﻿1
00:00:04,757 --> 00:00:07,176
ผู้รับงานเอง

2
00:00:07,176 --> 00:00:09,149
เราก็จะมาดูว่าตัวกลางตัวนี้

3
00:00:09,149 --> 00:00:11,075
มันจะมีประเภทอะไรบ้าง

4
00:00:11,075 --> 00:00:15,075
เราแยกเป็นประเภทไหนบ้างนะคะ

5
00:00:18,827 --> 00:00:19,653
อาจจะเป็นสิ่งที่นักศึกษาใช้งานกันอยู่แล้วในปัจจุบันใกล้ตัวเดียวเราก็จะมาจำแนกประเภทแล้วประกอบว่า

6
00:00:19,653 --> 00:00:20,104
แต่ละประเภท

7
00:00:20,104 --> 00:00:24,104
เขาจัดอยู่ในตัวมาตรฐานใดนั่นเองนะคะ

8
00:00:25,232 --> 00:00:29,232
รูปภาพนะคะอย่างที่บอกไปการสื่อสารนะคะเหมือนอาจารย์พูด

9
00:00:31,386 --> 00:00:31,621
หน้าห้องกับนักเรียน

10
00:00:31,621 --> 00:00:35,621

11
00:00:41,576 --> 00:00:41,992
แล้วก็ผู้รับนั่นเอง

12
00:00:41,992 --> 00:00:45,102
sender กับ Receiver

13
00:00:45,102 --> 00:00:49,102
แน่นอนการใช้การสื่อสารนะคะ

14
00:00:49,703 --> 00:00:53,195
ในคอมพิวเตอร์

15
00:00:53,195 --> 00:00:53,459
ก็ต้องมีอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ถูกไหมคะ เหมือนเวลาเรา

16
00:00:53,459 --> 00:00:57,459
ใช้คอมพิวเตอร์ อาจจะทำการบ้าน

17
00:00:58,727 --> 00:01:02,727
หรือว่าส่ง Facebook คุยกับเพื่อนนี่

18
00:01:05,848 --> 00:01:06,803
มันก็ต้องมีอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ต้นทางกับปลายทางถูกไหมคะ นี่เราจะส่งข้อมูลหากัน ดังนั้นคอมพิวเตอร์นะคะ

19
00:01:06,803 --> 00:01:09,845
ของผู้ส่ง

20
00:01:09,845 --> 00:01:12,206
ก็จะอยู่ฝั่งที่ผู้ส่งและผู้รับ

21
00:01:12,206 --> 00:01:16,206
ดังนั้นสารที่ใช้ในการสื่อสาร

22
00:01:20,194 --> 00:01:21,829
สมมุติในห้องแลปตัวนี้ หลายที่อยู่หลังเครื่องคอมก็จะเป็นสายแลนถูกไหมคะ ที่เป็นเส้นขาว ๆ ในการเชื่อมต่อนั่นเอง

23
00:01:21,829 --> 00:01:25,829
ตึกกลาง

24
00:01:26,158 --> 00:01:27,350
ก็คือ Translation Media ตรงนี้

25
00:01:27,350 --> 00:01:31,350
ก็เป็นสายหรืออากาศ

26
00:01:32,571 --> 00:01:33,128
ที่ใช้ในการสื่อสารข้อมูลระหว่างกัน

27
00:01:33,128 --> 00:01:33,750
นะคะ เราคา

28
00:01:33,750 --> 00:01:37,750
เราจะมาดูว่า

29
00:01:39,146 --> 00:01:40,224
พูดไปเมื่อกี้ลืม

30
00:01:40,224 --> 00:01:44,224
ชื่อตัวกลางสื่อสาร

31
00:01:45,560 --> 00:01:45,734
แล้วก็ physical layer

32
00:01:45,734 --> 00:01:48,384
จากที่เรียนไปสัปดาห์ที่แล้ว

33
00:01:48,384 --> 00:01:50,100
จะมีตัว

34
00:01:50,100 --> 00:01:52,407
OSI layer

35
00:01:52,407 --> 00:01:52,725
tcp IP มันก็จะมี

36
00:01:52,725 --> 00:01:56,725
ทำที่ล่างสุด

37
00:01:58,716 --> 00:02:00,919
ก็คือฉันที่เป็นพิเศษก็คือมองภาพได้จับต้องได้นะคะ

38
00:02:00,919 --> 00:02:03,264
ก็ใช้ทำการเชื่อมต่ออุปกรณ์

39
00:02:03,264 --> 00:02:04,450
ก็คือการที่เอาสายแลน

40
00:02:04,450 --> 00:02:07,041
เสียบข้างหลังนะคะ

41
00:02:07,041 --> 00:02:07,566
ก็จะเรียกเป็น physical layer

42
00:02:07,566 --> 00:02:11,447
ในการเสียบแล้วก็ส่งข้อมูลนั่นเอง

43
00:02:11,447 --> 00:02:15,447
สายสื่อสารมาตรฐานของเรา

44
00:02:16,039 --> 00:02:19,837
นะคะ

45
00:02:19,837 --> 00:02:20,184
น่าจะเป็นหลัก ๆ ก่อน ณ ปัจจุบันอาจจะมีเพิ่มตัว

46
00:02:20,184 --> 00:02:22,285
เพิ่มเติมตัวฟังก์ชัน

47
00:02:22,285 --> 00:02:26,285
2 ตัวสายสื่อสารขึ้นมานะคะ

48
00:02:30,043 --> 00:02:30,968
จะมีทั้งหมด 4 อันที่อาจารย์นำมายกตัวอย่างแล้วก็มาสอนในครั้งนี้

