--- title: งานวันคนพิการสากล ประจำปี 2565 วันที่ 2 ธันวาคม 2565 เวลา 13:00 - 16:30 น. ภาคบ่าย ณ ศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ ณ อาคารรัฐประศาสนภักดี (อาคาร B) subtitle: date: วันศุกร์ที่ 2 ธันวาคม 2565 เวลา 12.50 น. --- (ข้อความสดจากระบบถอดความเสียงพูดทางไกล) (พิธีกร) และนี่คือปิดท้ายนะคะ หลังจากนี้ค่ะ จะเข้าสู่พิธีการสำคัญ การมอบโล่ประกาสเกียรติคุณนั่นเองค่ะ และนี่จะเป็นการแสดงสุดท้ายนะคะ จากสมาคมผู้ปกครองผู้พิการทางสติปัญญา [เสียงดนตรี] Ր (คุณภัทราวรรณ) สวัสดีค่ะ (คุณเพลงรบ) สวัสดีครับ สวัสดีในช่วงบ่ายครับ ช่วงบ่ายนี้อาจจะเว้นว่างไป 1-2 ชม. นะ รับประทานอาหารไปเรียบร้อยแล้ว แต่ว่าหลังจากอิ่มท้องครับ บรรยากาศแห่งความสุขแล้วก็รางวัลที่ทางกระทรวงการพัฒนาสังคมฯ จะมอบให้ยังไม่จบนะครับ (คุณภัทราวรรณ) ใช่ค่ะ (คุณเพลงรบ) เมื่อสักครู่เราได้เห็นการแสดงไปแล้วนะครับ ถ้าไม่ต้องมาอ่านรายนามที่ต้องได้รับรางวัลนะครับ เราจะออกมาเต้นแล้วโอเคครับ ก็ขอเสียงปรบมือให้กับทุกชุดการแสดงอีกครั้งหนึ่งครับ [เสียงปรบมือ] (คุณเพลงรบ) แล้วในโอกาสเดียวกันนี้ขอกราบเรียนนะครับ ท่านปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ท่านได้กรุณามาในช่วงบ่าย และแน่นอนว่าในวันนี้ท่านจะมามองโล่รางวัลให้กับองค์กรคนพิการด้วยและรวมถึง บริษัท ภาครัฐต่าง ๆ เอกชนที่ให้การสนับสนุนด้วยนะครับ (คุณภัทราวรรณ) ค่ะ ในโอกาสนี้นะคะ ท่านอนุกูล ปีดแก้ว ขึ้นมอบโล่ให้แก่องค์กรที่สนับสนุนด้านคนพิการ ประจำปี 2565 ค่ะ (คุณเพลงรบ) ขอเรียนเชิญและขอเสียงปรบมือด้วยครับ [เสียงดนตรี] (คุณเพลงรบ) แน่นอนนะครับ ว่าการมอบรางวัลในวันนี้ นอกจากจะมีท่านปลัดแล้วนะครับ ก็ยังมีท่านผู้บริการกระทรวงอีกหลายท่าน ที่มาเป็นสักขีพยานในวันนี้นะครับ ผมขอนำเรียงรายชื่อผู้ที่ได้รับรางวัล องค์กรด้านคนพิการหรือองค์กรอื่นใดที่ให้บริการแก่คนพิการที่ได้รับ การรับรองมาตรฐานฯ (มอพ. 2554) ระดับดีมากՐ ชมรมคนพิการตำบลเมืองยาวՐՐ ชมรมคนพิการตำบลวังขนาย ՐชมรมคนพิการอำเภอวังเหนือՐՐ ชมรมคนพิการอำเภอวังเหนือ ชมรมคนหูหนวก จังหวัดกาญจนบุรีՐชมรมคนหูหนวก จังหวัดกาญจนบุรีՐ ชมรมคนหูหนวก จังหวัดกำแพงเพชรՐ ชมรมคนหูหนวก จังหวัดตรังՐชมรมคนหูหนวก จังหวัดพัทลุงՐชมรมคนหูหนวก จังหวัดพิจิตรՐ ชมรมคนหูหนวก จังหวัดพิษณุโลก Րชมรมคนหูหนวก จังหวัดแม่ฮ่องสอนՐชมรมคนหูหนวก จังหวัดราชบุรี Ր ชมรมผู้ปกครองคนพิการทางสติปัญญา จังหวัดนครศรีธรรมราช (ลุ่มน้ำปากพนัง) Րชมรมผู้ปกครองคนพิการทางสติปัญญา จังหวัดปัตตานี (ไม้แก่น)Ր องค์กรด้านคนพิการที่ได้รับรองมาตรฐาน มอพ 2554 ระดับดีมาก Րชมรมผู้ปกครองคนพิการทางสติปัญญา จังหวัดแพร่ Րชมรมผู้ปกครองคนพิการทางสติปัญญา จังหวัดสงขลาՐชมรมผู้ปกครองคนพิการทางสติปัญญา จังหวัดอำนาจเจริญ Րชมรมผู้ปกครองบุคคลออทิสติก จังหวัดจันทบุรีՐชมรมผู้ปกครองบุคคลออทิสติก จังหวัดชัยภูมิ Րชมรมผู้ปกครองบุคคลออทิสติก จังหวัดเลยՐชมรมผู้ปกครองบุคคลออทิสติก จังหวัดสงขลาՐชมรมผู้ปกครองบุคคลออทิสติก จังหวัดสตูลՐชมรมผู้ปกครองบุคคลออทิสติก จังหวัดอุดรธานีՐชมรมเพื่อคนพิการทางสติปัญญา จังหวัดนนทบุรีՐชมรมส่งเสริมศักยภาพบุคคลบกพร่องทางการเรียนรู้ จังหวัดสระบุรี Րมูลนิธิสภาศูนย์การดำรงชีวิตอิสระคนพิการประเทศไทยՐศูนย์การดำรงชีวิตอิสระคนพิการ จังหวัดปทุมธานีՐศูนย์บริการคนพิการเพื่อการดำรงชีวิตอิสระ จังหวัดลำปางՐสมาคมคนตาบอด จังหวัดฉะเชิงเทราՐสมาคมคนตาบอด จังหวัดบุรีรัมย์Րสมาคมคนตาบอด จังหวัดปทุมธานีՐสมาคมคนตาบอด จังหวัดระยองՐสมาคมคนตาบอด จังหวัดสุรินทร์ՐՐՐสมาคมคนตาบอด จังหวัดหนองคายՐสมาคมคนตาบอดอำนาจเจริญՐสมาคมคนพิการ จังหวัดสระบุรีՐ สมาคมคนพิการ จังหวัดหนองบัวลำภู Րสมาคมคนพิการ จังหวัดจันทบุรี Րสมาคมคนพิการทางการเคลื่อนไหว จังหวัดอุทัยธานีՐสมาคมคนพิการ จังหวัดสุโขทัยՐสมาคมคนพิการอำเภอนาหมื่นՐՐสมาคมคนหูหนวกแห่งสุโขทัยՐสมาคมบัณฑิตตาบอดไทยՐสมาคมเพื่อคนพิการทางสติปัญญา จังหวัดนครพนมՐสมาคมส่งเสริมอาชีพคนตาบอด จังหวัดพิจิตรՐสมาคมสมาพันธ์เครือข่ายเด็กและสตรีหูหนวกไทยՐสมาคมสหภาพคนตาบอด จังหวัดเชียงใหม่Րสมาคมสายใยน้ำใจแพร่Րสมาคมเสริมสร้างชีวิตՐสมาคมเหลี่ยมสิริ มาร์ ฮิลล์ՐสมาคมออทิสติกสามัคคีไทยՐชมรมเพื่อผู้บกพร่องทางจิต จังหวัดอุตรดิตถ์Րมูลนิธิธรรมิกชนเพื่อคนตาบอดในประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ จังหวัดเชียงรายՐมูลนิธินวัตกรรมทางสังคมՐมูลนิธิสายรุ้งเพื่อคนพิการՐศูนย์การเรียนรู้พิเศษประภาคารปัญญาՐศูนย์คริสเตียนเพื่อพัฒนาผู้พิการՐศูนย์สงเคราะห์บุคคลปัญญาอ่อน ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จังหวัดอุดรธานีՐศูนย์สงเคราะห์บุคคลปัญญาอ่อนภาคใต้ จังหวัดสงขลาՐศูนย์สงเคราะห์บุคคลปัญญาอ่อนภาคเหนือ จังหวัดเชียงใหม่ՐโรงเรียนพิจิตรปัญญานุกูลՐ 2022 Thailand Excellent Friendly Design for all ՐสำนักงานเขตวังทองหลางՐศูนย์ออกแบบสภาพแวดล้อมเพื่อทุกคน มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์Րศูนย์การค้าแฟชั่นไอส์แลนด์Րศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์Րศูนย์พัฒนาและฝึกอบรมคนพิการแห่งเอเชียและแปซิฟิกՐ รางวัลองค์กรที่สนับสนุนเด่นคนพิการระดับดีเด่นՐการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย เขื่อนศรีนครินทร์Րธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน)Րบริษัท คาราบาวตะวันแดง จำกัดՐบริษัท ซิตี้มอลล์ กรุ๊ป จำกัด สำนักงานใหญ่Րบริษัท ซีเกท เทคโนโลยี (ประเทศไทย) จำกัด สาขาเทพารักษ์Րบริษัท ซีเกท เทคโนโลยี (ประเทศไทย) จำกัด สาขาโรงงานโคราชՐบริษัท ซีพีเอฟ ฟู้ด แอนด์ เบฟเวอร์เรจ จำกัดՐบริษัท ซีพีเอฟ เรสเทอรองท์ แอนด์ ฟู้ดเชน จำกัดՐบริษัท เซ็นทรัล รีเทล คอร์ปอร์เรชั่น จำกัด (มหาชน)Րบริษัท ดัคกาลบี้ กรุ๊ป จำกัดՐบริษัท เดอะมอลล์กรุ๊ป จำกัด สาขางามวงศ์วานՐบริษัท เดอะมอลล์กรุ๊ป จำกัด สาขาท่าพระՐบริษัท เดอะมอลล์กรุ๊ป จำกัด สาขาบางกะปิՐบริษัท เดอะมอลล์กรุ๊ป จำกัด สาขาบางแคՐบริษัท เดอะมอลล์กรุ๊ป จำกัด สาขารามคำแหงՐบริษัท เดอะมอลล์ราชสีมา จำกัดՐบริษัท ไทยสมุทรประกันชีวิต จำกัด (มหาชน)Րบริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน)Րบริษัท รักษาความปลอดภัย กรุงไทยธุรกิจบริการ จำกัดՐบริษัท รับเบอร์แลนด์โปรดักส์ จำกัด และบริษัท ศรีตรังแอโกรอินดัสทรี จำกัด (มหาชน)Րบริษัท โรงพยาบาลกรุงเทพตราด จำกัดՐบริษัท วัฒนเวช จำกัด (โรงพยาบาลกรุงเทพจันทบุรี)Րบริษัท วัฒนเวช จำกัด (โรงพยาบาลกรุงเทพจันทบุรี)Րบริษัท วัลแคน โคอะลิชั่น จำกัดՐบริษัท ศูนย์วิจัยและพัฒนาอาหาร ซีพีเอฟ จำกัดՐบริษัท สยามพารากอน รีเทล จำกัดՐบริษัท สยามอินเตอร์เนชั่นแนลฟู๊ด จำกัดՐบริษัท สุขุมวิทซิตี้มอลล์ จำกัด สำนักงานใหญ่Րบริษัท หัวหิน รีเทล จำกัด สำนักงานใหญ่Րบริษัท อินเด็กซ์ ลิฟวิ่งมอลล์ จำกัด (มหาชน)Րบริษัท อินเตอร์เนชั่นแนล เพ็ท ฟู้ด จำกัดՐบริษัท เอ็ม คิวเรเท็ด จำกัดՐบริษัท เอ็มเค เรสโตรองต์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน)Րสระบุรี 5ค่ะเรบริษัท เอก-ชัย ดีสทริบิวชั่น ซิสเทม จำกัด (โลตัส)Րรางวัลองค์กรที่สนับสนุนเด่นคนพิการระดับดีՐกลุ่มบริษัทเอสวีโอเอՐบริษัท ข้าว ซี.พี. จำกัด Րบริษัท คิวพี (ประเทศไทย) จำกัดՐบริษัท เคซีอี เทคโนโลยี จำกัดՐบริษัท เจริญโภคภัณฑ์โปรดิ๊วส จำกัดՐบริษัท ชิโรกิ คอร์ปอร์เรชั่น (ไทยแลนด์) จำกัดՐบริษัท โชคชัย เอ็นจิเนียริ่ง จำกัดՐบริษัท ซี.พี.อินเตอร์เทรด จำกัด และบริษัท ไดนามิคทรานสปอร์ต จำกัดՐบริษัท ดานิลี่ จำกัดՐบริษัท ทางยกระดับดอนเมือง จำกัด (มหาชน)Րบริษัท ไทยซัมมิท เคเบิ้ล แอนด์ พาร์ท จำกัด และบริษัท ไทยซัมมิท ฮาร์เนส จำกัด (มหาชน) Րบริษัท ไทยแอโรว์ จำกัด (โรงงานฉะเชิงเทรา)Րบริษัท ไทรแองเกิล บิสซิเนส ซัพพอร์ท จำกัดՐบริษัท บุญรอดเอเซียเบเวอเรช จำกัดՐบริษัท โปรเฟสชั่นแนล ลาโบราทอรี่ แมเนจเม้นท์ คอร์ป จำกัด (มหาชน)Րบริษัท ฟอร์ด เซลส์ แอนด์ เซอร์วิส (ประเทศไทย) จำกัด และบริษัท ฟอร์ด เซอร์วิส (ประเทศไทย) จำกัดՐบริษัท สยามไอซิน จำกัดՐบริษัท หน่ำฮั่วรับเบอร์ จำกัดՐบริษัท อ๊าร์ท-เสรีนา ปิสตัน จำกัดՐบริษัท อินโดไทยซินเทติคซ์ จำกัดՐบริษัท เอ็กเซดี้ (ประเทศไทย) จำกัดՐบริษัท เอ็ม เค อินเตอร์ฟู้ด จำกัดՐบริษัท เอ็มเค เซอร์วิส เทรนนิ่ง เซ็นเตอร์ จำกัดՐบริษัท แอดวิคส แมนูแฟคเจอริ่ง (ไทยแลนด์) จำกัดՐบริษัท ไอชิน ทากาโอกะ เอเชีย จำกัดՐบริษัท ไอซิน เคมีคอล (ประเทศไทย) จำกัดՐบริษัท ไอซิน พาวเวอร์เทรน (ประเทศไทย) จำกัดՐบริษัท ไอซิน เอเซีย แปซิฟิค จำกัดՐบริษัท โฮเซอิ เบรค (ไทยแลนด์) จำกัด Րมูลนิธิธรรมิกชนเพื่อคนตาบอดในประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์Րมูลนิธิหลวงตาน้อย - องค์กรสาธารณประโยชน์Րโรงพยาบาลตะกั่วป่าՐโรงพยาบาลบางจากՐโรงพยาบาลอุทัยธานีՐโรงเรียนสุพรรณบุรีปัญญานุกูล จังหวัดสุพรรณบุรีՐศูนย์บริการคนพิการทั่วไป โรงพยาบาลละงูՐศูนย์ฟื้นฟูสมรรถภาพคนงานภาค 2 สำนักงานประกันสังคม กระทรวงแรงงานՐสำนักงานจัดหางานจังหวัดสุพรรณบุรีՐองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครศรีธรรมราชՐ ศูนย์การดำรงชีวิตอิสระคนพิการ ปทุมธานีՐ (คุณภัทราวรรณ) ในโอกาสนี้นะคะ ขอเรียนเชิญ นายอนุกูล ปีดแก้ว กล่าวขอบคุณหน่วยงานและองค์กรที่สนับสนุนคนพิการมา ณ โอกาสนี้ด้วยค่ะ (คุณเพลงรบ) ขอกราบเรียนเชิญ และขอเสียงปรบมือด้วยนะครับ (คุณอนุกูล) เรียนท่านอธิบดีส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ ท่านผู้ที่ได้รับรางวัลทุกท่านครับ ผมรู้สึกมีความยินดีอย่างยิ่งนะครับ ที่ได้เป็นส่วนหนึ่ง มาแสดงความยินดีกับทุกท่านได้รับรางวัลในวันนี้ ขอชื่นชมและขอบคุณทุกท่าน ที่ได้มีส่วนร่วมในการทำงานเพื่อสังคมร่วมกัน ทำให้ประเทศไทยดีขึ้นทุกวันนับเป็นสิ่งที่น่ายกย่องชื่นชมเป็นอย่างยิ่ง ขอแสดงความยินดีกับทุกท่านอีกครั้งหนึ่ง สำหรับทุกรางวัล แสดงความยินดีกับองค์กรคนพิการ องค์กรอื่น ๆ ที่มาสนับสนุนเครือข่ายคนพิการ และที่ให้บริการคนพิการที่ได้มาตรฐาน มอพ. 2554 ระดับดีมาก รางวัล 2022 Thailand Excellent Friendly