(คุณเพลงรบ) และนี่คือปิดท้ายนะคะ หลังจากนี้ค่ะจะเข้าสู่พิธีการสำคัญ การมอบโล่ประกาสเกียรติคุณนั่นเองค่ะ และนี่จะเป็นการแสดงสุดท้ายนะคะ จากสมาคมผู้ปกครองผู้พิการทางสติปัญญา[เสียงดนตรี] (คุณเพลงรบ) โอเคค่ะ ขอเสียงปรบมือให้กับน้อง ๆ หน่อยได้ไหมคะ (คุณภัทราวรรณ) สวัสดีค่ะ (คุณเพลงรบ) สวัสดีครับ สวัสดีในช่วงบ่ายครับ ช่วงบ่ายนี้อาจจะเว้นว่างไป 1- ชม. นะ อาจจะกินข้าวแล้ว แต่ว่าหลังจากอิ่มท้องครับ บรรกาศแห่งความสุขแล้วก็รางวัลที่ทางกระทรวงการพัฒนาสังคมฯ จะมอบให้ยังไม่จบนะครับ (คุณภัทราวรรณ) ใช่ค่ะ (คุณเพลงรบ) เมื่อสักครู่เราได้เห็นการแสดงไปแล้วนะครับ ถ้าไม่ต้องมาอ่านรายนามที่ต้องได้รับรางวัลนะคะ เราจะออกมาเต้นแล้วโอเคครับ ก็ขอเสียงปรบมือให้กับทุกชุดการแสดงอีกครั้งหนึ่งครับ [เสียงปรบมือ] (คุณเพลงรบ) แล้วในฌโอกาสเดียวกันนี้ขอกราบเรียนนะครับท่านปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ท่านได้กรุณามาในช่วงบ่าย และแน่นอนท่านจะมามองโล่รางวัลให้กับองค์กรคนพิการด้วยและภาครัฐต่าง ๆ เอกชนที่ให้การสนับสนุนด้วยนะครับ (คุณภัทราวรรณ) ค่ะ ในโอกาสนี้นะคะ ท่านอนุกูล ปีดแก้ว ขึ้นมอบโล่ให้แก่องค์กรที่สนับสนุนด้านคนพิการ ประจำปี 2565 ค่ะ (คุณเพลงรบ) ขอเรียนเชิญและขอเสียงปรบมือด้วยครับ [เสียงดนตรี]แน่นอนนะครับ ว่าการมอบรางวัลในวันนี้นอกจากจะมีท่านปลัดแล้วนะครับ ก็ยังมีท่านผู้บริการกระทรวงอีกหลายท่าน ที่มาเป็นสักขีพยานในวันนี้นะครับ ผมขอนำเรียงรายชื่อผู้ที่ได้รับรางวัลองค์กรด้านคนพิการที่ได้รับรองมาตรฐาน มอพ 2554 ระดับดีมาก ชมรมสอะไรสระบุรี 5ค่ะเรในโอกาสนี้นะคะ ขอเรียนเชิญ นายอนุกูล ปีดแก้ว กล่าวขอบคุณหน่วยงานและองค์กรที่สนับสนุนคนพิการมา ณ โอกาสนี้ด้วยค่ะ (คุณเพลงรบ) ขอกราบเรียนเชิญ และขอเสียงปรบมือด้วยนะครับ (คุณอนุกูล) เรียนท่านอธิบดีส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ ท่านผู้ที่ได้รับรางวัลทุกท่านครับ ผมรู้สึกมีความยินดีอย่างยิ่งนะครับ ที่ได้เป็นเป็นส่วนหนึ่ง มาแสดงความยินดีกับทุกท่านได้รับรางวัลในวันนี้ ขอชื่นชมและขอบคุณทุกท่าน ที่ได้มีส่วนร่วมในการทำงานเพื่อสังคมร่วมกัน ทำให้ประเทศไทยดีขึ้นทุกวันนับเป็นสิ่งที่น่ายกย่องชื่นชมเป็นอย่างยิ่ง ขอแสดงความยินดีกับทุกท่านอีกครั้งหนึ่ง สำหรับทุกรางวัล แสดงความยินดีกับองค์กรคนพิการ องค์กรอื่น ๆ ที่มาสนับสนุนเครือข่ายคนพิการ และที่ให้บริการคนพิการที่ได้มาตรฐาน มอพ. 2554 ระดับดีมาก รางวัล 20 และรางวัลองค์กรที่สนับสนุนงานด้านคนพิการระดับดีเด่น และระดับดี ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งที่ส่งเสริมให้คนพิการมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น สามารถใช้ชีวิตร่วมกันในสังคมได้อย่างเสมอภาค เท่าเทียม ขอขอบคุณทุก ๆ ท่านที่มีส่วนในการพัฒนาศักยภาพคนพิการ ขอบคุณครับ [เสียงปรบมือ] (คุณเพลงรบ) ครับ ขอบพระคุณท่านปลัดกกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เป็นอย่างสูง ที่วันนี้ได้กรุณามามอบรางวัลนะครับ ให้กับคนพิการ รวมถึงองค์กรที่ให้การสนับสนุนคนพิการขอเสียงปรบมือให้กับท่านปลัดฯ อีกครั้งหนึ่งดัง ๆ นะครับ [เสียงปรบมือ] (คุณภัทราวรรณ) ลำดับต่อไปนะคะ ขอต้อนรับทุกท่านเข้าสู่ การนำเสนอ Young Southeast Asian Leaders Initiative หรือ ว่า YSEALI symposiumในโอกาสนี้นะคะ เดี๋ยวขอจัดเตรียมเพื่อจัดเตรียมในการนำเสนอค่ะ (คุณเพลงรบ) ครับผม [เสียงดนตรี] (คุณเพลงรบ) สวัสดีครับ สวัสดีทุกท่านนะครับ นี่หน้าม้าหรือเปล่าครับนี่ สวัสดีทุกท่านนะครับ ขอต้อนรับเข้าสู่งาน ขอเสียงปรบมืออีกสักทีหนึ่งครับ [เสียงปรบมือ] (คุณเพลงรบ) วันนี้เรามีคนมาร่วมงานเยอะมากเลยนะครับ ด้านหลังของเราอีกเพียบเลยนะครับ เสียงของไมค์กึกก้องไปด้านหลังเลยนะครับ โอเค สำหรับงาน YSEALI คืองานอะไรนะครับ ก่อนที่เราจะเริ่มกัน ผมขออนุญาตที่มาที่ไปของงานให้ทุกท่านทราบก่อนนะครับงานนี้นะครับ คุณรวิณ คุณเมธาณีนะครับและคุณจารุณี เป็นศิยษ์เก่าของสถาทที่ได้รับทุนสนับสนุนศึกษาต่อที่สหรัฐอเมิรกา ในประเด็น หรือการส่งเสริมการมีส่วนรว่มของประชาชน และ Economic empowerment การพัฒนาเศรษฐกิจครับ ได้ร่วมกันผลักดันโครงการต่าง ๆ ร่วมกับศิษย์เก่าสถานทูตเครือข่าย รวมไปถึงนโยบายผลักดันนะครับ โดยเฉพาะการจ้างงานคนพิการ open gorvernment partner ship ระบบเปิด กับหน่วยงานต่าง ๆ ครับ หน่วยงานต่าง ๆ อาทิ เช่น สำนักงานคณะกรรมพัฒนาระบบราชการสำนักปลัด สำนักนายกรัฐมนตรี กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ครับ โดยความร่วมมือกับกระทรวง เกิดขึ้นมาเมื่อประมาณ 2 ปีที่แล้ว นับความร่วมมือและผลักดันการจ้างงานคนพิการนะครับ ปัจจุบัน ความร่วมมือครั้งนี้ สามารถจ้างคนพิการได้ถึง 700 คน ผ่าน 2 กิจกรรมจ้างงานของ 2 องค์กร และ Sandbox ครับ เกิดเป็นการจ้างงานหลักนะครับ คือ AI data laballing ที่สร้างผลิืตภัณฑ์ออกมาหลากหลายเลยนะครับ ทั้ง Ai Call Center และ smart home ครับ และรวมไปถึงบริการ Home Service ครับผม โครงการความร่วมมือนี้นะครับ มีเป้าหมายนะครับที่ปีหน้าจะสร้างอาชีพใหม่ให้คนพิการ ถึง 1,000 อัตรา นับว่าความร่วมมือกับภาครัฐแบบเผิดผ่านระบบบริหารภาครัฐแบบเปิด คนพิการนั้นประสบความสำเร็จอย่างมากนะครับ และเป็นตัวอย่างที่ดีในการบริหารราชการนะครับ นอกจากการสร้างอาชีพใหม่ให้กับคนพิการแล้วนะครับ ทั้ง 3 ท่าน จึงอยากจะได้อยากเริ่มขับเคลื่อนความสำเร็จต่อไปถึงขั้นนโยบาย โดยเปิดเวทีให้เยาวชนและประชาชนทั่วไปผู้เป้น Active citizen ที่มีความสนใจ เข้ามาร่วมผลักดัน และร่วมขับเคลื่อนของผู้พิการ ร่วมกับภาครัฐ ผ่านออกมาเป็นโครงการ YSEALI SYMPOSIUM นะครับ ได้รับการสนับสนุนหลักจากสภานทูตฯ อเมริอเมริกา โครงการ YSEALI เป็นโครงการที่เปิดโอกาสให้ผู้ที่สนใจเข้าร่วมขับเคลื่อนนโยบายกับหน่วยงานภาครัฐครับ ร่วมกันแสดงความคิดเห็นและเป็นส่วนหนึ่งของกลไกในการช่วยภาครัฐขับเคลื่อนนโยบายภาครัฐร่วมกับภาคเอกชนครับ และเป็นเวทีให้หน่วยงานภาครัฐได้มีโอกาสแลกเปลี่ยนมุมมองกับผู้ที่สนใจและข้องกับหน่วยงานของตนเองและสร้างภาคีเครือข่ายกับ Young Shake maker เพื่อสร้างความเปลี่ยนแปลง ครับ หวังว่าเวทีนี้นะครับ จะได้เป็นเวทีตัวอย่างในการสร้างความร่วมมือของภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาสังคมที่หยั่งยืนและหวังเป้นอย่างยิ่งครับว่า จะได้เห็นเวทีอย่างนี้เกิดขึ้นอีกหลายเวทีในอนาคนครับ และนี้ก็คือที่มาของ ในลำดับถัดไปครับ เดี๋ยวจะเข้าสู่การดำเนินงานแล้วนะครับ จะขอเริ่มการเปิดงานโดยการเรียนเชิญคุณ Diana Johnson ผู้ช่วยฝ่ายวัฒนธรรมและการศึกษาสถาณฑูตสหรัฐอเมริกาขอเสียงปรบมือด้วยครับ [เสียงปรบมือ] (ผู้แทนสถานทูตฯ สหรัฐอเมริกา) [เสียงปรบมือ] ขอบคุณคุณ Diana johnson นะครับ ในลำดับถัดไปนะครับ จะขอเรียนเชิญคุณศรันย์ภัทร อนุมันราชกิจ อธิบดีกรมส่ชีวิตคนพิการ ขึ้นมากล่าวเชิญเลยครับ [เสียงดนตรี] คุณ Diana Johnson แล้วก็ท่านผู้แทนบริษัท Microsoft ท่านผู้แทนบริษัท คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และโทรคมนาคม ผู้แทนบริษัทซัมซุง ประเทศไทยจำกัด ผู้แทนมูลนิธิ SCG เยาวชนพิการ และแขกผู้มีเกียรติทุกท่านนะคะ กราบขอบพระคุณทางสถานทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทยแล้วก็หน่วยงานทั้งหลายที่ได้กรุณาสนับสนุน ให้เกิดงาน Young Southeast Asian Leaders Initiative นะคะ ขอยินดีอย่างยิ่งที่จะเป็นเวทีสำคัญที่จะนำเสนอความสัมพันธ์ด้านนวัตกรรมเชิงนโยบายสำหรับคนพิการในวันนี้ ต้องเรียนว่าสถานการณ์ทางสังคม แล้วก็สภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วนี่ จะส่งผลสภาพปัญหาที่มีความซับซ้อนและมีแนวโน้มที่เพิ่มสูงขึ้นเรื่อย ๆ ไม่ว่าจะเป็นปัญหาภัยพิบัติทางธรรมชาติ ปัญหาการเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ สภาพเศรษฐกิจที่ผันผวน ตลอดจนการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 เป็นตัวอย่างที่เชิงประจักษ์ ทำให้คนในองค์กรและคนในยุคนี้ ต้องเผชิญกับสถานการณ์ดังกลล่าวข้างต้น นวัตกรรมจึงเป็นเรื่องที่สำคัญที่จะเตรียมพร้อมการเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้นในโลกภายใต้กระแสโลกาภิวัฒน์ ภาครัฐเองก็ต้องจัดการภาครัฐใหม่ เพื่อเตรียมพร้อม และรับการเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้น ก่อให้เกิดการสร้างนวัตกรรมมากมาย นวัตกรรมก็จะทำให้ภาครัฐปรับตัวได้ทันได้ความเปลี่ยนแปลงกับความก้าวหน้าของโลก แล้วก็มีที่มีประสิทธิภาพ ไม่ว่าจะเป็นนวัตกรรมด้านการบริการองค์การ นวัตกรรมทางความคิด นวัตกรรมเชิงนโยบายและก็จากสถานการณ์คนพิการนะคะ ที่มีคนพิการจดทะเบียน 2.1 ล้านคนนี่ หรือคิดเป็นร้อยละ 2.3 ล้านคนของประชากรทั่วประเทศ รัฐบาลไทยจึงมีความมจึงมุ่งมั่นและให้ความสำคัญจะส่งเสริมสิทธิ โอกาส และก็ความเสมอภาคที่เท่ากันของคพนิการ แล้วก็มุ่งหวังที่จะให้ประเทศไทย เป็นประเทศที่ให้สังคมแห่งโอกาสกับคนทุกคนนะคะ โดยเฉพาะอย่างยิงกระทรวงการพัฒนาและความมั่นคงของมนุษย์นี่ เราก็มีการขับเคลื่อนนโยบายที่สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติเพื่อจะให้ประเทศไทย มีความมั่นคง มั่งคั่ง แล้วก็ยั่งยืน รวมถึงดำเนินการตามแนวทางสหประชาชาติความสำคัญกับคนทุกคนที่เข้าถึงสิทธิ์สวัสดิการ และมีการพัฒนาศักยภาพ ดดยเฉพาะอย่างยิ่งในส่วนของคนพิการนะคะ เพื่อให้กลุ่มคนพิการทุกคนมีคุณภาพชีวิตที่ดี และเราจะไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง ในส่วนของกรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการเองเราก็กำหนดนโยบายแนวทางการขับเคลื่อนการดำเนินงาน และส่งเสริมคุณภาพชีวิตคนพิการ ด้านเชิงนโยบายสำหรับคนพิการ เพื่อและความเท่าเทียมใน 3 ประเด็นหลัก ไม่ว่าจะเป็นการคุ้มครองและช่วยเหลือคนพิการกลุ่มเปราะบาง โดยเราเร่งสำรวจ แล้วก็จัดเก็บข้อมูลคนพิการ ที่ยังไม่ได้เก็บข้อมูลคนพิการ มีการปฏิรูปการขึ้นทะเบียนคนพิการ มีการพัฒนาระบบแอปพลิเคชัน มีบัตรประจำตัวคนพิการดิจิทัล และมีการพัฒนาระบบแล้วก็พัฒนาศักยภาพคนพิการ โดยการพัฒนาระบบอาชีพใหม่ เพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงในยุคดิจิทัล และการพัฒนาผลิตภัณฑ์คนพิการให้มีความทันสมัย โดยเฉพาะอย่างยิ่งมีการใช้เทคโนโลยีมาใช้ในงานบริการ ไม่ว่าจะเป็นการกู้ยืมเงินประกอบอาชีพของกองทุนประกอบอาชีพและพัฒนาคุรภาพชีวิตคนพิการ และงานวิจัยและนวัตกรรมเป็นต้น Young Southeast Asian Leaders Initiative (YSEALI) symposium Innovative Policy เป็นเรื่องของนวัตกรรมเชิงสร้างสรร ขอโทษค่ะ เป็นเรื่องนวัตกรรมสร้างสรรเชิงนโยบายคุณภาพชีวิตคนพิการไทย เป็นการร่วมมือระหว่างกรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ แล้วก็สถานเอกข้าราชทูตประจำประเทศไทย และบริษัท โคเอชัน ก็จึงเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมที่สำคัญนะคะ ที่จะเปิดโอกาสให้เยาวชนคนพิการ รวมถึงเยาวชนทั่วไปที่สนใจงานด้านคพนิการได้มาร่วมกันเสนอแนวคิดด้านนวัตกรรมที่จะส่งระดับคุณภาพชีวิตคนพิการให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้นนะคะ ดิฉันขอขอบพระคุณสถานเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมกาประจำประเทศไทย บริษัท Microsoft ประเทศไทย จำกัด กิจการกระจายเสียงแห่งชาติ บริษัท Samsung ประเทศไทย จำกัด และมูลนิธิ SCG ที่ร่วมกันสนับสนุนโครงการนี้ แล้วก็หวังเป็นอย่างยิ่งว่า ข้อเสนอเชิงนวัตกรรม เชิงนวัตกรรมจะเป็นอีกหนึ่งนวัตกรรมในการส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการไทยต่อไป ขอบพระคุณ และสวัสดีค่ะ (พิธีกรชาย) ขอขอบคุณนะครับ คุณสราญพัฒ อธิบดีกรมส่งสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ สำหรับการกล่าวเปิดงานนะครับ เราใกล้ที่จะเข้ามาสู่ช่วงสำคัญของเวทีนี้แล้วนะครับ ในการนำเสนอข้อนโยบายจากเยาวชนนะครับ แต่ก่อนหน้าที่เราจะไปถึงช่วงที่นำเสนอของเรานะครับ จะมีผู้ใหญ่นะครับ มาร่วมรับฟังข้อเสนอของน้อง ๆ เยาวชนด้วยนะครับ ดดยมีทั้งหมด 5 ท่านนะครับ ที่จะมาร่วมรับฟังข้อเสนอของน้อง ๆ โดยให้คำคอมเมนต์ของน้อง ๆ นะครับ โดยที่ ในลำดับถัดไปนะครับ ขออนุญาตแนะนำผู้ใหญ่ทั้ง 5 ท่านครับ ท่านแรกครับ ก็พึ่งจะได้เดินลงจากเวทีเมื่อกี้เลยนะครับ คุณนะครับ อธิบดีนะครับ ลำดับถัดไปนะครับ คุณอดิษร เหล่าภิกุล Coordinator ผู้แทนเอกรัฐทูตสหรัฐอเมริกา ลำดับถัดไปครับ นางสาวรัชดาวรรณ สุดแสง Senior ผู้แทนบริษัท microsoft ประเทศไทย จำกัด ครับผม ลำดับถัดไปนะครับ นางสาว นะครับ ผู้แทนบริษัท Samsung ประเทศไทย จำกัด และท่านสุดท้ายนะครับ ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาองค์กรดิจิทัล คณะกรรมการโทรทันศ์ โทรคมนาคมแห่งชาติครับ และผู้ใหญ่ทั้ง 5 ท่านของเรานะครับ หลังจากที่ได้รับฟังข้อเสนอของน้อง ๆ แล้ว ก็จะมีการโหวตกันเล็กน้อยนะครับเพื่อที่จะให้มอบรางวัล สำหรับการอดหลับ อดนอนนะครับ เพื่อพยายามนำข้อเสนอ มานำเสนอกันในวันนี้นะครับ รางวัลทั้งหมด 3 รางวัลด้วยกันนะครับ แต่ไม่ได้เป็นรางวัลที่ 1 ที่ 2 หรือที่ 3 นะครับ เราจะไม่มีใครเป็นคนที่ดีที่สุดนะครับ เพราะทุกข้อเสนอนั้นดีเท่า ๆ กันเลยครับ แต่ว่าอย่างน้อยก็จะต้องมี รางวัลเป็นกำลังใจล่ะนะ มีกำลังใจที่เราได้มาร่วมแรงใน 3 วันที่ผ่านมานะครับ งั้นเรามาชื่อรางวัลทั้ง 3 รางวัลของเรากันเลยดีกว่าครับ รางวัลแรกนะครับ รางวัลขวัญใจกรรมการครับผม ขอเสียงปรบมือให้รางวัลนี้นิดหนึ่งครับ ใครอยากจะเป็นขวัญใจกรรมการนี่ต้องนำเสนอเต็มที่เลยนะครับ รางวัลที่ 2 นะครับ อันนี้เกี่ยวข้องกับกานำเสนอโดยตรงเลยครับนำเสนอตรงใจครับผม เราต้องคอยดูแล้วล่ะครับ ว่าคณะกรรมการท่านจะชอบการนำเสนอแบบไหนนะครับ และรางวัลสุดท้ายนะครับ วซึ่งตอบโจทย์กับการ งาน YSEALI Symposium ที่สุดเลยนะครับ นั่นก็คือรางวัลนโยบายตอบโจทย์ครับผมเรารู้ชื่อของทั้ง 3 รางวัลไปแล้วนะครับ เรามารู้กันบ้างดีกว่าครับ ว่าวันนี้น้อง ๆ จะได้มานำเสนอข้อเสนอนทางนโยบายทางด้านใดกันบ้างนะครับในช่วง 3 วันที่ผ่านมานะครับ น้อง ๆ ได้ใช้เวลาในการคุยกันถึงปัญหา ศักษาถึงนโยบายที่เกี่ยวข้อง และพยายามระดมกำลังความคิดนะครับ เพื่อน้อง ๆ ได้ทำการศึกษาและร่วมกำลังสมองในการคิดนโยบายทั้งหมด 5 ด้านด้วยกันนะครับ ด้านที่ 1 คือการเข้าถึงการศึกษา Access Education ด้านที่ 2 ประกอบอาชีพ ด้านที่ 3 การเข้าถึงสิทธิขั้นพื้นฐานและสวัสดิการ Acess to basic life and well โครงสร้างพื้นฐษน Access ด้านสุดท้ายนะครับ การเข้าถึงการดูแลสุขภาพAcess to Healt ครับ เราได้รู้จักข้อเสนอนโยบายไปแล้วนะครับ แล้วเราจะมาฟังข้อเสนอนโยบายจากน้อง ๆ ทั้งหมด 8 ข้อเสนอด้วยกันนะครับ ทุกคนอยากฟังข้อเสนอของน้อง ๆ กันหรือยังครับ เสียงเชียร์พร้อมมากเลยนะครับ ถ้าอย่างนั้นเราอย่าเสียเวลากันเลยดีกว่าครับ จะขอเรียนเชิญกลุ่มที่ 1 นะครับ ขึ้นมานำเสนอได้เลยนะครับ กลุ่มที่ 1 การเข้าถึงรถยนต์สาธารณะอย่างเท่าเทียมครับ ขอเสียงปรบมือด้วยครับ [เสียงปรบมือ] ((ผู้นำเสนอ) ค่ะ สวัสดีค่ะ พวกหนูเป็นตัวแทนกลุ่มในหัวข้อเรื่องโครงสร้างพื้นฐานการเข้าถึงรถยนต์สาธารณะอย่างเท่าเทียมค่ะ ซึ่งปัญหาที่พบนะคะ ก้คือการเรียกใช้รถยนต์สา๔ารณะ รถยนต์นี่ ไม่สามารถที่จะรองรับผู้พิการได้มากเท่าที่ควรค่ะ นะคะ เกินอัตราค่ะ ซึ่งเป็นประสบการณืโดยตรงจากหนูนะคะ ซึ่งก่อนอื่นนะคะ หนูจะบอกว่าหนูเป็น... เป็นเด็กต่างจังหวัดค่ะ ซึ่งการเรียกใช้รถยนต์สาธารณะต่างจังหวัดนะคะ ค่อนข้างลำบากค่ะ บางครั้งนี่ การเรียกใช้รถในแอปพลิเคชันนะคะ บางคันนี่ ก็ยังไม่เอื้อต่อผู้พิการค่ะ หรือบางคันนี่ก็จะปฏิเสธผู้โดยสารที่เป็นผู้พิการนะคะ เพราะรู้ว่าผู้พิการเป็นคนเรียกใช้ค่ะ แล้วบางคันนี่ก็มีรับผู้พิการจริงค่ะ แต่ก็มีการเรียกเก็บเงินยค่าบริการเกินอัตราค่ะ เพราะว่าเขาคิดว่าการช่วยเหลือผู้พิการนะคะ ทำได้ลำบากแล้วก็เสียเวลาในการรับอีกคนหนึ่งค่ะ ซึ่งจริง ๆ แล้วนี่ ตัวคนขับรถนะคะ ก็นั่งอยู่ในรถเฉย ๆ ค่ะ ไม่ได้ช่วยอะไรมากนักค่ะ ซึ่งส่วนมากนี่จะเป็นเพื่อนของหนูนะคะ ที่จะเป็นคนคอยช่วยค่ะ ดังนั้นนะคะ หนูก็เดลยหยิบยกประเด้นนี้ นำเสนอค่ะ (ผู้เข้าแข่งขันชาย) เรียนท่านอธิบดีกรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ ท่านคณะผู้บริหารและแขกผู้มีเกียรติทุกท่านครับ นอกจากปัญหาที่เกี่ยวกับเรื่องของการปฏิเสธรับผู้โดยสารแล้ว ผมขอเพิ่มเติมในเรื่องของปัญหานะครับ นอกจากจะปฏิเสธรับผู้โดยสารแล้ว สิ่งที่กลุ่มของพวกเรายังได้เจอปัญหา ก็คือ มีการรับผู้โดยสารแล้วไปส่งถึงจุดหมายไม่ถึงที่ หรือส่งต่างที่ หรืออาจจะมีการใช้เส้นทางที่อ้อมบ้างครับ มี 2-3 ข้อ ที่ผมอยากเรียนท่านอธิบดีครับ ข้อแรกครับในเรื่องของกฎหมายนะครับ ผมอยากให้มีการนำกฏหมายที่มีอยู่ นำออกมาใช้ให้เป็นรูปธรรม และใช้อย่างจริงจังมากขึ้นครับ ข้อที่ 2 เรื่องของการลดหย่อนภาษีรถสาธารณะสำหรับที่จะใช้ในการติดตั้งสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับผู้พิการ จะเป็นได้ไหม ที่เราจะลดหย่อนภาษีครึ่งหนึ่งครับ สุดท้ายนี้ผมอยากจะฝากความหวัง ถึงท่านอธิบดี ท่านปลัดฯ ท่านรัฐมนตรี ท่านจุติ ไกร ครับ ผมเชื่อว่า แบบนี้ไปรบรวนปรึกษาหารือ แล้วนำไปแก้ไขให้เป้นรูปธรรมและถูกต้องต่อไปครับ (พิธีกรชาย) โอเคครับ ได้ไมค์คืนนะครับ ขอเสียงปรบมือให้น้อง ๆ อีกสักครั้งหนึ่งครับ [เสียงปรบมือ] (พิธีกรชาย) นี่คือผลจากการที่น้อง ๆ ที่อยู่ในปัญหาได้ทำการศึกษาเพิ่มเติม