49
00:02:30,968 --> 00:02:32,483
ก็จะมี คือ

50
00:02:32,483 --> 00:02:35,247
สถานที่เป็นเบส

51
00:02:35,247 --> 00:02:35,795
มาตรฐาน

52
00:02:35,795 --> 00:02:39,216
802.45 802.5

53
00:02:39,216 --> 00:02:43,216
มาตรฐาน

54
00:02:44,832 --> 00:02:46,796
DDI เดี๋ยวเราจะมาดูแต่ละตัวแต่ละมาตรฐาน

55
00:02:46,796 --> 00:02:50,602
ว่ามันมี

56
00:02:50,602 --> 00:02:51,618
คุณลักษณะที่แตกต่างกันอย่างไรบ้างนั่นเองนะคะ

57
00:02:51,618 --> 00:02:55,618
เราจะมาดูมาตรฐาน I  EEE ตัวแรกของเรา

58
00:02:59,464 --> 00:03:03,464
802.3

59
00:03:05,534 --> 00:03:06,100
ส่งข้อมูลสื่อสารทั่วไปข้อง

60
00:03:06,100 --> 00:03:07,288
โดย

61
00:03:07,288 --> 00:03:10,540
แบ่งเป็นเยอะ ๆ ตามนี้

62
00:03:10,540 --> 00:03:14,405
พูดง่าย ๆ ว่าจะมีตัวอักษรด้านหน้า

63
00:03:14,405 --> 00:03:17,696
แบ่งเป็นประเภท

64
00:03:17,696 --> 00:03:18,707
แล้วก็ตัวเลขหรือว่าตัวด้านหลังนะคะ

65
00:03:18,707 --> 00:03:22,707
แบ่งเฉพาะรายละเอียดลงไปอีก

66
00:03:23,013 --> 00:03:23,435
อย่างตัวแรกนะคะ

67
00:03:23,435 --> 00:03:27,435
Ten Best Fight

68
00:03:27,624 --> 00:03:31,624
Original 802.3 ก็จะเป็นการสื่อสารทางอินเทอร์เน็ตทั่วไป