Design for allและรางวัลองค์กรที่สนับสนุนงานด้านคนพิการระดับดีเด่น และระดับดี ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งที่ส่งเสริมให้คนพิการมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น สามารถใช้ชีวิตร่วมกันในสังคมได้อย่างเสมอภาค เท่าเทียม ขอขอบคุณทุก ๆ ท่านที่มีส่วนในการพัฒนาศักยภาพคนพิการ ขอบคุณครับ [เสียงปรบมือ] (คุณเพลงรบ) ครับ ขอบพระคุณท่านปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เป็นอย่างสูง ที่วันนี้ได้กรุณามามอบรางวัลนะครับ ให้กับคนพิการ รวมถึงองค์กรที่ให้การสนับสนุนคนพิการขอเสียงปรบมือให้กับท่านปลัดฯ อีกครั้งหนึ่งดัง ๆ นะครับ [เสียงปรบมือ] (คุณภัทราวรรณ) ลำดับต่อไปนะคะ ขอต้อนรับทุกท่านเข้าสู่ การนำเสนอ Young Southeast Asian Leaders Initiative หรือ ว่า YSEALI symposiumในโอกาสนี้นะคะ เดี๋ยวขอจัดเตรียมเพื่อจัดเตรียมในการนำเสนอค่ะ (คุณเพลงรบ) ครับผม [เสียงดนตรี] Ր [เสียงดนตรี] (คุณเพลงรบ) สวัสดีครับ สวัสดีทุกท่านนะครับ นี่หน้าม้าหรือเปล่าครับ นี่ สวัสดีทุกท่านนะครับ ขอต้อนรับเข้าสู่งาน Young Southeast Asian Leaders Initiative (YSEALI) Symposium Innovative Policyขอเสียงปรบมืออีกสักทีหนึ่งครับ [เสียงปรบมือ] (คุณเพลงรบ) วันนี้เรามีคนมาร่วมงานเยอะมากเลยนะครับ ด้านหลังของเราอีกเพียบเลยนะครับ เสียงของไมค์กึกก้องไปด้านหลังเลยนะครับ โอเค สำหรับงาน YSEALI คืองานอะไรนะครับ ก่อนที่เราจะเริ่มกัน ผมขออนุญาตที่มาที่ไปของงานให้ทุกท่านทราบก่อนนะครับ งานนี้นะครับ คุณรวิณณ์ คุณเมธาณีนะครับ และคุณจารุณี เป็นศิษย์เก่าสถานทูตที่ได้รับทุนสนับสนุนศึกษาต่อที่สหรัฐอเมิรกา ในประเด็น หรือการส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชน และ Economic empowerment การพัฒนาเศรษฐกิจครับ ได้ร่วมกันผลักดันโครงการต่าง ๆ ร่วมกับศิษย์เก่าสถานทูตเครือข่าย รวมไปถึงนโยบายผลักดันนะครับ โดยเฉพาะการจ้างงานคนพิการ และopen gorvernment partnership ระบบเปิด กับหน่วยงานต่าง ๆ ครับ หน่วยงานต่าง ๆ อาทิ เช่น สำนักงานคณะกรรมพัฒนาระบบราชการสำนักปลัด สำนักนายกรัฐมนตรี และกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ครับ โดยความร่วมมือกับกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เกิดขึ้นมาเมื่อประมาณ 2 ปีที่แล้ว นับเป็นความร่วมมือและผลักดันการจ้างงานคนพิการนะครับ ปัจจุบัน ความร่วมมือครั้งนี้ สามารถจ้างคนพิการได้ถึง 700 คน ผ่าน 2 กิจกรรมจ้างงานของ 2 องค์กร คือองค์กร Valcan Politan และ Sandbox ครับ เกิดเป็นการจ้างงานหลักนะครับ คือ AI data laballing ที่สร้างผลิตภัณฑ์ออกมาหลากหลายเลยนะครับ ทั้ง Ai Call Center และ smart home ครับ และรวมไปถึงบริการ Home Service ครับผม โครงการความร่วมมือนี้นะครับ มีเป้าหมายนะครับ ที่ปีหน้าจะสร้างอาชีพใหม่ให้กับคนพิการ ถึง 1,000 อัตรา นับว่าความร่วมมือกับภาครัฐแบบเปิดผ่านระบบบริหารภาครัฐแบบเปิด คนพิการนั้นประสบความสำเร็จอย่างมากนะครับ และเป็นตัวอย่างที่ดีในการบริหารราชการนะครับ นอกจากการสร้างอาชีพใหม่ให้กับคนพิการแล้วนะครับ ทั้ง 3 ท่าน จึงอยากเริ่มขับเคลื่อนความสำเร็จต่อไปถึงขั้นนโยบาย โดยเปิดเวทีให้เยาวชนและประชาชนทั่วไปผู้เป็น Active citizen ที่มีความสนใจ เข้ามาร่วมผลักดัน และร่วมขับเคลื่อนของผู้พิการ ร่วมกับภาครัฐ ผ่านออกมาเป็นโครงการ YSEALI SYMPOSIUM นะครับ ได้รับการสนับสนุนหลักจากสถานทูต สหรัฐอเมรกาิอเมริกา โครงการ YSEALI เป็นโครงการที่เปิดโอกาสให้ผู้ที่สนใจเข้าร่วมขับเคลื่อนนโยบายกับหน่วยงานภาครัฐครับ ร่วมกันแสดงความคิดเห็นและเป็นส่วนหนึ่งของกลไกในการช่วยภาครัฐขับเคลื่อนนโยบายภาครัฐร่วมกับภาคเอกชนครับ และเป็นเวทีให้หน่วยงานภาครัฐได้มีโอกาสแลกเปลี่ยนมุมมองกับผู้ที่สนใจและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับหน่วยงานของตนเองและสร้างภาคีเครือข่ายกับ Young Shake maker เพื่อสร้างความเปลี่ยนแปลง ครับ หวังว่าเวทีนี้นะครับ จะได้เป็นเวทีตัวอย่างในการสร้างความร่วมมือของภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาสังคมที่ยั่งยืนและหวังเป็นอย่างยิ่งครับ ว่า จะได้เห็นเวทีอย่างนี้เกิดขึ้นอีกหลายเวทีในอนาคตครับ และนี้ก็คือที่มาของ YSEALI Symposium ในลำดับถัดไปครับ เดี๋ยวจะเข้าสู่การดำเนินงานแล้วนะครับ จะขอเริ่มการเปิดงานโดยการเรียนเชิญคุณ Diana Johnson ผู้ช่วยฝ่ายวัฒนธรรมและการศึกษาสถาณฑูตสหรัฐอเมริกาขอเสียงปรบมือด้วยครับ [เสียงปรบมือ] (ผู้แทนสถานทูตฯ สหรัฐอเมริกา) [ภาษาต่างประเทศ] Ր [ภาษาต่างประเทศ] [เสียงปรบมือ] (พิธีกรชาย)ขอบคุณคุณ Diana Johnson นะครับ ในลำดับถัดไปนะครับ จะขอเรียนเชิญคุณศรัณย์ภัทร อนุมัติราชกิจขึ้นมากล่าวเชิญเลยครับ [เสียงดนตรี] (คุณศรัณย์ภัทร)คุณ Diana Johnson วัลแคน คอร์ปอเรชัน แล้วก็ท่านผู้แทนบริษัท Microsoft ท่านผู้แทนบริษัท คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และโทรคมนาคม ผู้แทนบริษัทซัมซุง ประเทศไทยจำกัด ผู้แทนมูลนิธิ SCG เยาวชนพิการ และแขกผู้มีเกียรติทุกท่านนะคะ ดิฉันต้องขอกราบขอบพระคุณทางสถานทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทยแล้วก็หน่วยงานทั้งหลายที่ได้กรุณาสนับสนุน ให้เกิดงาน Young Southeast Asian Leaders Initiative นะคะ Symposium Innovative ในวันนี้นะคะ ขอยินดีอย่างยิ่งที่จะเป็นเวทีสำคัญที่จะนำเสนอความสัมพันธ์ด้านนวัตกรรมเชิงนโยบายสำหรับคนพิการในวันนี้ ต้องเรียนว่าสถานการณ์ทางสังคม แล้วก็สภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วนี่ จะส่งผลให้เกิดสภาพปัญหาที่มีความซับซ้อนและมีแนวโน้มที่เพิ่มสูงขึ้นเรื่อย ๆ ไม่ว่าจะเป็นปัญหาภัยพิบัติทางธรรมชาติ ปัญหาการเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ สภาพเศรษฐกิจที่ผันผวน ตลอดจนการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 เป็นตัวอย่างที่เชิงประจักษ์ ทำให้คนในองค์กรและคนในยุคนี้ ต้องเผชิญ จากสถานการณ์ดังกลล่าวข้างต้น นวัตกรรมจึงเป็นเรื่องที่สำคัญที่จะเตรียมพร้อมการเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้นในโลกภายใต้กระแสโลกาภิวัตน์ ภาครัฐเองก็ต้องจัดการภาครัฐใหม่ เพื่อเตรียมพร้อม และรับการเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้น ก่อให้เกิดการสร้างนวัตกรรมมากมาย นวัตกรรมก็จะทำให้ภาครัฐปรับตัวได้ทันได้ความเปลี่ยนแปลงกับความก้าวหน้าของโลก แล้วก็มีที่มีประสิทธิภาพ ไม่ว่าจะเป็นนวัตกรรมด้านการบริการองค์การ นวัตกรรมทางความคิด นวัตกรรมเชิงนโยบายและก็จากสถานการณ์คนพิการนะคะ ที่มีคนพิการจดทะเบียน 2.1 ล้านคนนี่ หรือคิดเป็นร้อยละ 3.2 ของประชากรทั่วประเทศ รัฐบาลไทยจึงมีความมจึงมุ่งมั่นและให้ความสำคัญจะส่งเสริมสิทธิ โอกาส และก็ความเสมอภาคที่เท่ากันของคนพิการ แล้วก็มุ่งหวังที่จะให้ประเทศไทย เป็นประเทศที่ให้สังคมแห่งโอกาสกับคนทุกคนนะคะ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์นี่ เราก็มีการขับเคลื่อนนโยบายที่สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติเพื่อจะให้ประเทศไทย มีความมั่นคง มั่งคั่ง แล้วก็ยั่งยืน รวมถึงการดำเนินการตามแนวทางองค์การสหประชาชาติความสำคัญกับคนทุกคนที่เข้าถึงสิทธิ์สวัสดิการ และมีการพัฒนาศักยภาพ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในส่วนของคนพิการนะคะ เพื่อให้กลุ่มคนพิการทุกคนมีคุณภาพชีวิตที่ดี และเราจะไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง ในส่วนของกรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการเอง เราก็กำหนดนโยบายแนวทางการขับเคลื่อนการดำเนินงาน และส่งเสริมคุณภาพชีวิตคนพิการ ด้านนวัตกรรมเชิงนโยบายสำหรับคนพิการ เพื่อสร้างโอกาสและความเท่าเทียมใน 3 ประเด็นหลัก ไม่ว่าจะเป็นการคุ้มครองและช่วยเหลือคนพิการกลุ่มเปราะบาง โดยเราเร่งสำรวจ แล้วก็จัดเก็บข้อมูลคนพิการ ที่ยังไม่ได้เก็บข้อมูลคนพิการ มีการปฏิรูปการขึ้นทะเบียนคนพิการ เป็นการพัฒนาระบบแอปพลิเคชัน มีบัตรประจำตัวคนพิการดิจิทัล และมีการพัฒนาระบบแล้วก็พัฒนาศักยภาพคนพิการ โดยการยกระดับอาชีพใหม่ เพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงในยุคดิจิทัล และการพัฒนาผลิตภัณฑ์คนพิการให้มีความทันสมัย โดยเฉพาะอย่างยิ่งมีการใช้เทคโนโลยีมาใช้ในงานบริการ ไม่ว่าจะเป็นการกู้ยืมเงินประกอบอาชีพของกองทุนส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ และมีการส่งเสริมและพัฒนางานวิจัยและนวัตกรรมเป็นต้น สำหรับYoung Southeast Asian Leaders Initiative (YSEALI) symposium Innovative Policy เป็นเรื่องของนวัตกรรมเชิงสร้างสรรค์ ขอโทษค่ะ เป็นเรื่องนวัตกรรมสร้างสรรค์เชิงนโยบายคุณภาพชีวิตคนพิการไทย เป็นการร่วมมือระหว่างกรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ แล้วก็สถานเอกข้าราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย และบริษัท วัลแคน คอร์ปอเรชัน ก็จึงเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมที่สำคัญนะคะ ที่จะเปิดโอกาสให้เยาวชนคนพิการ รวมถึงเยาวชนทั่วไปที่สนใจงานด้านคนพิการได้มาร่วมกันเสนอแนวคิดด้านนวัตกรรมที่จะส่งระดับคุณภาพชีวิตคนพิการให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้นนะคะ ดิฉันขอขอบพระคุณสถานเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย บริษัท Microsoft ประเทศไทย จำกัด กิจการกระจายเสียงแห่งชาติ บริษัท Samsung ประเทศไทย จำกัด และมูลนิธิ SCG ที่ร่วมกันสนับสนุนโครงการนี้ แล้วก็หวังเป็นอย่างยิ่งว่า ข้อเสนอเชิงนวัตกรรม เชิงนโยบายสร้างสรรค์เพื่่อยกระดับคุณภาพชีวิตคนพิการไทยจะเป็นอีกหนึ่งนวัตกรรมในการส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการไทยต่อไป ขอบพระคุณ และสวัสดีค่ะ (พิธีกรชาย) ขอขอบคุณนะครับ คุณศรัณย์ภัทร อนุมัติราชกิจอธิบดีกรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ สำหรับการกล่าวเปิดงานนะครับ เราใกล้ที่จะเข้ามาสู่ช่วงสำคัญของเวทีนี้แล้วนะครับ ในการนำเสนอข้อนโยบายจากเยาวชนนะครับ แต่ก่อนหน้าที่เราจะไปถึงช่วงที่นำเสนอ เวทีนี้ของเรานะครับ จะมีผู้ใหญ่นะครับ มาร่วมรับฟังข้อเสนอของน้อง ๆ เยาวชนด้วยนะครับ โดยมีทั้งหมด 5 ท่านนะครับ ที่จะมาร่วมรับฟังข้อเสนอของน้อง ๆ โดยให้คำคอมเมนต์ของน้อง ๆ นะครับ โดยที่ ในลำดับถัดไปนะครับ ขออนุญาตแนะนำผู้ใหญ่ทั้ง 5 ท่านครับ ท่านแรกครับ ก็พึ่งจะได้เดินลงจากเวทีเมื่อกี้เลยนะครับ คุณสราญภัทร อนุมัติราชกิจนะครับ อธิบดีกรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการนะครับ ลำดับถัดไปนะครับ คุณอดิษร เหล่าภิกุล Coordinator ผู้แทนเอกรัฐทูตสหรัฐอเมริกา เอกอัคราชทูตสหรัฐอเมริกา ลำดับถัดไปครับ นางสาวรัชดาวรรณ สุดแสง Senior ถัดไปครับ นางสาวรัชดาวรรณ สุดแสง Senior ผู้แทนบริษัท Microsoft ประเทศไทย จำกัด ครับผม ลำดับถัดไปนะครับ นะครับ ผู้แทนบริษัท Samsung ประเทศไทย จำกัด และท่านสุดท้ายนะครับ ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาองค์กรดิจิทัล คณะกรรมการโทรทัศน์ โทรคมนาคมแห่งชาติครับ และผู้ใหญ่ทั้ง 5 ท่านของเรานะครับ หลังจากที่ได้รับฟังข้อเสนอของน้อง ๆ แล้ว ก็จะมีการโหวตกันเล็กน้อยนะครับ เพื่อที่จะให้มอบรางวัล สำหรับการอดหลับ อดนอนนะครับ เพื่อพยายามนำข้อเสนอ มานำเสนอกันในวันนี้นะครับ รางวัลของเราจะมีทั้งหมด 3 รางวัลด้วยกันนะครับ แต่ไม่ได้เป็นรางวัลที่ 1 ที่ 2 หรือที่ 3 นะครับ เราจะไม่มีใครเป็นคนที่ดีที่สุดนะครับ เพราะทุกข้อเสนอนั้นดีเท่า ๆ กันเลยครับ แต่ว่าอย่างน้อยก็จะต้องมี รางวัลเป็นกำลังใจล่ะนะ เพื่อให้ทุกคนมีกำลังใจที่เราได้มาร่วมแรงใน 3 วันที่ผ่านมานะครับ อย่างนั้นเรามาฟังชื่อรางวัลทั้ง 3 รางวัลของเรากันเลยดีกว่าครับ รางวัลแรกนะครับ รางวัลขวัญใจกรรมการครับผม ขอเสียงปรบมือให้รางวัลนี้นิดหนึ่งครับ ใครอยากจะเป็นขวัญใจกรรมการนี่ต้องนำเสนอเต็มที่เลยนะครับ รางวัลที่ 2 นะครับ อันนี้เกี่ยวข้องกับการนำเสนอตรงใจเลยครับ ผม เราต้องคอยดูแล้วล่ะครับ ว่าคณะกรรมการท่านจะชอบการนำเสนอแบบไหนนะครับ และรางวัลสุดท้ายนะครับ ซึ่งตอบโจทย์กับการ งาน YSEALI Symposium ที่สุดเลยนะครับ นั่นก็คือรางวัลนโยบายตอบโจทย์ครับผม เรารู้ชื่อของทั้ง 3 รางวัลไปแล้วนะครับ เรามารู้กันบ้างดีกว่าครับ ว่าวันนี้น้อง ๆ จะได้มานำเสนอข้อเสนอทางนโยบายทางด้านใดกันบ้างนะครับ ในช่วง 3 วันที่ผ่านมานะครับ น้อง ๆ ได้ใช้เวลาในการคุยกันถึงปัญหา ศึกษาถึงนโยบายที่เกี่ยวข้อง และพยายามระดมกำลังความคิดนะครับ เพื่อจัดทำเป็นนโยบายน้อง ๆ ได้ทำการศึกษาและร่วมกำลังสมองในการคิดนโยบายทั้งหมด 5 ด้านด้วยกันนะครับ ด้านที่ 1 คือการเข้าถึงการศึกษา Access Education ด้านที่ 2 การเข้าถึงประกอบอาชีพ Access to career ด้านที่ 3 การเข้าถึงสิทธิขั้นพื้นฐานและสวัสดิการ Access to basic life and well โครงสร้างพื้นฐาน Access ด้านสุดท้ายนะครับ การเข้าถึงการดูแลสุขภาพAccess to Health Care ครับ เราได้รู้จักข้อเสนอนโยบายไปแล้วนะครับ แล้วเราจะมาฟังข้อเสนอนโยบายจากน้อง ๆ ทั้งหมด 8 ข้อเสนอด้วยกันนะครับ ทุกคนอยากฟังข้อเสนอของน้อง ๆ กันหรือยังครับ เสียงเชียร์พร้อมมากเลยนะครับ ถ้าอย่างนั้น เราอย่าเสียเวลากันเลยดีกว่าครับ จะขอเรียนเชิญกลุ่มที่ 1 นะครับ ขึ้นมานำเสนอได้เลยนะครับ กลุ่มที่ 1 Transformation For All การเข้าถึงรถยนต์สาธารณะอย่างเท่าเทียมครับ ขอเสียงปรบมือด้วยครับ [เสียงปรบมือ] (ผู้เข้าแข่งขันหญิง)ค่ะ สวัสดีค่ะ พวกหนูเป็นตัวแทนกลุ่มในหัวข้อเรื่องโครงสร้างพื้นฐานการเข้าถึงรถยนต์สาธารณะอย่างเท่าเทียมค่ะ ซึ่งปัญหาที่พบนะคะ ก็คือการเรียกใช้รถยนต์สาธารณะ รถยนต์นี่ ไม่สามารถที่จะรองรับผู้พิการได้มากเท่าที่ควรค่ะ และมีการเรียกเก็บเงินผู้ใช้บริการนะคะ เกินอัตราค่ะ ซึ่งเป็นประสบการณืโดยตรงจากหนูนะคะ ซึ่งก่อนอื่นนะคะ หนูจะบอกว่าหนูเป็น... เป็นเด็กต่างจังหวัดค่ะ ซึ่งการเรียกใช้รถยนต์สาธารณะต่างจังหวัดนะคะ ค่อนข้างลำบากค่ะ ซึ่งบางครั้งนี่ การเรียกใช้รถในแอปพลิเคชันนะคะ บางคันนี่ ก็ยังไม่เอื้อต่อผู้พิการค่ะ หรือบางคันนี่ก็จะปฏิเสธผู้โดยสารที่เป็นผู้พิการนะคะ เพราะรู้ว่าผู้พิการเป็นคนเรียกใช้ค่ะ แล้วก็บางคันนี่ก็มีรับผู้พิการจริงค่ะ แต่ก็มีการเรียกเก็บเงินค่าบริการเกินอัตราค่ะ เพราะว่าเขาคิดว่าการช่วยเหลือผู้พิการนะคะ ทำได้ลำบากแล้วก็เสียเวลาในการรับอีกคนหนึ่งค่ะ ซึ่งจริง ๆ แล้วนี่ ตัวคนขับรถนะคะ ก็นั่งอยู่ในรถเฉย ๆ ค่ะ ไม่ได้ช่วยอะไรมากนักค่ะ ซึ่งส่วนมากนี่จะเป็นเพื่อนของหนูนะคะ ที่จะเป็นคนคอยช่วยค่ะ ดังนั้นนะคะ หนูก็เลยหยิบยกประเด็นนี้ ขึ้นมานำเสนอค่ะ (ผู้เข้าแข่งขันชาย) เรียนท่านอธิบดีกรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ ท่านคณะผู้บริหารและแขกผู้มีเกียรติทุกท่านครับ นอกจากปัญหาที่เกี่ยวกับเรื่องของการปฏิเสธรับผู้โดยสารแล้ว ผมขออนุญาตเพิ่มเติมในเรื่องของปัญหานะครับ นอกจากจะปฏิเสธรับผู้โดยสารแล้ว สิ่งที่กลุ่มของพวกเรายังได้เจอปัญหา ก็คือ มีการรับผู้โดยสารแล้วไปส่งถึงจุดหมายไม่ถึงที่ หรือส่งต่างที่ หรืออาจจะมีการใช้เส้นทางที่อ้อมบ้างครับ มี 2-3 ข้อ ที่ผมอยากจะเรียนท่านอธิบดีครับ ข้อแรกครับ ในเรื่องของกฎหมายนะครับ ผมอยากให้มีการนำกฏหมายที่มีอยู่ นำออกมาใช้ให้เป็นรูปธรรม และใช้อย่างจริงจังมากขึ้นครับ ข้อที่ 2 เรื่องของการลดหย่อนภาษีรถสาธารณะสำหรับที่จะใช้ในการติดตั้งสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับผู้พิการ จะเป็นได้ไหม ที่เราจะลดหย่อนภาษีครึ่งหนึ่งครับ สุดท้ายนี้ผมอยากจะฝากความหวัง ถึงท่านอธิบดี ท่านปลัดฯ ท่านนายกรัฐมนตรี กระทรวง พม. ท่านจุติ ไกรฤกษ์ ครับ ผมเชื่อว่า แบบนี้ไปรบรวนปรึกษาหารือ แล้วนำไปแก้ไขให้เป็นรูปธรรมและถูกต้องต่อไปครับ ขอบคุณครับ [เสียงปรบมือ] (พิธีกรชาย) โอเคครับ ได้ไมค์คืนนะครับ ขอเสียงปรบมือให้น้อง ๆ อีกสักครั้งหนึ่งครับ นี่คือผลจากการที่น้อง ๆ ที่อยู่ในปัญหาได้ทำการศึกษาเพิ่มเติม และศึกษานโยบายเพื่อนำมาเป็นข้อเสนอสำหรับผู้ใหญ่ในวันนี้ และลำดับถัดไปเดี๋ยวเราจะมีเวลาให้คณะกรรมการเป็นเวลา 3 นาทีครับ ในการสอบถามน้อง ๆ เพิ่มเติม หรือให้คำเสนอแนะกับน้อง ๆ นะครับ มีใครอยากจะสอบถามน้อง ๆ ในประเด็นไหนไหมครับ หรือว่าให้คำแนะนำในการทำงานหรือในข้อเสนอของน้อง ๆ ก็ได้ครับ (คณะกรรมการ) ครับ ก่อนอื่น ต้องขอชื่นชมนะครับ สำหรับน้อง ๆ ทุกคนนะครับ ที่อยู่บนเวที เข้าใจว่าน่าจะมีสามาชิกในทีมด้วยนะครับ อันนี้ก็ถือว่าเป็นโอกาสที่ดีมาก ๆ นะครับ สำหรับน้อง ๆ เยาวชนในการนำเสนอแนวคิดต่าง ๆ ความรู้สึกต่าง ๆ ที่สะท้อนออกมาให้กับผู้ใหญ่ หรือผู้มีอำนาจหรือว่าผู้ที่จะให้โอกาสในการที่จะเดินไปข้างหน้านะครับ สิ่งที่พี่อาจจะขออนุญาตแนะนำเพิ่มเติมว่า ก่อนอื่นชมก่อนว่าศึกษากฎหมายมาได้ดีสิ่งที่เป็นอยู่มาได้ดีนะครับ ในส่วนของข้อเสนอนี่ อาจจะอยากให้มองในมุมว่าถ้าเป็นตัวเราผลักดันจากตัวเรา เราทำอะไรได้บ้างนะครับ ถ้าเพิ่มมุมตรงนี้ ไอ้ตัวนโยบายหรือนวัตกรรมที่นำเสนอนี่มันจะทำให้มันเข้มแข็งมากขึ้นนะครับ ก็อาจจะฝากไว้ในมุมนี้ครับ ขอบคุณครับ ขอบคุณมากครับ เรายังเหลือเวลาเพิ่มเติมนะครับ ถ้าไม่มีคณะกรรมการท่านไหนอยากจะสอบถามหรือให้คำแนะนำใด ๆ เพิ่มเติมนะครับ ถ้าอย่างนั้นขออนุญาตขอเสียงปรบมือให้กับกลุ่ม Transformation for All นะครับ ทีมแรกผ่านไปแล้วนะครับ เรามาสู่ทีมถัดไปกันเลยนะครับ ทีมถัดไปเรามาคนละประเด็นนะครับ ซึ่งเข้มข้นไม่แพ้กันนะครับ ทีมถัดไปทีมที่ 2 ทีมนโยบายมาตรฐานความปลอดภัยภายในอาคาร ภายใต้กรณีฉุกเฉินครับ ของเสียงปรบมือด้วยครับ (ผู้เข้าแข่งขันชาย) สวัสดีครับ ท่านคณะกรรมการ แล้วก็ผู้เข้าร่วมทุกท่านนะครับ วันนี้ก็จะมานำเสนอเรื่องมาตรฐานความปลอดภัย ของอาคารภายใต้สถานะการณ์ฉุกเฉินนะครับผม จากสถานการณ์จากกรมป้องกันสาธารณภัยนะครับ เมื่อปี 2564 นะครับ มีเหตุเกิดอักคีภัยนะครับ ประมาณ 2,000 ครั้ง ทั่วประเทศครับผม ซึ่งผู้ที่มีโอกาสเสี่ยงสูงในการเสียชีวิตก็คือคนพิการนะครับ เพราะว่าคนเหล่านี้ไม่สามารถช่วยเหลือหรือพึ่งพาตัวเองได้นะครับ ในกรณีฉุกเฉินนะครับ แล้วเรามองจากสิ่งรอบตัวก็ได้ครับ เหมือนทางหนีไฟอย่างนี้ครับ มันเป็นบันไดใช่ไหมครับ วิธีการทางการเคลื่อนไหวนะครับ เขาไม่สามารถนำพาตัวเองออกจากอาคารได้ครับ ผู้พิการทางการได้ยินอยู่ในห้องพักนะครับ สัญญาณเตือนก็มีแต่เป็นเสียงนะครับ ซึ่งเขาไม่สามารถรับรู้ได้ว่า ข้างนอกนะครับ เกิดเหตุการณ์ด่วนอะไรอย่างนี้ ซึ่งมีความเสี่ยงในการเสียชีวิตสูงมาก ต่อไปเป็นนโยบายนะครับ (ผู้เข้าแข่งขันหญิง) ค่ะ กลุ่มเรานะคะ ได้ทบทวนแล้วก็กฏหมายที่เกี่ยวข้องค่ะ เราพบว่ากฏหมายที่เกี่ยวข้องมีตั้งแต่ พ.ร.บ. ควบคุมอาคาร ปี 2522 ค่ะ พ.ร.บ. พัฒนาและส่งเสริมคุณภาพชีวิตคนพิการ ปี 2550 และฉบับแก้ไขเพิ่มเติม 2556 ตัวกฏของกระทรวงที่มีความสำคัญมาก คือกฎกระทรวงในอาคารสำหรับผู้พิการ ทุพพลภาพ และคนชรา 2548 แล้วก็ฉบับแก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ. 2564 เราพบว่าช่องว่างของนโยบายกฎหมาย ก็คือตัวกฎกระทรวงฉบับล่าสุด ฉบับตัว 2554 มันเป็นฉบับที่เป็นกฎหมายใหม่ ไม่ได้มีการบังคับใช้ ที่มันมีระบบเตือนภัยทางแสงทางเสียงนี่มันไม่ถูกปรับใช้ในอาคารก่อนหน้านี้ ที่มีการก่อสร้างก่อนหน้านี้ ทำให้มาตรฐานเดิมมันยังมีอยู่ แต่มาตรฐานใหม่ตัวนโยบายที่เราต้องการจะทำน่ะค่ะ คือ การสร้างแรงจูงใจให้ตัวเจ้าของอาคารให้มีการปรับปรุงมาตรฐานตัวนี้ ให้มีการรองรับผู้พิการมากขึ้นค่ะ โดยเราจะแบ่งออกเป็นมาตรการนะครับ เราจะมีมาตรการอยู่3 แบบด้วยกันนะครับ มาตรการแรก การลดภาษีนะครับ มีทั้งหมด 2.5 เท่าของค่าใช้จ่ายที่ใช้ในการปรับปรุงนะครับ โดยเราจะมีการสร้างทางหนีไฟ แล้วก็ทางหนีไฟฉุกเฉินสำหรับคนพิการทุกประเภทครับ ข้อที่ 2 จะเป็นดอกเบี้ยต่ำและข้อที่ 3 นี่จะเป็นการให้สำนักงานคณะกรรมการการกำกับและการส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัยนะครับ บริษัทประกันภัยนะครับ เกี่ยวกับทรัพย์สินปรับปรุงครับ โดยผลลัพธ์ของเรา ก็คือจะให้อาคารแต่ละอาคารที่มีการปรับปรุงนี่ สร้างอาคารที่มีทางออกฉุกเฉิน รวมถึงระบบเตือนภัยนะครับ ที่เหมาะสมกับผู้พิการทุกประเภทนะครับ เรา จะสร้างเพื่อให้มีความเหมาะสมกับทุก ๆ คน เนื่องจากว่าความเท่าเทียมนะครับ ในการใช้บริการทุกที่ต้องเหมาะสมกับทุก ๆ คน และผู้พิการในทุก ๆ ประเภทก็ควรมีสิทธินะครับ แล้วก็มีอัตรานะครับ ในการรอดชีวิตที่สูงขึ้นนะครับ เพื่อทั้งนี้นะครับ สรุปมีวัตถุประสงค์ที่จะสร้างความเท่าเทียมให้กับทุก ๆ คนครับ สำหรับวันนี้ก็ขอบคุณครับ [เสียงปรบมือ] (พิธีกรชาย) ขอบคุณครับ ใช้เวลากันไปได้อย่างดีเยี่ยมมากเลยนะครับ จริง ๆ แล้วนะครับ เราต้องบอกก่อนเลยว่าการนำเสนอของน้องนะครับ ก่อนมาสู่เวทีนี้เลยนะครับ คือการนำเสนอที่ต้องใช้เวลาอย่างน้อยทั้งหมด 5 นาทีนะครับ มีการปรับมา เพื่อให้คณะกรรมการได้ฟังอย่างเข้าใจ อย่างกระชับ 3 นาที เท่านั้นครับ ในช่วงถัดไปเรามีเวลา 3 นาทีให้คณะกรรมการได้สอบถามหรือได้แนะนำน้อง ๆ นะครับ (กรรมการ) ก็ต้องขอบคุณน้อง ๆ ทีมที่มาศึกษาในเรื่องโครงสร้างพื้นฐานของคนพิการ เพราะเรื่องนี้นี่อาจจะต้องเรียนว่าเป็นเรื่องที่คนหลาย ๆ คน ไม่ได้ให้ความตระหนักนะคะและน้อง ๆ ก็หยิบประเด็นที่น่าสนใจขึ้นมา แล้วก็บอกแนวทางนโยบายแล้วก็มีมาตรการในเวลาช่วงสั้น ๆ น้องทำได้ขณะนี้ขอชื่นชมมาก ๆ นะคะ ขอบคุณค่ะ (พิธีกรชาย) ขอบคุณครับ (กรรมการ) อยากสอบถามเพิ่มเติมค่ะ ว่า ระหว่างที่เราศึกษาถึงมาตรการที่จะเป็น Universal Design มีตัวอย่างของต่าปงระเทศ หรือว่าอะไรที่เรารู้สึกว่าน่าสนใจไหมคะ ในการนำมาปรับใช้ (ผู้เข้าแข่งขันชาย) โอเค ของในต่างประเทศผมไม่แน่ใจแถบประเทศยุโรปในสแกนดิเนเวียนะครับผม เหมือนทางหนีไฟของเขาน่ะครับ มันจะไม่ใช่บันไดหนีไฟน่ะครับผม มันจะเป็นทางลาดที่ค่อนข้างกว้างที่ Flow คนได้ ไม่ใช่คนที่แค่มีข้อจำกัดในการเดินได้ คนทุกคนก็สามารถโฟลทางนี้เพื่อออกจากอาคารได้เร็วที่สุดนะครับผม หลายเป็นว่าหลายคนสามารถลงจากอาคารได้ โดยไม่ต้องรอความช่วยเหลือครับผม ครับ (พิธีกรชาย) เรายังเหลือ... เชิญครับ (คณะกรรมการ) ครับ โอเค อยากเสนอแนะครับผม เรื่องการทำโครงสร้างของอาคารอันนี้ผมชื่นชมนะครับผม แต่อยากจะเสนอไปถึงมาตรฐานของตัวอาคารเลย เพราะเรียกว่าอย่างในอาคารพาณิชย์หลายที่นะครับ ก็จะมีการเทรนนิงในเรื่องการหนีไฟตรงนี้นะครับ อาจจะต้องรวมไปถึงนโยบายพวกนั้นด้วย สำหรับการ Training สำหรับคนที่พิการ สำหรับการที่จะออกทางนั้น ทางไหน อะไรอย่างไร อย่างนี้นะครับผม (พิธีกรชาย) ครับ ขอบคุณครับ เรายังได้อีกสัก 1 ท่าน โอเคครับ ถ้าอย่างนั้นขอเสียงปรบมือให้กับน้อง ๆ กลุ่มที่ 2 ด้วยครับ เดือดนะครับ ศึกษามาแล้วทั้งปัญหาที่เฉพาะเจาะจงนะครับ ทั้งนโยบายที่นำมาปรับใช้ได้จริงจากต่างประเทศด้วยนะครับ และสิ่งนี้ทำกันจริง ๆ นะครับ มีเวลาทำจริง ๆ ภายใน 1 วันเท่านั้นเองนะครับ โดยในวันนี้เป็นการนำเสนอ เพื่อเวทีนี้โดยเฉพาะนะครับ ถัดไปครับ ขออนุญาตเข้าสู่ทีมที่ 3 ครับ ทีม นโยบายจัดตั้งองค์กรรับรองทักษะของผู้พิการครับ [เสียงดนตรี] (ผู้เข้าแข่งขันชาย) สวัสดีครับผม ศึกษาอยู่ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ครับ ก็ วันนี้จะมานำเสนอเรื่องนโยบายเกี่ยวกับการจัดตั้งหน่วยงานหรือองค์เพื่อทดสอบความสามารถเพื่อให้ผู้พิการทำงานครับ ก็จากประสบการณ์ของผม ที่เคยได้ยินได้ฟังมาจากรุ่นพี่ผู้พิการหลาย ๆ คนนะครับ ก็คือรุ่นพี่ส่วนใหญ่เขาเข้าไปสมัครงาน แล้วผู้ว่าจ้างจะไม่ยอมรับเข้าทำงานครับ (ผู้เข้าแข่งขันชาย) สวัสดีครับ ชื่อเจมส์ครับ เรียนอยู่ ป. 2 ครับ คือเรื่องการไม่จ้างงานนะครับ โตไปผมก็อยากมีงานทำแต่ว่ากลัวเรื่องนี้อยู่ว่า โตไปมันจะ... นายจ้างเขาจะไม่รับอะไรประมาณนี้ครับ ก็เรื่องที่ผมจะมาพูดวันนี้ก็คือเรื่องจัดตั้งองค์การรองรับทักษะของผู้พิการครับ ปัญหาตอนนี้ก็คือผู้พิการที่มีความสามารถเพียงพอครับ ไม่ได้เข้าทำงานครับ เพราะว่านายจ้างส่วนใหญ่ครับ ไม่ได้ดูความสามารถของคนพิการก่อน ก็นโยบายที่เกี่ยวข้อง มาตรา 33 กำหนดว่า คนพิการ 1 คนต่อคนปกติ 100 คนครับ ส่วนมาตรา 34 และ 35 คือเป็นสามารถปฎิเสธได้ โดยที่มีข้อแม้คือ 34 ต้องจ่ายเงินเข้ากองทุนครับ ส่วน 35 คือไม่จ่ายแล้วก็ไม่จ้าง ก็คือต้องทำสิ่งอำนวยความสะดวกให้คนพิการ เช่น พวกเบรลล์บล็อก ให้คนพิการทางด้านสายตา ส่วนช่องว่างของนโยบายก็คือคนพิการส่วนใหญ่ไม่ได้ทำงานครับ ก็นโยบายตาบอดก็คืออยากให้จัดตั้งองค์กรหรือหน่วยงานขึ้นมาเพื่อทดสอบความสามารถของผู้พิการนะครับ โดยลักษณะการทำงาน ก็คือจะให้หน่วยงานหรือองค์กรนั้น ๆ ได้ไปพูดคุยเจรจากับผู้ว่าจ้าง ในการรับผู้พิการเข้าทำงานครับ ก็ขอให้ผู้พิการได้เข้าทำงาน เมื่อผู้พิการนั้นมีการทดสอบนะครับ ส่วนผลลัพธ์และความคาดหวังก็คือ ขออยากให้ผู้พิการที่มีศักยภาพ ได้เข้าทำงาน ได้มีโอกาสได้เข้าทำงานมากยิ่งขึ้นครับครับ ก็ขอจบการนำเสนอเพียงเท่านี้ครับ (พิธีกรชาย) ขอบคุณนะครับ โอเคครับ เดี๋ยวเราจะมีเวลา 3 นาทีครับผม น้อง ๆ ยังอยู่ตรงนี้ก่อนนะครับ เดี๋ยวเราจะมีเวลา 3 นาที ให้ทางคณะกรรมการผู้ใหญ่ได้สอบถามแล้วก็เสนอแนะต่อข้อเสนอนโยบายของเรานะครับ ถ้าพร้อมแล้ว สามารถที่จะสอบถาม หรือเสนอแนะน้อง ๆ ได้เลยนะครับ (กรรมการ) ครับ ก่อนอื่นก็ชื่นชมนะครับ ในแนวคิด ในการ ในเรื่องของการรับรองทักษะ ซึ่งเป็นสิ่งที่ดีนะครับ เหมือนเรามีใบรับรองอันหนึ่งก่อนเข้าทำงาน แต่ว่าอยากจะให้เพิ่มวิธีคิดอีกสักนิดหนึ่งว่า แล้วขั้นตอนก่อนที่เราจะไปถึงการรับรองนี่เรามีการพัฒนาทักษะให้เรามีความสามารถเพียงพอที่จะได้รับการรับรองอย่างไรนะครับ มันจะได้เป็นการเชื่อมโยงปัญหานะครับ ว่าผู้ว่าจ้างไม่ได้ยอมรับ เพราะว่ามีทักษะไม่เพียงพอหรืออาจจะเพียงพอ อันนี้เป็นคำถาม แต่ว่าถ้าเราสามารถเพิ่มขั้นตอนในการเพิ่มทักษะ อันนี้เราอาจจะไม่จำเป็นต้องมีองค์กรในการรับรองก็ได้ แต่ถ้าเราสามารถทำตัวเองหรือพัฒนาตัวเองให้เป็นที่ต้องการของผู้รับจ้างได้เองนะครับ อันนี้อยากให้ที่นำเสนอเหมือนพลิกมุมคิดสักนิดหนึ่ง นะครับ เพราะถ้าเราพลิกมุมคิด เรามองตัวเอง เราเชื่อมั่นในตัวเองว่าเราทำได้ เราสามารถพัฒนาตัวเองให้เป็นที่ต้องการของตลาดแรงงานได้นะครับ วันหนึ่งนะครับ เขาอาจจะมาแย่งตัวเราเองก็ได้นะครับ การรับรองมาตรฐานอาจจะเป็นแค่องค์ประกอบเล็ก ๆ ก็ได้นะครับ อันนี้อยากให้เป็นการข้อเสนอแนะนะครับ แล้วก็เป็นการให้กำลังใจนะครับ ขอบคุณครับ (พิธีกรชาย) ขอบคุณครับ (กรรมการ)โดยส่วนตัวเห็นด้วยนะคะ ที่เราจะมีองค์กรที่ช่วยรับรองทักษะของผู้พิการนะคะ อยากเสริมเข้าไปอีกตรงที่ว่าแทนที่เราจะมองในฝั่งว่า โอเค เรามีทักษะ เรามารับรอง แล้วไป connect กับองค์กร ไพล์มองว่ามันต้อง Connect ตั้งแต่แรกเลย องค์กรนี้มีเครือข่ายกับหน่วยงานภาครัฐ หรือบริษัทอะไรบ้าง แล้วก็รับเป็นเหมือนความต้องการของบริษัทมาเลยว่า ขาดตำแหน่งอะไร ขาดทักษะเรื่องไหนเป็นพิเศษ แล้วช่วย connect กับผู้พิการที่สามารถและต้องการจะฝึกทักษะเหล่านั้น เพื่อให้มันเป็นเส้นทางเดียวกัน ตั้งแต่ต้นจนถึงปลายทางเพื่อที่จะรับรองก่อนที่จะเริ่มฝึกทักษะต่าง ๆ ไปเลยว่าปลายทางมีบริษัทที่จะรองรับเราเข้าทำงานค่ะ (พิธีกรชาย) ขอบคุณมากครับ ขอเสียงปรบมือให้กับน้อง ๆ กลุ่มที่ 3 ด้วยครับ การรับรองทักษะอาชีพนะครับ ก็ได้ข้อเสนอมาเพิ่มเติมว่านอกจากการที่เราจะทำการรับรองแล้วเราสามารถที่จะเริ่มกระบวนการในการพัฒนาทักษะ หรือว่าการเชื่อมต่อ เพื่อดูช่องว่างของทางอาชีพ เพื่อผู้พิการมาเข้าสู่ช่วงครึ่งทางแล้วนะครับ กลุ่มต่อไปจะเป็นกลุ่มที่ 4 ครับ ซึ่งต้องขออภัยท่านคณะกรรมการด้วยครับ ลืมแจ้งครับ ว่าในเอกสารที่ท่านถืออยู่จะมีรายละเอียดของโครงการน้อง ๆ ให้สามารถอ่านเพิ่มเติมได้ด้วยนะครับ ในลำดับถัดไปครับ กลุ่มที่ 4 ครับ ขอเชิญกลุ่มนโยบายส่งเสริมการสร้างพื้นที่ให้คนพิการและเอกชนมาเจอกัน เพื่อส่งเสริมการจ้างงานครับ [เสียงดนตรี] (ผู้เข้าแข่งขันชาย) กราบสวัสดีทุกคนในงานนี้นะครับ (พิธีกรหญิง) วันนี้นะคะ เราจะมานำเสนออัตราการว่างงานของคนพิการในสังคมไทยค่ะ ปัญหาที่เราพบเจอในปัจจุบันนะคะ ก็คือมีผู้พิการนะคะ ที่สามารถทำงานได้ มีการว่างงานมากกว่า 40% ค่ะ ก็เท่ากับว่าพวกเขานะคะ ยังไม่ได้รับการว่าจ้างจากทั้งในภาครัฐและเอกชนค่ะ เนื่องจากที่พวกเขาไม่มีพื้นที่ในการที่ได้มาเจอกันค่ะ ในส่วนนโยบายที่เรานำมาศึกษานะคะ ก็คือมาตรา 34 ค่ะ ว่าด้วยเรื่องถ้าหากสถานประกอบการนะคะ ไม่ได้รับผู้พิการเข้าทำงานจำนวนที่กำหนดก็คือ อัตรา 1 ต่อ 100 คนนะคะ จะต้องนำเงินส่วนนั้นนะคะ เข้ากองทุนผู้พิการค่ะ (ผู้เข้าแข่งขันชาย) ต่อไป ผมขอเสริมในช่องว่างของนโยบายนะครับ ก็คือผู้ประกอบการต้องการรับคนพิการเข้าทำงานใช่ไหมครับ แต่ผู้พิการบางคนเขาก็ยังมองหาสถานที่ที่ทำงานซึ่งมันมีข้อบ่กพร่องตรงนี้ คือ ทั้งสองไม่มีโอกาสที่จะมาเจอกัน เราจึงมองเห็นตรงนี้เป็นปัญหาของเรานะครับ และแน่นอนครับ จากที่ผมได้สำรวจผู้พิการที่ร่วมงานทุกคนนะครับ เขาก็ต้องการที่จะทำงานกับนายจ้างที่พร้อมจะจ้างเขา แล้วก็เสริมสวัสดิการให้เขาจริง ๆ นะครับ ส่วนนโยบายทางออกที่กลุ่มเราที่ช่วยกันคิดแล้วเสนอแนะในที่นี้นะครับ คือ เพิ่มการจัด Job Fair เพื่อเป็นการพบปะระหว่างนายจ้างกับผู้พิการที่พร้อมจะทำงานนะครับ ทั้ง on site และ online นะครับ โดยผมอยากเสนอแนะให้เริ่มจากภาครัฐ และตามด้วยภาคเอกชนร่วมมือกันนะครับ ในงานนี้ครับ และอยากให้มีการทำบูธในเชิงรุกครับ อาจจะเป็นตามโรงเรียคนพิการที่ใกล้จะเรียนจบและมองหางานนะครับ ส่วนผลที่ผมคาดหวังจากนโยบายนี้ก็คือลดอัตราการว่างงานของคนพิการเพื่อให้มีรายได้ที่เหมาะสม และลดภาระหนี้สินภายในครอบครัว และหวังว่าได้รับความร่วมมือจากภาครัฐและเอกชนนช่วยกันคิดและแก้ไขปัญหานะครับ และเพิ่มสวัสดิการ ประกันสังคมให้ผู้พิการครับ และขอขอบคุณและฝากนโยบายของเราไว้ในอ้อมอกอ้อมใจของคณะกรรมการทุกท่านด้วยครับ ขอบพระคุณครับ (พิธีกรชาย) ขอบคุณครับ ตอนนี้เชื่อว่านโยบายของน้อง ๆ ก็อยู่ในอ้อมอกอ้อมใจของคณะกรรมการเป็นที่เรียบร้อยแล้วนะครับ ในลำดับถัดไปครับ เวลา 3 นาทีจากคณะกรรมการ สอบถามและเสนอแนะนโยบายของน้อง ๆ ครับผม (กรรมการ) ความจริงกลุ่ม 4 ใช่ไหมครับ ความจริงกลุ่ม 4 กับกลุ่ม 3 นี่ถ้ารวมกันนะครับ ไอเดียนี่ สมบุรณ์แบบเลย เพราะว่ากลุ่ม 4 นี่ กำลังสร้างความเข้มแข็งให้กับตัวเอง สร้างมูลค่าให้กับตัวเอง เพื่อให้มีคุณค่าพอที่จะให้นายจ้างเลือกนะครับ แล้วในขณะที่กลุ่ม 3 นี่ เป็นการการันตีว่าคุณค่าที่เราสร้างนี่ มันได้มาตรฐานนะ ไอเดียที่พี่อาจจะเสนอแนะเพิ่มเติม คือให้ไปคุยกับกลุ่ม 3 แล้วมันจะ complete มากเลย มันจะตั้งแต่ ต้นน้ำ ปลายน้ำ จนไปถึงปฏิบัติ แล้วเราจะเป็น เรียกว่าเป็นคนที่มีเป็น... พี่ไม่อยากใช้ว่า จริง ๆ พี่มองคนพิการไม่พิการนะครับ พี่มองว่าทุกคนนี่เสมอภาคกัน เพราะฉะนั้นนี่ ถ้าเราทุกคน คนพิการเปลี่ยน Mindset แล้วไปสู่ในจุดที่เราพึ่งพาตัวเองได้โดยที่ไม่ต้องง้อกฎหมายหรือง้อใด ๆ เลย แต่เราทำตัวเองให้มีมูลค่าพอ ทุกอย่างจะวิ่งเข้ามาหาเราเอง ซึ่งในแนวคิดของน้องดีมากครับ ถือว่าดีมากครับ ขอบพระคุณครับ (พิธีกรชาย) ได้อีกสัก 1 ท่านนะครับ สำหรับข้อเสนอนะครับผม หรือคำถามนะครับ หรือน้อง ๆ อยากจะพูดอะไรเพิ่มเติมสำหรับข้อเสนอตัวเอง (ผู้เข้าแข่งขันชาย) อาจจะมีข้อเสนอสำหรับประกันสังคมสำหรับผู้พิการนะครับ ก็คือผมได้สอบถามเพื่อนที่ร่วมงานบางคนนะครับ คือ เขามีการพิการ ไม่ว่าจะเป็นด้านการได้ยิน หรือทางร่างกายต่าง ๆ นะครับ แต่ว่าอาจจะมีครอบคลุมตั้งแต่อายุ ถึงแค่ 3 ขวบครับ แต่บางคนก็คืออาจจะพิการหลังจากนั้นครับ ก็คืออยากให้มีส่วนลด หรือว่ามีการสนับสนุนเงินก้อนนั้นเพื่อจะใช้การรักษาครับ (พิธีกรชาย) โอเคครับ ถ้าอย่างนั้นขอเสียงปรบมือให้กลุ่มที่ 4 ด้วยครับ [เสียงปรบมือ] (พิธีกรชาย) ขอบคุณครับ ซึ่งเมื่อกี้ทางท่านคณะกรรมการ ก็ได้นำเสนอนะครับ จริง ๆ แล้วประเด็นเรื่องของทางอาชีพเราสามารถรวมเข้าเดียวกันได้เลย เพื่อความเข้มแข็งของนโยบายครับ ในลำดับถัดไปครับ เราจะเข้าสู่ช่วงครึ่งหลังกันแล้วครับ ทีมที่ 5 ครับ นโยบายการสอบคัดเลือกเพื่อเข้าศึกษาในระดับอุดมศึกษาของผู้พิการ ขอเรียนเชิญขึ้นเวทีเลยครับ [เสียงดนตรี] (ผู้เข้าแข่งขันชาย) สวัสดีครับ ทุกท่าน วันนี้พวกผมก็จะมานำเสนอประเด็นปัญหาการตรวจคัดเลือกเพื่อเข้าศึกษาในระดับอุดมศึกษาของผู้พิการครับผม // ครับ หลายท่านอาจจะยังไม่ทราบ สถานการณ์ปัจจุบันนะครับ รูปแบบและเกณฑ์ของการเข้าสอบในระดับอุมศึกษานะครับ ไม่เอื้ออำนวยต่อคนพิการนะครับ ทำให้ผู้พิการเองนะครับ ไม่สามารถมีศักยภาพในการทำข้อสอบ อย่างเต็มความสามารถนะครับ จึงเป็นปัญหาการศึกษาของผู้พิการจึงเกิดความเหลื่อมล้ำเกิดขึ้นนะครับ นอกจากนี้นะครับ ถ้าเราย้อนกลับมาดูนโยบาย ในปัจจุบันของประเทศไทยนะครับ เราจะพบว่าในพระราชบัญญัติด้านการศึกษา ปี 2551 และ ปี 2556 นะครับ แล้วปฏิญาคนพิการ ปี 2541 ครับ โดยใจความสำคัญรวมนะครับ เขาจะกล่าวว่า ผู้พิการนี่นะครับ เขาจะได้สิทธิสนับสนุนทางด้านการศึกษาตั้งแต่แรกเกิด ตลอดครอบคลุมทั้งชีวิตนะครับ แล้วก็ไม่มีข้อกำหนดหรือว่าข้อจำกัดหรือกีดกันใด ๆ นะครับ แล้วก็หากเราไปมองดูนโยบายของต่างประเทศนะครับ ของฝรั่งยุโรป หรือ อเมริกา จะพบว่าทางมหาวิทยาลัยเขานะครับ เขาก็จะเปิดรับสมัครนักศึกษาผ่านแอปพลิเคชัน ฟอร์ม รวมทั้งเขายังจะยื่น Port Folio ด้วยครับ แล้วก็นอกจากนี้จะมีการจัดกิจกรรม Workshop ด้วยนะครับ เพื่อให้นักศึกษาเข้าร่วมกิจกรรม และแล้วนอกจากนี้นะครับ ทางมหาวิทยาลัยนะครับ แล้วก็ยังมีอุปกรณ์ที่ช่วยในการสอบของนักศึกษาครับ ไม่ว่าจะเป็นอักษรเบรลล์ หรือเครื่องคอมพิวเตอร์นะครับ แต่อย่างไรก็ตามนะครับ นโยบายของประเทศไทยมันมีช่องโหว่ครับ ซึ่งเราก็เกิดคำถามว่า ณ ตอนนี้มันมีประสิทธิภาพจริงไหมหรือเราใช้ได้จริงไหม หากเราดูนโยบายปัจจุบันนะครับ มันไม่สามารถใช้ได้จริงนะครับ มัน ถึงแม้ใช้ได้ก็ไม่ครอบคลุมนะครับ แล้วก็สถาบันการศึกษาหรือหน่วยงานที่จัดสอบนะครับ ก็ไม่สามารถที่จะเอื้ออำนวยหรือบริการที่มีประสิทธิภาพเพียงพอต่อผู้พิการได้ครับ ต่อไปครับ ก็คือนโยบายทางออกครับ // สำหรับทางออกของนโยบายนะครับ ก็หน่วยงานที่เกี่ยวข้องนี่ควรออกข้อบังคับและมาตรการที่ชัดเจนและเป็นมาตรฐานเดียวกันให้ชัดเจน สำหรับผู้พิการที่จะเข้าไปสอบนะครับ ในแง่ไหนบ้าง อย่างเช่น เตรียมทางลาดให้กับรถเข็นวีลแชร์ จัดห้องสอบให้อยู่ใกล้ห้องน้ำหรือบริเวณทางออก เพื่อให้คนพิการเดินทางได้สะดวก จัดห้องสอบแยกเพื่อไม่ให้การสอบของคนพิการไปรบกวนกับการสอบของเด็กปกติครับ ในแง่ความต้องการพิเศษ จัดรูปแบบการสอบให้เหมาะสมกับความพิการครับ อย่างเช่น ข้อสอบอักษรเบรลล์สำหรับคนตาบอด แล้วคนช่วยอ่านจะต้องมีความชำนาญพิเศษสำหรับสายงานนั้น ๆ นะครับ แล้วก็หรือแม้แต่พยายามผลักดันให้ถึงขั้นว่ามีข้อสอบในรูปแบบไฟล์ เพื่อให้คนพิการสามารถสอบในคอมพิวเตอร์ได้ อย่างสุดท้ายครับ เราอยากจะขอขอบคุณโอกาสที่ทำให้พวกเราได้มายืนอยู่ตรงนี้นะครับ แล้วก็อยากจะฝากนโยบายของพวกเรานะครับ ให้ทุกท่านได้พิจารณาได้เป็นจริงนะครับ สุดท้ายนะครับ ทุกคนมีความฝันครับ และความฝันไม่ควรถูกจำกัดด้วยความพิการ และข้อจำกัดทางด้านร่างกายครับ (พิธีกรชาย) โอ้โห เยี่ยมมากเลยครับ ทำงานกันเต็มที่มากเลยครับ ครับผม เป็นทีมที่แม้กระทั่งตอนที่เราอยู่ในโครงการด้วยกันนะครับ ก็ชอบมากเลย กับการที่สามารถระบุปัญหาที่ชัดเจนมาได้ ในช่วงสำคัญของระบบการศึกษาของเรานะครับ ในลำดับถัดไปครับผม เรามีเวลา 3 นาทีให้กับผู้ใหญ่ทุกท่านเลยครับ (กรรมการ) มองว่าในระดับอุดมศึกษาเองก็ต้องออกมา Active ในเรื่องนี้ให้ชัดเจนนะคะ ในการจะจัดห้องสอบ หรือการออกแบบข้อสอบเอง จริง ๆ ควรมีแบบประเมินที่ทางมหาวิทยาลัยจะต้องทำให้ครบเพื่อที่จะให้ถึงมาตรฐานการสอบที่เหมาะสำหรับทุกคนจริง ๆ นะคะ แล้วก็เราก็ควรที่จะให้หน่วยงานรัฐได้เข้ามาตรวจสอบตรงนี้ด้วย เพราะว่าจริง ๆ การสอบเข้าระดับอุดมศึกษาเป็นเรื่องใหญ่ของเด็ก ๆ ในทุก ๆ ปีอยู่แล้ว ทุกคนให้ความสำคัญหมด คิดว่าจริง ๆ นโยบายดีตรงที่ว่าทำได้เลย แล้วมันไม่ได้ยากลำบากจนเกินไป ก็หวังว่าจะได้รับการผลักดันต่อไปค่ะ ขอบคุณค่ะ (พิธีกรชาย) ขอบคุณครับ ยังได้อีก 1 ท่านนะครับ (กรรมการ) ก็มาชื่นชมน้อง ๆ แล้วกันนะครับ ก็กลุ่มนี้ก็รู้สึกว่ามีน้อง ๆ ที่เคยเห็นหน้าตอนไปสัมภาษณ์โครงการของ YSEALI ด้วย ชื่นชมการแก้ปัญหา มีการเสนอปัญหาแล้วก็เสนอวิธีการแก้ไขอย่างค่อนข้างชัดเจน แล้วก็สามารถนำไปใช้ได้เลยนะครับ ก็หวังว่าระบบการคัดเลือกนะครับ นักศึกษา นิสิตนักศึกษา อุดมศึกษาของไทยต่อไป คงจะมีการปรับให้ระดับมาตรฐานอย่างที่น้องให้คำแนะนำมา ขอบคุณครับ (พิธีกรชาย) ขอบคุณครับ ขอเสียงปรบมือให้กับกลุ่มที่ 5 ด้วยนะครับ จริง ๆ แล้วปัญหาในการสอบเข้ามหาวิทยาลัยเรามีปัญหามาทุกปีจริง ๆ นะครับ ซึ่งตรงนี้จำนวนตัวเลขของเยาวชนผู้พิการที่อยู่ในระบบการศึกษา ก็มีอยู่แล้วนะครับ ถ้าเราสามารถนำตัวเลขนี้มาวิเคราะห์ได้ในระดับเยาวชนมีจำนวนเท่าไร เราเตรียมความพร้อมสำหรับข้อสอบเพื่อให้เหมาะสมกับเยาวชนที่จะเข้ามาสอบ เพื่อเตรียมเข้าสู้ระดับอุดมศึกษา ไม่น่าจะยากจนเกินไปนะครับ ลำดับถัดไปจะขอไปต่อกับกลุ่มที่ 6 แล้วนะครับ กลุ่มนโยบายแจ้งเหตุด่วนสำหรับคนหูหนวก กลุ่มยุทธศาสตร์ พัฒนาสภาพแวดล้อม เทคโนโลยีสิ่งอำนวยความสะดวก และนวัตกรรม หน่วยบริการสุขภาพทั่วประเทศครับ (ผู้เข้าแข่งขันหญิง) สวัสดีค่ะ พวกเราเป็นตัวแทนจาก YSEALI นะคะ ในกลุ่มของพวกเรามีผู้พิการทางการได้ยิน 2 คนค่ะ ได้รับหัวข้อเรื่องการดูแลสุขภาพโดยประเด็นที่พวกเราเลือกนะคะ คือ การแจ้งเหตุด่วนสำหรับคนหูหนวกค่ะสถานการณ์ปัญหานะคะ เมื่อเกิดเหตุการณ์ฉุกเฉิน หูหนวกไม่สามารถแจ้งได้ชัดเจนให้กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้อย่างทันท่วงทีค่ะ นโยบายนะคะ ก็คือแผนพัฒนาการสุขภาพ ดูแลผู้พิการค่ะ โดยยุทธศาสตร์ที่ 3 และยุทธศาสตร์ที่ 4 เป็นการพัฒนาเทคโนโลยีนวัตกรรม งานวิจัย เพื่อให้ข้อมูลข่าวสารแล้วก็พัฒนาคุณภาพชีวิตของผู้พิการค่ะ แล้วก็นำไปสู่โปรแกรม TTRS นะคะ ก็คือเป็นแอปช่วยคนหูดีและคนหูหนวกค่ะ โดยมีล่ามเป็นคนสื่อสารตลอด 24 ชั่วโมงค่ะ ข้อจำกัดในการใช้ แอป TTRS นะครับ การปักหมุดนะครับ ไม่สามารถปักหมุดได้ สามารถทำให้เป็นเรื่องยากสำหรับการสื่อสารของคนหูหนวกครับ 2. นะครับ ล่ามภาษามือไม่เพียงพอต่อการใช้งานครับ ทำให้ต้องรอคิวนานครับ สัญญาณอินเทอร์เน็ตไม่เสถียรครับ การเข้าถึงของอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ครับ ข้อเสนอแนะของกลุ่มพวกเรานะครับ คือ เพิ่มฟังก์ชันพื้นฐาน สำหรับคนที่มีพิการทางการได้ยินครับ เช่น สามารถตั้งพิกัด GPS ได้ เพื่อส่งไปยังหน่วยงานนะครับ ให้มาทันท่วงทีครับ แล้วก็เพิ่มล่ามภาษามือให้เพียงพอครับ แล้วก็พัฒนาระบบให้ดียิ่งขึ้นครับ สิ่งที่คาดหวังนะครับ คนหูหนวกนะครับ สามารถสื่อสารผ่านแอปพลิเคชัน TTRS เพื่อส่งสัญญาณได้นะครับ มีการอบรมการใช้งานแอปพลิเคชัน TTRS ให้คนทั่วไป คนที่หูหนวกเท่านั้นครับ แล้วก็มีการสร้างแอปพลิเคชันที่สามารถปรึกษาหมอได้โดยตรงครับ มีคำถามไหมคะ (พิธีกรชาย) โอเค หมด 3 นาทีของน้องแล้วนะครับ ขอเสียงปรบมือให้กลุ่มนี้ด้วยครับ ยังไม่ได้ให้ลงนะครับ ปรบมือเชียร์กันก่อนนะ ครับ น้อง ๆ ก็ได้ทำการศึกษามา จริง ๆ เป็นนโยบายที่มีอยู่แล้ว แต่สิ่งที่เกิดขึ้น ก็คือไม่เพียงพอนะครับ แต่เป็นสิ่งที่สามารถพัฒนาขึ้นอีกได้ ที่น้อง ๆ เสนอ คือ การปรับปรุงสิ่งที่มีอยู่ให้ตอบโจทย์เป็นจริงมากขึ้นนะครับ ต่อไปเป็นช่วง 3 นาทีนะครับ สำหรับการสอบถามและข้อเสนอของนโยบายน้อง ๆ ครับผม (คณะกรรมการ) ก่อนอื่นต้องชื่มชมนะครับ ว่ารู้จัก TTRS จริง ๆ นะครับ พี่ออกตัวเลยว่า จริง ๆ ไม่ใช่ออกตัว TTRS นี่เป็นนโยบายที่สำนักงาน กสทช. เป็นคนให้ทุนแล้วก็พัฒนานะครับ เรียกว่าวันนี้มาตรงเป้ามาก ๆ นะครับ เรียกว่าคนทำนโยบายรับฟังเต็มที่นะครับ สิ่งที่สะท้อนออกมา ถือว่าสะท้อนปัญหาได้อย่างถูกต้องครับ เราก็มองปัญหาเหมือนกันว่าจำนวนล่ามไม่เพียงพอนะครับ แล้วก็คนที่จะเข้ามาเป็นล่ามนี่ก็ยิ่งหายาก เพราะฉะนั้น แนวคิดที่นำเสนอว่าไม่ใช่คนที่จะเป็นล่ามเท่านั้น คนทั่วไปก็ควรลองมาศึกษา มาลองเล่นมันดู อันนี้มันจะทำให้ลักษณะของการสื่อสารอาจจะไม่ 100 เปอร์เซ็นต์เหมือนกับล่าม แต่ว่าในภาวะฉุกเฉินแจ้งเหตุด่วนนี่ มันเป็นไปได้ที่ชื่นชมนะครับ ก็คือว่าการที่คนหูหนวกนี่ แปลว่า ตามองเห็น สิ่งที่ตามองเห็น ถ้าเขาสามารถจิ้มจุดจาก GPS หรืออะไรก็ตามนี่ แล้วส่งสัญญาณไปได้ทันทีนี่ ก็เป็นการแจ้งเหตุด่วนทันทีเหมือนกัน อันนี้ถือว่าตอบโจทย์นะครับ ยิ่งถ้าเรามองมุมของกรนำเสนอของนวัตกรรมนี่ นวัตกรรมนี่ มี 3 ส่วนนะครับ คือ 1. ใหม่ 2. จับต้องได้ 3 มีคุณค่า ก็คือมีคนใช้ ถือว่าตอบโจทย์ได้ครบทั้ง 3 ข้อนะครับ (พิธีกรชาย) ขอบคุณครับ เป็นข้อเสนอที่ตอบโจทย์นวัตกรรม และตอบโจทย์ท่านคณะกรรมการของเราด้วยนะครับ เรายังเหลือเวลาพอที่จะให้อีก 1 ท่านสอบถามหรือเสนอแนะครับผม ถ้าอย่างนั้นมีอะไรอยากจะฝากเพิ่มเติมไหมครับ น้อง ๆ มีไหม ไม่มีแล้วค่ะ (พิธีกรชาย) โอเคครับ ถ้าอย่างนั้นขอเสียงปรบมือให้กลุ่มที่ 6 ด้วยนะครับ [เสียงปรบมือ] (พิธีกรชาย) เข้มข้นจริง ๆ นะครับ เราเข้าสู่โค้งสุดท้ายกันแล้วนะครับ วันนี้มา อย่างน้อยที่สุด น้อง ๆ ก็ชื่นใจแล้วว่า ข้อเสนอของเขานะครับ ได้ถึงมือผู้ที่จะไปผลักดันแล้วนะครับ ในลำดับถัดไปนะครับ กลุ่มที่ 7 ครับ ขอเรียนเชิญกลุ่ม Application for All ยุทธศาสตร์การเรียนรวมของรัฐบาลใช้หลักสูตรที่ส่งเสริมทักษะอาชีพให้คนพิการ และส่งเสริมให้คนพิการพึ่งพาตัวเองได้ครับ (ผู้เข้าแข่งขันหญิง) ค่ะ พวกเรากลุ่ม Education for All นะคะ กลุ่มของเราพูดถึงถึงการศึกษาเพื่อคนพิการค่ะ โดยระหว่างเราค้นคว้าวิจัยกันนะคะ ก็คือยุทธศาสตร์การเรียนรวมของรัฐบาลนี่ยังไม่ส่งเสริมการพัฒนา ทักษะอาชีพของ ทักษะอาชีพให้ผู้พิการนะคะ แล้วก็ยังไม่ส่งเสริมให้เกิดการพัฒนาตัวเองได้ของคนพิการนะคะ ค่ะ สถานการณ์นะคะ จากประสบการณ์ที่เคยเรียนในโรงเรียนเฉพาะทางค่ะ รู้สึกว่าการสอนทักษะอาชีพในโรงเรียนนะคะ ยังไม่เป็นที่ต้องการของตลาดแรงงานค่ะ แล้วก็โดยส่วนตัว ยังไม่มีความหลากหลาย มากพอ และยังไม่มีความน่าสนใจอีกด้วยนะคะ เช่น ทักษะการมีงานทำ การทำขนม เป็นต้นค่ะ และในโรงเรียนเรียนรวมนะคะ ก็ยังไม่มีการสอนทักษะการเสริมสร้างอาชีพอีกด้วยค่ะ (ผู้เข้าแข่งขันชาย)ครับผม และจากการสืบค้นข้อมูลของกลุ่มเรานะครับ ซึ่งพบว่ามีผู้พิการจำนวนไม่น้อยเลยนะครับ ที่หลุดออกจากระบบการศึกษา และจากประสบการณ์ที่น้องได้พบเจอ ที่ทำให้เกิดปัญหานี้ครับ แต่ก็ไม่ใช่ว่าภาครัฐเองจะไม่มีนโยบายที่ส่งเสริมการศึกษาของผู้พิการนะครับ ทางภาครัฐมีนโยบายที่ช่วยส่งเสริมการศึกษาของผู้พิการ ทางภาครัฐยุทธศาสตร์ปี 2560-2564 ครับ ที่กล่าวว่าขยายโอกาสเข้าถึงการศึกษาการเรียนรู้ต่อเนื่องตลอดชีวิตครับผม มาตรการก็คือ มาตรการก็คือ สนับสนุนและส่งเสริมการจัดการการศึกษานะครับ เพื่อให้ผู้พิการมีงานทำนั่นเองครับ และกลุ่มเราก็ได้พบช่องว่างนะครับ ของนโยบาย ก็คือการยังไม่มีความร่วมมือกับทางภาคเอกชนนะครับ คือ เข้ามามีส่วนร่วมในการพัฒนาระบบการศึกษา หรือพัฒนาหลักสูตรการศึกษานั่นเองครับ แล้ววันนี้ ทางเราก็เสนอแนวทางการแก้ปัญหาดังนี้ครับผม (ผู้เข้าแข่งขันชาย) ครับ สำหรับแนวทางในการแก้ปัญหานะครับ เรายังคงมีการจัดการเรียนรวม ร่วมกับเด็กปกตินะครับ เพื่อเป็นการสร้างความรู้ความเข้าใจในการอยู่ร่วมกันกับผู้พิการนะครับ ซึ่งเรานี่จะมีการปรับเปลี่ยนหลักสูตรเพื่อเอื้อต่อผู้พิการมากขึ้นนะครับ โดยจะเน้นในการพัฒนาวิชาชีพนะครับ ที่สามารถจะนำไปปฏิบัติได้จริง และเป็นที่ต้องการตลาดแรงงานนะครับ โดยเราต้องการให้ภาคเอกชน และภาครัฐร่วมกันพัฒนาหลักสูตรด้านอาชีพ แล้วก็พัฒนาหลักสูตรการเรียนการสอนให้มีความเหมาะสมกับเด็กพิการนะครับ เพื่อให้เขานี่มีตัวเลือกในการที่จะทำงาน แล้วก็มีตัวการันตีว่าจบไปแล้วนี่ เขาจะมีบริษัทรองรับในการทำงานครับ (ผู้เข้าแข่งขันหญิง) สำหรับผลลัพธ์ที่เราคาดหวังนะคะ ก็คือเราคาดหวังว่าเราจะมีหลักสูตรการศึกษาที่ส่งเสริมการพัฒนาทักษะอาชีพของผู้พิการนะคะ ที่ตรงตามความสนใจของผู้ที่ศึกษาเอง ตรงตามความต้องการของตลาด สามารถสร้างรายได้ แล้วก็นำไปสู่การพึ่งพาตัวเองค่ะ โดยได้รับความช่วยเหลือจากภาคเอกชนในการพัฒนาหลักสูตรค่ะ ขอบคุณค่ะ (พิธีกรชาย) ขอบคุณครับผม ปัญหานี้นะครับ ในเรื่องของการส่งเสริมหลักสูตรให้เหมาะสมกับตลาดอาชีพนะ จริง ๆ แล้วเป็นสิ่งที่อยู่กับการศึกษาไทยของเรามานานแล้วนะครับ ซึ่งในภาคการศึกษาปกตินะครับ หรือว่าภาคการศึกษาอาชีวะเองก็ตาม กับภาคเอกชนนะครับ ทีนี้น้อง ๆ ก็บอกว่าการศึกษาของผู้พิการล่ะ มีส่วนร่วมจากภาคเอกชนที่จะมาช่วยในการออกแบบได้เหมือนกันนะครับผม ในช่วงลำดับถัดไป ขอ 3 นาทีนะครับ สามารถเป็นข้อเสนอให้กับน้อง ๆ เพิ่มเติม หรือว่าสอบถามก็ได้ครับ (กรรมการ) อันนี้ถามเฉย ๆ แล้วกันค่ะ ปกติที่เรารู้สึกว่าการเรียนการสอนมันไม่มีความไม่น่าสนใจ แล้วอยากรู้ว่ามันเคยมีการไปเทรนนิงหรือการเรียนอะไรบ้างไหมที่เรารู้สึกว่าตอบโจทย์ และรู้สึดว่าอันนี้ตอบโจทย์ ที่รู้สึกนะคะ น่าจะเป็น AI ค่ะ ที่โรงเรียนเพิ่งเอามาทำเป็นสอนเกี่ยวกับการใช้ AIอะไรแบบนี้น่ะค่ะ (กรรมการ) รู้สึกว่าอันนี้น่าสนใจใช่ไหมคะ (ผู้เข้าแข่งขันหญิง) ใช่ค่ะมันน่าจะเข้ากับสถานการณ์ในโลกปัจจุบันค่ะ (กรรมการ) เป็นเรียนออนไลน์หรือว่าเป็นการเรียนแบบเจอกัน (ผู้เข้าแข่งขันหญิง)เป็นแบบ เรียนเจอกันเลยค่ะ เป็นแบบเรียนแบบเจอกัน (คณะกรรมการ) ขอบคุณค่ะ (พิธีกรชาย) ครับ ก็อันนี้เป็นข้อเสนอแนะนำนะครับ อยากให้ลองมองอาจจะขอเสนอแนะของน้องนี่มันเป็นมุมมองของเราใช่ไหมครับ ในการตอบโจทย์แต่ว่า ถ้าเราจะเพิ่มความเข้มแข็งให้กับมุมมองของเรานี่ เราอาาจะลองคิดว่าผู้จ้างงาน มุมของผู้จ้างงานล่ะเขามองอะไร ทำไมเขาถึงรับคนเข้าทำงาน ไม่ว่าจะเป็นคนปกติ หรือคนพิการนะครับ ถ้าเราเข้าใจมุมของเขาแล้วเรามองย้อนกลับมา Design หลักสูตร Design การเรียนการสอนให้เหมาะกับมุมของผู้จ้างงานนะครับ การเรียนการสอนก็จะมีคุณภาพมากขึ้น ตอบโจทย์ กับผู้จ้างงานมากขึ้น เราก็สามารถมีโอกาสได้รับการจ้างงานมากขึ้นถูกไหมครับ เพราะเราสามารถตอบโจทย์ของเขาได้ เพราะฉะนั้นนี่พี่อยากจะให้มองอย่างเข้าอกเข้าใจกันทั้งสองฝ่าย ทั้งสองมุม ก็คือถ้าเราเป็นเขาว่า โอเคถ้าเรานึกถึงตอนที่เราโต ว่าถ้าเราเป็นเจ้าของธุรกิจนี่เราอยากได้อะไร เราต้องมองจากตรงนั้นแล้ว Design หลักสูตรย้อนกลับมา เราจะได้สิ่งที่มันถูกต้องตามโจทย์ที่เขาต้องการ อาจจะเพิ่มมุมนี้เข้าไปนะครับ ขอบคุณครับ (พิธีกรชาย) เหลือ 30 วินาทีสุดท้ายนะครับ น้อง ๆ อยากจะกล่าวอะไรเพิ่มเติมไหมครับ คิดว่าคำถามไม่น่าทันแล้วครับ (ผู้เข้าแข่งขันชาย) ก็ขอขอบคุณนะครับ ที่ให้เข้ามามีส่วนร่วมในการทำกิจกรรมครั้งนี้เพื่อผู้พิการด้วย กิจกรรมครั้งนี้เปิดโลกของพวกเรามากมายนะครับ แล้วเราคิดว่าการศึกษานี่เหมาะสำหรับทุกคน แล้วก็ไม่ควรที่จะ Limit ใครเพียงเพราะว่าเขาพิการ ขอบคุณครับ (พิธีกรชาย) ขอเสียงปรบมือให้ด้วยครับ ในที่สุดนะครับ เราก็มาถึงช่วงสุดท้ายของการนำเสนอนะครับ เมื่อกี้แจ้งว่าโค้งสุดท้ายแล้ว ทีมงานตกใจ ว่าเรายังเหลือ 2 ทีม ใช่ครับ เรายังทีมที่ 7 นะครับ แต่เรามี 8 ข้อเสนอนะครับ และข้อเสนอต่อไปก็เป็นข้อเสนอสุดท้ายนะครับ เดี๋ยวขอเรียนเชิญกลุ่มที่ 8 นะครับ กลุ่มนโยบายเบี้ยคนพิการที่ตอบโจทย์ต่อการกำเนิดชีวิตครับ (ผู้เข้าแข่งขันหญิง) สวัสดีค่ะ เชฟวี่นะคะ เป็นตัวแทน 1 กลุ่มนะครับ ที่สนใจในกลุ่มเบี้ยคนพิการตอบโจทย์สำหรับคนพิการนะคะ ก็เป็นตัวแทนคนพิการคนหนึ่ง กับดิวนะคะ ก็เป็นเพื่อนคนพิการอีกคนหนึ่งนะคะเจฟฟี่คิดว่าทุกคนก็ทราบกันดีนะคะ เงินเดือนเดือนละ 800 บาท อยู่แล้วนะคะ ซึ่งมันไม่เพียงพอนะคะ สำหรับเศรษฐกิจเงินเฟ้อปัจจุบันนี้แล้วก็ ค่าครองชีพที่สูงมากขึ้น อันนี้ก็ต้องยอมรับจริง ๆ เพราะว่าคนปกติก็มีปัญหาเรื่องนี้เหมือนกันในบางกลุ่มนะคะ แล้วก็อยากจะให้ทุกคนนะคะ เข้าใจว่าผู้พิการนี่ต้องใช้เงินมากกว่าคนปกติอย่างน้อย 1-2 เท่านะคะ เช่น ในเรื่องการเดินทางนะคะ ขนส่งสาธารณะอย่างนี้ค่ะ แบบรถสาธารณะยังไม่อำนวยความสะดวกให้กับผู้พิการจริง ๆ นะคะ อย่างเช่น ผู้พิการทางร่างกายนะคะ จึงจำเป็นต้องรถโดยสารที่ใช้ผ่านแอปพลิเคชันน่ะค่ะ หรือว่าเงินที่จะต้องใช้ในการซื้ออินเทอร์เน็ตเพื่อเข้าถึงล่ามออนไลน์การเข้าถึงถ่านใช้ในเครื่องช่วยฟัง และยังเป็นปัญหาสำหรับกลุ่มผู้พิการในวัยที่กำลังศึกษาอยู่ แล้วก็ผู้พิการที่อยู่ในวัยชราด้วย ตรงนี้นะคะ เป็นประเด็นสำคัญที่ควรเอามายกพูดคุยกันในวันนี้นะคะ แล้วก็อยากจะให้ทุกคนคิดว่า ตรงนี้นะคะ คือ สิทธิของผู้พิการที่ควรได้ แล้วจำเป็นต้องได้จริง ๆ ค่ะ เพราะมันสำคัญในการดำเนินชีวิตเดี๋ยวเราไปฟังนโยบายจากพี่เคนโด้กันเลยค่ะ (ผู้เข้าแข่งขันชาย) ครับ พวกเราก็ได้ไปศึกษานะครับ ผ่านตัวนโยบายที่เกี่ยวข้องนะครับ เราก็พบว่ามันมีช่องโหว่และช่องว่างขอนโยบายอยู่นะครับ ในเรื่องของ เบี้ยผู้พิการนี่ครับ พ.ร.บ. หรือเป็นระเบียบนะครับ เขาบอกว่าเบี้ยผู้พิการจะจ่ายอะไร อย่างไรบ้างนะครับ แต่ไม่มีบรรทัดไหนเลยนะครับ ที่ระบุว่าเขาอิงมาจากเกณฑ์อะไร แล้วใช้มาตรฐานอะไรมาวัด หรือเป็นเพียงแค่เบี้ยปลอบใจเท่านั้น สิทธิและสวัสดิการที่ระบุในมาตรา 20 ของ พ.ร.