะ แล้วก็ทำการป้องกันในกรณีที่จะมีพวกความชื้นหรืออะไรเข้ามาเขาก็จะมีพลาสติกที่ไว้ทำการครอบคลุมอีกรอบนึงก็เรียกข้อหดนะคะ ในการที่จะหัวต่อที่ให้ยึดติดกับตัวสายนี่ให้มั่นคงพูดง่าย ๆ นะคะ มันก็จะมีแบบผอมนะคะ ก็คือผอมแบบแล้วก็หนาขึ้นนั่นเองนะคะ มันก็จะเป็นลักษณะของตัวขนาดที่บอกที่ 4 มิล แล้วก็ 10 มิล นั่นเองสายโคแอกเชียลก็จะมีหลากหลายประเภทอีกเหมือนกันตามอุปกรณ์ด้วยตามยี่ห้อตามประเภทสายของเรา คราวนี้เมื่อกี้เราต่อสายแลนไปเรียบร้อยก็ดูถึง rj-45 นะคะ ถ้าเป็นสายต่อที่เป็นของโครเอเชียจะเรียกว่า bnc connector เวลาเชื่อมต่อกับอุปกรณ์จะใช้การหมุนเพื่อให้มันลงล็อdก็จะยึดอุปกรณ์ไม่ให้หลุด ตัว bnc ของเราก็มีหลายประเภทก็เหมือน 3 ประเภทใหญ่ ๆ เหมือนเราจะต่อท่อประปาเคยต่อท่อประปาเองหรือเปล่า มันจะมีอะไรบ้างธรรมดานะ เป็นหัวที่ต่อสำหรับให้อันนี้เรียกว่าตัวผู้แล้วกันนะ จะเป็นพวกตัวเมียที่ไป t connector ก็จะเป็นรูปตัวทีที่จะมีตัว I connector ด้วยนะคะ พอดีไม่มีรูปในนี้นะคะ แล้วก็ T connector ก็คือเวลาปิดต่อท่อประปาก็ไม่มีทั้งตัว T ตัว I แล้วก็ตัวที่ปิดท่อ ไม่ทำการส่งสัญญาณไปนั่นเองอันนี้ก็จะมีกาววายกรณีที่เปิดไฟรั่วโทรไปได้รออุปกรณ์ไฟฟ้าอุปกรณ์โทรคมนาคมทุกอย่างนะคะ ต้องมีไฟในการสื่อสารใช้ไฟในการหล่อเลี้ยงอุปกรณ์ก็ต้องมีการป้องกันสัญญาณไฟขึ้นมานั้นเอง ก็จะมี 50 วัตต์ตรงนี้นะคะ ถัดมาพูดถึงข้อดีข้อเสียอย่างที่บอกไปถ้าเปรียบเทียบกับอุปกรณ์ที่เป็นสายแลนของเรานะคะ ตัว coaxial ก็จะมีราคาที่ค่อนข้างสูงกว่าไม่ว่าจะเป็นอุปกรณ์เข้าสายเดินทั่วไปนะคะ สายจะค่อนข้างมีขนาดใหญ่กว่าจะหนาหนักแล้วก็ใหญ่ การติดตั้งก็จะค่อนข้างยุ่งยาก สายแลนของเราเวลาเข้าหัวก็แค่เรียงแล้วก็ย้ำสายก็เสร็จเรียบร้อยนะคะ ถ้าเป็น coaxial ก็คือจะย้ำตัวทองแดงข้างในก่อนแล้วก็หัว bnc เชื่อมกับ ย้ำอีกรอบนึงนะคะ ถ้ายังไม่ได้ก็คือเสียต้องตัดทิ้งใหม่นะคะ ก็เริ่มใหม่หัวใหม่แล้วก็ต้องย้ำเสร็จทั้ง 2 รอบเรียบร้อยนะคะ ต้องใช้ท่อหดเชื่อมอีกรอบนึงแล้วก็ค่อยเทสสายว่าโทรศัพท์ไอ้เนี่ยมันรับส่งสัญญาณได้หรือเปล่าข้อดีระยะทางที่ในการส่งสัญญาณชีพอะไรขึ้นป้องกันสัญญาณรบกวนได้ดีจะสังเกตว่าไอ้ตัว coaxial จะมีแค่สายทองแดงเส้นเดียวที่อยู่ตรงกลางแต่ว่าถ้าเป็นสายคู่บิดเกลียวนี่มันจะมีคู่ส่งสัญญาณที่เป็นคู่ 4 คู่นะจำได้แล้วที่เราเอาสีไปเมื่อกี้จะมีคู่ไปทั้งนั้นน่ะสัญญาณที่ใช้ในการส่งเนี่ยมันก็จะมีที่มันอยู่ด้วยกันนะคะ มันจะเกิดปัญญารบกวนได้อันนี้ก็เลยจะส่งสัญญาณได้ระยะที่ไกลกว่านั้นเองประสิทธิภาพนะคะ ของ coaxial นะคะ อันนี้ต้องดูความถี่ในการส่งยิ่งความถี่เยอะนะคะ ระยะทางในการส่งก็จะเพิ่มมากขึ้นนั่นเอง มองภาพง่าย ๆ เลย ถัดมา เอาภาพมาให้ดูคร่าว ๆ อันนี้เป็นการลักษณะการส่งสัญญาณข้าง อันนี้ขอข้ามแล้วกันนะเดี๋ยวมันจะมาดูลำแสงของเรานะคะ สายใยแก้วนำแสงอย่างที่บอกไปว่าเป็นอุปกรณ์ที่สามารถส่งสัญญาณนะคะ ต้นทางไปปลายทางได้ระยะที่ไกลที่สุดดีสุดดีสุดจะตามมาด้วยราคาที่ที่สุด จะมีอะไรบ้าง มีคอเส้นใยแก้วที่อยู่ข้างในนะคะ ก็จะผลิตจากแก้ว ชื่อเอาแก้วมาผลิตเป็นเส้นมันต้องเปราะแตกง่ายจะมีการส่งจะส่งเป็นสัญญาเลเซอร์นะคะ หรือว่าเพื่อส่งสัญญาณจากต้นทางไปปลายทางแล้วก็มีผู้รับนะคะ แล้วก็มีตัวหุ้มถัดไป คราวนี้เราจะมาแบ่งประเภทของตัวสัญญาณ Fiber Optic ก็จะมีตัวส่งสัญญาณมันจะแบ่งประเภทอีกว่ามีประเภทอะไรบ้างนะคะ มีรูปแบบอะไรบ้าง Multi Mode กับ Single Mode ก็คือกรณีที่เราต้องการส่งสัญญาณเนี่ยสามารถส่งสัญญาณไปพร้อมกันโดยใช้แสงลงไปพร้อมกันครั้งเดียวไหมหรือว่าส่งไปแค่ครั้งเดียวแล้วมันต่างกันยังไงอันไหนดีกว่ากัน ก็จะแบ่งออกเป็นอีกset index ตามชื่อเราก็ Index เราจะมาดูกันว่าแต่ละตัวเนี่ยมันต่างกันยังไงและตัวไหนนี่ มันเหมาะกับการส่งข้อมูลแบบไหนบ้างอีกดูจากรูปนี่พอเข้าใจไหมคะ อันนี้ก็จะเป็น Multi mode ทั้ง 2 อัน multi-mode ก็คือการส่งสัญญาณหลาย ๆ ลำแสงพร้อมกันเข้าสู่สายใยแก้วนำแสงนั่นเอง สมมติเราส่งคลื่นสัญญาณมาเป็นเหลี่ยม ๆ อย่างนี้ ปกติเวลาเราส่งข้อมูลสมมุติเป็นเสียงพูด 1 2 3 4 5 6 7 9 10 ไปทางก็ต้องได้รับ 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 