69
00:03:33,549 --> 00:03:36,318
ผัดมา

70
00:03:36,318 --> 00:03:37,669
อันที่ 2

71
00:03:37,669 --> 00:03:41,597
แท็บเล็ตทรู

72
00:03:41,597 --> 00:03:41,918
หรือเช็คอินเทอร์เน็ต

73
00:03:41,918 --> 00:03:45,045
อันที่ 3

74
00:03:45,045 --> 00:03:46,081
vibration

75
00:03:46,081 --> 00:03:47,491
stalin

76
00:03:47,491 --> 00:03:51,491
วันที่ 4 เป็นเบส

77
00:03:51,757 --> 00:03:54,613
สุดท้าย

78
00:03:54,613 --> 00:03:56,953
hendrich หรือตัวบอดแบนนะคะ

79
00:03:56,953 --> 00:03:57,461
อันนี้เราจะไม่ได้ลงลึกไปทั้งหมด

80
00:03:57,461 --> 00:04:01,040
จะเลือกมาแค่บางตัวมาตรฐานนะคะ

81
00:04:01,040 --> 00:04:04,583
เพื่อระบุแต่ละตัว

82
00:04:04,583 --> 00:04:07,776
ที่มันใกล้ตัว

83
00:04:07,776 --> 00:04:09,096
แล้วคิดว่านักศึกษาน่าจะได้ใช้งานนะคะ

84
00:04:09,096 --> 00:04:09,569
ชีวิตจริงน

85
00:04:09,569 --> 00:04:11,583
ะคะ มากที่สุดนั่นเอง

86
00:04:11,583 --> 00:04:15,583
เดี๋ยวเรามาดูตาราง

87
00:04:15,948 --> 00:04:17,454
นะคะ

88
00:04:17,454 --> 00:04:21,454
ของตารางสายมาตรฐานเทรนเบสของเรา

89
00:04:22,594 --> 00:04:25,144
เอาง่าย ๆ นะคะ

90
00:04:25,144 --> 00:04:26,911
ของเรานี่

91
00:04:26,911 --> 00:04:29,413
จะมีสายที่เราใช้งาน

92
00:04:29,413 --> 00:04:33,413
ส่วนมากก็จะเป็นในห้องแลปก็จะเป็นสายแลนถูกไหมคะ

93
00:04:38,752 --> 00:04:39,017
ในการสื่อสารสีขาวของเรา สายแลนก็จะแบ่งประเภทอีก

94
00:04:39,017 --> 00:04:43,017
ว่าเป็นแลนแบบไหน

95
00:04:43,964 --> 00:04:44,278
มีสายที่มัน

96
00:04:44,278 --> 00:04:48,278
คลุมในการป้องกัน

97
00:04:50,823 --> 00:04:53,391
การรบกวนของสัญญาณหรือเปล่า

98
00:04:53,391 --> 00:04:54,489
แล้วก็มีสายโคแอกเชียล

99
00:04:54,489 --> 00:04:57,627
2 แบบตรงนี้

100
00:04:57,627 --> 00:04:59,737
แล้วก็แบบบิดเกลียวแล้วก็ไม่บิดเบี้ยวอีก

101
00:04:59,737 --> 00:05:01,282
มันก็จะแยกเฉพาะของสายลงไปอีก

102
00:05:01,282 --> 00:05:01,733
ว่ามีประเภทอะไร

103
00:05:01,733 --> 00:05:05,733
นะคะ อันนี้ก็จะเป็นลักษณะตาราง

104
00:05:06,918 --> 00:05:10,059
ให้มาดูคำเปรียบเทียบนะคะ

105
00:05:10,059 --> 00:05:10,492
จะมีสายโคแอกเชียล

106
00:05:10,492 --> 00:05:14,492
แล้วที่ต่างกัน

107
00:05:15,436 --> 00:05:15,620
ก็คือจะเป็นเทคนิคการส่ง

108
00:05:15,620 --> 00:05:19,190
อันนี้มันจะแยกประเภทลงไปอีก

109
00:05:19,190 --> 00:05:19,488
นะคะ

110
00:05:19,488 --> 00:05:23,249
กรณีเราส่งนี้

111
00:05:23,249 --> 00:05:24,646
ส่งเป็นแบบวิธีไหน

112
00:05:24,646 --> 00:05:25,020
ใช้ความถี่นะคะ

113
00:05:25,020 --> 00:05:29,020
ค่าความถี่ไหมหรือว่าเป็นช่วงเวลาใหม่นะคะ

114
00:05:31,316 --> 00:05:31,536
อัตราความเร็วอยู่ที่เท่าไร

115
00:05:31,536 --> 00:05:33,440
ระยะทางนะคะ

116
00:05:33,440 --> 00:05:37,440
ส่งที่สามารถส่งตัวข้อมูลไปได้โดยไม่ต้องใช้

117
00:05:38,021 --> 00:05:42,021
ตัวกระจายสัญญาณหรือว่าตัวเพิ่มสัญญาณขึ้นมาอีกรอบหนึ่ง

118
00:05:44,217 --> 00:05:46,703
อันนี้จะเป็นตารางคร่าว ๆ ขึ้นมาให้ดู

119
00:05:46,703 --> 00:05:49,512
นะคะ เพราะว่าถ้าจะเรียนละเอียดเราต้องเรียน

120
00:05:49,512 --> 00:05:50,006
ตั้งแต่เทคนิคการส่งสัญญาณของแต่ละตัว

121
00:05:50,006 --> 00:05:52,819
แล้วก็มาดูประเภทอีก

122
00:05:52,819 --> 00:05:54,557
อันนี้ก็จะเป็น

123
00:05:54,557 --> 00:05:58,557
ตารางสรุปรวมให้ดูแล้วกันนะคะ เดี๋ยวให้นักศึกษาไปจำเอานะคะ

124
00:06:01,224 --> 00:06:02,707
ว่าตัวไหน

125
00:06:02,707 --> 00:06:04,748
ที่ให้นะคะ

126
00:06:04,748 --> 00:06:05,287
ระยะทางสูงที่สุดนะคะ

127
00:06:05,287 --> 00:06:09,287
สังเกตง่าย ๆ สายแรงกับโครเอเชียลเที่ยวโครเอเชียลจะให้การส่งสัญญาณระยะทางที่ไกลกว่า

128
00:06:16,950 --> 00:06:18,229
จะมาดูตารางตอนนี้อยู่ที่ 3600 กิโลเมตร

129
00:06:18,229 --> 00:06:19,857
อัตราความเร็ว

130
00:06:19,857 --> 00:06:23,585
10 Mbps  ในการส่งข้อมูล

131
00:06:23,585 --> 00:06:27,585
ราคา

132
00:06:28,412 --> 00:06:28,966
แล้วก็จะมีตัวรูปแบบเทคนิคการส่ง

133
00:06:28,966 --> 00:06:29,272
นะค

134
00:06:29,272 --> 00:06:31,771
ะ ฺB

135
00:06:31,771 --> 00:06:35,771
psk มันก็จะแยกลงไปอีก

136
00:06:36,732 --> 00:06:40,060
อันนี้ยกตัวอย่างเปรียบเทียบให้ดูเบื้องต้นก่อน

137
00:06:40,060 --> 00:06:43,668
ถัดมานะคะ

138
00:06:43,668 --> 00:06:47,345
มาตรฐาน ieee 802.4

139
00:06:47,345 --> 00:06:51,345
มาตรฐานแบบ Token Bus

140
00:06:52,297 --> 00:06:54,980
เป็นการสื่อสาร

141
00:06:54,980 --> 00:06:55,286
อยู่ 3 แบบ

142
00:06:55,286 --> 00:06:58,609
บอดแบนนะคะ

143
00:06:58,609 --> 00:07:01,712
แล้วก็สาย Fiber Optic

144
00:07:01,712 --> 00:07:05,712
โรงเรียนเครือข่ายไปแล้ว

145
00:07:09,291 --> 00:07:11,034
การเชื่อมต่อพวก Buss พวก Ring น่าจะได้เริ่มไปแล้วนะคุ้น ๆ ไหม

146
00:07:11,034 --> 00:07:15,034
หรือว่าคืนอาจารย์ไปหมดแล้ว

147
00:07:15,462 --> 00:07:19,462
คอมสายแลนเดี๋ยวมันจะคุ้น ๆ นะคะ

148
00:07:21,780 --> 00:07:25,780
บอดแบน

149
00:07:26,500 --> 00:07:26,929
เป็นสายโคแอกเชียล

150
00:07:26,929 --> 00:07:30,929
ไม่ได้ไม่แน่ใจว่าแหล่ะ

151
00:07:31,568 --> 00:07:34,096
เครือข่ายของเรา

152
00:07:34,096 --> 00:07:34,633
ไม่ได้ดูสายโคแอกซ์กันหรือเปล่า

153
00:07:34,633 --> 00:07:36,192
ได้ดูไหม

154
00:07:36,192 --> 00:07:40,192
เรียนออนไลน์ โอเคไม่เป็นไรเดี๋ยวจะมีในสไลด์ให้ดูนะคะ