และศึกษานโยบายเพื่อนำมาเป็นข้อเสนอสำหรับผู้ใหญ่ในวันนี้ และลำดับถัดไปเดี๋ยวเราจะมีเวลาให้คณะกรรมเป็นเวลา 3 นาทีครับ ในการสอบถามน้อง ๆ เพิ่มเติม หรือให้คำเสนอแนะกับน้อง ๆ นะครับ มีใครอยากจะสอบถามน้อง ๆ ในประเด็นไหนไหมครับหรือว่าให้คำแนะนำในการทำงานหรือในข้อเสนอของน้อง ๆ ก็ได้ครับ (คณะกรรมการ) ครับ อย่างหนึ่งต้องขอชื่นชมนะครับ สำหรับน้อง ๆ ทุกคนนะครับ ที่อยู่บนเวที เข้าใจว่าน่าจะมีสามาชิกในทีมด้วยนะครับ อันนี้ก็ถือว่าเป็นโอกาสที่ดีมาก ๆ นะครับ สำหรับน้อง ๆ เยาวชนในการนำเสนอแนวคิดต่าง ๆ ความรู้สึกต่าง ๆ ที่สะท้อนออกมาให้กับผู้ใหญ่ หรือผู้มีอำนาจหรือว่าผู้ที่จะให้โอกาสในการที่จะเดินไปข้างหน้านะครับ สิ่งที่พี่อาจจะขออนุญาตแนะนำเพิ่มเติมว่า ก่อนอื่นชมก่อนว่าศึกษากฎหมายมาได้ดีสิ่งที่เป็นอยู่มาได้ดีนะครับ ในส่วนของข้อเสนอนี่ อาจจะอยากให้มองในมุมว่า ถ้าเป็นตัวเรา ผลักดันตัวเรา เราทำอะไรได้บ้างนะครับ ถ้าเพิ่มมุมตรงนี้ ไอ้ตัวนโยบายหรือนวัตกรรมที่นำเสนอนี่ มันจะทำให้มันเข้มแข็งมากขึ้นนะครับ ก็อาจจะฝากไว้ในมุมนี้ครับ ขอบคุณครับ ขอบคุณมากครับ เรายังเหลือเวลาเพิ่มเติมนะครับ ถ้าไม่มีคณะกรรมการท่านไหนอยากจะสอบถามหรือให้คำแนะนำใด ๆ เพิ่มเติม ถ้าอย่างนั้นขออนุญาตขอเสียงปรบมือใ้กลุ่ม Transทีมแรกผ่านไปแล้วนะครับ เรามาสู่ทีมถัดไปกันเลยนะครับ ทีมถัดไปเรามาคนละประเด็นนะครับ ซึ่งเข้มข้นไม่แพ้กันนะครับ ทีมถัดไปทีมที่ 2 ทีมนโยบายมาตรฐานความปลอดภัยภายในอาคาร ภายใต้กรณีฉุกเฉินครับ ของเสียงปรบมือด้วยครับ (ผู้เข้าแข่งขันชาย) สวัสดีครับท่านคณะกรรมการ แล้วก็ผู้เข้าร่วมทุกท่านนะครับ วันนี้ก็จะมานำเสนอเรื่องความปลอดภัย ของอาคารภายใต้สถานะการฉุกเฉินนะครับผม จากสถานการณ์จากกรมป้องกันสาธารณภัยนะครับ เมื่อปี 2564 นะครับ มีเหตุเกิดอักคีภัยนะครับ ประมาณ 2,000 ครั้ง ทั่วประเทศครับผม ซึ่งผู้ที่มีโอกาสเสี่ยงสูงในการเสียชีวิตก็คือคนพิการนะครับ เพราะว่าคนเหล่านี้ไม่สามารถช่วยเหลือหรือพึ่งพาตัวเองได้นะครับ ในกรณีฉุกเฉินนะครับ แล้วเรามองจากสิ่งรอบตัวก็ได้ครับ เหมือนทางหนีไฟอย่างนี้ครับ มันเป็นบรรไดใช่ไหมครับ วิธีการทางการเคลื่อนไหวนะครับ จากอาคารได้ครับ ผู้พิการทางการได้ยินอยู่ในห้องพักนะครับ สัญญาณเตือนก็มีแต่เป็นเสียงนะครับ ซึ่งเขาไม่สามารถรับรู้ได้ว่า ข้างนอกนะครับ เกิดเหตุการณ์ด่วนอะไรอย่างนี้ ซึ่งมีความเสี่ยงในการเสียชีวิตสูงมาก (ผู้เข้าแข่งขันหญิง) ค่ะ กลุ่มเรานะคะ ได้ทบทวนแล้วก็กฏหมายที่เกี่ยวข้องค่ะ เราพบว่ากฏหมายที่เกี่ยวข้องมีตั้งแต่ พ.ร.บ. ควบคุมอาคาร ปี 2522 ค่ะ พ.ร.บ. พัฒนาและส่งเสริมคุณภาพชีวิตคนพิการ ปี 2550 และฉบับแก้ไขเพิ่มเติม 2556 ตัวกฏของกระทรวงที่มีความสำคัญมาก คือกฎกระทรวงในอาคารสำหรับผู้พิการ ทุพลภาพ และคนชรา 2548 แล้วก็ฉบับแก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ. 2564 เราพบว่าช่องว่างของนโยบายกฎหมาย ก็คือตัวกฏกระทรวงฉบับล่าสุด ฉบับตัว 2554 มันเป็นฉบับที่เป็นกฎหมายใหม่ ไม่ได้มีการบังคับใช้ ที่มันมีระบบเตือนภัยทางแสงทางเสียงนี่มันไม่ถูกปรับใช้ในอาคารก่อนหน้านี้ ที่มีการก่อสร้างก่อนหน้านี้ที่มีการก่อสร้างเดิมมันยังมีอยู่ แต่มาตรฐานใหม่ตัวนโยบายที่เราต้องการจะทำน่ะค่ะ คือ การสร้างแรงจูงใจให้ตัวเจ้าของอาคารให้มีการปรับปรุงมาตรฐานตัวนี้ ให้มีการรองรับผู้พิการมากขึ้นค่ะ โดยเราจะแบ่ง3 แบบด้วยกันนะครับ มาตรการแรก การลดภาษีนะครับ มีทั้งหมด 2.5 เท่าของค่าใช้จ่ายที่ใช้ในการปรับปรุงนะครับ ดดยเราจะมีการสร้างทางหนีไฟ แล้วก็ทางหนีไฟฉุกเฉินทุกประเภทครับ ข้อที่ 2 จะเป็นดอกเบี้ยต่ำและข้อที่ 3 นี่จะเป็นการให้สำนักงานคณะกรรมการการกำกับและการส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัยนะครับ บริษัทประกันภัยนะครับ เกี่ยวกับทรัพย์สินปรับปรุงครับ โดยผลลัพธ์ของเรา ก็คือจะให้อาคารแต่ละอาคารที่มีการปรับปรุงนี่ สร้างอาคารที่มีทางออกฉุกเฉิน รวมถึงระบบเตือนภัยนะครับ ที่เหมาะสมกับผู้พิการทุกประเภทนะครับ จะสร้างเพื่อให้มีความเหมาะสมกับทุก ๆ คนความเท่าเทียมนะครับ ในการใช้บริการทุกที่ต้องเหมาะสมกับทุก ๆคน แหละผู้พิการในทุก ๆ ประเภทก็ควรมีสิทธินะครับ แล้วก็มีอัตรานะครับ ในการรอดชีวิตที่สูงขึ้นนะครับ เพื่อทั้งนี้นะครับ สรุปมีวัตถุประสงค์ที่จะสร้างความเท่าเทียมให้กับทุก ๆ คนครับ สำหรับวันนี้ก็ขอบคุณครับ (พิธีกรชาย) ขอบคุณครับ ใช่เวลากันไปได้อย่างดีเยี่ยมเลยนะครับ จริง ๆ ก่อนเลยว่าการนำเสนอของน้องนะครับ ก่อนมาสู่เวทีนี้เลยนะครับ คือการนำเสนอที่ต้องใ้ชเวลาอย่างน้อยทั้งหมด 5 นาทีนะครับ มีการปรับมา เพื่อให้คณะกรรมการได้ฟังอย่างเข้าใจ อย่างกระชับ 3 นาที เท่านั้นครับ ในช่วงถัดไปเรามีเวลา 3 นาทีให้คณะกรรมการได้สอบถามหรือได้นำเสอ ได้แนะนำน้อง ๆ นะครับ ก็ต้องขอบคุณน้อง ๆ ทีมที่มาศึกษาในเรื่องโครงสร้างพื้นฐานของคนพิการ เพราะเรื่องนี้นี่อาจจะต้องเรียนว่าเป้นเรื่องที่คนหลาย ๆ คน ไม่ได้ให้ความตระหนักนะคะ และน้อง ๆ ก็หยิบประเด็นที่น่าสนใจขึ้นมา แล้วก็บอกแนวทางนโยบายแล้วก็มีมาตรการในเวลาช่วงสั้น ๆ น้องทำได้ขณะนี้ขอชื่นชมมาก ๆ นะคะ ขอบคุณค่ะ (พิธีกรชาย) ขอบคุณครับ // อยากสอบถามเพิ่มเติมค่ะ ว่า ระหว่างที่เราศึกษาถึงมาตรการที่จะเป็น Universal Design ของต่าปงระเทศ หรือว่าอะไรที่เรารู้สึกว่าน่าสนใจไหมคะ ในการนำมาปรับใช้ โอเค ของในต่างประเทศผมไม่แน่ใจแถบประเทศยุโรปในสแกนดิเนเวียนะครับผม เหมือนทางหนีไฟของเขาน่ะครับ มันจะไม่ใช่บันไดหนีไฟน่ะครับผม มันจะเป็นทางลาดที่ค่อนข้างกว้างที่ Flow คนได้ ไม่ใช่คนที่แค่มีข้อจำกัดในการเดินคนทุกคนก็สามารถโฟลทางนี้เพื่อออกจากอาคารได้เร้วที่สุดนะครับผม หลายเป็นว่าหลายคนสามารถลงขากอาคารได้ โดยไม่ต้องรอความช่วยเหลือครับผม ครับ (พิธีกรชาย) เรายังเหลือ... เชิญครับ (คณะกรรมการ) ครับ โอเค อยากเสนอแนะครับผม เรื่องการทำโครงสร้างของอาคารอันนี้ผมชื่นชมนะครับผม แต่อยากจะเสนอไปถึงมาตรฐานของตัวอาคารเลย เพราะเรียกว่าอย่างในอาคารพาณิชย์หลายที่นะครับ การเทรนนิ่งในเรื่องการหนีไฟตรงนี้นะครับ อาจจะต้องรวมไปถึงนโยบายพวกนั้นด้วย สำหรับการ training สำหรับคนที่พิการ สำหรับการที่จะออกทางนั้น ทางไหน อะไรอย่างไร อย่างนี้นะครับผม // ครับ ขอบคุณครับ เรายังได้อีกสัก 1 ท่าน(พิธีกรชาย) โอเคครับ ถ้าอย่างนั้นขอเสียงปรบมือให้กับน้อง ๆ กลุ่มที่ 2 ด้วยครับ เดือดนะครับ ศึกษามาแล้วทั้งปัญหาที่เฉพาะเจาะจงนะครับ ทั้งนโยบายที่นำมาปรับใช้ได้จริงจากต่างประเทศด้วยนะครับ และสิ่งนี้ทำกันจริง ๆ นะครับ มีเวลาทำจริง ๆ ภายใน 1 วันเท่านั้นเองค่ะ โดยในวันนี้เป็นการนำเสนอ เพื่อเวทีนี้ถัดไปครับ ขออนุญาตเข้าสู่ทีมที่ 3 ครับ ทีม นโยบายจัดตั้งองค์กรรับรองทักษะของผู้พิการครับ (ผู้เข้าแข่งขันชาย) สวัสดีครับผมศึกษาอยู่ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ครับ ก็ วันนี้จะมานำเสนอเรื่องนโยบายเกี่ยวกับการจัดตั้งหน่วยงานหรือองค์เพื่อทดสอบความสามารถเพื่อให้ผู้พิการทำงานครับ ก็จากประสบการณ์ของผม ที่เคยได้ยินได้ฟังมาจากรุ่นพี่ผู้พิการหลาย ๆ คนนะ ก็คือรุ่นพี่ส่วนใหญ่เขาเข้าไปสมัครงาน แล้วผู้ว่าจ้างจะไม่ยอมรับเข้าทำงานครับ (ผู้เข้าแข่งขันชาย) สวัสดีครับ ชื่อเจมส์ครับ เรียนอยู่ ป. 2 ครับ คือเรื่องการไม่จ้างงานโตไปผมก็อยากมีงานทำแต่ว่ากลัวเรื่องนี้อยู่ว่า โตไปมันจะ... นายจ้างเขาจะไม่รับประมาณนี้ครับ ก็เรื่องที่ผมจะมาพูดวันนี้ก็เรื่องจัดตั้งองค์การรองรับทักษะของผู้พิการครับ ปัญหาตอนนี้ก็คือผู้พิการที่มีความสามารถเพียงพอครับ ไม่ได้เข้าทำงานครับ เพราะว่านายจ้างส่วนใหญ่ครับ ไม่ได้ดูความสามารถของคนพิการก่อน ก็นโยบายที่เกี่ยวข้องครับ มาตรา 33 กำหนดว่าคนพิการ 1 คน ต่อ คนปกติ 100 คนครับ ส่วนมาตรา 34 และ 35 คือ เป็นเหมือนสามารถปฏิเสธได้ โดยที่มีข้อแม้คือ 34 ต้องจ่ายเงินเข้ากองทุนครับ ส่วน 35 คือ ไม่จ่าย แล้วก็ไม่จ้าง ก็คือต้องทำสิ่งอำนวยความสะดวกให้คนพิการครับ เช่น พวก Bell Bpx อะไรอย่างนี้ครั บของคนพิการทางด้านสายตา ส่วนช่องว่างของนโยบายก็คือคนพิการส่วนใหญ่ไม่ได้ทำงานครับ ก็นโยบายก็คืออยากให้จัดตั้งองค์กรหรือหน่วยงานขึ้นมาเพื่อทดสอบความสามารถของผู้พิการนะครับ โดยลักษณะการทำงาน ก็คือจะให้หน่วยงานหรือองค์กรนั้น ๆ ได้ไปพูดคุยเจรจรากับผู้ว่าจ้างในการรับผู้พิการเข้าทำงานนะครับ เมื่อ... ก็ขอให้ผู้พิการได้เข้าทำงานเมื่อผู้พิการนั่นมีบท มีการทดสอบนะครับ ส่วนผลลัพธ์และความคาดหวัง ก็คือขออยากให้ผู้พิการที่มีศักยภาพได้เข้าทำงานครับ ได้มีโอกาสได้เข้าทำงานมากยิ้งขึ้นครับ ก็ขอจบการนำเสนอเพียงเท่านี้ครับ (พิธีกรชาย) ขอบคุณนะครับ โอเคครับ เดี๋ยวเราจะมีเวลา 3 นาทีครับผม น้อง ๆ ยังอยู่ตรงนี้ก่อนนะครับ เดี๋ยวเราจะมีเวลา 