เราจะเห็นว่าแล้วส่งคลื่นเป็นคลื่นเหลี่ยมปุ๊บ ๆ เป็นเป็นคลื่นถ้าเป็น Single Mode นะคะ มันจะเปลี่ยนแค่ตรงความสูงตรงนี้นิดเดียวตรงหัวมัน ambitude นะคะ สูตรความสูงให้มันโค้งลงมาเราก็จะรู้ได้ไงว่าสัญญาณที่ดีที่สุดในการส่งว่าจะเป็นรูปถูกไหมดูภาพแบบสักรูปเลยง่าย ๆ ไว้ข้างบนนี่ มันก็จะลดทอนลงมาอันนี้ก็จะเริ่มมีสัญญาณที่ดีขึ้นนะคะ หน้าตาที่มันเหมือนกับต้นทางมากที่สุดก็คือการส่งสัญญาณที่ดีที่สุดไม่งงนะ step index วันนี้ก็จะเห็นว่าขนส่งแล้วก็อาจจะมีการในการส่งข้อมูลในช่องสัญญาณของการก็จะเกิดลดทอนได้สัญญาณของเรา นี่มันก็จะมีขนาดที่ถูกปรับเล็กลงนะคะ แล้วก็การเปลี่ยนรูปของตัวสัญญาณของปลายทางที่ได้ไม่ค่อยมีการหักเหของสัญญานะคะ ทำให้การเปลี่ยนรูปนี่ก็จะเพิ่มขึ้น ก็คือไม่เปลี่ยนเยอะเท่าไหร่ สัญญาณมันก็จะดีขึ้นกระจกข้างบนนะคะ เป็น Single Mode มันก็ส่งมาเป็นลำแสงเดียวแน่นอนมันก็จะไม่ค่อยโดดพ่อในการส่งก็คือตัวยาแก้ของเรานี่ ไม่มีการหักเหของสัญญาณทำให้รูปทรงในปลายทางที่ได้รับนี่ก็จะเหมือนต้นทางที่เราส่งมานั่นเองนะคะ ถัดมาไฟเบอร์ออฟติกของเราก็จะแบ่งออกเป็น 2 ประเภทนะคะ เมื่อกี้ที่เราบอกไปนะคะ ชื่อ multi-mode ก็เป็นตัว MMF ถ้าเป็นตัว Single ก็เป็น FMF ก็เป็น Single mode Fiber Optic เดี๋ยวลงรายละเอียดของเรานะคะ เนื่องจากยาแก้ของเรานะคะ ก็จะมีลำแสงนะคะ ที่ส่งจากต้นทางไปปลายทางน่าจะเป็นเล็บหนูจะไปเลเซอร์ก็แล้วแต่นะคะ ตัว multi-mode ของเราแบ่งเป็น 2 ชนิด เป็น step index หรือ grade Index ตัวนี้นะคะ เนื่องจากนะคะ มีความเบาบางของสัญญาณแล้วก็การแต่งตัวของสัญญาณที่อยู่ในช่อง Fiber Optic ของเราจะทำให้ความเร็วกล่องสัญญาณที่ใช้ในการส่งนี่ถูกลดลงนะคะ แล้วก็มีข้อจำกัดระยะทางค่ะ อยู่ที่ 500 เมตร อยากรู้ก็เห็นว่ามันคุณภาพที่ดีที่สุดถัดมา พยายามที่จะให้ส่งตัวสัญญาณมีอยู่ในท่อกลางมากที่สุดมันจะได้ไม่เกิดการหรือไปชนกับท่อนะคะ หรือว่าตัวสายส่งของเรานี่ ทำให้การส่งสัญญาณนี่ปลายทางพร้อมกันแล้วก็ได้ระยะที่ได้ไกลกว่า 1 กิโลเมตรมีคิวที่ 500 เมตรเพิ่มประสิทธิภาพในการส่งสัญญาณที่มาขึ้นเองถ้าเป็น Multi Mode นะ เป็น MMF นะคะ คราวนี้ตัวสุดท้ายที่บอกไปว่า Single mode มีการส่งสัญญาณนี่ค่อนข้างได้สัญญาณเหมือนกับต้นแบบมากที่สุด จะส่งสัญญาณที่อยู่ในเส้นทางของเรานะคะ เราก็ระยะทางไกลสูงสุดถึง 100 กิโลเมตร ราคาก็จะค่อนข้างสูงนะคะ เดี๋ยวเราไปดูรูปครั้งหนึ่งนะคะ เราจะได้เข้าใจมากยิ่งขึ้น step index แล้วก็ grade index อันนี้ก็คือพยายามให้มันอยู่ตรงกลางมันจะได้ไม่เกิดการท่อหรือหักเหนะคะ ของตัวสัญญาณอันนี้ก็คือส่งเป็น Single ก็คือลำแสงเดียวแน่นอนมันก็จะไม่โดนการลดทอนข้อมูลปลายทางก็จะค่อนข้างได้รับเกือบครบถ้วนทั้งเองนะคะ ถัดมาดูประเภทรวมมันก็จะดูที่ขนาดของก็คือเวลาตัวสายไฟเบอร์ออฟติกนี่จะเป็นเส้นใยแก้วนำแสงนะคะ แล้วค่อนข้างมีขนาดที่เล็กแล้วก็เบาแล้วก็บางที่สุดน้ำหนักเบาที่สุดเลยขนาดของแต่ละประเภทแล้วก็สามารถใช้กับเป็น Multi Mode ประเภทไหนบ้างก็คือสามารถใช้ส่งสัญญาณกับอุปกรณ์ประเภทไหนถ้าเป็นที่ Single Mode เราจะเห็นว่าขนาดของตัวคอร์นะคะ และ grade index อยู่ที่ 7 ต่อ 125 นะคะ เวลาเขาเขียนก็จะเป็นตัวทับนะคะ เป็น 7 ครับ 125 ตัวกลางนะคะ ส่วนตัวของนี่มีขนาดเท่าไร่เห็นว่าจะมีค่าเท่ากันหมดอยู่ที่ 125 ดังนั้น ตัวที่เราสังเกตก็คือเราจะมาดูที่ตัวคอร์ก็คือกลางของตัวใยแก้วนำแสงของเรานี่ว่ามีขนาดที่แตกต่างอะไรบ้าง นะคะ OK เดี๋ยวดูถัดมานะคะ โอเคแล้วดูอุปกรณ์ต่อดีกว่า คราวนี้สายแลน rj-45 นะคะ แบรนด์สินค้าที่ผลิตก็จะขายหัวต่อที่แต่ละประเทศไม่เหมือนกันด้วยนะยาง SC connector แล้วก็ mgrs จะมีสั่ง GX ก็คือภาครับ แล้วก็พักส่งคู่กันทั้ง 2 ตัวก็จะยากยิ่งกว่าการเข้าสายของ coaxial เพิ่มระดับขึ้นไปอีกเนื่องจากตัวแก้วเนี่ยจะค่อนข้างบาง ๆ นะคะ คือต้องทำการเชื่อมต่อก็ค่อยใส่อุปกรณ์เชื่อมต่อมาให้นั่นเองนะคะ ปัจจุบันนี่นะคะ น่าจะเป็นสายแลนหรือว่าไฟเบอร์ออฟติกนี่ไม่เหมือนสมัยก่อนนะ เขาสามารถซื้อที่เป็นหัวก่อนที่เข้าสายสำเร็จรูปมาแล้วก็สามารถเลือกระยะทางได้แต่ว่าถ้าถ้าเป็นในตัวชิ้นงานหรือว่าหน้างานจริง ๆ การต่อเชื่อมอุปกรณ์เนี่ยเราก็ต้องมีอยู่อุปกรณ์สัญญาณว่าส่งสัญญาณจากต้นทางไปทางก็เหมือนนะคะ อุปกรณ์เคสแตกต่างกันไปสามารถเชื่อมต่อกับหัวแล้วสามารถส่งสัญญาณได้จริงหรือเปล่า อันนี้จะเป็นเหล็กนะคะ ถ้าจำไม่ผิดน่าจะเป็นพลาสติกเวลาปิดเข้าไปเชื่อมกับอุปกรณ์ ก็จะมี 3 รูปแบบ ที่ใช้ในการเชื่อมต่อของอุปกรณ์ไฟเบอร์ออฟติกของเราฝันว่ามาดูประสิทธิภาพนะคะ ในการเชื่อมต่ออุปกรณ์นะคะ ความถี่ความยาวคลื่น Wavelenge นาโนเมตร คลื่นเท่าไรการลดทอนของสัญญาณ Los เดซิเบลต่อกิโลเมตรก็แล้วแต่ว่าตรงนี้คลื่นความถี่ตรงนี้นี่ค่อนข้างมีการลดอ่อนค่อนข้างเยอะมีเป็นประสิทธิภาพในการส่งสัญญาณ ดังนั้น การส่งสัญญาณเป็นช่วงไหนนะคะ พี่จะดีว่าดูว่าตรงไหนที่มันลดทอนให้น้อยนะคะ ก็คือสามารถของข้อมูลจากต้นทางไปยังปลายทางหรือยัง เมื่อกี้พูดไปถึงสายส่งสัญญาณเรียบร้อยแล้วคราวนี้ก็จะเป็นรูปแบบของอุปกรณ์ไร้สายบ้าง ก็คืออุปกรณ์ในการส่งสัญญาณของเรานะคะ น่าจะเป็นพวกคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าที่ได้ทำการส่งจะเป็นเสียงหรือข้อมูล พวก data พวก voice พวกมัลติมีเดียไปให้เรานั่นเองใช้เป็นอุปกรณ์ไร้สายก็คือคลื่นประเภทวิทยุ คลื่นวิทยุอินฟราเรด เราน่าจะเคยใช้กันทั้งหมดอยู่แล้วนะคะ อันนี้มันเป็นสเปกตรัมของคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า อยู่ที่กี่กิโลเฮิร์ตถึงถึงเท่าไรอันนี้ 3 ถึง 3003 กิโลเมตรถึง 300 ghz ก็จะเป็นคลื่นความถี่ของคลื่นวิทยุกับคลื่นไมโครเวฟนะคะ เดี๋ยวนี้น่าจะไม่ค่อยได้ใช้นะคะ ถ้าจะเป็นอุปกรณ์สื่อสารสมัยก่อนนะคะ เวลาเราส่งข้อมูลหาการส่งรูปภาพต่าง ๆ สามารถที่จะใช้ตัวอินฟราเรดนะคะ เปิดช่องไอ้ตัว ช่องสัญญาณของอินฟราเรดนี่อยู่ในระยะมีโอกาสแล้วก็ไม่มีสิ่งรบกวนก็สามารถส่งอุปกรณ์เข้าหากันได้นะคะ ไม่เป็นกันโทรศัพท์รุ่นแรก ๆ เลยนะคะ ถ้าใครทานแล้วจะเห็นว่า 3 ที่ใช้อินฟาเรดการส่งสัญญาณแล้วก็จะมีคลื่นความถี่ต่าง ๆ อาจารย์มองเป็นภาพรวมคร่าว ๆ นะ พูดให้ฟังวิธีการแพร่สัญญาณในการส่งข้อมูลการส่งข้อมูลที่เป็นรูปแบบไร้สายเนี่ยมันก็จะมีหลากหลายรูปแบบ ground propagation ลักษณะที่เราใช้อยู่ในปัจจุบันคือเสาสัญญาณที่อยู่แต่ละที่นะคะ เหมือนเราใช้สโทรศัพท์ใครขึ้น Dtac AIS มีอะไรอีกล่ะ True Cat Telecom จริงมันก็มีขึ้นอีกนะแต่จำชื่อไม่ได้จะมีการส่งสัญญาณนะคะ ภาคพื้นดินการส่งสัญญาณนะคะ เราจะเห็นว่าเราจะใช้เสาสัญญาณในการส่งข้อมูลไม่ได้ถ้าเป็นระบบเครือข่ายโทรศัพท์จะเป็น Tower ขาวแดง ที่เราเห็นตามจุดต่าง ๆ กระจายสัญญาณนะคะ แล้วก็จะมีสิทธิ์ว่าเป็นบริษัทไหนเป็นผู้ให้บริการของ AIS ไหม ของ True ไหมนะคะ ก็จะมีเจ้าหน้าที่มาเช็กนะคะ ว่าจะสามารถส่งแล้วก็ให้สัญญาณครอบคลุมพื้นที่เราอย่างไร ครอบคลุมพื้นที่ของประเทศไทยภาคอีสานอะไรก็ว่ากันไป เรียกว่า ground propก็คือการส่งสัญญาณภาคพื้นดินอันนี้ Sky propagationตามชื่อสกายก็คือท้องฟ้าก็จะเป็นพวกสัญญาณดาวเทียมนะคะ ที่ยิงลงมาหาแล้วข้อมูลจากข้างบนแล้วก็ยิงข้อมูลกลับมาพวกการใช้กันส่งโทรศัพท์ที่ข้ามภูมิภาคหรือว่าการใช้โทรศัพท์ในกรณีที่อยู่ในถิ่นทุรกันดารที่ไม่มีสายส่งสัญญาณมันก็ใช้ตัวนี้นะคะ Sky propagation ใช้ดาวเทียมในการสื่อสารแล้วก็อันนี้ 3 จะเป็นการส่งข้อมูลระหว่างการส่งสัญญาณจากจุดหนึ่งไปยังจุดหนึ่งอาจจะเป็นกรณีที่อุปกรณ์มีสัญญาณกีดขวางค่อนข้างเยอะนะคะ สามารถที่จะส่งนะคะ เสาอารจันทร์รับสัญญาณต่าง ๆ อาจจะติดตั้งบริเวณที่บนที่สูงบนตึกบนอาคารแล้วก็หันหน้าตัวอุปกรณ์สัญญาณนี่ อยู่ในพื้นที่ระดับเดียวกันเพื่อจะได้ส่งสัญญาณแล้วก็ไม่มีสิ่งกีดขวางเองดูจากรูปได้เลยนะคะ มันก็จะรูปให้เราเข้าใจเบื้องต้นก่อนมันก็จะมีระยะว่าการส่งสัญญาณแบบ Line-of-sight แบบนี้นี่ ส่งได้ที่ละเท่าไร แล้วก็ต้องเพิ่มใช้กี่ตัวเพื่อจะส่งสัญญาณไปยังปลายทางได้อย่างถูกต้องนั่นเอง อันนี้ย่านความถี่ เยอะไปนะ เดี๋ยวอาจารย์ให้ไปดูไปอ่านเล่นแล้วกันพวก mmm มีสไลด์ adaว่าจะแบ่งประเภทออกไปนะคะ อย่างที่บอกไปว่ามันจะมีสายสื่อสารแบบไร้สายก็ได้แบ่งออกเป็น 3 ประเภท Radio Wave ไมโครเวฟ แล้วก็อินฟาเรดอันนี้เป็นเสาส่งสัญญาณ เอาแบบง่าย ๆ สรุปแบบง่าย ๆ แล้วกันนะคะ ถ้าเป็นคลื่นวิทยุ Multi