155
00:07:42,545 --> 00:07:45,592
มีการส่งสัญญาณที่แตกต่างกัน

156
00:07:45,592 --> 00:07:49,592
พูดง่าย ๆ ไม่ว่าจะเป็นสายแลนสายโคแอกซ์เชียลหรือสายไฟเบอร์นี่

157
00:07:50,595 --> 00:07:52,750
เขาสามารถ

158
00:07:52,750 --> 00:07:54,363
จะมีการส่งสัญญาณ

159
00:07:54,363 --> 00:07:58,363
อัตราความเร็วที่แตกต่างกันได้อุปกรณ์ที่รับและส่งเช่นเดียวกันนะคะ

160
00:07:59,493 --> 00:08:03,493
แล้วก็ช่องทาง band width

161
00:08:05,438 --> 00:08:06,276
ราคา

162
00:08:06,276 --> 00:08:07,224
band width

163
00:08:07,224 --> 00:08:11,224
ก็คือช่องทางที่สามารถส่งข้อมูลไป

164
00:08:11,298 --> 00:08:13,664
เข้าใจคำว่า band width อยู่นะ

165
00:08:13,664 --> 00:08:15,243
ความกว้าง

166
00:08:15,243 --> 00:08:16,968
บนถนน

167
00:08:16,968 --> 00:08:19,517
เวลาเราขึ้น

168
00:08:19,517 --> 00:08:23,517
ถนนไปปลายทางนี่ band width ก็คือความกว้างของถนนที่เราจะส่งข้อมูลไป

169
00:08:27,586 --> 00:08:28,827
รถขี่ได้กี่คัน

170
00:08:28,827 --> 00:08:31,242
ถนนเส้นหนึ่ง

171
00:08:31,242 --> 00:08:31,756
ว่างขนาดไหนในการส่งข้อมูล

172
00:08:31,756 --> 00:08:34,289
ไม่งงนะ

173
00:08:34,289 --> 00:08:34,545
งงให้ถามนะคะ

174
00:08:34,545 --> 00:08:38,545
ถัดมา

175
00:08:38,913 --> 00:08:42,913
hasselblad

176
00:08:43,688 --> 00:08:44,963
ก็คือเป็นบอดแบนก็คือเป็นตัวข้างบนนี่

177
00:08:44,963 --> 00:08:45,218
ช่องทางเดียวนะคะ

178
00:08:45,218 --> 00:08:49,218
มีช่องทางเดียวต่อ 1 สาย บนถนนน่ะ

179
00:08:54,916 --> 00:08:56,186
มีเส้นเดียวลดขาสามารถขับได้แค่คันเดียว

180
00:08:56,186 --> 00:08:57,227
มันขับอยู่ในซอย

181
00:08:57,227 --> 00:09:01,035
ไม่งงนะ

182
00:09:01,035 --> 00:09:04,638
ราคาสายจะถูกลง

183
00:09:04,638 --> 00:09:06,347
เพราะความกว้าง

184
00:09:06,347 --> 00:09:08,134
มันก็ band width ก็จะน้อยลงนะคะ

185
00:09:08,134 --> 00:09:12,134
เราก็สามารถเลือกอัตราความเร็วได้

186
00:09:18,247 --> 00:09:19,190
ว่าจะขี่ มาแล้วขับรถน่ะส่งในอัตราความเร็วเท่าไร

187
00:09:19,190 --> 00:09:21,375
อันนี้ส่งที่

188
00:09:21,375 --> 00:09:21,806
อัตราความเร็วที่เราเลือกได้นั่นเอง

189
00:09:21,806 --> 00:09:24,788
ว่าสามารถส่งที่ความเร็วเท่าไรนั่นเอง

190
00:09:24,788 --> 00:09:27,771
อันที่ 3

191
00:09:27,771 --> 00:09:30,087
ก็จะเป็น Fiber Optic

192
00:09:30,087 --> 00:09:32,527
ที่เอามานะคะ

193
00:09:32,527 --> 00:09:35,720
ใช้แทน 2 ตัวนี้นะคะ

194
00:09:35,720 --> 00:09:37,791
อัตราความเร็วเราก็จะเห็นว่า ไฟเบอร์

195
00:09:37,791 --> 00:09:38,217
จะมีอัตราความเร็วที่สูงขึ้น

196
00:09:38,217 --> 00:09:42,217
มันก็จะเป็นสายแลนโคแอกซ์เชียล

197
00:09:42,436 --> 00:09:42,742
แล้วก็ไฟเบอร์

198
00:09:42,742 --> 00:09:45,687
ตามคุณภาพของตัวสายส่ง

199
00:09:45,687 --> 00:09:49,687
แล้วก็สามารถใช้กับแลน

200
00:09:50,659 --> 00:09:52,199
ในเครือข่าย

201
00:09:52,199 --> 00:09:56,199
อันนี้ข้ามไปก่อนแล้วกัน Passive กับ Active Star

202
00:09:58,327 --> 00:09:58,688
ก็คือใช้กับตัว

203
00:09:58,688 --> 00:10:02,688
เครือข่ายของเรานั่นเอง

204
00:10:05,194 --> 00:10:06,720
โอเค Token bus ของเราก็จะมี 3 แบบนะคะ

205
00:10:06,720 --> 00:10:10,720
หรือถ้าเรามาทำ

206
00:10:17,607 --> 00:10:19,219
เป็นตารางสรุป 2 อันนี้เป็นตัวเขา actionaid เป็น Fiber Optic

207
00:10:19,219 --> 00:10:19,523
อย่างที่บอกไปไฟเบอร์

208
00:10:19,523 --> 00:10:23,329
จะให้อัตราความเร็ว

209
00:10:23,329 --> 00:10:24,140
ที่ในการส่งที่ค่อนข้างสูงที่สุด

210
00:10:24,140 --> 00:10:28,140
ราคา

211
00:10:28,656 --> 00:10:30,879
แปลว่าข้อดีข้อเสียของแต่ละอันก็จะแตกต่างกันไปนะคะ

212
00:10:30,879 --> 00:10:32,676
เดี๋ยวเราจะมาพูดแยกแต่ละประเภทอีก

213
00:10:32,676 --> 00:10:32,985
ว่า ข้อดีอะไร

214
00:10:32,985 --> 00:10:34,268
ข้อเสียอะไร

215
00:10:34,268 --> 00:10:37,406
ข้อดีอะไร ข้อเสียอะไรนั่นเองนะคะ

216
00:10:37,406 --> 00:10:41,406
อันนี้ก็คือเทคนิคการส่งสัญญาณโคแอกซ์เชียล

217
00:10:47,209 --> 00:10:49,244
ค่าความต้านทานที่ 75 โอห์ม

218
00:10:49,244 --> 00:10:53,244
ค่าความต้านทานคืออะไร

219
00:10:54,591 --> 00:10:55,933
กรณีใช้สายส่งที่เป็นทองแดงมันสายไฟนี้มันจะมีค่าต้านทานในการส่ง

220
00:10:55,933 --> 00:10:56,402
ไม่ว่าจะเป็นเสียงนะคะ

221
00:10:56,402 --> 00:11:00,402
ถ้าเป็นสายไฟก็คือกระแสไฟฟ้ามันจะมีค่า

222
00:11:01,649 --> 00:11:05,649
การต้านทานนะคะ

223
00:11:06,334 --> 00:11:06,878
ที่สามารถคำนวณมักจะมีคำนวณค่าอีกว่ากี่โอมแล้วส่งได้เท่าไรนะคะ

224
00:11:06,878 --> 00:11:08,050
คราวนี้

225
00:11:08,050 --> 00:11:12,050
เทคนิคในการส่งสัญญาณมันก็จะมีหลายแบบ

226
00:11:13,130 --> 00:11:17,130
am ก็จะเป็นแอมป์ติดอยู่

227
00:11:17,240 --> 00:11:17,910
motivation นะคะ

228
00:11:17,910 --> 00:11:20,515

229
00:11:20,515 --> 00:11:23,669
4

230
00:11:23,669 --> 00:11:23,832
เป็นรูปแบบการส่งสัญญาณอีกนะคะ

231
00:11:23,832 --> 00:11:27,832
อันนี้

232
00:11:31,374 --> 00:11:32,761
เราเรียนเป็นภาพรวมนะเราไม่ได้เรียนเป็นรายละเอียดลงลึกของการส่งสัญญาณ

233
00:11:32,761 --> 00:11:36,589
อันนี้อาจารย์จะขอ

234
00:11:36,589 --> 00:11:36,853
อธิบายรายละเอียดทั้งหมดอาจจะมีชื่อส่งสัญญาณเทคนิค