3 นาที ให้ทางคณะกรรมการผู้ใหญ่ได้สอบถามแล้วก็เสนอแนะต่อข้อเสนอนโยบายของเรานะครับ ถ้าพร้อมแล้ว สามารถที่จะสอบถาม หรือเสนอแนะน้อง ๆ ได้เลยนะครับ (คณะกรรมการ) ครับก่อนอื่นก็ชื่นชมนะครับ ในแนวคิด ในการ ในเรื่องของการรับรองทักษะ ซึ่งเป็นสิ่งที่ดีนะครับ เหมือนเรามีใบรับรองอันหนึ่งก่อนเข้าทำงานแต่ว่าอยากจะให้เพิ่มวิธีคิดอีกสักนิดหนึ่งว่า แล้วขั้นตอนก่อนที่เราจะไปถึงการรับรองนี่เรามีการพัฒนาทักษะให้เรามีความสามารถเพียงพอที่จะได้รับการรับรองอย่างไรนะครับ มันจะได้เป็นการเชื่อมโยงปัญหานะครับ ผู้ว่าจ้างไม่ได้ยอมรับ เพราะว่ามีทักษะไม่เพียงพอหรืออาจจะเพียงพอ อันนี้เป็นคำถาม แต่ว่าถ้าเราสามารถเพิ่มขั้นตอนในการเพิ่มทักษะ อันนี้เราอาจจะไม่จำเป็นต้องมีองค์กรในการรับรองก็ได้ แต่ถ้าเราสามารถทำตัวเองหรือพัฒนาตัวเองให้เป็นที่ต้องการของผู้รับจ้างได้เองนะครับ อันนี้ที่นำเสนออยากให้ พี่นำเสนอเหมือนพลิกมุมคิดสักนิดหนึ่ง นะครับ เพราะถ้าเราพลิกมุมคิด เรามองตัวเอง เราเชื่อมั่นในตัวเองว่าเราทำได้ เราสามารถพัฒนาตัวเองให้เป็นที่ต้องการของตลาดแรงงานได้นะครับ วันหนึ่งนะครับ เขาอาจจะมาแย่งตัวเราเองก็ได้นะครับ การรับรองมาตรฐานอาจจะเป็นแค่องค์ประกอบเล็ก ๆ ก็ได้นะครับ อันนี้อยากให้เป็นการข้อเสนอแนะนะครับ แล้วก็เป็นการให้กำลังใจนะครับ ขอบคุณครับ (พิธีกรชาย) ขอบคุณครับ (พิธีกรหญิง) โดยส่วนตัวเห็นด้วยนะคะ ที่เราจะมีองค์กรที่ช่วยรับรองทักษะของผู้พิการนะคะ อยากเสริมเข้าไปอีกตรงที่ว่าแทนที่เราจะมองในฝั่งว่า โอเค เรามีทักษะ เรามารับรอง แล้วไป connect กับองค์กร ไพล์มองว่ามันต้อง Connect ตั้งแต่แรกเลย องค์กรนี้มีเครือข่ายกับหน่วยงานภาครัฐ หรือบริษัทอะไรบ้าง แล้วก็รับเป็นเหมือนความต้องการของบริษัทมาเลยว่า ขาดตำแหน่งอะไร ขาดทักษะเรื่องไหนเป็นพิเศษ แล้วช่วย connect กับผู้พิการที่สามารถและต้องการที่จะฝึกทักษะเหล่านั้น เพื่อให้มันเป็นเส้นทางเดียวกัน ตั้งแต่ต้นจนถึงปลายทางเพื่อที่จะรับรองก่อนที่จะเริ่มฝึกทักษะต่าง ๆ ไปเลยว่าปลายทางมีบริษัทที่จะรองรับเราเข้าทำงานค่ะ (พิธีกรชาย) ขอบคุณมากครับ ขอเสียงปรบมือให้กับน้อง ๆกลุ่มที่ 3 ด้วยครับ การรับรองทักษะอาชีพนะครับ ก็ได้ข้อเสนอมาเพิ่มเติมว่านอกจากการที่เราจะทำการรับรองแล้วเราสามารถที่จะเริ่มกระบวนการในการพัฒนาทักษะ หรือว่าการเชื่อมต่อ เพื่อดูช่องว่าของทางอาชีพ เพื่อผู้พิการมาเข้าสู่ช่วงครึ่งทางแล้วนะครับ กลุ่มต่อไปจะเป็นกลุ่มที่ 4 ครับ ซึ่งต้องขออภัยท่านคณะกรรมการด้วยครับ ลืมแจ้งครับ ว่าในเอกสารที่ท่านถืออยู่มีรายละเอียดของโครงการน้อง ๆ ให้สามารถอ่านเพิ่มเติมได้ด้วยนะครับ ในลำดับถัดไปครับ กลุ่มที่ 4 ครับ ขอเชิญกลุ่มนโยบายส่งเสริมการสร้างพื้นที่ให้คนพิการและเอกชนมาเจอกัน เพื่อส่งเสริมการจ้างงานครับ (ผู้เข้าแข่งขันชาย) กราบสวัสดีทุกคนในงานนี้นะครับ กระผมนาย... ทองเอี่ยม ตัวฉาย วันนี้นะคะ เราจะมานำเสนออัตราการว่างงานของคนพิการในสังคมไทยค่ะ ปัญหาที่เราพบเจอในปัจจุบันนะคะ ก็คือมีผู้พิการนะคะ ที่สามารถทำงานได้ มีการว่างงานมากกว่า 40% ค่ะ ก็เท่ากับว่าพวกเขานะคะ ยังไม่ได้รับการว่าจ้างจากทั้งในภาครัฐและเอกชนค่ะ เนื่องจากที่พวกเขาไม่มีพื้นที่ในการที่ได้มาเจอกันค่ะในส่วนนโยบายที่เรานำมาศึกษานะคะ ก็คือมาตรา 34 ค่ะ ่าด้วยเรื่องถ้าหากสถานประกอบการนะคะ ไม่ได้รับผู้พิการเข้าทำงานจำนวนที่กำหนดก็คือ อัตรา 1 ต่อ 100 คนนะคะ จะต้องนำเงินส่วนนั้นนะคะ เข้ากองทุนผู้พิการค่ะ (ผู้เข้าแข่งขันชาย) ต่อไป ผมขอเสริมในช่องว่างของนโยบายนะครับ ก็คือผู้ประกอบการต้องการผู้พิการเข้าทำงานใช่ไหมครับ แต่ผู้พิการบางคนเขาก็ยังมองหาสถานที่ที่ทำงานวึ่งมันมีข้อบ่กพร่องตรงนี้ คือ ทั้งสองไม่มีโอกาสที่จะมาเจอกัน เราจึงมองเห็นตรงนี้เป็นปัญหาของเรานะครับ และแน่นอนครับจากที่ผมได้สำรวจผู้พิการที่ร่วมงานทุกคนนะครับ เขาก็ต้องการที่จะทำงานกับนายจ้างที่พร้อมจะทำงานแล้วก็เสริมสวัสดิการให้เขาจริง ๆ นะครับ ส่วนนโยบายทางออกที่กลุ่มเราที่ช่วยกันคิดแล้วเสนอแนะในที่นี้นะครับ คือ เพิ่มการจัด Jod Fair เพื่อเป็นการพบปะระหว่างนายจ้างกับผู้พิการที่พร้อมจะทำงานนะครับ ทั้ง on site และ onl;ine นะครับ โดยผมอยากเสนอแนะให้เริ่มจากภาครัฐ และตามด้วยภาคเอกชนร่วมมือกันนะครับ ในงานนี้ครับ และอยากให้มีการทำบุธในเชิงรุกครับ อาจจะเป็นตามโรงเรียนคนพิการที่ใกล้จะเรียนจบและมองหางานนะครับ ส่วนผลที่ผมคาดหวังจากนโยบายนี้ก็คือลดอัตราการว่างงานของคนพิการเพื่อให้มีรายได้ที่เหมาะสม และลดภาระหนี้สินภายในครอบครัว และหวังว่าได้รับความร่วมมือจากภาครัฐและเอกชนนช่วยกันคิดและแก้ไขปัญหานะครับ และเพิ่มสวัสดิการ ประกันสังคมให้ผู้พิการครับ และขอขอบคุณและฝากนโยบายของเราไว้ในอ้อมอกอ้อมใจของคณะกรรมการทุกท่านด้วยครับ ขอบพระคุณครับ (พิธีกรชาย) ขอบคุณครับ ตอนนี้เชื่อว่านโยบายของน้อง ๆ ก็อยู่ในอ้อมอกอ้อมใจของคณะกรรมการเป็นแล้วนะครับ ในลำดับถัดไปครับ เวลา 3 นาทีจากคณะกรรมการ สอบถามและเสนอแนะนโยบายของน้อง ๆ ครับผม ความจริงกลุ่ม กลุ่ม 4 ใช่ไหมครับ ความจริงกลุ่ม 4 กับกลุ่ม 3 นี่ ถ้ารวมกันนะครับ ไอเดียนี่ สมบุรณ์แบบเลย เพราะว่ากลุ่ม 4 นี่ กำลังสร้างความเข้มแข็งให้กับตัวเอง สร้างมูลค่าให้กับตัวเอง เพื่อให้มีคุณค่าพอที่จะให้นายจ้างเลือกนะครับ แล้วในขณะที่กลุ่ม 3 นี่ เป็นการการันตีว่าคุณค่าที่เราสร้างนี่ มันได้มาตรฐานนะ ไอเดียที่พี่อาจจะเสนอแนะเพิ่มเติม คือให้ไปคุยกับกลุ่ม 3 แฃ้วมันจะ complete มากเลย มันจะตั้งแต่ ต้นน้ำ ปลายน้ำ จนไปถึงปฏิบัติ แล้วเราจะเป็น เรียกว่าเป็นคนที่มีเป็น... พี่ไม่อยากใช้... จริง ๆ พี่มองคนพิการไม่พิการนะครับ พี่มองว่าทุกคนนี่เสมอภาคกัน เพราะฉะนั้นนี่ ถ้าเราทุกคน คนพิการเปลี่ยน Mind Set แล้วไปจูนไปสู่ในจุดที่เราพึ่งพาตัวเองได้โดยที่ไม่ต้องง้อกฎหมายหรือง้อใด ๆ เลย แต่เราทำตัวเองให้มีมูลค่าพอ ทุกอย่างจะวิ่งเข้ามาหาเราเอง ซึ่งในแนวคิดของน้องดีมากครับ ถือว่าดีมากครับ ขอบพระคุณครับ(พิธีกรชาย) ได้อีกสัก 1 ท่านนะครับ สำหรับข้อเสนอนะครับผมหรือคำถามนะครับ หรือน้อง ๆ อยากจะพูดอะไรเพิ่มเติมสำหรับข้อเสนอตัวเอง(ผู้เข้าแข่งขันชาย) อาจจะมีข้อเสนอสำหรับประกันสังคมสำหรับผู้พิการนะครับก็คือผมได้สอบถามเพื่อนที่ร่วมงานบางคนนะครับ คือ เขามีการพิการ ไม่ว่าจะเป็นด้านการได้ยิน หรือทางร่างกายต่าง ๆ นะครับ แต่ว่าอาจจะมีครอบคลุมตั้งแต่อายุ 3 ขวบครับ แต่บางคนก็คืออาจจะพิการหลังจากนั้นครับ ก็คืออยากให้มีส่วนลด หรือว่ามีการสนับสนุนเงินก้อนนั้นเพื่อจะใช้รักษา(พิธีกรชาย) โอเคครับ ถ้าอย่างนั้นขอเสียงปรบมือให้กลุ่มที่ 4 ด้วยครับ [เสียงปรบมือ](พิธีกรชาย) ขอบคุณครับ ซึ่งเมื่อกี้ทางท่านคณะกรรมการ ก็ได้นำเสนอนะครับ จริง ๆ แล้วประเด็นเรื่องของทางอาชีพเราสามารถรวมเข้าเดียวกันได้เลย เพื่อความเข้มแข็งของนโยบายครับ ในลำดับถัดไปครับ เราจะเข้าสู่ช่วงครึ่งหลังกันแล้วครับ ทีมที่ 5 ครับ นโยบายการสอบคัดเลือกเข้าในระดับอุดมศึกษาของผู้พิการ ขอเรียนเชิญขึ้นเวทีเลยครับ (ผู้เข้าแข่งขันชาย) สวัสดีครับทุกท่าน วันนี้พวกผมก็จะมานำเสนอประเด็นปัญหาการตรวจคัดเลือกเพื่อเข้าศึกษาในระดับอุดมศึกษาของผู้พิการครับผม // ครับ หลายท่านอาจจะยังไม่ทราบ สถานการณ์ปัจจุบันนะครับ รูปแบบและเกณฑ์การเข้าสอบในระดับอุมศึกาานะครับไม่เอื่ออำนวยต่อคนพิการนะครับ ทำให้ผู้พิการเองนะครับ ไม่สามารถมีศักยภาพในการทำข้อสอบ อย่างเต็มความสามารถนะครับ จึงเป็นปัญหาการศึกษาของผู้พิการจึงเกิดความเหลื่อมล้ำเกิดขึ้นนะครับ นอกจากนี้นะครับถ้าเราย้อนกลับมาดูนโยบาย ในปัจจุบันของประเทศไทยนะครับ เราจะพบว่าในพระราชบัญญัติด้านการศึกษา ปี 51 และ ปี 56 นะครับ แล้วปฏิญาคนพิการ ปี 2541 ครับ โดยใจความสำคัญรวมนะครับ เขาจะกล่าวว่า ผู้พิการนี่นะครับ เขาจะได้สิทธิสนับสนุนทางด้านการศึกษาตั้งแต่แรกเกิด ตลอดครอบคลุมทั้งชีวิตนะครับ แล้วก็ไม่มีข้อกำหนดหรือว่าข้อกำจัดหรือกีดกันใด ๆ นะครับ แล้วก็หากเราไปมองดูนโยบายของต่างประเทศนะครับ ของฝรั่งยุโรป หรือ ฝั่งอเมริกา มหาวิทยาลัยเขานะครับ เขาก็จะเปิดรับสมัครนักศึกษาผ่านแอปพลิเคชัน ฟอร์ม ดดยทั้งเขายังจะยื่น ด้วยครับ แล้วก็นอกจากนี้จะมีการจัดกิจกรรม Workshop ด้วยนะครับ เพื่อให้นักศึกษาเข้าร่วมกิจกรรม และแล้วนอกจากนี้นะครับ ทางมหาวิทยาลัยนะครับแล้วก็ยังมีอุปกรณ์ที่ช่วยในการสอบของนักศึกษาครับ ไม่ว่าจะเป็นอักษรเบลล์ หรือเครื่องคอมพิวเตอร์นะครับ แต่อย่างไรก็ตามนะครับ นโยบายของประเทศไทยมันมีช่องโหว่ครับ เราก็เกิดคำถามว่า ณ ตอนนี้มันมีประสิทธิภาพจริงไหมหรือเราใช้ได้จริงไหม นโยบายปัจจุบันนะครับ มันไม่สามารถใช้ได้จริงนะครับ มัน ถึงแม้ใช้ได้ก็ไม่ครอบคลุมนะครับ สถาบันการศึกษาหรือหน่วยงานที่จัดสอบนะครับก็ไม่สามารถที่จะเอื้ออำนวยหรือบริการที่มีประสิทธิภาพเพียงพอต่อผู้พิการได้ครับ ต่อไปครับ นโยบายทางออกครับ สำหรับทางออกของนโยบายนะครับ ก็หน่วยงานที่เกี่ยวข้องนี่ควรออกข้อบังคับและมาตรการที่ชัดเจนและมาตรฐานเดียวกันให้ชัดเจน สำหรับผู้พิการที่จะเข้าไปสอบนะครับ ในแง่ไหนบ้าง อย่างเช่น เตรียมทางลาดให้กับรถเข็มวีลแชร์ จัดห้องสอบให้อยู่ใกล้ห้องน้ำหรือบริเวณทางออก เพื่อให้คนพิการเดินทางได้สะดวก จัดห้องสอบแยกเพื่อไม่ให้การสอบของคนพิการไปรบกวนกับการสอบของเด็กปกติครับ ในแง่ความต้องการพิเศษ จัดรูปแบบการสอบให้เหมาะสมกับความพิการครับ อย่างเช่น ข้อสอบอักษรเบรลล์สำหรับคนตาบอด คนช่วยอ่าน แล้วคนช่วยอ่านจะต้องมีความชำนาญพิเศษสำหรับสายงานนั้น ๆ นะครับ แล้วก็หรือแม้แต่พยายามผลักดันให้ถึงขั้นว่ามีข้อสอบในรูปแบบไฟล์ เพื่อให้คนพิการสามารถสอบได้อย่างสุดท้ายครับ เราอยากจะขอขอบคุณโอกาสที่ทำให้พวกเราได้มายืนอยู่ตรงนี้นะครับ แล้วก็อยากจะฝากนโยบายของพวกเรานะรับ ให้ทุกท่านได้พิจารณาได้เป็ฯจริงนะครับ Dream and disbility ครับ ทุกคนมีความฝันครับ และความฝันยไม่ควด้วยความพิการ และข้อจำกัดทางด้านร่างกายครับ (พิธีกรชาย) โอ้โห เยี่ยมมากเลยครับ ทำงานกันเต็มที่มากเลยครับ ครับผม เป็นทีมที่แม้กระทั่งตอนที่เราอยู่ในโครงการด้วยกันนะครับ ก็ชอบมากเลย กับการที่สามารถระบุปัญหาที่ชัดเจนมาได้ ในช่วงสำคัญของระบบการศึกษาของเรานะครับ ในลำดับถัดไปครับผม เรามีเวลา 3 นาทีให้ผู้ใหญ่ทุกท่านเลยครับ มองว่าในระดับอุดมศึกษาเองก็ต้องออกมา Active ในเรื่องนี้ให้ชัดเจนนะคะ ในการจะจัดห้องสอบ หรือการออกแบบข้อสอบเอง จริง ๆ ควรมีแบบประเมินที่ทางมหาวิทยาลัยจะต้องทำให้ครบเพื่อที่จะให้ถึงมาตรฐานการสอบที่เหมาะสำหรับทุกคนจริง ๆ นะคะ แล้วก็เราก็ควรที่จะให้หน่วยงานรัฐเข้ามาตรวจสอบตรงนี้ด้วย เพราะว่าจริง ๆการสอบเข้าระดับอุดมศึกษาเป็นเรื่องใหญ่ของเด็ก ๆ ในทุก ๆ ปีอยู่แล้ว ทุกคนให้ความสำคัญหมด คิดว่าจริง ๆ นโยบายดีตรงที่ว่าทำได้เลย แล้วมันไม่ได้ยากลำบากจนเกินไป หวังว่าจะได้รับการผลักดันต่อไปค่ะ ขอบคุณค่ะ (พิธีกรชาย) ขอบคุณครับ ยังได้อีก 1 ท่านนะครับ (กรรมการ) ก็มาชื่นชมน้อง ๆ แล้วกันนะครับ ก็กลุ่มนี้ก็รู้สึกว่ามีน้อง ๆ ที่เคยเห็นหน้าตอนไปสัมภาษณ์โครงการของ YSEALI ด้วย ชื่นชมการแก้ปัญหา มีการเสนอปัญหาแล้วก็เสนอวิธีการแก้ไขอย่างค่อนข้างชัดเจน แล้วก็สามารถนำไปใช้ได้เลยนะครับ ก็หวังว่าระบบการคัดเลือกนะครับ นักศึกษา นิสิตนักศึกษา อุดมศึกษาของไทยต่อไป คงจะมีการปรับให้ระดับมาตรฐานอย่างที่น้องให้คำแนะนำมา ขอบคุณครับ (พิธีกรชาย) ขอบคุณครับ ขอเสียงปรบมือให้กับกลุ่มที่ 5 ด้วยนะครับ จริง ๆ แล้วปัญหาในการสอบเข้ามหาวิทยาลัยเรามีปัญหามาทุกปีจริง ๆ นะครับ ซึง่ตรงนี้จำนวนตัวเลขของเยาวชนผู้พิการที่อยู่ในระบบการศึกษา ถ้าเราสามารถนำตัวเลขนี้มาวิเคราะห์ได้ในระดับเยาวชนมีจำนวนเท่าไร เราเตียมความพร้อมสำหรับข้อสอบเพื่อให้เหมาะสมกับเยาวชนที่จะเข้ามาสอบ เพื่อเตรียมเข้าสู้ระดับอุดมศึกษา ไม่น่าจะยากจนเกินไปนะครับ ลำดับถัดไปจะขอไปต่อกับกลุ่มที่ 6 แล้วนะครับ กลุ่มนโยบายแจ้งเหตุด่วนสำหรับคนหูหนวก กลุ่มยุทธศาสตร์ เทคโนโลยีสิ่งอำนวยความสะดวก และนวัตกรรม หน่วยบริการสุขภาพทั่วประเทศครับ(ผู้เข้าแข่งขันหญิง) สวัสดีค่ะ พวกเราเป็นพวกแทนจาก YSEALI นะคะ ในกลุ่มของพวกเรามีผู้พิการทางการได้ยิน 2 คนค่ะ ได้รับหัวข้อเรื่องการดูแลสุขภาพโดยประเด็นที่พวกเราเลือกนะคะ คือ การแจ้งเหตุด่วนสำหรับผู้หูหนวกค่ะสถานการณ์ปัญหานะคะ เมื่อเกิดเหตุการณ์ฉุกเฉิน หูหนวกไม่สามารถแจ้งได้ชัดเจนให้กับหน่วยงานได้อย่างทันท่วงทีค่ะ นโยบายนะคะ ก็คือแผนพัฒนาการสุขภาพ ดูแลผู้พิการค่ะ โดยยุธศาสตร์ที่ 3 และยุธศาสตร์พัฒนาเทคโนโลยีนวัตกรรม งานวิจัย ข่าวสารแล้วก็พัฒนาคุณภาพชีวิตของผู้พิการค่ะ แล้วก็นำไปสู่โปรแกรม TTRS นะคะ เป็นโปรแกรมช่วยคนหูดีและคนหูหนวกค่ะ ดดยมีล่ามเป็นคนสื่อสารตลอด 24 ชั่วโมงค่ะ ข้อจำกัดในการใช้ แอปฯ TTRS การปักหมุดนะครับ ไม่สามารถปักหมุดได้ สามารถทำให้เป็นเรื่องยากสำหรับการสื่อสารของคนหูหนวกครับ 2. นะครับ ล่ามภาษามือไม่เพียงพอต่อการใช้งานครับ รอคิวนานครับ สัญญาณอินเทอร์เน็ตไม่เสถียรครับ การเข้าถึงของอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ครับ ข้อเสนอแนะของกลุ่มพวกเรานะครับ คือ เพิ่มฟังก์ชันพื้นฐาน สำหรับคนที่มีพิการทางการได้ยินครับ เช่น สามารถตั้งพิกัด GPS ได้ เพื่อส่งไปยังหน่วยงานนะครับ อย่างทันท่วงทีครับ แล้วก็เพิ่มล่ามภาษาครับ เพิ่มล่ามภาษามือให้เพียงพอครับ แล้วก็พัฒนาระบบให้ดียิ่งขึ้นครับ สิ่งที่คาดหวังนะครับ คนหูหนวกนะครับ สามารถสื่อสารผ่านแอปพลิเคชัน TTRS เพื่อส่งสัญญาณได้นะครับ มีการอบรมการใช้งานแอปพลิเคชั่น TTRS ให้คนทั่วไป คนที่หูหนวกเท่านั้นครับ แล้วก็มีการสร้างแอปพลิเคชันที่สามารถปรึกษาหมอได้ดดยตรงครับ มีคำถามไหมคะ (พิธีกรชาย) โอเค หมด 3 นาทีของน้องแล้วนะครับ ให้กลุ่มนี้ด้วยครับ ยังไม่ได้ให้ลงนะครับ ปรบมือเชียร์กันก่อนนะ ครับ น้อง ๆ ก็ได้ทำการศึกษามา จริง ๆ เป็นนโยบายที่มีอยู่แล้ว แต่สิ่งที่เกิดขึ้น ก็คือไม่เพียงพอนะครับ เป็นสิ่งที่สามารถพัฒนาขึ้นอีกได้ ที่น้อง ๆ เสนอ คือ การปรับปรุงสิ่งที่มีอยู่ให้ตอบโจทย์เป้นจริงมากขึ้นนะครับ ต่อไปเป็นช่วง 3 นทีนะครับ สำหรับการสอบถามและข้อเสนอ(คณะกรรมการ) ก่อนอื่นต้องชื่มชมนะครับ ว่ารู้จัก TTRS จริง ๆ นะครับ พี่ออกตัวเลยว่า จริง ๆ ไม่ใช่ออกตัว TTRS นโยบายที่สำนักงาน กสทช. เป็นคนให้ทุนแล้วก็พัฒนานะครับ เรียกว่าวันนี้มาตรงเป้ามาก ๆ นะครับ เรียกว่าคนทำนโยบายรับฟังเต็มที่นะครับ สิ่งที่สะท้อนออกมา สะท้อนปัญหาได้อย่างถูกต้องครับ เราก็มองปัญหาเหมือนกันว่าจำนวนล่ามไม่เพียงพอนะครับ แล้วก็คนที่จะเข้ามาเป็นล่ามนี่ก็ยิ่งหายาก เพราะฉะนั้น แนวคิดที่เสนอว่าไม่ใช่คนที่จะเป็นล่ามเท่านั้น คนทั่วไปก็ควรลองมาศึกษา มาลองเล่นมันดู อันนี้มันจะทำให้ลักษณะของกรสื่อสารอาจจะไม่ 100 เปอร์เซ็นต์เหมือนกับล่าม แต่ว่าในภาวะฉุกเฉินแจ้งเหตุด่วนนี่ เป็นไปได้ที่ชื่นชมนะครับ ก็คือว่าการที่คนหูหนวกนี่ แปลว่า ตามองเห็น สิ่งที่ตามองเห็น ถ้าเขาสามารถจิ้มจุดจาก GPS หรืออะไรก็ตามนี่ แล้วส่งสัญญาณไปได้ทันทีนี่ ก็เป็นการแจ้งเหตุด่วนทันทีเหมือนกัน อันนี้ถือว่าตอบโจทย์นะครับ ยิ่งถ้าเรามองมุมของกรนำเสนอของนวัตกรรมนี่ นวัตกรรมนี่ มี 3 ส่วนนะครับ คือ 1. ใหม่ 2. จับต้องได้ 3 มีคุณค่าคือมีคนใช้ ถือว่าตอบโจทย์ได้ครบทั้ง 3 ข้อนะครับ (พิธีกรชาย) ขอบคุณครับ เป็นข้อเสนอที่ตอบโจทย์นวัตกรรมของเราด้วยนะครับ เรายังเหลือเวลาพอที่จะให้อีก 1 ่านสอบถามหรือเสนอแนะครับผม มีอะไรอยากจะฝากเพิ่มเติมไหมครับน้อง ๆ มีไหม ไม่มีแล้วค่ะ (พิธีกรชาย) โอเคครับ ถ้าอย่างนั้นขอเสียงปรบมือให้กลุ่มที่ 6 ด้วยครับ [เสียงปรบมือ] (พิธีกรชาย) เข้มข้นจริง ๆ นะครับ เราเข้าสู่โค้งสุดท้ายกันแล้วนะครับ วันนี้มา อย่างน้องที่สุด น้อง ๆ ก็ชื่นใจแล้วว่า ข้อเสนอของเขานะครับ ได้ถึงมือผู้ที่จะไปผลักดันแล้วนะครับ ในลำดับถัดไปนะครับ กลุ่มที่ 7 ครับ ขอเรียนเชิญกลุ่ม Application fo All เรียนรวมของรัฐบาลใช้หลักสูตรที่ส่งเสริมทักษะอาชีพให้คนพิการ และส่งเสริมให้คนพิการพึ่งพาตัวเองได้ครับ (ผู้เข้าแข่งขันหญิง) ค่ะ พวกเรากลุ่ม Educatiob for All นะคะ กลุ่มของเราพูดถึงถึงการศึกษาเพื่อคนพิการค่ะ โดยระหว่างเราค้นคว้าวิจัยกันนะคะ ก็คือยุทธศาสตร์การเรียนรวมของรัฐบาลนี่ยังไม่ส่งเสริมการพัฒนา ทักษะอาชีพของ ทักษะอาชีพให้ผู้พิการนะคะ แล้วก็ยังไม่ส่งเสริมให้เกิดการพัฒนาตัวเองได้ของคนพิการนะคะ ค่ะ สถานการณ์นะคะ จากประสบการณ์ที่เคยเรียนในโรงเรียนเฉพาะทางค่ะ รู้สึกว่าการสอนอาชีพในโรงเรียนนะคะ ยังไม่เป็นที่ต้องการของตลาดแรงงานค่ะ โดยส่วนตัว ยังไม่มีความหลากหลาย และยังไม่มีความน่าสนใจอีกด้วยนะคะ เช่น ทักษะการมีงานทำ การทำขนม เป็นต้นค่ะ และในโรงเรียนเรียนรวมนะคะ ก็ยังไม่มีการสอนทักษะการเสริมสร้างอาชีพอีกด้วยค่ะ // ครับผม และจากการสืบค้นข้อมูลของกลุ่มเรานะครับ ซึ่งพบว่ามีผู้พิการจำนวนไม่น้อยเลยนะครับ ที่หลุดออกจากระบบการศึกษา และจากประสบการณ์ที่น้องได้พบเจอ ที่ทำให้เกิดปัญหานี้ครับ ภาครัฐเองจะไม่มีนโยบายที่ส่งเสริมการศึกษาของผู้พิการนะครับ ทางภาครัฐมีนโยบายที่ช่วยส่งเสริมการศึกาาของผู้พิการ ทางภาครัฐยุทธศาสตร์ปี 2560-2564 ครับ ที่กล่าวว่าขยายโอกาสเข้าถึงการศึกาาการเรียนรู้ต่อเนื่องตลอดชีวิตครับผม มาตรการก็คือ มาตรการก็คือ สนับสนุนและส่งเสริมการจัดการการศึกษานะครับ เพื่อให้ผู้พิการมีงานทำนั่นเองครับ พบช่องว่างนะครับ ของนโยบาย ก็คือการยังไม่มีความร่วมมือกับทางภาคเอกชนนะครับ คือ ในการพัฒนาระบบการศึกษา หรือพัฒนาหลักสูตรการศึกษานั่นเองครับ แล้ววันนี้การแก้ปัญหาดังนี้ครับผม (ผู้เข้าแข่งขันชาย) ครับ สำหรับแนวทางในการแก้ปัยหานะครับ เรายังคงมีการจัดการเรียนรวม ร่วมกับเด็กปกตินะครับ เพื่อเป็นการสร้างความรู้ความเข้าใจในการอยู่ร่วมกันกับผู้พิการ ซึ่งจะมีการปรับเปลี่ยนหลักสูตรเพื่อเอื้อต่อผู้พิการมากขึ้นนะครับ โดยจะเน้นในการพัฒนาวิชาชีพนะครับ โดย จะนำไปปฏิบัติได้จริง และเป็นที่ต้องการตลาดแรงงานนะครับ เราต้องการให้เอกชน และภาครัฐร่วมกันพัฒนาหลักสูตรด้านอาชีพ แล้วก็พัฒนาหลักสูตรการเรียนการสอนให้มีความเหมาะสมกับเด็กพิการนะครับ เพื่อให้เขามีตัวเลือกในการที่จะทำงาน แล้วก็มีตัวการันตีว่าจบไปแล้วนี่ จะมีบริษัทรองรับในการทำงานครับ (ผู้เข้าแข่งขันหญิง) สำหรับผลลัพธ์ที่เราคาดหวังนะคะ เราคาดหวังว่าเราจะมีหลักสูตรการศึกษาที่ส่งเสริมการพัฒนาทักษะอาชีพของผู้พิการนะคะ ความสนใจของผู้ที่ศึกษาเอง สามารถสร้างรายได้ แล้วก็นำไปสู่การพึ่งพาตัวเองค่ะ โดยได้รับความช่วยเหลือจากภาคเอกชนในการพัฒนาหลักสูตรค่ะ ขอบคุณค่ะ (พิธีกรชาย) ขอบคุณครับผม ปัญหานี้นะครับในเรื่องของการส่งเสริมหลักสูตรให้เหมาะสมกับตลาดอาชีพนะ จริง ๆ แล้วเป็นสิ่งที่อยู่กับการศึกษาไทยมานานแล้วนะครับ ซึ่งในภาคการศึกษาปกตินะครับ หรือว่าภาคการศึกษาอาชีวะ ทีนี้น้อง ๆ ก็บอกว่าการศึกษาของผู้พิการล่ะ มีส่วนร่วมจากภาคเอกชนที่จะมาช่วยในการออกแบบได้เหมือนกันนะครับผม ในช่วงลำดับถัดไป ขอ 3 นาทีครับ เป็นข้อเสนอให้กับน้อง ๆ เพิ่มเติม หรือว่าสอบถามก็ได้ครับ // อันนี้ถามเฉย ๆ แล้วกันค่ะ ปกติที่เรารู้สึกว่าการเรียนการสอนมันไม่มีความไม่น่าสนใจ แล้วอยากรู้ว่ามันมีการไปเคลมหรืออะไรบ้างไหมทีเ่รารู้สึกว่าตอบโจทย์ และรู้สึดว่าอันนี้ตอบโจทย์ ที่รู้สึกนะคะน่าจะเป็น AI ค่ะ ที่โรงเรียนเพิ่งเอามาทำเป็นสอนเกี่ยวกับการใช้ AIอะไรแบบนี้น่ะค่ะ รู้สึกว่าอันนี้น่าสนใจใช่ไหมคะมันน่าจะเข้ากับสถานการณ์ในโลกปัจจุบันค่ะ (กรรมการ) เป็นเรียนออนไลน์หรือว่าเป็นการเรียนแบบเจอกัน // เป็นแบบ เรียนเจอกันเลยค่ะ เป็นแบบเรียนแบบเจอกัน (คณะกรรมการ) ขอบคุณค่ะ (พิธีกรชาย) ครับ ก็อันนี้เป็ฯข้อเสนอแนะนำนะครับ อยากให้ลองมองอาจจะขอเสนอแนะของน้องนี่มันเป็นมุมมองของเราใช่ไหมครับ ในการตอบโจทย์แต่ว่า ถ้าเราจะเพิ่มความเข้มแข็งให้กับมุมมองของเรานี่ เราอาาจะลองคิดว่าผู้จ้างงาน มุมของผู้จ้างงานล่ะเขามองอะไร ทำไมเขาถึงรับคนเข้าทำงาน ไม่ว่าจะเป็นคนปกติ หรือคนพิการนะครับ ถ้าเราเข้าใจมุมของเขาแล้วเรามองย้อนกลับมา Design หลักสูตรดีไซน์การเรียนการสอนให้เหมาะกับมุมของผู้จ้างงานนะครับ การเรียนการสอนก็จะมีคุณภาพมากขึ้น ตอบโจทย์ กับผู้จ้างงานมากขึ้น เราก็สามารถมีโอกาสได้รับการจ้างงานมากขึ้นถูกไหมครับ เพราะเราสามารถตอบโจทย์ของเขาได้ เพราะฉะนั้นนี่พี่อยากจะให้มองอย่างเข้าอกเข้าใจกันทั้งสองฝ่าย ทั้งสองมุม เขาว่า โอเคถ้าเรานึกถึงตอนที่เราโต ว่าถ้าเราเป็นเจ้าของธุรกิจนี่เราอยากได้อะไร เราต้องมองจากตรงัน้นแล้ว Design หลักสูตรย้อนกลับมา เราจะได้สิ่งที่มันถูกต้องตามโจทย์ที่เขาต้องการ อาจจะเพิ่มมุมนี้เข้าไปนะครับ ขอบคุณครับ (พิธีกรชาย) เหลือ 30 วินาทีสุดท้ายนะครับ น้อง ๆ อยากจะกล่าวอะไรเพิ่มเติมไหมครับ คิดว่าคำถามไม่น่าทันแล้วครับ (ผู้เข้าแข่งขันชาย) ก็ขอขอบคุณนะคะ ที่ให้เข้ามามีร่วมในการทำกิจกรรมครั้งนี้เพื่อผู้พิการด้วย กิจกรรมครั้งนี้เปิดโลกของพวกเรามากมายนะครับ แล้วเราคิดว่าการศึกษานี่เหมาะสำหรับทุกคน แล้วก็ไม่ควร Limit ใครเพียงเพราะว่าเขาพิการ ขอบคุณครับ (พิธีกรชาย) ขอเสียงปรบมือให้ด้วยครับ ในที่สุดนะครับ เราก็มาถึงช่วงสุดท้ายของการนำเสนอนะครับ เมื่อกี้แจ้งว่าโค้งสุดท้ายแล้ว ทีมงานตกใจ ว่าเรายังเหลือ 2 ทีม ใช่ครับ เรายังทีมที่ 7 นะครับ ข้อเสนอนะครับ และข้อเสนอต่อไปก็เป็นข้อเสนอสุดท้ายนะครับ เดี๋ยวขอเรียนเชิญกลุ่มที่ 8 นะครับ กลุ่มนโยบายเบี้ยคนพิการที่ตอบโจทย์ต่อการกำเนิกชีวิตครับ (ผู้เข้าแข่งขันหญิง) สวัสดีค่ะ เชฟวี่นะคะ เป็นตัวแทน 1 กลุ่มนะครับ ที่สนใจในกลุ่มเบี้ยคนพิการตอบโจทย์สำหรับคนพิการนะคะ ก็เป้นตัวแทนคนพิการคนหนึ่ง กับดิวนะคะ ก็เป็นเพื่อนคนพิการอีกคนหกนึ่งนะ เจฟฟี่คิดว่าทุกคนก็ทราบกันดีนะคะ เงินเดือนเดือนละ 800 บาท อยู่แล้วนะคะ ซึ่งมันไม่เพียงพอนะคะ สำหรับเศรษฐกิจเงินเฟ้อปัจจุบันนี้แล้วก็ ค่าครองชีพที่สูงมากขึ้น อันนี้ก็ต้องยอมรับจริง ๆ เพราะว่าคนปกติก็มีปัญหาเรื่องนี้เหมือนกันในบางกลุ่มนะคะ แล้วก็อยากจะให้ทุกคนนะคะ เข้าใจว่าผู้พิการนี่ต้องใช้เงินมากกว่าคนปกติอย่างน้อย 1-2 เท่านะคะ ในเรื่องการเดินทางนะคะ เพราะว่าขนส่งสาธารณะค่ะ แบบรถสาธารณะยังไม่อำนวยความสะดวกให้กับผู้พิการจริง ๆ นะคะ อย่างเช่น ผู้พิการทางร่างกายนะคะ จึงจำเป็นต้องรถโดยสารทที่ใช้ผ่านแอปพลิเคชันน่ะค่ะ หรือว่าเงินที่ต้องใช้ในการซื้ออินเทอร์เน็ตเพื่อเข้าถึงล่ามออนไลน์การเข้าถึงถ่านใช้ในเครื่องช่วยฟัง และยังเป็นปัญหาสำหรับกลุ่มผู้พิการในวัยที่กำลังศึกษาอยู่ แล้วก็ผู้พิการที่อยู่ในวัยชราด้วย ตรงนี้นะคะ เป็นประเด็นสำคัญที่ควรเอามายกพูดคุยกันในวันนี้นะคะ แล้วก็อยากจะให้ทุกคนคิดว่า ตรงนี้นะคะ คือ สิทธิของผู้พิการที่ต้องได้ แล้วต้องได้จริง ๆ ค่ะ เพราะมันสำคัญในการดำเนินชีวิตเดี๋ยวเราไปฟังนโยบายจากพี่เคนโด้กันเลยค่ะ (ผู้เข้าแข่งขันชาย) ครับ พวกเราก็ได้ไปศึกษานะครับ ผ่านตัวนโยบายที่เกี่ยวข้องนะคัรเราก็พบว่ามันมีช่องโหว่และช่องว่างขอนโยบายอยู่นะครับ ในเรื่องของ เบี้ยผู้พิการนี่ครับ พ.ร.บ. หรือเป็นระเบียบนะครับ เขาบอกว่าเบี้ยผู้พิการจะจ่ายอะไร อย่างไรบ้างนะครับ แต่ไม่มีบรรทัดไหนเลยนะครับ ที่ระบุว่าเขาอิงมาจากเกณฑ์อะไร แล้วใช้มาตรฐานอะไรมาวัวัด หรือเป็นเพียงแค่เบี้ยปลอบใจเท่านั้น สิทธิและสวัสดิการที่ระบุในมาตรา 20 ของ พ.ร.บ. นะครับ สิทธิที่กล่างแล้วนะ แต่ว่าไม่สอดคล้องกับสิทธิและค่านิยเช่น ในเรื่องของล่ามแปลภาษามือนะครับ ในเรื่องของอินเทอร์เน็ต หรือว่าในเรื่องของค่าเดินทางนะครับ ข้อที่ 3 ในการแทร็กแล้วก็ติดตามเบี้ยคนพิการว่าเบี้ยตัวนี้ไปอยู่ตรงไหนแล้ว ขาดระบบนี่ อาจจะทำให้เรื่องของการขาด การโกง เบี้ยอันนี้นะครับ ไม่ถึงกับผู้พิการ ในช่องโหว่งของนโยบายทางออกทั้งหมด 3 นโยบายนั่นเองครับ นโยบายแรกของการเพิ่มเบี้ยผู้พิการครับ เบี้ยผู้พิการครับในเด็กหรือในเยาวชน เราควรคิดว่าควรเพิ่มไปอยู่ที่ 1,8000 ต่อเดือน แล้วในส่วนของประชาชนทั่วไปหรือประชาชนทั่วไปขั้นต่ำของความยากจน 3,000 บาทต่อเดือนครับ นโยบายอย่างที่ 2 ก็คือในเรื่องของสิทธิและค่าครองชีพที่เพิ่มขึ้นมา เช่น ในเรื่องของค่าเดินทางนะครับ ในเรื่องของค่าอินเทอร์เน็ตที่จำเป็นต่าง ๆ นะครับ และอย่างสุดท้ายในข้อที่ 3 การแทร็คในเรื่องของเบี้ยผู้พิการสามารถตรวจสอบได้ เพื่อควาาโปร่งใส สามารถที่จะตรวจสอบย้อนหลังได้นั่นเองนะครับ ซึ่งเราคิดว่านโยบายทางออกทั้ง 3 นโยบายนะครับ เป็นทางออกระยะยาว ระยะสั้น ทำได้ง่ายนะครับ เพื่อที่จะทำให้คุณภาพชีวิตของผู้พิการสามารถดีขึ้นแล้วก็ใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุขและสมภาคภูมินั่นเองครับ ก็ของพวกเราก็ประมาณนี้ครับ ขอบคุณครับ (พิธีกรชาย) ขอบคุณครับ ข้อเสนอ ปังมากสำหรับกลุ่มที่ 8 เลย เดี๋ยวขอไปขอเป็น 3 นาทีสำหรับข้อเสนอและคำถามสำหรับกลุ่มนี้ได้เลยครับ (กรรมการ) พี่ขออนุญาตพูดเป็นคนแรกแล้วกันนะคะ เรื่องของเบี้ยคนพิการที่ไม่ตอบโจทย์ ต่อการดำเนินชีวิต ต้องขอขอบคุณที่กรุณาได้ไปศึกษาถึงกฎหมาย แล้วก็สิทธิสวัสดิการที่ค่อนข้างจะชัดเจน แล้วก็เห็นถึงข้อบกพร่อง เห็นถึงข้อเสนอมาตรการในแต่ละอย่าง เข้าไปนะคะ ว่าสิ่งที่น้อง ๆ นำเสนอมานี่น้อง ๆ เคยพูดตรงที่นำเสนอว่า 1 ในกฎหมายนี่ ไม่ได้บอกว่าฐานคิดมาจากที่ไหนอย่างไร และข้อเสนอของน้องมี 1 2 3 อาจจะเพิ่มเรื่องของฐานความคิดที่น้องเอามานำเสนอหรือการคำนวณเบี้ยยังชีพหรืออะไรก็ตาม ว่าสิ่งที่จะเพิ่มหรือจะให้เงินคนพิการนี่ เราจะนำเงินตรงนั้นมาจากได้ส่วนใดบ้าง อันนี้ก็จะทำให้เห็นภาพได้ชัดขึ้นนะคะ ขอบคุณครับ (พิธีกรชาย) ครับ (ผู้เข้าแข่งขันชาย) ขอบคุณครับ (พิธีกรชาย) เดี๋ยวให้ทางคณะกรรมการได้แนะนำนะครับ ได้มีการตอบคำถามนะครับ (กรรมการ) อย่างนั้นขอถามค่ะว่าระบบ tracking เบี้ยความพิการที่เรารู้สึกว่าน่าจะใช้งานได้ง่าย และตรวจสอบได้ ในใจมีไหมคะ ว่าอยากให้เป็นระบบประมาณไหน (ผู้เข้าแข่งขันชาย) ครับ ตอนนี้เท่าที่เราศึกษานะครับ ตอนนี้ก็จะมีส่วนของเว็บไซต์ ของ พม. เอง แล้วก็กระทรวมหาดไทยเอง ทั้งของผู้สูงอายุ และผู้พิการนโยบายใหม่ ก็คือ Citizen Portal ทางลัดนะครับ อันนั้นผมคิดว่าก็เป็นแอปพลิเคชันที่ดีเหมือนกัน ที่จะสามารถ Add on ในเรื่องของ Tracking ของผู้พิการเข้าไปได้ ซึ่งก็มีนะครับ มีเพียงแค่หน้า UI ครับ ไม่มีการลงทะเบียนหรืออะไรเข้าไปหรือว่า access เข้าไป ตรงนี้ผมคิดว่า ในเมื่อเรามีฐานอยู่แล้วครับ สามารถพัฒนาต่อได้ ครับก่อนอื่นก็ต้องขอชื่นชมนะครับ ว่าศึกษามาดีจริง ๆ นะครับ แต่ว่าก็มี 2 จุดที่พี่อาจจะเพิ่มเติมนะครับ เวลาที่เขาคิดนโยบายนี่ เราต้องคิดว่าผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมดหรือว่าองค์ประกอบทั้งหมดของนโยบายนี้มันมีอะไรบ้างนะครับ แต่ว่าสิ่งที่นำเสนอนี่ อันนี้ขออนุญาตบอกว่าทำได้เข้มแข็งนะครับ คอมเมนต์ในเรื่องการทำนโยบายจริง ๆ ไม่ใช่ระดับที่ว่าเป็นน้องเยาวชนแล้วนะครับ อันนี้ระดับ maker แล้วนะครับ มันขาดแค่ตรงจุดที่ว่า เงิน แหล่งเงินเอามาจากไหนนะครับ เพราะว่าการที่เราจ่ายเดือนละ12,000 บาทนี่ ถ้าคูณจำนวนคนเข้าไปนี่ มันเป็นเงินมูลค่ามหาศาลมาก ที่นี้ แหล่งเงินนี่ อาจจะไม่จำเป็นที่จะต้องเป็นแหล่งเงินใหม่ แต่อาจจะเป็นแหล่งเงินเก่า จากนโยบายเดิมจากอะไรก็ตามที่เป็น Sourc of fun เดิม ดูไม่เหมาะสมกับสถานการณ์ที่เป็นอยู่ ณ ปัจจุบัน เราเอามา รีชัฟเฟิลมันได้นะครับ เนื่องจากว่าไอเดียที่ดีมาก ๆ คือการโดนตรง เข้าสู่คนพิการ อันนี้มันจะทำให้คนพิการนี่ได้รับเงินเต็ม ๆ เหมือนเรามีแท่งไอศกรีม จากรัฐบาลสู่คนพิการเลย แท่งไอติมยังคงเป็นแท่งไอศกรีม หายไประหว่างทางก็จะไม่มีนะครับ ถ้าในทางนโยบายนี่เขาเรียกว่า ค่า admin cost นี่ การจัดการนี่มันต่ำ เรียกว่าแทบจะเป็น 0 เลย ส่วนทำอย่างไรพี่มีข้อเสนอแนะที่ทำได้ง่ายกว่านะครับ ปัจจุบันเรามีพร้อมเพย์ใช่ไหมครับ ทำไมเราไม่ให้เงินจ่ายออกจากกระทรวง พม ตรงเข้า Promppay ของแต่ละคนเลย ระบบ Mibile banking ต่าง ๆก็ มี alert อยู่แล้วเงินเข้า ทุกเดือน ๆ เช็กได้ใช่ไหมครับ แทบจะไม่ต้องลงทุนอะไรเพิ่มเลย ถูกไหมครับ อันนี้อาจจะง่ายกว่าครับ อันนี้เป็นคอมเมนต์ระดับ Policy maker ขอบคุณครับ ขอบคุณมากครับ แต่ว่าเมื่อกี้สัมผัสได้ว่าน้อง ๆ อยากจะตอบคำถามแรก เลยขอให้เวลาสั้น ๆ ในการตอบคำถามแรกนิดหนึ่งครับ (ผู้เข้าแข่งขันชาย) ครับ ก็ อย่างแรก ก็เห็ยด้วยกับอาจาย์ท่านสุดท้ายเลย บริหารจัดการนะ การจัด ควรวางอยู่ที่ส่วนไหนอะไรอย่างนี้ครับ พอเรากลับไปดูแล้วนะ ขณะเดียวกันคุณภาพชีวิตคนพิการ ก็ค่อนข้างจะลำบากนะ 800 บาทต่อเดมื้อละเท่าไรครับ เรากินข้าว สามมื้อ 800 เหลือเท่าไรครับ เหลือ 26 บาทต่อมื้อ ถามว่าวันนี้มีใครกินข้าวมื้อหนึ่ง 26 บาทไหมครับ อันนี้อาจจะเป็นคำถามที่ชวนคุยนะ อันนี้ผมคิดว่าการมีสวัสดิการที่มันก็ช่วยส่งเสริมด้วย ไม่ใช่แค่เป็นตัวเม็ดเงินอย่างเดียยว กินข้าววันหนึ่งมื้อเท่าไร แล้วคูณเข้าไปว่ามันควรจะเท่าไร ผมคิดว่าการมีสวัสดิการที่ดี มันจะส่งเสริมให้คนพิการได้มีคุณภาพชีวิตที่ดีแน่นอน ระยะยาวมันอาจจะไม่ได้จ่าย ต้องจ่ายแพงขึ้นไปเรื่อย ๆ คุณภาพชีวิตคนพิการดีขึ้นนี่เขาจะต้องการน้อยลง รับจะต้องจ่ายน้อยลง เพราะเขาได้ออกไปทำงาน ไปใช้ชีวิตของตนเอง ก็เป็น... ก็ดี ขอบคุณคณะกรรมการครับ (พิธีกรชาย) ขอเสียงปรบมือให้กับกลุ่มสุดท้าย กลุ่มที่ 8 ด้วยนะครับ ฐานคิดในการเสนอฐานเบี้ยคนพิการ ก็ดูจากระดับค่าครองชีพที่สูงขึ้นในแต่ละวันครับ โอเคครับ ต่อไปครับ เดี๋ยวในช่วงถัดไปนะครับ มีเวลา 10 นาที มีการรวบรวมคะแนนจากคณะกรรมการ มี3 รางวัลนะครับ 3 รางวัลที่เราได้แจ้งเบื้องต้นแล้วจะเป็นของกลุ่มไหนบ้างนะครับ เดี๋ยวช่วงนี้ก็จะมีคนรวบรวมคะแนนจากท่านคณะกรรมการนะครับผม และ 10 นาทีนี้เราจะไม่ท่านเหงาแน่นอนนะครับ เราจะไม่ปล่อยให้ท่านนั่งอยู่เฉย ๆ จะมีการลงไปพูดคุยสอบถามนะครับว่าหลังจากที่เรานั่งฟังข้อเสนอนโยบาย จากน้อง ๆ ทั้ง 8 กลุ่มแล้วนะครับ เรามีข้อคิดเห็นอย่างไรบ้างนะครับ เดี๋ยวไมค์จะเดินลงไปครับ ขอบคุณมากครับ มีไมคือยู่ตัวนั้นแล้วนะครับ ถ้าเกิดใครอยากจะแชร์นะครับ แชร์ความคิดหรือความรู้สึกต่อน้อง ๆ ทั้ง 8 กลุ่มนะครับ สามารถยกมือได้เลยนะครับ หรืออยากจะเสนอแนะเพิ่มเติม เมื่อเราได้นั่งฟังอย่างเดียว อยากจะเสนอเสริมจากคระกรรมการก็ได้เช่นกันนะครับ มีไหมครับ กำลังคิดกันอยู่นะครับ เห็นหน้าคิดกันหนักมาก จะเสนออะไรดีนะครับ ไม่มีหรือครับ มีหน้าม้าไหมครับ ทางฝั่งซ้ายของเรา อย่างนั้นเดี๋ยวเราลงไปสอบถามกันดีกว่า เมื่อกี้น้อง ๆ ที่ได้ขึ้นมานำเสนออยู่บนเวทีรู้สึกอย่างไรบ้างนะครับ ไม่มีข้อเสนอให้กับน้อง ๆ ไม่เป็นอะไรครับ น้อง ๆ แชร์ความรู้สึกได้เลย เมื่อกี้ขึ้นไปอยู่บนเวทีกัน รู้สึกอย่างไรบ้างครับผม อยากสัมภาษณ์คนไหนเลือกได้เลยครับผม ต้องให้น้อง ๆ เป็นคนเลือกผมดีกว่าครับ นี่ไง นี่ ต้นอ้อ โอเค น้องเฟิร์สใช่ไหมครับ อ๋อ น้องวัตร ขอโทษครับ น้องวัตรครับผม น้องวัฒน์รู้สึกอย่างไรบ้างเมื่อกี้ที่อยู่บนเวที ประทับใจครับ แล้วก็เป็นครั้งแรกได้มีโอกาสมาแลกเปลี่ยนความคิดแล้วก็มาพูดคุยนโยบายให้กับท่านคณะกรรมการได้ รับฟังความคิดเห็นแล้วก็รับฟังนโยบายของเราครับ แล้วก็ต้องขอบคุณท่าน ผอ. กองการสื่อสารของกสทชครับที่ท่านให้ความคิด แล้วก็ท่านให้ข้อเสนอแนะ รวมถึงมุมมองครับผมก็จะนำไปแก้ไขและปรับปรุงให้ดียิ่งขึ้นต่อไปครับ (พิธีกรชาย) ขอบคุณนะน้องวัตร ขอเสียงปรบมือให้น้องวัตรด้วยครับ [เสียงปรบมือ] (พิธีกรชาย) เมื่อกี้น้องวัตรคือคนที่มีเสียงหนักแน่นมากบนเวทีนะครับ น่าจะใช้พลังงานเมื่อกี้ตอนอยู่บนเวที หมดแล้ว ดูเกร็งเลยครับ มีอีกท่านนะครับ น้องนัดนะครับ (ผู้เข้าแข่งขันชาย) รู้สึกตื่นเต้นแล้วก็ดีใจมาก ๆ เลย ก็เป็นเวทีที่ใหญ่มาก ครั้งแรกเลย ก็ในส่วนของข้อมูล เรามีเวลาจำกัดอยู่แค่ 3 นาที จริง ๆเราตัวผมเองเป็นคนเสนอนโยบายในเรื่องของเกณฑ์การคัดเลือกนะครับ ทำให้เสียดายมากที่ไม่ได้พูดถึงปัญหาตรงนี้ หลาย ๆ ท่านอาจจะยังไม่รู้นะครับ มหาวิทยาลัยทั่วประเทศ รับอยู่แค่ 3 ประเภทด้วยกัน ผู้พิการทางสายตา ทางการเคลื่อนไหว แล้วก็ทางหูนะครับ ประเภทหูตึง ซึ่งผู้พิการทางประเภทอื่น ๆ จะไม่มีสิทธิ์ในการเข้าศึกษามหาวิทยาลัยเลย ซึ่งมันเป็นอีกนโยบาย หรือกฎเกณฑ์ ที่ให้เปิดโอกาสให้ผู้พิการทุกประเภทได้ออกมาแสดงความสามารถหรือ support ความสามารถเขา ผมเชื่อว่า ผู้พิการหลาย ๆ คนนะครับ อยากได้โอกาส คือ เราไม่ได้อยากไปเรียนแล้วก็ได้ทันที สิ่งที่เราอยากได้อยากได้โอกาสและก็การแสดงความสามารถ การ Support ความสามารถของเราอย่าเงต็มที่ครับ ครับผม (พิธีกรชาย) ขอบคุณมากครับน้องนัท เดี๋ยวมีอีก 1 คนนะครับ น้อง (ผู้เข้าแข่งขันหญิง) เชสซี่นะคะ ก็ตื่นเต้นและดีใจที่ได้มางานนี้มาก เพราะปัญหาของทุกคนเป็นปัญหาที่สำคัญและหลากหลายนะคะ เพราะว่าทุกคนก็มีความต้องการต่างกันและมีปัญหาต่างกันจริง ๆ นะคะ ตรงนี้ก็อยากให้เห็นความสำคัญจริง ๆ น่ะค่ะ แล้วบางการนำเสนอเวลาจำกัดจริง ๆ ที่ท่านผู้ใหญ่แนะนำมาหรือเสนอมา อาจจะมีคิดไว้บางในกลุ่ม แต่ว่ามันเวลากำจัดค่ะ แล้วก็เห็นด้วยนะคะ แล้วก็รู้สึกว่าที่นี่ปังมาก และเลิศมาก แล้วคิดว่าจะพัฒนาและสังคมไทยเราได้ดีที่สุด ขอบคุณค่ะ [เสียงปรบมือ] (พิธีกรชาย) เมื่อกี้ได้ยินเสียงแว่ว ๆ บอกมาเลยนะครับว่า "สวยมากครับ" มีอีกสักคนไหมครับน้อง ๆ ภาครัฐบ้างก็ได้นะครับ ไม่มี ไม่เป็นไรครับ เดี๋ยวเรามาหาทางท่านคณะกรรมการกันก่อนดีกว่า เมื่อกี้ที่ได้ฟังข้อเสนอไปแล้ว มีการให้ข้อเสนอแต่ยังไม่ได้พูดถึงความรู้สึกเลยนะครับ ว่าหลังจากฟังข้อเสนอน้อง ๆ แล้วรู้สึกกันอย่างไรบ้างครับ มีใครอยากจะเล่าหรือแลกเปลี่ยนไหมครับผม ได้ครับ (กรรมการ) ขอขอบคุณทางทีมงานที่จัดกิจกรรมนี้ขึ้นมานะครับ ส่วนตัวนี่ ไม่รู้ว่าตัวเองไม่รู้ว่าปัญหาที่ 8 กลุ่มนี่เป็นสิ่งที่คนธรรมดาอย่างผมมองข้ามไป อันนี้ก็เลยได้เห็นน้อง ๆ มา Address ปัญหาคนธรรมดาอาจจะมองข้ามไป ทำให้ผมนึกย้อนกลับไปอีกทีว่าจริง ๆ อย่างประเด็นกรณีปัญหาที่เกี่ยวกับเรื่องนักเรียน การที่อาจจะมีอาชีพที่ เรียนอาชีพที่ไม่ตรงกับ demand ของตลาดนี่ ผมไม่แน่ใจอาจจะด้วยความที่ตัวเองไม่รู้ว่ามีสำนักงานสถิติหรืออะไรหรือเปล่าที่จัดทำข้อมูลตรงนี้ให้มัน sync กันนะครับ แล้วก็อัปเดต อันนี้ก็อยากจะฝาก ถ้ามีอันนี้ผมไม่ทราบจริง ๆ (พิธีกรชาย) ได้ครับ ถ้ามีตรงนี้ผมจะส่งให้ครับ ขอบคุณจริง ๆ ครับ ขอเสียงปรบมือด้วยครับ ขอบคุณครับ (คณะกรรมการ) ครับผม ก็ งานกิจกรรมนะครับใน 3 วันนี้ ทางผมเองก็เป็นโอกาสแล้วก้เป็นจุดเริ่มตที่ดีนะครับ ที่น้อง ๆ นะครับ ที่มีอาจจะมีความพิการที่แตกต่างกันนะครับ แล้วก็บวกกับคนที่ไม่พิการมาทำงานร่วมกัน มาเสนอไอเดียแล้วก็เสนอ ปัญหาหรือว่าช่วยเหลือนะครับ น้อง ๆ ผู้พิการนะครับ ให้สามารถดำรงชีวิตได้อย่างมีความสุขในสังคมได้นะครับ ก็คิดว่าในโอกาสถัด ๆ ไปนะครับ ถ้ามีโอกาสคิดว่า กิจกรรมลักษณะอย่างนี้อีก สถาฑูตทางเราก็อยากจะสนับสนุนต่อไปนะครับ ให้น้อง ๆ มีโอกาสมาแสดงความคิดเห็นทางหัวข้อด้านความพิการหรือหัวข้ออื่น ๆ ต่อไปในอนาคต มีความสำเร็จในกิจกรรมใน 