task ก็คือกระจายเสียงโทรทัศน์ เสียงตามสายประกาศเวลาตื่นเช้าตามหมู่บ้านจะมีเสียงตอนเช้ามาประกาศอันนี้จะเป็นประชาชนส่งไปอย่างเดียวให้ผู้รับ ผู้รับข้อมูลของเราหรือไป ๆ เสียงโทรทัศน์อยู่บ้านเราก็ตอบเขาไม่ได้ใช่ไหมเขาดูได้อย่างเดียวถูกไหมคะ จะเป็นการ pager เดี๋ยวนี้ไม่มีแล้วครับ แต่ข้อความอันนี้เอามารูปให้ดูให้เฉย ๆ นะคะ มันจะเป็นเวลารับส่งสัญญาณที่ตามเสาเขาแดงทาวเวอร์ต่าง ๆ เขาจะมีการรับส่งสัญญาณพรุ่งนี้มันจะมีรูปแบบลักษณะที่แตกต่างกันนะคะ พื้นที่ในการรับสัญญานี่สมมติเป็นแบบจานนะคะ หรือว่าจะเป็นห่อที่เป็นรูปแบบนี้พื้นที่ในการรับข้อมูลอยู่ที่เท่าไร แล้วก็ต้องหมุนองศาไปที่เท่าไร เพื่อที่จะรับข้อมูลได้นะคะ มันจะมีการคำนวณหันไปที่องศาเท่าไร แล้วรับข้อมูลมาแล้วจะได้สัญญาณที่มันดีที่สุดเอารูปตัวอย่างมาให้ดูเฉย ๆ อันนี้จะเป็นพวกรับส่งสัญญาณนะคะ อาจจะเป็นลักษณะของเราหรือไอ้ตัว line of Sight ในการส่งข้อมูลคลื่นไมโครเวฟพ่อเป็นแบบ Uni hard เมื่อกี้มันติดชาร์ตออกไปอันนี้อยู่นี่นะคะ โทรศัพท์กับ Cellular เหมือนโทรศัพท์บ้านโทรศัพท์มือถือแถวชายแล้วก็ลาออกไปซะพื้นที่ที่ให้การครอบคลุมเช่นเดียวกันว่าออกไปแล้วให้บริการถึงพื้นที่ไหนครอบคลุมเขตพื้นที่อะไรบ้างนั่นเองนะคะ วันนี้ใกล้แล้วใกล้แล้วใกล้จะหมดแล้วนะคะ อินฟาเรดก็จะเป็นการส่งสัญญาณช่วงสั้น ๆ ปัจจุบันยังมีไหมสมัยก่อนก็จะมีพวกอินเตอร์เน็ตก็ใช้อินฟาเรดเหมือนกันถ้าเคยเห็นรุ่นมันก่อนมันจะมีช่องดำเป็นการไว้รับส่งสัญญาณในการส่งข้อมูลอินฟราเรดมือถือ มือถือที่ใช้อินเทอร์เน็ตได้นักเรียนก็มีเครื่องมือถือที่ใช้อินเทอร์เน็ตได้เราก็สามารถที่จะส่งข้อมูลหากันเหมือนสมัยก่อนนี่ก็อยากส่งรูปหากันนี่นะคะ ระบบเครือข่ายมันก็จะค่อนข้างแพงน้สมัยก่อนนะคะ เราสามารถใช้อินฟาเรดเปิดตรวจช่องสัญญาณแล้วก็หันหน้าตัวปกรณ์ที่เป็นช่องสัญญาณเชื่อมต่อกันแล้วก็ส่งสัญญาณข้อมูลก็จะเป็นส่งช่วงสัญญาณแบบสั้น ๆ จริง ๆ ต้องใกล้ ๆ กันแล้วก็ไม่มีอุปกรณ์มาปิดขวางการส่งสัญญาณข้อมูลนะคะ โดยใช้การแพร่ของสัญญาณนะคะ line of sight