235
00:11:36,853 --> 00:11:40,853
Brand และเป็นอัตราความเร็วที่สามารถส่งได้

236
00:11:42,817 --> 00:11:45,241

237
00:11:45,241 --> 00:11:47,627
เราก็จะเห็นว่าตัวไฟเบอร์นี่

238
00:11:47,627 --> 00:11:48,413
จะดีที่สุดนั่นเอง

239
00:11:48,413 --> 00:11:52,400
ระยะทางที่เป็น Fiber Optic ที่ความเร็ว

240
00:11:52,400 --> 00:11:56,400
มากที่สุดนี่ก็จะได้ระยะทางที่สูงที่สุด

241
00:11:57,386 --> 00:12:00,302
แต่ตอนนี้ไม่ได้ปรับแก้นะคะ

242
00:12:00,302 --> 00:12:00,608
ถัดมา

243
00:12:00,608 --> 00:12:04,591
ถามได้นะอันไหนงง

244
00:12:04,591 --> 00:12:08,591
ถัดมาเป็นมาตรฐาน ieee 802.5 นะคะ

245
00:12:11,702 --> 00:12:15,702
802.5 ก็จะเป็นสายคู่เกลียว

246
00:12:17,693 --> 00:12:21,378
ชื่อนะคะ สายคู่เกลียว

247
00:12:21,378 --> 00:12:25,378
มี 2 ลักษณะ

248
00:12:25,512 --> 00:12:28,497
ก็คือสามารถส่งที่อัตรา

249
00:12:28,497 --> 00:12:28,823
ความเร็วที่ 1 แล้วก็ 4

250
00:12:28,823 --> 00:12:32,823
Mbps เป็น Lanแล้วก็ไปเล่นลิง

251
00:12:34,291 --> 00:12:37,586
ถ้าเป็นบ้า

252
00:12:37,586 --> 00:12:39,878
ก็คือเป็นสาย

253
00:12:39,878 --> 00:12:41,739
แล้วก็อุปกรณ์

254
00:12:41,739 --> 00:12:45,739
เสียบเข้าไปในตัวสวิตช์หรือ็ Hub หรือ Router

255
00:12:45,935 --> 00:12:46,544
ราคา

256
00:12:46,544 --> 00:12:47,371
บาส

257
00:12:47,371 --> 00:12:50,005
ไม่งงนะ

258
00:12:50,005 --> 00:12:50,381
ถ้าเป็นลิง

259
00:12:50,381 --> 00:12:53,541
ก็คืออุปกรณ์ทุกตัวต้องต่อเชื่อมกัน

260
00:12:53,541 --> 00:12:56,989
เวลาท่าไหนล่มทั้งระบบ

261
00:12:56,989 --> 00:12:58,811
คนคนนั้น

262
00:12:58,811 --> 00:13:00,534
คุณนะ

263
00:13:00,534 --> 00:13:01,466
คุณถามได้นะ

264
00:13:01,466 --> 00:13:05,466
มาตรฐานหนึ่งที่เรามาใช้ก็คือเป็นมาตรฐานของ ibm

265
00:13:10,415 --> 00:13:12,504
ibm ก็จะเป็นพวกบริษั

266
00:13:12,504 --> 00:13:13,325
ทที่ผลิตเกี่ยวกับอุปกรณ์

267
00:13:13,325 --> 00:13:13,845
อิเล็กทรอนิกส์

268
00:13:13,845 --> 00:13:16,199
ในระบบเครือข่าย

269
00:13:16,199 --> 00:13:18,777
ระบบโทรคมนาคม

270
00:13:18,777 --> 00:13:20,791
เมย์เลือก 2 แบบ

271
00:13:20,791 --> 00:13:24,791
ก็คือแบบไม่มีชิลและแบบมีชิลและมีอัตราความเร็วในการส่งข้อมูล

272
00:13:26,463 --> 00:13:30,463
ด้วยเช่นเดียวกันนะคะ

273
00:13:32,034 --> 00:13:32,807
เดี๋ยวเราจะมาดูตารางนะคะ

274
00:13:32,807 --> 00:13:33,824
ที่ใช้

275
00:13:33,824 --> 00:13:34,840
เปรียบเทียบ

276
00:13:34,840 --> 00:13:38,840
อันนี้ก็จะเป็น 802.5 นะคะ

277
00:13:45,940 --> 00:13:49,855

278
00:13:49,855 --> 00:13:50,924
คู่มีเกลียวของตัว ibm ก็จะมีเกลียวและไม่มีเกลียว

279
00:13:50,924 --> 00:13:54,924
บางคนจะสงสัยว่าสายส่งสัญญาณ

280
00:13:56,328 --> 00:13:58,389
ทำไมมีทั้งแบบ

281
00:13:58,389 --> 00:14:02,389
ผู้มีเกลียวและแบบไม่มีเกลียว

282
00:14:03,191 --> 00:14:04,009
กรณีที่มันมีเกลียวกันเพื่อลดสัญญาณรบกวน

283
00:14:04,009 --> 00:14:04,580
นะคะ

284
00:14:04,580 --> 00:14:07,061
ปกติเวลาส่งสัญญาณข้อมูลนี

285
00:14:07,061 --> 00:14:09,255
่มันก็จะเป็น

286
00:14:09,255 --> 00:14:13,255
สายที่มันคู่ขนานกันไปเรื่อย ๆ นะคะ

287
00:14:15,331 --> 00:14:15,859
ถ้ามีคู่ติดเกลียวขึ้นมาก็จะช่วยลดสัญญาณรบกวน

288
00:14:15,859 --> 00:14:19,859
ระหว่างช่องสัญญาณที่อยู่ข้าง ๆ นั่นเอง

289
00:14:20,031 --> 00:14:20,213
ในการส่งข้อมูล

290
00:14:20,213 --> 00:14:24,074
อันนี้ก็จะเป็นเทคนิคนะคะ

291
00:14:24,074 --> 00:14:27,004
แล้วก็จะเป็นอัตราความเร็ว

292
00:14:27,004 --> 00:14:29,460
แล้วก็จำนวน Repeater

293
00:14:29,460 --> 00:14:33,460
จำนวนนักเรียน

294
00:14:33,863 --> 00:14:36,901
Repeater ก็คือ

295
00:14:36,901 --> 00:14:38,279
กรณีเราส่งสัญญาณข้อมูลนี่

296
00:14:38,279 --> 00:14:39,492
เข้ามานะคะ

297
00:14:39,492 --> 00:14:43,492
แล้ว

298
00:14:44,010 --> 00:14:44,552
สัญญาณข้อมูลสามารถส่งได้ที่ระยะทางเท่าไรนะคะ

299
00:14:44,552 --> 00:14:46,530
มองภาพง่าย ๆ

300
00:14:46,530 --> 00:14:48,290
เวลาเราส่ง

301
00:14:48,290 --> 00:14:52,290
ให้มองภาพง่ายที่สุดถ้าเราน่าจะเข้าใจน่าจะเป็นแบบองค์การโทรศัพท์ถูกไหมคะ มันก็จะมีชุมสายทุกที่เครือข่ายอินเทอร์เน็ตก็เหมือนกัน

302
00:14:59,135 --> 00:15:02,820
จะมีจุดพักสัญญาณเช่นเดียวกันนะคะ

303
00:15:02,820 --> 00:15:04,753
ไม่ว่าจะเป็น TOT

304
00:15:04,753 --> 00:15:08,753
ทีบอดแบนนะคะ

305
00:15:11,648 --> 00:15:11,904
Cat Telecom อะไรต่าง ๆ นี้มันก็จะมีฐานในการกระจายสัญญาณเช่นเดียวกัน