3 วันนี้นะครับ ขอบคุณครับ (พิธีกรชาย) ขอบคุณมากครับ [เสียงดนตรี]ครบทุกคนเลยดีกว่าครับ จะเรียงจากคณะกรรมมาแล้วนะคัรบ เดี๋ยวขอเชิญท่านถัดไปครับผม (กรรมการ) ก็เป็นกิจกรรมที่น่าสนใจ ฃนะคะ แล้วก็เป็นสิ่งที่ผู้ใหญ่มารับฟังข้อเสนอของน้อง ๆ ที่เป็นเด็กเยาวชน ก็ต้องชื่นชมความสามารถของน้องนะคะที่ช่วงระยะเวลาแค่ 3 วันนี่ น้องสามารถไปำปศึกษาถึงนโยบาย แล้วมานำเสนอในเวลาที่จำกัด ในบางมุมมองสิ่งที่ผู้ใหญ่หรือคนที่ทำงานอาจจะมองข้ามไป วันนี้ก็ได้คุยกับทางน้องทีมาจากวาวแคน ก็มีอีกหลาย ๆ เรื่องที่น่าสนใจบอกว่ามีหลาย ๆ เรื่อง ที่มันน่าจะสนใจ จัดตั้งมา Voice หรือว่ามาให้ข้อเสนอกับเราซึ่งอาจจะดำเนินการหรือแก้ไขปัญหาที่ คือโตแล้วมันอาจจะมองข้ามไป เป็นประเด็นสำคัญที่ อาจจะแก้ปัญหาระดับนโยบายได้ ก็ขอขอบคุณ ขอบคุณทุกหน่วยงานเลยนะคะที่ได้กรุณาสนับสนุนให้เกิดหน่วยงานตรงนี้ขึ้นมาขอบคุณค่ะ (คณะกรรมการ) ก็ก่อนอื่นต้องขอชื่นชมน้อง ๆ เลยคือคนที่มาร่วมหย่อมมีจิตที่จะเห็นอกเห็นใจเหมือนกับเห็นอกเห็นใจให้กับ เพื่อนมนุษย์ด้วยกันไม่ว่าเขาจะเป็นอะไร อันนี้เป็นจุดเริ่มต้นของการที่ประเทศไทย คนไทยทุกคนเราจะเดินไปด้วยกันนะครับ นั่นคือการมองเห็นคุณค่าซึ่งกันและกัน พอเรามาดูในตัวเนื้องานภายในระยะเวลาที่จำกถือว่าทำได้ดีมากนะครับ มีน้อง ๆ บางกลุ่มนำเสนอได้อย่างเห็นข้อเท็จจริงนะครับ นำเสนอได้อย่งจับต้องได้นะครับ แล้วก็มีบางกลุ่มไปถึงเวเวลทีเรียกว่าคิดเกือบจะเป็น p ขอชื่นชมจริง ๆ ครับ ขอบคุณครับ (พิธีกรชาย) ขอบคุณครับ รู้สึกเสียดายค่ะ น่าจะมีเวลาฟังแต่ละทีมนานกว่านี้อีก เพราะว่ารู้สึกว่าทุกทีมตั้งใจแล้วก็คิดมาอย่างละเอียดแล้ว ถึงแม้ว่าในการนำเสนอเองมันมีข้อจำกัดในเรื่องเวลาหรืออะไรหลาย ๆ อย่าง แต่ก็ดีใจที่ได้มาเป็นส่วนหนึ่งในการที่ได้นั่งฟังวันนี้ คิดย้อนกลับไปในตอนเรียนเรื่อง universal design ที่อาจารย์เคยบอกว่า จริง ๆ การที่เราจะคิดเผื่อถึงผู้พิการมันเป็นความรับผิดชอบหน้าที่ของทุกคน เพราะวันนี้เราอาจจะใช้ชีวิตของเราได้อย่างเต็มศักยภาพที่เรามี วันพรุ่งนี้มันอาจจะไม่ใช่ ศักยภาพเราอาจจะไม่เหมือนเดิม เพราะฉะนั้นการที่เราให้ความใส่ใจถึงปัญหาต่าง ๆ ที่มีอยู่เหล่านี้ มันก็เป็นการทำเพื่อทุก ๆ คนในสังคมรวมถึงตัวเองด้วยนะคะ ก็ขอบคุณที่จัดงานดี ๆ แบบนี้ขึ้นค่ะ ขอบคุณค่ะ (พิธีกรชาย) ขอบคุณมากครับ ได้ฟังเสียง ได้ฟังความรู้สึกของคณะกรรมการทั้ง 5 ท่านแล้วนะครับ รู้สึกปราบปลื้มมากเลยนะครับ ที่น้อง ๆ ของเรานะครับ ส่งเสียงมาถึงผู้ใหญ่ของเราทั้ง 5 ท่านในวันนี้และจริง ๆ ก็ทุก ๆ ท่านที่ได้รับชมการถ่ายทอดสดของเราอยู่ด้วยนะครับ คราวนี้ผมขอเช็กการส่งสัญญาณจากทางทีมงานนิดหนึ่งนะครับเราเช็กคะแนนกันเสร็จหรือยัง ยังครับผม ต่อไปครับ เดี๋ยวเราจะมีการเดินไมค์ต่อ ผมเชื่อเลยว่าทุกทีมทำได้ดีการตัดสินคะแนนรางวัลของเรามันต้องยากแน่เลยนะครับ ผมขออนุญาตเดินกลับมาทางขวาอีกเล็กน้อยนะครับ อยากมาฟังเสียงจากผู้รับฟังในงานนิดหนึ่งนะครับว่าฟังน้อง ๆ นำเสนอแล้ว รู้สึกอย่างไรกันบ้างครับ ขอสัก 1 ท่าน นะครับ (พิธีกรชาย) มี 1 คน ขอบคุณมากครับ เราได้เฟ้นหาจนเจอนะครับ (กรรมการ) จริง ๆ ต้องขอเรียนว่าคนพิการทุกคนนะคะ ไม่ได้ต้องการอะไรที่เป็นพิเศษ หรือแตกต่างจากคนอื่นเลยนะคะ สิ่งที่เขาต้องการ คือ การให้โอกาสนะคะ เพราะการให้โอกาสนี่ค่ะ เป็นจุดที่สำคัญที่สุดเลย ที่จะทำให้เราได้เข้าถึงสิทธิ์สวัสดิการต่าง ๆ นะคะ แล้วโดยส่วนตัวนะคะ ก็เคยได้ยินคำพูดของคนคนหนึ่งที่พูดแล้วทำให้ตนเองจำ ก็คือเขาบอกว่าการจัดทำสิ่งอำนวยความสะดวกต่าง อย่าทำเพราะว่าให้มันมีขึ้น ทำเพราะให้เรา... ให้คนพิการน่ะค่ะ เกิดความรู้สึกว่าเราแคร์เขา ที่เราทำสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ให้เขา ก็ประมาณนี้ ขอบคุณค่ะ (พิธีกรชาย) ขอบคุณมากเลยครับผม การออกแบบสิ่งอำนวยความสะดวกนะครับ หลักการคิด universal design คือสิ่งที่เราคิดขึ้นมาเพื่อให้ใช้ได้ทุกคนจริง ๆ นะครับ ไม่ใช่เราออกแบบมา เห็นครับ ด้านหลังมาแล้วนะครับ ตอนนี้แย่งกันพูดแล้วหรือครับ เดี๋ยวไมค์เดินไปครับ // ครับผม ก็ ครับ นัทนะครับ ยุวกิต เฉลิมไทยนะครับ เป็นคนออกแบบกระบวนการในการสำหรับเยาวชนทุก ๆ คนนะครับ ก็ขอเสียงปรบมือให้กับเยาวชนทุกคนก่อนนะครับ [เสียงปรบมือ] ทำได้ดีมากครับ ก็ค่อนข้างที่จะลุ้นทีเดียว ปกติจะใช้กระบวนการ อย่างเดียวนะครับ รอบนี้อยากจะเปลี่ยนการคิด โดยการที่เอาเยาวชนมาเหมือนผู้ออกแบบนโยบาย ฉะนั้นคือมันไม่ใช่แค่ไอเดีย มันเป็นการที่คุณต้องไปศึกษาว่านโยบายเดิมมันมีอะไรบ้าง และนโยบายที่ควรจะปรับปรุง และอะไรที่เป็นนโยบายใหม่ในการที่จะนำเสนอให้ภาครัฐเอาไปใช้ต่อคืออะไรนะครับก็ถือว่าที่จริงมีระยะเวลา เราเริ่มทำกันตั้งแต่เมื่อวาน ก็คือที่จริง คือ 2 วัน 1 วันครึ่งด้วยนะครับ ทำ Research แล้วก็ในการที่จะ... คือ ก่อนที่น้องจะมานำเสนอเมื่อกี้นะครับ ก็จะผ่านกระบวนการนำเสนอในรูปแบบประชุมคระกรรมการมาก่อนนะครับ ประชาพิจารณ์เมื่อเช้า เพราะฉะนั้น หลาย ๆคนนี่ครับ ก็จะอยู่ในประเด็นด้านคนพิการ ซึ่งทั้ง 2 วันนี้นะครับ น้องได้แสดงศักยภาพอย่างเต็มที่นะครับ ก็แน่นอนนะครับ กิจกรรมในครั้งนี้ก็เป็นเสียงที่สะท้อนของเยาวชนจริง ๆ ในประเด็นของผู้พิการ ต้องขอขอบคุณทาง พม. ด้วยนะครับที่จัดงานนี้ ที่ฟังเสียงของน้อง ๆ ทุก ๆ คนครับ ขอบคุณครับ (พิธีกรชาย) ขอบคุณมากครับ ผมได้โพยมาเรียบร้อยแล้วนะครับ และลำดับถัดไปเราจะเข้าสู่ช่วงการประกาศผลรางวัลกันเลยนะครับ ตื่นเต้นไหมครับ เห็นน้อง ๆ ฉันแน่นอนนะครับ อยู่หลายคนเลย ลำดับถัดไปขอเรียนเชิญนะครับ เดี๋ยวจะต้องมีผู้มาให้รางวัลกับน้อง ๆ นะครับ เดี๋ยวจะขอเรียนเชิญ 2 ท่านนะครับผม ท่านแรกนะครับ จะขอเรียนเชิญท่านสราญภัทร อนุมัติราชกิจ อธิบดครับผม และอีกท่านหนึ่งนะครับ ขอเรียนเชิญ Diana Johnson ผู้ช่วยฝ่ายวัฒธรรมและการศึกษา ตอนนี้โพยเยอะมาก นะครับขออภัยครับผม เราจะเข้าสู่รางวัลแรกกันเลยนะครับ รางวัลที่ 1 นะครับ ทีมที่ได้รับ รางวัลที่ 1 นะครับ คือรางวัลขวัญใจกรรมการนะคนะครับ ใครคิดว่าเป็นทีมตัวเองขอเสียงหน่อยครับ และทีมที่ได้รับรางวัลนี้ ก็คือทีมที่ ทีมที่ 8 ต่อการดำเนินชีวิตครับผม ขึ้นมาบนเวทีได้เลยครับ ขอเสียงปรบมือให้กลุ่มที่ 8 ด้วยนะครับ ขอเสียบปรบมือดัง ๆ เลยครับ จากนี้เราถอดแมสก์กันได้แล้วครับ ขอบคุณมากครับ ลำดับถัดไปนะครับ รางวัลที่ 2 ครับ รางวัลนี้คือรางวัลนำเสนอตรงใจนะครับ ใครมั่นใจว่าเมื่อกี้นำเสอนได้ปังมาก ขอเสียงของตัวเองหน่อยเร็วครับผม และทีมที่ได้รางวัลนำเสนอตรงใจนะครับ คือ ทีมที่ ทีมที่ 5 การสอบเข้าอุดมศึกษาของคนพิการครับผมเดี่ยวเรามีอีกช็อตหนึ่งถอดแมสก์นิดหนึ่งนะครับ ขอบคุณครับ โอเคครับ ขอเสียงปรบมือดัง ๆ ให้ทีมที่ 5 อีกครั้งหนึ่งครับ และต่อไปนะครับ รางวัลที่ 3 รางวัลสุดท้ายครับผม ใครคิดว่าเป็นทีมตัวเองถอดแมสก์ได้เลยครับ เพราะเราไม่ใส่แมสก์ขึ้นเวทีแล้วนะครับ ถอดแมสก์กนัใหย่เลยนะครับ ที่ได้รางวัลนโยบายตอบโจทย์ ก็คือ ทีมที่ 2 มาตรฐานความปลอดภัยภายในอาคารภายใต้กรณีฉุกเฉินครับ นะครับ เดี๋ยวเราจะถ่ายรูปรวมสำหรับผู้ที่ได้รับรางวัลทั้ง 3 ทีม อีกสัก 1 รูปนะครับ เดี๋ยวในลำดับสุดท้ายนะครับ ขอเรียนเชิญทุกท่านถ่ายร่วมกันเลยนะครับ ขอทั้งกรรม ขอทั้งอีก 3 ท่านที่เหลือด้วยนะครับ แล้วก็น้อง ๆ ที่เข้าร่วมโครงการด้วยนะครับ ขอเรียนเชิญครับ ขอบคุณมากครับ ขอเสียงปรบมือให้ทุก ๆ ท่านอีกครั้งหนึ่งนะครับขอบคุณน้อง ๆทุกท่าน ทีมงานทุกคน แล้วก็คณะกรรมการ และผู้ใหญ่ทุกท่านเลยนะครับ สำหรับวันนี้ครับม ครับ แล้วเราก็เข้าสู่ช่วงสุดท้ายของโครงการเราแล้วนะครับ เราต้องขอขอบคุณคณะกรรมการทั้ง 5 ท่านนะครับ ที่มาเป็นส่วนหนึ่งในการรับฟังข้อเสนอแนะของน้อง ๆ ในวันนี้นะครับ งานนี้จะขาดใครไปไม่ได้เลยทั้งน้อง ๆ เยาวชนทุกคนที่เข้ามามีส่วนร่วมกับขบวนการพัฒนานโยบายของเราใน 3 วันของเรา ทีมงานที่ตั้งใจทำ ในการเตรีบมกระบวนการให้น้อง ๆ มาศึกษาปัญหาและมาพัฒนานโยบายนะครับ แล้วก็ผู้ใหญ่ทุกท่านที่มารับฟังข้อเสนอแนะของน้อง ๆ เพื่อที่จะนำกลับไปพัฒนาเพิ่มเติม และผลักดันให้เกิดขึ้นจริงให้ได้นะครับ ก่อนอื่น ต้องบอกเลยนะครับว่าการศึกษานโยบายและปัญหาคือการศึกษาผ่านจากประสบการณ์ปัญหาโดยตรงของตนเองนะครับ ศึกษานโยบายที่มีอยู่นะครับ ซึ่งจริง ๆ จะเห็นว่าหลาย ๆ กลุ่ม มีอยู่แล้วนะครับแต่การบังคับใช้งานกับเยาวชนของเราอาจจะยังไม่ทั่วถึงนะครับ ซึ่งข้อเสนอของน้อง ๆ ก็คือพัฒนาสิ่งที่มีอยู่แล้ว ให้ดียิ่งขึ้นไปอีกนะครับ เพื่อให้สามารถตอบโจทย์ผู้พิการทั้งเยาวชนและผู้พิการทุกคนสำหรับวันนี้นะครับ ก็ต้องขอขอบุคณทุกคนมากเลยนะครับ แล้วก็ได้ถึงเวลาที่ YSEALI Symposium ต้องจบลงแล้วครับ ผมขอบคุณครับ [เสียงดนตรี] [เสียงดนตรี]