ก็คือก็คือเป็นเส้นระนาบเดียวกันจะได้ส่งข้อมูลกันอีกนะคะ คราวนี้เราจะมาเปรียบเทียบดูสิ อุปกรณ์ที่พูดกันไปทั้งหมด utp stp โคแอกเชียลนะคะ ไฟเบอร์นะคะ Radio ไมโครเวฟ satellite อย่างที่บอกไปเราก็น่าจะเข้าใจนะคะ ว่าตัวคลื่นไมโครเวฟนะคะ ส่งสัญญาณนะคะ พวก line of sight ต่าง ๆ หรือเป็นพวกดาวเทียมนี่ค่อนข้างให้การส่งสัญญาณข้อมูลไกลที่สุด ระยะไกลที่สุด ราคาก็สูงตามไปด้วยราคาถูกสุดแล้วก็ไล่คุณสมบัติมาแล้วก็ส่งสัญญาณได้ไกลนะคะ รบกวนก็จะลดน้อยลงตามตัวอุปกรณ์ตั้งเอง ถ้าเป็นอุปกรณ์ที่แพงมากขึ้นนะคะ ในการส่งสัญญาณก็มาคืนทีเดียวกัน อันนี้ก็จะทำให้เราทราบถึงมาตรฐานตัวกลางที่ใช้ในการสื่อสารหรือว่าคมนาคมของเรานะคะ ไม่ว่าจะเป็นเครือข่าย Network นะคะ หรือว่าการส่งนะคะ เกี่ยวกับดาวเทียมหรือว่าตัวไมโครเวฟต่าง ๆ อันนี้สรุปตารางนะคะ บทที่ 3 ของเราก็จะเป็นประมาณนี้นะคะ มีทั้งแบบมีสายและไร้สายนะคะ ที่จริงถ้าเป็นคุณสมบัติจริง ๆ นะคะ สามารถแตกไปแต่ละตัว สามารถแตกเป็นแต่ละรายวิชาได้เลย OK วันนี้ไม่ได้ทำมาให้จริง ๆ ด้วยอาจจะมีรอบหน้าจะพยายามทำคำสั่งมาเพิ่มให้นะคะ ว่าตัวคำสั่งที่อาจารย์พูดไปแล้วมันหมายความว่าอย่างไรใครมีข้อคำถามอะไรไหมคะ เงียบ อาจารย์พูดอะไรไม่รู้นะคะ แต่รู้ว่าตอนนี้เสร็จแล้วเรียบร้อย ก็เหมือนเดิมนะคะ วันนี้จะเป็นวันที่ 3 เราพูดไปแล้วนะคะ มาตรฐานโดยรวมนะ วันที่ 2 แล้วนี่จะเป็นสายสัญญาณสายส่งแล้วก็ Wireless Lan แล้วก็เป็นนะคะ เดี๋ยวเราจะมีงานให้หมดให้ทำแล้วก็จะมีคลิปออนไลน์ เดี๋ยวจะให้ทุกคนทำเป็นออนไลน์ทุกคนนะคะ คนมีเครื่องคอมประจำคอมหรือว่ามีโทรศัพท์มือถือทุกคนอยู่แล้วสำหรับ เสือหรือเปล่าเดี๋ยวจะมีเดี๋ยวให้พี่เขามาช่วยอ่านนะคะ เดี๋ยวจะทดสอบกันก่อนเพราะว่าเรามีคนหลายคนในกลุ่มนะ ก็ลองดูนะคะ เข้าเน็ตหรือมือถือก็ได้นะคะ เดี๋ยวจะให้ใช้ Kahoot โอเคงั้นเดี๋ยวพี่ล่ามก็เนื้อหาก็จะประมาณนี้นะคะ ก็เดี๋ยวจะขอบคุณพี่ล่ามแล้วกันนะคะ เดี๋ยวก็เจอกันสัปดาห์หน้าแล้วกันนะคะ เดี๋ยวอาจารย์ขอ Stop หยุดไอ้ตัวสไลด์นี้ก่อนนะคะ แป๊บหนึ่งนะ [สิ้นสุดการถอดความ]