306
00:15:11,904 --> 00:15:14,247
มาส่งสัญญามาถึงระดับนี้แล้ว

307
00:15:14,247 --> 00:15:17,107
ต้องมีตู้พักกระจายสัญญาณ

308
00:15:17,107 --> 00:15:17,664
ที่จุดไหน

309
00:15:17,664 --> 00:15:20,743
เพิื่อจะทำการทวนสัญญาณเพื่อให้สัญญาณมัน

310
00:15:20,743 --> 00:15:24,743
ชัดเจนแล้วก็ส่งไปยังปลายทางได้ครบข้อมูล

311
00:15:26,010 --> 00:15:27,973
จากผู้ส่งนั่นเองนะคะ

312
00:15:27,973 --> 00:15:31,973
อันนี้ไม่ได้ระบุตัว Repeater เข้ามานะคะ

313
00:15:34,287 --> 00:15:38,287
ตัวระยะทาง

314
00:15:38,851 --> 00:15:39,513
อันนี้ก็จำนวน Repeater ที่สูงที่สุด

315
00:15:39,513 --> 00:15:43,328
ที่เราสามารถส่งอัตราความเร็ว

316
00:15:43,328 --> 00:15:47,328
แล้วก็ที่จะสามารถทวนสัญญาณนะคะ

317
00:15:47,624 --> 00:15:47,872
ให้ถึงปลายทางได้นั้นเอง

318
00:15:47,872 --> 00:15:51,872
ถัดมา

319
00:15:53,441 --> 00:15:56,830
ตัวที่ 3 ของเรา

320
00:15:56,830 --> 00:15:58,377
มาตรฐาน

321
00:15:58,377 --> 00:15:59,917
fddi นะคะ

322
00:15:59,917 --> 00:16:02,553
ตามชื่อ

323
00:16:02,553 --> 00:16:03,055
ก็จะเป็นไฟเบอร์

324
00:16:03,055 --> 00:16:06,845
Disibute datatable Data Interface

325
00:16:06,845 --> 00:16:10,845
ของตัวแทนนะคะ

326
00:16:13,286 --> 00:16:13,564
Local area Network ของเรา

327
00:16:13,564 --> 00:16:17,564
Token ring มียตาการส่งข้อมูลที่ 100 นะค

328
00:16:21,252 --> 00:16:21,780
ะ เมกะบิตเปอร์เซ็นต

329
00:16:21,780 --> 00:16:25,780
มันก็จะเยอะกว่าเมื่อกี้ถูกไหม

330
00:16:26,028 --> 00:16:30,028
อันนี้ก็จะเพิ่มขึ้นนะ

331
00:16:32,553 --> 00:16:33,583
100 นะคะ

332
00:16:33,583 --> 00:16:37,583
เราก็จะไปดูตาราง

333
00:16:39,005 --> 00:16:39,148
อัตราความเร็วก็จะเพิ่มขึ้นนะคะ

334
00:16:39,148 --> 00:16:41,775
แต่เทคนิคสัญญาในการส่ง

335
00:16:41,775 --> 00:16:42,191
จะต่างไป

336
00:16:42,191 --> 00:16:46,191
fddi ตัว f ก็ย่อมาจากตัวไฟเบอร์อย่างที่บอกไปไฟเบอร์จะส่งสัญญาณ

337
00:16:47,999 --> 00:16:51,212
ได้ระยะไกลกว่า

338
00:16:51,212 --> 00:16:51,582
ก็สัญญาณดีกว่านะคะ

339
00:16:51,582 --> 00:16:55,582
repeater แล้วก็ระยะทางระหว่าง repeater

340
00:17:02,917 --> 00:17:10,265

341
00:17:01,785 --> 00:17:02,528
ทุก 200 เมตรจะมีตัว repeater เพื่อนว่าสัญญาณทำให้สัญญาณชัดเจนยิ่งขึ้นนั่นเอง