บ. นะครับ สิทธิที่กล่าวแล้วนะ แต่ว่าไม่สอดคล้องกับสิทธิและค่านิยม เช่น ในเรื่องของล่ามแปลภาษามือนะครับ ในเรื่องของอินเทอร์เน็ต หรือว่าในเรื่องของค่าเดินทางนะครับ ข้อที่ 3 ในการ Track แล้วก็ติดตามเบี้ยคนพิการว่าเบี้ยตัวนี้ไปอยู่ตรงไหนแล้ว ขาดระบบนี่ อาจจะทำให้เรื่องของการขาด การโกง เบี้ยอันนี้นะครับ ไม่ถึงกับผู้พิการ ในช่องโหว่งของนโยบายทางออกทั้งหมด 3 นโยบายนั่นเองครับ นโยบายแรกนะครับ ในเรื่องของการเพิ่มเบี้ยผู้พิการครับ เบี้ยผู้พิการครับ ในเด็กหรือในเยาวชน เราควรคิดว่าควรเพิ่มไปอยู่ที่ 1800 ต่อเดือน แล้วในส่วนของประชาชนทั่วไปหรือประชาชนทั่วไปขั้นต่ำของความยากจน 3,000 บาทต่อเดือนครับ นโยบายอย่างที่ 2 ก็คือในเรื่องของสิทธิและสวัสดิการที่ควรจะเพิ่มขึ้นมา เช่น ในเรื่องของค่าเดินทางนะครับ ในเรื่องของค่าอินเทอร์เน็ตที่จำเป็นต่าง ๆ นะครับ และอย่างสุดท้ายในข้อที่ 3 การ Tracking ในเรื่องของเบี้ยผู้พิการสามารถตรวจสอบได้ เพื่อความโปร่งใส สามารถที่จะตรวจสอบย้อนหลังได้นั่นเองนะครับ ซึ่งเราคิดว่านโยบายทางออกทั้ง 3 นโยบายนะครับ เป็นทางออกระยะยาว ระยะสั้น ทำได้ง่ายนะครับ เพื่อที่จะทำให้คุณภาพชีวิตของผู้พิการสามารถดีขึ้นแล้วก็ใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุขและสมภาคภูมินั่นเองครับ ก็ของพวกเราก็ประมาณนี้ครับ ขอบคุณครับ (พิธีกรชาย) ขอบคุณครับ ข้อเสนอ ปังมากสำหรับกลุ่มสุดท้ายเลยนะครับ สมกับเป็นกลุ่มที่ 8 เลย เดี๋ยวขอไปขอเป็น 3 นาทีสำหรับข้อเสนอและคำถามสำหรับกลุ่มนี้ได้เลยครับ (กรรมการ) พี่ขออนุญาตพูดเป็นคนแรกแล้วกันนะคะ เรื่องของเบี้ยคนพิการที่ไม่ตอบโจทย์ ต่อการดำเนินชีวิต ก็ต้องขอขอบคุณน้อง ๆ นะคะที่กรุณาได้ไปศึกษาถึงกฎหมาย แล้วก็สิทธิสวัสดิการที่ค่อนข้างจะชัดเจน แล้วก็เห็นถึงข้อบกพร่อง แล้วก็ได้นำเสนอมาตรการในแต่ละอย่าง แต่สิ่งที่พี่อยากให้เพิ่มเข้าไปนะคะ ว่าสิ่งที่น้อง ๆ นำเสนอมานี่น้อง ๆ เคยพูดตรงที่นำเสนอว่าในกฎหมายนี่ ไม่ได้บอกว่าฐานคิดมันมาจากที่ไหนอย่างไร และข้อเสนอของน้องมี 1 2 3 น้องอาจจะเพิ่มเรื่องของฐานความคิดที่น้องเอามานำเสนอหรือการคำนวณเบี้ยยังชีพหรืออะไรก็ตาม ว่าสิ่งที่จะเพิ่มหรือจะให้เงินคนพิการนี่ เราจะนำเงินตรงนั้นมาจากได้ส่วนใดบ้าง อันนี้ก็จะทำให้เห็นภาพได้ชัดเจนขึ้นนะคะ ขอบคุณครับ (พิธีกรชาย) ครับ (ผู้เข้าแข่งขันชาย) ขอบคุณครับ (พิธีกรชาย) เดี๋ยวให้ทางคณะกรรมการได้แนะนำนะครับ แล้วเดี๋ยวเราจะได้มีการตอบคำถามนะครับ (กรรมการ) อย่างนั้นขอถามค่ะ ว่าระบบ Tracking เบี้ยคนพิการที่เรารู้สึกว่าน่าจะใช้งานได้ง่าย และตรวจสอบได้ ในใจมีไหมคะ ว่าอยากให้เป็นระบบประมาณไหน (ผู้เข้าแข่งขันชาย) ครับ ตอนนี้เท่าที่เราศึกษานะครับ ตอนนี้ก็จะมีส่วนของเว็บไซต์ ของ พม. เอง แล้วก็กระทรวมหาดไทยเอง ทั้งของผู้สูงอายุ และผู้พิการนโยบายใหม่ ก็คือ Citizen Portal ที่ในเรื่องของการทำแอปพลิเคชัน ทางลัดนะครับ อันนั้นผมคิดว่าก็เป็นแอปพลิเคชันที่ดีเหมือนกัน ที่จะสามารถ Add on ในเรื่องของ Tracking เบี้ยของผู้พิการเข้าไปได้ ซึ่งก็มีนะครับ มีเพียงแค่หน้า UI ครับ ไม่มีการลงทะเบียนหรืออะไรเข้าไปหรือว่า Access เข้าไป ตรงนี้ผมคิดว่า ในเมื่อเรามีฐานอยู่แล้วครับ ก็สามารถพัฒนาต่อได้ แล้วก็ Track ได้เรื่อย ๆ อย่างนี้ครับ (กรรมการ) ก่อนอื่นก็ต้องขอชื่นชมนะครับ ว่าศึกษามาดีจริง ๆ นะครับ แต่ว่าก็มี 2 จุดที่พี่อาจจะเพิ่มเติมนะครับ เวลาที่เขาคิดนโยบายนี่ เราต้องคิดว่าผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมดหรือว่าองค์ประกอบทั้งหมดของนโยบายนี้มันมีอะไรบ้าง นะครับ แต่ว่าสิ่งที่นำเสนอนี่ อันนี้ขออนุญาตบอกว่าถือว่าเขานำเสนอได้เข้มแข็งนะครับ คอมเมนต์ในเรื่องการทำนโยบายจริง ๆ ไม่ใช่ระดับที่ว่าเป็นน้องเยาวชนแล้วนะครับ อันนี้ระดับ Policy Maker แล้วนะครับ มันขาดแค่ตรงจุดที่ว่า เงิน แหล่งเงินเอามาจากไหนนะครับ เพราะว่าการที่เราจ่ายเดือนละ12,000 บาทนี่ ถ้าคูณจำนวนคนเข้าไปนี่ มันเป็นเงินมูลค่ามหาศาลมาก ทีนี้ แหล่งเงินนี่ อาจจะไม่จำเป็นที่จะต้องเป็นแหล่งเงินใหม่ แต่อาจจะเป็นแหล่งเงินเก่า จากนโยบายเดิมจากอะไรก็ตามที่เป็น Source of fun เดิม แล้วมันอาจจะดูไม่เหมาะสมกับสถานการณ์ที่เป็นอยู่ ณ ปัจจุบัน เราเอามารีชัฟเฟิลมันได้ แล้วเอามาเป็นตรงนี้ได้นะครับ เนื่องจากว่าไอเดียที่ดีมาก ๆ คือการโดนตรง เข้าสู่คนพิการ อันนี้มันจะทำให้คนพิการนี่ได้รับเงินเต็ม ๆ เหมือนเรามีแท่งไอศกรีม จากรัฐบาลสู่คนพิการเลย แท่งไอศกรีมก็ยังคงเป็นแท่งไอศกรีม ใช่ไหมครับ การรั่วไหลหายไประหว่างทางก็จะไม่มีนะครับ ถ้าในทางนโยบายนี่เขาเรียกว่า ค่า Admin Cost นี่ หรือว่าค่าบริหารจัดการนี่มันต่ำ เรียกว่าแทบจะเป็น 0 เลย ส่วนทำอย่างไรพี่มีข้อเสนอแนะที่ทำได้ง่ายกว่านะครับ ปัจจุบันเรามีพร้อมเพย์ใช่ไหมครับ ทำไมเราไม่ให้เงินจ่ายออกจากกระทรวง พม. ตรงเข้า PromptPay ของแต่ละคนเลย ระบบ Mobile banking ต่าง ๆ ก็ มี Alert อยู่แล้วเงินเข้า ทุกเดือน ๆ เช็กได้ใช่ไหมครับ แทบจะไม่ต้องลงทุนอะไรเพิ่มเลย ถูกไหมครับ อันนี้อาจจะง่ายกว่าครับ อันนี้เป็นคอมเมนต์ระดับ Policy Maker เลยนะครับ ขอบคุณครับ ขอบคุณมากครับ แต่ว่าเมื่อกี้สัมผัสได้ว่าน้อง ๆ อยากจะตอบคำถามแรก เลยขอให้เวลาสั้น ๆ ในการตอบคำถามแรกนิดหนึ่งครับ (ผู้เข้าแข่งขันชาย) ครับ ก็ อย่างแรก ก็เห็นด้วยกับอาจาย์ท่านสุดท้ายเลย ว่าการบริหารจัดการนะ การจัด ควรวางอยู่ที่ส่วนไหนอะไรอย่างนี้ครับ พอเรากลับไปดูแล้วนะ ขณะเดียวกันคุณภาพชีวิตคนพิการ ก็ค่อนข้างจะลำบากนะ 800 บาทต่อเดือน เรากินข้าวมื้อละเท่าไรครับ เรากินข้าว สามมื้อ 800 เหลือเท่าไรครับ เหลือ 26 บาทต่อมื้อ ถามว่าวันนี้มีใครกินข้าวมื้อหนึ่ง 26 บาทไหมครับ อันนี้อาจจะเป็นคำถามที่ชวนคุยนะ อันนี้ผมคิดว่าการมีสวัสดิการที่ดี มันก็ช่วยส่งเสริมด้วย ไม่ใช่แค่เป็นตัวเม็ดเงินอย่างเดียว อาจจะถามตัวเองด้วยว่า เรากินข้าววันหนึ่งมื้อเท่าไร แล้วคูณเข้าไปว่ามันควรจะเท่าไร ผมคิดว่าการมีสวัสดิการที่ดี มันจะส่งเสริมให้คนพิการได้มีคุณภาพชีวิตที่ดีแน่นอน ระยะยาวมันอาจจะไม่ได้จ่าย ต้องจ่ายแพงขึ้นไปเรื่อย ๆ ผมคิดว่าวันหนึ่งที่คุณภาพชีวิตคนพิการดีขึ้นนี่เขาจะต้องการน้อยลง รับจะต้องจ่ายน้อยลง เพราะเขาได้ออกไปทำงาน ไปใช้ชีวิตของตนเอง ก็เป็นโอกาสที่ดี ขอบคุณคณะกรรมการครับ (พิธีกรชาย) ขอเสียงปรบมือให้กับกลุ่มสุดท้าย กลุ่มที่ 8 ด้วยนะครับ ฐานคิดในการเสนอฐานเบี้ยคนพิการ ก็ดูจากระดับค่าครองชีพที่สูงขึ้นในแต่ละวันนะครับ โอเคครับ ในช่วงต่อไปครับ เราจะมีเวลา 10 นาที มีการรวบรวมคะแนนจากคณะกรรมการ มี3 รางวัลนะครับ 3 รางวัลที่เราได้แจ้งเบื้องต้นแล้วจะเป็นของกลุ่มไหนบ้างนะครับ เดี๋ยวช่วงนี้ก็จะมีคนรวบรวมคะแนนจากท่านคณะกรรมการนะครับผม และ 10 นาทีนี้เราจะไม่ปล่อยให้ท่านเหงาแน่นอนนะครับ เราจะไม่ปล่อยให้ท่านนั่งอยู่เฉย ๆ จะมีการลงไปพูดคุยสอบถามนะครับ ว่าหลังจากที่เรานั่งฟังข้อเสนอนโยบาย จากน้อง ๆ ทั้ง 8 กลุ่มแล้วนะครับ เรามีข้อคิดเห็นอย่างไรบ้างนะครับ เดี๋ยวไมค์จะเดินลงไปครับ มีใครเดินไมค์ให้ผมหน่อยไหมครับ ขอบคุณมากครับ มีไมค์อยู่ตัวนั้นแล้วนะครับ ถ้าเกิดใครอยากจะแชร์นะครับ แชร์ความคิดหรือความรู้สึกต่อน้อง ๆ ทั้ง 8 กลุ่มนะครับ สามารถยกมือได้เลยนะครับ หรือจริง ๆ อยากจะเสนอแนะเพิ่มเติม เมื่อกี้เราได้นั่งฟังอย่างเดียว อยากจะเสนอเสริมจากคระกรรมการก็ได้เช่นกันนะครับ มีไหมครับ กำลังคิดกันอยู่นะครับ เห็นหน้าคิดกันหนักมาก จะเสนออะไรดีนะครับ ไม่มีหรือครับ มีหน้าม้าไหมครับ ฝั่งซ้าย ฝั่งซ้ายของเรา อย่างนั้นเดี๋ยวเราลงไปสอบถามกันดีกว่า เมื่อกี้น้อง ๆ ที่ได้ขึ้นมานำเสนออยู่บนเวทีรู้สึกอย่างไรบ้างนะครับ ไม่มีข้อเสนอให้กับน้อง ๆ ไม่เป็นไรครับ น้อง ๆ แชร์ความรู้สึกได้เลย เมื่อกี้ขึ้นไปอยู่บนเวทีกัน รู้สึกอย่างไรบ้างครับผม อยากสัมภาษณ์คนไหนเลือกได้เลยครับผม ต้องให้น้อง ๆ เป็นคนเลือกผมดีกว่าครับ เราจะไม่ชอปปิงน้องนะครับ นี่ไง นี่ ต้นอ้อ โอเค น้องเฟิร์สใช่ไหมครับ อ๋อ น้องวัตร ขอโทษครับ น้องวัตรครับผม น้องวัตรรู้สึกอย่างไรบ้างเมื่อกี้ที่อยู่บนเวที (ผู้เข้าแข่งขันชาย) ก็รู้สึกประทับใจครับ แล้วก็เป็นครั้งแรกได้มีโอกาสมาแลกเปลี่ยนความคิดแล้วก็มาพูดคุยนโยบายให้กับท่านคณะกรรมการได้รับฟังความคิดเห็นแล้วก็รับฟังนโยบายของเราครับ แล้วก็ต้องขอบคุณท่าน ผอ. กองการสื่อสารของ กสทช. ครับ ที่ท่านให้ความคิด แล้วก็ท่านให้ข้อเสนอแนะ รวมถึงมุมมองครับผม ก็จะนำไปแก้ไขและปรับปรุงให้ดียิ่งขึ้นต่อไปครับ (พิธีกรชาย) ขอบคุณนะน้องวัตร ขอเสียงปรบมือให้น้องวัตรด้วยครับ [เสียงปรบมือ] (พิธีกรชาย) เมื่อกี้น้องวัตรคือคนที่มีเสียงหนักแน่นมากบนเวทีนะครับ น่าจะใช้พลังงานเมื่อกี้ตอนอยู่บนเวทีหมดแล้ว ตอนนี้ดูเกร็งเลยครับ มีอีกท่านนะครับ น้องนัทนะครับ (ผู้เข้าแข่งขันชาย) รู้สึกตื่นเต้นแล้วก็ดีใจมาก ๆ เลย ก็เป็นเวทีที่ใหญ่มาก ครั้งแรกเลย ก็ในส่วนของข้อมูล เรามีเวลาจำกัดอยู่แค่ 3 นาที จริง ๆ เราตัวผมเองเป็นคนเสนอนโยบายในเรื่องของเกณฑ์การคัดเลือกนะครับ ทำให้เสียดายมากที่ไม่ได้พูดถึงปัญหาตรงนี้ หลาย ๆ ท่านอาจจะยังไม่รู้นะครับ มหาวิทยาลัยทั่วประเทศ รับอยู่แค่ 3 ประเภทด้วยกัน ก็คือผู้พิการทางสายตา ทางการเคลื่อนไหว แล้วก็ทางหูนะครับ ประเภทหูตึง ซึ่งผู้พิการทางประเภทอื่น ๆ จะไม่มีสิทธิ์ในการเข้าศึกษามหาวิทยาลัยเลย ซึ่งมันเป็นอีกนโยบาย หรือกฎเกณฑ์ ที่พวกผมอยากจะเรียกร้องให้เปิดโอกาสให้ผู้พิการทุกประเภทได้ออกมาแสดงความสามารถหรือ Support ความสามารถเขา ผมเชื่อว่า ผู้พิการหลาย ๆ คนนะครับ อยากได้โอกาส คือ เราไม่ได้อยากไปเรียนแล้วก็ได้ทันที สิ่งที่เราอยากได้อยากได้โอกาสและก็การแสดงความสามารถ การ Support ความสามารถของเราอย่างเต็มที่ครับ ครับผม (พิธีกรชาย) ขอบคุณมากครับ น้องนัท เดี๋ยวมีอีก 1 คนนะครับ น้องเชฟฟรี (ผู้เข้าแข่งขันหญิง) เชฟฟรีนะคะ ก็ตื่นเต้นและดีใจที่ได้มางานนี้มาก เพราะปัญหาของทุกคนเป็นปัญหาที่สำคัญและหลากหลายนะคะ เพราะว่าทุกคนก็มีความต้องการต่างกันและมีปัญหาต่างกันจริง ๆ นะคะ ตรงนี้ก็อยากให้เห็นความสำคัญจริง ๆ น่ะค่ะ แล้วบางการนำเสนอก็เวลาจำกัดจริง ๆ ที่ท่านผู้ใหญ่แนะนำมาหรือเสนอมา เราก็อาจจะมีคิดไว้บางในกลุ่ม แต่ว่ามันเวลาจำกัดค่ะ แล้วก็เห็นด้วยนะคะ แล้วก็รู้สึกว่าที่นี่ปังมาก และเลิศมาก แล้วคิดว่าจะพัฒนาและสังคมไทยเราได้ดีที่สุด ขอบคุณค่ะ [เสียงปรบมือ] (พิธีกรชาย) เมื่อกี้ได้ยินเสียงแว่ว ๆ บอกมาเลยนะครับ ว่า "สวยมากครับ " มีอีกสักคนไหมครับ น้อง ๆ ภาครัฐบ้างก็ได้นะครับ ไม่มี ไม่เป็นไรครับ เดี๋ยวเรามาหาทางท่านคณะกรรมการกันก่อนดีกว่า เมื่อกี้ที่ได้ฟังข้อเสนอไปแล้ว มีการให้ข้อเสนอแต่ยังไม่ได้พูดถึงความรู้สึกเลยนะครับ ว่าหลังจากฟังข้อเสนอน้อง ๆ แล้วรู้สึกกันอย่างไรบ้างครับ มีใครอยากจะเล่าหรือแลกเปลี่ยนไหมครับ ว่าหลังจากที่ฟังแล้ว รู้สึกอย่างไรบ้างครับผม ได้ครับ (กรรมการ) ขอขอบคุณทางทีมงานที่จัดกิจกรรมนี้ขึ้นมานะครับ ส่วนตัวนี่ ไม่รู้ว่าตัวเองไม่รู้ว่าปัญหาที่ 8 กลุ่มนี่มันเป็นสิ่งที่คนธรรมดาอย่างผมมองข้ามไป อันนี้ก็เลยได้เห็นน้อง ๆ มา Address ปัญหาที่คนธรรมดาอาจจะมองข้ามไป ทำให้ผมนึกย้อนกลับไปอีกทีว่าจริง ๆ แล้วอย่างประเด็นกรณีปัญหาที่เกี่ยวกับเรื่องนักเรียน ผู้พิการที่อาจจะมีการเรียนอาชีพที่ ไม่ตรงกับ demand ของตลาดนี่ ตรงนี้ผมไม่แน่ใจอาจจะด้วยความที่ตัวเองไม่รู้ว่ามีสำนักงานสถิติหรืออะไรหรือเปล่าที่จัดทำข้อมูลตรงนี้ให้มัน sync กันนะครับ แล้วก็อัปเดตเรื่อย ๆ ตรงนี้ อันนี้ก็อยากจะฝาก ถ้ามีอันนี้ผมไม่ทราบจริง ๆ (พิธีกรชาย) ได้ครับ ถ้ามีตรงนี้ผมจะส่งให้ครับ ขอบคุณจริง ๆ ครับ ขอเสียงปรบมือด้วยครับ ขอบคุณครับ [เสียงปรบมือ] (กรรมการ) ครับผม ก็งานกิจกรรมนะครับ ใน 3 วันนี้ ทางผมเองก็คิดว่ามันเป็นโอกาสแล้วก้เป็นจุดเริ่มต้นที่ดีนะครับ ที่น้อง ๆ นะครับ ที่มีอาจจะมีความพิการที่แตกต่างกันนะครับ แล้วก็บวกกับคนที่ไม่พิการมาทำงานร่วมกัน มาเสนอไอเดียต่าง ๆ ที่จะแก้ปัญหาปัญหาหรือว่าช่วยเหลือนะครับ น้อง ๆ ผู้พิการนะครับ ให้สามารถดำรงชีวิตได้อย่างมีความสุขในสังคมได้นะครับ ก็คิดว่าในโอกาสถัด ๆ ไปนะครับ ถ้ามีโอกาสคิดว่า ถ้ามีกิจกรรมลักษณะอย่างนี้อีก สถาณทูตทางเราก็อยากจะสนับสนุนต่อไปนะครับ ให้น้อง ๆ มีโอกาสมาแสดงความคิดเห็นทางหัวข้อด้านความพิการหรือหัวข้ออื่น ๆ ต่อไปในอนาคต ก็ขอให้น้อง ๆ มีความสำเร็จในกิจกรรมใน 3 วันนี้นะครับ ขอบคุณครับ (พิธีกรชาย) ขอบคุณมากครับ [เสียงปรบมือ] [เสียงดนตรี] (พิธีกรชาย) ครบทุกคนเลยดีกว่าครับ เดี๋ยวผมจะเรียงจากคณะกรรมทุกท่านเลยนะครับ เรียงจากขวามาแล้วนะครับ เดี๋ยวขอเชิญท่านถัดไปครับผม (กรรมการ) ก็เป็นกิจกรรมที่น่าสนใจนะคะ แล้วก็เป็นสิ่งที่ผู้ใหญ่มารับฟังข้อเสนอของน้อง ๆ ที่เป็นเด็กเยาวชน ก็ต้องชื่นชมความสามารถของน้องนะคะ ที่ช่วงระยะเวลาแค่ 3 วันนี่ น้องสามารถที่จะไปศึกษาถึงนโยบาย ถึงข้อมูลต่าง ๆ แล้วมานำเสนอในเวลาที่จำกัด ในบางมุมมองสิ่งที่ผู้ใหญ่หรือคนที่ทำงานอาจจะมองข้ามไป วันนี้ก็ได้คุยกับทางน้องทีมาจากวัลแคน ก็มีอีกหลาย ๆ เรื่องที่น่าสนใจ แล้วก็อาจจะตั้งคณะทำงานเล็ก ๆ อย่างน้อง ๆ ที่มาบอกว่ามีหลาย ๆ เรื่อง ที่มันน่าจะสนใจ จัดตั้งมา Voice หรือว่ามาให้ข้อเสนอกับเราซึ่งอาจจะดำเนินการหรือแก้ไขปัญหาที่ คือโตแล้วมันอาจจะมองข้ามไป เป็นประเด็นสำคัญที่ อาจจะแก้ปัญหาระดับนโยบายได้ ก็ขอขอบคุณ ขอบคุณทุกหน่วยงานเลยนะคะ ที่ได้กรุณาสนับสนุนให้เกิดกิจกรรมตรงนี้ขึ้นมาขอบคุณค่ะ (พิธีกรชาย) ขอบคุณมากครับ (คณะกรรมการ) ก็ก่อนอื่นต้องขอชื่นชมน้อง ๆ เลยคือคนที่มาร่วมย่อมมีจิตที่จะเห็นอกเห็นใจ เข้าใจให้กับ เพื่อนมนุษย์ด้วยกันไม่ว่าเขาจะเป็นอะไร อันนี้เป็นจุดเริ่มต้นของการที่ประเทศไทย คนไทยทุกคนเราจะเดินไปด้วยกันนะครับ นั่นคือการมองเห็นคุณค่าซึ่งกันและกัน แล้วก็พอเรามาดูในตัวเนื้องานภายใต้ระยะเวลาที่จำกัด ถือว่าทำได้ดีมากนะครับ มีน้อง ๆ บางกลุ่มนำเสนอได้อย่างเห็นข้อเท็จจริงนะครับ นำเสนอได้อย่างจับต้องได้นะครับ แล้วก็มีบางกลุ่มสามารถไปถึงเลเวลทีเรียกว่าคิดจนเกือบจะเป็น Policy Maker ได้ ก็ ขอชื่นชมจริง ๆ ครับ ขอบคุณครับ (พิธีกรชาย) ขอบคุณครับ (กรรมการ)รู้สึกเสียดายค่ะ น่าจะมีเวลาฟังแต่ละทีมนานกว่านี้อีก เพราะว่ารู้สึกว่าทุก ๆ ทีมตั้งใจแล้วก็คิดมาอย่างละเอียดแล้ว ถึงแม้ว่าในการนำเสนอเองมันมีข้อจำกัดในเรื่องเวลาและอะไรหลาย ๆ อย่าง แต่ก็ดีใจที่ได้มาเป็นส่วนหนึ่งในการที่ได้มานั่งฟังวันนี้ คิดย้อนกลับไปในตอนเรียนเรื่อง Universal Design มันมีประโยคหนึ่งที่อาจารย์เคยบอกว่า จริง ๆ การที่เราจะคิดเผื่อถึงผู้พิการมันเป็นความรับผิดชอบหน้าที่ของทุกคน เพราะวันนี้เราอาจจะใช้ชีวิตของเราได้อย่างเต็มศักยภาพที่เรามี วันพรุ่งนี้มันอาจจะไม่ใช่ ศักยภาพของเราอาจจะไม่เหมือนเดิม เพราะฉะนั้นการที่เราให้ความใส่ใจถึงปัญหาต่าง ๆ ที่มีอยู่เหล่านี้ มันก็คือการทำเพื่อทุก ๆ คนในสังคมรวมถึงตัวเองด้วยนะคะ ก็ขอบคุณที่จัดงานดี ๆ แบบนี้ขึ้นค่ะ ขอบคุณค่ะ (พิธีกรชาย) ขอบคุณมากครับ [เสียงปรบมือ] (พิธีกรชาย)ได้ฟังเสียง ได้ฟังความรู้สึกของคณะกรรมการทั้ง 5 ท่านแล้วนะครับ รู้สึกปลาบปลื้มมากเลยนะครับ ที่น้อง ๆ ของเรานะครับ ส่งเสียงมาถึงผู้ใหญ่ของเราทั้ง 5 ท่านในวันนี้ และจริง ๆ ก็ทุก ๆ ท่านที่ได้รับชมการถ่ายทอดสดของเราอยู่ด้วยนะครับ คราวนี้ผมขอเช็กการส่งสัญญาณจากทางทีมงานนิดหนึ่งนะครับ เราเช็กคะแนนกันเสร็จหรือยัง ยังครับผม ต่อไปครับ เดี๋ยวเราจะมีการเดินไมค์ต่อ ผมเชื่อเลยว่าทุกทีมทำได้ดี การตัดสินคะแนนรางวัลของเรามันต้องยากแน่ ๆ เลยนะครับ ผมขออนุญาตเดินกลับมาทางขวาอีกเล็กน้อยนะครับ อยากมาฟังเสียงจากผู้รับฟังในงานนิดหนึ่งครับ ว่าฟังน้อง ๆ นำเสนอแล้ว รู้สึกอย่างไรกันบ้างครับ ขอสัก 1 ท่าน นะครับ [เสียงดนตรี] (พิธีกรชาย) มี 1 คน ขอบคุณมากครับ เราได้เฟ้นหาจนเจอนะครับ (ผู้เข้าร่วมงาน) จริง ๆ ต้องขอเรียนว่าคนพิการทุกคนนะคะ ไม่ได้ต้องการอะไรที่เป็นพิเศษ หรือแตกต่างจากคนอื่นเลยนะคะ สิ่งที่เขาต้องการ คือ การให้โอกาสนะคะ เพราะการให้โอกาสนี่ค่ะ เป็นจุดที่สำคัญที่สุดเลย ที่จะทำให้เราได้เข้าถึงสิทธิ์สวัสดิการต่าง ๆ นะคะ แล้วโดยส่วนตัวนะคะ ก็เคยได้ยินคำพูดของคนคนหนึ่งที่พูดแล้วทำให้ตัวเองจำ ก็คือเขาบอกว่าการจัดทำสิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ นี่ อย่าทำเพราะว่าให้มันมีขึ้น ทำเพราะให้เรา... ให้คนพิการน่ะค่ะ เกิดความรู้สึกว่าเราแคร์เขา ที่เราทำสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ให้เขา ก็ประมาณนี้ ขอบคุณค่ะ (พิธีกรชาย) ขอบคุณมากเลยครับผม การออกแบบสิ่งอำนวยความสะดวกนะครับ หลักการคิด Universal Design คือสิ่งที่เราคิดขึ้นมาเพื่อให้ใช้ได้ทุกคนจริง ๆ นะครับ ไม่ใช่เราออกแบบมา เห็นครับ ด้านหลังมาแล้วนะครับ ตอนนี้แย่งกันพูดแล้วหรือครับ เดี๋ยวไมค์เดินไปครับ (ผู้เข้าร่วมงาน) ครับผม ก็ ครับ เป็นคนออกแบบกระบวนการในการแข่งขันสำหรับเยาวชนทุก ๆ คนนะครับ ก็ขอเสียงปรบมือให้กับเยาวชนทุกคนก่อนนะครับ [เสียงปรบมือ] ทำได้ดีมากครับ ก็ค่อนข้างที่จะลุ้นทีเดียว ปกติจะใช้กระบวนการ อย่างเดียวนะครับ รอบนี้อยากจะเปลี่ยนการคิด โดยการที่เอาเยาวชนมาเหมือนผู้ออกแบบนโยบาย ฉะนั้นคือมันไม่ใช่แค่ไอเดีย มันเป็นการที่คุณต้องไปศึกษาว่านโยบายเดิมมันมีอะไรบ้าง และนโยบายที่ควรจะปรับปรุง และอะไรที่เป็นนโยบายใหม่ในการที่จะนำเสนอให้กับภาครัฐเอาไปใช้ต่อคืออะไร นะครับ ก็ถือว่าที่จริงมีระยะเวลา เราเริ่มทำกันตั้งแต่เมื่อวาน ก็คือที่จริง คือ 2 วัน 1 วันครึ่งด้วยนะครับ ทำ Research แล้วก็ในการที่จะ... คือ ก่อนที่น้องจะมานำเสนอเมื่อกี้นะครับ ก็จะผ่านกระบวนการนำเสนอในรูปแบบประชุมคณะกรรมการมาก่อนนะครับ ประชาพิจารณ์เมื่อเช้า เพราะฉะนั้น หลาย ๆ คนนี่ครับ ก็จะอยู่ในประเด็นด้านคนพิการ ซึ่งทั้ง 2 วันนี้นะครับ น้องได้แสดงศักยภาพอย่างเต็มที่นะครับ ก็แน่นอนนะครับ กิจกรรมในครั้งนี้ก็เป็นเสียงที่สะท้อนของเยาวชนจริง ๆ ในประเด็นของผู้พิการ ต้องขอขอบคุณทาง พม. ด้วยนะครับ ที่จัดงานนี้ ที่ฟังเสียงของน้อง ๆ ทุก ๆ คนครับ ขอบคุณครับ (พิธีกรชาย) ขอบคุณมากครับ ผมได้โพยมาเรียบร้อยแล้วนะครับ คณะกรรมการของเราได้ลงคะแนนเสร็จเรียบร้อยแล้วนะครับ และลำดับถัดไปเราจะเข้าสู่ช่วงการประกาศผลรางวัลกันเลยนะครับ ตื่นเต้นไหมครับ เห็นน้อง ๆ หลายคน คิดว่า ฉันแน่นอนนะครับ อยู่หลายคนเลย ลำดับถัดไปขอเรียนเชิญนะครับ เดี๋ยวจะต้องมีผู้มาให้รางวัลกับน้อง ๆ นะครับ เดี๋ยวจะขอเรียนเชิญ 2 ท่านนะครับผม ท่านแรกนะครับ จะขอเรียนเชิญคุณสราญภัทร อนุมัติราชกิจ อธิบดีกรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการครับผม และอีกท่านหนึ่งนะครับ ขอเรียนเชิญ Diana Johnson ผู้ช่วยฝ่ายวัฒธรรมและการศึกษา สถานทูตอเมริกา ขอเรียนเชิญครับ (พิธีกรชาย) ตอนนี้โพยเยอะมาก นะครับ ขออภัยครับผม เราจะเข้าสู่รางวัลแรกกันเลยนะครับ รางวัลที่ 1 นะครับ ทีมที่ได้รับ รางวัลที่ 1 นะครับ คือรางวัลขวัญใจกรรมการนะครับ นะครับ ใครคิดว่าเป็นทีมตัวเองขอเสียงหน่อยครับ และทีมที่ได้รับรางวัลนี้ ก็คือทีมที่ ทีมที่ 8 ขึ้นมาบนเวทีได้เลยครับ [เสียงปรบมือ] (พิธีกรชาย) ขอเสียงปรบมือให้กลุ่มที่ 8 ด้วยนะครับ ขอเสียงปรบมือดัง ๆ เลยครับ ถอดแมสก์ด้วยนะครับ จากนี้เราถอดแมสก์กันได้แล้วครับ ขอบคุณมากครับ ลำดับถัดไปนะครับ รางวัลที่ 2 ครับ รางวัลนี้คือรางวัลนำเสนอตรงใจนะครับ ใครมั่นใจว่าเมื่อกี้นำเสนอได้ปังมาก ขอเสียงของตัวเองหน่อยเร็วครับผม และทีมที่ได้รางวัลนำเสนอตรงใจนะครับ คือ ทีมที่ ทีมที่ 5 การสอบเข้าอุดมศึกษาของคนพิการครับผม เดี๋ยวเรามีอีกช็อตหนึ่งถอดแมสก์นิดหนึ่งนะครับ ขอบคุณครับ โอเคครับ ขอเสียงปรบมือดัง ๆ ให้ทีมที่ 5 อีกครั้งหนึ่งครับ และต่อไปนะครับ รางวัลที่ 3 รางวัลสุดท้ายครับผม ใครคิดว่าเป็นทีมตัวเองถอดแมสก์ได้เลยครับ เพราะเราไม่ใส่แมสก์ขึ้นเวทีแล้วนะครับ ถอดแมสก์กนัใหย่เลยนะครับ ที่ได้รางวัลนโยบายตอบโจทย์ ก็คือ ทีมที่ 2 มาตรฐานความปลอดภัยภายในอาคารภายใต้กรณีฉุกเฉินครับ นะครับ เดี๋ยวเราจะถ่ายรูปรวมสำหรับผู้ที่ได้รับรางวัลทั้ง 3 ทีม อีกสัก 1 รูปนะครับ เดี๋ยวในลำดับสุดท้ายนะครับ ขอเรียนเชิญทุกท่านเข้าถ่ายร่วมกันเลยนะครับ ขอทั้งกรรมการ ทั้งอีก 3 ท่านที่เหลือด้วยนะครับ แล้วก็น้อง ๆ ที่เข้าร่วมโครงการด้วยนะครับ ขอเรียนเชิญครับ ขอบคุณมากครับ ขอเสียงปรบมือให้ทุก ๆ ท่านอีกครั้งหนึ่งนะครับ ขอบคุณน้อง ๆ ทุกท่าน ทีมงานทุกคน แล้วก็คณะกรรมการ และผู้ใหญ่ทุกท่านเลยนะครับ สำหรับวันนี้ครับ ครับ แล้วเราก็เข้าสู่ช่วงสุดท้ายของโครงการเราแล้วนะครับ เราต้องขอขอบคุณคณะกรรมการทั้ง 5 ท่านนะครับ ที่มาเป็นส่วนหนึ่งในการรับฟังข้อเสนอแนะของน้อง ๆ ในวันนี้นะครับ งานนี้จะขาดใครไปไม่ได้เลยทั้งน้อง ๆ เยาวชนทุกคนที่เข้ามามีส่วนร่วมกับกระบวนการพัฒนานโยบายของเราใน 3 วันของเรา ทีมงานที่ตั้งใจทำ ในการเตรีบมกระบวนการให้น้อง ๆ มาศึกษาปัญหาและมาพัฒนานโยบายนะครับ แล้วก็ผู้ใหญ่ทุกท่านที่มารับฟังข้อเสนอแนะของน้อง ๆ เพื่อที่จะนำกลับไปพัฒนาเพิ่มเติม และผลักดันให้เกิดขึ้นจริงให้ได้นะครับ ก่อนอื่น ต้องบอกเลยนะครับ ว่าการศึกษานโยบายและปัญหาคือการศึกษาผ่านจากประสบการณ์ปัญหาโดยตรงของตนเองนะครับ ศึกษานโยบายที่มีอยู่นะครับ ซึ่งจริง ๆ จะเห็นว่าหลาย ๆ กลุ่ม มีอยู่แล้วนะครับ แต่การบังคับใช้งานกับเยาวชนของเราอาจจะยังไม่ทั่วถึงนะครับ ซึ่งข้อเสนอของน้อง ๆ ก็คือพัฒนาสิ่งที่มีอยู่แล้ว ให้ดียิ่งขึ้นไปอีกนะครับ เพื่อให้สามารถตอบโจทย์ผู้พิการทั้งเยาวชนและผู้พิการทุกคนสำหรับวันนี้นะครับ ก็ต้องขอขอบุคณทุกคนมากเลยนะครับ แล้วก็ได้ถึงเวลาที่ YSEALI Symposium ต้องจบลงแล้วครับ ขอบคุณครับ [เสียงดนตรี] [สิ้นสุดการถอดความ] [เสียงดนตรี]