342
00:17:02,528 --> 00:17:06,528
งงกันไหม

343
00:17:07,572 --> 00:17:09,743
เงียบ ๆ จะถือว่าเข้าใจนะ

344
00:17:09,743 --> 00:17:10,735
ถ้าไม่เข้าใจยกมือถามได้นะคะ

345
00:17:10,735 --> 00:17:14,735
คราวนี้เราจะมาดูประเภทของตัวกลางสื่อสาร

346
00:17:19,950 --> 00:17:23,950
ประเภทของมันก็จะมีแบบไว

347
00:17:26,783 --> 00:17:28,306
wire ก็คือมีสาย

348
00:17:28,306 --> 00:17:29,010
wireless

349
00:17:29,010 --> 00:17:31,892
ก็คือไม่มีสายนะ

350
00:17:31,892 --> 00:17:32,567
ตามชื่อเลย

351
00:17:32,567 --> 00:17:36,567
ก็จะมีสายแบบไหนบ้าง

352
00:17:40,617 --> 00:17:42,289
switch เมื่อคืนฟันคู่ตีเกลียว

353
00:17:42,289 --> 00:17:43,414
เชียวไฟเบอร์ออฟติก

354
00:17:43,414 --> 00:17:46,830
Free Space

355
00:17:46,830 --> 00:17:47,072
เบสกับพวกอากาศ

356
00:17:47,072 --> 00:17:51,072
ที่เราส่งสัญญาณไปหากัน

357
00:17:51,640 --> 00:17:52,242
อย่างพวก WiFi นะคะ

358
00:17:52,242 --> 00:17:56,242
หรือว่าใช้สัญญาณดาวเทียมนะคะ

359
00:17:57,902 --> 00:17:57,964
เฮนน่าต่าง ๆ ก็จะอยู่ในประเภทนี้

360
00:17:57,964 --> 00:18:01,964
เป็น นะคะ

361
00:18:03,021 --> 00:18:04,477
เรามาดูต่อ

362
00:18:04,477 --> 00:18:07,667
สายสื่อสารนะคะ

363
00:18:07,667 --> 00:18:07,977
แบบใช้สายนะคะ

364
00:18:07,977 --> 00:18:10,248
ที่มีท่อนำ

365
00:18:10,248 --> 00:18:14,248
ท่อน้ำก็คือมีอุปกรณ์เรามีถนนเดินทางไปนะคะ

366
00:18:16,702 --> 00:18:20,702
ก็มีการเชื่อมอุปกรณ์นะคะ

367
00:18:22,243 --> 00:18:22,483
จากต้นทางไปยังปลายทาง

368
00:18:22,483 --> 00:18:26,483
อุปกรณ์หนึ่งไปยังอุปกรณ์หนึ่ง

369
00:18:29,288 --> 00:18:33,141
โดยมีแผนโครแอกซ์เชียลเที่ยวและ Fiber Optic

370
00:18:33,141 --> 00:18:35,148
จะเป็นสามัญที่พูดไปอยู่ฝั่งขวานี่เป็นสายนะคะ

371
00:18:35,148 --> 00:18:35,425
เดี๋ยวเราจะมาดูอันแรกของเรา

372
00:18:35,425 --> 00:18:39,425
ที่มีสายขอส่งของอุปกรณ์

373
00:18:40,613 --> 00:18:44,613
ตัวสายคู่พันเกลียวน

374
00:18:48,869 --> 00:18:52,869
ะคะ อย่างเหมือนสายแลนสมมุติเราแกะออกมา

375
00:18:54,305 --> 00:18:56,217
ก็เห็นว่ามันจะตีเกลียวคู่กัน

376
00:18:56,217 --> 00:18:59,911
Network น่าจะได้เรียนแล้ว

377
00:18:59,911 --> 00:19:03,911
อันนี้อาจารย์เขาน่าจะสอนอินซูเลเตอร์ก็คืออุปกรณ์ที่เป็นฉนวนหุ้ม

378
00:19:05,712 --> 00:19:09,712
ของตัวสายทองแดง

379
00:19:12,422 --> 00:19:14,198
ที่อยู่แต่ละคู่นั่นเองนะคะ

380
00:19:14,198 --> 00:19:16,464
เดี๋ยวเราดูต่อนะ

381
00:19:16,464 --> 00:19:20,464
สายคู่ตีเกลียว

382
00:19:25,213 --> 00:19:26,118
จะมี 2 อัน utp กับ stp

383
00:19:26,118 --> 00:19:26,295

384
00:19:26,295 --> 00:19:28,472
U ก็คืออันชิว

385
00:19:28,472 --> 00:19:31,878
ก็คือ

386
00:19:31,878 --> 00:19:35,278
Shield เที่ยวก็คือไม่มีตัว

387
00:19:35,278 --> 00:19:36,627
เขาเรียก

388
00:19:36,627 --> 00:19:38,732
เป็นตัวหุ้มอีกตัวหนึ่ง

389
00:19:38,732 --> 00:19:42,642
เธอช่วยลดสัญญาณรถรบกวนนะคะ

390
00:19:42,642 --> 00:19:43,337

391
00:19:43,337 --> 00:19:46,791
stp น่าจะมีขายสายหุ้มตรงนี้อีกตัวหนึ่ง

392
00:19:46,791 --> 00:19:50,659
ตัวนี้นะคะ

393
00:19:50,659 --> 00:19:50,900
ลักษณะก็จะต่างกัน

394
00:19:50,900 --> 00:19:54,900
สายแลนของเราก็เป็นจะส่วนมากใช้เป็น utp ธรรมดา

395
00:19:56,739 --> 00:20:00,739
ที่อยู่ในห้องแลปนะคะ

396
00:20:02,263 --> 00:20:02,746
ถ้าไม่ใช่อุปกรณ์ที่ต้องการส่งข้อมูลแล้วไม่มีสัญญาณรบกวนนะคะ

397
00:20:02,746 --> 00:20:05,948
ถ้าต้องการแบบว่ามีตัว

398
00:20:05,948 --> 00:20:07,935
ป้องกันสัญญาณรบกวนนะคะ

399
00:20:07,935 --> 00:20:11,088
ก็จะเปลี่ยนตัว

400
00:20:11,088 --> 00:20:11,699
stp ของเรา

401
00:20:11,699 --> 00:20:15,699
อันนี้ก็จะเป็นลักษณะของสายแลน

402
00:20:18,379 --> 00:20:21,926
ที่เราเห็นใช้ทั่วไปจะเป็นตัวนี้

403
00:20:21,926 --> 00:20:22,975
นะคะ

404
00:20:22,975 --> 00:20:26,975
เข้าสายน่ไปแล้วนะ

405
00:20:28,257 --> 00:20:28,558
โอเคเรียนไปแล้ว

406
00:20:28,558 --> 00:20:31,159
แปลว่าจะรู้

407
00:20:31,159 --> 00:20:35,159
คู่ไหนเป็นต่อตรงต่อครอส

408
00:20:36,339 --> 00:20:36,636
ถูกนะสลับสายกันอย่างไรสีอะไร

409
00:20:36,636 --> 00:20:40,347
อันนี้เป็น จะเป็นเหมือนน่ะ

410
00:20:40,347 --> 00:20:44,347
ป้องกันไว้อีกรอบหนึ่ง

411
00:20:44,406 --> 00:20:45,803
แปลว่าทั่วไปที่เราใช้

412
00:20:45,803 --> 00:20:47,504
ไม่ค่อยเห็นนะคะ

413
00:20:47,504 --> 00:20:48,266
ใช้กับอุปกรณ์

414
00:20:48,266 --> 00:20:52,266
พี่เฉพาะนิดหนึ่งแล้วก็ราคาก็จะเพิ่มขึ้น

415
00:20:56,919 --> 00:21:00,670
อะไรที่มันมีคุณภาพดีกว่าแน่นอนราคาก็จะส่งคืน

416
00:21:00,670 --> 00:21:01,932
ประสิทธิภาพก็ดียิ่งขึ้นไปด้วยนั่นเองนะคะ

417
00:21:01,932 --> 00:21:05,932
ไม่ไป

